“ALAND” จัดงาน ‘ALAND NEW LOCATION’ พร้อมเปิดคอนเซ็ปต์ใหม่ #EveryDayALAND และ #EveryOneALANDER

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ ALAND ไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ (Lifestyle Store & Culture Space) มัลติแบรนด์ที่รวบรวมทั้งแฟชั่นไอเทมและไลฟ์สไตล์เกาหลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดงาน “ALAND NEW LOCATION” เปิดตัวร้านใหม่อย่างเป็นทางการของ ALAND Thailand ณ ชั้น 2 ไอคอนสยาม ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ #EveryDayALAND และ #EveryOneALANDER ให้สาวก K-Culture ที่ชื่นชอบแฟชั่นเกาหลีได้สนุกสนานไปกับเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่แบรนด์ดังส่งตรงจากเกาหลีกว่า 100 แบรนด์ในดีไซน์ล่าสุดกว่า 600 แบบ ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์และโอกาสต่างๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมพูดคุยกับสองหนุ่มคู่จิ้นสุดฮอต ฟลุ๊ค-ภูสิษฐ์ และ ปูนปั้น-จิตบุณ ถึงการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าในสไตล์ #EVERYDAYALAND และไฮไลต์สุดพิเศษ! กับแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นล่าสุดจากนายแบบนางแบบไอดอลคนดังอย่าง 5 หนุ่ม PERSES (เพอร์เซส) และสาวๆ VIIS (วิส) เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่มาแรง โดยมีเหล่าเซเลบบริตี้รุ่นใหม่และอินฟลูเอนเซอร์คนดังมาร่วมงานฉลองเปิดร้านใหม่อย่างคึกคัก ณ ร้าน ALAND ชั้น 2 ไอคอนสยาม

นภจิรา วัชรประภาส ผู้บริหารกลุ่มสินค้านำเข้า บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ALAND เป็นไลฟ์สไตล์สโตร์แอนด์คัลเจอร์สเปซ (Lifestyle Store & Culture Space) แหล่งรวมทั้งแฟชั่นไอเทมและไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่สุดจากเกาหลี ที่คัดสรรสินค้าจากดีไซเนอร์ชื่อดังที่ร่วมโชว์ใน Seoul Fashion Week ไปจนถึงดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ ครบครันทั้งสินค้าแฟชั่น ทั้งเสื้อผ้า แว่นตา หมวก กระเป๋า รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันในรูปแบบ Casual Streetwear ที่รวบรวมมามากกว่า 100 แบรนด์ อาทิ 3.3 FIELD TRIP, MAHAGRID, CODE GRAPHY, CAVISH, OY, AVANDRESS, OiOi, MMLG, SNOOZY, LMC, RUNNING HIGH, YOUTHBATH และอีกมากมาย สำหรับร้าน “ALAND” โลเคชั่นแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ไอคอนสยาม มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ #EveydayALAND และ #EveryoneALANDER เพื่อสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นคอมมูนิตี้สำหรับชาว K-Culture ที่พร้อมให้ทุกคนได้อัพเดตเทรนด์และสร้างสรรค์สไตล์สุดชิคในแบบของตัวเอง โดยภายในร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอล มีการเพิ่มรายละเอียดและกิมมิกต่างๆ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น มีรันเวย์ขนาดย่อมๆ พร้อมกับกระจกบานใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นคอมพลีทลุคและทำคอนเทนต์สนุกๆ ได้พร้อมๆ กัน”

เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์ใหม่ในครั้งนี้ ภายในงานฉลองเปิดร้าน ‘ALAND NEW LOCATION’ ได้เชิญ 2 นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง “เรียกแด๊ดสิธาร Your Dear Daddy The Series” ฟลุ๊ค – ภูสิษฐ์ ดิษฐพิสิษฐ์ และ ปูนปั้น – จิตบุณย์ งามบุณยรักษ์ มาแนะนำการแต่งกายแบบ #EveryOneALANDER กับ Must Have Item หรือ ไอเทมชิ้นสำคัญที่สามารถช็อปจากร้าน ALAND และนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับการแต่งกายให้ออกมาเป็นลุคที่โดดเด่นมีสไตล์ และยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษกับ Fashion Presentation สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากนายแบบไอดอล T-Pop สุดฮอต จั๋ง – วิกร บูรณภิญโญ, เน – ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, กฤติน – กฤติน สอสูงเนิน, ปาล์ม – พีรวิชญ์ พินธะ และ ปลั๊กกี้ – ธรากร คำสิงห์ 5 เมมเบอร์หนุ่มหล่อจากวง PERSES (เพอร์เซส) พร้อมนางแบบ 5 สาว 5 คาแรกเตอร์จาก VIIS (วิส) ปลายฟ้า ศิระอาชา, ซอนญ่า พราว บีสัน, อะตอม – ปริยะ ปินะพันธ์โอภาส, ธารา – อนันต์ธารา กิ๊บสัน และ เชียร์ – กชพรรณ กิจไกรลาศ ที่มาในแฟชั่นหลากลุคหลายสไตล์ตามแบบฉบับของ #EverydayALAND และ #EveryOneALANDE

มาร่วมอัพเดตคอลเลคชั่นล่าสุดกับแฟชั่นแบรนด์เกาหลีที่ได้รับความนิยมสุดๆ ได้ที่ร้าน ALAND ชั้น 2 ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ Facebook : ALANDThailand หรือ IG : aland_th

เบ็คกี้ รีเบคก้า

สื่อนอกยกนิ้ว นักแสดงไทย เบ็คกี้ รีเบคก้า ดาวรุ่งมาแรงระดับโลก

สร้างความเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆชาวไทยอย่างมาก หลังสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวสารสรุปตัวเลขผู้ทรงอิทธิพลที่สุดหลังจบบิ๊กอีเว้นท์ เทศกาลหนังเมืองคานส์ ที่ประเทศฝรั่งเศส จัดอันดับยกให้นักแสดงดาวรุ่งคนไทย รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง” ยืนหนึ่งไทยแลนด์จากซีรีส์เกิร์ลเลิฟ สร้างประวัติศาสตร์ความฮอตทะลุสื่อโซเชียลมากที่สุด จากการเลือกสวมใส่พรีเซ็นต์เสื้อผ้าแบรนด์ดัง Balenciaga ปรากฏโฉมบนพรมแดงเมืองคานส์ ดันมูลค่าครองความฮอตทุกโซเชียลออนไลน์ เพียงโพสต์ภาพ 3 โพสต์ ลงช่องทางสื่อของตัวเอง สร้างมูลค่ามีเดียตัวเลขให้แบรนด์ดังพุ่งทะยานไปถึง 3.8 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับอัตราการมีส่วนร่วม 75% ให้กับแบรนด์ Balenciaga ของการจัดอันดับบุคคลที่สร้างมูลค่าทางสื่อมากที่สุดสำหรับงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ในซีซันนี้

