8 ชุดแต่งงานจากแบรนด์ Oscar de la Renta Fall 2018 บอกเลยว่าดี!!

Oscar de la Renta ถือได้ว่าเป็นแบรนด์ ชุดแต่งงาน ระดับโลกที่ได้รับความนิยมในหมู่เจ้าสาวมาเป็นเวลานาน นับตั้งแต่เปิดตัวคอลเลคชั่นชุดเจ้าสาวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2006 ซึ่งหลังจากนั้นชื่อแบรนด์ก็เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อชุดแต่งงานจากแบรนด์ดังได้ไปปรากฏอยู่ในซีรี่ส์เรื่องดังอย่าง Sex and the City ที่ แคร์รี่ แบรดชอว์ เป็นผู้สวมใส่ (แสดงโดย เจสสิก้า ซาราห์ ปาร์กเกอร์) ทำให้งานนี้ถือว่าเป็นผลงานเดบิวต์ของแบรนด์เลยก็ว่าได้ เพราะเพียงแค่ตอนนี้ของซีรี่ส์ออกฉายชื่อของแบรนด์ก็ได้รับการพูดถึงเป็นวงกว้างมากอย่างรวดเร็ว จนได้รับความนิยมทั้งในหมู่เจ้าสาวตัวจริง เซเลบ และนักแสดงชื่อดังเป็นอย่างมาก

และว่าที่เจ้าสาวที่กำลังมองหาชุดแต่งงานที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ และมีความทันสมัย ชุดแต่งงานจากแบรนด์ Oscar de la Renta ก็สามารถตอบโจทย์ให้กับว่าที่เจ้าสาวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับคอลเลคชั่น Fall 2018 กับชุดแต่งงานที่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์ของความคลาสสิคที่ไร้กาลเวลา และยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของความเป็นเจ้าสาวสวยหวานแต่แฝงความทันสมัยสไตล์แฟชั่นนิสต้าเอาไว้อยู่ อีกทั้งยังเป็นการผสมผสานกันระหว่างความเก่าและความใหม่, ความสดใสและความดั้งเดิมในแบบฉบับเจ้าสาว ที่มัดรวมกันมาได้อย่างลงตัว จึงทำให้ชุดแต่งงานในคอลเลคชั่นนี้ทั้งสวยงาม ละเอียดอ่อน พร้อมดีเทลการประดับประดาไว้ซึ่งลูกไม้แสนสวยบนเนื้อผ้าสุดหรู

และนี่คือชุดแต่งงานคอลเลคชั่นใหม่จาก Oscar de la Renta ที่มีหลากหลายรูปทรงของชุด ตั้งแต่ชุดแต่งงานทรงเชทไปจนถึงชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์ แถมยังมีหลากหลายรูปแบบเนคไลน์ หรือสีสันสดใสก็มีมาพร้อมเสิร์ฟ ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่า 8 ชุดสุดปังที่เราคัดมาให้นั้นจะถูกใจคุณว่าที่เจ้าสาวกันบ้างหรือเปล่า แต่บอกเลยว่าน่าโดนทุกชุด

ชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงานแขนยาวผ้าลูกไม้สวยหวานทั้งชุดทิ้งชายกระโปรงให้ลากยาว พร้อมดีเทลของโบขนาดใหญ่ที่ประดับไว้ด้านหลัง ช่วยให้เจ้าสาวได้ลุคอ่อนหวานแต่ยังคงไว้ซึ่งความทันสมัย

ว่าที่เจ้าสาวสายห้าวที่จัดงานแต่งงานไม่เป็นทางการมากนัก อาจจะเลือกสวมเป็นชุดสูทแบบโอเวอร์ไซส์สีขาวทั้งชุด พร้อมกางเกงขาประมาณห้าส่วน พร้อมเสริมลุคด้วยรองเท้าส้นสูงคู่สวย โดยอาจจะเลือกหยิบชุดนี้ไปใส่ในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ได้นะคะ พ่อแม่และผู้ใหญ่จะได้ไม่ดุ

ชุดแต่งงานแบบ boat-neckline ในสไตล์แขนยาวที่หรูหราด้วยการประดับผ้าลูกไม้แบบ appliqués ที่ช่วยให้เจ้าสาวดูสวยหวานและสง่างามในเวลาเดียวกัน

ชุดแต่งงานแบบเข้ารูปที่เน้นทรวดทรงองค์เองของเจ้าสาวได้เป็นอย่างดี โดดเด่นด้วยเกาะอกที่มีใบไม้เลื้อยเลาะขึ้นไปถึงบริเวณช่วงคอ เหมาะกับว่าที่เจ้าสาวที่อยากได้ความเป็นทางการแต่ก็อยากจะคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร

ชุดแต่งงานแบบสายเดี่ยวที่มาพร้อมกระโปรงทรงบอลกาวน์ฟูฟ่อง ที่เน้นการประดับประดาด้วยลูกไม้และเลื่อมไว้ที่บริเวณช่วงบนและช่วงกระโปรงอีกนิดหน่อย ทำให้ลุคนี้ดูสวยงามชวนฝันแบบพอดีๆ .

อีกหนึ่งชุดแต่งงานที่ว่าที่เจ้าสาวที่รักความสนุกในการสร้างลุคให้โดดเด่นต้องไม่พลาด กับชุดแต่งงานแบบสายเดี่ยวในเฉดสีชมพูสวยหวานตั้งแต่ช่วงบนของชุดไล่ยาวมาถึงช่วงเอว ที่แมตช์เข้ากับกระโปรงฟูฟ่องสีขาวได้เป็นอย่างดี

ดูเผินๆ อาจดูเป็นชุดเกาะอกที่มาพร้อมกระโปรงทรงเอ-ไลน์ธรรมดา แต่ถ้าได้สังเกตดีเทลอย่างละเอียดให้ดีแล้วล่ะก็ นี่เป็นชุดแต่งงานทรงเกาะอกที่เต็มไปด้วยรายละเอียดของจริง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเกาะอกที่ดีไซน์ให้เหมือนกับกลีบดอกไม้ และรายละเอียดการปักลูกไม้แบบ appliqués ไว้อย่างพิถีพิถัน

ชุดแต่งงานแบบสายเดี่ยวที่เน้นความเซ็กซี่ที่แผ่นหลัง พร้อมดีเทลการปักลูกไม้แบบ appliqués ที่บริเวณด้านหลังของชุด และลุคนี้จะสวยสง่ามากขึ้นหากว่าที่เจ้าสาวสวมเวลเจ้าสาวตอนเดินเข้างาน

Read More : ชุดแต่งงานประดับดอกไม้แสนหวานจาก 15 แบรนด์ชุดแต่งงานชื่อดังคอลเลคชั่น Spring 2018

ภาพ marthastewartweddings.com

มาทำความรู้จัก เครื่องประดับลงยา คืออะไร นำมาใส่อย่างไรถึงจะปัง

ในปัจจุบันมีเครื่องประดับไว้สำหรับสวมใส่กับชุดไทยมากมาย แต่มีอีกหนึ่งประเภทเครื่องประดับที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั่นก็คือ เครื่องประดับลงยา บ่าวสาวพอจะคุ้นๆ ชื่อกันใช่ไหมคะ ส่วนใครที่ไม่คุ้น เอาเป็นว่า แพรว Wedding จะพามาทำความรู้จักเครื่องประดับลงยาให้มากยิ่งขึ้นกันค่ะ

เครื่องประดับลงยา

การลงยาในเครื่องประดับนั้นมีมาตั้งแต่อดีตกาล ในสมัยกรีกโบราณ อียิปต์ โรมัน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงยุคกรุงศรีอยุธยา โดยพ่อค้าคนจีนเป็นผู้นำเข้ามานั่นเองค่ะ การลงยามีหลากหลายวิธี และคนไทยได้รับความรู้การลงยาจากชาวเปอร์เซียร์ โดยนำเครื่องโลหะ เช่น ทองคำ ไปทุบให้เป็นช่อง นำสีต่างๆ เช่น แดง เขียว น้ำเงิน ขาว หยอดลงไปให้เป็นลวดลาย แล้วนำไปอบด้วยอุณหภูมิที่สูง

เครื่องประดับลงยา

สมัยกรุงศรีอยุธยาจะนิยมใช้เครื่องประดับมาแต่งตัวเป็นอย่างมาก และนิยมในหมู่ข้าราชการและชนชั้นสูง ไม่ว่าจะนำมาประดับเป็นแหวน สร้อย หรือแม้แต่เครื่องใช้ต่างๆ ก็ล้วนนำมาลงยาทั้งสิ้น และได้รับความนิยมมาจนถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์เลยนะคะ เพราะในสมัยรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้นำเครื่องประดับ รวมไปถึงเครื่องใช้มาทำการลงยาสีน้ำเงิน หรือเรียกว่าการลงยาราชาวดีนั่นเอง

เครื่องประดับลงยา

นี่จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าการลงยา เป็นการเพิ่มสีสัน ความสวยงามให้กับเครื่องประดับ ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน และเจ้าสาวสามารถเลือกเครื่องประดับที่ใช้การลงยามาประดับร่างกายควบคู่กับการแต่งชุดไทยได้นะคะ เพราะจะช่วยส่งให้เจ้าสาวดูสง่างาม ราวกับหญิงสาวในราชสำนักโบราณ และด้วยการลงยาที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ก็จะช่วยส่งให้เครื่องประดับและผู้สวมใส่มีออร่ามากยิ่งขึ้นด้วย

เครื่องประดับลงยา

และเครื่องประดับลงยาที่เหมาะกับว่าที่บ่าวสาวเป็นอย่างมากก็คือ แหวนลงยา นั่นเอง ซึ่งสามารถทำเป็นแหวนพิรอด นพเก้าลงยาก็ได้นะจ๊ะ เพราะด้วยความหมายที่ดีเริดบวกกับรูปทรงที่ดูงดงาม ก็จะทำให้แหวนหมั้นของบ่าวสาวดูโดดเด่นและน่าสนใจ สง่างาม แถมยังไม่เหมือนใครอีกต่างหากนะคะ

เครื่องประดับลงยา

Read More : แหวนนพเก้า อัญมณีมงคล อีกหนึ่งแหวนหมั้นโบราณที่สวยไม่สร่าง

ภาพจาก : Pinterest.com , tongboranpetburi.com

ชวนส่องไอเดีย แอ็คเซสเซอรี่ ผมเจ้าสาว สุดล้ำนำเทรนด์ที่ไม่ซ้ำใครแน่นอน

หันไปทางไหนก็มีแต่ แอ็คเซสเซอรี่ ผมเจ้าสาว แบบซ้ำๆเดิมๆ ใช่ไหมละ? ก็สวยดีอยู่หรอกนะ แต่เราเป็นเจ้าสาวนำเทรนด์ที่ไม่อยากซ้ำใครน่ะสิ! ใครเป็นเหมือนเราบ้างยกมือ! วันนี้เราเลยถือโอกาสรวบรวมแบบแอ็คเซสเซอรี่ผมเจ้าสาวสุดยูนีคไม่ซ้ำใคร มาให้เป็นไอเดียสำหรับเจ้าสาวสายอินเทรนด์ มาดูกันเลยว่ามีแบบไหนบ้าง

ที่คาดผมรูปดาวเก๋ไก๋ ดูเป็นเจ้าสาวสไตล์นางฟ้าตกสวรรค์ <3

ผมเจ้าสาว
Pinterest

หรือจะปรับเป็นแบบคาดครึ่งศีรษะหลังสไตล์เจ้าหญิงโรมันก็หรูหราใช่เล่น

ผมเจ้าสาว
nastygal.com

อีกหนึ่งสไตล์สำหรับเจ้าสาวที่เกล้าผมครึ่งศรีษะ ทำง่าย แถมไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ

ผมเจ้าสาว
IG: @kristin_ess

อีกหนึ่งที่คาดผมรูปดาวประดับคริสตัสที่ดูไม่เยอะแต่เลอค่าไม่หยอก

ผมเจ้าสาว
Pinterest

ผสมกับเวลตาข่ายสุดชิค ดูน่ารักเป็นที่สุด

ผมเจ้าสาว
notonthehighstreet.com

 หรือเลือกที่จะเป็นเจ้าหญิงจากเทพนิยายสุดอลังการด้วยเวลทอลวดลายดาวปักคริสตัลแบบนี้ค่ะ

ผมเจ้าสาว
Ziad Nakad Fall/Winter 2017-2018

อัพเกรดการประดับผมด้วยไข่มุกเม็ดเล็กให้ยิ่งดูมีดีเทลเก๋ไก๋แบบนี้สิ

ผมเจ้าสาว
Chanel

หรือจะแบบนี้ก็แปลกตาไม่เบา

ผมเจ้าสาว
Pinterest

ผมประดับไข่มุกเบาๆ เล็กๆ แต่ดูหรูหราแพงไม่แพ้งานผมอลังงานเลยนะ

ผมเจ้าสาว
IG: @jennychohair

หรือจะประดับรูปหัวใจเล็กๆ เข้ากับเวลตาข่าย ก็น่ารักมุ้งมิ้งไปอีกกก

 

ผมเจ้าสาว
notonthehighstreet.com

แอ็คเซสเซอรี่งานกราฟฟิคเท่ๆ เก๋ๆ สำหรับเจ้าสาวสายเรียบเท่ เราแนะนำมากๆ

ผมเจ้าสาว
Luna Bea Spring/Summer 2016

สุดท้าย สำหรับเจ้าสาวสุดฮิป อย่ากลัวที่จะลองแอ็คเซสเซอรี่ผมงานอลังแบบนี้!

