เบ็คกี้ รีเบคก้า

I’m a Fighter! เบ็คกี้ รีเบคก้า พิสูจน์ความตั้งใจ ไม่เคยยอมแพ้

5 ปีแห่งการพิสูจน์ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง นักแสดงสาวนักสู้คนจริง พิสูจน์ความตั้งใจ ไม่เคยยอมแพ้

ตั้งแต่ซีรีส์ทฤษฎีสีชมพู GAP The Series ออนแอร์ ชื่อของเบ็คกี้ – รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง ก็ไม่เคยหายไปจากกระแส ตลอดระยะเวลาการทํางานกว่า 5 ปี เบ็คกี้มีผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ โฆษณา แฟชั่น ร้องเพลง คอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และอีกมากมายที่ทําให้เราเห็นถึงความตั้งใจ ไม่ยอมแพ้ ตามค่าที่เบ็คกี้บอกว่า “หนูเป็นนักสู้ค่ะ”

คิดว่าปี 2025 ของเบ็คกี้จะเป็นอย่างไรคะ

“น่าจะเป็นปีที่โฟกัสตัวเอง Take Care of Myself เลยค่ะ เบครู้สึกว่าปีก่อน ๆ มี Distraction เยอะ และ เรายังมีความใหม่กับอะไรรอบตัว แต่ปีนี้เราเริ่มคุ้นชินมากขึ้น เริ่มโอเคในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านอาชีพ งานแสดง ร้องเพลง เต้น รวมถึงด้านแฟชั่น นางแบบ เบ็คอยากทําให้ครบทุกอย่าง อยากเก่งในทุก ๆ ด้าน แน่นอนว่าเราไม่ได้เก่ง ตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ ฝึก ส่วนเรื่องเรียน ปีนี้อยากเรียนให้จบค่ะ พยายามแบ่งเวลาให้บาลานซ์ที่สุด แล้วอีกอย่างคือการดูแลตัวเอง ทั้งสุขภาพร่างกาย ออกกําลังกายให้สม่ำเสมอ และด้านจิตใจ ดูแลรักษา Mental Health ตัวเองให้ดีตลอดเวลา ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นโฟกัสของเบ็คในปีนี้ค่ะ” (ยิ้ม)

เบ็คกี้ รีเบคก้า

ความต้องการหรือเป้าหมายของเบ็คกี้ในตอนนี้คืออะไรคะ

“เยอะมากเลยค่ะ เพราะหนูวางโกลไว้ใหญ่ ซึ่งมันยากที่จะสมหวัง แต่ก็คิดว่าถ้าทําได้คงจะดีมาก ๆ รู้สึก ประสบความสําเร็จ ตอนนี้เป้าหมายที่วางไว้ยังคงเป็นเป้าเดิม คืออยากเป็นนักแสดงที่เก่ง เวลาใครได้ยินชื่อรีเบคก้า อาร์มสตรอง ก็จะรู้สึกว่า อ่อ คนนี้เป็นนักแสดงที่เก่ง เคยดูผลงาน หรือว่า She’s such a nice lovely. รู้สึกว่า เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เราอยากโฟกัสและทําให้ได้ ซึ่งเบ็คคิดว่าน่าจะทําได้นะคะ” (หัวเราะ)

อัพเดตชีวิตให้ฟังหน่อยค่ะ

“ช่วงนี้หลักๆ เป็นการถ่ายแบบ ถ่ายงาน เพราะยังไม่ได้ถ่ายซีรีส์ รู้สึกว่าตัวเองเป็นแฟชั่นโมเดล สนุกดีค่ะ (ยิ้ม) เบ็คเคยพูดว่าเวลาที่ตัวเองได้ใส่ชุด แต่งหน้า ทําผมหลาย ๆ แบบ ได้เปลี่ยนคาแร็คเตอร์สนุกดีค่ะ ได้ลองว่าลุคนี้ เข้ากับเราหรือเปล่า ถ้าไม่เข้าก็ไม่เป็นไร ลองใหม่ไปเรื่อย ๆ แต่กําลังจะกลับไปเป็นนักแสดงแล้วค่ะ (ยิ้ม) เริ่มถ่ายซีรีส์ ซึ่งเหนื่อยนะคะ แต่ชอบมากกกก เพราะเป็น ความฝันอีกอย่างของเบ็คที่อยากลองเล่นหลายบทบาท หลายคาแร็คเตอร์ ซึ่งปีนี้ก็จะมีผลงานให้แฟน ๆ ได้ชมเยอะหลากหลายแน่นอน ซึ่งก็แอบกังวลนะว่าจะทําออกมาดีไหม แต่รู้สึกว่าแค่เราทํา ให้เต็มทีพอแล้วค่ะ (ยิ้ม) และต้องบาลานชีวิตให้ดี”

ช่วงนี้ยังนอนดึกอยู่ไหมคะ

(หัวเราะ) มีบ้างค่ะ แต่ไม่ตึกเท่าเมื่อก่อน เพราะก่อนหน้านี้เปิดเรียนหนัก องเรียนออนไลน์ตอนตี 2 ตี 3 (เรียนด้านกฎหมาย Law with Criminology and Paychology ที่ University of Essex ประเทศอังกฤษ) แล้วก็ตื่นไปทํางาน เป็นแบบนี้ทุกวัน

มี”

“แต่ตอนนี้เหลือแค่ Internship ที่อังกฤษ ซึ่งต้องหาเวลาที่ลงตัวที่สุด เพราะตอนนี้เปิดก็ยังไม่อยากหายหรือจากแฟน ๆ ไปไหน ตอนนี้เช็คจึงต้องทําผลงาน ไว้เยอะ ๆ เพื่อเวลาเราไปฝึกงาน แฟน ๆ จะได้ไม่คิดถึงกันจนเกินไป แต่เปิดคิดว่า ยังไงก็คงคิดถึงอยู่ดีแหละ เพราะเปิดก็คิดถึงทุกคน แล้วก็รักงานตรงนี้มาก ๆ จะพยายามไม่หายไปนานค่ะ (ยิ้ม) “ตอนนี้ขอลุยงานแบบจัดเต็มก่อน หลายคนถามหนูว่าเมื่อไรจะเรียนจบ อายุเท่านี้ แล้ว (22 ปี) ควรจบได้แล้วนะ แต่หนูรู้สึกว่า อายุเท่าไรก็เรียนจบได้นะ อยู่ที่เราพร้อมตอนไหน ไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร บางคนอายุ 30 หรือ 50 เรียนจบได้ การเรียนไม่ได้มีเวลากำหนกสิ่งสําคัญที่สุดคือประสบการณ์ เปิดอยากให้คน เปิดใจเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ”

อะไรคือสิ่งที่เบ็คกี้ได้เรียนรู้ในช่วงที่ผ่านมาคะ

“ความรับผิดชอบค่ะ เราต้องเทคแคร์สิ่งนี้ มากๆ เพราะตอนนี้มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเยอะ มาก เยอะกว่าที่เคยคิดไว้ด้วยช้า เมื่อก่อนตอน เห็นคนในวงการบันเทิง เปิดไม่คิดว่าคนคนหนึ่ง จะต้องรับผิดชอบอะไรมากมายขนาดนี้ จากสมัยเล็กความรับผิดชอบใหญ่สุด คือตื่นไปโรงเรียนให้ทัน แค่นั้นเลย (หัวเราะ) แต่ตอนนี้มีทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน มีบทที่ต้องจ่า สคริปต์ที่ต้องท่อง หรือวันนี้ถ่ายแฟชั่น มัดเป็น อย่างไร ทุกอย่างต้องทําการบ้าน แต่ก็อยากบอก ว่าเปิดสนุกกับทุกงานเลยค่ะ” (ยิ้ม)

“หรือวันไหนที่เราป่วย จริงๆ ไม่อยากใช้ค่าว่าฝืนนะคะ แต่มันก็ฝืนตัวเอง ต้องออกมาทํางาน สู้ให้งานเสร็จ แต่เช็คที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยผ่านสิ่งนี้มาเหมือนกัน ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ต้องทําหน้าที่ให้สําเร็จ”

“อีกอย่างที่เปิดรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบคือต้องรู้จักรักตัวเองในเชิงที่ว่าถ้า วันนั้นไม่ไหวจริง ๆ ก็คือไม่ไหว ต้องหาทางแก้ แต่อะไรที่ทําได้ จะทําให้เต็มที่ก่อน ตอนนี้เรายังแข็งแรง ยังมีเอเนอร์จี้ ยังพร้อมกับทุก ๆ อย่าง จึงอยากทําให้เต็มที่ ที่สุดค่ะ”

สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการทํางานตรงนี้

“ความท้าทายของเบ็ดยังคงเป็นภาษาค่ะ รู้สึกว่า 5 ปีที่ผ่านมาเราก็โอเค ขึ้นแล้วนะ แต่บางครั้งก็ยังเป็นอุปสรรคอยู่ดี บางทีเวลาเขาคุยกัน หนูก็ฟัง ไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) แต่ตอนนี้เรากล้าที่จะถามว่าคํานี้แปลว่าอะไร อธิบายให้ฟัง หน่อยได้ไหม เมื่อก่อนอาจคิดว่าถามดีไหม จะถูกมองยังไงนะ แต่ตอนนี้กลับ รู้สึกว่าถ้าอยากเรียนรู้อะไร ต้องกล้าที่จะถาม ต้องกล้าพาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น ตอนนี้จึงรู้สึกสบายใจและมั่นใจขึ้นค่ะ”

“เป็นช่วงที่สบายใจที่สุดหรือยังคะ “ตอนนี้ก็ยังนะคะ (หัวเราะ) เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรที่ต้องทําและโฟกัสเยอะมาก แต่ก็อย่างที่บอกว่าปิ จะโฟกัสเรื่องจิตใจ Mental Health มากขึ้น แบกทุกอย่าง ให้น้อยลง ปล่อยวางมากขึ้น บางอย่างไม่ต้องเก็บมาคิดก็ได้ หรือ Outside Noise เสียงรอบตัวที่ไม่ดี ก็ไม่ต้องใส่ใจทุกเรื่อง แต่ขนาดพยายามปล่อยแล้ว ก็ยังคิดมาก อยู่ดีค่ะ” (หัวเราะ)

เรื่องอะไรที่เบ็คกี้เป๊ะที่สุดคะ”

“ทุกเรื่องค่ะ (หัวเราะ) คนรอบตัวจะบอกว่าเบ็คเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ สมมติ ว่ามีถ่ายงาน ถ้าไม่รู้ว่าถ่ายอะไร ดีเทลเป็นอย่างไร ใส่ชุดอะไรบ้าง หนูจะเริ่มเครียด เพราะหนูต้องท่าการบ้านว่าหน้าผมเป็นอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง หรือบางครั้ง ถ้าใกล้ถึงเวลานัดแล้วกําลังจะสายก็จะเริ่มเครียด คือไม่ชอบสถานการณ์แบบนั้นเลย จึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ทุกเรื่องเลยค่ะ ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย กับเรื่องส่วนตัวก็เป๊ะนะคะ แต่ก็พยายาม จะปล่อยวางมากขึ้น อนุญาตให้ตัวเองผิดพลาด บ้าง ประมาณว่า You make a mistake. ก็ไม่เป็นไร มีจุดให้เราได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด ได้เสมอ นาสิ่งนั้นมาเป็นบทเรียนและทําให้ตัวเอง ปล่อยวางมากขึ้น แล้วก็รักตัวเองให้ มาก ๆ” (ยิ้ม)

แล้วชิลกับเรื่องไหนที่สุดคะ

“น้อยมากค่ะ (หัวเราะ) เพราะคิดอะไร เยอะตลอดเวลา ชิลสุดอาจจะเป็นเวลาที่อยู่กับ เพื่อนหรือครอบครัวมั่งคะ อยากไปไหน อยาก หาอะไรก็ท่า เปิดบอกเพื่อนเสมอว่ายูอยากหา อะไรหาเลย อยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไร กิน คือแค่อยากใช้เวลากับเพื่อนให้เต็มที่ เพราะไม่ค่อยเจอกัน”

“อย่างครอบครัวของเบ็ด เราจะมีช่วง Family Movie Time ต้องดูหนังด้วยกัน ซึ่งคุณพ่อซีเรียสเรื่องนี้ เพราะเขาอยากให้ลูก ๆ รู้สึกว่าแม้จะโตหรือมีหน้าที่เยอะขนาดไหนก็ยัง ต้องมีเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน อย่างน้อยแค่เจอกัน ตอนดูหนัง พิเศษมาก ๆ แล้ว”

เวลาไปหาคุณพ่อที่ต่างประเทศมีกิจกรรม อะไรทีท่าด้วยกันอีกบ้างคะ

“เวลาไปหาคุณพ่อที่สิงคโปร์จะเป็นทริปสั้นมากค่ะ เราจะนั่งคุยกันให้เยอะที่สุด บางครั้งก็ไปเล่นเครี่องเล่นที่สวนสนุก คุณพ่อก็เล่นด้วยนะคะ และครอบครัวเรา ชอบเล่นกีฬาทุกคนเลย อย่างเล่นเทนนิส ตีกอล์ฟ ได้หมดเลย เพราะจริง ๆ ทุกคนก็ Workaholic เหมือนเปิดแหละค่ะ (หัวเราะ) พอมาเจอกันจึงชอบใช้เวลา อยู่ด้วยกันให้เต็มที่”

ในการทํางานกับฟรีน จากช่วงแรกจนถึงตอนนี้เป็นอย่างไรคะ

“ลงตัวค่ะ (ยิ้ม) พี่รินเป็นพี่สาวที่น่ารัก เราแคร์เขามาก หวัง กับเขามากๆ อยากให้เขาได้ดีในทุกเรื่องที่เลือก ไม่ว่าเขาจะอยากเป็นนักแสดง นางแบบ หรือว่า นักเขียน หนูยินดีกับทุกเรื่องของเขาเลย และจะคอยพพอร์ตทุกอย่างค่ะ “เราทํางานด้วยกันมาประมาณ 5 ปีแล้ว เรารู้จักกันดีมาก ๆ เราหวังดีต่อกัน และขอบคุณที่พี่ฟรีนเป็นพี่สาวที่น่ารักให้เปิดเสมอ”

มีมุมน่ารักของสองคนที่นึกทีไรก็อดยิ้มไม่ได้บ้างไหม

“น่าจะเวลามองตาแล้วรู้ใจกันมั้งคะ ประมาณว่าอยากพูดแต่พูดไม่ได้ พอมองตากันแล้วก็ขำออกมาเลย ซึ่งเป็นแบบนี้บ่อยค่ะๆค่ะ” (หัวเราะ)

คิดว่าอะไรที่ทําให้ความสัมพันธ์ของเราพิเศษคะ

“อาจเพราะเราทํางานด้วยกันมาประมาณ 5 ปีแล้ว เราต้องผ่านหลายเรื่อง มาด้วยกัน ซึ่ง 5 ปีมันเยอะนะ เราอยู่ด้วยกันแบบ….เขามองหนูเป็นน้องสาว หนูมองเขาเหมือนคนในครอบครัว ซึ่งหนูมีแต่พี่ชาย พี่ฟรีนจึงเป็นเหมือนพี่สาว เป็นคนที่เราขอค่าปรึกษาได้ ไปเที่ยวด้วยกันได้ทุกทีอย่างล่าสุดเราก็เพิ่งไปมัลดีฟส์กันมา ซึ่งตอนแรกหนูจะไปกับพี่ฟรีน พี่นา (อรธารา พูลศักดิ์) แล้วพอพี่ชายและคุณพ่อรู้ก็อยากมาด้วย เพราะว่างตรงกันพอดีเลยกลายเป็น Family Trip ที่เราได้ใช้เวลาด้วยกันแบบดีมาก ๆ ไ ดินเนอร์ ไอ้คุยกัน มีความสุขมากค่ะ เพราะเราต่างหวังดีต่อกันมาก ๆ และหนูเชื่อว่าพี่ฟรีนก็อยากให้หนูได้หา ในสิ่งที่หนูรักจริงๆ จึงคอยชัพพอร์ต ซึ่งหนูก็จะคอยซัพพอร์ตเขาเหมือนกันค่ะ”

เบ็คกี้คิดว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากการเป็นคนดัง มีชื่อเสียง

