เปิดใจ “เก๋ไก๋” Kaykai Salaider บทบาทใหม่และชีวิตในวันนี้

“สวัสดีค่ะ เก๋ไก๋ – ณัฐธิชา นะคะ หรือเก๋ไก๋สไลเดอร์นั่นเอง”

นี่คือคำพูดแนะนำตัวที่มาพร้อมความสดใส ร่าเริง และรอยยิ้มของ เก๋ไก๋ – ณัฐธิชา นามวงษ์ ที่แฟนๆ คุ้นหูเป็นอย่างดี อดีตเจ้าของตำแหน่งยูทูบเบอร์ อันดับ 1 ของไทย วันนี้เธอขยับเส้นทำงการทำงาน ก้าวสู่การเป็นนักแสดงเต็มตัว พร้อมกับบทบาทล่าสุดในฐานะศิลปินหญิงเดี่ยวคนใหม่ของช่อง 3 BEC Music

การทำงานตอนนี้ “ยูทูบเบอร์, นักแสดง, ศิลปิน”

  “ใช่ค่ะ ทั้งหมดที่ทำตอนนี้ถือเป็นสิ่งต่อยอดมาจากสิ่งที่เราทำมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง การแสดง เพราะความจริง เก๋เริ่มร้องเพลงคัฟเวอร์ก่อนจะเริ่มทำยูทูบอีกนะ จำได้ว่าตอนนั้นร้องเพลง ‘อ้าว’ ของพี่อะตอม ชนกันต์ แต่ความที่คลิปติดลิขสิทธิ์เพลง จึงเปลี่ยนมาทำ Original Content ของตัวเอง เพราะอยากสร้างรายได้ด้วย จึงเกิดเป็นช่อง  Kaykai Salaider (ปัจจุบันมีผู้ติดตาม 16.9 ล้านคน) และทำคอนเทนต์มาเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้งานหลักๆ ที่ทำยังอยู่ในออนไลน์ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งการเป็นยูทูบเบอร์ รวมถึงการคอนเทนต์เกี่ยวกับชีวิต ไลฟ์สไตล์ตัวเองในช่องทางอื่นๆ ด้วย และอีกประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ก็คืองานในวงการบันเทิงค่ะ”

การเป็นศิลปินและนักแสดง เป็นอีกหนึ่งความฝันของเก๋ไก๋ รู้สึกอย่างที่ตอนนี้เราทำได้แล้ว

“ค่ะ เราได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น แต่จะพูดว่าเพราะลงมือทำ อาจดูไลฟ์โค้ชไปหน่อย แต่มันคือเรื่องจริงนะคะ เพราะแค่เราคิดแล้วลงมือทำ ผลที่เกิดขึ้นคือ 50 เปอร์เซ็นต์ กับ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ หรือได้ทำกับไม่ได้ทำ เพราะถ้าได้ทำก็ถือว่าสำเร็จเกินครึ่งแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ทำเลยก็คือฝันต่อไป

“ก่อนหน้านี้ช่วงที่ไปแคสต์งาน ก็คิดว่าไม่ได้ไม่เป็นไร แต่เราได้ลงมือทำแล้ว ถ้ายังไม่ได้อีกก็ไปหาอย่างอื่นทำก่อน ลองดูงานอื่นๆ เก๋ว่าทุกอย่างมีจังหวะเวลาของมัน ถ้าช่วงนี้ยังไม่ใช่เวลาของเรา ก็ทำอย่างอื่นรอไปก่อน ไปเรียนรู้เพิ่มเติม เตรียมตัวให้พร้อม เพราะถ้าย้อนกลับไป เก๋เริ่มแคสต์งานตั้งแต่อายุ 17 จากนั้นก็เริ่มทำคลิป เป็นยูทูบเบอร์ ตอนอายุประมาณ 19 ปี แล้วต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ จนได้มาเป็นนักแสดงเป็นศิลปินเต็มตัว”

 ปีนี้มีอะไรที่อยากทำอีกไหม

            “มีค่ะ (หยุดคิด) เก๋จดสิ่งที่อยากทำไว้ในโทรศัพท์ เพราะมีพี่คนหนึ่งบอกว่า ถ้าอยากทำอะไร ให้จดเอาไว้ แบ่งเป็นสิ่งที่อยากทำระยะสั้น ระยะยาว และสิ่งที่เป็นความฝันใหญ่ในอนาคต แต่ถามถึงปีนี้ เรื่องงานแสดง ก็มีละครที่ทำอยู่ ส่วนเรื่องเพลง อยากลองทำเพลงแนวเซ็กซี่ค่ะ (หัวเราะ) มีพาร์ทเต้นจริงจัง ก็ต้องรอดูค่ะ ว่าจะเป็นไปได้มั้ย และอีกอย่างคืออยากไปเที่ยวกับเพื่อนหลายๆ ที่ค่ะ ไปเที่ยว ถ่ายรูป ทำคอนเทนต์เก็บไว้”

คิดว่าเก๋ไก๋ในวัย 27 ปี เป็นอย่างไรคะ

            “ตัวเล็ก (หัวเราะ) รู้สึกว่าความเท่ ความเซ็กซี่ ที่เพิ่มขึ้น แบบว่าดูมีอะไร ดูได้ไม่เบื่อ มีความเก๋ไก๋สไลเดอร์ ค่ะ (ยิ้ม) คือมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมด้วย รู้สึกว่าเป็นช่วงที่เราได้เป็นตัวเองมากขึ้น จากช่วงก่อนหน้านี้ที่แบบว่าดูซึมๆ ไปหน่อย (หัวเราะ) แต่ตอนนี้กลับมาเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่สดใส และเซ็กซี่ขึ้นค่ะ

“อย่างที่บอกว่า สิ่งสำคัญคือสภาพแวดล้อม เริ่มจากย้ายมาอยู่คอนโดใกล้ช่อง 3 เดินทางไปทำงานสะดวก ได้รับพลังบวกจากพี่ทีมงาน ได้ทำงานกับคนใหม่ๆ ได้รู้จักคนมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เราทำงานก็จะอยู่แต่กับกลุ่มเพื่อนที่โตมาด้วยกัน ตอนนี้จึงเป็นช่วงเปิดรับพลังงานใหม่ๆ ค่ะ”

  • Story : Minim
  • Photo :  Vorason Dvi-vardhana

แกะรอยความหอมสไตล์สาวปารีเซียง ซิกเนเจอร์เริ่ดของผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม De PARIS

ความหอมถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ผู้หญิงจะขาดไม่ได้ ซึ่งนอกจากการปรุงแต่งกลิ่นกายด้วยน้ำหอมแล้ว Praew Survey ครั้งนี้ขอป้ายยาไอเดียเริ่ดๆ อย่างการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มที่สร้างสรรค์ความหอมได้ราวกับน้ำหอมแบรนด์หรู และที่สำคัญคือช่วยล็อกความหอมให้กับเสื้อผ้าได้อย่างยาวนาน ซึ่งไอเท็มที่ว่านั้นคือ De PARIS (เดอ ปารี) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ ที่มาพร้อมกับซิกเนเจอร์ความหอมสไตล์สาวปารีเซียงและเสน่ห์ความหอมแบบเหนือระดับที่คงความหอมยาวนานกว่าที่เคย     

ความเริ่ดของผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม De PARIS ข้อแรกคือการมาพร้อมกับดีเอ็นเอ Luxury French Perfume Style ที่มอบความหอมสไตล์สาวปารีเซียงด้วยการคัดสรรหัวน้ำหอมจากนักปรุงน้ำหอมสูตรพิเศษสไตล์ฝรั่งเศส พูดง่ายๆ คือเป็นผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มที่หอมไม่แพ้น้ำหอมลักซ์ชัวรี่แบรนด์ และมีกลิ่นโดดเด่นในสไตล์น้ำหอมชั้นสูงของฝรั่งเศส ดังนั้นหากวันไหนสาวๆ ลืมฉีดน้ำหอม หรือไม่อยากฉีดน้ำหอม ขอบอกเลยว่ากลิ่นหอมๆ บนเสื้อผ้าจาก De PARIS ก็เอาอยู่ค่ะ 

ความดีงามข้อต่อมาคือการมอบความหอมให้กับเสื้อผ้าได้ยาวนานถึง 700 ชั่วโมง หรือประมาณ 30 วัน* เพราะ De PARIS มีเทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมสูตรพิเศษที่เข้มข้นถึง 6 เท่า** จึงช่วยล็อกความหอมติดเนื้อผ้าลึกถึงเส้นใยผ้า รวมถึงช่วยลดกลิ่นอับบนผ้า เรียกว่าจัดเต็มคุณสมบัติที่ทำให้เสื้อผ้าหอมติดทนยาวนาน

โดยผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม De PARIS มาพร้อมกับ 4 กลิ่นหอมสไตล์สาวปารีเซียง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้กับสาวๆ ในทุกๆ วัน

  1. JOY กลิ่นหอมสดใสที่ผสมผสานเสน่ห์ของความลักซ์ชัวรี่อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเรียบหรูดูแพง
  2. BLOOMING กลิ่นหอมหวานที่ให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ สาวสายหวานต้องปลื้ม
  3. BLUE PARADISE กลิ่นหอมสดชื่นที่ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับสาวๆ สายลุยหรือนักกิจกรรมตัวแม่
  4. MOONLIGHT HARMONY กลิ่นหอมอ่อนละมุนสไตล์ธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับเครื่องหอมชั้นสูง เหมาะกับวันชิลๆ ของสาวๆ

เรียกว่าเป็น 4 กลิ่นหอม 4 สไตล์ที่ปรุงแต่งมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งสาวๆ สามารถเลือกใช้ตามความชอบ ไลฟ์สไตล์ ลุคการแต่งตัว หรือเลือกใช้ให้เหมาะกับบุคลิกของตัวเองได้

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม De PARIS ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ช่วยให้ผ้ารีดเรียบง่ายขึ้น และผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ระคายเคืองผิว เอาเป็นว่าผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม De PARIS เริ่ดแบบครบจบจริงๆ ทั้งหอมอย่างมีสไตล์และหอมติดทนยาวนาน รวมถึงยังช่วยถนอมเสื้อผ้า สาวๆ ที่รักการดูแลเสื้อผ้าและรักความหอมสไตล์ปารีเซียง ต้องมีเลยค่ะ

*เมื่อเก็บไว้ในตู้ **เมื่อเทียบกับสูตรมาตรฐาน

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิพิเศษ ได้ที่ Facebook Fanpage https://www.facebook.com/deparisthailand

พฤกษาทำถึง! ผุดแลนด์มาร์กสีรุ้งใหม่ Live well Stay well Pride to be ME!

