ไม่อยากให้รักเสียหลัก ต้องรู้จักวางแผนการเงิน (ร่วมกัน)

หนุ่มสาววัยทำงานเมื่อคบหาดูใจสักระยะหนึ่งคงหนีไม่พ้นการวางแผนที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในอนาคตด้วยการแต่งงาน ซึ่งการเตรียมตัวเข้าสู่ประตูวิวาห์ของแต่ละคู่ก็ไม่เหมือนกัน บางคู่เก็บหอมรอมริบไว้ใช้เตรียมงานแต่ง ค่าสินสอด ค่าจัดงาน บางคู่วางแผนเพื่อการปลูกเรือนหอและจิปาถะอีกมากมาย แต่ไม่ว่าจะเตรียมตัวในเรื่องไหนก็ต้องมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

วางแผนการเงิน เพื่อความรักจะได้ไม่มีปัญหา

Photo by Viacheslav Bublyk on Unsplash

วันนี้เราจึงเฟ้นหาแนวทางเจ๋งๆ ในการวางแผนการเงินร่วมกันมาฝาก เพื่อให้ทุกคู่รักได้เตรียมพร้อมกันไว้เนิ่นๆ การันตีว่าแค่ทำตามรักของคุณจะไม่สะดุด การเงินของคุณจะไม่เสียหลักอย่างแน่นอน

1. เปิดอกเรื่องการเงิน

เมื่อตกลงที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้วควรจะพูดความจริง อย่าปกปิดเรื่องเงินเด็ดขาด มีรายรับรายจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ควรเปิดอกคุยกัน นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายไปในเรื่องไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน การกิน การเที่ยวก็ต้องนำมาคุยกันให้ครบถ้วน เช่นสาวๆ ชอบเรื่องช้อปปิ้ง หนุ่มๆ ชอบเรื่องแต่งรถ เครื่องเสียง เกมส์ ก็ต้องเปิดเผยตัวเลขให้ชัดเจนว่าเดือนหนึ่งหมดไปเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผนการเงินในแต่ละเดือนร่วมกันใหม่ว่าจะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในส่วนไหนได้บ้าง และที่สำคัญ อย่าลืมทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือนไว้ด้วย และคนที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงินก็ต้องโปร่งใสอัพเดตข้อมูลให้อีกฝ่ายรับรู้อยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความเชื่อใจกัน ถ้าเริ่มตรงข้อนี้ได้เชื่อแน่ว่าอนาคตความรักทางโปร่งโล่งสบายไร้ปัญหาแน่นอนค่ะ

2. เปิดบัญชีร่วมกัน

ถึงแม้ว่าต่างคนก็ต่างมีบัญชีเงินออมของแต่ละคนอยู่แล้ว แต่เมื่อตกลงที่จะลงหลักปักฐานร่วมกันควรมีบัญชีเงินฝากร่วมกันหนึ่งบัญชีและต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าบัญชีนี้จะนำไปใช้อะไร เช่น เป็นเงินสินสอด ค่าจัดงาน ซื้อบ้าน เก็บเงินเพื่อลงทุนธุรกิจร่วมกันในอนาคต ต้องสื่อสารกันให้ชัดเจนและเป็นนิสัย เพราะยิ่งพูดคุยกันมากปัญหาในการใช้จ่ายและปัญหาอื่นๆ จะลดลงทันที ที่สำคัญจะเปิดบัญชีในนามบุคคลเดียว หรือใช้ชื่อในบัญชีร่วมกัน ต้องตกลงร่วมกันให้ชัดเจน ด้วยความเต็มใจ และต้องใช้ความเชื่อใจของอีกฝ่ายมากด้วยในกรณีที่เปิดบัญชีในนามบุคคลเดียว ทางเดียวที่จะไม่ให้เกิดปัญหาคือต้องพูดความจริง และโปร่งใสไม่หมกเม็ดกันนะคะ

Photo by Sandy Millar on Unsplash

3. วางแผนสำรองล่วงหน้า

แผนสำรองที่ว่าไม่ใช่แค่เรื่องค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงเมื่อมีเจ้าตัวน้อยในอนาคตด้วยว่าจะบริหารการเงินอย่างไร เพราะเมื่อมีลูกค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลย ยิ่งสมัยนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก ต้องคิดเผื่อถึงตอนนั้นเลย ทางดีที่สุดคือควรเก็บเงินส่วนนี้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือแม้แต่กระทั่งหากเกิดการหย่าร้างกันขึ้นมาสินสมรสจะแบ่งกันอย่างไร หนี้สินต้องชำระหนี้ตรงไหนบ้าง ค่าเลี้ยงดูต่อเดือนจำนวนเท่าไหร่ ต้องสื่อสารกันให้ชัดเจนและเข้าใจ

4. ตกลงเรื่องค่าใช้จ่าย

รายได้ของแต่ละคนต่อเดือนไม่เท่ากันอยู่แล้ว ดังนั้นความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายก็ไม่เท่ากันด้วย ยิ่งถ้าผู้หญิงมีรายได้มากกว่าผู้ชาย ควรที่จะต้องพูดจาถนอมความรู้สึกของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีความเป็นผู้นำ และการที่มีรายได้มากกว่าไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบมากกว่าเสมอไป ควรแบ่งเบาไปตามกำลังและความถนัดในการแบกรับค่าใช้จ่ายไป

5. เตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลง

คู่รักที่แต่งงานกันมานานย่อมมีการไม่เข้าใจ กระทบกระทั่งกันบ้าง จากที่เคยพูดคุย ก็ไม่ค่อยพูด อย่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน ยิ่งต้องพูดคุยด้วยกันเยอะๆ โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่าปล่อยให้คาใจและสร้างปัญหาตามมา เงินเก็บร่วมกันควรมีเป้าหมายในแต่ละปีว่าเงินก้อนที่เก็บร่วมกันมาจะเอาไปทำอะไร อย่าตามใจอีกฝ่ายมากจนรู้สึกว่าตนโดนเอาเปรียบ และควรที่จะนำเงินส่วนหนึ่งไปเที่ยวเพื่อเติมความรักไม่ให้จืดชืดร่วมกันบ้าง เช่นไปต่างประเทศปีละครั้งก็ยังดี ถือซะว่าเป็นโบนัสให้กับชีวิตคู่ก็แล้วกันค่ะ

และอย่าลืมคิดเผื่อและกันเงินส่วนหนึ่งไว้ในยามที่มีใครคนใดคนหนึ่งตกงานหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่มีรายได้ตามมา เพราะอย่าลืมว่ารายจ่ายมีทุกเดือนนะคะ

 

 

3 เหตุผลที่ไม่ควรละเลยการบำรุงผิวด้วยเซรั่ม!! แนะ UltraV Idebenone Ampoule สตัฟฟ์ความอ่อนเยาว์

เดี๋ยวนี้สาวๆ ทั้งหลายไม่ต้องรอให้อายุก้าวเข้าเลขสาม แล้วค่อยลงทุนหาสกินแคร์ดีๆ มาบำรุงเบ้าหน้าหวังกอบกู้ผิวสวยที่ถูกริ้วรอยจู่โจมแล้วนะคะ แค่อายุ 25 ปีขึ้นไป ก็ควรหันให้ความสำคัญเรื่องการบำรุงผิวที่ถูกขั้นตอนได้แล้ว เพราะสิ่งเร้ารอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีต่างๆ มากมายมาประทินโฉม  การทำงานรวมถึงการเม้าส์มอยชิดแชทอยู่แต่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือซะเป็นส่วนใหญ่ แบบไม่ได้หายใจหายคอหาเวลาสูดอากาศบริสุทธิ์กันบ้างเลยนั้น หรือแม้กระทั่งมลภาวะ สภาพอากาศก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด ล้วนส่งผลในการทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

และอีกประการหนึ่งคือ สาวๆ มองข้ามขั้นตอนการบำรุงผิวไป บางคนเชื่อว่าแค่ใช้แค่ครีมบำรุงหน้าทุกวันเช้าและเย็นอย่างเดียวก็พอแล้ว ซึ่งบอกเลยว่าสาวๆ กำลังเข้าใจผิดอยู่ เพราะว่าก่อนขั้นตอนการลงครีมบำรุงผิวหน้า ควรบำรุงด้วยเซรั่มก่อน ก็เพราะว่า…

  1. เนื้อสัมผัสบางเบา
    เนื้อเซรั่มมักจะมาในรูปแบบของน้ำหรือเจล มีโมเลกุลเล็กกว่ามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ มีส่วนผสมออกฤทธิ์แก่ผิวได้เต็มที่ จึงสามารถซึมซาบลงไปในชั้นผิวได้ลึกอย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ  
  2. สารอาหารครบเพื่อผิวสวย
    ภายในเซรั่มประกอบด้วยสารเข้มข้นที่มีประโยชน์ต่อผิวมากกว่าครีมบำรุงทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นวิตามินต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระ มีปริมาณ Active Ingredient ที่เหมาะสม ทำให้ใช้แล้วเห็นผลจริง นอกจากทำให้ผิวอิ่มฟูดูชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยขจัดปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น จุดด่างดำ สีผิวคล้ำ รอยฝ้า กระ และริ้วรอยร่องลึก
  3. สิวไม่ได้แอ้ม
    เพราะเนื้อสัมผัสเหลวเบาหวิวสบายผิวมาก เป็นบำรุงแบบไม่มีอะไรมาอุดตันรูขุมขน จึงไม่ค่อยก่อให้เกิดสิวนั่นเอง

แนะเคล็ดลับการใช้เซรั่มที่ถูกต้อง

  • เซรั่มควรบำรุงด้วยวิธีแตะหรือกดลงบนผิวหน้า ห้ามถูไปถูมาหรือตบแรงๆ นะ พยายามค่อยๆ กดลงผิวอย่างเบามือก็พอถึงแม้ไม่รู้สึกอะไรเพราะเบาบางมาก แต่ขอให้รู้ไว้ว่าสารอาหารวิ่งเข้าสู่ผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องประโคมลงเพิ่มนะจ้ะ
  • เซรั่มไม่สามารถใช้แทนครีมได้นะ ควรใช้เซรั่มก่อนเพราะบำรุงลึกลงในผิว แล้วจึงบำรุงด้วยครีมตามเพื่อรักษาความชุ่มชื่นของผิว โดยการสร้างชั้นป้องกันระหว่างผิวและภายนอก

ถ้าจะให้แนะนำว่าควรใช้เซรั่มอะไรดี ขอชี้เป้าตัวที่เคยลองใช้แล้วเวิร์คล่ะกันนะคะ คือ UltraV Idebenone Ampoule  เซรั่มที่ช่วยเรื่องริ้วรอย และความกระจ่างใส แบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีใต้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Super Powerful Serum ศาสตร์การต่อต้านความแก่ชรา อัดแน่นสารบำรุงถึง 95% โดยการคิดค้นนี้ยังมีสูตรลับทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าไปมากเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ดร.ควอน ฮัน จิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเซลล์ผิวต้นกำเนิด เป็นสูตรความงามที่สมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐอเมริกาให้การรองรับว่าเป็น Idebenone ของแท้ 100% ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น ลดริ้วรอย จุดด่างดำ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ซึ่งทางด้าน คุณกัลยารัตน์ ชุตาทวีสวัสดิ์ (Managing Director Ultra V Thailand) ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า “อุลตร้าวี เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ผลิตจากประเทศเกาหลีใต้ทั้งหมด โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผิวหนัง ดร.ควอน ฮัน จิน เป็นผู้บริหาร รวมทั้งอัดฉีดงบลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 10 ล้าน พร้อมแผนลงทุนในประเทศไทยมี 2 แบบ แผนระยะสั้น  3 ปี จะเพิ่มสินค้า เพิ่มไอเท็ม เพื่อเพิ่มยอดขาย และแผนระยะยาวในอนาคตจะเปิดโรงงานผลิตเอง มองว่าจะมีการเน้นระดมทุนต่างประเทศเพิ่ม ส่วนการจัดตั้งโรงงานเน้นนำเข้าวัตถุดิบแต่นำมาบรรจุภัณฑ์ พร้อมจัดจำหน่ายในไทย รวมทั้งโรงพยาบาลและคลีนิคด้านความงามชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมการันตีว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็น Global จัดจำหน่ายทั่วโลก โดยมี 16 ประเทศให้การยอมรับแล้ว อาทิ Korea, USA, Malaysia, Thailand, Philipines, Indonesia, Singapore, Taiwan, HongKong, China และ Vietnam เป็นต้น ในส่วนของการลงทุนต่างประเทศ มีการใช้งบลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจาก สินค้าจัดอยู่ในอันดับขายดีมากในประเทศเกาหลีใต้”

และมีการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ช่อง ทีวีโฮมช้อปปิ้ง ชื่อ Lotte Home Shopping ในการจำหน่ายอุลตร้าวี เซรั่ม และที่พีคสุดคือ ULTRA V IDEBENONE AMPOULE ทำสถิติในช่อง 16 กล่องทุก 1 วินาที โดยได้ยอดขายกว่า 1 ล้าน US Dollar ต่อ 1 ชั่วโมง ในการออนแอร์ผ่านโฮมช้อปปิ้งดังกล่าว จึงเริ่มมีแผนพัฒนาเข้าโฮมช้อปปิ้งในประเทศไทย โดยจะผนึกกับ True Select ที่มีจานแดง และจานดำ PSI รองรับ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงร่างสัญญา

นับเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มาแรงแถมยังจัดอยู่ในอันดับขายดีมากในเกาหลีใต้อีกด้วย หากสาวๆ สนใจลองหาข้อมูล UltraV Idebenone Ampoule เพิ่มเติมได้ที่ FB : UltraV Thailand และ Line: @ultravthailand

หน้า 7 หลัง 7 ระยะปลอดภัย…จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือเปล่า

“ปลอดภัยป่ะ” เจอคำถามนี้ทีไรเบรคอารมณ์ทุกที แต่ก็เข้าใจนะคะกับความรู้สึกที่หนุ่มๆ อยากสัมผัสเนื้อสาวโดยไม่ใส่ถุง (จะดีหรา?) ซึ่งข้ออ้างการไม่ใส่ถุงมีสารพัด ไม่ต้องยกตัวอย่างคุณๆ ก็คงนึกออก เอาเป็นว่าถ้าจะไม่ใส่ถุงแล้วชัวร์ว่าปลอดโรค ทีนี้ก็เหลืออย่างเดียวว่า อยากปลอดลูกด้วยไหม แต่ถ้าไม่ใส่ถุงและสาวเจ้าไม่กินยาคุมก็คงต้องอาศัยนับวันใน ระยะปลอดภัย ให้ดี แต่ทีนี้สูตรการนับระยะเนี่ย อาจใช้ไม่ได้กับทุกคนนะคะ มาดูกันไหมว่าเขานับกันยังไง แล้วใครบ้างใช้การนับระยะปลอดภัยจะได้ผล

หน้า 7 หลัง 7 แน่ใจหรือไม่ว่าเป็น ระยะปลอดภัย จริงๆ?

