แฟชั่นโอต์กูตูร์ของ “Elie Saab” Fall/Winter 2017 จะสวยปังระดับไหนต้องส่องแล้ว

ตอนนี้ใกล้เข้าสู่ช่วง Fall/Winter แล้ว เราก็จะเห็นแบรนด์ต่างๆพากันออกคอลเล็คชั่นระดับโอต์กูตูร์ โชว์ความอลังการบนรันเวย์แบบไม่มีเว้นวัน แฟชั่นออกมาละลานตาจนตามไม่ทันกันเลยทีเดียว แต่แบรนด์ที่ได้รับความสนใจไม่น้อยก็เห็นจะเป็น Elie Saab อีกแบรนด์โปรดของสาวชมพู่ – อารยา ที่คอลเล็คชั่นโอต์กูตูร์ครั้งนี้ถูกอ้างว่ามีแรงบันดาลใจมาจากซีรี่ส์ฝรั่งเรื่องดังอย่าง Game of Thrones แต่แฟชั่นนิสต้าบางส่วนก็แสดงความคิดเห็นว่าไม่เหมือนกับซีรี่ส์ดัง แต่กลับเหมือนสไตล์ของ Moroccan Kaftan มากกว่า

แพรวดอทคอมเลยหยิบภาพจากเพจดังที่ได้เปรียบเทียบคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2017 กับ Game of Thrones มาให้ดูกัน


เป็นยังไง สาวๆคิดว่าคล้ายกันบ้างหรือเปล่า แต่ไม่ว่าแรงบันดาลใจของคอลเล็คชั่นนี้จะมาจากไหนก็ตาม เราก็มองว่ายังคงสวยดูดี และลายเซ็นของแบรนด์ที่อยู่ในชิ้นงานก็เด่นชัด ส่วนชุดที่ไม่ได้ถูกนำมาเปรียบเทียบกับซีรี่ส์ดัง ดีไซน์จะสวยงามโดนใจหรือเปล่า ต้องดูนะจ๊ะ


กก

จากชุดที่เลือกมาให้สาวแพรวดอทคอมดูกันคือสวยยยยยทุกแบบเลยนะ ชุดที่ไม่ได้นำไปเปรียบเทียบก็แอบคล้ายสไตล์ Moroccan Kaftan ตามที่แฟชั่นนิสต้าเขาออกความคิดเห็นนะ มีความภารต ออกจะแขกๆหน่อย แต่รวมๆแล้วปังทุกชุดเลย ส่วนตัวคือชอบมากกกก เห็นแล้วอยากได้ ฮาๆๆๆ

 

 

 

ภาพ : Facebook Haute Couture Week, www.eliesaab.com

 

 

คู่รักขาลุย “เวฟ – สาริน” จ่อลั่นระฆังวิวาห์ ”บุ้ง – สะธี” ทายาทใบหยกหลังบ่มรัก 5 ปี

 คู่รักขาลุย “เวฟ – สาริน” จ่อลั่นระฆังวิวาห์ ”บุ้ง – สะธี”ทายาทใบหยกหลังบ่มรัก 5 ปี…

หลังจากที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 5 ปี ล่าสุดความรักของอดีตพระเอก “เวฟ – สาริน บางยี่ขัน” กับ “บุ้ง – สะธี ใบหยก” ทายาทใบหยก ก็สุกงอมเต็มที่ เพราะล่าสุด “บุ้ง” ได้เตรียมลั่นระฆังวิวาห์กับแฟนหนุ่มในวันที่ 12 พ.ย. นี้ โดยปัจจุบันกำลังเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนที่ 2 ต่อไป

“บุ้ง” ประกาศเรื่องแต่งงานผ่าน IG

สำหรับสาวห้าว “บุ้ง – สะธี ใบหยก” เป็นลูกสาวคนรองของคุณพ่อ “พันธ์เลิศ ใบหยก” กับคุณแม่ “ปริยะดา ใบหยก” ซึ่งดูแลในส่วนของตลาดประตูน้ำทั้งใบหยก 1 ใบหยก 2 และโรงแรมอินทรา รวมถึงทำฟาร์มเฟรนช์บูลด็อกกับแฟนหนุ่ม “เวฟ – สาริน” แม้ “บุ้ง” จะเป็นทายาทเศรษฐีใหญ่ แต่เธอกลับเป็นคนติดดินและลุยเหมือนกับหนุ่ม ”เวฟ” จน เรียกได้ว่าเป็นคู่รักขาลุยเลยก็ว่าได้

โดยหลังจากคบหากันได้ 4 ปี เมื่อปีที่แล้วทั้งคู่ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ แต่ฟีดแบ็กกลับไม่ดีเท่าไหร่ เพราะหลังจากให้สัมภาษณ์ก็โดนชาวเน็ตกระหน่ำเมาท์ทันทีว่าอดีตพระเอกดังกำลังเป็นหนูตกถังข้าวสาร แต่นักแสดงหนุ่มก็ไม่สนใจเสียงวิจารณ์รอบข้าง แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่จะปฏิเสธไม่คิดเรื่องแต่งงาน ล่าสุดก็ยืนยันแล้วว่าจะมีพิธีในวันที่ 13 พ.ย. นี้ “แพรวดอทคอม” ขอร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยค่ะ

ว่าที่เจ้าบ่าว – เจ้าสาวหวานฉ่ำริมหาด

สำหรับ “เวฟ – สาริน บางยี่ขัน” เป็นนักแสดงใต้สังกัดช่อง 7 สี เคยเป็นพระเอกในละครหลายเรื่อง อาทิ กระโปรงบานขาสั้น, สาวน้อยร้อยมายา, นางเอกหลังบ้าน เป็นต้น ในเวลาต่อมาก็ได้พลิกคาแร็คเตอร์ไปเล่นเป็นตัวร้าย ปัจจุบันยังคงมีงานต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสารวัตรแม่ลูกอ่อน และละครฟอร์มยักษ์เรื่องสายโลหิต ส่วนใหญ่ยังมีละครสั้น “ฟ้ามีตา” ซึ่งยังมีให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง

ไม่ใช่แค่ทำงานเก่ง! เปิด 3 คุณแม่เซเลบ แชร์วิธีการเลี้ยงลูก ทำอย่างไรลูกถึงมีพัฒนาการที่ดี

นานๆ ที คุณแม่เซเลบ จะได้มารวมพลกันทั้งที มีหรือจะแค่พบกันแล้วแยกย้ายกันไป ยิ่งครั้งนี้มีลูกๆ ติดตามมากับคุณแม่ด้วย การแลกเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกให้กันฟังจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ทั้งเหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีลูกอยู่แล้ว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่ หรือแม้แต่หนุ่มสาวรุ่นใหม่รู้ไว้ก็ทำให้เข้าใจเด็กๆ และคุณแม่มากขึ้นเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ แพรวดอทคอม ได้ไปร่วมงานเสวนา “ผิดหรือถูก เลี้ยงลูกแบบไหน เสริมพัฒนาการลูกดีที่สุด?” จัดขึ้นโดย Babi Mild Ultra Mild กลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อทารกตั้งแต่แรกเกิด ที่โรงแรม Oriental Residence Bangkok โดยภายในงานนั้นมีเหล่าคุณแม่เซเลบริตี้มาร่วมงานกันจำนวนมาก ซึ่งได้คุณแม่ลูกแฝด โอปอล์ – ปาณิสรา อารยะสกุล มารับหน้าที่พิธีกร ร่วมด้วย 4 คุณหมอ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอุมาพร ตรังคสมบัติ จิตแพทย์มือ 1 ของประเทศไทย และผู้ก่อตั้งเพจปั้นใหม่, แพทย์หญิงเสาวภา พรจินดารักษ์ จากเพจหมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก, ทันตแพทย์หญิงจีรภา ประพาศพงษ์ จากเพจหมอภา และนายแพทย์ถิรชัย ตันสันติวงศ์ กุมารแพทย์ระบบประสาท มาแชร์โมเมนต์และวิธีการเลี้ยงลูก อย่างสาวโอปอล์แม้จะมีลูกแฝด แต่ก็ต้องคอยสังเกตและเลี้ยงน้องอลิน – น้องอลันต่างกัน

มี “คุณแม่เซเลบ” มาร่วมงานทั้งที แถมคุณแม่แต่ละคนยังเป็นสาวทำงานเก่งด้วย แล้วเคล็ดลับวิธีเลี้ยงลูกของแต่ละคนจะเป็นเช่นไรบ้าง ไปฟังพร้อมกันด้านล่างนี้เลยจ้า…

คุณอุ๊ – เจนนิส (โสภณพนิช) ยังพิชิต 

คุณแม่คนสวยที่เลี้ยงฝาแฝด น้องจาณีน – น้องเจส จนกลายเป็นขวัญใจโลกโซเชียล นอกจากจะชื่นชมในความน่ารัก หน้าตาสไตล์ลูกครึ่งแล้ว เรื่องมารยาทที่คุณแม่อุ๊คอยสอนลูกๆ ก็สำคัญและน่าชื่นชมมากเช่นกัน

คุณอุ๊ – เจนนิส (โสภณพนิช) ยังพิชิต และน้องแฝด จาณีน – เจส
น้องจาณีน – น้องเจส

คุณอุ๊ – เจนนิสเล่าว่า “ชอบมีคนถามเคล็ดลับเลี้ยงลูกจากอุ๊ แต่อยากจะบอกว่าถึงอุ๊บอกก็ต้องเอาไปปรับอยู่ดี อย่างตอนท้องลูกแฝดนี่กังวลมาก บอกเพื่อนทุกคนว่าต้องมาช่วยเลี้ยง แต่พอคลอดแล้วกลับกลายเป็นว่าอุ๊เชื่อในเซ้นส์ของตัวเอง 80 เปอร์เซ็นต์เลย มีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ที่อาจจะอ่านตำราต่างๆ บ้าง เพราะลูกแต่ละคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกันจริงๆ แม้แต่จาณีนกับเจสที่เป็นแฝดท้องเดียวกันยังไม่เหมือนกันเลย ซึ่งตอนแรกอุ๊ก็เป็นคุณแม่สายอนามัย โดยเฉพาะกับน้องจาณีน เพราะเป็นผู้หญิง ดูอ่อนแอกว่าน้องเจส แต่พอเริ่มโตขึ้น เราก็ขยับมาเป็นคุณแม่สายแอดเวนเจอร์ เพราะเราเห็นว่าการพาไปทำกิจกรรมต่างๆ บวกกับการที่จาณีนกับเจสเล่นกันเองนั้น ช่วยเสริมพัฒนาการซึ่งกันและกันดีมาก ตอนนี้อุ๊พาน้องไปกระบี่ปีละ 2 ครั้ง จากตอนแรกที่ลูกค่อนข้างกลัการขึ้นเรือ ก็เลยให้เริ่มจากลำเล็กๆ ตอนนี้ก็ขยับมาเป็นสปีดโบ๊ตได้แล้ว ส่วนที่ไหนที่ยังไม่ได้ไปก็เปิดยูทูบให้ดูเอา ซึ่งพ่อแม่บางคนอาจจะต่อต้านการให้ลูกดูโซเชียลมีเดีย แต่สำหรับลูกเราเห็นว่าช่วยให้ความคิดเขากว้างไกลขึ้น และมีความกล้าแสดงออกเหมือนที่เห็นจากคลิปในอินสตาแกรมค่ะ

คุณพิม – พิมภัทร์ ยมนาค 

สาวเก่งทายาทคนโตของ รศ.ดร.ต่อตระกูล วิศวกรคนดัง และภัทราดา ยมนาค เจ้าของโรงเรียนนานาชาติ บางกอกเพรพ (Bangkok International Preparatory & Secondary School) ปัจจุบันคุณพิมรับตำแหน่งรองผู้อำนวยการที่บริหารโรงเรียน และตอนนี้มีลูกสาวชื่อว่าน้องพิพพา วัย 2 ขวบ

คุณพิม – พิมภัทร์ ยมนาค

คุณพิม – พิมภัทร์เผยวิธีการเลี้ยงลูกว่า “พิมเลี้ยงน้องพิพพาแบบไม่ได้เครียดมาก เพราะด้วยความที่ทำโรงเรียน Bangkok Prep International School เลยทำให้เรามองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลี้ยงลูกแต่ละอย่างไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่น่าตื่นกลัว เช่น เวลาลูกหรือแม้แต่พ่อแม่ร้องไห้เวลาให้ลูกไปโรงเรียนเป็นวันแรก ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องผ่านไปให้ได้ อีกทั้งพิมยังเป็นคุณแม่ทำงานเต็มเวลา เลยยิ่งต้องรู้จักปล่อยวาง บางเรื่องพี่เลี้ยงช่วยดูได้ ก็ไม่ต้องลงทุกรายละเอียด แต่เรื่องความปลอดภัยของลูก พิมใส่ใจเต็มที่ เช่น ทำราวกันตกบันได เพื่อให้เราสบายใจและโฟกัสกับงานได้เต็มที่ ส่วนการที่เราไม่มีเวลาจะอยู่กับเขาตลอด ก็จะส่งไปเข้า Summer Camp ให้พบปะเพื่อนและเสริมทักษะอื่นๆ ตอนนี้น้องก็เรียน Pre-School อยู่ แม้ตอนนี้จะยังพูดแค่เป็นคำๆ เพราะเพิ่ง ขวบ แต่ก็อยากให้น้องได้เริ่มเรียนรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษตั้งแต่เแรก รวมทั้งให้เล่นของเล่นแบบ Sensory Play เพื่อฝึกกล้ามเนื้อและกระตุ้นประสาทสัมผัส”

คุณนอร์ท – พรพิมล ธรรมวัฒนะ 

ลาออกจากอาชีพแอร์โฮสเตส อาชีพในฝันของผู้หญิงหลายคนเพื่อมาเป็นภรรยาและคุณแม่เต็มตัว โดยตอนนี้ลูกสาว น้องเชอลีนน์ ก็กำลังเติบโตและมีพัฒนาการในด้านต่างๆ อย่างแข็งแรง

คุณนอร์ท – พรพิมล ธรรมวัฒนะ และน้องเชอลีนน์

เป็นคุณแม่สายทุ่ม (เวลา) ที่นานๆ จะออกงานที โดยคุณนอร์ท – พรพิมลเผยถึงชีวิตคุณแม่และการเลี้ยงลูกว่า

