Pacamara Coffee Roasters เปิด 24 ชม. ที่รพ.จุฬาฯ พร้อมส่วนลด 50% บุคลากรแพทย์

Pacamara Coffee Roasters เดินหน้าขยายบทบาทจากคาเฟ่กาแฟสเปเชียลตี้สู่ “Community of Care” ด้วยการกลับมาเปิดให้บริการสาขาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 บริเวณทางเชื่อมระหว่างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และอาคาร สก เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับ บุคลากรแพทย์ มุ่งสะท้อนแนวคิด “People Together – Living Together” ให้กาแฟเป็นมากกว่าการดื่ม แต่เป็นพื้นที่แห่งพลังใจสำหรับแพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์ ญาติผู้ป่วย และผู้ใช้บริการทุกคน

สาขานี้ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Calm Energy โปร่ง สว่าง สะอาด ด้วยโทนสีอบอุ่นและแสงธรรมชาติ พร้อมเคาน์เตอร์บริการรวดเร็ว คงคุณภาพกาแฟระดับ Pacamara ครบถ้วน เสิร์ฟเมล็ดเบลนด์พิเศษ “KCMH BLEND” ที่มีจำหน่ายเฉพาะสาขานี้ รสเข้มสไตล์ดาร์กช็อกโกแลต หอมวอลนัทและแบล็คที ตอบโจทย์บุคลากรโรงพยาบาลที่ต้องการกาแฟบอดี้แน่นช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว พร้อมมอบส่วนลด 50% สำหรับเครื่องดื่ม และ 15% สำหรับเบเกอรี่และแซนด์วิชแก่บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ

เพื่อความสะดวก Pacamara มีบริการ Pick-up ผ่านแอป Pacamara Coffee ให้สั่งล่วงหน้าได้ตามเวลาที่ต้องการ และมีพื้นที่นั่งรองรับทั้งการพักผ่อน ทำงาน หรืออ่านหนังสือ นอกจากนี้ยังเปิดตัวแคมเปญสุขภาพ “Be Happy, Be Healthy with Americano” และ “Sport Nutrition Coffee” ตอบรับเทรนด์ Healthy Lifestyle พร้อมเดินหน้าขยายสาขาในทำเลที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เช่น โรงพยาบาลและออฟฟิศ คงมาตรฐานสูงและเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้เช่นเดิม พบกับ Pacamara Coffee Roasters สาขาโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้แล้ววันนี้ และอีก 33 สาขาทั่วประเทศ

Pacamara Coffee Roasters เปิด 24 ชม. ที่รพ.จุฬาฯ พร้อมส่วนลด 50% บุคลากรแพทย์


ซาฟารีเวิลด์ ฉลอง 40 ปี จัดโปรสุดคุ้ม! เที่ยววันละ 1 บาท นาน 3 ปี

ซาฟารีเวิลด์ ฉลอง 40 ปี จัดโปรสุดคุ้ม! เที่ยววันละ 1 บาท นาน 3 ปี

ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 40 ปี จัดโปรโมชั่นแรง “เที่ยววันละ 1 บาท นาน 3 ปี” ให้แฟนๆ สายรักสัตว์ป่าและการแสดงสุดอลังการได้คุ้มจุใจ เพียงสมัครสมาชิกในราคา 1,111 บาท (จากราคาปกติ 8,640 บาท) ก็สามารถเข้าเที่ยวได้ทุกวันตลอด 3 ปีเต็ม (ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2571) ทั้ง 2 โซน ได้แก่

  • ซาฟารีปาร์ค – ตื่นตากับสัตว์ป่านานาชนิดในบรรยากาศซาฟารีแบบเปิด
  • มารีนปาร์ค – สนุกกับการแสดงสัตว์น้ำและโชว์สุดพิเศษ

เด็กสูงต่ำกว่า 100 ซม. เข้าฟรี! ระยะเวลาโปรโมชั่น: ตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2568 หรือจนกว่าบัตรจะหมด (จำนวนจำกัด เต็มก่อนปิดขายก่อน)

ช่องทางซื้อบัตร:

  • ออนไลน์: www.safariworld.com/365
  • หน้าสวนสัตว์: ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:


NCT DREAM

NCT DREAM สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ร่วมกับผู้ชมกว่า 66,000 คน

NCT DREAM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในไทยในฐานะศิลปินกลุ่มแรกจากค่าย SM ที่จัดคอนเสิร์ต ณ ราชมังฯ 2 ครั้งติด ด้วยยอดผู้ชมกว่า 66,000 คน

NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) สร้างฝันแห่งอนาคตกลางราชมังฯ ร่วมกับผู้ชมกว่า 66,000 คน ในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ 2025 NCT DREAM TOUR <THE DREAM SHOW 4 : DREAM THE FUTURE> in BANGKOK ทั้งหมด 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 16 และวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2025 เวลา 19:00 น. พร้อมจารึกสถิติใหม่แห่งความสำเร็จได้อีกครั้ง ในฐานะศิลปินกลุ่มแรกของค่าย SM ENTERTAINMENT ที่จัดคอนเสิร์ต ณ ราชมังคลากีฬาสถาน สเตเดียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 รวมถึงเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่ายที่จำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตในประเทศไทยได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์

การแสดงในครั้งนี้ NCT DREAM คอนเซปต์ “การเดินทางข้ามกาลเวลา” จากอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘Go Back To The Future’ ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบสามมิติสุดอลังการ เล่าเรื่องราวตั้งแต่การย้อนกลับไปในอดีต สู่ปัจจุบันอันรุ่งโรจน์ และทะยานสู่อนาคตในมิติใหม่เหนือจินตนาการ ผสานโปรดักชันตระการตา ทั้งจอ LED ขนาดมหึมา สูง 13 เมตร พร้อมดีไซน์พิเศษทรงแว่นครอบตา และจอเสริมด้านข้าง สูง 7 เมตร รวมความกว้างทุกจอกว่า 122 เมตร เพื่อขยายการมองเห็นให้ผู้ชมทุกมุมอย่างทั่วถึง, โครงสร้างกำแพงปราสาทและกรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่, รถเลื่อนอัตโนมัติ, เครื่องพ่นไฟ, เครื่องยิงเลเซอร์, กระดาษโปรยสั่งทำพิเศษ รวมถึงลิฟต์เอียงต่างระดับ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในทัวร์ครั้งนี้ที่มีเช่นเดียวกับคอนเสิร์ตในเกาหลีใต้

นับถอยหลังสู่การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ด้วยความลุ้นระทึกพร้อมเสียงเชียร์ดังกระหึ่มทะลุสนามทันทีที่ NCT DREAMปรากฏตัวท่ามกลางเลเซอร์และไพโรเทคนิคสุดตื่นตาตื่นใจ ถอดรหัสข้ามเวลาสู่บทเพลงเปิดตัวที่เผยความมุ่งมั่นอย่าง ‘BTTF’, ‘무대로 (Déjà Vu;舞代路)’, ‘Ridin’’, ‘ISTJ’ และ ‘BOOM’ ระเบิดพลังแห่งตัวตนอันเปล่งประกายที่สุด ณ ปัจจุบันบนเวที

การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป เมื่อวงแหวนข้ามมิติได้เปิดออกอีกครั้ง เพื่อพาย้อนอดีตกลับไปยังดินแดนแห่งความฝันในคอนเสิร์ตครั้งก่อนหน้า ไล่เรียงไปจนถึงจุดเริ่มต้นของ “THE DREAM SHOW” หวนคืนความทรงจำแห่งวัยเยาว์อันแสนหวาน ด้วยบทเพลงสดใส มีชีวิตชีวา ‘We Young’, ‘덩크슛 (Dunk Shot)’ และ ‘Candy’ ปลุกความคิดถึงในใจแฟน ๆ พร้อมโอบกอดช่วงเวลาแห่ง “ความฝัน” ที่เติบโตเคียงข้างกันมาอย่างงดงาม

ไม่เพียงเท่านี้ NCT DREAM ได้ตอกย้ำชื่อเสียงของพวกเขาในฐานะ ‘Performance King’ ผ่านเวทีที่ถ่ายทอดเสน่ห์อันหลากหลาย รวบรวมช่วงเวลาสำคัญตลอดเส้นทางไว้อย่างครบถ้วน ทวีดีกรีความร้อนแรงด้วยโชว์สุดแข็งแกร่งในเพลง ‘STRONGER’ และ ‘Best of Me’ รวมถึงเหล่าเพลงฮิตที่ถูกเรียบเรียงใหม่ เพิ่มสีสันด้วยแดนซ์เบรกสุดเท่และท่าเต้นกลุ่มอันพร้อมเพรียงอย่าง ‘맛 (Hot Sauce)’, ‘Diggity’, ‘1, 2, 3’ ต่อเนื่องด้วยเพลงโปรดของแฟน ๆ อย่าง ‘Hello Future’ และ ‘Broken Melodies’ ตลอดจนบทเพลงบัลลาด ‘별 밤 (On the way)’ และ ‘YOU (숲)’ ขับกล่อมความจริงใจผ่านเสียงประสานอันไพเราะและตราตรึง

อีกหนึ่งไฮไลต์ความพิเศษ คือ รถเลื่อนอัตโนมัติที่พา NCT DREAMแล่นไปรอบสเตเดียมช่วงเพลง ‘Off The Wall’, ‘Rocket’ และ ‘ANL’ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยพลังความอบอุ่นและแรงใจจาก NCTzen (ชื่อแฟนคลับ) ซึ่งเตรียมแฟนโปรเจกต์แสนซาบซึ้งให้พวกเขา ทั้งการแปรอักษรจากกล่องไฟเป็นคำว่า “9YEARS 7DREAM” “พี่ NCTzen 🤍 น้อง DREAM”, แบนเนอร์ “พวกเราจะเป็นท้องฟ้าสีฟ้า เพื่อให้ 7DREAM ได้เป็นสายรุ้งทั้ง 7 สี ที่เปล่งประกายอย่างเจิดจรัสบนท้องฟ้าเองนะ” “ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ทำให้วัยเยาว์ของพวกเราสมบูรณ์” “To the Future ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นคำสัญญาจากหัวใจ” และป้ายข้อความ “ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ก็จะเดินไปกับ 7DREAM” “Dear DREAM, I’ll be your home.” ล้วนสะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และคำมั่นสัญญาที่เชื่อมโยงหัวใจเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในค่ำคืนนี้

ตลอดการแสดงกว่า 3 ชั่วโมง 26 บทเพลง ยิ่งยืนยันถึงทุกช่วงเวลาอันมีความหมายที่ NCT DREAM กับผู้ร่วมเดินทางคนสำคัญอย่าง NCTzen ได้พบเจอเคียงข้างกันมา ตั้งแต่อดีตที่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน จนกลายมาเป็นความจริงสุดยิ่งใหญ่ ณ ปัจจุบัน ก่อนจะมุ่งหน้าต่อเพื่อร่วมสร้าง “ฝันแห่งอนาคต” ที่สมบูรณ์แบบร่วมกัน

วันสุนัขโลก

กิจกรรมฮีลใจฉลอง วันสุนัขโลก (International Dog Day)

ฮีลใจและฉลอง วันสุนัขโลก กับคลาส Puppy Yoga สุดพิเศษสัมผัสความสุขจากความน่ารักของเจ้าสี่ขาพร้อมยืดเหยียดร่างกายไปกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์คนดัง

alo แบรนด์ชุดออกกำลังกายและสตรีทแฟชั่นชั้.นนำระดับลักซ์ชัวรี่ ร่วมกับ @thestandardhuahin โรงแรม Pet Friendly ริมทะเล และ @puppyyogabkk จัดกิจกรรม Puppy Yoga เนื่องในวัน International Dog Day 2025 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ชวนเหล่าคนรักสุขภาพมาออกกำลังยืดเหยียดร่างกาย พร้อมฮีลใจไปกับความน่ารักของบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยมีอินฟลูเอนเซอร์อย่าง แฮม กนต์ธร, เมย์ ปวีณ์สุดา และ จูจู้ ยุน-จูยอง เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ไอเท็มลับฟื้นฟูผิวยามค่ำคืน “No7 ฟิวเจอร์ รีนิว รีแพร์ ไนท์ เซรั่ม”

No7 ยกระดับการดูแลผิวพรรณยามค่ำคืน เปิดตัวสกินแคร์ระดับพรีเมียม “No7 ฟิวเจอร์ รีนิว รีแพร์ ไนท์ เซรั่ม” เซรั่มบำรุงผิวสูตรสำหรับกลางคืนที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Night Active Pepticology™ เปปไทด์ทรงพลังเอกสิทธิ์เฉพาะของ No7 ซึ่งคิดค้นมาเพื่อเสริมความแอ็กทีฟในการเพิ่มพลังฟื้นฟูผิวถึงขีดสุดในยามค่ำคืน

รู้หรือไม่? โดยทั่วไปแล้วช่วงกลางคืนยามเราหลับใหลจะเป็นช่วงที่ผิวมีการ ‘ซ่อมแซมตัวเอง’ มากกว่าตอนกลางวันถึง 3 เท่า* โดย “เปปไทด์” (Peptides) เป็นสารสำคัญในผิวตามธรรมชาติ ทำให้เซลล์ผิวมีการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาทำงานดีขึ้นได้ ด้วยการเลียนแบบการเกิดเปปไทด์ที่เกิดตามธรรมชาติ จึงทำให้เปปไทด์ของ No7 สามารถกระตุ้นเซลล์ในผิวให้ผลิตโปรตีน (COLLAGEN, FIBRILIN, ELASTIN) และเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

มาร์ค โคโพรวัสกี กรรมการผู้จัดการ บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย กล่าวว่า “บู๊ทส์ให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามาตลอด No7 เป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 จากประเทศอังกฤษ และยังขายดีเป็นอันดับ 1 ในร้านบู๊ทส์ ประเทศไทย ที่มุ่งนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีความงามสุดล้ำสมัยในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยหลังจากเปิดตัวกลุ่มสกินแคร์ระดับพรีเมียม “No7 ฟิวเจอร์ รีนิว” ไปเมื่อปลายปี 2566 ได้สร้างปรากฏการณ์ยอดขายเติบโต ขึ้นแท่นเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ขายดีอันดับหนึ่งในร้านบู๊ทส์”