ระยะปลอดภัย
Photo by RODNAE Productions from Pexels

สูตรสำเร็จการนับวันปลอดภัยแบบที่คุ้นเคยคือ นับระยะหน้า 7 หลัง 7 โดยระยะหน้า 7 คือก่อนประจำเดือนมา 7 วัน ระยะหลัง 7 คือนับตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนมาไป 7 วัน

ตัวอย่างเช่น เดือนล่าสุดประจำเดือนมาวันที่ 8 แปลว่าระยะปลอดภัยหน้า 7 คือ ตั้งแต่วันที่ 1-7 จากนั้นในวันที่ 8-14 คือระยะปลอดภัยหลัง 7 ซึ่งถ้าไม่มีการจัดเซ็กส์กันในวันที่ประจำเดือนมาก็แปลว่าจะมีวันที่มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยแค่ในระยะปลอดภัยหน้า 7 เท่านั้น แต่ถ้าประจำเดือนมา 4 วัน ก็แปลว่าจะมีวันปลอดภัยในระยะหลังเหลืออีก 3วัน แต่ถ้าคุณคือสาวสุขภาพที่ประจำเดือนมาทีเต็มแม็ก 7 วัน ระยะปลอดภัยหลังเท่ากับศูนย์

มีคำถามขึ้นมาอีกว่า สูตรที่ว่านี้ใช้ได้กับสาวที่ประจำเดือนไม่ตรงรอบได้ไหม คำตอบคือ เสี่ยงคลาดเคลื่อนสูง สูตรที่ว่านี้จึงเหมาะที่จะใช้กับสาวที่มีรอบเดือนเป็นปกติ เสถียร สม่ำเสมอกันทุกรอบ

ระยะปลอดภัย
Photo by RODNAE Productions from Pexels

ตรงกันทุกรอบแปลว่า?

ยกตัวอย่างกันให้เข้าใจอีกนิด ดังนี้ หากในวันที่ 27 กันยายนคือวันแรกที่ประจำเดือนมา ให้คุณกางปฎิทินแล้วเริ่มนับไป 28 วัน (27 กันยายนคือนับ 1) พอนับถึง 28 จะตรงกับวันที่ 24 ตุลาคม แปลว่าวันรุ่งขึ้น (25 ต.ค.) จะเป็นวันที่ประจำเดือนรอบถัดไปจะมา อ่ะ..ลองนับเพื่อความชัวร์อีกนิด โดยนับจากวันที่ 25 ต.ค. ไปอีก 28 วัน จะตรงกับวันที่ 21 ซึ่งถ้าประจำเดือนมาในวันที่ 22 นั่นแปลว่าคุณเป็นคนที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอสามารถใช้สูตรการนับหน้า 7 หลัง 7 ได้ แต่เพื่อความมั่นใจ ขอให้นั่งนับจับสถิติสัก 6 เดือน แล้วค่อยเชื่อในสูตรนี้แบบเต็มหัวใจ

ระยะปลอดภัย
Photo by RODNAE Productions from Pexels

แล้วถ้าคุณไม่ใช่สาวที่มีรอบเดือนเสถียรล่ะ

ขอยกตัวอย่างต่อเนื่องจากตัวอย่างด้านบน หากคุณมีรอบเดือนทุก 28 วันเราจะเรียกว่า เสถียร แต่ถ้าบอกว่า ประจำเดือนมาทุกวันที่ 1 ของเดือน เช่น 1 ม.ค. 1 ก.พ. แบบนี้ไม่เรียกเสถียรนะจ้ะ เพราะอย่าลืมว่าแต่ละเดือนมีวันทั้งหมด 30 วันบ้าง 31 วันบ้าง 28 วันบ้าง ซึ่งหากเป็นแบบนี้เรียกว่าระยะการมีประจำเดือนสั้นบ้างยาวบ้าง มาดามขอแนะนำให้เช็คหาช่วงอันตรายแทน ซึ่งสาวๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจดวันประจำเดือนมาให้เป๊ะแล้วใช้สูตรนี้ค่ะ

ระยะปลอดภัย
Photo by RODNAE Productions from Pexels

“สูตรการนำจำนวนรอบที่สั้นที่สุดและยาวที่สุดจับคู่กัน” เช่นในระยะเวลา 6 รอบเดือนที่จดไว้ คุณมีประจำเดือนในรอบที่สั้นที่สุด คือ 28 วันและรอบที่ยาวที่สุดคือ 31 วัน ก็ให้ “เอารอบสั้นมาลบ 18” นั่นคือ 28-18=10 จากนั้น “เอารอบยาวมาลบ 11” นั่นคือ 31-11=20 ก็จะได้ว่าช่วงวันที่ 10-20 ของเดือนคือช่วงอันตรายที่คุณมีโอกาสท้องสูงจึงควรงดเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยาง (อันนี้ในกรณีที่คุณประจำเดือนมาทุกวันที่ 1 เหมือนในตัวอย่างนะคะ)

เป็นไงคะ ซับซ้อนดีไหม ร่างกายผู้หญิง เอาเข้าจริงๆ มาดามว่าไม่ยากหรอกนะ แค่คุณต้องใส่ใจสุขภาพของตัวเองเสมอและแม้ว่าจะไม่ได้ไปมีเซ็กส์กับใคร แต่การรู้วันที่รอบเดือนมาดีกับตัวเองแน่นอน ส่วนถ้าจะให้ดีกับทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่พร้อมไม่มีถุงยาง ไม่มีเซ็กส์ก็จบนะ หรือถ้าอยากจะมีก็ใช้วิธีอื่นให้บรรลุเป้าแทนการสอดใส่ที่เสี่ยงเหลือเกินดีกว่าไหม

ด้วยความปรารถนาดีต่อชาวโลกตัวน้อยๆ ที่จะบังเอิญเกิดขึ้นมาโดยที่คุณไม่พร้อมหรือแม้แต่ไม่รักกันจริง…โชคดีค่ะทุกคน

เรื่องราวของเซ็กส์ยังมีให้คุณค้นหาอีกมากมาย ตามไปอ่านกันได้เลย

เรื่อง : Madam Hong Hern

ภาพ : pexels.com

อุ่นเครื่องก่อนตัดสินจริงคืนนี้! ปล่อยภาพมิสแกรนด์ 2017 สวมชุดว่ายน้ำอวดรูปร่างสวยเป๊ะ!

#นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์ !! อุ่นเครื่องร้อนๆ ขอเสิร์ฟภาพสาวงามจาก 77 จังหวัด มาอวดโฉมรูปร่างสุดเป๊ะในชุดว่ายน้ำ เพื่อรอช่วงนาทีระทึกในค่ำคืนวันนี้กันอย่างพร้อมเพรียงว่า สาวงามคนไหนกันที่จะคว้าตำแหน่ง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ไปครอง

เป็นปีที่ครึกครื้นและได้รับการพูดถึงมากทีเดียว สำหรับเวทีประกวดสาวงาม มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ที่ล่าสุดแฟนนางงามได้เห็นสาวงามแต่งชุดประจำจังหวัดออกมาพรีเซ้นต์ให้ได้เห็นกันหลากหลายแบบ ซึ่งแต่ละชุดนั้นนอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นกิมมิกแฝงความหมายในแต่ละชุดก็ล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น

และในค่ำคืนวันนี้ 8 กรกฎาคม 2560 ในเวลา 20.30 น. เป็นต้นไป ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่แฟนนางงามหลายคนรอคอย เพราะเป็นวันรอบตัดสินที่คนไทยทั่วประเทศจะได้ทราบกันอย่างพร้อมเพรียงแล้วว่า สาวงามคนไหนจะสามารถคว้าตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 พร้อมมงกุฎมูลค่า 1,200,000 บาท และของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านบาทไปครอง โดยสามารถชมการประกวดแบบเรียลไทม์ได้ที่ Facebook Live : Miss Grand Thailand ซึ่งจะถ่ายทอดสดจากฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ก่อนจะได้ชมบรรยากาศรอบตัดสินจริงในค่ำคืนนี้ แพรวดอทคอม เลยขออุ่นเครื่องกับภาพสาวงาม มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ที่สวมชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำขอบทอง เพื่อเดินอวดโฉมเรียกคะแนนสะสมจากคณะกรรมการก่อนวันตัดสินมาให้ได้ชมกันก่อน งานนี้มีสีสันจากแฟนนางงามที่แห่ถือป้ายไฟและรูปภาพสาวงาม เพื่อมาเชียร์ให้จังหวัดของตัวเองสามารถคว้ามงกุฏและตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 กันอย่างคับคั่งและอบอุ่นด้วย เห็นแล้วก็อดตื่นเต้นที่จะลุ้นสาวงามในค่ำคืนนี้ไปด้วยไม่ได้จริงๆ นะเนี่ย

สีสันกองเชียร์ รอบตัดสินคืนนี้คงเต็มที่ไม่น้อยเลย


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2017

ทลายกฏการแต่งตัว! ‘สู่ขวัญ บูลกุล’ กับการเปลี่ยนลุคเป็นสาวหวานครั้งแรก!

‘สู่ขวัญ บูลกุล’ ออกจากกรอบการแต่งตัว สะท้อนบุคลิก และได้แง่คิดดีๆเพียบ!

‘สู่ขวัญ บูลกุล’ กลับมาแล้วค่า ใครได้ดูคลิปตอนที่ดิฉันไปลองชุดเดรสสไตล์หวานกันบ้างมั้ย ต้องบอกว่าเป็นคลิปล่าสุดที่ผลิตโดยทีมแพรวดอทคอม แม้น้องๆจะให้กำลังใจว่าสวยดี รวมถึงท่านผู้อ่านหลายท่านที่แนะนำให้ลองเปลี่ยนแนวมาแต่งตัวหวานๆดูบ้าง แต่ดิฉันมองตัวเองในกระจกแล้วก็ว่าไม่ค่อยเหมาะอยู่ดี ใส่แล้วรู้สึกจะขัดเขินพอสมควร ก็รู้สึกสนุกสนานกับการได้ลองเสื้อผ้าหวานๆเหล่านั้น เพราะปกติไม่ค่อยได้ใส่ แล้วดิฉันคิดว่าเสื้อผ้าและการแต่งตัวเป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกมากกว่าหน้าตา และบอกเล่าเกี่ยวกับคนคนนั้นโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆเลย

จากที่เคยสงสัยมานานว่าถ้าใส่ขึ้นมาแล้วมันจะเป็นอย่างไร หลายคนคงคิดว่าดิฉันน่าจะชอบแนวนี้ เพราะเห็นเป็นคนหน้าหวาน (คือมีหลายคนบอก ได้ยินบ่อยก็เลยสรุปตามนั้นเลย) เอาจริงๆ การแต่งตัวก็เหมือนเป็นภาษาในการสื่อสารประเภทหนึ่งที่ไม่ได้มาเป็นตัวอักษรหรือเสียง แต่เป็นภาพให้เราเห็น เราวิเคราะห์คนแปลกหน้าว่าเขาน่าจะเป็นใครอย่างไรจากเสื้อผ้าที่สวมใส่

เหมือนเวลาเราจับได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นกับเพื่อนเราตั้งแต่แวบแรกที่เจอกันก็จากชุดที่เขาใส่มา หรือถ้าคุณหลงทาง คุณจะเลือกเดินเข้าไปถามใครระหว่างคนแต่งตัวเรียบๆกับอีกคนแต่งตัวมาแซ่บลืมโลก เสื้อผ้าที่ใส่ทำหน้าที่สื่อสารด้วยตัวมันเองอยู่ตลอดเวลา ทั้งกับคนอื่นและตัวเราเอง คุณเคยเป็นมั้ยคะเวลาที่เบื่อโลก เซ็งชีวิต เราก็อยากแต่งตัวโทรมๆ และต้องโทรมตามระดับความเซ็งในจิตใจ เซ็งมากโทรมมาก เซ็งน้อยโทรมน้อย หรือความวุ่นวายเวลาจะออกเดท คือตื่นเต้นแทบตาย แต่ก็ต้องรักษาเชิงไง ต้องหาชุดที่ดู ‘ปกติ’ ดู ‘ไม่ตื่นเต้น’ แต่ดูสวย ในเวลาเดียวกันแต่งเยอะไปเดี๋ยวเขาจับได้ว่าเราตื่นเต้นอะไรทำนองนี้แหละค่ะ การแต่งตัวสำคัญก็ตรงที่บอกอะไรเราได้มากมายเกี่ยวกับคนคนหนึ่งเพียงแค่เราสังเกต และเมื่อเราเลือกใส่อะไร ก็คล้ายๆเราเลือกจะบอกกับคนรอบข้างว่าเราเป็นใครหรือกำลังอยู่อารมณ์ความรู้สึกไหนได้เหมือนกัน

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ดังดวงประทีปดับแสง (ตอนที่14)

หม่อมเจ้าการวิก กับเหตุการณ์น่าเศร้าอันเป็นวาระสุดท้าย

หม่อมเจ้าการวิก ได้ทรงเล่าถึงเหตุการณ์อันเป็นวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพอย่างน่าเศร้าสะเทือนใจ เพราะในระหว่างที่สงครามโลกกำลังลุกลามมากขึ้น ในหลวงรัชกาลที่ 7 ก็ทรงมีพระอาการประชวรมากขึ้น สุดท้ายก็เสด็จสวรรคตอย่างสงบ

ช่วงปลายปีพ.ศ.2483 นี้เอง พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอาการประชวรด้วยพระโรคพระหทัยเพิ่มมากขึ้น ยิ่งย่างเข้าฤดูหนาวและอากาศชื้น ทำให้พระอาการหอบยิ่งถี่ขึ้น

ในที่สุด พระองค์ทรงตัดสินพระราชหฤทัยเสด็จฯกลับมาประทับยังพระตำหนักคอมพ์ตันเฮ้าส์ (ซึ่งหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯและองค์อื่นๆ รวมทั้งผม ได้เสด็จจากเดวอนกลับมายังตำหนักบริดจ์เฮ้าส์กันล่วงหน้าแล้ว) เพราะทรงพระราชดำริว่า เยอรมันได้เปลี่ยนนโยบายที่จะบุกขึ้นเกาะอังกฤษมาบุกเข้าประเทศสหภาพโซเวียตแทน เหลือแต่ภัยทางอากาศที่อาจจะมีลูกระเบิดมาทิ้งบ้าง แต่โอกาสที่จะตกบนหลังคาพระตำหนักนั้นคงจะน้อย นอกจากจะเป็นเรื่องเลวร้ายจริงๆ ทั้งจะได้ทรงพบแพทย์ที่รักษาพระองค์ได้สะดวกขึ้นด้วย

ในหลวงรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ทรงฉายคู่กันในช่วงประท้บต่างประเทศ

