เปิดความเริ่ด RAJDHEVEE CLINIC LAX1 & LAX3 SOFT ไบรเทนนิ่งครีมตัวแม่

Praew Survey ครั้งนี้มาพร้อมกับการป้ายยาไบรเทนนิ่งครีมตัวแม่ เพราะหลายคนไม่รู้ตัวว่าที่ผิวหน้าหมองคล้ำนั้นไม่ใช่แค่นอนน้อยหรือกรรมพันธุ์ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝ้า กระ จุดด่างดำ เม็ดสีเล็กๆ ที่กระจายไปทั่ว กลายเป็นภัยแฝงที่คนรักผิวไม่รู้ตัว ที่แย่คือมักเกิดจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากยิ่ง

ราชเทวีคลินิกมีไบรเทนนิ่งครีมตัวเด็ด ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าแวะไปทำหน้าทีไรต้องซื้อติดมือกลับบ้าน นั่นคือ LAX1 และ LAX3 SOFT ครีมบํารุงเพื่อผิวกระจ่างใส 2 สูตรที่ช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอได้ถึงต้นตอของปัญหา ที่สำคัญคือเป็นเจ้าของรางวัล ICONIC HIGH PERFORMANCE BRIGHTENING CREAM จากสุดยอดเวทีความงามแห่งปี PRAEW ICONIC BEAUTY 2023

ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จึงได้สูตรที่ดูแลฝ้าและกระได้อย่างเห็นผล แต่อ่อนโยนต่อผิว

สำหรับ LAX1 เนื้อครีมสีชมพูอ่อน เน้นส่วนผสมที่ช่วยปรับสมดุลการสร้างเม็ดสีเมลานินให้สม่ำเสมอ ผิวจึงแลดูกระจ่างใสทั่วกันทั้งใบหน้า สร้างความละมุนชวนมอง ที่ชอบมากๆ คือเขาออกแบบให้มีเนื้อสัมผัสให้เลือกถึง 3 แบบ เพื่อสภาพผิวที่แตกต่างกัน

ส่วน LAX3 SOFT ถือเป็นตัวช่วยเด็ดในการดูแลปัญหารอยหมองคล้ำและจุดด่างดำต่างๆ โดยฟื้นฟูกลไกการสร้างเม็ดสีให้กลับคืนสู่สมดุลอย่างปลอดภัย เหมาะกับทั้งฝ้าเม็ดสี ฝ้าเส้นเลือด ฝ้าผสม และกระ รวมถึงรอยดำหลังการอักเสบของสิว แถมยังเริ่ดด้วยสูตรมอยซ์เจอไรเซอร์สูง เน้นความชุ่มชื้นแบบที่สาวผิวแห้งต้องเลิฟ

เรียกว่าไม่ได้โดนใจเฉพาะแฟนๆ ราชเทวีคลินิก แต่เป็นชิ้นที่คนรักผิวเทใจให้  ใครอยากเป็นเจ้าของผิวใสๆ แนะนำให้ซื้อไปลองสัมผัสกันค่ะ โดยสามารถหาซื้อ LAX1 และ LAX3 SOFT ได้ที่ราชเทวีคลินิกทุกสาขาใกล้บ้าน หรือช่องทางออนไลน์ที่ www.rcbeautyshop.com

สีสันจัดจ้าน! ซูมอิน 5 กระเป๋า Beyond The Vines แบรนด์ฮิตจากสิงคโปร์

Beyond The Vines แบรนด์จากประเทศสิงคโปร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์และเสื้อผ้า มีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุดแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมการเปิดตัวคอลเล็คชั่นพิเศษ Thailand-exclusive Metallic Poofy Bag 

กระเป๋ารุ่น Poofy Bag เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2023 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนขายหมดภายใน 2 วันหลังจากการเปิดตัว และได้กลายเป็นสินค้าที่ขายหมดเร็วที่สุดของแบรนด์ จึงมีการต่อยอดสู่คอลเล็คชั่น Metallic Poofy Bag ในสี Silver ซึ่งได้เน้นย้ำการเป็นไอเท็มที่ต้องมีติดตู้ของเหล่าแฟชั่น และ Metallic Poofy Bag ในรอบนี้กลับมาพร้อมกับสีสันใหม่สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย


Metallic Poofy Bag ผลงานการผลิตจากไนลอนเมทัลลิกที่ป้องกันน้ำ และได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้ในทุกโอกาส สายสะพายที่สามารถปรับได้ ช่วยให้สามารถเปลี่ยนจากกระเป๋าสะพายไหล่เป็นกระเป๋าสะพายข้างได้อย่างง่ายดาย ทำให้เหมาะกับสไตล์และโอกาสต่างๆ โดยมีให้เลือกในสี Metallic Purple (ม่วง), Metallic Navy (กรมท่า), Metallic Turquoise (ฟ้าน้ำทะเล) และ Metallic Green (เขียว) ในราคา 2,590 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ผ่านเว็บไซต์ของ Beyond The Vines ประเทศไทย


Beyond The Vines เปิดตัวเว็บไซต์ www.beyondthevines.co.th สำหรับลูกค้าชาวไทย โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก พร้อมบริการจัดส่งอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียง 3-5 วัน ผ่านการบอกเล่า    ตัวตนแบรนด์ในรูปแบบใหม่ แต่ยังคงความสนุกสนานจากสีที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Beyond The Vines อีกทั้งยังเพิ่มเติมพาเลทสีที่สดใสเพื่อสะท้อนความมีชีวิตชีวาของแบรนด์ โดยภายในเว็บไซต์ใหม่มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการเปรียบเทียบสินค้า รวมถึงรายละเอียดไซส์และขนาดของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ Beyond The Vines ยังมีแผนที่จะเปิดตัวร้านสาขาใหม่แห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า Central World กรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ บนพื้นที่กว่า 320 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และสินค้าหลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อมให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไม่เหมือนใคร


