Jim Thompson X Baan Krua สานต่อมรดกการทอ “ผ้าไหมไทย” จาก “ชุมชนบ้านครัว”

จิม ทอมป์สัน สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เผยโฉมคอลเล็คชั่น Jim Thompson X Baan Krua ยกย่องมรดกการทอผ้าอันทรงคุณค่าจากความสัมพันธ์อันยาวนานกับชุมชนทอผ้าบ้านครัวในกรุงเทพฯ ที่เป็นกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950

Jim Thompson X Baan Krua สานต่อมรดกการทอ “ผ้าไหมไทย” จาก “ชุมชนบ้านครัว”

โดยคอลเล็คชั่นพิเศษนี้รังสรรค์ร่วมกับ นิพนธ์ มนูทัศน์ ทายาทรุ่นที่ 3 และเจ้าของโรงทอผ้าไหมแห่งสุดท้ายที่ยังดำเนินกิจการอยู่ในชุมชนบ้านครัว ผู้มุ่งมั่นสืบสานมรดกการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิม โดยการกลับมาร่วมงานกันครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี ตอกย้ำบทบาทของจิม ทอมป์สัน ในการสานต่อตำนานผ้าไหมไทยในบริบทโลกยุคใหม่

คอลเล็คชั่นนี้ฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหวางจิม ทอมป์สัน กับชุมชนช่างทอผ้าไทย นำเสน่ห์ของผ้าไหมไทยและลวดลาย ‘ผ้าขาวม้า‘ แบบดั้งเดิม มาอยู่บน 4 ไอเท็มซิกเนเจอร์ทำจากไหมทอมือ ได้แก่ กางเกง Fisherman สำหรับสุภาพสตรี,  ผ้าพันคอ, พ็อกเก็ตสแควร์ และเนกไท นำเสนอในลวดลายและสีสันทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ Pakaoma Rose Pink, Border Stripes Blue, Horizontal Stripes Beige และBorder Stripes Pink โดยแต่ละลายสะท้อนฝีมือการทอผ้าอันประณีตของชุมชนบ้านครัว

คอลเล็คชั่นนี้ ดึงแรงบันดาลใจจากแพทเทิร์นในอาร์ไคฟ์และเทคนิคการทอที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รังสรรค์เป็นไอเท็มแฟชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ชุมชนบ้านครัว เป็นชุมชนชาวมุสลิมเก่าแก่ริมคลองแสนแสบในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์บ้านจิม
ทอมป์สัน ชุมชนแห่งนี้โด่งดังเรื่องฝีมือการทอผ้าไหม โดยผลิตโสร่งและผ้าขาวม้ามายาวนานกว่า 130 ปี ในปี 1951 (พ.ศ. 2494) จิม ทอมป์สัน ได้เข้าไปทำความรู้จักกับชุมชนบ้านครัวและหลงใหลในฝีมือการทอผ้า ต่อมาจึงได้ทำงานร่วมกับช่างทอของชุมชนผ่าน บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด ที่จิม ทอมป์สันก่อตั้งขึ้น เขาได้นำเทคนิคการย้อมสีแบบใหม่เข้ามาใช้จนได้ผ้าไหมสีสดใส พร้อมออกแบบแพทเทิร์นผ้าด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ผ้าไหมไทยมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร หลังจากนั้น จิม ทอมป์สันได้นำผ้าไหมไทยไปจัดแสดงที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ผ้าไหมไทยเป็นที่นิยมอย่างมากบนเวทีสากล จนเป็นที่มาของฉายา “ราชาไหมไทย”

หลังจากการหายตัวไปอย่างลึกลับของจิม ทอมป์สัน ชุมชนบ้านครัวยังคงทอผ้าไหมเพื่อส่งมอบตามคำสั่งซื้อของจิม
ทอมป์สัน ต่อเนื่องอีกกว่า 10 ปี หลังจากนั้น ช่างฝีมือจำนวนมากจากชุมชน ได้เข้าไปทำงานต่อที่โรงทอของบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด

ปัจจุบัน โรงงานทอผ้าของจิม ทอมป์สัน ในจังหวัดนครราชสีมา ยังคงสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าแบบดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ยังคงใช้กี่ทอผ้าแบบเดียวกับที่ช่างทอบ้านครัวเคยใช้ ปัจจุบันมีช่างฝีมือท้องถิ่นประมาณ 60 คนยังคงทอผ้าไหมด้วยมือ เพื่อสานต่อมรดกตกทอดอันทรงคุณค่า โดยผลงานผ้าไหมทอมือของจิม ทอมป์สัน วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านค้าของจิม ทอมป์สัน เท่านั้น

เพื่อฉลองความร่วมมือสุดพิเศษ จิม ทอมป์สัน จัดแสดงคอลเล็คชั่นแฟชั่น และนิทรรศการภาพถ่ายและประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านครัว โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทัวร์พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสลวดลายผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์และความทุ่มเทของช่างฝีมือในชุมชนบ้านครัว

คอลเล็คชั่น Jim Thompson X Baan Krua วางจำหน่ายในแบบเอ็กซ์คลูซีฟแล้ววันนี้ ที่ไอคอนิก สโตร์ ณ จิม
ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ ซอยเกษมสันต์ 2


Birkin Bag

จาก HAC สู่ Birkin Bag กระเป๋าในตำนานที่ถูกเผยโฉมครั้งแรกในไทย

กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู ที่บางครั้งได้กลายเป็นเครื่องหมายของสถานะ และมีเพียงไม่กี่ใบเท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามจาก “ของใช้” ไปสู่ “ตำนาน” ได้อย่างแท้จริง หนึ่งในนั้นคือ Birkin Bag กระเป๋าที่เริ่มต้นจากความบังเอิญบนเครื่องบิน และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราเหนือกาลเวลา

จาก HAC สู่ Birkin Bag กระเป๋าในตำนานที่ถูกเผยโฉมครั้งแรกในไทย

เรื่องเริ่มขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เมื่อ Jane Birkin (เจน เบอร์กิ้น) นักแสดงและนักร้องชาวอังกฤษผู้มีสไตล์เป็นของตัวเอง กำลังบ่นกับ Jean-Louis Dumas (ฌ็อง-หลุยส์ ดูว์มา) ประธานของ Hermès ในขณะนั้น ว่าเธอกำลังหา “กระเป๋าหนังที่ใช้ได้จริง” ไม่เจอสักที ใบที่เปิดหยิบของง่าย หูหิ้วยาวพอเหมาะ และจุของได้มากพอสำหรับผู้หญิง เพียงไม่กี่เดือนถัดมา คำบ่นนั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Dumas ออกแบบกระเป๋าใบใหม่ขึ้นในปี 1984 และตั้งชื่อว่า “Birkin” เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ

แต่ก่อนที่ “Birkin” จะถือกำเนิดขึ้น เจนมีเพื่อนเก่าที่เธอพกติดตัวตลอดหลายปี นั่นคือ Haut à Courroies (HAC) กระเป๋าเดินทางของ Hermès ที่เดิมออกแบบมาสำหรับนักขี่ม้า แต่ได้กลายเป็นเพื่อนร่วมทางในชีวิตจริงของเธอและ Serge Gainsbourg(เซร์ช เกนสบูร์) ตลอดทศวรรษ 1970 ทั้งคู่มักถูกถ่ายภาพขณะถือกระเป๋าใบนี้ระหว่างเดินทางระหว่างปารีสและลอนดอน โดยเป็นใบที่หลายคนเห็นจนชินตา

เจนใช้กระเป๋าเบอร์กินอย่างสมบุกสมบัน บรรจุของมากมาย และห้อยสร้อยต่างๆ หรือแปะสติกเกอร์ลงบนกระเป๋าเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งสไตล์การใช้กระเป๋าแบบนี้ สะท้อนแนวคิดที่แท้จริงของการออกแบบกระเป๋าตามคอนเซ็ปต์ “elegant yet practical” อย่างแท้จริง”

จาก HAC สู่ Birkin  การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของดีไซน์ แต่คือการเปลี่ยนสถานะของ “กระเป๋า” ให้กลายเป็น “เรื่องเล่า” Hermès ไม่ได้เพียงสร้างของสวยงามขึ้นมา แต่สร้างสัญลักษณ์ของความงามที่ เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เป็นการจับต้องได้ของแนวคิด elegant yet practical ที่เจนเองเป็นต้นแบบโดยไม่ตั้งใจ

สิ่งที่ทำให้ Birkin กลายเป็นตำนาน ไม่ได้อยู่แค่ในความประณีตของการผลิตโดยช่างฝีมือระดับมาสเตอร์ หรือความหายากที่ทำให้มันกลายเป็นของสะสมในฝันของใครหลายคน แต่คือจิตวิญญาณของ เจนที่ยังคงอยู่ในทุกเส้นเย็บ ทุกรอยขีด และทุกการใช้งานที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ มันคือความงามที่เกิดจากชีวิตจริง

นิทรรศการ “The Bag of Legends” ของ Christie’s จึงไม่ใช่เพียงการนำกระเป๋าใบหนึ่งมาโชว์ แต่คือการเปิดหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์แฟชั่นให้ผู้ชมได้สัมผัสจริง ครั้งแรกในประเทศไทย ที่เราจะได้เห็น HAC ของ เจน เบอร์กิ้น ตัวจริงเสียงจริง ใบที่เป็นต้นแบบของ กระเป๋า Birkin ที่โลกหลงใหล

ก่อนที่กระเป๋าใบนี้จะเดินทางต่อไปยังโตเกียวในเดือนตุลาคม และสู่การประมูลที่ปารีสในเดือนพฤศจิกายน พร้อมให้ทุกคนยลโฉมแล้ว โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 2 – 5 ตุลาคม 2568 ณ EM GALLERY ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม


LONGJING

เปิดตัว LONGJING Bangkok สาขาแรกในประเทศไทย ณ Bangkok Central Park

เปิดแล้ว LONGJING Bangkok สาขาแรกในประเทศไทย ณ Bangkok Central Park สัมผัสเสน่ห์อาหารเจ้อเจียงต้นตำรับรังสรรค์โดยเชฟมิชลินสตาร์ Yu Bin ในบรรยากาศเหนือระดับ พร้อมเมนูซิกเนเจอร์ที่ผสานความละเมียดละไมของเจ้อเจียงกับรสชาติแบบไทยอย่างลงตัว

เปิดตัว LONGJING Bangkok สาขาแรกในประเทศไทย ณ Bangkok Central Park

LONGJING
LONGJING
LONGJING
LONGJING
LONGJING

พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา

พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา หนีกรุงไปพักหรูริมจอมเทียน

ริมหาดจอมเทียนเพิ่งมีตัวเลือกใหม่ที่จะทำให้ทริปพัทยาของเพื่อนๆ ชาวแพรว เก๋ขึ้นหลายเท่า “พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา” รีสอร์ทหรูเปิดใหม่ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์พักผ่อนทั้งครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อนสนิท ทำเลดีมาก เดินทางจากกรุงเทพฯ แค่สองชั่วโมงก็ได้มานอนฟังเสียงคลื่น รับลมทะเลแบบเต็ม ๆ

การตกแต่งที่นี่เก๋สุด ๆ ได้แรงบันดาลใจจาก “ต้นตาล” สัญลักษณ์ริมหาด จับคู่กับดีไซน์โมเดิร์นและวัสดุธรรมชาติ ทำให้ทุกห้องพักโปร่ง โล่งสบาย มองเห็นวิวทะเลหรือสระว่ายน้ำสุดชิล ไม่ว่าจะเป็นห้องดีลักซ์กะทัดรัดหรือสวีทใหญ่สำหรับครอบครัว ก็มีสเปซให้เดินเล่น ชิล ๆ เหมือนได้บ้านริมทะเลส่วนตัว

สายกินก็ฟินจนลืมเวลา มีห้องอาหารและบาร์ให้เลือกถึง 6 แห่ง ทั้งบุฟเฟ่ต์จัดเต็มที่ Goji Kitchen Grill & Bar อิตาเลียนแท้ ๆ ที่ La Familiare หรือคาเฟ่ชิค ๆ ขนมอบสดใหม่ที่ Siam Bakery ส่วนค่ำ ๆ อย่าพลาดบาร์ริมสระ จิบค็อกเทลชมพระอาทิตย์ตก บรรยากาศเหมือนอยู่โอเชียนวิวคาเฟ่เกาหลี

พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา
Goji Kitchen Grill & Bar
La Familiare
Siam Bakery

สำหรับกิจกรรมและความสนุก รีสอร์ทมีสระว่ายน้ำ 3 แบบ อินฟินิตี้พูลวิวทะเลสุดปัง ฟิตเนส 24 ชั่วโมง Quan Spa และ Kids Club สำหรับเด็ก ๆ เรียกได้ว่ามาที่นี่แล้วครบทั้งพักผ่อน สนุก และชิลในที่เดียว

และถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่จัดงานหรืออีเวนต์ รีสอร์ทก็พร้อมตอบโจทย์ ด้วยห้องประชุมอเนกประสงค์ 4 ห้องที่ปรับเปลี่ยนได้ตามขนาดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยง ทริปสร้างทีมเวิร์ค หรือสัมมนา ก็สามารถเติมสีสันให้ทุกโมเมนต์พิเศษได้เหมือนกับทริปพักผ่อน

นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ “School Out Eat & Play” สำหรับครอบครัว ที่ทำให้ทุกวันหยุดเต็มไปด้วยรอยยิ้มของเด็ก ๆ พร้อมบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า วิวทะเลสวย ๆ และกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทั้งบ้านได้ชาร์จพลัง ก่อนจะปิดวันด้วยค็อกเทลเย็น ๆ ริมสระ จบวันแบบเก๋ ๆ เหมือนได้บินไปพักผ่อนไกล ๆ แต่ยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

มาที่นี่แล้วจะรู้สึกว่า ทริปใกล้กรุงเทพาฯ ก็สามารถเต็มไปด้วยความหรูและความสนุกแบบครบวงจร เหมือนยกชายหาดปูซานมาไว้ริมจอมเทียน ทุกโมเมนต์ไม่ว่าจะเดินเล่นริมสระ ชิมอาหาร หรือจิบค็อกเทลพระอาทิตย์ตก จะกลายเป็นความทรงจำเก๋ ๆ ที่อยากกลับมาอีกแน่นอน

ICONCRAFT

ICONCRAFT เดินหน้าเป็นเวทีแห่งโอกาส สนับสนุนโครงการ Made by Beautiful People 

ICONCRAFT พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการเป็น “เวทีแห่งโอกาส” ผ่านการสนับสนุนโครงการ Made by Beautiful People ที่รวบรวมผลงานคราฟต์ทรงคุณค่าจากผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย

ICONCRAFT

โครงการนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งต่อพลังใจ ผ่านผลงานจาก 2 โครงการภายใต้พระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความห่วงใยในการช่วยเหลือราษฎรของพระองค์อย่างแท้จริง อีกทั้งยังทรงเชื่อมั่นใน “คุณค่าของทุกคน” และทรงใช้ “โอกาส” เป็นพลังในการฟื้นฟูและสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ผ่านงานฝีมือที่มีทั้งคุณภาพและความหมาย

ICONCRAFT

ICONCRAFT พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการเป็น “เวทีแห่งโอกาส” ผ่านการสนับสนุนโครงการ Made by Beautiful People

Chann (จัน) – โดยมูลนิธิ ณภาฯ ในโครงการพระดำริ

แบรนด์ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนให้กับผู้พ้นโทษ ผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพอย่างจริงจังจนสามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐาน เช่น เครื่องหอม ผลิตภัณฑ์สปา และไอศกรีมไทย เพื่อต่อยอดศักยภาพในการประกอบอาชีพ และให้พวกเขาได้กลับคืนสู่สังคมอย่างภาคภูมิ

ICONCRAFT

Inspire – จากโครงการกำลังใจฯ ในโครงการพระดำริ

อีกหนึ่งแบรนด์ที่มุ่งเน้นการฝึกฝนทักษะ และพัฒนาศักยภาพของผู้ต้องขังระหว่างต้องโทษ ผ่านงานคราฟต์คุณภาพที่เปี่ยมด้วยความตั้งใจ เพื่อให้พวกเขาพร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคง

ICONCRAFT

พบกับผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Chann และ Inspire ได้แล้ววันนี้ที่ ICONCRAFT ชั้น 4-5 ICONSIAM และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างมั่นคง


TSUBAKI Rising Shine

TSUBAKI Rising Shine ส่งต่อรอยยิ้มผ่านเส้นผมที่เปล่งประกาย

ในโลกของผลิตภัณฑ์ความงาม เส้นผมไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับกายเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ ความมั่นใจ และ พลังงานบวก อีกด้วย และนี่คือหัวใจสำคัญที่แบรนด์พรีเมียมแฮร์แคร์จากญี่ปุ่นอย่าง TSUBAKI (ซึบากิ) ได้ถ่ายทอดผ่านแคมเปญใหญ่ “TSUBAKI Rising Shine” ที่ไม่ได้มีแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ แต่ยังนำความงามมาผูกโยงกับการส่งต่อกำลังใจในสังคมได้อย่างลึกซึ้ง