เมื่อเสด็จฯกลับมาประทับที่พระตำหนักแล้ว พระอาการโดยทั่วไปก็ดีขึ้น ประจวบกับเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มผลิใบอ่อนแตกยอดกันเขียวชอุ่ม อากาศสดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใสปลอดโปร่ง อีกทั้งสภาวะสงครามดูจะเบาบางลงบ้าง นอกจากความเป็นอยู่ของคนอังกฤษที่ยังต้องประหยัด มีการแบ่งสันปันส่วนอาหารกัน ช่วงประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2484 มิสเตอร์เครกได้มาเข้าเฝ้าฯ และกราบบังคมทูลว่า พระตำหนักเวนคอร์ต ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจทหารถูกยึดครองเป็นกองบัญชาการอีกแห่งหนึ่งแล้ว

ดังนั้นฝ่ายทหารจึงแจ้งมาเพื่อให้ทรงส่งคนไปเก็บสิ่งของมีค่าในพระตำหนักก่อนที่จะส่งมอบอย่างเป็นทางการต่อไป ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นไปตามพระราชดำริที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่เริ่มเกิดสงครามใหม่ๆ แม้ว่าจะทรงได้รับค่าชดเชยเป็นการตอบแทน แต่ก็คงไม่คุ้มค่ากับความรักความเอาพระราชหฤทัยใส่ของพระองค์ท่านและสมเด็จพระบรมราชินี ที่ทุ่มเทลงไปในการตกแต่งปรับปรุงพระตำหนักจนสวยงาม

เหตุการณ์ในเช้าวันที่ 30 พฤษภาคม ผมมาทราบทีหลังว่า พระเจ้าอยู่หัวตื่นพระบรรทมแต่เช้าตรู่ พระอาการทั่วไปดีมาก พระองค์ท่านมีรับสั่งกับสมเด็จพระบรมราชินีว่า

“วันนี้ฉันรู้สึกสบายมาก ไปเก็บดอกไม้จากบ้าน (เวนคอร์ต) มาดูกันบ้างสิ”

ประมาณแปดนาฬิกาเศษ สมเด็จพระบรมราชินีจึงเสด็จฯออก โดยนายบวยทำหน้าที่ขับรถยนต์พระที่นั่งถวายแทนผม เพราะตอนนั้นผมยังอยู่ที่ตำหนักของหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯ พระเจ้าอยู่หัวซึ่งยังทรงฉลองพระองค์ชุดบรรทมเป็นสนับเพลาแพรและพระภูษาแขนยาว รับสั่งให้นางพยาบาลประจำพระองค์นำไข่ลวกนิ่มๆมาถวาย เสวยเสร็จตรัสชมว่า “อร่อย” และทรงขอพระเขนยมาหนุนพระหนุ (คาง) แล้วทรงหลับพระเนตรนิ่ง…ลึก…และยาวนาน

เกือบเก้านาฬิกา พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯทรงโทรศัพท์ถึงผม ตรัสด้วยเสียงร้อนรนว่า

“รีบมาเถอะ ไม่ดีแล้ว” ผมตกใจรีบขึ้นรถขับมาทันที และพบนางพยาบาลบอกว่า สวรรคตแล้ว! ช่วยไปตามสมเด็จพระบรมราชินีที…

ในหลวงรัชกาลที่ 7และพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ ในวัยหนุ่ม

ความรู้สึกผมวูบใจหาย…บังเอิญมีนายทหารฝรั่งเศสคนหนึ่งที่เป็นพระสหายของพระองค์จิรศักดิ์ฯตั้งแต่ครั้งยังเรียนหนังสือด้วยกันที่สหรัฐอเมริกามาเยี่ยม ผมจึงชวนเขานั่งรถไปตามสมเด็จพระบรมราชินีระหว่างทางเจอตำรวจที่ไหนก็บอกเขาให้ช่วยประกาศสกัดรถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระบรมราชินีไว้ด้วย และทางพระตำหนักนั้นก็ได้ติดต่อให้ตำรวจช่วยสกัดอีกทางหนึ่ง ต่อมาก็สามารถสกัดรถยนต์พระที่นั่งได้ครึ่งทางที่เมืองเมดสโตน (MAIDTONE) เมื่อสมเด็จพระบรมราชินีทรงรับทราบข่าวแล้วก็เสด็จฯกลับทันที

ส่วนผมล่วงหน้าไปถึงพระตำหนักเวนคอร์ต ถามทหารที่ประจำการอยู่ เขาบอกว่าไม่มีผู้หญิงมาเลย ผมคิดว่าการที่สมเด็จพระบรมราชินียังเสด็จฯมาไม่ถึง แสดงว่าทรงทราบข่าวและเสด็จฯกลับแล้ว จึงรีบกลับมา ในใจยังไม่อยากเชื่อข่าวร้ายที่ได้รับ พยายามนึกไปว่าอาจจะเป็นพยาบาลเขาตกใจเลยพูดผิดก็เป็นได้ แล้วยังหวังว่ากลับมาคงได้ยินว่าประทับสบายแล้ว…

เมื่อกลับมาถึง ผมเห็นรถยนต์สีดำคันยาวจอดอยู่ ใจแห้งเหี่ยวจนแทบจะหมดแรง…ผมตัดสินใจขึ้นไปเฝ้าฯสมเด็จพระบรมราชินี กราบพระบาทและกราบบังคมทูลว่า

“ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่ไปไหน ขอเป็นมหาดเล็กต่อไป” ตลอดเวลานั้น สมเด็จพระบรมราชินีทรงควบคุมพระสติอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม ทรงเข้มแข็งเหลือเกิน ท่ามกลางเสียงร่ำไห้รำพันจากผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้น…

ภายหลังสมเด็จพระบรมราชินีรับสั่งว่า ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งวิ่งออกจากพระตำหนักได้สักพักใหญ่ และไปติดหมอกที่ลงปกคลุม ทำให้คนขับรถต้องชะลอแล่นช้าลง พลันพระองค์ท่านก็ทอดพระเนตรเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงยืนขวางหน้าอยู่ ยังรับสั่งว่า “เห็นพิลึกแท้” และทรงรู้สึกสังหรณ์พระราชหฤทัย จนกระทั่งพบตำรวจและแจ้งข่าวให้ทรงทราบ

ความสับสนชุลมุนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ พระตำหนักในวันนั้น ผมรู้สึกว่าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความโศกสลดของทุกองค์และทุกคน เริ่มต้นด้วยการที่ต้องทำเรื่องขออนุญาตต่อทางการอังกฤษที่จะขอเก็บพระบรมศพไว้ที่พระตำหนักเกิน 24 ชั่วโมง เพราะกฎหมายที่นั่นระบุไว้ห้ามเก็บศพผู้เสียชีวิตไว้ในบ้านเกิน 24 ชั่วโมง ซึ่งก็ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ข่าวการสวรรคตแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พระญาติวงศ์บางองค์ คนไทยและชาวต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์รู้จักกับพระองค์ท่าน ต่างเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ ที่บรรทมอย่างสงบสุขชั่วกาลนาน มิต้องทรงเหน็ดเหนื่อยอีกต่อไป…

ตลอดคืนนั้น ผมและพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชซึ่งยังทรงศึกษาอยู่ที่ MARLBOROUGH COLLEGEได้เสด็จมายืนเฝ้าพระบรมศพในห้องพระบรรทมด้วยจวบจนรุ่งสาง

ท้องฟ้าในเช้าวันรุ่งขึ้นถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม ทุกอย่างดูอับเฉาหมองหม่นทั้งที่เป็นวันในฤดูใบไม้ผลิ ทว่าทุกคนในพระตำหนักต่างกำลังเตรียมการครั้งสำคัญ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่พระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วจึงอัญเชิญพระบรมศพในหีบไม้แปดเหลี่ยมแบบฝรั่งขึ้นรถสีดำคันใหญ่ออกจากพระตำหนักไปยังสุสานโกลเดอร์ส กรีน (GOLDERS GREEN) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอนเพื่อถวายพระเพลิง ขณะที่กำลังเคลื่อนพระบรมศพลงจากพระตำหนัก สมเด็จพระบรมราชินีซึ่งประทับทอดพระเนตรอยู่ที่พระแกล (หน้าต่าง) รับสั่งว่า

“เขาเอาไปแล้ว” พร้อมกับทรงพระกันแสง หลังจากที่ทรงอดกลั้นมาตลอด ผมได้แต่กราบพระบาทและกอดพระชงฆ์ไว้ หากนัยน์ตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำที่เอ่อขึ้นมาคลอ…

หีบพระบรมศพถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้บนพระจิตกาธาน (เชิงตะกอน) ภายในโบสถ์เล็กๆ ทุกองค์และทุกๆคน ต่างทยอยกันเดินเข้าไปนั่งเรียงราย ครั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว มิสเตอร์เครกได้ลุกขึ้นยืนกล่าวคำถวายราชสดุดีอย่างสั้นๆเป็นครั้งสุดท้าย

พระราชพิธีถวายพระเพลิงนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการถวายพระเกียรติยศใดๆที่สมกับพระราชอิสริยยศในฐานะอดีตพระมหากษัตริย์ไทยเลย และไม่มีพระราชพิธีทางศาสนาที่จะจัดถวายได้เนื่องจากเวลานั้นในอังกฤษยังไม่มีภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาประจำอยู่ จากนั้นมีดนตรีบรรเลงเมนเดลโซน ไวโอลิน คอนแชร์โต (MENDELSSOHN VIOLIN CONCERTO) ซึ่งเป็นเพลงคลาสสิกที่พระเจ้าอยู่หัวโปรดเป็นพิเศษคลอเบาๆ

ระหว่างนั้นพระองค์วรานนท์ฯ ทรงรู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับกันแสงด้วยเสียงอันดัง ยิ่งทำให้บรรยากาศในที่นั้นโศกเศร้ายิ่งขึ้น

ในหลวงรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพฯ

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯเสด็จฯขึ้นไปถวายบังคมพระบรมศพเป็นพระองค์แรก ตามด้วยพระญาติวงศ์และทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเสร็จแล้วสัปเหร่อได้เข้ามากราบบังคมทูลถามสมเด็จพระบรมราชินีว่า มีพระราชประสงค์ให้เป็นเถ้าหมด หรือให้มีพระบรมอัฐิเหลืออยู่บ้าง ทรงมีรับสั่งตอบว่า ขอให้เหลือเศษอยู่บ้าง จากนั้นเขาเดินกลับขึ้นไปกดสวิตช์อัญเชิญหีบพระบรมศพค่อยๆเคลื่อนตามรางเหล็กเข้าไปในผนังทีละน้อยๆจนลับสายตา ผมรู้สึกใจหาย นับแต่นี้ผมไม่มีวันจะได้เห็นและถวายการรับใช้พระองค์ท่านอีกแล้ว หากจะเหลือก็แต่เพียงพระราชดำรัสต่างๆที่จะยังคงอยู่ในความทรงจำของผมชั่วชีวิต

เสียงกดสวิตช์ดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าทำหน้าที่แปรพระราชสรีรางคารให้เหลือเพียงเถ้าธุลี ไม่ถึง 3 นาที สัปเหร่อเดินลงมากราบบังคมทูลว่า เสด็จฯขึ้นทอดพระเนตรได้ จากนั้นจึงอัญเชิญพระบรมอัฐิบรรจุลงในหีบสำริดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วสมเด็จพระบรมราชินีอัญเชิญขึ้นรถพระที่นั่งเสด็จฯกลับพระตำหนักประดิษฐานไว้ในห้องพระบรรทมเหนือพระเศียรของพระองค์ท่านตลอดมา

ตราบจนกระทั่งถึงวันที่สมเด็จพระบรมราชินีได้อัญเชิญเสด็จฯนิวัตกรุงเทพมหานคร ในยามที่เมืองไทยคลี่คลายจากเมฆหมอกร้ายต่างๆที่คอยคุกคามพระองค์ท่าน ในอีกราว 8 ปีต่อมา…

 

 

 

7 สถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเลสุดโรแมนติก

งานวิวาห์บนหาดทรายขาวที่มีลมเย็นๆ และผืนน้ำสีฟ้าเป็นพยาน แค่นึกถึงภาพนี้ก็คงจะโรแมนติกสุดๆ เราเชื่อเหลือเกินว่า ว่าที่บ่าวสาวหลายคู่อยากได้บรรยากาศริมทะเลสวยๆ แบบนี้ในวันสำคัญของชีวิต และหากคุณกำลังมองหา สถานที่จัดงานแต่งงาน ริมชายหาดอยู่ เรารวบรวมมาให้แล้วค่ะ

 สถานที่จัดงานแต่งงาน, Sala Phuket Resort, งานแต่งงานริมทะเล, beach wedding
สัมผัสบรรยากาศริมทะเล หลากหลายมุมสุดโรแมนติกให้คู่รักเลือกจัดงานวิวาห์

1. Sala Phuket Resort and Spa จ. ภูเก็ต (ราคาเริ่มต้นที่ 85,000 บาท)

ลงใต้สัมผัสบรรยากาศริมทะเล ณ หาดไม้ขาว กับ ศาลา ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่มีหลากหลายมุมสุดโรแมนติกให้คู่รักเลือกจัดงานวิวาห์ ไม่ว่าจะเป็น โซนชายหาดติดทะเล สนามหญ้าริมหาดที่มีทิวต้นสนสวยงาม หรือจะเป็นชั้นดาดฟ้าที่สามารถรองรับแขกได้เต็มที่ 15 คน และมีภาพพระอาทิตย์ตกเป็นแบ็กดรอปที่ธรรมชาติบรรจงสร้างให้

ในส่วนของการจัดเลี้ยง คู่รักสามารถเลือกจัดเลี้ยงได้ทั้งแบบค็อกเทลและซิทดาวน์ดินเนอร์ รองรับแขกได้สูงสุด 50 ท่าน พร้อมแพ็กเกจเมนูอาหาร และเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย รวมถึงเค้กแต่งงาน 1 ชั้นให้กับคู่บ่าวสาว โดยราคาแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 85,000 บาท ทั้งงานแต่งงานแบบไทยและแบบฝรั่ง รวมถึงมีบริการถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อเก็บบรรยากาศงานแต่ง และวงดนตรีบรรเลงเพลงเพราะๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-7633-8888 อีเมล [email protected]

2. NishaVille Resort & Spa จ. ประจวบคีรีขันธ์ (ราคาเริ่มต้นที่ 85,000 บาท)

 สถานที่จัดงานแต่งงาน, NishaVille Resort & Spa, งานแต่งงานริมทะเล, สถานที่จัดงานแต่งงาน, Sala Phuket Resort, งานแต่งงานริมทะเล, beach wedding
สถานที่จัดงานวิวาห์ริมทะเลหัวหิน ท่ามกลางหาดทรายขาว