“เบ็คใช้คําาว่าคนดังได้เลยเหรอ (ยิ้มเขิน) เปิดรู้สึกว่าเวลาทําอะไรต้องคิด เยอะ ๆ และต้องรอบคอบมาก ๆ แต่จริง ๆ เป็นคนคิดเยอะอยู่แล้ว เปิดรู้สึกว่า อยู่ตรงนี้มีทั้งคนที่รักและไม่รัก คนที่หวังดีและไม่หวังดี มีคนหลายรูปแบบมากมีทั้งคนในโชเชียลที่อาจจะไม่เคยเจอเรา แต่เขาคิดว่ารู้จักเราดี และใช้คําพูดที ไม่น่ารัก หรือคนที่อยู่อีกฝั่งของโลก แต่น่ารักกับเรามาก ๆ ส่งข้อความให้กําลังใจ ตลอดเลย คือมีคนทุกรูปแบบจริง ๆ ค่ะ ซึ่งเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไป บางอย่างเรา ควบคุมได้ บางอย่าง ควบคุมไม่ได้ก็ต้องปล่อย”

“เบ็คแค่อยากจะบอกว่าถ้าอยากรักกัน อยากให้มารู้จักหนูจริง ๆ มาท่า ความรู้จัก เบ็คกี้เป็นแบบนี้นะ รักในแบบที่เบ็คกี้เป็น”

“เบ็ครู้สึกว่าทุกปีจะมีคนเข้ามาใหม่ แล้วก็จะมีคนที่หายไปเป็นเรื่องปกติ แต่ก็อยากขอบคุณที่เคยมารักกัน ดีใจที่ได้รู้จักกัน และกับคนใหม่ที่ยินดีที่ได้รู้จัก เช่นกันค่ะ (ยิ้ม) ซึ่งสิ่งที่เราทําได้ดีที่สุดคือเทคแคร์คนที่อยู่ตรงนี้ อยากทําผลงาน ๆ ออกมา หาให้ทุกคนภูมิใจ รวมถึงตัวเปิดเองด้วย อยากให้รักที่เบ็คเบ็นเบ็ค” (ยิ้ม)

เบ็คกี้ชอบฟรีนมุมไหนที่สุดคะ

“อืม…เครู้สึกว่าพี่ฟรีนไม่ได้ยิ้มง่าย ๆ แต่พอเขายิ้มแล้วน่ารัก แบบอยากยิ้ม

ตามค่ะ (ยิ้ม)

แล้วชอบตัวเองมุมไหนคะ

“เปิดชอบในมุมที่ตั้งใจ ไม่ท้อง่าย ๆ ทั้งที่อาจจะสู้มาหลายรอบแล้ว แบบว่าจะทําได้เหรอ ไหวเหรอ แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ค่ะ เปิดชอบตัวเองตอนทํางานแล้วไม่ท้อ เป็นนักสู้” (หัวเราะ)

เวลานักสู้คน เหนื่อยหรือท้อ มีวิธีอีลใจตัวเองอย่างไรคะ

“เปิดมีหลายวิธีนะ แล้วแต่วัน อยู่ที่ว่าวันนั้นแบตเตอรี่ตัวเองเหลือเท่าไร ถ้ายังพอมีแรงแบบ 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ฟังเพลงก็รู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ถ้าแบต ลดลงเยอะกว่านั้น (หัวเราะ) การได้อ่านหนังสือ ดูหนัง คุยกับหมา คุยกับ ครอบครัว การนอนแบบ 1 นอนจริงๆ นอนแบบไม่ได้คิดอะไร Good Sleep, Deep Sleep ซึ่งทําได้น้อย แต่สําคัญมาก เปิดรู้สึกว่าทุกอย่าง ลใจได้หมดเลยแต่ถ้าวันไหนไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องปล่อยความรู้สึกนั้นออกมา สมมติบางวัน เราเหนื่อยมาก ท้อมาก เสียใจ เป็น Bad Day สุด ๆ ก็ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ได้ ไม่ได้ผิดอะไร แล้วค่อยทําตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น พยายามดูว่าทําไมมันถึงเกิดปัญหานี้ เราจะแก้ไขอย่างไร หรือควรหาทางออกอย่างไรบ้าง เปิดเชื่อว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป วันพรุ่งนี้กําลังจะมา เราก็ทําให้วันพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นได้”  (ยิ้ม)

ยอมให้ตัวเองอ่อนแอได้?

“ยอมค่ะ แต่ก็ไม่ชอบให้ใครเห็นมุมนี้นะมุมร้องไห้ อ่อนแอ หรือมุมไม่รู้ ไม่ชอบเลย ไม่อยากให้ใครเห็นเวลาร้องไห้แล้วต้องมาปลอบ คือเบ็ดจะพยายามเก็บไว้ข้างใน แล้วส่งรอยยิ้ม ให้คนรอบตัว ส่วนใหญ่ที่แฟนคลับได้เห็นน้ําตา คือหนูซึ้ง (หัวเราะ) สืบแล้วนะ แต่หนูซึ่งจริง ๆ”

อะไรคือแรงผลักดันที่ทําให้เบ็ด และ ไม่ยอมแพ้ในเส้นทางนี้

“เบ็ควางไว้ 3 อย่างใหญ่ ๆ อันแรกเป็น โกลสําคัญ คืออยากเป็นนักแสดงที่เก่ง มี พัฒนาการที่เก่งขึ้นตลอด หรือได้ร่วมงาน International Project ซึ่งเป็นโกลใหญ่มาก หลายคนก็บอกว่าฝันใหญ่ไปหรือเปล่า (หัวเราะ) แต่เบ็ครู้สึกว่าฝันใหญ่ไปเลยเป็นสิ่งที่ดีนะ จะได้ เป็นแรงผลักดันในทุก ๆ วัน และจะไม่หยุด จนกว่าจะทําสิ่งนั้นได้”

“อย่างที่สองคือแฟนคลับค่ะ แฟนจ๋า My Sunshine เปิดรู้สึกว่าเขาน่ารักมาก ๆ จนไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไร แค่คําว่าขอบคุณคงไม่พอ อย่างบางคนไม่เคยเจอกันเลย แต่เขารักและบัพพอร์ตมาก ๆ หรือ บางคนมารอตั้งแต่เข้าเพื่อเจอเราแป๊บเดียว”

“ซึ่งเบ็คเคยพูดกับแฟน ๆ ว่าอย่าลืมหาความสุขจริง ๆ ของตัวเองด้วยนะ อยากให้แฟนจ่าหาแพสชั่นของตัวเองด้วย ใช้ชีวิตให้มีความสุข ไม่อยากให้ เครียด ไม่อยากให้กดดัน อยากให้การรักหนูเป็นเรื่องที่สนุก สบายใจ และแฮปปี้” (ยิ้ม)

“อย่างที่สามอาจจะคล้ายกับข้อแรก คืออยากทําทุกอย่างที่เคยฝันไว้ให้ได้ เช่น นักแสดง ร้องเพลง มีเพลงของตัวเอง มิคอนเสิร์ตของตัวเอง อยาก Wark Hard ตอนนี้แล้วสบายตอนโต หลายคนอาจจะบอกว่าเบ็คกี้ You come from a good family. แล้ว ยูจะทํางานหนักไปทําไม แต่เบ็คอยากบอกว่านั่นคือ Family not me สําหรับหนูต้องเริ่มใหม่ จากศูนย์ เราถึงจะภูมิใจกับสิ่งที่มีตอนเราโตขึ้น ฉะนั้นตอนนี้อยากทํางานให้หนัก เลย ตอนโตไปก็จะชิด แฮปปี้ และคงภูมิใจกับตัวเองมาก ๆ (ยิ้ม) ทั้งหมดนี้เป็น สิ่งที่ผลักดันเราในทุกวันให้ไปถึง Main Goal ให้ได้ค่ะ”

ความรักในมุมของเบ็คกี้เป็นอย่างไรคะ

“ความรักมีหลายแบบ ทั้งความรักจากแฟน ๆ จากครอบครัว จากเพื่อน ๆ เปิดรู้สึกว่าความรักสําคัญนะ เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราตลอด และเวลาที่เราได้ความรักที เราก็อยากให้ความรักที่ดีตอบกลับเหมือนกัน มีประโยคที่พูดอยู่เสมอคือ Treat people how you want to be treated as well. เราอยากให้เขาเป็นแบบไหน เราก็ต้องเป็นอย่างนั้นกับเขาเหมือนกัน มันคือสิ่งเล็ก ๆ ที่ควรทําแต่หลายคนอาจมองข้าม”

“เป๊ครู้สึกว่าความรักที่อยู่รอบตัวตอนนี้น่ารักมาก ๆ ค่ะ อย่างความรักที่ได้จาก ครอบครัว การซัพพอร์ตในทุกอย่างที่อยากทํา ช่วยสนับสนุนหนูไปให้ถึงโกลที่อยากเป็น เพราะเขารู้ว่าหนูอยากหาจริง ๆ มีคําพูดของคุณพ่อ หนูชอบคือ พ่อบอกหนูว่าถ้า วันไหนหนูไม่ไหวไม่ต้องฝืนนะ แต่ที่ยัง Puanh You ในทุกวัน เพราะรู้ว่าอยากทํา ต่อมาความรักของแฟน ๆ ที่ส่งข้อความน่ารัก ๆ มาให้ทุกวัน (ยิ้ม) และ วันไหนที่เขารู้สึกว่าเปิดพลังไม่เต็มร้อย ซึ่งไม่รู้ว่าเขาดูออกได้ยังไง เก่งมากเลย เขา ก็จะส่งข้อความหรือรูปน่ารัก ๆ มาให้ เปิดรู้สึกว่า เราแคร์เรามากเลย (ยิ้ม) ”

“และความรักจากเพื่อน ๆ ที่คอยเทคแคร์ คอยถามตลอดเลยว่าเบ็คยูไหวไหม เป็นคําถามที่เพื่อนถามทุกครั้งเวลาเจอกัน (หัวเราะ) เพื่อน จะบอกว่า เบ็ดรัก วเองด้วยนะ เทคแคร์ตัวเอง เยอะ ๆ รู้ว่ารักงาน แต่ต้องรักตัวเองด้วย” ซึ่งเบ็คจะตอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราดีขึ้นเยอะมาก แล้วในการบาลานซ์ทุก ๆ อย่าง รู้สึกว่าจัดการ ทุกเรื่องได้ดีขึ้น แล้วรักตัวเองมากขึ้นจริง ๆ อยากขอบคุณทุกความรักที่เข้ามา เปิดประทับใจ จริง ๆ ค่ะ (ยิ้ม)

รักตัวเองในแบบเบ็คกี้?

“เบ็คคิดว่าการรักตัวเองสําคัญมาก ๆ เพราะถึงคุณจะมีเพื่อนเยอะแค่ไหน แต่สุดท้าย พอหมดวันเราก็ต้องอยู่กับตัวเอง เราต้อง Root กับตัวเองว่าวันนี้เป็นยังไง มีช่วงหนึ่งที่ เคยรู้สึกว่าไม่รู้จะหันไปหาใคร ไม่ใช่ว่าไม่มีใคร อยู่ตรงนั้นนะคะ แต่เราแค่รู้สึกว่าเราไม่อยาก ทําให้เขาเครียดหรือเป็นภาระใครซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ควรคิดเลย เพราะจริง ๆ คนที่อยู่รอบตัวก็อยากฟัง อยากรับรู้อยากช่วยเรา ซึ่งเราก็เป็นแบบนั้นให้ทุกคนเหมือนกัน เช็คจะเป็นผู้ฟังที่ดี คอยฟัง คอยปลอบ คอยกอดคนรอบตัว ซึ่งตอนนี้ความคิดเหล่านี้ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ”

ความสุขของเบ็คกี้คืออะไรคะ

“ความจริงเป็นสิ่งเล็ก ๆ ในแต่ละวันอย่างการได้อ่านข้อความ น่ารักจาก แฟนจ๋า ดื่มชานม แต่ตอนนี้ชอบกินชาเขียวด้วยนะ (หัวเราะ) เล่นกับน้องหมา หรือเวลาได้ยินข่าวดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เช็ดก็ยิ้มได้แล้วค่ะ แต่การที่เราเป็นคนยิ้มง่าย ความเครียดหรือความคิดเยอะก็เข้ามาง่ายเหมือนกัน เราจึงต้องพยายามเก็บโมเมนต์ ที่เป็นความสุขมาก ๆ ไว้ให้ได้เยอะที่สุด”

 ขอ 1 ค่าที่แทนความเป็นเบ็คกี้ในวัย 22 ปี

“น่าจะคําว่า Self-contidance ค่ะ รู้สึกว่าสิ่งนี้สําคัญมากในทุกวันเพราะผู้คนมีความคิด หลากหลาย ต่างความคิด ต่างมุมมอง สิ่งที่สําคัญคือเรามั่นใจใน สิ่งไหนก็ทําสิ่งนั้น เปิดรู้สึกว่าสิ่งที่จะทําให้คุณออร่าที่สุด สวยที่สุด ก็คือความมั่นใจเพราะ The best dress you can wear is confidence มั่นใจและยิ้มไว้ค่ะ”

เรื่อง Minim

ภาพ วรสันต์

Aesop เปิดม่านเวที บรรเลงลีลาสู่ศิลปะแห่งการอาบน้ำด้วย Eleos Nourishing Body Cleanser สูตรใหม่

อาบน้ำอย่างมีศิลป์ กับ Eleos Nourishing Body Cleanser จาก Aesop

เพราะการอาบน้ำ…ไม่ควรเป็นแค่กิจวัตร แต่ควรเป็นการปลดปล่อยและผ่อนคลาย ล่าสุด Aesop เปิดตัว Eleos Nourishing Body Cleanser ให้การ อาบน้ำอย่างมีศิลป์ กับผลลัพธ์จาก 8 ปีแห่งการคิดค้น เพื่อให้ทุกสัมผัสของฟองนุ่มละมุน กลายเป็นช่วงเวลาที่คุณอยากหยุดเวลาไว้ให้นานที่สุด

 

ครีมอาบน้ำเนื้ออิมัลชันสูตรใหม่ นุ่มละมุน อ่อนโยน และช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก พร้อมเติมความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นครีมอาบน้ำตัวแรกของ Aesop ที่ใช้แนวคิดเดียวกับสกินแคร์สำหรับผิวหน้า คือเน้นความอ่อนโยนแต่ยังทำความสะอาดได้ดี เนื้อครีมเมื่อสัมผัสน้ำจะเปลี่ยนเป็นฟองละเอียด ลื่นไหลไปกับผิว มอบความรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่ใช้

 

ส่วนผสมเน้นความชุ่มชื้น เช่น เชียบัตเตอร์ น้ำมันโจโจ้บา และวิตามินอี ผสานกลิ่นหอมจากไม้ แพทชูลี และกานพลู ให้กลิ่นอบอุ่นแบบธรรมชาติ ใช้ได้ทุกวันโดยไม่ทำให้ผิวแห้ง

 

แคมเปญเปิดตัวครั้งนี้ยังน่าสนใจสุดๆ เพราะ Aesop ได้ร่วมงานกับนักเต้นระดับโลก ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลเหมือนเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนห้องน้ำให้กลายเป็นเวทีแห่งความสดชื่น และความงามในแบบของคุณ

 

 

 

 


ฉลองครบรอบ 2 ปี “The Fountain of Youth” The Fountain Wellness Clinic พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม

The Fountain Wellness Clinic จัดงาน “The Fountain of Youth” ฉลองครบรอบ 2 ปี ได้รับเกียรติจากลูกค้าและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย พญ.ธิศรา วีรสมัย และทีมแพทย์ผู้ชำนาญการพร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ คุณปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา และคุณแพร ณฐวีร์ โชติสรยุทธ์ ที่มาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวม ส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อการมีชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน

ภายในงาน นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นคือ ชุดตรวจวิเคราะห์พันธุกรรม (DNA) ที่ให้ข้อมูลเฉพาะบุคคลเกี่ยวกับสุขภาพและความ เสี่ยงทางพันธุกรรม โดยใช้เทคโนโลยีล้ำหน้ามาช่วยถอดรหัสข้อมูลทางพันธุกรรมนำไปสู่การวางแผนสุขภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน และช่วยให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด


Summer Vibes! เสิร์ฟทริคการแต่งตัวรับซัมเมอร์ 3 สไตล์จากเหล่าคนดัง

เมื่อถึงเมษายนก็ได้เวลาเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปทริปซัมเมอร์ แต่ช่วงนี้โลกแฟชั่นเขากำลังฮิตอะไร และแต่งตัวแบบไหนกันบ้าง แพรวจึงขอเสิร์ฟทริคแมตช์ไอเท็มจากคนดัง 3 สไตล์ ทั้ง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, มาร์กี้ ราศี และเต้ย จรินทร์พร ใครเป็นชอบแบบไหน เลือกแต่งตามได้เลยค่ะ