“พอแต่งงานกับคุณเดียร์ (แทนทอง ธรรมวัฒนะ) ก็ลาออกจากการเป็นแอร์โฮสเตส ยิ่งพอมีน้องเชอลีนน์ก็รู้สึกว่ายังไม่อยากกลับไปทำงาน เพราะอยากจะให้เวลากับลูกให้เต็มที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกก่อนที่จะถึงวัยเข้าโรงเรียน ไม่ว่าจะพาไปว่ายน้ำ เข้ากิจกรรมกลุ่มเพื่อเรียนรู้การเข้าสังคม สอนทักษะการช่วยเหลือตัวเองต่างๆ เช่น ใส่รองเท้า กินข้าว แต่งตัว ซึ่งพอลูกเห็นว่าแม่แฮ็ปปี้กับสิ่งที่เขาทำได้ เขาก็ชอบและรู้สึกสนุกที่ได้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง

“นอกจากนี้นอร์ทยังเชื่อว่าการให้เวลาลูกเต็มที่ยังช่วยทำให้เราเรียนรู้ว่าเขาชอบทำอะไร โดยตอนนี้นอร์ทสังเกตว่าน้องชอบเล่นบล็อกไม้ เวลาเล่นจะมีสมาธิจดจ่อมาก ทั้งนี้ความกังวลต่างๆ ของคนเป็นแม่เป็นเรื่องปกติ นอร์ทเชื่อในสัญชาตญาณความเป็นแม่ แต่เราก็เพิ่งมีลูกคนแรก เลยยังหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตบ้าง เพื่อติดตามนวัตกรรม ซึ่งที่สุดแล้วเราก็ไม่รู้ว่าทำได้ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ แต่เราก็จะทำให้ดีที่สุด ดูแลลูกเราให้ดีที่สุดตามธรรมชาติของน้องเชอลีนน์”

ฟังวิธีการเลี้ยงลูกของคุณแม่เซเลบคนดังแต่ละคนแล้ว ถึงแม้อาจจะมีแตกต่างกันบ้าง แต่ที่เหมือนกันแน่นอนเลยก็คือ ความรัก ความใส่ใจ และให้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ นั่นเอง

 


เรียบเรียงโดย: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: www.facebook.com/BabiMildTH/, IG @jannis_s

ท้องก่อนแต่ง!!! ปัญหาใหญ่บอกใครก่อนดี?

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้เรื่องการ “ ท้องก่อนแต่ง ” จะดูเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมโลก แต่ในสังคมไทยเราคงต้องยอมรับว่ายังมีบางครอบครัวที่มองเรื่องนี้ในแง่ลบอยู่  ผู้หญิงหลายคนที่พอรู้ว่าท้อง (ทั้งที่ยังไม่แต่งงาน) ออกอาการเครียด สับสนไม่รู้ว่าควรจะบอกใครก่อนดี ใครที่เจอสถานการณ์แบบนี้อยู่ ขอให้ตั้งสติแล้วอ่านคำแนะนำต่อไปนี้อย่างตั้งใจค่ะ

สาวๆ ต้องใจเย็น พอรู้ตัวว่า ท้องก่อนแต่ง รีบตั้งสติแล้วแจ้งข่าวกับบุคคลต่อไปนี้

Photo by Andrew Wilus from Pexels

1. บอกพ่อของเจ้าตัวเล็กในท้องก่อน

อย่างแรกที่เราอยากให้ทำหลังจากตั้งสติได้ก็คือ “บอกพ่อเด็ก” ก่อนเลยค่ะ ให้เขารับรู้ว่าเรากำลังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในตัวของเรา อย่าเพิ่งเป็นกังวลว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ เพราะอย่างน้อยเขาก็ควรจะต้องรู้ จากนั้นค่อยมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป ห้ามจิตตกหรือคิดทำอะไรไม่ดีเด็ดขาด วินาทีนี้คนที่ต้องเข้มแข็งที่สุดคือตัวคุณเอง ท่องไว้เลยว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ

2. รวบรวมความกล้าแล้วบอก “พ่อกับแม่”

เราเชื่อค่ะว่าข้อนี้เป็นข้อที่ทำยากและลำบากใจมากที่สุด หลายคนกลัวถูกด่าว่า กลัวท่านทั้งสองจะรับไม่ได้ กลัวจะต้องทะเลาะกันจนเรื่องบานปลายใหญ่โต หนักที่สุดคือกลัวว่าท่านจะเสียใจ แต่อย่างน้อยก็ขอให้คิดไว้ว่า “ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่อีกแล้ว” และท่านพร้อมจะให้อภัยเราได้เสมอ เพราะฉะนั้นการพูดความจริงกับท่านคือสิ่งที่ดีที่สุด ควรหาเวลาที่เหมาะสม สังเกตดูว่าท่านกำลังอารมณ์ดีและไม่ได้กำลังเครียดเรื่องอื่นอยู่ ลองคลานเข่าเข้าไปหา พร้อมกับมาลัยดอกมะลิสักพวงแล้วจึงค่อยๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มีคุณพ่อดุ ถ้ากลัวว่าท่านจะโกรธรุนแรงแนะนำให้บอกกับแม่ของคุณก่อน เพราะโดยธรรมชาติแล้วคนเป็นแม่จะใจเย็นและเข้าใจคุณมากที่สุด จากนั้นค่อยคิดปรึกษากันต่อว่าคุณจะเข้าไปบอกคุณพ่อตรงๆ หรือให้คุณแม่ค่อยๆ เกริ่นให้ก่อน จะได้ลดอารมณ์โมโหของคุณพ่อลงได้บ้าง

Photo by Rosie Fraser on Unsplash

3. ระบายให้ “เพื่อนสนิท” ฟังก่อนก็ได้

สำหรับใครที่กลัวและยังไม่กล้าบอกพ่อกับแม่ แต่ก็รู้สึกอยากหาคนช่วยฟังและให้กำลังใจ “เพื่อนสนิทที่สุด” ย่อมเป็นที่พึ่งและรับฟังปัญหาของคุณได้เสมอ บางคนเพื่อนอยู่ด้วยตั้งแต่ตอนตรวจเลยก็มี แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ ต้องเป็นเพื่อนที่คุณมั่นใจว่าเขาจะไม่นำเรื่องของคุณไปพูดลับหลังให้คุณเสียหายด้วยนะ

4. เจ้านายและเพื่อนร่วมงาน

เป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่คุณควรจะให้เขารู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมันจะเกี่ยวเนื่องกับการทำงานของคุณเอง อย่างเช่น ในกรณีงานของคุณค่อนข้างที่จะหนักอยู่แล้ว การบอกหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของคุณได้บ้าง หรือเมื่อถึงเวลาที่คุณต้องลาคลอดเป็นเวลาหลายเดือน หัวหน้าจะได้จัดสรรงานในส่วนของคุณให้กับเพื่อนร่วมงานได้อย่างถูกต้อง งานจะได้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด

ในกรณีที่แย่ที่สุดหากว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีความรับผิดชอบมากพอ คุณจะต้องตัดสินใจเป็น “ซิงเกิ้ลมัม” ที่แข็งแกร่งให้ได้ ถ้าคุณอยากจะร้องไห้เสียใจก็สามารถทำได้ค่ะ แต่ “ห้ามทำแท้งเด็ดขาด” (ขีดเส้นใต้ 500 เส้น) ยังไงเสียเขาก็คือลูกของคุณ เกิดจากความรักของคุณ และที่สำคัญเขาไม่มีความผิดใดๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นขอให้เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้มแข็ง เรื่องร้ายๆ ก็ทิ้งมันไว้ข้างหลัง แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกน้อยและเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดเถอะค่ะ

ทั้งหมดนี้ที่เขียนมานี้ก็เพราะว่าอยากจะช่วยแนะนำหนทางการแก้ปัญหาให้กับทุกคน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะย้ำไว้ก็คือ “กันไว้ดีกว่าแก้” เพราะถ้าคุณและคนรักเลือกที่จะรักสนุกก็ควรป้องกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัยสำหรับชายหรือหญิง รวมไปถึงยาคุมกำเนิด เลือกใช้ให้ถูกที่ถูกสถานการณ์ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทีหลัง

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแน่นอนว่าก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา แต่ไม่ว่าจะยังไง “ลูกก็คือลูก” ผิดพลาดพลั้งมาขอว่าอย่าซ้ำเติมเขาเด็ดขาด ต้องให้อภัย เป็นกำลังใจ และช่วยกันหาทางแก้ไขจะดีกว่านะคะ

ภาพ : Unsplash.com

ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น สายใยรักจากแม่แมว – จารุวรรณ สู่แม่หมิว – ลลิตา ดูแลกันอบอุ่น ครบ 3 เจเนอเรชั่น

ถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น สายใยรักจากแม่แมว – จารุวรรณ สู่แม่หมิว – ลลิตา ดูแลกันอบอุ่น ครบ 3 เจเนอเรชั่น…

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวคนดังที่น่ารักอบอุ่นจริงๆ สำหรับบ้านของหมิว – ลลิตา ปัญโญภาส นานทีจะเห็นภาพออกสื่อแบบครบสมาชิกทั้ง 3 เจเนอเรชั่น ทั้งคุณแม่แมว – จารุวรรณ ปัญโญภาส รวมถึงน้องแพลงต้อนและอีตั้นที่ตอนนี้เริ่มโตเป็นหนุ่มกันแล้ว

การเลี้ยงดูลูกหลานของบ้านนี้จริงๆคงต้องยกเครดิตให้คุณแม่แมว – จารุวรรณไปเต็มๆ ที่ดูแลปลูกฝังลูกสาวคนเดียวอย่างหมิว – ลลิตาได้อย่างดีตั้งแต่เล็กจนโต เป็นนางเอกดังของวงการบันเทิง จนกระทั่งแต่งงานมีลูก แม้ว่าจะคนละยุคกับที่คุณแม่แมวเคยเลี้ยงตัวเองมา แต่ก็มีหลายอย่างที่คุณแม่หมิว – ลลิตานำมาปรับใช้กับลูกชายทั้งสองคนด้วย

“หมิวเลี้ยงลูกใช้ทุกรูปแบบ ทุกอารมณ์ ทั้งดุ ทั้งปลอบ ก็พยายามเข้าใจลูกทุกอย่าง เราเคยเป็นเด็กแบบเขามาก่อน และเคยเป็นลูกของพ่อแม่เรา ก็เลยทำให้คิดถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก แม่เราสอนเราแบบไหน แต่มันอาจไม่เหมือนกันเลยทีเดียว เพราะเราเป็นผู้หญิง แต่ลูกเราเป็นผู้ชาย 2 คน ความคิดต่างกัน ต่างกับเราด้วย และเขา 2 คนก็มีความคิดต่างกัน ก็เลยต้องเรียนรู้ความต่างของเขา หมิวจะพยายามเป็นเพื่อนและแม่เขาด้วย พยายามใช้เหตุผลคุยกัน”

การเลี้ยงลูกชายสองคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ถือว่าทั้งแพลงต้อนและอีตั้นก็เป็นลูกที่ได้ดั่งใจคุณแม่หมิวไม่น้อยเลย เพราะมีอยู่บ่อยๆ ที่ทั้งคู่ทำเซอร์ไพร้ส์ให้คุณแม่ เห็นดูทะเล้นแบบนี้ ก็มีมุมอ่อนโยนที่ทำให้คุณแม่หมิวประทับใจได้เหมือนกัน

“ตอนเด็กๆเขาก็ทำการ์ดให้ พอโตขึ้นเขาก็คุยกับเรา ถามเราว่าวันนี้แม่ทำงานอะไร เป็นไงบ้าง หรือเราถามเขาว่าวันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไง ความสัมพันธ์ตรงนี้มันเกิดขึ้นทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอวันพิเศษ มันเกิดในทุกช่วงจังหวะของชีวิต มันเกิดขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว ก็เหมือนเราดูแล เป็นกำลังใจให้กันและกัน ทำทุกวันเป็นวันสำคัญ พอวันที่เป็นวันแม่จริงๆก็อาจไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก เพราะทุกวันเราก็อยู่ด้วยกัน ทำทุกวันเป็นวันที่ดีอยู่แล้ว”

สายใยรักของบ้านนี้อบอุ่นและแนบแน่นมาก ยิ่งได้ฟังที่แม่หมิวเล่าก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเลี้ยงลูกชายได้น่ารักแบบนี้ ก็เพราะมีตัวอย่างที่ดีแบบคุณแม่แมว – จารุวรรณนี่แหละจ้า

 

ภาพ : Central | ZEN Mother’s Day

อ่านรายละเอียดของCentral | ZEN Mother’s Day คลิกที่นี่

 

 

 

“หญิงแม้น” เผยชีวิตหลังแต่งเรียบร้อยเป็นแม่ศรีเรือน ผลัด 2 ปีค่อยมีทายาท ท่านพ่อเกริ่นอยากได้หลานสาว

หลังจาก “หญิงแม้น” หรือ “ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล” เข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เธอก็ควงสามี “ซัน – ต่อสวัสดิ์ สวัสดิ์-ชูโต” ไปเที่ยวบ่อยๆ จนไม่ค่อยได้มีเวลาออกงานสังคมเท่าไหร่ ล่าสุดมีโอกาสได้เจอเธอในงานกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ “รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่” ณ โรงพยาบาลราชวิถี อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา จึงไม่พลาดขอสัมภาษณ์อัพเดตเกี่ยวกับชีวิตหลังแต่งงาน ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า

“ซัน – ต่อสวัสดิ์” และ “หญิงแม้น”

“แต่งงานมาได้เกือบปีแล้ว พฤศจิกายนนี้ก็ครบปีพอดี มีความสุขดี ตั้งแต่แต่งงานก็ออกไปเจอเพื่อนน้อยลง แต่ก็มีความสุขอยู่ที่บ้านมากขึ้น ที่จัดงานเรียบง่ายก็เป็นเรื่องที่หลายคนคงรู้เกี่ยวกับพระราชพิธี (พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9) เลยไม่ได้จัดแบบใหญ่โตอะไร ส่วนตัวเราอยากแต่งเลย ไม่อยากรอ ไม่จำเป็นต้องมีงานวิวาห์ยิ่งใหญ่อะไร อยู่เงียบๆก็มีความสุขดี ก็ดูฤกษ์มาแล้ว เลยตัดสินใจแต่งเมื่อปีที่แล้ว ครบปีก็มีแพลนว่าจะไปเที่ยวกันเงียบๆ คงไม่ได้จัดงานอะไร