รัตติกาล เงาเงิน Brand Manager No7 บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า“จากความสำเร็จดังกล่าว No7 จึงได้เดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมสู่การดูแลผิวยามค่ำคืน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูผิว จึงเป็นที่มาของการคิดค้นเทคโนโลยี Night Active Pepticology™ หนึ่งในนวัตกรรมที่ดีที่สุดจาก No7 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศอังกฤษ ถูกออกแบบมาให้ทำงานสอดคล้องกับวงจรธรรมชาติของผิวได้อย่างตรงจุดและตรงช่วงเวลาเข้าเสริมกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ไฟบริลินและอีลาสติน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของผิว พร้อมด้วยส่วนผสมที่ทรงพลัง Niacinamide, Hyaluronic Acid, Antioxidant Blend , Rice Proteins ช่วยฟื้นฟูปัญหาผิวเสียอย่างครบวงจร เผยผิวใหม่ที่แลดูอ่อนเยาว์ลง เนื้อเซรั่มออกแบบมาให้บางเบา ซึมซาบลงสู่ผิวได้ง่าย ไม่ทิ้งความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเวลานอน”

“เพื่อเพิ่มพลังการฟื้นบำรุงผิวถึงขีดสุด แนะนำให้ใช้ “No7 ฟิวเจอร์ รีนิว รีแพร์ ไนท์ เซรั่ม” เป็นประจำทุกคืนต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ จะสัมผัสได้ว่าผิวที่เคยอ่อนล้าและแห้งกร้าน กลับมาแลดูกระชับขึ้น ริ้วรอยแลดูตื้นลง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นในทุกเช้าหลังตื่นนอน”

ปวิศา เกตุปัญญา (กุ๊กกี้) บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กล่าวว่า “No7 ฟิวเจอร์ รีนิว รีแพร์ สูตรใหม่ เนื้อเซรั่มบางเบา นุ่มละเอียดมาก ใช้แล้วหน้าไม่มัน รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ผิวเนียนขึ้น ฟูขึ้นหลังตื่นนอน”

ไอเท็มลับฟื้นฟูผิวยามค่ำคืน “No7 ฟิวเจอร์ รีนิว รีแพร์ ไนท์ เซรั่ม”


The Love That Lasts คอลเล็คชั่นเครื่องประดับรักนิรันดร์จาก โอปอล x PRIMA Gold

ในปีที่ประเทศไทยคว้ามงกุฎ Miss World ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 75 ปี “โอปอล – สุชาตา ช่วงศรี” ไม่เพียงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยความงาม ความมุ่งมั่น และเจตนารมณ์อันทรงพลัง หากยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงอีกมากมายทั่วโลก

วันนี้ เส้นทางความงามของเธอยังคงเดินหน้าต่อ ผ่านคอลเล็คชั่นเครื่องประดับที่โอปอลได้ร่วมออกแบบกับแบรนด์ PRIMA Gold “The Love That Lasts” เครื่องประดับที่ถักทอจากหัวใจ ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความหวัง และพลังใจ ผ่านดอกรักอันอ่อนช้อย กลายเป็นงานศิลป์ที่ “สวมใส่ได้” และมีความหมายอย่างลึกซึ้ง

ทุกเส้นสายของทองคำ ทุกประกายของอัญมณี ล้วนสะท้อนถึงตัวตนของโอปอล ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังบวกที่เธออยากมอบให้แก่ผู้หญิงทุกคน

The Love That Lasts คอลเล็คชั่นเครื่องประดับรักนิรันดร์จาก โอปอล x PRIMA Gold

ความรัก…ในทุกกลีบดอกไม้

โอปอลพูดถึงการร่วมงานกับ PRIMA ในคอลเล็คชั่น The Love That Lasts ว่า “โอปอลชอบเครื่องประดับอยู่แล้วค่ะ พอมีโอกาสได้มาร่วม Collaboration กับ PRIMA Gold จึงรู้สึกเหมือนฝันเป็นจริง เพราะได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่เราชื่นชม และยังได้มีส่วนร่วมออกแบบคอลเล็คชั่นที่มีความหมายกับตัวเองด้วย

“โดยแรงบันดาลใจในการทำคอลเล็คชั่นนี้ โอปอลหยิบมาจาก “ดอกรัก” ซึ่งเป็นดอกไม้ท้องถิ่นที่อยู่ในชีวิตคนไทยมายาวนาน ทำให้นึกถึงความทรงจำดีๆ ในช่วงวัยเด็ก รวมถึงความรักที่เราได้รับตลอดการเติบโตในชีวิต ด้วยเป็นดอกไม้ที่มีความหมายแทน “ความรัก” อย่างตรงไปตรงมา และรูปร่างของดอกรักเองก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ จึงรู้สึกอินกับดอกไม้ชนิดนี้ ที่สำคัญยังเป็นดอกไม้ประจำตัวโอปอลและโครงการของโอปอล ซึ่งสื่อถึงความรัก ความมั่นคง และความผูกพันที่มีให้กับคนรอบข้าง รวมถึงคนที่เราร่วมทำโครงการด้วย

“เครื่องประดับชุดนี้มีทั้งสร้อยคอ ต่างหู แหวน และสร้อยข้อมือ ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่กล้าแสดงออก กล้าที่จะสื่อถึงตัวตน และกล้าที่จะมอบความรักให้กับผู้อื่น โดยหากสังเกตที่จี้ของตัวสร้อย จะเห็นว่ามีดอกรัก 2 แบบ คือแบบที่คนไทยนิยมนำไปร้อยมาลัย กับแบบที่ตัวดอกเป็นกลีบๆ

“นอกจากดอกรักแล้ว คอลเล็คชั่นนี้ยังถ่ายทอด “ความรักในรูปแบบต่าง ๆ” ผ่านองค์ประกอบและรายละเอียดในชิ้นงาน อย่างการเลือกใช้ทองคำ 9K ทั้ง Rose Gold และ Yellow Gold มาผสมผสานกับอัญมณีอย่าง Pink Tourmaline ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักและพลังที่อ่อนโยนของผู้หญิง รวมถึงการใช้ Mother of Pearl ซึ่งโอปอลชอบเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะดูเรียบหรูแล้ว สีขาวยังแมทช์ง่าย และสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสง่างาม และจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีการนำอัญมณีนพเก้า (Nine Lucky Gems) มาใช้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคดีที่อยู่คู่กับความเชื่อของคนไทยมาช้านานด้วย

“ต้องบอกว่า The Love That Lasts เป็นเครื่องประดับที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความรัก ในขณะเดียวกันก็สามารถมอบเป็นของขวัญแทนใจได้ด้วย เพราะสำหรับโอปอลแล้ว เวลามอบดอกรักให้ใคร ก็เหมือนเรากำลังมอบมอบตัวแทนของความรักให้กับเขาคนนั้นค่ะ” (ยิ้ม)

 ความรัก…ที่ส่งต่อได้

สิ่งที่โอปอลประทับใจมากที่สุดในการทำงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ของชิ้นงาน แต่เป็นเรื่องราวระหว่างทางที่ได้ร่วมคิดและออกแบบร่วมกับทีม PRIMA Gold ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงความหมายที่ตั้งใจส่งต่อ

“ช่วงที่เราคุยกันเรื่องสัญลักษณ์ หรือความหมายที่อยากใส่ลงไปในเครื่องประดับ พบว่าเราไม่ได้ต้องการหาแค่แรงบันดาลใจ แต่อยากพูดถึง ‘ความรัก’ ที่ผู้สวมใส่สามารถรู้สึกถึงและสัมผัสได้ เป็นความอบอุ่นที่เราอยากส่งต่อ

“The Love That Lasts จึงไม่ได้ชูแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ตั้งแต่งานดีไซน์ไปจนถึงการส่งต่อความรักให้สังคม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากคอลเล็คชั่นนี้จะนำไปช่วยโครงการ Opal for Her ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมของโอปอลเอง และยังร่วมมือกับ Art for Cancer by Ireal ในการออกแบบผ้าพันคอลวดลายพิเศษ ที่โอปอลมีส่วนร่วมด้วยเช่นกันค่ะ

“สำหรับโอปอล ดอกรักให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เหมือนเราได้รับการโอบกอดจากคนที่เรารัก จึงหวังว่าเครื่องประดับเหล่านี้จะทำให้สัมผัสได้ถึงความรักและพลังใจที่โอปอลอยากส่งต่อ เพื่อมอบความรู้สึกและแรงบันดาลใจดีๆ ที่โอปอลได้รับมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในวงการนางงามกลับไปสู่คนอื่น จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจอะไร แต่ได้รับความรักจากผู้คนมากมาย ได้มอบกำลังใจให้กันและกันผ่านเรื่องราวของเรา กลายเป็นพลังของ Women Empowerment ที่เราแชร์กัน จึงรู้สึกประทับใจมากๆ อยากส่งต่อพลังดีๆ ให้เราได้สร้างเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

“ขอฝากคอลเล็คชั่น The Love That Lasts ไว้ในใจทุกคนด้วยนะคะ หวังว่าใครที่ได้สวมใส่จะรู้สึกถึงความรักและพลังในแบบเดียวกับที่โอปอลรู้สึกค่ะ”


 

ปลุกตำนานสตรีทแฟชั่น! Adidas เฉลิมฉลองรองเท้ารุ่น Superstar II ไอคอนแห่งความคิดสร้างสรรค์

คงเป็นรองเท้าที่ใครหลายคนมีติดตู้กับ Superstar II จาก Adidas ซึ่งไม่นานนี้แบรนด์ได้จัดงานเฉลิมฉลองรองเท้าในตำนานกับงานที่มีชื่อว่า Where the beat meets the street Superstar

Adidas Originals สร้างโมเมนต์แห่งปีด้วยงาน “Where the beat meets the street Superstar” ที่ชวนแฟน ๆ เฉลิมฉลองตำนานรองเท้ารุ่น Superstar II ไอคอนแห่งความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมทางแฟชั่น และสตรีทแวร์ที่ยาวนานกว่า 50 ปี 

ครั้งนี้ Adidas Originals จึงแปลงโฉม Tictactoe Bangkok Emsphere ให้กลายเป็นพื้นที่แสดงตัวตนของเหล่า Originals Icon ผสมผสานแฟชั่น ดนตรี และกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ไว้ในงานเดียว โดยไฮไลต์กิจกรรมเริ่มจากเวิร์กชอปเพ้นท์รองเท้า Superstar llในสไตล์ของตัวเอง และเติมความพิเศษด้วย Superstar Photo Booth เฟรมดีไซน์พิเศษสำหรับงานในครั้งนี้ อีกทั้งยังมีกิจกรรมท้าทายแฟนพันธุ์แท้ adidas Superstar ll พร้อมรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากเสียงเพลงจาก DJ Pimrat ก่อนส่งต่อพลังความเป็น Superstar ให้กับศิลปินรุ่นใหม่ Tilly Birds ขึ้นเวทีถ่ายทอดความเป็น Original ผ่านเสียงดนตรีได้อย่างเต็มอารมณ์ ตอกย้ำการเชื่อมโยงแฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว


ภาพ: Adidas Originals

Sisley เปิดบริการ Hair Rituel VIP SUITE ส่วนตัวที่ เซ็นทรัล ชิดลม

Sisley เปิดบริการ Hair Rituel VIP SUITE ส่วนตัวที่ เซ็นทรัล ชิดลม

ปลุกเสน่ห์ให้เส้นผมด้วยสัมผัสลักชูรี่! Sisley แบรนด์ความงามระดับโลก เปิดตัว Hair Rituel VIP SUITE by Sisley ห้อง VIP ส่วนตัวสำหรับการดูแลเส้นผมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ เซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 1 ให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ Hair Ritual ที่หรูหราราวกับอยู่ในสปาสุดพรีเมียม

พร้อมสิทธิพิเศษ! รับบริการ Hair Rituel Treatment by Sisley ความยาว 90 นาที มูลค่า 7,000 บาท ฟรี เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Hair Rituel อย่างน้อย 3 ชิ้น ภายในช่วงโปรโมชั่นถึง 31 สิงหาคม 2568 เหล่าสาวกความงามต่างยกให้เป็น Must-do ของเดือนนี้ โดยหนึ่งในผู้ใช้จริงกล่าวว่า “ทำเสร็จแล้วพูดกับตัวเองเลยว่าจะต้องทำให้ได้เดือนละครั้ง” สามารถเข้ารับบริการได้ทั้งที่ Central Chidlom หรือ Emporium



Franck Muller

Franck Muller x #FR2 กลับมาพร้อม “Beach Vibes” ที่สดใสกว่าเดิม

หลังจากความสำเร็จของการร่วมงานกันครั้งแรกในปี 2023 แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ Franck Muller และแบรนด์สตรีทแวร์จากโตเกียว #FR2 ก็กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งในปีนี้ กับนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด #FR2NCK MULLER Vanguard Beach Limited Edition ที่ยังคงผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างลงตัว

Franck Muller x #FR2 กลับมาพร้อม “Beach Vibes” ที่สดใสกว่าเดิม

คอลเล็คชั่นนี้ต่อยอดจากความร่วมมือครั้งก่อนที่สร้างความฮือฮาในวงการแฟชั่นและนาฬิกา โดยยังคงใช้ลวดลาย “Fxxking Rabbits” อันเป็นเอกลักษณ์ของ #FR2 พร้อมกับดีไซน์แบบสปอร์ตที่มีชีวิตชีวาตามแบบฉบับของ Vanguard Beach โดยเน้นสีสันที่สดใสและกลิ่นอายของฤดูร้อน เพื่อสะท้อนความเป็นอิสระ สนุกสนาน และมีสไตล์

นาฬิการุ่น #FR2NCK MULLER Vanguard Beach Limited Edition มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Heatwave Red Surf Blue และ Tropical Green โดยแต่ละสีผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือน ตัวเรือนโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีสันสดใสและรายละเอียดที่สะท้อนจินตนาการไร้ขีดจำกัด ทั้งยังใช้กระบวนการผลิตที่ซับซ้อน เริ่มจากการหลอมแก้วที่อุณหภูมิ 1,500°C เพื่อสร้างเส้นใยโลหะละเอียด แล้วหล่อเย็นที่ 700°C ก่อนจะนำไปชุบในอ่างสีพิเศษเพื่อให้ได้เฉดสีตามต้องการ สุดท้ายจึงกดอัดเป็นวัสดุ glass-fiber composite (วัสดุที่เกิดจากการนำเส้นใยแก้ว) ซึ่งเป็นวัสดุหลักของตัวเรือนที่ให้ทั้งความเบาและแข็งแรง ทนทาน

ดีไซน์ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดสนุก ๆ อย่างภาพกราฟิกฤดูร้อน เช่น ร่มชายหาด เซิร์ฟบอร์ด และพืชพรรณสีเขียว ตกแต่งร่วมกับลวดลาย Fxxking Rabbits อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ โดยช่องแสดงวันที่ถูกย้ายไปไว้ที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา เพิ่มความแปลกใหม่และช่วยให้ตัวเรือนดูมีมิติมากขึ้น พร้อมทั้งมีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์บนหน้าปัดเพื่อเพิ่มความโดดเด่น ขณะที่เข็มนาฬิกาและลวดลายกระต่ายยังเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-Luminova ทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้ในที่มืด

