ShopBack เว็บไซต์และแอพบนมือถือ สนุกกับการช้อปปิ้งที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

ShopBack Thailand และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เปิดตัวแล้วในไทย นอกจากจะมีส่วนลดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคูปอง บัตรกำนัล โค้ดส่วนลด และเงินคืนสำหรับบัตรเครดิตจากร้านค้าออนไลน์แล้ว ยังมอบเงินคืนสูงสุดถึง 30% ให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

 ShopBack เปิดตัวครั้งแรกในประเทศสิงคโปร์ในปี 2557 โดยมีคอนเซ็ปต์การทำงานที่ง่ายๆ ตรงไปตรงมา เมื่อมีการซื้อขายสำเร็จในแต่ละครั้ง ShopBack จะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากร้านค้าออนไลน์ จากนั้น ShopBack ก็จะนำค่าคอมมิชชั่นนั้นมาแชร์ให้กับลูกค้าในรูปแบบของการคืนเงิน ซึ่งเป็นเหมือนโบนัสให้กับนักช้อป

ShopBack มีร้านค้าพาร์ทเนอร์มากกว่า 1,300 ร้าน จากทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศไทยมีมากกว่า 100 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์สำหรับจองการเดินทางท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง Expedia และ Booking.com ร้านค้าความงามจากฝรั่งเศสอย่าง Sephora เว็บไซต์สำหรับช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Lazada ร้านค้าแฟชั่นออนไลน์อย่าง Pomelo รวมไปถึง Grab และ Uber ซึ่งเป็นแอพเรียกรถรับส่ง และอื่นๆ อีกมากมาย นักช้อปยังมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนสูงสุดถึง 30% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละร้านค้าอีกด้วย

ทั้งนี้ ShopBack มีผู้ใช้งานรวมกว่า 3 ล้านคน โดยมี จำนวนการสั่งสินค้า 1,000 รายการต่อชั่วโมง จากการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าเป็น 600 ล้านคนภายในปี 2568 และคาดการณ์ว่ายอดขายจากธุรกิจ e-commerce ในภูมิภาคนี้จะพุ่งสูงขึ้นจาก 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็นประมาณ 88 พันล้านเหรียญภายในปี 2568* ดังนั้น ShopBack จึงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายการให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเพื่อมอบสิ่งดีๆ ให้แก่นักช้อปในภูมิภาคนี้

 

 

 

 

 

ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  วันหยุดเข้าสู่โหมดธรรมะ เหมือนกับจะเตือนว่า ขอให้ดำรงตนอยู่ในสิ่งที่ดี อย่าประกอบอาชีพที่ผิดศีลธรรม หรือไม่ถูกต้อง ชีวิตจะไม่มีความสุข

การเงิน : มีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น พอเพียงค่ะวันนี้

ความรัก : วันนี้มีเกณฑ์ว่า คงได้ชวนกันไปปฏิบัติธรรมค่ะ  คนโสด ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์

สุขภาพ : อาจขาดสารอาหาร วิตามิน และแคลเซียม จนทำให้เกิดโรคชราเร็วกว่าที่คิด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  วันเสาร์ขอพักสักวัน หลังจากที่ท่านอยู่กับความกดดัน ความรับผิดชอบมาตลอดทั้งอาทิตย์ ชาร์จแบตสำหรับวันจันทร์ที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ

การเงิน :  เข้าหุ้นไม่โอเค ต้องทำคนเดียว

ความรัก : วันนี้ท่านเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ นะคะ  เรียกร้องและคาดหวังกับคู่ครองค่อนข้างสูง ก็ทำให้ไม่มีความสุขกันได้ คนโสด คบกันย้าวยาว จึงจะตัดสินใจได้

สุขภาพ : ระวังเดินไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยอาจติดเชื้อ หรือพยายามอยู่ไกลๆ จากคนที่ไม่สบายท่านจะติดเชื้อโดยง่าย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  วันนี้ท่านจะได้ทำงานหลกาหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการแสวงหาความรู้ เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์อยู่เสมอ

การเงิน :  ลองเสี่ยงโชคนะคะ วันนี้ท่านมีลาภลอย

ความรัก : เป็นคน 2 บุคลิก เดี๋ยวก็เจ้าอารมณ์ ดุดัน เดี๋ยวก็สุขุมเรียบร้อย  จนคนอยู่ข้างๆ ทำตัวไม่ถูก คนโสด ท่านรักแล้วรักเลย จึงต้องดูใจกันนาน  

สุขภาพ : ท่านไม่ชอบไปหาหมอ เพราะฉะนั้นหากเป็นอะไรก็จะหนักเลย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านอาจมีช่องทางทำรายได้เสริม งานที่ทำได้ดีคือ การติดต่อประสนงาน เช่น พนักงานขาย นักการตลาด

การเงิน   :  เหมาะกับการลงทุนระยะสั้น

ความรัก : วันนี้อาจได้ลงทุนร่วมกับครอบครัว หรือทำธุรกิจของครอบครัว ซึ่งท่านก็สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างดี คนโสด ท่านมีเสน่ห์ ใครเห็นก็ชอบ แต่ขอบอกวันนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย

สุขภาพ : ระวังวูบนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านกำลังมีเรื่องให้ต้องคิดและตัดสินใจ หากเป็นงานที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ท่านจะทำได้ดี

การเงิน : มีโชค มีเกณฑ์ได้รับมรดก

ความรัก : วันนี้ท่านมีโอกาสอาจหวั่นไหวกับเพศเดียวกันนะคะ  คนโสด ขอผู้ใหญ่ค่ะวันนี้ เพราะจะเป็นทุกอย่างให้ท่านได้

สุขภาพ :  ทานอาหารให้ครบ 5  หมู่ เพราะจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำย่อยและกระเพาะอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : อะไรก็แล้วแต่ วันนี้ท่านจะได้ทำงานที่ตัวเองรัก หรือได้ทำงานกับคนที่แอบรัก แอบปลื้มอยู่ โอ้โฮ มีความสุขจัง

การเงิน :  ใช้เงินปรนเปรอกับความรักมากนะคะ

ความรัก : วันนี้รักคู่จังเลย ใช้เวลาวันหยุดด้วยกันให้เต็มที่ คนโสด ท่านตกอยู่ในห้วงแห่งความรักแบบลึกสุดใจ ก่อนจะทำอะไรคิดเยอะๆ นะคะ

สุขภาพ  :  ระวังอุบัติเหตุทั้งทางน้ำและทางบก

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : แม้จะเป็นวันหยุด แต่ท่านก็ไม่หยุดใช้สมอง เพราะอยากทำงานให้ประสบความสำเร็จ

การเงิน : มีโชคลาภ แต่ให้ระวังเรื่องการใช้จ่ายของแพง

ความรัก :  วันนี้ขอทำงานก่อนนะคะ เรื่องครอบครัวเป็นรองขอให้เข้าใจกันนิด คนโสด วันนี้สายเพย์ค่ะ อยากได้อะไรป๋าจัดให้

สุขภาพ :  อย่าหักโหมทำงานมากนะคะ จะมีปัญหาเรื่องระบบหายใจ

ระเบิดสวนพริกบนรันเวย์! เผยโฉมสาวงามหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำ MUT 2017 Collection

นับแต่ผู้เข้าประกวดมิสยูเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ทั้ง 40 คนได้รายงานตัวกับกองประกวด และทำกิจกรรมนอกสถานที่แล้ว ผู้เข้าประกวดยังได้รับการฝึกอบรมทั้งการเดินแบบ การแสดง พัฒนาบุคลิกภาพ ทำให้การเดินแฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำครั้งนี้ผู้เข้าประกวดทั้ง 40 คนจะได้ใช้ความรู้และทักษะที่ผ่านการอบรมมานำเสนอตนเองอย่างเต็มที่

40 สาวงามเปิดเวทีด้วยการเดินโชว์เป็นกลุ่มพร้อมแอ๊กเซสซอรี่ส์ จากนั้นเดินโชว์ทีละคนจนครบ 40 คน และปิดท้าย ด้วยฟินาเล่ที่ 40 สาวงามเดินอวดโฉมพร้อมๆ กัน

สำหรับชุดว่ายน้ำที่ผู้ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ใช้ในการเดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ มีทั้งชุดว่ายน้ำวันพีซ (One Piece) และทูพีซ (Two Pieces) โดย BSC Swimwear โดยมีชื่อเรียกว่า MUT 2017 Collection โดยมีชุดว่ายน้ำทั้งสิ้น 8 แบบ คือ

  • Luxury Vintage เป็นชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำ ตัดด้วยหนัง แนววินเทจ ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่ออกแนวเซ็กซี่ แต่ยังคงมีความสง่างาม แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 1 / 9 /17 / 25 / 33
  • Sheer Beauty ชุดว่ายน้ำวันพีซที่ตัดส่วนช่วงเอวเป็นเส้นสาย เพื่อให้เกิดลายกราฟิก พร้อมเบลเซอร์ และเน้นออกมาเป็นแนวร็อคด้วยถุงน่องตาข่ายปักคริสตัล แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 2 / 10 /18 / 26 / 34
  • Modern Coast Guarding เป็นชุดว่ายน้ำวันพีซ ในแนวชุดการ์ดชายหาดหรือชุดเล่นเซิร์ฟ แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 3 / 11 /19 / 27 / 35
  • Belt ชุดว่ายน้ำวันพีซในดีไซน์ที่มีเข็มขัด (Belt) คาดช่วงเอว ซึ่งลูกเล่นของเข็มขัดจะช่วยให้สาวๆ ดูมีทรวดทรงส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 4 / 12 /20 / 28 / 36
  • Zip & Sporty ชุดว่ายน้ำวันพีซแนวนักกีฬาที่เพิ่มลูกเล่นด้วยตัวซิป (Zip) ที่อยู่ในช่วงบน เพิ่มความเซ็กซี่บนความแข็งแกร่ง ให้ลุคสาวมั่น แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 5 / 13 /21 / 29 / 37
  • One Shoulder Wrap ชุดว่ายน้ำวันพีซเปิดไหล่ข้างเดียว ซึ่งนอกจะเน้นรูปร่างแล้ว ยังเน้นให้เห็นช่วงคอและไหล่ที่ระเหิดระหง แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 6 / 14 /22 / 30 / 38
  • Total Crop Top ชุดว่ายน้ำทูพีซที่สามารถใส่เป็นเสื้อคร็อปเอวลอยได้เก๋ๆ หรือใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นหรือกางเกงขายาว ก็กลายเป็นแฟชั่นแคชวลริมหาด แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 7 / 15 /23 / 31 / 39
  • 80s Inspired ชุดว่ายน้ำทูพีซเปิดไหล่สองข้าง มีทั้งความสนุกและสดใส และมีกลิ่นอายจากยุค80 แสดงแบบโดยผู้เข้าประกวดหมายเลข 8 / 16 /24 / 32 / 40

ทั้งนี้ในวันที่ 19 – 26 กรกฎาคม ผู้เข้าประกวดทั้ง 40 คนก็จะเดินทางไปเก็บตัวทำกิจกรรมที่จังหวัดเชียงใหม่ และจะกลับมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง สำหรับการประกวดรอบ Preliminary จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27  กรกฎาคม ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ เวลา 19.00 น. – 20.30 น.

