‘มีโอกาสเป็นมือที่สาม ก่อนจะเป็นมือหนึ่งอีก ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!’ ดวงรายสัปดาห์ 20-26 พฤษภาคม 2567

‘มีโอกาสเป็นมือที่สาม ก่อนจะเป็นมือหนึ่งอีก ใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 20-26 พฤษภาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมนะคะ เพราะคาดว่าสัปดาห์สุดท้ายของเดือนคุณอาจต้องรับงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถเฉพาะตัว เช่น นักบริหาร นักการเมือง นักปกครอง จนถึง ซินแส หมอดู ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย นอกจากนั้นยังรวมถึงนายช่าง นักวิจัย นักวิเคราะห์ ค้นคว้าทดลอง สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม ทางที่ดีไม่ควรมองคนในแง่ร้ายนะคะ หรือเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไปจนใครก็ขัดไม่ได้ เพราะจะทำให้ยิ่งเหนื่อยมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วคุณต้องทำงานคนเดียวหมด

การเงิน  :   คุณมีการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะให้เวลากับการทำงานหาเงิน และส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อสังคมมากกว่าจะคิดถึงธุรกิจ แล้วเมื่อไม่คาดหวังก็จะยิ่งได้

ความรัก  :   สัปดาห์นี้คุณจะคิดถึงการสร้างครอบครัว เพื่อจัดระเบียบความเป็นอยู่ให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นไปได้ว่าคุณจะให้เวลากับการทำงานหาเงินมากกว่าเวลาของครอบครัว แต่ใดๆ ก็มาจากความรักเหมือนเดิมนั่นแล คนโสด คุณให้เวลากับการทำงานมากกว่าจะหาแฟน หรือเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณให้ความสำคัญกับการคบหาดูใจ การเข้าตามตรอกออกตามประตูมากกว่าเรื่องอื่นเลย

สุขภาพ  :  ทำงานหนักก็ต้องระวังออฟฟิศซินโดรมถามหานะคะ ยิ่งหากนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ มีโอกาสที่จะปวดหลัง ตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ นอกจากนั้นยังเป็นไปได้ว่าจะมีสาเหตุมาจากความเครียดด้วย ยังรวมถึงปวดท้อง ปวดศีรษะ ไมเกรน อีกด้วย

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้คงต้องลดดีกรีความห้าว ดุดัน กล้าได้กล้าเสียลงมาบ้างแล้วล่ะค่ะ เพราะเป็นไปได้ว่างานจะเข้า แล้วงานใหญ่พร้อมใจกันมาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งบรรยากาศในการทำงาน เจ้านายก็คาดหวังว่าจะได้รับงานดีๆ จากคุณ กับเพื่อนร่วมงานเองคุณก็มีปัญหาขัดแย้งด้วย จนสร้างความกดดันและเครียด อยากลาออกวันละหลายๆ รอบ ก็คงต้องบอกให้ใจเย็นๆ ใช้สติให้มากกว่าอารมณ์ เพราะหากคุณแรงใส่ ผลที่ตอบกลับมาก็เป็นคุณนั่นละที่จะผิดหวัง เสียใจ จนถึงขั้นท้อแท้ต่อโชคชะตา

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าจะเริ่มฝืดถึงฝืดมาก เพราะฉะนั้นจึงควรประหยัดถึงประหยัดที่สุด ใดๆ ก็ตามไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเงินสีเทา หรือเงินที่ไม่ถูกต้องทุกประเภท เพราะมีความเสี่ยงที่จะถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวทีเดียว  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะเป็นผลมาจากเสน่ห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่จัดมาจุกๆ หากคุณกำลังซุกใครไว้ มีความเสี่ยงที่คู่ครองจะจับได้ ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาจะกดดันให้คุณเลือกด้วยสิ  คนโสด  หากใครเพิ่งจะอกหักมาก็อย่าเพิ่งรีบหลงรักปักใจกับใครนะจ๊ะ เป็นไปได้ว่าคุณจะเจ็บซ้ำๆ  เพราะแอบไปชอบแฟนคนอื่น แล้วแฟนเขารู้ด้วยสิ

สุขภาพ  :   คุณค่อนข้างจริงจังและเครียดกับทุกๆ ปัญหาที่ผ่านเข้ามาจนทำให้สุขภาพแย่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์ทางลบ เช่น ความโกรธ หึง หวง โมโห ซึ่งจะเป็นตัวการณ์สำคัญที่จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย หรือหากเป็นอยู่แล้วจะทำให้อาการหนักขึ้น

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    ต้องบอกว่า ‘ความสำเร็จอยู่ที่ไหน ความอิจฉาริษยาก็อยู่ที่นั่น’ เพราะสัปดาห์นี้ชาวอังคารเป็นแบบนั้นเลย ดังนั้น จึงควรระวังเพื่อนร่วมงาน หรือคู่แข่ง เพราะเขากำลังจ้องที่จะเลื่อยขาเก้าอี้ หรือแทงข้างหลังคุณอยู่ เพราะฉะนั้นจึงควรอยู่นิ่งๆ ไว้ก่อน อย่าเพิ่งทำตัวโดดเด่น เพราะคาดว่าภัยจะมาก่อนกล่อง มีโอกาสที่คุณจะถูกเพื่อนที่ไว้ใจชิงลาออกโดยไม่บอกล่วงหน้า หรือถูกเจ้านายมองข้ามความสำคัญไปเลย  

การเงิน  :  วางแผนอะไรไว้ควรชะลอไว้ก่อน เพราะมีโอกาสที่คุณจะเจรจาหรือตกลงกันไม่ลงตัว นอกจากไปทวงหนี้ไม่ได้แล้ว ยังจะถูกหลอกเพิ่มอีก แล้วเป็นไปได้ว่ามาจากคนใกล้ตัวนี่ล่ะ

ความรัก  :  อย่าไว้ใจหากคู่ครองมาทำดีใส่คุณอย่างผิดปกติ เพราะเป็นไปได้ว่าเขากำลังแอบซ่อนใครไว้อยู่ แล้วมีโอกาสที่เขาจะพาเข้าบ้านมาด้วย แล้วเมื่อถึงตอนนั้นต่อให้คุณคุกเข่าอ้อนวอนอย่างไร เขาก็ไม่สนใจ คนโสด  หากคุณเพิ่งอกหักมาหมาด จนเข็ดกับความรักแล้ว สัปดาห์นี้ก็อย่าเพิ่งใจอ่อน เปิดใจรับใครเข้ามาอีก เพราะเป็นไปได้ว่า เขาไม่ได้มาคนเดียว คุณมีโอกาสที่จะเป็นมือที่สาม ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นมือหนึ่งเลย

สุขภาพ  :  อย่าเครียดค่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อะไรที่ไม่ใช่ของเราก็ปล่อยเขาไป เพราะหากฝืนดึงไว้สุดท้ายแล้ว เรานี่ล่ะที่จะไม่สบายทั้งกายและใจ มีความเสี่ยงที่มดลูกจะมีปัญหา แล้วเมื่อถึงตอนนั้น เราก็ต้องดูแลตัวเองอีก รักตัวเองให้มากกว่ารักคนอื่นนะคะ!

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลปะ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้นอกจากฝีไม้ลายมือจะหาตัวจับได้ยากแล้ว คุณยังโดดเด่นในเรื่องของเทคนิคแทกติก มีกลยุทธ์ทางการตลาดแพรวพราว ปรับตัวรับมือกับการแข่งขันที่จะมาถึงด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าหลงในอีโก้ หรือเชื่อมั่นในตัวเองมากจนไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย เพราะแทนที่งานจะรุ่งจะสะดุดหยุดลงกลางคันดิ่งลงอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :   ไม่สามารถเก็บเงินอยู่กับตัวได้นาน เพราะใจอ่อน เชื่อคนง่าย จึงถูกหลอกง่าย เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้ก่อนจะให้เงินใครไปควรชั่งใจนานๆ มีโอกาสขึ้น-ลงอย่างทันที

ความรัก  :   ไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหน อย่างไรก็ยังคงต้องอยู่ด้วยกันต่อไป ยิ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีเรื่องรักในเงามืดมารบกวนจิตใจคุณอีก ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นรักเก่าเสียด้วย ก็หนักแน่นเข้าไว้ เพราะจะโกรธกันอย่างไร ก็ยังต้องมองหน้ากันอยู่ คนโสด  หากใครที่ยังโหยหาแฟนเก่า ขณะที่แฟนใหม่ก็กำลังสานต่อ ต้องระวังแล้วล่ะ เพราะสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่า ความหึงหวงจะเป็นต้นเหตุให้คุณมีปัญหากันนะ

สุขภาพ  :  มีโอกาสที่คุณจะเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน เป็นไปได้ที่จะมีสาเหตุมาจากระบบเลือดทำงานได้ไม่ดี จนมีความเสี่ยงที่จะหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ วูบกลางอากาศได้เลย

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน  การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน จนถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกี่ยวข้องกับสายงานการบริการ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม โรงแรม ท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าและบริการสำหรับเด็กด้วยแล้ว เป็นไปได้ว่า สัปดาห์นี้คุณจะตั้งความปรารถนาไว้แรงกล้าเพื่อจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ควรคาดหวังสูง เพราะดวงคุณยังไม่เปิด ทำอะไรก็จะขลุกขลัก ติดขัดไปหมด มีโอกาสที่เอกสารทางราชการจะผิดพลาด มีความเสี่ยงที่จะเป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน รวมถึงปรึกษาผู้มีความรู้มีประสบการณ์ด้วย

การเงิน  :  สัปดาห์นี้มีเกณฑ์ใช้จ่ายไปเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง สำหรับผู้ปกครองก็จะมีรายจ่ายที่เกี่ยวกับบุตรหลาน หรือหากกำลังมีความรัก ก็เป็นไปได้ว่าจะหมดไปกับการแต่งองค์ทรงเครื่องให้ตัวเองดูดี หรือหากเป็นเจ้านายก็มีโอกาสที่จะหมดไปกับการเลี้ยงดูปูเสื่อบริวาร ลูกน้อง

ความรัก  :   สำหรับคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน หรือเพิ่งจะกลับมาคืนดีกัน เป็นไปได้ว่าจะมีเบบี๋มาให้อุ้มแล้ว หรือหากรอนานก็ยังไม่มา สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะไปขอเด็กมาเลี้ยงจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมได้ คนโสด เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้โลกของคุณจะเป็นสีชมพู มีโอกาสได้เกี่ยวข้องกับเด็กๆ ทั้งรับเด็กมาอุปการะ หรือรับเลี้ยงลูกหลานใครก็ได้  

สุขภาพ   :   ก็ยังต้องระวังอุบัติเหตุอยู่นะ เริ่มเข้าหน้าฝนแล้วควรขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท เช็กสภาพรถอยู่เสมอด้วย นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องหัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ รวมถึงสายตาด้วย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความกดดันกับความคาดหวังของเจ้านาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้านายผู้หญิงที่เคยดูแลอย่างดีมาตลอด แต่คราวนี้ดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนท่าทีกลายมาเป็นเข้มงวดและเคร่งเครียดกับคุณมาก จนมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้รับงานที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาปต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ ทางที่ดีควรต้องระดมความคิดเห็นจากคนอื่นๆ เพิ่มแล้วล่ะ

การเงิน  :  มีโอกาสได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ผู้หญิง เรียกว่าเธอจุนเจือให้คุณตลอดๆ ไม่เดือดร้อน ซึ่งสัปดาห์นี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินสีเทา หรือการเสี่ยงโชคทุกชนิด เพราะคุณมีโอกาสล้มละลายได้เลย

ความรัก :   สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าครอบครัวสุขสันต์ มีโอกาสที่ลูกหลาน พี่ ป้า น้า อา จะมาเยี่ยมเยือนกันเต็มบ้าน  คู่ครองคุณก็เป็นแฟมิลี่แมนที่น่ารัก    คนโสด  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะมีความสุขกับความรัก ได้เจอคนรักที่น่ารักน่าเอ็นดู แต่ขอบอกว่า เขาจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่คุณด้วยล่ะ เช่น หากคุณอ่อนโยน เขาก็จะอ่อนโยน แต่หากคุณจู้จี้ เขาก็จะจุกจิก   