ตัวเรือนรูปทรง tonneau อันเป็นเอกลักษณ์ของ Vanguard มอบทั้งความสวยงามทันสมัยและความสบายในการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน พร้อมสายผ้าไนลอนเสริมด้วยหนังด้านล่าง และหัวเข็มขัดแบบตะขอและห่วง เพิ่มความมั่นคงขณะสวมใส่

นอกจากนี้ สายของนาฬิกายังพิมพ์ด้วยข้อความและสัญลักษณ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานกราฟิกแบบญี่ปุ่นในสไตล์สตรีทแวร์ของ #FR2 โดยสอดรับกับลวดลายจากหน้าปัด สะท้อนภาพรวมของดีไซน์ได้อย่างกลมกลืน

ด้านกลไกภายในก็ยังคงมาตรฐานของ Franck Muller ทั้งในเรื่องความแม่นยำ และงานวิศวกรรมระดับสูง ทำให้นาฬิการุ่นนี้ไม่เพียงโดดเด่นด้านดีไซน์เท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว


 

ลาบูบู้ห่มเฟอร์! เปิดดีเทลตุ๊กตา Customize ของ ลิซ่า ลลิษา บนคอนเสิร์ต Deadline

ใส่ความชอบเต็มพิกัด! เมื่อ “ลิซ่า ลลิซ่า” พกลาบูบู้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต Deadline ซึ่งความพิเศษของตุ๊กตาตัวนี้คือ ได้ Marko Monroe ศิลปินชื่อดังมาออกแบบให้โดยเฉพาะ

หากพูดถึงแฟน Art toys เชื่อว่าชื่อ “ลิซ่า ลลิษา” คงขึ้นมาเป็นอันดับต้น เพราะเธอก็ถือเป็หนนึ่งในคนดังที่หลงใหลในความน่ารักของตุ๊กตาเหล่านี้ สังเกตได้จากพวงกุญแจ Crybaby ที่ห้อยอยู่บนกระเป๋า Louis Viutton ไปจนถึงลาบูบู้รุ่น Macoron ที่เธอมีแบบยกบ็อกซ์มาแล้ว จำได้ว่า ตอนนั้นทำเอาค่าตัวลาบูบู้พุ่งสูงสุดๆ

ล่าสุดบนคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ Deadline ที่ลอนดอน ลิซ่า ปรากฏตัวด้วยลุคสุดคิวต์ทลในคอสตูมขนเฟอร์สีชมพู และรองเท้าบู๊ตเข้าชุด ที่สไตลิ่งโดย Brett Alan Nelson ซึ่งกิมมิกของชุดนี้ต้องยกให้กับลาบูบู้ที่ห้อยอยู่บริเวณเอว โดยตุ๊กตาตัวดังกล่าวได้แกะและดีไซน์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง ทั้งส่วนของใบหน้าที่ตกแต่งด้วยตาใหม่และลำตัวที่เปลี่ยนเป็นขนเฟอร์ให้เหมือนกับชุดที่ลิซ่าสวมใส่ สำหรับศิลปินที่มาออกแบบความน่ารักนี่ให้คือ Marko Monroe นั่นเอง


ภาพ: marko_monroe

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ x ครูปาน & ยูนิโคล่ เปิดตัว UTme Thanyarak ชวนครีเอทเสื้อยืด กระเป๋า “The Power of Self-Love”

เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี แห่งการดำเนินงานของ มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการขับเคลื่อนภารกิจสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและตระหนักรู้ในการป้องกันมะเร็งเต้านมของตนเอง

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ

ล่าสุด มูลนิธิถันยรักษ์ฯ โดย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการ ร่วมกับ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นางเขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ และ ครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินชื่อดังของไทย เปิดตัว UTme Thanyarak คอลเล็คชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้แนวคิด “The Power of Self-Love” ผ่านคาแร็กเตอร์ Cocoon น่ารักๆ ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ให้สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ในสไตล์ของคุณลงบนเสื้อยืดและกระเป๋าผ้าที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ด้วยบริการ UTme ที่เป็นการผสานเทคโนโลยีการพิมพ์แบบเรียลไทม์เข้ากับแพลตฟอร์มสร้างสรรค์ลวดลายเฉพาะตัวผ่านหน้าจอสัมผัส ให้ทุกคนสามารถออกแบบและรับสินค้าได้ภายในไม่กี่นาที ทั้งยังสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ณ ร้านยูนิโคล่ 3 สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ เมกาบางนา และไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ – 30 มกราคม 2569

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ คอลแลป ครูปาน และยูนิโคล่ เปิดตัว UTme Thanyarak ชวนครีเอทเสื้อยืด-กระเป๋า “The Power of Self-Love” ที่ไม่ซ้ำใคร เพียงตัวเดียวในโลก! จุดประกายให้ผู้หญิงรักและดูแลตัวเองให้พ้นภัยมะเร็งเต้านม เพื่อคนที่เรารัก

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ

คอลเล็คชั่นนี้มุ่งเน้นให้ผู้หญิงทุกคนหันมา “รักและดูแลสุขภาพของตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก” ผ่านคาแร็กเตอร์ Cocoon ซึ่งครูปานออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสื่อถึงพลังบวก ความสดใส และการมองโลกในแง่ดี โดยนำเสนอผ่าน 4 แนวคิดสำคัญ ได้แก่

  • Optimism : การมองโลกในแง่ดีจากพลังภายใน
  • Embrace : การโอบกอดและเห็นคุณค่าในตัวเอง
  • Mindfulness : การรู้จักพักใจและอยู่กับปัจจุบัน
  • Care : การดูแลสุขภาพกายและใจอย่างสมดุล
มูลนิธิถันยรักษ์ฯ

รายได้ส่วนหนึ่ง ยูนิโคล่ จะร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนภารกิจการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังคงเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของผู้หญิงไทยและทั่วโลก

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ได้ร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวคิด “The Power of Self-Love” ผ่านการวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารและการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของผู้หญิง โดยมุ่งหวังให้ทุกคนในสังคมเห็นคุณค่าในตนเอง และเข้าถึงองค์ความรู้ในการป้องกันภัยมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นไปตามภารกิจของมูลนิธิถันยรักษ์ฯ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า “การป้องกันที่ดีที่สุด คือการค้นพบที่เร็วที่สุด

สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพื่อการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมกับศูนย์ถันยรักษ์ ที่ รพ. ศิริราช โทร. 0-2411-5657-9 หรือศูนย์ถันยรักษ์ โครงการ SIRIRAJ H SOLUTIONS โทร. 0-2414-0833 และทางเว็บไซต์ www.thanyarak.or.th และ Facebook: Thanyarak Breast Center


‘รักเก่าแห่งชาติ อดีตจะกลับมาทวงคืนบัลลังก์ ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 18-24 สิงหาคม 2568

‘รักเก่าแห่งชาติ อดีตจะกลับมาทวงคืน’

ดวงรายสัปดาห์ 18-24 สิงหาคม 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  สำหรับชาวอาทิตย์สัปดาห์นี้คงจะขี้เกียจไม่ได้แล้วล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายสร้างสรรค์ ประโลมโลก เช่น ดนตรี กวี ศิลป์ เพราะเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานสายมู ลึกลับ สอบสวนสืบสวน ซึ่งจะเป็นงานที่สร้างความเครียดและกดดันให้คุณอย่างมาก ไม่ว่าจะสร้างสรรค์งานอะไร นอกจากจะไม่พอใจตัวเองแล้ว ที่สำคัญยังไม่พอใจลูกค้า หรือเจ้านาย ที่คาดหวังฝีมือคุณไว้สูงมาก ก็ค่อยๆ ทำไป เพราะด้วยอำนาจบารมีของตัวคุณก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด

การเงิน  :   คาดว่ารายจ่ายจะเข้ามาจนคุณชักหน้าไม่ถึงหลัง แล้วหากคุณกำลังคิดที่จะติดสินบน หรือทำอะไรที่ไม่โปร่งใสด้วยแล้ว ยิ่งจะนำความหายนะมาให้ เพราะเป็นไปได้ว่าจะถูกหักหลังจนตัวเองล้มละลาย

ความรัก  :   ก็ยังคงอยู่กับอารมณ์รักและหลงอย่างไม่มีเหตุผลอยู่นะคะ ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคู่ครองก็เป็นสามีแห่งชาติด้วยนะ คุณยิ่งตัวติดกันใหญ่เลย  คนโสด  ก็เช่นกัน มีโอกาสที่คุณจะหลงอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างไม่มีเหตุผล เป็นแฟนพันธุ์แท้ หรือ FC ตัวยง ในที่นี้ยังรวมถึงอดีตทั้งหลายแหล่ที่จะกลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง

สุขภาพ  :   ต้องระวังระบบหมุนเวียนเลือดที่จะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนถึงเป็นลมได้ นอกจากนั้นยังรวมถึงความดันด้วย ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะโกโซบิ๊ก

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ต้องบอกว่าสัปดาห์นี้ นอกจากชาวจันทร์จะต้องใช้ความอดทนอย่างมากๆ แล้ว ยังต้องเหนื่อยทั้งกายและใจทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายสื่อมวลขน การข่าว นักข่าว นักประชาสัมพันธ์ หรือผู้ที่อยู่ในฝ่ายความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจ เพราะเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้คุณจะทำงานภายใต้ความเป็นตัวเองมากๆ  แบกรับความผิดชอบไว้คนเดียว ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่ จะนำไปสู่การปะทะกันอย่างรุนแรงจนมีโอกาสที่งานจะไปต่อไม่ได้  ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรรับงานส่วนตัวจะดีกว่า

การเงิน  :  ทำงานหนักอย่างไร แต่ก็ไม่ทันกับรายจ่ายที่เข้ามา เรียกว่าเข้ามือขวาออกมือซ้ายตลอด เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้ไม่เหมาะกับการลงทุนเพิ่ม

ความรัก  :  ทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าคะ อย่าลืมให้เวลากับครอบครัวด้วย เพราะเป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้จะประเด็นให้คุณทะเลาะกันรุนแรงเลย คนโสด  เพื่อนๆ ที่เป็นสาวเก่งทุกคน ระวังความคิดของคุณจะเป็นภัยกับความรักนะคะ เพราะคุณจะคิดถึงแต่งานมากกว่าหัวใจ

สุขภาพ  :   เรื่องท้องไส้ ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะ ยังคงตามมารบกวนการทำงานอยู่ นอกจากนั้นก็อย่าประมาท พวกอุบัติเหตุจากการทำงานหนักแบบไม่หลับไม่นอน

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   สำหรับชาวอังคารจะบอกว่าเป็นสัปดาห์ของเฟรชชี่ก็ได้ เพราะภายใน 7 วันนี้ใครที่กำลังรอข่าวงานใหม่ สถานที่เรียนใหม่ ธุรกิจใหม่ รวมถึงโยกย้ายหน่วยงานใหม่ๆ มีโอกาสได้รับข่าวดี แต่ต้องบอกก่อนว่า นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะเป็นไปได้ว่า คุณยังต้องพบเจอกับความท้าทายที่จะเข้ามาพิสูจน์ความสามารถของคุณอีกยาวไกลเลยทีเดียว แต่หากคุณตั้งใจและอดทนทำงานจนก้าวข้ามผ่านห้วงเวลานั้นไปได้ สิ่งที่จะตอบกลับมานับว่าคุ้มค่าทีเดียว  

การเงิน  :   เป็นไปได้ว่า สัปดาห์นี้คุณมีไหวพริบปฏิภาณเฉียบคมมากๆ  ไม่ว่าจับอะไรก็สามารถสร้างรายได้ได้หมด แต่ขอเตือนว่า ควรทำอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะไม่เช่นนั้นด้วยความใจอ่อนของคุณจะเป็นเหยื่อให้มิจฉาชีพได้ง่ายๆ นอกจากเสียเงินแล้วยังเสียชื่อด้วย  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าภาพของคุณในสายตาคนภายนอกจะเป็นคนมั่นใจในตัวเอง ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ออกงานสังคมมากกว่าอยู่บ้าน แต่หากคุณอยู่ในบ้านแล้วจะเป็นแม่บ้าน ให้ความรักและผูกพันกับสมาชิกในบ้านอย่างมาก   คนโสด  เสน่ห์เต็มๆ ค่ะ สัปดาห์นี้ ทำอะไรก็อยู่กลางสปอตไลท์ตลอด เพราะฉะนั้นก็ไม่ยากหากจะมีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งคุณก็พร้อมจะรักทุกคน

สุขภาพ  :   ภูมิแพ้เด่นมากค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกฝุ่นในบ้าน รวมถึง PM 2.5 ที่อยู่แบบเงียบๆ แต่จะส่งผลให้คุณหายใจไม่สะดวก คัดจมูก ไอ แสบหูแสบตาไปหมด นอกจากนั้นยังต้องระวังการแพ้อาหาร หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สดสะอาดด้วย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ก็ยังคงเป็นสัปดาห์ที่ตึงเครียดของชาวพุธอยู่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายสื่อมวลขน การข่าว นักข่าว นักประชาสัมพันธ์ หรือผู้ที่อยู่ในฝ่ายความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจ ภายใน 7 วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ดนตรี กวี ศิลป์ ก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ไม่กล้าตัดสินใจให้เด็ดขาด จะไปข้างหน้าก็ไม่ได้ ถอยกลับก็ไม่ได้ด้วย ต้องใช้กลยุทธ์ในการปรับตัวอย่างมาก

การเงิน  :   ผันผวนไม่แน่นอน เข้ามือขวาออกมือซ้ายอย่างรวดเร็ว ข้อสำคัญ ด้วยความใจอ่อนและความใจดีของคุณมีโอกาสที่จะเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ง่าย ต้องระวัง!