โดยในรอบพรีลิมมินารีนอกจากจะมีการประกาศโหวตท็อป 5 ของ People’s Choice แล้ว ยังจะมีการประกาศรางวัลพิเศษ 3 รางวัล คือ Miss Smile by เมืองไทย ประกันชีวิต, Miss Beauty – Elegance by น้ำดื่มสิงห์ และ Boutique Lady by Bangkok Airways

ส่วนการประกวดรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2560 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ เวลา 19.00 น. – 21.30 น. สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถ่ายทอดการประกวด เวลา 22.45 น. ทวงช่อง 3 และช่อง 3 HD ช่อง 33 หลังจบละครภาคค่ำ และแพร่ภาพการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 รอบตัดสินอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม ในเวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 SD ช่อง 28

แนะทริคสวมเดรสให้เหมาะกับรูปร่าง มีแต่ปัง ไม่ดูป้า เลอค่าหน่อยๆ สวยหรูได้ง่ายๆ

สาวๆ ที่กำลังกังวลเรื่องการแต่งตัวให้เป๊ะอยู่ มาทางนี้เลยค่า ไม่ว่าคุณจะรูปร่างผอมหรืออวบก็มีปัญหาในการแต่งตัวได้ทั้งนั้น อย่างสาวๆ ร่างบาง การใส่เกาะอกหรือเสื้อคอลึกก็อาจจะไม่โอเค สาวอวบจะใส่เสื้อผ้าพอดีตัวก็แลดูจะแน่นไปนิด เพราะงั้นการรู้จักรูปร่างตัวเองและเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับสัดส่วนก็จะช่วยให้ดูดีขึ้นได้

วันนี้แพรวดอทคอมเลยขอแนะนำทริคเล็กๆ สำหรับการใส่เดรส เพื่อให้สาวๆ นำไปปรับใช้กันได้แบบสวยๆ ต่อไปไม่ว่าจะปาร์ตี้หรือออกเดทกับหนุ่มก็จะได้มั่นใจ ไม่มีเสียเซลฟ์นะจ๊ะ และถามว่าทำไมต้องเป็นเดรส บอกเลยว่าเดรสเป็นชุดที่จะใส่ไปไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเที่ยว เดท งานบุญ ปาร์ตี้ หรือแม้แต่งานแบบทางการ เดรสก็สอบผ่าน แถมยังใส่ง่ายและสบายด้วย

นอกจากจะมาบอกทริคแล้ว ก็ขอแนะนำเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นใหม่ของ MONLADA ไปด้วยเลยละกัน เพราะคอลเล็คชั่นนี้เหมาะกับสาวสายหวานสุดๆ มาในโทนชมพูละมุน มีความเป็นเจ้าหญิงหน่อยๆ ลายดอกก็น่ารักกำลังดี

เริ่มต้นด้วยเดรสแบบ Tedeo : เดรสเกาะอกเข้ารูป แต่งระบายช่วงกระโปรงเพิ่มลูกเล่นมิติให้ชุด พิมพ์ลายดอกกุหลาบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

 

Pascal : ชุดเดรสแขนสั้นกระโปรงบาน ผ้าชีฟอง ลายพริ้นต์ดอกกุหลาบ ตกแต่งระบายที่คอ เพิ่มลูกเล่นที่เอวทั้งสองข้างด้วยการผูกโบ ช่วยเสริมลุคให้ดูหวานขึ้น

 

ไม่ใช่เดรสแบรนด์ MONLADA ก็มีนะ

Remember Jacket : แจ็กเก็ตสีพิ้งค์โกลด์เป็นประกายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากไทยจิตรลดา คอปกตั้ง คลุมด้วยลูกไม้สไตล์ MONLADA เซ็กซี่ เรียบหรู มีเสน่ห์ล้ำลึก น่าค้นหา คัตติ้งของ Princess Seam ทำให้แจ็กเก็ตเข้ารูป ดูมีทรวดทรง

Remember Pants : กางเกงขายาวทรงตรงสีพิ้งค์โกลด์เป็นประกาย สวมใส่คู่กับแจ็กเก็ตได้อย่างลงตัว BLACK ROSE เดรสเข้ารูป แขนยาว คอตั้ง ตัดเย็บด้วยผ้าเลื่อมสีพิ้งค์โกลด์ ปลายยาวจรดพื้น ดูเรียบสง่า เหมาะกับงานที่ต้องการความโดดเด่นและดูหรูหรา

 

มาถึงทริคในการเลือกเดรสแล้ว ดูเลยแบบไหนเข้ากับตัวคุณ

ทริคในการสวมเดรส สำหรับสาวๆ หุ่นนาฬิกาทราย ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ไม่ต้องเป็นห่วง เชียร์ให้เลือกเดรสเข้ารูปหรือรัดรูปใส่ออกงานอวดหุ่นเป๊ะๆ กันได้เลย เพียงแต่เลือกเฉดสีให้ถูกต้องกับงาน เซฟสุดจะเป็นสีพาสเทลละมุน รอดแบบสวยๆ แถมไปต่อได้ทุกงาน


 

ชุดเดรสสำหรับผู้หญิงหน้าอกเล็กและแบน ควรหลีกเลี่ยงชุดเดรสที่มีคอลึก เพราะจะทำให้เห็นส่วนหน้าอกของคุณชัดเจนขึ้น ต้องเลือกแบบที่คอเต็ม แล้วใส่เครื่องประดับเพิ่มเติม สร้างมิติส่วนหน้าอกและลำคอ


 

ชุดเดรสสำหรับผู้หญิงหน้าอกใหญ่ ชุดเดรสแบบคอวีหรือคอลึกจะเพิ่มจุดเด่นให้น่าสนใจ และเลือกเนื้อผ้าแบบที่ทำให้เห็นสัดส่วน หรือเนื้อผ้าแบบรีดเรียบไปกับร่างกาย แต่ถ้าไม่ต้องการให้คนมองมาก ใช้วิธีการแชร์ดึงดูดจุดสนใจ เช่น เดรสที่กระโปรงบานหน่อย ทั้งนี้ความยาวของชุดเดรสควรอยู่ประมาณหัวเข่า


 

สำหรับสาวส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐาน ขอแนะนำเดรสตัวสั้นกับรองเท้าส้นสูงเพิ่มเรียวขาให้ดูยาว


 

ส่วนสาวร่างเล็กสามารถใส่เดรสได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเดรสทรงดินสอ (Mod) หรือจะเป็นเดรสทรงตรงธรรมดาๆ (Shift) ก็เอาอยู่


 

คิดว่าสาวๆ คงได้ไอเดียไปแต่งตัวให้เข้ากับรูปร่างตัวเองกันแล้ว และเดรสก็มีหลายสไตล์ ลองเลือกดีไซน์ที่เราชอบใส่นะ ความมั่นใจจะได้เพิ่มขึ้นไปอีก 

 

 

 

ภาพ : www.monlada.com, IG@duearisara, @lydiasarunrat

 

 

กาญจนา หงษ์ทอง ทุบสถิติเที่ยว 193 ประเทศ เลิกเป็นนักข่าว มาเป็น “นักเดินทาง”

กาญจนา หงษ์ทอง นักเขียนสารคดีท่องเที่ยวต่างประเทศ เจ้าของผลงานพ็อกเก็ตบุ๊กท่องเที่ยวระดับเบสต์เซลเลอร์ของเมืองไทย

ชื่อของ “กาญ” หรือกาญจนา หงษ์ทอง เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักอ่านสารคดีท่องเที่ยวต่างประเทศว่า เธอคือผู้หญิงที่ออกเดินทางย่ำรอยเท้าฝากไว้ในหลายประเทศ ประมาณว่านับนิ้วมือหลายรอบก็ยังไม่ถ้วน และแน่นอนว่าแต่ละประเทศที่ไป…

ล้วนไม่ธรรมดา

และเพื่อทำฝันให้เป็นจริง นั่นคือเดินทางให้ครบ 193 ประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งคือรอบโลกนั่นแหละ เธอจึงเลือกสลัดคราบนักข่าวสายการเงินหนังสือพิมพ์ที่ทำมานาน เพื่อประกอบอาชีพ “นักเดินทาง” อย่างเป็นล่ำเป็นสัน แน่นอนว่าใครที่รู้ถึงการตัดสินใจของเธอต่างออกปากเป็นเสียงเดียว…

อิจหนักมว้าก-ก-ก-ก-ก

“บางคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องลาออกจากงานเพื่อมาเที่ยวด้วย ก็ทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วยสิ ไม่เห็นเป็นไรเลย แต่เราเชื่อว่าใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนและชอบเที่ยวจะรู้สึกปวดหัวกับการบริหารเวลาพักร้อน เพราะปีหนึ่งหยุดได้ 15 วันเท่านั้น แค่เดินทางไปทริปใหญ่ วันลาพักร้อนก็หมดแล้ว ยังเคยแอบคิดเล่นๆ ว่ามีใครจะขายวันลาพักร้อนไหม อยากรับซื้อเหลือเกิน ขณะเดียวกันเวลามีหมายเชิญไปทำข่าวที่ต่างประเทศ เราต้องนั่งก้มหน้า ไม่อยากไป เพราะไปมาหมดแล้ว ไม่รู้สึกท้าทาย และอยากเปิดโอกาสให้คนอื่นเที่ยวบ้าง

ทะเลทรายนามิบ (Namib Desert)

กาญจนา หงษ์ทอง

กาญจนา หงษ์ทอง

ทะเลทรายนามิบ (Namib Desert)

กาญจนา หงษ์ทอง

“โดยส่วนตัวชอบเที่ยวแบบวางแผนจัดการเอง ข้อดีคือ ทำให้เราจดจำทุกสิ่งอย่าง เหมือนมีแผนที่โลกในหัว เวลาเดินทางไปประเทศไหน จะจดบนทึกในสมุดว่าไปประเทศไหนมาแล้ว เป็นลำดับที่เท่าไหร่ วันหนึ่งมองไดอะรี่ที่จดไว้ เราทำสถิติเดินทางท่องเที่ยวมาแล้ว 94 ประเทศ โดยประเทศที่ 93 คือเคนยา และ 94 คือยูกันดา ไม่นับประเทศที่ชอบ และเดินทางไปมาซ้ำๆ หลายรอบอย่างเม็กซิโก จีน อินเดีย บาหลี ฯลฯ เหลืออีกนิดเดียวจะครบ 100 ประเทศแล้ว ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า…

“ทำไม กาญจนา หงษ์ทอง ต้องจำกัดตัวเองไว้กับการลาพักร้อนปีละครั้งด้วย จึงตัดสินใจลาออกเพื่อประกอบอาชีพนักเดินทาง”

กาญจนา หงษ์ทอง

South America & Antarctica

South America & Antarctica

ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum)

“ถ้าถามว่าชอบเที่ยวประเทศแบบไหน บอกได้เลยว่าไม่ชอบไปประเทศที่เป๊ะเว่อร์ มีระเบียบ ประมาณว่าลืมของไว้ก็ไม่หาย แต่ชอบไปประเทศที่ท้าทาย เช่น เดินๆ อยู่จะเจออะไรไหม ต้องลุ้นว่าจะเกิดอะไรหรือเปล่า พอเราได้ไปประเทศเหล่านั้น จะรู้สึกว่าโคตรรักชีวิตตัวเองเลยที่ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในประเทศเหล่านี้ เพราะมีหลายความรู้สึกที่คัดง้างกันเองตลอดเวลา ทั้งกล้า ทั้งกลัว บางครั้งลังเลว่าไปดีไหม จะอดทนได้ไหม แต่ในทางกลับกัน เรามักได้คำตอบให้ตัวเองว่าถ้าวางแผนการเดินทางดีแล้ว และไม่อ่อนข้อต่ออุปสรรค ทุกอย่างเราทำได้ ทุกวันนี้จึงมีลิสต์ของตัวเองตลอดว่า มีที่ไหนที่อยากไปบ้าง วางแผนว่าจะเที่ยวไปเรื่อยๆ ให้ครบ 193 ประเทศ

