Happy and Healthy Life…ในแบบ “ หมอหญิงจริงใจ ”

สายบิวตี้ที่ใส่ใจการดูแลสุขภาพและความงาม มักคุ้นชื่อ “หมอหญิง” พญ.ศุภักษณา สิงห์ยะบุศย์ แพทย์ผู้ก่อตั้งศูนย์ดูแลความงาม สุขภาพ และชะลอวัย ‘หมอหญิง คลินิก’ ซึ่งมีสาขาทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ย่าน Town In Town ปัจจุบันคุณหมอแบ่งปันความรู้ผ่านช่อง “หมอหญิงจริงใจ” บน TikTok, Facebook และ Instagram ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพและความงามอย่างเข้าถึงและเป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตาม

หมอหญิงจริงใจ

บทเรียนชีวิต

“ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน หมอจบการศึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ แม้จะทำงานอยู่ในโรงพยาบาลและคลินิกความงามหลายแห่งในช่วงเวลานั้น แต่หมอมีความสนใจเรื่องสุขภาพและความงามเป็นพิเศษ จึงตั้งใจจะศึกษาต่อในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อพัฒนาความรู้ให้สามารถดูแลสุขภาพผู้คนเชิงป้องกันมากกว่าการรักษาเมื่อป่วย แต่ในเวลานั้นยังไม่ได้รับโอกาสตามที่ตั้งใจไว้ จึงตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางใหม่ เปิด ‘หมอหญิง คลินิก’ ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพ ความงาม และการชะลอวัย ปัจจุบันมี 2 สาขา คือเชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ย่าน Town In Town”

“ชีวิตของหมอไม่ได้ราบรื่นเสมอไป มีช่วงเวลาที่เคยเผชิญกับความผิดหวังและความเศร้าอย่างรุนแรง จนเกือบตัดสินใจทำร้ายตัวเอง แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที และนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หมอหันมาทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้ง เรียนรู้ที่จะเข้าใจและรักตัวเองมากขึ้น ผ่านการฝึกสมาธิ และการศึกษาด้าน Energy Medicine หรือศาสตร์ด้านพลังงานเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพ ช่วยให้หมอเปลี่ยนมุมมองชีวิตอย่างแท้จริง”

“จากเดิมที่เคยให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์หรือความเป๊ะของงานนำเสนอในการสอนแพทย์ ตอนนี้หมอให้ความสำคัญกับ ‘ใจ’ ของผู้เรียนมากขึ้น คิดเสมอว่าผู้เรียนจะนำความรู้นั้นไปต่อยอดได้อย่างไร ทุกอย่างที่หมอสอน มาจากประสบการณ์ตรงและความตั้งใจจริงในการส่งต่อความรู้ให้กับแพทย์รุ่นใหม่ได้เติบโตในแบบของตัวเอง”

หมอหญิงจริงใจ

Give and Take

“จริง ๆ แล้วหมอมีความตั้งใจจะทำช่อง ‘หมอหญิงจริงใจ’ มานานแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่ยังดูแลผู้ป่วยในแผนกอายุรกรรมของโรงพยาบาล หมอมักใช้เวลาพูดคุยกับผู้ป่วยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีขึ้นในระยะยาว แม้จะรู้สึกเหนื่อยกับภาระงานในแต่ละวัน แต่ก็ยังมีความตั้งใจเต็มที่ จนกระทั่งมีพี่พยาบาลที่สนิทกันแนะนำว่า การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ อาจช่วยให้หมอสามารถแบ่งปันความรู้ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น และเข้าถึงคนจำนวนมากในเวลาเดียวกัน”

“แม้ช่วงแรกจะยังไม่มีเวลา แต่ในที่สุดเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน หมอได้เริ่มต้นทำช่อง ‘หมอหญิงจริงใจ’ บน TikTok, Facebook และ IG ด้วยความตั้งใจที่จะให้ข้อมูลสุขภาพและความงามในภาษาที่เข้าใจง่าย โดยไม่เน้นการขายสินค้า และยึดหลักการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งมีผู้ติดตามหลายท่านส่งข้อความมาแสดงความขอบคุณที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่หมอแบ่งปัน ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่มีคุณค่ามากสำหรับหมอ”

“บ่อยครั้งก็มีคำถามว่า หมอใช้ผลิตภัณฑ์อะไร หรือแนะนำยี่ห้อไหน ซึ่งหมออยากเน้นว่า ช่องนี้ตั้งใจให้ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง โดยไม่เน้นการโปรโมตสินค้า หมอมองว่าหน้าที่ของแพทย์คือการให้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เช่น ในบางกรณีที่มีผู้มาปรึกษาเรื่องปรับรูปหน้า หมอจะทำการประเมินอย่างละเอียด และให้คำแนะนำอย่างเป็นกลาง หากมีทางเลือกหลายแบบ หมอจะอธิบายข้อดีข้อจำกัดของแต่ละวิธี และยึดหลักว่า ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน”

“หมอเองมีพื้นฐานเป็นแพทย์ด้านอายุรกรรม มีความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และประสบการณ์ในการสอนแพทย์ด้านความงาม ซึ่งหมอนำทั้งหมดนี้มาบูรณาการเพื่อใช้ในการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยตั้งเป้าหมายว่าความรู้และประสบการณ์ของหมอ จะช่วยส่งเสริมให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้ดีขึ้นทั้งด้านสุขภาพกาย ใจ และภาพลักษณ์ภายนอก”

“ในฐานะผู้หญิงวัย 40+ หมอเชื่อว่า ‘ความสุขนำความสำเร็จ’ หมอจึงอยากแบ่งปันแนวทางการดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ ภายใต้แนวคิดว่าความงามที่แท้จริงเริ่มจากความเข้าใจตัวเอง และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ทั้งเรื่องงาน การเงิน และความสงบภายในใจ นี่คือเป้าหมายที่หมอยึดถือ และอยากส่งต่อให้กับทุกคนค่ะ”

หมอหญิงจริงใจ

เติมเต็มความงาม

“สำหรับหมอ ความงามที่แท้จริงมีองค์ประกอบหลัก 3 อย่างค่ะ อย่างแรกคือ การดูดีในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร เพราะความงามของแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนั่นคือสิ่งที่ควรภูมิใจและพัฒนาให้ดีที่สุดในแบบของตัวเอง”

“อย่างที่สองคือ ความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมองหา แต่ก็อาจหลงลืมไปในยุคของโซเชียลมีเดีย หมอเชื่อว่าความงามที่แท้จริงควรช่วยส่งเสริมบุคลิก ไม่ใช่เปลี่ยนตัวตน และควรสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล”

“และอย่างที่สาม คือ ความงามที่สะท้อนจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นความสดใส ความมั่นใจ หรือพลังบวก ซึ่งจะส่งผ่านออกมาทางสีหน้าและบุคลิกโดยรวม หมอมองว่าการดูแลใบหน้าไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้าง แต่คือการออกแบบให้สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกที่อยากถ่ายทอดออกมา เช่น ความอ่อนโยน ความมั่นใจ หรือความสดใส”

“เวลาคนไข้มาปรึกษาเรื่องร่องแก้ม หมอจะเริ่มจากการพูดคุยถึงปัญหาและสิ่งที่เขากังวล เช่น รู้สึกว่าหน้าโทรม หรือดูไม่สดใส หมอจะช่วยวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักคืออะไร อาจเกิดจากโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไปตามวัย หรือเกิดจากความหย่อนคล้อย ซึ่งหมอจะอธิบายให้เข้าใจถึงแนวทางการดูแล เช่น การใช้เทคโนโลยียกกระชับ หรือการฟื้นฟูจากภายในควบคู่กันไป โดยไม่ยึดติดกับวิธีเดียว”

“คลินิกของเราให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและแนะนำอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงทั้งสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และสุขภาพโดยรวม เช่น หากมีอาการเหนื่อยง่าย หรือปัญหาสิวเรื้อรัง หมอจะสอบถามพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพิ่มเติม เช่น การนอน การกิน เพื่อหาสาเหตุร่วมและให้คำแนะนำอย่างเหมาะสมที่สุดในแต่ละกรณี”

“สิ่งที่หมอยึดถือเสมอคือ ความซื่อสัตย์และความชัดเจน หากในบางกรณีการรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดคือการผ่าตัด หมอก็จะแนะนำตรงไปตรงมา และหากอยู่นอกขอบเขตความเชี่ยวชาญของคลินิก หมอก็จะแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่อไป”

หมอหญิงจริงใจ

“หมอเชื่อว่า ความจริงใจในการให้คำแนะนำ คือสิ่งสำคัญที่สุดของแพทย์ และเมื่อรวมกับประสบการณ์ที่สั่งสมมา รวมถึงการอัปเดตความรู้ตลอดเวลา หมอก็หวังว่าจะสามารถดูแลคนไข้ได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพที่สุดค่ะ”


http://praew.com

เปลี่ยนคิ้วบางให้ปัง! เจาะความต่าง สักคิ้ว vs. ฝังสีคิ้ว แบบไหนที่ใช่ แบบไหนอินเทรนด์?

เปลี่ยนคิ้วบางให้ปัง! เจาะความต่าง สักคิ้ว vs. ฝังสีคิ้ว แบบไหนที่ใช่ แบบไหนอินเทรนด์?

เคยรู้สึกไม่มั่นใจเพราะคิ้วบางหรือมีรอยแผลเป็นจนคิ้วแหว่งไหม? หรือต้องเสียเวลาหน้ากระจกทุกเช้าไปกับการบรรจงเขียนคิ้วให้ได้รูป แต่ก็ไม่เคยได้อย่างใจสักที? ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับผู้หญิง แต่ผู้ชายหลายคนก็ประสบปัญหาคิ้วไม่สมบูรณ์แบบเช่นกัน ซึ่งทำให้ขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพไปไม่น้อยเลย

และในอดีตการทำคิ้วอาจถูกมองว่าเจ็บปวดและได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติ แต่ด้วยนวัตกรรมที่ก้าวหน้าไปไกล การมีคิ้วสวยสมบูรณ์แบบจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีทางเลือกอย่าง “การสักคิ้ว” และ “การฝังสีคิ้ว” ซึ่งแม้จะฟังดูคล้ายกัน แต่ทั้งสองเทคนิคนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สักคิ้ว vs. ฝังสีคิ้ว: เลือกแบบไหนที่ใช่?
ซึ่งการตัดสินใจว่าจะเลือก สักคิ้ว หรือ ฝังสีคิ้ว ขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์ที่ชอบเป็นหลัก เพราะทั้งสองวิธีมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน

  • สักคิ้ว (Tattooing): เป็นเทคนิคที่ใช้เข็มสักสีลงไปในชั้นผิวที่ค่อนข้างลึก ทำให้เม็ดสีติดทนนานและให้ผลลัพธ์ที่คมชัด จึงอยู่ได้นานถึง 3-5 ปี หรือมากกว่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคิ้วที่มีโครงสร้างชัดเจน และไม่ต้องการเติมสีบ่อยๆ แต่ข้อควรพิจารณาคือ การลบออกหรือแก้ไขจะทำได้ยากกว่า
  • ฝังสีคิ้ว (Microblading/Hair Stroke): เป็นเทคนิคที่ใช้เข็มที่เล็กและบางกว่าฝังเม็ดสีลงไปในชั้นผิวที่ตื้นกว่า ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติและละมุนมากกว่า และสีจะค่อยๆ จางลงไปตามกาลเวลา การฝังสีคิ้วจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถเปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือเทรนด์คิ้วได้ในอนาคต

เทรนด์คิ้วปี 2025: ความเป็นธรรมชาติคือคำตอบที่ใช่
จากข้อมูลล่าสุด เทรนด์คิ้วที่ยังคงมาแรงคือเน้นความ “เป็นธรรมชาติ” ที่ดูสวยงามและไม่หลอกตา โดยเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ การฝังสีคิ้วแบบลายเส้น (Hair Stroke) ที่เป็นการสร้างเส้นขนคิ้วทีละเส้นอย่างประณีต ทำให้คิ้วดูฟุ้งและมีมิติเสมือนขนคิ้วจริงมากที่สุด

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • Ombré Brows: เป็นการฝังสีแบบไล่เฉด โดยหัวคิ้วจะมีสีอ่อนและค่อยๆ เข้มขึ้นไปจนถึงหางคิ้ว ให้ผลลัพธ์ที่ดูนุ่มนวลคล้ายกับการเขียนคิ้วด้วยอายแชโดว์
  • Hybrid Brows: เป็นเทคนิคที่ผสมผสานระหว่างการฝังสีแบบลายเส้น (Hair Stroke) และแบบ Ombré เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้คิ้วที่มีมิติ มีเส้นขนชัดเจน แต่ยังคงความฟุ้งละมุน
  • เทรนด์คิ้วผู้ชาย: สำหรับคุณผู้ชาย เทคนิค Hair Stroke ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะช่วยเติมเต็มช่องว่างของคิ้วให้ดูเต็มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าดูคมเข้มขึ้นโดยไม่ดูปลอม

จากช่างแต่งหน้าสู่กูรูคิ้วตัวจริง: เบื้องหลังความสำเร็จของ M.D. Eyebrow Studio
ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคนิคการสักคิ้วหรือฝังสีคิ้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือและช่างผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความต้องการของคุณอย่างแท้จริง ซึ่งความน่าเชื่อถือของ M.D. Eyebrow Studio มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของ คุณเอ็ม-นวพล วศินธรวิสุทธิ์ เจ้าของร้านผู้มีประสบการณ์กว่า 12 ปี ที่เริ่มต้นจากการเป็นช่างแต่งหน้าให้กับแบรนด์ชื่อดังมาก่อน ทำให้เขามีความชำนาญในเรื่องการวาดและการลงสีเป็นอย่างดี