ผมเจ้าสาว
popsugar.com

ได้ไอเดียงานแอ็คเซสเซอรี่ผมเจ้าสาวกันไปเยอะหรือยังคะ ^^ เราอยากแนะนำอีกหนึ่งคอนเท้นต์ที่เจ้าสาวสายอินเทรนด์น่าจะชอบ นั่นก็คือ แบบเรียวเล็บสไตล์เก๋ไก๋ที่จะช่วยส่งให้แหวนหมั้นเราดูโดดเด่น คลิกอ่านเลยค่ะ

Inspiration & Photo source: Pinterest

50 สิ่งที่บ่าวสาวต้องรู้เกี่ยวกับแหวนเพชร จะได้เลือกได้ถูกใจไม่ผิดหวัง

ก่อนจะเลือกซื้อแหวนเพชรบ่าวสาวควรมีจะรู้เกี่ยวกับประวัติและความจำเป็นในการเลือกซื้อ แหวนเพชร แบบกรุบกริบๆ กันก่อนนะจ๊ะ เพื่อคุณจะได้ครอบครองแหวนเพชรที่ดีที่สุดแถมยังดูเพชรเป็นไม่ถูกหลอกด้วยนะจะบอกให้

  1. ตำนานแหวนหมั้น

แหวนหมั้นถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในค.ศ. 1477 เมื่อจักรพรรดิมักซีมีเลียนแห่งออสเตรีย (Maximilian) ได้แต่งงานกับแมรีแห่งเบอร์กันดี (Mary of Burgundy) โดยได้มอบแหวนเพชรทองคำซึ่งมีรูปอักษรตัว M ฝั่งอยู่ในเพชร

  1. ความเชื่อเรื่องการสวมแหวนของชาวอียิปต์

ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าประเพณีการแลกแหวนหมั้นจะต้องสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายเพราะมีเส้นเลือดแล่นตรงไปสู่หัวใจ

  1. ราคาและความต้องการ

การเลือกซื้อแหวนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างซึ่งแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกันและย่อมส่งผลต่อราคาสูง-ต่ำเช่นเดียวกัน โดยราคาเฉลี่ยแหวนหมั้นเพชรอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท

  1. เพชรคือผลึกบริสุทธิ์ของคาร์บอน

เพชรคือผลึกบริสุทธิ์ของคาร์บอน (Carbon) ที่อัดแน่นเป็นเวลานานหลายล้านปีภายในชั้นแมนเทิล (Earth’s Mantle) ซึ่งอยู่ลึกลงไปจากเปลือกโลกประมาณ 100-400 ไมล์ โดยเป็นคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากภาวะความร้อนผสมกับแรงบีบอัดจำนวนมหาศาล

  1. กระบวนการอันยาวนาน

เพชรที่เกิดขึ้นจะฝั่งอยู่ในหินคิมเบอร์ไลต์ ( Kimberlite ) ซึ่งหินชนิดนี้ถือเป็นหินอัคนีชนิดหนึ่งที่คนงานจะไปเสาะหาขุดตามแหล่งต่างๆ โดยประเทศบอตสวานาถือว่าเป็นประเทศที่มีการผลิตเพชรมากที่สุดในโลกคิดเป็นร้อยละ 20 เปอร์เซนต์ของเพชรทั้งหมดบนโลกนี้

2015_bridescom-editorial_images-08-50-engagement-ring-shopping-tips-large-engagement-ring-shopping-tips-blood-diamonds_resize

  1. เพชรสีเลือดจะไม่มีอีกต่อไป

เพชรสีเลือด (Blood Diamond) ที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ “Conflict Diamond” หรือ เพชรแห่งความขัดแย้ง ซึ่งมีเรื่องเล่าขานกันว่ามีแหล่งผลิตเพชรที่ถูกควบคุมโดยกลุ่มกบฎซึ่งต่อต้านรัฐบาลแต่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ พวกกบฎขายเพชรนี้เพื่อใช้เป็นทุนในการซื้ออาวุธหรือเป็นทุนเสริมสร้างให้กองทัพแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในด้านอื่นๆ ทำให้เกิดการโกงเพชรจนนำไปสู่กระบวนการข่มขู่ การทรมาน และการฆาตกรรม และนี่คือที่มาของการใช้คำว่า เพชรสีเลือด

  1. เพชรคุณภาพดีจากประเทศเบลเยียม

เพชรดิบจากทั่วโลกส่วนใหญ่ร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์จะถูกส่งไปที่ประเทศเบลเยียมเป็นลำดับต้นๆ เพื่อประมูล ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลถือว่าได้ครอบครองเพชรที่ดีมีคุณภาพมากที่สุด

  1. เพชรในอินเดียและเอเชีย

โรงงานเพชรจะใช้เวลาประมาณ 60 – 70 วันในการเจียระไนและขัดเงาเพชร จากนั้นจึงจะนำส่งต่อไปให้ยังประเทศอินเดียและประเทศอื่นๆ ตามแถบเอเชีย

  1. วัดคุณภาพเพชรได้จาก 4C

คุณลักษณ์เพชรประกอบไปด้วย 4 คุณสมบัติที่คุณต้องดูรู้และดูให้เป็นนั่นก็คือ สี (Color) ความบริสุทธิ์ (Clarity) การเจียระไน (Cut) และน้ำหนัก (Carat)

  1.  2 กะรัตไม่ได้มีราคาเทียบเท่ากับ 2 กะรัตเสมอไป

เพชรไม่ได้ขายตามราคาน้ำหนักกะรัตเสมอไป ยกตัวอย่างเช่นมีเพชรอยู่ 2 เม็ดและมีน้ำหนักเท่าๆ กันคือ 2 กะรัต แต่เพชรเม็ดหนึ่งมีราคาสูงกว่านั้นเป็นเพราะเพชรเม็ดที่มีราคาสูงกว่ามีคุณภาพในเรื่องของการเจียระไนและความสมมาตรซึ่งส่งผลต่อราคาของเพชรโดยตรง

ท่องไว้ให้ขึ้นใจ 5 สิ่งไม่ควรทำเมื่อไป ฮันนีมูน หลังแต่งงาน

จุดหมายปลายทางของคู่รักหลังแต่งงานคือการได้ไปสวีท ฮันนีมูน ในสถานที่สุดโรแมนติก แต่ก็รับประกันไม่ได้ว่าจะเป็นทริปที่สมบูรณ์แบบไม่มีอะไรติดขัด คุณจำเป็นต้องรู้ไว้ก่อนสำหรับสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไปฮันนีมูน เพื่อให้แน่ใจว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางหลังแต่งงานครั้งแรกอย่างสบายใจทั้งคู่ เอาเวลาไปเตรียมรับมือกับอุปสรรคภายนอกที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ระหว่างออกทริปดีกว่าต้องมามีปัญหากันเพราะตัวคุณเองนะคะ

 ฮันนีมูน

1. ติดมือถือหนักเหมือนขาดไม่ได้ในชีวิต ไม่เพียงแค่มือถือเท่านั้นนะคะ ในที่นี้รวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แท็บเล็ตทั้งหลายที่สามารถเกาะติดสื่อโซเชียลได้ตลอดเวลา เข้าใจนะคะว่าเดี๋ยวนี้สังคมอยู่ในยุคออนไลน์อยากอัพนู่นอัพนี่ไปเรื่อย แต่ก็ให้อยู่ในลิมิตเนอะ อย่าลืมว่ากำลังมาสวีทกับคู่รักของคุณอยู่ ลองเปลี่ยนจากจับมือถือแล้วหันมาจับมือคนรักของคุณแทนดีกว่าค่ะ ก็แหม…ได้ไปฮันนีมูนทั้งทีจะมัวเล่นแต่มือถือไม่สนใจบรรยากาศรอบข้างเลยแบบนี้เล่นอยู่ที่บ้านก็ได้ เวลานี้ควรเป็นเวลาที่คุณต้องใช้ร่วมกับคนรัก เก็บเกี่ยวความทรงไว้ดีๆ อย่าปล่อยให้โอกาสที่จะได้ไปพักผ่อนในสถานที่สวยๆ ด้วยกันหลุดลอยไปเลยค่ะ

2. เที่ยวแบบจัดหนักจัดเต็ม การวางแพลนท่องเที่ยวแบบเต็มวันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ดีนะคะ เข้าใจว่าบางสถานที่โอกาสที่จะได้ไปอาจมีน้อยเลยอยากเที่ยวให้คุ้มหน่อย ถ้าคุณทั้งคู่มีความเห็นตรงกันแบบนี้ก็จัดไปเลยค่ะ แต่ถ้าหากคนใดคนหนึ่งต้องการเพียงแค่การได้มาพักผ่อนชิลๆ กับคนรัก คุณต้องลดแผนการเที่ยวลงมาให้พอดี เน้นการพักผ่อนสบายๆ ในที่พัก ซึ่งช่วยให้คุณทั้งคู่ไม่เกิดความเครียด มีเวลาที่จะได้ผ่อนคลายไม่ต้องเดินทางท่องเที่ยวทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยแบบนี้ไม่เหมือนกับมาฮันนีมูนเลยน้า

3. ขนกันไปทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ-แม่ ญาติ พี่-น้อง เวลานี้คงยังไม่เหมาะสำหรับพวกเขานะคะ หากครอบครัวของคุณอยากไปร่วมทริปนี้ด้วย ให้คุณใช้การพูดคุยอย่างประนีประนอมถนอมน้ำใจให้มากที่สุด อธิบายเหตุผลความสำคัญของการฮันนีมูนคืออะไร เพราะผู้ใหญ่บางท่านเติบโตมาคนละยุคสมัยกับพวกเราหรือเด็กเล็กที่ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอาจยังไม่มีความเข้าใจกับคำว่า “ไปฮันนีมูน” ของพวกคุณอยู่ก็ได้ค่ะ

4. หอบงานไปทำด้วย คุณควรเคลียร์งานต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง เพื่อทั้งคุณและคนรักจะได้ไปฮันนีมูนอย่างสบายใจ ไร้เรื่องกังวล ไม่ใช่เวลาเที่ยวก็โทรคุยเรื่องงาน ตอนเข้าที่พักก็หยิบแล็ปท็อปขึ้นมาทำงานต่อ เชื่อเถอะค่ะการเอางานไปทำระหว่างเที่ยวนอกจากทริปจะหมดสนุกแล้ว คนข้างๆ คุณก็อาจหงุดหงิดได้

5. อย่าเอาแต่ใจตัวเอง มันไม่น่ารักเลย การไปเที่ยวฮันนีมูนคุณทั้งคู่ต้องมีการวางแผนตัดสินใจร่วมกัน อย่างเช่น การเลือกที่พักควรมีความพึงพอใจด้วยกันทั้งคู่ ไม่ใช่คนนึงอยากเซฟเงินค่าที่พัก อีกคนอยากพักหรูๆ เน้นแพงไว้ก่อน เห็นทีจะไม่ดีแน่เลยค่ะให้พยายามเลือกไลฟ์สไตล์ในการเที่ยวแบบกลางๆ หาความพอดีของคุณทั้งคู่ให้เจอ วิธีง่ายๆ คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก อย่าเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้แบบนี้คนรักของคุณก็ลำบากใจแย่ ถ้าคุณเอาแต่ความสุขตัวเองเป็นหลักระวังทริปจะล่มตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินทางนะคะ

ฮันนีมูน

ส่วนคู่รักที่กำลังปัหมุดฮันนีมูนรับซัมเมอร์นี้ห้ามพลาด เที่ยวซัมเมอร์ปีนี้กับ 6 เกาะ 6 จังหวัด ที่มีที่พักที่คู่รักต้องไปโดน อย่าลืมหาเวลาไปกันนะคะ ทะเลไทยสวยไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยขอบอกๆ

Cr : insideweddings.com, pinterest.com, instagram.com/ohhcouture

อาหนิง

เผยชีวิตนักแสดงรุ่นใหญ่ อาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา การค้นหาสิ่งที่ชอบเจอไม่ง่าย

ตั้งแต่ละคร บุพเพสันนิวาส ออนแอร์ตอนแรกจนถึงตอนล่าสุด เชื่อว่าหลายคนไม่เว้นแม้แต่แฟนคลับรุ่นเล็กคงได้หลงรัก ชื่นชอบ ในตัวนักแสดงรุ่นใหญ่ อาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา ผู้รับบทเป็น ออกญาโหราธิบดี พ่อของพ่อเดช ผู้ชำนาญทางโหราศาสตร์และอักษรศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นราชครูของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกันมากยิ่งขึ้น

อาหนิง

เล่นน้อยแต่ได้มาก เป็นคำนิยามที่เหมาะสมกับนักแสดงรุ่นใหญ่ หนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา หรือที่คุ้นปากเรียกกันว่า อาหนิง เพราะไม่ว่าจะเป็นสีหน้า แววตา ท่าทางการขยับเล็กน้อย อาหนิงสามารถเก็บครบทุกความรู้สึกแล้วถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งถ้าต้องไปย้อนดูรายชื่อผลงานของอาหนิงแล้ว แม้ชีวิตจะเข้าสู่วัยแตะเลข 7 แต่ต้องยอมรับเลยว่า ผลงานของอาหนิงยังคงมีให้แฟนละคร แฟนคลับอาหนิงได้ชมอย่างสม่ำเสมอ