กาญจนา หงษ์ทอง

กือราเซา (Country of Curaçao)

“กาญเชื่อว่าไม่เคยมีการเดินทางครั้งไหนที่ไม่ทำให้เราเติบโต ทุกการเดินทางทำให้เราได้เรียนรู้ตัวเอง ที่สำคัญคือ เป็นการเรียนรู้ไม่จบสิ้น”

ภาพ : IG @kan_hongthong

ค้นหาข้อมูลรอบโลก : www.wikipedia.org

10 ชุดเจ้าสาวไม่ขาวก็แต่งได้จาก Paolo Sebastian

เปาโล เซบาสเตียน (Paolo Sebastian) ดีไซเนอร์ชาวออสซี่ผู้สร้างชุดเจ้าสาวที่ชื่อว่า Swan Lake ที่โด่งดังสุดๆในพินเทอเรสช่วงปี 2014 โดยมีแรงบันดาลใจมาจากชุดนักเต้นบัลเล่ต์ งานชุดเจ้าสาวที่ไม่ยึดติดกับสีขาว แต่สามารถคงความโรแมนติกไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

6 คำแนะนำเลือกชุดแต่งงานราคาตามงบ

ต่อให้คุณว่าที่เจ้าสาวจะมีงบประมาณจัดงานแต่งงานมากมายเป็นเจ็ดหลัก แต่สำหรับเรื่อง ชุดแต่งงาน สำหรับบางนางก็ไม่อยากจะให้เว่อร์วังจนเกินไป ถ้าอย่างนั้นเรามาฟัง โปรฝน – ธิธาร โฆษิตวงศ์ ผู้จัดการร้าน Mu Tiara Wedding Gown & Planner ที่มาแนะนำว่าที่บ่าวสาวถึงเทคนิกการเลือกชุดแต่งงานตามงบประมาณกันค่ะ

  1. ชุดเช่าถูกที่สุด ทั้งยังสามารถคุมงบประมาณได้มากกว่าเช่าตัดและตัด
  2. ลดสเป็คเนื้อผ้าและอุปกรณ์ตกแต่งให้เป็นแบบราคาถูก แต่คุณภาพใกล้เคียงกับที่ต้องการ
  3. ตัดชุดเจ้าบ่าวร้านเดียวกับชุดเจ้าสาว นอกจากจะประหยัดกว่า ยังต่อรองราคาได้มากและอาจได้ของแถมเป็นพิเศษ
  4. ใส่เดรสโทนขาวครีมแทนชุดเจ้าสาว เสร็จงานแล้วยังเก็บไว้ใช้ในโอกาสอื่นๆ ได้ด้วย
  5. ใช้ชุดเดียวในแต่ละช่วงพิธี เช่น พิธีสงฆ์ หมั้น รดน้ำ 1 ชุด เมื่อถึงงานฉลองช่วงเย็นค่อยเปลี่ยนอีกชุด
  6. อยากได้ลูกไม้นอกหรือลูกไม้ปักดิ้นราคาแพงมาประดับชุด แนะนำให้ซื้อช่วงลดราคาของแต่ละซีซั่น

4 เรื่องรักจี๊ดๆ 1 ล้านวิวจาก “Club Friday SHOW” โดนใจจนต้องวนดูซ้ำแล้วซ้ำอีก

เป็นหนึ่งในท็อปปิกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตลอดสัปดาห์นี้เลย สำหรับรายการ “Club Friday SHOW” วาไรตี้ทอล์คโชว์พูดคุยกับคนดังเรื่องความรัก กับคอนเซ็ปต์ที่ว่า “เพราะทุกความรักมีคำตอบ” ดำเนินรายการโดย “ดีเจพี่อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” “ดีเจพี่ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” และ “อั๋น – ภูวนาท คุนผลิน” ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 18.30 น. ทางช่อง GMM25
แต่เมื่อเร็วๆนี้หลังจากออนแอร์ตอนที่ 121 ซึ่งมี “โฟร์ – ศกลรัตน์ วรอุไร” เป็นแขกรับเชิญ รายการดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีการพูดถึงอดีตหนุ่มรู้ใจของสาว “โฟร์” ซึ่งแม้จะไม่ได้มีการเอ่ยชื่อออกมาตรงๆ แต่เป็นที่ทราบของแฟนๆและผู้ติดตามกันเองว่า “พิท – พิชญ์ กาไชย” อดีตนักร้องร่วมค่ายของสาว “โฟร์” คือคนที่ถูกพูดถึง จากนั้นจึงมีดราม่าตามมาตลอด จนถึงขั้นมีการสร้างแฮชแท็กเฉพาะให้ ไม่ว่าจะเป็น #เราก็เพอร์เฟคในระดับนึง #ต่ำตมไม่หยุด ล่าสุด #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น ถูกบรรดาแฟนคลับถล่มเละ
ถ้าถามว่าเรื่องของสาว “โฟร์” เป็นเรื่องที่ดังจนขนาดมียอดวิวสูงสุดไหม! ขอบอกตรงนี้ไว้เลยว่าไม่ใช่ เพราะงานนี้ยังมีเรื่องที่แซ่บไม่แพ้กันวันนี้ “แพรวดอทคอม” เลยขอหยิบ 10 เรื่องรักแซ่บๆของคนดังจาก “Club Friday SHOW” บอกเลยว่าแต่ละเรื่องพีคทะลุล้านวิว!

EP. 63 “หมอโอ๊ค & โอปอล์” ออกอากาศวันที่ 23 เมษายน 2559 เรื่องราวของ “หมอโอ๊ค – สมิทธิ์” และ “โอปอล์ – ปาณิสรา” ที่พูดถึงเส้นทางพิสูจน์รัก หลังถูกโจมตีด้วยกระแสคบกันสร้างภาพ ขนาดที่ว่ามีคนยอมเสียดีกว่า ถ้าจะให้เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง!

EP. 60 “ศรราม เทพพิทักษ์” ออกอากาศวันที่ 2 เมษายน 2559 เปิดใจ “หนุ่ม” ได้ออกมาโต้ถึงกระแสข่าวเจ้าชู้ โดยอธิบายว่าที่ผ่านมามีแฟนแค่ 3 คน และเหตุผลที่ต้องเลิกรากันกับทุกคนด้วยเหตุผลเดียวคือไม่มีเวลาให้

EP. 53 “แตงโม – นิดา” ออกอากาศวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 อีกหนึ่งสาวที่มีสตอรี่เรื่องรักเผ็ดเบอร์แรงของวงการ โดยในรายการนี้เธอเปิดเผยถึงความรักที่ไม่ราบรื่น เมื่ออดีตสามีเข้าใจว่าเธอเป็นคนไม่ซื่อสัตย์

EP. 121 “โฟร์ – ศกลรัตน์” ออกอากาศวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 การระบายความในใจครั้งสำคัญของ “โฟร์” กับการเชื่อคนรักมากเกินไป เป็นที่มาของการถูกหักหลัง และกลายกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์

รวยขึ้นสวนกระแสเศรษฐกิจ 5 มหาเศรษฐีไทย กล้าลุย กล้าวางแผน กล้าเติบโต

เป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับข้อมูลที่ทางเว็บไซต์ธุรกิจเศรษฐกิจชื่อดัง Forbes Thailand ได้ออกมาเผยประเด็นเกี่ยวกับ กระแสสวนทางของเศรษฐกิจไทยที่ลดลง แต่ธุรกิจที่อยู่ภายใต้มือของ “มหาเศรษฐีไทย” ตัวเลขที่ส่งต่อจากปี 2559 กลับพุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 16% เป็นจำนวนเงิน 1.235 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เกินมาตรฐานดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 12% ในรอบปีที่ผ่านมา วันนี้จึงจะพาไปรู้จัก 5 มหาเศรษฐีไทย จาก 50 อันดับมหาเศรษฐีไทยที่ร่ำรวยขึ้นสวนทางกับเศรษฐกิจมาอัพเดตให้ทราบโดยทั่วกัน

เพชร โอสถานุเคราะห์

ปัจจุบันรับตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ก่อตั้งโดยสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้เป็นบิดา และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทโอสถสภา จำกัด โดยถือหุ้นร่วมกับรัตน์ น้องชาย และนิธิ ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง M-150 และธุรกิจขายสินค้าอุปโภคเก่าแก่ของไทยมานานถึง 125 ปี

แม้จะเป็นนักธุรกิจหัวใจศิลปินที่เคยฝากผลงานในวงการบันเทิงมาก่อน อาทิ เพลงฮิตตลอดกาลอย่างเพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ) แต่ในมุมนักธุรกิจที่สำเร็จการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเซาเทิร์น อิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเพชรก็มีความคิดก้าวไกล รู้จักชะลอ รู้จักรุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ภาวะตลาดหุ้น หรือการขายหุ้น IPO ของโอสถสภา ซึ่งเป็นการขายหุ้นที่ประชาชนทั่วไปมีสิทธิซื้อ ที่ชะลอแผนการเข้าตลาดจากปี 2559 มาขายในปีนี้ โดยทางฟอร์บส์ได้คาดการณ์ไว้ว่า โอสถสภาจะเป็นดีล IPO ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของตลาดหุ้นไทย และนอกจากธุรกิจเครื่องดื่มที่นำเข้าตลาดแล้ว ยังได้วางแผนนำธุรกิจในเครือที่มีกว่า 50 บริษัทเข้าตลาดด้วย ซึ่งต้องติดตามกันว่าจะนำบริษัทใดเข้า แต่ที่แน่ชัดเลยคือนักธุรกิจผู้รักศิลปะกำลังเตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย นามว่า แสนแสบ ให้ได้ชมกันเร็วๆ นี้

วิชัย ศรีวัฒนประภา

คุณวิชัย
ทายาทคุณวิชัย อภิเชษฐ์ (ซ้าย) อัยยวัฒน์ (ขวา)

เจ้าพ่อแห่ง King Power มหาเศรษฐีไทยที่รวยที่สุดอันดับที่ 5 ประจำปี 2560 จากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ตัวเลขเติบโตทางธุรกิจจากปีที่แล้วจนมาถึงปีนี้พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากข้องเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในไทยและมีการจับจ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าปลอดภาษีของ King Power ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20% ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มสูงขึ้นแตะ 1.621 แสนล้านบาท ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้วเขายังได้ร่วมซื้อหุ้น 21% ในสายการบิน Thai AirAsia ทั้งยังควงตำแหน่งนายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และประธานสโมสรฟุตบอล Leicester City ที่ถือหุ้นเองทั้งหมด 100% โดยยังได้แรงจากลูกชายทั้งสอง คุณอภิเชษฐ์และอัยยวัฒน์ มาร่วมทำธุรกิจคิง เพาเวอร์ ให้ขยายการเติบโตยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการหมั่นช่วยเหลือสังคม เช่น เด็กผู้มีความสามารถแต่ด้อยโอกาส หรือผู้ประสบภัยใดๆ ก็ตาม