ประสบการณ์ที่สั่งสมมานี้ทำให้คุณเอ็มสามารถวิเคราะห์โครงหน้า สีผิว และสีผมของลูกค้าแต่ละคน เพื่อออกแบบทรงคิ้วและเลือกสีที่เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อมทั้งนำเทคนิคสมัยใหม่จากต่างประเทศอย่าง Soft Hairstroke ซึ่งใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.35 มิลลิเมตร มาสร้างเส้นขนคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความฟุ้ง ไม่เหมือนกับการสักแบบเดิมๆ ที่เป็นบล็อกแข็งทื่อ ข้อดีของเทคนิคนี้คือไม่ต้องกรีดผิวให้เป็นแผลลึก และเม็ดสีจะเรียงตัวอย่างสวยงาม ทำให้คิ้วที่ได้ดูเป็นธรรมชาติเสมือนจริง ไม่ว่าจะเป็นสำหรับผู้หญิงที่อยากได้คิ้วฟุ้งสวย หรือผู้ชายที่ต้องการคิ้วที่ดูเข้มคมแต่ยังคงความแมนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยความหลงใหลในเรื่องคิ้วและทักษะที่ไม่หยุดนิ่ง คุณเอ็มได้ต่อยอดจากประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาสู่การเป็นวิทยากรและผู้ฝึกอบรมให้กับช่างสักคิ้วหน้าใหม่มากมาย เพื่อถ่ายทอดเทคนิค Soft Hairstroke ที่เป็นเอกลักษณ์ของ M.D. Eyebrow Studio ให้กับผู้ที่สนใจได้พัฒนาตัวเองเป็นช่างสักคิ้วมืออาชีพ ซึ่งเทคนิคที่ใช้ยังได้รับการยอมรับในวงกว้างอีกด้วย

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำคิ้ว

  • ต้องดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ? ควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณคิ้วในช่วง 3-7 วันแรก และงดแต่งหน้า รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณคิ้ว เพื่อให้สีติดทนและแผลหายสนิท
  • ใช้เวลาทำนานไหม? ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยเริ่มต้นจากการให้คำปรึกษา ออกแบบทรงคิ้ว จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการลงยาชาและฝังสี
  • โอกาสแพ้มีหรือไม่? ทางร้านใช้สีที่มีคุณภาพสูงและผ่านการรับรองความปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดและปลอดภัย
  • การทำคิ้วเป็นการลงทุน: เพราะการมีคิ้วที่สวยงามและเป็นธรรมชาติคือการผสมผสานระหว่างศิลปะและความเชี่ยวชาญ ดังนั้นการเลือกช่างที่มีความชำนาญและเข้าใจในเรื่องความงามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เพราะคิ้วคือ “มงกุฎของใบหน้า” ที่ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจอย่างแท้จริง การเลือกช่างที่เชี่ยวชาญและเข้าใจความงามจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนคิ้วธรรมดาให้โดดเด่นและมีสไตล์ การทำคิ้วจึงไม่ใช่แค่การลงสี แต่เป็นการสร้างเสน่ห์ที่คงอยู่ยาวนาน และไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปมา เพราะคิ้วสไตล์ธรรมชาติ คมชัด และมีมิติ ยังคงเป็นลุคที่ไม่มีวันตกยุค ทั้งยังเติมเต็มความมั่นใจอีกด้วย

Photo: mnavaphol
Cover: Pexel


ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จัดงาน “A ROOT By Thai Group” เพราะรากฐานความรักที่ดี เริ่มต้นที่ครอบครัว

บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี ต้อนรับวันแม่ และขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว ด้วยการจัดงาน A ROOT By Thai Group” ภายใต้ธีม “ROOTED IN LOVE” โดยยกพื้นที่บริเวณล็อบบี้ และ A Root Space อาคารไทยกรุ๊ป สำนักงานใหญ่ เพื่อจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับคุณแม่และคุณลูกโดยเฉพาะ

A ROOT By Thai Group

คุณอาทินันท์ พีชานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงการจัดงานนี้ว่า “เดือนสิงหาคมเป็นเดือนแห่งการแสดงความรักที่มีต่อแม่ ไทยกรุ๊ปฯ ตั้งใจมอบสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม จึงเปิดพื้นที่ในงาน A ROOT By Thai Group คอมมูนิตี้เพื่อการดูแลสุขภาพ ให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยใช้กิจกรรมเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมความรัก ความเข้าใจ และการดูแลกันในครอบครัว ภายใต้แนวคิด ROOTED IN LOVE

A ROOT By Thai Group

“เพราะเราเชื่อว่า รากฐานของความเป็นอยู่และความรักที่ดีเริ่มต้นจากครอบครัว และของขวัญที่น่าประทับใจมากที่สุดระหว่างแม่และลูกคือ การได้มีช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ช็อปปิ้ง หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแสนอบอุ่นภายในครอบครัว”

A ROOT By Thai Group

ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จัดงาน “A ROOT By Thai Group” เพราะรากฐานความรักที่ดี เริ่มต้นที่ครอบครัว

ไทยกรุ๊ปฯ จึงได้เตรียม 3 กิจกรรมไฮไลท์ที่ช่วยเติมเต็มความรักความอบอุ่นในครอบครัว ได้แก่ กิจกรรม Special Talks  “เรื่องเล่าที่แม่อยากบอก” งานนี้คุณอาทินันท์ พีชานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รับหน้าที่พิธีกรกิตติมศักดิ์ สัมภาษณ์คู่แม่ลูกสาย Working Women คุณกิตติยา และคุณภรรททิยา โตธนะเกษม ที่มาแชร์เรื่องราวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยความสมดุล จากการบริหารความรัก การดูแลครอบครัว และการทำงานไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีช่วง เรื่องเล่าของความรักผ่านรสชาติ “จากรสมือแม่ สู่แรงบันดาลใจในธุรกิจอาหาร” โดยคุณเลิศรินิญฒ์ ศรีสุคนธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ร้าน “Café Chilli” พร้อมกับสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

A ROOT By Thai Group

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์คือ Stretching with Love แนะนำการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับคุณแม่ โดย คุณโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ ดร.วรพงษ์ คงทอง ผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และกิจกรรมที่เอาใจคนรุ่นใหม่อย่าง “Taste Talk, Good Bonding” ทอล์คกันตามประสาคนรักกาแฟและมัทฉะ เกี่ยวกับเมนูเพื่อสุขภาพที่กำลังอินเทรนด์ และการดื่มเพื่อสุขภาพที่ดี พร้อมกับได้ลิ้มลองเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์เพื่องานนี้เท่านั้น โดยร้าน Wednesday Specialty Coffee

A ROOT By Thai Group

นอกจากนี้ ภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน ยังมีเจ้าหน้าที่จากบูธของ SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต IN-SURE อินทรประกันภัย และ SUB A CAR ธุรกิจรถเช่ารายย่อย มาคอยให้คำแนะนำเรื่องวางแผนการเงินด้านการดูแลสุขภาพ ความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ และบริการเช่ารถสำหรับพาคุณแม่ออกเดินทางท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีกิจกรรมเวิร์กชอป DIY ของขวัญให้แม่ “จัดดอกไม้ให้แม่ จัดใจด้วยโคริงกะ” โดยในวันงานคุณอาทินันท์ พีชานนท์ ได้มาเป็นวิทยากรแนะนำด้วยตัวเองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบูธตรวจสุขภาพสายตา และ Photo Booth สำหรับพาคุณแม่ถ่ายภาพประทับใจเป็นที่ระลึก

A ROOT By Thai Group

ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในฐานะองค์กรชั้นนำในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนเพื่อคนไทย มุ่งเสริมสร้างการมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ (Well-being) โดยหวังว่า A ROOT by Thai Group จะเป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมดีๆ A Root by Thai Group  ได้ทาง Facebook : A ROOT by Thai Group


‘สัปดาห์หัวใจพลิ้วไหว หลงรักคนง้ายง่าย ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!! ดวงรายสัปดาห์ 11-17 สิงหาคม 2568

สัปดาห์หัวใจพลิ้วไหว หลงรักคนง้ายง่าย’

ดวงรายสัปดาห์ 11-17 สิงหาคม 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  สำหรับชาวอาทิตย์ดูเหมือนจะเป็นสัปดาห์ขี้เกียจแห่งชาติของคุณเลยก็ว่าได้ นั่นอาจเป็นเพราะภายใน 7 วันนี้คุณมีดวงได้เข้าไปทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆ ซึ่งหากพูดถึงฝีไม้ลายมือก็สามารถรับมือได้อย่างสบายๆ แต่สิ่งที่จะสร้างปัญหาให้คุณนั่นคือความใจร้อน กล้าได้กล้าเสีย กล้าชน ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้งานเสียได้ง่ายๆ แม้คุณจะพยายามปรับตัว ทั้งภายในตัวเองและปรับตัวให้เข้ากับบุคคลภายนอก เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด จนเหนื่อย จึงเกิดเป็นความขี้เกียจสะสม   

การเงิน  :   จริงๆ สัปดาห์นี้จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาไม่ติดขัด ขณะเดียวกันรายจ่ายก็มีเข้ามาอย่างไม่ติดขัดเช่นกัน แล้วคุณก็ไม่นิยมเก็บเงินด้วย หากเลือกที่จะลงทุนต่อจึงมีความเสี่ยงสูง ที่จะได้กำไรไม่คุ้มทุน

ความรัก  :   แม้เรื่องงานจะเป็นสัปดาห์ขี้เกียจแห่งชาติ แต่เรื่องรักต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์โรแมนติกแห่งชาติ เพราะคุณจะทั้งรักและหลงคู่ครองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลย แต่ก็ต้องระวังทิฐิภายในตัวที่จะเป็นอุปสรรคตัวสำคัญเลย คนโสด  อารมณ์คุณพลิ้วไหวมาก มีโอกาสที่คุณจะหลงรักคนได้อย่างไม่มีเหตุผล แต่สิ่งที่ยังพอเป็นกำแพงกั้นใจไม่ให้เตลิดไปได้ง่ายๆ ก็คือ ความเชื่อมั่นในตัวเอง

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้คงต้องระมัดระวังเรื่องของการเดิน เพราะคุณมีดวงที่จะได้รับบาดเจ็บที่ขา ไม่ว่าจะตกบันได สะดุด หรือข้อเท้าพลิกแพลง ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น บาดเจ็บ รวมถึงความสะอาดทั้งที่อยู่อาศัย อาหาร และการใช้สถานที่สาธารณะ ระวังจะติดเชื้อโรคกลับมานะคะ 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่ชาวจันทร์ต้องใช้ความอดทนอย่างมากๆ ภายในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสที่จะได้เดินทางไปทำงานหรือดำเนินธุรกิจยังต่างถิ่นต่างแดน มีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าในการเปิดโปรเจกท์ใหม่ๆ หรือได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนในการขยายสาขา ในที่นี้ยังรวมถึงการเดินทางไปอบรม สัมมนา ประชุมด้วย ซึ่งหากพูดถึงความสามารถของคุณนั้นเอาอยู่ ทั้งในเรื่องของการบริหารและการปกครอง แต่ที่จะเอาไม่อยู่ก็คืออารมณ์ของคุณเอง เพราะมีโอกาสที่คุณจะรู้สึกร้อนใจไปหมด ทั้งการทำงาน ลูกน้อง รวมถึงผู้บังคับบัญชา จนอยากลาออกวันละไม่รู้กี่รอบเลย  

การเงิน  : บัญชีรายสัปดาห์คาดว่ารายจ่ายจะเยอะกว่ารายรับหลายเท่าเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนต่างถิ่นต่างแดน เพราะมีโอกาสที่คุณจะหลงกับคำคุยมากกว่าได้จริง นอกจากนั้นคาดว่าคุณจะหมดไปกับการเลี้ยงลูกน้องและเพื่อนฝูงด้วย  

ความรัก  :  ขอยกข้อความจาก ‘มุนีน้อย’ มาเตือนใจชาวจันทร์ค่ะว่า ‘สามวันจากนารีเป็นอื่น’ ไม่ว่าคุณจะเดินทางจากบ้านไปด้วยเหตุผลใดก็ต้องระวังใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้องที่ทำงานด้วยกัน  คนโสด ความรักเกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง มีโอกาสที่คุณจะเข้าไปเป็นมือที่สามของรุ่นน้องตัวเองนะคะ

สุขภาพ  :   จริงๆ คุณดูแลตัวเองได้ดี แต่ก็อย่าประมาท หากคุณต้องเดินทางมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาในเรื่องของท้องไส้ ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะ นอกจากนั้นยังมีสาเหตุมาจากอารมณ์ ความหึงหวง  ความโกรธ ด้วย

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารคาดว่าจะได้เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่อย่างผู้คงแก่เรียน เพราะในรอบ 7 วันนี้หากเป็นผู้ที่อยู่ในสายการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ เทรนเนอร์ ติวเตอร์ โค้ชชิ่ง ฯลฯ อยู่แล้ว คุณมีโอกาสที่จะได้เพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่คุณจะมีไอเดียแปลกใหม่ เป็นแนวทางของตัวเอง ยังไม่เคยมีใครทำ จนสังคมอาจรับไม่ได้หรือต้องใช้เวลาที่จะยอมรับ ก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะจะมีผู้ใหญ่คอยหนุนหลังให้คุณได้ทำในสิ่งที่อยากทำ 