ข้อมูลและภาพ: Beyond The Vines

น้องหมีเนยสายแฟ(ชั่น)! อวดคอสตูมใหม่ครีเอทโดย PIPATCHARA

วันก่อนน้อง ‘หมีเนย‘ ไปเยือนนิทรรศการ GUCCI VISIONS ณ EM GLASS, G Floor, Emsphere มาแล้ว พร้อมถือไอเท็มสุดคิวต์อย่างกระเป๋ารูปหัวใจสีชมพู ‘GUCCI HORSEBIT 1955 MINI TOP HANDLE BAG – PINK LEATHER’ ราคาประมาณ 115,000 บาทมาแล้ว และยังติดกิ๊บ ‘GG crystals hair slide‘ ราคา 18,700 บาท อีกด้วย สมแล้วที่ใครหลายคนเรียกน้องว่า คุณหนูเนย

ครั้งนี้คุณหนูเนยจึงจัดเต็มแฟชั่นอีกครั้ง เพราะได้แบรนด์ไทยดีไซเนอร์อย่าง PIPATCHARA มาครีเอทคอสตูมใหม่ให้น้องโดยเฉพาะ ซึ่งชิ้นส่วนแต่ละชิ้นก่อนนำมาประกอบถูกทำมาจากฝาขวดน้ำพลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิลอีกครั้ง โดยชุดของคุณหนูมาในดีไซน์ผ้ากันเปื้อนสีฟ้า-เหลือง สะพายกระเป๋า พร้อมใส่กำไลข้อมือยอดฮิตของแบรนด์

ทั้งนี้ยังออกไอเท็มคอลเล็คชั่นพิเศษ  ‘BUTTERBEAR X PIPATCHARA’ 100 บาท จากการขายทุกชิ้นบริจาคให้กับโรงพยาบาลศิริราช เปิดขายที่ร้าน BUTTERBEAR ตั้งแต่วันนี้จนถึง 27 ก.ค. 2567 และเปิดพรีออเดอร์อีกครั้งบนเว็บไซต์ PIPATCHARA วันที่ 28 ก.ค. 2567 เหล่าๆ มัมหมีเตรียมตัวซื้อตามน้องได้เลยค่ะ!


Cr. Instagram @butterbear.th และ @pipa________

shu

SHU เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ SHU X ISSUE 

SHU เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ SHU X ISSUE ที่จะพาคุณย้อนกลับไปสู่สไตล์สตรีทของยุค 90s ด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิก Street Nostalgia, Urban Throwback to the 90s! กับผลงานคอลลาบอเรชั่นสุดพิเศษระหว่าง SHU และ ISSUE THAILAND ที่ได้ถ่ายทอดดีไซน์และความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของโลโก้และลวดลาย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคลื่นทะเล มีลูกเล่น พลิ้วไหว น่าหลงใหล ผสมผสานความเป็นตัวตนของทั้ง 2 แบรนด์ได้อย่างลงตัว

SHU เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ SHU X ISSUE

คอลเล็คชั่น SHU X ISSUE นี้มีสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายให้เลือกสรร ทั้งรองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า และหมวก ที่ออกแบบมาให้ใส่ได้แบบ Everyday Look ด้วยสีสันที่โดดเด่นอย่าง ขาว ดำ ชมพู ฟ้า และแดง

SHU X ISSUE LIGHTCUSHION EASY SLIDE SANDALS : สัมผัสความสบายขั้นสุดด้วยรองเท้าแตะพื้นนวัตกรรมใหม่ที่ให้ความนุ่ม ซัพพอร์ตเท้าได้อย่างดี

SHU X ISSUE PALETTE SOFT 2” EASY SLIDE WEDGES : รุ่นนี้มีการพัฒนาใหม่ให้รองเท้ามีน้ำหนักที่เบาขึ้นและนุ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยี PALETTE SOFT และเทคนิคการพิมพ์ลาย UV ที่พิเศษกว่าการพิมพ์ 3D ด้วยลวดลายที่นูนขึ้นจากวัสดุหนัง

SHU X ISSUE SOFTCUSHION X CROSS SANDALS : เป็นอีกรุ่นที่อยากให้ลอง ด้วยดีไซน์หรูหราพร้อมพื้นรองเท้าที่ให้สัมผัสนุ่มด้วยเทคโนโลยี SOFTCUSHION ที่ให้การรองรับเท้าอย่างดี ถนอมฝ่าเท้า

แมตช์ลุคด้วยเสื้อยืด SHU X ISSUE OVERSIZE T-SHIRTS พร้อมทั้งหมวกSHU X ISSUE JEANS CAP, SHU X ISSUE BUCKET HATS และกระเป๋าผ้าไนล่อนสุดเก๋SHU X ISSUE TOTE BAGS

สามารถเป็นเจ้าของคอลเล็คชั่น SHU X ISSUE ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2567 เป็นต้นไป ที่ SHU STORES ทุกสาขาและ ONLINE  

ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์ ส่ง 4 เซ็ทเมนูมื้อกลางวันอาหารไทยๆ แต่ไม่เดิมๆ เปิดประสบการณ์อิ่มอร่อยให้นักชิม