สำหรับความสำเร็จในธุรกิจจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งมีคอนเน็คชั่นหลายประเทศ คุณวิชัยเคยให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสารแพรว ฉบับ 841 ว่า “ต้องทำให้เขาเชื่อถือเราก่อน ความเชื่อถือมาจากอะไร ความจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่เบี้ยว ไม่โกง พูดคำไหนคำนั้น” ซึ่งเขาก็เป็นนักธุรกิจที่พูดคำไหนคำนั้น และกล้าลุยกับทุกสิ่งที่สนใจจริงๆ

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ & ดาวนภา เพ็ชรอำไพ

คุ้นหูกันดีกับคำว่า “เงินติดล้อ” ซึ่งนั่นเป็นธุรกิจของ 2 สามีภรรยา คุณชูชาติ และคุณดาวนภา เพ็ชรอำไพ ที่ร่วมกันก่อตั้งธุรกิจเมืองไทย ลิสซิ่ง แหล่งให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังจากทั้งคู่ลาออกจากงานธนาคาร โดยปัจจุบันมีลูกค้า 1 ล้านคน และขยายสาขาไปถึง 2,000 สาขา ซึ่งในปี 2559 ทางฟอร์บส์ได้พูดถึงพอร์ตสินเชื่อของธุรกิจเมืองไทย ลิสซิ่ง ว่าเติบโตขึ้นกว่า 80% เป็นจำนวนเงิน 695 ล้านเหรียฐสหรัฐ และราคาหุ้นก็ทะยานขึ้นสูงถึง 60% ซึ่งใจความสำคัญของการดูแลธุรกิจของทั้งคู่คือ การไม่เอาเปรียบลูกค้าและพนักงานของตนเอง โดยเป้าหมายการเติบโตภายในปีนี้ คุณชูชาติและคุณดาวนภาได้วางไว้ที่ 50% และจะขยายสาขาเพิ่มอีก 600 แห่ง

ศุภชัย เจียรวนนท์

ศุภชัย เจียรวนนท์
ศุภกิจ เจียรวนนท์

ไม่ว่ารุ่นไหน ตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ดูแลกลุ่มบริษัทธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่ก็ยังมาแรงเสมอ โดยฟอร์บส์จัดให้เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 1 ของไทย ที่มีมูลค่าทรัพย์สินพุ่งสูงถึง 7.418 แสนล้านบาท จากเดิม 1.035 แสนล้านบาทเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งคุณศุภชัย เจียรวนนท์ บุตรชายคนเล็ก วัย 50 ปี ที่รับธุรกิจต่อจากบิดา นายธนินทร์ เจียรวนนท์ โดยรับผิดชอบดูแลธุรกิจค้าปลีกของบริษัทอย่างสยามแม็คโคร และคุมธุรกิจโทรคมนาคมในเครือทรู รวมถึงบุตรชายคนโต คุณศุภกิจ วัย 53 ปี ที่มาสานต่อธุรกิจจากบิดา ก็ล้วนเป็นทายาทรุ่นที่มาแรง โดยล่าสุดคุณศุภชัยยังได้ประกาศแผนซีพี 4.0 เพื่อปรับธุรกิจตนเองให้เข้ากับยุคดิจิทัลแล้วด้วย ซึ่งธุรกิจนี้ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ

มีสโลแกนประจำธุรกิจคือ “คาราบาวแดง เชิดชูนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ซึ่งก็เหมาะสมกับ 3 นักธุรกิจผู้ร่วมเป็นหุ้นส่วนดูแลบริษัทคาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ด้วยกัน ได้แก่ คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ คุณณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ และคุณยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) ที่แม้จะเจอกระแสตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังทรุดตัวลง 3% ในไทย แต่ธุรกิจนี้กลับสวนกระแส ยอดขายเติบโตขึ้น 2 เท่า และหุ้นบริษัทพุ่งสูง 55% เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา จากการที่ทั้งทีมร่วมแรงผลักดัน อย่างคุณณัฐชไม เจ้าของหุ้น 26% ได้ประกาศนำหุ้นบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก และได้ติดโผในอันดับที่ 46 โดยมูลค่าทรัพย์สินมีอยู่ที่ 590 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป้าหมายตั้งแต่เริ่มสร้างธุรกิจนี้ ทั้งสามตั้งไว้ว่าจะทำการตลาดและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะขยายธุรกิจให้ครอบคลุมครบวงจร

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ที่มา: 6 มหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยประจำปี 2560, นิตยสารแพรว ฉบับ 841, http://www.carabaogroup.com/th/about/background
ภาพ:

ช้าไม่ได้แล้ว “Louis Vuitton X Supreme” เปิดขายในไทยวันนี้เป็นวันแรก

เมื่อต้นปีก็เป็นกระแสฮือฮาในวงการแฟชั่นสุดๆ เมื่อ Louis Vuitton และ Supreme สองแบรนด์ดังจากฝั่งไฮเอนด์และไฮสตรีท ร่วมมือกันออกแบบคอลเล็คชั่นแนวสตรีท โดยใช้ลายโมโนแกรมซิกเนอร์เจอร์ของ Louis Vuitton ลงบนสินค้าของ Supreme ซึ่งใครจะคิดว่า Louis Vuitton ยอมเปลี่ยนพื้นสีน้ำตาลสุดคลาสสิกของลายโมโนแกรมมาเป็นสีแดงสด จริงๆ แค่นี้ก็ทำเอาแฟชั่นนิสต้าตื่นเต้นแล้วนะ แต่ยังไม่พอ เพราะโลโก้ของ Supreme เองก็ถูกย้ายไปอยู่บนไลน์สุดหรูรุ่นดังๆ ของ Louis Vuitton ด้วยเช่นกัน

ซึ่งคอลเล็คชั่น Louis Vuitton x Supreme Fall/Winter 2017 มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Friends and Heroes โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของชาวนิวยอร์กในยุค 70’s – 90’s ผ่านรองเท้า ผ้าพันคอ เสื้อแจ็กเก็ต กระเป๋าทรงทรังก์ ยีนส์เดนิมเท่ๆ รวมถึงเคสโทรศัพท์ก็มีนะเธอ

 

 

 

 

เคสโทรศัพท์ไอโฟน 7 และ 7 พลัส

 

บอกเลยตั้งแต่เปิดตัวมาก็ทำให้สาวกของทั้งสองแบรนด์หรือเหล่าแฟขั่นนิสต้าใจเต้น มือสั่น อยากปล่อยเงินในกระเป๋าออกมาช็อปซะตอนนั้นเลย

เมื่อวาน (13 ก.ค. 2560) แฟนเพจ “ผู้บริโภค” ได้แชร์ภาพคนไปรอต่อแถวหน้าสยามพารากอนเพื่อรอซื้อสินค้าในไลน์ Louis Vuitton x Supreme ซึ่งกระแสก็ออกมาสองฝั่ง คือ ฝั่งที่เห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะแฟชั่นเป็นเรื่องของรสนิยม แต่อีกฝั่งก็ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าอะไรจะขนาดนั้น ไม่ต้องไปนั่งรอก็ได้

 

ล่าสุดวันนี้พิธีกรคนดัง วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา ได้รองเท้าสนีกเกอร์ Louis Vuitton x Supreme มาครอบครองแล้วจ้า

เครื่องมันติดแล้วครับพี่น้อง ❤️ #LVxSupreme

A post shared by WOODY (@woodytalk) on

 

ตามดูสินค้าชิ้นอื่นกัน

 

 

 

 


โอ้โห! แต่ละไอเท็มธรรมดาซะที่ไหน น่าสอยมากกกก และแม้คอลเล็คชั่นของ Louis Vuitton x Supreme จะเปิดตัวไปตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่สำหรับบ้านเราเพิ่งวางขายวันนี้เลย (14 ก.ค. 2560) ซึ่งราคาของสินค้าก็ต่างกันไป มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ใครที่ชอบและเป็นแฟนของสองแบรนด์นี้ก็ห้ามพลาดนะ เพราะเชื่อว่าไม่นานคงกลายเป็นแรร์ไอเท็มแน่ๆ

 

 

 

ภาพ : www.supremenewyork.com, Facebook Fanpage ผู้บริโภค

 

 

 

พลอยชมพู นิธิไพศาลกุล

แซ่บพริกยกสวน!! น้องสาวกอล์ฟ-ไมค์ “พลอยชมพู นิธิไพศาลกุล” เผยทริคฟิตหุ่นเฟิร์ม สวยผ่องออร่าจับ

หน้าสวยอย่างเดียวคงไม่พอ หุ่นเป๊ะเซ็กซี่ที่มาพร้อมสุขภาพดีๆ นี่แหละคือสิ่งที่ผู้หญิงยุคนี้ต้องการ ใครต้องการวิธีที่ได้ผลจริง สำหรับเคล็ดลับการออกกำลังกายฉบับมือโปรที่พร้อมไปฟิตเนสแบบสวยๆ ใช้ได้ในชีวิตจริง แพรวดอทคอม มีทริคจาก “หญิง – พลอยชมพู นิธิไพศาลกุล” น้องสาวสุดเลิฟของสองหนุ่มกอล์ฟ – ไมค์ มาบอก ถ้าชอบอย่าลืมแชร์ พร้อมติดแฮชแท็ค #ฟิตเนสเกิร์ล ให้ด้วยนะจ้ะ

“ถ้าตั้งใจและมีวินัยในการดูแลตัวเองจะรู้เลยว่าเราสามารถพัฒนาบุคลิกภาพ รูปร่าง หน้าตา และความสวยได้ตลอดเวลาถ้าเราตั้งใจทำเพื่อตัวเราเอง แล้วจะทำได้ดีที่สุด”

ไดเอตแบบนี้…ไม่เวิร์ค
“เคยลองวิธีลดน้ำหนักมาหลายวิธี อดอาหารเป็นวิธีที่ผิดที่สุดและเป็นข้อห้ามสำหรับสาวที่อยากมีหุ่นเฟิร์ม ในช่วงแรกอาจลดได้จริง แต่ระยะยาวไม่ดีแน่นอน เพราะทำให้เมแทบอลิซึมที่ทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานในร่างกายทำงานช้าลง เราจะกลับมาอ้วนได้ง่าย ส่วนยาลดความอ้วนหรือยาบล็อกไขมันก็เคยลองมากแล้ว น้ำหนักลงจริง แต่เมื่อเราหยุดยาก็จะเหมือนเดิม หรือการกินอาหารคลีนก็ใช่ว่าจะเวิร์ค แม้กระทั่งการดื่มน้ำผลไม้ก็ต้องระวัง เพราะผลไม้มีฟรุกโตสจำนวนมาก อาจกลายเป็นการดับเบิ้ลน้ำหนัก”

“ส่วนวิธีการนับแคลอรี บอกเลยว่าเครียดนะคะ ในชีวิตจริงถ้าตามนับไม่ได้ตลอด เลิกเถอะ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งให้ผลถาวรที่สุด”

ควบคุมอาหารแบบ “Ketogenic Diet”
“อย่างที่รู้กัน เมื่อคาร์โบไฮเดรตย่อยสลายแล้วก็จะกลายเป็นน้ำตาล เพราะฉะนั้นถ้าเรากินทั้งแป้ง น้ำตาล และไขมันในปริมาณมาก ออกกำลังกายให้ตายก็ไม่มีประโยชน์”

“การไดเอตแบบคีโตเจนิกเป็นวิธีลดแป้งและน้ำตาล เน้นโปรตีนที่มีไขมันดี เพื่อช่วยปรับการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงาน ร่างกายจะดึงไขมันที่เก็บสะสมไว้มาเผาผลาญเป็นพลังงานแทนน้ำตาล แต่ก็ไม่ต้องถึงขั้นตัดแป้งแบบเด็ดขาด เพียงพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับหญิงตั้งเป้าให้มีแป้งได้ 3 มื้อต่อ 1 สัปดาห์”