ความรัก  :   สำหรับชาวพุธ ความคิดเห็น ความเชื่อมั่นในตัวเองก็ยังเยอะอยู่นะคะ แต่ไม่ว่าจะขัดกันแทบทุกเรื่อง คุณกับคู่ครองก็ยังครองคู่อยู่ด้วยกันต่อไป เรียกว่าเป็นคู่บุญกันก็ได้ คนโสด  อดีตรักมีโอกาสกลับมาขอรื้อฟื้นความหลังอยู่นะคะ ซึ่งคุณก็มีท่าทางจะอ่อนไหวด้วยสิ

สุขภาพ   :  ระวังพวกระบบหมุนเวียนเลือดจะมีปัญหา มีความเสี่ยงที่จะมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม จนอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดการบาดเจ็บที่บริเวณขา กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวพฤหัสก็ยังมีโอกาสเกาะติดกับโหมดเอ็นเทอร์เทน เช่น คอนเสิร์ต  นักร้อง นักดนตรี นักประพันธ์ ศิลปะ ศิลปิน ซึ่งเจ้านายหรือผู้บริหารก็เห็นถึงความสามารถ ในการปกครองลูกน้องและการบริหารงาน แต่ก็อย่าเพิ่งคาดหวังความสำเร็จอะไรไว้สูงนัก เพราะเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้งานหรือธุรกิจจะไม่ลื่นไหลอย่างที่คิด ติดปัญหาไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ระวังงานเอกสารจะมีข้อผิดพลาด มีความเสี่ยงที่จะเป็นคดีความได้ทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงตัวคุณก็จะไม่กล้าตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาดด้วย ทางที่ดีจึงควรหาเพื่อนรู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้รู้มีประสบการณ์ด้วย

การเงิน  :   คุณมีความสามารถหางานได้ด้วยอำนาจและบารมีของตัวเอง ซึ่งคุณก็มีทั้งพระเดชและพระคุณ เป็นไปได้ว่าจะหมดกับการเลี้ยงลูกน้องและบริวาร ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่พระคุณจะนำภัยมาให้ด้วย มีโอกาสถูกหลอก ถูกโกงอย่างคาดไม่ถึง

ความรัก  :  แค่อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกันอาจไม่เพียงพอแล้ว ต้องหมั่นบอกรักเติมความหวาน ความมั่นใจให้กันในทุกๆ วัน เพราะเป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้คุณจะเครียดเรื่องงาน จนซีเรียส ตึงเป๊ะทุกเรื่องโดยไม่รู้ตัว  คนโสด  มีโอกาสที่อดีตรักจะกลับมาทวงคืนความสัมพันธ์ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะทำอะไรคุณไม่ได้ค่ะ เพราะช่วงนี้ดวงแต่งงานยังไม่มี

สุขภาพ   :  เรื่องปัสสาวะเด่นมาก อย่ากลั้นปัสสาวะไว้นานๆ มีความเสี่ยงที่กระเพาะปัสสาวะและกรวยไตจะติดเชื้อ ในกรณีที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดก็เรื่องใหญ่เลย นอกจากนั้นสายตาก็ต้องดูแลให้ดี ตระกูลต้อมาเยือนแล้ว  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   อยากบอกชาวศุกร์ว่า แม้ความสำเร็จจะอยู่ตรงหน้า แต่ก็อย่าคาดหวังหรือตั้งความปรารถนาให้สูงกว่านั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายนักประพันธ์ นักเขียนบท สื่อสารมวลชน นักวิทยาศาสตร์ เป็นไปได้ว่าในรอบสัปดาห์นี้ จากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการจะสร้างโอกาสให้คุณได้ริเริ่มหรือบุกเบิกงานใหม่ๆ รวมถึงงานที่ค้างคามานาน ก็ถึงเวลาสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างเสียที แต่เป็นไปได้ว่าคุณจะไม่หยุดอยู่แค่ความพอใจ พยายามจะไขว่คว้าหาความสำเร็จให้มากขึ้น ซึ่งดวงของคุณยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ควรระวังเอกสารทางราชการจะผิดพลาด มีความเสี่ยงเป็นคดีความได้ ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย  

การเงิน  :   เงินจะค่อยๆ มาพร้อมกับความสำเร็จและชื่อเสียง ดังนั้น ช่วงนี้จึงควรประหยัดไว้ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรค้ำประกันให้ใคร หรือเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะรับผิดชอบหนี้เอง

ความรัก :   เป็นไปได้ว่าคุณจะเข้าสู่โหมดปลง เบื่อ อาจเพราะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน คุยกันไม่เกิน 10 คำก็ทะเลาะกันแล้ว ทางที่ดีก็สรรหามุมส่วนตัวของกันไว้บ้างก็เป็นทางออกที่ดี คนโสด  สัปดาห์ที่แล้วหัวใจพลีให้กับงาน มาสัปดาห์นี้ถึงขั้นปลงกับรักเลยทีเดียว  

สุขภาพ  :  มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยจากการทำงานหนัก นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจที่จะต้องดูแลให้ดี นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องวัยทอง กระดูกและฟันด้วย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์นี้ของชาวเสาร์ต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ เป็นเวลาของผู้นำเลยล่ะคะ ภายใน 7 วันนี้จะเป็นการโชว์ทักษะความสามารถในการบริหารจัดการงานหรือธุรกิจ รวมถึงหลักการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณเลยทีเดียว ซึ่งโดยรวมแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี แต่ก็ต้องระวังความใจร้อน กล้าได้กล้าเสีย ความเฉียบขาด การตัดสินใจที่รวดเร็ว แต่หากขาดการพิจารณาให้รอบคอบ ก็มีความเสี่ยงที่งานนั้นๆ จะเกิดความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย   

การเงิน  :  มีโชคจากการลงทุนและทรัพย์สิน ซึ่งคุณก็มีความสามารถในการทำงานหาเงินได้มากๆ อยู่แล้ว แต่ก็ต้องระวังจะใช้จ่ายเกินตัวด้วย

ความรัก  :   หากงานดีมาก เป็นไปได้ที่ความรักจะดีน้อยกว่า ชาวเสาร์ก็เช่นกัน เพราะเป็นไปได้ว่าใจและเสียงของคุณจะเป็นใหญ่กว่าทุกคนในบ้าน  หากสัปดาห์นี้สมาชิกในบ้านจะไม่กล้าเข้าหน้าคุณก็ไม่ต้องแปลกใจ  คนโสด คนทำงานเก่งก็โรแมนติกได้ค่ะ แต่ก็อย่าเพิ่งจริงจังกับใคร เพราะดวงแต่งงานยังไม่มา 

สุขภาพ   :   ทำงานหนักควรพักผ่อนให้เพียงพอด้วย การขับถ่ายก็พยายามให้เป็นปกติ มีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ รวมถึงหากมีอาการทางสมองและหัวใจอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวัง

Play 101 by ETUDE สนุกกับ เมคอัพ ในสไตล์ “Shine your way, Play your step”

Play 101 by ETUDE สนุกกับ เมคอัพ ในสไตล์ “Shine your way, Play your step”

ETUDE จับมือ BEAURTIUM ชวนสาวๆ มาปลดล็อกสกิล เมคอัพ สุดครีเอทีฟ ในคอนเซ็ปต์ “Shine your way, Play your step” ให้ทุกการแต่งหน้ามีแต่ความสนุกกับไอเทมสุดเอนกประสงค์ “แท่งเดียวใช้ได้หลายแบบ” เปลี่ยนทุกลุคให้ไม่ซ้ำใคร แถมราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยน่ารัก

💗 ไฮไลต์เด็ด

  • สินค้ารุ่นพิเศษที่หาซื้อได้เฉพาะที่ BEAURTIUM และ Amorepacific เท่านั้น
  • โปร Exclusive เฉพาะงานเปิดตัว
  • กิจกรรมหน้างาน+ของรางวัลเพียบ ทั้ง 3 สาขา BEAURTIUM ตลอดเดือนสิงหาคม

💎 ไลน์อัพที่สาวๆ ต้องเลิฟ

  • Multi-Blending Piece Highlighter ✨ ผิวโกลว์ ใสแมตต์ ใช้ได้ทั้งหน้าและตา
  • Dual Eye Piece 👀 อายแชโดว์แมตต์+ชิมเมอร์ในตลับเดียว
  • Multi-Blending Piece Blusher 🌸 บลัชออนสีสวย เกลี่ยง่าย พิกเมนต์แน่น
  • Finish Loose Powder 🫧 แป้งฝุ่นโปร่งแสง คุมมัน หน้าเนียน
  • Coloring Gloss 💋 ลิปกลอสสีชัด ปากอิ่มนุ่ม
  • Plumping Lip Primer 💦 ไพรม์เมอร์ริมฝีปาก เนื้อเจล อวบอิ่ม
  • Edge Curl Twist Mascara & Edge Curl Tint Mascara 🖤 ขนตาเด้ง เรียงเส้น ติดทน
  • Jewel Glitter Liner 🌟 กลิตเตอร์ประกายเพชร

📍 Pop Up Booth สุดปัง

  • BEAURTIUM Siam Square Flagship Store: 13–19 ส.ค. 2568
    • ช้อปครบ 1,000.- ลดเพิ่ม 10% + หมุนกาชาปองลุ้นของ 2 ต่อ
    • Shopee Top Play Voting โหวตลุคอินฟลูฯ ลุ้นรางวัล 500.-
    • Share To Play แชร์ภาพจากบูธพร้อมแฮชแท็ก รับของที่ระลึก
  • Mega Bangna: 6–8 ก.ย. 2568
  • Central Ladprao: 20–21 ก.ย. 2568

Play 101 by ETUDE สนุกกับ เมคอัพ ในสไตล์ “Shine your way, Play your step”


ถนอมผิวให้สวยใสดุจผ้ากับ คุชชั่น PEARLfect ของ 3CE

ถนอมผิวให้สวยใสดุจผ้ากับ คุชชั่น PEARLfect ของ 3CE

ชวนเพื่อนๆ มาอวดผิวดุจไข่มุก ไม่ดรอป ไม่เฟดตลอดวัน ในงาน 3CE PEARLfect Cushion Laundromat เปิดตัว Fitting Mesh Cover Cushion ในธีมเก๋ “ร้านซักผิว” ที่มาพร้อมโซนถ่ายรูปสุดชิค และ DIY Cushion Service ที่ซื้อ คุชชั่น แล้วได้ชมโชว์จากโอปป้าสุดหล่อ บอกเลยว่างานนี้ทั้งสวย ทั้งฟิน จึ้งสุดๆ

คุชชั่นใหม่ของ 3CE มาพร้อม เม็ดสี 3CE Super Pearl ช่วยโทนอัพผิวให้แลดูกระจ่างใสสม่ำเสมอ บำรุงด้วยสกินแคร์กว่า 76% และกันแดด ให้ฟินิชซอฟต์แมทผิวสุขภาพดี

ถนอมผิวให้สวยใสดุจผ้ากับ คุชชั่น PEARLfect ของ 3CE

📍 มาเช็คอินรับผิว PEARLfect ได้ที่งาน 3CE PEARLfect Cushion Laundromat ตั้งแต่ 14–17 ส.ค. 68 ที่ Sphere Gallery 1, Emsphere ชั้น M หรือช้อปได้ทุกช่องทาง 3CE Official Stores Shopee, Lazada, TikTok Shop, EVEANDBOY, Beautrium, KONVY และ Watsons 💘 พร้อมโปรโมชันเพียบ


Originals Golf Fall-Winter 2025

แฟชั่น-กีฬาบรรจบอย่างลงตัว! Adidas Originals Golf Fall-Winter 2025

แฟชั่นและกีฬาบรรจบกันอย่างลงตัว! Adidas Originals Golf Fall-Winter 2025 ชูงานดีไซน์หรูหราผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

อาดิดาส กอล์ฟ นำโดยคุณนิศารัตน์ ฉายมงคลชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ อาดิดาส กอล์ฟ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จ “Originals Golf” คอลเล็คชั่นเสื้อผ้าคลาสสิคลุคสุดพรีเมี่ยมของแบรนด์  ด้วยการเชิญเหล่าเซเลปคนดัง อาทิ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์, โทมัส ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์, แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์, เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ และ มายด์ ณภศศศิ สุรวรรณ  ร่วมงาน “Private Celebration Marking The Launch Of Originals Golf Fall- Winter 2025” พร้อมแสดงแฟชั่นโชว์สุดอลังการเปิดตัวดรอปใหม่ ชูความความคลาสสิกและไฮแฟชั่นรุกตลาดนักกอล์ฟไทยต่อเนื่อง ณ ร้าน Raynue ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ เมื่อ 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นักกอล์ฟสามารถพบกับคอลเล็คชั่น Originals Golf คอลเล็คชั่นใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ adidas Brand Center ชั้น 3 Central World, adidas Golf Flagship Store ชั้น 2 ธนิยะช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ และ www.adidas.co.th/th/originals-กอล์ฟ เท่านั้น!

 Originals Golf เป็นคอลเล็คชั่นที่แสดงความเป็นตัวตนของแบรนด์อาดิดาสได้อย่างชัดเจน ปรากฏตัวในสนามกอล์ฟเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ด้วยความเรียบง่ายจากการใช้โลโก้ Trefoil เป็นตัวแทนของการบรรจบกันของแฟชั่นและวัฒนธรรมผ่านกีฬา สื่อให้เห็นว่าอาดิดาสคือผู้นำซึ่งกําหนดการเคลื่อนไหวของแฟชั่นและวัฒนธรรม โดยยังคงมีอิทธิพลในตลาดเครื่องแต่งกายและรองเท้านับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 คุณนิศารัตน์ ฉายมงคลชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจ อาดิดาส กอล์ฟ เผยว่า หลังจาก อาดิดาส กอล์ฟ วางจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายคอลเล็คชั่น “Originals Golf” ไปเมื่อ Spring Summer 2025 ที่ผ่านมา ก็ได้ผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมทั้งจากกลุ่มลูกค้านักกอล์ฟที่รักในแบรนด์อาดิดาสอยู่แล้ว และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่หลงไหลในกอล์ฟแฟชั่น ส่งผลให้อาดิดาสต่อเนื่องความสำเร็จนี้ด้วย Originals Golf Fall-Winter 2025 ทันที โดยการเชิญกอล์ฟเซลิบริตี้รวมถึงคนดังอีกจากหลากหลายวงการ อาทิ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์, โทมัส ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์, แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์, เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ และมายด์ ณภศศศิ สุรวรรณ ร่วมงาน “Private Celebration Marking The Launch Of Originals Golf Fall Winter 2025” ซึ่งนอกจากจะเป็นการฉลองความสำเร็จของคอลเล็คชั่นนี้แล้ว ก็ยังถือเป็นการเผยโฉมคอลเล็คชั่นใหม่ที่จะวางจำหน่ายในไตรมาสสามนี้อีกด้วย

“งานที่จัดขึ้นในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการฉลองให้กับ Originals Golf เท่านั้น แต่มันแสดงให้เห็นว่านี่คือการรวมตัวของผู้คนที่รักในแบรนด์อาดิดาสและเข้าใจถึงวัฒนธรรมกีฬา อันจะนำพาไปสู่สไตล์เหนือระดับและสนุกกับเรื่องราวต่างๆ ทั้งในและนอกเกมส์การแข่งขันในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ตามคอนเซปท์ของ Originals Golf อย่างแท้จริงค่ะ” คุณนิศารัตน์ กล่าว

 สำหรับ Originals Golf Fall-Winter 2025 ที่เผยโฉมและกำลังจะวางตลาดในครั้งนี้ก็ยังคงต่อเนื่องความพรีเมี่ยม คลาสสิก เน้นรายละเอียดที่ปราณีต เติมเต็มสุนทรียภาพจากมรดกสุดคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ของอาดิดาส โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นชั้นสูง ทั้งสำหรับนักกอล์ฟสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี อาทิ Originals Golf Knit Stripe Polo, LS Velour Polo, 2-Color Stripe Polo, Graphic Knit Vest,Trefoil Sweater, Down Jacket และ Elevated Fall Pant นอกจากนี้ยังเติมสีสันใหม่ให้กับชุดกระเป๋า แอคเซสเซอรี่ส์ และรองเท้าในคอลเล็คชั่นนี้อีกหลายรุ่นทั้ง Samba Golf และGazelle Golf อีกด้วย

#adidasgolfthailand #adidasgolf #originalsgolf

ฝากครรภ์

คู่มือฝากครรภ์แม่มือใหม่ ครั้งแรกต้องเตรียมตัวยังไง ตรวจอะไรบ้าง มีกี่ครั้ง?