“หญิงแม้น” แม่ศรีเรือน

“ชีวิตหลังแต่งงานก็เป็นแม่ศรีเรือนมากขึ้น ส่วนตัวคิดว่าตัวเองเรียบร้อยขึ้น เป็นแม่ศรีเรือนมากขึ้น อยู่บ้านมากขึ้น ส่วนที่เปลี่ยนไปแบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะว่าสามีขอด้วยค่ะ แต่การที่เขาเป็นคนเงียบๆ ชอบอยู่กับธรรมชาติ ชอบธรรมะธัมโม พอได้อยู่กับเขาก็รู้สึกว่าตัวเราอยากที่จะเปลี่ยนเพื่อให้อยู่กับเขาได้ ส่วนตัวเขาก็เปลี่ยนเหมือนกัน คือใจเย็นขึ้น เพราะว่าเราเป็นคนค่อนข้างใจร้อน เวลาที่อยู่ด้วยกันเขาก็ต้องพยายามใจเย็นเพื่อที่จะเอาเราให้อยู่ แต่ก็บอกเลยว่าเขาเป็นสามีที่น่ารักมาก”

สาวฮ็อตสุดเซ็กซี่

อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามเกี่ยวกับการมีทายาทนั้น เจ้าตัวเผยว่า “ยังไม่ได้มีแพลนจะมีน้อง ปีนี้อายุ 27 ปี เดี๋ยวขอเวลาอีก 2 ปีค่อยว่ากัน เพราะไม่อยากมีลูกเกินอายุ 30 ปี สามีก็ไม่อยากมีลูกเลย คือเขาคิดว่าอยู่กันสองคนก็มีความสุขดีแล้ว แต่ว่าเราเป็นคนชอบเด็ก ก็อยากมี เดี๋ยวขอรอพร้อมกว่านี้ก่อน ถามว่าที่บ้านเร่งไหม ท่านพ่อก็แย็บๆว่าอยากให้มี เพราะอยากมีหลานสาว”

ภาพจาก@yingmann

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ขออนุญาตกากบาทนะคะ วันนี้อย่าดื้อหรือเอาชนะ ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่นะคะ เพราะจะยิ่งทำให้งานผิดพลาดมากขึ้น

การเงิน : ติดขัด ขาดสภาพคล่อง เครียดกับการหมุนเงิน

ความรัก : วันนี้ระวังจะมีปากเสียงกันเรื่องบุคคลที่ 3 หรือความรักที่ปิดบังซ่อนเร้น คนโสด อย่าเพิ่งหลงรักใคร จะเสียใจได้

สุขภาพ : ระวังตัวเบอร์สูงสุด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านที่อยู่ในงานด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ นักธุรกิจ หรือผู้ที่ให้คำปรึกษา กำลังตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้ความคิดหรือทบทวน ชั่งน้ำหนักหาเหตุและผลประกอบการตัดสินใจในทุกๆ เรื่องที่จะเข้ามา

การเงิน : หมดกับการซื้อความสุขให้ตัวเอง หรือเพื่อหน้าตาในสังคม

ความรัก :  วันนี้ท่านมีโอกาสได้ทำธุรกิจร่วมกับคู่ครอง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนดี  คนโสด มีเข้ามาให้เลือกจนเหนื่อยเลยค่ะ

สุขภาพ : อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ แต่ยังต้องฝ่าฟันกับปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาโดยคาดไม่ถึง พยายามหาเพื่อนหรือบริวารคู่คิดที่รู้ใจก็จะช่วยเหลือให้งานสำเร็จราบรื่นขึ้น

การเงิน :  หมดกับการเลี้ยงดูเพื่อนฝูงและบริวาร

ความรัก : วันนี้ควรลดความคาดหวังในตัวคู่ลงนิด ให้อภัยกันเยอะๆ เพราะเวลาท่านโมโหหรือทะเลาะกันทีไรจะควบคุมตัวเองไม่อยู่  คนโสด ยังเข็ดกับความรัก ขออยู่คนเดียวก่อน

สุขภาพ : ระวังโรคตามากันเป็นแพ๊ค ทั้งต้อหิน ต้อลม ต้อกระจก

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านได้ทำงานในสิ่งที่รักที่ชอบ จึงทำงานอย่างมีความสุข สดชื่น หรืออาจค้นพบว่า จริงๆ แล้วตัวเองทำงานอะไรแล้วมีความสุข

การเงิน   : มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยกับการซื้อเสื้อผ้าสวยไปออกเดท

ความรัก : วันนี้ท่านมีนัดเดท หรือดินเนอร์ หรือฮันนีมูนรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ คนโสด โลกท่านกำลังเป็นสีชมพู อยู่ในห้วงตกหลุมรัก

สุขภาพ : ระวังอุบัติเหตุจากการเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้จินตนาการท่านพลิ้วมาก ควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น งานที่เกี่ยวกับวงการบันเทิง ความสวยงาม แต่ระวังอย่าเชื่อคนง่ายนะคะ จะถูกหลอกได้

การเงิน :   พยายามอย่าให้กู้เงิน หรือค้ำประกันใคร โดยเฉพาะคนใกล้ชิด ความเสี่ยงมีสูง

ความรัก : วันนี้ท่านอ่อนไหว ลังเล ตัดสินใจเรื่องภายในครอบครัวไม่ได้ ทำให้ต้องมีปัญหาขบคิดอยู่ตลอดเวลา คนโสด อาจมีรักรีเทิร์น กลับมารักกันใหม่

สุขภาพ : ช่วงนี้ทานผักผลไม้ วิตามินบำรุงเลือดหน่อย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : เดินทาง ติดต่อสื่อสาร ทั้งวันค่ะ แต่ก็อย่าลืมดูแลทีมงานให้ดี เพราะท่านใจดีเกินไป จนบริวารสนิทสนมเกินพอดี ทำให้ปกครองลำบาก

การเงิน : หมุนเวียนสูง เข้ามือขวาออกมือซ้าย หากมีเหตุฉุกเฉิน ท่านสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ได้

ความรัก : วันนี้อาจเริ่มเบื่อๆๆ ชวนกันไปเปลี่ยนบรรยากาศดินเนอร์นอกบ้านบ้างก็ดี หรือง่ายๆ ช่วยกันโยกย้ายจัดบ้านบ้างก็พอช่วยได้ คนโสด ท่านคาดหวังสูง เพราะฉะนั้นอาจต้องรอนานนิด

สุขภาพ  :  จะมีปัญหาเลือดลมหมุนเวียนไม่สะดวก พกยาอม ยาดม ยาหม่องไว้บ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ระวังการมีปากเสียง ขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์

การเงิน : อย่าดื้อลงทุน หากยังไม่เห็นผลประโยชน์ชัดเจน เพราะเอาแน่ไม่ได้

ความรัก :  วันนี้เหมือนท่านพยายามจะเอาชนะคนรัก ซึ่งไม่ได้เกิดผลดีเลย มีแต่จะทะเลาะกันใหญ่โต กลั้นใจยอมหย่าศึกน่าจะเป็นวิธีที่ดี คนโสด มาแบบชั่วครั้งชั่วคราว ไม่จริงใจ

สุขภาพ : ระวังตัวเบอร์สูงสุดนะคะ

เปิดภาพ 3 นางงามจักรวาล อาภัสรา-ภรณ์ทิพย์-นาตาลี กับบทบาทคุณแม่มืออาชีพ

หากมีเวลา 1 วินาที ให้คุณพูดชื่อ นางงามจักรวาล 3 คน คุณจะนึกถึงใคร

ชัวร์ว่า 2 คนแรกต้องเป็น ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล และปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน แน่ๆ ส่วนอีกชื่อก็เชื่อว่าร้อยละ 50 ต้องคิดถึงเธอคนนี้ นาตาลี เกลโบวา นางงามจักรวาลที่มาคว้ามงกุฎในประเทศไทย จนเกิดควาหลงรัก และแทบจะปักหลักอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร

แต่นอกจากทั้งสามจะเป็น นางงามจักรวาล เหมือนกันแล้ว อีกสิ่งที่พวกเธอมีเหมือนกันคือสถานภาพการเป็น ‘แม่’

ลิสต์นี้แพรวดอทคอมอาสาตามไปส่องบทบาทคุณแม่ของตำนานมงกุฎจักรวาล  มาดูกันว่าคุณแม่ดีกรีนางงามจักรวาลจะมีแนวทางการเลี้ยงลูกอบอุ่น กว้างใหญ่เท่าจักรวาลอย่างไรกันได้เลยจ้า

นางงามจักรวาลปี 1965 “ปุ๊ก – อาภัสรา หงสกุล”

นางงามจักรวาลปี 1965 “ปุ๊ก – อาภัสรา หงสกุล” ตำนานความสวยที่คนไทยไม่มีวันลืม เพราะเธอคือนางงามจักรวาลคนแรกของประเทศที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วโลก สำหรับชีวิตครอบครัวนั้น เธอมีลูกชาย 2 คน คือ “หม่อมหลวงรุ่งคุณ กิติยากร” และ “ป๊อก – ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” นอกจากความสวยโกอินเตอร์แล้ว “แม่ปุ๊ก” ถือเป็นคุณแม่หัวสมัยใหม่มากๆ เพราะที่ผ่านมาสองหนุ่มถูกเลี้ยงดูในแบบที่เป็นทั้งแม่และเพื่อน โดยคติที่ใช้ปลูกฝังคือการสอนเรื่องความยุติธรรมและความถูกต้อง

“แม่ปุ๊ก” กับบทบาท “คุณแม่” และ “คุณย่า”

เธอมีข้อคิดในการสอนลูกในเรื่องของความรัก “ต้องเป็นสุภาพบุรุษ ต้องช่วยเหลือสนับสนุนกันไปในทางที่ดี” และทุกวันนี้เชื่อว่า “คุณแม่ปุ๊ก” คงสบายใจมาก เพราะนอกจากลูกชายคนโตจะมี “น้องกัสโป” มาคอยสร้างความน่ารักให้คุณย่ามีความสุขแล้ว ลูกชายคนเล็กอย่างป๊อกก็กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับนางเอก “มาร์กี้ – ราศรี บาเล็นซิเอก้า” ในช่วงปลายปีนี้ด้วย เชื่อว่าหลังจากนี้ชีวิตคุณแม่ที่กำลังเปลี่ยนเป็นคุณย่าคงมีความสุขมากๆกับลูกๆหลานๆอย่างแน่นอน

นางงามจักรวาลปี 1998 “ปุ๋ย – ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน”

ผ่านมา 29 ปี แต่วลี “พี่ปุ๋ยรักเด็ก” ยังคงเป็นที่จดจำของคนไทยทั้งประเทศ เพราะนี่คือคำพูดของนางงามจักรวาลปี 1998 “ปุ๋ย – ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน” ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยที่ไปคว้ามงกุฎระดับโลก แม้เวลาจะไปผ่านไปนาน แต่ความรักเด็กของ “พี่ปุ๋ย” ยังไม่จืดจาง เพราะนอกจากลูกๆแล้ว เธอยังเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิแองเจิลส์ วิงส์ ฟาวน์เดชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเด็กให้มีโอกาสที่ดีทางด้านการศึกษาด้วย

“พี่ปุ๋ย” กับลูกๆ “ฌอน ไซมอน” กับ “โซฟี ไซมอน”

นอกจากงานมูลนิธิแล้ว บทบาทความเป็นแม่ของ “พี่ปุ๋ย” ยังเป็นที่ยกย่องอีกด้วย แม้ว่า “มร.เฮิร์บ ไซมอน” จะเป็นมหาเศรษฐี แต่อยากทำหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร รับ – ส่งลูกๆที่โรงเรียน และแม้จะใช้ชิวิตในต่างแดนเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้เลี้ยงแบบฝรั่ง เพราะเธอชอบให้ลูกๆอยู่ในสายตามากกว่า นอกจากนี้ “พี่ปุ๋ย” ยังสอนให้ลูกๆรู้จักวัฒนธรรมไทยด้วย เรียกว่าทำหน้าที่นอกบ้านและในบ้านดี ไม่มีบกพร่อง สมเป็นผู้หญิงตัวอย่างจริงๆ

นางงามจักรวาลปี 2005 “นาตาลี เกลโบวา”

สุดท้ายนางงามจักรวาลปี 2005 “นาตาลี เกลโบวา” แม้เธอจะไม่ใช่คนไทยโดยกำเนิด แต่หัวใจกลับมีหัวใจของชาวไทยเต็มร้อย เพราะหลงรักเมืองไทยในทุกๆด้าน เธอจึงเลือกใช้ชีวิตที่นี่เป็นหลัก แม้จะหย่าร้างกับหนุ่มนักกีฬาไทย “บอล – ภราดร ศรีชาพันธุ์” แต่สาวงามจากแคนาดายังถือว่าเมืองไทยเป็นบ้านที่สำคัญที่สุดของเธอไม่เปลี่ยน โดยปัจจุบันเธอได้แต่งงานกับนักธุรกิจต่างชาติ “ดีน เคลลี่ จูเนียร์” และมีลูกด้วยกัน 1 คน ชื่อ “มายา” ซึ่งมาจาก “อ่าวมาหยา” ที่ทั้งคู่พบรักกัน

“นาตาลี” กับ “น้องมายา”

ปัจจุบันเธอมีงานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีงานดีเจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชื่นชอบ แม้จะงานเยอะ แต่ลูกคือสิ่งที่สำคัญ ด้วยต้องเดินทางตลอดเวลา ทำให้เธอคิดที่จะให้ลูกเรียนโฮมสกูล เพื่อที่จะสามารถดูแลกันได้ ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวเท่านั้น แต่นางงามแคนาดาหัวใจไทยยังมีเสน่ห์ปลายจวักด้วย เพราะนอกจากสามีจะติดใจการทำอาหารของเธอแล้ว “น้องมายา” ก็ยังชอบรับประทานอาหารฝีมือคุณแม่มากๆ ส่วนที่จะให้ลูกเป็นนางงามตามรอยเธอหรือไม่นั้น “นาตาลี” บอกว่าต้องให้เขาโตก่อนค่อยตัดสินใจ แต่จากที่สังเกต ลูกสาวชอบอะไรที่เป็นประกาย โดยเฉพาะมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ฉายมาขนาดนี้ บอกเลยว่าอีกสิบกว่าปีมงต้องลง “น้องมายา” แน่นอน