กินให้สวยและได้หุ่นเฟิร์ม
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรูปร่าง 80 เปอร์เซ็นต์มาจากอาหาร ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว เพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและรีเฟรชร่างกาย มื้อเช้าจำเป็นมากรีบแค่ไหนก็ต้องกิน เลือกอาหารง่ายๆ อย่าง สลัดกับไข่ต้ม มื้อกลางวันมีช้อยส์ให้เลือกไม่มาก เข้าร้านอาหารตามสั่งได้เลยค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องสั่งแบบละเอียด อย่างผัดกะเพราจานด่วนต้องไม่ใส่ซีอิ๊วดำ น้ำตาล ผงชูรส น้ำมันน้อย เปลี่ยนไข่ดาวเป็นไข่ต้มแทน ช่วงเย็นจะไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อนก็พยายามหลีกเลี่ยงของทอด ของมัน ถ้าไปร้านอาหารอิตาเลียนให้สั่งเมนูกันตายอย่างสเต็กปลากะพงที่เป็นโปรตีนมีไขมันดี หรือเลือกไปร้านอาหารญี่ปุ่นแทน

ในฐานะที่ตัวเองก็ติดของหวานมาก ช่วงแรกที่พยายามควบคุมจึงรู้ดีว่าทรมานสุดๆ นึกถึงขนมตลอดเวลา เหมือนกับคนติดสารเสพติด ต้องควบคุมตัวเองให้ได้ โดยการตั้ง Cheat Meal หรือที่เรียกว่ามื้อปลดปล่อย มีของหวานได้ 1 มื้อต่อสัปดาห์ อาจเลือกเป็นช่วงกลางวัน เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาเผาผลาญ”

“ช่วงก่อนออกกำลังกาย ควรกินอาหารก่อนหน้านั้นประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานไปใช้ หรือถ้ารีบ อย่างน้อยกินกล้วย 1 ผล และหลังจากออกกำลังกายภายใน 1 ชั่วโมง ควรกินอาหารประเภทโปรตีนเข้าไปทดแทน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ”

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 908 คอลัมน์ Beauty Secret
ภาพจาก Instagram : yingpcp

เล็บ

เรื่อง “เล็บ” ไม่เล็กนะ นอกจากแต่งเล็บสวยๆ เสริมบุคลิกภาพแล้ว ยังบอกปัญหาสุขภาพด้วย

สาวๆ ที่รักสวยรักงามย่อมดูแลตัวเองตั้งแต่โคนผมไปจนถึงปลายเล็บ แต่ถึงหลายคนจะไม่ใส่ใจเรื่องความงาม ก็อยากบอกว่าอย่ามองข้ามเรื่อง เล็บ เด็ดขาด เพราะจุดเล็กน้อยที่หลายคนไม่ทันสังเกต จริงๆ แล้วความสำคัญไม่เล็กเลย นอกจากจะหุ้มปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าเพื่อป้องกันอันตราย และช่วยให้นิ้วใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เล็บยังเป็นสัญญาณเตือนภัยให้เจ้าของร่างกายได้อีกด้วย อย่างที่เคยได้ยินมาว่าเล็บของคนเราบอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งการงาน ฐานะ ความชอบ รวมไปถึงสุขภาพ แล้วเคยสังเกตไหมว่าเล็บตัวเองเป็นอย่างไร แพรวดอทคอม มีคำตอบ

ว่ากันโดยทั่วไป รูปทรงของเล็บแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน บางคนเล็บสั้น บางคนเล็บยาว บ้างก็กลม บ้างก็รี แต่เล็บสุขภาพดีนั้นดูได้ที่สีและพื้นผิวของเล็บ ซึ่งเล็บต้องเป็นสีชมพูเรื่อๆ เนื้อเล็บแข็ง เรียบลื่น และจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลา แต่ถ้าลองยกมือขึ้นดูแล้วเห็นว่าเล็บของสาวๆ มีรูปร่างและสีแปลกไปจากที่บอก หากไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุหรือการใช้งานหนักเกินไป ว่ากันว่าเล็บอาจจะกำลังส่งสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพภายในอยู่ก็เป็นได้ แต่อย่าเพิ่งร้อนใจ เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังอธิบายถึงลักษณะของเล็บที่ผิดปกติไว้ว่า บางอาการควรต้องระวังอย่างยิ่งยวด แต่บางอาการก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ลองเช็กดูซิว่าเล็บของตัวเองมีลักษณะแบบนี้ไหม

  1. เล็บหนา ผิวเล็บล่อนเปราะ เกิดจากเชื้อราซึ่งมากับความอับชื้น หากปล่อยทิ้งไว้ เล็บอาจหักกร่อนและเสียมากขึ้นจนถึงขั้นไม่งอกใหม่
  2. เล็บมีสีดำคล้ำผิดไปจากสีเล็บปกติ อาจเกิดจากการกระทบกระแทก ซึ่งหากปลายนิ้วบวมด้วยแล้วละก็ อย่าปล่อยทิ้งไว้ ต้องรีบไปพบแพทย์
  3. เล็บเปลี่ยนเป็นสีต่างจากสีเล็บปกติ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง น้ำเงิน เหลือง น้ำตาล หรือสีอื่นๆ หากไม่ได้เกิดจากการกระทบกระแทกหรือเสียดสี เล็บอาจติดเชื้อ ควรรีบรักษา
  4. เกิดร่องระหว่างเล็บกับผิวหนัง และเล็บมีเส้นสีขาว มักจะเกิดในแนวขวางของเล็บ อาจเป็นผลจากอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ของร่างกาย หรือผลข้างเคียงหลังผ่าตัด ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
  5. เล็บเป็นจุดกระขาวๆ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสียดสีหรือกระทบกระแทก สามารถหายได้เองและไม่มีอันตราย
  6. มีเส้นสีน้ำตาลหรือเส้นสีแดงบนเล็บ ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเสียดสีหรือกระทบกระแทก ซึ่งไม่อันตราย แต่หากไม่ใช่ อาจจะเป็นอาการเล็บติดเชื้อได้
  7. มีเส้นหรือแนวสีเข้มบนเล็บ หากไม่ได้เกิดจากการกระทบกระแทกและไม่หายเสียที อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งผิวหนัง ควรไปพบแพทย์โรคผิวหนังเพื่อตรวจให้แน่ใจ
  8. มีจุดสีเหลืองหรือจุดเล็กๆ บนเล็บ อาจจะเป็นอาการของโรคสะเก็ดเงิน
  9. ขอบเล็บงอกผิดปกติ ไม่ว่าจะคร่อมหนังโคนเล็บหรืองอกเข้าไปในเนื้อขอบเล็บ ส่วนใหญ่มักจะมีสาเหตุมาจากการที่เล็บได้รับบาดเจ็บ หรือการตัดเล็บไม่ถูกวิธี แค่ใช้ที่ตัดเล็บคมๆ ตัดแต่งขอบเล็บ เล็บที่งอกใหม่ก็จะเป็นปกติ

รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ ควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงและอาการผิดปกติของเล็บอยู่เสมอด้วยนะ อย่างน้อยหากไม่ได้บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ก็เพื่อเสริมสร้างสุขภาพเล็บที่ดี วิธีการดูแลก็ง่ายๆ แค่ตัดเล็บสัปดาห์ละครั้ง โดยคำนึงถึงผิวหนังรอบๆ เล็บ ไม่ตัดสั้นเกินไปจนถึงหนัง ปลายนิ้ว และขอบข้างเล็บ ถ้าเป็นไปได้สาวๆ ที่ชอบทำสีเล็บควรมีช่วงเวลาพักจากสารเคมี แล้วเล็บสุขภาพดีก็จะอยู่ไปอีกนาน

ที่มา: เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์
เรียบเรียง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : Pexels

 

เครื่องเพชรราชวงศ์อังกฤษ สมบัติตกทอดรุ่นสู่รุ่น นาทีนี้เจ้าหญิงเคททรงสวมใส่ได้อย่างทรงพระสิริโฉม

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กษัตริย์แห่งสเปนเสด็จฯไปทรงเยือนสหราชอาณาจักรพร้อมกับควีนเลติเซีย โดยการเสด็จฯไปครั้งนี้จะประทับที่สหราชอาณาจักรเป็นเวลา 3 วัน สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 แห่งสเปน รับสั่งว่า พระองค์ทรงเคารพในการตัดสินใจของสหราชอาณาจักรที่จะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) พระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะปกป้องชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในสเปน และการเสด็จฯไปทรงเยือนอังกฤษครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของสเปนนับตั้งแต่ปี 1986 

ในค่ำคืนนั้นก็มีงานเลี้ยงต้อนรับราชวงศ์สเปน ซึ่งจัดขึ้นที่พระราชวังบักกิงแฮม ทางราชวงศ์อังกฤษทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านดูแลและให้เกียรติกษัตริย์จากสเปนอย่างดี ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น

(เรียงจากซ้ายไปขวา) เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ, ควีนเลติเซียแห่งสเปน, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 และสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 แห่งสเปน

วันนี้แพรวดอทคอมไม่ได้จะมาเล่าว่าในงานเลี้ยงทั้งสองราชวงศ์ทรงปฏิบัติภารกิจอะไรกันบ้างนะ เพราะสิ่งที่แพรวดอทคอมสะดุดตาคือ ฉลองพระองค์และเครื่องประดับที่ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงสวมใส่ เนื่องจากมงกุฎและสร้อยคอเป็นสมบัติที่ตกทอดกันมาของราชวงศ์อังกฤษ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เราเลยอยากพูดถึงกันสักหน่อย เพราะปกติจะหยิบแต่แฟชั่นฉลองพระองค์ทั่วไปของเจ้าหญิงเคทมาพูดถึงซะมากกว่า วันนี้เลยขอลงลึกไปถึงความเป็นมาของเครื่องประดับชิ้นงามหน่อยละกันนะสาวๆ 

มงกุฎ Cambridge Lovers Knot Tiara เป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสในปี 1981 ของเจ้าหญิงไดอาน่าแห่งเวลส์ เจ้าหญิงเคททรงครั้งแรกในปี 2015 เนื่องจากงานทางการทูต ต้องต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ส่วนเพชรและต่างหูมุกของเจ้าหญิงไดอาน่าได้เป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสมาจาก Collingwood Jewellers ซึ่งทางแบรนด์ถือเป็นส่วนหนึ่งในคอลเล็คชั่นส่วนตัวของเจ้าหญิงไดอาน่า

มงกุฎองค์นี้ถูกทำขึ้นในปี 1914 โดยสมเด็จพระราชินีแมรี่มีรับสั่งให้ Garrard & Co. ผู้ผลิตเครื่องอัญมณีสำหรับราชวงศ์ในยุคนั้นจัดทำเลียนแบบมงกุฎองค์ที่เป็นของพระอัยยิกา (เจ้าหญิงออกุสต้าแห่งเฮสเส-แคสเซล) ตัวมงกุฎมีการใช้เพชรและไข่มุกเป็นส่วนประกอบหลัก ต่อมาพระองค์ทรงทำพินัยกรรมพระราชทานมงกุฎนี้แก่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งต่อมาได้พระราชทานเป็นของขวัญวันอภิเษกสมรสแก่เจ้าหญิงไดอาน่า