หมุดหมายสุดเท่แห่งถนนดินสอ ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์ (Din Restaurant & Jazz Bar) ร้านอาหารสไตล์โฮมคุกกิ้ง ของโรงแรม “บ้านตึกดิน” (Baan Tuk Din) โอเอซิสของนักชิมนักเที่ยวผู้มีรสนิยม ภูมิใจนำเสนอเมนูมื้อกลางวันสำหรับผู้สรรหาของอร่อยใจกลางย่านพระนครด้วย “สำรับกับข้าว” 4 เมนูของอาหารจานเดียวรสชาติเข้มข้นสไตล์ไทยๆ แต่ไม่เดิมๆ พร้อมเสิร์ฟทุกวัน เวลา 11.30 – 15.30 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อิ่มเอมในช่วงมื้อเที่ยงกับ Lunch Set คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีที่ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน ด้วยสูตรเฉพาะในสไตล์โฮมเมด สร้างสรรค์โดย ณมน จรุงกลิ่น เจ้าของเสน่ห์ปลายจวักผู้รังสรรค์เมนูประจำร้าน ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์ ด้วย 4 เมนูพิเศษ ได้แก่

  • หมูย่างส้มตำข้าวเหนียว ราคา 280 บาท

หมูย่างหอมกรุ่นจากการย่างด้วยเตาถ่าน สูตรโฮมเมดที่ทำรับประทานกันเป็นประจำในครอบครัว พิเศษที่เนื้อหมูสันคอเกรดพรีเมี่ยมคุณภาพดีที่เลือกใช้เฉพาะเส้นสันคอหมูส่วนกลาง เคล็ดลับความละมุนลิ้นอยู่ที่การนำเนื้อหมูไปหมักกับน้ำผึ้ง ก่อนนำไปย่างด้วยเตาถ่าน เสิร์ฟคู่ส้มตำไทย รสชาติกลมกล่อม และอิ่มพอดีกับข้าวเหนียวร้อน ๆ นุ่ม ๆ เพิ่มวาไรตี้ให้เมนูนี้ครบเครื่องความอร่อย  

  • เนื้อน่องลายคั่วกะเพรากรอบ ราคา 280 บาท

เมนูติดอันดับท็อปเท็นที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ คัดสรรเนื้อน่องลายจากเนื้อไทยเฟรนช์มาสไลด์เป็นชิ้นพอดีคำ ผ่านการผัดพริกและกระเทียมแบบคั่วแห้ง เพื่อขับรสชาติของเนื้อให้โดดเด่น โดยไม่ต้องปรุงรสเพิ่มเติม รวมถึงการทอดใบกะเพราให้กรอบ เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวที่ไข่แดงเยิ้มไข่ขาวกรอบ ๆทานเคียงกับแกงจืดรสชาติกลมกล่อม และสามารถเลือกระดับความเผ็ดของผัดกะเพราได้ตามต้องการ

  •  แกงส้มใต้แซลมอนหน่อไม้ดอง ราคา 350 บาท

เมนูนี้โดดเด่นด้วยเครื่องแกงรสชาติเผ็ดร้อนสูตรเฉพาะที่ใช้พริกเหลืองเท่านั้น พิเศษที่ขั้นตอนและกรรมวิธีในการปรุงด้วยสูตรเด็ดของทางร้าน โดยจะปรุงน้ำแกงค้างไว้ 1 คืน เพื่อให้รสชาติเข้มข้นและส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากันดี วัตถุดิบหลักอย่างหน่อไม้ดอง ก็ผ่านกระบวนการสุดพิถีพิถันเพื่อช่วยให้กลิ่นละมุนขึ้น ส่วนไฮไลท์อย่างแซลมอนเทราท์ คัดสรรเนื้อปลาคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม มาไกลจากนอร์เวย์ ช่วยเพิ่มรสชาติที่แตกต่างอย่างอร่อยล้ำให้เมนูนี้ลงตัวมากขึ้น ยิ่งรับประทานคู่กับไข่เจียวฟูหนา เสิร์ฟมากับข้าวสวยร้อนๆ เชื่อว่าจะเป็นอีกเมนูที่นักชิมต้องให้ดาว

  • ขนมจีนน้ำยาปูปักษ์ใต้ ราคา 450 บาท

เมนูซิกเนเจอร์สูตรต้นตำรับจากปักษ์ใต้ ที่ขึ้นชื่อว่า “อร่อย” จนต้องบอกต่อ ความพิเศษอยู่ที่น้ำยาปู ที่ทำเองตั้งแต่การโขลกพริกแกงเพื่อคงกลิ่นอายแบบแกงใต้ขนานแท้ การันตีความเข้มข้นถึงเครื่อง ให้รสชาติเผ็ดร้อนกำลังดี มาพร้อมเนื้อปูก้อนโตเต็มคำ พร้อมด้วยองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เมนูโดดเด่นยิ่งกว่า ด้วยเครื่องเคียงอย่างอาจาด ที่ให้รสชาติแตกต่างในแต่ละคำ ทั้งยังช่วยตัดความเผ็ดร้อนของน้ำยาใต้ได้อีกด้วย

“บ้านตึกดิน” ตั้งอยู่บนถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อีกหนึ่งหมุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ประกอบด้วย “โรงแรมบ้านตึกดิน” ที่พักบรรยากาศสบายในสไตล์วินเทจ “ดิน เรสเตอรอง แอนด์ แจซ บาร์” ร้านอาหารและแจซบาร์ ที่เหมาะกับการสังสรรค์ของทั้งกลุ่มเพื่อนและครอบครัว และ “ชโลบา บูติค คาเฟ่” ที่คาเฟ่ ฮ็อปเปอร์ไม่ควรพลาด สำรองห้องพัก โทร. 062 468 8644 สำรองที่นั่งร้านอาหารหรือพรีออเดอร์ โทร. 098 634 2666 รายละเอียดเพิ่มเติมทาง baantukdinhotel.com Facebook: Baan Tuk Din Hotel, Instagram: Baantukdinhotel, และ Line Official: @baantukdin

เทรนด์เมคอัพ 'Y3K' ต่างจากสไตล์ 'Y2K' อย่างไร?