สุขภาพ  :   ต้องระวัง หากใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องมดลูกอยู่ ควรไปเช็กอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพราะมีความเสี่ยงที่จะโกโซบิ๊ก ส่วนใครที่เพิ่งผ่าตัดหรือผ่าคลอดก็ควรพักผ่อนเยอะๆ อย่ายกของหนัก เดี๋ยวแผลปริ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สัปดาห์นี้ดูเหมือนคุณจะหมกมุ่นครุ่นคิดกับการทำงาน กับความสำเร็จอย่างเดียวเลย เป็นไปได้ว่าจะไม่เหนื่อยเปล่าด้วยสิ เพราะจะมีโอกาสใหม่ๆ รออยู่ แล้วเกี่ยวข้องกับความรู้ ความสามารถเฉพาะตัวของคุณเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นนักบริหาร นักปกครอง นักการเมือง ด้วยแล้ว นอกจากนั้นยังรวมถึงนักเขียน นักแต่งเพลง ศิลปิน หากยังสร้างงานไม่เสร็จ คราวนี้จะถึงทีคุณที่จะได้อวดโฉมผลงานแล้ว แต่ทางที่ดีไม่ควรมองคนในแง่ร้าย หรือเชื่อมั่นในตัวเองมาก เพราะจะทำให้การดำเนินงานไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น  

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณสามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ดี มีการวางแผนการใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความใจดีก็มีมากกว่า เพราะฉะนั้นจึงมีความเสี่ยงที่จะเสียเงินให้กับคนใกล้ชิดได้ง่ายๆ

ความรัก  :  สัปดาห์นี้คุณเริ่มที่จะวางเฉย เริ่มรักษาระยะห่าง เริ่มมีกรอบกับตัวเองมากขึ้น ทำให้คุณมี 2 ทางเลือก หากอยู่กันแล้วไม่มีความสุขก็แยกกันไปเลย แต่หากจะอยู่กันต่อก็ต้องเคารพกฎกติกามารยาทด้วย  คนโสด มีโอกาสได้เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติอยู่น้า แต่คุณให้ความสำคัญกับการศึกษาดูใจ อยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีมากกว่ามาเร็ว เคลมเร็ว

สุขภาพ   :   เครียดมากไปหรือเปล่าคะ มีโอกาสที่คุณจะปวดศีรษะ ไมเกรน รวมถึงระบบย่อยอาหารก็มีปัญหา ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย จนถึงโรคกระเพาะถามหา

Balenciaga

Balenciaga เผยโฉมกระเป๋ารุ่น Rodeo ผ่านแคมเปญ ภาพถ่ายโดย Mario Sorrenti

Balenciaga นำเสนอแคมเปญภาพถ่ายโดยช่างภาพระดับฝีมืออย่าง Mario Sorrenti เผยโฉมกระเป๋ารุ่น  Rodeo เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งกระเป๋ารุ่น Rodeo ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อถนนของย่านช็อปปิ้งสินค้าแฟชั่นลักชัวรีที่มีชื่อเสียงใน Beverly Hills อย่าง Rodeo Drive

Balenciaga เผยโฉมกระเป๋ารุ่น Rodeo ผ่านแคมเปญ ภาพถ่ายโดย Mario Sorrenti

ในซีรี่ส์นี้ได้นำโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Balenciaga และนักแสดงชาวออสเตรเลีย-อเมริกันอย่าง Nicole Kidman อีกทั้งยังมีนักแสดงและนักร้องชาวจีน Yang Chaoyue และนางแบบชาวอเมริกัน Amelia Gray โดยทั้งหมดได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเขาผ่านภาพถ่าย บนฉากหลังสีเทาอ่อน

กระเป๋า Balenciaga รุ่น Rodeo ที่รังสรรค์อย่างประณีตโดยใช้หนังลูกวัว มาพร้อมกับผิวสัมผัสแมทท์ อีกทั้งยังมีโครงสร้างที่โดดเด่นและมีที่ปิดกระเป๋าที่สามารถเปิด-ปิดได้อย่างอิสระ การจัดรูปทรง ความนุ่มนวล และขอบของกระเป๋ารุ่นนี้ ชวนให้นึกถึงกระเป๋าที่สามารถใช้ได้ทุกวัน หรือสามารถส่งต่อเป็นมรดกตกทอดระหว่างรุ่น 

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกชาร์มเพื่อนำมาตกแต่งกระเป๋าได้ตามความชอบส่วนบุคคล เพื่อสร้างความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์และเสริมความสมบูรณ์แบบให้กับกระเป๋ารุ่น Rodeo


มัดรวมทริคจบกลิ่นสัตว์เลี้ยง พร้อมป้ายยาไอเท็มทำความสะอาดพื้นที่คนรักสัตว์ต้องเลิฟ

Praew Survey รอบนี้ ขอเอาใจเหล่าคนรักสัตว์ที่กำลังเผชิญกับปัญหากลิ่นกวนใจจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นฉี่ กลิ่นอึ กลิ่นสาบสัตว์ หรือกลิ่นอับชื้น กับการบอกต่อทริคง่ายๆ ในการกำจัดกลิ่นที่ทำแล้วเห็นผล พร้อมป้ายยาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสำหรับคนเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ Tomi Floor Cleaner For Pet ที่ช่วยจบปัญหากลิ่นและคราบสกปรกได้แบบเอาอยู่

1. น้ำส้มสายชู

ทริคแรกคือการผสมน้ำส้มสายชู 2 – 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วใช้ทำความสะอาดบริเวณที่มีกลิ่นน้องหมาน้องแมว โดยอาจใช้เช็ดถูซ้ำๆ สัก 2 – 3 ครั้ง หรืออาจผสมใส่ขวดสเปรย์เอาไว้ แล้วใช้ฉีดพ่นเพื่อดับกลิ่นเป็นประจำก็ได้

2. เบกกิ้งโซดา

อีกหนึ่งทริคง่ายๆ คือการใช้เบกกิ้งโซดาดูดซับกลิ่น โดยผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำ กะความเข้มข้นพอสมควร แล้วนำใส่ขวดสเปรย์ ใช้ฉีดพ่นบริเวณที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยง หรือสำหรับกลิ่นฉุนหนักๆ ขอแนะนำให้ใช้เบกกิ้งโซดาแบบผงโรยกลบกลิ่นทิ้งไว้สักครึ่งวัน แล้วค่อยทำความสะอาดผงเบกกิ้งโซดาออกไป

3. กากกาแฟ

ทริคนี้แนะนำสำหรับคนรักสัตว์ที่เป็นคอกาแฟสด กับการใช้กากกาแฟช่วยดับกลิ่น โดยโรยกากกาแฟกลบบริเวณที่มีกลิ่นฉี่หรือกลิ่นอึของน้องหมาน้องแมว ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยดับกลิ่นได้ดีแล้ว ยังช่วยให้น้องๆ ไม่กลับมาทำธุระซ้ำที่เดิมอีกด้วย

4. Tomi Floor Cleaner For Pet ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ฟอร์เพ็ท (สำหรับสัตว์เลี้ยง)

มาถึงทริคสุดท้าย ที่ขอบอกเลยว่าทั้งง่ายและได้ผลเริ่ด กับการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสำหรับคนเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ Tomi Floor Cleaner For Pet เช็ดถูบริเวณที่น้องหมาน้องแมวทิ้งกลิ่นและคราบสกปรกเอาไว้ โดยสามารถช่วยจัดการได้แบบทูอินวันเลยทีเดียว เพราะ Tomi Floor Cleaner For Pet มาพร้อมกับ Anti-Malodor Tech ที่ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ต้นเหตุ แถมยังให้กลิ่นหอมละมุน สร้างความรู้สึกสะอาดสดชื่น รวมถึงยังช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆ ได้แบบเอาอยู่ด้วยการถูครั้งเดียว แห้งไว ไม่ทิ้งคราบขาวและความเหนียวเหนอะหนะ ที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อน้องหมาน้องแมว เพราะใช้สารทำความสะอาดที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสาร SLS / SLES และมีผลทดสอบการระคายเคือง คนรักสัตว์มั่นใจได้ทั้งเรื่องการกำจัดกลิ่นและความสกปรก รวมถึงเรื่องความอ่อนโยนต่อน้องๆ    

เรียกว่าดีงามทุกทริค โดยเฉพาะการใช้ Tomi Floor Cleaner For Pet จบกลิ่นและคลีนคราบสกปรกในคราวเดียวกัน มั่นใจได้ทั้งเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ถือเป็นไอเท็มที่คนรักสัตว์ต้องมี! ติดบ้านเอาไว้เลยค่ะ สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus’s, Big C, CJ Express, Tops และร้านค้าท้องถิ่นทั่วไป

‘คลาสสิก & โรแมนติก’ 2 คำนิยามแฟชั่นยุครีเจนซี่ ในซีรีส์ Bridgerton

ย้อนกลับไปยังปี 1811-1820 ค้นหานิยามแฟชั่นยุครีเจนซี่ที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์เรื่องดัง ‘Bridgerton

ลงจอเป็นที่เรียบร้อยกับซีรีส์เรื่องดังอย่าง Bridgerton ซีซั่น 3 ที่ครั้งนี้จะเล่าถึงความสัมพันธ์ของสองตัวละครระหว่าง ‘เพเนโลปี้’ และ ‘คอลิน บริดเจอร์ตัน’ แต่ในส่วนของเนื้อเรื่องจะสนุกแค่ไหน ขอให้ทุกคนไปหาคำตอบในซีรีส์ต่อกันเอง เพราะพาร์ทแฟชั่นบทความนี้ เราจะพาทุกคนมาไขคำนิยามแฟชั่นยุครีเจนซี่ที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนี้ไปด้วยกัน

ถึงแม้จะเดินทางมาถึงซีซั่นที่ 3 แต่ความประทับใจของคอสตูมยังไม่มีเปลี่ยน เพราะยังจัดเต็มเหมือนเคย อีกทั้ง ‘เพโนโลปี้’ ของเรายังปรับลุคเล็กน้อยอีกด้วย ซึ่งคอสตูมทั้งหมดที่ปรากฏในเรื่องนี้เรียกว่า ‘แฟชั่นยุครีเจนซี่’ ที่อยู่ในช่วง ค.ศ. 1811-1820 โดยยุคนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านจากความมั่งคั่งของยุคจอร์เจียนสู่ความสง่างามที่ประณีตและเรียบง่ายกว่าเดิม และยังได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมกรีกและโรมันโบราณ

หนึ่งลักษณะเด่นที่ปรากฏในแฟชั่นยุครีเจนซี่คือซิลลูเอต ‘Empire’ ซึ่งชุดสไตล์นี้จะโดดเด่นด้วยรอบเอวที่ค่อนข้างสูง ยกขึ้นไปบริเวณใต้หน้าอก เน้นสรีระที่ชัดเจนช่วงบน แต่ยังหลงเหลือความสบายด้วยกระโปรงที่ปล่อยตรง ไม่รัดรูป และไม่ต้องใส่สุ่มเหมือนยุควิคตอเรีย แม้จะบอกว่าเดรสในยุคนี้จะเน้นความเรียบง่าย แต่ดีเทลเล็กๆ อย่างลูกปัด ลูกไม้ และระบายยังเป็นที่นิยมอยู่เช่นกัน

อย่างที่บอกไปว่า Empire Silhouette เน้นสรีระช่วงบน ทำให้คนยุคนี้ต้องมีตัวช่วยพิเศษที่เรียกว่า ‘Divorce Corset’ (เปิดตัวในปี 1810) มาสวมใส่ เพื่อให้ทรวดทรงเติมเติมช่องว่างของคอเสื้อสี่เหลี่ยมได้พอดี