อาหนิง อาหนิง

สำหรับใครที่ได้ติดตามอาหนิง คงพอทราบมาบ้างแล้ว ชีวิตของนักแสดงรุ่นใหญ่ท่านนี้เลือกหันหลังให้กรุงเทพฯ แล้วย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.จันทบุรี เวลาต้องทำงานในวงการบันเทิงก็เลือกขับรถไปกลับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นอยู่จนมาถึงปัจจุบัน ความเสมอต้นเสมอปลายเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่จ.จันทบุรี เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมุมมองชีวิต ทัศนคติต่อเรื่องรอบตัว รวมถึงการทำงานด้วย ซึ่ง ณ ครั้งหนึ่งนิตยสารแพรวมีโอกาสสัมภาษณ์อาหนิง และได้ข้อคิดหลายอย่างมากที่เป็นประโยชน์ วันนี้จึงได้ลิสต์เป็นข้อๆ มาให้ได้รู้กัน บอกเลยว่า แต่ละข้อนั้นนอกจากจะทำให้ปลาบปลื้มกับอาหนิงมากขึ้นแล้ว ยังสะท้อนกลับมาให้เราได้คิดตามถึงการใช้ชีวิตมากขึ้นอีกด้วย

อาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา ชีวิตที่มีความพอเพียง พอดี 

1. เมื่อใดที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีความรับผิดชอบ สามารถแยกแยะระหว่างดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควรได้แล้ว เราควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา ด้วยการไม่ทำร้ายสังคมและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และตราบใดที่นำการดำเนินชีวิตกับการทำงานมาใช้ด้วยกันได้ ทุกอย่างก็มีความสุข

2. จุดเริ่มต้นของความสุขอยู่ที่การค้นหาตัวเองให้พบ ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนใกล้ตายยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เพราะติดอยู่กับความหลง หรือติดอยู่กับกระแสอะไรก็ตาม ผมก็เช่นกัน เคยถูกชักจูงจากสังคม จากเพื่อนให้ไปทำงานหลายๆ อย่าง แต่ไม่ว่าทำงานอะไรก็ตาม ต้องทำด้วยความชอบ จึงจะประสบความสำเร็จ และต้องรับผิดชอบต่องานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. ในขณะเดียวกันก็ไม่มีงานไหนราบรื่น อาหนิงเล่าว่า ไม่มีหรอกที่ตัวเราจะไม่เครียด หรือไม่มีความทุกข์ หรือไม่หงุดหงิด อยู่ที่ว่าแก้ไขให้ดีขึ้นได้ไหม ถึงจะไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่าเลวลงก็เท่านั้นเอง นั่นคือการดำรงชีวิตอยู่

4. เมื่อผมเข้าสู่วงการภาพยนตร์ ได้ไปถ่ายหนังตามสถานที่ต่างๆ จึงค้นพบว่าจริงๆ แล้วตัวเองชอบทำงานอิสระและไม่จำเจ ไม่มีเวลาทำงานตายตัว และไม่เครียด ทุกคนในกองถ่ายเป็นเพื่อนกันหมด ตั้งแต่นั้นผมก็ติดอยู่กับงานแสดงมาตลอด ซึ่งไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามเราต้องทำตัวให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ไม่ใช่อยู่ได้ด้วยการเอาตัวรอด เพราะการเอาตัวรอดไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องกับทุกอย่าง

5. การจัดระเบียบวินัยให้กับชีวิต ไม่ใช่รับผิดชอบในการทำงานดี แต่ไม่ดูแลตัวเอง ในเมื่อพ่อแม่ให้ร่างกายมาครบ 32 ประการ ก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องมีวินัยในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องสวยหล่อ หรือต้องใส่แบรนด์เนม เพียงแค่ดูแลร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ ต่อให้ใส่อะไรก็ดูดีทั้งนั้น คนที่ทำงานหนักต้องพักผ่อนบ้าง ไม่ใช่ทำงานจนสลบคาโต๊ะ คาเก้าอี้ หรือรอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยไปหาหมอ ขณะที่รถป้ายแดงกลับหมั่นเช็ดถูจนสีถลอก ทำไมจึงห่วงรถมากกว่าตัวเอง เหมือนกับชีวิตได้มาฟรีก็เลยไม่ดูแล ขอให้คิดสักนิดว่าชีวิตคนยืนยาวกว่าของใช้เยอะ

6. ณ วันนี้ผมมาถึงจุดที่ตัวเองเพียงพอแล้ว ได้ทำงานที่ชอบและได้มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองรัก เสร็จงานกลับบ้านสวนที่จันทบุรี อยู่กับความเรียบง่ายของธรรมชาติ อยู่กับการปลดปล่อย ไม่บังคับตัวเองว่าจะต้องกินอาหารเมื่อไร นอนหรือตื่นเมื่อไร ผมกินอาหารวันละมื้อมา 8 ปี จะกินก็ต่อเมื่อหิวและกินแค่พออิ่ม ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือนอนหลับ และจะตื่นเมื่อร่างกายต้องการ ไม่ได้บังคับว่าต้องตื่นเพื่ออะไร เพราะอะไรก็ไม่หนีเราไปไหน ต้นไม้ยังรอ บ้านก็ยังรอเราอยู่

ผมใช้ชีวิตอย่างนี้มาสามสิบปีไม่เคยรู้จักความเหงา พอคนงานกลับไปหมด บ้านจะเงียบ ไม่มีคนอยู่ในสายตา ผมปิดไฟ มองเห็นดาวเต็มท้องฟ้า นอนฟังเสียงจักจั่น แค่นี้สำหรับผมก็พอแล้ว

 

 


ข้อมูล: นิตยสารแพรว ปีที่ 26 ฉบับ 615 (10 เม.ย.48) คอลัมน์บันทึกท้ายเล่ม หน้า 392
ภาพประกอบ: IG @maich3iam @broadcastthaitv

ณเดชน์

จอดสนิททุกดราม่า ณเดชน์ ประกาศต่อหน้า ญาญ่า และสื่อมวลชน “ก็รักเขาแหละครับ”

ดับทุกดราม่าเคลียร์ทุกเรื่อง ณเดชน์ ประกาศต่อหน้า ญาญ่า และสื่อมวลชน “พูดตรงๆ ก็รักเขาแหละครับ” ด้านนางเอกดังแจงรวดเดียวปิดจ๊อบ สานสัมพันธ์หนุ่มนักกีฬา พอร์ช ไม่มีมูล ส่วน นิชคุณ แค่พี่ที่ร่วมงานกัน

ณเดชน์

ญาญ่า และณเดชน์ออกอีเว้นท์คู่ก็จะเขินๆ หน่อย

จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่าความสัมพันธ์ของคู่ขวัญ หนุ่มณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ไม่เหมือนเดิม ท่ามกลางกระแสข่าวลือ นางเอกคนดัง ซุ่มสานสัมพันธ์กับหนุ่มนักกีฬา เคนพอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ ซึ่งหลังจากที่มีข่าวออกมาก็ทำให้หลายคนเป็นกังวลใจเพราะถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาทำเอาใจหายใจคว่ำ

ณเดชน์

คู่จิ้นขวัญใจมหาชน ออกสเต็ปแดนซ์คู่กันซะหน่อย

ล่าสุดแฟนคลับ NY โล่งอกเพราะวันที่ 28 มีนาคม 2561 ในงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม “SHOPEE เต้นเพื่อน้อง” ทั้งสองได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้แล้ว ซึ่งดาราสาวได้อธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำเกี่ยวกับกระแสข่าวลือว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเลย

“คือไม่รู้จักไม่เคยเจอกัน หนูก็ไม่รู้ข่าวแบบนี้เจอมาเยอะ คนโยงไปโยงมาเยอะก็แอบรำคาญนิดหนึ่ง มันมากกว่าคนอื่นๆ ที่เขาอาจจะเขียนว่าชอบน้อง ส่วนตัวไม่ใส่ใจเพราะหนูรู้อะไรคือความจริง หนูเจอมาเยอะมากๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่โยงไปโยงมา มโนไปมา แต่คนนี้มโนไม่ได้เลย”

ณเดชน์

สดใสสไตล์ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์

ในส่วนของหนุ่ม นิชคุณ หรเวชกุล นั้น สาวญาญ่าบอกว่า “หนูทำงานกับใครหนูก็เป็นข่าวกับคนนั้นหมด มันเป็นเรื่องปกติ เป็นแค่คนร่วมงานกัน พี่คุณไม่ได้จีบ เขาเป็นคนที่น่ารักกับทุกคนในกองอยู่แล้ว”

ทั้งนี้หนุ่มณเดชน์ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับข้อความอโหสิกรรมที่แม่แก้วโพสต์ในวันเกิด ญาญ่า ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไร ขณะที่ญาญ่าก็ยืนยันอีกเสียงว่ากับคุณแม่ของหนุ่มณเดชน์ ท่านเป็นคนที่ชิลที่สุดในโลก เรารู้จักกันมานาน แค่มองตาก็รู้ใจแล้ว งานนี้พระเอกดังยังตบท้ายอีกด้วยว่า “เราเองเริ่มจากการเป็นเพื่อน สุดท้ายแล้วจะจบอย่างไร ความเป็นเพื่อนก็ไม่หายไป แต่มันก็คงไม่มีวันนั้นหรอก!”

รอยยิ้มละมุนของหนุ่มณเดชน์ คูกิมิยะ

ณเดชน์ ประกาศต่อหน้าญาญ่า และสื่อมวลชนกับประโยคที่ทำเอาเขินรอบวง

อย่างไรก็ตาม ณเดชน์ยังได้ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับประเด็นที่ว่ารักโปรโมท ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า “ถ้าพูดตรงๆ ก็รักเขาแหละครับ เราอยู่ด้วยกัน เรียนรู้ชีวิตด้วยกันมาค่อนข้างเยอะ ความรักมีได้หลายรูปแบบ คนที่ทำงานด้วยกันมา ผ่านอะไรด้วยกันมา อย่างไรก็ต้องมีเรื่องของความรักอยู่แล้ว มันไม่ผิดหรอกที่ผมจะบอกเขาอะไรอย่างนี้”

 

เรียกว่าชัดถ้อยชัดคำกับประโยค ก็รักเขาแหละครับ งานนี้นอกจากสาวญาญ่าจะเขินต่อหน้าสื่อมวลชนแล้ว แฟนๆ NY ยังได้ฝันดีกันถ้วนหน้าอีกด้วย อิอิ…

 

 

ฮ็อตสะเทือนเกาะฮ่องกง! เจนี่ประกบอีดงอุค เปิดตัวบูติคใหม่ของ Givenchy

ใครจะอิจฉาแม่สาวซูจีที่เพิ่งประกาศว่าคบกับนักแสดงหนุ่มสุดฮ็อตอย่างอีดงอุคก็แล้วแต่ เพราะงานนี้นางเอกสาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ได้ประกบกับพระเอกหนุ่มเกาหลีรูปหล่อคนนี้แบบใกล้ชิดสุดๆ ในฐานะที่ทั้งคู่ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในแขกคนสำคัญ ร่วมเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ของแบรนด์ Givenchy (จีวองชี่) ณ ห้าง IFC ประเทศฮ่องกง

สะเทือนไปทั้งเกาะฮ่องกงจนมาถึงฝั่งไทยเลยทีเดียว สำหรับภารกิจนี้ที่สาวเจนี่ ที่ได้เดินทางไปร่วมงานเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ของ Givenchy ด้วยลุคการแต่งตัวสุดเท่ แมตช์กับไอเท็มชิ้นเด็ด อย่างกระเป๋า Givenchy รุ่น GV3 (จีวีทรี) เป็นกระเป๋าใบแรกที่ออกแบบโดย Clare Waight Keller (แคลร์ เวท เคลเลอร์) และเป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ Givenchy มี 3 ขนาด ทั้ง ขนาดนาโน ขนาดเล็ก และขนาดกลาง พร้อมฟังก์ชั่นสุดเก๋ ครีเอทการถือได้ถึง 4 แบบ ไม่ว่าจะ คล้องแขน สะพายไหล่ ครอสบอดี้ และคลัชท์สำหรับงานกลางคืน ก็ได้เช่นกัน งานนี้สาวเจนี่เลือกกระเป๋า GV3 สีดำ โซ่เงินสุดคลาสสิค สวยเด่นไม่แพ้ใครเลยจริงๆ

The effortlessly cool airport look.
สาวเจนี่ เลือกคอมพลีท airport look สุดเท่ด้วยกระเป๋าสุดฮิตจาก Givenchy (จีวองชี่) รุ่น GV3, เสื้อ T-Shirt รุ่น 4G แจ็คเก็ตยีนส์ และแว่นกันแดดจากคอลเล็คชั่น Spring Summer 2018 ออกแบบโดย Clare Waight Keller

Ready to rock Hong Kong.
เฉิดฉายได้ไม่แพ้ใครในลุคสุดคูล โดยเจนี่ เลือกกระเป๋ารุ่น GV3 มาเป็นไอเท็มหลักที่ช่วยเสริมความโดดเด่นเข้าไปอีก

