ไอเอ็ม MONSTA X ประกาศวันเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ต “OFF THE BEAT”

ไอเอ็ม ศิลปินเคป็อปสุดฮอตเริ่มเปิดทัวร์ที่โซล ประเทศเกาหลี ก่อนที่จะออกเดินทางไปพบปะแฟนๆ อีกกว่า 18 เมืองทั่วโลก

หลังปล่อย EP อัลบั้มที่ 3 ของเขา I.M (ไอเอ็ม) ศิลปินเคป็อปสุดฮอตเริ่มเปิดทัวร์ที่โซล ประเทศเกาหลี ก่อนที่จะออกเดินทางไปพบปะแฟนๆ อีกกว่า 18 เมืองทั่วโลก ซึ่งจะกลับมาสิ้นสุดทัวร์นี้ในเอเชีย I.M แร็ปเปอร์ และนักร้องนำที่มีพลังของ MONSTA X เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้เขาได้ประกาศตารางเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ต ‘Off The Beat’ ไปแล้ว และตอนนี้ได้ประกาศเพิ่มอีก 4 เมืองในเอเชีย ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายนนี้ สำหรับเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเขาจะเริ่มต้นในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนที่จะได้ไปพบกับแฟนๆ ที่ไต้หวัน โตเกียว กรุงเทพฯ และมาเก๊า 4 เมืองที่เพิ่งเพิ่มล่าสุดในฐานะสมาชิกเพียงคนเดียวของ MONSTA X ที่กำลังจะเริ่มการผจญภัยเดี่ยวระดับโลกขึ้น ซึ่งเขาพร้อมที่จะไปดึงดูดผู้ชมด้วยความสามารถพิเศษ พลังอันล้นเหลือที่ระเบิดได้ และจะนำเสนอศิลปะที่ท้าทายแนวเพลงทุกแนวอีกด้วย

ผู้จัด “AEG Presents Asia และ “iMe Thailand พร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟความมันส์กับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของ “I.M” กับงาน “I.M (MONSTA X) presents Off The Beat World Tour 2024 Bangkok” จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 24 กันยายน 2567 ณ ยูโอบี ไลฟ์ (UOB Live) บัตรราคาเริ่มต้น 2,800 บาท โดยจะเปิดขายบัตรในรอบ Artist Presale [ใช้ Presale code สำหรับการซื้อบัตร] ในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. ต่อด้วยขายบัตรในรอบ UOB Presale ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. ถึง วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. และหลังจากนั้นจะเปิดขายบัตรในรอบปกติในวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง www.thaiticketmajor.com

และเพื่อกระตุ้นเอเนอจี้ของแฟนๆ ก่อนได้พบกัน I.M ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอล่าสุดจากผลงานอีพีอัลบั้มที่ 3 ของเขา “Off The Beat” เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปล่อยเพลงครั้งที่สองของปี 2567 ด้วย โดยอัลบั้มนี้เขาได้ปล่อยผลงานเพลงใหม่มาถึง 6 เพลง ‘LURE’ ‘Bust it,’ ‘X0,’ ‘Skyline,’ ‘MMI,’ และ ‘nbdy’ โดยแต่ละเพลงจะรวบรวมเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเขา และสะท้อนถึงเรื่องราวของ ’การไม่ปฏิบัติตามเส้นทางปกติ’ และการฝึกฝน ‘อย่างแหวกแนว’ ศิลปินผู้มักทำลายสถิติเจาะลึกเข้าไปในดินแดนที่ไม่เคยมีใครรู้จักด้วยเพลงใหม่เหล่านี้ โดยผสมผสานความสามารถของเขาในฐานะโปรดิวเซอร์ นักร้อง-นักแต่งเพลง และแร็ปเปอร์ บวกรวมเข้ากับจิตวิญญาณที่แท้จริงของบุคลิกอันโดดเด่นของเขานอกเหนือจากการแสดงบนเวทีแล้ว I.M ยังมีสไตล์ที่โดดเด่นด้วยการมิกซ์รวมโลกแห่งดนตรี และแฟชั่นเข้าด้วยกัน จากการร่วมมือกับ Versace และ Swarovski ไปจนถึง Polo Ralph Lauren และ BOSS I.M ที่เป็นผู้นำเทรนด์ ผู้บุกเบิก และไอคอนแฟชั่นอีกด้วย สำหรับทัวร์ครั้งนี้เขาจะนำเสนอโชว์ในรูปแบบใหม่ด้วยสไตล์อันโดดเด่นของ I.M ทั้งทางดนตรี และการแสดงบนเวที
เหล่ามอนเบเบ้ (ชื่อแฟนคลับ) เตรียมตัวให้พร้อมที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ I.M กับเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเขา ซึ่งจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตใน 18 เมืองทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางทัวร์ และการขายบัตรสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ I.M บน Instagram และ Twitter

ตารางทัวร์ 2024 Off The Beat World Tour:
(วันที่ และเมืองด้านล่างทั้งหมดอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

KOREA
May 25-26 Seoul

EUROPE
July 26 London, UK
July 28 Paris, FR
Aug. 1 Cologne, GE
Aug. 3 Berlin, GE

UNITED STATES
Aug. 8 Boston, MA
Aug. 10 New York, NY
Aug. 15 Toronto, ON
Aug. 17 Chicago, IL
Aug. 23 Houston, TX
Aug. 25 Dallas, TX
Aug. 27 Vancouver, BC
Aug. 29 San Francisco, CA
Aug. 31 Los Angeles, CA

ASIA
Sept. 19 Taipei
Sept. 22 Tokyo
Sept. 24 Bangkok
Sept. 29 Macau

เกี่ยวกับ I.M
“I.M” (ไอเอ็ม) หรือ “อิมชางกยุน” แร็ปเปอร์หลัก หนึ่งในสมาชิกจากวง “MONSTA X” เดบิวต์ในปี 2558 แม้จะเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดของวง แต่ I.M ได้แสดงความสามารถ และศักยภาพของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยวผ่านมิกซ์เทป และอีพีอัลบั้มเดี่ยวมากมาย ซึ่งเขามีส่วนร่วมในการแต่งทำนอง เรียบเรียง และเขียนเนื้อเพลง โดยอีพีอัลบั้มเปิดตัวผลงานเดี่ยวของเขาคือ “DUALITY” เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วย 5 เพลงที่ติดอันดับยอดขายเพลงดิจิทัลโลกของ Billboard โดยมียอดดู 8.5 ล้านครั้งบน YouTube สำหรับมิวสิควีดีโอเพลงโปรโมทของเขา “God Damn” และยังครองแชมป์ 15.9 ล้านสตรีมบน Spotify ด้วย ในขณะที่ปัจจุบันก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ MONSTA X แต่ I.M กำลังมุ่งเน้นไปที่งานเดี่ยวมากขึ้น สำหรับ EP อัลบั้มที่สอง “OVERDRIVE” ที่เปิดตัวภายใต้บริษัท Sony Music Entertainment Korea ในเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เขาได้แสดงให้เห็นทักษะที่หลากหลายมากขึ้นพร้อมการเปลี่ยนสไตล์ในเพลงของเขาเมื่อเทียบกับงานของเขาที่ทำร่วมกับกับ MONSTA X โดย EP อัลบั้มนี้ติดอันดับหนึ่งใน 14 ประเทศบน iTunes Global ติดชาร์ต และมียอดสตรีมมากกว่า 1 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังเปิดตัว ส่งผลให้เพลย์ลิสต์นี้ติดอันดับ Melon Hall of Fame โดยอัลบั้มนี้กำหนดโลกทัศน์ทางดนตรีอย่างรอบคอบโดย I.M ในฐานะศิลปินเดี่ยวผ่านเสียงที่ทุ้มลึก และซับซ้อน รวมถึงท่วงทำนองที่ละเอียดอ่อน I.M แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ และการเติบโตอย่างมาก ในขณะที่เขายังคงเปิดเผยด้านที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น รวมถึงต้องการสื่อสารกับแฟน ๆ ของเขาผ่านอัลบั้ม และซิงเกิลล่าสุดของเขา ดังเช่น EP อัลบั้มเปิดตัวครั้งแรกของเขา “DUALITY” หรืออัลบั้มล่าสุดของเขา “OVERDRIVE” และซิงเกิลล่าสุดของเขา “Slowly” รวมทั้งเพลงทั้งห้าเพลงในอัลบั้ม “DUALITY ” ต่างติดชาร์ตยอดขายเพลงดิจิทัลโลกของ Billboard และมียอดสตรีมทั่วโลกประมาณ 45 ล้านครั้งเลยทีเดียว

มาร์ค NCT เผยลุคร็อกสตาร์สุดโรแมนติกพร้อมเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘200’

มาร์ค NCT เผยลุคร็อกสตาร์สุดโรแมนติกพร้อมเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘200’ เริ่มต้นการเดินทางสู่การปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025

ศิลปินที่มีความสามารถรอบด้าน MARK (มาร์ค) วง NCT (เอ็นซีที) กับการเดินทางอันยาวนานสู่การปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 โดยเขามุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมทางดนตรีที่หลากหลาย และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้มั่นคง รวมถึงการขยายเป้าหมายในฐานะศิลปินเดี่ยว เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ ‘200’ (อีเบค) ซึ่งประกอบด้วย 2 เพลงที่ MARK มีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องและทำนอง ได้แก่ เพลงไตเติลชื่อเดียวกันอย่าง ‘200’ และเพลง ‘200 (Minhyung’s Ver.)’ เวอร์ชันอะคูสติก

สำหรับเพลงไตเติล ‘200’ เป็นเพลงแนว Drum & Bass ที่มีเสียงร็อก ความมีเสน่ห์อยู่ตรงการผสมผสานระหว่างเสียงกีตาร์ไฟฟ้าสไตล์ช่วงต้นปี 2000 และทำนองที่ไพเราะอย่างลงตัว เนื้อเพลงบอกเล่าเรื่องราวความรักที่ไม่คาดคิด แต่สุดท้ายก็ได้พบกันดั่งพรหมลิขิต อีกทั้งยังสื่อถึงความหมายของความรัก ทั้งการเป็นคนที่ทำให้กันและกันเปล่งประกายมากขึ้น และความสัมพันธ์ที่จะสมบูรณ์แบบมากขึ้นเมื่อทั้งคู่ได้มาพบกัน ไม่เพียงเท่านี้ เพลง ‘200 (Minhyung’s Ver.)’ ที่เรียบเรียงออกมาเป็นเวอร์ชันอะคูสติก ยังชวนสัมผัสเสียงร้องที่สุขุมนุ่มนวลของ MARK ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงอารมณ์ที่แตกต่างกัน ผ่านเพลงที่มีเสน่ห์ตรงข้ามกันได้ นอกจากนี้ มิวสิกวิดีโอเพลง ‘200’ ได้ถ่ายทอดจินตนาการและการทดลองอันสร้างสรรค์ของ MARK ที่ใฝ่ฝันถึงอิสรภาพ โดยมีภาพที่บรรยายเนื้อเพลง แอนิเมชันที่สื่อถึงสถานการณ์เหนือจริง และภาพแนววินเทจที่นำเสนอกลิ่นอายสุดร็อกของแนว Drum & Bass

MARK เผยความรู้สึกเกี่ยวกับซิงเกิล ‘200’ ดังนี้ “เพลงไตเติล ‘200’ เป็นเพลงที่สามารถเพลิดเพลินร่วมกับ NCTzen ในฤดูร้อนนี้ได้ครับ ผมคิดว่าจะยิ่งเข้าถึงอารมณ์สนุกมากขึ้น ถ้าได้ฟังเพลงนี้ในตอนกลางคืนครับ” และ “มิวสิกวิดีโอเพลงนี้ก็ถ่ายทำออกมาอารมณ์เดียวกับภาพยนตร์สักเรื่อง นับเป็นจุดที่สำคัญมาก ๆ เลยครับ แม้ว่าตอนถ่ายทำจะมีส่วนที่ยากอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความทรงจำที่สนุกมากจริง ๆ หวังว่า NCTzen จะรับชมกันอย่างสนุกสนาน และขอให้เพลิดเพลินกับซิงเกิล ‘200’ กันเยอะ ๆ นะครับ”

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าเปิด อมารี-โอโซ่-ชามา ทั้งในและต่างประเทศอีก 9 แห่ง ภายในปี 2025