 

เอิร์น – จิรวรรณ เส้นเสียงอักเสบ หมองดใช้เสียง แต่รักลูกจึงอยากพูดกับเขาให้ได้มากที่สุด

ยังจำกันได้หรือเปล่า อ๊ะ…อาย, เคยไหม เพลงฮิตคุ้นหูของอดีตนักร้อง เอิร์น – จิรวรรณ เตชะหรูวิจิตร จากนักร้องสาวหน้าใสในวันนั้นที่มีคุณแม่คอยดูแล ใส่ใจในเรื่องการทำงานและการเรียนควบคู่กันจนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันสาวเอิร์นได้กลายเป็นคุณแม่ลูกสองคอยเลี้ยงดู น้องดี – น้องดวิณ และสนับสนุนให้ลูกชายทั้งสองได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นลูกมีพัฒนาการในทุกๆ วัน 

แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสพบสาวเอิร์น – จิรวรรณ ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ ไลฟ์เซ้นท์ ณ ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยแต่ก่อนสาวเอิร์นหน้าตาสวยสดใสเช่นไร ปัจจุบันก็เป็นเช่นเดิม และดูท่าจะสวยขึ้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกเข้ามาก็อาจไม่เชื่อว่านี่เป็นคุณแม่ลูกสองที่มีอายุ 35 ปีแล้ว

หากได้ติดตามชีวิตครอบครัวของสาวเอิร์น หลายคนน่าจะได้เห็นโมเมนต์น่ารัก อบอวลไปด้วยความสุขระหว่างสาวเอิร์น และลูกชายทั้งสอง น้องดี – ดวงดิช และน้องดวิณ – ดวงเดช ชัยรุ่งเรือง รวมถึงความหวานกับสามี คุณดราฟ – ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง อยู่เสมอๆ ซึ่งการได้มานั่งคุยกับสาวเอิร์นก็ทำให้เรารู้ว่าพลังของความเป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะทำให้รู้ว่าอดีตนักร้องสาวนั้นเกิดอาการเส้นเสียงอักเสบในช่วงที่มีลูกคนแรก เนื่องจากใช้เสียงผิดประเภท โดยปัจจุบันก็ยังต้องคอยดูแลรักษา และถึงแม้คุณหมอจะเตือนให้ลดการใช้เสียง แต่สาวเอิร์นก็ยังรักที่จะสอนลูก พูดคุยกับลูกบ่อยๆ รวมถึงเมื่อปีที่แล้วเธอยังขึ้นร้องเพลงใน The Next Venture Concert 2016 อีกด้วย เรียกว่าทั้งรักลูกและคิดถึงการร้องเพลง ไม่รอช้า ไปอัพเดตชีวิตของสาวเอิร์นจากบทสัมภาษณ์นี้กันเลยค่ะ…

คุณพ่อคุณแม่ของสาวเอิร์น
คุณแม่กับหลานชาย น้องดี

ตลอดชีวิตเวลาจะทำอะไรมีคุณแม่คอยอยู่เคียงข้างตลอด ตอนนี้เป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงคุณแม่ได้มีการแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ

เอิร์น: จริงๆ แล้วต้องบอกว่าคุณแม่ (จิตรา เตชะหรูวิจิตร) เป็นเหมือนทุกอย่างของเราเลยค่ะ ตั้งแต่เอิร์นยังเป็นลูก ยังอยู่ในวงการ คุณแม่ก็คอยดูแลตลอด ด้วยความที่ตอนนั้นเราเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ค่อนข้างจะเด็ก เพราะฉะนั้นการที่เราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในวงการ ทำงานได้และเรียนไปด้วยโดยที่ทั้งสองอย่างบาลานซ์กันโอเค ก็ได้คุณแม่คอยดูแลใกล้ชิดทุกอย่างค่ะ และเอิร์นสนิทกับคุณแม่ เวลามีอะไรจะสามารถคุยกับคุณแม่ได้ทุกเรื่อง จนกระทั่งพอมีแฟนหรือมีอะไรทุกครั้งก็จะปรึกษาคุณแม่ค่ะ อย่างตอนที่เรามีลูก รู้ว่าตั้งท้อง แน่นอนว่าคนที่ปรึกษาเยอะที่สุดก็คือคุณแม่ แต่ว่าโชคดีที่เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีต่างๆ ด้วย ก็เลยหาข้อมูลด้วยตัวเองด้วยและถามคุณแม่ด้วย ก็ได้ประสบการณ์ที่คุณแม่บอกเรา แล้วเราได้นำมาใช้กับชีวิตความเป็นแม่ของเราจริงๆ อย่างนี้ค่ะ

ถึงจะมีลูกชาย แต่ก็มีแฟชั่นการแต่งตัวคู่กับลูกชายด้วย 

เอิร์น: ใช่ๆ จริงๆ สมัยก่อนคุณแม่เป็นคนชอบแต่งตัว เราก็ไม่รู้หรอก แต่เราได้ยินมาจากคุณแม่ อย่างเสื้อผ้าส่วนใหญ่ คุณแม่จะตัดเอง อย่างสมัยก่อนจะเป็นแนวระบายๆ เยอะๆ ซึ่งคุณแม่จะตัดชุดให้เราเข้ากับชุดคุณแม่เหมือนกัน ซึ่งเราจะมีความรู้สึกว่า อุ้ย ไม่เอา ไม่ชอบใส่กระโปรงระบายอะไรขนาดนี้ แต่พอมาปัจจุบันอยากจะใส่เหมือนตอนนั้น มันจะมีอยู่ช่วงนึงที่เรารู้สึกไม่เอาๆ เหมือนใส่มาเยอะ คุณแม่ก็ตัดให้เราใส่ เราก็ไม่เอาๆ จนกระทั่งมาปัจจุบันก็อยากจะเป็นเหมือนตอนนั้น ไม่รู้ว่ามันมาจากตอนไหน ก็อยากจะใส่ชุดคู่กับลูก แล้วเป็นแนวระบายๆ หน่อยอย่างนี้ค่ะ ก็เลยเป็นจุดริเริ่มของการทำเสื้อผ้า (แบรนด์ Earn Chira MOMMY & KIDS Boutique) ซึ่งถ้าพูดตรงๆ เราก็ไม่เน้นขายมาก แต่เราอยากทำในสิ่งที่เราอยากใส่คู่กับลูก แล้วเราก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าคู่กับลูกชาย ชุดลูกชายโอเคแล้วละ น่ารัก หล่อ แต่บางทีคุณแม่ดูน้อยไปนิดนึง ก็ขอดีเทลเพิ่มนิดนึงก็แล้วกัน ก็เลยทำมาในแบบที่เป็นตัวเรา ใส่แมตช์กับลูกชายได้

คุณดราฟได้ช่วยคุณเอิร์นเลี้ยงลูกชายอย่างไรบ้าง

เอิร์น: ตอนนี้คนโต น้องดี – ดวงดิช 3 ขวบกว่า เขาชอบทำกิจกรรมเหมือนคุณพ่อ ชอบเล่นกีฬา ชอบนั่งรถเที่ยว ดูโน่นดูนี่ กินลมอะไรอย่างนี้ เขาก็จะไปกับคุณพ่อบ่อยมาก เหมือนบางทีเอิร์นอยู่บ้านก็จะดู 2 คนใช่ไหมคะ ดูคนเล็กด้วย คือ น้องดวิณ พอพ่อเขากลับมาจากที่ทำงาน แม้เขาจะทำงานเยอะ พอกลับมาถึงเขาก็จะพาพี่ดีออกไปข้างนอกและไปทำกิจกรรมอะไรแบบแมนๆ ของเขา แล้วก็กลับเข้าบ้าน เขาก็จะดูแลลูกๆ ประมาณนั้น แต่ตอนพี่ดีเด็กๆ เขาก็จะช่วยอาบน้ำ ช่วยอะไรด้วย คือพี่ดราฟก็จะทำอะไรได้ทุกอย่างเหมือนที่เอิร์นทำได้ค่ะ แต่เรื่องความละเอียดอ่อนก็อาจจะน้อยกว่า เราก็เลยเหมือนกับถ้าเรื่องความสะอาด เรื่องโภชนาการ เรื่องความละเอียดอ่อนก็จะเป็นแม่ค่ะ

มีวิธีดูแลตัวเองในช่วงก่อนหรือหลังมีลูกอย่างไรบ้างคะ 

เอิร์น: ต้องบอกว่าช่วงนี้ดูแลตัวเองน้อย มีเวลาดูแลตัวเองน้อย เพราะเหมือนกับว่าเราทุ่มเวลาให้ลูก แต่ในส่วนหนึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราเล่นกับลูก อยู่กับลูกอะค่ะ ทำให้สุขภาพจิตภายในเราดี มีความสุขทุกวัน เวลาทำอะไรกับลูก เขาก็จะมีอะไรน่ารักๆ มีพัฒนาการขึ้นมา ยิ่งคนเล็ก (น้องดวิณ) เขาเพิ่ง 1 ขวบ 1 เดือน ก็จะมีพัฒนาการอะไรแปลกๆ ที่เราเห็นก็จะมีความสุขทุกวัน ส่วนคนโต (น้องดี) ก็จะช่างพูด ช่างอ้อน พอเราอยู่กับเขา เราก็มีความสุข

อีกอย่างหนึ่งที่ได้จากลูกเลยก็คือ ลูกคนโตเขาทำแอ๊คทิวิตี้เยอะ ชอบออกไปทำกิจกรรม เล่นกีฬาเอ๊าต์ดอร์ เราก็ต้องติดตามไปดูความปลอดภัย กลัวลูกล้ม กลัวนั่นกลัวนี่ ก็เลยได้เกี่ยวกับการเผาผลาญไปด้วย เพราะจริงๆ เอิร์นเป็นคนที่ไม่มีระเบียบในการออกกำลังกายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเรามีลูกก็เหมือนกับว่าทุกวันเด็กเขาก็อยากจะออกไปข้างนอก เราก็ต้องออกไปตามเขา ปกติถ้าอากาศร้อน เอิร์นเลือกได้ก็จะอยู่ในห้องแอร์ แต่ว่าพอมีลูก ลูกจะเหงื่อแตกแค่ไหนเขาก็ชอบ ขอออกข้างนอก เราก็เลยมีความรู้สึกว่าต้องออกไปกับเขา ก็ได้เบิร์น ได้เหงื่อออก ได้โน่นได้นี่อย่างนี้ค่ะ ก็ได้ตามลูกเลยค่ะ

น้องดี เด็กชายขาลุย
น้องดวิณและแม่เอิร์น

จะได้มีโอกาสเห็นคุณเอิร์นกลับมาร้องเพลงให้แฟนๆ ได้ฟังกันอีกไหมคะ

เอิร์น: จริงๆ ก็คิดถึงนะคะ แต่ว่าเอิร์นต้องออกตัวก่อน เพราะว่าเวลาที่เราขึ้นคอนเสิร์ต เราจะเสียงเปลี่ยน เพราะว่าเอิร์นเป็นเส้นเสียงอักเสบ อยากจะรักษาเหมือนกัน แต่มันก็รักษาไม่ได้ คือเส้นเสียงอักเสบเกิดจากเราใช้เสียงผิดประเภท ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อลูกคนโตอายุประมาณ 6 เดือนค่ะ เพราะฉะนั้นมันก็เลยเหมือนกับว่าน่าจะเกิดจากการที่เราเล่นกับลูกด้วย อาจจะออกเสียงผิดลักษณะ ทำให้ช่องเสียงของเราปกติมันจะมีลักษณะเป็นเส้นตรงเลย และปิดกันสนิท แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเส้นเสียงเราไม่ปิดสนิทค่ะ มีลมผ่าน ทำให้เสียงเราแหบ คือวันหนึ่งสมมุติว่าถ้าเอิร์นใช้เสียงเยอะอย่างนี้ หรืออย่างตอนที่ออกคอนเสิร์ต The Next Venture เมื่อปีที่แล้ว กลับมาคือจะเสียงหาย แหบมาก เหมือนกับว่ามันมีลมผ่านเยอะค่ะ แล้วก็ได้ไปปรึกษาคุณหมอ ตอนแรกคิดว่าตัวเองเป็นหวัดลงคอ เพราะเสียงหาย แต่เอ๊ะ! เป็นมา 3 สัปดาห์ก็ไม่หาย แล้วก็ไม่มีอาการหวัดอย่างอื่นร่วม ก็เลยไปหาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าเป็นเส้นเสียงอักเสบ รักษาได้อย่างเดียวคือต้องผ่าตัด แต่ผ่าตัดไม่การันตีว่าจะหายขาด เนื่องจากว่ามันเป็นเส้นที่เล็กมาก เพราะฉะนั้นถ้าผ่าแล้วมีรูนิดเดียว กลายเป็นว่าจะไม่มีวันหาย กลายเป็นว่าจะมีลมผ่านอยู่ตลอดเวลา คุณหมอเลยบอกว่าทางที่ดีก็คือให้ใช้เสียงน้อยๆ สมมุติถ้าวันไหนใช้เสียงน้อยๆ ได้สัปดาห์นึง เสียงก็จะกลับมาเกือบจะเหมือนเดิม

ภาพคุณเอิร์นตอนเด็ก รู้เลยว่าลูกชายทั้งสองลูกใคร อิๆ

ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ผ่าตัด?