สถานที่จัดงานวิวาห์ริมทะเลหัวหิน ท่ามกลางหาดทรายขาว ณ NishaVille Resort & Spa ที่จะบันดาลงานแต่งให้คุณได้ทั้งพิธีไทยตามหลักศาสนาพุทธ และพิธีตะวันตกตามหลักศาสนาคริสต์ พร้อมอุปกรณ์และพร้อพส์ประกอบฉากครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเค้กแต่งงาน ตั่งรดน้ำสังข์ ช่อดอกไม้สำหรับเจ้าสาว และอื่นๆ อีกมากมาย โดยพิธีไทยสนนราคาที่ 99,000 บาท และพิธีตะวันตก 85,000 บาท รวมถึงยังมีคลับเฮ้าส์สีขาวที่สามารถจัดเลี้ยงในร่มแต่ยังคงได้บรรยากาศริมทะเล รองรับแขกได้ 120-200 ท่าน

สำหรับคู่รักที่เลือกจัดงานวิวาห์ที่ NishaVille Resort & Spa ทางรีสอร์ทยังมีบริการถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อเก็บบรรยากาศความทรงจำในวันสำคัญของคู่รัก และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2508-5335 อีเมล [email protected]

สถานที่จัดงานแต่งงาน, U Pattaya Hotel, งานแต่งงานริมทะเล
งานแต่งริมทะเลแบบเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ

3. U Pattaya Hotel จ. ชลบุรี (ราคาเริ่มต้นที่ 35,000 บาท)

โรงแรมแห่งใหม่ริมชายหาดนาจอมเทียน ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมง ด้วยภูมิทัศน์สวยงามลงตัวในสไตล์หมู่บ้านชาวประมง เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการงานแต่งริมทะเลแบบเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ โดยโรงแรมยู พัทยาพร้อมเนรมิตงานวิวาห์ริมชายหาดในฝันของคุณ ที่จะสร้างความทรงจำอันงดงามให้คู่บ่าวสาวและแขกที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นพิธีหมั้น พิธีแต่งงาน และปาร์ตี้ มีแพ็คเกจจัดงานแต่งให้เลือกหลากหลาย อาทิ พิธีหมั้นเริ่มต้นที่ 35,000 บาท พิธีแต่งงานแบบคริสต์ 70,000 บาท พิธีแต่งงานแบบพุทธ 90,000 บาท และในแบบอื่นๆ ตามที่คุณใฝ่ฝัน

หากคู่รักอยากได้ภาพพรีเวดดิ้งริมทะเลสวยๆ ทาง U Pattaya Hotel ก็มีแพ็คเกจถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ให้คุณได้เก็บภาพความประทับใจบนชายหาดอันเงียบสงบ ราคาเริ่มต้นเพียง 15,000 บาท สำหรับการใช้สถานที่ 1 วัน รวมห้องซูพีเรียการ์เด้นวิว สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อคุณภาสวรรณ โทร 0-3304-6100 อีเมล [email protected] เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.upattaya.com หรือติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/upattaya

4. Sheraton Hua Hin Resort & Spa จ. ประจวบคีรีขันธ์ (ราคาเริ่มต้นที่ 90,000 บาท)

Sheraton Hua Hin, งานแต่งงานริมทะเล, สถานที่จัดงานแต่งงาน
รีสอร์ทดังริมทะเลหัวหิน พร้อมบริการจัดงานวิวาห์แบบครบครัน

อีกหนึ่งรีสอร์ทดังริมทะเลหัวหินที่จะรังสรรค์วันสำคัญของชีวิตคุณให้ออกมาสวยงาม พร้อมบริการจัดงานวิวาห์แบบครบครัน มีให้เลือกทั้งงานแต่งพิธีไทยและพิธีสากล ราคาแพ็คเกจเริ่มต้นที่ 90,000 บาท สำหรับแขก 30 ท่าน 109,000 บาท สำหรับแขก 60 ท่าน และ 149,000 สำหรับแขก 100 ท่าน โดยทางโรงแรมจะจัดเตรียมอุปกรณ์และการตกแต่งงานให้พร้อมเสร็จสรรพ  รวมถึงห้องฮันนีมูน Ocean Suite 1 คืน สำหรับคู่บ่าว-สาว จำนวน 1 ห้อง แพ็คเกจสปา และยกเว้นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้สถานที่ของรีสอร์ทในการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

ส่วนเรื่องการจัดเลี้ยงก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะที่ Sheraton Hua Hin Resort & Spa  มีแพ็คเกจงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสทั้งแบบค็อกเทล โต๊ะจีน บุฟเฟต์ และซิทดาวน์ดินเนอร์สไตล์ฝรั่ง โดยมีให้เลือก 3 แพ็คเกจ ราคาเริ่มต้นที่ 150,000 บาท และบริการเพิ่มเติมอื่นๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคู่รักอีกมากมาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร: 0-3270-8000 แฟกซ์: 0-3270-8088 อีเมล [email protected] เว็บไซต์ www.sheraton.com/huahin

5. Marrakesh Hua Hin Resort & Spa จ. ประจวบคีรีขันธ์ (ราคาเริ่มต้นที่ 35,000 บาท)

Marrakesh Hua Hin , สถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเล, งานแต่งงานริมทะเล
รีสอร์ทที่ผสมผสานความทันสมัยและความเย้ายวนใจสไตล์โมร็อกโก

หากว่าคุณเป็นคู่รักที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบในเทพนิยายอาหรับราตรี มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa) รีสอร์ทที่ผสมผสานความทันสมัยและความเย้ายวนใจสไตล์โมร็อกโก นำเสนอแพ็คเกจงานวิวาห์แบบ 2 ธีมสุดชิคที่ไม่มีใครเหมือน ได้แก่ ธีม Arabian Night ที่จะเนรมิตงานวิวาห์ หรืองานจัดเลี้ยงระดับลักซ์ชัวรี่ท่ามกลางการตกแต่งราวกับหลงไปในดินแดนเทพนิยายอาหรับราตรีสุดคลาสสิค และธีม Seaventures ที่พร้อมนำทุกท่านออกเดินทางผจญภัยไปในมหาสมุทรกับเหล่านักเดินทางรอบโลกอันแสนหรูหรามีระดับ ในราคาพิเศษเริ่มต้นแพ็คเกจละ 35,000 บาท

มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา ยังมีอีก 4 แพ็คเกจงานแต่งสุดเก๋ให้คุณได้เลือกสรรตามสไตล์ความชอบ ได้แก่ แพ็คเกจ Love at Sea, Journey to the Ocean, Renewal Wedding Vows ที่สามารถรองรับแขกได้ตั้งแต่ 30 ท่านขึ้นไป และงานแต่งงานแบบไทย สามารถรองรับแขกได้ตั้งแต่ 20 ท่านขึ้นไป

นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกคู่รักแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การเตรียมพิธีแต่งงานตามหลักศาสนาพุทธและคริสต์ การตกแต่งสถานที่ ช่อดอกไม้สำหรับเจ้าสาว ห้องพักสำหรับคู่บ่าวสาวพร้อมอาหารเช้า และอื่นๆ อีกมากมาย ราคาแพ็คเกจเริ่มต้นที่ 110,000-220,000 บาท  โดยทุกแพ็คเกจเปิดให้จองแล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธ.ค. 2558

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3261-6777 แฟกซ์ 0-3261-6799

อีเมล [email protected] หรือเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ www.marrakeshresortandspa.com

6. Pattaya Sea Sand Sun Resort  & Spa จ. ชลบุรี (ค่าจัดเลี้ยงเริ่มต้นที่ 1,800/ท่าน)

Pattaya Sea Sand Sun, สถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเล, งานแต่งงานริมทะเล
เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากจัดงานแต่งเก๋ๆ ริมชายหาด

Pattaya Sea Sand Sun Resort  & Spa เหมาะมากสำหรับคู่รักที่อยากจัดงานแต่งเก๋ๆ ริมชายหาด ด้วยพื้นที่หน้าหาดซึ่งมีขนาดพอเหมาะและวิวสวยสบายตา แถมยังมีแพ็คเกจเวดดิ้งไว้รองรับคู่บ่าว - สาวอย่างครบครัน รวมทั้งมีทีมงานที่สามารถจัด Wedding Ceremony & Reception ได้อย่างสวยงาม ทั้งงานดอกไม้สดในธีมสีต่างๆ และงานพร้อพส์สไตล์น่ารัก โดยค่าจัดเลี้ยงเริ่มต้นที่ 1,800 บาทสุทธิต่อคน ทั้งบุฟเฟ่ต์ ค็อกเทลและ Western Set ซึ่งคู่รักสามารถเลือกจัดเลี้ยงให้ตรงกับสไตล์ความชอบและความต้องการของคุณได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3823-8654-8 หรือเข้าชมเว็บไซต์ www.seasandsunpty.com

7. The Hen Hua Hin Private Beach Villa จ. ประจวบคีรีขันธ์ (ราคาเริ่มต้นที่ 145,000 บาท)

The Hen Hua Hin Private Beach Villa, สถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเล, งานแต่งริมทะเล
สถานที่จัดงานแต่งริมทะเลหัวหิน พร้อมชายหาดส่วนตัว

อีกหนึ่งสถานที่จัดงานแต่งริมทะเลหัวหิน พร้อมชายหาดส่วนตัวที่จะทำให้คุณจัดงานวิวาห์กับคนสำคัญรอบข้างได้อย่างโรแมนติกและมีความสุข โดย The Hen Hua Hin Private Beach Villa นำเสนอ 2 แพ็กเกจสำหรับงานแต่ง ได้แก่ แพ็กเกจพิธีไทย พิธีหมั้น และหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ในช่วงเช้า รวมถึงพิธีแลกแหวนบริเวณชายหาดในช่วงเย็น สามารถรองรับแขกในพิธีเช้าได้ 50 และพิธีช่วงเย็น 100 ท่าน สนนราคาที่ 269,000 บาท พร้อมกับอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ดนตรีไทยบรรเลง ดอกไม้ตกแต่งสถานที่ ผู้ดำเนินพิธี ชุดไทยธรรมสำหรับถวายพระสงฆ์ ชุดตั่งรดน้ำสังข์ และแพ็กเกจห้องพัก 3 วัน 2 คืน สำหรับ 12 ท่าน

สำหรับแพ็กเกจพิธีแต่งงานและสวมแหวนแบบตะวันตกในช่วงเย็น สนนราคาที่ 145,000 บาท สามารถรองรับแขกได้ 80 ท่าน โดยจะมีซุ้มพิธีแลกแหวน ดอกไม้ เทียน และพร็อบส์ตกแต่งบริเวณงาน ขนม อาหารว่าง และเครื่องดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ พร้อมแพ็กเกจที่พัก 2 วัน 1 คืน สำหรับแขก 2 ท่าน และสำหรับแขก 12 ท่านในคืนวันงาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3253-1331, 08-4916-9592, 08-5915-5662  อีเมล [email protected] หรือเข้าชมเว็บไซต์ www.thehenhuahin.com

คู่ไหนถูกใจแพ็กเกจของโรงแรมไหนก็ติดต่อสอบถามกันได้โลด เตรียมตัวเตรียมสถานที่ไว้แต่เนิ่นๆ งานแต่งริมทะเลของคุณจะได้ออกมาสวยงามสมกับเป็นสำคัญวันหนึ่งในชีวิตคุณ

ภาพ : www.lifestyleasia.com

ขาวตี๋ ดีกรีผู้บริหารรุ่นใหม่ รู้จัก โจ-เกรียงไกร ผู้กุมบังเหียนธุรกิจผ้าทอ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

จากชายหนุ่มผู้มีใจรักด้านศิลปะ ดนตรี ทำให้มุ่งมั่นที่จะเลือกเรียนด้านนิเทศศาสตร์ แต่ชีวิตกลับผกผัน เมื่อ โจล่ง หรือ โจ -เกรียงไกร เกียรติเสวีกุล หันกลับมามองธุรกิจอุตสาหกรรมทอผ้าของครอบครัวที่เขาเติบโตมาและอยู่กับมันมาโดยตลอด ความคิดที่ไม่อยากเห็นแม่เหนื่อยแล้ว และอยากทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อดูแลครอบครัว จึงทำให้เขายอมสละความฝัน ผันมามุ่งเรียนด้านแฟชั่นดีไซน์และการส่งออก จนทำให้ในวันนี้พลิกธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

โจ – เกรียงไกร หรือ โจล่ง – เกรียงไกร เกียรติเสวีกุล ในตอนนี้เขาอายุ 30 ปี เมื่อย้อนไปในช่วงวัย 22 – 25 ปี เขาได้พลิกธุรกิจอุตสาหกรรมทอผ้าของครอบครัวให้กลับขึ้นมาประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจอีกครั้ง และยังมุ่งมั่นกุมอาณาจักรผ้าทอที่อยู่ในมือให้ดียิ่งขึ้นจนถึงปัจจุบัน และถ้าหากใครชื่นชอบในสายดนตรี เชื่อว่าคงคุ้นหน้ากับหนุ่มขาวตี๋คนนี้กันอยู่บ้าง เพราะถึงแม้จะดูแลธุรกิจผ้าทอที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาททั้งหมด แต่ในมุมความฝันทางสายศิลปะ ดนตรี เขาก็ไม่ลืมทำเป็นงานอดิเรกควบคู่กันไปด้วย จึงจะได้เห็นนักบริหารรุ่นใหม่คนนี้เป็น DJ หรือ MC ตามงานคอนเสิร์ตต่างๆ

เพื่อให้รู้จักนักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้กันมากขึ้น มาฟังเรื่องราวจากปากเขากันดีกว่า จุดเริ่มต้น จุดผกผัน ชีวิต ความฝัน ความคิดที่ดูโตเกินวัย รวมถึงการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ของผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง เพราะถ้ามองในมุมแวดวงธุรกิจ เขาได้ขึ้นแท่นเป็น “นักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้าน” ไปแล้วเรียบร้อย

หนุ่มโจ หรือ โจล่ง เกรียงไกร เกียรติเสวีกุล เริ่มร้อยเรียงเรื่องราวชีวิตก่อนเข้าสู่แวดวงธุรกิจให้ฟังว่า

