เลอซาช่า บรัช ทู โก

คิวรอน เปิดตัว “เลอซาช่า บรัช ทู โก” หวีไฟฟ้าไร้สาย นวัตกรรมใหม่เครื่องแรกในไทย

นอร์แมน กอว์ กรรมการผู้จัดการ และ เดชฤทธิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวรอน จำกัด ผู้นำนวัตกรรมอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมและความงาม จัดงานเปิดตัว “หวีไฟฟ้าไร้สาย เลอซาช่า บรัช ทู โก” สวยไร้สาย ทุกที่ ทุกเวลา ผลิตภัณฑ์ตัวแรกแห่งปี 2018 ของเลอซาช่า นวัตกรรมใหม่ล่าสุดเครื่องแรกของประเทศไทย ในธีม “ทราเวลทูโก” ซึ่งไฮไลท์ของงานได้เปิดตัวนางเอกสาว ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ พรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของเลอซาช่า โดยมีคู่ค้า ศิลปินดารา เซเลบริตี้ ดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าชั้นนำ และแฮร์สไตล์ลิสชื่อดัง มาร์ค ธาวิน พี เซียวตง ให้เกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซา บางกอก

คิวรอน เปิดตัว “เลอซาช่า บรัช ทู โก” หวีไฟฟ้าไร้สาย นวัตกรรมใหม่เครื่องแรกในไทย

ล้ำขั้นสุดแห่งปี 2018 กับนวัตกรรม “ความสวยไร้สาย…ทุกที่ทุกเวลา” โดย  LESASHA (เลอซาช่า) แบรนด์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมอันดับ 1 ของเมืองไทย ที่จะเปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ในชั่วพริบตากับ “หวีไฟฟ้าไร้สาย  LESASHA Brush 2GO” (เลอซาช่า บรัช ทู โก) ที่ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB โดยไม่ต้องเพิ่งปลั๊กอีกต่อไป และยังสามารถให้ความร้อนได้ถึง 200 องศา ขนาดกะทัดรัดพอเหมาะ มีน้ำหนักที่เบาเพียงแค่ 160 กรัม พกพาง่ายสะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเนรมิตทรงผม ไม่ว่าจะผมตรง ผมลอน ยกวอลลุ่ม ให้ผมคุณสวยเป๊ะได้ตลอดเวลากับหวีไฟฟ้าไร้สายตัวนี้ บอกเลยว่า  LESASHA Brush 2GO จะกลายเป็นของที่ต้องมีในกระเป๋าคุณ

ร่วมพิสูจน์ความสวยไร้สาย ทุกที่ทุกเวลากับ “หวีไฟฟ้าไร้สาย  LESASHA Brush 2GO” (เลอซาช่า บรัช ทู โก) ในราคา 1,790 บาท  มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป เซ็นทรัล โรบินสัน เดอะมอลล์ โลตัส บิ๊กซี อีฟแอนด์บอย และช่องทางออนไลน์ Shoppee หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-7360303

เติมความสดใสให้ชีวิตคู่ ด้วย 6 ไอเดียเดทสุดสดชื่น!

คู่รักที่คบกันมานานๆ ผ่านมาหลายปีเข้า อย่าปล่อยให้ความรักจืดจางนะคะ วันนี้ แพรว wedding เรามีกิจกรรม เดท เจ๋งๆมาแนะนำให้ทุกคนได้กระชับความสัมพันธ์กันอีกครั้งค่ะ ว่าแต่จะมีอะไรที่พอจะโดนใจคุณๆกันบ้าง ลองไปดูกันเลย 😉

 

1.ไปสถานที่ที่เดทกันครั้งแรก

เดท

ย้อนวันไปในเดทแรก ให้ได้หวนรำลึกถึงความรู้สึกวันนั้นอีกครั้ง ความเขินอายและประหม่าของทั้งคู่ พูดถึงความหลังกันและขำไปพร้อมกัน น่ารักจะตายไป

2.ไปดูการแข่งกีฬา

เดท

เข้าทางคุณผู้ชายเลยทีเดียว จองตั๋วไปชมกีฬากันแบบติดขอบสนาม ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และกระชับความสัมพันธ์อีกต่างหาก

3.ทำอาหารร่วมกัน

เดท

หาสูตรเมนูที่ต้องการ เดินเลือกซื้อวัตถุดิบ ผูกผ้ากันเปื้อนให้กัน ช่วยกันหั่น ช่วยกันทำ ผลัดกันชิม ก็เป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่ดี และทำให้เห็นว่าทั้งคู่สามารถทำงานเป็นทีมได้อย่างดี

4.ดูหนังมาราธอน

เดท

วันหยุดยาวๆ ใช้เวลาดูหนัง ดูซีรีย์แบบมาราธอนด้วยกัน หาป๊อบคอร์นมาทานด้วยกัน อบอุ่นอย่าบอกใคร ใครเผลอหลับก็ไม่ต้องเคืองกันล่ะ

5.ตระเวนชิมไวน์และเบียร์ที่ร้านดัง

เดท

ใช้เวลาคืนวันศุกร์และวันเสาร์ ไปกับการชิมไวน์จากร้านดังๆ หรือจะไปนั่งดื่มเบียร์ให้อิ่มบรรยากาศ พร้อมเสียงดนตรีเบาๆ พูดคุยกัน อย่ามัวแต่จับมือถือจนลืมจับมือคนข้างๆ ล่ะ

6.ไปดูคอนเสิร์ต

เดท

จูงมือกันไปฟังดนตรีสด หรือจัดชุดใหญ่กับคอนเสิร์ตศิลปินคนโปรดของคุณทั้งคู่ จะชวนคู่เพื่อนๆ ไปด้วยกันเป็นเดทคู่ก็ได้ ได้เต้นด้วยกัน เหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นสมัยจีบกันใหม่ๆอีกครั้งไงคะ

 

cr : cosmopolitan.com, independent.co.uk, bustle.com, wisebread.com, mprnews.org

บ่าวสาวแต่งงานหน้าฝน มาดู น้ำหอม ใหม่ ที่เหมาะกับอากาศช่วงนี้ฝุดๆ

งานแต่งงานหน้าฝนสุดโรแมนติกและชุ่มฉ่ำ มี น้ำหอม ใหม่ กลิ่นไหนที่เข้ากับบรรยากาศช่วงนี้สุดๆ เราเลือกมาให้แล้ว

แต่งงานหน้าฝนใครว่าไม่ดีล่ะ นอกจากบรรยากาศจะชุ่มฉ่ำสุดโรแมนติก อากาศยังไม่ร้อนอีกด้วย เหล่าว่าที่บ่าวสาวที่จัดงานแต่งงานในช่วงนี้จึงมักจะหลีกเลี่ยงการจัดงานกลางแจ้งหรือเอ้าดอร์ เน้นจัดงานในร่ม ไม่ว่าจะเป็นห้องบอลรูมในโรงแรมหรือร้านอาหาร น้ำหอม ที่ออกใหม่ในช่วงฤดูร้อน ไปจนถึงฤดูฝนนี้จึงเน้นแรงบันดาลใจที่มาจากความสดชื่นของอากาศ รวมทั้งส่วนผสมจาก ผลไม้ และดอกไม้ที่กำลังผลิบานในช่วงเวลาเหล่านี้ เหล่าว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่กำลังจัดงานแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสายฝนโปรยปราย ถ้าอยากได้น้ำหอมกลิ่นเข้ากั๊น เข้ากันกับบรรยากาศ น้ำหอมกลิ่นใหม่เหล่านี้คือตัวเลือกที่ใช่ซึ่งเราอยากแนะนำค่ะ

 

DKNY Woman Summer Limited Edition EDT (100 ม.ล., 3,400 บาท) & DKNY Men Summer Limited Edition Eau de Clogne (100 ม.ล., 3,900 บาท)

น้ำหอมลิมิเต็ดจาก ดีเคเอ็นวาย ที่มีวางจำหน่ายเฉพาะช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้น! ทั้งสองกลิ่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวที่โฉบเฉี่ยวในมหานครใหญ่ น้ำหอมของผู้หญิงจะมีกลิ่นสดชื่นซาบซ่าจากกลิ่นดอกส้ม ไวโอเล็ตลีฟ และโมเดิร์นแอมเบอร์ ส่วนน้ำหอมผู้ชายมาในรูปแบบโคโลญจน์กลิ่นสะอาดบางเบา จากเกรปฟรุต อิตาเลียนเบอร์กาม็อต และไม้ซีดาร์ เหมาะกับคู่บ่าวสาวสายโมเดิร์นสุดๆ

น้ำหอม

 

Issey Miyake L’Eau d’Issey  Eau de Toilette summer (100 ม.ล., 2,900 บาท)

น้ำหอมกลิ่นสดชื่นราวกับกลิ่นสายฝนโปรยปรายที่ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นผลไม้และดอกไม้ในฤดูกาลนี้ โดยใช้กลิ่นหลักจากเกรปฟรุตและลิ้นจี่หอมละมุนเหมือนได้ลิ้มรสค็อกเทลเมืองร้อน ปิดท้ายด้วยกลิ่นวานิลลาและกลิ่นหอมตระกูลไม้เพื่อบาลานซ์ให้เกิดความหรูหรา ชิ้นนี้เราอยากแนะนำสำหรับเจ้าสาวที่ชอบสไตล์กลิ่นเรียบง่ายแต่แฝงด้วยดีเทลล้ำลึก

น้ำหอม

 

Dolce & Gabbana DOLCE GARDEN Eau de Parfum (75 ม.ล., 5,000 บาท)

เจ้าสาวสายหรูที่ต้องเลือกเฟ้นทุกอย่างให้เพอร์เฟ็ค คุณเหมาะกับน้ำหอมจากแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ชิ้นนี้ที่ได้แรงบันดาลใจจากไอแดดในหน้าร้อนท่ามกลางสวนพฤษชาติแสนสวย ทันทีที่สูดกลิ่นจะได้กลิ่นสดชื่นจากกลิ่นส้มจีน ดอกส้มเนโรลิ และดอกแม็กโนเลีย ผสานกลิ่นครีมหอมหวานจากกลิ่นเนื้อมะพร้าว ปิดท้ายด้วยกลิ่นวานิลลาและไม้จันทน์เทศเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น

Guerlain Mon Guerlain EDP (100 ม.ล., 6,400 บาท)

น้ำหอมที่เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการลุคเลอค่าประดุจเจ้าหญิง น้ำหอมชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดาราสาวผู้เป็นดังดาวค้างฟ้าจากฮอลลีวูดอย่าง แองเจลินา โจลี กลิ่นหอมหวานละมุนจากดอกจัสมินแซมบัคจากภาตใค้ของอินเดีย ไม้จันทน์ คาร์ล่าลาเวนเดอร์ และวานิลลาจากปาปัวนิวกินี ผสมผสานออกมาเป็นดั้งงานวิจิตรศิลป์ที่เหมาะกับเจ้าสาวในวันสำคัญจริงๆ

น้ำหอม

Burberry Mr. Burberry Indigo Eau de Toilette (100 ม.ล., 4,000 บาท)

น้ำหอมสำหรับเจ้าบ่าวสายแนวที่อยากได้น้ำหอมกลิ่นแนวสุภาพบุรุษที่ฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ น้ำหอมกลิ่นนี้จากเบอร์เบอรี่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษซึ่งเป็นแก่นของแบรนด์ แต่แอบเพิ่มเติมลูกเล่นความหอมสดชื่นให้กลายเป็นผู้ชายรักอิสระไม่เหมือนใครจากกลิ่นซิตรัสและไม้ แถมท้ายด้วยกลิ่นสายลมทะเลที่ทำให้เรานึกถึงการได้ไปแต่งงานริมชายหาดสุดๆ

น้ำหอม

 

Jo Malone Tropical Cherimoya Cologne (100 ม.ล., 5,400 บาท) และ Cattleya Flower Body Mist (2,200 บาท)

น้ำหอม

โคโลญจน์สองกลิ่นใหม่ ลิมิมเต็ด อิดิชั่น ของซัมเมอร์นี้ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันสุดเปรี้ยวของประเทศบราซิล และยังสื่อถึงความสดชื่นของหน้าร้อนอีกด้วย เริ่มจาก Tropical Cherimoya Cologne โคโลญจน์กลิ่นหอมหวานเหมือนผลไม้ที่กำลังสุกปลั่งอย่างผลลูกแพร์ ผสานกลิ่นสดชื่นของแพสชั่น ฟลาวเวอร์ อีกหนึ่งกลิ่นคือ Cattleya Flower Body Mist บอดี้มอสก์กลิ่นบางเบาที่ได้แรงบันดาลใจจากการนั่งจิบค็อกเทลริมชายหาด กลิ่นแรกคือกลิ่นซิตรัสและเจนเซียน ผวานให้เกิดความลุ่กลึกมากขึ้นด้วยกลิ่นไม้เวติเวอร์ สองกลิ่นนี้เป็นยูนิเซ็กซ์ที่สามารถใช้ได้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเลยนะ

 

น่าใช้ทั้งนั้นเลยใช่มั้ยล่า หวังว่า ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ที่แต่งงานช่วงหน้าฝนนี้จะรู้สึกชุ่มฉ่ำ กับสายฝน และได้รับบรรยากาศสุดโรแมนติกอย่างอบอวลภายในงานกันถ้วนหน้านะค้า

ชอบคอนเท้นต์นี้ของเรา? คลิกอ่าน รวม ผลิตภัณฑ์กลิ่นหอม ช่วยให้ เจ้าสาว ผ่อนคลายหายเครียด ที่นี่เลย!