การเงิน  :   หากคุณมีเพียงรายได้ประจำ สัปดาห์นี้คงต้องบริหารให้ดี เพราะคาดว่าจะมีรายจ่ายที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุในบ้านมาเพิ่ม ซึ่งมีโอกาสที่เงินจะไม่พอใช้

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ของผู้ใหญ่เลยล่ะค่ะ วันแม่นี้มีโอกาสที่คุณจะได้กลับไปอยู่กับแม่ กับครอบครัว ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณจะนำไป แม้ใครไม่ไป คุณจะไป  คนโสด  เพื่อให้เข้ากับสัปดาห์วันแม่ เป็นไปได้ว่ารสนิยมของคุณจะเปลี่ยนไป กลายเป็นถูกใจผู้สูงอายุซะงั้น

สุขภาพ  :   ดวงสุขภาพร่างกายของคุณสัปดาห์นี้จะเหมือนผู้สูงอายุ เช่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดขา ลุกก็โอย นั่งก็โอย รวมถึงความเหงา คงต้องหากิจกรรมทำเพื่อไม่ให้ว่างนะคะ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  เป็นสัปดาห์ที่ไม่อยากให้ชาวพุธต้องคาดหวังอะไรสูงมากเลย เพราะดวงคุณยังไม่พร้อมให้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ  เพราะมีโอกาสติดขัด ขลุกขลักไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารทางราชการ ซึ่งจะเป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่คุณจะทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานอย่างรุนแรง จนกระทั่งทำงานต่อไม่ได้ หรือหากทำต่อได้ก็จะเหนื่อยแบบสายตัวแทบขาดเลยทีเดียว ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน รวมถึงปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย 

การเงิน  :   มีโอกาสที่คุณจะได้เงินจากความขยัน วาสนาและบารมีของตัวเอง แต่ก็ต้องดูให้ดีว่ามาแบบถูกต้องหรือเปล่า หากไม่ใช่แล้ว มีความเสี่ยงที่คุณจะเสียทั้ง่ชื่อเสียง และเสียเงินแบบล้มละลายเลยทีเดียว

ความรัก  :   ทิฐิมานะจะเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้คุณทะเลาะกันขั้นรุนแรงจนไม่อาจคุยกันได้อีก  คนโสด  ระวังความเจ้าชู้จะนำภัยมาให้ เพราะเป็นไปได้ที่คุณจะเกิดสนใจคนที่มีแฟนอยู่แล้ว

สุขภาพ   :  อวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ รองลงมาคือสายตา ตระกูลต้อเริ่มจะมาเยือนแล้ว นอกจากนั้นยังต้องระวังมีดบาด เป็นรอยฟกช้ำดำเขียว

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่ชาวพฤหัสจะมีโอกาสได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะในรอบ 7 วันนี้มีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้เข้าไปสัมผัสกับโลกแห่งความล้ำสมัย เช่น ออนไลน์ แอพพลิเคชั่น ai อิเลกทรอนิค ซึ่งจะเข้าสู่โหมดเอ็นเทอร์เทน เช่น คอนเสิร์ต  นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง ฯลฯ เรียกว่าต้องแอคทีพ เปิดหู เปิดตาตลอดเวลา ทิ้งความขี้เกียจไปได้เลย 

การเงิน  :   คาดว่าจะหนักไปในทางทำธุรกิจธุรกรรมออนไลน์ ก็เป็นไปได้ด้วยดี หากคุณทำเอง ไม่ควรร่วมหุ้นกับคนอื่น

ความรัก  :  หากคู่ไหนที่อยู่ด้วยกันนานๆ จนความสัมพันธ์เริ่มจืดจางผสมความเบื่อหน่าย ควรต้องรีบหาทริปไปเที่ยวคืนความหวานให้กันเพราะสัญญาณอันตรายเตือนแล้ว คนโสด สำหรับผู้ที่นิยมหาคู่ทางออนไลน์ หากในรอบสัปดาห์นี้มีการนัดเดทก็ควรเตรียมพร้อมทั้งใจและกาย เพราะมีโอกาสที่คุณจะเคลิ้มได้ง่ายๆ

สุขภาพ   :   มีโอกาสที่เลือดลมจะทำงานไม่คล่องตัวเหมือนปกติ มีความเสี่ยงที่จะเป็นลมวูบได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเพราะพักผ่อนน้อย หรือติดเชื้อ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ ติดต่อกัน

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับชาวศุกร์ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ของผู้นำเลยทีเดียว ในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้า ผู้บริหาร บุกเบิกทำโครงการใหม่ๆ จ็อบใหญ่ๆ ที่มีความสำคัญ ซึ่งคุณเองก็เต็มเปี่ยมไปด้วยไอเดียและความจินตนาการที่ล้ำเลิศ จนยากที่ใครจะนึกภาพออกหรือคิดตามได้ทัน แล้วเมื่อกล้าคิดก็ต้องกล้ายอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างด้วย งานจึงจะดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะหากพยายามที่จะดันความคิดของตัวเอง มีโอกาสที่งานจะสะดุดหยุดลงกลางคัน หรือไม่คุณก็ต้องพร้อมที่จะทำงานคนเดียว

การเงิน  :  คุณมีความสามารถที่จะหาเงินได้ตลอดๆ ซึ่งคุณก็ใจดี สามารถหยิบยื่นเงินให้คนอื่นได้อย่างง่ายดาย แล้วไม่คาดหวังจะได้กลับคืนด้วย  ก็ระวังตัวเองจะเดือดร้อนนะคะ มีที่สุดแล้วภาระจะเยอะกว่ารายรับแล้ว

ความรัก :   สัปดาห์นี้มีความเป็นไปได้ที่คุณจะถูกวิญญาณผู้นำเข้าสิง ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน ก็ยังคงความซีเรียสได้คงเส้นคงวา จนสมาชิกในบ้านเข้าหน้าไม่ติด คนโสด เป็นไปได้ว่าความเข้มข้นของการทำงานจะมากกว่า หัวใจ พลีแล้วซึ่งงาน

สุขภาพ  :  งานยุ่ง งานเยอะ ก็อย่าลืมเข้าห้องน้ำด้วยนะคะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะลืมปัสสาวะจนกระเพาะปัสสาวะและกรวยไตติดเชื้อได้ง่ายๆ นอกจากนั้นหากไปเดินตากฝนก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นหวัดได้เลย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับชาวเสาร์ต้องบอกว่าความขยันและการทำงานหนักของคุณไม่เสียเปล่าค่ะ เพราะในรอบสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะถูกชักชวนจากบรรดาญาติมิตร คนสนิท หรือคนรักให้ไปเริ่มต้นงานใหม่ หรือธุรกิจใหม่ๆ ช่องทางใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าในอนาคต คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับพวกการเกษตร ท้องนาท้องไร่ ต้นไม้ การจัดสวน รวมถึงสินค้าโอทอป ไปได้ดีเลยล่ะ แต่อยากเตือนว่า ก่อนจะรับงาน ควรพิจารณาให้ดีว่า สามารถทำได้จริง ไม่เช่นนั้นหากผิดสัญญา มีโอกาสถูกปรับได้    

การเงิน  :  ร่ำรวย เงินเข้ามาเฮงๆ ปังๆ จากที่ดิน ที่นา หากกำลังจะขายที่ก็มีโอกาสสำเร็จ ได้ค่านายหน้า เงินปันผลจากครอบครัว

ความรัก  :   มีโอกาสที่จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวบ้างแล้ว เป็นสัปดาห์ที่คุณจะมีความสุขอยู่พร้อมหน้าครอบครัว คนโสด  มีโอกาสได้พบรักที่ดี พบคนที่จริงจังและจริงใจ พร้อมที่จะเริ่มต้นความรักไปด้วยกัน

สุขภาพ   :  ระวังภูมิแพ้พวกฝุ่นละอองในบ้าน ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งจะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ คัดจมูก นอกจากนั้นระบบการหมุนเวียนโลหิตไม่ค่อยสมบูรณ์ เลือดจาง จนถึงหน้ามืด เป็นลม ควรรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่ช่วยบำรุงเลือด

เจโทร กรุงเทพฯ เปิดเวิร์คช็อปสอนแล่และปรุงเมนูจากปลาญี่ปุ่น

ถูกใจคนรักอาหาร เจโทร กรุงเทพฯ เปิดเวิร์คช็อปสอนการแล่และปรุงเมนูจากปลาญี่ปุ่น อย่างมืออาชีพ

เจโทร กรุงเทพฯ เปิดเวิร์คช็อปอบรมเชิงปฏิบัติการอาหารญี่ปุ่น โครงการ ถ่ายทอดความรู้เรื่องวัตถุดิบอาหารจากประเทศญี่ปุ่นครั้งที่ 1 หัวข้อ “เวิร์กช็อปการแล่และปรุงเมนูจากปลามาไดและปลาแซลมอนแบรนด์ ญี่ปุ่น” เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการแล่และการปรุงอย่างมืออาชีพ

ครั้งนี้ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จัด โครงการถ่ายทอดความรู้เรื่องวัตถุดิบอาหารจากประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “Extension Educational Program for Japanese Farmed Fish in Bangkok”  โดยได้รับความร่วมมือจาก The Food School Bangkok (TFS) จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเรียนรู้การแล่ การจัดเก็บ และการปรุงอาหารจากปลามาไดญี่ปุ่น (Japanese Red Sea Bream) และปลาแซลมอนญี่ปุ่น โดยมี อาจารย์โคจิ อิโนอุเอะ จากประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้บรรยายและสาธิตการแล่ปลา

เวิร์กช็อปครั้งนี้จัดทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านค้าปลีก รวมถึงผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้าร่วม ตลอดระยะเวลา 2 วัน มีผู้เข้าร่วม เวิร์กช็อปกว่า 100 คน โดยมีนักเรียนจาก TFS 14 คน เข้าอบรมแบบออนไซต์ และได้รับประกาศนียบัตร จากอาจารย์ โคจิ อิโนอุเอะ ภายหลังจบคอร์สอบรม

โดย คุณทาคุยะ โมริชิตะ รองประธานเจโทร กรุงเทพฯ กล่าวในการปิดงานว่า “เราเชื่อว่าเวิร์คช็อป ครั้งนี้ได้ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อดีของปลามาไดและปลาแซลมอนญี่ปุ่นสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งยังเปิดมุมมองใหม่ๆ ต่อวัตถุดิบอาหารทะเลญี่ปุ่น และเชื่อว่าเวิร์กช็อปครั้งนี้จะสามารถสร้าง ความต้องการใหม่ๆ สำหรับปลามาไดในตลาดไทยต่อไปในอนาคต”

ผลงานจริงกว่า 140 ชิ้น! ดื่มด่ำนิทรรศการ Picasso: Beauty and Drama ที่มาเก๊า

ถ้าผลงานถ่ายทอดเรื่องราวของผู้สร้าง นิทรรศการ Picasso: Beauty and Drama ก็เหมือนนำเสนอทั้งชีวิตของ ปาโบล ปิกัสโซ เพราะหนึ่งในไฮไลท์ของ “Art Macao: Macao International Art Biennale 2025” อย่างนิทรรศการดังกล่าวได้รวบรวมผลงานต้นฉบับกว่า 140 ชิ้น ทั้งภาพวาด ภาพพิมพ์ เซรามิก ต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ และภาพประกอบ ภายใต้ธีม Art Macao 2025 “Hey, what brings you here?” ซึ่งได้ถ่ายทอดพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ของปิกัสโซตลอดช่วงเวลาของชีวิต โดยเน้นมิติทางอารมณ์และสายสัมพันธ์ที่เขามีต่ออันดาลูเซีย (Andalusia) บ้านเกิดของเขา ซึ่งครั้งนี้ก็ได้ภัณฑารักษ์อย่าง Mr. Mario Virgilio Montañez มาเป็นผู้ดูแลถึงที่ โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว พาเลซ รีสอร์ท มาเก๊า

Mr. Mario Virgilio Montañez

โดยนิทรรศการได้แบ่งออกเป็น 7 โซนหลัก

ห้องที่ 1 Beauty (ความงาม) เริ่มต้นด้วยโซนที่ท้าทายและตีความนิยามความงามแบบคลาสสิกขึ้นใหม่ เหมือนกับที่ปิกัสโซกล่าวไว้ว่า “ศิลปะ คือ คำโกหกที่งดงามที่สุด”

ห้องที่ 2 Myths (ตำนาน) ในโซนต่อมาเป็นการนำเรื่องเล่าโบราณมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย สะท้อนแนวคิดของปิกัสโซที่ว่า “ศิลปินที่ดีเก่งในการลอกเลียนแบบ ในชณะที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ขโมย” ซึ่งหากได้เดินชมรอบห้องเราจะเห็นโควทคำนี้ติดไว้ด้วยค่ะ

ห้องที่ 3 Bulls (กระทิง) เรียกว่าเป็นอีกโซนที่ทำให้เข้าใจตัวตนของปิกัสโซได้มากขึ้น เพราะห้องดังกล่าวจะชวนผู้มาเยี่ยมชมสำรวจถึงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของการสู้วัวกระทิงในอัตลักษณ์ของชาวสเปน ว่ากันว่า เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกของศิลปินที่มีต่อแผ่นดินเกิดของเขา

ห้องที่ 4 Women (ผู้หญิง) แสดงถึงความยกย่องสตรีผู้มีอิทธิพลในชีวิตของปิกัสโซ นั่นคือ ภรรยาคนแรก โอลกา โคคลอฟวา และฌาคเกอลีน รอค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมการเดินทางทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์ของเขา