เทรนด์เมคอัพ ‘Y3K’ ต่างจากสไตล์ ‘Y2K’ อย่างไร? ทำไมถึงใช้เมทัลลิคเป็นสีหลัก

จากลุคแต่งหน้าล่าสุดของ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ และ ‘วินเทอร์ AESPA’ ทำให้ค้นพบเทรนด์เมคอัพอย่าง Y3K ที่ให้ความรู้สึกล้ำยุค ซึ่งหากถามว่าแล้วการแต่งหน้าแบบ Y3K ต่างจาก Y2K อย่างไร? ต้องบอกว่าเป็นการต่อยอด เพราะ “Y3K” ยังคงเป็นเทรนด์ย้อนยุคของ “Y2K” ในแง่ของการแต่งหน้าและสไตล์ โดยเน้นไปที่สีสันที่โดดเด่นและสดใส สีที่ตัดกัน องค์ประกอบเรืองแสง ฯลฯ ย้อนรอยความชอบในสไตล์ย้อนยุคของปี 2000 โดยใช้สไตล์แห่งอนาคต เทคโนโลยี และ AI เป็นคอนเซ็ปต์ ดังนั้น จึงประกอบด้วยสีเมทัลลิกมากมาย การแต่งหน้าแบบเปรี้ยวจี๊ด การแต่งหน้าโทนสีเย็น และเครื่องประดับโลหะที่เกินจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของ Y3K และนี่คือวิธีผสมผสานการแต่งหน้า Y3K เข้ากับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าออกเดทหรือลุคปาร์ตี้ ก็สามารถแปลงร่างเป็นสาวเอลฟ์ AI ที่เน้นโฟกัสได้

เคล็ดลับเลือกโทนสีและไอเท็มหลักๆ เพื่อแต่งลุค Y3K

  • สีเมทัลลิก: สีเงิน น้ำเงินเมทัลลิก สีชมพูเลื่อม สีมุก และสีอื่นๆ เน้นความรู้สึกแห่งอนาคตและเทคโนโลยี
  • ลิปกลอสชนิดมันวาวสูง: เลือกลิปกลอสที่มีเนื้อฉ่ำวาวเพื่อทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มและมีมิติ
  • บลัชออนและไฮไลท์โทนสีเย็น: ยกระดับการแต่งหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น
  • Glitter: เน้นเลือกอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์เพื่อเพิ่มประกายความโดดเด่น
  • Rhinestones: ประดับที่มุมตา กระดูกคิ้ว หน้าผาก และส่วนอื่นๆ ให้ดูสวยงาม

การแต่งหน้าของ Y3K เน้นการใช้สีและการจับคู่สี เป็นการแต่งหน้าแบบล้ำสมัยและสามารถเน้นใบหน้าสามมิติผ่านแสงและเงาได้ เหมาะสำหรับงานปาร์ตี้และโอกาสทางแฟชั่นต่างๆ อาทิเช่น

Y3K: Diva Pink Gold
ด้วยสีพิงค์โกลด์เป็นธีมหลัก แสงเมทัลลิกจึงเน้นที่อายแชโดว์และสีแก้ม อายแชโดว์ใช้สีทองแชมเปญ พร้อมเลื่อมละเอียดเพื่อเพิ่มความแวววาวให้กับดวงตา สีแก้มใช้สีชมพูมุกโทนสีเย็น ซึ่งแต้มบนแก้มและสันจมูกเพื่อให้เปล่งประกาย เน้นรูปลักษณ์สามมิติของใบหน้า ลิปกลอสใช้สีชมพูโทนเย็นเหมือนกัน เผยความโกลว์ฉ่ำ และสุดท้ายตกแต่งด้วยไฮไลท์สีแชมเปญเมทัลลิกที่โหนกแก้มและปลายจมูกสูง การแต่งหน้า Diva Pink Gold เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบสไตล์หวานๆ

Y3K: AI Elf Metallic Blue
ลุคการแต่งหน้านี้มีธีมมาจากพิงค์โกลด์ และประดับด้วยแสงเมทัลลิกสีฟ้าน้ำทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีฟ้าน้ำทะเลโทนเย็นเพื่อเน้นดวงตาและโคนผม สร้างสไตล์ AI เอลฟ์แห่งอนาคตที่สลับความหวานของสีชมพูและสีทอง การแต่งหน้าสีน้ำเงินเมทัลลิกนี้เหมาะมากสำหรับสาวๆ ที่ชอบหวาน แต่เท่

Y3K: Cyberpunk Metallic Neon
สีหลักคือสีนีออนและสีเมทัลลิกที่สะดุดตา และเน้นไปที่สีสว่าง สำหรับอายแชโดว์ให้เลือกสีแดงอิฐประกายมุกเป็นสีเบสขนาดใหญ่ จากนั้นใช้สีน้ำเงินเมทัลลิกหรือสีม่วงเพื่อตกแต่งมุมตาสร้างความรู้สึกล้ำสมัยแบบนีออน สำหรับสีแก้ม ตามด้วยสีพื้นฐานของอายแชโดว์ ใช้สีเงินที่มีความแวววาวเป็นโลหะเพื่อเน้นบริเวณกลางใบหน้า สันจมูก และคาง ใช้สีเดียวกับสีอายแชโดว์ที่ริมฝีปากเพื่อสร้างความสม่ำเสมอในการแต่งหน้าโดยรวม การแต่งหน้าสามารถสร้างลุคที่กล้าแหกกฎ ล้ำสมัย กล้าหาญ และมีสไตล์แห่งอนาคต จึงค่อนข้างเหมาะสำหรับคนแฟชั่นที่ชอบฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ

Y3K: Rhinestone Decoration
การแต่งหน้า Y3K สไตล์ปาร์ตี้ส่วนใหญ่จะเน้นที่อายแชโดว์และลิปกลอส และตกแต่งโดยตรงด้วยพลอยเทียมหรือเลื่อมที่เป็นประกายเพื่อให้เข้ากับการแต่งหน้า สำหรับอายแชโดว์ ให้เลือกสีโทนเย็นที่มีเลื่อมขนาดใหญ่ เช่น สีเงินเมทัลลิก สีฟ้า-ม่วง เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสีของการตกแต่ง ในด้านหนึ่งก็สามารถสร้างเอฟเฟกต์ที่แวววาวมากขึ้นได้ ลิปกลอสเลือกสีเบอร์รี่โทนเย็นสดใสเพื่อเน้นสีริมฝีปาก ในด้านทักษะการเลือกตกแต่ง เพชรเม็ดเล็กเหมาะสำหรับการประดับที่มุมตาและกระดูกคิ้ว ในขณะที่เพชรพลอยขนาดใหญ่เหมาะสำหรับการตกแต่งระหว่างคิ้วกับดั้งจมูกเพื่อเพิ่มความน่าดึงดูด

และนี่ก็เป็นสไตล์การแต่งหน้าแบบ Y3K ซึ่งส่วนใหญ่เหมาะกับแต่งไปปาร์ตี้ให้ดูเป็นสาวแฟจ๋าๆ หรืออีกมุมหนึ่งก็สามารถปรับให้เข้ากับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันได้ เพียงแค่เสริมสไตล์บางอย่างที่ชอบใน Y3K ตกแต่งเข้าไปเพิ่มแบบเนียนๆ

Photo: lalalalisa_m, aespa_official
Source: cosmopolitan


ดีไซน์ล้ำ บ้าน กอล์ฟ-พิชญะ เข้ารอบสุดท้ายงานสถาปนิกระดับโลก

กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุลตื่นเต้นสุดๆ หลังแบบบ้านที่กำลังสร้างใกล้เสร็จเข้ารอบ Finalist การเข้าชิงรางวัลชนะเลิศงาน World Architecture Festival 2024 ที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ ในหมวด Future House Project จากการส่งประกวดแบบบ้านอยู่อาศัยจากบริษัทสถาปนิกทั่วโลก โดยกอล์ฟเล่าให้ฟังว่า

กอล์ฟ-พิชญะ

โดยบ้านของกอล์ฟออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดัง บริษัท ลูกเล่น สถาปนิก ครับ ตอนที่คุณต้น ณัฐพล เตโชพิชญ์ เจ้าของบริษัทลูกเล่น มาบอกว่าจะขอเอาแบบบ้านไปส่งประกวด ทางกอล์ฟก็ยินดี หลังจากนั้นคุณต้นมาบอกกอล์ฟว่าแบบบ้านของเราติด Finalist ซึ่งมีทั้งหมด 8 ทีม จาก 8 ประเทศ มีทั้ง อังกฤษ นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ อินเดีย สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รัสเซีย และประเทศไทย

โดยฝั่งประเทศไทยเป็นฝีมือของบริษัท ลูกเล่น สถาปนิก ที่เป็นบ้านกอล์ฟเพียงบ้านเดียวที่ได้เข้า Finalist ในหมวดนี้ คือตื่นเต้นเลยครับ ดีใจมากๆ เพราะตอนช่วงออกแบบบ้านกันกับทีมสถาปนิก

กอล์ฟ-พิชญะ
กอล์ฟ-พิชญะ

ด้านคอนเซ็ปต์กอล์ฟเผยว่าคอนเซ็ป PlayStaycation  ที่มาจากคำว่า PlayStation ผสมกับคำว่า Staycation ตั้งใจให้เป็นบ้านที่มีความสนุกผสมกับการได้ไปพักผ่อน ที่มีสไตล์ California ผสมมุมสนุกต่างๆที่บ่งบอกตัวตนผ่านความชอบเราที่ใส่ไปในรายละเอียดของบ้าน กอล์ฟบอกเล่าความชอบ ไลฟ์สไตล์ กับทีมสถาปนิกแบบไม่มีข้อจำกัดใดๆไป ทางสถาปนิกก็จัดเต็มเติมลูกเล่นให้เลยครับ ตอนส่งแบบมาคือว้าวมากครับเพราะตรงใจสุดๆ ตอนนี้บ้านใกล้เสร็จแล้วครับ คาดว่าน่าจะได้อยู่จริงปลายปีหรือต้นปีหน้า นับวันรอเลย ตอนนี้อยู่ในช่วงตกแต่งกำลังเลือก คัดสรร Materials และ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในการก่อสร้างและตกแต่งที่เหมาะกับบ้านอยู่ 

กอล์ฟบอกเลยว่าทุกคนที่ทำให้บ้านหลังนี้มันเสร็จสมบูรณ์ เต็มที่กับบ้านหลังนี้มากครับ ส่วนจะได้รางวัลไหมอันนี้ทุกคนก็ลุ้นกันมากครับ เพราะแต่ละหลังที่เข้ารอบก็สวยๆทั้งนั้นครับ แค่ติดรอบสุดท้ายตัวกอล์ฟเองก็ดีใจมากๆๆ แล้ว ตอนนี้ทางทีมลูกเล่น สถาปนิก รอบินไปโชว์ผลงาน และพรีเซ้นแบบบ้านซึ่งจะประกาศผลรางวัลช่วงเวลานั้นเลย โดยการตัดสินมาจากคณะกรรมการที่เป็นสถาปนิกผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ น่าจะช่วงปลายปีได้ทราบกันครับ ร่วมลุ้นไปด้วยกันครับ

