The Love That Lasts คอลเล็คชั่นเครื่องประดับรักนิรันดร์จาก โอปอล x PRIMA Gold
ในปีที่ประเทศไทยคว้ามงกุฎ Miss World ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 75 ปี “โอปอล – สุชาตา ช่วงศรี” ไม่เพียงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยความงาม ความมุ่งมั่น และเจตนารมณ์อันทรงพลัง หากยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงอีกมากมายทั่วโลก
วันนี้ เส้นทางความงามของเธอยังคงเดินหน้าต่อ ผ่านคอลเล็คชั่นเครื่องประดับที่โอปอลได้ร่วมออกแบบกับแบรนด์ PRIMA Gold “The Love That Lasts” เครื่องประดับที่ถักทอจากหัวใจ ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความหวัง และพลังใจ ผ่านดอกรักอันอ่อนช้อย กลายเป็นงานศิลป์ที่ “สวมใส่ได้” และมีความหมายอย่างลึกซึ้ง
ทุกเส้นสายของทองคำ ทุกประกายของอัญมณี ล้วนสะท้อนถึงตัวตนของโอปอล ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังบวกที่เธออยากมอบให้แก่ผู้หญิงทุกคน
The Love That Lasts คอลเล็คชั่นเครื่องประดับรักนิรันดร์จาก โอปอล x PRIMA Gold

ความรัก…ในทุกกลีบดอกไม้
โอปอลพูดถึงการร่วมงานกับ PRIMA ในคอลเล็คชั่น The Love That Lasts ว่า “โอปอลชอบเครื่องประดับอยู่แล้วค่ะ พอมีโอกาสได้มาร่วม Collaboration กับ PRIMA Gold จึงรู้สึกเหมือนฝันเป็นจริง เพราะได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่เราชื่นชม และยังได้มีส่วนร่วมออกแบบคอลเล็คชั่นที่มีความหมายกับตัวเองด้วย
“โดยแรงบันดาลใจในการทำคอลเล็คชั่นนี้ โอปอลหยิบมาจาก “ดอกรัก” ซึ่งเป็นดอกไม้ท้องถิ่นที่อยู่ในชีวิตคนไทยมายาวนาน ทำให้นึกถึงความทรงจำดีๆ ในช่วงวัยเด็ก รวมถึงความรักที่เราได้รับตลอดการเติบโตในชีวิต ด้วยเป็นดอกไม้ที่มีความหมายแทน “ความรัก” อย่างตรงไปตรงมา และรูปร่างของดอกรักเองก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องประดับได้ จึงรู้สึกอินกับดอกไม้ชนิดนี้ ที่สำคัญยังเป็นดอกไม้ประจำตัวโอปอลและโครงการของโอปอล ซึ่งสื่อถึงความรัก ความมั่นคง และความผูกพันที่มีให้กับคนรอบข้าง รวมถึงคนที่เราร่วมทำโครงการด้วย

“เครื่องประดับชุดนี้มีทั้งสร้อยคอ ต่างหู แหวน และสร้อยข้อมือ ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่กล้าแสดงออก กล้าที่จะสื่อถึงตัวตน และกล้าที่จะมอบความรักให้กับผู้อื่น โดยหากสังเกตที่จี้ของตัวสร้อย จะเห็นว่ามีดอกรัก 2 แบบ คือแบบที่คนไทยนิยมนำไปร้อยมาลัย กับแบบที่ตัวดอกเป็นกลีบๆ
“นอกจากดอกรักแล้ว คอลเล็คชั่นนี้ยังถ่ายทอด “ความรักในรูปแบบต่าง ๆ” ผ่านองค์ประกอบและรายละเอียดในชิ้นงาน อย่างการเลือกใช้ทองคำ 9K ทั้ง Rose Gold และ Yellow Gold มาผสมผสานกับอัญมณีอย่าง Pink Tourmaline ซึ่งเป็นตัวแทนของความรักและพลังที่อ่อนโยนของผู้หญิง รวมถึงการใช้ Mother of Pearl ซึ่งโอปอลชอบเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะดูเรียบหรูแล้ว สีขาวยังแมทช์ง่าย และสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสง่างาม และจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีการนำอัญมณีนพเก้า (Nine Lucky Gems) มาใช้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคดีที่อยู่คู่กับความเชื่อของคนไทยมาช้านานด้วย
“ต้องบอกว่า The Love That Lasts เป็นเครื่องประดับที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความรัก ในขณะเดียวกันก็สามารถมอบเป็นของขวัญแทนใจได้ด้วย เพราะสำหรับโอปอลแล้ว เวลามอบดอกรักให้ใคร ก็เหมือนเรากำลังมอบมอบตัวแทนของความรักให้กับเขาคนนั้นค่ะ” (ยิ้ม)
ความรัก…ที่ส่งต่อได้

สิ่งที่โอปอลประทับใจมากที่สุดในการทำงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ของชิ้นงาน แต่เป็นเรื่องราวระหว่างทางที่ได้ร่วมคิดและออกแบบร่วมกับทีม PRIMA Gold ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงความหมายที่ตั้งใจส่งต่อ
“ช่วงที่เราคุยกันเรื่องสัญลักษณ์ หรือความหมายที่อยากใส่ลงไปในเครื่องประดับ พบว่าเราไม่ได้ต้องการหาแค่แรงบันดาลใจ แต่อยากพูดถึง ‘ความรัก’ ที่ผู้สวมใส่สามารถรู้สึกถึงและสัมผัสได้ เป็นความอบอุ่นที่เราอยากส่งต่อ

“The Love That Lasts จึงไม่ได้ชูแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ตั้งแต่งานดีไซน์ไปจนถึงการส่งต่อความรักให้สังคม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากคอลเล็คชั่นนี้จะนำไปช่วยโครงการ Opal for Her ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมของโอปอลเอง และยังร่วมมือกับ Art for Cancer by Ireal ในการออกแบบผ้าพันคอลวดลายพิเศษ ที่โอปอลมีส่วนร่วมด้วยเช่นกันค่ะ
“สำหรับโอปอล ดอกรักให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เหมือนเราได้รับการโอบกอดจากคนที่เรารัก จึงหวังว่าเครื่องประดับเหล่านี้จะทำให้สัมผัสได้ถึงความรักและพลังใจที่โอปอลอยากส่งต่อ เพื่อมอบความรู้สึกและแรงบันดาลใจดีๆ ที่โอปอลได้รับมาตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในวงการนางงามกลับไปสู่คนอื่น จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจอะไร แต่ได้รับความรักจากผู้คนมากมาย ได้มอบกำลังใจให้กันและกันผ่านเรื่องราวของเรา กลายเป็นพลังของ Women Empowerment ที่เราแชร์กัน จึงรู้สึกประทับใจมากๆ อยากส่งต่อพลังดีๆ ให้เราได้สร้างเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

“ขอฝากคอลเล็คชั่น The Love That Lasts ไว้ในใจทุกคนด้วยนะคะ หวังว่าใครที่ได้สวมใส่จะรู้สึกถึงความรักและพลังในแบบเดียวกับที่โอปอลรู้สึกค่ะ”