ห้องที่ 5 Ceramics (เซรามิก) เป็นการเน้นสำรวจงานเซรามิกของเขาในช่วงบั้นปลายชีวิต เปลี่ยนภาชนะธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ ตามปรัชญาที่ว่า “เรียนรู้กฎให้แม่นและเชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้ทำลายมันแบบศิลปิน”

ห้องที่ 6 Techniques (เทคนิค) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทดลองกับเทคนิคต่าง ๆ ทั้งการกัดกรด การพิมพ์ภาพ และสื่อผสม สะท้อนความคิดของเขาที่ว่า “ฉันมักจะทำในสิ่งที่ฉันยังทำไม่ได้ เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่าฉันจะทำมันได้อย่างไร” โดยภายในห้องจะมีหน้าจอแสดงขั้นตอนเทคนิคที่ใช้ในงานศิลปะของเขา

ห้องสุดท้าย Top Ten เป็นความที่สุด!ตามชื่อ เพราะนี่คือโซนที่นำเสนอผลงาน 10 ชิ้นเด่นของปิกัสโซ อันสะท้อนถึงอัจฉริยภาพทางศิลปะ ความผูกพันในครอบครัว ความรักในประเพณี และอารมณ์ขันอันเฉียบคมของปิกัสโซ 

หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกของโลกกับ Picasso: Beauty and Drama สามารถจองตั๋วได้แล้วที่  https://www.ticketing.sjmresorts.com/picasso-beauty-n-drama โดยนิทรรศการจะจัดถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 นี้นะคะ


เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 11.00-19.00 น., วันศุกร์ เวลา 11.00-21.00 น., วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.00-21.00 น., Last Admission 1 ชั่วโมงก่อนเวลาปิดทำการ ภายในงานมีผู้นำชม ภาษาอังกฤษ จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง

สถานที่: Shop 220, ชั้น 2, Grand Lisboa Palace Resort Macau (South Entrance) 

HAUM จากร้านทำผมตัวท็อปของเกาหลี สู่แบรนด์ Hair Product ที่เข้าใจเส้นผม

คนที่ต้องการดูแลเส้นผมอย่างพิถีพิถัน ขอบอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ กับ HAUM (ฮาอุม) แบรนด์ Hair Product จากเกาหลี ที่ถือกำเนิดจากประสบการณ์จริงของ อาจารย์ Choi Ha‑neung หรือ Master Ha Neung ช่างทำผมระดับแถวหน้าของเกาหลี ผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 17 ปี และเป็นช่างที่เหล่าไอดอลชื่อดังไว้วางใจ

ตลอดหลายปีในวงการ Master Ha Neung พบว่ายังไม่มีแบรนด์ไหนที่ตอบโจทย์การทำงานในซาลอนมืออาชีพได้อย่างแท้จริง จึงตัดสินใจสร้าง HAUM Product ขึ้นมา เพื่อแก้ทุกปัญหาที่เจอจากการทำผมจริงในชีวิตประจำวัน

ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ HAUM โด่งดังไปทั่วเกาหลี คือ HAUM Roll Brush หวีม้วนผมระดับโปร ที่ใช้ขนหมูป่าแท้ผสมไนลอน จัดเรียงในระดับมิลลิเมตร ให้สัมผัสนุ่ม ไม่กินผม ไม่ดึง ไม่พัน เส้นผมอยู่ทรงสวยแบบเป็นธรรมชาติ จนช่างผมมืออาชีพต้องบอกต่อ กลายเป็นหวีที่ทำให้คนเกาหลีรู้จัก HAUM และต่อมาได้ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงและดูแลเส้นผมอีกหลายอย่าง ได้แก่ :

  • HAUM Volume Pin กิ๊บยกโคนอลูมิเนียม ดีไซน์มินิมัล ตั้งวางได้ ใช้ง่ายด้วยมือเดียว และทนความร้อนได้นาน
  • HAUM Volume Cushion Brush หวีแปรงที่ยืดหยุ่นตามรูปศีรษะ เซ็ตวอลลุ่มได้อย่างมืออาชีพ
  • HAUM Roll Brush หวีโรลวอลลุ่มลุคเกาหลี ที่สามารถเนรมิตผมวอลลุ่มให้คุณง่ายๆ ได้ที่บ้าน
  • HAUM Premium Root Roll Brush หวีโรลสุดพรีเมียม ที่ช่างผมมือโปรเลือกใช้
  • HAUM Hair Cara มาสคาร่าผมเนื้อน้ำแร่ ปัดเรียบทุกไรผมโดยไม่เป็นคราบขาว พร้อมบำรุงขนตา
  • HAUM Hair Essence เซรั่มเนื้อบางเบา แต่บำรุงลึกถึงแกนผม เนื้อซึมไว ปกป้องผมจากความร้อนได้สูงสุด 180°C

วันนี้ HAUM พร้อมส่งต่อประสบการณ์ซาลอนอันดับ 1 จากเกาหลีถึงประเทศไทยแล้วอย่างเป็นทางการ กับไอเท็มฮ็อตที่ทุกคนต้องมี พร้อมราคาคุ้มค่า ไม่ต้องพรีออเดอร์ จัดจำหน่ายโดย HAUM TH Official ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเจ้าเดียวในประเทศไทย

ช่องทางการสั่งซื้อ

Instagram: @haum_th

Facebook: HAUM Thailand

Tiktok: @haum.th

Line: @haumth

Shopee: haumthailand

Lazada: haumthailand


PCL ประกาศฉลอง 10 ปีความสำเร็จ ขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจพัฒนาและบริหารโรงแรมชั้นนำ ตั้งเป้าเติบโตเท่าตัวต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน

PCL ขึ้นแท่นยืนหนึ่งผู้นำธุรกิจพัฒนาและบริหารโรงแรม วางโรดแมป 5 ปี ก้าวสู่ผู้นำธุรกิจโรงแรมระดับภูมิภาคเอเชีย ตั้งเป้าเติบโตปีละ 100% หรือหนึ่งเท่าตัว ขยายพอร์ตโรงแรมภายใต้การบริหารเป็น 5,000 ห้อง ประกาศเตรียมวางแผนลงทุนเอง 5 แห่ง ในหัวเมืองหลัก ชี้ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมยุคใหม่ ล่าสุดคว้าสิทธิ์บริหาร 2 โรงแรมใหม่ ได้แก่ Nivata Koh Samui, Tapestry Collection by Hilton และ Hampton by Hilton Phuket Town โรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มโรงแรมระดับ Upper-Midscale ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปฐม ศิริวัฒนประยูร ประธานกรรมการบริหาร (CEO) บริษัท พีซีแอล ฮอสปิทาลิตี้ จำกัด (PCL Hospitality) บริษัทผู้ให้บริการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โรงแรมแบบครบวงจร ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรมของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ผ่านโมเดลที่แตกต่าง ซึ่งหล่อหลอมจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากว่า 3 ทศวรรษ

“หัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ โดดเด่นและรักษาความเป็นผู้นำมาโดยตลอด คือรูปแบบธุรกิจที่ให้บริการแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การกำหนดรูปแบบและแนวทางของโรงแรมให้เหมาะสม การจัดทำงบประมาณ ตลอดจนการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทั้งด้านเงินทุนและเวลา และสร้างความมั่นใจว่าทุกการลงทุนจะนำไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน’’

นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักลงทุน บริษัทฯ ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโครงการช่วงก่อนก่อสร้าง (Pre-Construction Project Management) โดยทำหน้าที่ควบคุมงานออกแบบ ทบทวนแบบเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริง และประสานงานระหว่างทีมต่างๆ เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถส่งมอบได้ตามแผนที่วางไว้

ปฐม กล่าวว่า “บริษัทฯ มีบริการหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งการบริหารภายใต้ชื่อเจ้าของ (White Label) ที่มอบความยืดหยุ่นและโอกาสในการสร้างแบรนด์ของตนเอง รวมทั้งบริหารภายใต้ แบรนด์โรงแรมชั้นนำของเครือโรงแรมระดับโลก (International Chain) ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับโรงแรม ตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป เป็นกลยุทธ์ที่พิสูจน์ถึงความสำเร็จอย่างสูงในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป บริษัทฯ พร้อมที่จะผลักดันให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักในภูมิภาคนี้”

“โรงแรมที่ยอดเยี่ยมไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาว เราไม่ใช่ที่ปรึกษาทั่วไป แต่ลงมือทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจและทีมงานตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกลยุทธ์ แก้ปัญหา และขับเคลื่อนผลลัพธ์ไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับธุรกิจโรงแรมของไทย ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลและสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก”

PCL ได้รับความไว้วางใจจาก International Chain ที่ให้ความเชื่อมั่นเป็น preferred partner ที่มีบทบาทตั้งแต่การวางแผนพัฒนาไปจนถึงการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุด เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Hilton ในการเปิดตัว Nivata Koh Samui, Tapestry Collection by Hilton ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ และ Hampton by Hilton Phuket Town ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์นี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังเนรมิต Wyndham Jomtien Pattaya ให้กลายเป็นที่พักระดับพรีเมียมในพัทยา รวมทั้งโครงการยักษ์ใหญ่อย่าง Vega City Nha Trang เวียดนาม ที่รวบรวมโรงแรมในเครือ Melia, Grand Melia และ New World ไว้ด้วยกัน

ขณะเดียวกัน PCL ยังเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ภายใต้โมเดลแฟรนไชส์ของเครือโรงแรมระดับโลก อย่าง Renaissance Pattaya โดยพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจากที่ดินเปล่า บริหารจนกลายเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังได้บริหารโรงแรม Best Western Matter ติวานนท์ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมอาคารเดิมให้กลายเป็นโรงแรมคุณภาพระดับสากล สะท้อนถึงความหลากหลายในผลงานของบริษัทฯ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ในส่วนการบริหารจัดการโรงแรมแบบ White Label ที่พัฒนาขึ้นโดยเจ้าของแบรนด์เอง อาทิ Riva Vibe Hotel Bangkok ที่เราช่วยสร้างสรรค์ตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการบริหาร เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ รวมถึง Rain Tree Khao Yai Hotel ที่บริษัทฯ ได้นำความเชี่ยวชาญมาใช้เพื่อยกระดับการบริการและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า

“ภาพรวมธุรกิจโรงแรมและที่พักในประเทศไทย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยยังเป็น World-class Destination ของนักท่องเที่ยว ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งภูมิประเทศ ผู้คน วัฒนธรรม การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยมีแรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและฟรี วีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่สำคัญคือ การกลับมาของนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงจากยุโรป ตะวันออกกลาง อินเดีย และจีน ซึ่งส่งผลให้ราคาห้องพักในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญปรับตัวสูงขึ้น และมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” ปฐม กล่าว

ศรินญา มหาดำรงค์กุล กรรมการบริหาร โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา เปิดเผยว่า “เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของนาจอมเทียน พัทยา จึงตัดสินใจบุกเบิกพัฒนาโรงแรม เรเนซองส์ พัทยาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ของเครือ Marriott โดยโครงการประสบความสำเร็จด้วยดีมาตลอด 8 ปี เราร่วมมือกับ PCL ในการพัฒนาโรงแรมตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยความเชี่ยวชาญของ PCL ที่เปรียบเสมือนทางลัดสู่ความสำเร็จ ช่วยลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความมั่นใจในการดำเนินงาน เพราะความสำคัญของธุรกิจโรงแรมคือการบริหารประสบการณ์ของแขกและพนักงานให้ดีที่สุด”

เจน จงสถิตย์วัฒนา กรรมการบริหาร โรงแรม เรนทรี เขาใหญ่ กล่าวว่า “โรงแรมส่งเสริมการเรียนรู้ในเครือของบริษัทนานมีบุ๊คส์ โดยออกแบบทุกพื้นที่ให้สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าพัก การเข้ามาของ PCL ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน คะแนนความพึงพอใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องภายในระยะเวลาอันสั้น ด้วยความเข้าใจในวัตถุประสงค์ และความสามารถในการบริหารต่อยอดเอกลักษณ์ของโรงแรม ทั้งบรรยากาศธรรมชาติและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ที่แขกจดจำและประทับใจ”

มร.คริสเตียน พุชเชอร์ (Mr. Christian Pucher) Managing Director Development – Southeast Asia, Hilton เปิด
เผยว่า “PCL และกลุ่มโรงแรมฮิลตัน (Hilton Group) ได้สานต่อความร่วมมืออันแน่นแฟ้นซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนาน
ด้วยพื้นฐานแห่งความไว้วางใจและความเป็นมืออาชีพ PCL ได้แสดงถึงศักยภาพด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อ
เนื่อง ล่าสุด PCLได้รับการแต่งตั้งให้บริหารโรงแรมใหม่สองแห่ง ได้แก่ Hampton by Hilton Phuket Town และ
Nivata Koh Samui, Tapestry Collection by Hilton ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์การขยายแบรนด์ของ Hilton ใน
ภูมิภาค และสะท้อนถึงศักยภาพของ PCL ในการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับโลก พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้เข้า
พัก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย”

ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและแผนงานที่แข็งแกร่ง PCL Hospitality กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นในการสนับสนุน
และทำงานอย่างเต็มที่ร่วมกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วนเพื่อสร้างปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จร่วมกันในธุรกิจโรงแรม
ทั้งในไทยและต่างประเทศ


CASETiFY เติมเสน่ห์ใหม่ให้เคส Ripple รุ่นยอดฮิต กับ Essentials by CASETiFY™: Garden of Wonders