Keep it Classy

สาวๆ ที่ชอบความเรียบหรู ปนเซ็กซี่ เซฟลุคของ “คิมเบอร์ลี่” ในซัมเมอร์นี้ไว้เลย แม้ไอเท็มจะน้อยชิ้นแต่แมตช์ออกมาแล้วปังแน่นอน เริ่มต้นด้วยลุคชิลๆ หยิบผ้าพันคอผืนใหญ่มาหนึ่งผืน จากนั้นพับครึ่งเป็นสามเหลี่ยมแล้วนำมาผูกเป็นเกาะอก จะจับคู่กับกางขาวยาวสีขาวเหมือนคิมก็ได้ หรือจะกางเกงขาสั้น กระโปรงก็เหมาะนะคะ ถ้าอยากเพิ่มความโดดเด่นให้ลุคอีกหน่อยก็เติมสร้อยคอ ต่างหู และถือกระเป๋าสานก็จะยิ่งได้ความรู้สึกถึงฤดูร้อนค่ะ

เท้าเหยียบหาดทรายทั้งที ไม่มีชุดว่ายน้ำก็ไม่เข้าท่าสิคะ สำหรับทริปนี้คิมเบอร์ลี่เตรียมไว้สองลุคทั้งทูพีซที่มาในบราคล้องคอ เธอเลือกแมตช์เข้ากับ Tank Top สีขาว และเสริมลุคด้วยหมวกเบสบอลสีแดงสดใส และแว่นตากันแดด ส่วนอีกลุคเป็นวันพีซคอวีเผยความเซ็กซี่ หากใครต้องการความสนุก เลือกชุดว่ายน้ำที่มีลวดลายกราฟิกแบบคิมก็ช่วยได้นะ

สองลุคสุดท้ายเหมาะที่สุดสำหรับช่วงเวลาดินเนอร์ โดยเดรสลายพริ้นต์สีหวาน ดีไซน์รัดรูปตัวนี้จะให้ความรู้สึกเรียบหรู ในขณะที่ชุดเซ็ตสีขาวจะให้ความรู้สึกสบาย เข้ากับบรรยากาศชวนผ่อนคลายของทะเล

Cutie on Duty

สำหรับสายคิ้วต์ต้องแต่งตัวตามเธอคนนี้ “เต้ย จรินทร์พร” ผู้หญิงที่มีทั้งความน่ารัก ขี้เล่น และเซ็กซี่ซ่อนอยู่ ลุคแรกเธอมาในมินิเดรสสายเดี่ยวสีฟ้า เพิ่มความแซ่บด้วยดีเทลลูกไม้บริเวณช่วงอก แน่นอนว่าอย่าลืมหยิบสร้อยคอไข่มุกมาแมตช์ให้เข้ากับทะเลที่เป็นพื้นหลังด้วยนะ

นอกจากนี้ยังมีลุคชิลๆ ที่แฝงไปด้วยความน่ารัก นั่นคือเสื้อกล้ามสีน้ำเงินที่แมตช์กับกางเกงเบสิกๆ แต่ความน่ารักดันไปตกอยู่ที่หมวด และกระเป๋าโคร์เชต์ที่คู่สีของไอเท็มทั้งหมดเข้ากันอย่างลงตัว

อย่างที่บอกไปว่าเต้ยไม่ได้มีแค่ความน่ารัก แต่ความเซ็กซี่ยังเหลือล้น ยิ่งเมื่อเธอปรากฏตัวในชุดว่ายน้ำที่แม้มาในสีสันสดใส แต่ดีไซน์ของชุดว่ายน้ำนี้ บอกเลยว่า แซ่บสุดๆ เพราะเป็นทั้งวันพีซและบราในคราวเดียวกัน

Chic & Cool

สุดท้ายขอเอาใจสายเท่ด้วยสไตล์การแต่งตัวของ “มาร์กี้ ราศรี” เริ่มต้นด้วยการแมตช์เสื้อโอเวอร์ไซส์เข้ากับกางเกงยีนส์สักตัว เพิ่มความคูลด้วยรองเท้าผ้าใบสักคู่ เติมเครื่องประดับอย่างกำไล และสร้อยคอเส้นยาวสักหน่อย เท่านี้ก็ได้ลุคง่ายๆ แต่ดูสะดุดตาแล้วค่ะ

ลุคที่สองก็ยังอยู่กับความเรียบง่าย เพียงแค่หยิบเสื้อสเวตเตอร์แขนยาวที่มีในตู้ มาสวมทับกระโปรงบอลลูน จับคู่กับรองเท้าบู๊ต คาดแว่นตาไว้บนศีรษะเท่านี้ก็พร้อมลุคแล้ว

ส่วนลุคสุดท้าย ถึงจะมีความหวานแต่ก็ยังเท่อยู่ เพราะมาร์กี้เลือกแมตช์เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ที่มีดีไซน์เหมือนการเลเยอร์เสื้อลูกไม้ทับอีกชั้นเข้ากับกางเกงยีนส์ที่มีลสดลายน่ารัก ซึ่งเสื้อดีไซน์นี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่แฟชั่นนิสต้าอีกด้วย

            หลังจากซูมอินลุคครบทั้ง 3 สไตล์แล้ว ชอบแบบกันบ้าง แต่ไม่ว่าจะเลือกไอเท็มชิ้นไหน ไปแมตช์ลุคอะไร แพรว ก็ขอให้ทุกคนสนุกกับซัมเมอร์นี้นะคะ


รูปภาพ: @kimmy_kimberley, @toeyjarinporn และ @margie_rasri

ดร.อิศริยา สายสนั่น

โสดอย่างเฉิดฉาย ดร.อิศริยา สายสนั่น เลือกใช้ชีวิตอิสระอย่างมีความสุข

หมดยุคแล้วกับการสงสารคนโสดหรือวิ่งตามหาความรักจากคนอื่น เพราะ ไม่ว่าใครก็สามารถมีความสุขด้วยตัวเองได้ “ดร.เอ๊ะ อิศริยา สายสนั่น” นักแสดง และผู้จัดละครมากฝีมือเชื้อแบบนั้นแม้จะโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 27 ปี แต่เราแทบไม่เคยได้ยินข่าว เรื่องความรักของเธอเลย วันนี้จึงขอนัดคิวมาค้นใจกันว่าอะไรที่ทําให้สาวสวยคนนี้ ตัดสินใจขออยู่แบบโสด ๆ

ดร.อิศริยา สายสนั่น

สะดวกแบบนี้

ต้องเล่าก่อนว่าช่วงวัยรุ่นที่เอ๊ะเริ่มเข้าวงการ หนึ่งในประเด็นคําถามที่ต้อง ตอบนักข่าวเสมอคือเรื่องแฟน ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไร จึงมักจะตอบว่าปล่อยให้ เป็นเรื่องธรรมชาติ จนวันที่เริ่มโตขึ้น เจอคําถามเดิมบ่อยเข้า ก็นั่งวิเคราะห์ตัวเอง และพบว่าเราคงชอบการใช้ชีวิตโสดที่แฮปปี้ดี จนความสัมพันธ์ในแบบคู่รักแทบ ไม่ได้อยู่ในความคิดเลย”

“แต่ถ้าถามว่ามีอะไรที่ส่งผลต่อความคิดบ้างหรือเปล่า คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่เอ๊ะ 2 – 3 ขวบ ไม่รู้ว่าเป็นปมหรือเปล่า เอ๊ะอยู่กับ คุณแม่และพี่น้องอีก 4 คน ซึ่งท่านดูแลลูก ๆ มาอย่างดี จึงอาจเป็นหนึ่งในปัจจัย ที่ทําให้เห็นว่าการอยู่คนเดียวก็ไม่แย่ สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข แต่ถ้าถามถึง ประสบการณ์ตรง เอ๊ะไม่เคยมีความรักในรูปแบบแฟน จึงไม่มีปมของคนผิดหวัง หรืออกหัก เคยเห็นจากคนรอบข้าง เลิกกับแฟนแล้วต้องเสียใจ ทนทุกข์อยู่เป็นปี ๆ ก็ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์นั้น เราแค่รู้สึกว่าอยู่แบบไหนแล้วมีความสุขก็เลือก แบบนั้นค่ะ ขณะเดียวกันเวลาเห็นใครมีความรักก็ดีใจด้วยที่เขาเจอพาร์ตเนอร์ที่ดี อย่าง พี่น้องเอ้ะทุกคนที่มีแฟนคอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน เราก็ยินดีด้วย แต่คิดว่ามันไม่ใช่ทางของเรา นึกไม่ออกว่าถ้ามีแฟนจะเป็นยังไง”

“ความที่เอ๊ะเรียนโรงเรียนหญิงล้วน มีเพื่อนผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ พอวันที่ เข้าวงการแล้วมาเจอผู้ชายมากหน้าหลายตา ต้องทํางานด้วยกัน ก็ต้องปรับตัวเยอะ ในช่วงแรก ทั้งที่ก็มีพี่ชายนะ แต่ไม่รู้ว่ากับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวต้องคุย แบบไหน เพราะถ้าน้อยเกินไปอาจโดนมองว่าหยิ่ง แต่ถ้ามากเกินก็จะดูเหมือนไปเล่น กับเขา จนผ่านไปสักพักจึงเริ่มชิน โอเคขึ้นว่าเราสามารถมีเพื่อนผู้ชายที่ดีได้ บวกกับภาพจ้าที่คนอื่นมองมาว่าเราอยู่โรงเรียนหญิงล้วน ชอบผู้หญิงหรือเปล่า พอมารวมกับเรื่องการเรียนบวกกับลุคที่ดูนิ่งขรึม ดูเนิร์ด ทําให้ผู้ชายหลายคน อาจกลัว ที่รู้เพราะว่าตอนนั้นเพื่อนสนิทมาบอกว่ามีคนชอบ แต่ไม่กล้าเข้าหา จีงมาปรึกษาเพื่อนว่าเราเป็นคนยังไง ชอบอะไร ควรรีบแบบไหน ซึ่งเพื่อนก็จะ ตอบแทนให้เลยว่าเราไม่อยากมีแฟน จากนั้นผู้ชายก็เฟดออกไปเอง เพราะเรา ไม่ได้เล่นด้วย สําหรับเอ๊ะไม่ว่าจะกับเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่ได้คิดอะไรในแบบแฟน”

กําแพงหัวใจ

แม้ไม่ได้ตั้งเป้าอยากมีความรัก เพราะกลัวความเจ็บปวด แต่หากเธอได้รัก แล้วก็พร้อมทุ่มให้เต็มร้อย “ยอมรับว่าเอ๊ะมีกําแพงในใจสูงประมาณหนึ่ง อาจเห็น จากคุณแม่หรือเพื่อนแล้วไม่อยากเสียใจแบบนั้น เพราะเราพร้อมทุ่มเทให้กับคนที่รัก แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีแฟนแล้วต้องเลิกกันคงทรมาน จึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลม คือขอไม่คบใครดีกว่า จะได้ไม่ต้องคาดหวังในกันและกัน ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

“ความสัมพันธ์ ไม่อยากเกลียดใคร และไม่อยากถูกใครเกลียดด้วย จึงคิดว่าใช้ชีวิตแบบโสดน่าจะมีความสุขมากกว่า เพราะเราก็มีชีวิตแบบนี้มา ตั้งนานแล้ว ราบรื่นดี ไม่มีเรื่องให้ปวดหัว และถ้าวันหนึ่งมีแฟนก็ต้องดีกว่าอยู่ คนเดียว ความที่เราอยู่แบบนี้ได้ดีมากๆ จึงไม่ได้ขวนขวายที่จะมี แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นนะคะ พูดคุยได้ปกติ เพียงแต่ถ้าคุยในทางชู้สาวเราจะมีกําแพงขึ้นมา เพราะยัง ไม่พร้อม วันใดที่มีคนเข้ามาหลายกําแพงได้ คงเปิดใจมากขึ้น”

“ซึ่งคนที่มีโอกาสเข้ามาได้คงต้องมีความคล้ายพระเอกละคร ขรึม ๆ นิ่งๆ มีเสน่ห์ ไม่ท็อกซิก ดูเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่น ฟิลเหมือนตอนที่เราอยู่กับคุณแม่แล้วรู้สึก สบายใจ เห็นเขาเป็นที่พึ่ง เป็นที่พักพิงให้เราได้ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็จะคอยอยู่ข้างๆ”

“เอ๊ะไม่ได้กลัวความรักนะคะ เพราะไม่เคยผิดหวังหรือสมหวัง ประสบการณ์เป็นศูนย์ และไม่ได้มีความรู้สึกว่าจะต้องมี สมัยเด็กเคยคิดว่าความรักเป็นเรื่อง เสียเวลา เพราะเรียนด้วยทํางานด้วย ถ้ามีความรักก็ต้องแบ่งเวลาออกไป ไม่สามารถ โฟกัสกับงานได้เต็มที แต่พอโตขึ้น ความคิดเปลี่ยนไป มองว่ามันก็มีข้อดี ถ้ามี คน ๆ มาซัพพอร์ต เพียงแต่คงไม่ใช่กับเราเท่านั้นเอง “

และถ้าจะให้มีแฟนตอนนี้ คงไปกันไม่รอดอยู่ดีค่ะ เพราะเมื่อคบใครแล้ว ก็ต้องมีเวลาให้กัน ซึ่งเรารู้ตัวเองดีว่าไม่มีเวลามากขนาดนั้น จึงไม่อยากเห็นแก่ตัว และไม่อยากทําร้ายใคร ขออยู่คนเดียวแบบนี้ดีกว่าค่ะ” (ยิ้ม)

เรื่องรักเป็นรอง

“ที่เธอไม่ห่วงเรื่องเหงา เพราะตารางชีวิตทุกวันนี้อุทิศให้กับครอบครัว การเรียน และการทํางานแบบแน่นเอี้ยด “เอ๊ะทุ่มเทมาก สมัยที่เรียนไปด้วยทํางานแสดงไปด้วย ตั้งแต่อายุ 15 ชีวิตเหมือนรถไฟเหาะเลยค่ะ เรียนมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรัง- ชิสซาเวียร์คอนแวนต์ จบม.4 แล้วสอบเทียบวุฒิ ม.6 เพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัย จนสอบเอนทรานซ์ติดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงนั้นก็เป็น นักแสดงด้วย ทํางานควบคู่กันไปด้วย เมื่อเรียนจบด้วยแพสชั่นที่ชอบละคร จึงตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ช่วงนั้นเริ่มเฟดตัวออกจากวงการนักแสดงและผันตัวมาเป็นผู้จัดละคร ช่อง 8 พอทําไปได้สักพักก็เรียนต่อปริญญาเอกที่คณะเดิม ซึ่งต้องทุ่มเวลา 4 ปีเต็ม กว่าจะเรียนจบ พอหาสําเร็จภูมิใจมาก ๆ ค่ะ”

“งานหลักของเอ๊ะตอนนี้ถือเป็นผู้จัดละคร นักแสดง พิธีกร ล่าสุดเป็น อาจารย์ประจําคณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย ตารางชีวิตแน่น จริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างทางก็มีเครียดบ้าง เหนื่อยบ้าง เป็นเรื่องปกติ วิธี คลายเครียดของคนที่มีแฟนเขาอาจจะให้กําลังใจกัน พาไปเที่ยว ไปกินข้าว แต่ สําหรับคนโสดแบบเอ๊ะ กําลังใจสําคัญมาจากครอบครัว ถ้าเหนื่อยก็พักไปหา ของอร่อยหรือเล่นกับหลาน และความที่เราเป็นครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องเยอะ วันหยุดก็พากันไปเที่ยว ไปไหว้พระ ทําแบบนี้มานานแล้ว แฮปปี้ดี” (ยิ้ม)