ข้อมูล: rauantiques.com

ภาพ: Instagram @bridgertonnetflix

กวนเสี่ยวถง

กวนเสี่ยวถง (Guan XiaoTong) ถูกติงรูปร่างไม่เป๊ะหลังเดินพรมแดงคาน

หากใครเป็นคอหนังและซีรีส์จีนคงคุ้นชินกับภาพนางเอกรูปร่างเพรียวบางจนตอนนี้กลายเป็นเทรนด์ของเหล่าสาวๆ ชาวจีน แต่ทว่านับวันก็ยิ่งน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการเสพติดความผอมจนมากเกินไป ล่าสุดนางเอกสาวคนดัง เจ้าของฉายาลูกสาวแห่งชาติจีน  กวนเสี่ยวถง  (Guan XiaoTong) ผู้มีความสูง 172เซนติเมตร และ  น้ำหนัก 45 กิโลกรัม กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรูปร่างว่าไม่ค่อยออกกำลังกาย หลังจากที่มีการสังเกตว่าชุดของเธอดูไม่สมบูรณ์แบบดูมีความอึดอัดเมื่อสวมใส่ร่วมพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา Guan XiaoTong เป็นนักแสดงที่ค่อนข้างเป็นคนที่ดูแลสุขภาพตัวเอง เธอได้เป็นพรีเซนเตอร์สินค้าแนวสุขภาพหลายรายการ รวมถึงเมื่อถ่ายหนังหรือละครเธอจะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ นั่นทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงดาวเด่นที่ทั้งสวยและมากความสามารถ แต่สุดท้ายก็ยังถูกติ

กวนเสี่ยวถง
กวนเสี่ยวถง

“SENKA perfect UV” ชวนคู่จิ้น “มีน-ปิง” ท้าแดดบนเรือยอร์ชแบบรักษ์โลก ด้วยกันแดด 3 สูตร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

SENKA แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวแคมเปญ “SENKA UV X MeenPing : Sunkissed Loving Earth Yacht Party” ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกันแดดจากประเทศญี่ปุ่นยาวนานถึง 14 ปี SENKA perfect UV มาพร้อมเทคโนโลยีกันแดดจากญี่ปุ่นเอกสิทธิ์เฉพาะของเซนกะ ด้วยกันแดดสายบํารุงที่ตอบโจทย์การปกป้องผิวรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งจากแสงแดด, รังสียูวี และฝุ่นมลภาวะ ด้วย SPF50+ PA++++ พร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นในหนึ่งเดียว รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีให้เลือกทั้ง 3 สูตร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่

พร้อมท้าแดดกับกันแดดสายบำรุงเหมาะกับไลฟ์สไตล์รักษ์โลก ต้อง SENKA perfect UV gentle milk SPF50+ PA++++ สูตรนี้เป็นมิตรต่อปะการัง (coral-friendly) เพราะไม่ใส่สารเคมีที่ทำร้ายปะการัง สามารถนําไปใช้ในอุทยานแห่งชาติฯ ได้ เนื้อนํ้านมสายละมุน สัมผัสชุ่มชื่น เกลี่ยง่าย บางเบาผิว ด้วยสูตร Non-comedogenic ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันบนผิว เหมาะสำหรับผิวหน้าและผิวกาย ไม่ใส่ 6 สารเคมี ได้แก่ Octinoxate, Oxybenzone, พาราเบน, แอลกอฮอล์, น้ำหอม และสารแต่งสี สามารถล้างออกง่ายได้ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วไป

SENKA perfect UV gel SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อเจลบางเบาดุจน้ำ เกลี่ยง่าย สบายผิว ไม่ทิ้งคราบขาว ปกป้องผิวรอบด้าน พร้อมบูสผิวให้ชุ่มชื่นด้วยส่วนผสมบํารุงผิวเน้นๆ ทั้ง ดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค แอซิด, น้ำผึ้ง, ไรซ์ บราน ออยล์ พร้อมด้วยอูจิ กรีนที จากญี่ปุ่น มีคุณสมบัติ Antioxidant มีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันบนผิว ไม่ใส่ 4 สารเคมี ได้แก่ Oxybenzone, พาราเบน, นํ้าหอม และสารแต่งสี สามารถล้างออกง่ายได้ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วไป เป็นหนึ่งกันแดดไอเท็มที่ควรมีติดกระเป๋าเซฟผิวสวยสู้แดด สู้ฝุ่นมลภาวะได้ เหมาะกับชีวิตประจำวัน

SENKA perfect UV milk SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อนํ้านม ซึมไว ไม่เหนอะหนะและไม่ทิ้งคราบขาว กันนํ้า กันเหงื่อ ปกป้องผิวรอบด้านจัดเต็มได้ทุกกิจกรรมและเพิ่มเกราะปกป้องผิวจากมลภาวะทั้งจากแสงแดด, รังสี UVA และ UVB, ฝุ่นมลภาวะขนาดจิ๋ว ผสานส่วนผสมบํารุงให้ผิวชุ่มชื่น ทั้งดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค แอซิด, น้ำผึ้ง, ไรซ์ บราน ออยล์ และส่วนผสมพิเศษ อูจิ กรีนทีจากญี่ปุ่น มีคุณสมบัติ Antioxidant อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันบนผิว ไม่ใส่ 4 สารเคมี ได้แก่ Oxybenzone, พาราเบน, นํ้าหอม และสารแต่งสี ล้างออกง่าย สามารถล้างออกได้ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า สูตรนี้แนะนำไลฟ์สไตล์ลุยๆ ไม่ว่าจะออกทริปแบบไหน กิจกรรมแบบไหนก็ต้องมี

โดยเซนกะได้ชูจุดเด่นในประสิทธิภาพของ SENKA perfect UV ทั้ง 3 สูตร ผ่านกิจกรรม “SENKA UV X MeenPing : Sunkissed Loving Earth Yacht Party” ที่ได้พาผู้โชคดีจากการชิงรางวัล Lucky Fans จำนวน 20 ท่าน มาร่วมเอนจอยท้าแสงแดดบนเรือยอร์ช ใกล้ชิดกับสองหนุ่มคู่จิ้นมาแรง “มีน-นิชคุณ ขจรบริรักษ์” และ “ปิง-กฤตนัน อัญชนานันท์” พร้อมกิจกรรมพิเศษแบบฟินไม่พักที่ Pattaya ท่ามกลางบรรยากาศที่สู้แดดกันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง


‘อิ้งค์ วรันธร’ นำทีมเปิดตัวโซลูชั่นใหม่เพื่อ #ผมสวยโนแคแบบไม่ต้องเลือก ในงาน “Head & Shoulders 2in1 Unbox!

ปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะอันดับต้นๆ หนีไม่พ้น “ปัญหารังแค” ที่กวนใจแบบไม่พัก และเมื่อแก้ปัญหาด้วยการใช้แชมพูขจัดรังแค ก็ต้องพบกับปัญหาผมแห้งซ้ำไปอีก ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 80% ของคนไทยมีปัญหารังแค จะมีเพียงแค่ 25% เท่านั้นที่ยอมใช้แชมพูขจัดรังแค และอีก 55% ไม่ยอมใช้เพราะอยากผมสวย แต่ต้องทนรังแค แต่วันนี้ไม่ต้องเลือก ไม่ต้องทนอีกแล้ว! เพราะ Head & Shoulders ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ “Head & Shoulders 2in1” แชมพูขจัดรังแค + ครีมนวดผมในขวดเดียวแบบที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในไทย ด้วยการผสานสองคุณสมบัติทั้งช่วยขจัดรังแคและทำให้ผมนุ่มลื่นในขวดเดียวแบบไม่ต้องเลือก ได้ทั้งไร้รังแคและผมนุ่มลื่นสวย ตามคอนเซ็ปต์ #ผมสวยโนแคแบบไม่ต้องเลือก

โดย Head & Shoulders ได้ฉลองแชมพูขจัดรังแคสูตรใหม่ ด้วยการจัดงานแกะกล่องเปิดตัวแชมพูขจัดรังแค + ครีมนวด “Head & Shoulders 2in1 Unbox! แกะกล่องเปิดตัว Head & Shoulders 2in1 ผมสวยโนแคแบบไม่ต้องเลือก!” ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 ณ ห้างสรรพสินค้าโลตัส สุขุมวิท 50 ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมชวน อิ้งค์ วรันธร เปานิล พรีเซนเตอร์สาวสุดคิวท์ ที่แทคทีมมากับ Hair Expert ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ มาร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลผมให้สวยแบบโนแค ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุกสนานให้แฟนๆ และผู้สนใจเข้าร่วมกันค้นหาทางออกของปัญหารังแคแบบอยู่หมัด กับ “Head & Shoulders 2in1” ผลิตภัณฑ์เพื่อหนังศีรษะสูตรใหม่ นวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย ตอบโจทย์ทุกปัญหาหนังศีรษะได้แบบไม่ต้องเลือก ด้วยคุณสมบัติแบบ 2in1 ที่ทั้งขจัดรังแคบนหนังศีรษะ และช่วยให้ผมสวยนุ่มลื่นในขวดเดียว ตามมาด้วยมินิคอนเสิร์ตและลักกี้แฟนไซน์จาก อิ้งค์ วรันธร ที่สร้างสีสันและปิดท้ายงานอย่างน่าประทับใจ

นอกจากนั้น Head & Shoulders ยังได้จับมือ “Mackcha” (แม็กชา) ศิลปินไทยชื่อดังเจ้าของคาแร็กเตอร์ “Chalotte” (ชาล็อต) ที่กำลังมาแรงสุดๆ ครีเอท “Chalotte 2in1” น้อง Chalotte เวอร์ชันใหม่ที่มั่นใจกว่าเดิม ซึ่งเป็นอาร์ตคาแรกเตอร์ 2 ร่างในตัวเดียว ได้แรงบันดาลใจจากคุณสมบัติ 2in1 ของ Head & Shoulders 2in1 ที่ทั้งขจัดรังแคและช่วยให้ผมนุ่มลื่นในขวดเดียว พร้อมดีไซน์มาในรูปแบบMagnet สุดคิวท์ บรรจุในแพ็คเกจสุดลิมิเต็ดที่มีกิมมิกเหมือนกล่องสุ่ม แถมพร้อมแชมพู Head & Shoulders 2in1 ให้ผู้ซื้อ Head & Shoulders 2in1 ได้สะสมและใช้ติดประดับได้ทั้งผมและศีรษะเสริมลุคมั่นใจแบบโนแค

จบปัญหารังแคได้แล้ววันนี้ กับ “Head & Shoulders 2in1” พิเศษสุด ๆ เมื่อซื้อ Head & Shoulders 2in1 สูตรใดก็ได้ครบ 499 บาทต่อใบเสร็จ แล้วกรอกข้อมูลและอัปโหลดรูปใบเสร็จมาที่ hs2in1mackcha.headandshoulders.co.th จากนั้น Inbox ภาพหน้ายืนยันจากเว็บ ส่งมาที่ Facebook “Head and Shoulders (TH)” จะได้รับรหัสจากแอดมิน แล้วไปกดรับน้อง Chalotte 2in1 ที่ตู้ Knubox หรือ TOYzINBOX ที่ร่วมรายการได้เลย! รับฟรี กล่องของแถม “Head & Shoulders x Chalotte 2in1 version” มูลค่า 769 บาท / ชิ้น ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม – 12 มิถุนายน 2567 (เวลา 23.59 น.)


B.I เตรียมปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘Tasty’ พร้อมเปิดตัวรุ่นน้อง LEO ร่วมคอนเสิร์ต

เซอร์ไพรส์ยกกำลังสอง!! B.I เตรียมปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘Tasty’ ก่อนมาไทยเปิดตัวแขกรับเชิญสุดกรี๊ด LEO ร่วมคอนเสิร์ต HYPE UP IN BANGKOK

สะสมเพลงเจ๋งๆ ไว้เต็มพอร์ต ชนิดที่ว่าไม่ต้องอาศัยเพลงใหม่ ก็สามารถประกาศทัวร์คอนเสิร์ตได้อย่างสบายๆ เลย สำหรับศิลปินไอดอลโปรดิวเซอร์หนุ่มฮอตไม่เคยแผ่ว “คิมฮันบิน” (KIM HAN BIN) หรือสเตจเนมที่รู้จักกันดีว่า “บีไอ” (B.I) พ่อยอดเอวหวานของเหล่าไอดี (ID ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับ) ผู้ผ่านการพิสูจน์ชัดแล้วว่าสุดยอดเซ็ตลิสต์และพลังไฮป์ของเขาชนะใจคนดูมาตลอดทุกสเตจ ทุกเทศกาลดนตรีจริงๆ

โดยหลังจากที่โปรโมเตอร์มือหนึ่งวงการคอนเสิร์ต/แฟนมีตติ้งสายเคป็อป โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ของบิ๊กบอส กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ ผู้จัดคอนเสิร์ต B.I 2024 TOUR HYPE UP IN BANGKOK ได้เกริ่นไว้ว่า จะมีเซอร์ไพรส์สุดฉ่ำห้ามพลาดเด็ดขาดนั้น!