เชื่อว่าหลายคนที่เพิ่งตรวจพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง มักจะได้รับคำแนะนำให้ทำการฝากครรภ์ แต่ก็มีคำถามว่า ฝากครรภ์ต้องทำอะไรบ้าง ไปฝากครรภ์ต้องเตรียมอะไรบ้าง หรือกังวลว่าฝากครรภ์ครั้งแรก หมอตรวจอะไรบ้าง? ซึ่งเป็นคำถามที่พบบ่อยมากจากคนไข้ที่เข้ามาคลินิกในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ 

สำหรับคุณแม่มือใหม่ป้ายแดงที่ยังมีข้อสงสัย และกังวลกับเรื่องเหล่านี้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฝากครรภ์กัน

ฝากครรภ์ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

การฝากครรภ์ คือกระบวนการที่คุณแม่ตั้งครรภ์เข้ามาตรวจร่างกายเป็นระยะ โดยมีแพทย์ช่วยติดตามการเจริญเติบโตของทารก รวมถึงสุขภาพของคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งการฝากครรภ์ควรเริ่มฝากได้ทันทีที่ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์

โดยความสำคัญของการฝากครรภ์ คือ ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติของแม่หรือทารกได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะโลหิตจาง รวมถึงการตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารก จะช่วยลดความเสี่ยงแท้งบุตร ไปจนถึงการเสียชีวิตของแม่และทารกอีกด้วย

นอกจากนี้ การฝากครรภ์ยังช่วยให้คุณแม่คุณพ่อมือใหม่ ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน การเตรียมตัวสำหรับการคลอดบุตร ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีที่สุด

การฝากครรภ์ มีทั้งหมดกี่ครั้ง ตรวจอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการฝากครรภ์

การฝากครรภ์ จะแบ่งเป็นช่วง ๆ ตามอายุครรภ์ โดยแพทย์จะนัดตรวจกี่ครั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน ถ้าเป็นครรภ์ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-8 ครั้ง เรียกว่า การฝากครรภ์คุณภาพ แต่ถ้าเป็นครรภ์เสี่ยงสูง แพทย์อาจนัดถี่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย

ช่วงที่ 1 (เริ่มตั้งครรภ์ถึง 14 สัปดาห์)

ในระยะแรกของการฝากครรภ์ จะเน้นยืนยันการตั้งครรภ์ และประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอน โดยแพทย์อาจนัดตรวจทุก 4 สัปดาห์ หรือประมาณเดือนละครั้ง โดยแพทย์จะตรวจ ดังนี้

  • ตรวจเลือด, ตรวจปัสสาวะ, ตรวจสุขภาพทั่วไปของมารดา
  • ประเมินอายุครรภ์
  • ตรวจอัลตราซาวนด์ดูว่าเป็นการตั้งครรภ์ปกติหรือเป็นท้องนอกมดลูก ยืนยันอายุครรภ์และกำหนดคลอด
  • รับยาแก้แพ้ท้อง ยาบำรุงครรภ์และแนะนำการปฏิบัติตัวในช่วงตั้งครรภ์

ช่วงที่ 2 (อายุครรภ์ 15-28 สัปดาห์)

ในช่วงที่ 2 ของการฝากครรภ์จะเน้นไปที่การเจริญเติบโตของทารก และการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยแพทย์มักจะนัดตรวจทุก 4 สัปดาห์ หรือตามความเหมาะสม โดยแพทย์จะตรวจ ดังนี้

  • ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง
  • ตรวจอัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์ของทารก การเจริญเติบโต และเพศของทารก
  • กรณีมีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรม อาจต้องเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม
  • ฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันบาดทะยักและไอกรน เป็นต้น

ช่วงที่ 3 (อายุครรภ์ 29-40 สัปดาห์)

ในช่วงสุดท้ายของการฝากครรภ์ แพทย์จะนัดถี่ขึ้นเป็นทุก 2-3 สัปดาห์ และสัปดาห์ละครั้งในช่วงใกล้คลอด โดยแพทย์จะตรวจ ดังนี้

  • อัลตราซาวนด์ประเมินน้ำหนักตัว ท่าของทารกในครรภ์ ปริมาณน้ำคร่ำ และการกลับศีรษะของทารกลงสู่อุ้งเชิงกราน
  • สอนนับลูกดิ้น เพื่อดูว่าเด็กแข็งแรงดีหรือไม่
  • การตรวจเลือดช่วงใกล้คลอด และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับบาดทะยัก
  • หากพบอาการผิดปกติ เช่น ท้องแข็งถี่ มีน้ำเดิน ลูกดิ้นน้อย ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์

เตรียมตัวก่อนไปฝากครรภ์ พ่อแม่มือใหม่ต้องทำอะไรบ้าง  

ก่อนไปฝากครรภ์ครั้งแรก มีข้อแนะนำให้คนไข้เตรียมตัวดังนี้

  • เลือก โรงพยาบาลหรือคลินิกที่อยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก เพราะช่วงไตรมาสสุดท้ายอาจต้องมาตรวจบ่อย ๆ และเตรียมพร้อมสำหรับกรณีมีเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บท้องคลอดกลางคืน
  • เลือกแพทย์ที่คนไข้รู้สึกสบายใจในการพูดคุย มีประสบการณ์ และสามารถติดตามดูแลต่อเนื่องได้ตั้งแต่ฝากครรภ์วันแรกจนถึงวันคลอด 
  • เลือกสถานพยาบาลตามงบประมาณที่มี เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแต่ละที่ และอย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ที่คนไข้มี เช่น บัตรทอง ประกันสังคม หรือประกันสุขภาพ ก่อนตัดสินใจฝากครรภ์

ไปฝากครรภ์ หมอตรวจอะไรบ้าง

ฝากครรภ์ครั้งแรกตรวจอะไรบ้าง

เมื่อไปฝากครรภ์ครั้งแรก หมอตรวจอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ ในการฝากครรภ์ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด จากนั้นจะมีการตรวจร่างกายทั่วไป และตรวจเพิ่มเติมดังนี้

  • วัดน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อติดตามการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ไหม 
  • วัดความดันโลหิต จะทำทุกครั้งที่คุณแม่มาฝากครรภ์ เพื่อเฝ้าระวังภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ 
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาโปรตีนหรือน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • เจาะเลือดตรวจครรภ์ เพื่อตรวจสอบกรุ๊ปเลือด, โรคทางพันธุกรรม, ภาวะโลหิตจาง, ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, HIV, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น
  • อัลตราซาวนด์ เป็นการตรวจที่สำคัญมากในการฝากครรภ์ ช่วยยืนยันอายุครรภ์ ดูการฝังตัวของตัวอ่อน ตรวจดูจำนวนทารก ประเมินการเจริญเติบโต และตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ 

เตรียมให้พร้อม เอกสารที่ต้องใช้ฝากครรภ์ มีอะไรบ้าง?

เมื่อต้องไปฝากครรภ์ครั้งแรก สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ เอกสารฝากครรภ์ การเตรียมเอกสารเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้ขั้นตอนการฝากครรภ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ติดขัด โดยทั่วไปแล้ว ฝากครรภ์ใช้เอกสารอะไรบ้าง หรือฝากท้องต้องใช้อะไรบ้างนั้น หลัก ๆ ได้แก่

  • บัตรประจำตัวประชาชน ของคุณแม่และคุณพ่อ (ถ้ามี)
  • ประวัติการรักษา หรือข้อมูลสุขภาพที่สำคัญ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม การแท้ง การคลอดบุตร เป็นต้น
  • ข้อมูลประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งจะนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนรอบล่าสุด

ฝากครรภ์อย่างอุ่นใจที่ ธนวรรธน์ คลินิก 

การฝากครรภ์ไม่ใช่แค่การจดบันทึกว่าเราท้องกี่สัปดาห์แล้ว แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยดูแลทั้งสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ ให้มีพัฒนาการที่ดี ปลอดภัย จนครบกำหนดคลอด

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่อยากฝากครรภ์อย่างอุ่นใจ สามารถปรึกษาได้ที่ ธนวรรธน์ คลินิก มีแพทย์พร้อมดูแลคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส ใส่ใจทุกขั้นตอน และยังช่วยวางแผนคลอดที่ปลอดภัย มีความเหมาะสมกับแต่ละเคสอีกด้วย

หากยังมีข้อสงสัย อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะปรึกษา ธนวรรธน์ คลินิก ได้ที่

  • Facebook : Thanawat Clinic
  • Line : @thanawatclinic
  • Tel : 095-056-6446

รู้ทันต้นตอภูมิพัง I Health Matters (EP.9)

รู้ทันต้นตอภูมิพัง I Health Matters (EP.9)

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ภูมิตก” แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร และเกิดจากอะไรบ้าง? ใน Health Matters (EP.9) นี้ ทิชาจะพาไปไขคำตอบ พร้อมคุณหมอแทน นายแพทย์ธนีย์ ธนียวัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด วิกฤตบำบัด และการปลูกถ่ายปอด ที่มาอธิบายว่าอาการเจ็บป่วยซ้ำๆ อย่างหวัด ไข้ หรือร้อนใน อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่อาจเกี่ยวข้องกับ “ระบบภูมิคุ้มกัน” ที่อ่อนแอโดยไม่รู้ตัว มาทำความเข้าใจว่าอะไรคือตัวการทำลายภูมิ และเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยบูสต์ภูมิให้แข็งแรง

1:33 “ภูมิคุ้มกันตก” คืออะไร?
2:12 เราจะรู้ได้ยังไงว่ากำลัง “ภูมิตก”?
4:11 ภูมิตก กับ ภูมิแพ้ เหมือนกันไหม?
4:57 ต้นตอทำ ภูมิตก?
5:50 อาหารทำให้ภูมิตกได้ยังไง?
7:51 วิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี จำเป็นไหม?
9:24 IF มีผลต่อภูมิคุ้มกันไหม?
10:27 ฝุ่น ควัน เครียด กินไม่ดี นอนดึก ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันยังไง?
11:57 ถ้าภูมิตกสะสม แล้วไม่ดูแล จะเป็นอะไร?
13:35 ลำไส้เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันจริงไหม?
15:29 ภูมิตก / SLE / HIV ต่างกันยังไง?
16:42 แข็งแรง กินคลีน ออกกำลังกาย ยังภูมิตกได้ไหม?
17:19 คุณหมอเคยภูมิตกไหม?
18:15 เริม กับ งูสวัด เกิดจากอะไร?
22:47 เครียดแค่ไหนถึงทำให้ภูมิตก?
24:29 ถ้าเลือกได้ 1 อย่าง เพื่อไม่ให้ภูมิตก?
25:22 ถ้าภูมิตก ใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหน?
27:26 อยากมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ต้องทำยังไง?

▶️ รับชมแบบ Full EP ได้ 2 ช่องทาง YouTube: Praew Magazine และ Facebook: นิตยสารแพร

🎧 ฟังเวอร์ชั่นเสียง Praew Podcasts
Spotify: https://spoti.fi/3HrUeWq
Apple Podcasts: https://apple.co/43KPFOm
Soundcloud: https://bit.ly/4kwDGLz

Digital Beauty Editor & Producer: Lutairat Chaiya


ภัทราวดี มีชูธน 

ครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน กับ บทเรียน 77 ปี

นักแสดง ผู้จัดละคร  ศิลปินแห่งชาติ ครู และแม่  คือหลากหลายบทบาทของ ‘ครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน’ ที่ล้วนแล้วแต่แต่งแต้มไปด้วยสีสันจัดจ้านและห่างไกลจากคำว่า “ราบเรียบ” 

ย้อนกลับไปช่วงวัยรุ่น ครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน คือหัวขบถที่อยากหนีแม่เที่ยว แต่บังเอิญพบว่าตัวเองมีหัวการค้า จึงเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจเรือสำราญล่องแม่น้ำในวัย 16 ปี ฟากความรัก ผ่านการแต่งงาน 3 ครั้งและหย่าทั้ง 3 ครั้ง บาดแผลจากรักเมื่อผนวกกับการโหมงานหนัก ทำให้ป่วยเป็นซึมเศร้าแรมปี ยังไม่นับที่เคยถูกคนไว้ใจโกงเงินถึง 15 ล้านบาท ชีวิตผ่านมาหลายสนาม ตกตะกอนจนเป็นบทเรียนไว้สอนเด็กๆ ในโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน หลายต่อหลายรุ่น นอกจากเป็นครูสอนศิษย์ ชีวิตก็สอนเธอด้วยเช่นกัน

นี่คือบทเรียนตลอด 77 ปี ที่ครูเล็กอยากเล่าให้ฟัง

ทราบว่าตครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน กับการทำซีรีส์ ‘ขมจนขำ’ เรื่องราวเป็นยังไงคะ 

“เรื่องนี้เล่าถึงจิตวิทยาการเลี้ยงดูบุตรและดูแลเด็กที่มีปัญหา เพราะอยากจะบอกคนดูว่า เวลาเจอปัญหาไม่ว่าจะของคนอื่นหรือของตัวเอง อย่าเครียด ให้แก้โดยใช้ทฤษฎี Icebergคือการค้นหาปัญหาเบื้องลึกในจิตใจ เหมือนเวลาเรามองภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่พ้นเหนือน้ำสูงเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับส่วนที่อยู่ข้างล่าง หากค้นเจอต้นตอเบื้องลึกจะช่วยได้มาก หรืออย่างน้อย ถ้าไม่เข้าใจปัญหานั้น ก็ให้มองว่าเขาเป็นเขา และเราเป็นเรา จะอยู่ร่วมกันอย่างไรโดยไม่เกลียดกัน ซีรี่ส์นี้จะทำหน้าที่ตอบคำถามเหล่านั้น อยากให้คนดูรู้สึกว่า เห็นปัญหาแล้วยังขำได้ เพราะปัญหาขมๆ ในชีวิตมีเยอะ แต่ท้ายสุดมนุษย์เพียงต้องการใครสักคนที่เข้าใจก็เท่านั้นเอง ตอนนี้ถ่ายทำใกล้จบแล้ว มีแผนจะฉายช่วงสิ้นปีนี้ค่ะ”

เนื้อหาดูต่างจากเทรนด์ซีรี่ส์ยุคนี้เหมือนกันนะคะ

“ใช่ค่ะ เพราะในวงการโทรทัศน์มีหนังละครเกี่ยวกับการฆ่ากัน หรือเรื่องราวที่สื่อถึงความโหดร้ายเยอะพอแล้ว น่าจะเสริมให้สังคมคิดอีกแบบ ซึ่งเรื่องนี้จะเล่าถึงเด็กที่ชอบฆ่าตัวตาย ป่วยเป็นซึมเศร้า หรือแอสเพอร์เกอร์ (โรคที่มีความผิดปกติในการเข้าสังคม) ฟังดูหนัก แต่เราแตะเพียงเบาๆ ไม่ได้แสดงด้านโหดร้าย ซึ่งครู พ่อแม่ บุคคลทั่วไป ดูได้ทุกวัย จะได้ข้อคิดว่าควรมองปัญหาอย่างไร”

ทำไมถึงสนใจเด็กมีปัญหาคะ

            “ที่ผ่านมาดิฉันทำงานกับเด็กมีปัญหามามาก อย่างที่โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน เด็กก็มีปัญหาเยอะ เช่น เด็กโดนสปอยล์ เด็กขี้เกียจ เด็กพิเศษ ฯลฯ ถึงขั้นที่บางแห่งไม่รับเด็กเข้าเรียนด้วยซ้ำ แต่เราก็รับมาเป็นลูกศิษย์และสอนจนเขาสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ บางคนจบเกียรตินิยมก็มี ดิฉันถึงบอกว่า เด็กเลวไม่มีบนโลกนี้ เด็กโง่ก็ไม่มี มีแต่เด็กที่อยากค้นพบตัวเอง โดยครูต้องให้โอกาสเขา คนรอบข้างก็ต้องมีเมตตา เพราะผู้ใหญ่บางคนที่ไม่เข้าใจก็รังเกียจเด็ก สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องสั่งสอน เพราะพ่อแม่อาจไม่มีความรู้ เลี้ยงมาเพราะความรักและตามแนวคิดที่ตัวเองเข้าใจ “สำคัญคือครูต้องช่วยเด็กค้นให้เจอว่า เขาชอบอะไร แล้วหาครูพิเศษเฉพาะทางมาสอนโดยเฉพาะ เด็กจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาชอบสามารถกลายเป็นอาชีพได้ เราจ้างครูโดยไม่หวงเรื่องสตางค์เพราะเราห่วงเด็กมากกว่าเงิน และที่นี่มีมูลนิธิจึงมีเงินช่วยเหลือ

“ยกตัวอย่างเช่น มีเด็กคนหนึ่งเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่ชอบถักผ้ามาก ดิฉันรู้จักกับคุณมุก (เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ศิลปินสิ่งทอ อันดับต้นของประเทศ) คุณมุกก็มาสอนทอผ้า ด้วยการนำเศษผ้า ขยะ มาทอเป็นรูปภาพต่างๆ ซึ่งเปิดโลกทัศน์เด็กมาก หรืออย่างช่วงโควิด เด็กหลายคนกลับบ้านไม่ได้ ก็ใช้เวลาว่างตรงนั้นมาทำซีรี่ส์กันเล่นๆ ไม่ได้ไปฉายที่ไหนหรอกค่ะ แต่เป็นการฝึกเขา ชวนผู้กำกับมือรางวัลมาช่วยกำกับ ให้เด็กฝึกตีเสลท ดูบท อย่างน้อยให้เขาได้ประสบการณ์ ดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ

“เพราะฉะนั้นความรู้ไม่ใช่แค่ในตำรา และความถนัดของเราก็ไม่เหมือนกัน เด็กที่จบจากที่นี่หลายคนที่เรียนไม่เก่ง แต่สามารถเติบโตเป็นเอกในสายอาชีพของเขา เช่น นักดนตรี นักวาดรูป น่าภูมิใจมาก”

การได้เห็นเด็กมีชีวิตดีขึ้น คนเป็นครูได้อะไร

            “ความสุขที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ซื้อได้ด้วยเวลาของเรา คือเราต้องให้เวลา บางทีต้องนอนคิด จะช่วยเขาอย่างไรดี ทดลองทุกวัน วันนี้ไม่เวิร์ค พรุ่งนี้ทำใหม่ นี่คือการให้เวลา ก็สนุกดีเหมือนกันนะ คล้ายนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลอง ทุกเช้าที่ตื่นมาจึงมีความหวัง เพราะมีเรื่องให้ทำ ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกว่า แก่แล้วจะตื่นไปเพื่ออะไร ให้นั่งรอความตายหรือ ก็ไม่ตายสักที เพราะฉะนั้นหาอะไรทำ ให้ชีวิตมีความหวังดีกว่า”

ในชีวิตที่มีพร้อมทุกอย่าง บางคนคงเลือกเกษียณ ทำไมจึงตัดสินใจทำงานต่อคะ

“คุณแม่มีความตั้งใจอยากให้ลูกใช้ชีวิตบั้นปลายทำอะไรเพื่อคนอื่น ท่านเคยบอกว่า ลูกโชคดีที่เจอครูดีๆ ทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นหน้าที่เราคือการถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่น อย่ามัวแต่คิดหาประโยชน์ใส่ตน ถ้าประสบความสำเร็จต้องแบ่งปัน อาจจะไม่ใช่เงิน เพราะเดี๋ยวก็หมด แต่เป็นความรู้ และในชีวิตที่ประสบความสำเร็จแล้ว มีเงิน มีลูกเลี้ยงดู ไม่ลำบากอะไร ก็ควรช่วยคนอื่นได้แล้ว

            “ขณะเดียวกันก็ชอบการเป็นครู สมัยยังเด็ก ดิฉันเรียนร้องรำทำเพลงมาจากโรงเรียนราชินี พอกลับถึงบ้านก็มาฝึกเล่นละคร ร้องลิเกต่อ แต่เล่นคนเดียวไม่สนุก อยากหาเพื่อนเล่นด้วย แต่เด็กๆ วัดระฆังที่อยู่ในละแวกบ้านร้องรำทำเพลงไม่เป็น เราก็สอนเขา แต่งเนื้อเพลงให้เขาร้องบ้าง สอนแสดงบ้าง พอโตขึ้นได้มาเล่นละครเวที บางครั้งไม่มีคนแสดงด้วย ก็ต้องสอนเพื่อให้มีคนเล่นด้วย จึงได้พัฒนาทักษะความเป็นครู เมื่อก่อนเป็นครูเพื่ออาชีพ แต่พอโตขึ้น คิดว่าเราสอนศิลปินมากมาย สอนคนธรรมดาบ้างคงจะดี จึงเป็นที่มาของโรงเรียนภัทราวดี หัวหิน เมื่อ 15 ปีที่แล้ว”

เคยโมโหเด็กบ้างไหม

            “มีค่ะ ขนาดพระท่านยังมีอารมณ์โมโหเลย แต่ต้องควบคุมตัวเอง หายใจเข้า-ออกลึกๆ เป็นการเรียกสติกลับมา ก็จะเย็นลง แน่นอนว่ามีท้อบ้าง จนบางครั้งเคยแอบคิดว่า ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ลูกใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่หน้าที่ฉันสักหน่อย’ แต่ที่จริงคือหน้าที่เรา เพราะเราเป็นครู เราแพ้ไม่ได้ ถ้าปล่อยเขาไปแล้วก่อปัญหาให้สังคมคงจะแย่ หน้าที่ของครูก็คือแก้ไขปัญหาสังคม ก็สอนไปตามธรรมชาติ อย่าไปเครียดมาก เพราะสุดท้ายมนุษย์ก็เป็นไปตามบุญตามกรรม เราสอนเขาได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว มีอยู่ปีหนึ่งที่ช่วยให้เด็กที่อ่อนภาษาอังกฤษมาก ชนิดที่พูดไม่ได้เลย สามารถพูดคำว่า Hello, How are you?ได้สำเร็จ แค่นี้ก็น้ำตาไหลแล้ว”

ครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน สอนวิชาอะไรบ้างคะ

            “สอนแกรมม่าวิชาภาษาอังกฤษและวรรณคดีไทย โดยสอดแทรกธรรมะเข้าไปด้วย เพราะสมัยนี้วิชาการ เทคโนโลยีก้าวไปไกลมาก เรื่องน่าเป็นห่วงคือ จิตใจจะไปได้ไกลเหมือนกันไหม เด็กเรียนเก่งก็มีปัญหาเยอะนะคะ เพราะเขาเห็นแก่ตัว กลัวไม่เก่ง ไม่ใช่ว่าเขาเลวร้าย แต่เขาอยากรักษาความเก่งอยู่เสมอ ดิฉันเคยมีเพื่อนเป็นเด็กมหาวิทยาลัย Harvard เขาตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพียงเพราะสอบได้เกรดบี ซึ่งก่อนหน้าเขาได้เอมาตลอด ฟังแล้วตกใจ เพราะถ้าเป็นเรา แค่เข้า Harvard ได้ สอบได้เกรดซีคงแฮปปี้แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องสอนให้เด็กบาลานซ์เป็น ชีวิตกับวิชาการต้องคู่กัน ไม่อย่างนั้นคนเก่งของเราจะพินาศหมด 

“แต่การจะสอนธรรมะให้เด็กยุคนี้ฟังด้วยหลักธรรมต่างๆ คงน่าเบื่อ ต้องมีวิธีพูด เช่น เล่าด้วยนิทาน ดูรูป เปิดโอกาสให้เด็กวิเคราะห์ โดยไม่ตัดสินว่าใครผิด-ถูก รวมถึงแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง เพราะชีวิตของเราก็เซียนพอสมควร เคยดื้อรั้น เจอปัญหาเยอะ เด็กจะเชื่อหรือไม่ ไม่สำคัญ อย่างน้อยข้อมูลได้เข้าไปอยู่ในสมองเขาแล้ว เมื่อเขาเดือดร้อนเป็นทุกข์ จะย้อนคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เหมือนดิฉันในวัยเด็ก ที่แต่ก่อนอาจารย์พูดอะไรก็เถียง แต่พอเป็นทุกข์ขึ้นมา ก็จะนึกถึงวันที่เถียงท่าน อยากกลับไปขอฟังอีกทีว่า วันนั้นอาจารย์สอนว่าอะไรนะคะ” (หัวเราะ) 

ดูเหมือนมนุษย์จะรู้จักทุกข์ เมื่อมีทุกข์นะคะ

            “ใช่ค่ะ ถ้าสุขดีก็เพลิน แต่ทุกข์มาทุกวัน เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ถ้าเราให้โอกาสเด็กเล่าว่าชีวิตมีทุกข์อะไรบ้าง เขาจะเริ่มเข้าใจทุกข์เล็กๆ อีกหน่อยพอเจอทุกข์ใหญ่ ก็จะเข้าใจง่ายขึ้น เพราะชีวิตมนุษย์เริ่มจากทุกข์เล็กๆ นี่แหละ 

“อย่างเด็กๆ ความทุกข์ของเขาคือขี้เกียจเรียนหนังสือ ก็จะบอกว่า บางวันครูก็ขี้เกียจตื่นมาสอนหนูเหมือนกัน ซึ่งความขี้เกียจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่เพราะครูคิดถึงหน้าพวกหนู ถ้าครูไม่มา หนูจะไม่ได้ประโยชน์ พ่อแม่ก็จะเสียใจ ครูไม่อยากทำให้ใครเสียใจ เพราะทุกนาทีของชีวิตคือการเรียนรู้ ถ้าหนูนั่งว่างๆ ปล่อยให้เวลาไหลคงไร้ประโยชน์ เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งที่นำกลับคืนมาไม่ได้ ครูจึงต้องทำหน้าที่เพื่อให้หนูมีความรู้และมีความสุข ก็จะอธิบายเด็กแบบนี้”

ประสบการณ์เรื่องไหนของครูเล็กที่เด็กๆ หยุดฟัง

            “เรื่องที่เฮ้ว เกเร ประมาณว่า เคยปีนประตูหนีแม่ไปเที่ยว จนแม่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะรอลูก พอกลับถึงบ้านก็โดนเอ็ด ตอนนั้นเราโกรธแม่ ไม่เข้าใจ แต่พอโตขึ้นก็เริ่มเข้าใจว่าแม่เป็นห่วง ก็ต้องฝึกตัวเองใหม่จะเที่ยวอย่างไงไม่ให้คนที่รักเราเดือดร้อน เพราะจะให้หยุดเที่ยว ตัดทุกอย่างคงทำไม่ได้ เราไม่ใช่พระอรหันต์”

แล้วแอบหนีเที่ยวด้วยวิธีไหน

            “ย้อนกลับไปตอนอายุ 16 เพิ่งกลับจากไฮสคูลที่อังกฤษมาอยู่เมืองไทย อยากเที่ยวมาก แต่ยุคนั้นด้วยข้อบังคับต่างๆ เที่ยวยากกว่าสมัยนี้ บังเอิญแม่มีเรือสำราญที่ไม่ได้ใช้งานจอดอยู่หน้าบ้าน และบังเอิญว่าได้รู้จักเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานอยู่โรงแรมโอเรียนเต็ล เขาเคยเล่าปัญหาให้ฟังว่า แขกชอบนั่งเรือไปเที่ยวตามแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางคืน แต่ไม่มีเรือพาเที่ยว เราก็เกิดไอเดีย ใช้เรือที่บ้านเราพาแขกเที่ยวสิ ส่วนเราก็จะอาศัยโอกาสนี้แวะไปเที่ยวด้วย (หัวเราะ) นั่นจึงเป็นที่มาของธุรกิจเรือสำราญลำแรกของไทย 

“ตอนนั้นก็ขอแม่ว่าจะนำเรือสำราญที่บ้านไปทำงานนะ แม่ก็ไม่ว่าอะไร เราก็จ้างคนมาทำอาหาร มีดนตรีบนเรือ โดยเริ่มล่องเรือออกจากโรงแรมโอเรียลเต็ลช่วงหัวค่ำ และวนกลับไปส่งแขกที่โรงแรมช่วง 2 ทุ่ม ช่วงระหว่างที่แขกไปล่องเรือ ดิฉันก็อาศัยจังหวะนั้นไปเจอเพื่อน ฟังเพลง พอเที่ยวเสร็จก็นั่งเรือแม่กลับบ้าน วิธีนี้วินทั้งสองฝ่าย คือแม่ไม่เป็นห่วงเพราะลูกมีเรือให้กลับ ส่วนเราก็ได้งาน ได้เงิน ได้ประสบการณ์ ได้เที่ยว สารภาพตามจริงคือ ไม่ได้คิดเรื่องทำมาหากิน คิดแค่อยากเที่ยว แต่ปรากฏว่ารายได้ดี รวยมาก เริ่มรู้จักการทำมาค้าขาย รู้จักจ่ายเงินให้คนนู้นคนนี้ รู้เรื่องกำไรขาดทุน”

เด็กอายุ 16 ทำได้ขนาดนี้ เคยเห็นตัวอย่างการทำเรือสำราญมาก่อนหรือเปล่า

         “ไม่ค่ะ แค่รู้จักนำปัญหาเพื่อนและปัญหาตัวเองมาเชื่อมโยงกัน ซึ่งตอนนั้นก็มีผู้ใหญ่ที่ไม่เชื่อมั่นในตัวดิฉันนะ ประโยคที่จำได้ไม่ลืมคือ ‘เด็กอายุ 16 จะเชื่อถือได้ยังไง’ ฟังแล้วโกรธมาก เพราะคิดว่าตัวเองโตเป็นสาวแล้ว ปรากฏว่าทำธุรกิจนี้ได้เพียงปีเดียวก็ต้องเลิกเพราะอกหัก เพราะฉะนั้นที่ผู้ใหญ่พูดก็ถูกของเขา” (หัวเราะ)

เรื่องเป็นยังไงนะคะ

“ตอนนั้นเป็นรักวัยรุ่น ก็อกหักจากแฟนค่ะ เจ็บมากจนไม่อยากอยู่เมืองไทย เลยขอแม่กลับไปเรียนต่อไฮสคูลที่อังกฤษ ทิ้งธุรกิจไปเลย ถามว่ากระทบมากไหม ก็ไม่นะ เรือก็แค่กลับมาจอดหน้าบ้านเหมือนเดิม ไม่ได้เสียอะไร มองอีกมุมก็เหมือนละทิ้งหน้าที่ เพียงแต่เราก็ได้กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง คือการเรียนต่อ ข้อดีของการทำธุรกิจตอนนั้น คือเป็นไอเดียให้คนอื่น เพราะเมื่อเรียนจบกลับมาอยู่เมืองไทย เห็นคนทำธุรกิจเรือสำราญเต็มแม่น้ำเจ้าพระยา ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่เราไม่อยากทำแล้ว เพราะไม่อยากแย่งชิงกับใคร”

คุณแม่เคยต่อว่าไหม

“ไม่ได้ว่าอะไร ถึงแม้จะมีเรื่องมีราวให้แม่ปวดหัว แต่เป็นหน้าที่ของแม่ ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ท่านจะซัพพอร์ตลูกเสมอ และแม่ใจกว้าง ยอมปล่อยให้เราได้เจออะไรที่ไม่ดีไม่งามบ้าง 

“ที่จริงสมัยอยู่โรงเรียนราชินียังไม่แซ่บนะ จนกระทั่งเรียนไฮสคูลที่อังกฤษ เขาปลูกฝังความเป็นตัวเอง ให้กล้าแสดงออก กลับมาไทยจึงเริ่มดื้อกับแม่ ถ้ามองย้อนกลับไป ก็รู้สึกว่าเป็นธรรมดาของวัยรุ่นที่ต้องดื้อ เพราะเป็นวัยที่ค้นหาตัวเองและค้นหาวิธีการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง ถ้าเราอยู่ในโอวาทตลอดเวลา ไม่กล้าทำอะไรนอกกรอบ ไม่น่าจะดี ถ้าได้เจอความล้มเหลว หัวร้างข้างแตกบ้าง จะได้บทเรียนที่เราจดจำมากกว่าถูกคนอื่นสอน” 

บทเรียนชีวิตครั้งไหนของ ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ที่จำได้ไม่ลืมคะ

“เยอะมากจนเล่าไม่ไหว (หัวเราะ) แต่ถ้าให้ยกตัวอย่าง หนึ่ง เรื่องเงิน ธรรมชาติของเงินคือสุดท้ายจะหมดไป และบางครั้งถึงไม่ใช้เอง ก็ต้องมีเรื่องคนโกงหรือถูกขอยืม ดิฉันเคยถูกเพื่อนโกงเงินไป 15 ล้านบาท ตอนที่แม่รู้ แม่ก็ถามว่า เขาเอาปืนมาจ่อหัวจี้ให้เราโอนเงินหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่ แม่จึงบอกว่า ที่เขาโกง เพราะเราอนุญาตให้เขาโกง และเรายังไม่ฉลาดพอ ท่านไม่เคยใช้คำว่าโง่นะคะ แค่บอกว่าเรายังรู้ไม่มากพอ เพราะฉะนั้นเป็นความผิดทั้งเขาและเรา ซึ่งเราคุมความคิดเขาไม่ได้ แต่ควบคุมตัวเองได้ ก็ต้องฉลาดขึ้น แม่จึงบอกว่า ครั้งนี้ถือว่าทำทานเพราะเงินหาใหม่ได้ แต่ถ้าจะไปโกรธเคือง ฆ่าแกงให้เขาตาย เราจะเดือดร้อน คิดได้อย่างนั้นก็สบายใจ นับจากนั้นทำอะไรก็ตาม จะรอบคอบมาก อ่านเอกสารหลายครั้งและจะลงมือทำเองทุกอย่าง เพราะเมื่อก่อนขี้เกียจ ให้คนอื่นทำเอกสารให้ ที่พลาดเสียเงินเสียทองเยอะ ก็เพราะความขี้เกียจนี่แหละ 

“ข้อต่อมาคือ ยอมรับความสูญเสีย เมื่อก่อนความสูญเสียเป็นเรื่องใหญ่ เคยกระเป๋าหาย โกรธแทบตายเป็นเดือนๆ แต่ทุกวันนี้ไม่เป็นแล้ว เวลาอะไรหายจะตั้งสติ ถ้าดูกล้องวงจรปิดแล้วรู้ว่ามีคนหยิบไป ก็จะเรียกเขามาคุย ถามเขาว่า เดือดร้อนหรือเปล่า มีอะไรให้ช่วยไหม บางคนเขายอมรับและแก้ไข บางคนปรับตัวไม่ได้ก็ต้องให้เขาจากไป 

“การสูญเสียยังหมายถึงบางสิ่งที่เราปลุกปั้นมา เช่น เด็กบางคน เราสอน ฝึกเขามาเกือบตาย แต่กลับไปทำงานกับคู่แข่ง หรือแย่งงานเราก็มี เมื่อก่อนเศร้า โกรธ แต่ทุกวันนี้บอกตัวเองว่า ดีแล้ว เพราะฉันจะได้ฝึกเด็กคนใหม่ จะได้เป็นครูที่เก่งขึ้น อาจเหนื่อยหน่อยแต่ไม่เป็นไร หน้าที่ครูคือสอนคนให้เก่งเพื่อทำประโยชน์กับบ้านเมือง ก็ถูกแล้วที่เขาไป ทุกวันนี้จึงเป็นเพื่อนได้กับทุกคน 

“แนวความคิดนี้อาจจะต่างจากครูสมัยก่อน ที่จะไม่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ลูกศิษย์เพราะกลัวเก่งกว่าแล้วแย่งงานครู ความรู้จึงตายไปกับครู แต่สุดท้ายนะ ถ้าคนจะเก่งเขาก็เก่งอยู่ดี และจะขโมยความรู้จากคุณไปอยู่ดี ซึ่งอาจจะขโมยไปแบบผิดๆ ถูกๆ สู้สอนให้ถูกต้องจะดีกว่า

             “ส่วนบทเรียนที่สำคัญสุดคือความรัก แต่ก่อนเวลารักใครจะหวง ตัวกู ของกู บางคนมีเจ้าของ เราก็พยายามเอาชนะ สุดท้ายก็ได้รู้ว่า ไม่เคยชนะเลยสักครั้งเดียว ยิ่งพยายามเอาชนะ ยิ่งเดือดร้อน ยิ่งเจ็บป่วยทั้งกายและใจ นับจากนั้นก็คิดว่า ถ้าเขาไม่รัก ไม่ว่ากัน เป็นเพื่อนกัน แล้วไปหาคนรักที่อื่น

แต่ส่วนใหญ่รักอยู่เพียงแป๊บเดียวก็จากไป ถามว่าที่เขาทิ้งเราเพราะอะไร คำตอบคือ บางครั้งเราก็ทิ้งเขาเหมือนกัน และบางครั้งเราไม่สามารถทำตัวให้น่ารักได้ตลอดเวลา ซึ่งฝืนทำอย่างนั้นคงเหนื่อยตาย”

ครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน ผ่านการแต่งงานทั้งหมด 3 ครั้ง แต่ละครั้งเป็นอย่างไร

         “ตอนแต่งงานครั้งแรก เราไม่ได้วิเคราะห์เลยว่าความรักคืออะไร คิดว่ารักก็คือรัก แต่พออยู่ไป รักกลับเจือจาง ก็คิดได้ว่าที่จางเพราะยังเด็ก ยังไม่พร้อม ไม่เข้าใจเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบ

            “พอเจอรักครั้งที่สอง แม้จะได้บทเรียนจากครั้งแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้วิเคราะห์ว่ารักคืออะไร แล้วก็มาค้นพบภายหลังว่า เขาไม่ได้ดีจริงอย่างที่คิด เพราะไม่ได้ศึกษาให้ดีว่าเป็นใครมาจากไหน มีวิถีชีวิตอย่างไร ก็ฉลาดขึ้นอีกนิด พอมาถึงรักครั้งที่สาม ครั้งนี้รีเสิร์ชเลย ประวัติเขาดูดีนะ ก็อยู่ด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับพบว่าเรารักงานมากกว่าเขา จึงทิ้งเขาไป เมื่อไม่มีเวลาให้ สุดท้ายก็ต้องแยกทาง”
เสียใจไหมคะ ที่เลือกงานมากกว่าความรัก

“ไม่ค่ะ เพราะเป็นคนทำอะไรตามใจตัวเอง ที่เป็นแบบนี้เพราะถูกเลี้ยงมาแบบสปอยล์ด้วย มีความรู้สึกว่า อย่าแต่งงานอีกเลย เดี๋ยวเจออะไรอีกก็ไม่รู้ จึงหยุดและอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งก็ดีกว่าจริงๆ สบายตัว เรามีเพื่อนน่ารักเยอะแยะ และความสัมพันธ์แบบเพื่อนดีอย่างคือ ไม่ต้องยึดติดหรือเป็นภาระกัน คิดถึงกันก็ชวนไปเที่ยว ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร นอกจากนี้ยังมีงานที่รัก มีลูกศิษย์ที่ทำให้เวียนหัว (หัวเราะ) นี่ก็เป็นความรักแบบหนึ่ง 

“ตอนนั้นได้เรียนรู้ว่า ความรักไม่จำกัดนิยามแค่คู่รัก มันกว้างกว่านั้น ทุกสิ่งบนโลกนี้เป็นรักได้ทั้งหมด จะหมู หมา กา ไก่ ต้นไม้ รักได้ทุกอย่างเลย หากเราไม่ยึดติดจะมีอะไรให้รักเยอะมาก ที่สำคัญ ทุกความรักต้องการเวลา เหมือนต้นไม้ที่ต้องรดน้ำ พรวนดิน จึงจะเติบโต ต่อมาได้ค้นพบว่า รักที่ไม่มีเซ็กซ์มาเกี่ยวข้องจะไม่ทุกข์ เพราะมีเมื่อไร ทุกข์จะเกิด ฉะนั้นเมื่อตัดเรื่องเซ็กซ์ออกไป ซึ่งสมควรตัดเพราะเราได้สร้างพลเมืองให้ประเทศนี้ถึง 4 คนแล้ว (หัวเราะ) ชีวิตคู่ก็ไม่จำเป็นแล้วล่ะ เมื่อรู้จักใช้ความรักให้มีความสุข ก็พบว่าดีจัง”

กว่าชีวิตจะค่อยๆ ตกตะกอน เชื่อว่าคงเจอปัญหามากมาย มีวิธีจัดการอย่างไรคะ 

“ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา มีมาตลอดเวลา ไม่ต้องตกใจ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็แก้ไขไปอย่างปัญหาที่โรงเรียน เราแก้ได้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเก่ง แต่เพราะสร้างมากับมือจึงเข้าใจมากกว่าคนอื่น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกครั้งที่เกิดปัญหา จะอยู่แก้ไขที่โรงเรียนได้เสมอไป บางครั้งต้องให้คนอื่นช่วย ทุกวันนี้ยอมรับแล้วว่า เขาแก้ได้เท่าไหน ก็เท่านั้นแหละ แม้บางครั้งจะไม่ถูกใจเรา 

“คำว่า ถูกใจเรา นี่สำคัญมากนะ แต่ก่อนทุกอย่างต้องถูกใจหรือได้ดั่งใจ ก็เรียนรู้จากการนั่งสมาธิและฟังธรรมะว่า คนอื่นจะมาได้ดั่งใจเราได้ยังไง เพราะใจเขา ใจเราไม่เหมือนกัน เกิดมาหน้าตาก็ไม่เหมือนกัน ความคิด ความอ่านก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าจะพึ่งเขา ก็ต้องพึ่งเท่าที่เขาพึ่งได้ แต่ถ้าอยากได้ดั่งใจ ก็ต้องทำเอง ซึ่งบางครั้งขนาดลงมือทำเอง ยังไม่ได้ดั่งใจตัวเองเลย โมโหตัวเองก็มี แล้วจะไปคาดหวังคนอื่นได้อย่างไร การที่ทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ แปลว่าความรู้ยังไม่พอ ไม่ใช่เราโง่หรือคนอื่นโง่นะ ไม่ต้องโทษใคร แค่ปล่อยวาง กลับบ้านอ่านหนังสือ นอนหลับ พรุ่งนี้ว่ากันใหม่ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ มีชีวิตที่ดีงามได้ง่ายกว่าสมัยก่อน เพราะปล่อยวางมากขึ้น”

อะไรทำให้หันมาฝึกนั่งสมาธิคะ
            “เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ตอนนั้นอกหัก จำไม่ได้ว่าเป็นรักครั้งไหน บวกกับสภาพร่างกายไม่แข็งแรง เพราะทำงานหนัก โรคซึมเศร้าจึงเกิดขึ้น ซึ่งที่จริงก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาเรื่องงาน เพราะไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามมักจะสำเร็จ ไม่ใช่เพราะเก่ง แต่เพราะตั้งใจมาก บางครั้งก็มากเกินไปจนป่วย