“จริงๆ แล้วผมเป็นคนรักดนตรี ศิลปะ งานบันเทิง แต่ด้วยความที่บ้านผมเป็นโรงงานทอผ้า และแม่ต้องการคนช่วย และเห็นแม่ลำบากมานานตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมไม่อยากเห็นแม่เหนื่อย จึงตั้งใจแน่วแน่ ยินดีทิ้งความฝันในสิ่งที่ตัวเองรัก ทั้งด้านดนตรีที่เคยทำเพลงไว้ก็หยุดและทิ้งหมด เพราะตอนแรกตั้งใจไว้ว่าถ้าจบมัธยมจะเรียนต่อด้านนิเทศศาสตร์ ก็ตัดสินใจเลือกเรียนคณะแฟชั่นดีไซน์และศึกษาเรื่องการส่งออก เพื่อนำสิ่งที่เรียนมาช่วยธุรกิจของที่บ้าน ความจริงแล้วก็ได้คลุกคลี เรียนรู้ คอยสังเกตการทำงานของแม่มาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นแล้ว จำได้ว่าตอนอายุ 17 ปี ผมลงไปเริ่มเรียนรู้เรื่องเส้นด้าย ผ้ามีกี่ชนิด การส่งผ้าเข้าโรงย้อมมีขั้นตอนอย่างไร ทอผ้าอย่างไรจึงจะมีคุณภาพ พอเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย เวลาปิดเทอมก็จะเข้าไปช่วยทำงานเต็มตัว เพราะนึกอยู่ตลอดว่าไม่ว่าช้าหรือเร็ว เราก็คือคนที่จะต้องสานต่อธุรกิจ ตอนนี้ยังมีแรง มีไฟ ก็ควรรีบเรียนรู้และออกสตาร์ทเลย”

เป็นเรื่องปกติที่หลายครอบครัวนักธุรกิจย่อมมีการวางรากฐานและปลูกฝังลูกๆ ให้เดินตามรอย เพื่อสานต่อธุรกิจที่ลงแรงสร้างไว้ แต่ครอบครัว “เกียรติเสวีกุล” ไม่เป็นเช่นนั้น ยินดีให้อิสระลูกๆ ไม่เคยบังคับหรือโน้มน้าว

“ตั้งแต่ผมเกิดมา ลืมตาตื่นมาทุกเช้าก็เห็นโรงงานทอผ้า เห็นเส้นด้าย พอโตขึ้น ครอบครัวก็ไม่เคยปลูกฝัง กะเกณฑ์ หรือสั่งให้ผมต้องทำในสิ่งที่ครอบครัวทำ แต่เป็นด้วยตัวผมเองที่เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ เพราะในใจลึกๆ อยากรีบเรียนจบเร็วๆ แล้วมาช่วยครอบครัว ซึ่งเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมก็มาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจทันที”

เมื่อต้องมารับผิดชอบธุรกิจอุตสาหกรรมผ้าทอของครอบครัว ใช่ว่าเขาจะทำเล่นๆ เพราะโจทุ่มเททั้งชีวิต ตั้งเป้าหมายเพื่อให้ครอบครัวประสบความสำเร็จ แม้ระหว่างทางต้องสัมผัสรสชาติของชีวิตหลากหลายที่ค่อยๆ สอนให้เขาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

ปัจจุบันผมรับผิดชอบบริหารธุรกิจสิ่งทอ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ทั้งการคัดสรรวัตถุดิบ พวกเส้นด้าย ตรวจสอบราคาตลาด ควบคุมคุณภาพ และลงแรงออกหาลูกค้าเอง ซึ่งทำแบบนี้มาตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานแล้ว ตอนแรกๆ ผมชอบให้คนขับรถไปส่งผมใกล้ๆ ที่หมาย เพื่อต่อรถเมล์แล้วลงเดินไปพบลูกค้า เพราะบางคนเขามีเวลาไม่มาก การไปรถส่วนตัวอาจเสียเวลามากกว่า เราจึงต้องใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุด” 

เหตุการณ์ประทับใจและยังคงจดจำ ที่สามารถมัดใจลูกค้ามาได้โดยตลอด ตั้งแต่เดินตลาดยังไม่มีใครรู้จัก

สไตล์การทำงานผมจะเอาความจริงใจและความเป็นตัวเองเข้าสู้ครับ ทุกๆ วันผมจะพยายามวิ่งเข้าหาลูกค้าทุกเจ้าเท่าที่จะทำได้ จากที่ลูกค้าไม่มั่นใจ ไม่กล้าสั่ง จนเริ่มสั่ง กลายเป็นบอกกันแบบปากต่อปาก เพราะความที่เราจริงใจ เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ตั้งใจบริการเขาอย่างเต็มที่ ประกอบกับเรานำเสนอแต่สิ่งที่ดีที่สุด ทั้งด้วยคุณภาพของผ้าและราคาสมเหตุสมผล ทำให้ลูกค้าทุกคนประทับใจและจดจำ จนเขาเรียกผมว่า ตี๋ขายผ้า โจตี๋ โจตี๋ผ้ายืด หรือโจล่ง ที่คนทั่วไปเรียกกัน ต่อมาก็เริ่มมีการขยายฐานลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนธุรกิจของเราสามารถขยายโรงงานใหม่เพิ่ ซื้อเครื่องเพิ่ม เพื่อรองรับลูกค้าและตอบสนองให้ได้อย่างพอเพียง

จากวันแรกจนถึงวันนี้ ถือว่าความทุ่มเทที่โจลงแรงเกินความคาดหมายของเขาไปเลย

“ลูกค้าติดใจในเนื้อผ้าและคุณภาพการผลิตของโรงงานเราครับ ผมเลือกที่จะไม่ขายตัดราคาใคร แต่เลือกที่จะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในคุณภาพ เพราะถ้าตัดราคากันเอง สุดท้ายตลาดจะตาย คนที่เสียหายคือโรงงาน”

แม้เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ แต่โจมีความคิดที่กล้าลุย กล้าเหนื่อย ไม่ยอมแค่นั่งอยู่ในห้องแอร์ แต่ต้องลุยไปในตลาด อัพเดตเทรนด์ตลอดว่าช่วงไหนเทรนด์สีไหนกำลังเป็นที่นิยม ดูแลลูกค้าว่าต้องการอะไร ที่สำคัญต้องใส่ใจในเนื้องาน โดยเฉพาะเรื่องผ้าเป็นสิ่งสำคัญ 

“มุมมองของผม ผ้าก็เหมือนอาหาร ถ้าเราปรุงอร่อย ใช้วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ พอเขากินอิ่ม เดี๋ยวเขาก็ต้องกลับมากินอีก สิ่งสำคัญที่สุดที่ถือเป็นเคล็ดลับความสำเร็จในธุรกิจของเราคือการเข้าถึงลูกค้า ลงไปดูแลลูกค้า และสิ่งที่เป็นจุดแข็งของเราคือผ้ายืด ที่ทอออกมาแล้วมีการทดสอบสีและเปอร์เซ็นต์การยืดหยุ่นของผ้าที่ได้มาตรฐานสากล และเนื้อผ้ามีการสปริงตัวดี”

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงาน 

“ผมต้องการให้ลูกค้าเมื่อนึกถึงผ้ายืดที่มีคุณภาพในเมืองไทย ต้องคิดถึง R C Knitwear ที่ผมทุ่มเทปลุกปั้นขึ้นมาและความรักในธุรกิจของผมครับ”

เป็นธรรมดาที่การบริหารงานต้องเจอปัญหาเรื่องคน พนักงาน 

“พอเขาทอผ้าเป็นแล้วก็ลาออก แต่กว่าที่เราจะฝึกเขาจนเชี่ยวชาญ สามารถดูแลเครื่องทอผ้าได้ ต้องใช้เวลาและลำบากมาก” 

โจยอมรับว่าในการดำเนินธุรกิจ หากเราต้องการที่จะเติบโตไปข้างหน้า เป็นเรื่องปกติที่จะต้องพบอุปสรรค ปัญหา จำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเตือน สร้างแรงจูงใจ และให้กำลังใจตัวเองเสมอ เมื่อเผชิญหน้ากับอุปสรรค

สำหรับผม แรงจูงใจอันประเสริฐอย่างเดียวเลยคือการคิดถึงแม่ คิดถึงวันที่แม่ร้องไห้เพราะไม่มีคนช่วยแม่ แค่นี้ผมก็ไม่กลัวอะไรแล้ว พร้อมเสียสละเพื่อครอบครัว เพื่อให้แม่และครอบครัวเรามีความสุข อุปสรรคหรือปัญหาถึงจะใหญ่แค่ไหน ผมเชื่อว่าต้องข้ามผ่านมันไปได้ ทุกปัญหาจะต้องมีทางออก ผมพร้อมที่จะสู้กับมัน และจะไม่ยอมแพ้ เหมือนคำหนึ่งที่ผมชอบมากและบอกตัวเองเสมอว่า เราจะไม่แพ้ ถ้าเราไม่ยอมแพ้

แม้วัย 30 ปีที่อาจดูเป็นหนุ่มน้อยในแวดวงนักธุรกิจ แต่เขากลับมีความนิ่ง สุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย นั่นเพราะได้รับการฝึกฝนให้มีความรับผิดชอบอยู่ตลอด รวมถึงประสบการณ์ทุกข์สุข หรือแม้กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต แต่สิ่งใดที่ทำให้เขาผ่านอุปสรรคมาได้ 

“ผมเชื่อว่าชีวิตคนเราทุกคนจริงๆ ไม่มีคำว่าล้มเหลวหรอกครับ มีแต่ล้มเลิก หากเราสู้และรักษาแพชชั่นหรือความปรารถนาเอาไว้ มันจะเป็นแรงผลักทำให้เราก้าวไปข้างหน้า ไม่หยุดนิ่ง ไม่ถอยหลังหรือล้ม ผมเชื่อจริงๆ ว่าถ้าเราตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุด เราจะมีวันพรุ่งนี้ และวันหนึ่งเราจะประสบความสำเร็จแน่นอน”

ไม่ใช่แค่ดูแลเรื่องธุรกิจตลอดเวลา แต่งานอดิเรกก็ต้องแบ่งเวลาให้ด้วย

“ผมอยากมีเวลามากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้เวลาพักผ่อนค่อนข้างน้อย ไหนจะต้องบริหารธุรกิจที่บ้าน ต้องออกไปพบลูกค้า และยังมีงานอดิเรกที่ชอบ ทำให้ผมมีเวลาพูดคุยกับคนในครอบครัวค่อนข้างน้อย แต่บทบาทในการดูแลธุรกิจ ผมจะเข้มงวดกับตัวเองมากๆ ไม่เคยทิ้งหน้าที่หลักที่ต้องทำ และตั้งใจจะสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้น

เลือกวิธีจัดการความเครียดที่จะมาบั่นทอนสุขภาพกายและใจอย่างไร

“เวลาเครียดผมชอบออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส ต่อยมวย หรือไม่ก็นั่งวาดรูปเพื่อให้จิตใจนิ่งสงบลง หรือเลือกพูดคุยกับคนที่คิดบวก เพราะการทำแบบนี้เราจะได้รับพลังบวกกลับมาครับ”

ในมุมชีวิตส่วนตัว โจพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดสรรเวลาใน 1 สัปดาห์สำหรับ “สิ่งที่ต้องทำ” กับ “สิ่งที่อยากทำ” 

“สิ่งที่อยากทำและขาดไม่ได้เลยสำหรับผมคือการออกกำลังกายเล่นกล้าม ความที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบมาก การดูแลสุขภาพจึงสำคัญ แม้งานจะยุ่งแค่ไหน ผมจะต้องจัดเวลาออกกำลังกายทุกวัน ควบคู่ไปกับการคุมอาหาร ไม่ใช่กินอะไรก็ได้ แต่จะเลือกกินแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ดีต่อสุขภาพเท่านั้น และพยายามจัดสรรเวลากินข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าในครอบครัว และหาเวลาไปวาดรูปกับครูศิลปะที่ผมเคารพนับถือ เพราะการวาดรูปให้ผมมากกว่าการวาดรูป”

เมื่อถอดหมวกจากมุมนักธุรกิจ หมวกอีกใบที่เขามีคือ มุมสายอาร์ต สายศิลปิน โดยโจเป็นลูกศิษย์ของ รูโต – หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ และครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดัง

“ศิลปะช่วยผมได้มากในการดำรงชีวิต เราจะต้องมีศิลปะชีวิต สิ่งที่ครูโตสอนศิลปะผม ผมได้รับประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะศิลปะช่วยผมทางด้านจิตใจ ช่วยกล่อมเกลา ทำให้ผมมีความสุขุมและมีพลังคิดบวกตลอดเวลา ทำให้นิ่งและมีสมาธิ ทำให้ผมวาดรูปเก่งขึ้น และที่สำคัญทำให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีสติ”

มองตัวเองเป็นคนแบบไหน 

“ผมเป็นคนลุยๆ ใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย เอาจริงเอาจัง แมนๆ และจริงใจครับ”

ไลฟ์สไตล์ในวันพักจากเรื่องงาน 

“สิ่งสำคัญผมจะพักผ่อนให้เพียงพอก่อนไปทำกิจกรรมต่างๆ เสมอ เพราะความพร้อมของร่างกายต้องมาก่อนครับ”

ความฝันสูงสุดสำหรับชีวิตนักธุรกิจจากวันนี้ไปถึงวันข้างหน้า

“สำหรับความใฝ่ฝันสูงสุดที่อยากก้าวไปให้ถึง และภาพจำเมื่อใครๆ นึกถึงผมคือ อยากให้ธุรกิจเติบโต ยิ่งใหญ่ อยากให้คนจำภาพผมในฐานะทายาทนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จโดยใช้เวลาเพียง ปี ตั้งแต่อายุ 22 – 25 ปี ในการพลิกธุรกิจของที่บ้านให้เติบโตและประสบผลสำเร็จด้วยความเสียสละที่มีต่อครอบครัว และผมหวังว่าวันข้างหน้าผมจะเป็นเถ้าแก่น้อยที่คนจดจำ หรือนักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านที่คนทั่วไปนึกถึงเป็นคนแรก และสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ครับ” 

 


เรียงเรียงโดย: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @joe_long_9

ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านอาจมีปัญหากับเจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงาน เพราะวันนี้ท่านมีอุดมการณ์ มีความเป็นตัวเองสูง ยากที่ใครจะสามารถเข้าใจได้

การเงิน :  มีสติหน่อย อย่าลงทุนแบบใจใหญ่ เพราะจะทำให้เกิดหนี้สินได้

ความรัก : วันนี้ท่านอยู่ในโลกแห่งอุดมการณ์ โต้แย้งเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ รอบตัว จนอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ควรหลีกเลี่ยงความคิดที่สับสนวุ่นวาย คนโสด พัฒนาจากเพื่อนนะคะ

สุขภาพ : เน้นการดูแลสุขภาพจิต เพราะท่านมีโอกาสเป็นโรคเครียด ไมเกรน หรือซึมเศร้า

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  แม้จะเป็นวันหยุด แต่ท่านก็อยู่ไม่ติดที่ ต้องเดินทางติดต่องานตลอดเวลา ควรให้ความสำคัญกับการปกครองบริวาร เพราะท่านใจดีเกินไป จนบริวารไม่เกรงใจ