พฤกษา ชวนมาทำคอนเทนต์ที่แลนด์มาร์กสีรุ้งแห่งใหม่ กับโปรเจ็คพิเศษ Live well Stay well Pride to be ME! “ชวนคุณเป็นตัวเองที่มั่นใจกว่าเดิม” ผ่านมุมมองการเล่าเรื่องของความ “อยู่ดี มีสุข” ที่หลากหลาย ส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม ของคนทุกเพศ ทุกเจนเนอเรชัน เชิญชวนไปถ่ายรูป ทำคอนเทนต์เก๋ ๆ กันได้แล้ว วันนี้ – 28 มิถุนายน 2567 นี้ บริเวณ โถงชั้น 1 อาคาร Pearl Bangkok ใจกลางย่านอารีย์

Live well Stay well Pride to be ME! ตีโจทย์การชวนคุณมาปล่อยพลังความมั่นใจในตัวเองด้วยจุดหมายปลายทางเดียวกันคือความ “อยู่ดี มีสุข” ที่มาจากหลากหลายความแตกต่างของคนทุกเพศ ทุกเจนเนอเรชัน กับ 3 มุมเด็ด! ที่พลาดไม่ได้

มุมเปิดประตู อยู่ดี มีสุข ต้อนรับทุกคนสู่บ้านพลังบวก ที่พร้อมเข้าใจ ทุกความแตกต่าง ของคนทุกเพศ ทุกเจนเนอเรชัน

มุมยิ้ม สุ๊ด.. สุด กับความสุขที่ล้นใจ กับที่มาความสุขที่แตกต่าง จากหลากหลายไลฟ์สไตล์ของคนที่มีจุดหมายเดียวกันคือรอยยิ้มในแต่ละวัน

คาเฟ่ เปย์รัก ตอกย้ำกลิ่นอายเจ้าถิ่นคาเฟ่อย่างย่านอารีย์ กับมุมเก๋ที่คาเฟ่นี้เค้าเปย์ความรัก จากพันธมิตรในเครือพฤกษา ที่ร่วมมาส่งมอบความ อยู่ดี มีสุข ผ่านสินค้าและบริการที่หลากหลาย โดยชวนเซอร์ไพรส์ เปิดถุงจุ่มกันตลอดงาน

สัมผัสความ อยู่ดี มีสุข รูปแบบใหม่ กันแล้วที่ Photo Spot Live well Stay well Pride to be ME! อย่าลืมติด Hastag #PruksaPridetobeME #พฤกษาอยู่ดีมีสุข เพื่อรับเซอร์ไพรส์ตลอดเดือน เยี่ยมชมได้ตั้งแต่ วันนี้ – 28 มิถุนายน 2567 นี้ บริเวณ โถงชั้น 1 อาคาร Pearl Bangkok ใจกลางย่านอารีย์

ข้าวดอกกะหล่ำ

‘กะหล่ำดอก’ ประโยชน์แน่น นักโภชนาการแนะนำกินแทนข้าว ช่วยย่อยอาหาร ต้านมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ

อยากลดน้ำหนักแต่หยุดกินข้าวขาวอร่อยๆ ไม่ได้ใช่ไหม? ต้องลองกิน กะหล่ำดอก แทนข้าวขาว เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมีเพียงหนึ่งในหกของน้ำตาลและแคลอรี่ของข้าวขาว อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามินซีสูง และสารอาหารอื่นๆ และเป็นที่รู้จักในชื่อ “อาวุธต่อต้านมะเร็ง” ที่จริงแล้วการเตรียม “ข้าวกะหล่ำดอก” นั้นง่ายมาก เพียงสับดอกกะหล่ำแล้วแทนที่ข้าวขาวแบบเดิม ไม่เพียงแต่สามารถรักษารสชาติของข้าวได้เท่านั้น แต่ยังช่วยลดน้ำตาลและแคลอรี่และทำให้มีสุขภาพดีอีกด้วย

“กะหล่ำดอก” มีวิตามินซีมากกว่ามะนาว และยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและแคลเซียมอีกด้วย สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่ของดอกกะหล่ำมีเพียง 1/6 ของข้าวขาวสำหรับอยากกินแบบไม่มีข้าว ให้ใช้ข้าวดอกกะหล่ำแทนข้าวขาว ซึ่งสามารถสนองความอยากอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณแป้งที่มากเกินไป สำหรับผู้ที่ควบคุมอาหาร แคลอรี่ และน้ำตาล การกินกะหล่ำดอกก็สามารถเพิ่มความอิ่มได้ และส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผลของการควบคุมลำไส้และการล้างกระเพาะอาหารทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น กะหล่ำดอกแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ สีเขียวและสีขาว ซึ่งทั้งสองอยู่ในวงศ์ Brassicaceae ในด้านรสชาติแนะนำให้ใช้ดอกกะหล่ำขาว ซึ่งจะได้รสชาติใกล้เคียงกับข้าวขาวเมื่อปรุงสุกกว่า

Photo: Pexels


ฮยอนบิน

เรือนหอของ คู่รัก ฮยอนบิน และ ซนเยจิน ถูกประกาศขาย

ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ถูกจับตามองตลอด สำหรับคู่รักคนบันเทิงเกาหลีใต้  ฮยอนบิน และ ซนเยจิน ที่แม้จะแต่งงานกันมาสองปีกว่า มีลูกด้วยกัน 1 คน ชีวิตรักของพวกเขาก็ยังเป็นที่สนใจเสมอ

ฮยอนบิน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2024  มีรายงานของ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เปิดเผยว่า ฮยอนบิน ได้ตัดสินใจให้นายหน้าประกาศขายเพนท์เฮาส์ ในโครงการ Walkerhill Podo Ville จังหวัดคยองกีโด ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่าที่นี่เป็นเรือนหอของเขากับภรรยานักแสดง ซนเยจิน

รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่าในปี 2020 ฮยอนบินได้ซื้อ เพนท์เฮาส์ นี้มาประมาณ 4,800 ล้านวอน โดยเขาตั้งใจขายที่พักหรูแห่งนี้ในราคา 7 พันล้านวอน  เท่ากับว่าเขาจด้รับกำไรมากถึง 2,000 ล้านวอน

สำหรับเพนท์เฮาส์แห่งนี้ อยู่ในหมู่บ้าน Guri Achiul หรือที่รู้จักกันในชื่อ Artists ‘Village  ซึ่งมีคนดังหลายคนอยู่อาศัย มีพื้นที่ 330 ตารางเมตร โดยมีห้องพัก 4 ห้อง และ 4 ห้องน้ำ แม้จะอยู่นอกกรุงโซลแต่งใกล้ชิดธรรมชาติ แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว

อย่างไรก็ตามคาดว่าการขายเรือนหอน่าจะเกิดจากการที่พวกเขาอยากจะขยับขยายบ้านใหม่ เพราะอย่างที่ทราบตอนนี้พวกเขามีลูกด้วยกันด้วย

ปรับโฟกัสให้เฉียบคมด้วย OAKLEY® LATCH PANEL สยบทุกความวุ่นวายด้วยแว่นกันแดดไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่

มองทะลุความวุ่นวายแล้วนำสายตาสู่ความนิ่งสงบไปกับ Oakley® Latch™ Panel แว่นกันแดดไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่ที่ผสมผสานดีไซน์และฟังก์ชันเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถโฟกัสกับสิ่งสำคัญได้อย่างเต็มที่ สมาชิกใหม่ดีไซน์โดดเด่นใน Latch Family รุ่นนี้สามารถกันสิ่งรบกวนออกไปได้ด้วยดีไซน์ที่จะขยายทุกขีดจำกัด ออกแบบมาเพื่อการก้าวไปยังสู่เส้นทางที่ไม่เคยรู้และมุ่งสู่การผจญภัยใหม่ๆ

รูปร่างที่มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Oakley ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกรอบแว่น Eyeshade สุดคลาสสิก ดีไซน์ที่โดดเด่นมาพร้อมแผงป้องกันด้านข้างซึ่งมั่นคงด้วยกลไกการล็อกที่ลงตัว ช่วยป้องกันแสงสะท้อนจากด้านข้าง แผงป้องกันนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถจดจ่อกับภาพเบื้องหน้า และตั้งสมาธิได้โดยไม่เสียจังหวะ สไตล์ที่เหมาะกับหลากหลายโอกาสมาพร้อมเลนส์ทรงกระบอก 5B เพื่อทัศนวิสัยที่ดีกว่า มีขาแว่นแนบหูที่สวมหมวกหรือหมวกกันน็อกทับได้พอดีเมื่อออกสำรวจ และยังมี Prizm™ Lens Technology ที่ช่วยปรับรายละเอียดให้คมชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ กลไกการล็อกที่ลงตัวยังทำให้สามารถหนีบแว่นไว้กับเสื้อ ทำให้หยิบใช้ได้รวดเร็วและเก็บได้สะดวก