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทหลักภายใต้กลุ่มบริษัทอิตัลไทย ที่ดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู โดยมีแบรนด์ภายใต้การดูแลที่เป็นที่ยอมรับและรู้จักอย่างกว้างขวางในหลากหลายประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อาทิแบรนด์ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็น ‘The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia’  บริษัทบริหารจัดการโรงแรมและการบริการขนาดกลางที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มีแบรนด์ที่พักครอบคลุมทุกความต้องการในการพักอาศัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในหลายประเทศ ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางทั้งนักธุรกิจและเพื่อการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี  ซึ่งนอกเหนือจากแบรนด์ที่พักในเครือแล้ว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบริการทั้งในด้านสปา และร้านอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ maai spa, Breeze spa, Prego, Amaya, Chom Sindh และ Nila อีกด้วย

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2024 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 9,463 ล้านบาท โดยแบรนด์ ‘อมารี’ (Amari) และ ‘โอโซ่’ (OZO) เป็นแบรนด์สำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ ในขณะที่แบรนด์ ‘ชามา’ (Shama) มีทิศทางการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องจากดีมานด์ในตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ส่งผลให้บริษัทได้ความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้าที่มั่นใจและเชื่อในศักยภาพการบริหารจัดการ โดยดำเนินธุรกิจร่วมกันภายใต้สัญญาระยะยาว ทั้งนี้เป้าหมายรายได้ปี 2024 เติบโตขึ้นกว่า 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนและ 23% เมื่อเทียบกับปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19

ทั้งนี้ ความเป็น ‘A Tailored Approach to Hospitality ’ หรือคือแนวคิดที่เน้นการทำงานร่วมกันกับคู่ค้าและพันธมิตรขององค์กร โดยใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ รวมทั้งความเข้าใจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างถ่องแท้ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจและความคล่องตัวคือจุดแข็งสำคัญขององค์กรที่ใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นเช่นนี้

ผลงานของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 การเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เติบโตอยู่ที่ 29% ซึ่งได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมากขึ้น  ทำให้ขณะนี้จีนกลับมาเป็นประเทศที่ทำรายได้อันดับ 1 ของบริษัท นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด ส่วนประเทศไทยยังคงเป็นประเทศอันดับ 2 เนื่องจากแบรนด์ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงได้รับความนิยมในหมู่คนไทยด้วยเช่นกัน ทั้งในส่วนของการเดินทางภายในประเทศ และการพักแบบ staycation ส่วนอันดับที่ 3 คือ รัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับรีสอร์ตในภูเก็ตและพัทยา และยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ขณะที่ตลาดอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และอินเดีย มีการเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่แข็งแกร่ง และยังคงเป็นตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญ

ปัจจุบันออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ครอบคลุมทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย จีน รวมไปถึง ฮ่องกง บังกลาเทศ และสปป.ลาว และกำลังขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องอีกหลายแห่งทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยนับจากปีนี้จนถึงปี 2025 มีโครงการที่เตรียมเปิดให้บริการ กว่า 9 แห่ง ในประเทศมาเลเซีย 3 แห่ง  จีนและฮ่องกง 2 แห่ง ไทย 2 แห่ง ลาว 1 แห่ง และ ศรีลังกา 1 แห่ง เป็นต้น

โดยในประเทศมาเลเชีย ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เตรียมขยายโรงแรม 3 แห่งใหม่ ได้แก่ โอโซ่ เมดินิ, ชามา เมดินิ และชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู ซึ่งจะทำให้มีโรงแรมในมาเลเซีย รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ถือเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากไทยที่มีแบรนด์ ออนิกซ์ ครบทั้งอมารี  โอโซ่ และ ชามา การขยายตัวในมาเลเซียสะท้อนวิสัยทัศน์และการให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยมาเลเซียมีศักยภาพการท่องเที่ยวและชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ รวมถึงการจัดประชุมขนาดใหญ่ รองรับตลาด MICE ตอบโจทย์นักเดินทางทั่วโลกที่แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ และเพื่อธุรกิจ 

สำหรับแบรนด์อมารี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ในฐานะ แบรนด์โรงแรมระดับ Upper Upscale ที่มุ่งเน้นตลาด ทั้ง City MICE, Urban MICE และรีสอร์ต ที่พร้อมมอบบริการอย่างเต็มรูปแบบ ตอบรับทุกความต้องการของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ผ่านรูปแบบบริการที่หลากหลายระดับ Luxury โดยแบรนด์อมารีมีแผนเปิดตัวโรงแรมใหม่ 3 แห่ง ประกอบด้วย

อมารี โคลัมโบ ประเทศศรีลังกาเตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 2024 เป็นอาคารสูง 27 ชั้น ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท 167 ห้อง พร้อมด้วยห้องอาหารและสปาอันเป็นเอกลักษณ์ โดยจะเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ความน่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า บาร์ ศูนย์นันทนาการ และร้านอาหารไทยสุดพิเศษ ซึ่งทั้งหมดมีทิวทัศน์มหาสมุทรและเส้นขอบฟ้าของเมืองที่สวยงามโดดเด่น โรงแรมแห่งนี้ยังมีชั้นผู้บริหารโดยเฉพาะพร้อมสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองพิเศษอีกด้วย

อมารี เวียงจันทน์ ประเทศลาว – เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 2024 ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมแห่งที่ 2 ของ    
แบรนด์อมารีในประเทศลาว ต่อจากโรงแรมอมารี วังเวียง อันโด่งดัง ซึ่งจะทำให้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป มีความโดด
เด่นในจุดหมายปลายทางอันน่าหลงใหลแห่งนี้ อมารี เวียงจันทน์ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอันน่าประทับใจ
มากมาย ประกอบด้วยร้านอาหารแบบ All-day Dining ห้องพักที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน 248 ห้อง ห้องรับรองพิเศษบน
ชั้นดาดฟ้า ร้านอาหารพิเศษบนชั้นดาดฟ้า บาร์บนชั้นดาดฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการจัดเลี้ยงบนพื้นที่กว้าง
ขวาง รวมถึงห้องบอลรูมและห้องประชุม ห้องออกกำลังกายล้ำสมัย Breeze Spa สระว่ายน้ำหลัก สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก
และโซนสันทนาการสำหรับเด็ก

อมารี เดอะไทด์ บางแสน ประเทศไทย – เตรียมเปิดให้บริการปี 2025 ตั้งอยู่บนฝั่งทางเดินที่คึกคักตรงข้ามกับ
หาดบางแสนอันมีชื่อ เป็นสถานที่พักผ่อนสบายๆ ในใจกลางเมืองริมทะเลที่แสนผ่อนคลาย ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์
เพียงไม่ถึง 90 นาทีจากกรุงเทพฯ และสามารถเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารท้องถิ่นริมทะเลได้
อย่างสะดวกสบายด้วยห้องพัก 7 รูปแบบ จำนวน 154 ห้อง จึงเหมาะสำหรับครอบครัว รวมถึงนักเดินทางธุรกิจที่ต้อง
เดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมในละแวกใกล้เคียง หรือการประชุมพิเศษ และงานอีเวนต์ พร้อมด้วยห้องอาหารเปิดให้
บริการตลอดทั้งวัน สปาอันเป็นเอกลักษณ์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส คิดส์คลับ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้
ยังมีห้องจัดประชุม 5 ห้อง ที่สามารถรองรับแขกผู้มาเยือนได้สูงสุดถึง 1,000 คน

นอกจากการเปิดตัวโรงแรมและที่พักแห่งใหม่ของแบรนด์ อมารี แล้วยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญสำหรับแบรนด์ อมารี ที่
กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2024 คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ อมารี กรุงเทพฯ ซึ่งได้ทำการปรับปรุงใหม่
และปรับชื่อจาก ‘อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ’ โดยมีเป้าหมายโดยรวมในการเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของเมือง
ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งนักเดินทางเพื่อการพักผ่อน ธุรกิจ และ MICE โดยโรงแรมอมารี กรุงเทพฯ โฉมใหม่
ประกอบด้วยห้องพรีเมียร์และห้องสวีทใหม่ทั้งหมด พร้อมการตกแต่งภายในสไตล์ร่วมสมัย มีการเพิ่มร้านอาหารใหม่ๆ
จำนวนมากเพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีร้านอาหารใหม่ที่น่าสนใจ อาทิ ‘นิลา’
(Nila) และ ‘ชมสินธุ์’ (Chom Sindh) นอกจากนี้ ยังเตรียมต้อนรับ ‘ไหม สปา’ (maai spa) หลังออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้
กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ ‘maai spa’ โดยมีสาขาแรกที่ประเทศไทย ณ อมารี พัทยา ไป เมื่อปี 2023

นอกจากนี้ นายยุทธชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละแบรนด์ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ต่างมีการเติบโตที่น่าพอใจ
โดยนอกเหนือจากแบรนด์ อมารี แล้ว แบรนด์ที่มีความโดดเด่นอย่างมากอีกแบรนด์ภายใต้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
คือ ‘ชามา’ (Shama) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนที่พักมากกว่า 2,500 ยูนิตจากทั้งหมด 20 แห่ง โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีการ
เติบโตถึง 200% ภายใน 5 ปี ขณะที่ในฮ่องกง ‘ชามา’ ถือเป็นผู้นำด้านบริการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ระดับนานาชาติ
อันดับ 1 ในฮ่องกงด้วยจำนวนโรงแรม 7 แห่ง

ปัจจุบัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังดำเนินการขยายแบรนด์ ชามา เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ อย่างต่อเนื่องตามแนวโน้ม
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการมองหาที่พักระยะยาวทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ชามา ซัวซานา มาเลเชีย, ชามา ฮับ
เมโทร เซาธ์ ฮ่องกง, ชามา ฮับ เฉียนถัง หางโจว ประเทศจีน

โดยล่าสุดได้ทำพิธีลงนามสัญญาเข้ารับบริหาร ‘ชามา ระยอง’ (Shama Rayong) ที่เตรียมเปิดให้บริการปี 2026 ตั้งอยู่
บนทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางพร้อมเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองระยองและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รวมถึงยังอยู่ใน
ทำเลที่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมและย่านธุรกิจสำคัญๆ อีกมากมาย อาทิ WHA Rayong 36 และ CPGC นอกจากนี้ยัง
รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง อีกทั้งยังสะดวกในการเดินทางสู่สถานที่ต่างๆ ในระยอง อย่างง่ายดาย ที่พัก
แห่งนี้มีห้องพักไว้บริการมากกว่า 150 ห้อง ประกอบด้วยห้องสตูดิโอ ห้องนอนแบบ 1-2 ห้องนอน ร้านอาหาร สระว่าย
น้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องประชุม พร้อมการบริการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ชามา ที่พร้อมสร้างความ
ประทับใจให้กับทุกคน

สำหรับแบรนด์ ‘โอโซ่’ (OZO) แบรนด์โรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเรียบง่ายและความสนุกจากการผจญ
ภัยเพื่อเรียนรู้โลกกว้าง ทำเลที่ตั้งอยู่ในใจกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมเชื่อมต่อทุกความสนุกและสีสันในการ
ผจญภัย อีกหนึ่งแบรนด์ธง ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ล่าสุดเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน มิถุนายน
2024 ที่กำลังจะถึงนี้ และมีแผนเปิดตัว OZO Medini ที่ประเทศมาเลเซีย ในไตรมาส 2 ในปี2024 นี้ ซึ่งนับเป็น โรงแรม
โอโซ่ แห่งที่ 5 จากปัจจุบัน 4 แห่งประกอบด้วย โอโซ่ พัทยา, โอโซ่ ภูเก็ต, โอโซ่ สมุย, โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง 

โรงแรมใหม่ๆ และการพัฒนาตามแผนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อขับเคลื่อนการขยาย
ธุรกิจที่สำคัญในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความพยายามที่จะ
บรรลุวิสัยทัศน์โดยรวมในการก้าวเป็น ‘The Best Medium-sized Hospitality Management Company in
Southeast Asia’ บริษัทกำลังเดินตามแผนการดำเนินงานที่จะมีโรงแรมและที่พักภายใต้การบริหารมากกว่า 50 แห่ง
ภายในปี 2025 และตั้งเป้าหมายให้ได้ 70 แห่งภายในปี 2028