การเงิน :  หมดกับการลงทุน และความรัก

ความรัก : วันนี้กำลังอยู่ในอารมณ์เบื่อหน่าย และวุ่นวายใจ หยุดยาวนี้ควรชวนกันเดินทางไปพักบ้าง ไรบ้าง จะทำให้มีความสุขขึ้น คนโสด อ่อนไหว ไม่มั่นใจ ลังเล ตัดสินใจอะไรไม่ได้เลยค่ะวันนี้

สุขภาพ : พกยาดม ยาอม ยาหม่องไปด้วย มีอาการหน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  จะได้ทำงานที่ชอบและมีความสุข ได้รับความรัก ความเมตตา และการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน

การเงิน :  คล่องตัว ผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์

ความรัก :  วันนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ครอบครัวได้มาอยู่กันพร้อมหน้า คนโสด เสน่ห์แรง มีความสุขมากมาย

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร การเจ็บป่วยในช่องท้อง

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านยังคงหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องงานตลอดเวลา ทุ่มเทกับการทำงาน จนไม่สนว่าวันนี้เป็นวันหยุด ท่านควรพักและให้คนอื่นได้พักด้วย

การเงิน   :  ช่วยเหลือบุคคลอื่นจนตัวเองเดือดร้อน แต่โชคดีที่ผู้ใหญ่และเพื่อนให้การช่วยเหลือ

ความรัก : วันนี้สับสนวุ่นวายระหว่างไปทำงานหรือไปเที่ยวกับครอบครัวดี ป้าขออนุญาตแนะว่า วันนี้วันหยุดก็ควรไปเที่ยว ถูกต้องที่สุด  คนโสด ท่านขี้เบื่อ ก็เลยไม่แน่ใจว่า จะอยู่เป็นโสดดี หรือจะมีคู่ดี ไม่เป็นไรนี่คะ ไม่ต้องรีบเลือกก็ได้

สุขภาพ : ระวังอาการปวดเสียดท้อง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้วันพระ แต่ท่านยังคงเข้าไปเกี่ยวพันกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ซ่อนเร้น แหล่งบันเทิงยามราตรี

การเงิน : เลือกคบเพื่อนหน่อย เพราะอาจนำพาท่านไปเสียเงินกับเรื่องอบายมุข

ความรัก :  วันนี้หากท่านกำลังมีความรักที่ซ่อนเร้น ระวังจะเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นได้ คนโสด ท่านมีโอกาสที่จะหลงปลื้มกับคนที่มีเจ้าของแล้ว

สุขภาพ : มีเกณฑ์เกิดอุบัติเหตุ หลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ปลีกวิเวก วันนี้วันพระใหญ่ ท่านอาจกำลังจำศีล หรือปฏิบัติธรรม เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฎิบัติงานในอนาคต

การเงิน :  อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ขัดสน

ความรัก : วันนี้ท่านมีทิฐิมานะ คาดหวังกับคู่สูง ทำให้เกิดการขัดแย้งกันได้ คนโสด เลือกนานเลยค่ะ วันนี้

สุขภาพ  :  ติดเชื้อหรือภูมิแพ้ ระวังการใช้ของร่วมกับบุคคลอื่น

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ขอกากบาทในวันพระนะคะ จะเกิดปัญหาและอุปสรรคที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าจะแก้ไขได้ทันท่วงที อาจถึงขั้นลาออกจากงาน หรือเลิกจ้างได้เลย วันนี้วันพระใหญ่ ไปทำบุญเสริมบารมีให้สบายใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีขึ้นค่ะ

การเงิน : ติดขัด ฝืดเคืองตลอดเวลา อดทนๆๆ

ความรัก : มีโอกาสหย่าร้างสูง เพราะมีรักซ้อน หรือถูกหลอก คนโสด สั้นๆ อย่าไว้ใจใครนะคะวันนี้

สุขภาพ :  ระวังตัวเบอร์ 10 ค่ะ

 

ฤกษ์ดีมาแล้ว! นับถอยหลัง 5 เดือน “ป๊อก-มาร์กี้” ลั่นระฆังวิวาห์

หลังจากเมื่อวานนี้หนุ่ม “ป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกในวันขอแต่งงาน ทั้งยังเผยเกี่ยวกับเรื่องที่ไปออกปากบอกแม่นางเอกสาว “มาร์กี้ – ราศรี บาเล็นซิเอก้า” ว่า “แม่ครับ ผมไม่ได้มาเล่นๆนะครับแม่” ซึ่งเมื่อถูกถามเกี่ยวกับฤกษ์สมรส เจ้าตัวก็ออกปากว่าต้องขอไปถามคุณแม่ “แม่ปุ๊ก – อาภัสรา หงสกุล” ก่อน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เจอกับหนุ่ม “ป๊อก” อีกครั้ง ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็ยิ้มหน้าบานมาพร้อมกับประกาศฤกษ์ดีว่าจะเข้าพิธีหมั้นกับ “มาร์กี้” ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ ส่วนงานแต่งจะมีขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม 2560

ได้ฤกษ์เร็วๆนี้ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการเตรียมงานว่าจะทันหรือเปล่า เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกกังวลเหมือนกันว่าจะเตรียมไม่ทัน ซึ่ง “มาร์กี้” เองก็ตกใจที่ได้ฤกษ์เร็วขนาดนี้ นอกจากนี้ “ป๊อก” ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถ่ายพรีเวดดิ้งทันไหม ถ้าหากไม่ทันจริงๆ คงใช้รูปที่ไปเที่ยวด้วยกันแทน เพราะแต่ละรูปก็มีความหมายไม่น้อยเลยทีเดียว

“มาร์กี้ – ป๊อก”

7 เพลงเพราะแห่งตำนาน “แหวน-ฐิติมา” ราชินีหญิงร็อค หลังสิ้นใจด้วยโรคมะเร็ง

เกิดเรื่องน่าเศร้าต่อวงการเพลงและวงการบันเทิงไทยอีกครั้ง เมื่อราชินีเพลงร็อค แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร สิ้นลมแล้วด้วยโรคมะเร็งกระดูกที่โรงพยาบาลศิริราชฯในวันนี้ (7 ก.ค. 2560)

ต่อสู้กับโรคมะเร็งมาอย่างยาวนาน สำหรับตำนานร็อคเกอร์สาว แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร ที่ชีวิตต้องประสบป่วยเป็นโรคมะเร็ง รักษาจนหาย และป่วยเป็นโรคมะเร็งต่ออีกครั้ง ตั้งแต่มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม จนมาถึงมะเร็งกระดูก นักร้องสาวต้องจบชีวิตลง สร้างความเศร้าสลดต่อวงการเพลงไทยเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นเปรียบเป็นราชินีเพลงร็อคที่ได้สร้างตำนานเพลงอันไพเราะ ความหมายลึกซึ้งกระแทกใจแฟนเพลงมาอย่างยาวนาน

สำหรับการเข้าสู่วงการเพลงของแหวน – ฐิติมา เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2527 ซึ่งมีเพลงแรกเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง วัยระเริง จุดนี้จึงทำให้ชีวิตนักแสดงเริ่มผันมาเป็นนักร้องอาชีพอย่างจริงจัง และนับเป็นนักร้องหญิงร็อคคนแรกของเมืองไทย ซึ่งยังเป็นนักร้องคนที่ 4 ของค่ายเพลงชื่อดังอย่างแกรมมี่อีกด้วย

ด้วยความสามารถของพี่แหวนนั้น มีผลงานเพลงการันตีมากมาย และเป็นนักร้องผู้มีความสามารถล้นเหลือ เพราะเธอสามารถร้องเพลงได้ทั้งแนวป็อป ร็อค ลูกทุ่ง รวมถึงยังได้จัดคอนเสิร์ตเพื่อความสุขให้แฟนๆ มาอย่างยาวนาน ซึ่งคอนเสิร์ตสุดท้ายของพี่แหวนคือ คอนเสิร์ต “มือขวาสามัคคี REUNION” ร่วมกับหนุ่ย – อำพล, ไมโคร, นูโว, ใหม่ เจริญปุระ และบิลลี่ โอแกน ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 27 – 28 กรกฎาคม 2557

เพื่อเป็นการรำลึกถึงตำนานร็อคเกอร์สาว ผู้ที่มีเพลงอมตะหลายเพลงประดับวงการเพลงไทยมานาน แพรวดอทคอม จึงขอรวมเพลงของแหวน – ฐิติมามาให้ได้ฟัง และเชื่อไม่น้อยเลยว่าในวันข้างหน้า ไม่ว่ากี่ปีก็ตาม เพลงของร็อคเกอร์สาวคนนี้ก็ยังไพเราะและมีผู้ชมเปิดฟังอยู่เสมอ

เพลง อาจจะเป็นคนนี้

เป็นเพลงอยู่ในอัลบั้ม Best of แหวน ฐิติมา ที่ได้นิติพงษ์ ห่อนาค มาแต่งคำร้อง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของคนคนหนึ่งที่ผ่านเรื่องเศร้าระทมมาจนใจบอบช้ำ จนกระทั่งได้มาเจอคนใหม่ซึ่งอาจจะเป็นคนนี้ที่ทำให้ชีวิตกลับมาสดใสอีกครั้ง

เพลง ฟ้ายังมีฝน

เพลงนี้ได้สีฟ้ามาเป็นผู้แต่งเนื้อเพลง อยู่ในอัลบั้ม 25 ปี แหวน คนที่รู้ใจ โดยเนื้อเพลงบวกเสียงร้องของนักร้องสาวได้ให้กำลังใจผู้ฟังเป็นอย่างดี ได้ให้แง่คิดว่าชีวิตเจอเรื่องเศร้าเป็นเรื่องปกติ ทั้งรักที่จากไป ก็เหมือนฟ้าที่ยังต้องมีฝน หรือเกิดเป็นคนก็ย่อมเสียน้ำตา

เพลง เรามีเรา

เรามีเรา เพลงนี้ได้พี่ดี้ – นิติพงษ์ ห่อนาค มาแต่งคำร้อง และอัสนี โชติกุล มาช่วยแต่งทำนองและเรียบเรียง โดยเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มชื่อว่า แหวน ฐิติมา ที่แค่เปิดเพลงมาด้วยท่อน

“แต่ก่อนแต่ไรไม่เคยอุ่นใจ โดดเดี่ยวเดียวดายข้างกายไม่มีใครสักคน”

แฟนเพลงก็คงต้องร้องอ๋อกันแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความหมายดี ปลุกพลังให้แก่คนที่ท้อแท้ โดดเดี่ยวมาแค่ไหน ถ้ามีเรา มีใครสักคน ก็พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคในชีวิตไปได้

เพลง เชิ้ตแขนยาว-ไทสีเทา

หนึ่งในเพลงที่อยู่ในอัลบั้ม ฉันเป็นฉันเอง ที่ได้เรวัต พุทธินันทน์ มาแต่งคำร้องให้ โดยเนื้อเพลงให้อารมณ์เหมือนเล่าเรื่อง โดยสถานที่เกิดเหตุคือปากซอย 15 ที่เดินผ่านไปผ่านมาทุกวันเป็นเรื่องธรรมดา จนกระทั่งได้พบกับหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่เสื้อเชิ้ต เน็คไทสีเทา มันก็เลยดูเกินธรรมดาขึ้นมา เป็นเพลงดีและน่ารักอีกเพลง

เพลง เจ็บกระดองใจ

เจ็บกระดองใจ เป็นเพลงในอัลบั้ม เพลงโจ๊ะ ที่มีเนื้อหาสนุก ตรงไปตรงมา ติดดิน และมีกลิ่นความเป็นไทย เพลงนี้ได้ประมวล พร้อมพงษ์ มาแต่งคำร้อง โดยเนื้อเรื่องเป็นการประชดโต้ตอบชายที่มาหลอกให้รักแบบตรงไปตรงมา เพลงนี้เชื่อว่าใครหลายคนร้องได้คล่องปากเชียวละ

เพลง ยึกยัก

เป็นอีกหนึ่งเพลงที่อยู่ในอัลบั้ม Best of แหวน ฐิติมา ที่ได้อรรณพ จันสุตะ มาแต่งคำร้องให้ เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกๆ เต้นตามได้อีกเพลงหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อเพลงติดหูว่า “ยึกยัก เธอนั่นแหละที่ยึกยัก ยึกยัก ทั้งที่ใจก็จริงจัง” โดยเนื้อหาเพลงก็น่ารัก ชวนให้คนที่มาปิ๊งเราหยุดยึกยัก แล้วเข้ามาคุยกับเราตรงๆ เสียที

เพลง คนที่รู้ใจ

ส่งท้ายกับเพลง คนที่รู้ใจ จากอัลบั้ม Unforgettable ที่ได้นักแต่งเพลงคุ้นเคย พี่ดี้ – นิติพงษ์ ห่อนาค มาแต่งให้ เป็นเพลงที่มีเนื้อหาน่ารักที่ฟังเมื่อไหร่หรือฟังกี่ครั้งก็ยังไพเราะ โดยเนื้อหาได้พูดถึงคนที่รักและเข้าใจคนหนึ่ง ไม่ต้องสนใจใคร แค่เรารู้ เข้าใจ และรักกันก็พอ

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @waenthitima, วิกิพีเดีย

แหวน - ฐิติมา

ห่วงลูกที่สุด “แหวน – ฐิติมา” สู้มะเร็งด้วยความรัก สมกับเป็นหญิงแกร่งจนลมหายใจสุดท้าย

หลังจากรักษาโรคมะเร็งมานานถึง 5 ปี สุดท้ายการต่อสู้อันยาวนานของ “แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร” ก็ถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้ว การจากไปของพี่แหวนครั้งนี้ไม่ใช่แค่นำความเสียใจมาสู่ครอบครัวเท่านั้น แต่บรรดาแฟนเพลงของพี่แหวนเองก็รู้สึกเศร้าไม่น้อยเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ข่าวเรื่องการป่วยของ “แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร” ถูกพูดถึงมากขึ้นในโลกโซเชียล หลังจากที่พี่แหวนออกมาเปิดเผยถึงขั้นตอนการรักษาตัวเองทาง Facebook ส่วนตัว

แหวน - ฐิติมา

แพรวได้มีโอกาสไปเจอพี่แหวนเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอีกครั้ง พี่แหวนยังคงเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ทีมงานตลอดเวลา แม้ว่าการสัมภาษณ์ครั้งนั้นจะมีการถามถึงอาการป่วยที่พี่แหวนต้องเผชิญอยู่ด้วยก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นกำลังใจสำคัญ ซึ่งทำให้พี่แหวนฮึดสู้กับโรคนี้ก็คือครอบครัว โดยเฉพาะลูกสาวคนเดียวอย่างน้องปันปัน ที่พี่แหวนรักและเป็นห่วงที่สุดในชีวิต

“มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แหวนรักษาตัว เขาไปทัวร์เยอรมนีกับเนเธอร์แลนด์กับที่คณะ แหวนอยากให้เขาไปอย่างมีความสุข ไม่อยากให้ต้องกังวลใจ แหวนสามารถรักษาตัวเองได้ จึงไม่ได้บอกลูก แต่เขาก็เห็นข่าวที่เราเขียนอัพขึ้นเฟซบุ๊กบ้าง ซึ่งแหวนพยายามเขียนในเชิงบวก คิดเผื่อว่าหากเขามาอ่านจะได้ไม่กลัว

“พี่ปุ๊ (สามี) อยู่กับแหวนตลอด พอปันปันกลับมาจึงมานอนเฝ้า พอผ่าตัดเสร็จ สภาพแหวนมีทั้งสายเดรนเลือดกับน้ำเหลืองและน้ำเกลือ แต่แหวนไม่ได้ทำตัวเป็นคนไข้ หยอกล้อกันปกติ บอกช่วยพาแม่เข้าห้องน้ำหน่อย ระวังสายน้ำเกลือนะ อย่าให้พับ เดี๋ยวน้ำเกลือเข้าเส้นเลือด เขายังถ่ายรูปคู่กับแหวนขึ้นไอจี เขียนว่าสู้ๆ ยิ่งตอนนี้ลูกกำลังเรียนที่เบิร์กเลย์ ไหนจะเรียนหนัก และต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย ก็ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ”

แหวน - ฐิติมา

การต่อสู้กับโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยหัวใจที่แข็งแกร่งอย่างมากในการรักษาแต่ละขั้นตอน พี่แหวนเองก็ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่พี่แหวนนึกถึงเสมอก็คือ การมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่พี่แหวนรัก

“ทุกสิ่งเริ่มต้นจากลูก การที่เราคิดดี คิดบวก เพราะไม่อยากให้ลูกต้องเป็นทุกข์ใจ สิ่งที่เราได้รับกลับมาเหนือความคาดหมายคือกำลังใจ มีคนเป็นห่วงเยอะมาก แหวนอ่านเฟซบุ๊กแล้วน้ำตาไหล ซึ่งเป็นน้ำตาของความปลื้มปีติ ต้องขอบคุณทุกๆ กำลังใจ จากที่เคยคิดถึงแต่ตัวเอง ครอบครัว ก็เริ่มคิดถึงคนอื่น ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ก็อยากทำประโยชน์ให้มากที่สุด

“ความที่แหวนรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ได้มีโอกาสพบเห็นผู้ป่วยที่อาการหนักกว่าเรามากมาย บางรายฉายแสงกว่า 30 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง ต้องขอบคุณหมอบัว – วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ ที่นอกจากรักษาแล้ว ยังทำให้แหวนเห็นคุณค่าในตัวเอง ตอนให้คีโมได้ร้องเพลงช่วยงานที่โรงพยาบาลศิริราช วันที่ 30 เมษายน 2559 ได้เล่นคอนเสิร์ต Love & Heart เมื่อคิดว่าได้ทำเพื่อคนอื่น อารมณ์ดีขึ้นมาทันที ใครที่กำลังต่อสู้กับมะเร็งอยู่ก็อย่าท้อ อยู่ต่อเถอะ เพื่อคนที่คุณรัก”

และนี่ก็คงเป็นบทสัมภาษณ์สุดท้ายที่แพรวจะได้มีโอกาสคุยกับพี่แหวน หลับให้สบายนะคะ และเราจะคิดถึงพี่ตลอดไป

“พี่แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร”

เรียบเรียงจากคอลัมน์สัมภาษณ์ นิตยสารแพรว ฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2559

หญิงร็อคหัวใจแกร่ง “แหวน-ฐิติมา” เสียชีวิตแล้วหลังฮึดสู้มะเร็งมานานถึง 5 ปี

นับถอยหลังอีกเพียง 3 วันเท่านั้นจะถึงงานคอนเสิร์ต “รวมพี่ รวมน้อง ร่วมร้อง เรามีเรา” ที่ศิลปินรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน และรุ่นน้อง กว่า100 ชีวิตจัดขึ้นเพื่อให้กำลังใจร็อคเกอร์สาว โดยรายได้ทั้งหมดนั้นจะมอบให้คุณแหวนในการรักษาตัวอาการป่วยหลังต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งกระดูกและแทรกซ้อนเป็นโรคมะเร็งลำไส้มานานถึง 5 ปี ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีรายงานว่าหญิงร็อคหัวใจแกร่ง “แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร” เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลศิริราชฯ ด้วยวัย 54 ปี โดยพิธีกรรมทางศาสนานั้น ในวันที่ 10 ก.ค. 2560 เวลา 14.00 น. จะมีการรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมในเวลา 17.00 น. ที่วัดธาตุทอง ศาลา 4 จนถึงวันที่ 14 ก.ค. 2560 และฌาปนกิจวันที่ 15 ก.ค. 2560

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าคอนเสิร์ต “รวมพี่ รวมน้อง ร่วมร้อง เรามีเรา” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 กรกฎาคม นี้ ที่ร้านทองหล่อเล่นสด (ทองหล่อซอย 10) ยังคงจัดเหมือนเดิม เพื่อรำลึกถึง “แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร” นักร้องหญิงร็อคคนแรกของไทย

สำหรับ “แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร” เกิดวันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2505 มีความชื่นชอบเสียงดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเมื่อเข้าศึกษาที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักแสดงละครเวทีและนักร้องในวงลูกทุ่งนิเทศศาสตร์ โดยปี พ.ศ.2524 ได้เข้าประกวดร้องเพลงมณเฑียรทอง แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงได้ร้องเพลงประจำอยู่ที่โรงแรมมณเฑียรให้วงโอเรียลเต็ล ฟังค์ ของเต๋อ – เรวัต พุทธินันทน์ และได้ร่วมงานกับวงฮ็อตชิลลี่, อริสโตแคตส์ (วงฟิลิปปินส์) และอิสซึ่น ต่อมาในปี พ.ศ.2526 ได้ย้ายมาร้องประจำที่ค็อกเทลเล้านจ์ของเบียร์สิงห์เฮ้าส์

ในปี พ.ศ.2527 “แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร” ได้แจ้งเกิดร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “วัยระเริง” และได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัดแกรมมี่จากการชักชวนของ “เต๋อ – เรวัต พุทธินันทน์” โดยนอกจาก “แหวน” เป็นนักร้องหญิงร็อคคนแรกของไทยแล้ว ยังเป็นศิลปินลำดับที่ 4 ของแกรมมี่ด้วย

นอกจากเพลงร็อคแล้ว “แหวน – ฐิติมา” ยังสามารถร้องเพลงได้หลากหลายแนวแบบวาไรตี้ ป็อป ร็อค หรือลูกทุ่งก็ได้ งานเพลงชุดแรกของแหวน – ฐิติมา ปี พ.ศ.2527 ชุด “ฉันเป็นฉันเอง” มีเพลงฮิต เช่น ไดอารี่สีแดง ผู้หญิงคนนี้ เชิ้ตแขนยาว-ไทสีเทา โดยในอัลบั้มนี้ยังประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างมาก ต่อมาในปี พ.ศ.2529 มีอัลบั้ม “เรามีเรา” มียอดจำหน่าย 500,000 ตลับ ทำให้แฟนเพลงทั้งประเทศ และเพลงเรามีเราเป็นเพลงที่ดังมากในยุคนั้น และถือเป็นเพลงที่อมตะของวงการเพลงไทยเพลงหนึ่งเลย

ทั้งนี้ในส่วนของชีวิตครอบครัวนั้น “แหวน – ฐิติมา” ได้สมรสกับ “บรรเจิด กฤษณายุธ” มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน คือ “ปันปัน – เต็มฟ้า กฤษณายุธ” ซึ่งสาวคนนี้นับว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นเลย มีความสามารถหลากหลายด้าน ทั้งนักร้อง นักแสดง นางแบบ และยังเป็นนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยอีกด้วย

 

“ปีเตอร์” เปิดปากหลังเซ็นหย่า “พลอย” เรียบร้อย ทำข้อตกลงหยุดสาดน้ำลายใส่กันเพื่อลูก

เป็นเรื่องราวยืดเยื้อกันอยู่นาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2560 นักร้อง/นักแสดงหนุ่ม “ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล” ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังจากเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (6 ก.ค. 2560) ได้เดินทางไปเซ็นใบหย่าแยกทางกับ พลอย – พลอยพรรณแม่ของลูก (น้องแพนเตอร์ และน้องพูม่า) ที่สำนักงานเขตวัฒนา

โดย “ปีเตอร์” เปิดเผยว่าการเซ็นใบหย่าทำภายใต้ข้อตกลงว่าจะไม่มีการพูดถึงกันออกสื่อ เพราะเห็นตรงกันว่าไม่ควรสร้างปัญหาให้แก่กัน ถือเป็นการตัดปัญหา จะได้โฟกัสที่ลูกได้เต็มที่ เพื่ออนาคตที่ดี

“พลอย” อดีตภรรยา และ “แพนเตอร์ – พูม่า” ลูกชาย

“หลังจากที่ทุกอย่างเห็นตรงกันแล้ว มันก็ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากนะครับ จริงๆ แล้วในเรื่องของรายละเอียด ผมได้มีการเซ็นสัญญากันไปว่าในเรื่องของรายละเอียดจะเก็บกันไว้ระหว่างสองคน ไม่เปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนนะครับ คือในเรื่องของข่าวคราวต่างๆ นานา เรามีความเห็นตรงกันว่าเราไม่ควรมีการสร้างปัญหาแก่กันครับ เรื่องทั้งหมดในข้อตกลงเป็นเรื่องราวที่ว่าตอนนี้จะทำให้เราตัดปัญหาและโฟกัสที่ลูกได้เต็มที่ ให้ลูกได้มีอนาคตที่แจ่มใสและที่ดีครับ”

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

โดยในส่วนของการทำหน้าที่พ่อนั้น “ปีเตอร์” บอกว่าคนที่เป็นแฟนคลับของพ่อกับลูกไม่ต้องหวง แถมยังเปรยว่าอาจจะได้เห็นภาพของพ่อลูกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย

“แน่นอนครับ อันนี้ก็อยู่ในข้อตกลงที่ผมเซ็นไปว่าจะไม่เปิดเผย แต่รับรองได้ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ ตอนนี้ใครที่เป็นแฟนคลับพ่อกับลูกก็จะมีการเห็นภาพพ่อกับลูกมากขึ้น จะมีการรับไปค้างกับผมบ้าง มันก็มีการตกลง เขาเรียกว่าอะไร การช่วยแบ่งหน้าที่กัน คือถ้าผมมีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น ก็จะได้สอนภาษาเดนิชด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่พลอยเขายืนยันว่าอยากให้ลูกพูดภาษาเดนิชเป็น”

“ปีเตอร์” และลูกๆ

เมื่อถูกถามว่าการที่เราไม่เปิดเผยคืออยากให้จบปัญหาทุกอย่างใช่ไหม ดาราหนุ่มยอมรับว่าใช่ ก่อนตบท้ายด้วยว่า การหย่าร้างถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อลูก

“ก็ใช่นะครับ ถ้ามันมีการพูดถึงรายละเอียด มันจะมีคนที่ตีความ หลายคนก็หลายความ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องดราม่าอีก ในที่สุดผมก็อยากจะให้ข้ามความเป็นดราม่าไปให้ได้ ถึงแม้จะพูดถึงผมหรือพูดถึงพลอย แต่ลูกก็จะเป็นคนที่ได้อ่านในอนาคต ผมก็อยากจะข้ามพวกนี้ไป สำหรับผมคิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราเดินหน้าเพื่อลูกได้ครับ”

เปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกหลังจากเดินทางไปเซ็นใบหย่าเมื่อวานนี้

“เมลาเนีย ทรัมป์” เยือนโปแลนด์ด้วย 2 ลุค 2 สไตล์ที่แตกต่าง คงคอนเซ็ปต์เน้นสีสันสดใสเรียกแสงแฟลชจากสื่อ

ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางเยือนโปแลนด์ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนการประชุมสุดยอด G20 ระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นที่ฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี พร้อมกับเมลาเนีย ทรัมป์ (Melania Trump) และอีวานก้า ทรัมป์ (Ivanka Trump) ซึ่งได้รับการต้อนรับจากประธานาธิบดีโปแลนด์ อันด์แชย์ ดูดา (Andrzej Duda) และภรรยาของเขา Agata Kornhauser-Duda ทั้งเมลาเนียและอีวานก้าทำให้สื่อตะลึงตั้งแต่ก้าวออกจาก Air Force One เพราะชุดที่เลือกสวมใส่ค่อนข้างโดดเด่นพอตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่จะกลายเป็นประเด็นให้ได้พูดถึงกันอีกแล้ว

สตรีหมายเลขหนึ่งลงมาจาก Air Force One ด้วยเสื้อโค้ตสีเขียวมรกตสุดเด่นจากแบรนด์ Diane von Furstenberg มูลค่า $2,400 หรือประมาณ 81,748 บาท และผ้าพันคอสีเขียวที่เข้ากับชุด แต่งแต้มด้วยรองเท้าส้นสูงสีดำที่จะเห็นเธอใส่อยู่บ่อยๆ หลังจากทักทายสื่อและได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่โปแลนด์แล้วเรียบร้อย เมลาเนียก็นั่งรถลิมูซีนไปยังที่พัก

นอกจากนี้อีวานก้า ลูกสาวของทรัมป์ ก็ร่วมเดินทางมาพร้อมสามี จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ของเธอด้วย อีวานก้าปรากฏตัวด้วยลุคสุดมั่นจาก Escada จับคู่เสื้อและกางเกงสีแดง เข้ากับรองเท้าส้นสูงสีดำ ทำให้ได้ลุคที่ทะมัดทะแมงและดูดี

ก่อนที่ประธานาธิบดีจะกล่าวสุนทรพจน์ในจัตุรัสคราซินสกี้ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและลูกสาวคนแรกเดินทางไปรอบๆ เมืองเพื่อสร้างความประทับใจให้การเดินทางทางการเมืองครั้งที่ 2 เมลาเนียได้พบกับ Agata Kornhauser-Duda สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของโปแลนด์ที่พระราชวัง Belweder ซึ่งเมลาเนียมาในเดรสพิมพ์ลายของ Delpozo 

เดรสแบบ Navi Midi ที่เมลาเนียเลือกเป็นสีสันสดใส ลายพิมพ์มีความเก๋ สะดุดตา ออกแบบลายเส้นสีชมพู สีส้ม และสีน้ำเงินได้อย่างลงตัว โดยเดรสตัวนี้วางขายได้ในราคา $2,300 หรือราคาประมาณ 78,342 บาท


 

ไม่ว่าเมลาเนีย ทรัมป์ จะออกงานกี่ครั้งก็เน้นเสื้อผ้าสีสันสดใสอยู่ตลอด ลุคเบาๆ สีอ่อนๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีให้เห็น แต่ถ้าเทียบแล้ว ลุคที่มีสีสันเด่นมักจะเห็นได้ง่ายกว่า เพราะก่อนหน้านี้เธอก็เลือกสวมเดรสลายดอกสีเหลืองสดในวันจันทร์ และดูเหมือนว่าลุคสไตล์สดใสจะเป็นเอกลักษณ์และภาพจำของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไปซะแล้ว