เจ้าหญิงทรงมงกุฎองค์นี้ออกงานอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งทรงหย่าร้างกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ จึงได้ทูลเกล้าฯถวายคืนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 ซึ่งพระองค์ก็ได้พระราชทานยืมแก่คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ และเจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เพื่อสวมในบางวาระ

ส่วนสร้อยพระศอที่ประดับด้วยทับทิมและเพชรรูปดอกไม้เส้นนี้ เป็นหนึ่งในเครื่องประดับของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งทรงได้เป็นของขวัญในวันอภิเษกสมรสจากพระราชชนกและพระราชชนนี (กษัตริย์จอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ) ของพระองค์เอง

ภาพ : www.bbc.com , IG@royaladdicted2 , @the_cambridgefamily_ , @mony0734

f

สไตล์ความรักที่ไม่เหมือนใครของ“ดีเจ.พี่ฉอด”ที่ปรึกษาปัญหาด้านหัวใจระดับชาติ

ความรักไม่มีเรื่องสำเร็จรูปเพราะแต่ละครั้ง-แต่ละคน ก็มีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่นเดียวกับดีเจดังแห่งคลื่นศิราณี “พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” ผู้หญิงที่กำลังตกเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ จากแฮชแทค #ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น จนกลายเป็นมหกรรมขุดระดับชาติ

จากการสังเกตดูเหมือนที่ผ่านมา “พี่ฉอด”ไม่ค่อยได้พูดถึงความรักของตัวเองสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นการแนะนำผ่านรายการ Club Friday มากกว่า แต่ครั้งหนึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในการบันทึกเทปครั้งสุดท้ายของรายการ คืนพิเศษกับคนพิเศษสเปเชียลปิดตำนานรายการหลังออกอากาศมานาน 15 ปี ในฐานนะแขกรับเชิญพูดคุยและตอบคำถามในประเด็นต่างๆที่หลายๆคนอยากรู้ ซึ่งรายการนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่รายการที่ “พี่ฉอด”ได้เผยมุมความรักในแบบที่ไม่ใช่ศิราณีเหมือนครั้งก่อนๆ

เห็นท่าทางเป็นสาวมั่นใจขนาดนี้แต่ “พี่ฉอด”กลับบอกว่าลึกๆแล้วเป็นคนที่ขี้อาย,ขี้เกรงใจ จนเป็นที่มาของสไตล์ความรักที่ไม่เหมือนใคร!เมื่อ “พี่ฉอด”ชอบที่จะดูแลคนอื่นมากกว่าจะถูกคนอื่นดูแล ทำให้บางครั้งถึงกับอึดอัดและรู้สึกไม่สบายตัวเลย

 

“การที่เราดูแลคนนี้คนนั้นเรามีความสุข ในทางกลับกันถ้ามีคนมาดูแลเราคงจะรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว รู้สึกเป็นหวงเขาว่าเขาต้องมาดูแลเรา ยิ่งถ้าเป็นคนที่เรารักเขามากๆ เรายิ่งไม่ค่อยอยากให้เขามาดูแลอะไรเราเยอะ อยากให้เขาอยู่เฉยๆสบายๆ แล้วเราเป็นคนที่ดูแลเขามากกว่า ดังนั้นที่”อ้อม”ถามว่าอยากให้ใครสักคนหนึ่งมาดูแลหรือเปล่า?พี่ตอบเลยว่าไม่เพราะพี่รู้สึกไม่สบายตัว พี่อยากอยู่กับคนที่สบายตัวเวลาอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ต้องเครียดว่าเขาต้องมาดูแลเราหรือเราต้องไปดูแลเขา เป็นใครก็ได้ที่ต่างคนต่างมีความสุขด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องคิดว่าจะต้องเป็นห่วงที่ต้องมาดูแลกัน พี่อยากได้คนที่นั่งอยู่ด้วยกันเฉยๆ โดยที่ฉันและเธอมีความสุข โดยไม่ต้องเป็นห่วงว่า นั่งเฉยๆจะเงียบไปไหม? ฉันต้องหาอะไรมาคุยกับเธอ?
เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าอยากคุยแล้วก็คุยกันได้โดยไม่ต้องคิดว่าจะต้องดูแลกัน เป็นคนที่มีความสบายตัวสบายใจสูงในการอยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องเป็นหวงว่าใครจะต้องดูแลใคร ซึ่งบางทีเวลาที่มีคนมองเข้ามาอาจจะคิดว่าทำไมคนนี้ไม่ดูแล “พี่ฉอด”แต่ส่วนตัวพี่คือไม่ได้อยากให้ดูแล คือมันเป็นความพอดีของคนสองคนมากกว่า”

รายการ Club Friday

“พี่ฉอด”ยังได้บอกอีกว่ามักถูกโดนถามบ่อยๆเกี่ยวกับเรื่อง “รักคนที่เขารักเรา หรือรักคนที่เรารักเขาดีกว่ากัน?”ซึ่งส่วนใหญ่ “พี่ฉอด”จะตอบว่า “เลือกคนที่เรารักเขาและเขาก็รักเรา”แต่ถ้าต้องให้เลือกจริงๆก็คงจะเลือกคนที่ “เขารักเรา”เพราะ “โดยซิกเนเจอร์เป็นคนขี้เกรงใจเพราะฉะนั้นถ้าเลือกตามอารมณ์สไตล์ของคนขี้เกรงใจก็คงต้องเลือกคนที่รักเราเพราะคนที่ไม่รักเราไปเลือกเขามาเราก็เกรงใจเขา ถ้าเขาไม่ได้อยากอยู่กับเรา หรือคนที่รักเราแล้วเราไม่เลือกเขาก็คงเกรงใจเพราะฉะนั้นก็เลือกคนที่รักเรา เลือกด้วยความเกรงใจ”

อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามถึงการดูแลความรัก “พี่ฉอด”บอกว่า “พี่ว่าคนเราแต่ละคนสามารถที่จะดูแลความรัก ตามช่วงเวลาและอายุของตัวเอง พี่เชื่อว่าวิธีในการคิดหรือดูแลความรักของคนเราส่วนหนึ่งเติบโตไปตามอายุของเรา พอเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆเราจะรู้ค่ะว่า อายุมากขึ้นมันมีความสุขมากจริงๆอันเนื่องมาจากว่า โดยวุฒิภาวะ โดยวิธีคิดสมมุติว่าเรามีแฟนคนนึง เราคงเปลี่ยนเขาไม่ได้ไปตลอดชีวิตเพราะเขาเป็นแบบนี้ แต่เราสามารถเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนจิตใจของเราได้ เราเลยสามารถมีความสุขกับความรักได้มากขึ้น ในวันเวลาที่เราเติบโตขึ้น พอเรามีความสุข ความสุขของเราจะตกกระทบไปถึงคนที่อยู่ข้างๆเรา เราก็จะมีความสุขไปด้วยและเราก็จะอยู่กันได้อย่างมีความสุข”

แกะฝา!หน้ากากหอยนางรม “โอม ค็อกเทล”ศิลปินมืออาชีพ

งวดเข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่น 2 รอบชิงชนะเลิศ และเมื่อคืนวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมาได้มีการแข่งขันในรอบไฟนอลของกรุ๊ป C ระหว่าง หน้ากากหอยนางรม และ หน้ากากเต่า ได้เข้ารอบต่อไปเพื่อแข่งขันกับแชมป์กลุ่ม A B และ D โดยผู้ที่ชนะในรอบนี้ไปก็คือ “หน้ากากเต่า”ทำให้ “หน้ากากหอยนางรม”ผู้แพ้ต้องถูกถอดหน้ากากาออกเฉยตัวตน

ซึ่งเป็นไปตามคาดเพราะบุคคลที่อยู่ภายใต้หน้ากากคือ “โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ”นักร้องนำวัย 32 ปีจากวง “ค็อกเทล” กลุ่มศิลปินที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมาถึง 15 ปี มีผลงานอัลบั้มมาแล้ว5อัลบั้ม

หลังจากเปิดหน้ากาก “โอม”เผยความรู้สึกว่าที่ตรงใจศิลปินๆหลายๆคนที่อยู่บนเวที โดยบอกว่า “ผมเชื่อว่าทุกคนมีความรับผิดชอบในแบบของตัวเอง ผมเลยรู้สึกว่าไม่ได้โกหกอะไรตอนตอบคำถาม ผมเป็นหอยทั้งตัวและหัวใจ บางครั้งผมเชื่อว่าน้องๆหรือพี่ๆทุกคนที่อยู่ตรงนี้ เหนื่อย เพราะชื่อเสียงมันค้ำคอ ผมว่าทุกคนเหนื่อยกับการเป็นตัวเองและบางครั้งการได้เป็นคนอื่นบ้างก็ดี”

โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ

นอกจากนี้ “โอม”ยังได้โพสต์ข้อความขอบคุณและสารภาพเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องปิดบังตัวตนด้วย โดยบอกว่า “สวัสดีครับ โอมเองครับ ตลอดระยะเวลากว่าสามเดือนที่ผ่านมา นี่คือช่วงเวลาที่ผมผิดศีลมุสามากที่สุดในชีวิตแล้วครับ ต้องขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ไม่ได้อยากปิดหรอกครับ แต่สิ่งที่ทำให้รายการมีสเน่ห์นั่นก็คือ “ความลับ” ใช่ไหมครับ อันดับแรกขอขอบพระคุณทีมงาน Workpoint ทุกท่าน พี่ดาว พี่จอย น้องอ้อ น้องโบว์ น้องมิวสิค สำหรับการดูแลและความห่วงใยตลอดระยะเวลาที่ได้ทำงานด้วย, ทีมเพลงWorkpoint น้องพลอย น้องเน น้องดุ๊ก ที่ช่วยแนะนำวิธีการร้อง ตลอดจนแอคติ้งในการแสดงบนเวทีและความเห็นต่างๆ ผมได้อะไรใหม่เยอะมากครับ เด็กรุ่นใหม่เก่งจริงๆ, พี่หนึ่งจักรวาลและทีมดนตรีสดที่ช่วยเติมแต่งและปรับปรุงเพลงของผมออกมาเป็นดนตรีสดอย่างงดงาม, พี่หนิง พี่นัท คอสตูมสำหรับชุดหอยนางรมมหัศจรรย์ของผม, พี่แด๊ก ผู้กำกับเวทีที่คอยให้คำแนะนำตลอดการถ่ายทำ, ทีมกรรมการ พี่เต๊ด พี่ตั๊ก พี่นุ้ย ไอซ์ พี่หอย พี่กอล์ฟ ครูอ้วน และพี่หนึ่งสำหรับรอยยิ้มและความเห็นที่มีค่ายิ่ง พี่ช่างแต่งหน้า ทีมไฟ ทีมกล้อง คนวิ่งไปซื้อพวงมาลัย บลาๆๆๆ และอีกหลายท่านที่ไม่อาจกล่าวถึงได้หมด ขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณทีมเพลงของเรา หมี กร เหน่ง ที่ช่วยกันเลือก ออกความเห็น ปรับแก้ และเรียบเรียงเพลงทั้งสามเพลงให้ออกมามีสีสันตามจินตนาการและความเอาแต่ใจของผม มาช่วยทำงานแล้วยังต้องมานั่งรูดซิปปากอีก ขอบคุณมากครับ ขอบคุณเพื่อนๆในวงที่ไม่เคยถามจุกจิกให้ลำบากใจในการตอบและกำลังใจในแต่ละสัปดาห์ ขอบพระคุณพี่ๆ Genie Records โดยเฉพาะพี่ฝนผู้รู้ความลับเพียงหนึ่งเดียวมาตั้งแต่แรก ขอบพระคุณครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว น้องเขย หลาน(โตพอจะรู้เรื่องหรือยัง) พ่อตา แม่ยาย และพี่ๆภรรยา สำหรับกำลังใจและการเก็บความลับ….แหม..ผมปิดครอบครัวตัวเองไม่ได้จริงๆครับ คนอื่นๆในครอบครัวด้วยนะครับ คุณน้า คุณอา รวมถึงครูบาอาจารย์ที่จำได้ทันทีว่านี่หลานตัวเอง ศิษย์ตัวเอง ขอบคุณภรรยา…น้องเพ็ญ และ เวฬา ลูกสาว ที่สอนให้หอยนางรม “รำ” ได้ ซ้อมกันจนตี 2 อยู่ด้วยกันหมดทั้งแม่ลูก ความรักจากภรรยาและลูกคือที่สุดของพลังใจแล้วครับ ขอบคุณมากค่ะ ขอบพระคุณคุณลุง น้าปุ๋ม และพี่แป้ง ที่รักษาสุขภาพกายและจิตของโอมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาครับ ขอบพระคุณบทเพลงดีๆ จากปลายปากกาของนักแต่งเพลงและนักร้องคุณภาพ ทั้งพี่แจ้ ดนุพล และพี่ตั๊กในเพลงหมดห่วง, ปู่จ๋านลองไมค์ ในเพลงตราบธุลีดิน และ The Toys ลูกชายคนเก่งของพี่นิตยา บุญสูงเนิน ในเพลงหน้าหนาวที่แล้วครับขอบพระคุณทุกๆความรู้สึกที่มีให้กับหน้ากากหอยนางรม ทั้งรัก, เกลียด, ชอบ, ไม่ชอบ, เอ็นดู, หมั่นไส้, ฟังวนไป หรือ ฟังรอบเดียว ทุกๆความรู้สึกเหล่านี้เป็นประสบการณ์สำคัญ ถือว่าเป็นแบบฝึกหัดและบทเรียนที่หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับผม ความรู้ทั้งหมดนี้ที่ได้รับผมจะนำไปพัฒนาตัวเองและวงของพวกเรา “COCKTAIL” ให้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ก่อนจะไปถึงตอนสุดท้ายมีสองเรื่องที่อึดอัดอยู่ในใจ แต่พูดไม่ได้เพราะติดหน้ากากครับ ในเพลงตราบธุลีดินนั้นมีหลายท่านชื่นชมในความครีเอทท่อนrapขึ้นเองของหน้ากากหอยนางรม เนื่องจากพี่กอล์ฟได้พูดไว้ว่าผมแต่งขึ้นใหม่เอง เรื่องนี้พี่กอล์ฟน่าจะเข้าใจผิดครับอาจเป็นเพราะเสียงในห้องส่งนั้นนัวกว่าฟังจากทางโทรทัศน์บวกกับท่อนrapที่เร็วๆกับการเปลี่ยนบางคำที่ผมใส่ลงไปเลยอาจทำให้พี่เขาเข้าใจว่าผมแต่งขึ้นใหม่  วันนี้ขอยกเครดิตท่อนนี้คืนให้แก่ปู่จ๋านเจ้าของเพลงครับ ผมไม่อาจรับไว้ได้ครับ

สองคือในเพลงเดียวกัน มีบางท่านชมความครีเอทในการเว้นวรรคคำที่ล่อแหลมเอาไว้ไม่ร้อง จริงๆผมร้องครับ แต่มีการตกลงกันแต่แรกแล้วว่าเมื่อนำมาออกอากาศจะดูดเสียงออกให้ เพราะการร้องสดถ้าเว้นคำไปเลยจะทำให้การออกเสียงคำต่อไปสะดุดและไม่ลื่นเท่าที่ควรครับ ผมไม่สามารถรับเครดิตตรงนี้ได้เช่นกันขอส่งเครดิตให้กับทีมงานWorkpointครับ ท้ายที่สุดนี้ผมดีใจจริงๆที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ The Mask Singer Thailand. เรื่องที่เหลือที่อยากพูดก็พูดในรายการไปหมดแล้วตอนถอดหน้ากาก มาพูดซ้ำก็คงตลกครับ เอาเป็นว่าในฐานะคน group C ผมเชียร์หน้ากากเต่าหมดหัวใจครับ 🙂 ตอนนี้……ถึงเวลาที่ผมจะกลับ “บ้าน” สักที หน้ากากหอยนางรมจะกลับมา Oyster Mask Will Return.”

 

พิมฐา

How to ทรงผมสไตล์ “พิมฐา” 14 แบบแสนอีซี่ ปรับลุคกระชากวัยให้ดูสวย สดใส ตั้ลล้ากกกสุดๆ

ไฮสาวๆ วันนี้ แพรวดอทคอม ไปเซอร์เวย์อินสตาแกรมนางฟ้าเน็ตไอดอลสาวผู้น่ารักของไทย “พิมฐา – ฐานิดา” ที่ยังคงใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ กิน เที่ยว ช็อปปิ้ง ชิคๆ เก๋ๆ พร้อมอัพเดตรูปในอินสตาแกรมที่มีความคุมโทนสีสว่างสดใส สบายตาเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือรอบนี้ แพรวดอทคอม ถือโอกาสรวบรวมทรงผมสไตล์พิมฐามาให้สาวๆ ส่องอย่างจุใจหลากหลายแบบมากถึง 14 ทรง พร้อมมินิฮาวทูแต่ละทรง เผื่อสาวๆ สนใจ อยากทำตามบ้าง

บอกเลยว่าทุกทรง ไม่ว่าจะรวบเก็บหรือปล่อยสยายก็ดูสวยน่ารักแบบหวานซ่อนเปรี้ยว ให้แต่ละลุคดูไม่น่าเบื่อ แถมทำง่ายมาก หากสาวๆ คนไหนยังหาทรงผมที่ถูกใจไม่ได้สำหรับไปทำงานหรือวันหยุดละก็ มาดูทรงผมที่ แพรวดอทคอม นำมาฝากเลยค่ะ รับรองว่าต้องมีสักทรงที่คลิกกับสาวๆ แน่นอน เชื่อสิ!!

ทรงที่ 1

เริ่มกันที่ทรงแรก ทรงดังโงะหรือซาลาเปา เป็นทรงที่เหล่าคนดังบ้านเราชอบทำกันเป็นประจำ แถมเป็นทรงที่เหมาะสำหรับสาวๆ ไม่ได้สระผมก็รวบเก็บทีเดียวจบ!! ทรงนี้ช่วยคีพลุคให้ดูหน้าเด็กด้วย ขั้นตอนการทำก็ง่าย แป๊บเดียวเสร็จ เริ่มจากรวบผมทั้งศีรษะยกสูงโดยไม่ต้องใช้หวีช่วย แค่เน้นมัดสูงๆ ใช้มือสาง ไม่ต้องให้เนี้ยบมาก จากนั้นม้วนผมวนเป็นช่อ โดยใช้มือช่วยนำผมมาพันรอบๆ เป็นวงกลมจนกลายเป็นก้อน ก่อนรัดด้วยหนังยางรัดผมเพื่อเก็บทรง เก็บรายละเอียด ติดกิ๊บกันหลุดรอบๆ ก้อนดังโงะ ยิ่งถ้าเป็นกิ๊บบางแบบหลบในได้ยิ่งดี จากนั้นดึงผมรอบศีรษะให้ดูพองๆ แต่ต้องเบามือนะ เดี๋ยวผมจะชี้เกินเรื่อง คราวนี้ต้องแก้ทรงทำใหม่ ส่วนด้านหน้าก็ค่อยๆ ดึงปอยผมให้คลอเคลียใบหน้า


ทรงที่ 2

ทรงนี้ก็คล้ายๆ ดังโงะทรงแรก เพียงแต่ไม่รวบเก็บหมดทั้งศีรษะ เริ่มจากสาวๆ รวบผมครึ่งศีรษะด้านบนยกสูงโดยไม่ต้องใช้หวีช่วย มือสางๆ ก็พอ แล้วใช้หนังยางมัดให้แน่น จากนั้นนำช่อหางม้าด้านบนที่มัดไว้ม้วนวนเป็นช่อ โดยใช้มือช่วยนำผมมาพันรอบๆ เป็นวงกลมจนกลายเป็นก้อน ก่อนมัดด้วยหนังยางรัดผมเพื่อเก็บทรงอีกชั้น พร้อมติดกิ๊บกันหลุดรอบๆ ก้อนดังโงะ


ทรงที่ 3

ทรงนี้ทำสเต็ปเดียวกันกับทรงที่ 2 แต่เพิ่มเติมก่อนจะเริ่มรวบผมครึ่งศีรษะด้านบน ให้ม้วนผมด้วยลอนใหญ่ทั่วศีรษะก่อน แล้วใช้มือสางๆ ให้ทั่ว เพื่อให้ได้ลอนธรรมชาติ จากนั้นก็เริ่มตามสเต็ปทรงที่ 2 ได้เลย จะยิ่งช่วยให้ดูน่าค้นหายิ่งขึ้น


ทรงที่ 4

บอกแล้วว่าเลือกมาแต่ทรงง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ทรงนี้มีความแบ๊วสุดๆ เริ่มจากแสกข้างขวา จากนั้นนำผมทั้งหมดเบี่ยงขวา แบ่งผมออกเป็น 3 ช่อ แล้วเปียสามจนสุดปลาย ซึ่งตอนเปียทำได้สองสไตล์ หากต้องการให้เปียแน่นก็ให้ดึงกระชับทุกข้อของเปีย หากอยากได้เบาๆ สบายๆ ละก็ หลังจากเปียเสร็จ ให้ดึงแยกออกอย่างเบามือทุกข้อเปีย


ทรงที่ 5

มะๆ ต่อกันทรงที่ 5 ต้องฝึกใช้ที่ม้วนผมให้คล่องหน่อยนะสาวๆ บางคนถ้าไม่ถนัดใช้ที่ม้วน ก็ใช้ที่หนีบผมสำหรับม้วนปลายผมก็ได้ ทรงนี้เช่นเดิม ม้วนผมด้วยหัวลอนใหญ่ทั่วศีรษะแล้วสางออก จากนั้นรวบช่อผมด้านบน แค่ด้านบนนะ ไม่ต้องครึ่งศีรษะ แล้วมัดด้วยหนังยางให้แน่น


ทรงที่ 6

ทรงนี้ก็น่ารัก สดใส กุ๊กกิ๊กไม่น้อย แบ่งปอยผมด้านหน้าเล็กน้อย แล้วรวบผมที่เหลือเป็นหางม้า มัดด้วยหนังยางให้แน่น จากนั้นนำช่อหางม้ามาถักเปียสามจนสุดปลาย หรือแบ่งเป็นสองช่อแล้วบิดเกลียวพันกันจนสุดปลาย มัดด้วยหนังยางให้แน่นกันหลุด เสร็จแล้วจ้า


ทรงที่ 7

ทรงนี้ใครทำไม่ได้ ตีมือหักเลยนะ!! ม้วนลอนที่ปลายผมก่อน จากนั้นใช้มือค่อยๆ สาง พร้อมรวบผมทั้งหมดยกสูง แล้วรัดด้วยหนังยาง เหมือนจะธรรมดา แต่มีเคอร์เบาๆ ที่ปลายหางม้าไงจ้ะ คิวต์เว่อร์