ล่าสุดทางต้นสังกัดเกาหลี ONE THREE ONE หรือ 131 ก็ทยอยเฉลยเซอร์ไพรส์จาก บีไอ ทีละระลอกแล้ว เริ่มจากประกาศสายฟ้าแลบว่าผลงานซิงเกิลใหม่ ‘Tasty’ จะถูกปล่อยออกมาในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นการคัมแบ็กในรอบ 6 เดือนนับจากโกลบอลอีพีอัลบั้ม [Love or Loved Part.2] ที่สำคัญยังเป็นการคอลแลบระหว่าง บีไอ กับโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน Malibu Babie ผู้เคยอยู่เบื้องหลังผลงานฮอตฮิตของศิลปินระดับโลกอย่าง Nicki Minaj มาแล้ว โดยบีไอจะนำเพลงนี้ขึ้นโชว์ครั้งแรกในคอนเสิร์ต B.I 2024 TOUR HYPE UP IN SEOUL และแน่นอนว่าหลังจากนั้นแฟนๆ ชาวไทยก็จะได้ชมไลฟ์เพอร์ฟอร์แมนซ์เพลง ‘Tasty’ ด้วยตาเนื้อของตัวเองเช่นกัน

เซอร์ไพรส์ที่สอง เพิ่งประกาศสดๆ ร้อนๆ แบบควันกรุ่นในวันนี้เลยว่า บีไอ จะไม่ออกทัวร์อย่างเดียวดาย แต่เขาจะพาแขกรับเชิญพิเศษไปร่วมตระเวนทั่วเอเชียกับเขา คือศิลปินชายเดี่ยวรุกกี้ของวงการเคป็อป “ลีโอ” (LEO) หนุ่มรุ่นน้องร่วมค่ายทรงดีมีอนาคต ซึ่งปัจจุบันกำลังโปรโมตผลงาน LEO 1ST EP ALBUM ที่มีพรีรีลีสแทร็กอย่างเพลง ‘Pretty Plzzz (Feat. B.I)’ https://youtu.be/JTZS4l9-U1U รวมอยู่ในอีพีอัลบั้มดังกล่าวด้วย

นัดเจอ บีไอ ครั้งแรกของปี 2024 ทั้งที! ตรงวาระครบรอบ 3 ปีโซโลเดบิวต์อัลบั้ม B.I 1ST FULL ALBUM [WATERFALL] ด้วยอีก!! แถมความพิเศษเซอร์ไพรส์ยกกำลังสองขนาดนี้!!! ไอดีชาวไทยพลาดไม่ได้จริงๆ กับคอนเสิร์ต B.I 2024 TOUR HYPE UP IN BANGKOK วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 18:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

ใครยังไม่มีบัตร รีบคว้าด่วนทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือระบบออนไลน์ https://www.thaiticketmajor.com/concert/b-i-2024-tour-hype-up-in-bangkok.html บัตรราคา 2,900 / 3,500 / 4,500 และ 6,900 บาท (บางราคาจำหน่ายหมดแล้ว)** ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดียของผู้จัดงาน @411ent เฟซบุ๊ก www.facebook.com/fouroneoneent เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) https://x.com/411ent อินสตาแกรม https://instagram.com/411ent

ไอเอ็ม MONSTA X ประกาศวันเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ต “OFF THE BEAT”

ไอเอ็ม ศิลปินเคป็อปสุดฮอตเริ่มเปิดทัวร์ที่โซล ประเทศเกาหลี ก่อนที่จะออกเดินทางไปพบปะแฟนๆ อีกกว่า 18 เมืองทั่วโลก

หลังปล่อย EP อัลบั้มที่ 3 ของเขา I.M (ไอเอ็ม) ศิลปินเคป็อปสุดฮอตเริ่มเปิดทัวร์ที่โซล ประเทศเกาหลี ก่อนที่จะออกเดินทางไปพบปะแฟนๆ อีกกว่า 18 เมืองทั่วโลก ซึ่งจะกลับมาสิ้นสุดทัวร์นี้ในเอเชีย I.M แร็ปเปอร์ และนักร้องนำที่มีพลังของ MONSTA X เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้เขาได้ประกาศตารางเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ต ‘Off The Beat’ ไปแล้ว และตอนนี้ได้ประกาศเพิ่มอีก 4 เมืองในเอเชีย ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายนนี้ สำหรับเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเขาจะเริ่มต้นในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนที่จะได้ไปพบกับแฟนๆ ที่ไต้หวัน โตเกียว กรุงเทพฯ และมาเก๊า 4 เมืองที่เพิ่งเพิ่มล่าสุดในฐานะสมาชิกเพียงคนเดียวของ MONSTA X ที่กำลังจะเริ่มการผจญภัยเดี่ยวระดับโลกขึ้น ซึ่งเขาพร้อมที่จะไปดึงดูดผู้ชมด้วยความสามารถพิเศษ พลังอันล้นเหลือที่ระเบิดได้ และจะนำเสนอศิลปะที่ท้าทายแนวเพลงทุกแนวอีกด้วย

ผู้จัด “AEG Presents Asia และ “iMe Thailand พร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟความมันส์กับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของ “I.M” กับงาน “I.M (MONSTA X) presents Off The Beat World Tour 2024 Bangkok” จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 24 กันยายน 2567 ณ ยูโอบี ไลฟ์ (UOB Live) บัตรราคาเริ่มต้น 2,800 บาท โดยจะเปิดขายบัตรในรอบ Artist Presale [ใช้ Presale code สำหรับการซื้อบัตร] ในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. ต่อด้วยขายบัตรในรอบ UOB Presale ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. ถึง วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. และหลังจากนั้นจะเปิดขายบัตรในรอบปกติในวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง www.thaiticketmajor.com

และเพื่อกระตุ้นเอเนอจี้ของแฟนๆ ก่อนได้พบกัน I.M ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอล่าสุดจากผลงานอีพีอัลบั้มที่ 3 ของเขา “Off The Beat” เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปล่อยเพลงครั้งที่สองของปี 2567 ด้วย โดยอัลบั้มนี้เขาได้ปล่อยผลงานเพลงใหม่มาถึง 6 เพลง ‘LURE’ ‘Bust it,’ ‘X0,’ ‘Skyline,’ ‘MMI,’ และ ‘nbdy’ โดยแต่ละเพลงจะรวบรวมเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเขา และสะท้อนถึงเรื่องราวของ ’การไม่ปฏิบัติตามเส้นทางปกติ’ และการฝึกฝน ‘อย่างแหวกแนว’ ศิลปินผู้มักทำลายสถิติเจาะลึกเข้าไปในดินแดนที่ไม่เคยมีใครรู้จักด้วยเพลงใหม่เหล่านี้ โดยผสมผสานความสามารถของเขาในฐานะโปรดิวเซอร์ นักร้อง-นักแต่งเพลง และแร็ปเปอร์ บวกรวมเข้ากับจิตวิญญาณที่แท้จริงของบุคลิกอันโดดเด่นของเขานอกเหนือจากการแสดงบนเวทีแล้ว I.M ยังมีสไตล์ที่โดดเด่นด้วยการมิกซ์รวมโลกแห่งดนตรี และแฟชั่นเข้าด้วยกัน จากการร่วมมือกับ Versace และ Swarovski ไปจนถึง Polo Ralph Lauren และ BOSS I.M ที่เป็นผู้นำเทรนด์ ผู้บุกเบิก และไอคอนแฟชั่นอีกด้วย สำหรับทัวร์ครั้งนี้เขาจะนำเสนอโชว์ในรูปแบบใหม่ด้วยสไตล์อันโดดเด่นของ I.M ทั้งทางดนตรี และการแสดงบนเวที
เหล่ามอนเบเบ้ (ชื่อแฟนคลับ) เตรียมตัวให้พร้อมที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ I.M กับเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเขา ซึ่งจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตใน 18 เมืองทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางทัวร์ และการขายบัตรสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ I.M บน Instagram และ Twitter

ตารางทัวร์ 2024 Off The Beat World Tour:
(วันที่ และเมืองด้านล่างทั้งหมดอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

KOREA
May 25-26 Seoul

EUROPE
July 26 London, UK
July 28 Paris, FR
Aug. 1 Cologne, GE
Aug. 3 Berlin, GE

UNITED STATES
Aug. 8 Boston, MA
Aug. 10 New York, NY
Aug. 15 Toronto, ON
Aug. 17 Chicago, IL
Aug. 23 Houston, TX
Aug. 25 Dallas, TX
Aug. 27 Vancouver, BC
Aug. 29 San Francisco, CA
Aug. 31 Los Angeles, CA

ASIA
Sept. 19 Taipei
Sept. 22 Tokyo
Sept. 24 Bangkok
Sept. 29 Macau

เกี่ยวกับ I.M
“I.M” (ไอเอ็ม) หรือ “อิมชางกยุน” แร็ปเปอร์หลัก หนึ่งในสมาชิกจากวง “MONSTA X” เดบิวต์ในปี 2558 แม้จะเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดของวง แต่ I.M ได้แสดงความสามารถ และศักยภาพของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยวผ่านมิกซ์เทป และอีพีอัลบั้มเดี่ยวมากมาย ซึ่งเขามีส่วนร่วมในการแต่งทำนอง เรียบเรียง และเขียนเนื้อเพลง โดยอีพีอัลบั้มเปิดตัวผลงานเดี่ยวของเขาคือ “DUALITY” เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วย 5 เพลงที่ติดอันดับยอดขายเพลงดิจิทัลโลกของ Billboard โดยมียอดดู 8.5 ล้านครั้งบน YouTube สำหรับมิวสิควีดีโอเพลงโปรโมทของเขา “God Damn” และยังครองแชมป์ 15.9 ล้านสตรีมบน Spotify ด้วย ในขณะที่ปัจจุบันก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ MONSTA X แต่ I.M กำลังมุ่งเน้นไปที่งานเดี่ยวมากขึ้น สำหรับ EP อัลบั้มที่สอง “OVERDRIVE” ที่เปิดตัวภายใต้บริษัท Sony Music Entertainment Korea ในเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เขาได้แสดงให้เห็นทักษะที่หลากหลายมากขึ้นพร้อมการเปลี่ยนสไตล์ในเพลงของเขาเมื่อเทียบกับงานของเขาที่ทำร่วมกับกับ MONSTA X โดย EP อัลบั้มนี้ติดอันดับหนึ่งใน 14 ประเทศบน iTunes Global ติดชาร์ต และมียอดสตรีมมากกว่า 1 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังเปิดตัว ส่งผลให้เพลย์ลิสต์นี้ติดอันดับ Melon Hall of Fame โดยอัลบั้มนี้กำหนดโลกทัศน์ทางดนตรีอย่างรอบคอบโดย I.M ในฐานะศิลปินเดี่ยวผ่านเสียงที่ทุ้มลึก และซับซ้อน รวมถึงท่วงทำนองที่ละเอียดอ่อน I.M แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ และการเติบโตอย่างมาก ในขณะที่เขายังคงเปิดเผยด้านที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น รวมถึงต้องการสื่อสารกับแฟน ๆ ของเขาผ่านอัลบั้ม และซิงเกิลล่าสุดของเขา ดังเช่น EP อัลบั้มเปิดตัวครั้งแรกของเขา “DUALITY” หรืออัลบั้มล่าสุดของเขา “OVERDRIVE” และซิงเกิลล่าสุดของเขา “Slowly” รวมทั้งเพลงทั้งห้าเพลงในอัลบั้ม “DUALITY ” ต่างติดชาร์ตยอดขายเพลงดิจิทัลโลกของ Billboard และมียอดสตรีมทั่วโลกประมาณ 45 ล้านครั้งเลยทีเดียว

มาร์ค NCT เผยลุคร็อกสตาร์สุดโรแมนติกพร้อมเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘200’

มาร์ค NCT เผยลุคร็อกสตาร์สุดโรแมนติกพร้อมเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘200’ เริ่มต้นการเดินทางสู่การปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025