CASETiFY แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก เปิดตัวคอลเล็กชันล่าสุด Essentials by CASETiFY™: Garden of Wonders หยิบแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ มารังสรรค์ดีไซน์เหนือจินตนาการ เติมชีวิตชีวาให้วันธรรมดาพิเศษขึ้นทันตา ให้ทุกครั้งที่หยิบจับคือการสะท้อนความเป็นตัวเอง พร้อมเปิดรับมุมมองใหม่ และแต่งแต้มความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดผ่านองค์ประกอบที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

ไฮไลท์ของคอลเล็กชัน Garden of Wonders คือ เคส Ripple Mirror รุ่นต่อยอดจากเคส Ripple เคสยอดนิยมที่เหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าอย่าง Kris Jenner, ROSÉ, และ G-Dragon ต่างเลือกใช้ รอบนี้เติมลูกเล่นด้วยกระจกทรงกลมตรงกลาง ให้สาว ๆ ได้เช็กลุคหรือเติมเมคอัพระหว่างวันได้สะดวก โดยยังคงดีไซน์ลอนคลื่นโค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ไว้เหมือนเดิม

สีสันใหม่นี้ดึงแรงบันดาลใจตรงจากสวนดอกไม้ ทั้งสีเขียวสด (Vine), สีชมพูม่วง (Radish), และ สีขาว (White) โดยทั้งหมดยังคงฟีเจอร์เด่นครบเหมือนต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นมุมกันกระแทก ขอบยกสูงป้องกันหน้าจอและเลนส์กล้อง รองรับแรงตกจากความสูง 2 เมตร (มาตรฐาน 2x Military Grade) ผลิตจากซิลิโคนพรีเมียมนุ่มมือ มอบความสบายทุกครั้งที่สัมผัส ช่วยดึงสมาธิกลับมาที่ปัจจุบันทุกครั้งที่ถือ

เข้าชุดกับอุปกรณ์เสริม อย่าง Snappy™ Ripple Grip Stand รองรับ MagSafe แมตช์ดีไซน์ลอนคลื่นได้กลมกลืน โดยไม่พลาดฟังก์ชันการใช้งานกระจกของเคส Ripple Mirror จะจับถือหรือวางตั้งก็สะดวก อัพดีไซน์และฟังก์ชันในชิ้นเดียวด้วย Snappy™ กระเป๋าสตางค์ Ripple รองรับ MagSafe มาในสีชมพูม่วง (Radish) และสีขาว (White) เก็บบัตรได้สูงสุดสามใบ ช่องเปิดด้านข้าง หยิบง่ายแต่ปลอดภัย วัสดุซิลิโคนผิวสัมผัสเดียวกับเคสและอุปกรณ์เสริมอื่น

เติมสีสันให้การชาร์จ กับสายชาร์จดอกไม้รุ่นใหม่ 60W สีชมพูม่วง (Radish) และ สีม่วง (Periwinkle) เสริมความแข็งแรงด้วย Kevlar วัสดุที่มีความคงทนชาร์จเร็ว ได้รับการรับรอง USB-IF มาพร้อมกับห่วงแขวนกระเป๋ารูปหัวใจ และที่จัดระเบียบสายชาร์จรูปดอกไม้ที่ทำจากซิลิโคนพรีเมียม สามารถแปลงเป็นพวงกุญแจห้อยกระเป๋าเก๋ๆ เพิ่มลูกเล่นและประโยชน์ใช้สอยได้ทันที

พบกับอีกหนึ่งลูกเล่นอย่าง Flower Charm Keychain และ Charm Cube รุ่นใหม่ล่าสุด จับคู่สายสะพายข้าง หรือชาร์มคล้องมือได้ตามสไตล์ ช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับลุค โดย Charm Cube ถูกออกแบบมาให้สามารถถอดประกอบ และมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามต้องการ มาพร้อมลวดลายน่ารักหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ โบว์ หรือเชอร์รี่ เพิ่มลูกเล่นสะท้อนความเป็นตัวเองได้ในทุกดีเทลแม้แต่จุดเล็กๆ

สีใหม่ของ Garden of Wonders จะเข้ามาเติมเต็มพาเลตเดิมของ เคส Ripple ซึ่งมีทั้ง สีขาว (White), สีม่วง (Periwinkle), สีโอ๊ต (Oat), สีชมพู (Primrose Pink) และ สีดำ (Black) ตัวเคสรองรับ iPhone 13 ถึง 16 ทั้ง Pro และ Pro Max ส่วนสีขาวยังมีเคส AirPods ครอบคลุมตั้งแต่ AirPods 3, 4, Pro, Pro 2 ไปจนถึง Max ราคา Charm Cube เริ่มต้นเพียง 399 บาท ขณะที่ เคส Ripple Mirror ราคาเริ่มต้น 2,199 บาท

Essentials by CASETiFY™: Garden of Wonders พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลก 6 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป เลือกชมได้แล้วที่ CASETiFY.com และติดตามข่าวสารได้ทาง CASETiFY.com, Instagram, Facebook, และ TikTok.


หวัง อี้ป๋อ

หวัง อี้ป๋อ และ ลีอา โด กับการค้นพบโลกของ COCO CRUSH ณ Chateau Marmont

สองแบรนด์แอมบาสเดอร์ผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์ หวัง อี้ป๋อ (Wang Yibo) และ ลีอา โด (Leah Dou) ร่วมถ่ายทอดบทใหม่ของการพบเจอ ผ่านประสบการณ์อันน่าประทับใจ ณ โรงแรม Chateau Marmont ใจกลางลอสแอนเจลิส สถานที่ที่ทั้งสองได้ใกล้ชิดกับอาณาจักรแห่งความประณีตของ COCO CRUSH พร้อมเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างตนกับผลงานจิเวลรี่สุดไอคอนิกนี้

หวัง อี้ป๋อ และ ลีอา โด กับการค้นพบโลกของ COCO CRUSH ณ Chateau Marmont

คอลเล็8ชั่น COCO CRUSH คือบทกวีแห่งเส้นสาย เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยลายควิลท์ที่ไขว้ประสานอย่างสม่ำเสมอบนพื้นผิวโค้งมนของแต่ละชิ้นงาน ราวกับจังหวะการพบเจอที่ค่อย ๆ หลอมรวมทุกอารมณ์และช่วงเวลาเข้าด้วยกัน อันเป็นการพบพานที่อาจเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งวัน หรือทั้งชีวิต

แรงบันดาลใจจากลวดลายควิลท์ซึ่งปรากฏครั้งแรกในกระเป๋ารุ่น 2.55 เมื่อปี 1955 COCO CRUSH คือจิเวลรี่ที่หลอมรวม ความแข็งแกร่งอันแฝงไว้ด้วยความละเอียดอ่อน ความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยความหนักแน่น, และ ความอ่อนช้อยที่แม่นยำอย่างไร้ที่ติ เข้าไว้ในหนึ่งเดียว


Stay in Macau…เยือน 3 โรงแรมหรู เปิดมิติการพักผ่อนที่แตกต่าง

แตกต่างตามคาแร็คเตอร์! แพรว ชวนพักผ่อนไปกับ 3 โรงแรมหรูมาเก๊า Grand Lisboa Palace Macau, Palazzo Versace Macau และ The Karl Lagerfeld Macau แห่งอาณาจักร SJM Resorts

เมื่อเดินทางเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ของ 2025 เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มเหนื่อยล้าจากปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต คงถึงเวลารีบูสต์พลังกายและใจอีกครั้ง เพื่อให้มีแรงใช้ชีวิตต่อในช่วงเวลาที่เหลือของปี ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด อาจเป็นการหลีกหนีจากบรรยากาศเดิมๆ ไปพักผ่อนสักพัก เราจึงอยากแนะนำ 3 โรงแรมหรูที่สามารถเดิมเชื่อมถึงกันได้อย่าง Grand Lisboa Palace Macau, Palazzo Versace Macau และ The Karl Lagerfeld Macau ภายใต้อาณาจักร SJM Resorts, S.A. ที่จะช่วยเพิ่มความอภิรมย์ พร้อมเติมเอเนอจี้ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ซึ่งแต่ละโรงแรมจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างไร แพรว เล่าให้ฟังค่ะ!

Grand Lisboa Palace Macau

แลนด์ดิ้งถึงมาเก๊าทั้งที เราควรได้สัมผัสถึงรากเหง้าที่แท้จริงกับ “Grand Lisboa Palace Macau” ด้วยการออกแบบที่ผสานความงดงามระหว่างศิลปะตะวันตกและตะวันออกไว้อย่างลงตัว ซึ่งสังเกตได้จากห้องพักสไตล์ Chinoiserie ร่วมสมัย ที่มีการนำลวดลายมรดกของมาเก๊ามาตีความใหม่ และนำเสนอผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุอย่าง ไม้พอร์ซเลน และแล็กเกอร์สีสดซึ่งช่วยสร้างมิติให้บรรยากาศภายในห้องดูมีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ภายในห้องพักยังประดับด้วยภาพทิวทัศน์ที่สะท้อนเมืองมาเก๊าในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงยังมีหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนสไตล์ยุโรป “Jardim Secreto” ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของโรงแรม หากใครมีโอกาสมา มุมนี้ต้องถ่ายรูปเก็บไว้นะคะ!

สำหรับสายช้อป บอกเลยว่า โรงแรมนี้เติมเต็มความฟินได้ดีสุดๆ เพราะนอกจากจะเป็นโรงแรมให้เราได้พักผ่อนแล้ว ที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งระดับลักชัวรี่ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สโตร์ไว้กว่า 100 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 25,000 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองชั้น โดยมี Grand Lisboa Palace Macau, Palazzo Versace Macau และ The Karl Lagerfeld Macau ภายใต้อาณาจักร SJM Resorts, S.A.

Palazzo Versace Macau

ใครที่อยากเสพความอลังการของ House of Versace ที่แห่งนี้ตอบโจทย์ที่สุดค่ะ สำหรับ Palazzo Versace แห่งแรกในเอเชีย เพราะแค่เดินเข้ามาเห็นผนังล็อบบี้ก็ชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับศิลปะกระเบื้องโมเสกที่วางด้วยมือทีละชิ้นกว่า 80,000 อัน โดยชิ้นงานนี้ได้ Fantini Mosaici ช่างโมเสกชาวมิลานมารังสรรค์ผลงาน ซึ่งองค์ประกอบภายในโรงแรมยังเต็มไปด้วย ลวดลายหัวเมดูซ่า, ลวดลาย Greca แบบเรขาคณิต และลายพิมพ์ Barocco ที่สะท้อนถึงสัญลักษณ์ประจำแบรนด์

ส่วนห้องพักได้รับการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปูที่นอนจากผ้าไหม 100 เปอร์เซ็น, เบาะบุพนักเตียง, งานศิลปะ รวมถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารก็จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับโรงแรม นอกจากนี้บริเวณโถงทางเดิน หรือพื้นที่ส่วนกลางยังคงเอกลักษณ์พื้น Terrazzo สไตล์อิตาลีและโมเสกไว้อย่างสวยงาม

The Karl Lagerfeld Macau

ปิดท้ายกันที่ The Karl Lagerfeld ที่มาเก๊า ซึ่งมีแห่งเดียวในโลก โดยโรงแรมแห่งนี้ได้นำบุคคลระดับตำนานของโลกแฟชั่นอย่าง Karl Lagerfeld มาเป็นสัญลักษณ์ในการออกแบบ ทำให้การตกแต่งเป็นการผสมผสานระหว่างความงดงามแบบจีนและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน หากสังเกตจะเห็นว่ามีการใช้สีแดง สีทอง สีขาว และสีดำเป็นส่วนประกอบ

สำหรับล็อบบี้ของโรงแรมเรียกว่าก็อลังการไม่แพ้อีกสองแห่ง ด้วยผนังล็อบบี้ที่ประดับด้วยกุญแจกว่าหนึ่งพันดอก โดยเรียงเป็นรูปดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ อีกทั้งภายในอาคารยังตกแต่งด้วยเครื่องลายครามสไตล์จีนที่สั่งปั้นด้วยมือจากเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น (Jingdezhen) โดยแจกันใบที่สูงสุดตั้งอยู่บริเวณหน้าล็อบบี้มีขนาดถึง 3.5 เมตร ซึ่งสัดส่วนที่เกินความจริงนี้ เปรียบเหมือนกับจินตนาการอันซับซ้อนของ Karl Lagerfeld และยังสะท้อนชนชาติจีนได้เป็นอย่างดี

ภายในห้องพักยังเต็มไปด้วยด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งทำพิเศษ โดยมีชิ้นไฮไลท์เป็นฉากกั้นห้องทรงกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากประตูพระจันทร์แบบโบราณของจีน อีกทั้งการตกแต่งยังได้รับอิทธิพลจากสไตล์ Chinoiserie เช่น การผสมผสานผนังดอกซากุระเข้ากับองค์ประกอบแบบอาร์ตเดโคตะวันตก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? มีลิสต์โรงแรมไหนในใจบ้างหรือยัง ถ้าใครยังเลือกไม่ได้ แนะนำว่าจองเป็นทริป 3 คืน แล้วเปลี่ยนโรงแรมคืนละหนึ่งแห่งเพื่อรับประสบการณ์ที่แตกต่างไปเลยค่ะ


ภาพ SJM Resorts

ไอเท็มฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนแข็งแรง NIVEA DERMA CONTROL 1st Treatment Roll On

สาวๆ รู้หรือไม่ ผิวใต้วงแขนก็บอบบางพอๆ กับผิวหน้า เพราะมีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อมากกว่าบริเวณอื่นๆ ทำให้ไวต่อการระคายเคือง บวกกับผิวใต้วงแขนโดนทำร้ายทุกวัน ทั้งจากการเสียดสี การโกน การถอน ทำให้เกิดการระคายเคือง ดังนั้นจึงต้องฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนให้แข็งแรง เพราะเมื่อผิวใต้วงแขนแข็งแรง ปัญหาผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวอุดตัน ผิวอักเสบ หรือความหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน ก็จะหมดไป

Praew Survey รอบนี้ จึงขอป้ายยาไอเท็ม NIVEA DERMA CONTROL กับครั้งแรกของทรีทเม้นท์โรลออนที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนให้แข็งแรง ดูกระจ่างใส ซึ่งมีคีย์ความจึ้งอยู่ที่การผสาน Micro Hyaluron ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น และ Vitamins ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวต่างๆ เพื่อช่วยดูแลผิวใต้วงแขนจัดเต็มยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยปกป้องกลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายได้ถึง 72 ชม.