ทรงที่ 8

ดูเหมือนไม่ต่างจากทรงที่ผ่านมาใช่ไหมคะ แต่มันคนละทรงนะจ๊ะ เริ่มจากแสกข้างขวา ช่วงที่แสกลองก้มมองกระจก เพิ่มลูกเล่นวิธีแสกผมแบบซิกแซ็กหรือสามเหลี่ยมก็ได้นะ แนะนำให้ใช้หวีซี่ จะได้เป๊ะ เหลือปอยผมด้านหน้าไว้ จากนั้นรวบผมทั้งหมดไปด้านหลัง มัดเป็นหางม้าทรงต่ำบริเวณท้ายทอย ดูชิคๆ เก๋ๆ ค่ะ


ทรงที่ 9

แน่ะ กำลังคิดว่าทรงนี้ก็ดูไม่ต่างจากข้างบนเช่นกันใช่ม้าาา บอกเลยว่าต่างค่ะ แต่กิมมิกมันอยู่ที่หน้าม้าด้านหน้าจ้ะ ปกติจะเหลือปอยด้านหน้าแสกข้าง แต่ทรงนี้เอาปอยผมมารวมด้านหน้าเป็นทรงหน้าม้า ที่เหลือรวบเก็บเป็นหางม้า แต่อย่ามัดต่ำมากไปนะจ๊ะ

 

ต่อหน้า 2 ค่ะ

ดูดวงรายวัน ประจำวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  วันนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพลัง เปิดทางให้ท่านทำงานเต็มที่ หากขยัน อดทนต่อปัญหาและความยากลำบาก ท่านก็จะประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง

การเงิน : เก็บเงินไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นท่านจะประสบกับปัญหาในอนาคต

ความรัก : สั้นๆ ง่ายๆ ราบรื่นดีค่ะ คนโสด ท่านทุ่มเทให้กับความรักมากจนน่ากลัว เพราะฉะนั้นหากอกหักก็อาจเข็ดไปนานเลย

สุขภาพ : ทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา หรือรับประทานยาบางตัวเป็นเวลานาน

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  ท่านไม่อยู่นิ่งเฉย กำลังวางแผนจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ไม่เริ่มต้นก็ปรับปรุง หรือขยับขยาย ระวังคำพูดในการติดต่อประสานงานอาจถูกเอาเปรียบ หรือคดโกงได้อย่างไม่ควรจะเป็น

การเงิน :  ยังคงซื้อของราคาแพงอย่างต่อเนื่อง ควรนำเงินไปลงทุนดีกว่า

ความรัก : วันนี้ท่านมีอารมณ์ 2 ขั้วอย่างชัดเจน รักก็รักเหลือเกิน เบื่อหรือโกรธก็ไม่เก็บ แสดงออกเลย คนโสด วันนี้ใครฟอร์มเยอะอย่าเพิ่งมา สเป๊คท่านวันนี้คือ เป็นกันเอง ไม่ถือตัว ให้เกียรติจ้า

สุขภาพ : บ้านรกไหมคะ เสาร์อาทิตย์นี้เก็บกวาดนะ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  เปลี่ยนโหมดมาเป็นเพ้อฝัน อ่อนไหว ระวังท่านเชื่อคนง่าย จนตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋น

การเงิน :  อย่าไปรับประกันใคร เพราะท่านมีสิทธิถูกหลอกสูงมาก

ความรัก : วันนี้ท่านอาจแอบนัดเดทกับแฟนเก่า ระวังถ่านไฟเก่ากลับมาลุกใหม่นะคะ ยิ่งจิตใจท่านอ่อนไหวเสียด้วย คนโสด ทำใจเลยค่ะ ท่านใช้เวลาพิสูจน์รักแท้น้านนาน

สุขภาพ : ระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองผิดปกติ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  วันศุกร์ของท่านไม่สุขสันต์แล้ว ขอกากบาท ท่านพบกับอุปสรรค ความยากลำบากเกินคาดคิด ระวังถูกโกง หรือถูกหักหลังจากเพื่อน หรือคนรัก วันนี้ก่อนที่ท่านจะทำอะไร ควรตั้งสติ พิจารณาถึงผลดีผลเสียให้ดี

การเงิน   :  อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรมอันดี

ความรัก : วันนี้ท่านอาจพบว่า คนที่บ้านไม่ซื่อสัตย์ มีปัญหารักซ้อน หรือไม่ก็ท่านเองล่ะที่มีรักซ้อน ระวังเรื่องการหย่าร้าง   คนโสด วันนี้อยู่เป็นโสดปลอดภัยกว่าค่ะ

สุขภาพ : ระวังโรคประจำตัวของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้ท่านเครียด เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนภายในองค์กร หรือการปรับปรุงเนื้อหาของงงานที่ทำ ท่านจึงต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วนเพื่อค้นหาหนทางออกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

การเงิน : เข้ามือซ้ายและออกมือขวาอยู่ตลอดเวลา

ความรัก : วันนี้หนักแน่นหน่อย เพราะท่านอ่อนไหวไปนิด พูดผิดหูคำเดียว อาจมีทะเลาะปึงปังได้ คนโสด ท่านอ่อนไหวมากเลย หลงรักคนง่าย ทุ่มเทสุดๆ ระวังถูกหลอกนะคะ

สุขภาพ :  เดินระวังค่ะ ช่วงขาและข้อต่างๆ ไม่ค่อยดี หรือหากที่บ้านมีผู้สูงอายุก็ให้ระวังพวกโรคอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต มันจะมา

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านกำลังอยู่ในช่วงเวลาตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เพื่อช่วยเหลือและตัดสินปัญหาให้กับคนที่เดือดร้อน

การเงิน :  หมดเปลืองกับการซื้อของแพง เพื่อปรุงแต่งตัวเองให้ทัดเทียมกับคนอื่น

ความรัก : วันนี้ควรทำธุรกิจร่วมกันกับคู่ เพราะท่านมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ให้การช่วยเหลือ คนโสด มีเข้ามาให้เลือกจนเหนื่อยเลยทีเดียว

สุขภาพ  :  อย่าอั้นปัสสาวะค่ะ จะไม่ดีต่อไตและกรวยไต

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านกำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเสียรู้ หรือถูกหลอก ควรรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น หรือเข้าหาผู้รู้เพื่อขอคำปรึกษาโดยด่วน

การเงิน : มีโชคค่ะ แต่ก็ยังไม่พ้นถูกหลอก

ความรัก :  มีโชคเรื่องคู่ ได้เจอคนที่ดี มีความคิด ทัศนคติที่ดี คนโสด วันนี้ท่านจะหึงโดยไม่มีสาเหตุ

สุขภาพ :  ระวังจะมีปัญหาทางระบบหมุนเวียนของน้ำในร่างกาย และต่อมไร้ท่อไม่ปกติ

 

หล่อแบบคุณหลวงแค่เลือกเป็น…เจ้าบ่าวไทยนุ่งโจง

“ใครมีมะกรูดมาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย…” อู๊ยย! เวลาได้ยินเสียงร้องแห่ขันหมากมาแต่ละทีฮีบินก็แอบลุ้นแอบเล็งว่าเจ้าบ่าวจะใส่ชุดหล่อมาสไตล์ไหน และจากประสบการณ์ที่ได้รับเชิญไปร่วมงานแต่ง ฮีบินขอกระซิบว่า “เจ้าบ่าวไทย นุ่งโจงกระเบนนั้นหล่อฝุดๆ” ให้ลุคดูเป็นท่านชาย คุณพระ คุณหลวง มาสู่ขอแม่หญิงสูงศักดิ์ เอาล่ะค่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วนะ อิฉันจะพาไปดูชุดไทยโจงกระเบนงามๆ สำหรับเจ้าบ่าวกัน

1
ภาพจาก : Jakawin Photography

เริ่มกันที่เจ้าบ่าวสุดหล่อ “บีม กวี” ในชุดไทย สวมเสื้อราชปะแตนสีทอง สะพายสังวาลย์และคาดเอวด้วยเข็มขัดทอง นุ่งโจงกระเบนสีทองอ่อนลายไทย ชายผ้านุ่งมีลายแดงแซมเขียว ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อตัวบนเป็นแจ็กเก็ตสีน้ำตาล ด้านในเป็นเชิ้ตสีขาวให้ดูทันสมัยมากขึ้น

2นักร้องหนุ่มอินดี้ “พี่โย่ง อาร์มแชร์” ก็หล่อแบบไทยประยุกต์ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน สวมทับด้วยทักซิโด้สีน้ำตาลอ่อน คู่กับการนุ่งโจงกระเบนสีเขียวสด หล่อไทยสไตล์อินเตอร์ไปอีกแบบนะคะ

3
ภาพจาก : Jakawin Photography

โจงกระเบนสีน้ำเงินเข้มก็มาแรงเช่นกันนะจ๊ะ ดูอย่างพ่อหนุ่ม “แบงค์ แบล็กวานิลลา” สิค่ะ หล่อเท่ในเสื้อทักซิโด้สีเทา นุ่งโจงสีน้ำเงินเข้ม พร้อมผูกเนกไทด์สีเดียวกัน หล่อปังแบบไทยๆ นะ

4อีกหนึ่งเจ้าบ่าวชุดไทย “คุณคิม พงศกร” ชายหนุ่มที่ครองใจ “คุณไก่ มีสุข” ด้วยศีลเสมอกัน สวมเสื้อราชปะแตนสีขาวตามแบบฉบับชายไทยสมัยก่อน นุ่งโจงกระเบนสีทองอ่อน ชายผ้าโจงขลิบแถบแดงคั่นเขียวสวยงาม

5เจ้าบ่าวหัวใจรักไทย “คุณตั๊ก นภัสสกร” ที่หล่อแบบมาดท่านชายด้วยเสื้อราชปะแตนสีขาว นุ่งโจงสีเขียวอมฟ้าเหลือบทอง ส่วนพิธีเย็นก็ยังคงความเป็นไทยด้วยเสื้อสูทและผูกโบว์ไทด์สีครีม นุ่งโจงสีทองสง่างาม ยิ่งเมื่อเจ้าสาวคนข้างๆ คือ “ป๊อก ปิยธิดา” ด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มดีกรีบ่าวสาวหัวใจไทย เหมาะสมกันสุดๆ

6แม้จะไม่ได้เป็นดาราหน้ากล้อง แต่คุณ “คุณเบิร์ด เอกลักษณ์” ก็ครองใจชาว WE ด้วยการสวมแจ็กเก็ตตัวบนสีน้ำตาลทับเสื้อเชิ้ตขาว นุ่งโจงและผูกไทด์สีชมพู ได้ลุคหนุ่มไทยหล่อละมุนมากเลยเจ้าค่ะ ><!

นอกจากที่ฮีบินยกตัวอย่างมาแล้ว ก็ยังมีเจ้าบ่าวไทยที่นุ่งโจงกระเบนสีต่างๆ อีกมาก โดยสียอดฮิตก็คือ สีทอง ม่วง น้ำเงิน ใครที่อยากดูภาพแบบชัดๆ ฮีบินก็รวบรวมมาไว้ให้ด้านล่าง บอกเลยว่าดูแล้วแทบอยากจะคลานเข่าเข้าไปนั่งพับเพียบแล้วเรียกว่า “ท่านชายของหม่อมฉัน” เลยทีเดียว อิอิ!

เรื่อง : JeenHuiBin

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Jakawin Photography