อีกหนึ่งลุคของเจนี่ ที่สะกดได้ทุกสายตามาในมาดสาวสุดเท่กับกระเป๋า รุ่น GV3 โดยเจนี่เลือกเพิ่มกิมมิคด้วยการโพกผ้าพันคอสีดำ-แดงขณะท่องเที่ยวบนเกาะฮ่องกง

ทั้งนี้ยังมีหนึ่งในแขกของงานเปิดตัว Givenchy (จีวองชี่) บูติกแห่งใหม่ ณ ห้าง IFC ฮ่องกงคือ ดาราชายชาวเกาหลีชื่อดังอย่าง อีดงอุค(Lee Dong Wook)ซึ่งมาร่วมงานนี้ประกบคู่ถ่ายภาพร่วมกับสาวจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ  โดยทั้งคู่แต่งกายในชุดจากแบรนด์ Givenchy ที่ออกแบบโดย Clare Waight Keller

อีกหนึ่งโมเม้นท์สำคัญกับการได้พบกับ Philipe Fortunato CEO แห่งแบรนด์ Givenchy ได้ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกับเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และโอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้บริหารจาก PP GROUP Thailand ณ งานเปิดตัว Givenchy บูติกแห่งใหม่ที่ IFC Hong Kong

นอกจากจะได้ประกบร่วมเฟรมกับหนุ่มฮ็อตอีดงอุค, Philipe Fortunato CEO แห่งแบรนด์ Givenchyแล้ว

ยังมีนักแสดงและเซเลบริตี้ชื่อดังอีกมากมาย อาทินักแสดงสาวอย่าง Krystal Jung, Kathy Chow, นักแสดงชาย Yo Yang,นักร้องและนักแต่งเพลง Pakho Chau,และเซเลบริตี้สาวสวยLaurinda Ho ที่ตบเท้ามาร่วมงานในชุดจาก Givenchy และกระเป๋าสุดฮิตรุ่น GV3 ที่ออกแบบโดย Clare Waight Keller อีกด้วย

นาทีนี้ แพรวขอบอก กระเป๋า GV3 สีดำ โซ่เงินอย่างเจนี่ มาแรงสุดๆ ใน SS 18 เป็นไอเท็มที่สาวๆ ทุกคน ต้องมีจริงๆ

พบกับ คอลเลคชั่น Spring-Summer 2018 ได้ที่ร้าน GIVENCHY ชั้น G, Central Embassy โทร.02-160-5895 และชั้น M, Siam Paragon โทร.02-610-9607

ปู ไปรยา

“Sunday with Pu” หนึ่งวันสบายๆ ของ ปู ไปรยา ในแฟชั่นเซตปก ฉ.926

แฟชั่นเซตปกปักษ์นี้ แพรวไม่รอช้า หลังจากที่สาว ปู ไปรยา แลนด์ถึงกรุงเทพฯ เราก็ต่อสายตรงชวนเธอมาถ่ายแฟชั่นเซตปกทันที ธีมในวันนี้ปอนด์ สไตล์ลิสท์ อยากให้ภาพออกมาดูสบายๆ เหมือนเป็นการตามติดไลฟ์สไตล์ในหนึ่งวันของปู

ปู ไปรยา

ตามส่องแฟชั่นในหนึ่งวันสบายๆ ของสาวสุดฮ็อต ปู ไปรยา

และเพื่อให้เข้ากับธีม เสื้อผ้าในวันนี้จึงมาจาก Giordano Ladies คอลเล็คชั่น Spring / Summer 2018 ที่ผสมผสานความลักซ์ชัวรี่เข้ากับความเรียบง่าย โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความสวยงามของธรรมชาติ อย่างโทนสีฟ้าน้ำทะเล สีส้มของพระอาทิตย์ ยามเช้า สีเขียวของต้นไม้ รวมไปถึงสีชมพูอ่อนและสีนู้ด สื่อถึงความอบอุ่นสบายของฤดูใบไม้ผลิ และการเลือกแมตช์คู่โทนสีเข้มและอ่อนเข้าด้วยกันเพื่อสะท้อนถึงความสวยงามของฤดูร้อน

ปู ไปรยา

จะมุมเผลอ หรือมองกล้องก็สวย

ปู ไปรยา

แฮ็ปปี้ 

ปู ไปรยา

มีทั้งความเซ็กซี่ เท่ๆ สบายๆ

คอลเล็คชั่นนี้ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระโปรง หรือเดรส ที่ออกแบบมาด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย จึงสามารถสวมใส่ได้ทุกวัน เหมาะสุดๆ กับอากาศบ้านเรา ที่ช่วงนี้นั้นร้อนอบอ้าวเหลือเกิน

ปู ไปรยา

สวย สบาย สไตล์ปู ไปรยา

นั่งทานมื้อเช้าก็จะเซ็กซี่ ชิคๆ หน่อย

ในส่วนของสถานที่ที่เรายกกองไปถ่ายในวันนี้ คือร้าน Eden’s คาเฟ่เก๋ๆ สไตล์ยุโรป ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในย่านเมืองเก่า ถนนหลานหลวง ใครที่ชอบนั่งร้านกาแฟ แต่ยังมีกลิ่นอายเหมือนอยู่ต่างประเทศต้องห้ามพลาดร้านนี้เป็นอันขาด

 

 

เจ-เจตริน

ปิ่น-เก็จมณี เผย เจ-เจตริน ติดลูกจนถอนตัวไม่ขึ้นทำให้เป็น โรคซึมเศร้า

 ปิ่น-เก็จมณี เผยในอดีต เจ-เจตริน ติดลูกจนถอนตัวไม่ขึ้น ต้องส่งพบจิตแพทย์ระบุป่วยเป็น โรคซึมเศร้า เพราะต้องอยู่ห่างไกล 2 ลูกชาย เจ้านาย และ เจ้าขุน ซึ่งเดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ

เจ-เจตริน

เจ-เจตริน วรรธนะสิน 2-3 ปีทื่แล้วเคยเป็นโรคซึมเศร้า

กลายเป็นคุณแม่ยายที่มีสะใภ้มากที่สุดค่อนประเทศเลยสำหรับสาวแซ่บลูก 3 ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน มารดาของ 3 หนุ่มสุดหล่อ เจ้านาย, เจ้าขุน และ เจ้าสมุทร ทั้งยังเป็นภรรยาของนักร้องชื่อดัง หนุ่มเจ-เจตริน ล่าสุด ปิ่น-เก็จมณี ได้มาร่วมรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง one 31 และเล่าเรื่องราวของครอบครัวให้ฟัง ซึ่งที่น่าตกใจก็คือ เรื่องที่เธอออกมาเปิดเผยว่าเจ-เจตริน เคยต้องรับการรักษาจาก โรคซึมเศร้า เพราะเจ้านาย และเจ้าขุนเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศ

เจ-เจตริน

ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน

“ช่วงแรกที่ส่งลูกไปเรียนพี่เจร้องไห้ตลอด เหมือนเขาเป็นบัดดี้กันกับลูก 2 คนแรก จะค่อนข้างติดกันมาก ส่วนคนเล็กจะติดเรา ซึ่งตอนแรกปิ่นบินตามไปส่ง แต่พี่เจไม่ได้ไป เพราะเขาติดงาน พี่เจเศร้าและกังวลมาก แม้จะมีเจ้าสมุทรอยู่เป็นเพื่อน แต่ตอนนั้นน้องยังเล็กมากเลยไม่ค่อยได้เข้าอกเข้าใจกันเท่าไหร่ พี่เจร้องไห้ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ หนักเลยก็มีอยู่วันหนึ่งปิ่นลุกขึ้นมาตอนตีสาม แต่ไม่เจอเขา ปรากฏว่าเขาไปร้องไห้อยู่ท่ามกลางสายฝน นั่งคุกเข่าสวดอ้อนวอนพระเจ้า เราก็ไม่ไหวแล้ว ต้องพาไปหาหมอซึ่งเบื้องต้นหมอก็ได้ปรับทัศนคติ แต่ยังไม่ได้ให้ยาก็โอเคนิดหน่อย แต่พอถึงวันที่ลูกไปก็ไม่โอเคเลย อาการหนักมาก แล้วปิ่นก็ไม่ได้อยู่กับเขา พอกลับมาเจอ เขาผอมลงมากเพราะกินข้าวไม่ได้ ก็เลยพาไปหาหมอ และหมอก็ให้ยามารับประทานจึงดีขึ้น เขาเป็นอยู่ 3 อาทิตย์ได้ แต่ทุกวันนี้ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วเพราะมันผ่านมาประมาณ 2-3 ปี”

เจ-เจตริน

คุณพ่อแร็ปเปอร์ กับ 2 ลูกชาย เจ้านาย – เจ้าขุน

เจ-เจตริน

ความสุขของคุณพ่อคนนี้จะมีอะไรเล่านอกจากการได้อยู่กับครอบครัวทุกๆ คน

เจ-เจตริน

คุณแม่คนสวยเล่าเรื่องราวของครอบครัวให้ฟัง

เจ-เจตริน

 คุณแม่โซฮ็อตมีลูกสะใภ้ไปค่อนประเทศแล้ว

 

 


ภาพจาก : คุยแซ่บ Show ทางช่อง one 31 และ IG @jjetrin

เซเลบเมืองไทย

สีสัน เซเลบเมืองไทย แต่งชุดธีม “ทไวไลท์ ซาฟารี” ร่วมงานชิงแชมป์โปโล

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับงานชิงแชมป์โปโล “The Ambassador Cup 2018” ครั้งที่ 11 ที่นอกจากจะได้ชมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลระดับนานาชาติแล้ว เหล่า เซเลบเมืองไทย ยังได้ร่วมสนุกแต่งชุดเข้าคอนเซ็ปต์ ทไวไลท์ ซาฟารี กันอย่างหลากหลายอีกด้วย

ได้รับเกียรติจากคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ ปากีสถาน เกาหลีใต้ บรูไน มาเลเซีย มาร่วมงานเปิดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลรอบชิงชนะเลิศ ในคอนเซ็ปต์ ทไวไลท์ ซาฟารี (Twilight Safari) โดยมี นายธวัชชัย ทวีศรี เลขาธิการสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลเป็นประธานเปิดการแข่งขัน ซึ่งการชิงรอบนี้เป็นการพบกันระหว่างทีม โกลเบิล พอร์ต กับทีม คิง เพาเวอร์ โดยจัดงานแข่งขันที่ วีเอส สปอร์ตคลับ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และผลการแข่งขัน ทีม คิง เพาเวอร์ ชนะไปได้ 6 – 4 ½ คะแนน

เซเลบเมืองไทย

เซเลบเมืองไทย
อรุณรุ่ง-เอมอร-อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ยังได้ แขกระดับซุปเปอร์วีวีไอพี เซเลบเมืองไทย นักแสดงร่วมตบเท้าเข้าชมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ เจ้าชายเจฟรี่ โบลเกียห์ จากประเทศบรูไนดารุสซา-ลาม, วิชัย-เอมอร ศรีวัฒนประภาฮาจี อิชมาเอล บิน ฮาจี อับดุล มานับ เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามประจำประเทศไทย, ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย, จุลพยัพ-อภินรา ศรีกาญจนา และวทัญญู มุ่งหมาย ฯลฯ  

ส่วนไฮไลท์ที่สร้างสีสันภายในงานมีทั้ง การแสดงโชว์เปิดการแข่งขัน “The Treasure of Jungle” อันตระการตา, การแต่งกายสวยงามของบรรดาเซเลบริตี้ที่บรรจงแปลงโฉมตรงตามคอนเซ็ปต์เพื่อมาร่วมสัมผัสประเพณีย่ำสนาม สตอมปิ้ง เดอะ ดิวอทส์ (Stomping the divots) ปิดท้ายด้วยที่สุดของไฮไลท์ฟินาเล่ นั่นคือ การประกาศรางวัลต่างๆ ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน อาทิ รางวัลม้าที่มีฝีเท้าดี (Best Pony Award) ได้แก่ จังเกิ้ล ทรู (Yanque True), ส่วนรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP Award) ได้แก่ ซานติอาโก้ ลูจาน (Santiago Lujan) ทีมโกลเบิล-พอร์ต และผู้ที่คว้ารางวัลขวัญใจช่างภาพ (Best Photogenic Awards) ฝ่ายหญิงไปครองได้แก่  อภินรา ศรีกาญจนา ส่วนฝ่ายชาย ได้แก่ วทัญญู มุ่งหมาย พอสิ้นเสียงประกาศรางวัลจบ เสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงปรบมือก็ดังสนั่นลั่น วีเอส สปอร์ตคลับกันทีเดียว   

นอกจากนี้ เซเลบเมืองไทย ผู้ที่ได้รับรางวัล Best Photogenic Awards
ยังได้เผยถึงเคล็ด(ไม่)ลับ ในการแต่งตัวให้สวย-หล่อ โดดเด่น สำหรับการออกงานทิ้งท้ายไว้น่าสนใจอีกด้วย   
เซเลบเมืองไทย
ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา

ด้าน คุณปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา ผู้ที่ได้รับรางวัล Best Photogenic Awards (ฝ่ายหญิง) บอกว่า