โดย NIVEA DERMA CONTROL ตอบโจทย์สาวๆ ด้วยการมาพร้อมกับ 2 แบบ ให้เลือกใช้ตามความชอบ คือแบบ ‘โรลออน’ และ ‘สเปรย์’ อีกทั้งยังมี 3 สูตร ให้สาวๆ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวใต้วงแขนของตัวเอง

1.) NIVEA DERMA CONTROL DEFEND สูตรสีฟ้า มาพร้อมกับ Micro Hyaluron และ Vitamin B5 ซึ่งช่วยบำรุงผิวใต้วงแขนให้แข็งแรง ที่สำคัญช่วยให้ผิวดูเฟิร์มกระชับ และดูกระจ่างใสใน 5 วัน เหมาะสำหรับผิวที่ไม่กระชับจากการถอนหรือโกน

2.) NIVEA DERMA CONTROL BRIGHT REPAIR สูตรสีส้ม เหมาะสำหรับผิวใต้วงแขนที่คล้ำจากการถอนหรือโกน โดยช่วยฟื้นฟูผิวใต้วงแขนให้ดูกระจ่างใสด้วย Vitamin C 100 เท่า และ Micro Hyaluron ที่ให้ความชุ่มชื้น เรียกว่าตอบโจทย์เรื่องความออร่ากระจ่างใสได้แบบจึ้ง

3.) NIVEA DERMA CONTROL RESTORE สูตรสีม่วง แบบอ่อนโยน พร้อมช่วยฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนให้เนียนใสและแข็งแรง ดีงามด้วย Micro Hyaluron ที่ให้ความชุ่มชื้น และ Vitamin E ที่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวระคายเคืองง่ายและไม่เรียบเนียน ใครที่มีผิวแพ้ง่าย ต้องสูตรนี้

เช็กลิสต์สูตรที่ใช่ แล้วสามารถตามไปหาซื้อ NIVEA DERMA CONTROL ทั้ง 3 สูตร มาบูสผิวใต้วงแขนให้แข็งแรงกันได้เลย โดยแบบโรลออน ราคา 109 บาท ปริมาณ 50 ml และแบบสเปรย์ ราคา 135 บาท ปริมาณ 150 ml ใช้แล้วก็พร้อมยกแขนอวดความกระจ่างใส ความแข็งแรงของผิวใต้วงแขนอย่างมั่นใจได้แน่นอน


Paul Smith

Daniel Ings ร่วมถ่ายทอด “Art of Travel” แคมเปญล่าสุดจาก Paul Smith

ในโลกที่การเดินทางคือประสบการณ์อันทรงคุณค่า Paul Smith ขอนำเสนอแคมเปญใหม่ล่าสุด “Art of Travel” โดยได้ แดเนียล อิงส์ (Daniel Ings) นักแสดงชาวอังกฤษผู้มีบุคลิกเปี่ยมเสน่ห์และอารมณ์ขันแบบอังกฤษขนานแท้ มาร่วมถ่ายทอดหลากอารมณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ตั้งแต่ความตื่นเต้นของจุดหมายใหม่ ความกังวลก่อนออกเดินทาง ไปจนถึงน้ำตาซึมจากหนังรักบนเที่ยวบินระยะไกล

Daniel Ings ร่วมถ่ายทอด “Art of Travel” แคมเปญล่าสุดจาก Paul Smith

ในฐานะ Friend of Paul Smith และเพื่อนสนิทของเซอร์พอล แดเนียลจึงกลายเป็นผู้ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านลีลาการแสดงที่ทั้งเปี่ยมชีวิตชีวาและเปี่ยมไหวพริบ โดยแคมเปญนี้นำเสนอผ่าน 3 โมเมนต์สำคัญ ได้แก่ การจัดกระเป๋าที่บ้าน, การเดินทางไปสนามบิน, และ ช่วงเวลาแห่งการออกเดินทาง ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างน่ารักและชวนขบขัน ตามสไตล์อังกฤษที่ทั้งอบอุ่นและน่าจดจำ

ภายใต้แคมเปญนี้ Paul Smith ยังได้หยิบยกไอเทมเด่นจากคอลเล็กชันมาเติมสีสันให้ทุกฉากของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น

  • Checked Work-Wear Jacket แจ็กเก็ตลายตารางที่ผสานความเท่และฟังก์ชัน

  • A Suit to Travel In สูทที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อความคล่องตัวระหว่างเดินทาง พร้อมเนื้อผ้าที่ใส่สบายและไม่ยับง่าย

  • เสื้อถักจากคอลเล็กชัน Made in England knitwear ที่ยังคงกลิ่นอายของลาย Signature Stripe อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

และเพื่อเติมเต็มนิยามของ “Art of Travel” ให้สมบูรณ์แบบ Paul Smith ยังได้เปิดตัวคอลเล็กชันกระเป๋าเดินทางร่วมกับแบรนด์ RAWROW จากเกาหลีใต้ โดยนำกระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมซิกเนเจอร์ของ RAWROW มาปรับลุคใหม่ด้วยดีไซน์เฉพาะตัวของ Paul Smith ที่สะท้อนความเรียบหรูแต่แฝงลูกเล่นอย่างมีสไตล์

อีกหนึ่งโลเคชันสำคัญของแคมเปญนี้อยู่ที่ Terminal 5 สนามบินฮีทโธรว์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่เพียงเป็นฉากหลังของแคมเปญ แต่ยังเป็นที่ตั้งของร้าน Paul Smith โฉมใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบให้เป็นเหมือนจุดหมายสุดท้ายก่อนการเดินทาง ให้คุณเลือกซื้อของขวัญในนาทีสุดท้ายหรือหยิบไอเทมจำเป็นสำหรับทริปต่อไปได้อย่างครบครัน ด้วยการคัดสรรของเซอร์พอลเองกับมือ


ฝากไข่

ฝากไข่ มีขั้นตอนและวิธีเตรียมการอย่างไรบ้าง?

สำหรับผู้ที่วางแผนมีบุตรในอนาคตหรือเผชิญภาวะมีบุตรยาก การฝากไข่ได้กลายเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการฝากไข่ คือ กระบวนการเก็บไข่จากรังไข่เพื่อแช่แข็งไว้ใช้ในอนาคต ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์เมื่อถึงเวลาที่พร้อม การฝากไข่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเก็บรักษาคุณภาพของไข่ในช่วงอายุที่ยังแข็งแรง ดังนั้น การตัดสินใจฝากไข่ตั้งแต่วันนี้จึงสามารถช่วยให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาที่พร้อมและเหมาะสมที่สุด

ฝากไข่ (Egg freezing) คืออะไร?

ฝากไข่คืออะไร? การฝากไข่ คือ เทคนิคทางการแพทย์ในการเก็บเซลล์ไข่ของผู้หญิงออกมาจากร่างกาย เพื่อนำไปแช่แข็งไว้ในอุณหภูมิต่ำมากประมาณ -196 องศาเซลเซียส เพื่อคงสภาพความสมบูรณ์ของไข่ไว้ใช้ในอนาคต โดยส่วนใหญ่จะทำในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงและไข่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ การฝากไข่จึงเป็นหนึ่งในวิธีช่วยให้ผู้หญิงสามารถวางแผนการมีบุตรในเวลาที่เหมาะสมได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ชีวิตส่วนตัว หรือยังไม่พร้อมมีครอบครัว 

ซึ่งจำนวนไข่ที่สามารถเก็บได้ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 ใบต่อรอบ บางรายอาจเก็บได้มากถึง 20–30 ใบ ทั้งนี้ การตัดสินใจฝากไข่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ทำไมถึงผู้หญิงถึงควรฝากไข่

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติก็อาจลดลง การฝากไข่จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้สามารถวางแผนการมีลูกได้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะกับช่วงเวลาที่พร้อมที่สุด

การฝากไข่ เป็นเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเก็บไข่ไว้ใช้ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่ไข่ยังมีคุณภาพดี เพราะไข่ของผู้หญิงมีจำนวนจำกัด และจะค่อย ๆ ลดลงทั้งปริมาณและคุณภาพเมื่ออายุเพิ่มขึ้น 

การฝากไข่ช่วยให้ผู้ที่ยังไม่พร้อมมีลูกในตอนนี้หรือมีแผนจะมีลูกหลังอายุ 35 ปีสามารถใช้ไข่ของตัวเองในภายหลังได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอายุ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาที่อาจกระทบต่อระบบเจริญพันธุ์ เช่น เคมีบำบัดหรือฉายรังสี ขั้นตอนการเก็บไข่ทำโดยแพทย์เฉพาะทาง และสามารถนำไข่ที่แช่แข็งไว้ไปใช้กับเทคโนโลยีช่วยการมีบุตร เช่น เด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI ได้ในอนาคต

เตรียมตัวก่อนฝากไข่ ข้อปฏิบัติที่ควรรู้ 

ฝากไข่เป็นกระบวนการที่ช่วยเก็บรักษาไข่ไว้ใช้ในอนาคต ดังนั้น การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการฝากไข่จึงสำคัญมาก เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ โดยขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนฝากไข่ มีดังนี้

  • พบแพทย์เฉพาะทางด้านการเจริญพันธุ์เพื่อตรวจประเมินสุขภาพทั่วไปและประเมินรังไข่
  • รับประทานอาหารและวิตามินเสริมที่ช่วยบำรุงระบบสืบพันธุ์ตามคำแนะนำ เช่น วิตามินดีและกรดโฟลิก
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงทั้งร่างกายและสภาพจิตใจ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียดและหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ
  • งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฝากไข่
  • พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน

ขั้นตอนการฝากไข่เบื้องต้น

ขั้นตอนการฝากไข่เบื้องต้น

ขั้นตอนฝากไข่มีอยู่ด้วยกัน 6 วิธีหลัก ๆ ซึ่งแต่ละวิธีฝากไข่จะมีรายละเอียด ดังนี้

  1. การตรวจร่างกายและตรวจเลือด เมื่อเริ่มกระบวนการฝากไข่ แพทย์จะตรวจสุขภาพโดยรวม ตรวจเลือดเพื่อหาภาวะติดเชื้อต่าง ๆ รวมถึงวัดระดับฮอร์โมนและประเมินสภาพรังไข่ เพื่อวางแผนการฝากไข่ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  2. กระตุ้นไข่ แพทย์จะให้ยากระตุ้นไข่ เพื่อเพิ่มจำนวนไข่ที่เจริญเติบโต โดยจะมีการติดตามผลด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ไข่ที่มีขนาดและคุณภาพเหมาะสมสำหรับการเก็บ
  3. ติดตามขนาดและพัฒนาการของไข่ ระหว่างการฉีดยากระตุ้นแพทย์จะตรวจอัลตราซาวนด์และตรวจฮอร์โมนหลายครั้ง เพื่อดูว่าไข่เติบโตอย่างเต็มที่และพร้อมสำหรับการเก็บไข่
  4. การฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก เมื่อไข่มีขนาดที่เหมาะสม แพทย์จะฉีดยาให้ไข่ตกเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเก็บไข่ในช่วงเวลาที่กำหนด
  5. การเก็บไข่ หลังจากฉีดยาไข่ตกประมาณ 34-36 ชั่วโมง แพทย์จะทำการเก็บไข่โดยใช้เข็มดูดเซลล์ไข่ออกจากรังไข่ ขั้นตอนนี้ทำภายใต้การวางยาสลบและใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังการเก็บไข่ผู้ฝากควรพักฟื้นเพื่อความปลอดภัย
  6. แช่แข็งไข่ ไข่ที่เก็บได้จะถูกนำไปแช่แข็งไว้ในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาสภาพให้เหมาะสมสำหรับใช้ในอนาคต เมื่อพร้อมมีบุตรสามารถนำไข่มาใช้ร่วมกับวิธีช่วยเจริญพันธุ์ เช่น เด็กหลอดแก้วได้

วิธีการดูแลตัวเองหลังฝากไข่

หลังจากการฝากไข่เสร็จสิ้นร่างกายอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัว การดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • ควรมีญาติหรือเพื่อนมารับกลับบ้าน ไม่ควรขับรถเอง เพราะหลังการฝากไข่อาจรู้สึกมึนหรืออ่อนเพลียจากฤทธิ์ยาสลบ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและทำจิตใจให้สดชื่น งดกิจกรรมที่หักโหมหรือใช้แรงมากในช่วงแรก
  • งดการมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนักอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังการฝากไข่ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวเต็มที่
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก เลือดออกผิดปกติ มีไข้สูง หรือปัสสาวะลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันทีและห้ามซื้อยากินเอง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากฝากไข่

ปรึกษาเกี่ยวกับการฝากไข่ ที่ Beyond IVF ศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยาก

ฝากไข่ เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยรักษาโอกาสในการมีบุตรของผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่พร้อมมีลูก แต่ต้องการเก็บไข่ไว้ใช้ในวันที่เหมาะสม ขั้นตอนการฝากไข่อาจจะดูมีรายละเอียดหลายขั้นตอน แต่ถ้าหากได้รับการดูแลและอธิบายอย่างเข้าใจ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจและวางแผนได้ง่ายขึ้น 

นอกจากนี้ ราคาในการฝากไข่มีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคลินิกหรือตามแพ็กเกจและระยะเวลาการจัดเก็บ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมการฝากไข่ Beyond IVF เป็นศูนย์ที่เปิดรับให้คำปรึกษาอย่างอบอุ่น พร้อมให้บริการผู้ที่วางแผนสร้างครอบครัวในเวลาที่พร้อม


‘เหนื่อยหนัก เพราะรักแฟนคนอื่น ใช่คุณไหม?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 4-10 สิงหาคม 2568

‘ต่อสู้ แย่งชิง กับการรักแฟนคนอื่น’

ดวงรายสัปดาห์ 4-10 สิงหาคม 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  น่าเห็นใจชาวอาทิตย์ที่จะเหนื่อยตั้งแต่เปิดสัปดาห์แรกของเดือนเลยนะเนี่ย ภายใน 7 วันนี้มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะมีช่องทางใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ หรือก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ซึ่งจะส่งผลถึงความก้าวหน้าในอนาคต ข้อสำคัญมีผลต่อค่าตอบแทนที่สูงขึ้น แต่นั่นล่ะ สำหรับชาวอาทิตย์ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันชิงดีชิงเด่นในเรื่องของผลตอบแทน และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียว จึงไม่ควรใจร้อน หรือใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหา เพราะจะทำให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย  

การเงิน  :  คุณก็ยังคงบริหารจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนตัวคุณก็ขยัน หาเงินมาเติมได้ไม่พร่อง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้หายใจเข้าก็เงิน หายใจออกก็เงินเลยค่ะ แต่หากจะลงทุนเพิ่มก็ควรเช็กข้อมูลให้ดี เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง รวมถึงมิจฉาชีพด้วย  

ความรัก  :   ท่าทางแป้งเย็นคงเอาไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะสัปดาห์นี้มีความเป็นไปได้ว่าอารมณ์คุณจะรุนแรงจนถึงขั้นก้าวร้าว ใช้คำพูดจาบจ้วงล่วงเกินอย่างไม่เคยใช้มาก่อน มีเรื่องเงินเข้ามาเป็นประเด็นสำคัญด้วย คนโสด  เสน่ห์แรงนะคะ สัปดาห์นี้แล้วหากคุณอยากได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็จะแย่งชิงมาจนได้ แม้จะต้องแลกด้วยเงินก็ตาม

สุขภาพ  :   โดยรวมก็ยังแข็งแรงอยู่นะ แต่ก็ยังมีปัญหาจุกจิกมาให้กวนใจคือเรื่องของระบบย่อยอาหาร หลอดลมอักเสบ ทอนซิลอักเสบ ก็ไม่ควรประมาท เพราะมีดวงถึงมีดหมอเลยทีเดียว 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ชาวจันทร์เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นผู้บริหาร ผู้นำเหล่าทัพ ผู้นำทางการทูต เจ้าของกิจการทุกประเภท ฯลฯ ที่มีลูกน้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาเป็นจำนวนมาก ในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้ทำงานใหญ่ที่มีความสำคัญกับองค์กร หรือได้รับมอบหมายให้เปิดจ็อบปฏิบัติการอะไรสักอย่างที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงมาก ซึ่งงานนี้คุณพร้อมมาก เต็มเปี่ยมไปด้วยไฟในการทำงาน เรียกว่าอุทิศกายและใจให้กับงานนี้เลย คาดว่าผลที่ได้รับคุ้มค่ากับความเหนื่อยที่ได้ลงแรงและใจไป

การเงิน  :   มีโชคในการเดินทางไปหาเงินนอกบ้าน สามารถสร้างรายได้สูงให้กับตัวเอง ลำพังตัวเองไม่เดือดร้อนหรอก แต่รายจ่ายของสมาชิกในครอบครัวเป็นไปได้ว่าจะเข้ามายาวเป็นหางว่าวเลย 

ความรัก  :   ด้วยความรับผิดชอบทั้งภายนอกบ้าน และภายในบ้านที่หนักอึ้ง ทำให้สัปดาห์นี้จึงมีโอกาสที่คุณจะให้เวลากับการทำงานเป็นส่วนใหญ่ กลับบ้านมาก็เครียด บรรยากาศตึงเป๊ะไปหมด  คนโสด ขึ้นชื่อว่าหญิงเก่ง ความรับผิดชอบนำหน้าหัวใจตัวเอง เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้เรื่องรักรอไปก่อน   

สุขภาพ  :   เป็นเรื่องระบบปัสสาวะ กรวยไต และกระเพาะปัสสาวะมีโอกาสติดเชื้อ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการที่คุณกลั้นปัสสาวะสะสมมาอย่างต่อเนื่อง แล้วยิ่งสัปดาห์นี้งานเยอะก็มีความเสี่ยงที่จะลุกลามได้นะคะ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่พร้อมกับความคิดและจินตนาการที่กว้างไกล เพราะฉะนั้นจึงทำให้บุคคลที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานบันเทิง นักแสดง นักเขียนบทละคร เรื่องสั้น โฆษณา นักร้อง ดีไซเนอร์ ฯลฯ ในรอบ 7 วันนี้มีโอกาสที่ผลงานของคุณจะโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของคนรู้จัก ญาติมิตร หรือแม้กระทั่งแฟน จนเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันชิงดีชิงเด่นในเรื่องของผลประโยชน์ และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง ก็พยายามใจเย็น แก้ไขปัญหาด้วยสติและปัญญา ไม่เช่นนั้นตำแหน่งที่หนึ่งจะหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :   ก็ยังอยู่กับการแข่งขันและท้าทายทางด้านการลงทุนอยู่ ซึ่งในสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะได้เงินจากธุรกิจในครอบครัว เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย ก็เก็บเงินไว้บ้าง อย่าใช้เงินไปกับของฟุ่มเฟือย

ความรัก  :   มีโอกาสที่คุณกับคู่ครองจะมีปัญหาทะเลาะกันอย่างรุนแรง เป็นไปได้ว่าจะด้วยเรื่องชู้สาว แม้จะเป็นแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว แต่ครั้งนี้คุณเหลือจะทนแล้ว คนโสด   มีเสน่ห์และเจ้าชู้ จึงมีโอกาสที่จะเกิดความรักแบบสายฟ้าแลบแบบที่จะต้องเป็นเจ้าของให้ได้ แม้ต้องแย่งชิงมาก็ตาม

สุขภาพ  :  เอ็นจอยทั้งกับการรับประทานและการดื่มมากๆๆ ก็ต้องระวังระบบหมุนเวียนโลหิตที่จะมีปัญหา เช่น เลือดจาง หรือเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนถึงขั้นเป็นลมวูบกลางอากาศได้ 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับชาวพุธเป็นไปได้ว่าจะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยโอกาสใหม่ๆ ช่องทางใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ หรือได้โยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานที่จะส่งผลต่อความก้าวหน้าในอนาคต เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานหรือดำเนินธุรกิจ ขยายสาขา ยังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ตรงนี้ยังรวมถึงการอบรมดูงาน เทรนงาน สัมมนา ประชุม ได้หมด ก็อยากบอกว่าทริปนี้ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยการปรับตัวอย่างมาก ทั้งจากบรรยากาศในองค์กรและเนื้อหางานที่ทำ ทางที่ดีจึงควรเตรียมตัวเพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด ที่ต้องการการตัดสินใจอย่างรีบด่วน

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณมีการบริหารจัดการการเงินที่ดี แต่สำหรับสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเดินทางไปทำงาน เรียกว่าเข้ามือขวาออกมือซ้าย ซึ่งคุณพยายามเขียมสุดฤทธิ์  

ความรัก  :   เป็นสัปดาห์ที่คุณมีเสน่ห์ แล้วสามารถที่จะตกหลุมรักคนง่ายด้วย หากต้องอยู่ไกลกันจริงๆ  มีโอกาสเหลือเกินที่คุณจะเพิ่มโลกใบที่สองได้ จึงต้องคุมใจตัวเองให้ดี   คนโสด  ก็เช่นกัน มีเสน่ห์และหัวใจสะออน หลงรักใครได้ง่ายและรวดเร็ว สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะได้พบเขาคนนั้นในระหว่างการเดินทาง

สุขภาพ   :  หากเดินทางไกลก็อย่าประมาท มีความเสี่ยงที่คุณจะสะดุด หกล้ม ข้อเท้าพลิก/แพลง ได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ตึง จนเดินกระเผลก นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะระบบย่อยอาหารจะมีปัญหา ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์เริ่มต้นเดือนใหม่นี้อยากบอกชาวพฤหัสว่า อย่าเพิ่งวางใจกับชัยชนะที่ได้รับ แม้คุณจะสามารถเอาตัวรอดมาได้ แต่นั่นคือการเริ่มต้น   เพราะในรอบ 7 วันนี้เป็นไปได้ว่านอกจากจะเหนื่อยกับความพยายามยันศึกภายนอกที่ยังประชิดตัวอยู่แล้ว ยังต้องกรำศึกภายในที่ทนเห็นคุณได้รับความดีความชอบไม่ได้ พยายามจะให้ร้าย หรือแทงข้างหลังให้มิดจมดินไป ดังนั้น คุณจึงควรเปิดใจให้กว้าง ยอมรับทุกความคิดเห็นที่ส่งเข้ามา เพื่อให้เขาเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับทุกคนเท่ากัน ตรงกันข้ามหากคุณยังคงยึดมั่น ถือมั่นกับความคิดของตัวเอง มีโอกาสเสียตำแหน่งไปได้ง่ายๆ เลย

การเงิน  :   หากคุณชอบความท้าทายและการแข่งขัน สัปดาห์นี้อยากให้ชะลอไว้ก่อน เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะถูกหลอก ถูกโกง ขัดแย้งทางธุรกิจ ขาดสภาพคล่อง จนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน ต้องหมุนเงินเหนื่อยเลย

ความรัก  :  ก็ยังคงมีโอกาสที่จะมีปากเสียงกันใหญ่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องชู้สาว มือที่สาม โลกใบที่สองที่ยอมกันไม่ได้ จึงมีความเสี่ยงที่จะใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกินกันอย่างที่ไม่เคยใช้กันมาก่อน   คนโสด  หากยังไม่ยอมแพ้ที่จะแย่งชิง สัปดาห์นี้น่าจะเหนื่อยเป็น 2 เท่า เพราะเจ้าของเขาอยู่ให้เห็นตัวเป็นๆ

สุขภาพ   :  ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา ทั้งเรื่องงานและความรักทำให้คุณเครียด มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระเพาะได้ง่ายๆ แล้วหากคุณดื่มเครื่องดองของเมาอย่างหนักด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ ท้องเสียด้วย 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับชาวศุกร์แม้คุณจะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ แต่ดวงการงานก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้  ทำอะไรก็ขลุกขลัก มีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารทางราชการ มีความเสี่ยงที่จะเป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา ภายใน 7 วันนี้คุณมีโอกาสได้เข้าไปทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายบุญ หรือการกุศล จิตอาสา มูลนิธิ เป็นไปได้ว่าจะอยู่ในฝ่ายข้อมูล วิทยาการ ความรู้ รวมถึงบันเทิง ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมากๆ หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ให้แม่นยำก่อนลงมือทำงาน   

การเงิน  :  มีโอกาสได้เงินจากวาสนาและบารมี รวมถึงความเก่งของคุณ ซึ่งสัปดาห์นี้คาดว่าคุณจะให้ความสำคัญกับการทำบุญ และบริจาคเงิน ให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ  รวมถึงเลี้ยงลูกน้อง ก็อย่าใจดีรับเป็นนายหน้ากู้เงินให้ใคร หรือเซ็นค้ำประกันใคร เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับผิดชอบเอง

ความรัก :   ฟอร์มเยอะค่ะสัปดาห์นี้ ดูภายนอกปรี๊ดง่าย แต่ในใจขี้อ้อนสุดๆ เพราะฉะนั้นคนข้างตัวก็พยายามมองทะลุให้เห็นถึงใจเธอหน่อยนะคะ ไม่อย่างนั้นมีโอกาสทะเลาะกันตั้งแต่เธอปรี๊ดแล้วล่ะ คนโสด สำหรับชาวศุกร์ สัปดาห์นี้ดูภายนอกเป็นหญิงแกร่ง มีบารมี แต่ในใจนั้นอยากหาคนกอดอยู่น้า   

สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้รับประทานอะไรก็อร่อยไปหมด ของหวาน ของมัน ยิ่งอร่อย เพราะฉะนั้นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ถามหาแน่  นอกจากนั้นยังมีตระกูลต้อที่รอจ่อคิวอยู่  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวเสาร์สำหรับการทำงานหนักในสัปดาห์นี้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายงานช่าง งานมวลชน เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักการทูต นักบวช สังคมสงเคราะห์ ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้ใช้ความคิดและจินตนาการสร้างสรรค์งานอย่างเข้มข้นทีเดียวล่ะ ในการรับผิดชอบโครงการที่มีความสำคัญต่อมวลชน บอกเลยว่าเหนื่อย

การเงิน  :  รอบสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะทำงานเพื่อมวลชน ซึ่งความขยันและความตั้งใจ ไม่ได้ลดลงเลย แต่ก็ต้องบอกว่ายิ่งให้ โอกาสที่จะมีโชค มีลาภลอยก็มากขึ้นเท่านั้น   

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณให้ความสำคัญกับชีวิตคู่มาก จนสามารถพลีชีพให้กับครอบครัวก็ว่าได้ แต่หากคุณทำงานหนักจนไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว ก็มีโอกาสที่คุณจะมโน คิดอะไรฟุ้งไปไกล  คนโสด สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จิตใจคุณจะไม่มั่นคง ตัดสินไม่ได้ ระหว่างหัวใจกับงาน

สุขภาพ   :  ทำงานหนักจนออฟฟิศซินโดรมถามหาแล้วค่ะ ยิ่งหากคุณนั่งอยู่หน้าจอโทรศัพท์ หน้าคอมฯ ทั้งวัน มีโอกาสที่จะปวดเนื้อเมื่อยตัว คอ บ่า ไหล่ นิ้วล็อก ได้ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง วางมือถือ สะบัดนิ้ว แขน และขา หรือพาตัวเองไปนวดคลายเส้น แก้อาการ บ้างก็ดี

Online Marketing

Online Marketing คืออะไร? กลยุทธ์ตลาดออนไลน์ที่จะช่วยให้แบรนด์โตขึ้น

Online Marketing หรือการตลาดออนไลน์ คือเครื่องมือสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องรู้จักและปรับตัวให้ทัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือร้านค้าเล็ก ๆ การสื่อสารกับลูกค้าในโลกออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ 

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Online Marketing ตั้งแต่ความหมาย กลยุทธ์ และเทคนิคสำคัญของการตลาดออนไลน์ ที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันผ่านโลกดิจิทัล 

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร?