แม้แต่เหล่านักกีฬา Team Oakley ก็ยังต้องประสบกับความวุ่นวายในชีวิต แต่เมื่อสวม Latch Panel แล้ว Kylian Mbappé ก็ได้แสดงให้ผู้ชมเห็นในแคมเปญล่าสุดของแบรนด์ว่าจะรับมือกับความยุ่งเหยิงเหล่านั้นได้อย่างไร “เวลาผมเข้าโหมดแข่ง ผมจะโฟกัสไปกับเป้าหมายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือการเล่นให้ดีที่สุดนั่นเองครับ” Kylian Mbappé กล่าว “แว่นกันแดด Latch Panel ทำให้ผมมองเห็นได้ไกลขึ้น มอบภาพที่โฟกัสและชัดเจน ซึ่งจำเป็นมากต่อการตั้งสมาธิอย่างจริงจัง”

หาความสงบท่ามกลางความวุ่นวายกับ LATCH™ PANEL รุ่น Signature Series ของ KYLIAN MBAPPÉ

แว่นตา Signature Series ปี 2024 ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับหนึ่งในนักฟุตบอลฝีเท้าเยี่ยมที่สุด ในคอลเลกชัน Signature Series ของ Kylian Mbappé นักกีฬาจากทีม Oakley ที่มีการผสมผสานกันระหว่างแฟชั่นกับกีฬาด้วยความสง่างามที่ล้ำสมัย พร้อมทั้งลงรายละเอียดสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของธงชาติฝรั่งเศส คอลเลกชันนี้จึงเป็นคอลเลกชันต่อเนื่องที่มาจากการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง Kylian Mbappé กับ Oakley ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วและวางจำหน่ายในสไตล์ยอดฮิตอย่าง Latch™ Panel และ HSTN

“ผมมีโอกาสได้เล่นกีฬาที่ผมรักทุกวันและผมอยากแสดงให้ทุกคนได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ในโลกของผมที่อยู่นอกเหนือสนามแข่งบ้างครับ” Kylian Mbappé กล่าว “ รุ่นนี้เป็นเหมือนการแสดงมุมมองส่วนตัวที่ผมมีต่อสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของประเทศของผมที่ผลักดันให้ผมคว้าชัยชนะมาได้ซึ่งผมก็ภูมิใจมากครับ และผมหวังว่าคอลเลกชันนี้จะสื่อสารออกไปในวงกว้างว่า เราต้องพัฒนาตัวเองในทุกๆ ขั้นเพื่อบรรลุความฝันให้ได้ครับ”

แว่นตา Latch™ Panel รุ่นพิเศษประกอบด้วยกรอบสีน้ำเงินโปร่งแสงที่เพิ่มความสง่างามอีกขั้นด้วยแผ่นตกแต่งตัวอักษรย่อ “KM” สีทองซาติน และเพิ่มมิติสีด้วยแผ่นข้างขาแว่นสีกรมท่าที่ตัดกันอย่างสวยงาม แว่นมีการออกแบบให้สัมผัสใบหน้าสามจุด มีแป้นจมูกสองขนาดสำหรับสวมใส่อย่างสบายตลอดทั้งวัน มาพร้อมเลนส์ Prizm™ และแผ่นข้างขาแว่นที่ถอดได้เพื่อให้คุณได้พบกับความสงบท่ามกลางความวุ่นวายและใช้สมาธิกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ คอลเลกชัน Signature Series ปี 2024 ของ Kylian Mbappé ยังมีรุ่น HSTN สุดโปรดปรานของ Kylian ซึ่งมีจุดเด่นคือโทนสีน้ำเงินที่ประกาศตนถึงการเป็นชาวฝรั่งเศสของเขา เสริมด้วยเลนส์ 24K ของ Prizm™ เพื่อดึงสีให้เด่นมากขึ้น

คอลเลกชัน Latch Panel ทั้งหมดวางจำหน่ายทั่วโลก Oakley.com , และร้าน Oakley ทั้ง 3 สาขาได้แก่

Oakley Centralworld

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ติดต่อ 080-6629451

Oakley Iconsiam

ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ชั้น 2  ถนนเจริญนคร คลองสาน กรุงเทพฯ 10600

ติดต่อ 080-6629451

Oakley The Emporium

ห้างสรรพสินค้าดิเอ็มโพเรียม ชั้น 2 โซนกีฬา 662 ถนนสุขุมวิท

คลองตัน คลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

ติดต่อ 082-527-4002

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Oakley ได้ที่: www.facebook.com/oakleyasia/

6.6 นี้! ‘เที่ยวบินแบบโก้ Go แบบ Green’ กับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ตั๋วเริ่มต้น 66 บาท

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ลดกระหน่ำต้อนรับวันดับเบิลเดย์ประจำเดือนมิถุนายน ออกโปรโมชั่น “เที่ยวแบบโก้ Go แบบ Green (6.6 Limited Offers)” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 66 บาท (ราคาไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม)  สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 4 – 7 มิถุนายน 2567 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย และทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ ฟูกุโอกะ ไทเป เซี่ยงไฮ้ และหางโจว รวมถึงเส้นทางบินตรงจาก เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Air” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน สิงคโปร์ กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทเป และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

น้องเจ้าคุณ พันธ์ชนกชนม์

ดาวรุ่งดวงใหม่ น้องเจ้าคุณ พันธ์ชนกชนม์ นักแสดงเด็กสุดมหัศจรรย์

แจ้งเกิดดาวรุ่งดวงใหม่ น้องเจ้าคุณ พันธ์ชนกชนม์ วัย 11 ปี นักแสดงเด็กสุดมหัศจรรย์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงกับบทบาท ปณต จากละครน้ำดีอย่าง “สงครามสมรส” กับซีนบีบหัวใจต่อว่าพ่อต่อหน้าศาล ทำเอาคนดูอวยยศตีบทแตกใจสลายไปตามๆกันจนโกยเรตติ้งพุ่งทะยานอันดับ 1 ของประเทศ พร้อมขอควงคุณแม่ครีม ปวริศา ออกสื่อครั้งแรก เผยวิธีการเลี้ยงลูกยังไงให้ประสบความสำเร็จและเก่งได้ขนาดนี้และความคืบหน้าของน้องเจ้าคุณที่อยากซื้อบ้านให้คุณแม่ถึงขั้นไหนแล้ว ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31

บีบหัวใจคนทั้งประเทศ ซีนนั้นยากไหม ?

เจ้าคุณ : ยากอยู่ครับ เพราะว่ามันต้องใช้อารมณ์เยอะ เป็นฉากที่มันต้องไปอยู่กลางศาลต้องระเบิดออกมาให้สุด เพราะว่าเราโกรธพ่อแล้วก็ผิดหวังในตัวพ่อมากๆ ในฉากนั้นพ่อเค้าสอนว่าคนโกหกเป็นไม่ดีแต่พ่อเรากลับทำซะเอง ผิดหวังมาก ก็เลยระเบิดออกมาอย่างในฉาก

ตอนนั้นเราคิดตามบทเลยหรือคุณแม่หรือผู้กำกับมาบรีฟอะไรบ้าง ?

เจ้าคุณ : คิดตามบทครับ แล้วก็พี่สันต์จะมาทบทวนบทให้ฟังว่าฉากนี้จะอารมณ์ยังไง เราต้องมีอารมณ์ขึ้นลงมากขนาดไหน พอนะเบิดออกมาก็เสียสติไปแล้ว

ซีนนี้ถ้าใครดูบทก็ยาว การจำบทยาวๆแล้วต้องเล่นอามณ์ขนาดนี้ ตอนอ่านบทกังวลหรือเปล่า ?

เจ้าคุณ : กังวลอยู่ครับ ตอนท้ายๆที่ไปโวยวายต่อหน้าพ่อ กังวลเรื่องอารมณ์ว่าเราจะทำได้มั้ย จะทำได้ถึงขนาดนั้นมั้ย เราจะทำตามบทได้มั้ย

ก่อนที่เราจะเล่นฉากดราม่าเยอะขนาดนั้นเราต้องทำการบ้านเยอะขนาดไหน ?

เจ้าคุณ : ช่วงก่อนที่จถ่ายซักประมาณ 2-3 วัน เขาจะส่งบทมาให้เรา ทำการบ้านทำความเข้าใจเยอะกับแม่ จะต่อบทกับแม่ครับ

เบื้องหลังก็คือคุณแม่ แม่อธิบายให้ลูกเข้าใจถึงตัวละครนี้อย่างไร ?

คุณแม่ : เราจะบอกเขาโดยรวมว่าปณตเจอเรื่องอะไรมา เขาเป็นยังไง แล้วเราก็จะมาคุยกับลูกว่าเขามีความคิดเห็นยังไง เพราะว่าเขาโตแล้วก็จะเริ่มดีไซน์ในการเล่นของเขาเองด้วย

เด็กแค่ 11 ขวบ ประสบการณ์ยังน้อยมากๆ ทำไมเขาถึงเข้าใจและแสดงออกมาได้ถึงขนาดนี้ ?

เจ้าคุณ : คิดว่าน่าจะซ้อมเยอะไปหน่อย

ตอนซ้อมกับคุณแม่ร้องไห้แบบนี้ไหม ?

คุณแม่ : ใช่ค่ะ ร้องตั้งแต่ตอนซ้อมเลย ร้องทุกครั้งที่ซ้อม เหมือนเขาเข้าใจในความเป็นปณตว่าปณตเสียใจแค่ไหน ยังไง

เจ้าคุณ : ตอนซ้อมกับแม่ตอนแรกจะซ้อมให้จำบทให้ได้ ให้บทมันเป๊ะก่อน ตอนที่สองค่อยเอาอารมณ์จริงๆออกมา

พอเห็นตัวเองในจอรู้สึกยังไงบ้าง  ?