นอกจากการขยายแบรนด์โรงแรมแล้ว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ ด้วยการขยายพอร์ต
โฟลิโอไปยังธุรกิจด้านฮอสพิทาลิตี้อื่นๆ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังเดินหน้าไปใน
ทิศทางบวก ล่าสุดเตรียมเปิด ‘เปรโก้’ (Prego) แบรนด์ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด ที่ครองใจนักชิมและผู้ที่ชื่น
ชอบรสชาติดั้งเดิมของอาหารอิตาเลียนแท้ๆ มานับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวในปี 2003 โดยเตรียมเปิดเปรโก้ สาขาใหม่
ล่าสุด ณ หาดกะตะ จ.ภูเก็ต ภายปี 2024 นอกเหนือจากแบรนด์ เปรโก้แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้
กรุ๊ป ได้เปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ‘นิลา’ (Nila) ร้านอาหารสไตล์ Coastal Indian Cuisine ซึ่งนับว่ายังหาทานได้
ยากในประเทศไทยโดยมีการวางตำแหน่งแบรนด์เพื่อเจาะกลุ่มตลาดอินเดียในประเทศไทย รวมถึงกลุ่มเหล่านักชิม
อาหารที่ตามหารสชาติใหม่ๆที่ยังไม่มีมาก่อน นิลา นำเสนอจุดเด่นในด้านการปรุงอาหารโดยได้รับอิทธิพลและแรง
บันดาลใจมาจากวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในการทำอาหารแต่ละรัฐสำคัญๆที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำของอินเดีย
นำทีมสร้างสรรค์อาหารโดยเชฟ Bharath S. Bhat เชฟชาวอินเดียคนแรกที่คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน เชฟกระทะเหล็ก
ประเทศไทย ONE-ON-ONE BATTLE และแบรนด์ร้านอาหาร ‘ชมสินธุ์’ (Chom Sindh) นำเสนอตำรับอาหารที่ได้แรง
บันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลและแม่น้ำทั่วประเทศไทย พร้อมการบริการและต้อนรับแบบไทยๆ ที่น่า
ประทับใจ

นอกจากในด้านการดำเนินธุรกิจ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังตระหนักถึงการสร้างความยั่งยืน โดยเน้นย้ำแนวปฏิบัติที่
ยั่งยืนในการดำเนินงาน ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างคุ้มค่า การอนุรักษ์น้ำ และการจัดการของ
เสียอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับกระแสความต้องการตัวเลือกที่ดำเนินธุรกิจแบบคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะเพิ่ม
มากขึ้นของนักเดินทาง ซึ่งจุดนี้จะทำให้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง โดยตระหนักถึงความจำเป็น
ในการลดผลกระทบจากการเดินทางและท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่สร้าง ‘ปัจจุบัน’ เท่านั้น แต่ยังมองภาพ ‘อนาคต’ ที่คนรุ่น
ต่อๆ ไปจะได้รับสิ่งดีๆ จากการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยความเชื่อที่ว่าการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้ จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภูมิทัศน์ด้านความยั่งยืนของ
อุตสาหกรรมนี้ ซึ่งเมื่อต้นปี 2024 นี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กลายเป็นบริษัทบริหารจัดการโรงแรมแห่งแรกในภูมิภาค
เอเชียแปซิฟิกที่ประกาศความมุ่งมั่นระยะยาวในการทำงานร่วมกับองค์การ UNESCO เพื่อความยั่งยืนทางวัฒนธรรม
(Cultural Sustainability) นอกเหนือจากการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุถึงความเป็นกลางคาร์บอนแล้ว ความร่วมมือครั้ง
สำคัญนี้ยังถือเป็นหลักชัยสำคัญในความมุ่งมั่นของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในเรื่องความยั่งยืนอีกด้วย

Chanel ถ่ายทอดแคมเปญ แว่นตา SS 2024 ผ่านแอมบาสเดอร์ หลิว เหวิน

Chanel ได้ถ่ายทอดแคมเปญแว่นตาฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน 2024 ผ่านภาพถ่ายจำนวนหลายสิบภาพในรูปแบบที่ดูคล้ายภาพ จากม้วนฟิล์ม ด้วยฝีมือการถ่ายภาพของคาริม ซาดลี (Karim Sadli) และแสดงแบบโดยแอมบาสเดอร์ของชาเนล หลิว เหวิน (Liu Wen) รวมถึงนางแบบอีกหลายคนที่ปรากฏตัวในโชว์ต่างๆ ของชาเนล อาทิ อาลาโท ยาซีเพอร์ มิเชล (Alaato Jazyper Michael), อเมริกา กอนซาเลซ (América González), และโลลิ บาเฮีย (Loli-Bahia)

Chanel ถ่ายทอดแคมเปญ แว่นตา SS 2024 ผ่านแอมบาสเดอร์ หลิว เหวิน

มิวส์ทั้งสี่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันหลังกล้องเกี่ยวกับความสำคัญของแว่นตา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นแอคเซสเซอรี่แฟชั่นอย่างแท้จริงมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือภาพถ่ายของนางแบบทั้งสี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความมีชีวิตชีวา ทั้งในภาพถ่ายและภาพยนตร์ที่กำกับโดย คาริม ซาดลี

“ก่อนอื่นอยากบอกว่าแว่นกันแดดสุดโปรดและเป็นอันเดียวที่ฉันสวมในช่วงนี้ก็คือ แว่นกันแดดของชาเนลเท่านั้น!” โลลิ บาเฮีย กล่าว เธอเป็นนางแบบของชาเนลมาตั้งแต่ปี 2020 และสำหรับแคมเปญนี้เธอสวมแว่นกันแดดกรอบอะซิเตทประดับด้วยสายโซ่โลหะร้อยด้วยเส้นหนัง

“ฉันสวมแว่นกันแดดตลอดทุกฤดูในทันทีที่มีแดด ฉันชอบสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่ในอาคารด้วย แต่ฉันก็รู้สึกค่อนข้างเคอะเขิน เพราะเหมือนกับว่าฉันไม่ได้อยู่ในที่ที่เดียวกันกับคนอื่น ดังนั้นฉันจึงพยายามไม่ทำอย่างนั้น!”

ในระหว่างการถ่ายภาพ อาลาโท ยาซีเพอร์ มิเชล ที่ดูโดดเด่นเนื่องจากสวมแว่นกันแดดอะซิเตทแบบทูโทน ทำให้หวนนึกถึงภาพจำภาพแรกของเธอที่มีต่อชาเนล “แคมเปญนํ้าหอม N°5 โดยนิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) ที่ฉันเห็นทางทีวี หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ฉันมีความใฝ่ฝัน… การได้เดินแบบบนรันเวย์ให้ชาเนลเป็นความฝันของฉันมาโดยตลอด ฝันที่กลายเป็นจริงในที่สุดในปี 2022!”

อเมริกา กอนซาเลซ ที่เดินแบบบนรันเวย์ให้ชาเนลครั้งแรกในปีเดียวกันจำได้ว่า “ในบรรดาโฆษณาที่ฉันเคยตัดจากนิตยสารเพื่อมาทำภาพตัดปะ เแคมเปญต่างๆ ที่น่าทึ่งเหล่านั้นจากยุค 90 ที่พวกเราต่างรู้จักและหลงรัก…” เธอสวมแว่นตาสองกรอบสไตล์ทูโทนที่เป็นเอกลักษณ์ของชาเนล พลางหันมามองกล้องที่ถ่าย โดยคาริม ซาดลี

“ฉันมักเห็นผู้หญิงทุกคนในครอบครัวฉัน รวมถึงคนใกล้ชิด สวมแว่นกันแดดอันโปรดเพื่อเพิ่มความมั่นใจและเสน่ห์ความสวยงามมาโดยตลอด ฉันจึงสวมแว่นกันแดดตลอดเวลา นี่เป็นเครื่องประดับเดียวที่ฉันขาดไม่ได้”

ความรู้สึกที่ถ่ายทอดโดย หลิว เหวิน นางแบบที่มักปรากฏตัวในโชว์ของชาเนลมาตั้งแต่ปี 2009 และยังเป็นแอมบาสเดอร์ของแบรนด์อีกด้วย “แว่นกันแดดเป็นเหมือนเกราะกำบังที่แท้จริง เพราะช่วยให้ฉันมองดูสิ่งต่างๆ ได้โดยที่ไม่ต้องถูกจ้องกลับ สำหรับฉันแล้ว แว่นกันแดดเป็นแอคเซสเซอรี่แฟชั่นโดยตัวเอง” เธอเผยขณะสวมแว่นกันแดดกรอบโลหะแบบกรอบคู่ พร้อมขาแว่นที่ประดับด้วยตัวอักษร “CHANEL”


ลิสเตอรีน จัดงาน Listerine Labs หักล้างความเชื่อว่าการแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันเพียงพอแล้วสำหรับการรักษาสุขอนามัยช่องปากที่ดี

ประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ของโลก ต้องทนอยู่กับปัญหาฟันผุโดยไม่ได้รับการรักษา และพบว่าประมาณ 20% ของคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ โดย 6.6% ของคนกลุ่มนี้จะต้องสูญเสียฟันหมดทั้งปากเมื่ออายุครบ 20 ปี

ถึงแม้ว่าการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันวันละ 2 ครั้ง จะเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับการรักษาสุขอนามัยช่องปาก แต่กลับพบว่าในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปี มีเพียง 4.3% เท่านั้นที่ใช้ไหมขัดฟันในการทำความสะอาดซอกฟัน ขณะที่ผู้ใหญ่อายุ 35-44 ปี เพียง 14.7% ที่ใช้ไหมขัดฟัน นอกจากนี้ จากการศึกษาทั่วประเทศพบว่าโรคฟันผุยังส่งผลกระทบต่อคนอายุ 35-44 ปี มากถึง 91.8% สะท้อนถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดียิ่งขึ้น

“ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้น ๆ ที่คนแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์มากกว่า 2 นาที เป็นประจำ แต่ผู้คนกลับละเลยในการทำความสะอาดซอกฟันอย่างถูกวิธี ส่งผลให้มีเศษอาหารและเชื้อโรคติดอยู่ตามซอกฟันและร่องเหงือก ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ” ผศ. ทพ.คมสัน ลาภาอุตย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาทันตสาธารณสุข ภาควิชาทันตกรรมชุมชน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว “มีความเชื่อผิดๆ ว่าการแปรงฟันและการทำความสะอาดฟันโดยใช้ไหมขัดฟันนั้นเพียงพอแล้วสำหรับการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดี แต่ความจริงแล้ววิธีนี้ช่วยทำความสะอาดได้เพียง 1 ใน 4 ของช่องปากเท่านั้น โดยยังมีเชื้อโรคซ่อนอยู่ในบริเวณที่การแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ร่องเหงือก เป็นต้นยิ่งไปกว่านั้น การทำความสะอาดฟันอย่างไม่สะอาดเพียงพอในตอนกลางคืน อาจทำให้เชื้อโรคเติบโตได้มากถึงสิบเท่าขณะที่เรานอนหลับ เมื่อเชื้อโรคสะสม จะทำให้เกิดคราบพลัค ซึ่งจะกำจัดยากขึ้นถึง 1,000 เท่า และก่อให้เกิดโรคเหงือกทำลายเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆ ฟัน ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันได้

หักล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าน้ำยาบ้วนปากใช้เพื่อให้ลมหายใจสดชื่นเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วการใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปกับการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเพื่อการดูแลสุขอนามัยช่องปากในแต่ละวัน จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดียิ่งขึ้นได้ จากการศึกษาพบว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปกับการแปรงฟัน การทำความสะอาดซอกฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน จะช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้มากถึง 52% ภายใน 6 เดือน และช่วยลดปัญหาเหงือกอื่น ๆ ได้ 21% น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® ด้วยพลังของน้ำมันหอมระเหย 4 ชนิด ได้แก่ ยูคาลิปตอล เมนทอล เมทิล ซาลิไซเลต และไทมอล ช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้ 22.2% และลดปัญหาเหงือกอื่นๆ ได้ถึง 28.2% ภายใน 6 เดือน9 โดยน้ำมันหอมระเหยสำคัญทั้ง 4 ชนิดในน้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน® สามารถแทรกซึมลึกไปถึงชั้นในสุดของคราบจุลินทรีย์ ช่วยทำลายโครงสร้างของคราบจุลินทรีย์ที่ยากต่อการเข้าถึงด้วยการใช้แปรงสีฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟัน และยังเข้าไปทำความสะอาดถึงร่องเหงือกได้อีกด้วย”

ภายในงาน เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังทั่วเอเชียแปซิฟิกและสื่อชั้นนำของประเทศไทยได้มาเยือนโรงงานการผลิตลิสเตอรีน® สนุกกับการครีเอทน้ำยาบ้วนปากสูตรเฉพาะของตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสุขอนามัยช่องปากที่ดี พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟใน Listerine Labs สำรวจเส้นทางความสำเร็จยาวนานกว่า 130 ปี ของลิสเตอรีน® ในฐานะผู้ริเริ่มการศึกษาวิจัยและพัฒนาน้ำยาบ้วนปาก ร่วมทัวร์โรงงานที่ลาดกระบังชมเบื้องหลังการผลิตลิสเตอรีนที่ผ่านการพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นแกนหลักที่แบรนด์ยึดมั่นมาโดยตลอด ปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบโดย “เจมมี่เจมส์” เซเลบริตี้เชฟชื่อดังของเมืองไทย สร้างสรรค์เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลิสเตอรีน® เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมแก่ผู้มาร่วมงาน


ทำความรู้จัก ‘Francesca Bridgerton’ คนใหม่ผ่าน 5 โมเมนต์แฟชั่น

ทำความรู้จัก ‘Hannah Dodd’ เจ้าของบทบาท Francesca Bridgerton คนใหม่ผ่าน 5 โมเมนต์แฟชั่น

หากใครเป็นแฟนคลับซีรีส์สังคมชั้นสูงอย่าง ‘Bridgerton’ คงรู้กันดีว่าอีก 1 วันเราคงได้ดูซีซั่น 3 กันแล้ว ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะเล่าถึงความสัมพันธ์ของคอลิน และเพโนโลปี้เป็นหลัก แต่หนึ่งตัวละครที่ได้รับการพูดถึงหลังจากเปิดตัวไปไม่น้อยนั่นคือ Francesca ลูกสาวคนที่สามของตระกูลบริดเจอร์ตัน ซึ่งได้ Hannah Dodd มารับบทบาทแทน Ruby Stokes โดยฝีมือการแสดงของเธอก็ปรากฏอยู่ใน Find Me In Paris, Harlots, Anatomy of a Scandal, Flowers In The Attic: The Origins และ Enola Holmes ซึ่งถือเป็นผลงานที่การันตีฝีมือได้พอสมควร นอกนั้นหลายคนอาจไม่รู้ว่า แฮนนาห์ ดอดด์ ยังโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นที่เหมือนเพิ่งเริ่มต้นขึ้นอีกด้วย

BVLGARI

เปิดด้วยแบรนด์จิเวลรี่ยักษ์ใหญ่ที่ถูกใจนักแสดงชาวอังกฤษวัย 28 คนนี้อยู่ไม่น้อย เพราะถ้าส่องอินสตาแกรมส่วนตัวขงเธอจะพบว่าเธอร่วมงานกับ BVLGARI หลายครั้ง ตั้งแต่แคมเปญ อีเวนต์สำคัญ และขึ้นปกนิตยสาร แม้ยังไม่มีสัญญาชัดเจน แต่ก็พอเดาได้ว่าเธอเป็นที่หมายปองของแบรนด์อยู่แน่นอน

S.SDALLEY-LONGCHAMP-ZIMMERMANN-BURBERRY

ถัดมาเป็นอีเวนต์ต่างๆ ที่เธอได้รับเชิญตั้งงานเปิดตัวคอลเล็คชั่นไปจนถึง Fashion Week แบรนด์ดังไล่เรียงตั้งแต่ S.SDALLEY, LONGCHAM, ZIMMERMANN จนถึง BURBERRY คิดว่าหลังจากซีรีส์ออนแอร์ เราคงได้เห็นเธอปรากฏตัวในอีกหลายแฟชั่นแบรนด์แน่นอน


ภาพ: Instagram @bridgertontonetflix และ @hannahfkdodd

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนสำรวจไอเทมใหม่กับ 6 สไตล์แฟชั่นญี่ปุ่นจาก 6 แบรนด์ที่น่าจับตามอง

สยาม ทาคาชิมายะ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ชวนคุณหนุ่มๆ มาสำรวจไอเทมใหม่ล่าสุดจากเอ็กซ์คลูซีฟเจแปนแบรนด์ ที่จะมาช่วยให้การแต่งตัวที่เรียบง่ายสนุกสนานขึ้น พร้อมยังช่วยเสริมลุคสายสปอร์ตเอาต์ดอร์ให้โดดเด่นและแตกต่างอย่างมีสไตล์

and wander (แอนด์ วันเดอร์) แบรนด์นี้เกิดจากความหลงใหลอันแรงกล้าของผู้ก่อตั้ง Keita Ikeuchi และ Mihoko Mori ซึ่งเคยทำงานร่วมกันในฐานะนักออกแบบที่ ISSEY MIYAKE โดยมีแนวคิด “ความสุขในการใช้เวลาสนุกๆ บนภูเขา” เป็นปรัชญาของแบรนด์ เน้นการออกแบบที่ผสมผสานสไตล์แฟชั่นชั้นสูง แต่เพิ่มฟังก์ชันและการใช้ได้จริงของเสื้อผ้ากลางแจ้ง โดยทำจากวัสดุที่ทนทาน น้ำหนักเบา กันน้ำและกันลม ซึ่งในคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้มาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์กลมกลืนกับธรรมชาติ

Double Standard (ดับเบิ้ล สแตนดาร์ด) ก่อตั้งและออกแบบโดย Masahisa Takino ดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นในปี 1961คอนเซ็ปต์ของแบรนด์คือการออกแบบผสมผสานสไตล์ที่หลากหลายเช่น โมเดิร์นและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอสไตล์แบบเฉพาะตัวของ Double Standard โดยเน้นที่วัสดุและการตัดเย็บ สำหรับThe H Collection หนึ่งในคอลเลคชั่นยอดนิยมของแบรนด์ ใช้วัสดุคุณภาพดี และไม่เพียงแต่การให้ความสำคัญเรื่องของดีไซน์ แต่ยังให้ความสบายขณะสวมใส่ โดยออกแบบให้สามารถใช้ได้หลากหลายโอกาสไม่ว่าจะในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมแอคทีฟอื่น ๆ

Snow Peak (สโนว์ พีค) แบรนด์แคมป์ปิ้งอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “การผสมผสานไลฟ์สไตล์แบบเมือง เข้ากับธรรมชาติ” โดยในคอลเล็กชั่น Spring Summer 2024 ออกแบบมาเพื่อชาวแคมป์ยุคใหม่สไตล์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง คอลเลกชันซีรีส์ที่คัดสรรมาอย่างดีเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ยังคงสวมใส่สบายเป็นอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในสภาพอากาศที่หลากหลาย โทนสีต่างๆ เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของธรรมชาติ โดยมีโทนสีเขียว สีเทา และสีน้ำเงินที่สะท้อนถึงหมอกชื้น พืชพรรณที่กำลังเติบโต และท้องฟ้าต้นฤดูใบไม้ผลิ

TAKEO KIKUCHI (ทาเคโอะ คิคูจิ) แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายชายสัญชาติญี่ปุ่นก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1984 นำเสนอจุดเด่น ความมีชีวิตชีวาสวมใส่ได้ทุกโอกาสเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เน้นการดีไซน์ที่เนี้ยบโดยเลือกใช้วัสดุในการผลิตคุณภาพสูงผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยในคอลเลกชั่นนี้สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของสายลมที่พัดผ่านห้องที่อาบด้วยแสงอาทิตย์อันอบอุ่นของฤดูร้อน

BRIEFING (บรีฟฟิ่ง) แบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1998 ได้รับแรงบันดาลใจ จากการผสมผสานงานฝีมืออันแข็งแกร่งของอเมริกา และการออกแบบที่ประณีตของญี่ปุ่น ตามปรัชญาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ QCC “Quality, Creativity, Craftsmanship” แบรนด์นำเสนอผลิตภัณฑ์ ทั้งกระเป๋าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงอุปกรณ์กีฬากอล์ฟ ถุงกอล์ฟ ถุงมือ หมวก และที่คลุมหัวไม้กอล์ฟ สำหรับคอนเซ็ปต์ของคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ เป็นการนำโมเดิร์นดีไซน์ มาผสมกับความวินเทจ ด้วยการปักโลโก้สีเดียวกับกระเป๋า พร้อมกับป้ายโลโก้ด้านในที่ออกแบบพิเศษสำหรับคอลเล็กชั่นนี้โดยเฉพาะ

MAISON MAVERICK PRESENTS (เมซง มาเวอริค พรีเซ้นต์) แบรนด์แฟชั่นรองเท้าสนีกเกอร์จากญี่ปุ่นที่สวมใส่สบาย, เบา และมีดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นำสีสันใหม่มาเพิ่มความสดใสให้คอลเล็กชั่นล่าสุด รองเท้า “The Maverick” เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่พลาดไม่ได้ ด้วยดีไซน์กึ่งสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์

มาอัพเดทคอลเล็กชั่นใหม่กับเจแปนเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ and wander, Double Standard, Briefing และ Maison Marverick ที่มีเฉพาะที่สยาม ทาคาชิมายะ เท่านั้น พร้อมอีกหลายแบรนด์แฟชั่นที่เหมาะกับคุณที่ชั้น 2 และ 3 ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทาง Facebook และ LINE SIAM Takashimaya

เปิดวาร์ป Glow Visage Clinic พิกัดยกกระชับปรับรูปหน้าที่คนรักสวยต้องเลิฟ

ด้วยความขาขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ของแวดวงความงาม ทำให้คนรักสวยยุคนี้มีตัวเลือกในการอัพความปังมากมาย ซึ่งอาจทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกไม่ถูก Praew Survey ครั้งนี้ จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ Glow Visage Clinic (โกลว์ วิซซิจ คลินิก) ของ ‘คุณหมอเจน – พญ.สุชาวลี ประสพดี’ ที่โดดเด่นเรื่องการยกกระชับปรับรูปหน้า อีกทั้งยังขึ้นแท่นคลินิกความงามที่ได้รับรางวัลจาก Praew Iconic Beauty 2023

โดยงานนี้ ‘คุณหมอเจน’ ได้เล่าให้ฟังว่า “Glow Visage Clinic มีจุดเด่นเรื่องหัตถการและทรีทเม้นต์ที่เน้นการดูแลในเรื่องการยกกระชับปรับรูปหน้า ซึ่งจะมีแพทย์ความงามที่มีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดในทุกเคส รวมถึงจะมีการใช้เทคนิคพิเศษที่จะมีการวิเคราะห์ปัญหาของผู้รับบริการแต่ละเคส แล้วจึงเลือกใช้หัตถการหรือทรีทเม้นต์อย่างเหมาะสม พร้อมกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ได้รับการรับรองจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญคือมีการออกแบบการรักษาสำหรับแต่ละเคส เพื่อผลลัพธ์ที่ดี”

นอกจากนี้ ‘คุณหมอเจน’ ยังได้พูดถึงหัวใจสำคัญของการดูแลความงามในยุคนี้ด้วยว่า “ความก้าวหน้าของวงการ Aesthetics ในเรื่องการยกกระชับปรับรูปหน้าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ตลอด โดยเฉพาะในส่วนของเทคนิค ซึ่งแพทย์ความงามแต่ละคนก็จะมีการใช้เทคนิคหรือวิธีการที่แตกต่างกันในแต่ละเคส แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลความงามในยุคนี้”

Glow Visage Clinic

โทร. 065494 5326, 0942494626

ไลน์ : @glowvisageclinic หรือคลิก http://surl.li/dgjya

เฟซบุ๊ก : Glow Visage Clinic

เอเวอร์เซ้นส์ ชวนส่งต่อ “ความมั่น Shine” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์โคโลญ และโรลออน ซีรีส์ล่าสุด

เพราะความมั่นใจ และการรู้สึกดีกับตัวเองทำให้ผู้หญิงอย่างเรามีความสุข เอเวอร์เซ้นส์ (Eversense) ผู้นำผลิตภัณฑ์เพิ่มเสน่ห์ให้แก่สาววัยใสด้วยความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) บริษัทสินค้าอุปโภคชั้นนำสัญชาติไทย คุณภาพระดับสากล จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมความมั่นของผู้หญิงให้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง

ล่าสุดจัดงาน “Make Me Shine” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ โรลออน และ  เอเวอร์เซ้นส์ เมด มาย เดย์ คอลเลคชั่น เพอร์ฟูม มิสท์ ที่ยกระดับความหอมและความพรีเมียม ตอบโจทย์ ทั้งสาววัยทีน และวัยทำงาน พร้อมส่งต่อ“ความมั่น Shine” โดยมี “โบว์” เมลดา สุศรี พรีเซนเตอร์สาวหน้าหวาน ร่วมเปล่งประกายความมั่นใจจากเสน่ห์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ท่ามกลางบรรยากาศสุดสดชื่นที่จะ เมด มาย เดย์ ให้ทุกคนที่ร่วมงาน ในวันจันทร์ ที่ 13 พฤษภาคมนี้ ณ ลานอีเดน ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์    

ศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)  เผยถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ เอเวอร์เซ้นส์ ภายใต้แนวคิดที่ต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์กลุ่มวัยรุ่นให้เทียบเท่าแบรนด์ดังระดับโลก ทั้งในเรื่องของคอนเซ็ปต์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความมั่น Shine ได้แบบครบทุกมิติ

“ด้วยภาพลักษณ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมของวัยรุ่นตอนต้นอายุระหว่าง 12-18 ปี ซึ่งเมื่อกลุ่มเป้าหมายเติบโตขึ้น ทำให้เริ่มมองหาสินค้าที่พรีเมียมมากขึ้น ทั้งด้านภาพลักษณ์และฟังก์ชั่น เราจึงออกสินค้าใหม่ที่มีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เอเวอร์เซ้นส์  เป็นแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของพวกเขาอยู่เสมอ โดยยังคงเน้นคอนเซ็ปต์ในการเสริมความมั่นใจ  รวมทั้งการสร้างแนวกลิ่นให้เป็นความหอมที่มีเอกลักษณ์ เพื่อดึงเสน่ห์แห่งความมั่นใจที่อยู่ในตัวตนของผู้หญิงทุกคนให้เปล่งประกายออกมา”

ด้วยความโดดเด่นด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ นีโอ คอร์ปอเรท นำโดย ณิชมน ถกลศรี  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายนวัตกรรมธุรกิจ พร้อมด้วยทีม R&D ที่มีความเชี่ยวชาญด้านแนวกลิ่น ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ของโคโลญที่สามารถนำมามิกซ์กลิ่นได้แบบไม่ซ้ำและยังอัพเกรดน้ำหอมให้หอมติดผิว ยาวนานถึง 8 ชม. พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์โรลออนใหม่ ในกลุ่มพรีเมียมแมส ที่ยกระดับความปกป้อง มั่น shine กับการดูแลผิวใต้วงแขนให้ดูไบรท์ขึ้นใน 3 วัน รวมถึงนวัตกรรม ดูโอ้ แอนตี้ โอดอร์ เทคโนโลยี ที่เข้ามาช่วยปกป้องกลิ่นกายได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ด้วยแนวกลิ่นฟรุตตี้ ฟลอรัล ให้ความหอมสดชื่นและมีเสน่ห์  ช่วยเสริมความมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของบริษัทฯ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของเอเวอร์เซ้นส์

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเอเวอร์เซ้นส์ ซึ่งเป็นไฮไลท์ในปี 2024  ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โคโลญที่มีความพรีเมียม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสดใส มั่นใจ แอคทีฟและมีชั้นเชิง รวมไปถึง กลุ่มผลิตภัณฑ์โรลออนระงับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นกาย ที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์อย่างชัดเจนและเห็นผล

ใหม่ ! เอเวอร์เซ้นส์ เมด มาย เดย์ คอลเลคชั่น เพอร์ฟูม มิสท์ (Eversense Made My Day Collection Perfume Mist) เติมความสนุกให้ทุกวันด้วย เพอร์ฟูม มิสต์รูปแบบใหม่ มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ Full of Love (สีชมพู) หอมละมุนจากดอกกุหลาบ ฟีลสาวหวาน หอมฟุ้งละมุน, Glamour Shine (สีม่วง)หอมมีเสน่ห์ จากแมกโนเลีย ฟีลสาวชิค หอมลักชู และWonder Fun (สีฟ้า) หอมสดชื่นจากเดซี่ ฟีลสาวเฟรช  หอมน่าหลง

หอมมั่น SHINE มิกซ์ได้ทุก mood  เพียงฉีดผสม 2 กลิ่นเข้าด้วยกัน ก็จะกลายเป็นกลิ่นใหม่แบบไม่ซ้ำ ช่วยเพิ่มความสนุกในการใช้งาน เข้ากับอารมณ์ในแต่ละวัน  กลิ่นหอมทันสมัยแบบมีเอกลักษณ์ หอมยาวนาน 8 ชม. และมีส่วนผสมของ Vitamin B5 ที่ช่วยให้ผิวนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว  ขนาด 25 มล. ราคา 65 บาท

ใหม่! เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ ไบรท์ โรลออน (Eversense Intensive Bright Roll On) ให้สาว ๆ กล้ายกวงแขน
อย่างมั่น SHINE วงแขนดูไบรท์ใน 3 วัน* ด้วยวิตามินซี 100X จากคาคาดู พลัม เผยผิวกระจ่างใส ด้วยเทคโนโลยี Duo
Anti-Odor  ช่วยระงับกลิ่นเหงื่อ พร้อมปกป้องกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง มาพร้อม PHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อม
สภาพ แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำได้อย่างตรงจุด  พร้อมเติมเต็มวิตามินบี เพื่อให้ผิวกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม  ปราศจาก
แอลกอฮอล์ มอบความอ่อนโยนต่อผิวใต้วงแขน ขนาด 40 มล. ราคา 90 บาท

ใหม่! เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ โพรเทคชั่น โรลออน (Eversense Intensive Protection Roll On) เพิ่มพลังในการ
ระงับเหงื่อเพิ่มขึ้น 2 เท่า ด้วยเทคโนโลยี Duo Anti-Odor  พร้อมปกป้องกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง เนื้อบางเบา แห้ง
ไว สบายผิว และปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อความอ่อนโยนต่อผิวใต้วงแขน ขนาด 40 มล. ราคา 90 บาท

มอบความมั่น shine ในแบบของตัวเอง ด้วยเสน่ห์แห่งความหอมกับ เอเวอร์เซ้นส์ อินเทนซีฟ โรลออน และเอเวอร์
เซ้นส์ เมด มาย เดย์ คอลเลคชั่น เพอร์ฟูม มิสท์ วางจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์
มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์ททั่วประเทศ ร้านค้าออนไลน์ และ LINE @NEOdealDD  พร้อมติดตามกิจกรรมดี ๆ ได้ทางเฟซบุ๊ก
www.facebook.com/EversenseThailand  และ Instagram: eversense_thailand  

หมวกเด่นจนไวรัล! 2 ลุคไอคอนิก ‘Anya Taylor-Joy’ ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

หมวกแม่เด่นสุด! เปิด 2 ลุคที่กลายเป็นไวรัลของ ‘Anya Taylor-Joy‘ ขณะเข้าร่วม Cannes Film Festival 2024

หลังจาก Met Gala จบไป อีเวนต์ใหญ่อย่าง ‘Cannes Film Festival 2024’ ก็ได้เวลาเริ่มขึ้นทันที และถือเป็นอีกงานที่เราจะได้เห็นลุคปังๆ ของเหล่าคนบันเทิงทั่วโลกที่อย่างประเทศไทยมีตัวแทนเป็น ‘ชมพู่ อารยา’ ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 9 ของเธอแล้วเช่นกัน แน่นอนว่ายังมีเซเลบริตี้อีกมากมายที่จะมาอวดโฉมในลุคที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น นัดแสดงสุดฮ็อต ‘Anya Taylor- Joy’ ที่ลุคของเธอกลายเป็นไวรัลตั้งแต่สนามบิน

เพราะระดับซุป’ตาร์แล้วไม่มีพลาดแน่นอน ตั้งแต่เดรสสีส้มจับพลีทตลอดทั้งตัวของ ATLEIN ที่ชาวเน็ตไทยแอบแซวว่า ทั้งสีและดีไซน์คุ้นๆ เหมือน ‘จีวร’ จึงทำให้ลุคนี้กลายเป็นไวรัลในระยะเวลาเพียงชั่วครู่ อีกทั้งยังมีหมวกสานปีกกว้างที่กะเกณฑ์ดูแล้ว สามารถกางให้ถึง 3 คนได้เลยทีเดียว

ลุคต่อไป คิดว่าแม่จะวางหมวก ที่ไหนได้แค่เล็กกว่าเดิมแต่ยังสวมหมวกอยู่ดี ‘Anya Taylor-Joy’ ปรากฏตัวในเดรสซีทรูสีขาวประดับดอกไม้ 3 มิติ จาก Jacquemus เสริมลุคด้วยเมคอัพปากแดง ถือเป็นอีกลุคที่ฮ็อตไม่เบา


ภาพ: Getty

ชี้เป้า TCP Legacy Museum จุดเช็กอินใหม่ปราจีนบุรี ที่จัดแสดงรถแข่ง Red Bull Formula 1

ชี้เป้าจุดเช็กอินใหม่ จ.ปราจีนบุรี ที่ TCP Legacy Museum แหล่งเรียนรู้ตำนานเครื่องดื่ม “กระทิงแดง (เรดบูล)” ที่โด่งดังและปลุกพลังคนทั่วโลกของกลุ่มธุรกิจ TCP เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 68 ปี เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับเอเนอร์จี้ ดริงก์ ผ่านการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่ให้ผู้เยี่ยมชมได้เพลิดเพลินกับการเรียนรู้จากทุกโสตสัมผัส และพบกับไฮไลต์รถแข่ง Red Bull Formula 1 ที่จัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด นับเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของปราจีนบุรีที่ไม่ควรพลาด

ร่วมย้อนประวัติความเป็นมาและความสำเร็จ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องดื่มให้พลังงาน ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่ถ่ายทอดผ่านสื่อครบทุกมิติทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และเทคโนโลยีใหม่ที่นำมาสร้างลูกเล่นและสีสันความสนุกให้ผู้เข้าชมเปิดประสบการณ์ใหม่ของการเรียนรู้และการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์

โซนต่างๆ ใน TCP Legacy Museum จัดแสดงแบบอินเทอร์แอ็กทิฟ ประกอบด้วย 7 โซน ได้แก่

  • The Legacy: ย้อนกลับไปปี 2499 นำภาพแห่งความทรงจำที่ใครหลายคนคุ้นเคยกลับมาให้สัมผัสอีกครั้ง เริ่มต้นจากคุณเฉลียว อยู่วิทยา ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนขายยาและจำหน่ายยาภายใต้ชื่อ “ทีซี-มัยซิน” บุกเบิกและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของเครื่องดื่มให้พลังงานสัญชาติไทยให้ดังไกลระดับโลก
  • House of Great Brands: พบกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภครุ่นใหม่ เพลิดเพลินไปกับเทคนิค Augmented Reality (AR) ให้ผู้เยี่ยมชมถ่ายรูปหรืออัดคลิปวิดีโอเล่นกับผลิตภัณฑ์จากหลากหลายประเทศ
  • The Original: พาไปสำรวจดินแดนก่อเกิดพลังของเครื่องดื่มกระทิงแดง (เรดบูล) เรียนรู้เรื่องราวที่สะท้อนเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นเครื่องดื่มให้พลังงานในแต่ละขวด ผ่านเทคนิคอินเทอร์แอ็กทิฟ เต็มอิ่มทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เพื่อเปิดมุมมองใหม่ต่อความเชื่อที่ว่า การดื่มเครื่องดื่มให้พลังงานส่งผลต่อสุขภาพ ผ่านข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องดื่มให้พลังงาน
  • Factory in Focus: เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเครื่องดื่มและระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานระดับสากล และทันสมัย
  • TCP Sustainability: ร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นผ่านกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกครอบคลุมเป้าหมายการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการจัดการน้ำยั่งยืน
  • World Record: ตื่นตาตื่นใจกับรถฟอร์มูล่าวัน ภาพประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของทีมรถแข่ง เรดบูล ฟอร์มูล่าวัน ขับโชว์บนถนนราชดำเนิน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ในปี พ.ศ. 2553
  • Legacy Shop: ช้อปปิงสินค้าที่ระลึก

นักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา และบุคคลทั่วไป สามารถเยี่ยมชม TCP Legacy Museum ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง
จ.ปราจีนบุรี (กดแผนที่เพื่อศึกษาเส้นทาง) เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 10:00 – 12:00 น. และ 14:00 – 16:00 น. ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ผู้สนใจสามารถสำรองวันที่เข้าชมล่วงหน้าได้ที่ https://tcp.com/about/tcp-legacy-museum/ รายละเอียดติดต่อ โทร. 037-239239 กด 0

TCP Legacy Museum อยู่ระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวไปยังเขาใหญ่ ที่เที่ยวต่างๆ ทั้งในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เช่น ฉะเชิงเทรา และนครนายก จึงเป็นอีกจุดท่องเที่ยวใหม่ที่สามารถเข้ามาแวะชมก่อนเดินทางต่อ และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจังหวัดปราจีนบุรี


เฮนดริกส์ จิน เปิดตัว HENDRICK’S GRAND CABARET ในประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอย! เฮนดริกส์ จิน เปิดตัวจินลิมิเต็ดอิดิชันรสชาติใหม่ นำความสวยงามแบบเฟื่องฟูมาสู่ประเทศไทย กับ Hendrick’s GRAND CABARET ความสร้างสรรค์สุดวิจิตรใหม่ล่าสุดจาก Cabinet of Curiosities แหล่งรวมนักฝัน ศิลปิน และจิตวิญญาณอิสระ โดยความสร้างสรรค์ในครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการดื่มเหล้าผลไม้ของชาวปารีสในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่พร้อมเชิญชวนนักล่าฝันทุกคนเข้ามาสู่เรื่องราวและประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสอันน่าหลงใหลและน่าจดจำ

การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้จัดขึ้นในแบบฉบับเฮนดริกส์อย่างแท้จริง ในรูปแบบงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิชีวาที่ร้านอาหาร AESOPS Bangkok ชูแนวคิด “Long Live to Maximalism” พร้อมการแสดงเต้นอันน่าหลงใหล ภายในบรรยากาศสุดรื่นเริงไร้ขีดจำกัด งานเปิดตัวในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มแฟชั่นชั้นนำ และกลุ่ม LGBTQA+ ที่มาร่วมความสนุกด้วยการแต่งตัวตามสไตล์ Maximalism เพื่อชิงรางวัล ‘Best Dressed Award’

เพื่อนำจิตวิญญาณของ Maximalism ออกมาให้มีชีวิตชีวามากขึ้น เฮนดริกส์ จิน ได้ร่วมมือกับศิลปินชื่อดังอย่าง ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา หรือ ‘Juli Baker and Summer ที่ร่วมออกแบบ Hendrick’s GRAND CABARET Salon ป๊อปอัพซาลอนอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับเฮนดริกส์ จิน และ Juli Baker and Summer ด้วยความโดดเด่นด้านสีสันแปลกตาตามสไตล์ของคุณป่าน ผนึกรวมกับความไม่ธรรมดาชวนฉงนของเฮนดริกส์ จิน และเพิ่มความมีชีวิตชีวาของฤดูร้อนด้วยความสดชื่นจากผลไม้เมล็ดแข็งที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก GRAND CABARET ทั้งหมดนี้จึงหล่อหลอมทำให้ป็อปอัพซาลอนสไตล์บาโรกที่นำเอาจิตวิญญาณความเป็น Maximalism กลับมามีชีวิต ทั้งยังยึดมั่นในปรัชญาแห่งความเยอะ (Maximalism Philosophy) ตามแบบฉบับ Hendrick’s GRAND CABARET อีกด้วย

ย้อนกลับไปสู่ดาวเด่นประจำงาน HENDRICK’S GRAND CABARET ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวานี้ นำเสนอรสชาติที่สดใส เข้มข้นและเย้ายวน โดย HENDRICK’S GRAND CABARET ถูกรังสรรค์มาเพื่อดึงดูดจิตวิญญาณอิสระที่แสวงหาความผ่อนคลาย แต่ยังคงความสดชื่นสำหรับการนัดพบปะอันรุ่งโรจน์ การเปิดตัว HENDRICK’S GRAND CABARET ในครั้งนี้นับเป็นการเปิดตัวที่ใหญ่ที่สุดของ Cabinet of Curiosities จากเฮนดริกส์ และจะวางจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

คุณ เลสลี่ เกรซี่ (Lesley Gracie) มาสเตอร์ ดิสติลเลอร์ยอดนักสร้างสรรค์ประจำ เฮนดริกส์ จิน ได้รับแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ HENDRICK’S GRAND CABARET หลังจากการอ่านเรื่องเหล้าจากผลไม้เมล็ดแข็งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในงานปาร์ตี้สุดเก๋ในกรุงปารีสช่วงต้นศตวรรษที่ 20 สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือบรั่นดีที่ผลิตจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ถูกเสิร์ฟมาพร้อมจินและอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ด้วยความหลงใหลในการทดลองผสมผสานผลไม้และพฤกษาศาสตร์ที่ไม่ธรรมดาในจินของคุณเลสลี่ นี่คือครั้งแรกที่ผลไม้เมล็ดแข็งถูกเลือกมาเป็นส่วนประกอบเพื่อคงรสชาติเข้มข้นของจินไว้ โดยคุณเลสลี่นำเอาผลไม้เมล็ดแข็งที่สุกงอมมาผสมกับสมุนไพรรสหอมหวานเพื่อให้ได้รสชาติความอร่อยที่หรูหราแต่ยังเบาบางจิบง่าย เหมาะกับการเพิ่มความสดชื่นในการพบปะสังสรรค์ตามสไตล์เฮนดริกส์ จิน

คุณ เลสลี่ เกรซี่ ยังกล่าวอีกว่า “ฉันมองหาแรงบันดาลใจอยู่เสมอและในครั้งนี้ฉันค้นพบมันเมื่อตอนที่ได้อ่านสูตรการปรุงเหล้าจากผลไม้เมล็ดแข็ง อย่าง eaux de vies เหล้าที่กลั่นจากผลไม้สุกชนิดต่าง ๆ รวมถึง พีช ชแนปส์ เชอร์รี่ลิเคียวร์ และอื่น ๆ อีกมากมายที่พาเราย้อนกลับไปในช่วงที่รสผลไม้เมล็ดแข็งเป็นตัวเลือกยอดฮิตในงานเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉันเลยลองหยิบเอาความน่าสนใจตรงนี้มาเล่นและได้พบว่าเมื่อเราเอารสชาติของผลไม้เมล็ดแข็งหลาย ๆ ชนิดมาผสมรวมกัน มันจะทำให้เราได้รสชาติที่เข้มข้น อีกทั้งยังได้ความรู้สึกที่สดชื่นเปล่งปลั่งและเบาสบาย และฉันก็ได้เติมสมุนไพรรสหวานที่จะช่วยดึงรสชาติของผลไม้ให้ออกมามากยิ่งขึ้น นี่คือครั้งแรกที่ฉันลองนำเอาผลไม้เมล็ดแข็งเข้ามาปรุงเฮนดริกส์ จิน ฉันรักที่จะเพิ่มมิติในรสชาติ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความสดชื่นในแบบของเฮนดริกส์เอาไว้”

คุณเชอร์เมน ทีโอ (Charmaine Thio) แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ เฮนดริกส์ จิน กล่าวเสริมว่า “ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบจินและเครื่องดื่มในประเทศไทย ที่จะได้ลิ้มรสผลงานชิ้นเอกทางพฤกษศาสตร์ชิ้นใหม่ล่าสุดจาก มาสเตอร์ ดิสติลเลอร์ ของเรา Hendrick’s GRAND CABARET ตัวใหม่นี้ มีความสดชื่น ชุ่มฉ่ำในมิติใหม่ พร้อมแอบแฝงไปด้วยเลเยอร์ของรสชาติที่ซับซ้อน สามารถจับคู่ง่าย ๆ กับโทนิคเพื่อดับกระหายและคลายร้อนในช่วงซัมเมอร์นี้ หรือลิ้มลองในเมนูสุดสดชื่นด้วยการผสม Hendrick’s GRAND CABARET เข้ากับชามะนาวเย็นและน้ำโซดาเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มความสดชื่นให้กับการเฉลิมฉลองในทุกช่วงเวลาและโอกาสพิเศษของคุณ”

ขวดบรรจุภัณฑ์ของ HENDRICK’S GRAND CABARET มาในเฉดสีม่วงโดดเด่นสะดุดตา อีกทั้งยังคงรูปร่างเหมือนขวดโพชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้รับการประดับประดาด้วยไอคอนที่ผสมผสานกันอย่างน่าทึ่ง อย่างโคมไฟระย้าสุดตระการตาที่สื่อถึงความหรูหรามากสิ่ง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จินรสใหม่นี้

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เฮนดริกส์ จิน จะร่วมมือกับร้านชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอ Hendrick’s GRAND CABARET ในเมนูสุดพิเศษที่มีความสร้างสรรค์พร้อมด้วยกลิ่นไอของความสนุกสนานตามแบบฉบับของ เฮนดริกส์ จิน ให้คุณได้ดื่มด่ำ

ข้อมูลเพิ่มเติม Instagram @hendricksgin

เปิดตัวพร้อมความปัง ประเดิมลุค Nicola Coughlan นางเอก Bridgerton ซีซั่น 3

ประเดิมลุคก่อนลงจอ ส่องเดรส Nicola Coughlan นางเอก Bridgerton ซีซั่น 3

ยิ่งใกล้วันออนแอร์ก็เริ่มตื่นเต้นไปใหญ่กับซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ‘Bridgerton’ ที่ เดินทางมาถึงซีซั่น 3 แล้ว โดยเรื่องราวเสนอความรักในสังคมชั้นสูงที่มี ‘เพเนโลปี้’ เป็นตัวละครหลัก ซึ่งครั้งนี้ได้ Nicola Coughlan มาร่วมแสดง ที่เรียกว่าเธอก็สามารถตกหัวใจคนดูไปได้ตั้งแต่ภาคแรก

แน่นอนว่าเมื่อ Bridgerton SS3 กำลังจะออนแอร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทีมนักแสดงก็เริ่มโปรโมทกันอย่างเต็มที่ ล่าสุดในรอบพรีเมียร์ ณ นิวยอร์ก ทุกคนต่างมาร่วมงานในลุคจัดเต็ม เตรียมตัวรับความปังของกระแสซีซั่นนี้ โดยเฉพาะเดาวเด่นอย่าง Nicola Coughlan ที่ปรากฏตัวในเดรสเปิดไหล่สีขาวดีไซน์โมเดิร์นจาก Danielle Frankel ที่แบรนด์ customize ขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ ยิ่งแมตช์กับเมคอัพปากแดงแล้ว ลุคนี้ยิ่งโดดเด่นขึ้นสุดๆ


ภาพ: Instagram @bridgertonnetflix

กลับมาแล้ว! Big Bad Wolf Books เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษสุดยิ่งใหญ่ เริ่ม 23 พ.ค. – 4 มิ.ย.นี้

กลับมาอีกครั้งกับ Big Bad Wolf Books เทศกาลหนังสือที่ครองใจผู้คนทั่วโลก ที่ถือกำเนิดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า หนังสือที่ดีสามารถเปลี่ยนชีวิตและโลกให้ดีขึ้นได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษที่รวบรวมหนังสือจากสำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกพร้อมส่วนลดมากถึง 95% และในปีสุดพิเศษนี้ที่ Big Bad Wolf Books ครบรอบ 15 ปี จึงถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และจัดเต็มแบบที่ไม่ควรพลาดด้วยกองทัพหนังสือภาษาอังกฤษมากกว่า 2 ล้านเล่ม! พร้อมส่วนลดสูงสุด 95% ครอบคลุมทุกความสนใจสำหรับทุกคน ได้แก่ หนังสือเด็ก หนังสือการ์ตูน นิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมคลาสสิก หนังสือธุรกิจ หนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือดีไซน์ หนังสือแต่งบ้าน หนังสือรถ หนังสือแฟชั่น หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือวิทยาศาสตร์นวัตกรรม หนังสือทำอาหาร หนังสือท่องเที่ยว หนังสือภาพ หนังสือสะสมหายาก และอื่นๆ อีกมากมาย   

พลาดไม่ได้! กับโปรโมชันพิเศษแบบจัดเต็ม ได้แก่ ส่วนลดสุดพิเศษสูงสุดถึง 95% ในราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาท และโปรพิเศษ “ซื้อ 5 เล่ม แถมฟรี 1 เล่ม” และกิจกรรม “Gamify with BBW” เพียงซื้อหนังสือจากหมวดหมู่พิเศษ ตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรส่วนลดใช้แทนเงินสดมูลค่า 50 – 500 บาท สำหรับใช้ในครั้งถัดไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การซื้อหนังสือให้สนุกสนานมากขึ้น

ร่วมผจญภัยในดินแดนหมาป่าที่ Big Bad Wolf Books ที่จะเติมเต็มแรงบันดาลใจผ่านหนังสือภาษาอังกฤษราคาสุดพิเศษกว่า 2 ล้านเล่ม! ได้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2567 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน ที่ The Market Bangkok ราชประสงค์ เดินทางสะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถยนต์

ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมดีๆ ของ Big Bad Wolf Books ได้จากช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งเฟสบุ๊ก www.facebook.com/bbwbooksthailand  และอินสตาแกรม @bigbadwolfbooks_th

เพื่อไม่ให้พลาดมหกรรมหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก! ล็อกคิวให้พร้อมแล้วพบกัน!