คุณแม่รับจบ

ไม่ว่าใครจะเข้ามาหาคุณเอ๊ะก็ต้องผ่านทางคุณแม่ หนุ่ม ๆ เตรียมใจเลยนะคะ “คนที่เข้ามาหาส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวพันกับเรื่องงาน ต้องมีการแลกเบอร์โทรศัพท์ หรือช่องทางติดต่อเพื่อที่จะคุยงานได้สะดวก ซึ่งเวลาเขาทักมา เราก็ต้องตอบเป็น มารยาทที่ดี เพราะไม่รู้ว่าเขาเข้ามาแบบไหน อาจจะแค่ในรูปแบบของเพื่อนร่วมงาน เท่านั้นก็ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งที่รู้สึกว่าเกินคําว่าเพื่อนร่วมงาน อย่างเช่นโทร.หาบ่อย ๆ คุยถามเรื่องส่วนตัว ทําอะไรอยู่ กินข้าวหรือยัง หรือมีการบอกฝันดี เราจะรู้สึก ขนลุกและรู้ละว่าเขาคิดอะไร ก็จะตีตัวออก โดยส่งให้คุณแม่จัดการ (หัวเราะ) แต่เอ๊ะก็ยังร่วมงานได้นะคะ เพราะเราแยกแยะได้ว่างานต้องมาก่อนอยู่แล้ว

“ถ้าใครโทร.แล้วเอ๊ะไม่รับสายจะโอนไปที่โทรศัพท์คุณแม่อัตโนมัติ เคยมี บางคนรู้ว่าเอ๊ะไม่ยอมคุย จึงพยายามเข้าทางคุณแม่โดยการโทร.หาทุกวัน คุยจน สนิทกันเลยค่ะ คุณแม่ก็เอ็นดู และยอมพูดตรง ๆ ว่าคงไม่ได้เป็นแฟนกับเอ๊ะละ แต่ให้มาเป็นลูกแม่อีกคนแล้วกัน”

“โชคดีที่คนที่เข้ามาส่วนใหญ่สุภาพ มีมารยาท และให้เกียรติ ถ้าเราบอกว่า ยังไม่พร้อมมีแฟน เขาก็เข้าใจแล้วค่อย ๆ ถอยออกไป ถือว่าพูดรู้เรื่องทุกคนเพราะแน่นอนว่าอีกฝ่ายเขาก็มีตัวเลือก เราไม่ได้เป็นผู้หญิงคนเดียวบนโลก เขา ไม่จําเป็นต้องมานั่งรอเราเปิดใจ ทุกวันนี้ยังมีคนที่มาชอบแล้วกลายมาเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องที่สนิท เรียกว่าเรามีความรู้สึกที่ดีให้ในฐานะอื่นที่ไม่ใช่แฟน ส่วน คนที่ต่อมากๆ แสดงอาการไม่พอใจ หรือก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวจนเกินไป ก็จะให้ คุณแม่ช่วยจัดการ หรือไม่ก็ต้องบล็อก”

“ทุกวันนี้ยังไม่เคยคุยกับใครไปจนถึงขั้นเปิดใจคบเลยค่ะ ไม่เคยมีการเด ด้วย เพราะมองว่าการเดตเราต้องมั่นใจพอสมควรว่าน่าจะไปกันต่อได้ แต่อย่างที่ บอกว่าเราไม่ได้คิดจะคบใคร ฉะนั้นก็อย่าเดตเลย ไม่อยากทําให้เขาต้องเสียความรู้สึก คือเอ๊ะนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าตัวเองมีแฟนจะเป็นยังไง คงจะเป็นน่าดู แม้จะเป็นนักแสดง เล่นละครมาเยอะ อย่างเวลาตัวละครชอบกันแล้วต้องมองหน้าสบตาเราก็ไม่รู้ว่าสายตาต้องเป็นแบบไหน ต้องรู้สึกยังไง การมีแฟนของเอ๊ะจึงถือว่าเป็น เรื่องที่ยากที่สุดในชีวิต”

“ถ้าถามว่าเคยรู้สึกปลื้มใครไหม แน่นอนว่าเคยค่ะ แต่เป็นการปลื้มตัวละคร จากในหนังหรือซีรีส์เกาหลี พระเอกจะค่อนข้างเป็นสุภาพบุรุษ นิ่ง ๆ แต่ใจดี ซึ่งเราไม่เคยปลื้มคนในชีวิตจริงเลย เพราะยังไม่เคยเจอใครแบบนั้น แปลกใช่ไหมคะ อาจเพราะโตมาในกรอบ บวกกับส่วนตัวไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว จึงทําให้ ไม่ได้สนใจใครในชีวิตจริง”

โสดให้มีความสุข

“บนโลกนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่ทําให้มีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งพาความสัมพันธ์ แบบคู่รัก คุณเอ๊ะเชื่อแบบนั้น “ความสุขของเอ๊ะคือครอบครัวค่ะ พวกเขาเป็นความมั่นคง เหมือนเป็นเสาหลักที่ทําให้ใจของเรามีที่ยึดเหนียว มีที่พักพิง ไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นหรือมีปัญหาอะไร เรายังมีพี่ มีน้อง มีครอบครัว ฉะนั้นเราก็สู้ตาย พร้อมเผชิญกับปัญหา”

“เคยถามคุณแม่เหมือนกันค่ะว่าถ้าลูกโสด ไม่มีแฟน ไม่แต่งงาน จะโอเค ไหม เพราะเราแคร์คุณแม่มาก ๆ ซึ่งท่านโอเค ไม่ได้บังคับหรือกดดัน เอ๊ะโชคดี คุณแม่หรือญาติๆ มีความคิดที่ค่อนข้างสมัยใหม่ ให้เราเลือกใช้ชีวิตในแบบของเรา ได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าให้ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้วเราอาจดูเป็นของแปลก อาจมีค่าถาม จากสังคม แต่สําหรับตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรตั้งแต่แรกแล้วกับคําว่า “คาน” เพราะมัน เป็นสิ่งที่เราเลือกเอง แล้วก็มีความสุขดี ฉะนั้นใครจะมองยังไงก็ไม่ได้กระทบกับ ความรู้สึกของเราสักนิดค่ะ”

“สําหรับแพลนชีวิตโสดคือทาตัวเองให้แฮปปี้ในทุกวันและมีคุณค่ากับสังคม ไม่สร้างภาระให้ใคร พยายามหาสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตมีสีสัน ส่วนตัวเอ๊ะค่อนข้างใฝ่รู้ ฉะนั้นก็จะมีแพลนไปเรียนเพิ่มเติม รับความรู้ใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาด้านการเป็น ผู้จัดละคร”

“และความที่เรามีความสุขง่าย อาจเพราะทํางานตั้งแต่เด็ก อยู่กับแสงสี เสียงที่ฟุ้งเฟ้อมาก ๆ ถ้าวันหนึ่งเลือกได้ ไม่ต้องทํางานแล้ว ก็คงขออยู่บ้าน นอน ดูหนังนิ่ง ๆ ดีกว่า ไม่ใช่ว่าการทํางานไม่ดีนะคะ มันเป็นโอกาสที่ดีที่ทําให้เราได้เจอ คุณค่าในชีวิตตัวเองว่าเราสามารถเป็นนักแสดง เป็นผู้จัดละครที่ดี เพื่อมอบความ บันเทิงให้แก่ผู้ชมได้ หรือการที่ได้เป็นอาจารย์เพื่อมอบความรู้ให้นักศึกษา แต่ เมื่อวันหนึ่งที่ค้นพบว่าความสุขของเราคือความสงบ ไม่ได้อยู่กับความวุ่นวาย อาจจะ แค่ได้กินอาหารอร่อย ไม่จําเป็นต้องเป็นอาหารแพง ๆ ได้อยู่กับครอบครัว แต่นั้น ก็มีความสุขแล้วค่ะ”

“ส่วนแพลนระยะยาวก็คือพยายามทุ่มเทกับการทํางาน เพื่อหาทุนมาดูแล ตัวเองในอนาคต เมื่อถึงเวลาเกษียณจะได้มีเงินพอที่จะดูแลตัวเองได้ ไม่จําเป็นต้องไปฝากชีวิตไว้ที่ใคร”

ดร.อิศริยา สายสนั่น

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม

“ใครที่กําลังตามหาความกแล้วยังไม่เจอก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า แล้ววันหนึ่งสิ่งที่คู่ควรก็จะเข้ามาหาเอง คือเอ๊ะเชื่อเรื่องของพรหมลิขิตนะ อย่างที่บอก ว่าเวลานี้สําหรับเราคิดว่าไม่อยากมีแฟนแล้ว แต่ถ้าในอนาคตข้างหน้า อะไรก็เกิดขึ้นได้ อาจจะมีใครสักคนเข้ามาเปลี่ยนความคิด ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน”

“สําหรับเอ๊ะการเป็นโสดเป็นเรื่องปกติ เราสามารถมีความสุขได้ด้วยการรักตัวเอง ดูแลตัวเองดี ๆ หมั่นออกกําลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ แต่งหน้าทําผมให้ดูดี และมุ่งมั่นทําในสิ่งที่รักต่อไป เหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะมีความรักดีๆ ถึงแม้วันหนึ่งไขว่คว้าหาแล้วยังไม่เจอ อย่างน้อยเราก็ยังมีความรักให้ตัวเอง “คําพูดที่ว่าก่อนจะรักใครต้องรักตัวเอง ทําตัวเองให้เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดนั้นเป็นเรื่องจริง”

เรื่อง Prince

ภาพ วรสันต์

สไตลิสต์ ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ

Caleō x ASAVA เปิดตัวชุด Afternoon Tea สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับคอลเล็คชั่น Asava Spring/Summer 2025

The Ritz-Carlton, Bangkok และ Asava ร่วมสร้างประสบการณ์น้ำชายามบ่ายสุดพิเศษ “Caleō x Asava Spring/Summer 2025 Afternoon Tea” ถ่ายทอดนิยามใหม่ของความหรูหราที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผ่านชุดน้ำชาที่รังสรรค์อย่างประณีตโดย เชฟซิลแวง กงสตองส์ (Sylvain Constans) หัวหน้าเชฟขนมหวานของโรงแรม

ในธีม “Echoes of Sublime Summer” ขนมหวาน สโคน และแซนด์วิชได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์และโทนสีของคอลเลกชัน Asava SS25 เสิร์ฟพร้อมชา Signature Blend จาก Araksa หรือจะเพิ่มความพิเศษด้วยแชมเปญยามบ่าย

Caleō x ASAVA เปิดตัวชุด Afternoon Tea สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับคอลเล็คชั่น Asava Spring/Summer 2025

ไฮไลต์จากชุดน้ำชาประกอบด้วยขนมหวาน 6 ชนิด ได้แก่ Kelcey จากแบล็คเคอร์แรนท์ มูสพีช และมาเดอลีนบิสกิตที่ได้แรงบันดาลใจจากโทนสีชมพูในคอลเล็คชั่น

Celeste จากยูซุช็องติยี่ครีม ยูซุเจลลี่ มูสมะพร้าว และ  ฟินองเซียมะพร้าวเสมือนความพลิ้วพองของแขนเสื้อและชุดดั่งไฮไลต์ในคอลเล็คชั่น

Lyra จากมูสชีสเค้ก บลูเบอร์รี่กอมโป้ต และอัลมอนด์บิสกิต เฉกเช่นกับลายมัวเร (Moiré pattern) บนสีฟ้าพาสเทล

Ophelia จากแอพริคอตเจลลี่ คาราเมลบาวารัวส์ ครีมคาราเมล คาราเมลบิสกิต ท็อปด้วยเจลลี่กลิ่นกุหลาบ ดั่งลายผ้าที่ประดับด้วยลวดลาย Polka-dot

Sidney จากช็อคโกแล็ตมูส สามเลเยอร์ เริ่มจากเจลลี่กล้วยและเสาวรส ตัดด้วยครีมช็อคโกแล็ตรสเสาวรส และเค้กช็อคโกแล็ต ในสีน้ำเงินราวกับผ้าเดนิมโทนสี Shades of Blue และอองทริเมชิ้นพิเศษจากเชฟซิลแวง

Zinnia จากพิตตาชิโอช็องติยี่ครีม ราสเบอร์รี่มูส ครีมราสเบอร์รี่ และเมอแร็งก์ เสิร์ฟพร้อมซิกเนเจอร์สโคนและแซนด์วิช Savory ปิดท้ายด้วยรถเข็นขนมหวานและช็อกโกแลตบอนบอน เพื่อเพิ่มอรรถรสของการดื่มด่ำน้ำชายามบ่าย

Caleō x Asava Spring/Summer 2025 Afternoon Tea  ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2568 – 30 เมษายน 2568 ณ ชั้น L, โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ราคา 1,600++ บาทต่อท่าน


 

ไทยเบฟ

ไทยเบฟ ร่วมสนับสนุนนิทรรศการ “รัตนแห่งจุฬาฯ” จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน

เนื่องในโอกาส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “รัตนแห่งจุฬาฯ” จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน โดย ไทยเบฟ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มาจัดแสดงนิทรรศการ จำนวน 38 ภาพ ซึ่งทรงฉายภาพทั้งในไทย และประเทศต่างๆ ทั่วโลก ระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 2567 เพื่อให้คนไทยได้ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ  ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ไทยเบฟ
ไทยเบฟ

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “รัตนแห่งจุฬาฯ” จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน

ไทยเบฟ

โดยภายในงานนิทรรศการได้แบ่งเป็น 5 โซนหลักๆ คือ โซนนิทรรศการภาพถ่ายดอกไม้ฝีพระหัตถ์ โซนต้นไม้ประจำพระองค์ คือ ต้นจำปีสิรินธร และพรรณไม้พระราชทาน ได้แก่ ม่วงเทพรัตน์ ไอยริศ และ ช้องเจ้าฟ้า โซนพรรณไม้เทิดพระเกียรติ อาทิ เทียนสิริธร กุหลาบพระนามสิรินธร และ เอื้องศรีอาคเนย์ โซนต้นไม้ทรงปลูก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เช่น ต้นรวงผึ้ง ต้นมหาพรหม ต้นสรัสวตี และ ต้นจำปีสิรินธร และโซนพรรณไม้สู่นวัตกรรม จัดแสดงโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพัฒนาพรรณพืชสู่การสร้างผลิตภัณฑ์

ไทยเบฟ
ไทยเบฟ

นอกจากนี้ยังได้จัดเวทีเสวนาความรู้ “จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน” โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ รวมทั้งมีการจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระราชดำริ อพ.สธ. ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ต่อยอดจากพรรณไม้หรือดอกไม้ กิจกรรมเวิร์คช็อปที่เกี่ยวเนื่องกับดอกไม้ และพืชพรรณต่างๆ อาทิ การชงชาดอกไม้ การสร้างภาพพิมพ์ธรรมชาติ รวมทั้งได้มีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำรายได้สมทบมูลนิธิมหาจักรีสิรินธร เพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไทยเบฟ


‘สงกรานต์มีรัก สาดฉ่ำๆ ด้วยความหวาน ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 7-13 เมษายน 2568

‘สงกรานต์มีรัก สาดฉ่ำๆ ด้วยความหวาน’

ดวงรายสัปดาห์ 7-13 เมษายน 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ก่อนหยุดยาวของชาวอาทิตย์ มีโอกาสติดอยู่กับความอึดอัดขัดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่น ครูบาอาจารย์ เทรนเนอร์ โค้ชชิ่ง ติวเตอร์ ฯลฯ รวมถึงผู้ที่ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับงานสายนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตามจะมีโอกาสได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานนี้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะรู้สึกอึดอัด กดดัน เพราะเป็นงานที่ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ และไม่ถนัด แต่ก็ต้องทำ เพราะติดที่สัญญา ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาใจ ที่สุดแล้วด้วยความสามารถของคุณก็จะทำออกมาได้ดี แม้จะช้ากว่าเดทไลน์ก็ตาม

การเงิน  :  หลักๆ มาจากงานประจำ แต่ก็จะมีเงินพิเศษไหลเวียนเข้ามาไม่ขาด แม้คุณพยายามใช้แบบกระเหม็ดกระแหม่ พร้อมกับวางแผนการใช้เงินอย่างดี แต่ก็ยังไม่วายที่จะเสียกับการถูกหลอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการลงทุน การค้ำประกัน และการกู้ยืม

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตคู่ของคุณ หากความรักความเข้าใจของคุณไม่แข็งแรงพอ ก็มีโอกาสที่จะทะเลาะกับคู่ครองได้อย่างง่ายดาย  คนโสด  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่ได้พบรักกับผู้ใหญ่ หรือชาวต่างชาติ แม้เขาจะทำให้คุณเจ็บช้ำ แต่ก็ตัดใจไม่ได้  