ปกติชอบแต่งตัวสไตล์ซาฟารีนี้อยู่แล้วค่ะ แต่วันนี้ตั้งใจแปลงโฉมมาเป็นสัตว์ป่าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเลือกเสื้อผ้ามามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้าธีมงาน อย่างชุดเดรสตัวนี้ เป็นชุดวินเทจของคุณแม่ยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา นำผสมผสานกับเครื่องประดับและรองเท้าของตัวเองเป็นของแบรนด์ Burberry ค่ะ เวลาออกงานปรางค์กับคุณแม่ เราใส่เสื้อผ้าด้วยกันได้ และเรามักจะนำเสื้อผ้า, แอคเซสเซอรี่มามิกซ์แอนด์แมทช์กันอยู่แล้วค่ะ วันนี้รู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัล Best Photogenic Awards ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เราตั้งใจแต่งตัวจะมีคนชอบ ขอบคุณท่านคณะกรรมการที่เลือกให้รางวัลปรางค์นะคะ ส่วนตัวปรางค์ชอบมางานโปโลของ คิง เพาเวอร์ เพราะจัดงานดีทุกครั้ง อาหารอร่อย บรรยากาศดีค่ะ”

เซเลบเมืองไทย
แมน-วทัญญู มุ่งหมาย

ส่วน คุณแมน-วทัญญู มุ่งหมาย ผู้ที่ได้รับรางวัล Best Photogenic Awards (ฝ่ายชาย) บอกว่า

ผมชอบมางานโปโลของ คิง เพาเวอร์ เพราะเวลาจัดงานแต่ละครั้งมีธีมงานที่ดี ทำให้เราได้สนุกไปกับการแต่งตัวด้วย สำหรับการแต่งตัวมางานครั้งนี้ พอเห็นการ์ดเชิญระบุว่าจัดงานภายใต้คอนเซปต์ “ทไวไลท์ ซาฟารี” ผมก็นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Indiana Jones เลยหยิบเอากลิ่นอายของหนังมาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งตัวครับ จากนั้นก็หยิบของในตู้มามิกซ์แอนด์แมทช์ ปกติผมเป็นคนแต่งตัวใส่เสื้อสูท เสื้อแจ็คเกต และเสื้อ Vest อยู่แล้ว โดยเฉพาะเสื้อ Vest มีมาก 200-300 ตัว มีทั้งของแบรนด์เนมและราคาถูก อย่างเสื้อที่ใส่วันนี้ เลือกโทนสีแนวเอิร์ธโทน เลือกกางเกงเน้นที่เข้ารูปหน่อย เสริมด้วยการใส่หมวกจะได้ดูเป็นยุโรป ผมรู้สึกดีใจมากที่แต่งตัวได้เข้าตากรรมการจนคว้ารับรางวัล Best Photogenic Awards มาครองได้สำเร็จครับ”

สีสันเซเลบเมืองไทยคนอื่นๆ ที่จัดชุดเข้าธีมมาร่วมงาน 

เซเลบเมืองไทย
ชวนขวัญ รัชตโชติพัฒน์
เซเลบเมืองไทย
ณภัสวรรณ จิลลานนท์
เซเลบเมืองไทย
นภาดา เศรษฐเศรณีกุล
เซเลบเมืองไทย
วิไลวร พยับเดชาชัย
เซเลบเมืองไทย
สรีรพัฒน์ อินทรศิริ
เซเลบเมืองไทย
อาภาพิชา สุวรรณปาน
เซเลบเมืองไทย
ปัณฑารีย์ ชอบประดิถ และพลอย ปิ่นแสง

 


ภาพ: แบรนด์เด็ด ดิ เอเจนซี่

ระวังถูกจับผิด พลาดท่าให้เพศตรงข้าม!…ดูดวง 12 ราศี ปักษ์หลังเดือนมีนาคม 2561

ระวังถูกจับผิด พลาดท่าให้เพศตรงข้าม!…ดูดวง 12 ราศี ปักษ์หลัง เดือนมีนาคม 2561 กับแพรวพยากรณ์ โดยหมอดูโสรัจ ที่จะมาเจอกันทุกปักษ์ทั้งในนิตยสารแพรว และเว็บไซต์แพรวดอทคอมจ้า

CAPRICORN
16 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์
การงานดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก อาจมีภาระต้องใช้งบสิ้นเปลือง ถึงติดขัดบ้างสักนิดหน่อยก็มีท่าว่าจะหมุนหาได้ทัน มีเกณฑ์ เดินทาง จะได้พักผ่อนหย่อนใจ ได้พบเห็น สถานที่อันร่มรื่น หากมีคู่อยู่ก่อนแล้ว ให้เกรง จะมีปากเสียงหรืออาจเหินห่างจากกันสักระยะ ไม่เอาน่า ใช้ชีวิตร่วมกันสองคน ต่างคนต่างก็ ควรที่จะรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันบ้าง

AQUARIUS
13 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม
ถ้าขัดสนจนยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปักษ์นี้จะชวนให้อึดอัดกลัดกลุ้มหนักเข้าไปอีก เพราะมีเกณฑ์ว่าต้องจับจ่ายเงินก้อนใหญ่ กระแส สะพัดทางการเงินจะด่วนติดขัดขึ้นมาทั้งๆ ที่ ไม่มีวี่แววมาก่อน มีเกณฑ์ต้องจากคู่ครองไปสักระยะ หรือไม่เรื่องที่คุณริไปแอบนัดหมายกับใครน่ะ จะเปิดเผยให้อีกฝ่ายเขาจับผิดได้ ความรัก มีเกณฑ์ช่วงต้นปักษ์ถึงกลางปักษ์ พ้นจากนั้นแล้วเหมือนสตาร์ตรถแต่ลืมเติมน้ำมัน คู่ครองอาจเจ็บป่วย

PISCES
14 มีนาคม – 12 เมษายน
ลาภผลทางการเงินดี มีเกณฑ์ได้เดินทางไปยังสถานที่อันมีบรรยากาศเต็มไปด้วยแสงสี แวดล้อมด้วยคนวัยหนุ่มสาว นับเป็นช่วงแห่งความสุขสมหวัง ของคุณ คุณอยากเดินทางไกลหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่คุณต้องได้ไป หรืออย่างน้อยก็จะมีเพื่อนฝูงเก่าแก่มาหา หนุ่มสาวสมัยนี้อารมณ์ ผันผวนเปลี่ยนแปลงง่าย อย่าเพิ่งไปมุ่งหวังอะไรจริงจังเลย แทนที่จะรีบ ร่ำเรียนให้จบภายใน 4 ปี อาจเที่ยวแอบไปรักไปหลงคนโน้นคนนี้จน ตกซ้ำตกซากก็เป็นได้

ARIES
13 เมษายน – 13 พฤษภาคม
ปักษ์นี้โอกาสได้เลื่อนตำแหน่งทางการงานสูงขึ้น ลาภผลทางการเงินของคุณมีจังหวะดี รวมถึง ลอตเตอรี่ คู่แท้ของคุณควรเป็นชายซึ่งสูงอายุ ทั้งด้วยฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา ตำแหน่ง หน้าที่การงาน รูปร่างสูงปานกลาง เนื้อตัว ดูแข็งแรงล่ำสัน ท่วงท่าดูองอาจ มีความสามารถ รอบตัว ลักษณะของใบหน้าค่อนไปทางสี่เหลี่ยม ถ้าเขาไม่ปฏิเสธที่จะให้คุณได้เขาไว้เป็นกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว รับรองว่าคุณจะได้พร้อมทั้งที่พึ่ง และพิง

TAURUS
14 พฤษภาคม – 13 มิถุนายน
คุณจ่ายเงินซื้ออะไรน่ะ เห็นจ่ายได้จ่ายดี ถ้าไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่าง ควรเกรงว่าจะหลงลืม ข้าวของมีค่าไว้แห่งใดสักแห่งหนึ่ง เงินที่มีอยู่ จะเก็บไว้ไม่ทันถึงปลายปักษ์ ระวังอุบัติเหตุ ทางรถยนต์ ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล หากมีบุตรควรระวังสุขภาพของบุตร เห็นใครต่อใครเขามีนัด แต่ตัวคุณกลับทำท่าเหมือน จะไม่มี แล้วถึงจะมี รูปการณ์ดูเป็นไปในลักษณะที่ลับ ๆ ล่อ ๆ

GEMINI
14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม
มีเกณฑ์เดินทางระยะใกล้ ๆ จะได้ผู้หลักผู้ใหญ่ ให้การสนับสนุน อาจได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง ได้ลาภผลจากผู้ใหญ่ ถ้ามีมรดกก็จะได้รับมรดก จะได้รู้จักมักคุ้นกับเพื่อนฝูงซึ่งมียศตำแหน่งสูงกว่า ลาภผลดูรวยรินตลอดทั้งปักษ์ ความรักไม่เห็นมีปัญหาอะไร คุณจะเพลิดเพลินท่าไหน ก็เชิญตามสะดวกเถอะ

CANCER
15 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม
หากมีกิจธุระเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน ควรติดต่อซื้อขายโดยตรง จะตกลงซื้อขายกันได้ง่าย ไม่ควรมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง จะอบอุ่นอิ่มเอมเปรมใจด้วยเรื่องลาภผลและความรัก เฉพาะเรื่องรักใคร่ถึงแม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง ก็ควรรู้จักโอนอ่อนผ่อนปรน หรือไม่ก็อาจเผลอสติก่อเหตุให้เกิดเรื่องราวอื้อฉาว ไม่แต่งได้ไง…แต่งสิ เพราะสาวราศีกรกฎขี้เหงา เห็นทะเลไม่ได้ เห็นดวงจันทร์ก็ไม่ได้ ฝนตกหนักก็ไม่ได้ ฟังเพลงไพเราะก็ไม่ได้

LEO
17 สิงหาคม – 16 กันยายน
ปักษ์นี้หากได้โยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงาน รูปการณ์ควรเชื่อได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเก่า ลาภผลทางการเงินจะได้เดินสะพัดคล่องมือขึ้น มีโอกาสได้ซื้อรถใหม่ บ้านใหม่ จะมีเหตุขัดแข้งกับคนรักหรือคุณอาละวาดไว้ก่อน จนคู่ครองหรือมิตรต่างเพศคนนั้นบอกเลิกศาลา เพราะสู้ฤทธิ์ของสิงห์สาวไม่ไหว ครั้นเขาหายหน้าค่าตาไปจริง ๆ คุณกลับถวิลถึง เชื่อได้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่จะเข้ามาช่วยประสานรอยร้าวให้

VIRGO
17 กันยายน – 16 ตุลาคม
อาจถูกฟ้องร้อง ตกเป็นข่าว หรือไม่เรื่องราว แต่หนหลังซึ่งอุตส่าห์เก็บงำไว้อาจมีผู้ล่วงรู้และ นำออกมาเปิดเผย ลาภผลทางการเงินและ การเสี่ยงโชคยังไม่มี ระวังอุบัติเหตุทางรถยนต์ บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ต้องเสียเงินเพื่อซ่อมแซม ควรระวังปัญหาด้านสุขภาพ คนรักดูท่าเหมือน จับได้ว่าเราไม่ซื่อ ซักกันไปถามกันมา คุณ ก็รู้ว่าอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ เรื่องจะลงเอย ท่าไหน

LIBRA
17 ตุลาคม – 16 พฤศจิกายน
คุณเอาแต่ใจ มีทิฐิ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง ระวังจะเป็นปากเสียงหรือมีเหตุ ไม่ลงรอยกับผู้มีตำแหน่งอาวุโสสูงกว่า และญาติพี่น้อง ความสัมพันธ์กับมิตรคู่ใจ เห็นมีนัดไปเที่ยวกันออกบ่อย ว่ากันจริง ๆ เรื่องนี้ยังคงดูไม่ค่อยจะเหมือนใจ แต่จะห้ามไม่ให้ไปสุงสิงด้วยก็รู้สึกตะขิดตะขวง ยังไงพิกล เพราะชาวราศีตุลนี้หากไม่ดี เหมือนที่คิดไว้ใครมาชวนท่าไหนก็ไม่ยอม ไปด้วย

SCORPIO
17 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม
ธุรกิจการงานประสบผลสำเร็จค่อนข้างดี อาจได้รับมอบหมายงานใหม่ในต่างจังหวัด หรือต้องขึ้นเหนือลงใต้เป็นแบบชีพจรลงเท้า ธุรกิจทางด้านซื้อขายที่ดิน บ้าน และของ สวยงามจะได้รับผลดี ความสัมพันธ์กับ มิตรสหายต่างเพศ ถ้าหากจะมีมักเป็นไป โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ช่วงนี้พฤติกรรมด้าน รักใคร่บ้างก็ว่าเป็นพฤติกรรมแทรกซ้อน ที่เกิดขึ้นโดยต่างฝ่ายต่างไม่มีความรับผิดชอบ

SAGITTARIUS
16 ธันวาคม – 15 มกราคม
มีจังหวะดีในการเริ่มลงทุนในกิจการใหม่ ๆ จะมีภาระให้ต้องเดินทางไม่ว่างเว้น ต้องติดต่อนัดหมายหรือส่งข่าวสารถึงพี่น้อง มิตรสหาย และเครือญาติ จะว่าเป็นปักษ์ที่ชีพจรลงเท้าก็ไม่ผิด เรื่องความรักดูดื่มด่ำ คู่ครองคนรักอาจป่วยไข้ได้ทุกข์ หรืออาจมีเหตุให้ต้องพลัด ห่างจากกันสักระยะ สำหรับชาวราศีธนูซึ่งอยู่ใน วัยแสวงหา ปักษ์นี้ไม่ควรไว้เนื้อเชื่อใจใคร มิฉะนั้นจะพลาดท่าแก่เพศตรงข้าม