 

credit cover photo: Ivan Zamanuhin / zamanuhin.ru

 

พิงกี้-ธัญญ่า

พิงกี้-ธัญญ่า เรียกกันพี่สาวน้องสาว สมานฉันท์ทำเพื่อชาติ

พิงกี้-ธัญญ่า เรียกกันพี่สาวน้องสาว สมานฉันท์ทำเพื่อชาติ

พิงกี้-ธัญญ่า สมานฉันท์ทำเพื่อชาติ! สะเทือนทั้งวงการบันเทิงเมื่อมีข่าวใหญ่สนั่นโซเซียลว่า สองดาราสาวที่เคย ปะ ฉะ ดะ กันมาเมื่อ 8 ปีที่แล้ว อย่าง ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล กับนางเอกสาว พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช จะมาร่วมงานกันในซีรี่ส์ “เที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้” ในนามบริษัท อาร์ พี เอ็ม มีเดีย จำกัด โดยมี เป๊ก-สัณชัย เองตระกูล สามีของสาวธัญญ่าเป็นผู้ผลิต ซึ่ง 3 คนนี้ อย่างที่รู้ๆ กันในอดีตว่าเคยมีปัญหามหากาพย์เรื่องยาว “รักสามเส้า” ของเขา 3 คนมาแล้ว

พิงกี้-ธัญญ่า พิงกี้-ธัญญ่า

หลังจากมีปัญหากันอยู่นานจนต่างฝ่ายต่างจบ และสาวพิงกี้ไปมีครอบครัว แต่งงานกับไฮโซเพชร-อิทธิ ชวลิตธำรง และหย่ากันในที่สุด จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านมา 8 ปีแล้ว ล่าสุด ทำเอาวงการบันเทิงสะเทือน เมื่อผู้สื่อข่าวได้รับหมายเชิญให้มาร่วมงานเปิดซีรี่ส์ “เที่ยวให้สุด ปักหมุด สุดแดนใต้” ที่ห้างสรรพสินค้า Show DC โดยมีรายชื่อของ “เป๊ก, ธัญญ่า และ พิงกี้” ปรากฏอยู่ในหมายเชิญด้วย

โดย วันนี้ (16 พ.ค.61) ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้ง 3 คนมาเผชิญหน้าผ่านสื่อ ซึ่งได้รับความสนใจจากกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมากที่เดินทางมาทำข่าว โดยวินาทีที่เปิดตัว 2 สาว พิงกี้และธัญญ่า ทำเอางงกันทั้งงาน เพราะทั้งธัญญ่าและพิงกี้กอดเอวกันบนเวที ให้สื่อได้ถ่ายภาพกันด้วย แถมยังเผยถึงความสัมพันธ์ชนิดที่ทุกคนต้องเซอร์ไพร้ส์ เพราะทั้งคู่บอกว่าตอนนี้กลายเป็นพี่น้องที่สนิทใจกันไปแล้ว และงานนี้ทั้งคู่เปิดใจให้สื่อฟังว่า

พิงกี้-ธัญญ่า

 

ทั้ง 2 คนรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่ได้ร่วมงานกัน ถือเป็นงานที่ทำเพื่อชาติ เราสองคนเหมือนเป็นตัวแทนความขัดแย้ง แต่ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ก็จบลงได้ ด้านธัญญ่าบอกว่าเรื่องผ่านมานานแล้ว ต่างคนต่างดำเนินชีวิตของตัวเอง ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงถ้ามาเจอกัน เพราะตื่นเต้น แต่พอเจอกันก็ทำงานเลย เจอวันแรกก็กอดกันเลย ส่วนพิงกี้บอกว่าพอได้กอดธัญญ่าแล้วรู้สึกอบอุ่นมาก พอได้ทำงานกับพี่ญ่าก็รู้สึกโอเคมากๆ เหมือนธัญญ่าเป็นพี่สาวอีกคน ด้านธัญญ่าก็บอกว่าพิงกี้ก็เป็นเหมือนน้องสาวเหมือนกัน เมินคนคิดในแง่ลบ เพราะเรื่องในอดีตจบไปแล้ว ทั้งคู่ยังบอกอีกว่าเราผ่านอะไรร้ายๆ มาด้วยกัน ตอนนี้ความสัมพันธ์เป็นพี่น้องที่สนิทใจกันแล้ว

พิงกี้-ธัญญ่า พิงกี้-ธัญญ่า พิงกี้-ธัญญ่า พิงกี้-ธัญญ่า

 


เรื่อง: Snowblack_แพรวดอทคอม

ได้เวลา HUAWEI P20 Series

HUAWEI จัดงานหรูเปิดตัวสมาร์ทโฟน “HUAWEI P20” และ “HUAWEI P20 Pro” ในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ภายในงานทีมผู้บริหารขึ้นกล่าวถึงสุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งยุคที่กระแสแรงไปทั่วโลก ด้วยกล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica โดยมีนักแสดงสาวสายเซ็กซี่ พลอย-เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์ และเมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร พร้อมด้วยช่างภาพชื่อดัง มาถ่ายภาพด้วย HUAWEI P20 สมาร์ทโฟนแบบมืออาชีพ เพื่อยืนยันว่าใครๆ ก็ถ่ายสวยได้

 

ทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย, อิงมาร์ หวาง และชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด

ทศพร นิษฐานนท์ เผยถึงความพิเศษของ HUAWEI P20 Series

พูดคุยกับสองดาราถึงประสบการณ์การใช้ HUAWEI P20 Series

ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ต้อนรับสองหนุ่ม พงษ์ภัทร์ พงษ์พานิช และฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ

จิราภา ลักษณวิศิษฏ์ กับคุณแม่ศุภมาส ลักษณวิศิษฏ์

อรรถวดี จิรมณีกุล

หม่อมหลวงพลอยนภัส ลีนุตพงษ์

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ปาวา นาคาศัย และจรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

งามแข อมาตยกุล

อภิชาต สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ชิตณรงค์ วิเศษสมภาคย์ และหม่อมหลวงอธิฉัตร ฉัตรชัย

สันติมาน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ตั้ม-ชนิพล กุศลชาติธรรม อินสตาแกรมเมอร์ชื่อดัง

พลอย-เฌอมาลย์ และเมย์-พิชญ์นาฏ ร่วมโชว์เปิดตัว  HUAWEI P20 Series

พาส่อง คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย ครีเอทลุค ‘เจ้าหญิงอลิซ’ แห่งลิขิตรัก

เบื้องหลังความอลังการของเสื้อผ้าที่เจ้าหญิงอลิซใส่ในละครลิขิตรัก ไม่ได้มาจากแบรนด์นอก แต่เป็นผลงานการออกแบบ คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย ที่พลิกโฉมให้ญาญ่างดงามราวกับเจ้าหญิงจริงๆ

ผ่านไปเพียงสองตอนสำหรับละครเรื่องลิขิตรัก The Crown Princess ที่ได้พระ-นางคู่จิ้นอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า-อุรัสยามาเรียกเรตติ้ง และไม่ทำให้ต้องผิดหวัง เพราะออกอากาศไปไม่ทันไรก็กระแสดี โลกโซเชียลต่างพากันชื่นชมในเรื่องของบทบาท ตัวละคร มุมกล้อง รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ของละครกันอย่างท่วมท้น และแน่นอนว่าละครฟอร์มยักษ์ขนาดนี้ เล่นงานใหญ่อย่างเจ้าหญิง เจ้าชาย เครื่องแต่งตัวของตัวละครก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน จะโดดเหมือนอยู่ในโซนเอเชียไม่ได้ เสื้อผ้าต้องมีความสายฝอ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นแบบที่เหมาะกับตัวนักแสดงด้วย มันถึงจะช่วยส่งกันและกัน

จากเสื้อผ้าของสาวญาญ่าที่ออกมาให้ได้เห็นกันในสองตอนแรกก็รับประกันความอลังการได้แล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าเป็นแนวยุโรป กลิ่นอายตะวันตกมาเต็ม มองครั้งแรกคิดว่าเป็นของอิมพอร์ตมาจากเมืองนอกซะอีก แต่ไม่ใช่เลยจ้า เพราะงานหรูแบบนี้ดีไซเนอร์ไทยก็รังสรรค์ได้ออกมาวิจิตรตระการตาไม่ต่างกัน ดีเทลและดีไซน์ของชุดมีความหรูหราระดับเจ้าหญิงได้สบายๆ และวันนี้แพรวดอทคอมจะพามาดูเสื้อผ้าแบรนด์ไทยของเจ้าหญิงอลิซที่ปรากฏให้ได้เห็นกันในสองตอนแรกกัน งั้นอย่ารอช้าเลยเนอะ ตามมาๆ

 

พาส่อง คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย ของเจ้าหญิงอลิซแห่งลิขิตรัก

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
เจ้าหญิงอลิซเก่งทุกอย่างนะจ๊ะ และลุคนี้เสื้อคลุมมาจาก kanapot aunsorn

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
ชุดรับตำแหน่งรัชทายาทสุดหรูจาก Poem couture

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
งามสง่าด้วยชุดจาก SIRIVANNAVARI

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
ชุดสายหวานทั้งเสื้อและกระโปรงจาก TuTTi

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
เดรสลูกไม้สีขาวแซมดำจาก Asava

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
เจ้าหญิงอลิซในลุคทะมัดมะแทง ด้วยเสื้อจาก Vickteerut  และกางเกงของ Peace by silsupa

 

คอสตูมจากดีไซเนอร์ไทย
ชุดแต่งงานสุดเรียบหรูของเจ้าหญิงจาก Emotions atelier

ต้องบอกว่าญาญ่า-อุรัสยา ในบทเจ้าหญิงอลิซว่าเหมาะสมแล้ว คอสตูมในเรื่องเลิศยิ่งกว่า เพราะทำให้สาวญาญ่าดูเป็นเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายได้เลยจริงๆ เสื้อผ้าหน้าผมลงตัวไปหมด บุคลิกและลุคของเธอทำให้นึกถึงเจ้าหญิงในโซนยุโรปจริงๆ


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@verasalon

 

เปิดคฤหาสน์ไฮโซพันล้าน ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ งดของขวัญวันเกิด นำเงินซื้ออุปกรณ์การแพทย์

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เศรษฐีขายเพชรพันล้าน
เปิดคฤหาสน์หลายร้อยล้าน เชิญแขกมาทำบุญฉลองวันคล้ายวันเกิด

อลังการเว่อร์วัง! เต็มไปด้วยแขกระดับ VVIP คนดัง เซเลบริตี้ ลูกค้าผู้รักเพชร กับการเปิดคฤหาสน์หลายร้อยล้านของไฮโซ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เศรษฐีขายเพชรพันล้าน ผู้เป็นเจ้าของกิจการ เจม ฟิส บาย ชูชัย (Gem Peace by Chuchai) เพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 56 ปี โดยงานนี้คุณชูชัยสั่งงดของขวัญ แต่ชวนแขกร่วมบริจาคเงินทำบุญให้กับศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสมุทรสาคร 

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

เป็นเซเลบริตี้ระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี สำหรับคุณชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ที่จะหยิบจับอะไรต้องเป็นข่าวทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ทุกครั้งไป ล่าสุดจัดงานวันเกิด “วันผู้ให้กำเนิด เปิดบ้านชูชัยใจกุศล” ควบคู่กับการฉลองครบ 1 รอบ หรือ 12 ปี ของคฤหาสน์สุดแสนอลังการ ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยออกไอเดียให้แขกงดมอบของขวัญ แต่กลับชวนแขกระดมเงินทำบุญ ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งได้เปิดให้การเดินแฟชั่นโชว์เครื่องประดับในตำนาน มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท เป็นผลงานมาสเตอร์พีช มีชิ้นเดียวในโลก ออกแบบโดยคุณชูชัย อาทิ ตะปิ้งเพชร เปิดตัวปี พ.ศ.2549, กระจับเพชร เปิดตัวปี พ.ศ.2551 และศิวลึงค์ฝังเพชร เปิดตัวปี พ.ศ.2552 ก่อนที่จะนำเข็มกลัดเพชร ที่คุณชูชัยออกแบบเองมาเปิดให้ประมูลทำบุญกัน

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ
นำเงินร่วมประมูล ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสมุทรสาคร

คุณชูชัย ชัยฤทธิเลิศ กล่าวถึงการจัดงานวันคล้ายวันเกิด และการเชิญชวนเพื่อนสนิทมาร่วมทำบุญเพื่อซื้ออุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจให้กับโรงพยาบาลสมุทรสาคร ในครั้งนี้ว่า

“พอดีครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุ 56 ปี พี่เลยอยากย้อนรอยบ้านซึ่งครบรอบ 12  ปี จัดงานโดยที่เราไม่ต้องไปใช้สถานที่อื่น ใช้สถานที่บ้านเราเชิญเพื่อนฝูงมา งดของขวัญแต่มาร่วมทำบุญ บริจาคซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสมุทรสาคร และถ้าเป็นไปได้เปิดประมูลเครื่องเพชรและของได้ชิ้นสองชิ้นก็ยังดีครับ จะสามารถเอาเงินไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ได้ ที่เลือกสมุทรสาครเพราะใกล้อัมพวาด้วย และเพราะด้วยเพื่อนพี่บอกบุญมา และพอดีใกล้วันเกิดพอดีก็เลยคิดว่าทำบุญอันนี้ก็ดีนะ เพราะจะได้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้เยอะมากๆ ของที่นำมาประมูล ก็เป็นเข็มกลัดเพชร 2 ชิ้น เพราะคิดว่าเข็มกลัดสามารถใช้ได้หลายโอกาส และแขกของพี่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่ด้วย แหวน ต่างหู สร้อย น่าจะมีกันหมดแล้ว และเงินที่หักค่าใช้จ่ายก็จะได้ทำบุญในครั้งนี้ สุดท้ายก็ฝากขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมงานบุญในครั้งนี้ก็ขอให้บุญกุศลส่งผลให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงนะครับ”

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

สำหรับไฮไลท์ของงานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การฉลองครบรอบ 12 ปีของคฤหาสน์หลังนี้ที่คุณชูชัยได้เปิดให้เยี่ยมชมภายในบ้าน โดยเขาได้ออกแบบและตกแต่งเอง เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่นั้นเป็นแบบ antique ของเก่าแท้จากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะของจากยุโรป ซึ่งเป็นแหล่งที่มีศิลปะงดงาม และตามห้องต่างๆ ได้มีเหล่าคนดังคอยต้อนรับแขกที่มาตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละคนแต่ละห้องด้วย เรียกว่าเป็นกิมมิกน่ารักๆ ของงานนี้เลย ส่วนจะมีห้องอะไรบ้างในคฤหาสน์หลังนี้ ไปดูกันเลย

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

เริ่มจากห้อง Columbus ห้องรับแขกด้านหน้าบ้าน ตกแต่งสไตล์สเปน ใช้สำหรับต้อนรับแขกก่อนที่จะเข้าสู่ห้องต่อไป มีการจัดเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องแก้วจากยุโรปไว้ให้แขกได้ชม โดยห้องนี้ได้รับเกียรติจาก คุณมะลิวัลย์ ประยงค์พันธ์ ภริยาท่าน พล.ต.อ.ดร. วิทยา ประยงค์พันธ์ ให้การต้อนรับ

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

ต่อมา ห้อง Venezia เป็นโซนเชื่อมต่อจากห้องแรก ใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาเยือนแบบเป็นกันเองสบายๆ โดยในห้องนี้ได้รับเกียรติจาก แม่ต้อย แห่งแจ่มจันทร์สมุนไพร คุณวันเพ็ญ เจิมประไพ ให้การต้อนรับ, ห้อง Lerbity Versailles ดินเนอร์ 6 ที่นั่ง ตกแต่งในสไตล์ฝรั่งเศสโทนสีทอง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จากยุโรป อาทิ เชิงเทียน นาฬิกา และหินอ่อน โดยห้องนี้ได้รับเกียรติ ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ให้การต้อนรับ

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

ห้อง Mughal โมกุล อยู่บริเวณชั้นสอง โดดเด่นด้วยเตียงจีนโบราณผสมผสานกับศิลปะจากอินเดีย ทั้งยังมีสวนหย่อมส่วนตัวด้านนอกไว้สำหรับนั่งพักผ่อน โดยในห้องนี้อาจารย์เป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร ซินแสชื่อดังให้การต้อนรับ

ห้อง Universal ห้องสำหรับพักผ่อน ร้องเพลง ดูหนัง เป็นห้องที่ตกแต่งแบบคลาสสิกเพื่อความผ่อนคลาย โดยในห้องนี้มี ดร.ดาวใจ ไพจิตร สุจริตกุล ให้การต้อนรับ, ต่อด้วย ห้องนอนหรือ Newyork Newyorky มีพื้นที่มากกว่า 100 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เข้ามาจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและผ่อนคลาย โดยห้องนี้คุณเดี่ยว สุริยนต์ อรุณวัฒนกุลให้การต้อนรับ

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

โซนถัดมาที่อยู่ในพื้นที่ห้องนอน จะเป็นโซนนั่งพักผ่อน ได้รับเกียรติจากคุณศิริญา เทพเจริญ แห่งณุศาศิริ ให้การต้อนรับ และโซนสปา ที่มีบ่อจากุชชี่ส่วนตัวได้รับเกียรติจาก หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา ให้การต้อนรับ ต่อจากนั้นเดินขึ้นชั้นบนพบกับประตูกล ห้องแต่งตัว ที่เก็บเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย โดยได้รับเกียรติจาก คุณมาร์ค ธาวิน พีเซียวตง ให้การต้อนรับ

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

นอกจากนี้บริเวณด้านนอกยังมีสวน Avita park ที่รายล้อมไปด้วยเสียงน้ำตก สระว่ายน้ำ และต้นไม้นานาพันธุ์ อาทิ ต้นลีลาวดี ต้นจันทรผา เรียกว่าออกมาได้สูดกลิ่นธรรมชาติสดชื่นได้ทุกๆ วันเลย

ปิดท้ายด้วยภาพโมเมนต์น่ารักๆ ระหว่างคุณชูชัยและเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดปีนี้

 

 

มลภาวะเป็นพิษ

เสี่ยงทุกวันทุกเวลา! มลภาวะเป็นพิษ สาเหตุร้ายทำลายภูมิคุ้มกัน

สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ มากมาย ทั้งยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในอาหาร สารระเหยจากสีทาบ้านและสารปนเปื้อนในน้ำดื่ม โดยที่ในแต่ละปี มีสารพิษเพิ่มมากขึ้นถึง 300,000 ชนิดเลยทีเดียวนะคะทุกคน วันนี้ แพรวดอทคอม จึงมีวิธีระวังจาก มลภาวะเป็นพิษ มาฝากจาก คุณหมอคณิน ไตรพิพิธสิริวัฒน์ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูแห่งศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ ได้เล่าว่า

เสี่ยงทุกวันทุกเวลา! มลภาวะเป็นพิษ สาเหตุร้ายทำลายภูมิคุ้มกัน

ระดับสารพิษและประเภทของสารพิษที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปตอนนี้อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ปนเปื้อนสารพิษที่ละลายน้ำมัน (lipophilic xenobiotic) ซึ่งทำให้สารพิษทั้งหลายสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อร่างกายของเรา

ถึงแม้ว่าร่างกายเราจะสามารถกำจัดสารพิษได้เอง แต่ก็ไม่สามารถจะต่อสู้ได้กับปริมาณและความซับซ้อนของสารพิษในทุกวันนี้ได้ซะทีเดียว สารพิษเหล่านี้เป็นสารที่ละลายได้ในไขมัน ทำให้ตกค้างอยู่ในผิวของผักและผลไม้ที่เรารับประทานเข้าไป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะร่างกายเรากำลังถูกจู่โจมจากสารพิษรอบตัวอย่างมากมายที่สามารถมีผลต่อชีวภาพของเรา ตัวอย่างเช่น ยาฆ่าแมลง หรือโลหะหนักทั้งหลาย เป็นตัวการสำคัญที่ไปรบกวนระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ และวิวัฒนาการของทารกทั้งในขณะตั้งครรภ์และหลังคลอด

และการที่ร่างกายต้องเผชิญกับสารพิษเป็นเวลานานและต่อเนื่องกันก็สามารถจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนเกิดโรคร้ายได้ เช่น โรคมะเร็ง และยังก่อให้เกิดโรคต่างๆ อันเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ภูมิแพ้ ผื่นตามผิวหนัง หอบหืด และอาการอักเสบต่างๆ

ซึ่งการที่จะหลีกเลี่ยงสารพิษรอบตัวเราอย่างสิ้นเชิงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็สามารถจะระวังและหลีกเลี่ยงได้อย่างมากที่สุด เช่น

  1. ล้างผักและผลไม้อย่างละเอียด พยายามซื้อผักและผลไม้ออร์แกนิค
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่ามีส่วนผสมของน้ำหอม
  3. งดสูบบุหรี่
  4. ปลูกต้นไม้ในบ้านเพื่ออากาศบริสุทธิ์ 

หากกำลังกังวลเรื่องสารพิษตกค้างในร่างกาย แนะว่าให้ตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อตรวจหาสารพิษตกค้างในร่างกาย โดยที่สารพิษตกค้างเหล่านี้ สามารถกำจัดออกไปได้โดยหลากหลายวิธี รวมถึงการขับสารพิษ โดยที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิตามินที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เราทุกคนต่างมีคนรอบข้างที่ชอบรับประทานวิตามินเสริม และมักจะชักชวนให้เราทานวิตามินเป็นอาหารเสริมด้วย โดยเชื่อว่าวิตามินจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและทำให้ร่างกายเราแข็งแรงพร้อมสู้กับโรคภัยต่างๆ ตลอดเวลา

ในความเป็นจริงแล้ว ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราถูกสร้างและสะสมมาเป็นเวลานาน การรับประทานวิตามินเป็นอาหารเสริมที่มากเกินไปในระยะเวลาสั้นไม่ได้ส่งเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในทางตรงกันข้าม เราควรทำความเข้าใจกันก่อนว่าการทานวิตามินเสริมนั้น เป็นแค่ตัวช่วยในการมีสุขภาพที่ดี ไม่ใช่จะนำมาทดแทนวิถีชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพที่ดีได้ คนที่มีอาการเจ็บป่วยตลอดเวลาเช่นเป็นหวัดง่าย ควรพบแพทย์มากกว่าการทานวิตามินเสริมจำนวนมาก

แต่ก็มีวิตามินเสริมบางอย่างที่สามารถช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Glutamine เป็น non-essential amino acid ซึ่งช่วยรักษาสมดุลในผนังระบบทางเดินอาหารและส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันโดยทั่วไป Glutamine จะลดลง เมื่อเราออกกำลังทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอไปด้วย ฉะนั้นการทานเป็นวิตามินเสริมจะช่วยให้เรามีระดับคงที่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่ควรทานต่อเนื่องนานเกินไปในเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง เพราะเซลล์มะเร็งสามารถนำ Glutamine ไปใช้เป็นพลังงานได้

วิตามินซี เป็นสารอาหารอีกตัวหนึ่งที่มีการวิจัยต่างๆ ออกมาสรุปแล้วว่ามีผลต่อการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว โดยวิตามินซีจะไปช่วยกระตุ้น neutrophils และ lymphocytes ให้ทำงาน ซึ่งทั้งสองตัวนี้จัดว่าเป็นกองหน้าในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเลยทีเดียว

วิตามินเอ นอกจากจะช่วยให้ผนังของเซลล์ในร่างกายมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อในร่างกายอีกด้วย โดยที่มีงานวิจัยค้นพบว่าถ้าร่างกายขาดวิตามินเอทำให้ติดเชื้อผ่านทางระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นหากเราอยู่ในที่ๆ อากาศแห้งเช่น ห้องแอร์ ก็จะทำให้แบคทีเรีย หรือไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

สังกะสี มีหน้าที่สำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกายถึง 300 อย่างทีเดียวรวมถึงระบบภูมิคุ้มกันด้วย โดยที่สังกะสีเปรียบเสมือนน้ำมันขับเคลื่อนตัวสำคัญในต่อมไธมัส ที่เป็นตัวผลิต T-lymphocyte ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเม็ดเลือดขาวไว้ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเราต่อไป

นอกเหนือจากวิตามินเสริมที่กล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว น้ำผึ้ง ขิง และพริก ก็เป็นอาหารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่ช่วยต่อสู้กับโรคหวัดต่างๆ ได้อีกด้วย โดยที่น้ำผึ้งเป็นสารต่อสู้กับแบคทีเรียตามธรรมชาติ ขิงและพริกช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดี

นอกจากสารอาหารที่สำคัญแล้วการดื่มน้ำก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย โดยที่ความชุ่มชื้นช่วยให้เซลล์มีสุขภาพที่ดีและทำงานเป็นปกติในการต่อสู้กับแบคทีเรียและไวรัส โดยเฉพาะนักกีฬาและคนทำงานในออฟฟิศที่มักจะประสบกับภาวะร่างกายขาดน้ำเป็นประจำ

ออกกำลังเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ประโยชน์ของการออกกำลังกายนั้นเป็นที่รู้กันอยู่กว้างขวาง เช่น คนที่ออกกำลังกายนั้นจะมีระบบหัวใจและหลอดเลือดที่แข็งแรง กล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง และระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง แต่การออกกำลังกายก็ควรทำอย่างพอเหมาะพอดี ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป การออกกำลังกายที่มากเกินไปจะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า มีอาการบาดเจ็บและเสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ง่าย

การออกกำลังกายถือเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพที่ดี ซึ่งเพื่อการส่งเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการพักผ่อนที่เพียงพอ และการทานอาหารให้ได้สารอาหารครบตามที่ร่างกายเราต้องการ “สูตรสำเร็จของการส่งเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นไม่ยาก แต่ต้องมีวินัยในตัวเอง”

นักวิจัยได้ให้ความเห็นว่า การออกกำลังกายนั้นถือเป็นดาบสองคม เมื่อกล่าวถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยที่การออกกำลังกายที่ถูกวิธีครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนความรุนแรงและระยะเวลาในการออกกำลังกายนั้นๆ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบทางเดินหายในและลดการติดเชื้อหวัดต่างๆ แต่ถ้าหากออกหนักเกินไปหรือออกเพียงประเภทเดียว จะมีผลให้ร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายเพียงประเภทเดียวตลอดไปก็เหมือนกับการทานแครอทอย่างเดียว ถึงแม้ว่าแครอทจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การทานแครอทอย่างเดียวนั้นก็ทำให้ร่างกายเราได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ร่างกายต้องการสมดุลในทุกๆ อย่าง

นักวิจัยได้พบว่า การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว เช่น วิ่งมาราธอน ไตรกีฬา มีผลเสียต่อร่างกายมากกว่าการออกกำลังกายโดยการหายใจลึกๆ เช่น โยคะ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราไม่แตกต่างกับกล้ามเนื้อเท่าไหร่ ต้องการพักผ่อน น้ำ และสารอาหาร เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าการวิจัยจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดในเรื่องนี้ แต่การออกกำลังกายหนักๆ จะส่งผลให้เกิดการอักเสบของเซลล์และทำให้การต่อสู้ต่อสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเป็นไปอย่างไม่ดีเท่าที่ควร ยิ่งออกหนักๆ นานแค่ไหน ร่างกายยิ่งต้องใช้เวลาในการปรับกลับสู่สมดุลนานแค่นั้น

โดยทั่วไปในทางการแพทย์จะยึดหลัก 30 นาทีของการออกกำลังกายปานกลาง จะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และลดระยะเวลาการปรับกลับสู่สมดุลของร่างกาย สำหรับคนที่กำลังป่วยเป็นโรคหวัดคัดจมูกเล็กน้อย ควรออกกำลังกายเบาๆ แต่สำหรับคนที่รู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนตัวเองกำลังจะป่วย ควรงดการออกกำลังกายจนกว่าจะหาย

คุณหมอคณินยังแนะนำอีกว่า สำหรับคนที่ต้องการศึกษาถึงกระบวนการป้องกันและฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนไลฟ์สไตล์ และปรับสมดุลส่วนบุคคลให้ได้ผลในระยะยาว


ภาพ : Pexels

โนแคร์! คริสเตน สจ๊วต ถอดส้นสูงแบรนด์ดังเดินเท้าเปล่าบนพรมแดงคานส์

คริสเตน สจ๊วต ถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง เปลือยเท้าเปล่าเดินบนพรมแดงคานส์

แม้กระแสเทศกาลหนังเมืองคานส์ในบ้านเราจะเริ่มเบาลงแล้ว ตั้งแต่แม่ชมเสร็จสิ้นภารกิจฟาดพรมแดง แต่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 71 จะยังดำเนินไปจนถึงวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคนนี้ และเซเลบต่างชาติก็ยังคงเดินอวดลุคบนพรมแดงกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทางฝั่งเอเชีย อเมริกา หรือยุโรป

ล่าสุดแวมไพร์สาวอย่าง คริสเตน สจ๊วต ก็ไปเดินบนพรมแดงคานส์อีกครั้งในลุคเมทัลลิคสุดหรูจาก Chanel และระหว่างเดินบนพรมแดงนั้นก็ต้องทำเอาทุกคนช็อกไปตามๆ กัน เพราะสาวคริสเตนถอดรองเท้าส้นสูงราคาแพงอย่าง Christian Louboutin ออกและเลือกเดินเท้าเปล่าบนพรมแดง ทั้งนี้สื่อต่างชาติเผยว่า การถอดรองเท้าบนพรมแดงเป็นการประท้วงกฎ Heelgate ที่ห้ามไม่ให้ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นแบน ต้องใส่ส้นสูงมาร่วมงานเท่านั้น

เนื่องจากปี 2015  มีผู้หญิงหลายคนที่ถูกห้ามให้เข้าชมหนังเรื่อง “Carol” เพราะพวกเธอใส่รองเท้าส้นแบนมาร่วมงาน และถัดมาในปี 2016 นักแสดงชื่อดัง จูเลีย โรเบิร์ต ก็ตัดสินใจเดินเท้าเปล่าบนพรมแดงคานส์ เพื่อประท้วงที่คานส์ไม่ยอมให้ผู้หญิงอายุ 50 ใส่รองเท้าส้นแบนเข้างานรอบกาล่าของหนังเรื่อง Carol เช่นกัน

คริสเตน สจ๊วต
จูเลีย โรเบิร์ต บนพรมแดงคานส์ปี 2016

มาในปี 2018 ก็คริสเตนนี่แหละ ที่ยอมสลัดรองเท้าส้นสูงแบรนด์หรูและเดินเท้าเปล่าบนพรมแดงคานส์ ถือเป็นการฉีกกฏประเพณีการแต่งตัวเข้างานของที่นี่เช่นเดียวกับ จูเลีย โรเบิร์ต

คริสเตน สจ๊วต ถอดส้นสูงเดินเท้าเปล่าบนพรมแดงคานส์

คริสเตน สจ๊วต

คริสเตน สจ๊วต

คริสเตน สจ๊วต

คริสเตน สจ๊วต

คริสเตน สจ๊วต

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้สื่อต่างชาติจะตีความว่าสาวคริสเตนถอดรองเท้าเพื่อประท้วง แต่อีกมุมหนึ่งก็ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเธออาจจะแค่เมื่อยก็เป็นได้ เพราะลุคของเธอในตอนนี้จะออกแนวลุยๆ เท่ๆ มากกว่าลุคที่ต้องอยู่บนส้นสูงแบบนี้


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Twitter

 

บิวตี้กรีนที

ส่วนผสมใหม่แกะกล่อง “บิวตี้กรีนที” และผลิตภัณฑ์จากไลน์ชาเขียวของเกาะเชจู

ไลน์ชาเขียวของ innisfree คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มอบความชุ่มชื้น ซึ่งสกัดจากน้ำชาเขียวคั้นสดบริสุทธิ์ 100% จากไร่ชาเขียวออร์แกนิคบนเกาะเชจู อีกทั้งยังเป็นที่สุดของไลน์สกินแคร์จากอินนิสฟรีที่ลูกค้าทั่วทุกมุมโลกถูกใจและให้การตอบรับที่ดี ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี คศ. 2008

ส่วนผสมใหม่แกะกล่อง “บิวตี้กรีนที” และผลิตภัณฑ์จากไลน์ชาเขียวของเกาะเชจู

ปี 2018 นี้ ผลิตภัณฑ์ไลน์ชาเขียวกลับมาพร้อมการปรับสูตรใหม่ด้วยการยกระดับขั้นพื้นฐานของน้ำชาเขียวสด 2.0TM ในการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีความสำเร็จของไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ เวอร์ชั่นใหม่ของไลน์ชาเขียวนี้ ได้ใช้เวลาในการศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูลสายพันธุ์ของใบชาเขียวต่างๆ ยาวนานกว่า 10 ปี ว่าสายพันธุ์ใดสามารถมอบความชุ่มชื้นได้ดีที่สุด เพื่ออินนิสฟรีจะสามารถส่งต่อความชุ่มชื้นผ่านผลิตภัณฑ์ไลน์ชาเขียวได้อย่างแท้จริง

ทีมวิจัยของอมอร์แปซิฟิก ได้ศึกษาค้นคว้าความหลากหลายของชาเขียวจาก 2,401 สายพันธุ์ เพื่อค้นหาสายพันธุ์ที่มอบความชุ่มชื้นได้ดีที่สุดแก่ผิว และในที่สุดเราก็ได้พบ ‘Beauty Green Tea’ ที่ตั้งชื่อตามการเป็นอันดับที่ 1 ของอินนิสฟรี  ส่วนผสมซึ่งคัดสรรเป็นพิเศษ โดยชาเขียวสายพันธุ์นี้จะมีสีที่เข้ม ดูสุขภาพดีและเต็มเปี่ยมไปด้วยคลอโรฟิลล์เมื่อเทียบกับชาเขียวสายพันธุ์ปกติ มากไปกว่านั้นยังมอบกรดอะมิโนได้อย่างสมบูรณ์ควบคู่ไปกับการมอบความชุ่มชื้นได้อย่างล้นเหลือ มันสามารถส่งต่อความชุ่มชื้นซึ่งเป็นรากฐานทำให้ผิวแข็งแรง ยิ่งไปกว่านั้นผิวเราจะดูสดใสและดูสุขภาพดีอีกด้วย

“บิวตี้กรีนที” ได้ถูกเก็บเกี่ยวมาจากสภาวะแวดล้อมอันสมบูรณ์ของเกาะเชจู น้ำชาเขียวคั้นสด 2.0TM คือกรรมวิธีการสกัดแบบพิเศษซึ่งเป็นการคั้นถึง 2 รอบเพื่อให้ได้ปริมาณของส่วนประกอบอันเลอค่าให้มากที่สุด ในส่วนของใบนั้นจะทำการอบไอน้ำโดยทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อกักเก็บรักษาสารอาหารที่พบจากใบสดๆ โดยใช้หลักของเอนไซม์ในการสกัดครั้งแรกเพื่อดักจับสารอาหารหลัก แล้วสกัดอีกครั้งเพื่อให้ได้น้ำชาเขียวคั้นสดที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร <น้ำชาเขียวคั้นสด 2.0TM> โดยคุณสมบัติที่พบคือ วิธีสกัดแบบนี้สามารถได้น้ำชาเขียวที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่าและประกอบด้วยกรดอะมิโนถึง 16 ชนิด มอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างดีเยี่ยม

ล่าสุดในปี 2018 อินนิสฟรีได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ในไลน์ Green Tea Seed ซึ่งมอบความชุ่มชื้นจากน้ำชาเขียวสดผ่านเทคโนโลยี Dual- Moisture-Rising เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ผนวกกับน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาเขียวซึ่งช่วยรักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิว

innisfree Green Tea Seed Serum (80 มล. / 1,000 บาท) ชาเขียวซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษ เข้มข้นขึ้นถึง 3.5 เท่าพร้อมกรดอะมิโนถึง 16 ชนิดซึ่งมากกว่าสูตรเดิม Beauty Green Tea จะช่วยเปิดผิวให้ได้รับความชุ่มชื้นจากผิวที่แห้งกร้านกลายเป็นสดชื่น มีชีวิตชีวา

คอไม่แข็งต้องรู้ไว้! สายปาร์ตี้ดื่มยังไงไม่ให้พัง

สมัยนี้การปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงหรือการแฮงค์เอ้าท์เข้าสังคมนับเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่หลายคนนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มสาวชาวเมืองที่ทำงานหนักกันตลอดเวลา พอถึงโอกาสผ่อนคลายก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องดื่มฉลอง ซึ่งแน่นอนว่าที่ดื่มกันไปนั้นไม่ใช่น้ำหวาน แต่เป็นแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มคู่ใจของสายปาร์ตี้ทั้งหลาย อีกทั้งการดื่มบ่อยก็ใช่ว่าจะค่อยๆ ชินเสียเมื่อไหร่ ยังไงๆ ก็ต้องเมาต้องแฮงค์ แพรวดอทคอมจึงมีเทคนิคในการดื่มแอลกอฮอล์อย่างรู้เท่าทันมาบอกกัน รับรองว่าถ้าทำได้ก็จะไม่เมาจนพังแน่นอน

คอไม่แข็งต้องรู้ไว้! สายปาร์ตี้ดื่มยังไงไม่ให้พัง

สายปาร์ตี้

กินรองท้องก่อนดื่ม

ถ้าไม่อยากเมาจนหลับหรือกลับบ้านก่อนเพื่อน สิ่งสำคัญที่ควรทำก่อนดื่มแอลกอฮอล์คือกินอาหารรองท้องก่อนสักนิด เพราะถ้าท้องว่างร่างกายจะดูดซึมแอลกอฮอล์ได้เร็วมาก ซึ่งก็จะทำให้เมาเร็วมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