เจ้าคุณ : รู้สึกอินตามปณตครับ

หนูคือเจ้าคุณแล้วพอดูตัวเองในจอหนูรู้สึกมั้ยว่านั่นปณตมั้ยไม่ใช่เจ้าคุณ ?

เจ้าคุณ : ใช่ครับ

แล้วเราทำยังไงจากเจ้าคุณให้กลายเป็นปณต ?

เจ้าคุณ : ก็ทำความเข้าใจกับปณตว่าปกติแล้วจิตใจเขาและคาแร็คเตอร์เขาเป็นยังไง ในความเป็นปณตมันมีอะไรอยู่บ้างที่จะทำให้คุณผู้ชมเขารู้ว่าเราคือปณต เราไม่ใช่เจ้าคุณแล้วนะ

ไปโรงเรียนเพื่อนๆทักกันมั้ย ?

เจ้าคุณ : เพื่อนๆเรียกแต่ปณตหมดเลยครับ พวกผู้หญิงห้องตรงข้าม พอผมเดินผ่านเขาจะชอบพูดว่า ณตเกลียดพ่อ

นอกจากพี่แอฟ ยังมีพี่คริตด้วย แล้วก็มีพี่ตรีอีก เป็นยังไงบ้างต้องประกบกับรุ่นใหญ่ขนาดนี้ ?

เจ้าคุณ : รู้สึกตื่นเต้นครับ มีทั้งพี่แอฟ พี่ตรี พี่คริต

แม่แอฟช่วยอะไรบ้าง  ?

เจ้าคุณ : แม่แอฟช่วยส่งอารมณ์ให้เล่นด้วยกัน ส่งกันไปกันมา

ตอนนี้เห็นว่าเหมือนมีลุกกันจริงๆแล้ว ไปเที่ยวต่างประเทศก็จะซื้อของมาฝาก รู้สึกยังไงที่แม่แอฟเอ็นดูเรา ?

เจ้าคุณ : ใช่ครับ รู้สึกดีใจที่พี่แอฟใจดีกับผม ซื้อของฝากผมเยอะมากครับ ตอนไปต่างประเทศเขาก็ซื้อคุกกี้มาให้แล้วก็เขีนเการ์ดมาด้วยว่า ถึงปณตนะ

แล้วพี่ตรีล่ะ ?

เจ้าคุณ : พี่ตรีเล่นกับผมเยอะจะสนิทกับผม เจอกับพี่ตรีตั้งแต่พนมนาคาแล้วครับ

พี่ตรีช่วยสอนการแสดงให้ด้วย สอนอะไรบ้าง ?

เจ้าคุณ : พี่ตรีสอนเรื่องอารมณ์ เรื่องการพูดยังไงให้ชัดแล้วก็ให้ออกมาได้ดี

พี่ชาคริตเห็นว่าเยร่วมงานด้วยกันมาแล้ว ?

เจ้าคุณ : ใช่ครับ เรื่องวันทองครับ

เห็นว่าพอร่วมงานกับพี่คริตแล้วตั้งฉายาให้เขา ฉายาอะไร ?

เจ้าคุณ : ปีศาจแห่งวงการครับ เขาแสดงเก่งมากครับ เขาเล่นได้ธรรมชาติมากๆ ไม่เหลือความเป็นเขาอีกแล้ว ตอนเขาไปเขาก็ไปเลยพอกลับมาก็เป็นเขา 100% ครับ

ถ้าเล่นไม่เป็นธรรมชาติในความเข้าใจของลูกเล่นยังไง ที่เล่นแล้วไม่ธรรมชาติ ?

เจ้าคุณ : ไม่ธรรมชาติของผมคือเล่นแล้วมันไม่ค้อยรู้สึกว่าเราอยู่กับเขาอยู่ เราอยู่กับตัวละครนั้นอยู่ อีกอย่างนึงก็คือเวลาเขาแสดงพวกร้องไห้ถ้าธรรมชาติเราจะรู้สึกได้แล้วก็อินตาม

อยากรู้ความรู้สึกคุณแม่ที่ได้เห็นฉากที่เราซ้อมกันอยู่บ้านแล้วออกอากาศให้คนได้เห็นจริงๆ คุณแม่รู้สึกยังไงบ้าง ?

คุณแม่ : ขอบพระคุณทุกคนที่เอ็นดูน้องและให้กำลังใจน้องในการทำงานของน้องตรงนี้ เราสองแม่ลูกขอบคุณมากเลยค่ะ

เคยคิดมั้ยว่าลูกเราจะว้าวขนาดนี้เลย ?

คุณแม่ : ไม่เคยคิดเลยค่ะ แต่ก็เชื่อว่าความตั้งใจของเขามันน่าจะทำได้ดีอยางที่เข้าตั้งใจ

เบื้องหลังการซ้อมเขาเป็นคนขวนขวายด้วยตัวเองเลยไหม ?

คุณแม่ : ใช่ค่ะ หลังๆพอเขาโตเขาเอาบทไปจัดการของเขาเอง มาเล่นให้ดู ซ้อมคู่กัน แม่ก็จะเป็นบัวบงกช บางทีก็มีบ้างที่เขาดีไซน์ว่าเขาอยากเล่นแบบนี้ เราก็คุยกัน เดี๋ยวพอไปเล่นหน้างานผู้กำกับเขาอยากให้เล่นยังไงก็อีกทีนึง

เส้นทางการทำงานของน้อง เริ่มจากจุดไหนถึงมีโอกาสได้มาร่วมงานกับทางช่อง One

คุณแม่  : เริ่มมาจากตอนที่น้องไว้ผมยาว ตั้งใจจะไว้ผมยาวเพื่อบริจาคผู้ป่วยมะเร็ง มาจากคุณย่าของน้องเป็นโรคร้ายล้วให้คีโม คุณย่าไม่มีผม ด้วยความเป็นเด็กของเขา เขาก็จะพูดว่าเอาผมของน้องไปมั้ย น้องมีผมเราก็เลยมาคุยว่าเราสามารถให้ผมบริจาคกับคนที่ทำคีโมได้นะ น้องสนใจใช่มั้ย เขาสนใจ ถ้างั้นไว้ผมยาวให้ผู้ป่วยมะเร็ง เขาก็ตั้งใจมากๆ แม่ก็ลงโพสต์ไปคนก็กดไลก์ วันนึงคุณกัปตัน ภูธเนศ เขากำกับละครอยู่เรื่องนึง ให้คนโทรมาว่ามาลองแคสละครดูมั้ย เพราะเค้าชอบแนวคิดของน้องที่มีน้ำใจอยากจะบริจาคผม เราก็แคสแบบไม่รู้เรื่อง เลยให้น้องไปเรียนการแสดงเพิ่มเติม เผื่อว่ามีโอกาสคนให้ไปแคสอีก อีกอย่างมันได้เรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนเพิ่มเติมได้ซักหน่อย แม่ก็ส่งน้องไปแคสเอ็มวีแล้วน้องได้ พอไปทำตรงนั้นแล้วเขาชอบ

เล่นละครเป็นนักแสดงรุ่นจิ๋วจริงๆ มาได้ยังไง ?

คุณแม่ : พอเล่น MV ก็มีแคสกุมารทองของวันทอง แม่ก็ลองส่งดู ผู้กำกับก็ส่งบทมาให้เราทำคลิปส่งแคส แล้วก็เรียกมาแคส น้องก็ได้อีก ก็เลยเริ่มจากตรงนั้นเลย

ทำไมน้องเจ้าคุณอยากซื้อบ้านให้คุณแม่ ?

เจ้าคุณ : เพราะว่าปกติผมอยู่บ้านเช่าครับ ผมเพิ่งรู้ว่าปกติบ้านเช่าเรามีโอกาสที่จะหมดสัญญาเช่าหรือมีโอกาสที่จะย้ายบ้านไปเมื่อไหร่ก็ได้ ผมเห็นว่ามันย้ายบ้านแล้วมันวุ่นวาย ขี้เกียจย้ายบ้านครับ

น้องเจ้าคุณ พันธ์ชนกชนม์

เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 27 ปี Hydrafacial พร้อมอัปเดตนวัตกรรม Syndeo

“AESLA” หรือ บริษัท เอสล่า จำกัด ภายใต้การบริหารของคุณ วรุตม์ สุทธินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสล่า จำกัด ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์และเวชสำอางด้านความงามในระดับสากล มาตรฐาน U.S.FDA และ Gold Standard ตัวแทนจำหน่าย Hydrafacial ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เดินหน้าจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 27 ปีของแบรนด์ Hydrafacial พร้อมยกระดับการเปิดตัว Hydrafacial Syndeo ขึ้นไปอีกขั้น ภายใต้ชื่องาน “The Future of Skin Health Technology – Meet Syndeo™ and Delight Yourself with Glowing Results.” ณ Firefly Bar โรงแรม Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok  งานนี้ได้  2 นักแสดงคนดังอย่าง “วิว-วรรณรท สนธิไชย” และ “สกาย-วงศ์รวี นทีธร” มาร่วมแชร์เคล็ดลับการมีผิวสวยสุขภาพดีในช่วง Celebrity Talk พูดคุยกับพิธีกร “พิตต้า ณ พัทลุง” จุดประกายความว้าวเป็นให้อยากหันมาดูแลตัวเอง

โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ, นพ.กัมพล โซ่เจริญธรรม และ นพ.วชิระ คุณาธาทร พร้อมทั้งมีบุคลากรทางการแพทย์ด้านความงาม คลินิกชั้นนำ เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมงานอย่างมากมาย งานครั้งนี้ร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง Hydrafacial โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโปรโมตนวัตกรรมทรีตเมนต์ใหม่ล่าสุด Hydrafacial Syndeo พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเทคโนโลยีและสารสกัดบูสเตอร์ต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์ผู้เข้าร่วมงานได้อัปเดตไปพร้อมกันกับเทรนด์ความงามในปี 2024 ซึ่งนวัตกรรมทรีตเมนต์อย่าง Hydrafacial Syndeo ยังตอบโจทย์ในแง่ไลฟ์สไตล์ ภาพลักษณ์มีความเข้าถึงง่าย