เอิร์น: ไม่ผ่าค่ะ เพราะกลัวว่ามันจะเป็นอย่างนั้นไปตลอดเลย แล้วก็ยังไม่ได้ใช้เสียงน้อยลง เพราะต้องพูดกับลูกทุกวัน เพราะเด็กเขามีพัฒนาการ แล้วเอิร์นเชื่อว่าเขาก็รับรู้ เข้าใจในสิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราสอน

แล้วมีวิธีดูแลตัวเองด้านนี้เป็นพิเศษอย่างไรบ้างคะ

เอิร์น: ดื่มน้ำเยอะๆ ค่ะ จริงๆ เราจะรู้สึกได้เลยว่าถ้าวันไหนที่เราไม่ได้ใช้เสียงเยอะ ดื่มน้ำเยอะ แล้วก็นอนพอ เสียงก็จะโอเคอย่างนี้ เสียงก็จะไม่ได้แย่มาก แต่ถ้าวันไหนพูดเยอะๆ แล้วนอนดึก ก็จะรู้สึกได้เลยว่าตื่นขึ้นมาเสียงจะแหบ บางทีพูดๆ อยู่เสียงหายไปเลย ซึ่งเราก็ต้องรักษาตัวเองไป

วางแพลนอนาคตให้ลูกชายทั้งสองอย่างไรบ้างคะ ปล่อยอิสระตามที่เขาชอบเลยหรือเปล่า

เอิร์น: ตอนนี้น้องดีเรียนที่โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวบ้านสามี และตอนนี้เอิร์นก็เข้าไปดูแลที่นี่เต็มที่เลย คือโรงเรียนค่อนข้างจะตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่สอนระบบสาธิต แล้วมีเรื่องการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน ก็เลยดูว่าถ้าตรงนี้เขาสามารถมีคอนเวอร์เซชั่น ใช้การสื่อสารระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้ดี ก็ให้เขาเรียนแบบนี้ไปจนถึงม.6 เลยค่ะ แต่ถ้าเรื่องความชอบก็ตามเขาทุกอย่าง เอิร์นจะเป็นคนไม่กดดันหรือเร่งเร้าอะไรเขา เพราะด้วยความที่เอิร์นและสามีโตมาแบบที่คุณพ่อคุณแม่เปิดอิสระให้เรามีความคิดเป็นของตัวเอง ชอบแบบไหนก็ปล่อยให้ไปตามแบบนั้น เอิร์นก็เลยจะปล่อยให้เขาได้ทำทุกอย่างตามที่เขาชอบค่ะ

น้องดี ลูกชายคนโต ออร่าความหล่อกระจายแต่เด็ก
คุณแม่สวย ลูกชายหล่อ น่ารักเชียว

ใส่ใจดูแลลูกชายเหมือนที่ตัวเองได้รับมาจากคุณแม่ เป็นการถ่ายทอดความรักจากรุ่นสู่รุ่นแท้จริงเลยนะเนี่ย…


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @earnie_chirawan @earn_chira

Candle in love จุดไฟรักด้วยเทียนหอม

เห็นเทียนหอมทีไรรู้สึกโรแมนติคปนอีโรติคทุกที เพราะไหนจะแสงเทียนนวลตา ที่มองแล้วรู้สึกวาบวาม ไหนจะกลิ่นหอมสารพัดที่มีประโยชน์ทุกครั้งที่สูดดม แล้วแบบนี้ไฟรักจุดไม่ติดก็แปลกแล้ว

ก่อนจะไปว่ากันด้วยกลิ่น มารู้จักประเภทของเทียนก่อน เวลาก่อการโรแมนติคจะได้เลือกใช้งานได้ถูก

Taper Candle
1

เทียนแท่งในเชิงเทียนบนโต๊ะดินเนอร์สุดโรแม้นซ์นั่นล่ะคะ ส่วนความยาวก็ได้หมดเลยตั้งแต่ 6-18 นิ้ว

Jar Candle

2

เทียนในขวดโหลที่มักเรียงเป็นทางเดินในงานแต่ง งานเซอร์ไพรส์ ที่ต้องใส่ขวดโหลก็เพื่อป้องกันน้ำตาเทียนไหลย้อยเลอะเทะให้ต้องตามขัดตามถู

Pillar Candle 

3

เทียนเปลือยเปล่าเล่มโต จุดเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีน้ำตาเทียนให้ต้องขูดออก ถ้ายังนึกไม่ออก ก็เทียนแบรนด์ดังในแพคเกจสวยนั่นแล่ะ

Tealight Candle 

4

เทียนในถ้วยสังกะสีเล็กๆ ที่มีประโยชน์มากกว่าให้แสงสว่าง เพราะนางมีประโยชน์ในเรื่องกลิ่นหอมๆและนำไปอุ่นอาหารได้ด้วย

หลังจากรู้จักเทียนประเภทต่างๆ แล้ว ทีนี้เราจะแนะนำให้คุณใช้เทียนให้ถูกจุดค่า เริ่มต้นด้วยห้องส่วนตัวเอ็กคลูซีฟสุดอย่าง ห้องนอน

ห้องนอน 

bedroom

จุดเทียนสร้างบรรยากาศสื่อรักกันทั้งทีก็ต้องพิถีพิถันเลือกกันหน่อย ตั้งแต่เนื้อเทียนที่แนะนำว่าเนื้อเทียนจากธรรมชาติอย่าง ขี้ผึ้งหรือ ไขถั่วเหลืองที่ปราศจากควันรบกวนจังหวะร้อยด้ายเข้าเข็ม ส่วนรูปแบบของเทียนต้อง Pillar Candle และ Jar Candle ก็แหมตอนเช้าใครจะอยากต้องตื่นมาขูดน้ำตาเทียนละเนอะ ในส่วนของกลื่น ถ้าอยากจะให้ขุ่นซะมีสะกิดชวนออกกำลังกายในร่มก็ต้อง คลารี่เซจ วานิลลา หรือกุหลาบ แต่ถ้าอยากจะปล่อยให้คนข้างกายคลายเครียดนอนหลับยาวไปถึงเช้า ก็ต้องกลิ่นคาโมมายล์ นั่นล่ะคร้า และถ้าไฟรักซาลงแล้วก็อย่าลืมมาดับไฟเทียนด้วย ไม่งั้นจากคืนร้อนรัก อาจกลายเป็นคืนร้อนบ้านแทน

ห้องน้ำ

bathroom

ในห้องน้ำแบบนี้ถ้าไม่อยากให้เทียนดับ อารมณ์หดก็ต้องใช้เทียน Jar Candle ที่อยู่ในแก้ว น้ำกระเด็นไปโดนก็ไม่ดับง่ายๆ แถมน้ำตาเทียนไม่หกเลอะเทอะและยังเก็บง่ายอีก ส่วนกลิ่นก็มีให้เลือกหลากหลายเข้ากับนาฬิกาชีวิต อย่างตอนเช้าที่ต้องการความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ลองกลิ่นตระกูลซีทรัส ส่วนตอนเย็นที่อยากผ่อนคลายก็จัดกลิ่นเจอราเนียม (ได้ประโยชน์เพิ่มตรงที่ไล่ยุงได้ด้วย) แต่ถ้าอยากชวนคนข้างกายเล่นซุกซนเปลี่ยนบรรยากาศจากเตียงนอนมาเป็นในอ่างอาบน้ำแล้วล่ะก็ กระดังงา และ แซนเดอร์วู๊ด คือคำตอบที่ดีค่ะ

อ้อ! ลองดับไฟนีออนแล้วเหลือแต่แสงของเทียนก็ช่วยเร้าอารมณ์อีโรติคให้ลุกโชนยิ่งขึ้นไปอีกนะ

ห้องนั่งเล่น/ห้องรับแขก
livingroom

บ้านบางหลังอาจใช้ทั้งสองห้องร่วมกันทำให้เป็นห้องที่ฟังค์ชั่นสูงมากจริงๆ เพราะห้องหนึ่งห้องเป็นทั้งห้องพักผ่อนและหน้าตาของเจ้าของบ้านในหน้าที่ห้องรับแขก ในที่แห่งนี้เทียนจึงถูกใช้มากกว่าสร้างบรรยากาศ แต่ยังใช้เป็นของแต่งบ้านได้อีกด้วย จึงทำให้เหมาะกับเทียนทุกแบบเลย ส่วนกลิ่นเนี่ย แนะนำว่าเป็นเปปเปอร์มินท์ที่ให้ความสดชื่น และรู้สึกเย็นสบาย ช่วยดับร้อนอากาศยามกลางวันของบ้านเรา

โต๊ะอาหาร 

dinner

เทียนประจำตำแหน่งเขามีอยู่คือ Taper Candle ส่วนกลิ่นเนี่ยก็ขึ้นอยู่กับว่าอยากได้อะไรจากดินเนอร์มื้อนี้ ถ้าอยากกินอาหารอร่อยๆ เจริญอาหารดีกว่าปกติก็ต้อง กลิ่นเบอร์กาม็อท แต่ถ้าวางแผนมาเพื่อจะกวาดทั้งหมดลงจากโต๊ะอาหารแล้วถูกพาขึ้นโต๊ะแล้วล่ะก็ กลิ่นเนโรลี่ หรือกลิ่นดอกส้ม จะเหมาะกับแผนการณ์สุดเซ็กซี่ของคุณสุดๆ

เซอรไพรส์ 

sur

ในโอกาสพิเศษอยากเซอร์ไพรส์คนรักด้วยการจุดเทียนเป็นทางเดิน เป็นรูปหัวใจบอกรัก แนะนำเป็น Tealight Candle หรือ Jar Candle จะได้เก็บง่าย แถมเซอร์ไพรส์เสร็จก็ไม่ต้องกลายร่างเป็นนางซินขูดเทียนที่พื้น สำหรับกลิ่นเนี่ยก็ต้อง กุหลาบ สิคร่ะ บอกรักได้ด้วยแถมยังปลุกอารมณ์ให้คุกกรุ่นสมกับเป็นคืนเซอร์ไพรส์

เห็นไหมว่ามีเทียนแล้วดี ทั้งแต่งบ้านได้ กลิ่นก็ดี แถมแสงยังละมุนใช้ก่อการโรแมนติคได้ ลองหามาติดบ้านสักแท่งสองแท่ง เผื่อจะเปลี่ยนเวลาไฟดับที่แสนน่าเบื่อ เป็นไฟดับคึกคัก อิอิ

เรื่อง : Riya

ขอบคุณข้อมูลและภาพ http://www.cozyhearthcandles.com , http://www.homestratosphere.com , http://www.bollywoodshaadis.com , http://www.aromatherapy.com , www.pinteres.com , https://static.pexels.com, http://www.publicdomainpictures.net

ก.มหาดไทยเผยกำหนดการ ฉลอง 85 พรรษา มหาราชินีในรัชกาลที่ 9

ในเดือนสิงหาคมนอกจากจะเป็นวันแม่แห่งชาติแล้ว 12 สิงหาคม ยังเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยในปีนี้ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา

ทั้งนี้ทางกระทรวงมหาดไทยจึงได้มีหมายกำหนดการถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เตรียมความพร้อมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยใจความสำคัญมีดังนี้

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ถ้ามีอัพเดตอีก แพรวดอทคอมจะนำมาแจ้งให้ทราบในครั้งต่อไป

เรียนรู้ในวันที่ไม่มีแม่ 4 คนดังลูกสาวคนเก่ง เดินด้วยตัวเองอย่างแข็งแกร่งจนชีวิตได้ดี

เรียนรู้ในวันที่ไม่มีแม่ 4 คนดังลูกสาวคนเก่ง เดินด้วยตัวเองอย่างแข็งแกร่งจนชีวิตได้ดี…

การจากลามักเจ็บปวดเสมอ…แต่การจากลาก็มักจะสร้างความเข้มแข็งได้เช่นกัน แม้ว่าจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องผ่านวินาทีนั้นไปให้ได้ เหมือนเช่นสาวคนดังทั้ง 4 คนนี้ เธอทำหน้าที่ลูกสาวของแม่ได้อย่างไม่มีที่ติ จวบจนวันที่คุณแม่ของพวกเธอต้องจากไป ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว

ในเดือนสิงหาคมเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันแม่แห่งชาติ บางคนยังมีแม่ให้กอดก็นับว่ายังโชคดี ส่วนใครที่ไม่มีคุณแม่แล้ว และยังจมอยู่กับความเศร้า วันนี้แพรวดอทคอมอยากให้มาดูตัวอย่างของ 4 สาวคนดังเหล่านี้ พวกเธอผ่านการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ แต่ก็ผ่านจุดนั้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง จนชีวิตในตอนนี้เชื่อว่าคุณแม่ของพวกเธอคงหมดห่วง สบายใจแล้ว

เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ

เชอรี่เป็นผู้หญิงที่วางตัวดีจนใครๆต่างชื่นชม เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของพลโทยุทธนา สิริสุขะ และเจ้านิรมิต สิริสุขะ (สกุลเดิม มหาวงศนันท์) และสูญเสียคุณแม่ไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทุกวันนี้สาวเชอรี่จึงมีแต่คุณพ่อ และทำหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่ สังเกตได้จากไอจีของเธอ บ่อยครั้งที่ได้เห็นภาพน่ารักของพ่อลูกคู่นี้ไปทำบุญร่วมกันเสมอ รวมถึงภาพครอบครัวอันอบอุ่น นอกจากนี้หลายคนก็ชื่นชมความเป็นตัวเธอไม่น้อย ทั้งกิริยาท่าทาง การวางตัว ซึ่งไม่เคยมีข่าวฉาวให้ได้ยินเลยสักครั้ง แถมชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขมากๆกับการทำงานช่วยเหลือสังคมด้วย เชื่อว่าถ้าคุณแม่ท่านได้รับรู้ก็คงภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้ไม่น้อยเลย

อมิตา ทาทา ยัง

ฉายาสาวน้อยมหัศจรรย์ที่เธอได้รับเมื่อสมัยยังเป็นนักร้องวัย 14 ปี คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการผลักดันของคุณแม่บัญชร ยัง ซึ่งเต็มที่กับลูกสาวคนนี้มาก จนประสบความสำเร็จสูงสุดในฐานะนักร้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณแม่ของสาวทาทาก็ต้องมาเจอกับอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งหลอดลมระยะสุดท้าย ซึ่งทาทาเองก็ทุ่มเทดูแลคุณแม่เต็มที่ โดยหมดค่ารักษาเพื่อยื้อชีวิตคุณแม่ไปกว่าสิบล้าน ภายหลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อของสาวทาทาก็มาจากไปอีก เรียกว่าชีวิตช่วงนั้นของสาวทาทาหนักหนามากทีเดียว แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านมาได้ และคงทำให้คุณพ่อคุณแม่หมดห่วง สาวทาทาเธอมีครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่น มีลูกชายที่น่ารัก และมีสามีที่พร้อมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิตแล้ว