ดื่มอย่างรู้ปริมาณ

การดื่มแอลกอฮอล์อย่างฉลาดคือต้องดื่มอย่างรู้ปริมาณ โดยไม่ควรเติมเครื่องดื่มอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ยังดื่มไม่หมด เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าดื่มไปกี่แก้วแล้ว แต่ถ้ายากที่จะนับจริงๆ ก็มีตัวช่วยดีๆ อย่างเครื่องคำนวณแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ที่ต้องการเช็คแคลอรี่หรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม ซึ่งเพียงสแกน QR Code โปรแกรมก็จะคำนวณจำนวนหน่วยที่บริโภค ปริมาณแคลอรี่ และระยะเวลาที่แอลกอฮอล์ขับออกจากร่างกายให้แบบอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยในการวางแผนก่อนดื่มอย่างชาญฉลาดจริงๆ

สายปาร์ตี้

ดื่มน้ำเปล่าก่อนและหลังช่วยได้

การดื่มน้ำเปล่าก่อนและหลังดื่มแอลกอฮอล์ช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการเมาค้าง ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำเยอะๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการดื่มเแอลกอฮอล์ เพราะจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำจนเกิดอาการเมาค้างนั่นเอง

อย่าใช้หลอดดูด

การดื่มเหล้าโดยใช้หลอดดูดอาจทำให้เมาเร็วขึ้นได้ เพราะเมื่อใช้หลอดดูด เราจะรู้สึกว่าดื่มง่ายขึ้น แถมยังช่วยกลบรสขมของแอลกอฮอล์ได้อีก จึงทำให้รู้สึกเพลิน เหมือนดูดน้ำหวานหรือน้ำเปล่า ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สายปาร์ตี้

 

นอกจากเทคนิคการดื่มแอลกอฮอล์ยังไงให้ไม่พังแล้ว ยังมีเทคนิคผิดๆ ที่หลายคนคิดว่าช่วยบรรเทาอาการเมาแฮงค์ได้ ซึ่งแพรวดอทคอมขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่จริ๊งไม่จริง

ดื่มกาแฟดำช่วยทำให้หายแฮงค์

เทคนิคนี้ไม่จริงอย่างแรง เพราะกาแฟดำแค่ช่วยลดอาการง่วงซึมของผู้ดื่มเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยเร่งการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายหรือลดความมึนเมา และจริงๆ แล้วกาแฟดำออกฤทธิ์ขับปัสสาวะเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายของคุณขาดน้ำขึ้นไปอีก วิธีแก้อาการเมาที่ถูกต้องคือการนอนพัก และดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ จะดีกว่า

การถอนช่วยทำให้อาการเมาค้างดีขึ้น

เทคนิคนี้ก็ไม่จริง เพราะการถอนจะช่วยให้ดีขึ้นแค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง โดยร่างกายจะหยุดกลไกขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเพื่อเตรียมรับแอลกอฮอล์ใหม่เข้าไป การทำเช่นนี้แค่ช่วยชะลออาการเมาค้าง เพราะถึงอย่างไรแล้วแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไปก็ต้องผ่านกระบวนการเพื่อขับออกจากร่างกายอยู่ดี

ดื่มไวน์ เบียร์ เมาน้อยกว่าดื่มเหล้า

บอกเลยว่าไม่จริง เพราะผลกระทบของการดื่มไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องดื่ม แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ รูปแบบการดื่ม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ปริมาณและความเร็วในการดื่ม ภาวะร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน อายุและเพศ ด้วยเหตุนี้ทำให้คนหนุ่มสาวและผู้หญิงมีโอกาสเมาเร็วกว่านั่นเอง

สายปาร์ตี้

เมื่อเตรียมตัวล่วงหน้าและรู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีแล้ว ก็ปิดท้ายด้วยความสนุกอย่างมีสติและรับผิดชอบ เมื่อจะต้องรินแอลกอฮอล์ลงในแก้ว ควรคำนึงถึงปริมาณ “ดื่มมาตรฐาน” (Standard Drink) โดย 1 ดื่มมาตรฐาน เท่ากับ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ประมาณ 10 กรัม ใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการขับออก ซึ่งดื่มมาตรฐานของแอลกอฮอล์แต่ละประเภทต่างกัน ขึ้นอยู่กับดีกรีของแอลกอฮอล์ประเภทนั้นๆ เช่น 1 ดื่มมาตรฐาน เทียบเท่ากับการดื่มวิสกี้หรือวอดก้า 3 ฝา (รวม 30 มิลลิลิตร), ไวน์ 1 แก้ว (100 มิลลิลิตร) หรือเบียร์ 1 กระป๋องหรือขวดเล็ก (330 มิลลิลิตร) เป็นต้น ดังนั้นแม้เครื่องดื่มจะถูกเสิร์ฟมาในแก้วหลากหลายรูปแบบ มีลักษณะภายนอก กลิ่น หรือรสชาติที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่พึงระวังคือเครื่องดื่มเหล่านี้ล้วน “ดื่มมาตรฐาน” ไม่เท่ากัน เนื่องมาจากปริมาณแอลกอฮอล์นั่นเอง

 

ข้อมูลและภาพ : ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ www.diageo.com

คิมเบอร์ลี่

คิมเบอร์ลี่ กลับบ้านเกิด โชว์สกิลลั่นชัตเตอร์เมืองในฝันที่เยอรมนี-ออสเตรีย

คิมเบอร์ลี่ กลับบ้านเกิด โชว์สกิลถ่ายภาพท่องเมืองในฝัน

เพิ่งจบไปกับผลงานละครเรื่อง คมแฝก กับบท อัญชัญ ราชสีห์ ซึ่งตอนนี้นางเอกคนสวย คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ก็กำลังลุยถ่ายทำละครใหม่อีก 2 เรื่อง ได้แก่ ดั่งดวงหฤทัย รับบท เจ้าฟ้าหญิงทรรศิกา กัญญาวดี (เจ้าหญิงทรรศิกา) และทองเอก หมอยา ท่าโฉลง รับบท แม่หญิงชบา

คิมเบอร์ลี่

สำหรับใครที่อดใจรอชมผลงานการแสดงของสาวคิมไม่ไหว อีกหนึ่งผลงานที่ถือว่าเป็นงานอดิเรก เผยให้เห็นไลฟ์สไตล์ของสาวคิมอย่าง การถ่ายรูป ก็น่าดูและติดตามไม่แพ้กัน ซึ่งคิมเบอร์ลี่ก็ถือเป็นนักแสดงที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว และมักจะบันทึกภาพสวยๆ มาโพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อให้แฟนๆ ของเธอได้ชื่นชมอยู่เสมอ รวมถึงสิ่งเหล่านี้ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้แก่ตัวเธอและแฟนคลับที่ติดตามได้ด้วย

คิมเบอร์ลี่
อานุภาพความรักระหว่างสาวคิมกับแฟนคลับ สาวคิมจะเดินไปไหน ทำท่าอะไร ช่างภาพพร้อมเสมอ (ฮา)
คิมเบอร์ลี่
สวย ใส เป็นธรรมชาติไหมคะ อิอิ

ล่าสุดเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ นางเอกคิมเบอร์ลี่ก็ได้เดินทางกลับไปบ้านเกิดที่เยอรมนีเพื่อไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต ซึ่งการไปครั้งนี้แม้จะไร้หวานใจหนุ่มหมาก-ปริญ ผู้รักการถ่ายรูปท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจเช่นกัน แต่ทริปนี้ก็ครึกครื้นเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงรัวชัตเตอร์ของแฟนคลับคนรักคิมที่โชคดีจากแคมเปญ “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2017” (BIG CAMERA BIG BONUS 2017) ได้ติดตามท่องเที่ยวไปด้วย นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพภายในทริปเอ็กซ์คลูซีฟ 8 วัน ที่เยอรมนี-ออสเตรีย แบบคุ้มค่าและฟินมากๆ

คิมเบอร์ลี่
ไหนๆ ขอคิมโชว์ฝีมือถ่ายภาพให้ดูบ้าง
คิมเบอร์ลี่เล่าถึงความรู้สึกที่ได้มาท่องเที่ยวถ่ายรูปครั้งนี้ว่า 

“สำหรับทริปนี้ถือเป็นทริปสุดพิเศษ เพราะเหมือนได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ได้เที่ยวพักผ่อน และยังได้เรียนรู้วิธีการถ่ายภาพ โดยมีพี่จอร์จ-ธาดา วารีช ช่างภาพระดับท็อปคลาสของเมืองไทยมาร่วมแชร์เคล็ดลับการถ่ายภาพและร่วมเวิร์คช็อปสอนถ่ายภาพในคอนเซ็ปต์ Portrait and Landscape Fashion ซึ่งถือเป็นสไตล์การถ่ายภาพที่คิมชอบมาก เพราะได้เรียนรู้ว่าการถ่ายภาพคนควรถ่ายแบบไหน การถ่ายภาพแลนด์สเคปหรือภาพวิว ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง และได้เรียนรู้การใช้ฟังก์ชั่นของกล้อง เพื่อให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพแต่ละแบบ อย่างเช่นกิจกรรมนี้ก็ได้นำเทคนิคที่เรียนมา เก็บเป็นภาพสวยๆ ในสไตล์ของคิมมาฝากแฟนคลับ เช่น ความงดงามของพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof), ฮัลล์สตัทท์ (Hallstat) เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก และอีกหลายสถานที่”

คิมเบอร์ลี่
มาน้องคิม พี่จอร์จจะแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพให้นะ จะได้มีภาพสวยๆ ไปฝากแฟนคลับเยอะๆ ^^
คิมเบอร์ลี่
ขอโพสต์ท่าสวยๆ เก็บไว้สักหน่อย
คิมเบอร์ลี่
สวยแบบเหม่อๆ

ส่วนผลงานการถ่ายภาพของสาวคิมเบอร์ลี่จะสวยขนาดไหน และบ้านเมืองที่เธอเห็นเป็นอย่างไร สาวคิมก็เก็บรูปมาฝากกันด้วย ไปดูกันเลย! 

คิมเบอร์ลี่

คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่คิมเบอร์ลี่

 

เห็นแต่ละรูปแล้วก็อยากออกไปท่องเที่ยวตามสาวคิมเหมือนกันนะเนี่ย…

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @kimmy_kimberley

เจมส์-ธีรดนย์

เพราะชีวิตไม่หยุดพัฒนา ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ หวังสูงเพื่อที่จะพยายามมากขึ้น

อีกมุมหนึ่งของชีวิต เจมส์- ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ เผยความทุ่มเทผ่านโปรเจกต์พิเศษ 9×9 (ไนน์ บาย นาย) หวังสูงเพื่อที่จะพยายามมากขึ้น

ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

เรียกว่าผลิตนักแสดงหน้าใหม่ที่มีคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับค่าย “นาดาวบางกอก” ล่าสุดร่วมกับ 4NOLOGUE ทำโปรเจกต์พิเศษ 9×9 (ไนน์ บาย นาย) โดยโปรเจกต์นี้ได้รวบรวม 9 ไอดอลหนุ่มชื่อดังของเมืองไทย มาร่วมงานกันนับเป็นสีสันใหม่แห่งวงการบันเทิง ซึ่งเจมส์- ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ 1 ใน 9 หนุ่ม ผู้รับหน้าที่ลีดเดอร์ได้เผยความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับโปรเจกต์นี้ว่างานนี้ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขมากๆ

ทำไมถึงอยากโปรเจกต์พิเศษ 9×9 (ไนน์ บาย นาย) ?

“เหตุผลหนึ่งคือผมเห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ดีครับ เราอยากเป็นศิลปินที่เป็นศิลปินจริงๆ อยากร้องเพลงได้ อยากเต้นได้ อยากแสดงได้ดี ผมอยากทำให้มันดีจริงๆ ไม่ใช่แค่ลองทำดูแล้วจบ ซึ่งโปรเจกต์นี้ก็ครบทั้งงานเพลงและงานแสดง”

ได้ยินมาว่าเทคิวทั้งหมดให้กับโปรเจกต์นี้เลย ?

“คิวค่อนข้างอัดแน่นด้วยการซ้อมและการเข้าคลาสเรียน เหนื่อยมากแต่มันสนุกครับ ยิ่งพอเวลาอยู่ด้วยกัน 9 คน เวลารู้สึกท้อเราก็จะเติมพลังกันเรื่อยๆ มันรู้สึกถึงความเป็นทีมเวิร์ค เรามองเห็นภาพของงานที่มันจะออกมาเป็นภาพเดียวกัน เวลาเราท้อเราเลยต้องบอกตัวเองให้อดทนและคอยให้กำลังใจกันอยู่เรื่อยๆ ถามว่าภาพที่เรามองเห็นคืออะไรภาพที่เราเป็นศิลปินได้ขึ้นคอนเสิร์ต ได้ทำในสิ่งที่รักครับ”

ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

จริงๆ แล้วที่ผ่านมา เจมส์-ธีรดนย์ ไม่มีพื้นฐานเรื่องร้องเพลงมาก่อนบ้างเลยหรือ ?