น้ำหอม Aesop กรุ่นกลิ่นแปลกใหม่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันซับซ้อน และแรงบันดาลใจจากเรื่องราวการเดินทาง ผสานแนวคิดศิลปะ

น้ำหอม ของ Aesop เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันซับซ้อน และแรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่ผ่านการเดินทาง ผสมผสานเข้ากับแนวคิดของศิลปะอันละเมียดละไมจากทัศนียภาพต่างๆ รวมถึงการสอดแทรกปรัชญาในหลากหลายมิติ ซึ่ง Aesop ได้รังสรรค์กลิ่นหอมขึ้นจากส่วนผสมของธรรมชาติ พฤกษานานาชนิดและการสังเคราะห์ส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์ ทำให้กลิ่นหอมนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์และยากที่จะเสมอเหมือน อาทิ

  • Gloam Eau de Parfum กลิ่นของเครื่องเทศและดอกไม้นานาพันธุ์ที่ชวนให้คิดถึงความทรงจำในวันวาน เป็นน้ำ หอมกลิ่นที่ 5 ในคอลเลคชั่น Othertopias กลิ่นหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการท่องไปในดินแดนแห่งโลกความจริงและจินตนาการ Gloam จะพาคุณไปสำรวจตัวตน ล่องลอยไปในโลกแห่งความฝันที่เต็มไปด้วยจินตนาการที่ห่างไกลออกจากโลกแห่งความเป็นจริง กลิ่นหอมที่คุ้นเคยมาบรรจบกับความแปลกใหม่ด้วยกลิ่นเข้มขน้ของดอกไม้ เครื่องเทศอันอบอุ่น และความลุ่มลึกของไม้หอม
  • Hwyl Eau de Parfum กลิ่นหอมที่ปลุกเร้าและชวนหลงใหล กลิ่นกรุ่นชวนหลงใหลที่สะท้อนถึงความสดชื่นและความเงียบสงบของป่าสนโบราณในประเทศญี่ปุ่นรังสรรคร่วมกับนักปรุงน้ำหอมที่ร่วมงานกันมานานอย่างบาร์นาเบ ฟิลลิยง เปิดด้วยกลิ่นแนวสโมคก่อน ตามมาด้วยกลิ่นเข้มข้นของไม้หอม มอส และเครื่องเทศ
  • Marrakech Intense Eau de Parfum มีกลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการผสานกลิ่นเครื่องเทศไม้หอม เข้ากับกลิ่นดอกไม้สดชื่นอย่างจัสมิน เนโรลี และเบอร์กาม็อต จนได้กลิ่นหอมที่ถือได้ว่าเป็นกลิ่นแปลกใหม่
  • Rōzu Eau de Parfum น้ำหอมลำดับที่ 4 ของเอสอปได้รับสร้างสรรค์ร่วมกับ บาร์นาเบ ฟิลลิยงหอมชาวฝรั่งเศสผู้ร่วมงานกับเอสอปมาอย่างยาวนานและร่วมออกแบบกลิ่น Marrakech Intense และ Hwyl รวมถึงคอลเลคชั่น Aromatique Room Sprays น้ำหอมกลิ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิต ผลงาน และความหลงใหลของ ชาร์ล็อตต์ แปร์ริยองด์ นักออกแบบยุคโมเดิร์นนิสต์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสและดอกกุหลาบญี่ปุ่นที่ตั้งชื่อตามเธอ Rōzu Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่ผสมผสานความเข้มข้นเข้ากับความอ่อนโยน แฝงความละเอียดอ่อนและกว้างไกล ติดทนนานอย่างน่าประทับใจ กลิ่นมีความยูนิเซกส์
  • Tacit Eau de Parfum กลิ่นหอมที่รังสรรค์ร่วมกับ Céline Barel โดยได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นสดชื่นของโคโลญแบบดั้งเดิมในอดีต รวมถึงวัฒนธรรม ภูมิประเทศและพฤกษาพรรณในแถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน

ร่วมค้นพบกลิ่นหอมจาก Aesop ได้ที่ Aesop Thonglor และ Aesop Online


จัดเต็มไม่มีแผ่ว! Emily in Paris เผยคอสตูมนักแสดงในซีซั่น 4 ครั้งแรก

เดินทางมาถึงซีซั่น 4 ทั้งที คอสตูมต้องจัดเต็มห้ามแผ่ว! Emily in Paris เผยรูปทีเซอร์เหล่านักแสดงเซ็ตแรกที่แฟชั่นจัดจ้านอีกเหมือนเคย

ใกล้เข้ามาเต็มทีกับวันออนแอร์ของ Emily in Paris ซีซั่น 4 ที่เชื่อว่าแฟนๆ หลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อหลังจบซีซั่น 3 โดยเรื่องราวของครั้งนี้ยังคงเล่าถึงชีวิตการทำงานของเอมิลี่ และเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์แสนยุ่งเหยิงที่รอให้เราได้ร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าจะมีบทสรุปเป็นอย่างไร แน่นอนว่ามากซีซั่นเท่าไหร่ความคาดหวังคงทวีคูณเพิ่มเท่านั้น ไม่ใช่แค่เนื้อหา แต่คอสตูมก็ไม่แพ้กัน เพราะถ้าพูดถึงซีรีส์เรื่องนี้คนที่เคยดูมาแล้วคงรู้ดีว่าแฟชั่นของนักแสดงในเรื่องจัดเต็มมากแค่ไหน และเป็นที่เลื่องลือมาถึง 3 ซีซั่น และไม่นานมานี้ทีมซีรีส์จึงปล่อยภาพทีเซอร์มาเรียกน้ำย่อยให้เห็นแฟชั่นของนักแสดงทุกคน เอาเป็นว่าครั้งหน้าจะแอบมาแกะลุคของตัวละครกันว่าใครใส่ไอเท็มชิ้นไหนกันบ้าง ต้องรอติดตามนะคะ!

สำหรับซีซั่น 4 นี้จะเตรียมฉายพาร์ทแรกในวันที่ 15 สิงหาคมที่กำลังจะถึงนี้


ภาพ: Instagram @emilyinparis

Workout Routine และสไตล์การกินของ Jennifer Lopez ที่ยังคงหุ่นแซ่บในวัยเลขห้า

Workout Routine และสไตล์การกินของ Jennifer Lopez ที่ยังคงหุ่นแซ่บในวัยเลขห้า

บอกไว้ตรงนี้เลยว่าอายุไม่ใช่สิ่งสำคัญถ้าเราดูแลตัวเองดีพอ ไม่เชื่อดูตัวแม่อย่าง “เจนนิเฟอร์ โลเปซ” ( Jennifer Lopez ) แม้ว่าจะอายุ 54 ปีแล้ว แต่ทุกคนคงเห็นพ้องต้องกันว่าหุ่นของเธอยังคงแซ่บตาแตกไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องที่กระชับหรือบั้นท้ายทรงเสน่ห์ที่เกิดขึ้นจากการมีวินัยดูแลตัวเองทั้งสิ้น บทความนี้ได้รวบรวม Workout Routine และนิสัยการกินของเจนนิเฟอร์มาไว้ให้แล้ว มาดูกันว่าตัวแม่ดูแลตัวเองอย่างไร

เจนนิเฟอร์มีเทรนเนอร์ส่วนตัวสองคน ได้แก่ ด็อด โรเมโร และเดวิด เคิร์สช์ ซึ่งทาง ด็อด โรเมโร เคยให้สัมภาษณ์กับ Oprah Daily ว่า “เจนนิเฟอร์ฝึกประมาณ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณหนึ่งชั่วโมง และส่วนของร่างกายที่เธอเน้นการฝึกจะแตกต่างกันในแต่ละครั้ง”

ส่วนเทรนเนอร์อีกคน เดวิด เคิร์สช์ มักจะแชร์วิดีโอการฝึกซ้อมของเจนนิเฟอร์หลายแบบใน IG ของเธอ รวมถึงการใช้ลูกบอลออกกำลังกายสำหรับซิทอัพสร้างกล้ามเนื้อลำตัว และ Crab Walk เพื่อปั้นบั้นท้าย ฯลฯ เดวิด เคิร์สช์ เคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Insider ว่า “การออกกำลังกายปั้นก้นที่เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดคือ Crab Walk”

ส่วนเจนนิเฟอร์เองก็เคยให้สัมภาษณ์กับ US Weekly ว่า “บางครั้งเมื่อฉันทำงานดึกดื่น จนฉันรู้สึกว่า ‘โอ้ ฉันทำไม่ได้อีกแล้ว’ แต่ฉันบอกตัวเองว่าใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงในการออกกำลังกาย เรามาทำกันเถอะ อย่ากลายเป็นคนขี้เกียจ” และสไตล์ที่เธอมักออกกำลังกายบ่อยๆ อาทิ

ยกน้ำหนัก
การใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงต่อวันบนลู่วิ่งไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ที่จริงแล้วการผสมผสานการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเข้ากับการฝึกยกน้ำหนักสามารถปั้นร่างกายและลดไขมันได้ ซึ่งเจนนิเฟอร์เองก็เป็นนักยกน้ำหนัก เธอมักแชร์รูปภาพของตัวเองกำลังยกน้ำหนักใน IG ส่วนตัว เพื่อแสดงการออกกำลังกายประจำวันของเธอต่อสาธารณะ