เบ็คกี้ รีเบคก้า

โดยได้รับการการันตีอีกหนึ่งเสียงจาก “Lea Mao” หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Lefty ที่ได้รวบรวมข้อมูลที่เหล่าดาราและอินฟลูเอ็นเซอร์ที่เดินทางเทศกาลหนังเมืองคานส์ต่างๆ และคำนวณจากจำนวนโพสต์ที่แท็กแบรนด์และยอดการมีส่วนร่วมในงาน กล่าวว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ซึ่งโดนใจกลุ่มแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม” ชื่อเสียงของนักแสดงชาวไทย “เบ็คกี้ รีเบคก้า” ถูกแชร์เป็นไวรัลดังในระดับโลกทันที
ไม่พอแค่นั้น สื่อชั้นนำอย่าง vogue business ยังทวิตข้อความแคปชั่นผ่าน x twitter ถามแฟนๆบนโลกออนไลน์เพิ่มเติมว่าบนโซเชียลมีเดีย ระหว่าง “เบ็คกี้ รีเบคก้า” กับนางแบบตัวแม่ระดับโลก “เบลล่า ฮาดิด” ใครจะครองตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในโซเชียลมีเดียจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มากกว่ากัน กลายเป็นหัวข้อกระแสดังทำให้คนทั้งโลกอย่างทำความรู้จัก “เบ็คกี้ รีเบคก้า” มากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้านการจัดอันดับจากสถิติที่น่าเชื่อของ Launchmetrics ออกมาสรุปตัวเลขเพิ่มเติมว่า นอกจากความนิยมของ “เบ็คกี้ รีเบคก้า” ที่ดันให้แบรนด์แฟชั่น Balenciaga ยอดขายพุ่งทะยานและแย่งพื้นที่สื่อได้แล้วนั้น แบรนด์ไฮเอ็นระดับโลกที่เธอร่วมงานอย่างสร้อยเพชร Chopard แที่มาช่วยตีข่าวโปรโมทเทศกาล Red Sea International Film Festival ที่เราจะได้เห็น “เบ็คกี้” ไปร่วมเดินพรมแดงเร็วๆนี้ ก็เกาะกระแสความฮอตดึงพื้นที่สื่อมีเดีย ตีมูลค่าเพิ่มเติมให้เธออีก $862k เหรียญสหรัฐ รวมกับสถิติจาก Balenciaga ตัวเลขมีเดียที่เธอทำได้อยู่ที่ 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ครองคะแนนความนิยมมากกว่า นางแบบอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง “เบลล่า ฮาดิด” ซึ่งมูลค่าโดยรวมการทำงานโกอินเตอร์ครั้งนี้ นักแสดงดาวรุ่งคนไทยอย่าง “เบ็คกี้ รีเบคก้า” กลายเป็นที่จับตามองและถูกค้นหาอย่างมาก หลังดันสถิติตัวเลขสื่อมีเดีย ตีเป็นเงินไทยมูลค่าสูงถึง 172ล้านบาทไทย นับเป็นคนไทยคนแรกที่ทำถึง! สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ ที่เห็นความปังของนักแสดงไทยในเส้นทางอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก

อเมซิ่ง! สื่อนอกยกนิ้ว “เบ็คกี้ รีเบคก้า” ดาวรุ่งมาแรงระดับโลก สร้างมูลค่าสื่อทุบสถิติ 172ล้านบาท เชือนชนะ เบลล่า ฮาดิด

100 ปี สุวัตถิ์ รัชไชยบุญ

สุวัตถิ์ รัชไชยบุญ อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สามีสุดที่รักของนักแปลมือฉมัง “นิดา” หรือ ปราศรัย รัชไชยบุญ จะมีอายุครบ 100 ปี ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายนนี้  ลูกๆ หลานๆ นำทีมโดยสองพี่น้อง ปารเมศร์ และ บุรณี รัชไชยบุญ เตรียมงานฉลองแบบเรียบง่ายแต่น่าประทับใจไว้ให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดได้ร่วมแสดงความยินดีและกราบอวยพรคุณพ่อผู้ยังแข็งแรงมากๆ แบบเดินตัวตรงเป๊ะ ความจำเป็นเลิศ อารมณ์ดีเป็นนิจ ยกให้เป็นหนึ่งในไอดอลสำหรับวัยแพลตตินั่มฝังเพชร เข้ายุคเอจจิ้ง โซไซตี้เป๊ะ

พระเอกตัวท๊อปเกาหลี “KIM SOO HYUN” ล็อคคิว 15 มิย. เจอแฟนไทย

“คิมซูฮยอน” (KIM SOO HYUN) พระเอกเบอร์เบอร์ต้นแห่งวงการเกาหลีใต้ นาทีนี้ความฮอตฟุ้งไปทั่วเอเชีย ตอกย้ำความเป็นนัมเบอร์วัน หลังประสบความสำเร็จอย่างมาก จากซีรีส์เรื่องล่าสุด Queen of Tears ในบทบาท “แบคฮยอนอู” ที่ไม่เพียงแค่กวาดเรตติ้งถล่มทลาย และทุบสถิติในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังโด่งดังคว้าใจแฟนคลับได้อีกเพียบ รวมไปถึงคอซีรีส์ชาวไทยที่ส่งเสียงเรียกร้องอยากเจอ อยากหวีดตัวจริงเสียงจริงแล้ว

งานนี้ผู้จัดใจดี Grand Prix Xpectrum จัดให้ เตรียมพา “คิมซูฮยอน” รักแรกของใครหลายคน และเป็นรักปัจจุบันของแฟนคลับอีกมากมาย กลับมาเจอแฟนๆ ชาวไทยแบบใกล้ชิดให้ใจละลาย ในงาน “2024 KIM SOO HYUN ASIA TOUR in BANGKOK” ในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี


กลับมาครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนแน่นอน “คิมซูฮยอน” กำลังซุ่มซ้อมโชว์มาโปรยเสน่ห์ และมอบความสุขให้กับแฟนๆ เตรียมมาสัมผัสความอบอุ่นละมุนใจ หรือจะคลั่งรักเบอร์แรงแบบ “แบคฮยอนอู” ต้องมาเจอเท่านั้นถึงจะรู้!! งาน “2024 KIM SOO HYUN ASIA TOUR in BANGKOK”

เปิดขายบัตรวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ ผ่านทาง The Concert Application หรือ www.theconcert.com

บรรยากาศสุดอบอุ่นกับกิจกรรมแฟนไซน์และมีตแอนด์กรี๊ดโดยอง NCT 127

เอสเอ็ม ทรู ร่วมกับ ช้อปปี้ อีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ครองใจนักช้อป มอบความเอ็กซ์คลูซีฟสุดใกล้ชิดกับ DOYOUNG (โดยอง) หนึ่งในสมาชิกของวงเค-ป๊อปแห่งยุค NCT 127 ด้วยกิจกรรมแฟนไซน์และมีตแอนด์กรี๊ด Shopee x DOYOUNG ‘YOUTH’ FANSIGN & EVENT ที่จัดขึ้น ณ สยามพารากอน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา

สำหรับแฟนคลับผู้โชคดีครั้งนี้มาจากการซื้ออัลบั้ม DOYOUNG – THE 1ST ALBUM ‘YOUTH’ (Photobook Ver.) และ [MEET & GREET EVENT] DOYOUNG – THE 1ST ALBUM ‘YOUTH’ (Digipack Ver.) ที่ร้านค้า SM True Store บน Shopee Mall ซึ่งได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงาน ‘Shopee x DOYOUNG ‘YOUTH’ FANSIGN & EVENT’ ที่มีหลากหลายกิจกรรม ทั้งแฟนไซน์ (Fansign), ถ่ายภาพกลุ่ม (Group Photo) และไฮบาย (Hi-Bye)

โดยเฉพาะมีตแอนด์กรี๊ด (Meet & Greet) ที่ผู้ได้รับสิทธิ์ Top Spenders ได้ถ่ายภาพโพลารอยด์ 1:1 คู่กับศิลปินอย่างใกล้ชิด อีกทั้งแฟน ๆ ในงานยังได้ฟินหูเคลือบทองไปกับการตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง และเสียงร้องอันไพเราะละมุนใจของ DOYOUNG ที่ร้องเพลงสด ๆ ร่วมกับ NCTzen ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น

ทั้งนี้ DOYOUNG เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวพร้อมอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ‘청춘의 포말 (YOUTH)’ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ประกอบด้วยเพลงไตเติล ‘반딧불 (Little Light)’ (ลิตเติล ไลต์) และเพลงอื่น ๆ รวมทั้งหมด 10 เพลง รวบรวมหลากหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นในคลื่นที่เรียกว่า ‘วัยเยาว์’ พร้อมถ่ายทอดออกมาแบบไร้ซึ่งการปรุงแต่งใดถึงเรื่องราวของช่วงเวลาอันล้ำค่า ที่สามารถร้องเพลงได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุดในฐานะวัยเยาว์ ชวนให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกร่วมได้เป็นอย่างดี ทำให้ DOYOUNG กำลังได้รับความรักในฐานะ ‘เสียงร้องตัวแทนแห่งเค-ป๊อป’ ที่แฟนเพลงเชื่อใจและรับฟังได้

โดยอัลบั้มนี้ ประสบความสำเร็จครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงดิจิทัลในประเทศเกาหลีใต้, อันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 13 ภูมิภาคทั่วโลก และอันดับ TOP10 รวมทั้งหมด 19 ภูมิภาค, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music และ KuGou Music ประเทศจีน, อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time Album TOP100 ของ LINE MUSIC ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

สวยที่สุดในเอเชีย

เปิดโผสำรวจ ผู้หญิงประเทศไหน ครองแชมป์ สวยที่สุดในเอเชีย ?

เมื่อไม่นานมานี้ Insider Monkey ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับความสวยของผู้หญิงในทวีปเอเชีย ในหัวข้อ ผู้หญิงประเทศไหนครองแชมป์ สวยที่สุดในเอเชีย ? ซึ่งสาวไทยอยู่ในอันดับไหนนั้นต้องไปติดตามกัน

เมื่อไม่นานมานี้ Insider Monkey เพิ่งเปิดเผยผลการจัดอันดับความสวยของผู้หญิงในทวีปเอเชีย ในหัวข้อ ผู้หญิงประเทศไหนครองแชมป์สวยที่สุดในเอเชีย? โดยการสำรวจในครั้งนี้ คัดเลือกจากประเทศที่มีผู้หญิงสวยที่สุด ไม่ว่าจะสวยแบบธรรมชาติหรือศัลยกรรม

อันดับ 1 เกาหลีใต้ อันดับ 2 ญี่ปุ่น อันดับ 3 เวียดนาม อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ อันดับ 5 อิหร่าน อันดับ 6 มาเลเซียอันดับ 7 อินเดีย อันดับ 8 จีน อันดับ 9 สิงคโปร์อันดับ 10 ไทย

วอนยอง ไอดอลสาวเลื่องชื่อความสวยของเกาหลีใต้
ฮามาเบะ มินามิ
นักแสดงชาวเวียดนาม Hoang Yen Chibi นางเอกหนังผี “กุมารทองฯ”

อันดับ 11 อินโดนีเซีย อันดับ 12 ฮ่องกง อันดับ 13 มาเก๊า อันดับ 14 ภูฏาน อันดับ 15 ไต้หวัน อันดับ 16 คาซัคสถาน อันดับ 17 ศรีลังกา อันดับ 18 ปากีสถาน อันดับ 19 เมียนมา อันดับ 20 สปป.ลาว

 สำหรับประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งผู้คนมักเรียกกันในชื่อ เมืองหลวงแห่งความงามของโลก มีรายงานว่า ผู้หญิง 1 ใน 5 คน ทำศัลยกรรมพลาสติก โดยพวกเธอใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ต่อเดือนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลความงาม จึงมีการคาดว่าในปีนี้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางของเกาหลีอาจพุ่งไปถึง 1.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามนัมเบอร์วันในอาเซียนตกเป็นของประเทศ เวียดนาม โดยสำนักข่าวเวียดนามเปิดเผยว่าปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกที่สุดในการทำศัลยกรรมพลาสติก โดยงานเสริมจมูกมีราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และการเสริมหน้าอกราคา 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลยทีเดียว

โครงการ SEED Project ปี 4 รอบภาคใต้ตอนล่าง วันที่ 6-9 มิ.ย. 2567

วันที่ 6-9 มิถุนายน พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม และเครือข่ายเยาวชน SEED Thailand ได้จัดโครงการ SEED Project ปี 4 สร้างผู้นำเยาวชน พาท้องถิ่นสู่สากล รอบภาคใต้ตอนล่าง ณ โรงแรมหาดแก้ว รีสอร์ท จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เปิดพื้นที่สาธารณะให้กับเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีจิตใจสำนึกรักบ้านเกิดและมีความตั้งใจที่จะร่วมเข้ามาพัฒนาประเทศชาติมารวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชน ผู้นำนักเรียน-นักศึกษา และนักศึกษาที่กำลังเรียนจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และผู้นำในกลุ่มองค์กรอื่น ๆ

ภายในโครงการได้มีตัวแทนจากหน่วยงานเข้าร่วมพิธีเปิด ได้มีการกล่าวเปิดโดย คุณณัฐภัท ชุมทองเชิดบำรุง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมกล่าวต้อนรับ ดร.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ เลขานุการมูลนิธิสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม พร้อมด้วย และกล่าวโอวาท พันเอก ปฐพี พุทธพล ผู้อำนวยการกองสันติวิธี ศูนย์สันติวิธี กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับเยาวชนระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัย และสถาบันศึกษาต่าง ๆ

จากนั้นภายในโครงการ ได้มีกิจกรรม ๆ ต่าง เพื่อส่งเสริมทักษะและความรู้เพื่อส่งเสริมเยาวชน ตลอดโครงการ ได้เริ่มจากกิจกรรมการบรรยายหัวข้อ แบบอย่างการเสียสละและการเป็นเยาวชนที่ดี โดย พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์  ธารีฉัตร รองประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์, การอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Future Skill for Future Community และกิจกรรม Workshop การวิเคราะห์ตลาดเสื้อผ้ามือสอง โดยนายธนพน สิงหพันธุ์, กิจกรรมการอบรมเพื่อการพัฒนาตนเอง Leader Persona โดยนางสาวรดารัตน์ ตุ่มมะ ต่อจากนั้นจึงการบรรยายเยาวชนไทยห่างไกลการพนัน โดยนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนในรู้ทันและป้องกันภัยคุกคามอย่างสร้างสรรค์, การให้ความรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น Social Startup Business for Community โดยคุณAlicia Tien Founder & CEO of Asia Discovery ในการเปิดภาพโอกาสในการต่อยอดโรงการเพื่อสังคมและขยายผลไปจนสู่การทำธุรกิจเพื่อสังคมในระดับสากล

การอบรมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ Seed Project ปี 4 ในรอบภาคใต้ตอนล่างครั้งนี้ เพื่อถ่ายทอดความรู้แบบทวีคูณ จากรุ่นสู่รุ่น จากพี่สู่น้อง จากลูกหลานสู่ผู้ปกครอง เปรียบเสมือนการเผยแพร่เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณค่า ให้มีโอกาสได้แตกหน่อ ต่อยอดความดีต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อเป็นเครือข่ายในการ“สร้างผู้นำเยาวชน พาท้องถิ่นสู่สากล” เพื่อขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป โครงการ SEED Project ปี 4 ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

          โครงการ SEED Project ปี 4 ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจะมีการดำเนินโครงการนำร่องในภูมิภาคต่าง ๆ จำนวน 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคใต้ตอนล่าง ภาคใต้ตอนบนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง และจะมีโครงการนำร่องจากเยาวชนในแต่ละภูมิภาคเพื่อพัฒนาชุมชน ทั้งหมด 25 โครงการ  โดยโครงการรอบภาคใต้ตอนล่าง ได้มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการวุ้นกรอบตาลโตนดสร้างสรรค์โอกาสเพื่อวิสาหกิจชุมชนบ้านจะรัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 2.โครงการยุวมัคคุเทศก์วัยใส ใส่ใจโกตา ชุมชนโกตาบารู จังหวัดยะลาและ 3.โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ชุมชนมัสยิดดาหรนอาหมัล อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งทั้ง 3 โครงการนำร่องจะมีการดำเนินการลงพื้นที่และพัฒนาชุมชนต่อไป ระหว่างเดือน กรกฎาคม-ตุลาคม

“หมอวี EMMA CLINIC” เผยเทคนิค SS Safe Structure เสริมจมูกสวยมั่นใจ ไม่ตกเทรนด์

หากจะพูดถึงศัลยกรรมยอดนิยมตลอดกาล ก็ต้องยกให้กับ “การเสริมจมูก” ที่ช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากยิ่งขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้การเสริมจมูกออกมาสวยตรงใจ Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว มีหลากหลายคำแนะนำดีๆ จากศัลยแพทย์มากประสบการณ์แห่ง EMMA CLINIC “คุณหมอวี – นายแพทย์วีรกานต์ สถิตนิรามัย” ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง (Plastic Surgery) ซึ่งเป็นเจ้าของรางวัล The Best Individual Rhinoplasty For Beauty จาก Praew Iconic Beauty 2023 มาแชร์กันตรงนี้ และพลาดไม่ได้กับการเจาะลึกเทคนิค SS Safe Structure ซึ่งช่วยอัพจมูกสวยมั่นใจแบบไม่ตกเทรนด์ให้กับทุกคนได้

นพ.วีรกานต์ สถิตนิรามัย ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง (Plastic Surgery)

ดูเป็นธรรมชาติ เทรนด์เสริมจมูกมาแรง

“ภาพรวมของเทรนด์การเสริมจมูกในปัจจุบันเมื่อเทียบกับช่วง 3 – 4 ปีที่แล้ว ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงครับ คือเมื่อก่อนหลายคนจะนิยมการเสริมจมูกให้โด่งมากๆ หรือพุ่งแบบโอเวอร์ แต่ในวันนี้คนส่วนใหญ่จะชอบจมูกที่โด่งแบบพอดีๆ ปลายจมูกที่ไม่แหลมจนเกินไป ดูเป็นธรรมชาติ และรับกับใบหน้าส่วนอื่นๆ ซึ่งถือว่าตรงกับเทรนด์ความงามในยุคนี้ ที่หลายคนให้ความสำคัญกับความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับตัวเอง”

เซฟจมูกสวยด้วยเทคนิค SS Safe Structure

“การเสริมจมูกที่ EMMA CLINIC เป็นการเสริมจมูกแบบโอเพ่นปรับโครงสร้าง โดยใช้เทคนิค SS Safe Structure ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องการปรับโครงสร้างและการเลือกใช้วัสดุในการทำจมูก เพื่อทำให้โครงสร้างของจมูกมีความแข็งแรง พร้อมช่วยลดการเกิดปัญหาในอนาคต เช่น จมูกล้ม จมูกทรุด จมูกเบี้ยว จมูกเอียง หรือปัญหาเรื่องการหายใจ

“สำหรับวัสดุในการเสริมจมูก หลักๆ เราจะเลือกใช้กระดูกของผู้รับบริการเอง เพราะตอบโจทย์ตรงที่สามารถเข้ากับเขาได้ดี โดยส่วนใหญ่เราจะเลือกใช้กระดูกซี่โครงหรือกระดูกหลังหู ซึ่งขอแนะนำว่าใช้กระดูกซี่โครงจะดีที่สุด เพราะมีความแข็งแรง มีปริมาณเยอะ และเป็นกระดูกที่มีลักษณะเซลล์แบบเดียวกับจมูก ดังนั้นการเสริมจมูกด้วยกระดูกซี่โครงจึงเข้ากับจมูกได้ดีกว่า ทำให้โครงสร้างจมูกมีความแข็งแรงมากกว่า และช่วยลดโอกาสที่จมูกจะล้มหรือทรุดในอนาคตได้ด้วย

“อีกหนึ่งจุดเด่นของการเสริมจมูกด้วยเทคนิค SS Safe Structure คือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะการให้จมูกทรง Tear Drop ที่โด่งแบบกำลังดี ปลายสวยละมุน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของ EMMA CLINIC และเป็นทรงจมูกที่เหมาะกับใบหน้าของผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่าเคสส่วนใหญ่มีอาการบวมช้ำค่อนข้างน้อยหลังทำ โดยทั่วไปประมาณ 3 – 7 วัน ก็ดีขึ้นแล้ว”

ต้องรู้! ก่อนเสริมจมูกสวยตรงใจ

“หัวใจสำคัญของการเสริมจมูกที่ EMMA CLINIC คือการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของแต่ละเคสก่อนอย่างละเอียด เพื่อจะได้เข้าใจผู้รับบริการอย่างแท้จริงว่าเขามีปัญหาตรงจุดไหนและคาดหวังผลลัพธ์อย่างไร แล้วจึงออกแบบการรักษาอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการเสริมจมูกด้วยเทคนิค SS Safe Structure ที่เราทำภายใต้การให้ความสำคัญกับเรื่องโครงสร้าง เพราะในการเสริมจมูกนั้น แค่ผลลัพธ์ออกมาสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความแข็งแรงและความปลอดภัยด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่กับผู้รับบริการได้ในระยะยาวนั่นเองครับ”

EMMA CLINIC

Website : www.emmaclinicthailand.com

Facebook : www.facebook.com/Emmaclinicthailland

Instagram: www.instagram.com/emmaclinic_thailand

Youtube : www.youtube.com/c/EMMAClinic

Line OA : @emmaclinic หรือ https://lin.ee/yuvfxgR

โทร. 06-6115-3521 หรือ 06-6115-3522

9 พฤติกรรมเสี่ยงเข้าข่ายเป็น Shopaholic หรือ โรคเสพติดการช้อปปิ้งโดยไม่รู้ตัว

9 พฤติกรรมเสี่ยงเข้าข่ายเป็น Shopaholic หรือ โรคเสพติดการช้อปปิ้งโดยไม่รู้ตัว

ว่าด้วยเรื่องช้อปปิ้งในออนไลน์หรือออฟไลน์ถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่ถ้าช้อปจนหยุดตัวเองไม่ได้ ซื้อของเกินความจำเป็น จนเกิดปัญหาหนี้สิน กระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว อาการเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็น Shopaholic หรือ โรคเสพติดการช้อปปิ้งโดยไม่รู้ตัว

Shopaholic หรือ โรคเสพติดการช้อปปิ้ง เป็นโรคทางสุขภาพจิตประเภทหนึ่ง ผู้ที่เป็นโรคนี้จะเสพติดการซื้อของโดยที่ไม่คำนึงถึงสถานะทางการเงินของตัวเอง และมีความอยากจะไปช้อปปิ้งอยู่ตลอดเวลาโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาความสัมพันธ์จนต้องทะเลาะกับคนในครอบครัว บางครั้งซื้อมาแล้วต้องโกหกคนในครอบครัวว่ามีคนให้มา หรือบอกราคาที่ถูกกว่าราคาจริงที่ซื้อ ซึ่งโรคนี้พบได้ตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไปทั้งเพศหญิงและเพศชาย

9 พฤติกรรมที่เข้าข่ายการเป็น Shopaholic

  • อยากซื้อของตลอดเวลา
  • ซื้อของเกินความจำเป็น
  • ยับยั้งพฤติกรรมการช้อปปิ้งของตัวเองไม่ได้
  • มีความรู้สึกดีเมื่อได้ซื้อของ โดยมักจะรู้สึกดีได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ
  • รู้สึกผิดหลังจากที่ซื้อมาแล้ว
  • ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้
  • ซื้อซ้ำๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วหลายชิ้น
  • ต้องหลบซ่อนหรือโกหกปกปิดเวลาซื้อของนั้นๆ
  • มีปัญหาด้านอื่นๆ เกิดขึ้นตามมา เช่น เกิดปัญหาหนี้สิน ปัญหาความสัมพันธ์ เป็นต้น

โรคเสพติดการช้อปปิ้ง เกิดได้ทั้งปัจจัยส่วนบุคคล และปัจจัยทางสังคม ซึ่งสาเหตุที่มาจากปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ มีภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง มีปัญหาในการควบคุมตัวเองหรือยับยั้งชั่งใจ ส่วนปัจจัยทางสังคม เช่น การซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมไปถึงการใช้บัตรเครดิตในการซื้อของไปก่อนโดยยังไม่ต้องใช้เงินสด สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการเสพติดช้อปปิ้งได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน

โรคเสพติดการช้อปปิ้ง สามารถรักษาให้หายได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเปลี่ยนทัศนคติ เช่น การจำกัดวงเงินบัตรเครดิตหรืองดใช้บัตรเครดิต โดยส่วนใหญ่แล้วจิตแพทย์จะรักษาด้วยการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy: CBT) ซึ่งจะเป็นการพูดคุยให้คำปรึกษา เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการมีพฤติกรรมโรคเสพติดการช้อปปิ้ง จากนั้นจึงทำการปรับเปลี่ยนความคิด ปรับพฤติกรรม เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาเข้าใจตัวเองและปรับเปลี่ยนนิสัยการเสพติดการช้อปปิ้งได้ เช่น หากใช้การช้อปปิ้งเป็นการระบายความเครียด ก็อาจจะหาวิธีระบายความเครียดวิธีอื่นๆ ที่ไม่ส่งผลเสียต่อตัวเอง หรือถ้ามีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ก็ต้องรักษาควบคู่กันไป

สำหรับการป้องกันโรคเสพติดการช้อปปิ้ง ต้องเริ่มจากการวางแผนการใช้จ่าย จดบันทึกรายรับรายจ่าย หลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเกินตัว, หากิจกรรมอื่นๆ ทำยามว่าง แทนการช้อปปิ้ง เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน, ฝึกฝนการควบคุมตัวเอง และหลีกเลี่ยงสื่อโฆษณา การตลาดที่กระตุ้นให้ซื้อของ

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเป็นโรคเสพติดการช้อปปิ้งควรเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

ข้อมูล: แพทย์หญิงอริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล จิตแพทย์โรงพยาบาลBMHH- Bangkok Mental Health Hospital
ภาพ: Pexels


Hit Man นักฆ่าน่าหลอก

5 ข้อ ไม่พลาด ภ.คอมเมดี้ที่สนุกที่สุดแห่งปี Hit Man นักฆ่าน่าหลอก

เตรียมรับมือความปั่นสุดขั้วกับภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่สนุกที่สุดแห่งปี “Hit Man นักฆ่าน่าหลอก” ผลงานของผู้กำกับมือทอง “ริชาร์ด ลิงก์เลเตอร์” ผนึกกำลังนักแสดงมาแรงแห่งยุค “เกลน พาวเวลล์” และ “เอเดรีย อาร์โจนา” (Pacific Rim: Uprising, 6 Underground) พร้อมเรียกเสียงฮาผ่านเรื่องราวของนักฆ่าตัวปลอมที่ตกหลุมรักเป้าหมายจนกลายเป็นสถานการณ์วายป่วงที่โคตรฮา โคตรลั่น และโคตรจะบันเทิง!

ก่อนที่จะพบกันในโรงภาพยนตร์ ล่าสุด “มงคลเมเจอร์” ขอเรียกน้ำย่อยด้วย “5 ข้อล่อซื้อ” ที่จะทำให้ทุกคน
ไม่ควรพลาดความฮาระห่ำกระหน่ำรีวิวบวกของภาพยนตร์สุดปั่นเรื่องนี้

1.“Hit Man” คือบทบาทล่าสุดของ “เกลน พาวเวลล์” นักแสดงหนุ่มน่าจับตาจาก “Top Gun: Maverick” (2022) และฮอตขึ้นเป็นทวีคูณกับภาพยนตร์รอมคอมสุตฮิตที่ทำเงินทั่วโลกไปเมื่อไม่นานอย่าง “Anyone But You” (2023) โดยในครั้งนี้เขากลับมาพิสูจน์ฝีมือการแสดงหลากหลายบุคลิกด้วยบท “แกรี จอห์นสัน” นักฆ่าตัวปลอมที่ต้องร่วมมือกับตำรวจในภารกิจสุดรั่วเพื่อล่อซื้อผู้ร้ายตัวจริง

2.นี่คือภาพยนตร์คอมเมดี้ในรอบหลายปีของ “ริชาร์ด ลิงก์เลเตอร์” เจ้าของผลงานภาพยนตร์ดังขึ้นหิ้งอย่าง “Before Sunrise” (1995), “Before Sunset” (2004), “Before Midnight” (2013) และ “Boyhood” (2014) ซึ่งในครั้งนี้ริชาร์ดได้หวนกลับมาลุยสายโรแมนติกคอมเมดี้แบบจัดเต็มด้วยคุณภาพคับจอเช่นเคย

Hit Man นักฆ่าน่าหลอก

3.ก่อนหน้านี้ “Hit Man” ได้เดินสายพิสูจน์ความฮาจากผู้ชมในเทศกาลหนังมาแล้วมากมาย ทั้งเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต, เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ รวมไปถึงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาร์ราเกช ซึ่งผู้ชมส่วนใหญ่ให้เสียงตอบรับไปในทางเดียวกันว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้มันโคตรจะบันเทิง!”

4.“Hit Man” เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ที่กวาดคะแนนบวกจากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ไปอย่างสูงปรี๊ดสุดปัง โดยได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์กว่า 200 คน สูงถึง 97% ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมถึงฝีมือการแสดงของ “เกลน พาวเวลล์” และความบันเทิงของตัวหนังที่กลมกล่อมครบทุกรสชาติ ขณะที่คะแนนจากฝั่งผู้ชมเปิดตัวสูงถึง 95% โดนใจกันไปเต็มๆ

5.“แกรี จอห์นสัน” มีตัวตนอยู่จริง! นิตยสาร Texas Monthly ปี 2001 ได้บอกเล่าเรื่องราวของเขาผู้เป็นนักฆ่าลวงโลกที่ช่วยตำรวจจับกุมเหยื่อได้มากกว่า 60 ราย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับสุดเก๋า “ริชาร์ด ลิงก์เลเตอร์” และนักแสดงหนุ่มมาดเท่ “เกลน พาวเวลล์” นำมาเขียนบทร่วมกันจนกลายเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้สนุกที่สุดแห่งปีที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

3 โมเมนต์ประทับใจของ ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ในโชว์ Jacquemus

ถือเป็นหนึ่งโมเมนต์สำคัญระหว่าง Jacquemus และ ‘เจนนี่ BLACKPINK’ Muse คนโปรดประจำแบรนด์ที่เธอได้มาร่วมเดินปิดท้ายโชว์ครบรอบ 15 ปี ซึ่งเป็นไปตามคาด ทันทีที่เธอปรากฏตัวบนภาพและวีดีโอโปรโมตก่อนโชว์เริ่ม 24 ชั่วโมง สื่อแฟชั่นทุกประเทศก็พากันจับตามอง และเมื่อโชว์จบลงกระแสในโซเชียลเป็นไปในทางที่ดี อีกทั้งยังมีหลายคนพูดถึงความประทับใจที่มีต่อเธอในโชว์ ‘LA CASA’ อีกด้วย

ฟินาเล่ครั้งแรก ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ในโชว์ Jacquemus

จากการร่วมงานและมิตรภาพที่ดีระหว่าง ‘เจนนี่’ และ ‘Simon Porte Jacquemus’ ทำให้เราได้เห็นเธอปรากฏตัวในฐานะแขกคนสำคัญของงานอยู่เสมอ จนกระทั่งแบรนด์ครบรอบ 15 เจนนี่ได้ถูกเชิญให้มาเป็นโมเดลเซอร์ไพรส์เดินปิดจบโชว์แบบสวยๆ เรียกว่าลบข่าวหนาหูที่ว่าเธอไม่มีรายชื่อในแขกที่ได้รับเชิญไปได้เลย เพราะสุดท้ายเธอคือนางแบบบนรันเวย์ แน่นอนว่าครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกของเธอที่ได้เินแบบให้กับ Jacquemus อีกด้วย

โมเมนต์น่ารักระหว่างรันเวย์

กลายเป็นโมเมนต์ไวรัลจนได้ เมื่อความซนและอยากส่งต่อกำลังใจกลายเป็นเหตุ เมื่อนางแบบ ‘ชินฮยอนจี’ นางแบบระดับท็อปของประเทศเกาหลีใต้ได้จับมือเชียร์อัพระหว่างเดินสวนกันบนรันเวย์ ซึ่งความจริงแล้วทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ และครั้งหนึ่งฮยอนจีเคยเปิดเผยว่าก่อนที่มาถ่ายรายการ ‘Strong Heart League’ เธอได้นอนค้างบ้านเจนนี่มาเมื่อคืน และตรงมาถ่ายรายการทันที เจ้ายัยเกี๊ยวของเราคงอุ่นใจน่าดูที่วันแรกของเธอมีเพื่อนสนิทอย่างฮยอนตีอยู่ด้วย

ประทับใจตลอดกาล

หลังจบแฟชั่นโชว์ความประทับใจของ Simon Porte Jacquemus ยังมีต่อ เพราะมีหนึ่งโพสต์บนบนอินสตาแกรมของแบรนด์มอบให้เจนนี่โดยเฉพาะ โดยในคำบรรยายเขียนไว้ว่า “อยากขอบคุณสำหรับการตอบรับเดินฟินาเล่ในโว์ครบรอบในโชว์ 15 ปีของเรา และขอบคุณการซัพพอร์ตที่น่าทึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะนี่เป็นสิ่งที่พิเศษมากจริงๆ ตอนเห็นคุณผ่านไลฟ์ สัมผัสได้ว่าคุณใส่หัวใจลงไปจริงๆ จนกลายเป็นคุณที่สมบูรณ์แบบที่สุด” นอกจากนี้ยังมีเบื้องหลังของซิมงขณะดูเจนนี่ผ่านไลฟ์หลังเวที หน้าตาของเขาดูมีความสุข ปลื้มปริ่มจนใครต่อใครพากันพูดถึง