บ้าน กอล์ฟ-พิชญะ
บ้าน กอล์ฟ-พิชญะ
บ้าน กอล์ฟ-พิชญะ
ชุดไทยสีทอง

ทริคต้องรู้! ชุดไทยสีทอง ตัวเลือกที่ใช่สำหรับเจ้าสาวทุกสีผิว

ชุดไทยสีทอง หรือสีน้ำตาลประกายทอง ถือเป็นเพอร์เฟ็กต์แมตช์สำหรับเจ้าสาว ด้วยเป็นสีที่แสดงถึงความสง่างาม เปล่งประกายระยิบระยับส่งให้เจ้าสาวดูโดดเด่น แถมยังเป็นสีมงคลที่เหมาะกับวันสำคัญ นอกจากนั้นสีทองยังมีความเข้ากันได้ดีกับลักษณะของผ้าไทยที่มักมีประกายแวววาว รวมถึงการเข้าคู่กันอย่างสวยงามกับเครื่องประดับชุดไทยต่างๆ

ทริคต้องรู้! ชุดไทยสีทอง ตัวเลือกที่ใช่สำหรับเจ้าสาวทุกสีผิว

ที่สำคัญคือ ชุดไทยสีทอง ถือเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับเจ้าสาวทุกสีผิว สำหรับเจ้าสาวผิวขาวเหลืองไปจนถึงผิวเข้ม เฉดสีทองจะช่วยขับให้ผิวยิงดูเปล่งประกายโดยไม่จำเป็นต้องมีผิวขาวจั๊วะ แม้แต่เจ้าสาวผิวเข้มก็เปล่งออร่าได้ด้วยชุดไทยและเมคอัพโทนสีทอง

Color Matching Ideas

ด้วยความที่สีทองที่ใช้ในเมคอัพมักไม่ได้อยู่ในบริเวณที่เป็นสีหลักอย่างสีปาก แต่จะกระจายไปในดีเทลต่างๆ บนดวงตาหรือโหนกแก้ม จึงเป็นสีที่อยู่กับชุดไทยได้แทบทุกสี ยกเว้นกลุ่มสีเงิน หรือมีลายปักตกแต่งเป็นสีเงินชัดเจนจนอาจทำให้ดูขัด แต่ถ้าเป็นชุดผ้าไทยที่ใช้ลูกเล่นสีทองเข้ามาในลายผ้าถือว่าเข้าได้ทั้งหมด ที่เหมาะมากเป็นพิเศษคือกลุ่มชุดสีทอง ครีม แดง น้ำตาล ส้ม พีช ชมพู เมื่อจับคู่กับเมคอัพโทนทองเจ้าสาวจะยิ่งดูสวยผุดผ่องลงตัว

Tips

การใช้สีทองแต่งหน้าเจ้าสาวชุดไทยอาจไม่ถึงกับใช้เป็นสีหลัก แต่เป็นลูกเล่นที่แต่งนิดแต้มหน่อยแล้วจะช่วยอัพเกรดให้เมคอัพดูสวยแพงขึ้นได้มาก การใช้อายแชโดว์สีทองแต้มบริเวณกลางเปลือกตา หัวตา หรือแม้แต่การใช้เส้นไลเนอร์สีทองเพียงบางๆ ก็ช่วยให้เมคอัพดูน่าสนใจ แม้การใช้ลิปกลอสประกายสีทองทาทับลงบนพื้นที่เป็นสีนู้ด ส้ม พืช หรือน้ำตาลก็ช่วยเพิ่มความละมุนละไม่ได้โดยไม่ดูโฉ่งฉ่าง ที่ขาดไม่ได้คือไฮไลเตอร์สีทองที่สามารถใช้ปัดบางเบาทั่วทั้งหน้า หรือเน้นปัดเป็นไฮไลต์บริเวณจุดรับแสงอย่างโหนกแก้ม ปลายจมูก รอยหยักเหนือริมฝีปาก ดีเทลจากสีทองเหล่านี้จะช่วยทำให้ลุคดูอบอุ่นกลมกลืนกับชุดไทยได้ดีขึ้น


“ZEROBASEONE” ประกาศทัวร์แรกในประเทศไทย ก้าวแรกสู่ระดับโลก 5 ต.ค.นี้ ZEROSE ชาวไทยห้ามพลาด!

ZEROBASEONE” (ซีโรเบสวัน)ศิลปินบอยแบนด์ภายใต้สังกัด WAKEONE ประกาศทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของวงหลังจากเดบิวต์ภายใต้ชื่อ ‘TIMELESS WORLD’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่จะชวนแฟน ๆ เข้าสู่ดินแดนพิเศษ ที่จะดึงดูดสายตาของผู้ชม และเชื่อม “ZEROBASEONE” และ ZEROSE” (เจโรส:ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) เข้าด้วยกัน ด้วยความเท่อย่างสง่างาม โดยจะเริ่มเปิดทัวร์ที่แรก ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในเดือนกันยายนนี้ในสเกลระดับอารีน่า และจากนั้นจะทัวร์ต่อเนื่องในอีก 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยงานในประเทศไทยจะถูกจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของ “ไอคอนแห่งเจน 5” ได้อย่างชัดเจน