บริษัท ไฟน์ ทูเดย์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม TSUBAKI (ซึบากิ) พรีเมียม แฮร์แคร์ แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น จัดกิจกรรม “TSUBAKI Rising Shine with Phuwin” สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนแฟน ๆ มาหลงรักผมสวยดูออร่าไปด้วยกันกับ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน นักแสดงและศิลปินชื่อดังของเมืองไทย แชร์วิธีการดูแลผม #ล็อกผมออร่าเงาฉ่ำ ในแรกใช้กับผลิตภัณฑ์ซึบากิ ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาเอื้อมถึงได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนา TSUBAKI สูตรใหม่! โฉมใหม่! พร้อม ShineLock Technology และส่วนผสมอัปเกรด Camellia Oil Force ฟื้นบำรุงผมเสียให้กลับดูสุขภาพดียิ่งขึ้น เผยผมเงาฉ่ำตั้งแต่แรกใช้

TSUBAKI Rising Shine

ภายในงานท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น รายล้อมด้วยดอกคามิเลีย และรูปทรงขวด TSUBAKI โฉมใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความโค้งมนของกลีบดอกคามิเลีย ตอกย้ำเอกลักษณ์ของแบรนด์ซึบากิได้เป็นอย่างดี ผู้โชคดีทั้ง 30 ท่าน ได้ใกล้ชิดกับ “คุณภูวินทร์” ผ่านกิจกรรมสุดฟิน สุดจิ้น เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและพลังบวก โดยมี ดีเจอ๋อง-เขมรัชต์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรตลอดงาน ถ่ายทอดความมั่นใจและผมมีวอลลุ่ม เงาฉ่ำ ณ The Glass House ปาร์คนายเลิศ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

นอกจากกิจกรรมสุดพิเศษแล้ว TSUBAKI Thailand ยังเดินหน้าตอกย้ำพันธกิจด้านความงาม ผ่านกิจกรรม CSR ร่วมคัดแยกเส้นผมเพื่อสนับสนุนกระบวนการทอวิกผมแท้กับมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ ส่งต่อรอยยิ้มให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องการวิกผม ตอกย้ำแนวคิด ส่งต่อรอยยิ้มผ่านเส้นผมที่เปล่งประกาย  จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่มอบความสุขให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรด แต่ยังเป็นการส่งต่อข้อความสำคัญ “เส้นผมที่ดูสุขภาพดี คือความมั่นใจ” และความมั่นใจจะยิ่งงดงามเมื่อถูกแบ่งปันสู่สังคม ให้ทุกคนร่วมเปล่งประกายไปด้วยกัน

SUPER JUNIOR ตำนานแห่งเค-ป็อป’ กลับมาไทยพร้อมคอนเสริตใหญ่

มาร่วมเป็นประจักษ์พยาน 20 ปีแห่งตำนานของ SUPER JUNIOR ในเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR &<SUPER SHOW 10&> in BANGKOK’ที่จะพาทุกคนเฉลิมฉลองเส้นทางตลอดสองทศวรรษของวงที่ขึ้นแท่นเป็น ‘ตำนานแห่งเค-ป็อป’ ในวันเสาร์ที่ 29พฤศจิกายน 2568 เวลา 20:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่าเมืองทองธานี จากระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา SUPER JUNIORถือเป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกกระแสเพลงเกาหลีไปสู่ระดับสากล และสร้างปรากฏการณ์เค-ป็อปให้เป็นที่รักของแฟนคลับทั่วโลก จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

พวกเขาสร้างสรรค์เพลงฮิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘Miracle’, ‘U’, ‘쏘리 쏘리 (SORRY, SORRY)’, ‘Mr.Simple’, ‘Devil’, ‘Black Suit’ และ ‘Lo Siento’ ยิ่งไปกว่านั้น SUPER JUNIOR ยังได้รับการชื่นชมว่าเป็น “กลุ่มศิลปินมากความสามารถ”ที่สมาชิกแต่ละคนต่างมีเสน่ห์และความสามารถเฉพาะตัวอันโดดเด่น และเป็นศิลปินกลุ่มแรก ๆในวงการที่แตกไลน์ยูนิตย่อย มีผลงานเพลงและเวทีคุณภาพ ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ SUPER JUNIORไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบแนวเพลงใด ๆ แต่เปรียบดั่ง ‘ตำราต้นแบบแห่งเค-ป็อป’ที่กำหนดทิศทางดนตรีของตัวเอง และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่จนถึงปัจจุบัน

สำหรับแบรนด์คอนเสิร์ต ‘SUPER SHOW’ ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ยืนยันถึงชื่อเสียงของSUPER JUNIOR ได้เป็นอย่างดี จากจุดเริ่มต้นในปี 2551 คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นมาแล้วกว่า 200รอบการแสดงทั่วโลก รวมผู้ชมสะสมประมาณ 3.3 ล้านคน โดย ‘SUPER SHOW 10’ คราวนี้ ทั้ง 9สมาชิกอย่าง LEETEUK (อีทึก), HEECHUL (ฮีชอล), YESUNG (เยซอง), SHINDONG (ชินดง), EUNHYUK(อึนฮยอก), DONGHAE (ทงเฮ), SIWON (ชีวอน), RYEOWOOK (เรียวอุค) และ KYUHYUN (คยูฮยอน)ได้เชิญชวน E.L.F. (เอลฟ์) มาย้อนความทรงจำแสนล้ำค่าผ่านโชว์ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนเรื่องราวของวงในทุกยุคสมัย ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จากการนำเซ็ตลิสต์ตลอด20 ปีของ SUPER JUNIOR มาตีความใหม่ ตั้งแต่เพลงเดบิวต์ เติมเต็มด้วยโปรดักชันยิ่งใหญ่ตระการตาและพลังบนเวทีที่สมกับฉายา ‘Legendary Performance King’ หรือ ‘ราชาแห่งการแสดงในตำนาน’

ยิ่งไปกว่านั้น เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR &<SUPER SHOW 10&> inBANGKOK’ ยังสร้างสถิติอันน่าภาคภูมิใจให้กับ SUPER JUNIOR กับการครองบัลลังก์ศิลปินเกาหลีวงแรกที่สามารถจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยได้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 10 โดยคอนเสิร์ตนี้ นับเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ชาวไทยจะได้สัมผัสการแสดงจากอัลบั้มเต็มชุดล่าสุด ‘Super Junior25’ที่ปล่อยในเดือนกรกฎาคม 2568ผลงานที่แสดงถึงศักยภาพของศิลปินมากประสบการณ์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์และแนวดนตรีมากมาย อาทิ ‘ExpressMode’ เพลงไตเติลแนวคลับป็อปจังหวะเร็ว, ‘Delight’ เพลงป็อปที่นำเสนอความสดใสและความหวัง, ‘Say Less’แนวอาร์แอนด์บีป็อป และเพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์อย่าง ‘D.N.A.’ เรียกได้ว่า สานต่อเรื่องราวจากอัลบั้มเดบิวต์ ‘SuperJunior05’ พร้อมตอกย้ำการหวนคืนสู่ความตั้งใจแรกเริ่ม และคำมั่นสัญญาที่จะปกป้องชื่อของSUPER JUNIOR ต่อไป

‘SUPER SHOW 10’ เปิดฉากขึ้น ณ กรุงโซล วันที่ 22-24 สิงหาคม 2568 ด้วยผู้ชมนับ 30,000คน กับบัตรที่จำหน่ายหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง พร้อมออกเดินทางไปมอบความประทับใจในเมืองอื่น ๆ ในคอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR&<SUPER SHOW 10&> in BANGKOK’ ที่จะกลายเป็นช่วงเวลาและประสบการณ์ที่ทุกคนไม่มีวันลืมเปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก “E.L.F.” Membership (GL) Pre-Sale ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. -15:59 น. และรอบสมาชิก JOY CLUB Pre-Sale ในวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. – 15:59 น.และรอบบุคคลทั่วไป ในวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Elevenทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com

Halloween Fest 2025

ทำถึง! อีเว้นต์มันๆ ควบประสบการณ์ขนหัวลุก Halloween Fest 2025 @ฮ่องกง

ชวนสัมผัสประสบการณ์สนุกปนขนหัวลุก @ฮ่องกง อีเว้นต์สุดพิเศษต้อนรับเดือนแห่งเทศกาลฮัลโลวี Ocean Park Halloween Fest 2025 : Unbox the Cursed Collection

สำหรับหลายคน ฮ่องกง อาจจุดหมายในการเดินทางไปสัมผัสสีสันของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไป ไหว้พระขอพรในวัดศักดิ์สิทธิ์ การตะลุยช้อปปิ้ง การตามล่าสตรีทฟู้ดและเมนูระดับมิชลินสตาร์ ที่นี่คือเมืองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบครบครัน แต่หากคุณเป็นนักเดินทางที่ชื่นชอบความตื่นเต้นและต้องการฉีกแนวจากทริปแบบเดิม ๆ ฮ่องกง ก็มีอีกด้านที่เร้าใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในช่วง เดือนแห่งเทศกาลฮัลโลวีน!

โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong) ไม่ได้เป็นเพียงสวนสนุกธรรมดา แต่เป็นสวนสนุกครบวงจรขนาดใหญ่ มีไฮไลท์เด็ดที่มัดใจนักท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป้น เครื่องเล่นสุดระทึก โลกใต้ทะเล วอเตอร์เวิลด์ รวมถึงช่วงเทศกาลฮัลโลวีน สวนสนุกแห่งนี้ถูกยกให้เป็น เทศกาลฮัลโลวีนที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

ด้วยประสบการณ์การจัดงานมาหลายสิบปี ทำให้โอเชี่ยนปาร์คเข้าใจดีถึงการสร้างบรรยากาศที่ผสมผสานความสนุกและความสยองขวัญแบบโดนเส้น ทำให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชอบความตืนเต้นจากทั่วโลกในทุกเดือนตุลาคม

และปีนี้ได้มีการอีเว้นต์ประจำปีอย่าง “Ocean Park Halloween Fest 2025: Unbox the Cursed Collection” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2025 ได้มาในธีมแกะกล่องคำสาป ที่จะพาคุณไปเผชิญหน้ากับความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในกล่องสุ่ม ผ่าน 6 โซนบ้านผีสิงสุดระทึก

6 บ้านผีสิงสุดระทึก

Presented by AEON Card : The Hatred Box : บ้านผีสิงที่จะพาคุณย้อนกลับไปเผชิญหน้ากับฝันร้ายจากของเล่นกล่องสุ่มที่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งกลับมาเพื่อทวงคืนและลากคุณเข้าสู่โลกที่บิดเบี้ยวและสยดสยองเต็มไปด้วยของเล่นปีศาจ

Presented by Trip.com: The Ritual Mansion : ก้าวเข้าสู่คฤหาสน์ต้องสาปของลัทธิคลั่งที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ที่นี่คุณต้องเข้าร่วมพิธีกรรมบูชายัญและจั่วไพ่ทำนายที่จะตัดสินชะตาชีวิต

The Cannibal Woods: ท้าความกล้าในป่าลึกลับที่ซ่อนเผ่ากินคนไว้ ท่ามกลางเสาโทเทมโบราณและความมืดมิด คุณอาจถูกจับตัวไปก่อนที่จะรู้ตัวว่าเดินหลงทางไปไกลเกินไป

Presented by Kowloon Alcohol Unlimited Co. : The Unsolved Terrors : การสวมบทบาทเป็นสายสืบ ที่ได้ย้อนรอยกลับไปสู่สถานที่เกิดเหตุเพื่อคลี่คลายความจริงเบื้องหลังคดีฆาตกรรมที่โหดร้ายและสยองขวัญกว่าที่จินตนาการไว้

H25: Rising Fear : ท้าให้มาเป็นอาสาสมัครในห้องปฏิบัติการของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง เพื่อเข้ารับการทดลองสุดวิปลาสที่ผลักดันประสาทสัมผัสของคุณให้ถึงขีดสุดของความหวาดกลัว

The Soul Graveyard: สิ้นสุดการผจญภัยสุดสยองด้วยการเฉลิมฉลองในบรรยากาศเทศกาล Day of the Dead ของเม็กซิโก แต่ต้องระวังให้ดี เพราะหากก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว อาจถูกเหล่าวิญญาณอาฆาตฉุดดึงลงสู่ดินแดนฝันร้าย

เคล็ดลับสำหรับมือโปร

10 การแสดงสุดอลังการ ที่ทั้งตื่นตา และชวนขนหัวลุก

The Waterfront: เริ่มต้นด้วยการแสดง LIVE: The Hatred Box Unveiled พบกับโชว์สุดเซอร์ไพรส์ 4 รอบต่อวัน เมื่อเหล่าปีศาจก้าวออกมาจากกล่องสุ่มและแปลงกายเป็นตุ๊กตาสุดสยองในโชว์ Break and Rattle ก่อนเวทีจะถูกมนตร์เสน่ห์แห่งโลกวิญญาณจาก Diva Paper Doll Reviving Night ซึ่งเป็นการคืนชีพของเหล่าหุ่นกระดาษจากนรก ต่อเนื่องกับโชว์ Taoist and Zombies Jump Jump Jump ถ่ายทอดเสน่ห์ของพิธีกรรมโบราณ ผ่านการต่อสู้ระหว่างนักพรตเต๋าและฝูงผีดิบ ขณะเดียวกัน Demon Hunters จะพาผู้ชมร่วมลุ้นไปกับภารกิจการปราบเหล่าปีศาจ

The Summit: เตรียมพบกับการแสดงสุดเร้าใจจาก Gangnam’s Devils นำโดยบอยกรุ๊ปปีศาจ NAMJA6 ที่จะสะกดทุกสายตา และเพลิดเพลินไปกับโชว์ที่เต็มไปด้วยสีสันของ Boo-tiful Mariachi Band มาสนุกไปกับจังหวะดนตรีของ Skullplay Jam และร่วมเฉลิมฉลองเพื่อเป็นเกียรติแก่ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับในงาน Skelebration Fiesta ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดงจาก Sparkle Sliders ที่จะจุดประกายค่ำคืนด้วยแสงสีตระการตา

สำหรับปีนี้ Ocean Park ได้ร่วมมือกับ TeamUnlock+ เปิดตัว เกมมือถือ LARP ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนเป็นครั้งแรก ผู้เข้าร่วมสามารถสแกน QR Code ที่บริเวณจุดรอคิวบ้านผีสิง เพื่อสัมผัสตำนานเมืองสุดสยอง พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังชวนขนหัวลุกได้ทันที

เมนูพิเศษเฉพาะเทศกาล

นอกจากนี้ยังเติมเต็มความตื่นเต้นกับชุดอาหารและเครื่องดื่มในธีมฮัลโลวีนสุดพิเศษ พบกับเมนูของหวานแสนอร่อยและเครื่องดื่มสุดสะพรึงอย่าง Open Skull Surprise และ Whack-a-Brain Tart รวมถึงขนมรูปกะโหลก Unearthed Blossom ที่พร้อมมาจุดประกายความสนุกในเทศกาลนี้ หากกำลังมองหาเครื่องดื่มดับกระหายและปลุกประสาทความหลอน ห้ามพลาดม็อกเทลรูปโครงกระดูก Bone Whirlwind และค็อกเทลสุดเย็นยะเยือกกับ Hell’s Bak Kut Teh เสิร์ฟพร้อมลูกตาและกระดูก รับประกันว่าจะทำให้คุณขนลุกในทุกคำ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อชุดอาหารคอมโบฮัลโลวีน หรือใช้จ่ายตามจำนวนที่กำหนดจากเมนูอาหารฮัลโลวีน รับฟรี ! ช็อกโกแลตกล่องสุ่ม Skullture Box ได้เลยทันที

Halloween Fest 2025

ที่พักใกล้สวนสนุก

อตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยทำเลที่ตั้งที่เรียกได้ว่า “อยู่หน้าประตูสวนสนุก” ทำให้สามารถเดินจากโรงแรมไปยังประตูทางเข้าสวนสนุกได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น นอกจากนี้โรงแรมยังตั้งอยู่ติดกับ สถานีรถไฟฟ้า MTR Ocean Park เลย ทำให้เดินทางสะดวกสบายมาก ไม่ว่าจะมาจากตัวเมืองหรือสนามบิน

สามารถซื้อตั๋วคอมโบ ได้ในราคาเพียง HK$280 ต่อใบ ในวันที่ 24-26, 29, 31 ตุลาคม จนไปถึงวันที่ 1-2 พฤศจิกายนนี้ หรือเลือกซื้อในราคา HK$238 ในวันที่ 10-12 และ 17-19 ตุลาคม 2568 และยังมีตั๋ว Halloween Ocean FasTrack* ที่จะช่วยให้คุณข้ามการรอคอย และเข้าทุกโซนสยองขวัญได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หรือติดต่อพิ่มเติมได้ที่ www.oceanpark.com.hk/en/park-experience/halloween-fest-2025

TEAM WANG

เช็กอิน! Under The Castle ปราสาทแฟนตาซีผีสิง โดย TEAM WANG

เช็กอินก่อนใคร! Under The Castle ปราสาทแฟนตาซีที่ไม่ได้มีแค่ผี แต่มี “ไวรัล” สร้างสรรค์โดย TEAM WANG design ภายใต้การนำของ “แจ็คสัน หวัง” และ “เฮนรี่ จาง”

การนับถอยหลังได้เริ่มต้นแล้ว! ประตูปราสาทบานใหญ่จะค่อยๆ เปิดออก พร้อมการปรากฏตัวของสองตัวละครลึกลับ “Pumpkie” และ “Spookie” ที่จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกแฟนตาซีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย กับ “Under The Castle” (UTC) โลกแฟนตาซีเสมือนจริงสุดล้ำที่เกิดจากการร่วมสร้างสรรค์ของสองซีอีโอ TEAM WANG design อย่าง “แจ็คสัน หวัง” และ “เฮนรี่ จาง”

โดย UTC ได้จัดกิจกรรมพรีวิวรอบสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า EMSPHERE เพื่อเปิดโลกแฟนตาซีให้ได้สัมผัสก่อนใคร ท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งน่าตื่นเต้น น่าค้นหา และเต็มไปด้วยรายละเอียดอันพิถีพิถันในทุกโซนของงาน ก่อนจะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ซึ่งจะมีแขกพิเศษมากมายมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

หนึ่งในไฮไลต์เด็ดของงาน คือ “บ้านผีสิงเสมือนจริงแบบอิมเมอร์ซีฟ” ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่องานที่กรุงเทพฯ โดยมีสองตัวละครเอกอย่าง Pumpkie และ Spookie เป็นผู้นำทางสู่ความลึกลับที่เต็มไปด้วยปริศนา ความตื่นเต้น และการดำดิ่งสู่โลกแฟนตาซีอย่างเต็มรูปแบบ

TEAM WANG

ถัดจากบ้านผีสิง ผู้เข้าชมจะได้พบกับ “โซนสินค้าลิมิเต็ด” ที่รวบรวมสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันของปีนี้ไว้ครบถ้วน เสริมด้วย “มินิบาร์” ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกในปราสาทต้องมนตร์ โดยเมนูทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่คุณสามารถดื่มด่ำไปพร้อมกับรสชาติ

ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านั้น! ยังมี “โซนรถบั๊ม” สุดมัน ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกเสียงหัวเราะและความปั่นป่วนในแบบสนุก ๆ พร้อมด้วย “โฟโต้บูธ” ธีม Under The Castle ที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ให้ทุกคนได้เก็บภาพความประทับใจเป็นของที่ระลึกจากโลกมหัศจรรย์แห่งนี้ และอีกหนึ่งสีสันอยู่ที่บริเวณทางเข้าหลักของ EMSPHERE ซึ่งได้ถูกแปลงโฉมเป็น “Night Market” ตลาดกลางคืนสุดครึกครื้น ที่เพิ่มบรรยากาศความสนุกให้กับงานได้อย่างสมบูรณ์

“Under The Castle” จะเปิดให้แฟนๆ ได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดตื่นเต้น ระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม ถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้า EMSPHERE สามารถจับจองบัตรได้แล้ว ทาง Ticketmelon : www.ticketmelon.com/underthecastle/UTCBKKบัตรทั่วไป : 790 บาท / บัตรคู่ (2 ท่าน) : 1,500 บาท / บัตรกลุ่ม (4 คนขึ้นไป) : 710 บาทต่อท่าน โดยทุกบัตรเข้าชมจะได้รับหนังสือการ์ตูนลิมิเต็ดเอดิชัน ซึ่งไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป!!

4 สาว BLACKPINK ในลุคสุดปังจากแฟชั่นวีค Spring/Summer 2026

ทุกฤดูกาลของแฟชั่นวีค หากจะมีรายชื่อ “ตัวแม่แถวหน้า” ที่เรียกเสียงแฟลชได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นย่อมต้องมี 4 สาว BLACKPINK เจนนี่, จีซู, โรเซ่ และลิซ่า ที่ไม่เพียงเป็น Global Ambassador ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก แต่ยังกลายเป็นตัวแทนยุคใหม่ของ “แฟชั่นที่ทรงพลัง” อย่างแท้จริง

ในซีซั่นนี้ ทั้ง 4 คนปรากฏตัวในโชว์ Spring/Summer 2026 ของแต่ละแบรนด์ในลุคที่สะท้อนสไตล์เฉพาะตัว พร้อมตีความฤดูกาลแห่งแสงแดดและความสดใสในแบบ BLACKPINK

4 สาว BLACKPINK ในลุคสุดปังจากแฟชั่นวีค Spring/Summer 2026

เริ่มกันที่ลุคของพี่ใหญ่ คิมจีซู มาในลุคที่นิยามความเรียบหรู เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกหูกระต่าย จับคู่กับเบลเซอร์และกางเกงขาสั้นสีดำ สะท้อนความสง่างามแบบ Parisian chic ที่มีโทนมินิมัลแต่ทรงพลัง เผยให้เห็นถึงออร่าของ Global Ambassador ของ DIOR ที่แท้จริง ซึ่งไม่ต้องสวมมากชิ้น แต่มีความสมบูรณ์ในรายละเอียด ทั้งเนื้อผ้า การตัดเย็บ และท่วงท่าของผู้สวมใส่

โรเซ่สะกดทุกสายตาในโชว์ของ Saint Laurent ด้วยลุคเซ็กซี่ เย้ายวน สะกดทุกสายตาด้วยชุด light blue teddy lingerie one-piece โทนฟ้าหม่น ผสมดีเทลลูกไม้บริเวณชายขอบและแนวคอเว้าลึก เธอเลือกจับคู่กับถุงน่องซีทรูสีดำและรองเท้า Lila Sandals จาก Saint Laurent รองเท้าส้นสูงทรง flared stiletto heel สูง 4.3 นิ้ว ดีไซน์หัวแหลมทรงอัลมอนด์พร้อมสายรัดข้อเท้าที่ประดับคริสตัลระยิบระยับ

ถัดมาที่ลุคของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ปรากฏตัวในลุคสดใสที่สะท้อนความสนุกของฤดูร้อน เสื้อคาร์ดิแกนผ้าทวีดหลากสีทับบราเล่ต์สีเหลือง คู่กับกางเกงขาสั้นสดและรองเท้าส้นสูงสีขาว เติมลูกเล่นด้วยเครื่องประดับมุกและเข็มขัดลายตาราง ทำให้ลุคดูอ่อนวัย แต่ยังคงความหรูหราสมกับดีเอ็นเอของ Louis Vuitton

ปิดท้ายด้วยลุคของ เจนนี่ ที่เพิ่งไปร่วมชมโชว์ของ Chanel Spring/Summer 2026 ไปแบบหมาดๆ เจนนี่ในฐานะ Global Ambassador ของ Chanel ยังคงสะกดทุกสายตาด้วยเสน่ห์ที่ผสมระหว่างความอ่อนโยนและความกล้า เธอเลือกชุดในสไตล์ lingerie-inspired ท็อปสายเดี่ยวผ้าซาตินจับคู่กับกระโปรงเฉดเดียวกัน ให้ลุคที่บางเบาแต่เต็มไปด้วยพลังความมั่นใจ กระเป๋าสีเหลืองพาสเทลกลายเป็นจุดสีที่เติมชีวิตชีวาให้ลุคโดยไม่แย่งซีน เรียกว่าเป็น “French sensuality” ในแบบฉบับเจนนี่ ที่ทั้งเรียบแต่เร้าใจ


ภาพ : getty image

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

อมรินทร์กรุ๊ป เดินหน้าลุยต่อ โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ปลูกฝังเด็กไทยรักการอ่าน

โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นระยะเวลา 5 ปีอย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินงานของ อมรินทร์กรุ๊ป โดยบริษัทอมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทอมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด  ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปลูกฝังสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่เยาวชนไทยในโรงเรียน 261 แห่ง จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งมอบชั้นวางพร้อมหนังสือ 10 หมวดความรู้ให้แก่โรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 285,000 เล่ม และมีนักเรียนเข้าชมรมรักการอ่านกว่า 28,000 คน ไม่เพียงสร้างให้เยาวชนไทยเป็นผู้รักการอ่านแล้ว แต่ยังส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้น และคุณครูผู้รับผิดชอบโครงการเพิ่มวิทยฐานะของตนเองจากการลงมือปฏิบัติงานจริงกับผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยได้จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จของโครงการฯ พร้อมด้วย ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติเป็นประธานในงาน               ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เผยว่า “โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” เป็นโครงการที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดขึ้น กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นความสำคัญ และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มโครงการปีที่ 1 จนถึงปีที่ 5  ด้วยเชื่อมั่นว่า “การอ่าน” เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่สามารถพัฒนาความรู้ ไปสู่การพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ นำไปสู่การสร้างสรรค์ และช่วยขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทุกระดับการศึกษาของประเทศจากผลของการอ่านออกเขียนได้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดีขึ้น

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายการศึกษา “เรียนดี  มีความสุข” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งการเรียนการสอนจำเป็นต้องเริ่มจากความสุขทั้งผู้เรียน ผู้สอน และผู้ปกครอง ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนดีขึ้น เมื่อการเรียนดีขึ้นจะส่งผลกลับไปทำให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น การส่งเสริมการอ่าน จึงเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ที่จะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษาและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดี มีวินัยภูมิใจในชาติ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย มุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค คุณภาพ และสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นตามบริบทของประเทศและสังคมโลก โดยเน้นให้ผู้เรียน “เรียนดี  มีคุณธรรม” ด้วยหลักการขับเคลื่อนการศึกษาไทยด้วยทักษะการอ่าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคง มั่งคั่ง และพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วน

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

การดำเนินโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ” กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีแนวคิดที่จะร่วมสนับสนุนให้ “เด็กไทยอ่านออก เขียนได้ คุณครูก้าวไกล ชาติไทย พัฒนา”  ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียนให้เป็นผู้ที่รู้หนังสือ สามารถอ่านออก เขียนได้ แต่ยังส่งเสริมให้ครูผู้รับผิดชอบโครงการ สามารถเพิ่มวิทยฐานะของตนเองจากการลงมือปฏิบัติงานจริงกับผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

ไม่เพียงเท่านี้ โครงการดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาเสริมสร้างรากฐานการอ่านให้เด็กและเยาวชนไทย ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน  ที่มีวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน และเห็นควรให้ภาคส่วนต่างๆ  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุน กระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนา  ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้น จนกลายเป็นประโยชน์ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และการศึกษาให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป”

อมรินทร์กรุ๊ป เดินหน้าลุยต่อ โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ปลูกฝังเด็กไทยรักการอ่าน เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

หม่อมหลวงลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” เผยว่า “เพื่อเป็นการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่นักเรียนในโรงเรียนเป้าหมาย โดยสนับสนุนให้เป็นผู้รู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้ เพราะเชื่อว่า การอ่าน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เรียน เพื่อแสวงหาความรู้ และข้อมูลต่างๆ ความถนัด และความสนใจ และเป็นทักษะที่จะติดตัวไปจนเป็นผู้ใหญ่ สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาทักษะสำคัญด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เช่น ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ ทักษะด้านการสื่อสาร  ทั้งการพูด การเขียน การสรุปความ และทักษะการแก้ปัญหา เป็นต้น 

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

โดยจัดให้มีกิจกรรมการอ่าน วันละ 15 นาที, ก่อตั้งชมรมรักการอ่าน, การลงบันทึกรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ และยัง  ต่อยอดกิจกรรมการประกวด “เด็กสุขสันต์ ยอดนักอ่าน” เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กๆ สนใจเข้าห้องสมุด, “เด็กสุขสร้างสรรค์ ขยันบันทึก” ต่อยอดความรู้จากการอ่านเก่ง คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น และจับใจความสำคัญได้ และ “อ่านดัง ฟังเพลิน” ให้นักอ่านรุ่นใหม่อ่านแล้วบันทึกคลิปเสียงเพื่อส่งต่อสู่ผู้พิการทางสายตา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมชมรมรักการอ่านมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น  

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

ในปีที่ 1 โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” มีโรงเรียนเข้าร่วม 52 แห่งจาก 29 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 7,632 คน ต่อมาปีที่ 2 มีโรงเรียนเข้าร่วม 57 แห่งจาก 38 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 7,582 คน จากนั้นปีที่ 3 มีโรงเรียนเข้าร่วม 51 แห่งจาก 24 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 3,910 คน ในปีที่ 4 มีโรงเรียนเข้าร่วม 50 แห่งจาก 27 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 4,200 คน และปีที่ 5 มีโรงเรียนเข้าร่วม 51 แห่งจาก 21 จังหวัด มีสมาชิกชมรมรักการอ่าน 5,000 คน

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

จากการดำเนินโครงการตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่านักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นโดยเฉพาะวิชาภาษาไทย โดยในปีที่ 1  มีผลการเรียนดีขึ้น 64%  ปีที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 72%  ปีที่ 3 เพิ่มขึ้นเป็น 75% ปีที่ 4 เพิ่มขึ้นเป็น 77%  และปีที่ 5 เพิ่มขึ้น 75% จากกลุ่มตัวอย่างของสมาชิกชมรมรักการอ่าน 5,000 คน ถือเป็นการเติบโตด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการ

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

ไม่เพียงเท่านี้ ยังส่งเสริมให้ครูผู้รับผิดชอบโครงการเพิ่มวิทยฐานะของตนเองจากการลงมือปฏิบัติงานจริงกับผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ด้านผู้บริหารโรงเรียนมีส่วนกำหนดนโยบายตามแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน และให้การสนับสนุนกิจกรรมการสร้างนิสัยรักการอ่านอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ศึกษานิเทศก์มีการกำหนดนโยบาย แนวทางส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับโรงเรียนในสังกัด ทั้งด้านกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียน และด้านการสอนของครูผู้ดูแลโครงการ เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านของนักเรียนให้ดีขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามให้คำแนะนำช่วยเหลือ

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

นอกจากนี้ยังพบว่า นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่าน โดยมีพฤติกรรมชอบอ่านหนังสือเป็นประจำและสมํ่าเสมอนักเรียนมีความกระตือรือร้นต่อการเข้าห้องสมุด ได้เลือกอ่านหนังสือที่ตนสนใจมากขึ้น และมีความสุขจากการอ่านหนังสือ อีกทั้งการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่านอย่า งเข้มแข็งเป็นประจำ นำไปสู่การต่อยอดสร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ ของนักเรียนในชมรมรักการอ่าน เพื่อแบ่งปันสาระความรู้ให้แก่นักเรียนคนอื่นๆ และส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดและได้รับรางวัลในระดับต่างๆ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักเรียน คุณครู และผู้บริหารโรงเรียน และเกิดการส่งต่อความตั้งใจและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนรุ่นน้องต่อไป อันจะเป็นการพัฒนาสังคมในโรงเรียนให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน และสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้แก่สังคมไทยต่อไป”

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

ด้าน คุณโสภณ ราชรักษา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไทยเบฟฯ มีความมุ่งมั่นและตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับเยาวชน โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเรียนรู้ของเยาวชน เพราะการอ่านคือรากฐานสำคัญ ของการเสริมสร้างและพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของเยาวชนในการดำรงชีวิต เป็นการเปิดโลกทัศน์ สร้างจินตนาการ อีกทั้งทำให้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและแนวคิดใหม่ๆ ที่ช่วยต่อยอดทั้งในด้านความรู้ ความคิด และก้าวทันสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กิจกรรมต่างๆ ของโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและรักการอ่านมากยิ่งขึ้น

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

ภายใต้พันธกิจของไทยเบฟฯ ในการสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต (Creating and Sharing the Value of Growth) จึงให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (Connext ED) โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ไทยเบฟฯ มุ่งพัฒนา          3 ทักษะหลัก คือ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการเป็นคนดี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ สามารถดูแลพึ่งพาตนเอง เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้ การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ การเรียนรู้เรื่อง Cyber Security อาชีพในยุคปัจจุบัน ทักษะการทำมาค้าขาย ที่สามารถเชื่อมโยงและสอดแทรกไปสู่เรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งคุณครูและนักเรียนสามารถใช้หนังสือที่โครงการส่งความรู้ สร้างความสุขมอบให้ เป็นเครื่องมือหนึ่งในการต่อยอดและพัฒนาทักษะได้ในอนาคต

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” จะช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้เยาวชนไทยเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตของชาติ”

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ยังคงเดินหน้าพร้อมวางเป้าหมายความสำเร็จของโครงการคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น โดยให้ความสำคัญเรื่องการอ่านเป็นพื้นฐาน เพราะการอ่านจะเป็นพื้นฐานของการรู้หนังสือของนักเรียน คุณครูเองยังได้พัฒนาด้านการเรียนการสอน และมีโอกาสพัฒนาความก้าวหน้าในวิชาชีพ ส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นสื่อประเภทหนังสือ คลิปวิดีโอการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีคุณภาพ หลากหลาย เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน

โครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข

สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” รวมทั้งภาพกิจกรรมจากโครงการ บทความและเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการอ่าน ได้ทาง www.naiin.com


PRAEW ICONIC BEAUTY 2025

เผยมุมมองตัวจริง 4 กรรมการ PRAEW ICONIC BEAUTY 2025 ‘THE ICON OF PERFECTION’

11 ปี ที่เติบโตอย่างสง่างามของ PRAEW ICONIC BEAUTY งานประกาศรางวัลด้านความงามสุดยิ่งใหญ่ที่จับมือกับคนรักสวยก้าวข้ามผ่านเทรนด์ความงามที่ผันเปลี่ยนตามกาลเวลามามากมาย ผ่านโปรดักส์และบริการด้านความงามที่สร้างความประทับใจหลากหลาย เพื่อสาดส่องสปอตไลท์ให้ผลงานอันน่ายกย่องในแวดวงบิวตี้

และนี่คืออีกปีที่ PRAEW ICONIC BEAUTY จะมาเผยผลงานที่ ‘ดีที่สุด’ ผ่านการตัดสินจากมุมมองของ 4 กรรมการ ที่ถือเป็นบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ตัวจริงแห่งวงการ ในคอนเซ็ปท์ ‘THE ICON OF PERFECTION’ และคำตัดสินที่สมบูรณ์แบบไม่มีพลาด

PRAEW ICONIC BEAUTY 2025

พัดชา ศุภนิมิตร @padcha_praewnista

ตัวแทนของแพรวที่อยู่กับโปรเจ็คท์นี้มาตั้งแต่ก้าวแรก พัดชา คือบิวตี้ เอดิเตอร์, มีเดีย, อินฟลูเอนเซอร์ และกรรมการของ PRAEW ICONIC BEAUTY ที่ผ่านประสบการณ์ครบรสแทบทุกรูปแบบในวงการบิวตี้มาตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ เรียกว่าชิ้นลักชัวรีที่สุด ดังที่สุด ดีที่สุด ล้วนผ่านมือเธอมาหมดแล้ว

11 ปี ของพัดชา และ PRAEW ICONIC BEAUTY จึงถือเป็นการเติบโตร่วมกันมาตั้งแต่ยังเป็นสาวน้อยจนกลายเป็นสาวผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เราจงใจหลีกเลี่ยงคำว่า ‘สาวใหญ่’ เพราะเจ้าตัวขู่ว่า คำว่า ‘แก่’ นั้นไม่มีบัญญัติอยู่ในวงการบิวตี้

‘THE ICON OF PERFECTION’ ความสมบูรณ์ที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ

“คอนเซ็ปท์ปีนี้ เราว่าด้วยคำว่า ‘สมบูรณ์แบบ’ ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากนะคะ ในยุคที่ AI สามารถครีเอทภาพออกมาได้สวยเป๊ะเสมือนจริง แต่คนที่รู้เท่าทันจะรู้สึกได้ว่าความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ที่ยึดติดกับ ‘บิวตี้แสตนดาร์ด’ นั้นขาดความน่าตื่นเต้น ดูไร้ชีวิตชีวา และไม่ยูนีค

“คำว่า PERFECTION ที่ PRAEW ICONIC BEAUTY พูดถึง จึงไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบในอุดมคติ แต่เป็นความสมบูรณ์แบบที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของตนเอง พัดชาคิดว่าคนยุคนี้โชคดีที่สุดในเรื่องของความงามเพราะวิวัฒนาการที่ก้าวล้ำของวงการบิวตี้สามารถสร้างสรรค์ทั้งโปรดักส์ นวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ นำพาไปสู่ความงามหรือความอ่อนเยาว์ได้ในระดับที่คาดหวัง จึงเรียกได้ว่าการพัฒนาของวงการความงามทำให้ผู้คนเลือกที่จะ Perfect แค่ไหนก็ได้ในมุมมองของตัวเอง

“งานนี้จึงเหมือนคำขอบคุณให้กับผู้คิดค้นออกแบบนวัตกรรมและบริการด้านความงามเหล่านั้นที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยความตั้งใจ พวกเรา คนรักสวยจึงรู้สึกโชคดีได้แบบนี้ค่ะ”

ทีมกรรมการสุด ‘PERFECT’

“ที่จริง PRAEW ICONIC BEAUTY ผ่านกรรมการที่ทำงานในวงการบิวตี้มาหลากหลายสาขามากนะคะ ที่ผ่านมามีทั้งนักแสดง นางแบบ เมคอัพอาร์ทิสต์ เซเลบริตี้ แต่ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ที่สร้างสรรค์คอนเท้นท์ดีๆ ที่ทั้งสนุกและได้ประโยชน์เยอะมากจริงๆ

“เมื่อต้องฟอร์มทีมที่ทรงพลังที่สุดในสายบิวตี้จึงนึกถึงพวกเขาก่อนใคร อย่างพี่เอ็มที่เราเคยเจอกันมาในปีที่แล้วก็ยังคงฮ็อตต่อเนื่อง แล้วยังได้น้องโดนัท น้องปาร์ตี้มาเสริมทัพ เรียกว่าองค์ความรู้ครบทั้งสายสกินแคร์ เมคอัพ และหัตถการ ต้องขอบคุณทุกท่านจริงๆ ที่แบ่งเวลาจากชีวิตสุดบีซี่ มาทำการบ้านกับโปรดักส์กองเท่าภูเขาที่เรามอบให้เป็นโจทย์ ถ้าได้เห็นการทำงานแล้ว พูดได้เลยว่าทีมนี้แหละ AVENGER แห่งวงการบิวตี้”

ตัดสินอย่างไรให้ ‘PERFECT’

“จากจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างมหาศาล ต้องบอกว่าเราโชคดีมากที่ได้ทีมที่มีความเป็นมืออาชีพ ผลิตภัณฑ์กว่าครึ่งรวมถึงงานหัตถการต่างๆ เป็นสิ่งที่เคยผ่านมือ ผ่านประสบการณ์ของทีมกรรมการของเรามาแล้ว ความยากจึงเบาลงมาก

“แน่นอนว่าเราให้คะแนนแบบลงลึกทั้งเรื่องผลลัพธ์ เนื้อสัมผัส กลิ่น สีสัน แพ็คเกจจิ้งถูกนำมาประมวลผลทั้งหมด แต่ที่เน้นหนักเพิ่มขึ้นมาคือความเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ ฉะนั้นโปรดักส์ที่ใช้ง่ายสะดวกรวดเร็ว หัตถการที่เห็นผลชัด เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น คือสิ่งที่ไลฟ์สไตล์ยุคนี้ต้องการ รวมไปถึงการเป็นที่ยอมรับบอกต่อในโลกโซเชียลมีเดียก็เป็นผลบวกต่อคะแนนด้วย เรียกว่าใครที่คว้าชัยไปต้องเป็นตัวจริงที่โดดเด่นครบในทุกมิติ พวกเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แฟนๆ แค่จดเข้าลิสต์แล้วรอสวยค่ะ”

TOP 3 MOST FAVOURITE ITEMS

  • LAMER THE REJUVENATING NIGHT CREAM ใช้เมื่อไรก็รู้สึกได้ถึงผิวที่อิ่มฟูชุ่มชื้น กลิ่นและเนื้อสัมผัสที่ไม่ต้องมองแบรนด์ก็รู้สึกได้ถึงความลักชัวรี
  • TOM FORD ARCHITECTURE RADIANCE HYDRATING FOUNDATION SPF50+ PA++++ รองพื้นที่ประทับใจที่สุดในปีนี้ ผิวฉ่ำกำลังสวย ปกปิดกำลังดี ถ่ายรูปปังจบในขวดเดียว
  • ANASTASIA BEVERLY HILLS SPICE MINI EYE SHADOW PALETTE ตลับไม่ใหญ่แต่พกไปได้ทุกงาน ด้วยสีสันที่เลือกมาให้ใช้ได้ทั้งงานที่เป็นทางการไปจนถึงปาร์ตี้

PRAEW ICONIC BEAUTY 2025

พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล @pmbeautyguide

ถ้าพูดถึง ‘ครีมแพง’ หลายคนอาจตั้งคำถามถึงความจำเป็น ความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่จะได้รับสำหรับบ้านเราก็ได้ พี่เอ็ม – พิรศุษม์ ปลื้มปิติชัยกุล แห่งเพจ ‘รีวิวครีมแพง’ นี่แหละเป็นตัวแทนตอบทุกคำถาม ด้วยประสบการณ์ในวงการความงามและไลฟ์สไตล์แบบลักชัวรี ทำให้ได้ลองสกินแคร์ระดับท็อปมานับไม่ถ้วน คำตอบจึงอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ตรง บวกกับสายตานักรีวิวที่แม่นยำ

ปีนี้พี่เอ็มจึงกลับมาอีกครั้งในฐานะกรรมการ Praew Iconic Beauty 2025 เป็นปีที่สอง เพื่อทำหน้าที่เฟ้นหาไอเท็มความงามตัวจริงแห่งปี ช่วยเติมสีสันให้การแข่งขันครั้งนี้มีน้ำหนักและมุมมองที่คมชัดกว่าเดิม

ปีนี้เซอร์ไพรส์กว่าที่คิด

“หลายโปรดักต์ที่เข้ารอบในปีนี้เป็นของที่ผมใช้อยู่แล้วและรักมาก ทำให้รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยและไว้ใจได้ มองว่านี่คือความบังเอิญที่น่ายินดี ทำให้การทำหน้าที่กรรมการสนุกยิ่งขึ้น ขอบคุณ แพรว ที่ให้โอกาสอีกครั้งในปีที่ 2 บนเก้าอี้กรรมการ สัญญาว่าจะรักษามาตรฐานเดิมอย่างซื่อตรงและตรงไปตรงมา ผมมองว่าหน้าที่หลักของกรรมการ คือการเลือกโปรดักต์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค จะไม่ทำให้ผู้อ่านผิดหวัง โดยผมยังยึดหลักการทดสอบโปรดักต์ด้วยตัวเองทุกครั้ง และบางครั้งก็ให้น้องในทีมช่วยลองเพื่อให้ได้มุมมองจากหลายสภาพผิวเสริมเข้าไปด้วย”

ความจริงของชื่อ รีวิวครีมแพง

“แม้เพจจะชื่อ รีวิวครีมแพง แต่ผมย้ำว่าแพงไม่ได้หมายความว่าดีที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องเข้ากับผิวและใช้ได้ต่อเนื่องอย่างมีความสุข บางคนใช้มอยส์เจอไรเซอร์ราคาหลักพันก็เห็นผลดีเยี่ยม สำหรับผมเอง ชอบสกินแคร์ที่มี Sensory ดี ทั้งแพ็กเกจ กลิ่น และเนื้อสัมผัส แต่ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป”

โปรดักส์น่าจับตามอง + หัตถการคู่ใจ

“ปีนี้ทุกหมวดบิวตี้แข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะครีมกันแดดและน้ำหอม หลายตัวกลายเป็นฮีโร่โปรดักส์ที่แทนกันไม่ได้ แต่ผมมองว่ากันแดดยังคงน่าจับตามองที่สุด เพราะเมืองไทยร้อนตลอดปี แบรนด์ต่าง ๆ จึงต้องพัฒนาสูตรและเนื้อสัมผัสออกมาตลอด ผู้บริโภคควรเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีส่วนประกอบปลอดภัย และผ่านมาตรฐานรับรอง

“ส่วนตัวผมมองว่าสกินแคร์ช่วยได้เพียงผิวชั้นนอก หากต้องการผลลัพธ์ชัดเจนควรทำควบคู่กับหัตถการที่เหมาะสม เช่น Radiance Plus สารกระตุ้นคอลลาเจนและสารเติมเต็มประเภท Biostimulator รวมถึงหัตถการยกกระชับอื่นๆ เพื่อให้ผิวแน่นเต่งตึงขึ้น เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าการใช้สกินแคร์ราคาแพงเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องทำควบคู่กัน “ครีมก็ต้องทา หมอก็ต้องหา”

“ทุกวันนี้เทคโนโลยีความงามพัฒนาไปเร็วมาก มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงต้องเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง บางตัวลองแล้วไม่เห็นผล เสียดายเงินก็มี แต่บางตัวดีจริงจนประทับใจและทำให้เราดูดีขึ้นเสมอ ซึ่งทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ผมต้องเมนเทนหัตถการทุกปี”

มุมมองต่อความสวยที่ Perfect

“สำหรับผมมุมมองต่อความสวยที่ ‘Perfect’ จริงๆ แล้วไม่มีข้อจำกัด ทุกคนมีเสน่ห์ของตัวเอง การเป็นตัวของตัวเอง ภูมิใจในสิ่งที่เป็น และมั่นใจ สำคัญที่สุด ไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงวิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ ขอแค่มีความสุขกับตัวเองและไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ”

TOP 3 MOST FAVOURITE ITEMS

  • DIOR PRESTIGE LA CRÈME เป็นครีมในกลุ่มลักชัวรีที่ให้ประสบการณ์น่าประทับใจทั้งกลิ่นและเนื้อสัมผัส
  • KIEHL’S RETINOL DAILY SKIN-RENEWING MICRO-DOSE SERUM ได้ใช้แล้วเซอร์ไพรส์จนใช้ยาวต่อเนื่องไม่เปลี่ยน พี่อายุ 40 แล้ว ขาดเรตินอลไม่ได้จริงๆ
  • ELIXIR DAY CARE REVOLUTION SPF50+ PA++++ จากการคัดเลือกโดยยึดสภาพผิวมัน แพ้และเป็นสิวง่าย หากกันแดดที่ใช้ทำให้หน้าหมองหรือสิวขึ้นจะตัดออกทันที สุดท้ายมีตัวนี้แหละที่ชนะใจ

เผยมุมมองตัวจริง 4 กรรมการ PRAEW ICONIC BEAUTY 2025 ‘THE ICON OF PERFECTION’

PRAEW ICONIC BEAUTY 2025

ภญ.ณัฐวดี เลิศจิตติคุณ @donutbeautybrains  

ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ เจ้าของเพจ DonutBeautyBrains ผู้รู้ลึกรู้จริงทั้งความรู้ด้านผิวและความงามแบบจัดเต็ม โดดเด่นด้วยสไตล์การเจาะลึกส่วนผสมและวิเคราะห์สกินแคร์แบบเคลียร์คัท ชัดเจน เห็นภาพ เพื่อให้แฟนๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับปัญหาผิวได้แบบไม่ต้องลังเล จนขึ้นแท่นเป็นคอนเท้นท์น้ำดีของสายบิวตี้ขวัญใจคนสวยฉลาดเลือก

ความงามที่เชื่อถือได้

“โดนัทสร้างเพจ DonutBeautyBrains ขึ้นมา เพื่อให้วิทยาศาสตร์ความงามเป็นเรื่องเข้าใจง่าย และเป็นเครื่องมือช่วยให้ทุกคนเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างชาญฉลาด ด้วยพื้นฐานเภสัชกร โดนัทจึงให้ความสำคัญกับสูตร ส่วนผสม และกลไกการทำงานของผลิตภัณฑ์ มากกว่าราคาหรือกระแส เพราะไม่ว่าราคาแบบไหนก็สามารถมีประสิทธิภาพได้ทั้งคู่

“สิ่งสำคัญคือ โปรดักส์เหล่านั้นจะสามารถทำงานได้ตามที่เคลมจริงไหม และเหมาะกับผิวของเราหรือเปล่า ทุกการสื่อสารของโดนัทจึงเน้นผู้ชมเป็นศูนย์กลาง เพื่อถ่ายทอดข้อมูลที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องเหนื่อยหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเราตั้งใจคัดกรองมาให้ครบถ้วนแล้วค่ะ

“ยากที่สุดของการเป็นบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่การทำให้คนเชื่อในวันนี้ แต่คือการรักษาความเชื่อใจในระยะยาว ซึ่งไม่ได้สร้างด้วยคำพูดสวยๆ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยความรู้จริง ความซื่อสัตย์ และความสม่ำเสมอ เพราะโดนัทเชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่ไม่ควรเป็นแค่ผู้ส่งต่อเทรนด์ แต่ต้องคัดสรรสิ่งดีที่สุดให้ผู้บริโภคบนพื้นฐานของความรู้และประสบการณ์จริง เพราะในโลกที่กระแสมาไวไปไว สิ่งที่จะทำให้ยืนได้อย่างมั่นคง คือ ตัวตนที่แข็งแรงและความน่าเชื่อถือ เราเชื่อแบบนั้น