ภาพ: Instagram @jacquemus

LOVE COMES IN ALL FORMS ‘ปัญญ์ปุริ’ จัดกิจกรรมตลอดทั้งเดือน Pride

PAÑPURI (ปัญญ์ปุริ) เวลเนสไลฟ์สไตล์แบรนด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Pride 2024 สร้างสรรค์กิจกรรมในชื่อแคมเปญ “Love Comes in All Forms” เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่ไร้ขอบเขต ผ่านผลงานศิลปะภาพถ่าย และ PAÑPURI Pride Party ที่จะพาไปสัมผัสมุมมองต่างๆ เกี่ยวกับความรักและเรื่องราวความสัมพันธ์ที่สวยงาม และเท่าเทียม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับปัญญ์ปุริ ในการส่งเสริมเสรีภาพ การยอมรับ และความเคารพต่อความหลากหลายทางเพศ

“Love Comes in All Forms” แคมเปญจากปัญญ์ปุริ ที่ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความรักเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกยํ้าจุดยืนของแบรนด์ในการส่งเสริมเสรีภาพ การยอมรับ และความเคารพต่อความหลากหลายทางเพศ ปัญญ์ปุริมีความเชื่อมั่นมาตลอดว่า ความรักที่แท้จริงไม่มีขีดจำกัด ทุกคนล้วนคู่ควรกับการได้รับ และมอบความรักให้แก่กันได้อย่างเสรี โดยปราศจากอคติหรือการเลือกปฏิบัติ และอยากส่งเสริมให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองเพื่อความรักที่เท่าเทียมและ สานต่อจิตวิญญาณไพรด์กรุงเทพฯ 2567 เพื่อสรรค์สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ปัญญ์ปุริ นำเสนอกิจกรรมตลอดเดือนมิถุนายนนี้ได้แก่ Pride Party ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายนที่ Sundry Bar เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและรื่นเริงไปกับเสียงดนตรีและงานศิลปะ และในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน ปัญญ์ปุริจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Pride Parade ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ ปัญญ์ปุริ เวลเนส ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกระเป๋า Onsen Kit ให้เป็นสีรุ้งตามสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้อีกด้วย

สัมผัสประสบการณ์ และความเคลื่อนไหวของกิจกรรม ‘Love Comes in All Forms’ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนนี้ ได้ที่ปัญญ์ปุริทุกสาขาและ PANPURI.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Twitter, Instagram, ในชื่อ @panpuriofficial และLine@ ในชื่อ@PANPURI


สมาชิก NewJeans เผยเหตุผลที่ 'มินฮีจิน' ให้ใส่วิกผมแทนการตัดและย้อมสีผมจริงๆ

สมาชิก NewJeans เผยเหตุผลที่ ‘มินฮีจิน’ ให้ใส่วิกผมแทนการตัดและย้อมสีผมจริงๆ

สมาชิก NewJeans เผยเหตุผลที่ ‘มินฮีจิน’ ให้ใส่วิกผมแทนการตัดและย้อมสีผมจริงๆ

ส่วนใหญ่แฟนๆ มักจะคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ที่ไอดอลเคป๊อปมีทรงผมและสีผมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตั้งแต่งานย้อมสีสันสดใสไปจนถึงการตัดแต่งทรง และสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งก็ช่วยให้ภาพลักษณ์ของเหล่าไอดอลสดใหม่ และดึงดูดใจแฟนๆ สำหรับการโปรโมตอัลบั้ม อย่างไรก็ตาม การสัมผัสกับสีย้อมเคมี สารฟอกขาว และเครื่องมือจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อนอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อเส้นผมอย่างมาก

เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่สร้างความเสียหายดังกล่าว มินฮีจิน CEO ของ ADOR จึงเลือกใช้วิกผมสำหรับสมาชิก NewJeans โดย ‘ฮเยอิน’ สมาชิกที่อายุน้อยที่สุดเปิดเผยกับแฟนๆ ว่า “เพราะว่า CEO มินฮีจิน กังวลอยู่เสมอว่าเส้นผมของเราจะเสีย จึงให้พวกเราใส่วิกแทนที่จะต้องไปทนฟอกหรือย้อมสีผม” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แฟนๆ ได้เห็นสมาชิก NewJeans ในภาพลักษณ์ทรงผมใหม่ สีผมใหม่ สำหรับการโปรโมตอัลบั้มแต่ละครั้ง

และเหตุผลดังกล่าวก็ทำให้ชาวเน็ตเกาหลีประทับใจในการดูแลอย่างพิถีพิถันต่อสมาชิก NewJeans อาทิเช่น

  • ผมว่าแบบนี้ดีกว่ามากถ้าดูแลผมก่อนจะเสีย เพราะเมื่อผมเสียก็ต้องใส่แฮร์พีซอยู่แล้ว”
  • “ว้าว มินฮีจินกำลังสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมนี้”
  • “ผมสั้นของฮันนี่ก็เป็นวิกผมเหมือนกัน”
  • “ว้าว ความคิดของมินฮีจินที่มีต่อสมาชิกมันเริ่ดมาก”
  • “พวกเธอดูดีมากกับผมย้อมสี แต่ก็น่าทึ่งมากที่พวกเขาจัดแต่งทรงผมด้วยวิกผม ฉันไม่คิดว่าผมที่พวกเธอใส่เป็นวิกผม”
  • “ค่ายอื่นๆ ควรเรียนรู้จากเรื่องนี้”
  • “มันน่าทึ่งกว่าที่พวกเธอสวมวิก พวกเธอดูไม่เหมือนวิกเลย”
  • “มินฮีจินใส่ใจสมาชิกอย่างมาก”
  • “มินฮีจินคิดว่าสมาชิกในวงเป็นลูกสาวของเธอจริงๆ”
  • “มันดีต่อสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมของสมาชิกในวง”

Photo: newjeans_official


วิภาพร สัตยาอภิธาน

“บี – วิภาพร สัตยาอภิธาน” นำทีมเปิดตัว Hollywood Queen ผลักดันนักแสดงหญิงไทยสู่โกอินเตอร์  

“บี – วิภาพร สัตยาอภิธาน” ซีอีโอหญิงเก่งและเจ้าของมงกุฎ Universal Woman Thailand นำทีมพาร์ทเนอร์แถลงข่าวเปิดตัว บริษัท Hollywood Queen อย่างยิ่งใหญ่ ประเดิมโปรเจ็กต์ My Frenemy Queen พร้อมเปิดรับนักแสดงหน้าใหม่เข้าสังกัดผลักดันสู่ระดับอินเตอร์

วิภาพร สัตยาอภิธาน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ บริษัท Hollywood Queen โดยมี บี – วิภาพร สัตยาอภิธาน CEO บริษัท พี.เจ. การ์เม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าของตำแหน่ง Universal Woman Thailand นำทีมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมทีมผู้บริหารร่วม ได้แก่ ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น เจ้าของตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2562, วสันต์ หอมแสงประดิษฐ์ ผู้บริหาร บริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์), เอส – อนุสิทธิ์ ถึงสุข CEO บริษัท คอฟเวอร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด และ อธิภัทร อนุกูล ผู้บริหาร บริษัท Hollywood Jinloe โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ Siam Discovery ชั้น 4 True 5G Pro Hub เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา สำหรับบรรยากาศภายในงาน นอกจากจะคับคั่งไปด้วยสื่อมวลชนแล้ว ยังมีคนในวงการบันเทิง เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอบอุ่น

วิภาพร สัตยาอภิธาน

“บี – วิภาพร สัตยาอภิธาน” นำทีมเปิดตัว Hollywood Queen ผลักดันนักแสดงหญิงไทยสู่โกอินเตอร์

สำหรับบริษัท Hollywood Queen เปิดตัวเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลศิลปินหญิงโดยเฉพาะ โดยมีความเชื่อมั่นว่าผู้หญิงทุกคนมีศักยภาพที่จะเปล่งประกายเจิดจ้าและสร้างผลงานที่สำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิง เพื่อผลักดันวงการบันเทิงไทยให้ไปสู่ระดับอินเตอร์ ซึ่งภารกิจสำคัญคือการจัดหาพื้นที่ให้บุคคลที่มีความสามารถได้แสดงทักษะ ฝึกฝนฝีมือ และไล่ตามความฝันด้วยความหลงใหลและความมุ่งมั่น ไม่เพียงแค่นั้น Hollywood Queen ยังมีวิสัยทัศน์ที่จะผลิตทั้งตัวบุคคลและส่งเสริมในการผลิตคอนเท้นต์ไทยให้ไปไกลเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล

วิภาพร สัตยาอภิธาน

โดย Hollywood Queen จะเปิดตัวโปรเจ็กต์แรกอย่าง ซีรีส์ “My frenemy queen มายควีน ร้ายรุมรัก” ซึ่งเป็นซีรีส์เจาะลึกเบื้องหลังเวทีนางงามที่นอกจากจะมีการแข่งขันฟาดฟันเพื่อมงกุฎที่ใฝ่ฝันแล้ว ยังมีเรื่องราวความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้เหตุการณ์ที่เข้มข้นของการเอาชนะ และโปรเจ็กต์อื่นๆ ที่กำลังจะตามมาอีกมากมาย พร้อมทั้งประกาศเปิดรับนักแสดงหน้าใหม่ผู้มีความฝันอยากโลดแล่นในวงการบันเทิงเข้าร่วมเป็นนักแสดงในสังกัดด้วย

วิภาพร สัตยาอภิธาน
วิภาพร สัตยาอภิธาน

ทั้งนี้ “บี – วิภาพร สัตยาอภิธาน” ได้เผยว่า “บริษัท Hollywood Thailand ร่วมประกาศสร้าง 2 ซีรีส์ Girl Love เรื่อง “My Frenemy Queen” และซีรีส์จากนิยายการ์ตูนอนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างเรื่อง “Bloom into you สุดท้ายคือเธอ” พร้อมประกาศเปิดแคสนักแสดงหญิง อายุ 15-25 ปี สำหรับซีรีส์ทั้งสองเรื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการเปิดบริษัทน้องใหม่ที่จะมาทำให้วงการบันเทิงไทยก้าวไกลไปสู่ระดับสากล”


Breguet เผยโฉมเรือนเวลารุ่นใหม่ Marine 9518 และ 5529 สู่คอลเลคชั่น Marine

Breguet (เบรเกต์) ต่อยอดตระกูลเรือนเวลาสุดไทม์เลสอย่างคอลเลคชั่น Marine

กับนาฬิกาประดับเพชรรุ่นใหม่ ถ่ายทอดความงดงามร่วมสมัย

และสะท้อนแรงบันดาลใจจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

Marine 9518

สองเรือนเวลารุ่นใหม่ สู่การเติมเต็มคอลเลคชั่น Marine โดยเรือนหนึ่งงดงามด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินขัดแต่งลายซันเบิร์กที่สื่อถึงท้องทะเล ส่วนอีกเรือนมาพร้อมหน้าปัดโทนสีเงินราวกับฟองคลื่นที่ซัดกระทบโขดหิน

เพชรที่ประดับอยู่นั้น งดงามราวกับแสงจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบผืนทะเลจนส่องประกาย ตัวเลขบอกเวลาหลักชั่วโมงถูกประดับด้วยเพชร 8 เม็ด ส่วนขอบหน้าปัดประดับเพชร 50 เม็ด ถ่ายทอดคุณลักษณะเด่นๆของ Breguet  ได้เป็นอย่างดีอย่างแรกคือเข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบลูมิเนสเซนท์ ในแบบ Open-tipped อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และปลายเข็มวินาทียังมีสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเดินเรือ นั่นคือตัวอักษร “B” ที่มาจากคำว่า “Bravo” นั่นเอง ส่วนเม็ดมะยม ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา โดดเด่นด้วยรูปทรงคลื่นอันเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพเรือ ขอบข้างตัวเรือนเซาะร่องแบบ Flute ตามแบบฉบับเรือนเวลา Breguet  และด้วยความที่อับราฮัม-หลุยส์ เบรเกต์ รักในการรังสรรค์เรือนเวลาที่ทั้งใช้งานได้ง่ายและมีรูปลักษณ์หรูหรา เขาจึงตกแต่งตัวเรือนของนาฬิกาส่วนใหญ่ด้วยเทคนิค Guilloché (กิลโยเช่) และ Flute (การเซาะร่อง) ซึ่งรายละเอียดอันเป็นซิกเนเจอร์เหล่านี้ส่งเสริมให้รูปลักษณ์ของนาฬิกายิ่งดูโก้หรู และยังช่วยลดโอกาสที่นาฬิกาจะลื่นหลุดจากข้อมือผู้สวมใส่โดยที่ The Manufacture ก็ได้คงรายละเอียดเหล่านี้ไว้จวบจนปัจจุบัน

นาฬิกาตัวเรือนสตีลรุ่นนี้ มาคู่กับสายสตีลที่ขัดแต่งทั้งแบบเงาและแบบแมตต์ควบคู่กัน สะท้อนให้เห็นถึงการใช้เทคนิคที่แตกต่าง และยังใส่ใจเป็นพิเศษในเรื่องของสายนาฬิกา ที่ต้องสามารถโค้งโอบรับกับข้อมือของผู้สวมใส่ได้อย่างพอเหมาะพอดีและสวยงาม พร้อมกับตัวล็อคสายแบบสามทบที่ยังเพิ่มกลิ่นอายความสปอร์ตเข้าไปอีกด้วย

กลไก

ตัวเรือนสตีลขนาด 33.8 มม. พร้อมประสิทธิภาพกันน้ำ 50 เมตร ภายในประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 187 ชิ้น ที่ขับเคลื่อนกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ 591-A สามารถสำรองพลังงานได้ 38 ชั่วโมง กลไกที่ In-house Breguet ได้รังสรรค์ขึ้น ทำงานได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพแถมยังบางเพียง 3.4 มม. และเพื่อความเที่ยงตรงขั้นสูง จึงมีการใช้บาลานซ์ปริงแบบ Flat และเอสเคปเมนท์ซิลิคอนมาตรฐานสวิส (in-line Swiss lever silicon escapement) ซึ่งซิลิคอนนั้นมีคุณสมบัติมากมาย ทั้งทนทานต่อการกัดกร่อน ทนทานต่อการสวมใส่ และยังไม่ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็ก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมความเที่ยงตรงได้อีกด้วย ทั้งนี้ ความหรูหราก็ยังแฝงอยู่ในทุกรายละเอียดของตัวเรือน จึงสามารถยลโฉมกลไกการทำงานได้จากคริสตัลใสหลังตัวเรือน เผยให้เห็นโรเตอร์ที่สลักด้วยเทคนิคกิลโยเช่ และลายซันเบิร์กแบบก้นหอย แกะสลักลวดลายด้วยมือขึ้นโดยเหล่าช่างฝีมือแห่ง The Manufacture

Marine Chronograph 5529

นาฬิการุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับระบบโครโนกราฟแห่งคอลเลคชั่น Marine และยังมีคุณลักษณะเฉพาะต่างๆในแบบฉบับของ Breguet ที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ตัวเรือนมีทั้งวัสดุไวท์โกลด์และโรสโกลด์  หน้าปัดนาฬิการุ่นสปอร์ตใหม่นี้ เป็นสีน้ำเงินเข้มถูกแกะสลักลายคลื่นด้วยมือ โดยช่างฝีมือของ The Manufacture

ความลุ่มลึกของหน้าปัดสีเงินได้ถูกส่องประกายด้วยเพชรทรงเหลี่ยม 8 เม็ดที่เรียงล้อมอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา และยังส่องประกายมากยิ่งขึ้นด้วยเข็มนาฬิกาและตัวเลขโรมันเรืองแสง พร้อมสามหน้าปัดย่อยแสดงค่า 30 นาที, 12 ชั่วโมง และ 60 วินาที ณ ตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกาตามลำดับ หน้าต่างแสดงวันที่อยู่ระหว่างตำแหน่ง 4 และ 5 นาฬิกา ส่วนขอบหน้าปัดของรุ่นใหม่นี้ประดับไปด้วยเพชรทรงเหลี่ยม 90 เม็ด ส่งให้ตัวเรือนนาฬิกานี้ยิ่งส่องแสงประกายงดงาม