ทรีทเมนต์

สวยทันใจ!! แนะ 11 ทรีทเมนต์ ไฮไลท์น่าลองที่ Dii Aesthetic Institute

เชื่อว่าสาวๆ เดี๋ยวนี้ชอบความสวยแบบทันใจ ไม่ชอบรอ ส่วนใหญ่เลยมักชวนกันไปทำ ทรีทเมนต์ ตามสถาบันความงามชื่อดังต่างๆ วันนี้ แพรวดอทคอม ก็มีสถาบันความงามระดับไฮเอนท์ และโปรแกรมทรีทเมนต์ มาแนะนำถึง 11 โปรแกรมให้สาวๆ เลือก

แต่ก่อนจะชี้เป้าทรีทเมนต์น่าลอง ขอพาสาวๆ มาทำความรู้จักกับดีไอไอ เอสเธติก (Dii Aesthetic Institute) เป็นสถาบันความงามแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สุนทรียะแห่งความงามที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อความงามทั้งภายในและภายนอก ด้วยจุดเด่นของการนำองค์ความรู้อิงหลักธรรมชาติและนวัตกรรมความงามล้ำสมัยที่ผ่านการศึกษาค้นคว้าและวิจัยอย่างดีมาบูรณาการเข้าด้วยกัน โดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ผ่านรูปแบบคลินิกที่ไม่เหมือนใคร

ทรีทเมนต์

ทรีทเมนต์

จริงๆ ที่นี่มีโปรแกรมทรีทเมนต์ให้เลือกสรรอย่างหลากหลายมากกว่า 50 โปรแกรมในการตอบโจทย์ความงามที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับผู้ใช้บริการแต่ละท่านแบบเฉพาะบุคคล โดยก่อนรับบริการ แพทย์จะให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมพนักงานดูแลปรนนิบัติด้วยความใส่ใจ มีความเป็นมืออาชีพ ท่ามกลางบรรยากาศโดยรอบสไตล์มินิมอล และผ่อนคลายด้วยศาสตร์สปา

โดยจากโปรแกรมทรีทเมนต์อันหลากหลาย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย โปรแกรม Beauty เป็นโปรแกรมทรีทเมนต์สำหรับสร้างสรรค์ความงามบนใบหน้าโดยเฉพาะ, โปรแกรม Slimming เป็นโปรแกรมทรีทเมนต์สำหรับการดูแลรูปร่างและผิวพรรณทั่วทั้งเรือนร่าง และโปรแกรม Anti-Aging เป็นโปรแกรมทรีทเมนต์สำหรับการบริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยผสานหลักการธรรมชาติบำบัดและการดูแลปรนนิบัติตนเองแบบองค์รวม โดยมีโปรแกรมทรีทเมนต์ไฮไลท์ ดังนี้

แนะ 11 ทรีทเมนต์ ไฮไลท์น่าลอง

ทรีทเมนต์

1. Ultra Lift : ที่สุดของโปรแกรมทรีทเมนต์จากนวัตกรรม Fotona ล้ำสมัย ที่จะช่วยแก้ปัญหาผิวในทุกมิติและครบทุกส่วนทั้งบนใบหน้าและเรือนร่าง ผ่านการส่งพลังงานแบบใหม่หลายช่วงคลื่น ที่มีพลังมากแต่อ่อนโยน ทั้งจากผิวด้านนอกและด้านในกระพุ้งแก้ม เข้าสู่ชั้นผิวลึกถึงโครงสร้างเนื้อเยื่อด้านใน และชั้นคอลลาเจนอย่างทั่วถึง ทำให้เกิดการฟื้นฟู เติมเต็ม และยกกระชับผิวได้แม้ในจุดที่ยากและบอบบางที่สุด โดยไม่เจ็บและไม่ก่อความระคายเคืองต่อผิว จึงไม่ต้องทายาชา ซึ่งพลังงานนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ และส่งผลให้ผิวในบริเวณที่ได้รับพลังงานหดกระชับ เต่งตึง โดยเฉพาะผิวในบริเวณร่องแก้ม รอบริมฝีปาก มุมปาก แนวกรอบหน้า ริ้วรอยรอบดวงตา ร่องลึกใต้ตา รวมถึงช่วยยกกระชับทรวงอก เอว สะโพก หน้าท้อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังสามารถส่งผ่านพลังงานเพื่อปรับสีผิว พร้อมฟื้นฟูผิวให้ขาวสว่าง กระจ่างใส และเรียบเนียน ได้อย่างเห็นผลชัดเจนอีกด้วย

ทรีทเมนต์

2. Q Switch Laser : นวัตกรรมล้ำสมัยที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นผิวสีไม่เรียบ ไม่สม่ำเสมอ ผิวมีฝ้า กระ รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำ รอยแผลเป็น ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่เรียกว่า Q Switch Laser โดยเฉพาะฝ้า กระ จากความผิดปกติของการทำงานของเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันแสงแดด ถูกกระตุ้นให้เพิ่มจำนวนขึ้นจากรังสียูวี รอยดำ รอยแดงจากสิว ผ่านกระบวนการปล่อยคลื่นแสงของ Q Switch ที่มีความเข้มและความหนาแน่นสูงในเวลาช่วงสั้นๆ เข้าสู่ผิว มี 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 532 nm (นาโนเมตร) ซึ่งจะมีผลทำลายเม็ดสีที่อยู่ในชั้นตื้น เช่น ฝ้า กระแดด และชนิดที่สองเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,604 nm ซึ่งจะมีผลทำลายเม็ดสีในผิวชั้นลึก เหมาะกับการลบรอยสัก กระลึก แผลเป็น โดยไม่ทำให้ผิวด้านบนเสียหาย แต่จะค่อยๆ ฟื้นฟูผิวและช่วยสร้างคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อให้ผิวกลับคืนมากระจ่างใส กระชับ เนียนนุ่ม และเรียบเนียนอีกครั้ง เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในการทำ 2-5 ครั้งต่อเนื่องกัน ทุก 1-2 สัปดาห์ ไม่ส่งผลข้างเคียง ไม่เจ็บ เพียงแต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดแรงๆ เติมอาหารผิวด้วยคอลลาเจน และใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

3. Venus Viva สุดยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ด้าน Nano Fractional Radio Frequency (RF) เพื่อสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาร่องลึก ผิวขาดความกระชับ มีความหย่อนคล้อย ริ้วรอยต่างๆ แผลเป็นจากสิว รูขุมขนกว้าง ผิวขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ ผิวเหี่ยวย่นบริเวณคอ รวมถึงจุดด่างดำและผิวแตกลาย ด้วยการส่งผ่านพลังงานคลื่นความถี่วิทยุที่มีความถี่ 1 MHz และ 460 KHz กับเทคโนโลยีที่ควบคุมการปล่อยพลังงานเป็นจังหวะที่มีแบบแผน กระจายทั่วพื้นที่ผิวอย่างหนาแน่นหลายรูปแบบ และแม่นยำสู่ผิวชั้นหนังแท้ เพื่อสะสมอุณหภูมิอันพอเหมาะ ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมสร้างไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast-เซลล์ผิวซึ่งทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน ส่งผลให้เกิดการซ่อมแซมผิวในส่วนที่สึกหรอ พร้อมช่วยให้เนื้อเยื่อผิวมีการจัดโครงสร้างที่ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวหน้ายกกระชับ เต่งตึง กระจ่างใส เรียบเนียน และอ่อนกว่าวัย

4. HIFU (Face) : High Intensity Focus Ultrasound หรือ “HIFU” เทคโนโลยีสุดล้ำแห่งการยกกระชับใบหน้า ด้วยการส่งคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง (Ultrasound) ที่เฉพาะเจาะจงลงไปใต้ผิวลึกถึงระดับชั้นเนื้อเยื่อเหนือกล้ามเนื้อ (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า ผลลัพธ์คือทำให้เกิดกระบวนการหดตัวของผิวและเสริมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ตรงผิวบริเวณนั้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีอาการบวมช้ำ นอกจากนั้นยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง อ่อนเยาว์ สัมผัสได้ถึงความอิ่มฟูของผิวใต้ตา แก้ม คาง ริ้วรอยและร่องแก้มลดลง กรอบหน้าดูชัดขึ้น พร้อมปรับรูปหน้าให้ดูเรียวแบบ V-Shape อีกด้วย

5. (Body) : High Intensity Focus Ultrasound หรือ “HIFU” เทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อยกกระชับผิวทั่วเรือนร่าง ด้วยการส่งคลื่นเสียงหรืออัลตร้าซาวด์ที่มีความถี่เข้มข้น ลงไปใต้ผิวลึกถึงระดับชั้นเนื้อเยื่อเหนือกล้ามเนื้อ (SMAS) เช่นเดียวกับ HIFO (Face) แต่เป็นการต่อยอดในการส่งคลื่นที่กว้างกว่า โดยยังคงมีความสม่ำเสมอ ซึ่งจุดเด่นของคลื่นนี้จะช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้ผิวตึงกระชับ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างเห็นผล ลดเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้ม ผิวแตกลาย และไขมันสะสมใต้ชั้นผิวได้ทั้งตัว โดยไม่เจ็บปวดเหมือนการผ่าตัด พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน และอ่อนเยาว์ขึ้นทั้งเรือนร่าง

6. MesoFat : เทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในแวดวงความงาม โดยวิธีการฉีดเพื่อช่วยสลายไขมันส่วนเกินและขจัดเซลลูไลท์ในผิวบริเวณแก้ม คาง จมูก หนังตาบน ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก และหน้าท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น ที่สำคัญ MesoFat สูตรเฉพาะของที่นี่ คือการส่งผ่านเอนไซม์เข้าไปย่อยสลายเยื่อบุเซลล์ชั้นไขมัน เพื่อขับออกทางระบบน้ำเหลือง รวมถึงยังมีส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญเฉพาะส่วน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจยิ่งขึ้น

7. ReShape+VelaShape : นวัตกรรมขั้นสูงเพื่อการยกกระชับสัดส่วน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บปวด และไม่มีผลข้างเคียง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลท์ คุณแม่หลังคลอด และผู้ที่ลดน้ำหนักแล้วผิวแตกลาย ในเวลา 1 ชั่วโมง โดยครึ่งชั่วโมงแรกเป็นการ ReShape ด้วย Tissue Manipulation (ตัวนวดผิวช่วยยกกระชับผิวอย่างล้ำลึก) และครึ่งชั่วโมงหลังเป็นการ VelaShape ด้วยการผสานการทำงานร่วมกันของ 4 เทคโนโลยี ได้แก่ IR (Infrared พลังงานความร้อนจากแสงอินฟาเรด ช่วยเพิ่มความกระชับและเรียบเนียนของผิวด้านบน), RF (Radio Frequency คลื่นวิทยุความถี่สูง ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมันชั้นลึก), Roller (ลูกกลิ้ง) และ Vacuum (แรงดูดสุญญากาศ ช่วยทำให้เซลลูไลท์แตกตัว) เพื่อผลในการสลายไขมันส่วนเกิน และขจัดเซลลูไลท์หรือก้อนไขมันขนาดใหญ่สะสมตัวใต้ผิวหนังทำให้เกิด “ผิวเปลือกส้ม” อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขนาดของเส้นรอบวงของผิว กระชับสัดส่วน ปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น ทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น และคลายอาการปวดเมื่อย

8. Metabolism Booster (Body) : การฝังเข็มเพื่อกระตุ้นระบบการเผาผลาญโปรแกรมนี้ เหมาะสำหรับผู้สนใจลดไขมันหรือน้ำหนักส่วนเกินด้วยวิธีธรรมชาติ จากการนำศาสตร์ฝังเข็มขั้นสูงของแพทย์แผนจีน ที่ผ่านการพิสูจน์จากเทคโนโลยีปัจจุบันแล้วว่า กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญได้อย่างดี ช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมไทรอยด์ ตับ ตับอ่อน และไต ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือด ลดความอยากอาหารมากเกินพอดี จึงเป็นการปรับสมดุลการบริโภคอาหารในระยะยาวไปด้วย ดำเนินการโดยแพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การฝังเข็มโดยตรง

ทรีทเมนต์

9. Abosolute Pure Acupuncture : เพราะเข้าใจถึงชีวิตการทำงานของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศซึ่งมักนั่งทำงานคร่ำเครียดอยู่กับโต๊ะหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ด้วยท่าทางซ้ำๆ หรือด้วยอิริยาบถไม่เหมาะสม และห่างไกลการออกกำลังกาย จนส่งผลให้เกิดอาการปวดเกร็ง และปวดเมื่อยสะสมที่กล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง บ่า ไหล่ แขน มือ ไปถึงขา เพราะเลือดลมไหลเวียนติดขัด อันเป็นสัญญาณของกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม ที่นี่จึงออกแบบโปรแกรมนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยการใช้ศาสตร์การฝังเข็มตามหลักแพทย์แผนจีน ฝังไปตามจุดฝังเข็มบนร่างกาย ซึ่งเป็นจุดเส้นลมปราณ มาช่วยบรรเทาอาการปวดของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เนื่องจากเข็มที่ฝังหรือปักลงไปจะไปกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นนั่นเอง และยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายอีกด้วย โดยการฝังเข็มถือเป็นหัตถการที่ไม่ใช้สารเคมี มีความปลอดภัย และให้ผลที่ยั่งยืนในระยะยาว

10. IV Amino Plus : จากการฟื้นฟูสุขภาพที่ได้รับความนิยมในหมู่คนดัง นักร้อง และนักแสดงทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ด้วยวิธีที่เรียกว่า IV Infusion Therapy ซึ่งคือการให้สารอาหารหรือวิตามินผ่านสายน้ำเกลือเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เป็นเทรนด์ที่มาแรง เพราะร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารหรือวิตามินได้อย่างรวดเร็วถึงระดับเซลล์ ทำให้ช่วยฟื้นฟูและแก้ปัญหาของสุขภาพอย่างเช่น อาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ไม่กระฉับกระเฉง ไม่สดใส ได้อย่างเห็นผล ทำให้สถาบันดีไอไอ เอสเธติก มีการพัฒนาการผสมวิตามินหลากหลายสูตรเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ด้านสุขภาพและความงามนี้ขึ้นมาเช่นกัน โดยเฉพาะโปรแกรม IV Amino Plus เป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นเพื่อเร่งระบบเผาผลาญของร่างกาย สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก และสร้างกล้ามเนื้อด้วยวิธีธรรมชาติ ประกอบด้วยส่วนผสมของอะมิโนแอซิด ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญ, วิตามินบีคอมเพล็กซ์ และสารประกอบต่างๆ ที่ช่วยในการบำรุงผิวและระบบประสาท รวมทั้งผ่อนคลายความเครียดด้วย

ทรีทเมนต์

11. Sensitive Aqua O2 : โปรแกรมเพื่อการบรรณาการกระจ่างใสและอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้า ด้วยการผสานเทคโนโลยี O2 Hydra Dermabrasion Skin Peel ซึ่งเป็นเครื่องพ่นลักษณะคล้ายปากกาด้ามเล็กๆ ซึ่งจะส่งผ่านออกซิเจนบริสุทธิ์ในรูปของละอองน้ำเล็กละเอียดและเย็นสบายสู่ผิวหน้า เข้ากับคุณประโยชน์ของสารสกัดจากธรรมชาติอย่างคอลลาเจนเข้มข้นที่มีส่วนผสมของสาหร่ายสีแดง Eucheuma Cottonii และเทคนิคการนวดกดจุด เพื่อฟื้นฟูระบบการทำงานของเซลล์ภายในร่างกายด้วยตัวมันเอง เติมเต็มความกระจ่างใส และเปล่งประกายของผิว พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและระบบน้ำเหลืองบนใบหน้า

 

 

ก้อย-รัชวิน

นี่แหละไอดอลของสาวๆ ก้อย-รัชวิน อายุมากขึ้น แต่ทำไมหุ่นเซี๊ยะขึ้น

ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ยินดีหากตนสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ หันมาออกกำลังกาย เผยชีวิตเปลี่ยนไปหลังรู้จักกับการวิ่งที่แท้จริง หุ่นดีขึ้น แข็งแรงขึ้น และ มีความสุขมากขึ้น

ก้อย-รัชวิน

ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ รับรางวัลงาน  MThai Top Talk-About 2018

เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่ออายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานน้อยลง จนมีคำพูดที่ว่า “กินเหมือนเดิมแต่ทำไมอ้วนขึ้น!” ซึ่งบางครั้งข้อเท็จจริงนี้ก็ทำเอาเกิดความท้อแท้ไปเหมือนกัน ทว่าหากลองตรองดูดีๆ จะเห็นว่าสาวๆ หลายคนโดยเฉพาะคนในวงการบันเทิงหลายคน หุ่นดีกว่าตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นเสียอีก ยกตัวอย่างเช่น สาวก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ หวานใจของ ตูน บอดี้สแลม ที่ช่วงนี้หุ่นเธอดูแซ่บขึ้นมากๆ ล่าสุดมีโอกาสได้เจอกับเธอในงานประกาศผลรางวัล MThai Top Talk-About 2018 บรรดาผู้สื่อข่าวจึงไม่พลาดซักถามถึงเรื่องนี้ทันที ซึ่งก้อยได้เปิดเผยว่ารูปร่างที่ดีอย่างที่ทุกคนเห็นมาจากการวิ่งล้วนๆ

ก้อย-รัชวิน

สาวสวยหุ่นแซ่บ

ก้อย-รัชวิน ยินดีหากตนเองสามารถสร้างพลัง สร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาออกกำลังกาย

“ใช่ค่ะ ส่วนใหญ่คือการวิ่ง (ยิ้ม) คือพอเราดูแลสุขภาพมากขึ้น เราก็แข็งแรงขึ้น และมีความสุขมากขึ้นด้วย และก้อยยังมองว่าหากเราสามารถสร้างพลัง หรือ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มองเห็นเราว่า เขาเองก็สามารถทำได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าก้อยทำได้ทุกคนก็ทำได้ค่ะ”

เมื่อถามถึงโอกาสถ่ายแบบเซ็กซี่ในซัมเมอร์นี้ ดาราสาวบอกว่า “ถ้าจะโชว์ ก็คงโชว์แบบสตรองค่ะ เพราะเราก็โตมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ถามว่ามีงานติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ก็มีนะคะ แค่เรายังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะต้องขอดูคอนเซ็ปต์อยากให้เป็นเรื่องของสุขภาพ บอดี้แข็งแรง ส่วนเรื่องชุดว่ายน้ำถามว่าตัดทิ้งไปเลยไหม เอ่อ…ณ ตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะถ่ายเลยค่ะ”

ก้อย-รัชวิน

โพสต์ท่าแซ่บสุดเฮลท์ตี้ มองฟ้า
ก้อย-รัชวิน

หุ่นในฝันของสาวๆ หลายคน

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าถ้าหากถ่ายจริงๆ ต้องปรึกษาพี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ก่อนไหม ในเรื่องนี้สาวก้อยบอกว่าไม่ต้องปรึกษาเลย “ไม่ต้องปรึกษาเลยค่ะ เพราะเป็นการตัดสินใจของเราทั้งหมด แต่อย่างที่บอกต้องดูคอนเซ็ปต์ของหนังสือเป็นหลัก เพราะเราอยากให้คนเห็นเราในลุคที่แข็งแรง เพื่อที่จะเป็นแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายให้กับคนอื่นมากกว่า”

ก้อย-รัชวิน

สาวสวยสุขภาพดีกล่าวไว้ว่า “ความสุขในวันหยุดตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกินและเที่ยว แต่คือการพาร่างกายไปดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น”

ก้อย-รัชวิน

ดาราสาวเผยความรู้สึกหลังรับรางวัลบนเวที MThai Top Talk-About 2018 ว่า “ก้อยถ้าก้อยทำได้ ทุกคนก็ต้องทำได้”

ก้อย-รัชวิน

เซ็กซี่แบบไม่ต้องพยายาม

 

ฟังสาวก้อยไขความลับมาแบบนี้ สาวๆ อย่าลืมหันมาออกกำลังกายกันนะจ๊ะ เพราะนอกจากรูปร่างเราจะสวย เฟิร์มแล้ว สุขภาพของเราก็ยังแข็งแรง ผิวพรรณสดใสอีกด้วย… 

 


ภาพ: IG @rachwinwong

“คิง ฟูด กรุ๊ป มอบความอร่อยแสนพิเศษ กับ เมนูพระราชทาน “รอยัล พาย และ รอยัล บิบิมบัพ”

พาย เฟสซ์ พายสูตรลับอารมณ์ดี สไตล์โฮมเมดจากออสเตรเลีย พร้อมเสิร์ฟ “รอยัล พาย”ส่งต่อความอร่อยในเมนูพระราชทานสุดพิเศษ ซึ่งจะผลิตและจำหน่ายเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายนเท่านั้น โดยปีนี้  ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงออกแบบตกแต่งหน้าไว้ครั้งเสด็จมางานฉลองครบรอบ 6 ปี คิง ฟูด กรุ๊ป และนำเอกลักษณ์ของอาหารสองเชื้อชาติมาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งเอกลักษณ์ของเนื้อพายสี่เลเยอร์ สัญชาติออสเตรเลีย สอดไส้แน่นด้วยเบคอนผัดกับซอสสไตล์อิตาเลียน ที่มีน้ำมันเมล็ดชาโครงการภัทรพัฒน์ เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร จนกลายเป็น 2 เมนูความอร่อย “Carbonara Pie” พายสอดไส้เบคอนผัดกับซอสครีมคาโบนาร่า รสชาติเข้มข้น ฉ่ำซอส และ “Pesto Pie” พายสอดไส้เบคอนผัดกับซอสเพสโต้โหระพา รสชาติกลมกล่อม หอมมันเป็นเอกลักษณ์ ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท (ราคาดังกล่าวยกเว้น สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

นอกจากนี้ร้านอาหารชื่อดังจากประเทศเกาหลี บูลโกกิ บราเธอร์ส ยังได้จัดเมนูพิเศษ “รอยัล บิบิมบัพ” ข้าวยำสไตล์เกาหลี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาแนะใช้น้ำมันเมล็ดชาโครงการภัทรพัฒน์ เป็นส่วนประกอบในการปรุง โดยนำมาคลุกเคล้าใน เนื้อวัว เนื้อหมู และซีฟู้ด รวมไปถึงผักนานาชนิด จนเป็นข้าวยำสไตล์เกาหลีที่หอมอร่อย เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ในราคาเพียง 359 บาท

มาลิ้มลองลองความอร่อยแสนพิเศษกับ “พาย เฟสซ์ รอยัล พาย” ได้ที่ร้านพายเฟสซ์ ทั้ง 3 สาขา (ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, ชั้น G สาขาวิคตอเรีย การ์เด้นส์ และ ชั้น 2 Main Terminal ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) และ “รอยัล บิบิมบัพ” จากร้าน บูลโกกิ บราเธอร์ส ทั้ง 2 สาขา (ชั้น 8 โซนเฮลิกซ์ควอเทียร์ ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ และชั้น 2 ศูนย์การค้าสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์ค) ตั้งแต่วันที่ 2-30 เมษายนนี้ และรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

“อานตี้ แอนส์” เปิดศักราชใหม่ กำเนิดความอร่อยสุดฟินด้วย Holy Cheese Pretzel (โฮลี่ ชีส เพรทเซล)

อานตี้ แอนส์ เปิดศักราชใหม่ภายใต้ธีม “20TH Anniversary Live Young” แนวคิดใหม่ล่าสุด ให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยกับทุกเมนู สร้างสรรค์ ที่ดีและอร่อยที่สุด พร้อมรับประกันความสดใหม่ของเพรทเซลภายใน 30 นาที และครั้งนี้ขอนำเสนอความอร่อยในรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร กับ “โฮลี่ ชีสสส เพรทเซล… กำเนิดความอร่อยฟิน แป้งบาง มอซซาเรลล่าชีสแท้ๆ” แป้งเพรทเซลสูตรเฉพาะของอานตี้ แอนส์ อบจนเป็นสีน้ำตาลทอง ให้สัมผัสถึงความหอม นุ่ม อร่อย ผสานเข้ากับไก่นิวออร์ลีนส์ที่ให้รสชาติจัดจ้าน พร้อมด้วยข้าวโพดและแครอทหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพิ่มความเข้มข้น หอม มัน ด้วยมอซซาเรลล่าชีสเน้นๆ เต็มๆคำ นำมาทำเป็นรูปทรงวงแหวน ซึ่งมีที่มาจากวงแหวนด้านบนของโลโก้แบรนด์ อานตี้ แอนส์ ให้คุณเต็มอิ่มจุใจ 1 กล่อง ในราคากล่องละ 79 บาท และพิเศษสำหรับสมาชิกบัตร CRG Gift Card อร่อยได้ในราคาเพียง 71 บาท หรือจะเลือกอร่อยแบบเป็น Set

• Set 1 (99 บาท) : โฮลี่ ชีส เพรทเซล + เครื่องดื่ม Coke 16 oz.
(สมาชิกบัตร CRG Gift Card ราคาพิเศษ 95 บาท)
• Set 2 (115บาท) : โฮลี่ ชีส เพรทเซล+ เครื่องดื่มเลมอนเนด 16 oz.
(สมาชิกบัตร CRG Gift Card ราคาพิเศษ 112 บาท)
• Set 3 (165 บาท) : โฮลี่ ชีส เพรทเซล+ เพรทเซลอัลมอนด์ + เครื่องดื่มเลมอนเนด 22 oz.
(สมาชิกบัตร CRG Gift Card ราคาพิเศษ 161 บาท)

มาสัมผัสความอร่อย ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15 มิถุนายน 2561 ได้ที่ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา แนะนำหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/AuntieAnnesThailand/ หรือ Line @auntieannesth หรือ
CRG Call Center โทร.02-66-33-888

7 ผลงานสุดเก๋ จากปู่ “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” แฟชั่นไอคอนที่โลกต้องกราบ