ตั๊ก – บงกช คงมาลัย

เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อตั๊ก – บงกช คงมาลัย หากจะนำมาทำเป็นละครดราม่าก็คงมีซีนเรียกน้ำตาได้เยอะทีเดียว แต่นี่คือชีวิตจริงที่เกิดขึ้นของสาวตั๊ก นับตั้งแต่เป็นเด็กที่อาศัยอยู่กับคุณแม่เล็กในห้องเช่า จนกระทั่งก้าวมาเป็นนางเอกภาพยนตร์จนโด่งดัง เธอผ่านความยากลำบากหลายอย่างจนกลายเป็นผู้หญิงที่สตรองมากคนหนึ่งของวงการบันเทิง แต่ก็ต้องมาเจอกับมรสุมครั้งใหญ่กับเรื่องคุณแม่เล็กที่จากไปด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบที่รักษามาแรมปี วันนี้แม้ว่าสาวตั๊กจะมีสามีอย่างเจ้าสัวบุญชัยคอยดูแล มีลูกชายที่น่ารักน่าชังให้แม่เล็กได้หายห่วงแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่สาวตั๊กยังอดเสียดายไม่ได้ก็คือ คุณแม่มีเวลาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายน้อยเกินไป เพราะกว่าจะมาถึงวันที่มีพร้อมทุกอย่างได้ แม่เล็กผ่านความลำบากเพื่อเลี้ยงดูลูกสาวมาเกินครึ่งชีวิตด้วยซ้ำ

ปันปัน – เต็มฟ้า กฤษณายุธ

หลังจากสูญเสียคุณแม่ด้วยโรคมะเร็ง น้องปันปันก็ได้ออกมาเผยความรู้สึกต่อหน้าสื่อมวลชนอย่างเข้มแข็งว่า นับต่อจากนี้จะโตเป็นผู้ใหญ่ และจะเป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลคุณพ่อให้ดีที่สุด พร้อมกับวางแผนเกี่ยวกับอนาคตการทำงานของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว น้องปันปันถือว่าเป็นอีกสาวแกร่งที่นอกจากจะสวยและเก่งแล้ว ยังรักดีอีกด้วย เธอได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคุณแม่ร็อคเกอร์ แหวน – ฐิติมา สุตสุนทร ในทุกๆเรื่องของชีวิตจนเติบโต วันนี้แม้ว่าด้วยอายุของน้องอาจจะเพิ่ง 20 ต้นๆ แต่ก็นับว่าเป็นเด็กสาวที่มีความคิด ซึ่งดูๆแล้วอนาคตของน้องปันปันก็คงจะสดใส เพราะมีเพื่อนพ้องที่รักคุณแม่แหวนคอยให้คำปรึกษา บวกกับน้องปันปันเองก็มีความสามารถหลายด้าน ยังไงแม่แหวนก็คงจะเบาใจลงได้บ้าง

 

เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่มนุษย์ทุกคนไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ในวันนี้ใครที่ยังมีคุณแม่ รักท่านและดูแลท่านให้ดีๆนะ…

ภาพ : IG@tataamitayoung, @panpantemfah, @cherrykhemupsorn และนิตยสารแพรว ฉบับ 844 วันที่ 25 ธันวาคม 2557

หม่อมเจ้าการวิก

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก…ยุทธการเพื่อสันติภาพ (ตอนที่26)

หม่อมเจ้าการวิก กับการฝึกกระโดดจากเครื่องบิน ยุทธการนี้เพื่อสันติภาพ

หม่อมเจ้าการวิก กับขั้นตอนการฝึกต่อมาร่วมกับคณะเพื่อนทหารเสรีไทยคือ การฝึกการกระโดดร่มจากเครื่องบิน เนื่องจากการเดินทางเข้าเมืองไทยของดร.ป๋วยและคณะด้วยเรือดำน้ำนั้นถือว่าล้มเหลว และเสียเวลา 

เมื่อผลการปฏิบัติงานพริตชาร์ด (PRITCHARD) ของกองกำลัง 136 ที่ส่งป๋วย สำราญ และประทาน เดินทางโดยเรือดำน้ำด้วยมุ่งหวังจะเข้าประเทศไทยต้องล้มเหวลง พันโท ปีเตอร์ พอยน์ตัน ผบ.กองกำลัง 136 แผนกประเทศไทย จึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะส่งคณะช้างเผือกเข้าเมืองไทยทางทะเลอีก เพราะเห็นว่าเป็นการเสียเวลามาก คือต้องพยายามติดต่อกับขบวนการในประเทศผ่านทางจีน และรอฟังข่าวคราวแสดงการรับรู้ทางวิทยุกระจายเสียงอีก

พันโท พอยน์ตันเองก็ไม่ค่อยวางใจฝ่ายจีน เพราะทราบข่าวจากท่านชิ้นว่า คุณจำกัดไม่ได้รับความสะดวกจากจีน ต่อมาทางจีนก็ส่งมรณบัตรแจ้งว่าคุณจำกัดเสียชีวิตแล้ว ส่วนคุณสงวน ตุลารักษ์ และคุณแดง คุณะดิลก ได้เดินทางจากจีนไปวอชิงตัน ดังนั้นการติดต่อของอังกฤษกับฝ่ายจีนจึงไม่อาจทำได้ง่ายนัก อีกประการหนึ่ง คณะเสรีไทยสายอเมริการุ่นแรกก็เข้าไปอยู่ที่จุงกิงแล้ว จึงคิดว่าควรปล่อยให้การปฏิบัติงานด้านประเทศจีนเป็นภาระของฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนมากกว่าอังกฤษ

ในต้นปีพ.ศ.2487 อังกฤษส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดลิเบอเรเตอร์ หรือ B-24 ขนาด 4 เครื่องยนต์หลายลำมาอินเดีย ในสมัยนั้นถือว่าเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่มาก คนไทยเรียกว่าป้อมบินยักษ์ มีระยะบินปฏิบัติงานไกลพอที่จะบินไป-กลับระหว่างอินเดียกับไทยได้ พันโท พอยน์ตัน (พวกเราเรียกว่า ‘ปู่จุด’) จึงวางแผนใหม่ โดยจะใช้ B-24 เป็นพาหนะนำคณะช้างเผือกเข้าเมืองไทยด้วยการกระโดดร่ม ดังนั้น คณะช้างเผือกของเราจึงต้องเดินทางไปฝึกการกระโดดร่มที่ราวัลปินดีในแคว้นปัญจาบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยคณะแรกที่ถูกวางตัว คือ ป๋วย ประทาน และเปรม ใช้ชื่อรหัสว่า แอพพริเอชั่น 1(APPREATION 1) คณะที่สองได้แก่ สำราญ ธนา และรจิต ใช้รหัสว่า แอพพริเอชั่น 2(APPREATION 2) พวกที่เหลือรวมทั้งผมได้มาฝึกในเวลาต่อมา

หลังจากที่พวกเราได้รับคำสั่งให้แยกไปฝึกหลักสูตรการรบประเภทต่างๆ แล้วได้รับคำสั่งให้เดินทางมาสมทบกันเพื่อเตรียมตัวฝึกกระโดดร่ม และลุงไบรซ์ก็ได้มาฝึกกับเราด้วย

สวัสดิ์ ศรีสุข

เมื่อพวกเรารวมตัวกันครบ ทางโรงเรียนสอนการกระโดดร่ม (AIRLANDING SCHOOL) ได้ส่งนายสิบคนหนึ่งมารับพวกเราไปพักอยู่ใกล้หมู่บ้านชัคลาลา (CHAKLALA) ในเขตเมืองราวัลปินดี โรงเรียนนี้สังกัดกองทัพอากาศ (ROYAL AIR FORCE) แต่ตัวพันตรี ธอร์นตัน (THORNTON) ผอ.การฝึกและนายสิบผู้ฝึกสอนเป็นทหารหน่วยพลร่ม ที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ห่างไกลจากชุมชน เป็นสถานที่โล่งโปร่งสบาย พวกเราฝึกกายบริหารแบบปกติของกองทัพ (ไม่ต้องฝึกแบบฤาษีแล้ว) หัดกระโดดจากที่สูงแล้วม้วนตัวกลิ้ง นายสิบพาวิ่งและเดินไกลๆอย่างเร็วๆอยู่สี่วัน เมื่อเห็นว่าพวกเราพละกำลังอยู่ตัว ล้มตัวกลิ้งได้คล่องแคล่ว เขาก็บอกว่าจะให้กระโดดร่มในวันที่ห้า เขาว่าพวกเราสมบูรณ์และตัวอ่อนดี ฝึกกระโดด 5 ครั้งคงคล่อง โดยกระโดด 4 ครั้งตอนกลางวัน และกระโดดตอนกลางคืนอีกครั้งหนึ่ง

ก่อนวันซ้อมกระโดดจากเครื่องบิน เขาพาไปดูโรงพับร่มชูชีพ เพื่อสร้างความสบายใจว่า ร่มทุกคันได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน พนักงานในโรงพับเป็นทหารหญิงทั้งหมด เพราะผู้หญิงทำงานประเภทนี้ประณีตกว่าผู้ชาย เขาเอาร่มมาคลี่ตรวจตะเข็บและรอยเย็บสายโยงกับผืนร่มให้พวกเราอุ่นใจว่า ร่มทุกคันอยู่ในสภาพเรียบร้อย หลังจากนั้นก็พาดูทุกขั้นตอนของการพับและห่อร่ม โดยใช้เชือกขนาดเล็กรัดไว้หลายเปลาะ จนกระทั่งร่มถูกพับเป็นถุงสี่เหลี่ยม ซึ่งผู้กระโดดจะเอาสะพายหลัง มีเชือกเส้นหนึ่งเย็บติดไว้กับขอบร่มไม่แน่นนัก ปลายอีกข้างหนึ่งของเชือกมีห่วงเหล็กสำหรับคล้องกับราวเหล็กบนเครื่องบิน เมื่อผู้กระโดดออกจากเครื่องบินแล้ว เชือกเส้นนี้จะกระตุกถุงร่มแรงพอที่จะทำให้เชือกเส้นที่รัดถุงรัดขาด จากนั้นเชือกทุกเส้นที่รัดร่มไว้ก็จะขาดออกตามลำดับ ร่มจึงคลี่ออกตามขั้นตอน โดยไม่มีทางที่สายโยงจะพันกันเอง หรือพันร่มจนกางไม่ได้ นอกจากนักกระโดดคนนั้นถึงคราวจริงๆ

ตามที่เขาสาธิตให้ดูและอธิบายให้ฟัง ก็น่าเชื่อว่าร่มทุกคันจะกางลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย แต่พวกเราเคยได้ยินข่าวพลร่มชะตาขาดที่กระโดดลงไปแล้วร่มไม่กาง โอกาสเช่นนี้อาจมีความเป็นไปได้น้อย ทว่าพวกเราก็อดรู้สึกหวาดหวั่นเสียมิได้

ในตอนเช้าของวันซ้อมกระโดดจากเครื่องบินครั้งแรก พวกเราต้องฝึกภาคพื้นดินตามปกติ จนถึงเที่ยง ทุกคนออกจะไม่รื่นเริงเหมือนปกติ หลังอาหารกลางวันเขาพาพวกเราไปสนามบิน ปกติเครื่องบินที่ใช้ฝึกซ้อมมีเครื่องบินฮัดสันและลิเบอเรเตอร์ (B-24) เครื่องบินฮัดสัน (หรือดาโกตา) นั้น พลร่มจะกระโดดออกทางประตู แต่เครื่องลิเบอเรเตอร์ที่พวกเราใช้ฝึกนี้จะใช้การหย่อนตัวออกจากช่องที่พื้นเครื่องบิน ตามปกติมีฝาปิดช่องว่างนั้นไว้ ตามด้านข้างของลำตัวเครื่องบินมีรางสำหรับให้พลร่มขึ้นไปนั่งเรียงกันเพื่อเตรียมตัวพุ่งออกไปข้างนอก รางนั้นมีระดับเอียงไปทางช่องว่างที่พื้น ปลายข้างต่ำของรางอยู่ที่ปากช่อง คนที่กระโดดต้องนั่งเหยียดขาตรงตามแนวราง มือสองข้างจับราวริมรางไว้

ก่อนขึ้นเครื่อง พันตรี ธอร์นตัน ทบทวนขั้นตอนให้ฟัง และกำชับว่า ต้องทำตัวตรง อย่างอขา เอาแขนแนบตัว ขาชิดกัน ถ้าเรากางแขนขาจะโดนลมปะทะมากทำให้ร่มแกว่งไกว อาจหมุนควงแบบสว่าน ถ้ากระทบถึงพื้นดินในขณะที่ขาถ่างอาจมีอันตรายจากการที่เท้าถึงพื้นไม่พร้อมกัน ข้อเท้าอาจหัก แล้วขณะที่ร่มกางมันจะฉุดกระชากลำตัว ต้องจับสายร่มทั้งสองมือคอยดึง ในช่วงที่มันกำลังแกว่งตัวเราไปข้างหลัง การดึงสายร่มไว้เป็นการขืนการแกว่งไปด้านหลัง ทั้งนี้เพื่อให้การแกว่งของร่มลดเหลือน้อยที่สุด ก่อนที่ตัวจะตกถึงพื้นดิน และในขณะที่เท้ากำลังจะแตะพื้นต้องย่อขา เพื่อลดความกระเทือน พอเท้าถึงพื้นก็ให้ม้วนตัวกลิ้งทันที เพื่อให้มีการกระแทกน้อยที่สุด

พันตรี ธอร์นตันเขามีอารมณ์ขัน บอกพวกเราว่า อย่าตำหนิตัวเองว่าเป็นคนขี้ขลาด ความหวาดกลัวในการกระโดดร่มเป็นเรื่องปกติ ตัวเขาเองเคยกระโดดมาร่วมสามสี่ร้อยครั้งแล้วยังกลัว ทุกครั้งนอกจากบางครั้งที่ถือว่าไม่เมามากเกินไปก็ทะเลาะกับภรรยาแล้วอยากฆ่าตัวตาย คนไหนบอกว่าไม่กลัวอย่าไปเชื่อ เพราะคนไม่ใช่นก ต้องกลัว!