สุขภาพ  :   มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเลือดจาง ดีซ่าน  ไวรัสตับอักเสบ บี นอกจากนั้นยังต้องระวังอวัยวะภายใน เช่น มดลูก รวมถึงในช่องท้อง หากเป็นก็คาดว่าจะมีความรุนแรงจนถึงขั้นไปหาหมอ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   ชาวจันทร์เริ่มจะหายใจหายคอได้บ้างสำหรับสัปดาห์ก่อนขึ้นปีใหม่ไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับความบันเทิง ความสวยความงาม ดนตรี นักร้อง ดารา นักแสดง นักเขียน ฯลฯ รวมถึงชาวจันทร์ที่ไม่ได้อยู่ในสายงานด้านนี้ด้วย สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปสัมผัสกับงานเหล่านี้ล่ะ เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าคุณจะได้เป็นเด็กใหม่ในสายงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การแพทย์ และสาธารณสุข ซึ่งคุณจะใช้ความรู้ ความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วหากได้ทำแล้วก็จะอยู่ยาวเลยล่ะ  

การเงิน  :  ก็ยังมาจากน้ำพักน้ำแรงและความรู้ความสามารถของตัวเอง ที่เพิ่มเติมคือจะมาจากความสิเน่หาด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้คุณเสื่อมเสียชื่อเสียง

ความรัก  :   ก็ยังคงความเนื้อหอม ความเจ้าชู้อยู่ไม่รู้คลายนะคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องระวังพวกปากหอยปากปู ปากโซเชียล ที่จะนำเศษซากความเจ้าชู้มาบอกกล่าวให้เป็นหนามยอกอก แม้คุณจะเพียรบอกว่า เป็นเพื่อนร่วมงานก็ตาม  คนโสด  เสน่ห์มาเต็มๆ ต้องระวังจะมีศึกชิงนาง ชิงนายเกิดขึ้น ซึ่งคุณจะคิดแค่ว่าอยากคบไว้เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจเท่านั้น ไม่ได้คิดมากกว่านั้นล่ะ ดูออก

สุขภาพ  :  เอ็นจอยกับการแสวงหาอาหารอร่อยๆ รับประทานจนมีโอกาสที่จะน้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่จะท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จากการรับประทานอาหารที่ไม่สดสะอาด ของหมัก ของดอง ก็จะตามมาด้วย

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    น่าหนักใจกับชาวอังคารจังเลย คุณมีโอกาสก้าวสู่ปีใหม่ไทยพร้อมๆ กับความอึดอัด ร้อนรุ่มกับการงานหรือธุรกิจที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและความถูกต้องยุติธรรม เช่น นักกฎหมาย อัยการ ทนายความ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ตำรวจ ฯลฯ เป็นไปได้ที่คุณจะไม่ค่อยมีความสุขกับระบบ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขาเหล่านั้น ทั้งเมตตา เอ็นดู และพร้อมจะส่งเสริมและสนับสนุนคุณอยู่    

การเงิน  :   ร้อนเงิน ร้อนใจ ชักหน้าไม่ถึงหลัง จะหมดไปกับการสงเคราะห์ช่วยเหลือญาติมิตร จนตัวเองไม่พอใช้ ต้องไปหยิบยืมแหล่งเงินกู้ ซึ่งบุญกุศลเหล่านั้นจะส่งผลให้ว่าหากคุณร่วมหุ้นร่วมทุนทำธุรกิจกับคู่ครอง คนรัก ก็มีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะช่วย

ความรัก  :  ก็ยังคงกรุ่นๆ อยู่กับความหึงหวง การมีปากเสียง จนมีโอกาสที่คุณเลือกที่จะใช้กฎหมายจัดการกับชีวิตคู่ของคุณ แต่อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ก็จะเข้ามามีอิทธิพลกับเรื่องนี้ด้วย คนโสด  ยิ่งเลือกมากเท่าไหร่ กลับยิ่งไม่ได้ดังที่คาดหวัง มีโอกาสที่จะมีเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ มือที่สาม และความหึงหวงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความรักของคุณ

สุขภาพ  :   ความเครียด เก็บกด และอาฆาต จากปัญหาต่างๆ มีความเสี่ยงที่จะทำลายสุขภาพจนคุณปวดศีรษะ ไมเกรน  จึงควรปล่อยวาง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด นอกจากนั้นยังต้องระวังอุบัติเหตุในบ้าน เช่น ตกบันได ลื่น/ล้มในห้องน้ำ จนข้อเท้าพลิก/แพลง อย่าประมาท

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ก็ยังคงเบาตัวโล่งใจกับการสะสางงานเก่า พร้อมทั้งข่าวที่น่ายินดีอีกว่า คุณมีโอกาสได้เริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ ในสัปดาห์ขึ้นปีใหม่ไทย โดยเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับสายงานทางด้านการติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่เชี่ยวชาญด้านภาษา โดยคุณจะได้รับการอุปถัมภ์และส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ใหญ่ผู้หญิงที่จะผลักดันให้ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลยทีเดียว

การเงิน  :  ก็ยังคงได้เก็บเกี่ยวจากผลงานที่สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อาจได้รับเงินพิเศษจากผู้ใหญ่ผู้หญิงด้วย แต่ก็ยังคงต้องเก็บเงินไว้ เพราะคุณมีโอกาสที่จะหมดเงินไปกับความรัก และคนรัก

ความรัก  :  ก็ยังต้องคงพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันอยู่ แต่ดูเหมือนว่าสัปดาห์นี้น่าจะยาก เพราะมีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว อยู่ท่ามกลางคนรักและคนที่รัก ก็เป็นความสุขที่นานๆ จะได้พบกันสักครั้ง  คนโสด  เป็นสัปดาห์ที่ความรักผลิบาน มีความสุขอยู่กับคนรักและการเป็นที่รัก สงกรานต์นี้เป็นสีชมพูเลยล่ะ ดูออก

สุขภาพ   :  เดินทางไปท่องเที่ยวกันที่ไหนก็อย่าประมาท ขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งผ่าตัด หรือเพิ่งผ่าคลอด อย่ายกของหนัก หรือนั่งรถนานๆ เพราะมีความเสี่ยงที่แผลผ่าตัดจะได้รับความกระทบกระเทือนจนเกิดการอักเสบได้

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   ขึ้นสัปดาห์ใหม่ ปีใหม่ไทยแล้ว ชาวพฤหัสบดีก็ยังคงต้องวุ่นวายใจกับความพยายามที่จะให้ตัวเองมีตัวตนอยู่ในสายตาของเจ้านาย ไม่เพียงเท่านั้นเพื่อนร่วมงานยังมีโอกาสตีตัวออกห่าง โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน นักการทูต สื่อสารมวลชน งานบันเทิง  และงานส่งเสริมการขายทุกประเภท ในที่สุดจากความขยัน ความรับผิดชอบ และความสามารถของคุณ ก็จะสามารถรอดพ้นจากอุปสรรคและปัญหาไปได้ แม้จะหนักและเหนื่อยก็ตาม

การเงิน  :  มีโอกาสที่จะเสียเงินให้กับคนใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิดมาก่อน แต่ที่สุดแล้วคุณก็สามารถกู้คืนในส่วนที่เสียรู้ไปได้จากความขยันทำงาน ซึ่งสัปดาห์นี้จะมีหลากหลายช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้คุณ ก็อย่าใจอ่อนอีกล่ะ   

ความรัก  :  มีโอกาสที่จะโหยหา หรือพยายามเรียกร้องความสนใจกับความรักความสัมพันธ์ที่ขาดหายไปให้กลับคืนมา ซึ่งอาจไม่ได้ผล จึงเป็นไปได้ที่คุณจะใช้การทำงานหนักเพื่อให้ลืมเรื่องปวดใจต่างๆ   คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะเลือกคนที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เป็นไปได้ที่จะไม่ลงตัวกันในเรื่องของเวลา เพราะคุณงานเยอะ แต่อยากอยู่ด้วยกันตลอดๆ จึงส่งผลให้คุณหงุดหงิดใจเวลาที่จะต้องอยู่ห่างกัน

สุขภาพ   :  โหมงานหนักรับปีใหม่ไทยก็ต้องระวังโรคภัยจะถามหาด้วย ช่วงนี้เป็นไปได้ที่จะมีอาการของโรคเก่าๆ ขึ้นมาเตือนให้รำคาญใจ นอกจากนั้นสภาพจิตก็ต้องให้ความสำคัญ ระวังจะเป็นซึมเศร้า  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับชาวศุกร์มีโอกาสขึ้นปีใหม่ด้วยการเริ่มต้นงานหรือธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้บริการคำแนะนำปรึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งคุณจะให้ความสำคัญกับความถูกต้องรัดกุม slow but sure แม้จะทำให้งานล่าช้าไม่ทันการณ์ไปบ้าง แต่ด้วยความที่คุณมีความเป็นผู้นำสูง กล้าคิดกล้าทำ เมื่อมุ่งมั่นจะทำการสิ่งใดแล้วจะเดินหน้า ใครก็ขัดไม่ได้ จึงมีความเสี่ยงที่งานหรือธุรกิจนั้นๆ จะเกิดความเสียหายอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น จึงควรใจเย็นๆ หาจังหวะและโอกาสที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก็จะทำให้งานราบรื่นขึ้น  

การเงิน  :  รายจ่ายเยอะ ต้องหมุนเงินเหนื่อยเลยล่ะ เพราะฉะนั้นคุณจึงควรใช้เงินอย่างรู้คุณค่าทุกบาททุกสตางค์ อย่าเพิ่งเสี่ยงกับการลงทุนนัก

ความรัก :   อบอุ่นจนอึดอัดเลยล่ะ ยามที่คุณรักก็จะบูชาความรักยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด แต่ที่เหนือกว่าความรักคือทิฐิ จึงมีโอกาสที่จะขัดแย้งกันได้ง่ายมาก แล้วก็ไม่มีใครยอมกันเลย คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แต่หากเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดกับความรักมาแล้ว ก็เป็นผลให้คุณไม่กล้าที่จะเริ่มต้นรักใครอีก

สุขภาพ  :   เดินทางท่องเที่ยวต่างสถานที่ควรระวังเรื่องอาหารด้วย เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จนถึงมีพยาธิ์ในลำไส้ นอกจากนั้นยังต้องระวังโรคหัวใจ และกระดูกสันหลัง อาการปวดหลังจะมาเยือน

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สัปดาห์ขึ้นปีใหม่ของชาวเสาร์ เป็นไปได้ว่าคุณจะใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์นำบุญ มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับงานหรือธุรกิจที่จะต้องติดต่อประสานงาน การประนีประนอม ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายขาย รวมถึงการใช้ภาษาในทุกๆ ด้าน โดยมีความน่าจะเป็นที่จะเกี่ยวข้องกับงานบุญ งานสร้างประโยชน์ให้กับสังคม เช่น มูลนิธิ  องค์กรการกุศลต่างๆ

การเงิน  :  ได้จากความรู้ความสามารถของตัวเอง มีการจัดวางระบบการเงินได้อย่างดี แบ่งสันปันส่วนให้กับการทำบุญทำทานด้วย รวมถึงส่วนที่เกี่ยวกับความรัก คนรัก บุตรหลาน และสัตว์เลี้ยง

ความรัก  :   เบ่งบานนะคะ ก็ยังมีโอกาสที่จะได้ไปฮันนีมูนรอบสาม รอบสี่กันอีก แต่คราวนี้จะเริ่มมีความหึงหวง การแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้าด้วยนะ คนโสด  มีเฮ สงกรานต์นี้มีโอกาสกลายเป็นสีชมพู น้ำที่สาดก็จะหวานกว่าทุกปี

สุขภาพ   ก็ยังอยู่กับการชิมอาหารอร่อยๆ ดื่มไวน์ชั้นดี ดังนั้น น้ำหนักก็ยังคงติดตามมาเป็นเงาตามตัว รวมถึงไขมัน เบาหวาน ความดันด้วย ส่วนที่จะเตือนเพิ่มเติมคืออุบัติเหตุ อย่าขับขี่ตอนดื่มสุรา

"แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี" ผสมผสานความหรูหรากับธรรมชาติใจกลางเมือง

วิวจึ้ง ไวป์เริ่ด”แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี” ผสานความหรูหรากับธรรมชาติใจกลางเมือง

ถ้าได้มาลองพักอาจจะรักไม่รู้ตัว สำหรับโรงแรมหรูแห่งใหม่ใจกลางเมืองที่ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี” (Grande Centre Point Lumphini) ที่พร้อมมอบประสบการณ์ลักซ์ชัวรี่ย่านใจกลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา วีคเอนท์หรือหยุดยาว หากเบื่อไม่อยากออกต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาสเตย์เคชัน แล้วเพื่อนๆ อาจจะลืมวันลืมคืน เพราะภายในมีบริการและกิจกรรมมากมาย

แถมเดินทางก็สะดวก มารถส่วนตัวก็มีที่จอดเพียบ ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ MRT ลุมพินี (ทางออก 1) เพียง 150 เมตร และสามารถเดินทางสะดวกไปยังโซนธุรกิจอย่างสีลม สาทร อโศก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ และเยาวราช เมื่อก้าวเข้าสู่โรงแรม แขกจะได้รับการต้อนรับด้วยล็อบบี้ที่หรูหราพร้อมสระน้ำพุพื้นที่รวมกว่า 100,000 ตารางเมตร ผสานกับกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อบอวลทั่วพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและผ่อนคลาย

ห้องพักหรู พร้อมวิวเมืองและแม่น้ำห้องพักและห้องสวีทสุดหรู 512 ห้อง โดดเด่นด้วยความเงียบสงบ กว้างขวาง และหรูหรา มาพร้อม หน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ และมอบวิวอันงดงามของ สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ และแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกห้องได้รับการออกแบบอย่างประณีตด้วยดีไซน์หรูหราเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของย่านลุมพินี ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ แบ่งออกเป็น

  • Premium (ขนาด 44 ตารางเมตร) – ออกแบบให้กว้างขวางเพื่อการผ่อนคลายสูงสุด พร้อมเตียงขนาดเอ็มเพอเรอร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • Premium Connecting (ขนาด 88 ตารางเมตร) – เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ด้วยห้องพรีเมียม 2 ห้องที่เชื่อมต่อกัน มอบทั้งความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายครบถ้วน
  • Executive Suite (ขนาด 88 ตารางเมตร) – ผ่อนคลายในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง พร้อมโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ เพลิดเพลินกับวิวเมืองจากโซฟาในห้องนอน ห้องน้ำมาพร้อม อ่างจากุซซี่ ฝักบัว และสุขภัณฑ์อัตโนมัติ เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
  • Family Suite (ขนาด 132 ตารางเมตร) – เหมาะสำหรับการเข้าพักเป็นครอบครัว ด้วยห้องนอนแยกพร้อมเตียงขนาดเอ็มเพอเรอร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
  • Lumphini Penthouse (ขนาด 176 ตารางเมตร) – ห้องพักสุดหรูแบบ สองห้องนอน เตียงขนาดเอ็มเพอเรอร์ ห้องนั่งเล่นกว้างขวางพร้อมชุดโซฟา และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม เพื่อประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ

ห้องพักทุกห้องมาพร้อม สมาร์ททีวี, Wi-Fi, เครื่องชงกาแฟ Nespresso พร้อมแคปซูล, เครื่องเป่าผม Dyson และมินิบาร์ฟรี เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ ทุกชั้นของห้องพักยังมีเครื่องทำน้ำแข็งฟรี และ ตู้จำหน่ายของว่าง เครื่องดื่ม และสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทาง ช่วยให้แขกสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายตลอดการเข้าพัก

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับไฮเอนด์

  • Malai Restaurant – บุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ผสานรสชาติแท้ดั้งเดิมเข้ากับอาหารไทยต้นตำรับ
  • Manhin by Chef Man – อาหารจีนสไตล์ฮ่องกงระดับพรีเมียมจาก “เชฟแมน”
  • Bloom & Brew – คาเฟ่ที่นำเสนอเครื่องดื่มจากกาแฟท้องถิ่น พร้อมอาฟเตอร์นูนทีที่คัดสรรจากวัตถุดิบ พรีเมียม
  • Eric Kayser X Anonymous Cafe – การผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านขนมอบของ Eric Kayser เข้ากับกาแฟคุณภาพจาก Anonymous Coffee มอบประสบการณ์การรับประทานที่ยอดเยี่ยม
  • Level 50 Rooftop Restaurant – ดื่มด่ำกับการรับประทานอาหารไปกับบรรยากาศวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาพร้อมชมเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ

ผ่อนคลายและดูแลสุขภาพในระดับเวิลด์คลาส

  • Lets Relax Onsen & Spa – พื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร ให้บริการออนเซ็นแท้ที่นำเข้าจากแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ พร้อมด้วยบริการนวดและทรีตเมนต์ต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่
  • Sky Pool – สระว่ายน้ำความยาว 50 เมตร มอบประสบการณ์การว่ายน้ำเหนือเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ
  • Gravity Fit Club – ฟิตเนสระดับพรีเมียมที่มอบประสบการณ์การออกกำลังกายในพื้นที่ขนาด 1,400 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ TechnoGym รุ่นล่าสุด อีกทั้งยังมีห้องล็อกเกอร์ที่ครบครัน พร้อมจากุซซี่และห้องอบ ไอน้ำเพื่อการผ่อนคลายสูงสุด
  • Tiny Tree Kids Club – คิดส์คลับธีมรักษ์โลก ออกแบบโดย Plantoy ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด มอนเตสซอรี่ เพื่อการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสร้างสรรค์และเป็นธรรมชาติ
  • Games Room, Playground – พื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่สำหรับผู้เข้าพักทุกเพศทุกวัย ให้บริการเกมส์ อาร์เคด บอร์ดเกมส์ และเครื่องเล่นนานาชนิด

พื้นที่ห้องจัดเลี้ยงรวมกว่า 6,345 ตารางเมตร ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ 3 ห้องสามารถรองรับแขกได้มากถึง 1,000 คน พร้อมจอ LED ขนาดใหญ่ทุกห้อง และระบบแสงสีเสียงครบครัน ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งงานจัดเลี้ยง งานสัมมนา และงานแต่งงาน โดยมีพื้นที่เชื่อมต่อถึง 3 ชั้น อีกทั้งยังมีพื้นที่จัดงานกลางแจ้งสำหรับจัดงานสุดพิเศษในบรรยากาศสวนสวยลอยฟ้า

สำหรับแขกที่หลงรักเสน่ห์ของมาสคอตแสนน่ารักน้องมาลัยและน้องวนา ตัวแทนแห่งการต้อนรับและภูติจิ๋วจากสวนสวรรค์ สามารถเลือกซื้อของที่ระลึกสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าใส่แล็ปท็อป ขวดน้ำ แก้วน้ำ และสินค้าลวดลายเอกลักษณ์ของ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เพื่อเก็บความทรงจำที่ดีจากการได้มาเยือน สนใจสำรองห้องพักและห้องจัดเลี้ยงที่ 02 481 5888 หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ www.grandecentrepointlumphini.com


"Wellfinity" กิจกรรมสร้างสมดุลสุขภาพกายใจแบบองค์รวม

“Wellfinity: Thriving Day” กิจกรรมสร้างสมดุลสุขภาพกายใจแบบองค์รวมในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ

“Wellfinity: Thriving Day” กิจกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ไม่เหมือนใคร ให้คนยุคใหม่ได้มีสุขภาพดีในระยะยาว ด้วยแนวทางการเพิ่มความแข็งแรงเชิงรุก พร้อมการแก้ปัญหาด้านสุขภาพแบบองค์รวม โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ ดร. โทมัส ราว (Thomas Rau) ผู้บุกเบิกด้าน Swiss Biological Medicine ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จาก BioMed Center Sonnenberg ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้นำศาสตร์ Swiss Biological Medicine หรือ “การแพทย์เพื่อแก้ไขต้นตอของปัญหาเฉพาะบุคคล” มาสู่ออกแบบบริการอันเป็นเอกลักษณ์และหลากหลายที่ AMSEL Biohealth Center โดยเริ่มต้นด้วย EP แรกการปรับความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ไปจนถึง EP ต่อไปในอนาคต กับกิจกรรมที่จะเจาะลึกในหัวข้อการดูแลสุขภาพด้านต่างๆ อาทิ พลังแห่งการล้างพิษ และ “Living Table — อาหารคือยา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมิติที่ทั้งกว้างและลึก

สำหรับกิจกรรม “Wellfinity: Thriving Day EP 1” ที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยผู้เข้าร่วมได้ทำความรู้จักกับ Swiss Biological Medicine อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของ AMSEL Biohealth Center และต่างได้รับแรงบันดาลใจในการจัดลำดับความสำคัญของความเป็นดีอยู่ดีของตัวเอง โดยกิจกรรมการดูแลสุขภาพหนึ่งวันประกอบด้วย การวิเคราะห์เลือดขั้นสูง พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้ชำนาญการ ซึ่งเป็นการปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพและความไม่สมดุลที่ซ่อนอยู่ของแต่ละคน

นวัตกรรมบำบัดอันหลากหลาย: ผลการตรวจวิเคราะห์และการวินิจฉัยได้ถูกสร้างเป็นแผนการบำบัดรักษาที่ปรับให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล ด้วยบริการอันเป็นเอกลักษณ์และหลากหลายของ AMSEL Biohealth Center อาทิเช่น Oxygen Bath (การแช่อ่างออกซิเจน) ช่วยผ่อนคลายและลดความเครียดผ่านการแช่ในน้ำที่อุดมด้วยออกซิเจน Balance & Body Therapy (การบำบัดร่างกายเพื่อสร้างความสมดุล) ช่วยจัดการความเจ็บปวดทางร่างกาย ด้วยเทคนิคที่เชื่อมโยงร่างกายและอารมณ์ Colon Hydrotherapy (การสวนล้างลำไส้ใหญ่) การล้างพิษและปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ Electro Lymphatic Therapy (การบำบัดด้วยไฟฟ้ากระตุ้นระบบน้ำเหลือง) และ Neural Therapy (การบำบัดด้วยระบบประสาท) แนวทางการแพทย์แบบ Swiss Biological Medicine สำหรับการจัดการความเจ็บปวด การรีเซ็ตระบบประสาทอัตโนมัติ และการเร่งกระบวนการฟื้นฟูผ่านการกระตุ้นบริเวณที่มีปัญหาโดยตรง รวมถึง Sound Healing แบบกลุ่ม ประสบการณ์ฟื้นฟูจิตวิญญาณอันแตกต่าง

ทั้งยังอิ่มอร่อยกับอาหารสุขภาพจาก Living Table อาหารออร์แกนิกและอาหารฟื้นฟูร่างกายที่หลากหลาย รวมถึงการปรุงอาหารด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อเก็บคุณค่าของสารอาหารไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ดีอยู่ทั้งทางกายและใจจากแนวคิด อาหารคือยา

รวมถึงฝึกด้วยโยคะและการฝึกหายใจเพื่อสติและการบูรณาการ ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากความเข้าใจของผู้คนส่วนใหญ่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อปลอบประโลมระบบประสาทและปัดเป่าความเครียด ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีพลัง ปิดท้ายด้วยการฝึกโยคะนินทราเพื่อการผ่อนคลาย 

AMSEL Biohealth Center ศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมแห่งใหม่ในไทย ที่นำเสนอการดูแลสุขภาพด้วย Swiss Biological Medicine ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาพที่ดี ทั้งทางร่างกาย (360 องศา) จิตใจ (360 องศา) และจิตวิญญาณ (360 องศา)


 

เปล่งประกายเหนือกาลเวลา! สำรวจ 5 นาฬิกาอัญมณีสุดโดดเด่น ในงาน “Watches and Wonders 2025”

กลับมาเจออีกครั้งสำหรับงานแสดงนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก “Watches and Wonders 2025” ณ เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยปีนี้มีถึง 60 แบรนด์ชั้นนำที่มาร่วมนำเสนอเรือนเวลาอันทรงคุณค่า ซึ่งนอกจากนวัตกรรมที่ชวนให้เราตื่นตาแล้ว ความหรูหราที่สะท้อนผ่านการออกแบบก็น่าจับตามองไม่แพ้กัน สังเกตได้จากหลายแบรนด์ดังที่นำอัญมณีน้ำงามมาประดับไว้บนเรือนเวลา ปีนี้มีแบรนด์ไหนโดดเด่นบ้าง แพรวพาชมไปพร้อมกัน

เริ่มด้วย Tressage Watch จาก Cartier ที่นำดีไซน์จิเวลรี่สุดไอคอนิกประจำแบรนด์ มาตีความใหม่เป็นเรือนเวลา 4 แบบ ตั้งแต่ทองคำเหลือง จนถึงเรือนเวลาทองคำที่ประดับเพชร 570 เม็ด พร้อมแซฟไฟร์ 330 เม็ด

ถัดมาSerpenti Aeterna จาก BVLGARI เรือนเวลาด้วยแรงบันดาลใจจากงูในตำนาน สะดุดตาด้วยการฝังเพชรทรงกลมรีเลียนท์คัทแบบพาเว่ทั้งเรือน ต่อมา L’HEURE DU DIAMANT MOONPHASE จาก Chopard แม้มาในดีไซน์เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหรูหราจากเพชรรอบหน้าปัด น้ำหนักรวม 7.7 กะรัต

Lady Arpels Pont des Amoureux จาก Van Cleef & Arpels เรือนเวลาที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคู่รักที่นัดพบกันบนสะพานในปารีส โดยคอลเล็คชั่นนี้เพิ่มความพิเศษด้วยสายนาฬิกาประดับอัญมณี และสุดท้าย J12 BLEU TOURBILLON DIAMOND CALIBER 5 จาก @chanel ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เลือกใช้สีน้ำเงินเข้มผิวด้านมานำเสนอบนเรือนเวลา ทั้งยังมีเพชรเม็ดเดี่ยวใจกลางกลไกทูร์บิญงที่หมุนตามจังหวะของวินาทีอีกด้วย ซึ่งในโลกมีเพียง 55 เรือน

สัมผัสการตกแต่งบ้านสไตล์เดนิช ‘The Art of Living Danishly’ จาก BoConcept Thailand

หากพูดถึงเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และของแต่งบ้าน ที่เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง คงนึกถึง “BoConcept Thailand” เป็นชื่อแรก เพราะเฟอร์นิเจอร์พรีเมียม สัญชาติเดนมาร์กนี้ ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ดีไซน์ และคุณค่าของงานคราฟต์ ล่าสุด 31 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา Index Living Mall ได้ฉลองครบรอบ 10 ปีให้ BoConeept พร้อมเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ สาขาทองหล่อ เป็นที่เรียบร้อย โดยสาขานี้ยังใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

อีกทั้งยังเป็นหนึ่งก้าวสำคัญสำหรับ BoConcept นั่นคือการแต่งตัง ARTISTIC DIRECTOR ระดับโลกคนใหม่ที่ได้ Helena Christensen มาผลักดันให้แบรนด์ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยนิยามที่สะท้อนเอกลักษณ์การใช้ชีวิตระดับไร้กาลเวลา พร้อมส่งมอบคุณภาพและความประณีตบนมาตรฐานที่ดีที่สุดด้วยแรงบันดาลใจ “The Art of Living Danishly”

โดยงานเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ สาขาทองหล่อ มี แบงค์ – ปรีดากร เมธเกรียงชัย, ตาม จำนงอาษา และโดนัท – พิชญา ส่งสกุลชัย มาร่วมถ่ายทอดสไตล์การแต่งบ้านในแบบของตัวเอง

3 Styles with “The Art of Living Danishy”

แบงค์ – ปรีดากร เมธเกรียงชัย (Co-Founder of RAMS)

“ผมให้ความสำคัญกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน ซึ่ง BoConcept ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก 2 ชิ้นโปรดของผมคือ Imola Chair กับ Santiago Round Table เพราะทั้งคู่มีคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่นต่างกัน แต่กลับเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

“Imola Chair ไม่ใช่เก้าอี้ธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของดีไซน์ที่บอกเล่าแนวคิดผ่านเส้นสายที่โค้งมน เฉียบคม ผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จนต้องซื้อมาไว้ที่บ้าน ทุกครั้งที่เอนตัวลงนั่ง มันให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลายเหมือนถูกโอบ ขณะที่ Santiago Round Table แม้ดูเรียบง่าย แต่สำหรับผม มันคือจุดศูนย์กลางของทุกกิจกรรมในบ้าน ทั้งมื้ออาหารกับครอบครัว หรือรวมกลุ่มกับเพื่อนสนิท ดีไซน์ที่เรียบแต่นิ่ง เท่ ผสานกับฟังก์ชันการขยายพื้นที่ที่ยืดหยุ่น ทำให้ใช้งานได้หลากหลายและเข้ากับทุกโอกาส

“เฟอร์นิเจอร์สองชิ้นนี้จึงไม่ใช่แค่ของตกแต่งบ้าน แต่สามารถสะท้อนตัวตนของผมอย่างชัดเจน ดีไซน์ที่อบอุ่น มีมิติ และฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้จริง นี่แหละคือสไตล์ที่ผมชอบ”

ตาม จำนงอาษา

            “ผมชอบงานออกแบบของ BoConcept ที่ความเรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจน และให้ความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ใช้ เช่น Salamanca Sofa โซฟาสีขาวดีไซน์โมดูลาร์ที่สามารถปรับรูปแบบให้เข้ากับทุกมุมในบ้าน ตัวเบาะโฟมขนาดใหญ่พิเศษก็นุ่มสบายมาก แถมเบาะพิงหลังก็ยืดหยุ่น ขยับจัดวางได้ตามใจ เหมาะสำหรับการพักผ่อนได้ทั้งวันเลยครับ อีกทั้งดีไซน์ยังมีกลิ่นอายโบฮีเมียนในยุค 1970 เพิ่มบรรยากาศอบอุ่นให้ห้องนั่งเล่นดูมีเสน่ห์มากขึ้น ที่สำคัญ BoConcept ยังให้เราได้เลือกดีไซน์เองได้ทั้งวัสดุทั้งผ้าและหนังที่มีมากกว่าร้อยแบบ ตอบโจทย์คนที่ชอบความแตกต่าง”

โดนัท – พิชญา ส่งสกุลชัย (Founder of AIMER)

“เราเป็นผู้หญิง จึงชอบมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่มินิมอล น่ารัก และถ้าเป็นสินค้าลิมิเต็ด อิดิชันก็ยิ่งอยากได้ เพราะไม่เหมือนใคร อย่าง Sweet Art ก็เป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่นที่ผู้หญิงหลายคนชอบ ด้วยดีไซน์แบบเดนมาร์กที่มีความอบอุ่นสไตล์ hygge ผสมกับรายละเอียดน่ารักๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากขนมเค้ก และเซรามิกรูปทรงโค้งมนทุกชิ้นก็ดูนุ่มนวล และช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น เป็นคอลเล็คชั่นที่ BoConcept ถ่ายทอดออกมาได้ตรงใจโดนัทมากค่ะ”

สำหรับใครที่อยากสัมผัสการตกแต่งบ้านสไตล์เดนิช “The Art of Living Danishly” เหมือนเซเลบริตี้ทั้งสามคน สามารถเยี่ยมชมแฟล็กชิปต์สโตร์ BoConcept ได้ทั้ง 3 สาขา ไม่ว่าจะเป็น ทองหล่อ, สยามพารากอน และภูเก็ต

ที่สำคัญยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสาขาใหม่ (ทองหล่อ) ให้ทุกคนได้รับส่วนลด 5% เฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2568


รวมลิสต์กันแดดปกป้องผิวและผมจาก รังสียูวี ..ที่ซัมเมอร์นี้ต้องมีติดเป๋า!

รวมลิสต์กันแดดปกป้องผิวและผมจาก รังสียูวี ..ที่ซัมเมอร์นี้ต้องมีติดเป๋า!