วิ่งรอบสวนในบ้าน
ก่อนหน้านี้ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดโควิด Alex Rodriguez คู่หมั้นของเธอได้แชร์วิดีโอสั้นๆ บน IG ที่พวกเขาฝึกซ้อมออกกำลังกายร่วมกันที่บ้าน รวมถึงการวิ่ง 400 เมตรในสวนของพวกเขา และการออกกำลังกายด้วยเคตเทิลเบลล์ และการซิทอัพ

ซ้อมเต้น
เราทุกคนรู้ดีว่าเจนนิเฟอร์มีทักษะการเต้นที่ยอดเยี่ยม และเธอมักซ้อมเต้นอย่างหนักสำหรับคอนเสิร์ตและทัวร์ ซึ่งการซ้อมเต้นเป็นวิธีหนึ่งที่เธอรักษารูปร่างที่เพรียวกระชับได้ “การเต้นรำเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของฉันมาโดยตลอด ฉันรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้ใช้เวลาขยับร่างกาย บางครั้งฉันเต้นเพื่อคลายเครียดการได้เห็นร่างกายเคลื่อนไหวและรู้สึกถึงสารเอ็นโดรฟินที่ปล่อยออกมาในสมองของฉันช่วยเพิ่มความมั่นใจและอารมณ์ได้จริงๆ ไม่ใช่ความลับที่ฉันชอบเต้น และไม่คิดว่ามันเป็นกีฬาด้วยซ้ำ ฉันมีคลาสเต้นกับเทรนเนอร์ส่วนตัวด้านการเต้น Tracy 5 ครั้งต่อสัปดาห์ เราจะเพิ่มดัมเบลแบบเบา (ประมาณ 3 ปอนด์/1.4 กิโลกรัม) ) เพื่อฝึกแขน เน้นการเคลื่อนไหวสะโพกและต้นขา และฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว” นอกจากนี้ เจนนิเฟอร์ยังเคยฝึกเต้นรูดเสาเมื่อเธอร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “Hustlers” ปี 2019 ร่วมกับคาร์ดิ บี และลิลี่ ไรน์ฮาร์ต เธอกล่าวในรายการ Jimmy Kimmel Live ว่า “การเต้นรำแบบนี้เหมือนกับการแสดงผาดโผนกลางอากาศมาก ต้องใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่ม ขยับขาเยอะมาก การยืนโดยใช้มือ มันยากมาก ฉันชื่นชมนักเต้นรูดเสาเก่งมาก”

นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
เจนนิเฟอร์มักจะทำงานหนักมาก แต่เธอก็ยอมรับว่า “การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมาก” หากเธอไม่ได้นอน 8-10 ชั่วโมงทุกคืน เธอจะรู้สึกเหนื่อยและอ่อนล้ามาก “เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดคือการนอนหลับให้เพียงพอ ตามหลักการแล้ว เธอชอบนอนวันละ 9-10 ชั่วโมง เพราะเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันมักจะนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน”

สไตล์การกินเพื่อรูปร่างและสุขภาพ
สำหรับสไตล์การกินของเจนนิเฟอร์ เธอจะหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป และกินอาหารที่ได้รับสารอาหารครบถ้วน ส่วนผสมทั้งหมดเป็นออร์แกนิกและคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงโปรตีนคุณภาพสูงและโภชนาการที่สมดุล ซึ่งเจนนิเฟอร์ชอบข้าวโอ๊ต มันเทศ ข้าวกล้อง และควินัวมากกว่าขนมปังขาว ซีเรียลอาหารเช้า โดนัท และเค้ก ส่วนผักนั้นเธอกินผักใบเขียวเป็นหลัก เช่น ผักคะน้า ผักโขม และกะหล่ำดอก หลีกเลี่ยงแครอทและข้าวโพด ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลสูง

ไข่ขาวมักจะเป็นอาหารเช้าเสมอ ส่วนมื้อกลางวันและมื้อเย็น จะเน้นไปที่ไก่งวงไม่ติดมัน อกไก่ หรือเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า เธอเคยบอกว่า โปรตีนคือตัวเลือกแรกของฉัน มันทำให้รู้สึกอิ่มนานและยังเป็นโภชนาการที่ดีเยี่ยมสำหรับการออกกำลังกายด้วย นอกจากนี้ ฉันยังกินผักสีเขียวเยอะมากๆ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำดาว ดอกกะหล่ำ และคะน้า และฉันชอบทำอาหารหลากหลายเมนู และอาหารโปรดของฉันคืออาหารเปอร์โตริโก เพราะนั่นคือสิ่งที่มาจากขนมขบเคี้ยว รวมทั้งเนื้อหมูและไก่ แต่เวลาที่เธอกินอาหารที่ร้านอาหาร เธอมักจะสั่งปลาและผัก แต่ฉันไม่ชอบปลาแซลมอนมากนัก ดังนั้น ถ้าฉันปรุงอาหารเอง ฉันจะเตรียมปลากะพงและปลาฮาลิบัตเสมอ หรือปลาคอด เพราะฉันไม่ชอบเนื้อและรสชาติของปลาแซลมอน”

นอกจากนี้ เธอไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ หรือไม่บริโภคคาเฟอีน แต่เธอจะดื่มเฉพาะกาแฟไม่มีคาเฟอีนในตอนเช้า ซึ่งเธอเคยกล่าวในการสัมภาษณ์กับ Hollywood Life ว่า “เมื่อเราอายุมากขึ้น สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ผิวเสียหายได้” ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ดูเหมือจจะเน้นการกินเพื่อสุขภาพ แต่เธอก็มักจะมีวันชีทเดย์เสมอ สำหรับกินอาหารโปรดบางอย่างเป็นครั้งคราว แต่ในปริมาณที่พอเหมาะ “เราทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์ และใครๆ ก็อยากกินคุกกี้ เค้กสักชิ้น หรือไก่ทอดเป็นบางครั้งบางคราว ไม่จำเป็นต้องควบคุมอาหารแบบสุดโต่งเมื่อคุณมีแผนการออกกำลังกายที่สมดุล”

Photo: jlo


HAPPY SUNDAY เปิดตลาดต่างประเทศครั้งแรกร่วมกับสายการบิน AirAsia ขยายฐานเจาะกลุ่มชาวต่างชาติ

คุณภาวิดา ชิตเดชะ (คุณไอซ์) CEO บริษัท แฮปปี้ ซันเดย์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ HAPPY SUNDAY แบรนด์สินค้า Beauty & Lifestyle ที่มีสไตล์โดดเด่น ซึ่งสร้างมาจากประสบการณ์การเป็น Beauty Blogger บวกกับความชื่นชอบในสีสันและความสดใสของคุณไอซ์จนกลายมาเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดออนไลน์มามากกว่า 5 ปี

โดยในปี 2567 นี้คุณไอซ์เตรียมรุกขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ Multi-Channel Marketing เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ชาวเอเชียเป็นหลัก เช่น จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ญี่ปุ่น เป็นต้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มช่องทางการขายออฟไลน์อื่นๆ ในประเทศด้วยเช่นกัน

สานเป้าหมายสู่การสร้าง “Brand Loyalty” เพิ่มความเชื่อมั่น ความเชื่อใจต่อความต้องการของลูกค้า ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถสดใสได้จากคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่ว่า “อยากให้ทุกคนมีความสุขในการใช้ชีวิตทุกวัน” จึงเป็นที่มาของการขายสินค้าบนเครื่องบิน เนื่องจากทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเล็งเห็นความสามารถในการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น การได้มีโอกาสจัดจำหน่ายสินค้าสายการบินแอร์เอเชียครั้งนี้ ถือเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญของแบรนด์แฮปปี้ซันเดย์ที่นอกจากจะเสริมสร้างภาพลักษณ์แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้เข้าถึงแบรนด์มากขึ้นเช่นกัน

โดยจะเริ่มจัดจำหน่ายสินค้าตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 67 – 30 มิถุนายน 67 บนเที่ยวบินไทยแอร์เอเชีย ทุกไฟลท์ทั้งในและต่างประเทศ สามารถจองเที่ยวบินได้ที่ AirAsia MOVE App

ปัจจุบันแอร์เอเชียกลับมาบินเส้นทางภายในประเทศครบทุกเส้นทาง รวมเส้นทางข้ามภาค พร้อมเปิดบินเส้นทางระหว่างประเทศต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาการจัดจำหน่ายสินค้าบนเครื่องบินได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม “พวกเราแบรนด์แฮปปี้ซันเดย์ ขอขอบคุณแอร์เอเชียที่ให้การสนับสนุนและมอบโอกาสให้สินค้าแบรนด์ไทยได้ขยายฐานผู้สนใจเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวร่วมกัน” คุณไอซ์กล่าว

นางสาวอรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าเเละบริการบนเครื่องบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ขณะนี้แอร์เอเชียเริ่มเปิดให้บริการทั้งเส้นทางในและต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และด้วยความต้องการอยากสนับสนุนส่งเสริมสินค้าแบรนด์ไทย แอร์เอเชียจึงนำสินค้าแบรนด์ HAPPY SUNDAY มาวางขายบนเครื่องบินเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้โดยสาร โดยสินค้าที่มาจำหน่ายประกอบไปด้วย กระติกน้ำเก็บอุณหภูมิกระเป๋าอเนกประสงค์กล่องเหล็กพร้อมเซ็ตสมุดโน้ตและกระเป๋าโน้ตบุ้ค ซึ่งทุกชิ้นมีลวดลายโดดเด่นด้วยดีไซน์สดใสในสไตล์ของแฮปปี้ซันเดย์และเป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับพกพาระหว่างเดินทาง หรือสามารถซื้อเป็นของขวัญของฝากได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในอนาคตทางแอร์เอเชียยังได้วางแผนออกสินค้าคอลเล็คชั่นพิเศษร่วมกับแบรนด์แฮปปี้ซันเดย์สำหรับจำหน่ายเป็นสินค้าที่ระลึกเฉพาะบนเที่ยวบินแอร์เอเชียอีกด้วย