เรือนเวลาเวอร์ชั่นนี้มาพร้อมสายหนังสีมิดไนท์บลู หรือสายรับเบอร์ ทั้งสองแบบมาพร้อมตัวล็อคสายแบบสามทบคล้ายกับพวงมาลัยบังคับเรือ

กลไก

ตัวเรือนขนาด 42.3 มม. บรรจุกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ 582 QA ขับเคลื่อนด้วยการทำงานสอดประสานกันของชิ้นส่วน 346  ชิ้น  ออกแบบมาเพื่อสายสปอร์ตโดยเฉพาะ ตัวเรือนกันน้ำได้ 30 เมตร สำรองพลังงานได้                       48 ชั่วโมง กลไกเที่ยงตรงสูงขับเคลื่อนด้วย inverted in-line lever escapement, บาลานซ์สปริง และ กระเดื่อง (pallet) ทำจากซิลิคอน และสามารถยลโฉมการทำงานของกลไกผ่าคริสตัลแซฟไฟร์ด้านหลังตัวเรือน ที่อวดโฉมโรเตอร์โรเดียมชุบด้วยทองรูปทรง ship’s rudder เคลือบด้วยเทคนิค DLC

หนูนา-หนึ่งธิดา

หนูนา-หนึ่งธิดา กับบท แคชฟียา ความแค้นที่ตราตรึงจนกลายเป็นไวรัล

เปิดม่านการแสดงเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการแสดง ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล ละครเวทีที่หลายคนรอคอยมานานถึง 17 ปี กลับมาให้ชมแล้ว โดย ซีเนริโอ ผลงานระดับมาสเตอร์พีชจากผู้กำกับสุดละเมียด ถกลเกียรติ วีรวรรณ โดย ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล ฉบับ ปี 2024 นี้นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ชาริฟ ,แก้ม-กุลกรณ์พัชร์ เมอร์นาร์ด รับบท มิเชลล์,กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท องค์อาเหม็ด และ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ รับบท แคชฟียา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พลิกบทบาทจากนางเอกช่องก้าวสู่บทตัวร้ายเต็มตัว

หนูนา-หนึ่งธิดา

โดยก่อนที่การแสดงจะเกิดขึ้นเหล่านักแสดงต่างต้องเผชิญกับคำวิจารณ์เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมที่จะมารับบทบาทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพระเอก ณเดชน์ หรือ  นางเอก แก้ม-กุลกรณ์พัชร์ รวมถึงอีกหนึ่งคนที่ถูกชาวเน็ตถาโถมคือ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ ซึ่งรับบทเป็น แคชฟียา เพื่อนรักเพื่อนแค้นของนางเอก

ในตอนแรกที่มีข่าวออกมาว่าจะมีโปรเจกต์นี้หลายคนคาดเดาว่าบท แคชฟียา  น่าจะตกเป็นของ แก้มเดอะสตาร์ วิชญาณี เปียกลิ่น เพราะไม่ว่าจะเป็น บุคลิก การแสดง เสียงร้อง แก้มน่าจะเอาบทนี้อยู่ได้ไม่ยาก

แต่เมื่อประกาศก็พลิกโผบท แคชฟียา ตกเป็นของ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ ซึ่งทำให้หลายคนค่อนข้างประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาคนมักคุ้นชินกับหนูนาในบทนางเอกใสๆ แต่เรื่องนี้กลับต้องมารับบทร้ายอย่างเต็มตัว ซึ่งในเวลาต่อมา เจ้าพ่อโปรเจกต์นี้ ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หนูนาเป็นคนที่มาขอเล่นบทนี้ ซึ่งส่วนตัวเขาก็คิดไม่ออกว่าจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ก็ให้โอกาสเธอได้แคสติ้งเหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งปรากฏว่าเธอทำได้แบบคาดไม่ถึง จนได้รับบทนี้ไป

ล่าสุดกระแสความแรงของเพลง “แค้น” ที่ร้องโดย หนูนา กำลังเป็นไวรัลบน แพลตฟอร์ม TIKTOK  มีครีเอเตอร์ได้โคฟเพลงนี้ไว้มากมาย อย่างที่ทราบแม้เพลงนี้จะเคยมีต้นฉบับมาก่อน แต่ เพลงนี้ที่ร้องโดยหนูนาก็เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ยากจะลืมจริงๆ

เฟรเดริก อาร์โนลต์

เฟรเดริก อาร์โนลต์ ขึ้นแท่นหนึ่งในผู้บริหารสูงสุดเครือ LVMH

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกเจ้าของเครือ LVMH ได้แต่งตั้ง “เฟรเดริก อาร์โนลต์” ให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารสูงสุดของเครือ LVMH โดย เฟรเดริกจะเข้ามาแทนที่ “นิโคลัส บาซีร์” ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ Financiere Agache 

เฟรเดริก วัย 29 ปี เป็นบุตรชายคนที่ 4 จากลูกๆ ทั้ง 5 คนของ นายเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวิศวกรรมชั้นนำอย่าง Ecole Polytechnique เช่นเดียวกับพ่อของเขา หลังจากนั้น เฟรเดริกได้เข้ามามีบทบาทใน LVMH ครั้งแรกในฐานะบริหารระดับสูงของ TAG Heuer  และเมื่อเร็วนี้ๆ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารระดับสูงของ LVMH Watches 

ในช่วงเดือนเมษายน 2567 เฟรเดริก และ อเล็กซานเดอร์ พี่ชายวัย 32 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการของ LVMH ในเดือนเมษายน ร่วมกับพี่น้องคนโตอย่าง เดลฟีน และ อองตวน ซึ่งหุ้นถูกเพิ่มขึ้น 1.34% จึงทำให้ LVMH มีมูลค่าตลาด 381.46 พันล้านยูโร หรือประมาณ 14 ล้านล้านบาท

จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานทั้งหมดของลูกๆ ทั้ง 5 คน ซึ่งทุกคนล้วนเข้ามามีบทบาทใน LVMH ท่ามกลางการจับตาว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำแทน เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ วัย 75 ปี อย่างไรก็ตามผู้นำสูงสุดของ LVMH ก็ยังไม่มีท่าจะก้าวลงจากบัลลังก์แต่อย่างใด แต่ได้มีการวางรากฐานอย่างระมัดระวังเพื่อการสืบทอดตำแหน่ง โดยให้ลูกๆ ของเขาอยู่ในตำแหน่งสำคัญต่างๆ


ภาพ : Getty Image

MOTIF ร่วมกับ COTTO, ENDO และ O2E Supply เนรมิตพื้นที่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์หรู ‘MOTIF Friends Space’

โมทีฟ (MOTIF) โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์นำเข้าระดับลักชัวรีจากทั่วโลก เปิดตัว “MOTIF Friends Space” ป๊อปอัพสเปซสุดครีเอทที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ไฮเอนด์นำเข้าจากต่างประเทศ ผสานชิ้นงานอันประณีตจากพาร์ตเนอร์ทั้ง 3 แบรนด์ นำโดย คอตโต้ (COTTO) แบรนด์ดังด้านกระเบื้องและสุขภัณฑ์นำเข้าจากยุโรป, เอ็นโด้ (ENDO) ผู้เชี่ยวชาญด้านแสงไฟนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และ โอทูอี ซัพพลาย (O2E Supply) ผู้เชี่ยวชาญด้านผนังและพื้นไม้นำเข้าจากประเทศอิตาลี มาให้คนรักบ้านและงานดีไซน์ได้เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง

ภายในพื้นที่ป๊อปอัพสเปซจัดแสดงไอเดียในการตกแต่งห้องเสมือนจริงด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งความหรูหรา ไร้กาลเวลา จากแบรนด์ดัง อาทิ Fendi Casa, Flexteam, Cierre, Cattelan Italia, Tom Dixon ฯลฯ รวมถึงให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสกับฟังก์ชั่นของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญประจำป๊อปอัพสเปซอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนรักบ้านได้เลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดเพื่อการตกแต่งบ้านที่แสดงถึงตัวตนของเจ้าของบ้านได้มากที่สุด

“MOTIF Friends Space” จะจัดแสดงที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมต้อนรับทุกท่านที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ระดับลักชัวรีจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกทั้งแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และคุณภาพระดับพรีเมี่ยม พร้อมยินดีให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญประจำโชว์รูม โดยสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.motifartofliving.com