ก้าวเข้าสู่ซัมเมอร์ ฤดูแห่งสีสันแบบเต็มตัว วงการแฟชั่นโลกก็คึกคัก จัดจ้าน และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจใหม่ทุกมิติ ด้วยคอลเล็คชั่นฤดูร้อนจากหลากแบรนด์ที่พาเหรดมาอวดความร้อนแรงแข่งกับอุณหภูมิอากาศ พาลให้คิดถึงดีไซเนอร์รุ่นปู่สุดซ่า คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) ดีไซเนอร์ที่เกิดในปี ค.ศ. 1938 ซึ่งถูกยกให้เป็นไอคอนแห่งวงการแฟชั่น ที่นอกจากเป็นครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Chanel และ Fendi แล้ว

เขายังเป็นเจ้าของแบรนด์ภายใต้ชื่อของตัวเองว่า KARL LAGERFELD” (คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์) แถมยังขยายตัวจากแฟชั่นไปจนถึงงาน illustration การถ่ายภาพ การ Styling และงานเขียนหนังสือ เสน่ห์เหลือร้ายของปู่คาร์ล ที่ทำให้ยังซู่ซ่าไม่มีดีกรีตก ครองใจแฟนตั้งแต่ยุค 50s จนถึงรุ่นเหลนในวันนี้ได้ อยู่ที่สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการผสานความหรูหราที่สามารถสัมผัสได้ ผสมกับความ Cool ในการออกแบบ กลายเป็น Signature หลักคือ การนำเอาความคลาสสิกมาผสมกับความโมเดิร์น และความเท่สไตล์ Rock-Chic Edge

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์
คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

ใครๆ ก็อยากได้ดีเอ็นเอความคลาสสิกบวกกับความคูลแบบไร้กาลเวลาของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ หากเราลองตามรอยศึกษารสนิยมทางแฟชั่นผ่านงานชิ้นเด็ดในชีวิตของเขา กับ 7 ผลงานเหล่านี้ คงช่วยอัพเทสต์ให้อินเตอร์และปรับทัศนคติของการดีไซน์ได้ไม่มากก็น้อย นับถอยหลังแล้วไปดูเลย

 

7 ผลงานของ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

1. ชิ้นแรกเกิดขึ้นในปีค.ศ. 1954 เป็นภาพสเก็ตเสื้อโค้ทฝีมือการออกแบบของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ที่ส่งเข้าประกวด และประสบความสำเร็จได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด จัดโดย Secrétariat International de la Laine ด้วยความฮ็อตจริงจัง ชื่อเสียงเลยไปเข้าหูดีไซเนอร์คนดังของฝรั่งเศส Pierre Balmain (ปิแอร์ บัลแมง) โดยได้นำภาพสเก็ตเสื้อโค้ทชิ้นนี้ไปผลิตออกจำหน่ายจริง แถมโชคดีสองเด้ง รับ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยอีกด้วย

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

2. สมัยก่อน ดีไซเนอร์เมื่อเลือกแล้วว่าจะทำงานสายไหนก็จะยึดทำสายนั้นไปตลอด แต่ไม่ใช่สำหรับคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เพราะในปีค.ศ. 1975 เขาก้าวออกจากสายเสื้อผ้ามาเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ผลิตน้ำหอมออกจำหน่ายเป็นคนแรก ภายใต้แบรนด์ Chloe (โคลเอ้)

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

3. เมื่อคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ทำแบรนด์ของตัวเอง ที่มีชื่อเดียวกับชื่อของเขาว่า KARL LAGERFELD” (คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์) ทำให้เขาได้ประกาศความสามารถอีกด้าน นั่นคือ การถ่ายภาพ ผ่านการถ่ายทำ Campaign Shooting ในปี ค.ศ.1987 โลกต้องบันทึกไว้อีกข้อว่าเขาคือช่างภาพแฟชั่นที่มีฝีมือคนหนึ่ง โดดเด่นในวงการ กระทั่งผลงานรูปถ่ายหลายๆ ชิ้นของเขาถูกนำไปใส่ไว้ในหนังสือภาพที่ถูกตีพิมพ์โดย Gerhard Steidl (แกร์ฮาร์ด ชไตเดิล) ช่างภาพชื่อดังชาวเยอรมัน ที่มีผลงานโฟโต้บุ๊คและสำนักพิมพ์เป็นของตัวเอง

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

4. เรื่องการเนรมิตศิลปะบนภาพ ไม่ได้ถูกจำกัดพรสวรรค์แค่ภาพนิ่ง เพราะเขายังสำแดงเดชไว้กับการวาดภาพอีกด้วย โดยในปีค.ศ.1992 คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ได้สร้างสรรค์ 60 รูปวาดเพื่อเป็นภาพประกอบให้กับหนังสือ The Emperor’s New Clothes เขียนโดย Hans Christian Anderson เป็นหนังสือประเภทนิยายเจ้าหญิงสุดคลาสสิก

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

5. ถ้าอำนาจแห่งอินฟลูเอ็นเซอร์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 18 ปีที่แล้ว คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์นี่แหละคือ อินฟลูเอ็นเซอร์อันดับหนึ่งสายลดน้ำหนัก เพราะในปีค.ศ. 2000 เขาลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง เปลี่ยนลุคจากชายอวบอ้วนเทอะทะ ลดน้ำหนักอย่างจริงจังจนน้ำหนักลดลงถึง 42 กิโลกรัม จากความสำเร็จนี้เขาต่อยอดด้วยการพิมพ์หนังสือชื่อ The 3D Diet ที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับประสบการณ์การลดน้ำหนักในแบบส่วนตัวของเขาถูกจัดจำหน่ายไปทั่วโลก

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

6. พรสวรรค์ด้านดีไซน์ของปู่คาร์ล แผ่อำนาจไปถึงวงการอินทีเรีย ที่เชื่อมั่นในเทสต์ว่าจ้างให้เขาออกแบบห้อง suite 2 ห้องให้กับโรงแรม Hôtel de Crillon เมื่อปีค.ศ. 2017 ซึ่งเป็นโรงแรมไอคอนิคของกรุงปารีส และยังได้รับรางวัล “Outstanding Achievement Award” จาก British Fashion Award และรางวัล John B. Fairchild Award จาก WWD อีกด้วย

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

7. มาถึงตอนนี้ ถ้าจะบอกว่าดีไซเนอร์สุดเก๋าอย่างปู่คาร์ลจะกระโดดไปออกแบบแหวนหมั้นสุดโรแมนติก ก็คงไม่ใช่เรื่องเกินฝัน ใช่แล้ว ล่าสุดเมื่อปีค.ศ. 2016 นี้เอง เขาได้ร่วมมือกับ Frederick Goldman (เฟรดเดอริค โกลด์แมน) บริษัทผลิตเครื่องเพชรรายใหญ่ เพื่อผลิตแหวนหมั้นสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่ โดยจะส่งให้ลูกค้าในประเทศสหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย เป็นหลัก ประกอบด้วย 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ แหวนรูปทรงปกติที่เห็นทั่วไป ต่อด้วยแหวนทรงโมเดิร์นรูปร่างเรขาคณิต และปิดท้ายด้วยทรงโค้งมน แต่ละวง ทำด้วยทองคำขาว ทองคำ และแพลตทินัม 18 กะรัต ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 ไปจนถึง 10,000 เหรียญ

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์

 

ปิดฉากคอนเสิร์ต MEMORIES ARE FOREVER ‘ตู่ นันทิดา’ จัดเต็มทุกเพลงฮิต โชว์ซึ้ง สะกดคนดู

ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ คอนเสิร์ต MEMORIES ARE FOREVER ให้เพลงผูกใจ คิดถึงกันตลอด ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จับมือกับ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 48 ปี คอนเสิร์ตทั้ง 4 ซีรี่ส์ โดย 7 นักร้องคุณภาพระดับตำนานของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ซีรี่ส์ที่ 1 ‘LAUGH’ (ลาฟ) ศิลปิน ‘ตุ๊ก แต๋ม ปั่น’, ซีรี่ส์ที่ 2 ‘LUXURIOUS’ (ลักซ์ซูเรียส) ศิลปิน ‘คริสติน่า อากีล่าร์’, ซีรี่ส์ที่ 3 ‘LOVE’ (เลิฟ) ศิลปิน ‘กบ ทรงสิทธิ์-นัท มีเรีย’ และ ซีรี่ส์ที่ 4 ‘LEGENDARY’ (ลีเจนดารี) ศิลปิน ‘ตู่ นันทิดา’ ที่สลับหมุนเวียนกันมาสร้างความสุขให้แฟนๆ แบบใกล้ชิดและเป็นกันเองตลอด 4 เดือน พิเศษ!!! ก่อนเข้าไปชมคอนเสิร์ตทุกครั้งแฟนๆจะได้ลิ้มลองความอร่อยและรสชาติที่ถูกปาก รวมไปถึงเมนูที่หลากหลายมีให้เลือกทั้งของคาวและของหวานในสไตล์ค็อกเทลจากเชฟชื่อดัง ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ อีกด้วย

สำหรับคอนเสิร์ต MEMORIES ARE FOREVER ให้เพลงผูกใจ คิดถึงกันตลอด ซีรีย์ที่ 4 ‘LEGENDARY’ (ลีเจนดารี) ของศิลปินหญิงสุดยอดดีว่าของเมืองไทย ‘ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย’ และยังเป็นศิลปินคนไทยคนแรกที่เคยมาร้องเพลงประจำอยู่ที่ ‘Lobby Lounge’ (ล็อบบี้ เลาจน์) ของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เมื่อครั้งกลับจากการชนะเลิศการประกวดนักร้องสมัครเล่นแห่งเอเชียที่ฮ่องกง งานนี้ ‘ตู่ นันทิดา’ จัดหนักจัดเต็มแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบขนเอาทุกบทเพลงฮิตสุดประทับใจ นำมาขับกล่อมให้แฟนๆได้ฟังกันแบบเต็มอิ่ม

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ณ ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ คอนเสิร์ตซีรีย์ที่ 4 เป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนในค่ำคืนนั้นต่างประทับใจกันสุดๆ บรรยากาศในห้องนภาลัย บอลรูม เนืองแน่นไปด้วยแฟนเพลงตัวจริงของ ‘ตู่ นันทิดา’ เริ่มคอนเสิร์ตเปิดเวทีด้วย เพลงวิมานดิน ที่ ‘ตู่’ ออกมาพร้อมกับทีมแดนเซอร์และคอรัส จึงสร้างความตื่นตาให้กับผู้ชมได้ไม่น้อย พาร์ทแรกนี้ ‘ตู่’ ได้ขนเอาทุกเพลงฮิตจากอัลบั้มต่างๆมาร้องให้แฟนๆได้ฟังกันไม่ว่าจะเป็น เกือบไปแล้ว, บอกหน่อยได้ไหม, ฟ้ายังมองเรา, รักแท้แพ้ใกล้ชิด, เต็มใจจะสูญเสีย, ป่านนี้, ไม่มีใคร, ไม่ต้องการเห็นบางคนที่ไม่รักกัน, ขอเป็นคนหนึ่ง, วิมานดิน, บ่งบอก, เขียนไว้ข้างเตียง, ควันไฟ, สักวัน, พิพิธภัณฑ์ส่วนตัว, ทรายกับทะเล ที่ฟังกี่เพลงก็ ไพเราะ แถมแฟนๆยังร้องตามได้ทุกเพลงชนิดที่เสียงดังสนั่นกันเลยทีเดียว

จากนั้นก็ถึงพาร์ทสุดพิเศษที่ ‘ตู่’ ตั้งใจนำมาร้องมาเต้นเพื่อแฟนๆและเพื่อโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยเฉพาะ กับเพลง Chorus Line, On Broadway 2 เพลงนี้ ‘ตู่’ ทั้งร้องโชว์พลังเสียง ทั้งโชว์ สเต็ปลีลาการเต้นกับทีมแดนเซอร์ พูดเลยว่านี่แหละดีว่าหญิงตัวจริงของเมืองไทย ความพิเศษก็ต่อเนื่องทันทีกับพาร์ทเพลงรัก พาร์ทนี้เป็นการบอกเล่าถึงความรักของ ‘ตู่’ แถมยังได้เดินลงจากเวทีมาร้องให้แฟนๆได้ฟังกันแบบใกล้ชิด แต่ก่อนที่ ‘ตู่’ จะหยิบเอาเพลง อีกครั้งหนึ่ง มาร้อง ‘ตู่’ ได้บอกเล่าถึงความรักผ่านวิดีโอภาพงานแต่งงานของตัวเองซึ่งได้จัดงานที่ห้องนภาลัย บอลรูม แห่งนี่เช่นกัน พอเพลงนี้จบ ‘ตู่’ ก็ได้ร้องเพลง เจ็บจนเข้าใจ ต่อเนื่องโดยทันที เรียกได้ว่าพาร์ทนี้เค้นความรู้สึกกันซะไม่มี

ขอปิดท้ายคอนเสิร์ตซีรี่ส์ที่ 4 ‘LEGENDARY’ (ลีเจนดารี) กับ 4 บทเพลงที่ ‘ตู่’ มีความสุขทุกครั้งที่ได้ร้อง เธอคือเพลง, ดีเจเสียงใส, ขอมือเธอหน่อย และ Get On Your Feet จึงนับได้ว่าเป็นการปิดฉากลงอย่างสวยงามของคอนเสิร์ตในครั้งนี้เพราะจบลงด้วยรอยยิ้มของความสุข แถมยังเป็นคอนเสิร์ตแห่งความทรงจำที่ดีควรค่าแก่การให้คิดถึงตลอดไป สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FB : GMM Grammy Official