ศิลปินที่มีความสามารถรอบด้าน MARK (มาร์ค) วง NCT (เอ็นซีที) กับการเดินทางอันยาวนานสู่การปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 โดยเขามุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมทางดนตรีที่หลากหลาย และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้มั่นคง รวมถึงการขยายเป้าหมายในฐานะศิลปินเดี่ยว เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘200’ (อีเบค) ซึ่งประกอบด้วย 2 เพลงที่ MARK มีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องและทำนอง ได้แก่ เพลงไตเติลชื่อเดียวกันอย่าง ‘200’ และเพลง ‘200 (Minhyung’s Ver.)’ เวอร์ชันอะคูสติก

สำหรับเพลงไตเติล ‘200’ เป็นเพลงแนว Drum & Bass ที่มีเสียงร็อก ความมีเสน่ห์อยู่ตรงการผสมผสานระหว่างเสียงกีตาร์ไฟฟ้าสไตล์ช่วงต้นปี 2000 และทำนองที่ไพเราะอย่างลงตัว เนื้อเพลงบอกเล่าเรื่องราวความรักที่ไม่คาดคิด แต่สุดท้ายก็ได้พบกันดั่งพรหมลิขิต อีกทั้งยังสื่อถึงความหมายของความรัก ทั้งการเป็นคนที่ทำให้กันและกันเปล่งประกายมากขึ้น และความสัมพันธ์ที่จะสมบูรณ์แบบมากขึ้นเมื่อทั้งคู่ได้มาพบกัน ไม่เพียงเท่านี้ เพลง ‘200 (Minhyung’s Ver.)’ ที่เรียบเรียงออกมาเป็นเวอร์ชันอะคูสติก ยังชวนสัมผัสเสียงร้องที่สุขุมนุ่มนวลของ MARK ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงอารมณ์ที่แตกต่างกัน ผ่านเพลงที่มีเสน่ห์ตรงข้ามกันได้ นอกจากนี้ มิวสิกวิดีโอเพลง ‘200’ ได้ถ่ายทอดจินตนาการและการทดลองอันสร้างสรรค์ของ MARK ที่ใฝ่ฝันถึงอิสรภาพ โดยมีภาพที่บรรยายเนื้อเพลง แอนิเมชันที่สื่อถึงสถานการณ์เหนือจริง และภาพแนววินเทจที่นำเสนอกลิ่นอายสุดร็อกของแนว Drum & Bass

MARK เผยความรู้สึกเกี่ยวกับซิงเกิล ‘200’ ดังนี้ “เพลงไตเติล ‘200’ เป็นเพลงที่สามารถเพลิดเพลินร่วมกับ NCTzen ในฤดูร้อนนี้ได้ครับ ผมคิดว่าจะยิ่งเข้าถึงอารมณ์สนุกมากขึ้น ถ้าได้ฟังเพลงนี้ในตอนกลางคืนครับ” และ “มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ก็ถ่ายทำออกมาอารมณ์เดียวกับภาพยนตร์สักเรื่อง นับเป็นจุดที่สำคัญมาก ๆ เลยครับ แม้ว่าตอนถ่ายทำจะมีส่วนที่ยากอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความทรงจำที่สนุกมากจริง ๆ หวังว่า NCTzen จะรับชมกันอย่างสนุกสนาน และขอให้เพลิดเพลินกับซิงเกิล ‘200’ กันเยอะ ๆ นะครับ”

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าเปิด อมารี-โอโซ่-ชามา ทั้งในและต่างประเทศอีก 9 แห่ง ภายในปี 2025

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทหลักภายใต้กลุ่มบริษัทอิตัลไทย ที่ดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู โดยมีแบรนด์ภายใต้การดูแลที่เป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างกว้างขวางในหลากหลายประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อาทิแบรนด์ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็น ‘The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia’  บริษัทบริหารจัดการโรงแรมและการบริการขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มีแบรนด์ที่พักครอบคลุมทุกความต้องการในการพักอาศัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในหลายประเทศ ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางทั้งนักธุรกิจและเพื่อการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี  ซึ่งนอกเหนือจากแบรนด์ที่พักในเครือแล้ว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบริการทั้งในด้านสปา และร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ maai spa, Breeze spa, Prego, Amaya, Chom Sindh และ Nila อีกด้วย

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2024 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 9,463 ล้านบาท โดยแบรนด์ ‘อมารี’ (Amari) และ ‘โอโซ่’ (OZO) เป็นแบรนด์สำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ ในขณะที่แบรนด์ ‘ชามา’ (Shama) มีทิศทางการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องจากดีมานด์ในตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ส่งผลให้บริษัทได้ความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้าที่มั่นใจและเชื่อในศักยภาพการบริหารจัดการ โดยดำเนินธุรกิจร่วมกันภายใต้สัญญาระยะยาว ทั้งนี้เป้าหมายรายได้ปี 2024 เติบโตขึ้นกว่า 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนและ 23% เมื่อเทียบกับปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19

ทั้งนี้ ความเป็น ‘A Tailored Approach to Hospitality ’ หรือคือแนวคิดที่เน้นการทำงานร่วมกันกับคู่ค้าและพันธมิตรขององค์กร โดยใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ รวมทั้งความเข้าใจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างถ่องแท้ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจและความคล่องตัวคือจุดแข็งสำคัญขององค์กรที่ใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นเช่นนี้

ผลงานของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 การเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เติบโตอยู่ที่ 29% ซึ่งได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมากขึ้น  ทำให้ขณะนี้จีนกลับมาเป็นประเทศที่ทำรายได้อันดับ 1 ของบริษัท นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด ส่วนประเทศไทยยังคงเป็นประเทศอันดับ 2 เนื่องจากแบรนด์ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงได้รับความนิยมในหมู่คนไทยด้วยเช่นกัน ทั้งในส่วนของการเดินทางภายในประเทศ และการพักแบบ staycation ส่วนอันดับที่ 3 คือ รัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับรีสอร์ตในภูเก็ตและพัทยา และยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ขณะที่ตลาดอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และอินเดีย มีการเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่แข็งแกร่ง และยังคงเป็นตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญ

ปัจจุบันออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ครอบคลุมทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย จีน รวมไปถึง ฮ่องกง บังกลาเทศ และสปป.ลาว และกำลังขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องอีกหลายแห่งทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยนับจากปีนี้จนถึงปี 2025 มีโครงการที่เตรียมเปิดให้บริการ กว่า 9 แห่ง ในประเทศมาเลเซีย 3 แห่ง  จีนและฮ่องกง 2 แห่ง ไทย 2 แห่ง ลาว 1 แห่ง และ ศรีลังกา 1 แห่ง เป็นต้น

โดยในประเทศมาเลเชีย ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เตรียมขยายโรงแรม 3 แห่งใหม่ ได้แก่ โอโซ่ เมดินิ, ชามา เมดินิ และชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู ซึ่งจะทำให้มีโรงแรมในมาเลเซีย รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ถือเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากไทยที่มีแบรนด์ ออนิกซ์ ครบทั้งอมารี  โอโซ่ และ ชามา การขยายตัวในมาเลเซียสะท้อนวิสัยทัศน์และการให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยมาเลเซียมีศักยภาพการท่องเที่ยวและชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ รวมถึงการจัดประชุมขนาดใหญ่ รองรับตลาด MICE ตอบโจทย์นักเดินทางทั่วโลกที่แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ และเพื่อธุรกิจ 

สำหรับแบรนด์อมารี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ในฐานะ แบรนด์โรงแรมระดับ Upper Upscale ที่มุ่งเน้นตลาด ทั้ง City MICE, Urban MICE และรีสอร์ต ที่พร้อมมอบบริการอย่างเต็มรูปแบบ ตอบรับทุกความต้องการของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ผ่านรูปแบบบริการที่หลากหลายระดับ Luxury โดยแบรนด์อมารีมีแผนเปิดตัวโรงแรมใหม่ 3 แห่ง ประกอบด้วย

อมารี โคลัมโบ ประเทศศรีลังกาเตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 2024 เป็นอาคารสูง 27 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท 167 ห้อง พร้อมด้วยห้องอาหารและสปาอันเป็นเอกลักษณ์ โดยจะเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ความน่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า บาร์ ศูนย์นันทนาการ และร้านอาหารไทยสุดพิเศษ ซึ่งทั้งหมดมีทิวทัศน์มหาสมุทรและเส้นขอบฟ้าของเมืองที่สวยงามโดดเด่น โรงแรมแห่งนี้ยังมีชั้นผู้บริหารโดยเฉพาะพร้อมสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองพิเศษอีกด้วย

อมารี เวียงจันทน์ ประเทศลาว – เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 2024 ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมแห่งที่ 2 ของ    
แบรนด์อมารีในประเทศลาว ต่อจากโรงแรมอมารี วังเวียง อันโด่งดัง ซึ่งจะทำให้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีความโดด
เด่นในจุดหมายปลายทางอันน่าหลงใหลแห่งนี้ อมารี เวียงจันทน์ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอันน่าประทับใจ
มากมาย ประกอบด้วยร้านอาหารแบบ All-day Dining ห้องพักที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน 248 ห้อง ห้องรับรองพิเศษบน
ชั้นดาดฟ้า ร้านอาหารพิเศษบนชั้นดาดฟ้า บาร์บนชั้นดาดฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการจัดเลี้ยงบนพื้นที่กว้าง
ขวาง รวมถึงห้องบอลรูมและห้องประชุม ห้องออกกำลังกายล้ำสมัย Breeze Spa สระว่ายน้ำหลัก สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก
และโซนสันทนาการสำหรับเด็ก

อมารี เดอะไทด์ บางแสน ประเทศไทย – เตรียมเปิดให้บริการปี 2025 ตั้งอยู่บนฝั่งทางเดินที่คึกคักตรงข้ามกับ
หาดบางแสนอันมีชื่อ เป็นสถานที่พักผ่อนสบายๆ ในใจกลางเมืองริมทะเลที่แสนผ่อนคลาย ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์
เพียงไม่ถึง 90 นาทีจากกรุงเทพฯ และสามารถเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารท้องถิ่นริมทะเลได้
อย่างสะดวกสบายด้วยห้องพัก 7 รูปแบบ จำนวน 154 ห้อง จึงเหมาะสำหรับครอบครัว รวมถึงนักเดินทางธุรกิจที่ต้อง
เดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมในละแวกใกล้เคียง หรือการประชุมพิเศษ และงานอีเวนต์ พร้อมด้วยห้องอาหารเปิดให้
บริการตลอดทั้งวัน สปาอันเป็นเอกลักษณ์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส คิดส์คลับ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้
ยังมีห้องจัดประชุม 5 ห้อง ที่สามารถรองรับแขกผู้มาเยือนได้สูงสุดถึง 1,000 คน

นอกจากการเปิดตัวโรงแรมและที่พักแห่งใหม่ของแบรนด์ อมารี แล้วยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญสำหรับแบรนด์ อมารี ที่
กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2024 คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ อมารี กรุงเทพฯ ซึ่งได้ทำการปรับปรุงใหม่
และปรับชื่อจาก ‘อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ’ โดยมีเป้าหมายโดยรวมในการเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของเมือง
ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งนักเดินทางเพื่อการพักผ่อน ธุรกิจ และ MICE โดยโรงแรมอมารี กรุงเทพฯ โฉมใหม่
ประกอบด้วยห้องพรีเมียร์และห้องสวีทใหม่ทั้งหมด พร้อมการตกแต่งภายในสไตล์ร่วมสมัย มีการเพิ่มร้านอาหารใหม่ๆ
จำนวนมากเพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีร้านอาหารใหม่ที่น่าสนใจ อาทิ ‘นิลา’
(Nila) และ ‘ชมสินธุ์’ (Chom Sindh) นอกจากนี้ ยังเตรียมต้อนรับ ‘ไหม สปา’ (maai spa) หลังออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้
กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ ‘maai spa’ โดยมีสาขาแรกที่ประเทศไทย ณ อมารี พัทยา ไป เมื่อปี 2023