“ผมแทบจะร้องเพลงไม่เป็นเลยครับ เริ่มจากศูนย์เลยก็ว่าได้ แต่ผมเป็นคนชอบร้องเพลงนะและก็อยากทำให้ดีด้วย อีกอย่างคือผมเคยมีปม เพราะว่าผมไม่ชอบเสียงตัวเอง ไม่ชอบวิธีการร้องเพลงของตัวเอง มันเลยเป็นปมให้เรากลัวการร้องเพลง เวลาอยู่คนเดียวเราร้องนะ แต่พออยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ ไม่อยากร้อง”

เรียกว่าการได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในครั้งนี้ทำให้ เจมส์ให้เลิกกลัวการร้องเพลงใช่หรือเปล่า?

“พอได้เรียนวิธีการใช้เสียง ได้รู้เทคนิคการร้องเพลง มีครูก็คอยแนะนำ เราก็เหมือนมีความมั่นใจมากขึ้น หาสไตล์ตัวเองเจอ ผมมีไปลงเรียนร้องเพลงแยกเองด้วยครับ คือพอเข้าปรเจกต์นี้แล้วเราก็อยากทำมันดี เต้นก็มีไปลงเรียนแยกเองเหมือนกันครับ”

เห็นว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้มาซ้อม อะไรที่เป็นแรงบันดาลใจ?

“ผมเป็นคนชอบศิลปินแนวร้องเต้นอยู่แล้วด้วยแหละ พอเราได้มาทำเราเลยรู้สึกอินมาก อีกอย่างคือเรามองเห็นความทุ่มเทการลงทุนที่โฟร์โนล็อคมีให้กับโปรเจกต์นี้ เราเองเป็นส่วนหนึ่งก็อยากตั้งใจให้เต็มที่ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเราเรียนกันเยอะมาก ร้อง เต้น มีทั้งคลาสเดี่ยว คลาสรวม มีเรียนปรับบุคลิกภาพด้วย เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เท่ากัน ทุกคนไม่ว่าจะเป็นทีมงาน หรือพวกเราเองแทบจะทิ้งทุกอย่างเพื่อทำสิ่งนี้ให้มันดี”

ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

หน้าที่ของหัวหน้าทีมต้องทำอะไรบ้าง ?

“คือบางทีเวลาอยู่ด้วยกัน ด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันก็มีบ้างที่ความเข้าใจของพวกเรามันจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ผมก็จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยสรุป คอยแปลภาษาเหมือนเป็นล่าม กลุ่มพี่คิดแบบนี้ กลุ่มน้องคิดยังไง ผมจะดูภาพรวมเป็นตัวกลางในการสื่อสารหรือเรียกประชุม ผมว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานเป็นทีมที่ต้องมีคนกลางคอยสื่อสาร ซ้อมเสร็จบางวันก็มีไปทานข้าว หรือนัดคุยกันเองบ้าง ช่วงไหนใครไม่ไหวก็คอยดึงๆ กันขึ้นมา ถามว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อยมากจริงๆ ครับ แต่ว่ามันสนุกเหมือนเราได้ทำงานที่เรามีความสุข”

คาดหวังอะไรกับโปรเจกต์นี้อย่างไร ?

“เรียกว่าเป้าหมายดีกว่าครับ ผมไม่อยากเรียกมันว่าความคาดหวัง ผมไม่ได้หวังว่าพอออกไปแล้วคนจะต้องชอบมากแน่ๆ เพราะมันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่แล้ว เราคงได้แต่ทำของเราให้ดีที่สุด ผมเชื่อว่าถ้ามันถึงจุดที่เราพอใจในสิ่งที่ตัวเองทำ มันคงแฮ็ปปี้แล้ว ซึ่งผมก็ดันความพึงพอใจของผมขึ้นไปเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นว่าเป้าหมายของเราจะสูงขึ้นเพื่อให้เราได้พยายามมากขึ้น”

ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

สุดท้ายอยากให้ฝากถึงแฟนๆ ที่กำลังรอผลงานของเราอยู่ ?

“ก่อนที่จะมีแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจกต์นี้แฟนคลับไม่ทราบเลยครับว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ เพราะต้องเก็บเป็นความลับ เวลาเจอกันเขาจะคอยถามเมื่อไหร่จะมีงาน จนวันที่แถลงข่าวเปิดตัวเขาก็ดีใจกัน ฝากถึงแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของผม จากวันนี้ไปตลอด 1 ปี ในนาม 9×9 (ไนน์ บาย นาย) ผมจะมีละครให้ดู มีเพลงให้ฟัง มีคอนเสิร์ต มีอีเว้นท์ต่างๆ ให้ไปเจอกัน เป็นกำลังใจให้พวกเราทั้ง 9 คนด้วยนะครับ”


ภาพจาก : 4NOLOGUE

‘ดีมัวส์’สินค้าแม่และเด็กจากญี่ปุ่น ที่ตอบโจทย์ตรงใจคุณแม่ได้ทุกข้อ

เพราะช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จนถึงเวลาที่คุณแม่ได้พบกับคุณลูก เป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ และมีความหมาย

จากประสบการณ์และเรื่องราวการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทำให้ 2 ผู้บริหารที่พ่วงตำแหน่งคุณแม่ยังสาว ‘คุณลักขณา เชาว์วิศิษฐ’ และ ‘คุณภารดี วงษ์สวัสดิ์’ กรรมการบริหารบริษัท เค-เอจี คินออลเจ็น จำกัด ได้เห็นรูปแบบ หรือไลฟ์สไตล์ในการเลี้ยงลูกของคุณแม่ในแต่ละประเทศ แต่ที่น่าสนใจคือ

“คุณแม่ชาวญี่ปุ่นมักเลี้ยงลูกด้วยตัวเองค่ะ ไม่มีพี่เลี้ยง ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นเลือกใช้ ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ได้ คือทั้งมีคุณภาพ ปลอดภัย เพราะใช้วัสดุออร์แกนิครวมไปถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายและคล่องตัว และแบรนด์ ดีมัวส์ เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นเลือกใช้มาตลอด 20 ปี

“และกว่า 80% คุณแม่ชาวญี่ปุ่นที่เคยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของดีมัวส์ มักจะกลับมาซื้อซ้ำ และใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ลูกคนแรกไปจนถึงคนต่อๆ ไปทำให้ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นมีร้านดีมัวส์ถึง 6 สาขา และขยายไปในต่างประเทศด้วย เช่น ไทย ฮ่องกง ไต้หวัน”

คุณภาพที่คุณแม่ชาวญี่ปุ่นเชื่อใจมาตลอด 20 ปี

คุณลักขณา เชาว์วิศษฐ และ คุณภารดี วงษ์สวัสดิ์ จึงขอเป็นตัวแทนความรักของคุณแม่ชาวไทย เปิดคอนเซ็ปต์สโตร์ ดีมัวส์ ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

“เพราะเราเข้าใจความต้องการของคุณแม่ทุกคน ทั้งความใส่ใจ ความพิถีพิถัน ในการเลือกของใช้สำหรับลูก ซึ่งแบรนด์ ดีมัวส์ เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับแม่และเด็กจากประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านการคิดอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบเพื่อการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับลูก และตอบโจทย์ความต้องการของคุณแม่ไปพร้อมๆ กัน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุออร์แกนิคคุณภาพดี ปลอดภัย การเลือกใช้สี และการออกแบบลวดลาย ไปจนถึงการถักทอ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของคุณแม่คือ ความปลอดภัยของลูก”

ความปลอดภัยของลูก…คือสิ่งสำคัญที่สุดของคุณแม่

ผู้บริหารทั้งสองคนเสริมเพิ่มว่า“เพราะความแตกต่างที่ชัดเจนนี้เองค่ะ ทำให้ ดีมัวส์(10mois) ได้รับความไว้วางใจมาตลอด 20 ปี เพราะเขารู้และเข้าใจความพิเศษของช่วงเวลานี้เป็นอย่างดี ซึ่งคำว่า ดีมัวส์ มาจาก dix Mois ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึงเดือนที่ 10 ที่แม่และลูกน้อยในครรภ์ 9 เดือน ได้พบหน้ากันครั้งแรก (ยิ้ม)

“ดีมัวส์ใส่ใจและพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทุกรายละเอียด ทั้งสี ลาย และแบบ ไปจนถึงขั้นตอนการถักทอ การเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อลูกน้อย ฉะนั้นลายต่างๆ จึงไม่มีสีสันฉูดฉาด เนื่องจากใช้สารเคมีในการผลิตสีน้อยกว่าที่กำหนด เพียง 0.1 จากมาตรฐาน 0.5 รวมไปถึงการออกแบบดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถปรับใช้หลากหลายรูปแบบจึงช่วยประหยัดเวลาของคุณแม่ในการเลี้ยงดูลูก

“เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่คือความปลอดภัยของลูก…จริงไหมคะ”

Must Have Items!

ดีมัวส์มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับแม่และเด็กส่งตรงจากญี่ปุ่นกว่า 100 รายการ ซึ่งทุกชิ้นล้วนได้รับการออกแบบมาอย่างดีในทุกๆ รายละเอียด บางชิ้นสามารถปรับใช้งานได้หลายรูปแบบ Multifunction เช่น ผ้าห่ม ที่สามารถกางออกมาเป็นที่วัดความสูงของลูกได้ด้วย หรือ ที่นอนพกพา ที่แปลงร่างกลายเป็นที่นั่งเล่นได้อย่างลงตัว

หนึ่งในปัญหาที่คุณแม่พบเจอกันบ่อยๆ คือ เมื่อห่มผ้าให้ลูก เด็กๆ มักจะดิ้นจนผ้าห่มหลุด ทำให้คุณแม่เป็นกังวลว่าลูกจะป่วย หรือไม่สบาย ถุงนอน ของดีมัวส์ จึงออกแบบผ้าห่มที่ให้ความอบอุ่น และติดตัวลูกในยามนอนหลับ มี 2 แบบคือ ถุงนอนแบบไม่มีแขน และถุงนอนแบบมีแขน ที่ป้องกันไม่ให้หัวไหล่ของลูกเย็น และสามารถปรับกระดุมเพื่อใส่เป็นกางเกงหรือกระโปรงได้ด้วย ทำจาก Cotton 100% ที่ผ่านกรรมวิธีการทอมากถึง 6 ชั้น ด้วยนวัตกรรมการทอแนวตั้ง ทำให้ถ่ายเทอากาศได้ดี ช่วยกักเก็บอุณหภูมิ  สามารถใส่ได้ทุกฤดู ปลอดภัยกับลูก และที่สำคัญยิ่งซักเนื้อผ้ายิ่งนุ่มสามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 7 ขวบ

ป้องกันลูกไม่ให้ตกจากเก้าอี้ด้วย เอี๊ยมคาดเก้าอี้ ด้านนอกทำจากวัสดุกันน้ำผสานกับผ้า Cotton 100% ด้านใน ทำให้ระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย มาพร้อมสายรัดลูกน้อยที่สามารถปรับระดับได้ตามขนาดตัวของลูก และสามารถแขวนเข้ากับเก้าอี้ผู้ใหญ่ได้เมื่อออกไปทานอาหารนอกบ้าน ขนาดกะทัดรัด พับเก็บได้ พกพาสะดวก จึงเป็นอีกหนึ่งไอเท็มข้างกายของคุณแม่

ที่นอนพกพา ใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 3 ขวบ เพียงชิ้นเดียวใช้เป็น ทั้งเตียงในบ้าน และพกพาไปไหนก็สะดวก ไม่ว่าจะนอนที่ไหนลูกก็หลับสบาย คุณแม่พาไปได้ทุกที่ เพราะทารกจะคุ้นเคยกับกลิ่นของตัวเอง และ คุ้นชิน กับพื้นที่เล็กๆ ของเขาทำให้หลับสบายไร้กังวล สบายใจทั้งคุณแม่คุณลูก จุดเด่นที่นอนพกพาของ ดีมัวส์ สามารถถอดพับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามความต้องการ ทั้งปรับเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือที่นอนกลางวันก็สะดวก ใช้งานเสร็จสามารถพับหุบเป็นกระเป๋าสะพายได้ อีกทั้ง ทำจากวัสดุธรรมชาติ 100% ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ผิวของลูกระคายเคือง หมดปัญหา กังวลใจแน่นอน

ดีมัวส์ (10mois)@ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร. 064-9323851

www.facebook.com/10moisbkkstore

Line : @10mois_bkkstore

IG : 10mois_bkkstore

‘คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ ทำอย่างไรดีอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน’ ดูดวงรายวัน 16 พฤษภาคม 2561

ดูดวงรายวัน 16 พฤษภาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านมีไฟในการทำงานอย่างแรงกล้าโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ แม้วันนี้ท่านกำลังถูกพิจารณาผลงาน ความดีความชอบก็ตาม จนท่านรู้สึกอึดอัดกับการทำงานในระยะนี้ แต่ก็คุ้มค่ากับรางวัลและผลตอบแทนที่ดี

การเงิน :  อย่าเข้าไปยุ่งกับทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง จะทำให้หน้าที่การงานมัวหมองได้