'ผักสลัด' แต่ละชนิด มีประโยชน์อย่างไรกันบ้าง

ชอบกินผัก รักสุขภาพ ดูแลรูปร่าง รู้หรือไม่ว่า ‘ผักสลัด’ แต่ละชนิด มีประโยชน์ต่างกันอย่างไรบ้าง

ผักสลัด เมนูหลักสำหรับคนรักสุขภาพ “สลัด” ที่ปรุงจากผักสลัดชนิดต่างๆ มีให้เลือกกันมากมาย ทั้งสลัดใบเขียวอ่อน เขียวเข้ม สีแดงๆ หน่อย ผักสลัดเหล่านี้ บางครั้งก็ไปเป็นเครื่องเคียงในอาหารจานโปรด บางครั้งก็ไปเป็นพระเอกในจานสลัด กับน้ำสลัดที่มีให้เลือกกันมากมายหลายชนิด หลายคนกินแล้วติดอกติดใจ แต่ก็อาจไม่รู้ว่าผักสลัดแต่ละชนิดนี่มีชื่อเรียกว่าอะไร แล้วมีประโยชน์อย่างไรกันบ้าง

1. กรีนโอ๊ค (Green Oak)
ผักชนิดนี้จะเป็นรูปทรงพุ่มๆ ใบหยัก มีสีเขียว ใบจะนิ่มๆ อ่อนๆ ฟูๆ จับแล้วจะนุ่มมือ คล้ายกับผักกาดหอม เดิมกรีนโอ๊คเป็นผักที่ปลูกในต่างประเทศ ต่อมามีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศฮอลแลนด์เข้ามาในประเทศไทย จนทุกวันนี้มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายจนเป็นหนึ่งในผักยอดนิยมของคนรักผัก ก็เพราะความนุ่มของใบที่ทำให้ซึมซับน้ำสลัดได้ง่าย เมื่อเอามาปรุงจึงได้รสชาติที่อร่อย กินง่าย ประโยชน์เด่นๆ ของกรีนโอ๊ค คือ การช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือด บำรุงสายตา อุดมไปด้วยวิตามิน และเอนไซม์ที่มีประโยชน์ สามารถนำกรีนโอ๊คไปกินคู่กับเมนูที่หลากหลาย อย่างเช่น นำไปทำเป็นซูชิ พล่า ได้

2. เรดโอ๊ค (Red Oak)
ชื่อคล้ายๆ กับกรีนโอ๊ค นั่นเป็นเพราะรูปทรงที่คล้ายกัน จะแตกต่างกันก็ที่สีสันของผักทั้งสองชนิด เรดโอ๊คจะมีสีแดงเข้มบริเวณขอบใบ และกลางใบจะมีสีเขียวเข้ม ใบหยักนุ่ม และเป็นพุ่มฟู เนื้อค่อนข้างนุ่มเช่นกัน ประโยชน์ของเรดโอ๊ค เนื่องจากมีกากใยที่สูง จึงช่วยล้างผนังลำไส้ให้สะอาด ช่วยกำจัดไขมัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอก สำหรับการนำไปปรุงอาหารนั้น ด้วยความที่เรดโอ๊คมีลักษณะใบที่อ่อนนุ่ม จึงเหมาะกับการกินสดๆ คู่กับน้ำพริก สลัด หรือเมนูยำง่ายๆ ที่ไม่ผ่านความร้อนสูง เพื่อรักษาคุณค่าที่ดีจากธรรมชาติเอาไว้

3. เรดคอรัล (Red Coral)
หลายคนแทบจะแยกไม่ออกระหว่าง เรดโอ๊ค กับ เรดคอรัล เพราะสีแดงสดใสไม่ต่างกันเท่าไรนัก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเจ้าเรดคอรัลนี้จะมีลักษณะใบที่หยัก และฟูมากกว่าเรดโอ๊ค มองไปมองมาก็คล้ายๆ กับปะการัง รสชาติของเรดคอรัลนั้นจะออกหวานนิดๆ กรอบหน่อยๆ ต่างจากเรดโอ๊คที่จะมีรสขมนิดหน่อย เรดคอรัลจึงกินง่ายกว่า โดยเฉพาะกับเด็กๆ ประโยชน์ของเรดคอรัล มีปริมาณกากใยอาหารที่สูง จึงช่วยในเรื่องของการขับถ่ายของเสีย ทั้งช่วยล้างผนังลำไส้ กำจัดไขมัน ต้านอนุมูลิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ ทั้งยังให้วิตามินซีสูง ช่วยป้องกันอาหารหวัด นอกจากนั้น สารอาหารที่มีประโยชน์มากมายของเรดคอรัล ยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจางอีกด้วย เรดคอรัลเหมาะกับการนำไปทำเป็นเป็นสีสันให้จานสลัดดูน่าทานขึ้นจากสีแดงๆ สดใส นอกจากนั้นยังสามารถนำไปทำยำ หรือเป็นผักเครื่องเคียงกับเมนูต่างๆ ได้ตามใจชอบ

4. บัตเตอร์เฮด (Butter Head)
ผักที่มีรอยหยักสวยเหมือนกับกลีบของดอกไม้สีเขียวที่เบ่งบาน ถ้าใครได้ลองปลูกบัตเตอร์เฮดไว้ที่บ้านอาจจะไม่อยากตัดมากินกันสักเท่าไร เพราะเสียดายในความสวย บัตเตอร์เฮดมีใบมน เนื้อนุ่ม ตรงกลางอัดแน่นเนื่องจากเป็นใจผัก รสชาติออกหวาน กรอบ ไม่ขม ประโยชน์ของบัตเตอร์เฮด ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเส้นผม บำรุงระบบประสาท บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงผิว ช่วยลดครอเลสเตอรอล นำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อย่างเช่น นำไปทำแกงจืดบัตเตอร์เฮด หรือใช้ใบที่หนาสักนิดนำไปห่อเมี่ยงคำ หรือนำไปลงกระทะผัดร้อนๆ หรือจะใส่ในแกงส้ม ต้มยำก็อร่อย

5. คอส (Cos)
หลายคนติดใจผักชนิดนี้ คงเพราะชื่อจำง่าย หน้าตาก็แปลกแยกไม่เหมือนผักสลัดชนิดอื่นมากนัก โดยเฉพาะถ้าใครชอบกินซีซาร์สลัดก็คงจะรักผักคอสไปโดยปริยาย กับความกรอบอร่อย ที่ยิ่งกินก็ยิ่งติดใจล่ะค่ะ คอสมีใบที่เรียวยาว สีเขียวเข้ม ทรงสูง ด้วยความที่เป็นผักเนื้อกรอบ รสชาติออกหวานหน่อยๆ และไม่มีกลิ่นรบกวนสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นเขียวของผัก คอสจึงเข้ามาครองใจคนรักสุขภาพได้ง่ายๆ ประโยชน์ของคอสมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน และธาตุเหล็กที่มีอยู่สูง ช่วยเพิ่มประมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง และคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ นอกจากนั้น คอสยังมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตน้อย เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีกากใยสูงช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และการขับของเสียออกจากลำไส้อีกด้วย

รู้จักผักสลัดชนิดต่างๆ กันมาพอสมควรแล้ว ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าจะหยิบเจ้าผักสลัดชนิดต่างๆ ไปปรุงเป็นเมนูอะไรดี แนะนำว่าให้ลองหยิบจานสลัดใบใหญ่มาซักใบ ล้างผักให้สะอาด จัดวางผักสดๆ ใส่จาน โรยหน้าด้วยน้ำสลัดที่ถูกใจ กินคู่กับน้ำผลไม้เย็นๆ ซักแก้ว ง่ายเพียงแค่นี้ก็ได้ทั้งรสชาติอร่อยพร้อมประโยชน์แล้ว

ขอขอบคุณข้อมูล: ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก
ภาพ: Pexels


ติดขอบรันเวย์! การผสานรวมสไตล์ ‘โรแมนติก’ และ ‘พังก์’ ใน Dior Cruise 2025

รันเวย์ Dior สร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้งไปกับการผสานรวมระหว่างสไตล์ ‘โรแมนติก’ และ ‘พังก์’ ในคอลเล็คชั่น Dior Cruise 2025

เป็นอีกครั้งที่ว้าวกับแฟชั่นโชว์จาก Dior เมื่อ Maria Grazia Chiuri หัวเรือใหญ่ของแบรนด์ได้ครีเอทลุคสุดคอนทราสต์ หากใครเป็นแฟนดิออร์คงรู้ถึงสไตล์ของแบรนด์เป็นอย่างดีว่าส่วนใหญ่แล้วไอเท็มทุกชิ้นจะเน้นไปที่ความเฟมินีน และหรูหราเป็นอันดับแรก ทำให้แบรนด์ดังกล่าวเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวหวานทั่วมุมโลก แต่บางครั้งการมีส่วนผสมที่มาตัดเลี่ยนสักหน่อยก็น่าสนใจ

สไตล์ ‘พังก์’ เป็นสิ่งที่ Dior หยิบมาใช้ในคอลเล็คชั่น ‘Cruise 2025’ จะเห็นว่าแต่ละลุคที่ปรากฏอยู่บนรันเวย์ผสมผสานระหว่างดีเทลแสนเฟมินีนอย่าง ผ้าซีทรู ลูกไม้ และลายพริ้นต์ดอกไม้ ริ้วระบาย เอาไว้ แต่ทั้งหมดถูกตัดทอนความอ่อนหวานลงด้วยเข็มขัดหนัง แจ็กเก็ตหนัง รองเท้าบู๊ต ไปจนถึงโชคเกอร์ ทำให้ลุคที่ได้กลายเป็นความคอนทราสต์ระหว่างขั้วตรงข้ามที่น่าสนใจ เห็นลุคแบบนี้แล้วสายหวานสามารถนำไอเดียไปแต่งตามกันได้นะคะ รับรองว่าการแต่งตัวในแต่ละวันจะไม่น่าเบื่อและจำเจอีกต่อไป