พอเครื่องบินขึ้นวนรอบบริเวณที่จะให้กระโดดแล้วผ่านพื้นที่ป่าช้าที่อยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนเห็นแผ่นหินขาวๆ ซึ่งเป็นแผ่นจารึกหน้าหลุมศพเขาบอกว่า

IN THE END, WE ALL LAND IN THE CEMETERY.” หมายความว่า ในที่สุดพวกเราก็ต้องมาที่ป่าช้า แต่เมื่อเห็นว่าพวกเราไม่ขันด้วย ก็บอกต่อไปว่า

“อย่าลืมนะ พวกเราเป็นพลร่มชาย ต้องชิดขาชิดเท้าไว้ พลร่มหญิงน่ะไม่เป็นไร เพราะเธอมีไขมันมาก มีความยืดหยุ่น รับแรงกระแทกดีกว่าผู้ชาย” แล้วเขาก็เตรียมตัวกระโดดลงไปเป็นคนแรกให้ดูเป็นตัวอย่าง

การเตรียมตัวกระโดดร่มของพวกเรานั้นใส่ชุดรัดกุมอย่างเต็มที่มีสิ่งป้องกันการกระแทก กันน็อค แต่ตัวพันตรี ธอร์นตัน เขาแต่งทหารชุดเครื่องใหญ่ กระดุมทองเหลืองมันวาว เอาหมวกหนีบพับยัดใส่ใต้อินทรธนู รองเท้าที่สวมไม่ใช่บู๊ตแต่เป็นรองเท้าหนังสีน้ำตาลขัดมัน ไม่ช้าเขาก็ร่อนลงสู่พื้นดินในท่าที่สง่าโดยไม่ต้องม้วนตัวกลิ้ง เพราะเขากะเวลาที่เท้าจะถึงพื้นได้ดี และย่อขาถูกจังหวะ ไม่กระแทกพื้นแรง เขาดึงหมวกออกมาปัดรองเท้าปัดแขนแล้วสวมศีรษะ คอยดูและชี้ขึ้นไปยังพวกเราที่กระโดดลงมาทีละคนๆ

จุ๊นเคง (พัฒพงศ์) รินทกุล

ตำแหน่งของผมอยู่เป็นคนแรกๆของกลุ่ม นายสิบพี่เลี้ยงให้คำเตือนสามจังหวะ ACTION STATION! พอสิ้นเสียง GO, ONE, TWO, THREE… มือสองข้างของผมที่จับขอบรางอยู่จนชื้นแฉะก็เอามาปิดหน้าป้องกันใบหน้าชนกับขอบ (กันหน้ากระแทกแตก) ปล่อยตัวเลื่อนไถลปราด พอหลุดออกจากเครื่องเหยียดตัวตรงแล้ว ผมร้องเฮ้ย! ร่มก็เปิดพึ่บ กลิ้งตัวเมื่อถึงพื้น ไม่ทันได้ตื่นเต้นหรือกลัวแต่วินาทีที่หลุดออกจากเครื่องและร่มเริ่มเปิด เสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านสร้างความรู้สึกที่สงบสุขราวกับขึ้นสวรรค์

ช่วงเวลาที่กระโดดจากอากาศถึงพื้น ต้องใช้เวลารวดเร็วมาก เพราะเครื่องบินจะบินอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 600 ฟุต ซึ่งถือเป็นระยะที่สูงที่สุดสำหรับการปล่อยตัว ไม่ใช่อยู่สูงเกินไปจนกระโดดลงมาแล้วแกว่งต่องแต่งให้ข้าศึกมีเวลาส่องปืนยิงเล่น หรืออยู่ระยะใกล้จนกระทั่งลงมาถึงพสุธาแล้วร่มไม่ทันกางอย่างนี้ไม่รอดแน่

พันตรี ธอร์นตันชมพวกเราว่ากระโดดได้ดี เหยียดตัวเป็นแท่งลงมาได้สวย และแสดงความยินดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แล้วถามว่า

ARE YOU SCARED?” (ปอดแหกมั้ย) ก่อนจะสำทับว่า

“คอยดูเถอะ พรุ่งนี้จะเสียวสยองยิ่งกว่าวันนี้” ซึ่งก็เป็นความจริง คืนนั้นทุกคนรู้สึกเครียดและกลัวที่จะต้องกระโดดในวันพรุ่งนี้ เพราะเป็นธรรมชาติของคนที่รู้แล้วว่า หากกระโดดลงมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ครั้งแรกที่กลัวนั้นเพราะยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้เขาจึงให้กระโดดร่มตอนบ่าย เพื่อว่ากระโดดลงมาแล้วไม่ต้องทำอะไร ได้นอนพักผ่อนหรือทำอะไรที่ผ่อนคลายอารมณ์เต็มที่

พวกเราฝึกกระโดดร่มตอนบ่ายอีก 3 ครั้ง มีครั้งหนึ่งกำแหงลงผิดจังหวะ ตัวกระแทกพื้น และช็อคลุกขึ้นมาพูดปากคอสั่น นายสิบพี่เลี้ยงบำบัดด้วยการเอากำปั้นทุบหลังดังพลั่ก! ก็หายปลิดทิ้ง

ครั้งที่ห้ากระโดดตอนกลางคืนราวๆสามทุ่ม มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อยคือ อรุณกระโดดไปลงใกล้หมู่บ้าน พวกแขกเห็นเข้านึกว่าเป็นญี่ปุ่น ประเดี๋ยวหนุ่มแขกหลายคนเอามีดพร้าและขวานจะมาสับ แต่รถจี๊ปทหารแล่นเข้ามารับได้ทันท่วงที…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

9 ลุคสวยด้วยยีนส์แบบ “พลอย – เฌอมาลย์” เท่ เก๋ ชิค หลากสไตล์ไม่มีซ้ำ

ห่างหายจากหน้าจอไปนาน มีข่าวอีกทีสาวพลอย – เฌอมาลย์ก็เป็นนักแสดงอิสระไปแล้ว ซึ่งตอนนี้เธอกำลังถ่ายละครเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย ทางช่อง GMM25 แพรวดอทคอมเลยแอบเข้าไปส่องไอจีของสาวพลอยซะหน่อยว่าเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้บรรยากาศจะเป็นยังไง แต่ดูไปดูมากลับเห็นลุคสาวพลอยใส่ยีนส์บ่อยมากกกก แทบทุกรูปที่อัพลงไอจีล้วนมีกางเกงยีนส์ทั้งนั้น เห็นได้ชัดเลยว่าเมื่อไม่ได้ออกงานอีเว้นต์หรือถ่ายแบบ สาวพลอยก็สลัดภาพสาวเซ็กซี่ขยี้ใจมาเป็นสาวเซอร์ แต่งตัวง่ายๆ หรือบางลุคก็หยิบยีนส์มามิกซ์แอนด์แมตช์ให้ออกมาเก๋ชิคได้อย่างมือโปร

อย่างที่เรารู้กัน สาวพลอยเองก็เริ่มทำแบรนด์กางเกงยีนส์ของตัวเองขายลงในไอจี @chermarn.collection ไม่ใช่เพราะขายยีนส์เลยใส่ยีนส์นะจ๊ะ แต่จริงๆ เพราะชอบใส่ยีนส์สุดๆ เลยทำให้ธุรกิจนี้เกิดขึ้น แพรวดอทคอมเลยจะพาสาวๆ มาอัพเดตลุคยีนส์ในสไตล์สาวพลอยกันซะหน่อย และวันนี้แพรวดอทคอมคัดมา 9 ลุคแจ่มๆ ที่สาวพลอยใช้ไอเท็มยีนส์มาแต่งให้เกิดสไตล์ที่แตกต่างกัน

 

พลอย – เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

 

ลุคแรกกับกางเกงยีนส์ปักลายดอก แหวกข้างสูง จากแบรนด์ของตัวเอง สาวพลอยเลือกเสื้อยืดสีขาวเนื้อผ้าเบาๆ แมตช์กับยีนส์ไม่รัดรูป ทำให้เป็นลุคที่ดูสบายๆ ไม่อึดอัด


 

 เสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์สีดำขาดหน่อยๆ ลุคนี้สาวพลอยหยิบคอร์เสตเข้ามาทำให้ลุคแมนๆ ดูซอฟต์ลง เลยได้ทั้งความเก๋และความชิคในลุคเดียว


 

เดรสกับกางเกงยีนส์ก็ได้ค่าาา บอกเลยว่าเดรสตัวนี้มีความเยอะของดีไซน์ไม่น้อย ใส่เดี่ยวๆ ก็มีความเล่นใหญ่แล้ว แต่สาวพลอยเลือกใส่ยีนส์เข้าไปด้วยจ้า แถมยังใส่รองเท้าผ้าใบเข้าไปอีก ที่น่าแปลกคือลุคนี้กลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เห็นแล้วอยากลองแต่งตามเลย แต่จะรอดไหม ฮาๆๆ


 

เสื้อเชิ้ตสีขาวดีไซน์เก๋กับกางเกงยีนส์แบบนี้ก็เข้ากันได้ ส่วนหน้าผมและเครื่องประดับก็ส่งให้ลุคดูเปรี้ยวขึ้น คือเป็นการใส่ยีนส์ที่ต่างออกไปอีกแล้ว


 

เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ปลายขาบาน เป็นการแต่งตัวที่มีความง่าย ใส่ได้บ่อยๆ แต่เพิ่มให้ลุคดูเริดขึ้นด้วยแว่น ผมที่ดูเป็นลอนๆ และรองเท้าผ้าใบไนกี้ที่เหมาะกับลุคสุดๆ


 

ขายาวมามากแล้ว ขอสั้นบ้างละกัน ลุคนี้ดูเด็กและสดใสมากกกกก เสื้อกล้ามบางๆ กับยีนส์ขาสั้น สะพายกระเป๋าสีแจ่มๆ ถือแตงโมในมือ แถมฉากหลังยังมีสีสันชวนมอง ให้ความรู้สึกคลายร้อนได้เลย


 

โพสแบบสาวเซ็กซี่บ้าง เป็นอีกหนึ่งลุคที่ไม่ยากอะไร เสื้อยืดสีขาวกับยีนส์ขายาว แต่ใส่ความโมเดิร์นเข้าไปด้วยสร้อยคอและรองเท้าส้นสูง


 

เป็นลุคที่คล้ายกับลุคก่อนหน้านี้ แต่ต่างกันตรงไอเท็มอื่นๆ อย่างรองเท้าและกระเป๋า ส่วนผมก็ปล่อยตรง ทำให้เห็นว่าถ้าเสื้อกับกางเกงมีความคล้ายกัน ขอแค่เปลี่ยนไอเท็มอื่นก็ได้ลุคที่ต่างกันแล้ว


 

เสื้อสีขาวแบบฟรุ้งฟริ้งกับกางเกงยีนส์ก็ได้อยู่ แต่สาวพลอยขอพับขากางเกงขึ้นมานิดนึง ทำให้ลุคที่ดูเหมือนจะหวานด้วยเสื้อ กลายเป็นลุคชิคๆ ซนๆ ได้


 

พลอย – เฌอมาลย์เป็นคนที่ใส่ยีนส์แล้วแมตช์กับอะไรก็สวย สามารถคิดสไตล์ออกมาได้หลากหลายสุดๆ ไม่ว่าลุคไหนก็ยังมีความเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเท่ เก๋ ชิค ซน เปรี้ยว ก็ดูดีไปหมด คนสวยจะใส่อะไรก็สวยเป็นแบบนี้สินะ อยากแต่งตามบ้างแล้ววว

 

 

เรื่อง : Hana (ฮานะ)

ภาพ : IG@chermarn

 

 

4U2

แต่งนู้ดยังไงไม่ให้ดูป่วย แนะ 4 เทคนิคเลือกลิปสติกสีนู้ดให้ปากสวย เซ็กซี่ ดูปังระดับสาย ฝ.

เพื่อนสาวหลายคนก็ต่างชอบบ่นว่า ขนาดแต่งหน้าจัดเต็ม ชนิดที่งัดสารพัดเทคนิคออกมาแต่งขนาดไหน แต่เมื่อทาปากสีนู้ดจะดูหน้าซีดเหมือนป่วยทุกครั้ง เอาเป็นว่า อย่าได้เสียเซลฟ์ไปค่ะ แพรวดอทคอม มีเคล็ดไม่ลับจาก 4U2 มาบอกต่อสาวๆ ว่าแต่งลิปนู้ดยังไงถึงดูไม่ป่วย
1. Lip Prep  

เตรียมริมฝีปากให้พร้อมกับสีนู้ดที่ต้องการ เนื่องจากสีปากของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน และสาวผิวขาวหรือผิวสองสีบางคนอาจมีพื้นสีปากโดยเฉพาะขอบปากที่เข้มกว่าสีใบหน้าก็เป็นได้ จึงควรเตรียมสีปากด้วยรองพื้นก่อน โดยแตะเบาๆ แล้วเกลี่ยให้กลืนกับริมฝีปาก เน้นที่ขอบปากซึ่งมักมีสีเข้มกว่าเนื้อปาก

2. Pick the Right Color  

เมื่อพูดถึงลิปสติกสีนู้ด การเลือกสีผิดอาจทำให้วันนั้นของสาวๆ กลายเป็น Bad Day ได้ ดังนั้น เลือกสีให้ถูกกับผิวถือเป็นสิ่งสำคัญมาก และกฎทั่วไปที่เชื่อถือได้เสมอก็คือ สำหรับสาวผิวขาว ควรเลือกเฉดนู้ดออกชมพูหรือส้มพีช ส่วนสาวผิวสองสีควรเลือกเฉดออกน้ำตาลอ่อนอย่างสีคาราเมล และสาวที่มีสีผิวเข้มควรเลือกลิปสติกนู้ดน้ำตาลเข้มออกโทนช็อกโกแลต เป็นต้น