 “ช่วงที่ทำละครให้ช่อง 3 ตอนนั้นทำงาน 7 วัน 7 คืนไม่ได้พัก เช้าตื่นไปถ่ายละคร เย็นกลับไปเขียนบทถึงดึก แล้วเช้าก็ตื่นไปถ่ายละครต่อ ชีวิตวนอยู่อย่างนี้  7 วันไม่ได้หยุด ร่างกายเริ่มแย่ จากที่เคยเขียนบทได้ลื่นไหล กลายเป็นเขียนอะไรไม่ออก นั่งเฉยๆ ก็ง่วง หรืออยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหลแบบไม่มีสาเหตุ บางวันขับรถโผล่ไปพัทยาโดยไม่รู้ตัว และสิ่งที่ทำให้ใจขาดผึงทันทีคือ ตอนมีคนพูดว่า ‘เล็ก เธอน่ะหมดไฟแล้ว’  ใจไปเลยค่ะ ไฟหมดจริงๆ จนไม่เห็นคุณค่าตัวเอง จึงอยากเตือนว่า คำพูดสำคัญมากนะ เวลาเห็นเพื่อนทุกข์ อย่าทับถม แต่ให้รับฟัง”

แล้ว ครูเล็ก – ภัทราวดี มีชูธน ผ่านมาได้อย่างไรคะ

            “ทำหลายอย่าง เริ่มจากหาหมอค่ะ การกินยาพอช่วยได้บ้าง แต่สำคัญกว่าคือต้องนอนและกินข้าวให้เยอะ หมอบอกว่าธรรมชาติของคนซึมเศร้าจะชอบอดข้าว อดน้ำ อดนอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญมาก เพราะถ้าร่างกายแข็งแรง จิตใจจะแข็งแรงตาม  แต่สิ่งที่ทำให้อาการดีขึ้นคือนั่งสมาธิแบบทรานเซนเดนทัล (Transcendental Meditation เรียกย่อๆ ว่า TM คล้ายการนั่งสมาธิ ต่างตรงที่ไม่ได้เพ่งจิตไปที่ลมหายใจ แต่จะโฟกัสวลีที่เปล่งออกมาเพื่อก้าวข้ามความคิดลบ)  ซึ่งเพื่อนแนะนำมาอีกที เพราะเขาเห็นสภาพดิฉันไปเที่ยวแล้วเมาตกเก้าอี้ หน้าตาก็ทรุดโทรม พอเพื่อนแนะนำมาอย่างนั้นก็ไปเลย วิธีไหนก็ได้ขอให้หายป่วย 

“จำได้ว่าปฏิบัติจบวันแรกพอกลับถึงบ้านยิ้มเลย พี่เลี้ยงถึงกับทักว่า สดใสขึ้นนะ เพราะไม่ได้เห็นดิฉันยิ้มมาหนึ่งปีแล้ว พอทำแล้วรู้สึกดีก็กลับไปปฏิบัติอีก แล้วหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันคือคุณแม่เสีย ตอนนั้นตกใจมาก ไม่เคยคิดว่าท่านจะเสีย ถึงชีวิตที่ผ่านมาจะบู๊ ดื้อกับท่านตลอด แต่วันไหนที่แย่ก็ยังมีแม่อยู่ในชีวิต 

“ตอนนั้นเพื่อนๆ ชวนไปนั่งสมาธิ-วิปัสสนา เหมือนที่พระท่านปฏิบัติ เพื่อนบอกว่าแม่จะได้บุญนะ ดิฉันคิดว่า ทำอะไรก็ได้ให้แม่ได้กุศล เพราะไม่ค่อยได้ทำอะไรให้ท่านเลยตอนที่ท่านมีชีวิต จึงเข้าคอร์สวิปัสนา 8 วัน ด้วยอาชีพนักแสดงที่ถูกสอนมาว่า ทำอะไรก็ตาม ขอให้ทำด้วยความจริงจัง ก็ตั้งใจมาก ยอมรับว่ายากมาก วันแรกงกๆ เงิ่นๆ พอเข้าวันที่ 4 ต้องทำวิปัสสนาด้วย รู้สึกเหมือนใกล้ตาย ปวดตามเนื้อตัวยิ่งกว่าคลอดลูก

พยายามรีแล็กซ์ก็ไม่หาย แต่พอเข้าวันที่ 6 เริ่มนั่งได้ คิดแค่การหายใจเข้าออก ซึ่งศิลปะการละครก็เคยสอน แต่สอนเพื่อนำมาใช้กับบท ขณะที่การหายใจเข้า-ออกทางพุทธคือไม่ไปยุ่งกับมัน สักพักจะรับรู้ลมหายใจน้อยลง จนกระทั่งลืมไปว่ากำลังหายใจอยู่ เงียบสงบมาก ช่วยล้างจิตใจที่มีความทุกข์ ความเกลียด โกรธ ให้ออกไป ก็เริ่มเข้าใจที่พระท่านสอนเรื่องการปล่อยวาง”

ภัทราวดี มีชูธน 

ถ้าอย่างนั้น การปล่อยวางคืออะไร 

“มีทุกข์ก็หนีไม่พ้น สู้กับทุกข์ก็เหนื่อยเปล่า เหมือนเวลาที่เราเจ็บเมื่อยตัวจากการนั่งวิปัสสนา ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่โฟกัสกับความเจ็บปวด มันจะหายไปเอง เรานั่งก็เพลิน ดิ่งเข้าไปในสมาธิ รู้สึกโล่งว่าง เป็นความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่พอเริ่มสบายก็กลับมาปวดอีกครั้ง ก็ต้องวางเฉยเสีย นี่จึงเป็นที่มาที่อาจารย์สอนว่า อย่ายินดียินร้ายกับทุกข์หรือสุข ให้รู้ว่าเกิดขึ้นแล้วปล่อยวาง 

“เพราะฉะนั้นการสู้ความทุกข์หรืออยากเอาชนะ ไม่เวิร์คหรอก แต่ยอมแพ้ก็ไม่ใช่เพราะใจไม่ยอม คำตอบคือ เราอยู่เฉยๆ ได้ แล้วความทุกข์จะหายไปเองโดยธรรมชาติ ปัญญาก็จะเกิด หลังจากชีวิตดีขึ้น พอกลับมาทำงาน กลายเป็นว่าสามารถสั่งงานได้เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งที่แต่ก่อนในหัวสับสนอลหม่าน จึงเริ่มปฏิบัติมาเรื่อยๆ โรคซึมเศร้าก็หาย จิตใจแจ่มใสขึ้น ไม่เครียด นอนหลับง่าย หากเริ่มกลับมาหงุดหงิดงุ่นง่าน ก็จะนั่งหรือนอนสมาธิ ซึ่งทุกวันนี้ก็ฝึกมา 30 ปีแล้ว

“นอกจากการนั่งสมาธิ อีกสิ่งที่ช่วยให้หายคือการพักผ่อน การป่วยครั้งนี้สอนว่า มนุษย์ต้องมีวันพัก ให้โอกาสตัวเองไปดูคอนเสิร์ตดีๆ หาหนังที่ตื่นเต้นดูบ้าง เพื่อให้เอนโดรฟินทำงาน จะได้ออกจากปัญหาเดิมๆ

 “แต่ด้วยนิสัยที่ทำอะไรเอ็กซ์ตรีม เมื่อเห็นว่าทำสมาธิแล้วชีวิตดีขึ้น ก็คิดถึงขั้นว่าอยากจะไปอยู่ป่า ปฏิบัติธรรมอาศัยในถ้ำเหมือนพระ จะได้อยู่กับความเงียบสงบ  ตอนนั้นก็ไปปรึกษาท่านอาจารย์วสิษฐ เดชกุญชร ซึ่งท่านสอนเรื่องการปฏิบัติธรรม ก็ถามท่านว่า ไปอยู่ป่าดีไหม ท่านตอบว่า ‘ถ้าเล็กถามอย่างนี้ แสดงว่ายังไม่พร้อม และถ้าไปอยู่ป่าตอนนี้ คงจะทำให้ลิงค่างเดือดร้อน เพราะเธอคงไปทำละครลิง (หัวเราะ) ลูกเต้าก็ยังไม่โต อยู่ทำหน้าที่แม่ให้สำเร็จเรียบร้อยดีก่อน จะไปไหนค่อยว่ากันอีกที’ ก็เห็นจริงอย่างที่อาจารย์ว่า จึงตัดสินใจไม่ไป แต่ก็ยังฝึกทำสมาธิต่อไป”

ทุกวันนี้ยังมีความคิดอยากไปอยู่ป่าไหมคะ

            “อยู่ทางสายกลางอย่างนี้ดีที่สุดแล้ว คืออยู่กับโลกมนุษย์ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้มีประโยชน์กับสังคม และอยู่กับธรรมะอีกครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อวันหนึ่งที่หมดแรงหรืออยากพัก คงจะไปอยู่ป่าเองโดยไม่ต้องถามใคร เพียงแต่ตอนนี้รู้แล้วว่า ไม่สำคัญอีกแล้วที่จะนั่งสมาธิเพื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์ หรือต้องนิพพาน และเราเองก็ไม่กล้าเอื้อมสูงขนาดนั้น เพียงแค่อยากจะไปอย่างสงบ เมื่อก่อนอาจจะอยากรู้ว่า สงบแบบที่พระอรหันต์ท่านสงบนั้น เป็นอย่างไร แต่ได้คำตอบว่าไม่จำเป็นแล้วล่ะ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การทำตัวให้มีประโยชน์กับคนอื่นในขณะที่ยังมีกำลังวังชา”

ทุกวันนี้ครูเล็กให้ความสุขกับตัวเองอย่างไร

            “ทำงานค่ะ ทุกวันนี้มีความสุขที่ได้ไปโรงเรียน ได้สอนเด็ก ได้ไปหาความรู้ให้ตัวเอง จริงๆ ขอบเขตของงานไม่ใช่แค่อาชีพครู  เพราะดิฉันถือว่า ถ้าต้องแต่งตัวออกจากบ้านทุกอย่างคืองาน ไปกินข้าวกับพี่สาวก็เป็นงาน เพราะฉะนั้นชีวิตจึงมีอะไรให้ทำตลอด ถ้าไม่ทำงานก็คือป่วย พออาการดีขึ้น ก็จะรีบขอคุณหมอกลับบ้านทันที

จนโรงพยาบาลต้องให้เซ็นเอกสารอยู่บ่อยครั้งว่า หากเกิดอะไรขึ้น โรงพยาบาลจะไม่รับผิดชอบเพราะคนไข้ขอกลับบ้านเอง (ยิ้ม)  เราแค่รู้สึกว่า ถ้าหายดีแล้ว จะนอนไปทำไม ลุกไปทำประโยชน์ดีกว่า”

สิ่งสำคัญที่สุดในวัย 77 คืออะไรคะ

         “การรักษาสุขภาพ เพราะร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม เป็นหน้าที่ต้องดูแลตัวเอง ไม่ให้เป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือเป็นภาระลูกหลาน หากวันหนึ่งจากไป อยากไปโดยไม่เป็นภาระกับใคร ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับการดูแลตัวเอง ที่สำคัญคือ การมีสุขภาพแข็งแรงจะทำให้มีแรงทำงานที่เรารักไปเรื่อยๆ

            “ทุกวันนี้ดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารที่ดี พยายามรับประทานให้น้อยมื้อ ใช้ระบบ 8/8 คือ กิน 8 ชั่วโมง หยุดกิน 8 ชั่วโมง แต่ละมือกินผักให้เยอะหน่อย ไม่ถึงขั้นเข้มงวดมาก ต้องฟังร่างกายด้วย บางวันอยากกินเนื้อก็กิน แต่ต้องรู้จักห้ามปราม เช่น ของหวาน นานๆ ทีกินได้ หรืออย่างไก่ อย่ากินเยอะ ไม่อย่างนั้นจะเป็นเก๊าท์ ส่วนน้ำอัดลมไม่ทานมาหลายปีแล้ว ต้องขอบคุณสามีคนที่ 3 ที่ไม่ให้ซื้อเข้าบ้านเลย 

            “ข้อต่อมาคือ ออกกำลังกาย โรงเรียนภัทราวดี หัวหิน มีพื้นที่กว่า 200 ไร่ ถึงแม้ทุกวันนี้จะขับรถกอล์ฟไปมาในโรงเรียน แต่พยายามเดินให้เยอะเพราะไม่ชอบเล่นกีฬา ถ้าอยู่บ้านจะยกเวทหนัก 1-2 กิโลบ้าง รวมถึงแกว่งแขนเพื่อให้ข้อต่อยืดหยุ่น

ที่สำคัญพยายามนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ทุกวันนี้เข้านอนแต่หัวค่ำ  ตื่นตี 4 ซึ่งดีนะ เพราะตื่นเช้าสมองใส เป็นช่วงเวลาที่จะได้เคลียร์งานสำคัญ อยากแนะนำว่าถ้ามีทุกข์ มีปัญหา เข้านอนเลย ตอนเช้าจะคิดได้เอง ถ้าเสียเวลาคิดตอนกลางคืน คิดอย่างไรก็นึกไม่ออก เพราะสมองเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” 

ท้ายสุดแล้ว คุณค่าชีวิตคืออะไรคะ

            “ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ ทุกวันนี้ไม่ค่อยกังวลอะไรแล้ว คนเราจะตายเมื่อไรก็ได้ ซึ่งดิฉันไม่กลัวความตาย แต่ไม่อยากรีบตาย คือเคยมีช่วงหนึ่งที่อยากตายเพราะเบื่อชีวิต (หัวเราะ) คือแค่สงสัยว่าเมื่อไรจะตายสักทีเพราะอยู่มานานแล้ว ถึงขั้นทำหนังสืองานศพเสร็จเรียบร้อยก็ยังไม่ตาย จึงคิดว่าไหนๆ ยังไม่จากไป ก็น่าจะทำชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขและมีประโยชน์จะดีกว่า

“เพราะฉะนั้นถ้าใครให้โอกาสทำอะไร หากมีความสามารถทำได้ก็จะทำ มีอยู่ปีหนึ่งที่ตั้งNew Year Resolution ไว้ว่า ปีนี้ใครให้ทำอะไร จะทำให้หมดเลย ก็ทำอย่างนั้นทั้งปี เหนื่อยแต่สนุก จนปีถัดไป เพิ่มเงื่อนไขว่า ถ้าใครอยากจะให้เราทำอะไร สิ่งนั้นต้องมีประโยชน์ต่อสังคม ต่อตัวเรา และเราได้ความรู้เพิ่มขึ้นถึงจะทำ แต่ถ้าเป็นสิ่งที่คนอื่นทำได้ ก็ให้โอกาสเขาไป
            “ท้ายสุดแล้ว  ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตดีเสมอ ในวิกฤตยังมีโอกาส และในโลกนี้ มีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี ถ้าเรามองในสิ่งที่ดี จะสบายใจ เพราะไม่รู้ว่าจะยึดติดกับความไม่ดีที่มีแต่ทุกข์และไม่เจริญไปเพื่ออะไร ค่อยๆ เรียนรู้กันไปค่ะ


เรื่อง Fai
ภาพ อิทธิศักดิ์
ผู้ช่วยช่างภาพ ธีรวัฒน์ พรหมณีวัฒน์