#PraewSurvey #ItemsOfTheWeek ท่ามกลางอุณหภูมิหน้าร้อนในไทยที่ระอุมากขึ้นทุกปีนั้น ไม่ได้มีแค่ความร้อน แต่ยังมาพร้อมกับรังสียูวีที่วัดค่าได้สูง แสงอาทิตย์ก็แผดเผาจนเกือบจะทำให้ผิวไหม้ในเวลาไม่กี่นาที และแม้จะอยู่ในที่ร่ม หรือในอาคาร แต่ภัยจากรังสียูวีก็สามารถลอดเข้ามาทำร้ายผิวได้เช่นกันทั้งจากการทะลุผ่านกระจก หรือสะท้อนกับพื้น เช่นนี้แล้วก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงยูวีไปได้ ทั้งนี้เพราะในรังสียูวี ประกอบไปด้วย UVA ที่จะก่อให้เกิด ผิวแพ้ง่าย ไวต่อแดด (Allergy) ริ้วรอย และจุดด่างดำ (Aging) ขณะที่ UVB ก็จะทำให้เกิดผิวแสบ แดง และไหม้ (Burn) และถ้าสะสมไปนานๆ ก็อาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง ยูวีในแสงแดดจึงเป็นภัยร้ายที่เราควรระวังและป้องกัน “Praew Survey” เลยอาสาพาทุกผิวเข้าสู่เขตปลอดภัยจากรังสียูวีกับเหล่ากันแดดที่พัฒนาสูตรใหม่มาเสิร์ฟในปีนี้ เริ่มกันที่กันแดดตัวดังอย่าง LA ROCHE-POSAY ปกป้องผิวแบบจัดเต็มมีให้เลือกลองหลายสูตรหลากเนื้อผลิตภัณฑ์ ฟากไฮแบรนด์ AUGUSTINUS BADER และ DIOR ก็โซจึ้ง เติมความชุ่มชื้นให้ผิว แล้วยังเป็นเกราะป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB แถมงัดความปังขับให้ผิวสวยโกลว์อีกแหน่ะ ส่วนฟากแบรนด์แมสอย่าง BIORE และ CERAVE ก็ฮ็อตและคุณสมบัติปกป้องผิวไม่แพ้เพื่อนๆ ในกลุ่มเลย และนอกจากไอเท็มปกป้องผิวแล้วสิ่งที่คนมักมองข้ามคือเส้นผมก็ถูกแสงแดดทำร้ายได้เช่นกัน BALMAIN HAIR เลยขอเสนอตัวมาช่วยปกป้อง บำรุง และปรับสภาพเส้นผมที่โดนทำร้ายจากแสงแดด ทะเลหรือคลอรีน…แต่ละไอเท็มเริ่ดกันขนาดนี้ ทำเอาเลือกไม่ถูกเลย ก็จัดมาลองอย่างละหนึ่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยสิคะ

AUGUSTINUS BADER The Sunscreen SPF50
ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVBพร้อมกระตุ้นฟื้นฟูเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ป้องกันสัญญาณแห่งวัย รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากแสงแดด ด้วยเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ซึมซาบเร็ว และอัดแน่นไปด้วย TFC8® ที่เป็นเอกสิทธิของแบรนด์ ทั้งยังเป็นคลีนบิวตี้ ปราศจากนํ้าหอม และไม่อุดตันรูขุมขน

DIOR Prestige Le Protecteur UV Jeunesse et Lumière SPF 50+ PA++++
ครีมกันแดดเนื้อโกลว์เพื่อผิวเปล่งประกายมีชีวิตชีวา ผสานสารสกัดจากกุหลาบ Rose de Granville ที่มีคุณสมบัติทนต่อแสง ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ป้องกันริ้วรอยก่อนวัย และบำรุงผิวในตัว รวมถึงยังช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวได้นานขึ้น

LA ROCHE-POSAY Anthelios Uvmune 400
กันแดดของสายกิจกรรม มีให้เลือกทั้งเนื้อฟลูอิด, เจล, ครีม ส่วนผสม Mexoryl 400 เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ที่ปกป้องผิวจาก Ultra-Long UVA ซึ่ง UVA มีความยาวคลื่นถึง 380-400 นาโนเมตร ตัวการผิวหมองคล้ำ ซึ่งเทคโนโลยี Netlockช่วยล็อกเนื้อผลิตภัณฑ์กับผิว เคลือบชั้นฟิล์มปกป้องผิว ช่วยกันน้ำ เหงื่อ และทราย แถมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ไม่มีส่วนผสมสารเคมีทำร้ายปะการัง

BIORE UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++
กันแดดเนื้อเอสเซ้นท์บางเบาสูตร Micro Defense นวัตกรรมขั้นสุดจากญี่ปุ่น อนุภาคเล็กปกปิดแดดมิดชิด ช่วยกันน้ำ กันเหงื่อ สามารถทาทับเมคอัพได้ และผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิว และไม่ก่อให้เกิดสิว

CERAVE Facial Moisturizing Lotion SPF50
โลชั่นเติมความชุ่มชื้นที่มี SPFช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB มีกรดไฮยาลูโรนิกที่ให้ความชุ่มชื้น และไนอาซินาไมด์ ปลอบประโลมผิว พร้อมด้วยเทคโนโลยี MVE Delivery กักเก็บความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ปราศจากน้ำหอม เนื้อแน่นแต่ซึมง่าย แถมไม่เหนียวเหนอะหนะ

BALMAIN HAIRSun Protection Spray
สเปรย์ปกป้องเส้นผมจากแสงแดด ป้องกันรังสี UVA และ UVB พร้อมบำรุงและปรับสภาพเส้นผมที่โดนทำร้ายจากแสงแดด ทะเลหรือคลอรีน ทั้งป้องกันสีผมซีดจาง เพื่อผมนุ่มสลวยเงางามและเปล่งประกายดุจต้องแสงแดดอยู่เสมอ สามารถฉีดซ้ำไม่ว่าจะหลังการว่ายน้ำ หรือหลังจากโดนแดดเป็นเวลานาน ช้อปฯ ออนไลน์ที่ (https://www.kingpower.com/th), หรือ (https://www.firster.com)


สุนัขกู้ภัย

ทำความรู้จักฮีโร่สี่ขา สุนัขกู้ภัย ในภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

ท่ามกลางความโศกเศร้าและซากปรักหักพังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ยังมีเหล่าฮีโร่สี่ขาที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัย พวกเขาคือ สุนัขกู้ภัย โดยสุนัขเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งหมดมีความสามารถในการดมกลิ่นหาร่องรอยของผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังได้อย่างแม่นยำ ด้วยประสาทสัมผัสที่ชั้นทำให้สามารถแยกแยะกลิ่นของมนุษย์จากกลิ่นอื่นๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

สำหรับการปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวสุนัขกู้ภัยได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความอดทน และความจงรักภักดี พวกเขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากและอันตราย พวกเขาคือความหวังของผู้ประสบภัยที่รอคอยความช่วยเหลือ

ทำความรู้จักฮีโร่สี่ขา สุนัขกู้ภัย ในภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

เอกชน : K9 USAR Thailand

ซาฮาร่า สุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทริฟเวอร์ เพศเมีย ได้รับการฝึกมาตรฐาน ตามหลักสูตรของ IRO (International Rescue Dog Organisation) หรือ องค์การสุนัขกู้ภัยโลก เคยเข้าร่วมการกู้ภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศตุรกี

สุนัขกู้ภัย

สีนวล สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

นารี สุนัขสายพันธุ์เบลเยี่ยม มาลินอยส์

แซนดี้ สุนัขสายพันธุ์เบลเยี่ยม มาลินอยส์

เบอร์นี่

ซาฟารี สุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทริฟเวอร์ อายุ 5 ปี

ลิลลี่ สุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทริฟเวอร์ เพศเมีย ได้รับการฝึกมาตรฐาน ตามหลักสูตรของ IRO (International Rescue Dog Organisation) หรือ องค์การสุนัขกู้ภัยโลก อดีติลลี่สุนัขบ้านแต่หลังจากปี 2021 K9 USAR Thailand ได้รับเลี้ยงน้องและกลายเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นของทีม

ซิมบ้า สุนัขสายพันธุ์โกลเด้นรีทริฟเวอร์

ผักเคล สุนัขสายพันธุ์เบลเยี่ยมมาลินอยส์

เอกชน : United SAR K9

แอ๊บบี้ สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด เพศเมีย สีดำ วัย 5 ปี สอบผ่าน RH2-T B (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับสูงสุด)

อู่หลง  สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด เพศผู้ สีดำ วัย 5 ปี สอบผ่าน RN-T B (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับสูงสุด เฉพาะส่วนค้นหา)

โออาน่า สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด เพศเมีย สีเทา วัย 2 ปีครึ่ง สอบผ่าน RH2-T A (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับกลาง)

สมหญิง สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอดผสมเบลเยียมมาลินัวส์ เพศเมีย วัย 5 ปีสอบผ่าน RH2-T A (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับกลาง)

 ร็อคกี้ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ เพศผู้ สีเหลือง วัย 4 ปี สอบผ่าน RH1-T V (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับต้น)

สมชาย สุนัขพันธุ์เบลเยียมมาลินัวส์ เพศผู้ วัย 4 ปี สอบผ่าน RN-T V (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับต้น เฉพาะส่วนค้นหา)

ฟอร์เต้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล เพศผู้ วัย 2 ปี สอบผ่าน RN-T V (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับต้น เฉพาะส่วนค้นหา) สุนัขที่ Standby เป็นกำลังเสริม 4 ทีม

เคนาย สุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูลเทอร์เรีย เพศผู้ สีขาวแต้มน้ำตาล วัย 9 ปีสอบผ่าน RN-T B (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับสูงสุด เฉพาะส่วนค้นหา)

โอฮานะ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ เพศเมีย สีดำ วัย 4 ปี สอบผ่าน RN-T B (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับสูงสุด เฉพาะส่วนค้นหา)

โอเลี้ยง สุนัขพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด เพศผู้ สีดำ-น้ำตาล วัย 6 ปี สอบผ่าน RH1-T V (สุนัขค้นหาและกู้ภัย ประเภทค้นหาในซากตึกถล่ม ระดับต้น)

เอกชน : Thai Volunteer SAR Dog (ไทยอาสาสมัครสุนัขกู้ภัย)

บ๊อบ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ ผ่านการทดสอบระดับสากล การค้นหาในพื้นที่ระดับต้น การค้นหาในซากปรักหักพังระดับต้น

บ๊อบ และ จันทร์หอม

บลู สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์คอลลี่ ผ่านการทดสอบระดับสากลในพื้นที่ระดับหกลาง การค้นหาในซากปรักหักพังสูงสุด

จันทร์หอม สุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชเพิร์ด ผ่านการทดสอบระดับสากล การค้นหาในพื้นที่ระดับสูงสุด การค้นหาในซากปรักหักพังสูงสุด และผ่านการทดสอบการค้นหาเจาะจงบุคคล

สายฟ้า สุนัขสายพันธุ์ไทยหลังอาน ผ่านการทดสอบระดับสากลการค้นหาในพื้นที่ระดับต้น การค้นหาในซากปรักหักพังระดับต้น

รัฐบาล : สุนัขตำรวจ K9

สุนัขตำรวจตรี การ์มิน สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

 สุนัขตำรวจตรี โคล่า สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

 สุนัขตำรวจตรี คริสติน่า สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

สุนัขตำรวจตรี ไบเลย์ สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

รัฐบาล : ศูนย์การสุนัข กรมการสัตว์ทหารบก

ลอมเมล สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟ วัย 2 ปี เพศผู้

เนล  สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟ วัย 2 ปี เพศเมีย

น้องจิ๋ว สุนัขพันธุ์ผสมระหว่างเบลเยี่ยมเชพเพิร์ดมาลีนอยส์และเยอรมันเชพเพิร์ด วัย 1 ปี 3 เดือน เพศผู้

อาดิดาส กอล์ฟ

อาดิดาส กอล์ฟ เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ “แพนเค้ก-เข้ม” กับคอลเล็คชั่น Originals Golf

อาดิดาส กอล์ฟ เปิดตัวแบรนด์แอมฯ “Originals Golf” แพนเค้ก-เข้ม กับคอลเล็คชั่นล่าสุดของแบรนด์ ยกระดับเอกสิทธิ์แห่งสไตล์ด้วยโลโก้ adidas Trefoil
อาดิดาส กอล์ฟ ประเทศไทย เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่ “แพนเค้ก” ดร.เขมนิจ จามิกรณ์ เปรมานนท์ และ “เข้ม” หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ชูคอลเล็คชั่น “Originals Golf” เซ็ทล่าสุดของอาดิดาส

 

อาดิดาส กอล์ฟ เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ “แพนเค้ก-เข้ม” กับคอลเล็คชั่น Originals Golf

 

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายใน Originals Golf โดดเด่นด้วยชิ้นงานที่ออกแบบมาอย่างประณีต โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบที่โดดเด่น ในช่วงยุค 70-80 ด้วยคอนเซปท์ที่ต้องการเคารพประวัติศาสตร์ของอาดิดาสผ่านความทันสมัย ตอกย้ำให้เห็นว่าอาดิดาสเป็นผู้นําการขับเคลื่อนวงการ “กีฬาและแฟชั่น” มายาวนานหลายทศวรรษ ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อมาจนถึงปัจจุบัน อาดิดาสจึงหยิบเอามรดกและเอกสิทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่าง adidas Originals Trefoil กลับสู่สนามกอล์ฟอีกครั้งในคอลเล็คชั่นที่มีชื่อว่า “Originals Golf”


คุณนิศารัตน์ ฉายมงคลชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ อาดิดาส กอล์ฟ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า Originals Golf นับเป็นคอลเล็คชั่นที่เราภูมิใจนำเสนอและมีความพิเศษเป็นอย่างมาก ไม่บ่อยนักที่อาดิดาสจะใช้โลโก้ Trefoil ในกีฬาชนิดอื่นๆ ซึ่งกอล์ฟก็ถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่อาดิดาสให้

ความสำคัญจนกำเนิดเป็นคอลเล็คชั่นนี้ขึ้นมา, และเพื่อให้เข้าถึงคอนเซปท์ของคอลเล็คชั่นนี้เราจึงมองหาผู้ที่สื่อสารได้ทั้งความรักในแบรนด์และรักในกอล์ฟ เล่นในแบบฉบับที่เป็นตัวเอง และสนุกไปกับการแต่งกาย ทั้งยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจต่อไปให้กับกลุ่มแฟนอาดิดาสหรือยังไม่เป็นแฟนอาดิดาส ให้หันมาสนใจเข้าร่วมสู่วัฒนธรรมของเรา

“คุณเข้มและคุณแพนเค้กไม่เพียงเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการแสดงเท่านั้น แต่ในบทบาทของการเป็นนักกอล์ฟทั้งสองคนมีความเป็นตัวของตัวเอง จริงจังกับเกมส์กอล์ฟแต่ก็ไม่ทิ้งความสนุกสนาน และให้ความสำคัญกับการเลือกเสื้อผ้าทั้งในเกมส์และหลังเกมส์ โดยจะเห็นได้จากชุดที่ทั้งสองท่านสวมใส่ในวันนี้ดูแล้วลงตัวมาก สามารถสวมใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวันหรือออกรอบก็แฟชั่นสุดๆ ทำให้รู้สึกว่า “ในสนามกอล์ฟ ทุกคนคือออริจินัล” ได้อย่างชัดเจน” คุณนิศารัตน์ กล่าว


 

ยลความงามผ้าไหมผ่านแคมเปญ KEEP IT GUCCI: THE ART OF SILK

คิดเหมือนกันไหมคะว่า “ผ้าพันคอ” ควรเป็นไอเท็มที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า เพราะผ้าผืนเล็กๆ ที่ว่านี้ ฟังก์ชั่นครบครันเกินคุ้ม นอกจากคล้องคอได้แล้ว ยังสามารถแปลงร่างเป็นผ้าคลุมศีรษะ ผ้าคลุมไหล่ เข็มขัด และใช้พันหูกระเป๋าได้อีกด้วย แต่จะหาผ้าพันคอที่มีทั้งคุณภาพและความสวยงามนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แพรวจึงอยากชวนมาทำความรู้จักผ้าพันคอของ GUCCI ผ่านแคมเปญใหม่ KEEP IT GUCCI: THE ART OF SILK

Julia Garner & Steven Meisel

KEEP IT GUCCI: THE ART OF SILK ถ่ายทอดผ่านมุมมองจากช่างภาพชื่อดังอย่าง Steven Meisel ที่ได้นักแสดงหญิชาวอเมริกัน Julia Garner มานำแสดง โดยร้อยเรียงเรื่องราวผ่านภาพถ่ายที่สื่อถึงความลึกลับ การเคลื่อนไหว และเสน่ห์ที่เย้ายวน โดยมีเมืองในยามค่ำคืนเป็นฉากหลัง ทำให้ผ้าไหมเป็นได้มากกว่าผืนผ้า แต่ยังเป็นสื่อในการเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ความพริ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติที่เต็มไปด้วยจังหวะเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่

The Iconic from 1966

สำหรับลวดลาย Floral ได้รับการเปิดตัวตั้งแต่ปี 1966 โดยฝีมือของนักวาดภาพชาวอิตาลี Vittorio Accornero de Testa ซึ่งได้นำมาพิมพ์ลงบนผ้าพันคอผ้าไหมของ Gucci ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์และจิตวิญญาณอันมั่นคงของแบรนด์