3. Select the Right Texture 

สาวๆ ส่วนใหญ่มักเลือกเนื้อลิปสติกแล้วแต่ความชอบ อย่างไรก็ตามเทรนด์ที่มาแรงสุดๆตอนนี้ก็คือนู้ดแมตต์หรือกึ่งแมตต์ ดังนั้น ควรเลือกลิปสติกเนื้อครีมที่มีความชุ่มฉ่ำคมชัด ติดทนยาวนานอย่าง 4U2 LIPAHOLIC THE NUDE COLLECTION (8 เฉดสีใหม่) ที่ให้ความรู้สึกเก๋ๆ แบบกึ่งแมตต์ หรือลิควิดลิปเนื้อแมตต์ของ 4U2 KISS ME HARDER THE NUDE COLLECTION (8 เฉดสีใหม่) ที่กลืนติดกับปาก สีชัดเจน ติดทนขนาดจูบไม่หลุด ให้ความรู้สึกเปรี้ยวจี๊ด

4. Balance the Look   

การแต่งหน้าไม่ว่าจะลุคไหนก็ต้องคำนึงถึงความสมดุล หากปากเป็นสีนู้ดอย่างน้อยก็ควรเพิ่มโทนสีอบอุ่นให้ใบหน้าด้วยการปัดแก้มด้วยบลัชออนสีชมพูน้ำตาล หรือสีส้มพีช หรือลองทาตาเป็นสโมกกี้อายโทนสีง่ายๆ อย่างน้ำตาลหรือน้ำเงินดูก็ได้

Special Tips 

หลังทาลิปสติก หากต้องการให้ปากติดทนนานมากๆ ควรปัดแป้งฝุ่นโปร่งแสงเนื้อเนียนบางเบา ลงบนริมฝีปากเบาๆ หนึ่งรอบ แล้วค่อยทาลิปสติกทับอีกครั้ง รับรองติดทนจนถึงเวลาล้างออกเลยล่ะ

ส่องราคาชุดเบบี๋จาก “Gucci” แบรนด์นี้ที่ขุ่นแม่ “ชมพู่ – อารยา” ได้เป็นของขวัญลูกแฝด

จากงานปาร์ตี้ Baby Shower ที่ขุ่นแม่ชมพู่ – อารยา จัดขึ้นก่อนคลอด เพื่อนสาวที่มาร่วมงานแต่ละคนก็หอบของขวัญมาให้หลานในท้องกันเยอะมากกก แต่ที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็ชุดเด็กปักรูปสายฟ้าจากแบรนด์กุชชี่นี่แหละ ที่เด่นมากกกก แม่ชมเห็นถึงกับกรี๊ด มีความชอบเบอร์แรง

ดูจากรูปก็รู้แล้วว่าคุณแม่ถูกใจแค่ไหน

ได้ของขวัญน่ารักๆ ก็จะยิ้มๆ แบบนี้แหละ

แพรวดอทคอมเห็นแล้วก็มีความอยากรู้ว่าชุดเด็กของกุชชี่ดีไซน์อื่นๆ จะดีเลิศขนาดไหน แล้วราคานางจะแรงเท่าเสื้อผ้าผู้ใหญ่หรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึงแบรนด์กุชชี่ เรามักจะหยิบไอเท็มอื่นๆ อย่างกระเป๋า รองเท้า หรือเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ขึ้นมาเมาท์ให้ได้ฟังกัน แต่ชุดเบบี๋เรายังไม่เคยพูดถึง คราวนี้เลยอยากจะนำเสนอกันบ้าง สาวแพรวดอทคอมที่กำลังจะเป็นคุณแม่หรือมีเพื่อนเป็นคุณแม่ก็ดูไว้ได้เลย เพราะเสื้อผ้าแบรนด์นี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน รับรองลูกน้อยใส่แล้วเก๋กู้ดสุดๆ

มาดูว่ากุชชี่มีเสื้อผ้าเด็กแบบไหนบ้าง และราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่

 

Baby Gucci Intarsia Wool Cashmere Sleepsuit $490 หรือราคาประมาณ 16,289 บาท 


Baby Wool with Lurex Gift Set $530 หรือราคาประมาณ 17,618 บาท 


Baby Space Birds Print Gift Set $395 หรือราคาประมาณ 13,130 บาท 


Baby Cotton Sleepsuit with Embroidery $310 หรือราคาประมาณ 10,305 บาท 


Baby Cotton Sleepsuit with Web $340 หรือราคาประมาณ 11,302 บาท 


Baby Cotton Sleepsuit with Bow $250 หรือราคาประมาณ 8,310 บาท 


Baby Tiger Intarsia Wool Sleepsuit $440 หรือราคาประมาณ 14,626 บาท 


Baby Bear Jacquard Sleepsuit $385 หรือราคาประมาณ 12,798 บาท 


Baby Cotton Sleepsuit with Crest $285 หรือราคาประมาณ 9,474 บาท 


Baby Merino Sleepsuit with Tiger $465 หรือราคาประมาณ 15,457 บาท 


Baby Nylon Padded Coat $595 หรือราคาประมาณ 19,779 บาท 


s

Baby Rose Bud Print Silk Dress $530 หรือราคาประมาณ 17,618 บาท 


s

Baby Silk and Tulle Dress $940 หรือราคาประมาณ 31,248 บาท 


d

Baby T-shirt with Tiger Print $145 หรือราคาประมาณ 4,820  บาท 


d

Baby Monsters Jacquard Taffeta Jacket $820 หรือราคาประมาณ 27,259 บาท 


d

Baby Jersey Denim Bomber Jacket with Web $380 หรือราคาประมาณ 12,632 บาท 


d

Baby Jersey Sweatshirt with Space Cats Print $265 หรือราคาประมาณ 8,809 บาท 


d

Baby Cotton Hooded Sweatshirt $255 หรือราคาประมาณ 8,476 บาท 


d

Baby Striped Polo with Heart $225 หรือราคาประมาณ 7,479 บาท 


d

Baby Striped Cotton T-shirt with Arrow $160 หรือราคาประมาณ 5,318 บาท 


d

Baby Cotton Shirt with Embroidery $295 หรือราคาประมาณ 9,806 บาท 


d

Baby Corduroy Pant with Rabbit $460 หรือราคาประมาณ 15,291 บาท 


d

Baby GG Nylon Swim Boxer $165 หรือราคาประมาณ 5,485 บาท 


อื้อหือ! มีแบบเยอะมากกก ถ้าไปเดินเลือก ไม่เหมามาหมดเลยเหรอเนี่ย แถมราคายังแรงฉุดไม่อยู่ ถูกสุดดูจะเป็นเสื้อยืดที่ราคา 4 หลัก แต่ชุดเด็กจากแบรนด์ดังก็ราคาประมาณนี้แหละ และต้องยอมรับว่าดีไซน์นางดีเหลือเกิน สวยทุกชุด ทุกแบบ การออกแบบมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ ถ้าเด็กๆ ใส่คงชิค น่ารักสุดๆ คุณแม่คนไหนที่สนใจก็ไปเดินเล่นในช็อปของกุชชี่ได้ เพราะนี่แค่เลือกมาให้ดูส่วนหนึ่ง เพราะถ้าจะเอามาทั้งหมดคงไม่ไหวจริงๆ คือเยอะมากกกกก

 

 

เรื่อง : Hana (ฮานะ)

ภาพ : www.gucci.com, IG@chomismaterialgirl

 

 

ความรักครั้งสุดท้าย

งานแรกหลังอิสระ! พลอย – เฌอมาลย์ เปิด ความรักครั้งสุดท้าย หนึ่งในโปรเจ็คท์ The Writers

อัพเดตผลงาน พลอย – เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ หลังจากผันตัวเป็นนักแสดงอิสระอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แฟนๆ คลายความคิดถึงฝีมือการแสดงของสาวพลอยได้เลย เพราะตอนนี้เธอกำลังลุยถ่ายทำละครเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย ละครแนวดราม่าจากบทประพันธ์ของ สุวรรณี สุคนธา ทางช่อง GMM25

ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย

ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระในช่วงวัย 34 ปี นางเอก พลอย – เฌอมาลย์ ก็เอ่ยปากบอกสื่อว่าขอรับผลงานทีละเรื่องละกัน โดยปีนี้แฟนๆ จะได้ชมผลงานของสาวพลอยในเรื่อง ความรักครั้งสุดท้าย ทางช่อง GMM25 ซึ่งเป็นโปรเจ็คท์ใหญ่ของทางแกรมมี่ ภายใต้ชื่อว่า The Writers โดยได้โอ๋ – คฑาเทพ ไทยวานิช ผู้ที่เคยกำกับเรื่อง จุดนัดฝัน มากำกับ นอกจากนี้จะได้ชมผลงานเรื่องแรกของสาวพลอยในฐานะนักแสดงอิสระ ในเรื่องนี้ยังมีทีมนักแสดงมาร่วมแสดงด้วย ไม่ว่าจะเป็นออย – ธนา สุทธิกมล รับบท ชิดเชื้อ, เก้า – จิรายุ ละอองมณี รับบท พัท, เพลง – ชนม์ทิดา อัศวเหม รับบท คุณหนูมัท ที่ต้องมาคอยต่อปากต่อคำกับสาวพลอย และนิโคล เทริโอ เป็นต้น

สำหรับความรักครั้งสุดท้าย เป็นละครแนวดราม่าที่เคยทำเป็นภาพยนตร์มาก่อนจำนวน 2 ครั้ง ในปี 2518 และ 2546 ซึ่งได้หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มากำกับทั้งสองครั้ง โดยเรื่องความรักครั้งสุดท้ายนี้จะมีแพลนออนแอร์ทุกวันจันทร์ – อังคาร หลังจากละครเรื่อง หลงไฟ ที่สาวใบเฟิร์น – พิมพ์ชนกกำลังปล่อยของจบลง

วันนี้ แพรวดอทคอม เลยนำบรรยากาศการถ่ายทำของสาวพลอยมาอัพเดตให้ได้ชมกันจ้า

ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย ความรักครั้งสุดท้าย

เห็นถึงความตั้งใจของสาวพลอยในการทำงานสุดๆ เลย…


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @chermarn

4 ความนัยที่เขารู้สึกเมื่อคุณถึงจุดสุดยอด

รู้ไหมคะว่าทำไมหนุ่มๆ ถึงอยากมั่นใจว่าคุณถึง จุดสุดยอด จริงๆ จนต้องเอ่ยปากถามคุณบ่อยๆ และเคยสังเกตไหมคะว่าเขามักจะสาดสายตาหื่นๆ ใส่เวลาที่เห็นคุณถึงจุดสุดยอด นั่นเพราะเมื่อคุณถึงจุดสุดยอด มันทำให้เขาเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจ

รู้สึกภูมิใจและประสบความสำเร็จ

ลองนึกถึงอารมณ์ที่ทำงานเหนื่อยโฮกมาทั้งปีแล้วได้โบนัสเยอะๆ ปลายปีดูสิคะ ว่าจะอิ่มเอมใจขนาดไหน ความรู้สึกของเขาที่ได้รู้ว่าคุณถึงจุดสุดยอดก็ไม่ต่างกัน เพราะการที่เขาพยายามอย่างหนักที่จะให้คุณไต่ระดับความซี้ดจนกระทั่งคุณไต่ไปถึงจุดนั้นได้จริงๆ ความรู้สึกภูมิใจ (ในฝีมือตัวเอง) จะเกิดขึ้นเต็มๆ ก็แหม…ไม่ใช่ทำแทบตาย แต่คุณสาวๆ ก็ยังหน้านิ่ง อันนั้นเซ็งจัดและคงรู้สึกเฟลมาก ฉะนั้นจึงไม่แปลกค่ะ ที่ความนัยอย่างแรกที่เขารู้สึกเมื่อคุณถึงจุดสุดยอดคือความภูมิใจในความสำเร็จที่ว่า

รู้สึกได้ใกล้ชิดและมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันมากขึ้น

เมื่อถึงจุดสุดยอด สมองจะหลั่งฮอร์โมนอ๊อกซิโตซิน (oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันที่จะเชื่อมความรู้สึกของคุณทั้งคู่ให้เกิดขึ้นในก้นบึ้งหัวใจ ซึ่งเมื่อเขารับรู้ได้ว่าคุณถึงจุดสุดยอดบวกกับพลังจากฮอร์โมนตัวนี้แล้วก็จะยิ่งส่งผลให้เขารู้สึกว่าคุณและเขาคือคนๆ เดียวกัน ณ เวลานั้นที่มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าคุณร่วมรักกันบ่อยขึ้นและจำนวนการถึงจุดสุดยอดของสาวๆ มีมากขึ้น ความรู้สึกนี้จะยิ่งทวีคูณเข้าไปบวกๆ

ชอบเสียงสั่นพร่าของคุณ

เสียงที่ปลดปล่อยอารมณ์ของสาวๆ ในช่วงเวลาที่ถึงจุดสุดยอด เป็นเสียงที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับหนุ่มๆ เป็นที่สุด เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่า ถ้าไม่สุดคุณไม่ร้อง แล้วต่อให้คุณเป็นสาวที่แสดงออกทุกความรู้สึกในน้ำเสียงก็เถอะ แต่เวลาที่คุณถึงจุดสุดยอดเสียงที่เปล่งออกมาจะต่างไปจากเดิม และเสียงที่เปล่งออกมาหลังอาการพีค จะมีทั้งสั่นพร่า กระเส่า และบางนางมีอาการหมดแรงจะเอ่ยปาก เพราะอารมณ์พีคขึ้นมาสุดๆ จนไร้เรี่ยวแรงจะเอื้อนเอ่ย

สภาพของคุณหลังเสร็จกิจคือสิ่งน่ามอง

ไม่ว่าจะเป็นแก้มอมชมพู หรือหน้าที่แดงเป็นลูกตำลึงไปทั้งหน้า รวมถึงอาการนอนหงายทิ้งตัวหมดสภาพ หรือแม้แต่เข่าอ่อนตัวรูดไปกับขอบโซฟา เป็นอาการที่ทำให้หนุ่มๆ รู้สึกดี๊ดี เพราะต้นตอของอาการทั้งหมดคือ เขานั่นเอง

เมื่อรู้ความนัยจากใจเขาแบบนี้แล้ว ต่อไปนี้ถ้าเขาเอ่ยปากถามว่า ‘เสร็จไหมๆ’ ‘ถึงยังๆ’ คุณคงไม่หงุดหงิดสงสัยอีกแล้วนะคะ

เรื่อง : Madam Hong Hern

ภาพ : www.netdoctor.co.uk