 

 

 

 

ภาพและที่มา : www.aol.com , [email protected]

 

 

“ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์” ฝากถึงหนุ่มๆ ริอยากจีบต้องพร้อมฝ่า 8 ด่านปราการหัวใจ

“ปุ๊กลุก – ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” ถือเป็นดาราที่ถูกโฟกัสเรื่องราวความรักมาตลอด แต่พอถามกี่ครั้ง เจ้าตัวก็ยืนยันว่าโสด หัวใจไม่ได้มีใครจับจองอยู่ ทำเอาหลายคนสงสัยว่าสวยระดับนางเอก แถมมีมงกุฎนางงามการันตี ทำไมสาวคนนี้ถึงยังไม่พร้อมมอบหัวใจให้ใครดูแลสักที

ล่าสุดในงานบวงสรวงละครเรื่อง “นางทิพย์” ที่ช่อง 7 สี จึงได้มีโอกาสสัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้แบบจริงจัง ซึ่งสาว “ปุ๊กลุก” ยอมเปิดหมดเปลือก ทั้งยังยอมรับว่าถึงจะไม่สวย แต่ก็เป็นคนเลือกเยอะพอสมควร แต่ทุกๆอย่างมักมีเหตุผลเสมอ งานนี้เลยขอล้วงลึกไปเลย หนุ่มๆต้องทำยังไง ถึงจะฝ่าด่านมาเป็นคนรู้ใจของสาวคนนี้ได้

“ปุ๊กลุก – ฝนทิพย์ วัชรตระกูล”

1. ข่าวเยอะ ต้องทำใจ : ถือเป็นดาราที่ตกเป็นข่าวอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเรื่องความรักกับหนุ่มๆในวงการ ซึ่ง “ปุ๊กลุก” ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า แจ็กพ็อตตลอดที่พระเอกที่ร่วมงานกันส่วนใหญ่ไม่มีแฟน ไม่ว่าจะเป็น “ไมค์ – ภัทรเดช สงวนความดี” หรือ “อ๋อม – อรรคพันธ์ นะมาตร์” โดยเธอบอกว่าทั้งสองเป็นคนที่เธอเคยร่วมงานหลายครั้ง ยิ่งช่วงกองถ่ายละครชีวิตจะอยู่ที่กองถ่ายเป็นส่วนมาก เลยทำให้สนิท แต่ถ้าช่วงไหนไม่ได้ร่วมงานกันก็จะห่างๆกันไป แต่ยังมีกดไลค์บ้าง ส่วนเรื่องจะเป็นแฟนนั้น ถ้าจะเป็นก็คงเป็นแฟนกันไปนานแล้ว

2. เข้าใจธรรมชาติของงานวงการบันเทิง : “ปุ๊กลุก” เผยว่า ที่ผ่านมาเธอทำงานหนักมาก ช่วงเข้าวงการใหม่ๆรับละครตลอด 7 วันเลยทีเดียว หนุ่มๆบางคนจึงไม่เข้าใจเท่าไหร่ ซึ่งเธอเองเข้าใจได้ เพราะขนาดคุณพ่อคุณแม่ยังต้องใช้เวลา 2 – 3 ปี กว่าจะเข้าใจระบบการทำงาน ต้องพามาเจอ พามาอยู่ด้วย ท่านถึงเข้าใจว่าเราไม่มีเวลาพัก ดังนั้นคนที่จะมาอยู่ตรงนี้ได้ต้องเข้าใจ

3. หนุ่มๆต่อคิวขายขนมจีบเยอะ : ดีกรีนางเอก แถมยังมีมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์มาการันตีความสวย สาว “ปุ๊กลุก” จึงเป็นที่สนใจของหนุ่มๆ ทั้งเธอยังยอมรับว่าอาจจะไม่สวยมาก แต่ก็เลือกเยอะพอสมควร มีหนุ่มๆเข้ามาขายขนมจีบเยอะ แม้จะไม่เท่าที่อินเดีย ที่ไปไหนมาไหนมีหนุ่มๆมองตลอด แต่ที่เมืองไทยก็ไม่น้อย โดยสาว “ปุ๊กลุก” ยังแอบกระซิบว่า หนุ่มๆหลายคนก็ทราบว่าเขามีคู่แข่ง เพราะเราอยู่วงการก็เหมือนอยู่ในที่แจ้ง สามารถเช็กได้อยู่แล้ว

4. รักจริงต้องอดทน : นางเอกสาวยังเผยอีกว่า ผู้ชายคบผู้หญิง พอเลิกกันมันไม่มีอะไรเสียหาย แต่เธอเองที่เป็นผู้หญิง แถมยังเป็นดาราด้วย จึงมีคนเฝ้าจับตามองเยอะ ถ้าคบกับใครแล้วเลิกและเป็นข่าว มันดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่

5. อย่าใจร้อนรีบเร่งเป็นแฟนกัน : เพราะสาว “ปุ๊กลุก” ไม่มีหนุ่มเป็นตัวเป็นตนสักที เลยทำให้ “ปุ๊กลุก” ถูกสัมภาษณ์เยอะเกี่ยวกับเรื่องความรัก อีกทั้งไม่อยากรีบเร่งเพื่อคนอื่น แต่อยากซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ถ้ายังไม่มั่นใจก็อาจจะขอเวลา Take Time ถ้า Take Time กับเราไม่ได้ และเร่งให้เราต้องเป็นแฟนกัน ทำให้ต้องแยกกันไป โดยเธอได้ยกตัวอย่างว่า “มีครั้งนึงที่แบบมาถึงเมเจอร์ รัชโยธิน แล้ว ทำไมถึงกินข้าวไม่ได้ จนเขาคิดว่าเราไม่ยอมเปิดตัว เพราะไม่ให้เกียรติเขา แต่หนูก็เข้าใจว่าหนูเป็นผู้หญิง แล้วหนูมีคนคนนึงคุยอยู่แล้ว บอกว่า ‘น้องครับ อย่าไปที่นี่เลย เพราะมีคนนั้นคนนี้’ หนูก็คงแบบอะไร แต่ถ้ามองอีกมุมนึง เราเป็นนักแสดง เราต้องใช้เวลากับเขา ถ้าวันนึงเรามั่นใจ เราเปิดอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้มันยังเป็นช่วงเรียนรู้และศึกษา คุยโทรศัพท์อย่างเดียวก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง มันก็คงต้องมีไปกินข้าวบ้าง แต่พอเราไปแล้วไม่เปิดตัว เขาก็ไม่เกทอีกว่าเราคุยหลายคนเหรอ หรือว่าทำไมชีวิตมันยากจัง มันก็ไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ไปให้พี่ๆเจอ คือเป็นที่ไม่ได้ไพรเวตมาก แต่พี่ๆอาจไม่ได้ไปในวันนั้น เช็กแล้วงานอีเว้นต์มาลงที่นี่ก็จะไม่ไป บางทีก๋วยเตี๋ยวหน้าบ้านก็ช่วยเราได้ คือไม่ได้อยากหลบ เพียงแต่เราไม่รู้ว่าคนนี้จะใช่หรือเปล่า ถ้าวันนึงใช่ก็เปิดแน่นอน”

สวยขนาดนี้ยังโสดได้ไง

6. ไม่ใช่ไฮโซก็เข้ามาจีบได้ : มีข่าวกับหนุ่มไฮโซและนักธุรกิจอยู่เนืองๆ ทำให้หลายๆคนสงสัยว่าหนุ่มเหล่านี้จะมีโอกาสพัฒนาสถานะไปเป็นแฟนมากกว่าหนุ่มๆธรรมดาหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ “ปุ๊กลุก” กล่าวว่า “เงินมันไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดในชีวิตของหนู หนูหาเงินเองได้”

7. อยากเริ่มต้นความสัมพันธ์จากเพื่อน : ดาราสาวมองว่าการที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์จากความเป็นเพื่อนน่าจะเป็นอะไรที่โอเคที่สุด โดยบอกว่า “คิดว่าถ้าเป็นเพื่อนกันมาก่อนคงไม่เกร็ง และคงเข้าใจระบบการทำงานของเรา อาจจะหายากไปนิดนึง แต่ก็คิดว่าถ้าเกิดจะมีคนที่ใช่จริงๆก็คงเข้าใจ”

“พี่อั้ม – ปุ๊กลุก”

8. ทีมตรวจสแกนละเอียดยิบยิ่งกว่าดีเอสไอ : ด่านสุดท้ายต้องไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะนอกจากหนุ่มๆที่เข้ามาจะต้องโดนใจ “ปุ๊กลุก” แล้ว ยังต้องถูกใจ “พี่เอส” (ผู้จัดการส่วนตัว) “พี่อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ” และเพื่อนซี้ “มิน – พีชญา วัฒนามนตรี” ซึ่งนักแสดงสาวเผยว่า “คนใกล้ตัวค่อนข้างซีเรียส เพราะเราไม่ได้มีความรักมานานแล้ว เวลาจะมีใครเข้ามา ‘พี่อั้ม’ ก็บอกให้พาเขามากินข้าวด้วยกัน จะได้ช่วยสแกนให้ เราเป็นนักแสดง คนที่เข้ามาหาเรา เราก็ต้องแสแกนก่อน ให้คนรอบข้างสแกนว่าเขามาหาเราที่เราเป็นเรา หรือว่าด้วยชื่อเสียงของเรา เราไม่ได้ดูถูกใคร แต่มันก็ต้องดูให้มั่นใจและแน่ใจ ใช้เวลาในการพิสูจน์เขา”

“มิน” “ปุ๊กลุก” สองสาวเพื่อนซี้

เอาเป็นว่าคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะมีหนุ่มคนไหนผ่านด่านหินเข้ามาพิชิตหัวใจของนางเอกคนนี้ได้สำเร็จ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นคงต้องฝากไปถึงทีมตรวจสแกนให้ลดระดับความเข้มงวดสักหน่อย เพราะไม่ว่า “พี่อั้ม” หรือ ”น้องมิน” หัวใจตอนนี้เป็นสีชมพูไปแล้ว ก็ให้โอกาสสาว “ปุ๊กลุก” หัวใจฟรุ้งฟริ้งบ้างนะ

 

อิจฉา! เคน-ต่อ หนุ่มหล่อต่างรุ่น แลกหมัดต่อหมัดจีบ ชมพู่-อารยา ใน กามเทพปราบมาร

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับ ละครซีรีส์ The Cupids บริษัทรักอุตลุด ที่ได้ฝากเรื่องราวความรักหลายแบบผ่านนักแสดงคู่รักรุ่นเล็กไปแล้ว 7 ตอน ในวันนี้ก็ได้มาถึงคราวคู่รักรุ่นใหญ่ #ทีมบอสเจ๊ลี เคน – ธีรเดช และชมพู่ – อารยา ที่จะมาเป็นคู่สุดท้ายปิดฉากซีรีส์ในตอน กามเทพปราบมาร 

มอบความสนุกให้แฟนๆ มาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม จากช่วงเวลา 5 เดือน มาในเดือนกรกฎาคมนี้ ก็ถึงคราวปิดฉากละครซีรีส์ The Cupids บริษัทรักอุตลุด กันแล้ว โดยวันนี้ (7 ก.ค. 60) ตอน กามเทพปราบมาร ตอนสุดท้ายของซีรีส์ที่ได้คู่พระ-นางรุ่นใหญ่ เคน – ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต จะเริ่มออนแอร์ตอนแรก ทั้งยังพาทีมพระ-นางตั้งแต่ตอนแรกๆ โผล่มาให้เห็นหน้าจนแฟนๆ ได้อิ่มเอมใจและหายคิดถึงกันแน่นอน

สำหรับพระ-นาง เคน – ชมพู่ จะนับว่าเป็นคู่ที่หลายคนรอชมเลยก็ว่าได้ โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่นั้นเคยมีผลงานละครร่วมกันมาแล้วอย่าง วิวาห์ว้าวุ่น, รหัสทรชน, รักคุณเท่าฟ้า และอันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

เคน – ชมพู่ – ต่อ

โดยในละครซีรีส์ The Cupids ตอน กามเทพปราบมาร ความรักคู่นี้ก็ไม่ได้ออกแนวราบรื่นอย่างที่คิดนะ เพราะมีหนุ่มน้อยหน้าใสต่างรุ่นกับหนุ่มเคนมาแลกหมัดต่อหมัดเพื่อจีบสาวชมพู่ นั่นคือ ต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรง เรียกว่าต้องมีแบ่งทีมเป็น 2 ฝ่าย พร้อมติดแฮชแท็กเชียร์หนุ่มเคนและหนุ่มต่อกันมั่งละ ส่วนเรื่องราวจะสนุกสนานสมตอนสุดท้ายของซีรีส์แค่ไหน รอพิสูจน์กันคืนนี้กับตอนแรกได้เลย เอาเป็นว่าตอนนี้ขอเสิร์ฟรูปมาให้ได้ชมกันก่อน และถ้าชาวแพรวเป็นสาวชมพู่ จะเลือกให้หัวใจกับใครดีน้า…ระหว่างเคน – ต่อ ส่วน แพรวดอทคอม เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ จ้า (ยิ้มเขินเบาๆ)


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @kun_jun @broadcastthaitv @nottchomthewedding #กามเทพปราบมาร

ครั้งแรกในไทย “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองศิลปวัฒนธรรมระดับโลก

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Bienale 2018 (BAB2018) เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่จะเปลี่ยนให้กรุงเทพมหานคร เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเวนิสแห่งตะวันออก กลายเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก โดยงานนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดย นายฐาปน สิริวัฒนภักดี (ประธานกรรมการบริหาร อาร์ต เบียนนาเล่) และ ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ จุดมุ่งหมายสำคัญสำหรับงานนี้ ภายใต้แนวคิด สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต (Beyond Bliss) เพื่อทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางสำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และมีแผนการจัดงานในทุกๆ 2 ปี ที่จะจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย และศิลปินต่างประเทศจากทั่วโลก นำมารวมกันไว้ ณ สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น อาคาร โบราณ สวน วัด เส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แหล่งชุมชนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยอันทรงคุณค่า

เรีกได้ว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” Bangkok Art Bienale 2018 (BAB2018) เป็นเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสจในอันทรงคุณค่าของผลงานแต่ละชิ้นเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนและยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังทำให้กรุงเทพมหานครเป็นศุนย์กลางที่จะช่วยสะื้อนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรมของไทย ให้ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อบกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก โดยตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2560 จะมีการเปิดรับสมัครศิลปินทั่วโลก สามารถส่งผลงานของท่านได้ที่ www.bkkartbiennale.com