ชุดไทยสุดคิวต์

ชุดไทยสุดคิวต์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงดิสนีย์ สโนว์ไวท์

ส่องดีเทล ชุดไทยสุดคิวต์ ของเจ้าสาว แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงดิสนีย์ สโนว์ไวท์

เรียกว่าสวยสะกดสายตาจริงๆ สำหรับเจ้าสาวแสนสวย แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย นางร้ายที่หลายคนรักที่ล่าสุดเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มทายาทเจ้าของโรงพยาบาล พีท-กันตพร หาญพาณิชย์ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

โดยหนึ่งในชุดแต่งงานที่สวยจนเป็นที่พูดถึงก็คือชุดหมั้นแบบเทรดิชันนอล ที่ทั้งสีและแพทเทิร์นหวานละมุนจึ้งขับสวยออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับชุดหมั้นนี้ออกแบบโดย Milan Wedding ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระจกวิเศษจาก Traditional Tale เรื่อง “สโนไวท์”เป็นชุดทรงประยุกต์นุ่งห่มสด สี Peach Fuzz ตัวเสื้อเป็นโค้งอกรูปหัวใจ ตัดเย็บด้วยลูกไม้ฝรั่งเศสประดับเพชร เพื่อความเรียบหรูและสง่างาม ในส่วนของระบายแขนผสมผสานความโมเดิร์น เน้นความทันสมัยและแตกต่าง ตัวเสื้อ ชิ้นสไบ และผ้าซิ่นปักประดับด้วยเลื่อมลูกปัดสีพีช, สีเงิน, และสีพิ้งโกลด์ เพื่อเพิ่มความละมุน หรูหรา ให้กับเจ้าสาวผู้สวมใส่ เจ้าสาวดูงดงามอ่อนหวานมากๆ

ชุดไทยสุดคิวต์
ชุดไทยสุดคิวต์

“แน๊ก-ชาลี” แทคทีม “น้องอาเธอร์” ร่วมบุกป่าผจญภัยดินแดนสัตว์ ในงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK ท่องโลกมหัศจรรย์ ชีวิตสัตว์แปลกแดนโบราณ”

กลับมาอีกครั้ง กับงานดีๆในช่วงปิดเทอม เดอะมอลล์ กรุ๊ป  ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม , กรมป่าไม้ , องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ , สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร , บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (เอ็กโซติค) จัดงาน  “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK ท่องโลกมหัศจรรย์ ชีวิตสัตว์แปลกแดนโบราณ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชวนทุกครอบครัว และเหล่าคนรักสัตว์ ผจญภัยสำรวจดินแดนของสัตว์หลากสายพันธุ์ และสัตว์พิเศษหาชมยากกว่า 300 ชีวิตในเมืองโบราณ  งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

พิธีเปิดงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค โดยได้ แน็ก-ชาลี ดาราหนุ่มฮอตในโลกโซเชียล แทคทีมหลานรัก น้องอาเธอร์ มาร่วมผจญภัยและร่วมกิจกรรมสร้างสีสันและรอยยิ้มภายในงาน โดยมี คุณศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม , คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรพันธมิตรร่วมงานอย่างคับคั่ง 

ในปีนี้ พบกับไฮไลท์สัตว์ Exotic สัตว์พิเศษที่หาชมยาก อาทิ ครั้งแรกในไทยกับ แพะแคชเมียร์ (CASHMERE GOAT) แพะโบราณ, แกะจาคอป (JACOB SHEEP) แกะโบราณ, นกยูงอินเดีย (INDIAN PEAFOWL) นกที่สวยงามและสง่างามที่สุดของโลก และเป็นราชินีของนก , กบบัดเจท (BUDGETT’S FROG) กบจอมกรีดร้อง หรือ กบฮิปโป , กิ้งก่าเคแมน(CAIMAN LIZARD) กิ้งก่าพื้นเมืองจากทวีปอเมริกาใต้ ภายในงาน  ได้จำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงสำหรับสัตว์นานาชนิดพร้อมให้ความรู้การเลี้ยงสัตว์พิเศษ และสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี  โดยแบ่งโซนสัตว์พิเศษเป็น  4 โซน

1.          โซนสัตว์บก

2.         โซนสัตว์ปีก

3.         โซนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

4.         โซนสัตว์เลื้อยคลาน

ผจญภัยในดินแดนของสัตว์หลากสายพันธุ์ และสัตว์พิเศษหาชมยากกว่า 300 ชีวิต กับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK ท่องโลกมหัศจรรย์ ชีวิตสัตว์แปลกแดนโบราณ” ครั้งแรกในไทย งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค สามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี!!! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook The Mall Thailand และ MCC Hall 

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน เผยตัวเลขผลลัพธ์เชิงบวก จากความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม โรงแรมแห่งแรกของโลกที่ได้การรับรองมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน (ISO 20121)

ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel) เป็นโรงแรมแห่งแรกของโลกที่ได้การรับรองมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน (ISO 20121) มาตั้งแต่ปี 2013

ความสำเร็จและความมุ่งมั่นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้โรงแรม ดิ แอทธินีฯ ก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำในการกำหนดมาตรฐานแนวทางการปฏิบัติในอุตสาหกรรมงานบริการที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมริเริ่มโครงการต่าง ๆ อีกมากมายเพื่อแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าการมอบงานบริการระดับลักซ์ชูรีก็สามารถทำไปควบคู่กันกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และยังสร้างมีเป้าหมายให้โรงแรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกในอนาคต

และต่อไปนี้เป็นตัวเลขของความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกซึ่งเกิดขึ้นจริงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความตั้งใจของบุคลากรในโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างสังคมให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมในทศวรรษถัดไป

ฝีมือคนไทย ในเมืองไทย 100 เปอร์เซ็นต์

แม้ห้องพักจะผ่านการปรับปรุงมาจนงามสง่า แต่รู้ไหมว่าวัสดุหลายชิ้นในห้องเป็นการรีไซเคิลจากเฟอร์นิเจอร์เก่าให้กลับมาในรูปแบบใหม่จนแทบจำไม่ได้ ซึ่งช่วยลดการทิ้งขยะ และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า แม้แต่หัวเตียงเก่าที่ดูนำไปทำอย่างอื่นไม่ได้ โรงแรมฯ ก็ออกแบบดีไซน์ใหม่ และส่งต่อให้ช่างไม้ชาวไทยแปลงโฉมเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้ง โดยกระบวนการรีไซเคิลทั้งหมดนั้นทำในประเทศไทยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

ข้าวจากชาวนาไทย 3 ตันต่อเดือน

โรงแรมฯ ซื้อข้าวหอมมะลิออร์แกนิกโดยตรงจากชาวนาในจังหวัดอำนาจเจริญประมาณ 3 ตันต่อเดือน ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถประกันรายได้ และช่วยเหลือเกษตรกรท้องถิ่นเพราะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงมั่นใจได้เลยว่าผู้รับประทานข้าวหอมมะลิออร์แกนิกที่โรงแรมฯ จะได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างเต็มที่ โดยข้าวหอมมะลิออร์แกนิกจะเสิร์ฟทั้งในร้านอาหาร งานจัดเลี้ยงต่าง ๆ รวมถึงในห้องอาหารของพนักงานโรงแรมด้วย

วัตถุดิบจากประเทศไทย 85 เปอร์เซ็นต์

โรงแรมฯ ได้ทำงานร่วมกับสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA) อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดหาวัตถุดิบจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองโดยไม่ต้องผ่านผู้ค้าส่ง สร้างราคามาตรฐานที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิต สร้างความมั่นใจให้กับชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งผู้บริโภคในโรงแรมฯ ยังได้รับประทานอาหารสดใหม่ และดีต่อสุขภาพในทุกวัน โดยร้อยละ 85 ของวัตถุดิบที่ใช้ในร้านอาหารไทย เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) คือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ส่งตรงจากเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะผักและผลไม้ตามฤดูกาลซึ่งเชฟใช้เพื่อสร้างสรรค์ให้อาหารไทยแต่ละจานมีรสชาติที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ลดขยะให้เป็น 0

โรงแรมฯ มีโครงการริเริ่มที่ชื่อ Food Rescue โดยนำเศษอาหารในครัวไปใช้ต่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ เศษผลไม้จากการตัดแต่งจะนำไปทำเป็นแยมและน้ำส้มสายชู กระดูกจะนำไปต้มเป็นน้ำซุป เปลือกอาหารทะเลจะนำไปบดและกลายเป็นส่วนผสมของอาหารไก่ หรือเปลือกผักและผลไม้ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นน้ำยาทำความสะอาดประสิทธิภาพสูง เป็นต้น โรงแรมฯ ยังได้ร่วมมือกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) โดยกระจายอาหารส่วนเกินทั้งจากห้องอาหาร เรน ทรี คาเฟ่ และจากการประชุมต่าง ๆ ไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่ง

ลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 87.1% เปอร์เซ็นต์

โรงแรมฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟแบบเดิมให้เป็นหลอดไฟแบบแอลอีดี (LED) ทั้งในห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง ห้องประชุม และส่วนอื่น ๆ โดยหลอดไฟแบบแอลอีดีที่นำมาทดแทนนั้นมีประสิทธิภาพในการสร้างแสงสว่างที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้สูงถึง 87.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการใช้หลอดไฟแบบเดิม

ลดการปล่อยน้ำเสียได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

โรงแรมฯ ตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า โดยใส่ใจกับการบำบัดน้ำเสียสำหรับนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งเพื่อปกป้องแหล่งน้ำซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจะนำกลับมาใช้ใหม่ใน หอระบายน้ำเย็น (Cooling Tower) เพื่อระบายความร้อนในเครื่องจักร ซึ่งส่งผลให้โรงแรมฯ สามารถลดการปล่อยน้ำเสียได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

ลดการใช้หลอดกว่า 275,000 ชิ้น

ในปี 2012 โรงแรมฯ ใช้หลอดพลาสติกไปทั้งสิ้น 275,000 ชิ้น ซึ่งเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดพลาสติกยังเป็น 1 ใน 10 ของขยะที่พบมากสุดในมหาสมุทร โรงแรมฯ ได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนี้ และค่อย ๆ เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษจนสามารถแทนที่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันปริมาณการใช้หลอดกระดาษยังลดลงถึง 75.4% เมื่อเทียบกับปี 2015 เพราะโรงแรมฯ มีนโยบายมอบหลอดให้กับผู้ที่ร้องขอเท่านั้น

รีไซเคิลดอกไม้ จากการใช้ใน 200 งานต่อปี

โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล ได้รับความไว้วางใจให้จัดงานสำคัญทั้งการแต่งงาน และการประชุมสัมมนาเกือบ 200 งานต่อปี เพื่อทำให้ทุกการจัดงานมีความหมายยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่โรงแรมจะนำดอกไม้ซึ่งผ่านการใช้งานแล้วมาทำเป็น บุหงารำไป หรือการนำดอกไม้สดไปตากแห้งแล้วพรมด้วยน้ำมันหอมระเหย ซึ่งถือเป็นการรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้เข้าพักสามารถพบบุหงารำไปได้ทั้งในห้องพักและโถงทางเดิน โดนกลิ่นหอมจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และยังเป็นความหอมที่ปราศจากสารเคมี ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวเลขส่วนหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจริง โดยโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ยังคงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และดำเนินโครงการริเริ่มต่าง ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืน ความทุ่มเทจากทุกภาคส่วนเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ร่วม ที่นอกจากจะสร้างประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับผู้มาใช้บริการแล้ว ยังคำนึงถึงความยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย


‘หัวใจยังซวนเซ เพราะแฟนเก่าตามมาวอแวจนวุ่นวาย จะใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!! ดวงรายสัปดาห์ 13-19 พฤษภาคม 2567

‘หัวใจยังซวนเซ แฟนเก่าตามมาวอแว จะใช่คุณไหม??’

