สมองเสื่อม อาการเป็นอย่างไร การวินิจฉัย และการรักษาที่ต้องรู้
สมองเสื่อม วิธีสังเกตอาการที่ไม่ควรละเลย และแนวทางการรักษา

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ป่วยและคนรอบข้าง การเข้าใจอาการ สาเหตุ การวินิจฉัย และแนวทางการรักษา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม เพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถรับมือกับโรคนี้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
สังเกตอาการสมองเสื่อม เป็นอย่างไรบ้าง

สมองเสื่อม ไม่ใช่แค่ความหลงลืมตามปกติเมื่ออายุมากขึ้น แต่ภาวะสมองเสื่อมเป็นภาวะที่การทำงานของสมองถดถอยลงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โดยอาการจะค่อย ๆ เกิดขึ้น และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากหลายด้าน ดังนี้
- หลงลืมง่าย : อาการสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นที่พบบ่อยคือการลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เช่น ลืมเหตุการณ์สำคัญ ลืมชื่อคนใกล้ชิด หรือถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ
- อารมณ์ผันผวน : ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวผิดปกติโดยไม่มีเหตุผล
- บุคลิกเปลี่ยนไป : จากที่เคยเป็นคนร่าเริงหรือเข้ากับคนง่าย อาจกลายเป็นคนเฉยเมย เก็บตัว หรือจากคนใจดีอาจกลายเป็นคนฉุนเฉียว และอาจจะขี้ระแวงมากขึ้น
- เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ยาก : อาการของโรคสมองเสื่อม ผู้ป่วยอาจใช้เวลานานในการทำความเข้าใจข้อมูลใหม่ ๆ หรือไม่สามารถจดจำสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ได้ ทำให้ทำกิจกรรมหรืองานที่ไม่คุ้นเคยได้ลำบาก
- พูดและเขียนได้ไม่คล่อง : อาการโรคสมองเสื่อมที่สังเกตได้ชัดอีกอย่างคือ มีปัญหาในการใช้ภาษา เช่น ใช้คำผิด ลำดับประโยคไม่ถูก หรือนึกคำที่ต้องการพูดไม่เจอ ทำให้สื่อสารได้ยากขึ้น
- ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง : สำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อม การทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้เองอย่างง่ายดาย เช่น แต่งตัว กินข้าว หรือการดูแลตัวเองในบ้าน อาจกลายเป็นเรื่องยาก ต้องมีการช่วยเหลือจากผู้อื่น
- นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน : ผู้ป่วยบางรายอาจมีปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น นอนหลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย ๆ หรือมีอาการเห็นภาพและได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง
หาสาเหตุภาวะสมองเสื่อม เกิดจากอะไรได้บ้าง
ภาวะสมองเสื่อม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความชราเพียงอย่างเดียว แต่เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
- โรคอัลไซเมอร์ : เป็นกลุ่มอาการที่เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้การสื่อสารของระบบประสาทแย่ลง ส่งผลให้ความจำและการเรียนรู้ถดถอยลงเรื่อย ๆ และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
- การได้รับสารพิษหรืออุบัติเหตุทางสมอง : การได้รับสารเคมี แอลกอฮอล์ หรือยาบางชนิดที่ทำลายเซลล์สมอง รวมถึงผู้ที่มีประวัติศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงหรือบ่อยครั้ง ก็อาจมีความเสี่ยงมากขึ้น
- โรคหลอดเลือดสมอง : เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก ทำให้สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร จนเซลล์สมองบางส่วนตาย นอกจากจะทำให้เกิดอาการอ่อนแรง ทรงตัวไม่ดี และพูดไม่ชัดแล้ว ยังนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมในระยะยาวได้
- โรคที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างสมอง : โรคบางโรคที่ส่งผลต่อสมองโดยตรง เช่น ภาวะโพรงน้ำในสมองโต เนื้องอกในสมอง หรือโรคที่ทำให้การทำงานของตับและไตผิดปกติเรื้อรัง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้เช่นกัน
- การติดเชื้อและความผิดปกติของร่างกาย : โรคบางชนิดสามารถส่งผลกระทบต่อสมองได้โดยตรง เช่น การติดเชื้อ HIV ซิฟิลิส หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ รวมถึงภาวะขาดวิตามินบี 12 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้
การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมโดยแพทย์ ทำได้อย่างไร

การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม แพทย์จะทำการประเมินจากหลายด้าน เพื่อระบุสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
- การตรวจร่างกายและซักประวัติ : เริ่มจากการพูดคุยเพื่อสอบถามเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น ซักประวัติสุขภาพของผู้ป่วยและคนในครอบครัว เพื่อให้เข้าใจถึงปัจจัยเสี่ยง จากนั้นจะตรวจร่างกายโดยละเอียด โดยเฉพาะระบบประสาท
- การตรวจสอบศักยภาพของสมอง : ใช้แบบทดสอบเฉพาะทางเพื่อประเมินความสามารถทางสติปัญญา เช่น ความจำ การใช้ภาษา การคิดคำนวณ การรับรู้เวลาและสถานที่ รวมถึงความสามารถในการวางแผนและการตัดสินใจ
- การตรวจภาพสมอง : การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่าง MRI หรือ EEG เพื่อดูโครงสร้างสมองและคลื่นไฟฟ้าสมอง เช่น การฝ่อของสมอง เนื้องอก หรือความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง
- การตรวจเลือด : เพื่อหาความผิดปกติที่อาจเป็นสาเหตุของอาการสมองเสื่อม เช่น ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตับ และไต รวมถึงระดับวิตามินบี 12 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง
- การเจาะน้ำไขสันหลัง : ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาเจาะน้ำไขสันหลัง เพื่อตรวจหาสารบางอย่างที่บ่งชี้ถึงโรคสมองเสื่อมบางชนิด หรือการติดเชื้อที่อาจเป็นสาเหตุ
สมองเสื่อมมีแนวทางการรักษาอย่างไร รักษาแล้วหายขาดไหม
โรคสมองเสื่อม วิธีรักษาจะแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม โดยมีแนวทางหลัก ๆ 2 วิธี ดังนี้
- รักษาตามสาเหตุ หากเกิดจากภาวะที่รักษาได้ ก็จะมุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ที่รักษาด้วยการควบคุมความดัน การใช้ยาต้านไวรัสรักษาอาการติดเชื้อ การปรับสมดุลฮอร์โมนไทรอยด์ หรือการให้วิตามินเสริมกรณีขาดวิตามิน
- รักษาแบบประคับประคอง สำหรับโรคที่ส่งผลต่อภาวะสมองเสื่อมแบบถาวร เช่น อัลไซเมอร์ การรักษาจะมุ่งเน้นที่การชะลออาการและเพิ่มคุณภาพชีวิต ผู้ป่วยอาจใช้ยาเพื่อชะลอการเสื่อมของสมอง ควบคู่ไปกับกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น กิจกรรมฝึกความจำ รวมถึงการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวอย่างใกล้ชิด
สมองเสื่อม เฝ้าระวัง ตรวจพบไว รักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
สมองเสื่อม เป็นภาวะที่การทำงานของสมองถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ความหลงลืมตามวัย โดยมีอาการหลากหลาย เช่น หลงลืมง่าย อารมณ์แปรปรวน และบุคลิกเปลี่ยนไป การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยอาจเป็นการรักษาที่ต้นเหตุหรือดูแลแบบประคับประคองเพื่อชะลออาการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
หากมีอาการน่าสงสัยว่าเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสมองเสื่อม เช่น อาการหลง ๆ ลืม ๆ ในวัยรุ่นหรือในผู้สูงอายุ อย่าละเลย แนะนำให้ไปตรวจได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระราม 9 วินิจฉัยโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเข้ารับการรักษาได้ทันที
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- Facebook : Praram 9 hospital
- Line : @Praram9Hospital
- โทร. 1270