การตลาดออนไลน์คือ

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คือ กลยุทธ์โปรโมตสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Social Media ที่คนนิยมใช้อย่าง Facebook, Instagram, X, TikTok, LINE ฯลฯ เสิร์ชเอนจินหรือเว็บไซต์ (Search Engine Marketing) อย่างการทำ SEO หรือ PPC รวมไปถึงการใช้อีเมล (Email Marketing) และการทำคอนเทนต์ออนไลน์ (Online Content) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ (Brand Awareness) และกระตุ้นให้เกิดการซื้อหรือมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์นั่นเอง

Online Marketing มีข้อดีอะไรบ้าง?

ข้อดีของ Online Marketing คือสามารถวัดผลได้ชัดเจน เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม และสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior) ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม

ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้

เมื่อธุรกิจทำ Online Marketing ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มโฆษณาต่าง ๆ จะมีการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานในรูปแบบดิจิทัล เช่น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Traffic), พฤติกรรมการเข้าถึงเว็บไซต์, ระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละหน้า, สินค้าที่ถูกสนใจ, อัตราการซื้อซ้ำ หรือแม้แต่แหล่งที่มาของผู้ใช้งานว่าเข้ามาจากช่องทางไหน

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ สามารถวิเคราะห์ได้จาก Marketing Tools ต่าง ๆ เช่น Google Analytics, Meta Ads (Facebook/Instagram), Google Ads, หรือ CRM ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น ใครคือลูกค้ากลุ่มหลัก พวกเขามีความสนใจแบบใด ใช้เวลากับคอนเทนต์ประเภทไหนมากที่สุด หรือแคมเปญไหนที่ได้ผลจริง และแคมเปญไหนที่ควรปรับปรุง

วางแผนการตลาดออนไลน์และปรับปรุงกลยุทธ์ได้ตลอดเวลา

ต่อเนื่องจากข้อดีที่การทำ Online Marketing สามารถวิเคราะห์ข้อมูลออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างละเอียด ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ได้ว่าคอนเทนต์แบบไหนทำงานได้ดี กลุ่มเป้าหมายไหนมีโอกาสสร้างกำไรให้กับแบรนด์ได้มากที่สุด รวมไปถึงยังช่วยให้เห็นได้ว่าแคมเปญไหน หรือกลยุทธ์ไหนที่มีปัญหา ทำแล้วไม่เห็นผลจริง ในส่วนนี้ จะช่วยให้จัดสรรงบไปเน้นช่องทางที่ทำกำไรได้จริง หรือถ้าพบว่าลูกค้ามักจะละทิ้งตะกร้าสินค้าในขั้นตอนชำระเงิน ธุรกิจก็สามารถปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายขึ้น หรือเสนอโปรโมชันเพื่อกระตุ้นการปิดการขายได้ในที่สุด

ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีหยุดพัก

Online Marketing ทำให้ลูกค้าสามารถเห็นโฆษณา เข้าชมเว็บไซต์ อ่านข้อมูลสินค้า หรือสั่งซื้อได้ทุกเวลา การทำงานตลอด 24 ชั่วโมงนี้ ธุรกิจจึงมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และมีแนวโน้มใช้อินเทอร์เน็ตในเวลานอกเวลาทำงาน เช่น ตอนกลางคืนหรือวันหยุด ซึ่งหมายความว่า Online Marketing ช่วยให้ธุรกิจไม่พลาดทุกโอกาสในการขาย และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

แนะนำกลยุทธ์และช่องทางสำหรับทำ Online Marketing แบบมืออาชีพ!

ช่องทางการตลาดออนไลน์

ปัจจุบันกลยุทธ์สำหรับทำการตลาดออนไลน์ (Online Marketing Strategy) มีหลายวิธีและทำได้หลายช่องทาง ซึ่งแต่ละช่องทางจะทำการตลาดแบบไหนได้บ้าง มาดูกัน

Owned Media

Owned Media คือช่องทางการทำ Online Marketing หรือสื่อที่แบรนด์เป็นเจ้าของเองและสามารถควบคุมได้ทั้งหมด ซึ่งใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว 

  • เว็บไซต์หลักของบริษัทหรือร้านค้า
  • บล็อกที่เขียนเนื้อหาหรือบทความเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์
  • เพจ Facebook ที่แบรนด์สร้างและดูแลเอง
  • Instagram ของแบรนด์ที่ใช้โพสต์ภาพและวิดีโอ
  • ช่อง YouTube ของแบรนด์ที่ผลิตคอนเทนต์วิดีโอ
  • LINE Official Account หรือช่องทางแชทอื่น ๆ ที่แบรนด์ใช้สื่อสารกับลูกค้า
  • รายชื่ออีเมลลูกค้าหรือสมาชิกที่เก็บไว้เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชัน หรือข้อมูลสำคัญผ่าน Email Marketing

Paid Media

Paid Media คือการทำ Online Marketing ที่ต้องจ่ายเงินเพื่อโปรโมตสินค้าและบริการ รวมไปถึงยังช่วยกระตุ้นการรับรู้ต่อแบรนด์ได้ดีในวงกว้าง โดยช่องทางโฆษณาที่ได้รับความนิยมและสร้างผลลัพธ์ได้ดีมีหลัก ๆ 4 ประเภท มีดังนี้

  • Search Ads อย่าง Google Search Ads จะโผล่ขึ้นมาเมื่อกลุ่มเป้าหมายมีการค้นหาคำที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณ เช่น “กระเป๋าแบรนด์เนม” หน้า Search Engine จะช่วยให้แบรนด์ของคุณติดหน้าแรก Google ได้ทันที และเห็นสินค้าหรือบริการของคุณทันที 
  • Social Media Ads เช่น โฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok หรือ YouTube จุดเด่นคือสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ ความสนใจ หรือสถานที่ ทำให้โฆษณาของคุณตรงกับคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม
  • Display Ads และ Video Ads เช่น แบนเนอร์โฆษณาบนเว็บไซต์ข่าว หรือวิดีโอโปรโมตบน YouTube ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง และทำให้คนจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้นจากการเห็นซ้ำ ๆ
  • LINE Ads และ Broadcast Message LINE เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของคนไทย แบรนด์สามารถส่งข้อความโปรโมชันหรือข่าวสารต่าง ๆ ผ่าน LINE Official Account หรือใช้ LINE Ads เพื่อสื่อสารกับผู้ติดตามได้จำนวนมากในคราวเดียว

Earned Media

Earned Media คือการที่แบรนด์ได้รับความสนใจและการพูดถึงจากลูกค้าหรือสื่อโดยไม่ได้จ่ายเงิน เช่น รีวิวเชิงบวก การแชร์ การรีโพสต์ หรือโพสต์แนะนำบอกต่อ หรือการพูดปากต่อปาก ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายการรับรู้แบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ

  • รีวิวจากลูกค้าบน Facebook, X, Pantip, Wongnai, TikTok หรือ Google Maps ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์โดยตรง
  • คอมเมนต์หรือข้อความที่ลูกค้าแท็กหรือแนะนำแบรนด์ในโพสต์ต่าง ๆ สร้างการพูดถึงแบบออร์แกนิก
  • การถูกอินฟลูเอนเซอร์หรือเพจดังพูดถึงโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง ทำให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือและเข้าถึงกลุ่มใหม่
  • ข่าวหรือบทสัมภาษณ์จากสื่อมวลชนที่มองเห็นคุณค่าหรือเรื่องราวน่าสนใจของสินค้าและบริการ

Online Marketing ยุคใหม่ ต้องขับเคลื่อนด้วย Data Driven

Online Marketing เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ด้วยการใช้ช่องทางดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือโฆษณาออนไลน์ แต่ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์อะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการจริง ๆ ของลูกค้า เพื่อที่จะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอด สู่การทำการตลาดออนไลน์ด้วยข้อมูลหรือ Data-Driven Marketing ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

สำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ที่ต้องการเครื่องมือเพื่อเข้าถึงข้อมูล จัดเก็บข้อมูล และสามารถดึงข้อมูลสำคัญของลูกค้ามาใช้งานในการทำ Online Marketing ได้ ที่ Wisesight เรามีเครื่องมือและบริการที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการทำการตลาดออนไลน์ เช่น Essential Package ที่ประกอบไปด้วย Zocial Eye, Influencer Directory และ Messahe Center เครื่องมือ Social Listening & Monitoring  และ Wisesight Research ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะเปลี่ยนทุกการพูดถึง เป็นกลยุทธ์ที่คุณลงมือได้ทันที


BioActive+ เปิดตัวในไทย พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่และ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก!

BioActive+ เปิดตัวในไทย พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่และ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก!

เปิดตัว BioActive+ แบรนด์ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับพรีเมียมจากนิวซีแลนด์ อย่างเป็นทางการ โดย 2 ผู้บริหาร เมย์ วาสนา (ดร.วาสนา อินทะแสง) และ จี๋ สุทธิรักษ์ ณ พาร์คพารากอน พร้อมแนะนำ BioActive+ Concentrated Liquid นวัตกรรมในรูปแบบ Drop & Drink เพื่อการดูแลสุขภาพ พร้อมเปิดตัว “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของ BioActive+ Concentrated Liquid Gold

ดร.วาสนา อินทะแสง ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอแอคทีฟ เอ็นแซต 1984 จำกัด และประธานกรรมการบริหาร บริษัท รีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว BioActive+ อย่างเป็นทางการต่อผู้บริโภคชาวไทย และขอขอบพระคุณที่ได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี นับเป็นความสำเร็จทางธุรกิจด้วยยอดขายกว่า 450 ล้านบาทภายในระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นการร่วมกันสร้างและเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกบริโภคอาหารเสริมของไทย ให้หันมาเลือกแบรนด์และผลิตภัณฑ์คุณภาพ ไม่ใช่อิงราคาเป็นหลัก หวังว่า BioActive+ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก”

ภายในงาน ยังมีศิลปินมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย อาทิ เบ็คกี้-รีเบคก้า, มดดำ-คชาภา, นิว-นภัสสร และ เป็ก-เปรมณัช, ลิลลี่-ภัณฑิลา, หนิง-ปณิตา, นาย-ณภัทร, กวาง The Face, และคนดังอีกคับคั่ง

ภาพ: อิทธิศักดิ์ (ช่างภาพนิตยสารแพรว)


'ซงฮเยคโย' กับทรงผมลุค Wolf Cut x Mullet ดิบ เท่ ละมุนสไตล์ Y2K

‘ซงฮเยคโย’ กับทรงผมลุค Wolf Cut x Mullet ดิบ เท่ ละมุนสไตล์ Y2K

ซงฮเยคโย พลิกลุคใหม่สุดเท่กับทรง Wolf Cut x Mullet ในแคมเปญ Spy Bag ของ Fendi ครั้งนี้เธอมาในลุคที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน ด้วยทรงผมที่ผสมผสานความดิบเท่แบบ Y2K เข้ากับความละมุนของเลเยอร์และหน้าม้าแผ่เบาๆ ทรงนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น แต่ยังเข้ากันได้อย่างลงตัวกับคอสตูมสีเข้มและดีไซน์มินิมัล สร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่โมเดิร์นและสง่างาม แตกต่างจากลุคหวานๆ ที่เราเคยเห็นเธอมาก่อน

ความโดดเด่นของ Wolf Cut ในลุคนี้อยู่ที่เท็กซ์เจอร์ที่ยืดหยุ่น สามารถเซ็ตแบบยุ่งๆ ดูเป็นธรรมชาติหรือจัดทรงให้เรียบเฉียบแบบ sleek ก็ให้ลุคแฟชั่นที่ตั้งใจทุกองศา ทำให้ทรงนี้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของสาวที่อยากแสดง attitude ชัดเจนแต่ยังรักษาความเป็นตัวเองได้อย่างสมดุล เหมาะมากสำหรับสายแฟหรือสาวเท่ที่กำลังมองหาการเปลี่ยนลุคใหม่แบบมีสไตล์และมั่นใจมากขึ้น

Photo: kyo1122