แคมเปญนี้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ The Art of Silk ซึ่งรวบรวมแนวคิดในหลากหลายแง่มุมเพื่อร่วมฉลองให้กับ                  ความเป็นมาอันยาวนานของ Gucci และงานช่างฝีมือด้านผ้าไหม รวมถึงมุมมองอันทันสมัยในเชิงศิลป์ ซึ่งแนวคิดสร้างสรรค์ยังรวมไปถึง 90 x 90 project ซึ่งได้ศิลปินจากหลากหลายประเทศจำนวน 9 คน มาร่วมออกแบบและตีความใหม่ให้กับสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ โดยแบ่งออกเป็น 5 ธีมอันได้แก่ ลวดลาย Flora, ลวดลาย Fauna ซึ่งก็คือเหล่าสัตว์ต่างๆ, สัญลักษณ์ของการเดินเรือ, สัญลักษณ์จากการขี่ม้า และสุดท้ายในลวดลาย GG Monogram


ข้อมูลและภาพ: Gucci

ทำความรู้จัก ‘เอ็นโซ่ สุภาวีระ ธารวณิชกุล’ คลื่นลูกใหม่แห่งมอเตอร์สปอร์ตโลก

แฟนกีฬาความเร็วต้องรู้จัก ‘เอ็นโซ่ สุภาวีระ ธารวณิชกุล’ นักแข่งรถสัญชาติไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เยาวชนโลกของการแข่งขันโกคาร์ต 2022 ในวัย 13 ปี และเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เอ็นโซ่เข้าสู่สนาม ‘ยูโรเปี้ยนฟอร์มูล่าทรี’ (European Formula 3) ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น เรียกว่าเส้นทางสู่การเป็นนักแข่งฟอร์มูล่าวัน คนที่ 3 ของไทย…น่าจะอยู่ไม่ไกล

 หลง (รัก) ความเร็ว

“ผมสนใจรถโกคาร์ตมากๆ มาตั้งแต่เด็ก ตอนวันเกิด3 ขวบได้รับรถโกคาร์ตเป็นของขวัญวันเกิด ครั้งแรกที่ได้ขับก็รู้สึกชอบขึ้นมาทันที คุณพ่อคุณแม่คอยซัพพอร์ตตลอด ทั้งจ้างโค้ชมาสอน ซึ่งช่วยพัฒนาฝีมือผมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งตัดสินใจลงแข่งระดับเยาวชนครั้งแรกตอน 6 ขวบ ในรายการ Toyota Junior Go-Kart 2016 ที่เมืองไทย ถือเป็นผู้แข่งขันที่อายุน้อยสุดและปีถัดไปผมก็คว้าแชมป์ประจำปีในรายการ Superkart Thailand 2017 รุ่น Super BNB และรองแชมป์ประจำปี รุ่น Cadet A

“จากนั้นผมเริ่มลงแข่งในสนามต่างประเทศ เริ่มจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และมาเก๊า ก่อนจะตัดสินใจลงแข่งที่ยุโรปแบบเต็มฤดูกาล โดยคว้าแชมป์โลกประจำฤดูกาล 2022 (FIA World Karting Championship) ในรุ่น OK JUNIOR (อายุ12-14 ปี) เอาชนะผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด109 คน จาก 40 ประเทศ” (ยิ้ม)

 สู่สนามฟอร์มูล่า

“ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ซึ่งผมภาคภูมิใจมาก เพราะกว่าจะมีวันนี้ ผมซ้อมวันละหลายชั่วโมง 300 วันต่อปี แต่แม้รางวัลนี้จะแสดงความเป็นที่ 1 ของโลก เราจะยึดติดกับความสำเร็จตลอดไปไม่ได้ ต้องมองไปข้างหน้า และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ผมจึงวางแผนลงแข่งรุ่นซีเนียร์ ปี 2023 ก่อนที่เรดบูลล์ เรซซิ่งจะติดต่อมาเพื่อเซ็นสัญญาให้เข้าร่วมโปรแกรมเรดบูลล์ จูเนียร์ เพื่อไปแข่งขันฟอร์มูล่า

“แม้วันนี้จะผ่านมากว่า 3 ปีแล้วผมยังจำความรู้สึกดีที่ได้เป็นตัวแทนชาวไทย และยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ฝึกซ้อมกับเรดบูลล์ ซึ่งช่วยพัฒนาผมในทุกๆ ด้าน อย่างรถโกคาร์ต ผมมีโอกาสขับและดูแลรถอย่างใกล้ชิด ส่วนการฝึกซ้อมในระดับฟอร์มูล่าโฟร์ (Formula 4) มีความแตกต่างในแง่ของสภาพรถยนต์ และการเตรียมความพร้อมลงแข่งขัน นอกจากต้องเพิ่มทักษะการฝึกขับผ่านเครื่อง Simulator อย่างสม่ำเสมอ ยังต้องให้ความสำคัญกับความแข็งแรงทางร่างกาย ด้วยการเข้ายิมเป็นประจำด้วย

“เพราะฉะนั้นเมื่อการแข่งขันโกคาร์ตรุ่นซีเนียร์ ในปี 2023 สิ้นสุดลง ผมเป็นคนเดียวในทีมที่คว้าแชมป์ยุโรปหรือยูโรซีรีส์ (Euro Series) จากรายการแชมเปี้ยนส์ออฟเดอะฟิวเจอร์ 2023 (Champions of the Future 2023) สนามที่ 4 ณ คาร์โตโดรโม เครโมนา เซอร์กิต เมืองเครโมนา แคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลีได้ และได้รับโอกาสร่วมแข่งขันในระดับเนชั่นแนลแชมเปี้ยนชิป (National championships) ในรายการฟอร์มูล่าโฟร์ สแปนิช แชมเปี้ยนชิป 2024 (F4 Spanish Championship 2024) สังกัดทีมแคมโปส เรซซิ่ง (Campos Racing) ของสเปน

“สำหรับฤดูกาลหน้า ผมอยากคว้าอันดับหนึ่งทุกสนาม แม้จะมีการปรับเปลี่ยนตัวรถ และเครื่องยนต์ก็ตาม แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือสไตล์การขับรถของตัวเอง เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้เป็นผมอย่างทุกวันนี้”

“ผมคิดว่าความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัว การไปถึงเป้าหมายมีหลายวิธี อันดับแรกนอกจากต้องฝึกซ้อมให้มาก ยังต้องกระตือรือร้น พยายามรักษาวินัยที่จะทำ สุดท้ายต้องได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยซัพพอร์ตผมอย่างมาก”

ข่าวดีล่าสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยคือ เอ็นโซ่ขยับขึ้นไปสู่ยูโรเปี้ยนฟอร์มูล่าทรี (European Formula 3) ถือเป็นความหวังของแฟนๆ ที่จะได้เห็นนักขับไทยก้าวสู่ฟอร์มูล่าวัน (Formula 1) อีกคน ต่อจากพระองค์ชายพีระ- พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช และอเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์

“การจะไปถึงฟอร์มูล่าวันถือเป็นเรื่องยาก และคงตอบยากว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไร ฉะนั้นผมต้องพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เหมือนอย่างนักแข่งที่เป็นไอดอลของผมคือ แม็กซ์ เวอร์สแทปเพน นักแข่งฟอร์มูล่าวันที่เก่งสุดในเวลานี้ ผมอยากเก่งให้ได้เท่าเขา หรือถ้าได้มากกว่าก็ถือว่าสุดยอด”

ROYAL IVY REGATTA x ENZO T.

“ปีนี้ผมมีโปรเจ็กต์พิเศษที่ได้คอลแล็บกับ Royal Ivy Regatta แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์อเมริกันเอลิแกนซ์ คอลเล็คชั่น ROYAL IVY REGATTA x ENZO T. ในคอนเซ็ปต์ Elegance in Motion โดยผมมีส่วนร่วมในการแชร์ไอเดียทุกขั้นตอน ผมจึงชอบทุกแบบในคอลเล็คชั่นนี้เลย ไม่ว่าจะเสื้อ กางเกง หรือเเจ็กเก็ต รวมไปถึงรองเท้า โดยผมนำเสนอความเป็นตัวเองในสไตล์ Smart Casual ที่ยังมีความเอลิแกนซ์และมีกลิ่นอายของมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงได้แรงบันดาลใจการแข่งรถ อย่างลายเส้นของชุดแข่งรถหรือลายธงตารางหมากรุกมาใช้ในการออกแบบ นอกจากนี้ยังมีหมายเลข 8 ที่ผมใช้ในการแข่งขัน รวมถึงมีลายเซ็นของผมอยู่ด้วย ส่วนโทนสีหลักของคอลเล็คชั่นนี้เน้นสีกรมท่า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Royal Ivy Regatta และสีขาว แดง ดำ ที่สะท้อนถึง ความเร็วและพลัง ทำให้ดีไซน์ทั้งเรียบหรู โดดเด่น และเต็มไปด้วยเอเนอร์จี้

“อีกหนึ่งไอเท็มที่ผมชอบมากคือรองเท้าสนีกเกอร์ที่ดูเรียบง่าย แต่มีความเป็นสปอร์ต เพิ่มลูกเล่นโดยใส่สายเซ็นของผมที่ใต้พื้นรองเท้า ทำให้คอลเล็คชั่นนี้ออกมาลงตัวมากๆ และมีหลายลุคที่สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ในหลายโอกาส ไม่ว่าจะลุควันสบายๆ หรือแม้แต่วันที่ต้องการความเป็นทางการก็สามารถใส่ได้เช่นกัน

“ผมอยากฝากให้ติดตามผลงานในฐานะนักขับทาง IG: @enzo.tarnvanichkul และติดตามผลงานดีไซน์จากคอลเล็คชั่น ROYAL IVY REGATTA x ENZO T. ที่วางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ หวังว่าทุกคนจะชอบนะครับ”


เช็คอาการและความต่างระหว่าง 'สมองเมาแผ่นดินไหว' และ 'สมองหลอนแผ่นดินไหว'

เช็คอาการและความต่างระหว่าง ‘สมองเมาแผ่นดินไหว’ และ ‘สมองหลอนแผ่นดินไหว’

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุหลายคนหลงคิดว่าตัวเองหน้ามืด ตาลาย เวียนหัวเหมือนบ้านหมุน เพราะทำงานหนัก ไม่มีใครคิดว่าแผ่นดินไหวเลย นั่นเพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะประสบพบเจอแผ่นดินไหวในประเทศไทย ซึ่งหลังจากเหตุแผ่นดินไหวสงบ นอกจากความตื่นตระหนก และวิตกกังวลที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไปแล้ว ข้าวของและสิ่งก่อสร้างบางที่ก็ได้รับความเสียหาย รวมถึงมีอาการตอบสนองต่อร่างกายยังไม่จบเป็นอาการต่อเนื่องด้วย ซึ่งกลุ่มอาการต่อไปนี้ที่ญี่ปุ่นอาจเป็นเรื่องปกติในการรับมือเพราะเกิดแผ่นดินไหวบ่อย แต่ในไทยที่เพิ่งเกิดเหตุแบบนี้ครั้งแรก ก็ต้องเตรียมการรับมือไว้ ในการสังเกตตัวเองว่าจะมีอาการอะไรบ้าง ที่อาจเกิดต่อร่างกาย จิตใจหลังแผ่นดินไหว

เช็คอาการและความต่างระหว่าง ‘สมองเมาแผ่นดินไหว’ และ ‘สมองหลอนแผ่นดินไหว’

คนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงมีอาการเวียนหัว โยกคลอน ใจสั่น ถึงแม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้ว สาเหตุหลักมาจาก โรคสมองเมาแผ่นดินไหว (Earthquake Drunk) กลุ่มอาการวิงเวียนหลังแผ่นดินไหว หรือ Post-Earthquake Dizziness Syndrome หรือ PEDS) ที่จะรู้สึกเหมือนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ คล้ายกับความโคลงเคลงที่รู้สึกหลังจากลงจากเรือ ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “อาการป่วยจากแผ่นดินไหว” หรือ “จิชิน-โยอิ” (แปลตรงตัวว่า “เมาแผ่นดินไหว” ในภาษาญี่ปุ่น) การศึกษาชี้ว่าอาการนี้อาจเกิดจากการรบกวนในระบบการทรงตัว (vestibular system) ซึ่งเป็นส่วนของหูชั้นในที่ควบคุมความสมดุล การเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดจากแผ่นดินไหวสามารถทำให้ระบบนี้เสียสมดุล ส่งผลให้สมองพยายามปรับความรู้สึกให้กลับมาปกติอย่างยากลำบาก บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ หรือรู้สึกไม่สบายตัวร่วมด้วย และอาการนี้อาจรุนแรงขึ้นในคนที่ไวต่อการเมารถอยู่แล้ว หรือในคนที่อยู่ในอาคารสูงระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งการสั่นไหวจะรู้สึกชัดเจนกว่า

ระยะเวลาของอาการทางร่างกายเหล่านี้แตกต่างกันไป ในหลายคน อาการวิงเวียนจะค่อยๆ หายไปภายในไม่กี่นาทีหรือชั่วโมงเมื่อร่างกายปรับตัวได้ อย่างไรก็ตาม การวิจัยหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เช่น แผ่นดินไหวโทโฮกุในญี่ปุ่นปี 2011 (ขนาด 9.0) หรือแผ่นดินไหวคุมาโมโตะในปี 2016 พบว่าบางคนมีปัญหาการทรงตัวนานถึงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน การศึกษาหนึ่งพบว่า มากกว่า 42% ของผู้ที่ถูกสำรวจรายงานถึง “ความรู้สึกโคลงเคลงที่เหมือนภาพลวงตา” ในช่วงหลายสัปดาห์หลังแผ่นดินไหวคุมาโมโตะ

ส่วนอาการของ “โรคสมองหลอนแผ่นดินไหว“ หรือ “แผ่นดินไหวทิพย์” “Earthquake illusion” เป็นปรากฏการณ์ทางจิตใจที่รู้สึกเหมือนมีแรงสั่นสะเทือนทั้งที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง อาจเป็นเพราะความตื่นตัวที่สูงขึ้นหรือความทรงจำจากเหตุการณ์อาการทางจิตสั่นไหว แผ่นดินไหวสามารถกระตุ้นการตอบสนองต่อความเครียดเฉียบพลัน เช่น ความวิตกกังวล ความกลัว แพนิก บางคนนำไปสู่โรคเครียดหลังเหตุสะเทือนใจ (PTSD) ซึ่งมีอาการเช่น การย้อนนึกถึงเหตุการณ์ ความตื่นตัวเกินเหตุ หรือการนอนหลับยาก กลัวการอยู่ในตึก หรือการขึ้นรถไฟฟ้าไปเลย

สาเหตุของอาการเหล่านี้ซับซ้อน น่าจะเป็นเพราะสมองพยายามประมวลผลข้อมูลทางประสาทสัมผัสที่ขัดแย้งกัน เช่น ตาบอกว่าพื้นดินนิ่งแต่ระบบการทรงตัวบอกว่าเคลื่อนไหว จนเกิดการพุ่งขึ้นของคอร์ติซอล (ฮอร์โมนแห่งความเครียด) และอะดรีนาลีน (ฮอร์โมนแห่งความตื่ตตัว) ระหว่างและหลังเหตุการณ์สามารถเพิ่มความไวต่อความรู้สึกในร่างกาย ทำให้อาการวิงเวียนหรือคลื่นไส้รู้สึกหนักขึ้น

คนที่เป็นภาวะนี้มากได้แก่ คนมีโรควิตกกังวลหรือประวัติปวดไมเกรน ยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะสำหรับอาการหลังแผ่นดินไหว แต่สามารถใช้วิธีจากอาการเมารถและการจัดการความเครียดได้ การมองไปที่จุดไกลๆ (เช่น เส้นขอบฟ้า) การนอนลง หรือการจิบน้ำอาจช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนในระยะสั้นได้ สำหรับผลกระทบทางจิตใจ การพูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์กับผู้อื่น จะช่วยระบายหรือหลีกเลี่ยงการดูสื่อเกี่ยวกับเหตุการณ์มากเกินไป รวมถึงอาจกินยาแก้เวียนได้ 2-3 วัน และถ้ามีอาการใจสั่นจิตตก ให้ลองทำสมาธิ ไม่เสพข่าวมาก หากมียาช่วยนอนหลับ สามารถกินได้ หลังจากนั้น หากยังคงแพนิคควรปรึกษาแพทย์

ภาพ: Pexels
ขอบคุณข้อมูล: ผศ. นพ.สุรัตน์ ตันประเวช หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official)