ความรัก :  วันนี้อาจมีปัญหาวุ่นวาย จะมีผู้หวังดี แต่ประสงค์ร้าย ใส่ไฟครอบครัวท่านมีมือที่สาม จนเกิดการทะเลาะด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง หนักแน่นเข้าไว้ อย่ายอมให้คนอื่นมาทำร้ายความสัมพันธ์ท่านได้ คนโสด ท่านอาจต้องพยายามเอาใจคนรักเพื่อเอาชนะใจ ยอมถึงขนาดไปอยู่ด้วยกันเลย แต่สุดท้ายก็ไม่จีรังยั่งยืน

สุขภาพ :   ดูแลเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะเรื่องการกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  เป็นช่วงเวลาพักผ่อนหลังจากผ่านวิกฤติการณ์ หรือภายหลังจากการทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างหนัก ซึ่งท่านกำลังอยู่ในช่วงเรียกร้องขอความเห็นใจจากผู้บังคับบัญชาถึงการทำงานที่ผิดพลาดไปแล้ว อาจเกี่ยวข้องกับพนักงานเด็กๆ ก็ได้

 การเงิน  :   ระวังสูญเงิน เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจของตัวเอง

 ความรัก : เพราะทิฐิมานะของท่านวันนี้ได้ดำเนินมาถึงจุดแตกหัก มีการแยกกันอยู่โดยไม่ร่ำลา แม้ว่าท่านจะไปงอนง้อขอคืนดี วันนี้เขาก็ยังไม่กลับ คนโสด ท่านอาจถูกใจคนที่อายุอ่อนกว่า แต่นิสัยเขาเอาแต่ใจ ซึ่งไม่เหมาะสมกับท่านเลย ตัดใจเถอะค่ะ

สุขภาพ :ระวังติดเชื้อไวรัส โดยทางอาหาร และการใช้ข้าวของร่วมกับผู้อื่น จากการเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน : วันนี้ท่านสวมวิญญาณนักรบกรำศึกหนัก เพื่อสะสางและแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งท่านจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก จนไม่สนใจความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานถึงขั้นทะเลาะกันได้ เกิดความฝังใจว่า หากท่านพลาดเมื่อไหร่ ถูกเอาคืนแน่

การเงิน :  ขึ้นลงรวดเร็ว จนตั้งตัวไม่ติด ดูดีๆ หากมาจากการพนันหรือเป็นเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องจะทำให้หน้าที่การงานมัวหมองได้

ความรัก :  วันนี้ทำใจให้หนักแน่น เพราะท่านจะถูกใส่ร้ายเรื่องมือที่สาม แถมเป็นเพศเดียวกันอีกต่างหาก งงได้ แต่อย่าหลงเชื่อ คนโสด วันนี้ท่านอาจเพิ่งรู้ว่าตัวเองชอบเพศเดียวกัน แล้วก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจเขา

สุขภาพ  :  ระวังทานอาหารรที่ไม่สะอาด หรือถูกสุขลักษณะจะทำให้อาหารเป็นพิษได้ ท้องเสีย และลำไส้อักเสบได้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ปัญหาและอุปสรรคก็ยังไม่หมดไป โดยเฉพาะวันนี้ระวังท่านอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่ผิดกฎหมายและอบายมุขต่างๆ ซึ่งควรหลีกเลี่ยง เพราะจะมีผลต่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

การเงิน :  ร้อนเงิน ซึ่งท่านต้องเร่งหาจากทุกทิศทุกทาง รวมถึงแหล่งที่ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ จึงเข้าง่าย ออกง่าย

ความรัก  : วันนี้ท่านทุ่มเทให้กับความรักมากจนเรียกว่าลุ่มหลง และคาดหวังกับคู่สูง หากไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการก็จะเรียกร้องความสนใจและเอาชนะ ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง มีปัญหากันตลอด คนโสด ท่านจะเจอผู้ใหญ่อารมณ์ดี เป็นศิลปิน แฝงความน่ารักแบบเด็กๆ อยู่ด้วยแล้วชิลอารมณ์ดี

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวกับสตรี เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ ส่วนผู้ชายก็โรคไต หรือต่อมลูกหมาก

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  ท่านมีโอกาสโยกย้ายเปลี่ยนแปลงงานในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งเป็นงานที่ท้าทายความสามารถ มีความเสี่ยง การแข่งขันสูง แต่ผลตอบแทนก็สูงเช่นกัน ควรตัดสินใจให้รอบคอบ เพราะท่านใจร้อน และไม่ค่อยยอมฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย

การเงิน :  เงินเข้ามาไม่ขาดมือ แต่ก็ออกไปตลอดเช่นกัน จนต้องเดือดร้อนผู้ใหญ่เสมอๆ

ความรัก  : วันนี้ท่านรักและให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างมาก หาเงินเท่าไหร่ก็ให้ครอบครัวเก็บหมด มีหน้าที่อย่างเดียวคือ อย่าทำให้ท่านเบื่อเป็นใช้ได้ ไม่อย่างนั้นอดหมด คนโสด ควบ 2  อยู่หรือเปล่า คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ ทำอย่างไรดีอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน

สุขภาพ :  ระวังโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ไซนัส โพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : สำหรับผู้หญิงวันนี้ ท่านเพียบพร้อมไปด้วยความสวย รวยเสน่ห์ มากไปด้วยสติปัญญาและเฉลียวฉลาด สามารถฟันฝ่าอุปสรรค จนเพื่อนร่วมงานให้การยอมรับ ท่านควรทำธุรกิจส่วนตัวหรือเจ้าของกิจการจะเวิร์ค

การเงิน :  เงินทองไหลมาเทมาจากงานที่เกี่ยวกับศิลปะ แวดวงความสวยความงาม หรืองานที่เกี่ยวกับผู้หญิง

ความรัก :  หากท่านได้รักใครแล้วรักจริง ทุ่มเทกายใจ ปรนนิบัติดูแลครอบครัวอย่างดี แต่วันนี้แค่นิดเดียวที่ทำให้ท่านรู้สึกเบื่อหน่าย หรือเกิดความหึงหวง อาจจะลบความรู้สึกข้างบนไปได้หมดเลย คนโสด ทำใจนะคะว่า วันนี้ท่านกับคนที่แอบปิ๊งไม่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง

สุขภาพ :  อย่าปาร์ตี้ถี่นักนะคะ เพราะนอนดึกตื่นเช้าติดต่อกันหลายๆ วัน สุขภาพอาจทรุดโทรม

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  วันนี้ท่านอาจเข้าไปข้องเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวกับสถานบันเทิงยามราตรี งานบริการ รวมถึงการท่องเที่ยวและโรงแรม ควรรู้จักใช้พนักงานที่ซื่อสัตย์ ไม่เช่นนั้นอาจเตลิดเปิดเปิงไปได้

การเงิน :  โชคจะมาจากการเดินทางหาเงินนอกบ้าน จนสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเอง แถมมีคนช่วยเหลือตลอดเวลาด้วย

ความรัก :  วันนี้ท่านอาจต้องมีการพยายาม เพื่อเอาชนะใจคนรักให้หายโกรธหายงอนก็ได้นะคะ   คนโสด  ระวังเจอคนอารมณ์ร้อนแรงและรุนแรงนะคะ รับมือไหวเปล่าคะ

สุขภาพ :  ระวังเรื่องของการย่อยอาหาร การเจ็บป่วยในช่องท้องและลำไส้

 

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ … โรงแรมจัดงานแต่ง ในฝันที่ห้ามพลาด

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ คืออีกหนึ่ง โรงแรมจัดงานแต่ง ที่มาพร้อมรูปแบบการจัดงานแต่งงานแบบครบวงจรที่เหล่าว่าที่ทั้งหลายไม่ควรพลาด

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน A Romance to Remember Wedding Showcase 2018 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ห้อง World Ballroom ชั้น 23 ของ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็น โรงแรมจัดงานแต่ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ โดยภายในงานจัดเต็มกับการเนรมิตงานแต่งงานขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ เรียกได้ว่าสร้างบรรยากาศกันตั้งแต่ทางเข้ากับแบ็กดร็อปสไตล์ฤดูใบไม้ร่วงสุดโรแมนติก ส่วนภายในงานก็จัดหนักจัดเต็มด้วยบูธร้านค้าและผู้เชี่ยวชาญในวงการงานแต่งงานอีกมากมาย เรียกได้ว่าว่าที่บ่าวสาวที่มางานนี้จะได้ข้อมูลอัดแน่นกลับบ้านไปอย่างแน่นอน

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ที่สำคัญว่าที่บ่าวสาวยังได้พบกับรูปแบบการจัดเลี้ยงในแบบต่างๆ ที่ทางโรงแรมตั้งใจรังสรรเอาไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน หรือการจัดเลี้ยงแบบซิตดาวน์ดินเนอร์ แม้กระทั่งซุ้มเค้กและซุ้มแชมเปญทางโรงแรมก็จัดเอาไว้อย่างสวยหรู นอกจากนี้ภายในงานยังพิเศษสุดๆ เพราะว่าที่บ่าวสาวจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและกูรูในด้านต่างๆ ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามที่ค้างใจบ่าวสาวตัวต่อตัว และปิดท้ายงานด้วยแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานสวยๆ ทั้งชุดไทยและชุดสากลที่จัดหนักจัดเต็มไม่แพ้กัน

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นโรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เหมาะกับคู่บ่าวสาวที่กำลังมองหาสถานที่แต่งงานที่ทันสมัย สวยงาม และสามารถตอบโจทย์ในเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบายเพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส นอกจากนี้โรงแรมยังมีรูปแบบห้องจัดเลี้ยงอันหลากหลายไว้คอยบริการ ไม่ว่าจะเป็น ห้อง M23, ห้อง Lotus Garden/ Lotus Suite, ห้อง World Ballroom และห้อง Convention Centre

ส่วนแพ็คเกจพิธีแต่งงานก็มีให้เลือกทั้ง

– พิธีหมั้นแบบไทย ที่มีบริการทั้งขันหมาก, พิธีหมั้น และพิธีสงฆ์
– พิธีหมั้นแบบตะวันตก
– พิธีหมั้นแบบจีน และพิธียกน้ำชา

ส่วนแพ็คเก็จการจัดเลี้ยงก็มีให้เลือกหลากหลายตามแต่ละสไตล์ของบ่าวสาวแต่ละคู่ ไม่ว่าจะเป็น

– งานเลี้ยงแบบค็อกเทล : ราคาเริ่มต้นที่ 1,450 บาทต่อคน
– งานเลี้ยงแบบโต๊ะจีน : ราคาเริ่มต้นที่ 17,500 บาทต่อคน
– งานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ : ราคาเริ่มต้นที่ 1,650 บาทต่อคน
– คอฟฟี่เบรก (รองรับแขกจำนวน 50 ท่าน) : ราคาท่านละ 950 บาท

เอาเป็นว่าบ่าวสาวที่สนใจอยากจัดงานในโรงแรมหรูใจกลางเมือง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ว่าที่บ่าวสาวไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถรองรับงานเลี้ยงให้กับว่าที่บ่าวสาวได้อย่างหลากสไตล์ ที่ไม่ว่าบ่าวสาวจะมาพร้อมกับโจทย์ที่ใหญ่แค่ไหนที่นี่ก็สามารถเนรมิตงานแต่งงานในฝันให้คุณได้อย่างแน่นอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2100-1234, อีเมล [email protected] หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.centarahotelsresorts.com

แอน ทองประสม

ผู้จัด-สแตนด์อิน-สไตลิสต์ แอน ทองประสม เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

ให้ภาพเล่าเรื่อง แอน ทองประสม  เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในฐานะผู้จัดละครเรื่อง “ลิขิตรัก The Crown Princess” สแตนด์อิน-สไตลิสต์ ฯลฯ เธอคนนี้เป็นทุกอย่างให้แล้ว

เริ่มออกอากาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับละครเรื่อง “ลิขิตรัก The Crown Princess” ที่นำแสดงโดยพระเอก-นางเอกคู่ขวัญ “ณเดชน์ คกิมิยะ” และ“ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” ซึ่งได้ฟีดแบ็คอย่างดีเยี่ยม ทำเอาผู้จัดคนเก่ง “แอน ทองประสม” ถึงกับยิ้มไม่หุบกับผลงานเรื่องที่ 5 ในฐานะผู้จัดละคร โดยเรื่องนี้เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเป็นอย่างมาก และใช้เวลานานถึง 3 ปี กว่าจะได้ออนแอร์ และคงไม่มีใครค่อยรู้ว่ากว่าที่จะเห็นฉากเบื้องหน้าสวยๆ แบบนี้ทีมงานต้องตรากตรำ โดยเฉพาะผู้จัดคนเก่งที่ดูแลทุกขั้นตอนอย่างละเอียด

ทั้งนี้ แพรวดอทคอม จึงขอโอกาสรวบรวมภาพเบื้องหลังของผู้จัดสาว มาให้ทุกๆคนได้ชื่นชมในความทุ่มเทของเธอกันค่ะ


ผู้จัดละคร

ละครเรื่อง “ลิขิตรัก The Crown Princess” ใช้เวลานานถึง 3 ปี กว่าที่จะออกอากาศให้ได้ชมกัน ถึงจะดูเหมือนนานแต่ที่มงานก็ต้องเร่งมืออย่างหนัก ด้วยเป็นละครที่ได้พระเอก-นางเอกดัง ดังนั้นเรื่องคิวเวลาต้องเป๊ะ บวกกับต้องถ่ายในต่างประเทศ และยังต้องนำมาตักต่อทำให้ผู้จัด “แอน”อดตา่หลับขับตานอนอย่างหนักเหลือเกิน

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม


หาโลเกชั่น

“พี่แอน”เผยว่าเธอต้องเดินข้ามเขา 3 ลูก เพื่อเลือกให้เป็นประเทศฮรีสอซ “วันแรกที่ไปดูโลเคชั่นที่สวิส แอนยังผมสั้น พี่แอ้วยังผอมเป็นนางแบบ พี่นัทยังมีแก้มbaby fat! คุณเอยังsetผมเนี๊ยบ! คือ3ปีมาแล้ว..เราเดินข้ามเขากันมา3ลูก ไปทุกพื้นที่ของเมืองอินเทอร์ลาเคินเมืองนี้อยู่บริเวณเชิงเขาทางเหนือของเทือกเขาสวิตแอลป์ เป็นเมืองทางผ่านที่จะขึ้นไปยังยอดเขายุงเฟรายอคซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป และด้วยภูมิศาสตร์ของเมืองที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทะเลสาบทุนและทะเบสาบบรีนซ์ มีทะเลสาบตัดผ่ากลางเมือง ด้วยประการฉะนี้ทำให้อินเทอร์ลาเคินเป็นหนึ่งเมืองที่แอนเลือกให้เป็นประเทศ ฮรีสอซ ของเจ้าหญิงอลิซค่ะ”

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม


ฝ่ายอุปกรณ์ประกอบฉาก

ไม่ใช่เรื่องใหญ่ๆเท่านั้นแต่สิ่งของเล็กๆน้อยๆ”พี่แอน” ก็ให้ความสำคัญ อย่างบัลลังก์เจ้าหญิงก็ต้องพิถีพิถันในการเลือก โดยเธอบอกว่า “เนื่องจากในละครลิขิตรักจะต้องมีฉากเจ้าหญิงรับมงกุฎ “แอน” เลยตามล่าหาเก้าอี้บัลลังก์ให้ “น้องญาญ่า” แต่เก้าอี้แบบนี้หายากกมาก ร้านที่จะมีขายมีไม่มากนักและพอไปถึงร้านเห็นเก้าอี้แต่ละตัว ขนาด สัดส่วน ความสูงไม่เท่ากันซักตัว แอนเลยต้องเอาตัวเองขึ้นไปนั่งแทนญาญ่า ว่าตัวใหนนั่งแล้ว 1.ญาญ่าต้องดูตัวไม่เล็กไป 2.ญาญ่าต้องไม่นั่งมิดบังเก้าอี้ 3.หัวญาญ่าที่ต้องใส่มง ตัวมงจะไม่ยื่นออกไปพ้นขอบเก้าอี้ 4.ขาญาญ่าต้องไม่ลอยจากพื้น  5.นั่งแล้วต้องดูทรงพลังสง่างาม และอื่นๆอีกมากมาย  แอนนั่งและให้ทีมงานถ่ายให้ดู เช็คให้แน่ใจ จนได้เก้าอี้ตัวที่อยากได้มาประมาณตอนตี 3 กว่าๆ แล้วยกเก้าอี้ไปลองตั้งในฉากแล้วขึ้นไปนั่งเช็คอีกทีว่าเข้ากันกะผ้าม่านด้านหลังหรือไม่ สรุปวันนั้นคลานกลับบ้านกันค่ะ”

แอน ทองประสม
แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม


สไตลิสต์

กว่าที่นางเอกสาว “ญาญ่า–อุรัสยา เสปอร์บันด์” จะออกงดงามสมฐานะเจ้าหญิงอลิซ แห่งฮรีสอซ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะ “พี่แอน” ใส่ใจและละเอียดละออในการเลือกชุดมาเข้าฉาก และยังใช้งบไปกว่า 7 หลักเพื่อให้ชุดต่างๆของเจ้าหญิงออกมาสวยมากที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในกองละครเรายังได้เห็นภาพของ “พี่แอน”ที่คอยดูแลจัดระเบียบชุดให้กับสาว “ญาญ่า”เสมอ เรียกว่าทุ่มเทแบบสุดไปเลย

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสมแอน ทองประสม


สแตนด์อิน

ไม่น่าเชื่อว่านางเอกแถวหน้าของประเทศไทยจะมารับหน้าที่สแตนด์อิน โดย “พี่แอน” เผยว่า “ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัด จึงต้องแยกกองออกเป็น2 กอง แต่ทั้ง2กองต้องใช้ญ่าเข้าฉากทุกฉาก พี่แอ้วเลยจับแยกแบ่งถ่ายเป็นภาพกว้าง และภาพแคบ ดังนั้นหวยจึงมาออกที่แอนต้องเป็นสแตนอินให้ญ่า ฉะนั้นภาพกว้างบู้เปิดตัวญ่าทั้งหมดจึงเป็นแอนไปเดินท้าลมหนาวแทนน้อง…คนดูคงสงสัยทำไมญ่าดูช่วงลำตัวสั้นลง555”

แอน ทองประสม

ไม่ใช่แค่สแตนด์อินตอนถ่ายบนภูเขาหิมะเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ “พี่แอน” ได้ถ่ายฉากกระโดดน้ำแทนสาว “ญาญ่า” ด้วย ซึ่งหลังจากที่มีภาพปล่อยออกมาเธอก็ได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

 


ภาพ : @annethong

electrolux

Electrolux เปิด Electrolux Taste Center พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมการประกอบอาหารแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านอาหารแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตลอดจนสร้างนวัตกรรมการประกอบอาหารให้แก่ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจด้านอาหารในภูมิภาคนี้ อีเลคโทรลักซ์ (Electrolux) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศสวีเดน จัดงานเปิด “อีเลคโทรลักซ์ เทสต์ เซ็นเตอร์” (Electrolux Taste Center) พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมการประกอบอาหารแห่งแรก ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมการประกอบอาหารที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่มีมายาวนานร่วมศตวรรษ  ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ด้วยดีไซน์ที่โมเดิร์นและเรียบหรู พร้อมรองรับเชฟชั้นนำของไทยและเอเชียตะวันออก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยและชาวเอเชียในการประกอบอาหารสำหรับรับประทานเองที่บ้าน

Electrolux เปิด Electrolux Taste Center พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมการประกอบอาหารแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเปิด “อีเลคโทรลักซ์ เทสต์ เซ็นเตอร์” โดยมี มร.เคร็ก เม็กเคคเริร์น รองประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการอาวุโส อีเลคโทรลักซ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออก, รัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการทั่วไป อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย และผู้บริหารอีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย เฝ้ารับเสด็จ พร้อมด้วย มร.แฟรงค์ กรุ๊บ รองประธานฝ่ายการตลาด อีเลคโทรลักซ์ เอเชีย แปซิฟิก เข้าเฝ้าถวายเงินสมทบทุนมูลนิธิ อาสาเพื่อนพึ่ง (ภา ฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ ชั้น ๑๑ อาคารอีเลคโทรลักซ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

Electrolux

ภายใน “อีเลคโทรลักซ์ เทสต์ เซ็นเตอร์” ได้จัดแสดงนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเพื่อการประกอบอาหารที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านอาหารที่ยาวนานของอีเลคโทรลักซ์ ซึ่งสามารถปรุงอาหารได้จริง เพื่อสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภคที่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์อีเลคโทรลักซ์ทำอาหารรับประทานเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยเน้นเรื่องของรสชาติอาหารเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์นัดประชุมของคู่ค้า พันธมิตร สถาปนิก นักพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และจัดฝึกอบรมภายในองค์กรของอีเลคโทรลักซ์อีกด้วย”

ภายในงานเปิดตัว “อีเลคโทรลักซ์ เทสต์ เซ็นเตอร์” (Electrolux Taste Center) มี “เชฟเนตร” เนตรอำไพ สาระโกเศศ เชฟผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมประสบการณ์จากครัวระดับแนวหน้าของร้านอาหารทั้งไทยและนานาชาติ  รวมทั้งเป็นหนึ่งในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในรายการ Iron Chef ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันการทำอาหารระดับประเทศ มาสาธิตการประกอบอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดไฮเทคของอีเลคโทรลักซ์ พร้อมนำเสนอสูตรอาหารสุดพิเศษ “คีนัวพิซซ่า” เมนูพิซซ่ารูปแบบใหม่ ที่นำธัญพืชมากประโยชน์อย่าง “คีนัว” หนึ่งในสุดยอดซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ มาประยุกต์แทนแป้งพิซซ่าแบบเดิม ๆ เพิ่มเติมความอร่อยที่ให้คุณค่าทางอาหารอย่างครบครัน โดยมีเด็ก ๆ ที่รักการทำอาหารมาร่วมเรียนรู้การทำเมนูสูตรพิเศษนี้อย่างสนุกสนานในสเตชั่นคุกกิ้ง สตูดิโอ (Cooking Studio) พร้อมด้วยแบรนด์แอมบาสเดอร์ อีเลคโทรลักซ์ คิทเช่น โปรดักส์ (Electrolux Kitchen products)  อย่าง “หนูแหม่ม” สุริวิภา กุลตังวัฒนา และ “บ๊อบบี้” โรเบิร์ต พูนพิพัฒน์ ที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การทำอาหาร ที่สามารถรังสรรค์เมนูอร่อยได้เอง โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพระดับมืออาชีพเป็นผู้ช่วยสำคัญ

Electrolux

Electrolux

อีเลคโทรลักซ์ เทสต์ เซ็นเตอร์” (Electrolux Taste Center) แบ่งออกเป็น 5 สเตชั่น ได้แก่ สเตชั่นที่ 1 “Grand Cuisine” จัดแสดงชุดครัวสุดหรู ส่งตรงจากอิตาลี ที่รังสรรค์ความอร่อยในเมนูที่ต้องการได้อย่างลงตัว และพบได้แห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

Electrolux

สเตชั่นที่ 2 “Residential Kitchen” จัดแสดงนวัตกรรมชุดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะกับโครงการคอนโด บ้านจัดสรรต่าง ๆ ประกอบด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในตลาด

Electrolux

สเตชั่นที่ 3  “Cooking Studio” พื้นที่เรียนรู้สำหรับถ่ายทอดเคล็ดลับการทำอาหารจากเชฟสู่ผู้บริโภค เพื่อให้ผู้เข้าเรียนได้พบกับเชฟชั้นนำที่จะหมุนเวียนกันมา ถ่ายทอดวิธีทำอาหารจากเมนูระดับเชฟ เพื่อให้ผู้เรียนได้นำไปปรุงรับประทานกันในครอบครัว

Electrolux

สเตชั่นที่ 4 “Innovation Kitchen” จัดแสดงนวัตกรรมล้ำยุค ดุจครัวในฝันของเชฟมืออาชีพ แสดงนวัตกรรมล้ำยุคของอีเลคโทรลักซ์ ไม่ว่าจะเป็น เตาอบไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านแอปพลิเคชัน ที่สามารถแสดงให้เห็นอาหารที่อบอยู่ในเตาอบแบบเรียลไทม์ เป็นต้น

Electrolux

สเตชั่นที่ 5 “Chef’s table” โต๊ะรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อในพื้นที่ปรุงอาหาร ซึ่งผู้รับประทานอาหารจะได้สัมผัสอาหารที่เลือกสรรทั้งวัตถุดิบคุณภาพ เพื่อปรุงเป็นอาหารรสเลิศ โดยฝีมือเชฟชั้นนำของไทยและเอเชียตะวันออก

Electrolux

ปัจจุบัน อีเลคโทรลักซ์ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายครบครัน โดยมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านการทำอาหาร (Taste) ความใส่ใจในการดูแลเสื้อผ้า (Care) และการดูแลสุขภาพเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) เพื่อสร้างความสุข และความยั่งยืน ในฐานะเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก ที่เข้าใจความต้องการและให้ความสำคัญกับผู้บริโภคอย่างแท้จริง

พบนวัตกรรมสุดล้ำในการประกอบอาหาร ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้สนุกกับการทำอาหารยิ่งขึ้นกว่าที่เคย สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ อีเลคโทรลักซ์ เทสต์ เซ็นเตอร์ ได้ที่ โทร. 0-2725-9100 ต่อ 9185 หรือ www.facebook.com/TasteCenter หรือศูนย์บริการลูกค้าอีเลคโทรลักซ์ โทร. 0-2725-9000