 “BEX” บริษัทอีเว้นท์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ร่วมกับ “YJ PARTNERS” และ “PROUD2” ผู้จัดทีมคุณภาพ ก็ไม่รอช้าคว้าตัวทั้ง 9 หนุ่ม “SUNG HAN BIN” (ซองฮันบิน) / “KIM JI WOONG” (คิมจีอุง) / “ZHANG HAO” (จางฮ่าว) / “SEOK MATTHEW” (ซอกแมทธิว) / “KIM TAE RAE” (คิมแทแร) / “RICKY” (ริคกี้) / “KIM GYU VIN” (คิมกยูบิน) / “PARK GUN WOOK” (พัคกอนอุค) และ “HAN YU JIN” (ฮันยูจิน) บินลัดฟ้ามาจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นของขวัญให้กับ ZEROSE ชาวไทย กับงาน 2024 ZEROBASEONE THE FIRST TOUR [TIMELESS WORLD] IN BANGKOK”

งานนี้แฟน ๆ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะหนุ่ม ๆ เตรียมพร้อมโชว์สุดพิเศษพร้อม SETLIST คุณภาพที่ผ่านการจัดเรียงมาเป็นอย่างดี เสริมทัพด้วย Production สุดปังที่กล้ารับประกันด้วยเครดิตของทีมผู้จัด เพราะได้สร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ มาแล้วในหลายคอนเสิร์ต โดยงานสุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม 2567 เวลา 18:00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 บัตรราคา 6,500 (บัตรยืน) / 5,900 / 5,500 (บัตรยืน) / 4,900 / 3,900 และ 2,900 บาท

เปิดขายบัตร 2 รอบ “รอบ Membership Pre-Sale” จะเปิดขายในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 เวลา 10:00 – 22:00 น. ทาง www.thaiticketmajor.com โดยต้องสมัครเมมเบอร์ชิป ชำระค่าสมาชิกเสร็จสมบูรณ์ และลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม 2567 เวลา 12:00 น. ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2567 เวลา 23:59 น. และ “รอบบุคคลทั่วไป จะเปิดขายในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไปทาง www.thaiticketmajor.com

และถึงแม้ว่า “ZEROBASEONE” จะมีกิจกรรมมากมายทั้งในประเทศและทั่วโลก แต่ก็ยัง กำลังพยายามอย่างหนักในการทำเพลงและฝึกซ้อมเพื่อตอบแทนความรักของแฟน ๆ ผ่านทัวร์คอนเสิร์ตในครั้งนี้ แฟน ๆ ก็ต้องเตรียมตัวกดบัตรกันให้ดี แล้วมาร่วมสร้างความทรงจำ ครั้งแรก ในประเทศไทยกับ “ZEROBASEONE” ไปด้วยกัน! ติดตามข่าวสารกิจกรรมและข้อมูลต่าง ๆ ของงานเพิ่มเติมได้ที่ Official Facebook: BEXConcert  / X: @BEX_Concert 

Beyond The Vines เตรียมบุกไทยเปิดสาขาแรก พร้อมออกคอลฯ พิเศษ Metallic Poofy Bag สีเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับไทยเท่านั้น

Beyond The Vines เตรียมบุกไทยเปิดสาขาแรก พร้อมออกคอลฯ พิเศษ Metallic Poofy Bag สีเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับไทยเท่านั้น

ไม่ต้องฝากเพื่อนหิ้วหรือพรีออเดอร์แล้ว ต่อไปนี้ไปเลือกเอง ลองเองที่ร้านเก๋ๆ ไปเลย เพราะ Beyond The Vines (บียอนด์ เดอะ ไวนส์) แบรนด์จากประเทศสิงคโปร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านการออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์และเสื้อผ้า กำลังจะเปิดตัวสาขาแรกในกรุงเทพฯ ประเทศไทย พร้อมออกคอลเล็คชันพิเศษ Thailand-exclusive “Metallic Poofy Bag” ความเริ่ดคือเป็นสีพิเศษเฉพาะที่ไทยเท่านั้น!!

โดยกระเป๋ารุ่น Poofy Bag เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2023 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนขายหมดภายใน 2 วันหลังจากการเปิดตัว และได้กลายเป็นสินค้าที่ขายหมดเร็วที่สุดของแบรนด์ จึงมีการต่อยอดสู่คอลเลกชัน Metallic Poofy Bag ในสี Silver (เงิน) ซึ่งได้เน้นย้ำการเป็นไอเทมที่ต้องมีติดตู้ของเหล่าแฟชั่น และ Metallic Poofy Bag ในรอบนี้กลับมาพร้อมกับสีสันใหม่สุดพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย

Metallic Poofy Bag ผลงานการผลิตจากไนลอนเมทัลลิกที่ป้องกันน้ำ และได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้ในทุกโอกาส สายสะพายที่สามารถปรับได้ ช่วยให้สามารถเปลี่ยนจากกระเป๋าสะพายไหล่เป็นกระเป๋าสะพายข้างได้อย่างง่ายดาย ทำให้เหมาะกับสไตล์และโอกาสต่างๆ โดยมีให้เลือกในสี Metallic Purple (ม่วง), Metallic Navy (กรมท่า), Metallic Turquoise (ฟ้าน้ำทะเล) และ Metallic Green (เขียว) ในราคา 2,590 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ผ่านเว็บไซต์ของ Beyond The Vines ประเทศไทย

Beyond The Vines เปิดตัวเว็บไซต์ www.beyondthevines.co.th สำหรับลูกค้าชาวไทย โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก พร้อมบริการจัดส่งอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียง 3-5 วัน ผ่านการบอกเล่า ตัวตนแบรนด์ในรูปแบบใหม่ แต่ยังคงความสนุกสนานจากสีที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Beyond The Vines อีกทั้งยังเพิ่มเติมพาเลทสีที่สดใสเพื่อสะท้อนความมีชีวิตชีวาของแบรนด์ โดยภายในเว็บไซต์ใหม่มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการเปรียบเทียบสินค้า รวมถึงรายละเอียดไซส์และขนาดของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Beyond The Vines ยังมีแผนที่จะเปิดตัวร้านสาขาใหม่แห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้า Central World กรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ บนพื้นที่กว่า 320 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และสินค้าหลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อมให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไม่เหมือนใคร