นอกจากนี้ นายยุทธชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละแบรนด์ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ต่างมีการเติบโตที่น่าพอใจ
โดยนอกเหนือจากแบรนด์ อมารี แล้ว แบรนด์ที่มีความโดดเด่นอย่างมากอีกแบรนด์ภายใต้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
คือ ‘ชามา’ (Shama) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนที่พักมากกว่า 2,500 ยูนิตจากทั้งหมด 20 แห่ง โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีการ
เติบโตถึง 200% ภายใน 5 ปี ขณะที่ในฮ่องกง ‘ชามา’ ถือเป็นผู้นำด้านบริการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ระดับนานาชาติ
อันดับ 1 ในฮ่องกงด้วยจำนวนโรงแรม 7 แห่ง

ปัจจุบัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังดำเนินการขยายแบรนด์ ชามา เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ อย่างต่อเนื่องตามแนวโน้ม
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการมองหาที่พักระยะยาวทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ชามา ซัวซานา มาเลเชีย, ชามา ฮับ
เมโทร เซาธ์ ฮ่องกง, ชามา ฮับ เฉียนถัง หางโจว ประเทศจีน

โดยล่าสุดได้ทำพิธีลงนามสัญญาเข้ารับบริหาร ‘ชามา ระยอง’ (Shama Rayong) ที่เตรียมเปิดให้บริการปี 2026 ตั้งอยู่
บนทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางพร้อมเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองระยองและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รวมถึงยังอยู่ใน
ทำเลที่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมและย่านธุรกิจสำคัญๆ อีกมากมาย อาทิ WHA Rayong 36 และ CPGC นอกจากนี้ยัง
รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง อีกทั้งยังสะดวกในการเดินทางสู่สถานที่ต่างๆ ในระยอง อย่างง่ายดาย ที่พัก
แห่งนี้มีห้องพักไว้บริการมากกว่า 150 ห้อง ประกอบด้วยห้องสตูดิโอ ห้องนอนแบบ 1-2 ห้องนอน ร้านอาหาร สระว่าย
น้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องประชุม พร้อมการบริการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ชามา ที่พร้อมสร้างความ
ประทับใจให้กับทุกคน

สำหรับแบรนด์ ‘โอโซ่’ (OZO) แบรนด์โรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเรียบง่ายและความสนุกจากการผจญ
ภัยเพื่อเรียนรู้โลกกว้าง ทำเลที่ตั้งอยู่ในใจกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมเชื่อมต่อทุกความสนุกและสีสันในการ
ผจญภัย อีกหนึ่งแบรนด์ธง ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ล่าสุดเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน มิถุนายน
2024 ที่กำลังจะถึงนี้ และมีแผนเปิดตัว OZO Medini ที่ประเทศมาเลเซีย ในไตรมาส 2 ในปี2024 นี้ ซึ่งนับเป็น โรงแรม
โอโซ่ แห่งที่ 5 จากปัจจุบัน 4 แห่งประกอบด้วย โอโซ่ พัทยา, โอโซ่ ภูเก็ต, โอโซ่ สมุย, โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง 

โรงแรมใหม่ๆ และการพัฒนาตามแผนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อขับเคลื่อนการขยาย
ธุรกิจที่สำคัญในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความพยายามที่จะ
บรรลุวิสัยทัศน์โดยรวมในการก้าวเป็น ‘The Best Medium-sized Hospitality Management Company in
Southeast Asia’ บริษัทกำลังเดินตามแผนการดำเนินงานที่จะมีโรงแรมและที่พักภายใต้การบริหารมากกว่า 50 แห่ง
ภายในปี 2025 และตั้งเป้าหมายให้ได้ 70 แห่งภายในปี 2028

นอกจากการขยายแบรนด์โรงแรมแล้ว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ ด้วยการขยายพอร์ต
โฟลิโอไปยังธุรกิจด้านฮอสพิทาลิตี้อื่นๆ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังเดินหน้าไปใน
ทิศทางบวก ล่าสุดเตรียมเปิด ‘เปรโก้’ (Prego) แบรนด์ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด ที่ครองใจนักชิมและผู้ที่ชื่น
ชอบรสชาติดั้งเดิมของอาหารอิตาเลียนแท้ๆ มานับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวในปี 2003 โดยเตรียมเปิดเปรโก้ สาขาใหม่
ล่าสุด ณ หาดกะตะ จ.ภูเก็ต ภายปี 2024 นอกเหนือจากแบรนด์ เปรโก้แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้
กรุ๊ป ได้เปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ‘นิลา’ (Nila) ร้านอาหารสไตล์ Coastal Indian Cuisine ซึ่งนับว่ายังหาทานได้
ยากในประเทศไทยโดยมีการวางตำแหน่งแบรนด์เพื่อเจาะกลุ่มตลาดอินเดียในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มเหล่านักชิม
อาหารที่ตามหารสชาติใหม่ๆที่ยังไม่มีมาก่อน นิลา นำเสนอจุดเด่นในด้านการปรุงอาหารโดยได้รับอิทธิพลและแรง
บันดาลใจมาจากวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในการทำอาหารแต่ละรัฐสำคัญๆที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำของอินเดีย
นำทีมสร้างสรรค์อาหารโดยเชฟ Bharath S. Bhat เชฟชาวอินเดียคนแรกที่คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน เชฟกระทะเหล็ก
ประเทศไทย ONE-ON-ONE BATTLE และแบรนด์ร้านอาหาร ‘ชมสินธุ์’ (Chom Sindh) นำเสนอตำรับอาหารที่ได้แรง
บันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลและแม่น้ำทั่วประเทศไทย พร้อมการบริการและต้อนรับแบบไทยๆ ที่น่า
ประทับใจ

นอกจากในด้านการดำเนินธุรกิจ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังตระหนักถึงการสร้างความยั่งยืน โดยเน้นย้ำแนวปฏิบัติที่
ยั่งยืนในการดำเนินงาน ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า การอนุรักษ์น้ำ และการจัดการของ
เสียอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับกระแสความต้องการตัวเลือกที่ดำเนินธุรกิจแบบคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะเพิ่ม
มากขึ้นของนักเดินทาง ซึ่งจุดนี้จะทำให้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง โดยตระหนักถึงความจำเป็น
ในการลดผลกระทบจากการเดินทางและท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่สร้าง ‘ปัจจุบัน’ เท่านั้น แต่ยังมองภาพ ‘อนาคต’ ที่คนรุ่น
ต่อๆ ไปจะได้รับสิ่งดีๆ จากการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยความเชื่อที่ว่าการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้ จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภูมิทัศน์ด้านความยั่งยืนของ
อุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเมื่อต้นปี 2024 นี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กลายเป็นบริษัทบริหารจัดการโรงแรมแห่งแรกในภูมิภาค
เอเชียแปซิฟิกที่ประกาศความมุ่งมั่นระยะยาวในการทำงานร่วมกับองค์การ UNESCO เพื่อความยั่งยืนทางวัฒนธรรม
(Cultural Sustainability) นอกเหนือจากการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุถึงความเป็นกลางคาร์บอนแล้ว ความร่วมมือครั้ง
สำคัญนี้ยังถือเป็นหลักชัยสำคัญในความมุ่งมั่นของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในเรื่องความยั่งยืนอีกด้วย

Chanel ถ่ายทอดแคมเปญ แว่นตา SS 2024 ผ่านแอมบาสเดอร์ หลิว เหวิน

Chanel ได้ถ่ายทอดแคมเปญแว่นตาฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2024 ผ่านภาพถ่ายจำนวนหลายสิบภาพในรูปแบบที่ดูคล้ายภาพ จากม้วนฟิล์ม ด้วยฝีมือการถ่ายภาพของคาริม ซาดลี (Karim Sadli) และแสดงแบบโดยแอมบาสเดอร์ของชาเนล หลิว เหวิน (Liu Wen) รวมถึงนางแบบอีกหลายคนที่ปรากฏตัวในโชว์ต่างๆ ของชาเนล อาทิ อาลาโท ยาซีเพอร์ มิเชล (Alaato Jazyper Michael), อเมริกา กอนซาเลซ (América González), และโลลิ บาเฮีย (Loli-Bahia)

Chanel ถ่ายทอดแคมเปญ แว่นตา SS 2024 ผ่านแอมบาสเดอร์ หลิว เหวิน

มิวส์ทั้งสี่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันหลังกล้องเกี่ยวกับความสำคัญของแว่นตา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นแอคเซสเซอรี่แฟชั่นอย่างแท้จริงมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือภาพถ่ายของนางแบบทั้งสี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความมีชีวิตชีวา ทั้งในภาพถ่ายและภาพยนตร์ที่กำกับโดย คาริม ซาดลี

“ก่อนอื่นอยากบอกว่าแว่นกันแดดสุดโปรดและเป็นอันเดียวที่ฉันสวมในช่วงนี้ก็คือ แว่นกันแดดของชาเนลเท่านั้น!” โลลิ บาเฮีย กล่าว เธอเป็นนางแบบของชาเนลมาตั้งแต่ปี 2020 และสำหรับแคมเปญนี้เธอสวมแว่นกันแดดกรอบอะซิเตทประดับด้วยสายโซ่โลหะร้อยด้วยเส้นหนัง

“ฉันสวมแว่นกันแดดตลอดทุกฤดูในทันทีที่มีแดด ฉันชอบสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่ในอาคารด้วย แต่ฉันก็รู้สึกค่อนข้างเคอะเขิน เพราะเหมือนกับว่าฉันไม่ได้อยู่ในที่ที่เดียวกันกับคนอื่น ดังนั้นฉันจึงพยายามไม่ทำอย่างนั้น!”

ในระหว่างการถ่ายภาพ อาลาโท ยาซีเพอร์ มิเชล ที่ดูโดดเด่นเนื่องจากสวมแว่นกันแดดอะซิเตทแบบทูโทน ทำให้หวนนึกถึงภาพจำภาพแรกของเธอที่มีต่อชาเนล “แคมเปญนํ้าหอม N°5 โดยนิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) ที่ฉันเห็นทางทีวี หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ฉันมีความใฝ่ฝัน… การได้เดินแบบบนรันเวย์ให้ชาเนลเป็นความฝันของฉันมาโดยตลอด ฝันที่กลายเป็นจริงในที่สุดในปี 2022!”

อเมริกา กอนซาเลซ ที่เดินแบบบนรันเวย์ให้ชาเนลครั้งแรกในปีเดียวกันจำได้ว่า “ในบรรดาโฆษณาที่ฉันเคยตัดจากนิตยสารเพื่อมาทำภาพตัดปะ เแคมเปญต่างๆ ที่น่าทึ่งเหล่านั้นจากยุค 90 ที่พวกเราต่างรู้จักและหลงรัก…” เธอสวมแว่นตาสองกรอบสไตล์ทูโทนที่เป็นเอกลักษณ์ของชาเนล พลางหันมามองกล้องที่ถ่าย โดยคาริม ซาดลี

“ฉันมักเห็นผู้หญิงทุกคนในครอบครัวฉัน รวมถึงคนใกล้ชิด สวมแว่นกันแดดอันโปรดเพื่อเพิ่มความมั่นใจและเสน่ห์ความสวยงามมาโดยตลอด ฉันจึงสวมแว่นกันแดดตลอดเวลา นี่เป็นเครื่องประดับเดียวที่ฉันขาดไม่ได้”

ความรู้สึกที่ถ่ายทอดโดย หลิว เหวิน นางแบบที่มักปรากฏตัวในโชว์ของชาเนลมาตั้งแต่ปี 2009 และยังเป็นแอมบาสเดอร์ของแบรนด์อีกด้วย “แว่นกันแดดเป็นเหมือนเกราะกำบังที่แท้จริง เพราะช่วยให้ฉันมองดูสิ่งต่างๆ ได้โดยที่ไม่ต้องถูกจ้องกลับ สำหรับฉันแล้ว แว่นกันแดดเป็นแอคเซสเซอรี่แฟชั่นโดยตัวเอง” เธอเผยขณะสวมแว่นกันแดดกรอบโลหะแบบกรอบคู่ พร้อมขาแว่นที่ประดับด้วยตัวอักษร “CHANEL”


ลิสเตอรีน จัดงาน Listerine Labs หักล้างความเชื่อว่าการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันเพียงพอแล้วสำหรับการรักษาสุขอนามัยช่องปากที่ดี

ประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ของโลก ต้องทนอยู่กับปัญหาฟันผุโดยไม่ได้รับการรักษา และพบว่าประมาณ 20% ของคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ โดย 6.6% ของคนกลุ่มนี้จะต้องสูญเสียฟันหมดทั้งปากเมื่ออายุครบ 20 ปี

ถึงแม้ว่าการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันวันละ 2 ครั้ง จะเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับการรักษาสุขอนามัยช่องปาก แต่กลับพบว่าในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี มีเพียง 4.3% เท่านั้นที่ใช้ไหมขัดฟันในการทำความสะอาดซอกฟัน ขณะที่ผู้ใหญ่อายุ 35-44 ปี เพียง 14.7% ที่ใช้ไหมขัดฟัน นอกจากนี้ จากการศึกษาทั่วประเทศพบว่าโรคฟันผุยังส่งผลกระทบต่อคนอายุ 35-44 ปี มากถึง 91.8% สะท้อนถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดียิ่งขึ้น

“ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้น ๆ ที่คนแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์มากกว่า 2 นาที เป็นประจำ แต่ผู้คนกลับละเลยในการทำความสะอาดซอกฟันอย่างถูกวิธี ส่งผลให้มีเศษอาหารและเชื้อโรคติดอยู่ตามซอกฟันและร่องเหงือก ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ” ผศ. ทพ.คมสัน ลาภาอุตย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาทันตสาธารณสุข ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว “มีความเชื่อผิดๆ ว่าการแปรงฟันและการทำความสะอาดฟันโดยใช้ไหมขัดฟันนั้นเพียงพอแล้วสำหรับการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดี แต่ความจริงแล้ววิธีนี้ช่วยทำความสะอาดได้เพียง 1 ใน 4 ของช่องปากเท่านั้น โดยยังมีเชื้อโรคซ่อนอยู่ในบริเวณที่การแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ร่องเหงือก เป็นต้นยิ่งไปกว่านั้น การทำความสะอาดฟันอย่างไม่สะอาดเพียงพอในตอนกลางคืน อาจทำให้เชื้อโรคเติบโตได้มากถึงสิบเท่าขณะที่เรานอนหลับ เมื่อเชื้อโรคสะสม จะทำให้เกิดคราบพลัค ซึ่งจะกำจัดยากขึ้นถึง 1,000 เท่า และก่อให้เกิดโรคเหงือกทำลายเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆ ฟัน ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันได้

หักล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าน้ำยาบ้วนปากใช้เพื่อให้ลมหายใจสดชื่นเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วการใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเพื่อการดูแลสุขอนามัยช่องปากในแต่ละวัน จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดียิ่งขึ้นได้ จากการศึกษาพบว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปกับการแปรงฟัน การทำความสะอาดซอกฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน จะช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้มากถึง 52% ภายใน 6 เดือน และช่วยลดปัญหาเหงือกอื่น ๆ ได้ 21% น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® ด้วยพลังของน้ำมันหอมระเหย 4 ชนิด ได้แก่ ยูคาลิปตอล เมนทอล เมทิล ซาลิไซเลต และไทมอล ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้ 22.2% และลดปัญหาเหงือกอื่นๆ ได้ถึง 28.2% ภายใน 6 เดือน9 โดยน้ำมันหอมระเหยสำคัญทั้ง 4 ชนิดในน้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® สามารถแทรกซึมลึกไปถึงชั้นในสุดของคราบจุลินทรีย์ ช่วยทำลายโครงสร้างของคราบจุลินทรีย์ที่ยากต่อการเข้าถึงด้วยการใช้แปรงสีฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟัน และยังเข้าไปทำความสะอาดถึงร่องเหงือกได้อีกด้วย”

ภายในงาน เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั่วเอเชียแปซิฟิกและสื่อชั้นนำของประเทศไทยได้มาเยือนโรงงานการผลิตลิสเตอรีน® สนุกกับการครีเอทน้ำยาบ้วนปากสูตรเฉพาะของตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสุขอนามัยช่องปากที่ดี พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟใน Listerine Labs สำรวจเส้นทางความสำเร็จยาวนานกว่า 130 ปี ของลิสเตอรีน® ในฐานะผู้ริเริ่มการศึกษาวิจัยและพัฒนาน้ำยาบ้วนปาก ร่วมทัวร์โรงงานที่ลาดกระบังชมเบื้องหลังการผลิตลิสเตอรีนที่ผ่านการพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นแกนหลักที่แบรนด์ยึดมั่นมาโดยตลอด ปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบโดย “เจมมี่เจมส์” เซเลบริตี้เชฟชื่อดังของเมืองไทย สร้างสรรค์เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลิสเตอรีน® เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่ผู้มาร่วมงาน


ทำความรู้จัก ‘Francesca Bridgerton’ คนใหม่ผ่าน 5 โมเมนต์แฟชั่น

ทำความรู้จัก ‘Hannah Dodd’ เจ้าของบทบาท Francesca Bridgerton คนใหม่ผ่าน 5 โมเมนต์แฟชั่น

หากใครเป็นแฟนคลับซีรีส์สังคมชั้นสูงอย่าง ‘Bridgerton’ คงรู้กันดีว่าอีก 1 วันเราคงได้ดูซีซั่น 3 กันแล้ว ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะเล่าถึงความสัมพันธ์ของคอลิน และเพโนโลปี้เป็นหลัก แต่หนึ่งตัวละครที่ได้รับการพูดถึงหลังจากเปิดตัวไปไม่น้อยนั่นคือ Francesca ลูกสาวคนที่สามของตระกูลบริดเจอร์ตัน ซึ่งได้ Hannah Dodd มารับบทบาทแทน Ruby Stokes โดยฝีมือการแสดงของเธอก็ปรากฏอยู่ใน Find Me In Paris, Harlots, Anatomy of a Scandal, Flowers In The Attic: The Origins และ Enola Holmes ซึ่งถือเป็นผลงานที่การันตีฝีมือได้พอสมควร นอกนั้นหลายคนอาจไม่รู้ว่า แฮนนาห์ ดอดด์ ยังโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นที่เหมือนเพิ่งเริ่มต้นขึ้นอีกด้วย

BVLGARI

เปิดด้วยแบรนด์จิเวลรี่ยักษ์ใหญ่ที่ถูกใจนักแสดงชาวอังกฤษวัย 28 คนนี้อยู่ไม่น้อย เพราะถ้าส่องอินสตาแกรมส่วนตัวขงเธอจะพบว่าเธอร่วมงานกับ BVLGARI หลายครั้ง ตั้งแต่แคมเปญ อีเวนต์สำคัญ และขึ้นปกนิตยสาร แม้ยังไม่มีสัญญาชัดเจน แต่ก็พอเดาได้ว่าเธอเป็นที่หมายปองของแบรนด์อยู่แน่นอน

S.SDALLEY-LONGCHAMP-ZIMMERMANN-BURBERRY

ถัดมาเป็นอีเวนต์ต่างๆ ที่เธอได้รับเชิญตั้งงานเปิดตัวคอลเล็คชั่นไปจนถึง Fashion Week แบรนด์ดังไล่เรียงตั้งแต่ S.SDALLEY, LONGCHAM, ZIMMERMANN จนถึง BURBERRY คิดว่าหลังจากซีรีส์ออนแอร์ เราคงได้เห็นเธอปรากฏตัวในอีกหลายแฟชั่นแบรนด์แน่นอน


ภาพ: Instagram @bridgertontonetflix และ @hannahfkdodd

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนสำรวจไอเทมใหม่กับ 6 สไตล์แฟชั่นญี่ปุ่นจาก 6 แบรนด์ที่น่าจับตามอง

สยาม ทาคาชิมายะ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนคุณหนุ่มๆ มาสำรวจไอเทมใหม่ล่าสุดจากเอ็กซ์คลูซีฟเจแปนแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การแต่งตัวที่เรียบง่ายสนุกสนานขึ้น พร้อมยังช่วยเสริมลุคสายสปอร์ตเอาต์ดอร์ให้โดดเด่นและแตกต่างอย่างมีสไตล์

and wander (แอนด์ วันเดอร์) แบรนด์นี้เกิดจากความหลงใหลอันแรงกล้าของผู้ก่อตั้ง Keita Ikeuchi และ Mihoko Mori ซึ่งเคยทำงานร่วมกันในฐานะนักออกแบบที่ ISSEY MIYAKE โดยมีแนวคิด “ความสุขในการใช้เวลาสนุกๆ บนภูเขา” เป็นปรัชญาของแบรนด์ เน้นการออกแบบที่ผสมผสานสไตล์แฟชั่นชั้นสูง แต่เพิ่มฟังก์ชันและการใช้ได้จริงของเสื้อผ้ากลางแจ้ง โดยทำจากวัสดุที่ทนทาน น้ำหนักเบา กันน้ำและกันลม ซึ่งในคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้มาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์กลมกลืนกับธรรมชาติ

Double Standard (ดับเบิ้ล สแตนดาร์ด) ก่อตั้งและออกแบบโดย Masahisa Takino ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นในปี 1961คอนเซ็ปต์ของแบรนด์คือการออกแบบผสมผสานสไตล์ที่หลากหลายเช่น โมเดิร์นและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอสไตล์แบบเฉพาะตัวของ Double Standard โดยเน้นที่วัสดุและการตัดเย็บ สำหรับThe H Collection หนึ่งในคอลเลคชั่นยอดนิยมของแบรนด์ ใช้วัสดุคุณภาพดี และไม่เพียงแต่การให้ความสำคัญเรื่องของดีไซน์ แต่ยังให้ความสบายขณะสวมใส่ โดยออกแบบให้สามารถใช้ได้หลากหลายโอกาสไม่ว่าจะในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมแอคทีฟอื่น ๆ

Snow Peak (สโนว์ พีค) แบรนด์แคมป์ปิ้งอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “การผสมผสานไลฟ์สไตล์แบบเมือง เข้ากับธรรมชาติ” โดยในคอลเล็กชั่น Spring Summer 2024 ออกแบบมาเพื่อชาวแคมป์ยุคใหม่สไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง คอลเลกชันซีรีส์ที่คัดสรรมาอย่างดีเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ยังคงสวมใส่สบายเป็นอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในสภาพอากาศที่หลากหลาย โทนสีต่างๆ เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของธรรมชาติ โดยมีโทนสีเขียว สีเทา และสีน้ำเงินที่สะท้อนถึงหมอกชื้น พืชพรรณที่กำลังเติบโต และท้องฟ้าต้นฤดูใบไม้ผลิ

TAKEO KIKUCHI (ทาเคโอะ คิคูจิ) แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายชายสัญชาติญี่ปุ่นก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1984 นำเสนอจุดเด่น ความมีชีวิตชีวาสวมใส่ได้ทุกโอกาสเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เน้นการดีไซน์ที่เนี้ยบโดยเลือกใช้วัสดุในการผลิตคุณภาพสูงผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยในคอลเลกชั่นนี้สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของสายลมที่พัดผ่านห้องที่อาบด้วยแสงอาทิตย์อันอบอุ่นของฤดูร้อน

BRIEFING (บรีฟฟิ่ง) แบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1998 ได้รับแรงบันดาลใจ จากการผสมผสานงานฝีมืออันแข็งแกร่งของอเมริกา และการออกแบบที่ประณีตของญี่ปุ่น ตามปรัชญาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ QCC “Quality, Creativity, Craftsmanship” แบรนด์นำเสนอผลิตภัณฑ์ ทั้งกระเป๋าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงอุปกรณ์กีฬากอล์ฟ ถุงกอล์ฟ ถุงมือ หมวก และที่คลุมหัวไม้กอล์ฟ สำหรับคอนเซ็ปต์ของคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ เป็นการนำโมเดิร์นดีไซน์ มาผสมกับความวินเทจ ด้วยการปักโลโก้สีเดียวกับกระเป๋า พร้อมกับป้ายโลโก้ด้านในที่ออกแบบพิเศษสำหรับคอลเล็กชั่นนี้โดยเฉพาะ

MAISON MAVERICK PRESENTS (เมซง มาเวอริค พรีเซ้นต์) แบรนด์แฟชั่นรองเท้าสนีกเกอร์จากญี่ปุ่นที่สวมใส่สบาย, เบา และมีดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นำสีสันใหม่มาเพิ่มความสดใสให้คอลเล็กชั่นล่าสุด รองเท้า “The Maverick” เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่พลาดไม่ได้ ด้วยดีไซน์กึ่งสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์