ดวงรายสัปดาห์ 13-19 พฤษภาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   อย่าเพิ่งตกใจ หากสัปดาห์นี้จะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาวุ่นวายกับการทำงานมากมายเหลือเกิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับศิลปะ ศิลปิน ความสวยความงาม วงการบันเทิง นักเขียน นักข่าว ฯลฯ ก็อย่าเพิ่งรีบถอดใจกันไปก่อนล่ะ เพราะจากทักษะความรู้ความสามารถ ฝีไม้ลายมือ การเรียนรู้งาน รวมถึงความเป็นผู้นำของคุณ ไม่ใช่แค่เอาอยู่ แต่สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างชื่อเสียงให้กับผลงานตัวเองได้เนียนๆ เลย  

การเงิน  :   หากคุณกำลังเดือดร้อนถึงขั้นชักเนื้อ หรือต้องกู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองเศรษฐกิจในครัวเรือน สัปดาห์นี้ก็น่าจะพอหายใจได้คล่องขึ้น งานจะสร้างรายได้ที่ดีให้ แต่หากเป็นไปได้ควรทำคนเดียวดีกว่าร่วมหุ้นกับคนอื่น หรือจะลองเสี่ยงโชคไว้บ้างก็ดีนะ  

ความรัก  :   จะบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคู่ครอง สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องความคิดขัดแย้งกันรุนแรง หรือหากกำลังอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ควรทำใจให้หนักแน่น ค่อยๆ ปรับความเข้าใจกัน เพราะใดๆ นั้นอยู่บนพื้นฐานของความรักนั่นเอง  คนโสด สัปดาห์นี้คุณจะเนื้อหอม มีคนทักไลน์รัวๆ แต่จะเลือกใครควรพิจารณาให้ดี เพราะเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะเข้าไปยุ่งกับสัมพันธ์สวาท ซับซ้อนซ่อนรัก สุดท้ายแล้วมีโอกาสที่คุยกันไม่ลงตัว

สุขภาพ  :  หากสัปดาห์นี้มีโอกาสเดินทางออกนอกพื้นที่ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของความสะอาดให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร เพราะมีโอกาสที่คุณจะรับประทานอาหารปนเปื้อน ทั้งสารเคมี และเชื้อโรค รวมถึงรับประทานเยอะ จนน้ำหนักขึ้น

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับชาวจันทร์สัปดาห์นี้ เริ่มต้นด้วยความสำเร็จนะคะ หากวางแผนหรือวางโครงการอะไรไว้จัดไปเลยค่ะ ซึ่งสัปดาห์นี้คุณจะโดดเด่นในเรื่องความบู๊ห้าวหาญ เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน กล้าได้กล้าเสีย ดุดัน โผงผาง เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสสูงมากที่คุณจะได้ลุยงานใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจในครอบครัวตัวเอง หรือของเพื่อน คนรัก คู่ครอง คนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหาย ถึงอย่างไรควรวางแผนให้ดี เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็ว รวมถึงการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :  นั่นไง ขยับตัวนิดเดียวเงินก็เข้ามาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากการลงทุน และความเสี่ยงเพราะคุณชอบความท้าทาย ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้รับเงินพิเศษจากธุรกิจของครอบครัวด้วย ก็เก็บๆ เงินไว้ด้วยนะคะ เพราะคุณยังมีอารมณ์ใช้เงินเกินงบอยู่   

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าความเป็นผู้นำจะสิงอยู่ในตัวคุณมากมาย  ดังนั้น ตามสไตล์ของหญิงแกร่งก็จะไม่ค่อยอ่อนหวานเท่าไหร่ รวมถึงพลังเสน่ห์ที่ก็ไม่อ่อนเช่นกัน เรียกว่าจัดมาจุกๆ เลยทีเดียว คนโสด  เช่นกัน สัปดาห์นี้คุณมีพลังทางเพศสูงมาก เรียกว่าพบใครนี่คือจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย แล้วไม่แคร์ด้วยสิว่าเขาจะมีแฟนอยู่หรือเปล่า  

สุขภาพ  :   คุณพลังเยอะก็จริง แต่ก็อย่าประมาท โหมงานหนักติดต่อกัน เพราะสัปดาห์นี้มีโอกาสวูบกลางอากาศได้โดยไม่รู้ตัว สาเหตุจากเลือดน้อยหรือไหลเวียนไม่ดี ดังนั้น ควรรับประทานผักผลไม้ อาหารเสริม รวมถึงวิตามินที่จะช่วยบำรุงเลือด

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารก็เป็นอีกหนึ่งดวงที่มีโอกาสเริ่มต้นสัปดาห์อย่างดีงามนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ ห้างร้าน รวมถึงผู้ที่ทำงานทางด้านช่าง นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า ทดลอง วิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคม ที่เกี่ยวกับการเกษตร พืชสวน ศิลปวัฒนธรรม หรือสินค้าโอทอป มีโอกาสที่ผลงานของคุณจะประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

การเงิน  :   ต้องเรียกว่ายิ่งให้ยิ่งได้ หากคุณกำลังสร้างสรรค์งานเพื่อสังคมส่วนรวม โดยไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนตัว สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะได้ทั้งเงินและกล่องเลยทีเดียว เป็นไปได้ว่าจะมา 2 ทาง จะมีจ็อบดีๆ ที่เกี่ยวกับที่ดิน เข้ามาให้คุณทำเพิ่มจากงานประจำด้วย

ความรัก  :  หากความสัมพันธ์ยังระหองระแหงกันอยู่ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่ไม่ใช่แค่ดี แต่จะดีที่สุด ทั้งคุณเองก็ปรับตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือน ดูแลครอบครัวมากขึ้น ส่วนคู่ครองเป็นไปได้ว่าจะบอกรักคุณบ่อยขึ้น มีแอบทำเซอร์ไพร์สให้กันด้วยน้า…คนโสด  หากคุณกำลังอยู่ในช่วงดูใจ บูชาความซื่อสัตย์จริงใจเป็นอันดับหนึ่ง สัปดาห์นี้ไม่ผิดหวัง เพราะคนๆ นั้นคือคนที่ใช่  

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้วนะออเจ้า หากทำงานที่ต้องนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ ก็ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เพราะเป็นไปได้ว่าจะปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ ร้าวมาถึงหลัง ทางที่ดีก็ควรใช้บริการนวดคลายเส้นบ้าง หรือไม่ก็พยายามยืดเส้นบ่อยๆ  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :  จริงๆ แล้วคุณมีปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ สามารถเรียนรู้งานได้เร็ว มีความรับผิดชอบเป็นที่ไว้วางใจของเจ้านายและหัวหน้างาน จนทุกคน รวมถึงคนใกล้ชิดส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้เลย แต่ทำไม๊ทำไม สุดท้ายแล้วสัปดาห์นี้คุณก็ยังไม่หลุดจากที่นั่งที่เจ้านายหรือหัวหน้างานมองไม่เห็นผลงาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานหรือร่วมหุ้นก็มีโอกาสชิงลาออก ทิ้งงานไปโดยไม่บอกล่วงหน้า เพราะฉะนั้นจึงควรนิ่งไว้ก่อน ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดี หากเป็นไปได้อย่าเพิ่งรับงานใหม่   

การเงิน  :   จริงๆ สัปดาห์นี้มีโอกาสได้รับทรัพย์จากผู้ใหญ่ที่ตอบแทนความขยันทำงานของคุณ ก็ไม่ควรใจอ่อน เพราะคุณยังมีโอกาสสูญเงินให้กับคนใกล้ชิด คนรัก อย่างเต็มใจด้วยสิ  

ความรัก  :   ใจไม่นิ่งเลยนะคะสัปดาห์นี้ เดี๋ยวก็อยากอยู่บ้านหวานๆ กับคู่ครอง แต่เดี๋ยวก็เบื่อ ไม่อยากเห็นหน้าแล้วล่ะ ทางที่ดีอย่าคิดดังนะคะ เพราะสุดท้ายแล้วคุณจะเป็นฝ่ายโหยหามากกว่าเขาโหยหาคุณ  คนโสด  สำหรับผู้ที่เคยอกหักมาแล้ว สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะเริ่มต้นใหม่ แต่หากรู้สึกเหมือนจะเบื่อๆ อยากๆ นั่นเป็นเพราะคนๆ นั้นไม่เหมาะสมกับคุณก็ได้

 สุขภาพ  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะรับประทานมากกว่าปกติ และก็เป็นไปได้ว่า ไม่น่าจะเพราะเอ็นจอย แต่เพื่อบำบัดความเครียดและความเหงามากกว่า นอกจากนั้นยังต้องระวังประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะมาจากมดลูกมีปัญหา

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลป์ นักประพันธ์ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย ฯลฯ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ใหญ่ให้ทำงานใหม่ๆ หรือฝากงานให้ จริงๆ แล้วเพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย ณ ที่ๆ นั้นก็เมตตาเอ็นดูคุณอยู่ไม่น้อย แต่เป็นไปได้ว่า จะมีอุปสรรคและปัญหาเข้ามาให้คุณได้พิสูจน์ตัวเอง ซึ่งหากคุณอดทนได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้มค่า

การเงิน  :  หากคุณกำลังยุ่งอยู่กับงานเทาเงินเทา ก็ต้องบอกเลยว่า สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะพลาดพลั้งถูกคนอื่นหลอก แล้วจะเสียชื่อเสียงด้วย

ความรัก  :   จะว่าไปคุณก็ได้คู่ครองที่ดูแลกันอย่างดี เป็นเหมือนคู่ทุกข์คู่ยาก คู่เวรคู่กรรม ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไรก็ยังอยู่ด้วยกัน ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะมีปัจจัยภายนอกมาก่อกวนคุณ เป็นไปได้ว่าจะมีสาเหตุมาจากผู้ใหญ่ คนโสดมีโอกาสที่หัวใจจะยังซวนเซอยู่นะคะ สัปดาห์นี้ว่าด้วยเรื่องแฟนเก่าที่จะกลับมาวอแว แล้วเข้ามาทางผู้ใหญ่ด้วยสิ  

สุขภาพ   :   ต้องระวังเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวกจนมีความเสี่ยงที่จะวูบกลางอากาศได้เลย ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงอาการบาดเจ็บ หกล้ม ขาแพลง ฯลฯ นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่สุกๆ ดิบๆ หมักดอง รสจัด เพราะมีโอกาสที่อาหารจะเป็นพิษ ท้องเสีย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือธุรกิจทางด้านสาธารณะประโยชน์ สาธารณกุศล มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ ฯลฯ ซึ่งจะประสบความสำเร็จเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการเจรจาของคุณ ไม่ว่าจะทั้งต่อรอง ติดต่อประสานงาน หรือประนีประนอม

การเงิน  :  มีโอกาสที่งานสีเทาจะสร้างรายได้ให้ก้อนโต  แต่ภายในสัปดาห์นี้มีความเป็นไปได้ที่คุณจะหมดเงินไปกับการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสแบ่งไปทำบุญและบริจาคให้กับสังคมด้วย   

ความรัก :   หากใครที่กำลังอ่อนใจกับพฤติกรรมของคู่ครอง เช่น เจ้าชู้ เป็นนักรักท่องราตรี สัปดาห์นี้คุณจะเริ่มวางใจขึ้น เพราะเป็นไปได้ว่าเขาจะกลับมาเป็นพ่อบ้านที่น่ารัก ช่วยคุณเคลียร์ปัญหาในบ้าน คอยรับฟังสารทุกข์สุขดิบของสมาชิกในบ้าน  คนโสด  อย่าเหงาบ่อยนักนะคะ เพราะสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้วได้ง่ายมาก  

สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีคิวงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ชุกมาก ทั้งเรื่องงานและส่วนตัว จึงควรระวังการดื่มและการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้น แล้วจะส่งผลกับเข่า ทำให้มีปัญหาตามมา หรือหากใครมีกิจกรรมที่ต้องยืนหรือเดินเยอะๆ ก็ต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยงที่จะปวดขึ้นมาถึงสะโพกลงไปเลย   

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับชาวเสาร์เริ่มต้นสัปดาห์แบบเชือดเฉือนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครที่กำลังมีโครงการโยกย้ายไปทำธุรกิจหรือทำงาน หรืออบรม เทรนงาน ขยายสาขาที่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ต้องบอกว่า ให้ระวังเพื่อนร่วมงานให้ดี เพราะพวกเขาจ้องจะแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่ จนมีโอกาสที่เจ้านายจะมองข้ามศีรษะคุณไป หรือเพื่อนที่วางใจที่สุดก็ชิงลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จนเป็นไปได้ที่คุณจะกระเด็นไปอยู่ในที่ที่ไม่อยากไป

การเงิน  :   หากจะเดินทางไปเจรจาเรื่องผลประโยชน์ สัปดาห์นี้ควรชะลอไว้ก่อน เพราะมีโอกาสขัดประโยชน์กันสูง นอกจากนั้นยังทวงหนี้ไม่ได้ ทรัพย์สินถูกขโมย ที่ร้ายกว่านั้นคือ มีความเสี่ยงที่คุณจะเสียเงินให้กับคนใกล้ชิดหรือคนรักด้วยความเต็มใจ

ความรัก  :  ปลงไม่ได้แล้ว มาหยามกันให้เห็นตัวเป็นๆ แบบนี้ สัปดาห์นี้หากใครกำลังรอคู่ครองเดินทางกลับมาจากต่างแดน ก็ควรทำใจไว้หน่อย เพราะมีความเสี่ยงที่เขาจะพาใครมาด้วยอีกคน  คนโสด สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีเกณฑ์เดินทางไกลนะคะ ก็ต้องระวังคนที่อยู่ข้างหลังไว้ให้ดี เพราะเป็นไปได้ว่าเขาจะเหงามากจนต้องหาคนอื่นมากอดแทนคุณ  

สุขภาพ   :   ปล่อยวางค่ะ หากเขาไม่ใช่ของเราก็ไม่ใช่อยู่ดี ทุกข์ไปก็เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ซึ่งสัปดาห์นี้คุณมีความเสี่ยงที่จะไปถึงขั้นซึมเศร้า ส่วนทางกาย ระบบย่อยอาหารก็จะแปรปรวน อาหารไม่ย่อย มีโอกาสที่โรคกระเพาะและลำไส้จะถามหา