Dior Cruise 2025


ภาพ: Dior

คนรักสัตว์ต้องมี! Tomi Floor Cleaner For Pet คลีนคราบเกลี้ยง รับจบกลิ่นน้องหมาน้องแมว

Praew Survey ครั้งนี้ ขอว่ากันด้วยเรื่องเทรนด์ Pet Lovers หรือกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์มาแรงแห่งยุค ยืนยันได้จากผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่าคนเลี้ยงสัตว์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แถมเหล่าทาสยุคนี้ยังเปย์สัตว์เลี้ยงหนักพอๆ กับการเลี้ยงลูกเลยทีเดียว เรียกว่าเลี้ยงดูเหมือนเป็นเจ้านายท่านหนึ่ง ทั้งดูแลอย่างประคบประหงมและเลือกใช้ข้าวของดีๆ เพื่อทำให้สัตว์เลี้ยงแสนรักแฮปปี้และอยู่ด้วยกันไปนานๆ

โดยหากจะพูดถึงไอเท็มที่คนรักสัตว์ขาดไม่ได้ หนึ่งในนั้นคงต้องมีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น เพราะบางครั้งเราก็หลีกเลี่ยงความสกปรกที่เกิดจากน้องหมาน้องแมวไม่ได้ ทั้งคราบและกลิ่น รวมถึงเรายังต้องรักษาความสะอาดให้กับพื้นที่ของพวกเขา เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดีในการอยู่ร่วมกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Praew Survey ครั้งนี้ ขอหยิบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นที่รับจบทั้งคราบและกลิ่น Tomi Floor Cleaner For Pet มาป้ายยาเหล่าคนรักสัตว์กันตรงนี้เลยค่ะ

สำหรับ Tomi Floor Cleaner For Pet ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสำหรับคนเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ โดยสามารถช่วยขจัดคราบสกปรกต่างๆ ได้แบบเอาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคราบฝุ่น รอยเปื้อน หรือร่องรอยจากน้องหมาน้องแมว ที่สำคัญคือทำความสะอาดเกลี้ยงด้วยการถูครั้งเดียวแถมยังแห้งไว ไม่ทิ้งคราบขาวและความเหนียวเหนอะหนะ ช่วยเบาแรงเหล่าทาสทั้งหลายไปได้เยอะ

นอกจากจะคลีนคราบเกลี้ยงแล้ว Tomi Floor Cleaner For Petยังรับจบปัญหากลิ่นกวนใจ ทั้งกลิ่นฉี่หรืออึของน้องหมาน้องแมว กลิ่นสาบสัตว์ และกลิ่นอับชื้นเพราะมี Anti-Malodor Tech ที่ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ต้นเหตุ อีกทั้งยังให้กลิ่นหอมละมุนแบบสะอาดสดชื่น ชนิดที่ลืมพวกน้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศไปได้เลยมาถึงเรื่องสำคัญที่สุดที่ทำให้เหล่าทาสใจฟู คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น Tomi Floor Cleaner For Pet เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงแสนรัก เพราะใช้สารทำความสะอาดที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสาร SLS / SLES และมีผลทดสอบการระคายเคือง หมดกังวลเรื่องสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งหากเจ้านายบ้านไหนชอบเลียพื้น ถ้าใช้ Tomi Floor Cleaner For Pet เหล่าทาสก็สบายใจได้เลย

เรียกว่าดีต่อใจเหล่า Pet Lovers สุดๆ สำหรับ Tomi Floor Cleaner For Pet ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นที่เริ่ดด้วยพลังธรรมชาติจบปัญหาคราบและกลิ่นจากสัตว์เลี้ยงได้แบบอยู่หมัด และที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงแบบหายห่วง งานนี้ขอบอกเลยว่า คนรักสัตว์ต้องมี!สามารถหาซื้อได้ที่ Lotus’s, Big C, CJ Express, Tops และร้านค้าท้องถิ่นทั่วไป

‘WUWM Bangkok 2024’ ตอกย้ำศักยภาพไทยศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรภูมิภาค

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (คนที่ 4 จากซ้าย) นายสเตฟาน ลายานี ประธานสมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรโลก หรือ WUWM (คนที่ 5 จากขวา) และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้า ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย และผู้ถือหุ้นใหญ่  ตลาดไท (คนที่ 5 จากซ้าย) ร่วมด้วยผู้ค้าส่งชั้นนำจากทั่วโลก ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้และมุมมองสำคัญ ในงานประชุมของ WUWM ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินทางไปเยี่ยมชม ‘ตลาดไท’ ตลาดกลางสินค้าเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เมื่อเร็วๆ นี้

มาร่วมฉลองกับ PRIDE PROUD MONTH เดือนแห่งความภูมิใจ พาชมเส้นทางอิสระ โดยศิลปิน Painterbell และอีกมากมาย ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร

คิง เพาเวอร์ มหานคร ร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ยินดีในความหลากหลาย จับมือร่วมกับศิลปินชื่อดัง “เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล (เบล)” หรือรู้จักกันในนาม Painterbell” ได้มารังสรรค์เส้นทางสายรุ้งที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร กับธีม “Proud Pride Month” ซึ่งจะจัดแสดงตลอดเดือนมิถุนายน 2567 ในจุดต่างๆ ของคิง เพาเวอร์ มหานคร  

เบล หรือ Painterbell ศิลปินที่มีต้นกำเนิดมาจากการสร้างสรรค์ศิลปะลายการ์ตูนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบุคลิกของเพื่อนร่วมชั้นและคนรอบข้าง โดยเส้นทางการเป็นศิลปินของเบลนั้นเริ่มจากการ์ตูนแสนเรียบง่ายของเด็กผู้ชายผมแหลม และได้มีการพัฒนาจนกลายเป็นคอลเลกชั่นตัวละครที่น่าหลงใหล โดนใจแฟนๆ หลายๆท่านและหลายรุ่น และการออกแบบพิเศษในธีม Proud Pride Month ในครั้งนี้ จะถูกรังสรรค์เป็นสติกเกอร์สายรุ้ง ในจุดไฮไลท์ต่างๆ ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยสัสันสดใส ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกัน

ไฮไลท์และกิจกรรมของงาน

ชมงานศิลปะจาก Painterbell

พบกับผลงานศิลปะ สีสันความสุข ความสดใส ความครีเอทีฟ อัดแน่นเต็มทั่วทุกที่ ธงสีรุ้งที่ถูกประดับขึ้นทั่วทุกมุมสื่อให้เห็นถึงความรัก ความอบอุ่น และความเท่าเทียม โดยผลงานดังกล่าว จะมีทั้งที่ มหานคร สแควร์, จุดชมวิวภายในอาคาร ชั้น 74, มหานคร สกายวอล์ค ชั้น 78 และ มหานคร คิวบ์

โชว์คาบาเร่ ณ มหานคร สกายวอล์ค

เตรียมพบกับ “โชว์คาบาเรต์ที่สูงที่สุด” จากจุดชมวิวชั้น 78 มหานคร สกายวอล์ค คัดสรรและเตรียมการแสดงโดยทีม Calypso Bangkok ให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจกันทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 18.00 น.

กิจกรรมคลาสสุดพิเศษ ในงาน WILL YOU B(M)ARRY ME?

คิง เพาเวอร์ มหานคร จับมือร่วมกับ Physique57 ชวนคุณเข้าร่วมคลาส Pride Barre-DyCombat สุดพิเศษที่ชั้น 74 จุดชมวิวภายในอาคาร ในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567 ในธีม “WILL YOU B(M)ARRY ME?” กับประสบการณ์ออกกำลังกายท่ามกลางฉากหลังอย่างสวยงามของท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร ชั้น 74 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 08.30 น.

นอกจากนี้คุณยังสามารถขึ้นไปถ่ายรูป ชมท้องฟ้าอันสวยงามแบบ 360 องศา ที่ชั้น 78 มหานคร สกายวอล์คได้อีกด้วย

  • ราคาปกติ 1,200 บาท ต่อท่าน
  • ราคาพิเศษ Early Bird 999 บาท ต่อท่าน (จองและชำระเงินภายใน 15 มิถุนายน 2567)

การแสดงโชว์จากเหล่าแดร็กควีน (Drag Queen) ตัวแม่ ณ มหานคร อีทเทอรี่

พบกับการแสดงโชว์สุดพิเศษ วันศุกร์ที่ 7 และ 28 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 19.15 – 20.00 น. ตลอดเดือนมิถุนายน 2567 ที่เหล่าตัวแม่แดร็กควีนจะออกมาวาดลวดลาย พร้อมเนรมิตเสื้อผ้า หน้า ผมให้อลังการในแบบที่อยากเป็น จากแดร็กควีนมากประสบการณ์ ให้คุณได้ตื่นเต้นและเพลิดเพลินตลอดมื้ออาหารแสนอร่อย ที่ มหานคร อีทเทอรี่

นอกจากนี้ “มหานคร อีทเทอรี่” ยังมีโปรโมชั่นอาหารสุดพิเศษที่จัดขึ้นในธีม Pride นี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม Starlight จาก Other Café และโปรโมชั่นหอยนางรมพร้อมเครื่องดื่มจากร้าน el’mar

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://kingpowermahanakhon.co.th/th/proud-pride-month-2024-th

มาร่วมเฉลิมฉลอง PROUD PRIDE MONTH” ในเดือนมิถุนายนอย่างมีสไตล์ ที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร