“ออก้า-นครา ศิลาชัย” แชมป์โลกเจ็ตสกีผู้เติบโตบนเส้นทาง “จิตอาสา”
ในวงการกีฬาเจ็ตสกีของประเทศไทยและระดับโลก ชื่อของ “ออก้า-นครา ศิลาชัย” ลูกชายคนกลางของ “เปิ้ล-นาคร” และ “จูน-กษมา” ได้กลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักกีฬาอายุน้อยที่สร้างปรากฏการณ์และคว้าแชมป์มาครองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ล่าสุดออก้าได้ทำให้คนไทยทึ่งกับการแสดเจ็ตสกีลีลา Fly Cord ขึ้นจากน้ำในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025
3 สัปดาห์แห่งการฝึกซ้อม
คุณพ่อเปิ้ล-นาคร ออกมาเปิดเผยความรู้สึกและเบื้องหลังการแสดงของลูกชายโดยกล่าวว่า “ในภาวะที่กดดันมากมาย 3อาทิตย์ของการฝึกซ้อม ขนาดของบ่อที่ต้องทำการโชว์ ความลึกของน้ำที่ต่ำกว่าการควบคุมของเจ็ทสกีมีเพียง80cmมากว่านี้จะเกินน้ำหนักที่ทางสนามจะรับได้(ความลึกควรเป็น150cmขึ้นไป) การควบคุมดูแลจากผู้จัดและวิศวกรที่ต้องคำนวณกันแบบสุดๆพลาดบ่อแตกระหว่างการแสดงไม่ได้ เพราะมันคือครั้งแรกของโลกสำหรับเจ็ทสกีในอีเว้นท์ระดับชาติแบบนี้ทีมจัดงานทำได้สุดจริงๆ ครั้งแรกของเด็กน้อยอายุเพียง14ขวบ ท่าที่ป๊าออกแบบให้ มีผู้ใหญ่ในประเทศที่จะทำได้เพียงไม่กี่คน ต้องใช้ความแข็งแรงและความชำนาญสูง…เสียงดนตรี เสียงเชียร์ที่โดยเฉพาะต่อหน้าพระพักตร์ ที่ลูกไม่เคยเจอ ที่สำคัญคือกล้าและความตั้งใจที่ลูกและทุกคนต้องทำและผ่านมันไปให้ได้ และในที่สุดลูกและทุกคนก็ทำได้ ที่สุดสำหรับครอบครัวเล็กอย่างเราที่ได้รับโอกาสนี้ภูมิใจมากแล้ว”




เยาวชนต้นแบบผู้ไม่หยุดนิ่ง
ออก้าเริ่มผูกพันกับเจ็ตสกีตั้งแต่วัยเด็ก โดยคุณพ่อคุณแม่เคยเปิดเผยว่าเขาเริ่มขี่ร่วมกับคุณพ่อตั้งแต่อายุ 1 ขวบครึ่ง และเริ่มปล่อยขี่เดี่ยวเมื่ออายุ 3 ขวบ ออก้าลงสนามแข่งขันครั้งแรกที่ประเทศลาวตอนอายุเพียง 6 ปี
แม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรคจากการบาดเจ็บและเสียน้ำตา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บั่นทอนความกล้าหาญของเขาเลย เพราะในที่สุดออก้าก็สามารถเอาชนะใจตนเองและคว้าตำแหน่ง แชมป์โลก ในรายการ JETSKI World Finals ที่สหรัฐอเมริกา ในรุ่นจูเนียร์ (Junior Ski 10-12 Stock) ได้ถึง 2 ปีซ้อน คือ ปี 2022 และ 2023 ทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลกเจ็ตสกีไทยที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น พ่วงมาด้วยรางวัลเกียรติยศอื่น ๆ อีกมากมาย




เติบโตบนเส้นทางจิตอาสาแห่งการให้
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความสำเร็จบนเวทีโลก ออก้ายังถูกปลูกฝังให้เป็น “ผู้ให้” ด้วยการติดตามคุณพ่อเปิ้ล-นาคร ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยเจ็ตสกีทุกปี โดยการใช้ทักษะความเชี่ยวชาญด้านน้ำเพื่อเข้าถึงชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลนี้ คือ บทเรียนนอกตำรา ทำให้ได้สัมผัสความยากลำบากและความเมตตา โดยออก้าลงมือช่วย แพ็คของ ขนของ และร่วมเดินทางไปบริจาค ด้วยตัวเอง ทำให้ครอบครัวศิลาชัยเป็นแบบอย่างของการส่งต่อจิตอาสาจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