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือเวลาแฟนๆ กลับมาบอกว่าสิ่งที่เราแนะนำทำให้เขากล้าออกจากบ้าน หรือกล้าหันมามองกระจกด้วยความมั่นใจมากขึ้น เพราะสำหรับโดนัทความงามไม่ใช่แค่เรื่องของผิว แต่คือความรู้สึกที่คนๆ หนึ่งมีต่อตัวเอง ทุกครั้งที่มีข้อความทักบอกว่า ‘ขอบคุณนะคะ เพราะพี่โดนัท ทำให้หนูมั่นใจขึ้นกว่าเดิมมาก’ แค่นี้ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มีคุณค่ามากที่สุดแล้วค่ะ”

ความ ‘PERFECT’ ที่อยากแชร์

“ถ้าให้เลือกส่วนผสมหรือเทคโนโลยีหนึ่งอย่างในโปรดักส์ที่ทำให้กล้าพูดคำว่า Icon of Perfection โดนัทขอยกให้ Lamellar Liquid Crystal Technology เพราะนี่ไม่ใช่แค่การบำรุงทั่วไป แต่คือ ‘ฝาแฝดผิว’ ที่เลียนแบบโครงสร้างไขมันผิว ทำให้สารสำคัญซึมลึก ตรงจุด และคงอยู่ยาวนาน ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่ผิวดูดีชั่วคราว แต่คือการคืนสมดุลให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น และพร้อมรับมือกับทุกปัจจัยทำร้ายผิวได้จริง

“ส่วนในพาร์ทที่สกินแคร์ยังเข้าไม่ถึงโครงสร้างผิวชั้นลึกจะอาศัยหัตถการเข้าช่วย ซึ่งถ้าให้เลือกหนึ่งอย่างที่เข้าใกล้คำว่าเพอร์เฟ็กต์ ขอเลือกหัตถการยกกระชับ เพราะเทคโนโลยีกลุ่มนี้ทำงานบริเวณชั้นโครงสร้าง ช่วยยกและคืนรูปหน้าให้กระชับ สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้น ยิ่งในวันที่เทรนด์ความงามเปลี่ยนเร็ว โดนัทจะชอบการปรับเล็กๆ ที่ช่วยขัดเกลาและยกระดับเราให้เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด โดยยังคงความเป็นตัวเองไว้ครบถ้วนค่ะ”

บทบาทกรรมการครั้งแรกกับ PRAEW ICONIC BEAUTY 2025

“ได้เป็นกรรมการ Iconic Beauty ครั้งแรก รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาเรามักอยู่เบื้องหลังในบทบาทเภสัชกร บิวตี้อินฟลูเอ็นเซอร์ และคนคิดสูตร แต่วันนี้ได้มีโอกาสนำประสบการณ์ตลอดหลายปีมาช่วยกำหนดมาตรฐานความงามร่วมกับคนในวงการ ถือเป็นก้าวสำคัญที่มีความหมายมากสำหรับเราเลยค่ะ

“ส่วนเกณฑ์การให้คะแนนผลิตภัณฑ์ของโดนัทเริ่มจาก โครงสร้างสูตร (Formulation) ว่าส่วนผสม ความเข้มข้น และสัดส่วนถูกออกแบบอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีหลักฐานรองรับจริงหรือไม่ ต่อมาคือ ประสบการณ์การใช้ (Sensorial) และสุดท้ายคือ ประสิทธิภาพจริง (Efficacy) ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว สำหรับโดนัท นี่ไม่ใช่แค่โอกาสอันล้ำค่า แต่คือการได้ร่วมผลักดันและสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับวงการบิวตี้ที่เรารักได้จริงค่ะ”

TOP 3 MOST FAVOURITE ITEMS

  • CLE DE PEAU LE SÉRUM เซรั่มลักชัวรี่ที่ใช้วิทยาศาสตร์รองรับทุกขั้นตอน วิจัยลึกถึงด้าน SKIN INTELLIGENCE ทำให้ผิวฟื้นฟูได้จริงเมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวดูอ่อนกว่าวัยและสุขภาพดีขึ้นชัดเจน
  • SHISEIDO ULTIMUNE POWER INFUSING SERUM เปลี่ยนมุมมองการต้านสัญญาณความชราจาก ANTI-AGING เป็น SLOW AGING ชะลอริ้วรอย โฟกัสไปจนถึงภูมิคุ้มกันผิว
  • SOL DE JANEIRO BRAZILIAN BUM BUM CREAM ผลิตภัณฑ์ไอคอนิกครีมที่รวมศาสตร์และศิลป์ไว้ด้วยกัน ด้วย GUARANÁ EXTRACT กระตุ้นการไหลเวียนและกลุ่ม BUTTER ช่วยผิวนุ่มลื่น และจุดเด่นคือกลิ่น GOURMAND พิสตาชิโอคาราเมล ที่ติดผิวทนนานเหมือนใช้น้ำหอม

PRAEW ICONIC BEAUTY 2025

พิมลรัตน์ ลัภโนปกรณ์ @MS.PARTY

MS.PARTY ‘ปาร์ตี้ – พิมลรัตน์ ลัภโนปกรณ์’ บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์สายเมคอัพที่ฮ็อตต่อเนื่องแบบฉุดไม่อยู่ ด้วยฝีมือการแต่งหน้าสุดละมุนผสานกับความเทสต์ดีทำให้ใครๆ ก็คอยจับจ้องเมคอัพลุคของเธอ การเลือกใช้สีสันและสไตล์ที่ตอบโจทย์คำว่า ‘สวยแพง’ เข้ากับทุกสถานการณ์ ทำให้สายเมคอัพต้องเซฟเธอไว้เป็น Reference รวมไปถึงลีลาการบรรยายแบบบิวด์อารมณ์ ยิ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ Sold Out มานักต่อนัก

สำหรับครั้งแรกของ ปาร์ตี้ กับการเป็นกรรมการด้านความงาม เหล่า follower คงอยากเห็นเช่นกันว่าลีลาจะปังแค่ไหน

เส้นทางบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์

“ปาร์ตี้ชอบการแต่งหน้าตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยความที่มีไอดอลเป็นพี่โมเมและพี่แพรี่พาย จึงนึกสนุกลองทำคลิปสอนเพื่อน ซึ่งพอทำแล้วรู้สึกดีมากๆ ที่ได้แชร์ความรู้ให้คนอื่น บวกกับรู้สึกหลงรักการแต่งหน้า เพราะมีเทคนิคต่างๆ ให้ลองเล่น เมคอัพทำให้หน้าเปลี่ยนได้จริงๆ เหมือนได้สร้างงานศิลปะบนใบหน้าเลยค่ะ

“แม้ปาร์ตี้จะเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ แต่พอค้นพบความชอบของตัวเองในด้านเมคอัพ ก็ตัดสินใจมุ่งไปทางนี้จริงจังด้วยการไปเรียนที่ AOFM (Academy Of Freelance Makeup) ซึ่งเป็นสถาบันเมคอัพอาร์ติสต์อันดับหนึ่งของลอนดอน เพื่อให้มีความรู้แน่นที่สุดมาถ่ายทอดให้คนดู 

“ยากที่สุดในการเป็นบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ยุคนี้ คือเราต้องตามเทรนด์ให้ทัน ต้องรู้จริง และต้องรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองให้คนจดจำ สำหรับปาร์ตี้นี่คือความท้าทายที่สุดบนเส้นทางนี้ค่ะ”

ประเดิมบทบาทกรรมการ

“ปาร์ตี้รู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจมากค่ะ ที่ได้รับเกียรติจาก แพรว ให้เป็นกรรมการ Praew Iconic Beauty 2025 นอกจากนี้ยังรู้สึกดีใจที่ความรักในเรื่องความงามของเราได้รับการยอมรับ และมีความสุขที่ได้แชร์ความรู้ด้านนี้ไปถึงคนที่รักสวยรักงามเหมือนกัน

“การทำหน้าที่ตัดสินโปรดักส์เป็นครั้งแรก ทำให้ปาร์ตี้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้รู้ว่าโปรดักต์บางชิ้นที่คนทั่วไปคิดว่าดี พอใช้จริงแล้วอาจไม่เข้ากับทุกสภาพผิว หรือไม่เวิร์กกับเทคนิคเมคอัพบางอย่าง จึงรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นทุกครั้งที่ได้ทดลองแต่ละโปรดักส์ ต้องยอมรับว่าผลิตภัณฑ์บิวตี้ยุคนี้จัดเต็มคุณภาพได้สูสีกันจริงๆ จนปาร์ตี้แทบอยากให้ทุกชิ้นได้เป็น ‘Icon of Perfection’ ไปเลย อย่างไรก็ตาม หมวดที่สะท้อนความสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับสายเมคอัพอาร์ติสต์อย่างปาร์ตี้ ต้องขอยกให้กับหมวดสกินแคร์ เพราะงานผิวคือทุกสิ่ง ผิวพร้อมเท่ากับเมคอัพปังค่ะ”

เทรนด์ไหนกำลังอิน

“เทรนด์ความงามและโปรดักส์ที่มาแรงต่อไปยาวๆ อย่างแน่นอน คือเทรนด์ผิวโกลว์สวยฉ่ำแบบไม่มัน อย่างที่ย้ำเลยว่าผิวแข็งแรงสุขภาพดี คือจุดเริ่มต้นของลุคที่ชวนมอง เทรนด์ของไอเท็มแบบ Multitask ที่ง่ายและเร็ว ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น รวมถึงการ Personalize เมคอัพตามผิวและสไตล์ของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ด้าน Skincare Tech และ Sustainable Beauty ก็ยังเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองไปอีกยาวค่ะ”

นิยามของความสมบูรณ์แบบ

“สำหรับปาร์ตี้  คำว่า ‘The Icon of Perfection’ คือความงามที่ทุกคนเข้าถึงได้ เริ่มต้นจากผิวสุขภาพดี เมคอัพลงตัว แต่ยังมีความพิเศษและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งล้อไปกับเทรนด์บิวตี้ของคนไทยในยุคนี้ ที่เริ่มกล้าแสดงตัวตนด้วยสีสันและเทคนิคมากขึ้น มีการปรับใช้ลุคจากต่างประเทศ โดยอยู่บนพื้นฐานของการดูแลผิวให้มีสุขภาพดีค่ะ”

TOP 3 MOST FAVOURITE ITEMS

  • BURBERRY BEAUTY BEYOND WEAR PERFECTING MATTE CUSHION SPF 15 เป็นคุชชั่นที่ติดทนมากแบบเช้ายันเย็น ฟินิชชิ่งสวย ใครต้องลุยงานยาวๆ ตลอดวัน แนะนำเลย
  • ANASTASIA BEVERLY HILLS LIP VELVET ปากเบลอฟุ้งดูเจ่อแบบสวยน่าจุ๊บ
  • GUCCI GUILTY LOVE EDITION หอมมากแบบอยากจะกอดตัวเองทุกวัน

T77 Community

คนเมืองผู้รักการใช้ชีวิต แสนสิริ เปลี่ยน T77 Community เป็นรันเวย์แห่งการใช้ชีวิตดี

คนเมืองผู้รักการใช้ชีวิตรวมพลัง! “แสนสิริ” เปลี่ยน T77 Community เป็นรันเวย์แห่งการใช้ชีวิตดี ๆ ปลุกพลังบวกผ่านกิจกรรม “Sansiri Community X Ari Run Club”

 “แสนสิริ” เปลี่ยน T77 Community ให้เป็นเส้นทางวิ่งสุดคูลของเหล่า Urbanista อีกครั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา กับกิจกรรมซิตี้รันสุดชิค “Sansiri Community X Ari Run Club” ที่ “แสนสิริ” สานต่อแคมเปญ“Bridging the Good Life” จับมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง “Ari Run Club” ชวนนักวิ่งผู้มีแพสชัน 35 คน มาจอยกันในคอมมูนิตี้เพื่อการใช้ชีวิตดี ๆ ใจกลางกรุง

ไวบ์ฟีลกู๊ดเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ นักวิ่งทั้ง 35 คนที่ได้รับคัดเลือกมารวมตัวกันเพื่อวิ่งไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของ T77 Community เป็นการเติมเต็มเอเนอร์จี้และสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน หลังจากวิ่งเสร็จ ก็ถึงเวลาผ่อนคลายในเซสชัน Cool Down สุดพิเศษ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการรีเฟรชความสดชื่นกับน้ำผลไม้สกัดเย็นจาก “HAUS of Juice” ที่ Sale Gallery ของโครงการ valles HAUS ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ของชาวคอมมูนิตี้

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสำเร็จของการสร้าง Well-Living Community ของแสนสิริ แต่ยังมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้จอยกับกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างแท้จริง พร้อมรับเสื้อดีไซน์พิเศษ Ari X Sansiri Community เป็นที่ระลึกกลับบ้านไปอีกด้วย

แคมเปญ “Bridging the Good Life” ยังมีซีรีส์กิจกรรมดี ๆ ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องให้ชาวเมืองได้มาฟื้นฟูกายใจและสร้างคอมมูนิตี้แห่งความสุขร่วมกันที่ T77 Community รอติดตามกิจกรรมสุดคูลครั้งต่อไปได้เลยที่ www.sansiri.com, Facebook: Sansiri PLC และ Instagram @sansiriplc.

T77 Community

‘ดวงไม่ถูกกับผู้ใหญ่ คนที่กำลังกอดจะไม่ได้ไปต่อ’ ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!! ดวงรายสัปดาห์ 6-12 ตุลาคม 2568

‘ดวงไม่ถูกกับผู้ใหญ่ แม้แต่คนที่กำลังกอดอยู่’

ดวงรายสัปดาห์ 6-12 ตุลาคม 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   ต้องบอกว่าชาวอาทิตย์เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่เดือนใหม่อย่างมีชีวิตชีวา มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีเกณฑ์เดินทางออกต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ไปทำงานหรือติดต่อธุรกิจ จนถึงขยายสาขา โดยเน้นการติดต่อทุกประเภท ไม่ว่าประสานงาน เจรจาไกล่เกลี่ย หรือต่อรอง แต่ใดๆ ก็ตามจะตั้งอยู่บนความคิดเห็นและจินตนาการที่กว้างไกลมาก จนยากที่จะประสานความคิดกับคนอื่นได้อย่างเรียบเนียน เพราะฉะนั้นหากเลือกได้ ควรทำงานของตัวเองดีกว่า   

การเงิน  :  มีโอกาสที่จะได้เงินจากการเดินทางติดต่องานหรือธุรกิจ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่จะเสียเงินกับการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าสังคม ซึ่งหักกลบลบหนี้กันแล้วก็เท่าทุน แต่ก็ระวังจะเดือดร้อนก็ด้วยความใจดีของคุณนี่ล่ะ

ความรัก  :   มีโอกาสได้เดินทางไปฮันนีมูนด้วยกันอีกนะคะ แม้จะเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ตาม แต่รอบนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะบวกงานเข้าไปด้วย ก็เลยจะออกไปในทางนอนปรึกษาเรื่องงานกันมากกว่า คนโสด   มีโอกาสได้พบคนถูกใจจากการเดินทาง คาดว่าจะเป็นผู้ที่ติดต่องานด้วย มีโอกาสสูงมากที่คุณจะสานสัมพันธ์ต่อ

สุขภาพ  :  ต้องระวังการบาดเจ็บจากการเดินทาง ยิ่งหากคุณต้องเดินหรือยืนเยอะ มีโอกาสที่จะปวดเมื่อยขาตั้งแต่สะโพกลงมาสูงมาก นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องระบบการย่อยอาหารที่จะผิดปกติ เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ลมเต็มกระเพาะ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ความปรารถนาที่แรงกล้าของชาวจันทร์ก็ยังต่อเนื่องมาถึงสัปดาห์นี้นะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายเอ็นเทอร์เทน นักร้อง นักดนตรี ศิลปิน ดารา สถานบันเทิงยามค่ำคืน มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7  วันนี้ คุณจะมีโอกาสได้เข้าไปร่วมงานหรือร่วมหุ้นกับผู้หญิง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเพื่อนสนิท ลูก หลาน ญาติพี่น้อง  แต่ถึงอย่างไรช่วงนี้ดวงคุณก็ยังคงไม่ดี เป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาขลุกขลัก มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำเป็นคดีความได้ง่ายๆ  เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจอะไรควรชั่งน้ำหนักให้ดี ดูว่าพวกเธอเหล่านั้นไว้ใจได้มากพอหรือไม่ หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วยยิ่งดี   

การเงิน  :  มีโอกาสที่จะมีเงินเทาๆ เข้ามาให้ใช้อย่างสนุกสนานเลย แต่ก็ยังต้องระวังการค้ำประกันเงินกู้ให้ใคร หรือทำสัญญากู้ยืมเงินแทนบุคคลอื่น มีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับผิดชอบแทนอยู่

ความรัก  :  มีโอกาสที่รักแท้จะแพ้ใกล้ชิดนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่สนิท ประมาณสามีเผลอแล้วเจอกัน คนโสด  ก็เช่นกัน มีโอกาสที่เพื่อนสนิทผู้หญิงจะมีความรู้สึกพิเศษกับคุณ แต่จะดีมาก หากเธอไม่มีแฟนอยู่เป็นตัวเป็นตน

สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้โรคหัวใจเขยิบติดชาร์จเป็นอันดับหนึ่ง สายตาก็ขยับขึ้นมาเป็นอันดับสอง ส่วนโรคขาจร ก็คืออาการที่เป็นผลมาจากการดื่มและเที่ยวกลางคืนติดๆ กัน

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    เป็นไปได้ว่าชาวอังคารจะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความอึดอัด คับข้องใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือการให้บริการคำแนะนำในด้านต่างๆ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สปา ร้านดอกไม้ จนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ถนัด ไม่ชอบ หรือไม่อยากทำ แต่ก็ต้องรับ เพราะติดที่สัญญาทั้งที่เป็นเอกสาร หรือสัญญาใจ ก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ เคลียร์กัน อย่าใจร้อนนะคะ เดี๋ยวจะเสียความสัมพันธ์กัน

การเงิน  :  มีโอกาสโชคดีทางด้านการลงทุน มีเงินเข้าไม่ขาดมือ เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้มีรายจ่ายแบบกระจุกกระจิก ประมาณขนมนมเนย ก็ระวังถูกหลอก ถูกโกงด้วย ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ   

ความรัก  :  ต้องบอกว่า สัปดาห์นี้ชาวอังคารมีความไม่สบายตัวสูง มีความห่วงหน้าพะวงหลังเป็นที่ตั้ง ยิ่งหากอยู่ไกลกันด้วยแล้ว ใจหนึ่งก็เป็นห่วงคู่ครอง กลัวนอกใจ แต่อีกใจก็ห่วงลูกที่บ้านด้วย จะอยู่หรือไปก็ไม่มีความสุข  คนโสด  เช่นกัน แม้คนโสดจะเบาตัว เพราะยังไม่มีพันธะผูกมัดเป็นลายลักษณ์อักษร แต่หนักที่ใจของคุณที่ไม่ยอมตัด ก็ระวังจะเปิดช่องให้เขาหลอกได้นะ

สุขภาพ  :   เป็นช่วงที่คุณจะเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ  เดี๋ยวเป็นนั่นนี่ไม่ได้หยุด  เช่น โรคเลือด ดีซ่าน ไวรัสตับ จนถึงโรคหัวใจ และสายตา ตระกูลต้อก็มาด้วยค่ะ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์นี้ของชาวพุธมีโอกาสเป็นสัปดาห์ใหม่ที่ร้อนแรง มีเกณฑ์ปะทะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายบุญ เช่น จิตอาสาตามมูลนิธิต่างๆ งานสาธารณะประโยชน์ สาธารณกุศล งานที่ปรึกษา จิตวิทยา ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสที่จะปะฉะดะกับผู้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นเจ้านาย หรือลูกค้าอย่างรุนแรง เรียกว่าถึงขั้นที่ทำงานกันต่อไม่ได้ทีเดียว ต้องระวัง ใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกัน    

การเงิน  :   เป็นสัปดาห์บุญของคุณเลยทีเดียว ทั้งช่วยแรงและช่วยเงิน แต่ก็เก็บเงินไว้บ้าง เพราะชาวพุธมีเกณฑ์ใช้เงินก้อนใหญ่กับผู้สูงอายุ   

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะหึงหวง เรียกร้องความสนใจจากคู่ครองมากเป็นพิเศษ จนมีโอกาสที่จะไม่สบอารมณ์ของผู้ใหญ่ในบ้าน กลายเป็นวิวาทะใหญ่โต คนโสด  หากคุณกำลังอยากหาคนกอด ก็เลือกดีๆ เพราะมีเกณฑ์ว่าจะมีปัญหากับผู้ใหญ่ไม่เบาเลย สัปดาห์นี้ชาวพุธไม่ถูกกับผู้ใหญ่นะคะ  

สุขภาพ   :   หากคุณกำลังเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร ก็พึงระวังไว้ให้ดี เพราะสัปดาห์นี้ไขมัน ความดัน เบาหวาน จะดาหน้ากันเข้ามาฉ่ำๆ  ซึ่งจะส่งผลไปที่ข้อเข่า และข้อเท้าที่จะต้องรับน้ำหนักที่มากขึ้น จนมีความเสี่ยงที่จะเดินไม่ไหว  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ต้องบอกชาวพฤหัสบดีเลยว่า ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน หากสัปดาห์ที่แล้วคุณได้รับตำแหน่งใหม่ สัปดาห์นี้ก็สามารถลงจากตำแหน่งนั้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานอยู่ในสายรัฐวิสาหกิจ รัฐบาล ข้าราชการ การเงิน การธนาคาร การแพทย์และสาธารณสุข เพราะมีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้ ใครที่กำลังจะโยกย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ หรือหากกำลังจะเกษียณ มีเกณฑ์ว่าจะไม่ได้ไปต่อ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งคาดหวังอะไรไปก่อน ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเหนือความคาดหมาย

การเงิน  :  มีโอกาสที่การลงทุนหรือกระแสการเงินจะสะดุด เพราะฉะนั้นในรอบสัปดาห์นี้ อย่าหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการมาชักชวนให้ลงทุน เพราะมีโอกาสถูกหลอก เสียเงินก้อนใหญ่เลยทีเดียว

ความรัก  :   หากใครที่กำลังมีปัญหากับความสัมพันธ์อยู่ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจโบกมือลากันอย่างเด็ดขาด หากจะติดก็เรื่องลูกและบริวารในบ้านนี่ล่ะ ที่ยังตกลงกันไม่ได้ คนโสด  อกหักอีกแล้วสิเรา อย่าเพิ่งท้อ เพราะสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีเด็กล้อมหน้าล้อมหลัง

สุขภาพ   :   ต้องเตือนว่า อย่าประมาท เพราะแม้คุณจะเป็นคนแข็งแรง ไม่เคยมีอาการของโรคใดๆ แต่ใช่ว่าจะไม่มี เพราะสัปดาห์นี้มีความเสี่ยงที่โรคเหล่านั้นจะแสดงตัวขึ้นมา จนคุณหวั่นวิตกเลยล่ะ  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์แห่งความเหน็ดเหนื่อยของชาวศุกร์เลยล่ะ เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้ริเริ่มงานหรือธุรกิจใหม่ๆ หรือโยกย้ายหน้าที่การงานไปยังหน่วยงานที่มีความก้าวหน้าขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นงานในทางลับ หรือเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว เช่น นักข่าว งานสืบสวน สอบสวน สายสืบ การพยากรณ์ ฯลฯ ซึ่งต้องแลกกับการทำงานที่เสี่ยงและความรับผิดชอบสูง ซึ่งจะผ่านช่วงทดลองงานไปได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความขยันของคุณอย่างเดียวเลย  

การเงิน  :   ขยันมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสได้เงินมากเท่านั้น แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เช่น ส่วย หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะมีความเสี่ยงที่จะล้มละลายได้ง่ายๆ  

ความรัก :   เป็นสัปดาห์ที่คุณใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า งานก็หนัก เสน่ห์ก็แรง ที่โชคดีกว่านั้นคือ คนใกล้ตัวก็เข้าใจ สนับสนุนส่งเสริมคุณทุกอย่าง ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แล้วคุณก็รักสวยรักงาม แม้งานจะเยอะ แต่ความสวยก็ไม่แผ่ว สายมูก็มาด้วยนะเนี่ย

สุขภาพ  :    จะมาเสียก็เรื่องสุขภาพนี่ล่ะค่ะ เพราะพอคุณทุ่มกับงานจนไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ รับประทานก็น้อย จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ยิ่งความเครียดเป็นอาหารชั้นดีของโรคร้ายเลย ต้องระวัง

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับชาวเสาร์ควรจะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความระวัง ดูหน้าดูหลังให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับราชการ รัฐวิสาหกิจ การเงิน การธนาคาร การแพทย์และสาธารณสุข เพราะมีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้ คุณจะได้เข้าไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ศิลปิน นักแต่งเพลง แต่งบทละคร สถาปนิก ดีไซเนอร์ ฯลฯ ซึ่งคุณจะทำได้ดี ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ จนมีโอกาสที่จะถูกเพื่อนร่วมงานหมั่นไส้ จ้องจะแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่  

การเงิน  :  มีความสุขกับการใช้เงิน แต่ก็อย่าไว้ใจใครมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่มีหลักการ น่าเชื่อถือ เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกโกง เกิดการขัดผลประโยชน์ ทรัพย์สินสูญหาย  

ความรัก  :  ก็ยังมีโอกาสที่คุณจะมีปัญหาเรื่องมือที่สามเข้ามาวุ่นวายกับความรักความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่สงสัย มาให้เห็นเป็นตัวเป็นตนเลย คนโสด มีเสน่ห์ แต่ก็ยังมีโอกาสสูงมากที่คุณจะไปเป็นมือที่สามของเขานะคะ     

สุขภาพ   :  สัปดาห์นี้ต้องระวังในเรื่องลำไส้ กระเพาะอาหาร หากใครเคยเป็นโรคกระเพาะมาแล้ว ระวังจะกลับมา อย่าประมาท เพราะคราวนี้มีความเสี่ยงที่จะต้องไปพบแพทย์

ตี่ลี่เร่อปา

มั่นใจ และสง่างาม ตี่ลี่เร่อปา กับเหตุการณ์ไวรัลกลางโชว์ Dior Spring/Summer 2026

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไวรัลที่ถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียล เมื่อ ตี่ลี่เร่อปา หรือ ดิลราบา ดิลมูรัต นักแสดงและแฟชั่นไอคอนชาวจีน ปรากฏตัวในโชว์ Dior Spring/Summer 2026 พร้อมลุคสุดหรูที่แฝงความอ่อนหวานตามแบบฉบับของแบรนด์ ก่อนที่เหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้น เมื่อส้นรองเท้าของเธอเกิดหักระหว่างเดินเข้างาน

มั่นใจ และสง่างาม ตี่ลี่เร่อปา กับเหตุการณ์ไวรัลกลางโชว์ Dior Spring/Summer 2026

(Photo by Stephane Cardinale – Corbis/Corbis via Getty Images)

แต่ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่สิ่งที่ทำให้แฟน ๆ ทั่วโลกต่างชื่นชมคือ เร่อปายังคงเดินต่อด้วยความมั่นใจและสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอาการสะดุดหรือแสดงสีหน้าเสียอารมณ์แม้แต่น้อย ท่ามกลางแสงแฟลชและกล้องนับร้อยในงานระดับโลก

หลังจากคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ชื่อของเธอขึ้นเทรนด์บน Weibo และ TikTok ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พร้อมเสียงชื่นชมในความนิ่งและความเป็นแฟชั่นไอคอนที่ “ไม่ปล่อยให้รองเท้าหักมาทำให้ลุคพังได้” โดยแฟนๆ ต่างชื่นชมว่าเธอคือ “มืออาชีพตัวจริง”

Cr : Weibo

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อน ที่ชาวเน็ตตั้งคำถามถึง คุณภาพของสินค้าแบรนด์หรู โดยเฉพาะเมื่อรองเท้าที่ใช้ในงานระดับนี้ควรผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด

(Photo by Pascal Le Segretain/Getty Images for Dior)

อย่างไรก็ตาม แม้รองเท้าจะกลายเป็นประเด็น แต่แฟน ๆ จำนวนไม่น้อยยังคงชื่นชมในลุคโดยรวมของเธอในวันนั้น โดย ตี่ลี่เร่อปา ปรากฏตัวใน เดรสโทนพาสเทลฟ้าอ่อน ที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนแต่ทรงพลัง จับคู่กับกระเป๋า Lady Dior สีเหลืองมะนาว ซึ่งช่วยขับความสดใสให้ลุคดูสว่างขึ้น พร้อมทรงผมเกล้ามวยเรียบที่เผยให้เห็นโครงหน้าอันโดดเด่นของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ


New Balance

New Balance รวมพลังผู้หญิงสายแอ็คทีฟ เสริมความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว

New Balance (นิว บาลานซ์) จัดกิจกรรม “Run. Train. Move.” ชวนสาว ๆ สายแอ็คทีฟกว่า 30 คน ทั้งสื่อ อินฟลูเอนเซอร์ และสมาชิก New Balance Run Club มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การออกกำลังกายสุดพิเศษ เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด มหานคร กรุงเทพฯ

New Balance รวมพลังผู้หญิงสายแอ็คทีฟ เสริมความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหวด้วยชุดออกกำลังกายที่พร้อมซัพพอร์ตทุกท่วงท่า

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเคลื่อนไหวไปกับโปรแกรม Heat Full Body Wave Workout ที่เน้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน

ก่อนปิดท้ายด้วยคลาส Mindfulness Cool-down และการแช่ Ice Bath เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างสมดุล ท่ามกลางบรรยากาศริมสระว่ายน้ำสุดไอคอนิกของโรงแรม

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ยังได้สวมใส่ชุดออกกำลังกายจาก นิว บาลานซ์ ที่ผสานเทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะสูงสุดกับดีไซน์ที่โอบรับสรีระอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น

RC Bra สปอร์ตบราที่ออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ตเต็มรูปแบบสำหรับกิจกรรมแรงกระแทกสูงอย่างการวิ่ง ด้วยเทคโนโลยี NB DRY premium fast-drying ช่วยระบายเหงื่อได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตะขอและสายปรับได้ รองรับทุกสรีระ

และ Essential Run Bra สปอร์ตบราสำหรับกิจกรรมเข้มข้นสูง ดีไซน์สวมง่าย พร้อมตะขอหลังปรับกระชับและตะเข็บเนียนนุ่ม ไม่เสียดผิว รวมไปถึง Sleek Pocket High Rise Legging เลกกิ้งขายาวเอวสูง เนื้อผ้ายืดหยุ่น 4 ทิศทาง แนบกระชับและเคลื่อนไหวได้อิสระ พร้อมเทคโนโลยี NB DRY fast-drying ระบายเหงื่ออย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบรองเท้าวิ่ง New Balance Fresh Foam X 880 v15 ที่ผสมผสานความนุ่มสบายและความมั่นคงได้อย่างลงตัว เมื่อแมตช์คู่กับบราและเลกกิ้งของแบรนด์ ยิ่งช่วยเติมเต็มลุคแอ็คทีฟที่ทั้งดูดีและเคลื่อนไหวได้มั่นใจในทุกจังหวะ

กิจกรรม Run. Train. Move. ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า นิว บาลานซ์ คือพาร์ตเนอร์ที่อยู่เคียงข้างในทุกจังหวะของการเคลื่อนไหว เติมเต็มความมั่นใจและพลังผ่านดีไซน์ที่ยืดหยุ่น ซัพพอร์ต และสวมใส่สบายอย่างแท้จริง พิเศษ! เมื่อซื้อบราหรือเลกกิ้งจาก นิว บาลานซ์ ชิ้นใดก็ได้ในราคาเต็ม 1 ชิ้น รับฟรีกระเป๋า New Balance Pouch สุดเอ็กซ์คลูซีฟ มูลค่า 659 บาท 1 ชิ้น ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 ต.ค. 68 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด


RAVA Beach Club สนุกริมทะเล พร้อมความหรูแบบมีสไตล์ บนชายหาดบางเทาที่สวยที่สุดของภูเก็ต

บินสบายๆ กับสายการบิน บางกอก แอร์เวย์ มาภูเก็ต ก็พบ “บีชคลับ” ที่ครบทั้งวิวทะเลสุดสายตา อาหารระดับพรีเมียม และบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ตั้งแต่เที่ยงวันถึงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งชื่อที่ทุกคนต้องพูดถึงตอนนี้คือ RAVA Beach Club ที่ตั้งอยู่บน หาดบางเทา ภายในโครงการ Laguna Phuket

RAVA Beach Club สนุกริมทะเล พร้อมความหรูแบบมีสไตล์ บนชายหาดบางเทาที่สวยที่สุดของภูเก็ต

ปัจจุบัน RAVA Beach Club คือ บีชคลับขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ถึง 3 แห่ง และการดีไซน์ที่กลมกลืนกับธรรมชาติของทะเลอันดามัน

โดยคำว่า “RAVA” หมายถึง เสียงสะท้อน ซึ่งสื่อถึงจิตวิญญาณของที่นี่อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงคลื่น เสียงดนตรี และเสียงหัวเราะของผู้คนที่มารวมตัวกัน สร้างจังหวะของชีวิตที่ทั้งผ่อนคลายและเปี่ยมพลังในคราวเดียวกัน ซึ่งที่นี่แบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน

YOUNG & FUN  โซนแห่งความสนุกและแสงแดด

โซนที่ถือเป็นหัวใจของ RAVA คือ Young & Fun Zone พื้นที่ที่รายล้อมด้วยเตียงอาบแดดกลางแจ้งกว่า 180 ที่นั่ง และสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ทั้งสามบ่อ ที่เปิดรับวิวทะเลเต็มตา

เสียงเพลงจากดีเจและจังหวะเพอร์คัสชั่นสดเพิ่มชีวิตชีวาให้บรรยากาศดู “บีชโซเชียล” ขึ้นอีกระดับ เหมาะทั้งสำหรับคนที่อยากนั่งจิบค็อกเทลท่ามกลางแดดอุ่น หรือจะลงไปแช่น้ำฟังเพลงคลอเบา ๆ ก็ได้ฟีลชิลแบบเมดิเตอร์เรเนียนสุด ๆ

MASTER GRILL  ห้องครัวเปิดกลางบีชคลับที่อบอุ่นเหมือนบ้านริมทะเล

บริเวณโซนรับประทานอาหารของ RAVA ถูกออกแบบเป็น Open Kitchen ขนาดใหญ่ ที่ให้แขกได้เห็นทุกขั้นตอนของการปรุงอาหารจากเตาย่างถ่าน กลิ่นหอมของเนื้อย่างและซีฟู้ดสด ๆ ลอยมาตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป

เมนูที่นี่คือการผสมผสานระหว่างความเป็นไฟน์ไดนิ่งกับบีชสไตล์แบบออสเตรเลียน ภายใต้การดูแลของ เชฟโจชัว เกรย์ (Joshua Gray) ผู้มีประสบการณ์กว่า 15 ปีในวงการอาหารระดับแนวหน้าในออสเตรเลีย ทุกจานมีความ “พอดี” ทั้งในรสชาติและอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น วากิวดรายเอจ สเต๊กโทมาฮอว์ก ปูเส้นหมึกดำซอส XO หรือ ปลากะพงถ่านทั้งตัว ที่หอมละมุนไปด้วยเทคนิคการปรุงด้วยไฟอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟ

โซนนี้รองรับแขกได้กว่า 140 ที่นั่ง ทั้งโซนกลางแจ้งและห้องปรับอากาศ เหมาะสำหรับดินเนอร์ริมทะเลที่ทั้งอบอุ่นและหรูในคราวเดียว

PRESTIGE  โซนเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักพักผ่อนตัวจริง

ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นอีกระดับ Prestige Zone คือคำตอบ พื้นที่นี้สงวนไว้เฉพาะสมาชิกคลับและเจ้าของเรสซิเดนซ์ในโครงการ Laguna Phuket บรรยากาศจึงเงียบสงบและหรูหรา มีทั้งห้องรับประทานอาหารปรับอากาศ ห้องล็อกเกอร์ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ส่วนตัว และเตียงอาบแดดที่เรียงรายไปตามแนวหาด

บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนวิลลาส่วนตัวริมทะเล เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบมีระดับหรือฉลองโอกาสพิเศษกับคนใกล้ชิด

PURA VIDA SUNDAY BRUNCH  มื้อสายที่กลายเป็นงานเฉลิมฉลอง

ทุกวันอาทิตย์ RAVA Beach Club จะเปลี่ยนชายหาดบางเทาให้กลายเป็นเทศกาลแห่งรสชาติ ด้วย “Pura Vida Sunday Brunch” ที่ผสมผสานความอร่อยและความสนุกในบรรยากาศริมทะเล

เริ่มต้นด้วย บาร์ซีฟู้ดสด ๆ อย่างหอยนางรมฝรั่งเศส กุ้งลายเสือ และปูทะเล ต่อด้วย เนื้อย่างถ่านและพาสต้าโฮมเมด ปิดท้ายด้วยมุมขนมหวานสุดละเมียด ตั้งแต่ทีรามิสุไปจนถึงชีสเค้กยูซุ พร้อมบาร์ไอศกรีมให้แต่งเติมได้ตามใจ

บรรยากาศยามบ่ายมักคึกคักด้วยเสียงดีเจและผู้คนที่จิบไวน์อยู่บนเตียงอาบแดด เรียกได้ว่าเป็น “Sunday Ritual” ของทั้งนักท่องเที่ยวและคนภูเก็ตที่รักความมีชีวิตชีวา

WELLBEING & WATER VIBES  พักใจให้ไหลไปตามจังหวะทะเล

นอกจากบรันช์และปาร์ตี้ RAVA ยังมีอีกมุมที่สงบและงดงามไม่แพ้กัน กิจกรรมริมทะเลอย่าง พายแพดเดิลบอร์ด โยคะวันพระจันทร์เต็มดวง หรือซาวด์บาธ ถูกจัดขึ้นเป็นประจำ สำหรับคนที่อยากเติมพลังใจด้วยความสงบและเสียงคลื่น

สำหรับครอบครัว ยังมีโซน Kids Activities ที่เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเล่นสนุกอย่างปลอดภัยท่ามกลางธรรมชาติ

THE BOUTIQUE  ช้อปไอเท็มริมทะเลสุดชิค

ก่อนกลับ อย่าลืมแวะที่ RAVA Boutique ร้านรีเทลสุดเก๋ที่รวมของดีสำหรับสายบีชไว้ครบ ตั้งแต่ชุดว่ายน้ำดีไซน์เฉียบ หมวกสานแฮนด์เมด แว่นกันแดด และของที่ระลึกจาก RAVA ที่ทั้งเก๋และมีเอกลักษณ์

หากใครมาภูเก็ต ต้องอย่าลืมมาแฮงค์เอ้าท์กันที่ RAVA Beach Club จะมาแบบครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน ก็ครบทุกแอคทิวิตี้ อยู่ได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ


ผึ้ง-ณัฐยา บุญภักดี

เส้นทางการต่อสู้ ผึ้ง-ณัฐยา บุญภักดี “มนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง”

กว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา ผึ้ง-ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะ เด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตีแผ่ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายและสังคม การเดินทางของเธอคือการยืนยันความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอนว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง”

ข้อสงสัยเรื่องความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศนําพาให้ ณัฐยา บุญภักดี ออกตามหาคําตอบผ่าน การทํางานกับผู้หญิงที่บาดเจ็บทางชีวิตมากมาย ทั้งถูกล่อลวงไปขายแรงงาน ค้าประเวณี ติดโรค โดนทารุณ ทุบตี ไปจนถึงที่พลาดเป็นแม่วัยรุ่น ปัจจุบันเธอรับผิดชอบงานในตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักสนับสนุนสุขภาวะ เด็ก เยาวชน และครอบครัว สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้ทํางานในประเด็น เรื่องเพศ ผู้หญิง และอื่น ๆ กว่า 30 ปี เพราะเธอเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง

ผึ้ง-ณัฐยา บุญภักดี

ผู้หญิงในกรอบ

“เราโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างติดกรอบเรื่องเพศ ความที่เป็นลูกสาวคนโตมีน้องชาย 1 คน ตอนเย็นหลังเลิกเรียนขณะที่เราต้องช่วยแม่ทํางานบ้าน งานครัว ถ้าไม่ทําจะโดนดุ แต่น้องชายได้ไปเล่น เราไม่รู้ว่าสิ่งนี้คือความไม่เท่าเทียมทางเพศ โตมาแบบนั้นจนสะสมเป็นค่าถามในใจว่าทําไมลูกชายกับลูกสาวได้รับการปฏิบัติ ไม่เหมือนกัน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ยินเรื่องเพศ เรื่องผู้หญิง ไม่เคยเรียนทฤษฎี เจนเดอร์หรือสิทธิสตรี แต่สนใจเรื่องราวชีวิตของคนที่ยากลําบากมากกว่า” 

“สมัยนั้นเวลาอยู่บนรถกับพ่อแม่และเห็นคนแก่กับผู้หญิงท้องแก่นั่งซ่อมรองเท้าบนฟุตปาธก็สงสัยว่าทําไมยังต้องทํางานอีก ทําไมชีวิตต้องลําบากขนาดนี้ เคยถามผู้ใหญ่ก็ได้คําตอบประมาณว่าคนเราทําบุญมาไม่เท่ากันบ้าง เป็นเรื่อง ของเวรกรรมบ้าง ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เป็นคําถามที่ค้างอยู่ในใจมาตลอดว่ามี วิธีไหนที่จะช่วยพวกเขาได้ไหม ถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ทางความคิดที่อยากมา ทํางานเพื่อช่วยเหลือคนในสังคมค่ะ”

“ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจึงเลือกเรียนคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชา วิจัยประชากรและอนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อศึกษาสิ่งที่อยากรู้มาตลอด วันหนึ่ง พาคุณยายไปโรงพยาบาลแล้วได้เจอกับคุณยายท่านหนึ่ง ได้คุยจนถูกคอจึงรู้ว่า ท่านทํางานที่มูลนิธิผู้หญิง และยังเป็นอดีตคณบดีคณะที่เรากําลังเรียนอยู่ อาจารย์ จึงชวนไปทํางานด้วยกัน แต่ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจประเด็นเรื่องผู้หญิง ท่านจึงส่งหนังสือ ให้เล่มหนึ่งชื่อ เรื่องของปราง เป็นไดอะรี่ของผู้หญิงที่อยากตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ จึงเข้าไปอยู่ในแวดวงขายบริการทางเพศ อ่านแล้วรู้สึกว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ ตอนท่าโปรเจ็กต์เพื่อจบปริญญาโทจึงเลือกเรื่องเอดส์ (HIVADS) โรคที่เกิดจากการ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันที่เป็นปัญหายอดฮิตในช่วงนั้น (1993) พอดี”

“ตอนนั้นเวลาสัมภาษณ์เก็บข้อมูลทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าป้องกันโรคนี้ก็ไม่น่ากลัว แต่พอถามกลับไปว่าแล้วทําไมไม่ป้องกัน และวิธีป้องกันที่ดี ที่สุดคืออะไร คําตอบคือใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งสมัยนั้นเป็นเรื่องของผู้ชาย ผู้หญิง จะไม่กล้าพูดหรือหาซื้อด้วยตัวเอง เพราะอาจโดนตีตราจากสังคม ทําให้ชีวิตและ สุขภาพตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถปกป้องดูแลตัวเอง ความที่สังคมไม่เปิดให้ ผู้หญิงได้เรียนรู้หรือพูดถึงเรื่องนี้เลย แต่ผู้ชายกลับสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายอย่าง การดูสื่อต่าง ๆ หรือการพูดคุยกันในวงเพื่อน สมัยก่อนไม่มีหลักสูตรการศึกษา ที่เป็นการเฉพาะหรือเจาะลึกขนาดนั้น ทําให้โอกาสในการเรียนรู้เรื่องเพศหรือเรื่อง บนเตียงของผู้หญิงค่อนข้างน้อย”

ฉะนั้นอํานาจในการตัดสินใจที่จะป้องกันหรือทําให้เกิดเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย อยู่ในมือของผู้ชาย ยังนึกไปถึงบ้านเราเองว่าแม่เรียบร้อยมาก จะกล้าพูดเรื่องนี้ กับพ่อหรือเปล่า ถ้าพ่อไม่อยากใช้ แม่จะมีอํานาจบนเตียงได้จริงๆ เหรอ จึงรู้สึกว่า เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และฉุกคิดในเรื่องของความไม่เท่าเทียมทางเพศจนอยากหา ค่าตอบให้มากขึ้น จึงตัดสินใจไปสมัครงานที่มูลนิธิผู้หญิงค่ะ”

ผึ้ง-ณัฐยา บุญภักดี

อคติทางเพศ

คุณผึ้งเจอคําตอบที่สงสัยตั้งแต่งานแรกที่ทําในมูลนิธิผู้หญิง จากการเป็น นักวิจัยในประเด็นการย้ายถิ่นและการค้ามนุษย์ เพื่อช่วยเหลือหญิงไทยที่ถูกล่อลวง ไปขายบริการและเป็นแรงงานทาสที่ต่างประเทศ “ช่วงนั้นผู้หญิงไทยถูกหลอกเยอะ บอกว่าจะพาไปทํางานเป็นแม่ครัว ไปทําเกษตรที่ต่างแดน แต่พอไปถึงกลายเป็น งานบริการทางเพศ เหมือนในยุคนี้ที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกคนไปทํางานแล้ว โดนข่มเหงทําร้ายร่างกาย”

“ความที่สังคมไทยมีประเด็นเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศสอดแทรกอยู่ใน ชีวิตประจําวันอย่างแนบเนียน หลายคนจึงอาจเห็นภาพไม่ชัด แต่ความจริงมันส่งผล กระทบเป็นทอด ๆ ต่อภาพรวมใหญ่ของสังคม อย่างเช่น เรื่องการศึกษา เด็กผู้หญิงบางกลุ่มไม่ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพราะถูกคาดหวังให้ทํางานบ้าน มากกว่า และยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะความ ยากจนและค่านิยมที่มองว่าผู้หญิงไม่จําเป็นต้องเรียนมากก็ได้ ทําให้พวกเธอ มีฐานการเงินไม่มั่นคงเมื่อเทียบกับผู้ชาย นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความรุนแรงทางเพศ ผู้หญิงหรือกลุ่มเพศที่ไม่ใช่ชายมักเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดหรือถูกใช้ความรุนแรงจากครอบครัวหรือสังคม โดยที่บางครั้งอาจไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือการสนับสนุนที่เหมาะสมจากระบบกฎหมายเท่าที่ควร จะเห็นได้ว่าเรื่องเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันเสมอ”

“ผู้หญิงมากมายยังต้องหาวิธีเอาตัวรอด หางานทําเพื่อเลี้ยงดูตัวเองหรือครอบครัว แม้การศึกษาไม่สูง แต่คิดว่าถ้าไปทํางานต่างประเทศจะได้ค่าแรงมากกว่า การรับจ้างใช้แรงงานในประเทศ นําไปสู่ปัญหาการถูกล่อลวง งานวิจัยนี้ศึกษาข้อมูล จากผู้ที่ถูกหลอกไปแล้วได้รับความช่วยเหลือกลับมาได้ โดยเราเป็นหน่วยงานที่คอย ช่วยประสานช่วยเหลือผู้หญิงที่ยังออกมาไม่ได้ ความที่ตอนนั้นเรื่องการค้ามนุษย์ เป็นปัญหาระดับโลก เคสส่วนใหญ่ที่เราพบอยู่ในประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น อังกฤษ ซึ่งทางนั้นมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะ พอเขาส่งตัวกลับมาไทย มูลนิธิผู้หญิงเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ช่วยรับเคสมาดูแลทั้งเรื่องคดีความจนถึงการใช้ชีวิต ต่อจากนั้น หรือหากไปอยู่บ้านพักฉุกเฉิน เราก็คอยประสานงานให้ทั้งหมดค่ะ”

“นักวิจัยภาคสนามจะสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเชิงลึก ส่วนเรามีหน้าที่วิเคราะห์ ผ่านเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงนับร้อย ทั้งจากภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้ รวมถึงประวัติของพวกเขาอย่างละเอียด ตั้งแต่ถิ่นฐานการเติบโต การศึกษา การใช้ชีวิต จุดหักเหที่ถูกหลอก กระทั่งได้รับความช่วยเหลือกลับมา ซึ่งเรื่องราว ของแต่ละคนเรียกได้ว่าชีวิตกันสุด ๆ ค่ะ บางทีอ่านแล้วร้องไห้เลย จําได้ไม่ลืมคือเป็นเคสที่อายุเท่าเราตอนนั้น คือประมาณ 25 ปี เป็นคน จังหวัดอุดรธานี ถูกหลอกไปทํางานขายบริการที่เยอรมนี เธออาศัยช่วงที่ป่วยต้องไป หาหมอแอบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกับหมอ ซึ่งระบบการบริการทางการแพทย์ ที่เยอรมนีค่อนข้างดี มีล่ามประจําอยู่ด้วย ทําให้สามารถช่วยเหลือจนได้กลับมา เมื่อ ได้คุยกันก็รู้ว่าเขาอ่านหนังสือไม่ออก ไม่ได้เรียน เพราะบ้านยากจนมาก แต่พยายาม ขวนขวายหาเงินจุนเจือทางบ้านตลอด จนได้เข้ามาเป็นแม่ครัวอยู่ในร้านอาหารที่ กรุงเทพฯ และคนที่หลอกก็คือญาติที่เป็นผู้ชาย เธอแค้นมาก ตัดสินใจดําเนินคดี แม้ทุก 2-3 เดือนจะต้องเข้ากรุงเทพฯเพื่อมาขึ้นศาล กว่าคดีจะสิ้นสุดก็เกือบ 10 ปี กระทั่งเอาผิดญาติคนนั้นได้สําเร็จ เป็นเคสที่เห็นทั้งความพยายามสู้ชีวิต ความกล้า ที่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ปกป้องสิทธิของตัวเองแม้จะมีอุปสรรคมากมาย”