มาอัพเดทคอลเล็กชั่นใหม่กับเจแปนเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ and wander, Double Standard, Briefing และ Maison Marverick ที่มีเฉพาะที่สยาม ทาคาชิมายะ เท่านั้น พร้อมอีกหลายแบรนด์แฟชั่นที่เหมาะกับคุณที่ชั้น 2 และ 3 ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Facebook และ LINE SIAM Takashimaya

เปิดวาร์ป Glow Visage Clinic พิกัดยกกระชับปรับรูปหน้าที่คนรักสวยต้องเลิฟ

ด้วยความขาขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ของแวดวงความงาม ทำให้คนรักสวยยุคนี้มีตัวเลือกในการอัพความปังมากมาย ซึ่งอาจทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกไม่ถูก Praew Survey ครั้งนี้ จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ Glow Visage Clinic (โกลว์ วิซซิจ คลินิก) ของ ‘คุณหมอเจน – พญ.สุชาวลี ประสพดี’ ที่โดดเด่นเรื่องการยกกระชับปรับรูปหน้า อีกทั้งยังขึ้นแท่นคลินิกความงามที่ได้รับรางวัลจาก Praew Iconic Beauty 2023

โดยงานนี้ ‘คุณหมอเจน’ ได้เล่าให้ฟังว่า “Glow Visage Clinic มีจุดเด่นเรื่องหัตถการและทรีทเม้นต์ที่เน้นการดูแลในเรื่องการยกกระชับปรับรูปหน้า ซึ่งจะมีแพทย์ความงามที่มีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดในทุกเคส รวมถึงจะมีการใช้เทคนิคพิเศษที่จะมีการวิเคราะห์ปัญหาของผู้รับบริการแต่ละเคส แล้วจึงเลือกใช้หัตถการหรือทรีทเม้นต์อย่างเหมาะสม พร้อมกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญคือมีการออกแบบการรักษาสำหรับแต่ละเคส เพื่อผลลัพธ์ที่ดี”

นอกจากนี้ ‘คุณหมอเจน’ ยังได้พูดถึงหัวใจสำคัญของการดูแลความงามในยุคนี้ด้วยว่า “ความก้าวหน้าของวงการ Aesthetics ในเรื่องการยกกระชับปรับรูปหน้าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ตลอด โดยเฉพาะในส่วนของเทคนิค ซึ่งแพทย์ความงามแต่ละคนก็จะมีการใช้เทคนิคหรือวิธีการที่แตกต่างกันในแต่ละเคส แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลความงามในยุคนี้”

Glow Visage Clinic

โทร. 065494 5326, 0942494626

ไลน์ : @glowvisageclinic หรือคลิก http://surl.li/dgjya

เฟซบุ๊ก : Glow Visage Clinic

เอเวอร์เซ้นส์ ชวนส่งต่อ “ความมั่น Shine” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์โคโลญ และโรลออน ซีรีส์ล่าสุด

เพราะความมั่นใจ และการรู้สึกดีกับตัวเองทำให้ผู้หญิงอย่างเรามีความสุข เอเวอร์เซ้นส์ (Eversense) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพิ่มเสน่ห์ให้แก่สาววัยใสด้วยความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) บริษัทสินค้าอุปโภคชั้นนำสัญชาติไทย คุณภาพระดับสากล จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมความมั่นของผู้หญิงให้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง

ล่าสุดจัดงาน “Make Me Shine” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ โรลออน และ  เอเวอร์เซ้นส์ เมด มาย เดย์ คอลเลคชั่น เพอร์ฟูม มิสท์ ที่ยกระดับความหอมและความพรีเมียม ตอบโจทย์ ทั้งสาววัยทีน และวัยทำงาน พร้อมส่งต่อ“ความมั่น Shine” โดยมี “โบว์” เมลดา สุศรี พรีเซนเตอร์สาวหน้าหวาน ร่วมเปล่งประกายความมั่นใจจากเสน่ห์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ท่ามกลางบรรยากาศสุดสดชื่นที่จะ เมด มาย เดย์ ให้ทุกคนที่ร่วมงาน ในวันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคมนี้ ณ ลานอีเดน ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์    

ศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)  เผยถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ เอเวอร์เซ้นส์ ภายใต้แนวคิดที่ต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์กลุ่มวัยรุ่นให้เทียบเท่าแบรนด์ดังระดับโลก ทั้งในเรื่องของคอนเซ็ปต์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความมั่น Shine ได้แบบครบทุกมิติ

“ด้วยภาพลักษณ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมของวัยรุ่นตอนต้นอายุระหว่าง 12-18 ปี ซึ่งเมื่อกลุ่มเป้าหมายเติบโตขึ้น ทำให้เริ่มมองหาสินค้าที่พรีเมียมมากขึ้น ทั้งด้านภาพลักษณ์และฟังก์ชั่น เราจึงออกสินค้าใหม่ที่มีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เอเวอร์เซ้นส์  เป็นแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของพวกเขาอยู่เสมอ โดยยังคงเน้นคอนเซ็ปต์ในการเสริมความมั่นใจ  รวมทั้งการสร้างแนวกลิ่นให้เป็นความหอมที่มีเอกลักษณ์ เพื่อดึงเสน่ห์แห่งความมั่นใจที่อยู่ในตัวตนของผู้หญิงทุกคนให้เปล่งประกายออกมา”

ด้วยความโดดเด่นด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ นีโอ คอร์ปอเรท นำโดย ณิชมน ถกลศรี  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายนวัตกรรมธุรกิจ พร้อมด้วยทีม R&D ที่มีความเชี่ยวชาญด้านแนวกลิ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ของโคโลญที่สามารถนำมามิกซ์กลิ่นได้แบบไม่ซ้ำและยังอัพเกรดน้ำหอมให้หอมติดผิว ยาวนานถึง 8 ชม. พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์โรลออนใหม่ ในกลุ่มพรีเมียมแมส ที่ยกระดับความปกป้อง มั่น shine กับการดูแลผิวใต้วงแขนให้ดูไบรท์ขึ้นใน 3 วัน รวมถึงนวัตกรรม ดูโอ้ แอนตี้ โอดอร์ เทคโนโลยี ที่เข้ามาช่วยปกป้องกลิ่นกายได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ด้วยแนวกลิ่นฟรุตตี้ ฟลอรัล ให้ความหอมสดชื่นและมีเสน่ห์  ช่วยเสริมความมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัทฯ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของเอเวอร์เซ้นส์

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ซึ่งเป็นไฮไลท์ในปี 2024  ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โคโลญที่มีความพรีเมียม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสดใส มั่นใจ แอคทีฟและมีชั้นเชิง รวมไปถึง กลุ่มผลิตภัณฑ์โรลออนระงับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นกาย ที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์อย่างชัดเจนและเห็นผล

ใหม่ ! เอเวอร์เซ้นส์ เมด มาย เดย์ คอลเลคชั่น เพอร์ฟูม มิสท์ (Eversense Made My Day Collection Perfume Mist) เติมความสนุกให้ทุกวันด้วย เพอร์ฟูม มิสต์รูปแบบใหม่ มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ Full of Love (สีชมพู) หอมละมุนจากดอกกุหลาบ ฟีลสาวหวาน หอมฟุ้งละมุน, Glamour Shine (สีม่วง)หอมมีเสน่ห์ จากแมกโนเลีย ฟีลสาวชิค หอมลักชู และWonder Fun (สีฟ้า) หอมสดชื่นจากเดซี่ ฟีลสาวเฟรช  หอมน่าหลง

หอมมั่น SHINE มิกซ์ได้ทุก mood  เพียงฉีดผสม 2 กลิ่นเข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็นกลิ่นใหม่แบบไม่ซ้ำ ช่วยเพิ่มความสนุกในการใช้งาน เข้ากับอารมณ์ในแต่ละวัน  กลิ่นหอมทันสมัยแบบมีเอกลักษณ์ หอมยาวนาน 8 ชม. และมีส่วนผสมของ Vitamin B5 ที่ช่วยให้ผิวนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว  ขนาด 25 มล. ราคา 65 บาท

ใหม่! เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ ไบรท์ โรลออน (Eversense Intensive Bright Roll On) ให้สาว ๆ กล้ายกวงแขน
อย่างมั่น SHINE วงแขนดูไบรท์ใน 3 วัน* ด้วยวิตามินซี 100X จากคาคาดู พลัม เผยผิวกระจ่างใส ด้วยเทคโนโลยี Duo
Anti-Odor  ช่วยระงับกลิ่นเหงื่อ พร้อมปกป้องกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง มาพร้อม PHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อม
สภาพ แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำได้อย่างตรงจุด  พร้อมเติมเต็มวิตามินบี เพื่อให้ผิวกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม  ปราศจาก
แอลกอฮอล์ มอบความอ่อนโยนต่อผิวใต้วงแขน ขนาด 40 มล. ราคา 90 บาท

ใหม่! เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ โพรเทคชั่น โรลออน (Eversense Intensive Protection Roll On) เพิ่มพลังในการ
ระงับเหงื่อเพิ่มขึ้น 2 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Duo Anti-Odor  พร้อมปกป้องกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง เนื้อบางเบา แห้ง
ไว สบายผิว และปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อความอ่อนโยนต่อผิวใต้วงแขน ขนาด 40 มล. ราคา 90 บาท

มอบความมั่น shine ในแบบของตัวเอง ด้วยเสน่ห์แห่งความหอมกับ เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ โรลออน และเอเวอร์
เซ้นส์ เมด มาย เดย์ คอลเลคชั่น เพอร์ฟูม มิสท์ วางจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์
มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์ททั่วประเทศ ร้านค้าออนไลน์ และ LINE @NEOdealDD  พร้อมติดตามกิจกรรมดี ๆ ได้ทางเฟซบุ๊ก
www.facebook.com/EversenseThailand  และ Instagram: eversense_thailand  

หมวกเด่นจนไวรัล! 2 ลุคไอคอนิก ‘Anya Taylor-Joy’ ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

หมวกแม่เด่นสุด! เปิด 2 ลุคที่กลายเป็นไวรัลของ ‘Anya Taylor-Joy‘ ขณะเข้าร่วม Cannes Film Festival 2024

หลังจาก Met Gala จบไป อีเวนต์ใหญ่อย่าง ‘Cannes Film Festival 2024’ ก็ได้เวลาเริ่มขึ้นทันที และถือเป็นอีกงานที่เราจะได้เห็นลุคปังๆ ของเหล่าคนบันเทิงทั่วโลกที่อย่างประเทศไทยมีตัวแทนเป็น ‘ชมพู่ อารยา’ ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 9 ของเธอแล้วเช่นกัน แน่นอนว่ายังมีเซเลบริตี้อีกมากมายที่จะมาอวดโฉมในลุคที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น นัดแสดงสุดฮ็อต ‘Anya Taylor- Joy’ ที่ลุคของเธอกลายเป็นไวรัลตั้งแต่สนามบิน

เพราะระดับซุป’ตาร์แล้วไม่มีพลาดแน่นอน ตั้งแต่เดรสสีส้มจับพลีทตลอดทั้งตัวของ ATLEIN ที่ชาวเน็ตไทยแอบแซวว่า ทั้งสีและดีไซน์คุ้นๆ เหมือน ‘จีวร’ จึงทำให้ลุคนี้กลายเป็นไวรัลในระยะเวลาเพียงชั่วครู่ อีกทั้งยังมีหมวกสานปีกกว้างที่กะเกณฑ์ดูแล้ว สามารถกางให้ถึง 3 คนได้เลยทีเดียว

ลุคต่อไป คิดว่าแม่จะวางหมวก ที่ไหนได้แค่เล็กกว่าเดิมแต่ยังสวมหมวกอยู่ดี ‘Anya Taylor-Joy’ ปรากฏตัวในเดรสซีทรูสีขาวประดับดอกไม้ 3 มิติ จาก Jacquemus เสริมลุคด้วยเมคอัพปากแดง ถือเป็นอีกลุคที่ฮ็อตไม่เบา


ภาพ: Getty