“จากเคสนี้จะเห็นได้ว่าการที่ญาติหลอกลวงและใช้เธอเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ นอกจากจะสะท้อนถึงการละเมิดสิทธิแล้ว ยังสื่อว่าผู้หญิงมักถูกมองว่า เป็นเพศที่อ่อนแอ เมื่อเห็นเรื่องราวเหล่านี้ซ้ํา ๆ ทําให้เราเกิดความรู้มหาศาลทั้งในเรื่อง ของความไม่เสมอภาคระหว่างเพศ ตลอดจนพื้นฐานการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันของ เด็กผู้หญิงและผู้ชายที่ส่งผลต่อการดําเนินชีวิต อย่างเช่น ไม่ได้เรียนหนังสือหรือ เรียนน้อยกว่า ไม่สามารถทดแทนบุญคุณพ่อแม่ได้ด้วยการบวช แต่ต้องทดแทน ด้วยการทําให้พ่อแม่สุขสบาย ทําให้เราได้หันกลับมาเข้าใจในชีวิตตัวเองอีกว่าพ่อแม่ ไม่ได้รักเราน้อยกว่าน้องชาย แต่เราก็เหมือนชีวิตผู้หญิงเหล่านี้ที่ถูกเลี้ยงดูใน ครอบครัวที่ให้คุณค่าและปฏิบัติกับลูกชายหญิงไม่เท่ากัน เรียกว่าความไม่เท่าเทียม ทางเพศนั้นมีอยู่จริงตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิตในแต่ละบ้าน”

ความรู้คือทางออก

“เมื่อคุณผึ้งพบว่าปัญหามีมากมาย ถ้าวิ่งไล่แก้ทีละเคสองยาก เธอจึงสนใจ เรื่องการปลูกฝังความรู้แบบรอบด้านให้ผู้หญิงตั้งแต่วัยรุ่น “ตอนนั้นองค์กรระหว่าง ประเทศ The Population Council มีสํานักงานอยู่ในประเทศไทย เปิดโครงการ วิจัยเกี่ยวกับเรื่องสิทธิพื้นฐานของผู้หญิงและสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ (Reproductive Righta) หลัก ๆ คือเรื่องการทําแห้งหรือการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และ สิทธิในสุขภาพของผู้หญิงประเด็นทีพบมากคือเรื่องการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ยุคนั้นยังไม่มีการแก้ กฎหมายเรื่องการทําแท้ง ทําให้มีคลินิกเถื่อนเยอะ จากการวิจัยพบว่าโดยเฉลี่ย ผู้หญิงไทยมีอัตราการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจและไม่พร้อมประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ บวกกับตอนนั้นเป็นช่วงวิกฤติต้มยํากุ้ง (1997) ผู้คนประสบปัญหาเรื่องเงิน ยิ่งทําให้ ค่าเฉลี่ยเพิ่มมากขึ้น ช่วงนั้นเราต้องไปคลินิกทําแท้งเพื่อสังเกตการณ์ สัมภาษณ์ คนไข้เพื่อเก็บข้อมูลในฐานะนักวิจัย แล้วนําไปจัดทํานโยบายป้องกันต่าง ๆ”

“เคสที่เจอส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น เด็กสุดอายุแค่ 13 – 14 ปี แฟนพามาบ้าง มา คนเดียวบ้าง จนถึงอายุ 30 กว่าก็มี ความจริงตั้งใจมีลูก แต่ต้องทําแท้งเพราะ วิกฤติเศรษฐกิจ ทําให้รายได้ไม่พอ หรืออย่างเคสที่ถูกล่วงละเมิด จะเห็นได้ว่า เหตุผลที่ต้องตัดสินใจเลือกการยุติการตั้งครรภ์มีหลายประเด็น เป็นสิ่งที่ล้วนไม่อยาก ให้เกิด ไม่ใช่สิ่งที่จะตีตราว่าผู้หญิงหรือเด็กเหล่านั้นใจแตก ผิดศีลธรรม”

“เราคอยช่วยประสานงานให้ผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ได้รับการบริการ ทางการแพทย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ก็มีการระดมทุนช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนเงิน ในการรักษาตัว ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้หญิงต้องเสี่ยงไปทําแห้งแบบมีอันตราย” หลังจบโครงการวิจัย คุณผึ้งร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ ผลักดันให้ประเด็น แม่วัยรุ่นได้รับการแก้ไขมากขึ้น เช่น ทําหลักสูตรเพศศึกษารอบด้านกับองค์กร Teenpath ผลักดันให้มีบ้านพักฉุกเฉินทุกจังหวัดสําหรับผู้หญิงท้องไม่พร้อม จนนํา มาสู่ พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559”

“เมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 ประกาศใช้ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็สามารถ ร่วมกันส่งชื่อเพื่อเสนอกฎหมายได้ โดยต้องรวมกันไม่น้อยกว่า 50,000 คน ซึ่งเรา ก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงระดมทุนจัดทําโครงการและรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิในร่างกายของผู้หญิง ซึ่งครอบคลุมหลายเรื่อง ที่สุดแล้วกระทรวง สาธารณสุขรับเป็นเจ้าภาพ จนได้เข้าสู่สภา แต่ก็ไปติดตรงคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องแก้ไขยืดเยื้อเป็น 10 ปี ไม่ผ่าน จนปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นบูมขึ้นมาอีกใน ช่วงปี 2002 ที่สถิติเพิ่มสูงขึ้นมาก มีอัตราการตั้งครรภ์เฉลี่ย 1.2 แสนรายต่อปี หรือประมาณ 380 รายต่อวัน ด้วยค่านิยมที่เปลี่ยนไปและบทบาทของสื่อที่เข้ามา มีอิทธิพลมากขึ้น จนถึงจุดที่รัฐบาลในยุคนั้นต้องโฟกัสอย่างจริงจัง เราจึงหยิบ กฎหมายฉบับนั้นมาปัดฝุ่นใหม่ โดยคัดเลือกเหลือแค่ประเด็นการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จนเกิดเป็น พ.ร.บ.นี้”

“หัวใจของ พ.ร.บ.คือมาตรา 5 ที่กล่าวว่า กลุ่มที่อายุตั้งแต่ 10 – 20 ปี มีสิทธิ์เรียนรู้เรื่องเพศวิถีศึกษาอย่างรอบด้าน รวมถึงการเข้าถึงบริการที่เกี่ยวกับ การคุมกําเนิด การป้องกันการตั้งครรภ์ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อปกป้องผู้หญิงจากปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม นอกจากนี้ก็มีการกําาหนดเรื่อง หลักสูตรเพศศึกษาในโรงเรียนให้ทั่วถึง และต้องมีระบบให้คําแนะนํา ให้คําปรึกษา หากนักเรียนเกิดปัญหานี้ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการศึกษา”

ต้นทางความเท่าเทียม

แม้กฎหมายผ่าน สิ่งทียังต้องเจอคือระบบของสังคมที่ไม่เอื้อให้กฎหมาย ถูกบังคับใช้จริง “ตอนนั้นเราเจออุปสรรคใหญ่ ประเด็นหลัก ๆ คือสังคมไทยมี วัฒนธรรมหลายอย่างทีท่าให้หญิงและชายไม่เท่าเทียมกัน จึงมีคนจํานวนมากที่ไม่ เข้าใจ และก็ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่ไม่เชื่อ ต่อให้มีกฎหมายออกมาแล้ว ก็ยังมี ปัจจัยทางวัฒนธรรมเข้ามาแทรกอยู่ดี อย่างกฎหมายเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ แม้จะ ให้สิทธิกับผู้หญิงในการตัดสินใจ แต่สังคมรอบข้างก็ยังตีตราให้ผู้หญิงคนนั้นผิด ศีลธรรม ทําให้พวกเขาไม่กล้าออกมาให้สิทธิ หรืออย่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการ เปลี่ยนนามสกุลหลังการสมรสที่มีการให้สิทธิผู้หญิงไม่จําเป็นต้องใช้นามสกุล ฝ่ายชายก็ได้ แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าลุกขึ้นมาใช้สิทธินี้ เพราะต้องคํานึงถึงฝั่งสามีด้วยว่าจะมีผลกับความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือเปล่า ฝ่ายชายจะรู้สึกเสียหน้าไหม ซึ่งมันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดการยอมรับและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม”

“ช่วงนั้นทําให้เรารู้สึกหมดไฟ จึงลาออกมาพัก ไปเที่ยวเยียวยาตัวเอง จน ได้พบว่าระบบที่เราอยู่ไม่ได้ผิด แต่มันเหมาะสําหรับการขยับในระดับนโยบาย หาก อยากแก้ปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมที่ต้นตอควรเริ่มทีครอบครัวตั้งแต่เขาเป็น เด็ก ทําให้ในปี 2018 เราตัดสินใจรับตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักสนับสนุนสุขภาวะ เค็ก เยาวชน และครอบครัว”

“ซึ่งก่อนที่จะเข้ามาทํางานเราตั้งโจทย์ไว้ว่าทําอย่างไรให้เด็กที่เกิดมาไม่ถูก ติดป้ายว่าเป็นหญิงหรือชาย ชาติพันธุ์หรือศาสนาใด เพราะเราคิดว่าเด็กทุกคน ควรมีโอกาสในการเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะมีต้นทุน ชีวิตแค่ไหน ก็ไม่ควรถูกบล็อกในความเป็นเพศ พอได้เข้ามาที่นี่ต้องปรับตัวและเรียนรู้เยอะค่ะ เพราะกลุ่มเป้าหมายที่เรารับผิดชอบเปลี่ยนไป จากวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มเด็ก เยาวชน และถอยไปตั้งแต่อยู่ในห้องเลย ฉะนั้นในแง่ของ ความรู้ก็ต้องอัพสกิลของตัวเองเยอะ อย่างเรื่องพัฒนาการของมนุษย์ การส่งเสริม พัฒนาการ หรือการสร้างครอบครัวให้มีศักยภาพในการเลี้ยงดูเด็ก”

“เมื่อดูมิติเศรษฐกิจพบว่ามีเด็กเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ที่ครอบครัวฐานะยากจน ไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ และอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งเรียนรู้ ทําให้ไม่มีโอกาสในการ พัฒนาศักยภาพ เราจึงต้องเข้ามาช่วย เนื่องจากความไม่เท่าเทียมทางเพศไม่ได้เกิดขึ้น แค่ในแง่ของการเลือกปฏิบัติทางสังคมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโอกาสในการพัฒนา ศักยภาพและการเข้าถึงทรัพยากรที่จ่าเป็นสําหรับเด็กทุกคน”

“ซึ่งทาง สสส.ก็ได้จัดทําโครงการส่งเสริมให้ทุกเพศได้รับสิทธิและโอกาสในการ เข้าถึงบริการสุขภาพที่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะในเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ การป้องกัน และรักษาโรคทางเพศสัมพันธ์ และยังมุ่งเน้นในการสนับสนุนให้มีการแบ่งบทบาทในครอบครัวอย่างเท่าเทียม เพื่อไม่ให้ผู้หญิงต้องรับภาระงานบ้านทั้งหมด ส่วนใน ระดับประเทศก็มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนานโยบายและการแก้ไขปัญหาความ ไม่เท่าเทียมทางเพศ โดยทํางานร่วมกับภาครัฐและภาคประชาชน”

“ตอนที่เรามาทํางานทีนี่แรก ๆ มีการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ที่อยากมี ส่วนร่วมทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงกฎกติกาเก่า ๆ โดยการออกไปรวมตัวกันเพื่อ เรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ในการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก ๆ เนื่องจาก สสส.ไม่ใช่หน่วยงานหลักของประเทศ ต้องใช้งบประมาณที่ได้รับค่อนข้างน้อยมาแก้ ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นี่คือโจทย์ที่เราทํางานอยู่ในปัจจุบัน”

“จากการทํางานมาตลอดชีวิตได้เรียนรู้ว่าสภาพของปัญหามีความซับซ้อนมีพลวัตสูง และที่สําคัญคือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและความเชื่อที่ฝังราก ลึกในความคิด ทําให้ไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เด็ดขาด ซึ่งเราก็ต้องอาศัยการทํางาน ต่อไป เพื่อชักชวนให้คนอื่นมองเห็นมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ”

พลังหญิงแกร่ง

“เราพบว่าหลายอย่างยังไม่ได้เปลี่ยน โดยเฉพาะค่านิยมของบทบาทหน้าที่ อย่างเรื่องงานบ้านและงานเลี้ยงเด็กที่ยังไม่ถูกปลดออกจากบ่าของผู้หญิง ดูได้จาก ตามโซเชียลมีเดียจะเห็นกระทู้หรือโพสต์ของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่เรียนหนังสือจบ มีงาน ดีๆ ท้า แต่พอแต่งงานกลับต้องใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านหรือต้องรับภาระทั้งงานนอกบ้าน และในบ้าน แต่ทางฝั่งผู้ชายพอถึงบ้านก็ได้พักผ่อนแล้ว”

“ส่วนเรื่องทีเปลี่ยนไปคือในแง่ของสิทธิทางกฎหมาย อย่างเช่น กฎหมาย สมรสเท่าเทียม การแก้ไขกฎหมายอาญาเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ ตอนนี้ก็คลี่คลาย ไปเยอะ ผู้หญิงเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น รวมถึงบทบาทในหน้าที่การงาน จะเห็นได้ว่าผู้หญิงออกมาทํางานนอกบ้านมากขึ้น ทั้งนักการเมือง ผู้บริหาร และถ้า ให้ดูสถิติทางการศึกษาก็จะพบว่าผู้หญิงยังคงอยู่ในระบบการศึกษาและสามารถ ไปต่อในระดับอุดมศึกษาในสัดส่วนที่มากกว่าผู้ชาย ซึ่งดูเหมือนจะก้าวหน้าในฝั่งนี้มากกว่า แต่พอวกกลับไปเรื่องชีวิต มันยังคงไม่เปลี่ยนค่ะ”

“สิ่งที่อยากให้รัฐบาลผลักดันคือเรื่องทิศทางการพัฒนาประเทศ เราคิดว่า จุดกําเนิดของปัญหาความไม่เท่าเทียมอยู่ตรงนี้ ซึ่งน่าจะเป็นกระดุมเม็ดแรก ถ้า ไม่เริ่มแก้ตรงนี้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในสังคมต่อไป ยิ่งเราได้มาทํางานเกี่ยวกับเด็กยิ่งเห็นภาพชัด อย่างที่เล่าไปว่าส่วนใหญ่เด็กอยู่ในครอบครัวยากจน ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะงานดี ๆ อยู่ในเมืองใหญ่ ไม่ใช่ละแวกบ้าน ฉะนั้นประเทศเรา มีเด็กมากมายที่ไม่มีโอกาสได้เติบโตกับพ่อแม่ และการที่ไม่ได้ถูกพัฒนาศักยภาพ มาตั้งแต่อายุน้อย ๆ ซึ่งถือเป็นวัยสร้างทุนให้กับชีวิต ก็จะส่งผลหนักมากเมื่อเติบโต เป็นผู้ใหญ่”

“ถ้าพัฒนาเศรษฐกิจโดยละทิ้งคุณภาพชีวิตประชาชน มองเห็นทุนมนุษย์เป็น แรงงานที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจ ปัญหาคงยิ่งมีมากในช่วงที่สังคมไทยเป็นสังคมสูงวัย แบบสมบูรณ์ ฉะนั้นควรเปลี่ยนทิศของการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายแรงงาน ทีให้ความสําคัญกับคุณภาพชีวิต ตลอดจนการกระจายทรัพยากรและความเจริญ ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพราะตอนนี้มันกระจุกอยู่แค่ตัวเมืองใหญ่ ๆ หรือกรุงเทพฯ ที่สุดมันจะย้อนกลับมาเป็นระเบิดเวลาของทั้งสังคมค่ะ”

“สุดท้ายนี้สําหรับเหล่าหญิงแกร่งทั้งหลาย เราคิดว่าการเป็นผู้หญิงในยุคใหม่ ต้องรู้เท่าทันว่าการถูกทําให้เป็นผู้หญิงคืออะไร อย่างถ้าให้เราทบทวนก็จะจําภาพ ตอนสมัยเด็กได้ ที่ถูกห้ามไม่ให้ปีนต้นไม้ ไม่ให้เตะฟุตบอล ไม่ให้ทํากิจกรรม โลดโผน เราจึงโตมาเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่มีความกลัว กังวลเรื่องความปลอดภัย ฉะนั้นเราต้องรู้เท่าทัน รู้ตัวอยู่เสมอว่าเราไม่ได้มีความกลัวติดตัวมาตั้งแต่เกิดหรือเกิดมาพร้อมกับความไม่มั่นใจ ถ้าใครจะมาหาอะไรเราก็ต้องมีความมั่นใจ ต้อง กล้าที่จะสู้ ต้องฉลาดรู้”

“จงเป็นตัวของตัวเองในแบบที่ต้องการ ไม่ให้ใครมาตีกรอบชีวิต”


เรื่อง Prince  ภาพ วรสันต์