Photo: Courtesy of Brands


วัณโรค คืออะไร และติดต่อกันอย่างไร

รู้เร็ว รักษาได้ก่อนทรุด ‘วัณโรค’ แพร่เชื้อติดต่อง่าย หมั่นคอยสังเกตอาการ

องค์การอนามัยโลก จัดประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศ กลุ่มประเทศที่มีภาระวัณโรคสูง จากการรวบรวมสถิติของกองวัณโรค กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2566 พบว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และกลับเป็นซ้ำทั้งคนไทยและไม่ใช่คนไทย ขึ้นทะเบียนรักษา จำนวน 78,955 รายซึ่งบทความให้ความรู้โดย ได้อธิบายการติดต่อหรือการแพร่กระจายของวัณโรค รวมถึงอาการของโรค สำหรับนำไปสังเกตตนเองและคนรอบข้าง หากมีอาการดังกล่าวจะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

วัณโรค คืออะไร และติดต่อกันอย่างไร
วัณโรค (TB) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis เกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย โดยร้อยละ 80 ติดเชื้อที่ปอด ซึ่งสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ง่าย ส่วนวัณโรคนอกปอด อาจพบได้ในอวัยวะอื่น ๆ เช่น เยื่อหุ้มปอด ต่อมน้ำเหลือง กระดูกสันหลัง ข้อต่อ ช่องท้อง ระบบประสาท เป็นต้น 

เมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม ทำให้เกิดละอองฝอยฟุ้งกระจาย  ผู้ใกล้ชิด สูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าไปสู่ถุงลมในปอด ทำให้เกิดการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อวัณโรคอาจมีชีวิตอยู่ได้ถึง 1 สัปดาห์ในห้องที่ทึบอับแสง หากเสมหะที่มีเชื้อตกลงสู่พื้นที่ที่ไม่มีแสงแดดส่อง เชื้ออาจอยู่ได้ในเสมหะแห้งได้นานถึง 6 เดือน  

วัณโรค ไม่ติดต่อ โดยการจับมือ ทานอาหารหรือน้ำร่วมกัน การใช้ห้องน้ำร่วมกัน การใช้แปรงสีฟันร่วมกันหรือการจูบ คนที่สูดหายใจนำละอองฝอยที่มีเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจ จะทำให้เกิดการติดเชื้อเพียงร้อยละ 30 ของผู้ได้รับเชื้อ และเพียงร้อยละ 10 ของผู้ที่มีการติดเชื้อในร่างกายที่จะเป็นโรคตั้งแต่ช่วงแรกของการติดเชื้อ ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จะเป็นวัณโรคแฝง คือ ไม่มีอาการและไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้  โดยทั่วไปแล้วถ้าไม่ได้รับการรักษา โดยภาวะที่ร่างกายแข็งแรงดี เชื้อที่เข้าไปจะซ่อนตัวอยู่เงียบๆ โดยไม่ทำให้เกิดอาการของโรค และเมื่อสุขภาพอ่อนแอลง เชื้อที่สงบนิ่งอยู่ก็จะออกมาทำให้เกิดอาการของโรคได้ โดยร้อยละ 50 จะแสดงอาการออกมาใน 2 ปีแรกของการติดเชื้อ  

อาการสำคัญของวัณโรคปอด  

  • ไอเรื้อรัง มากกว่า 3 สัปดาห์ ไอมีเลือดหรือเสมหะปน  
  • เจ็บหน้าอก  
  • น้ำหนักลด เบื่ออาหาร 
  • ไข้ เหงื่อออกผิดปกติตอนกลางคืน  
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย  

กลุ่มเสี่ยงต่อวัณโรค  

  • กลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคปอด
  • ผู้ต้องขังในเรือนจำ  
  • บุคลากรสาธารณสุข  
  • แรงงานข้ามชาติและแรงงานเคลื่อนย้าย 
  • ผู้อาศัยในที่คับแคบแออัด ชุมชนแออัด  
  • ผู้ป่วยโรคร่วมต่างๆ ที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เช่น HIV เบาหวาน ทานยากดภูมิต้านทาน เป็นต้น 

 สงสัย ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นวัณโรคหรือไม่

  • หากมีอาการที่สงสัยวัณโรค เช่น ไอเรื้อรัง ไข้ เหงื่อออกผิดปกติตอนกลางคืน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์และรับการตรวจรักษาทันที 
  • บุคคลที่สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคปอดควรเข้ารับการตรวจสุขภาพและถ่ายภาพรังสีทรวงอก  
  • ตรวจสุขภาพร่างกายและถ่ายภาพรังสีทรวงอก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ 

เมื่อติดวัณโรค ควรทำตัวอย่างไรดี

  • ทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ต่อเนื่อง และเฝ้าสังเกตผลข้างเคียงของยา ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับอักเสบ
  • ควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระหว่างการรักษาวัณโรค 
  • แยกห้องกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 สัปดาห์แรก ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ ควรเป็นห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก จัดบ้านและสถานที่ทำงานให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดส่องถึง
  • สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 สัปดาห์แรก 
  • ควรบ้วนเสมหะลงในภาชนะหรือกระปุกที่มีฝาปิดมิดชิด และนำทิ้งโดยผูกปากถุงให้สนิท 
  • ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในที่สาธารณะที่มีผู้คนแออัด 

ปกติผู้ป่วยวัณโรคปอดที่ไม่ดื้อยาจะหยุดการแพร่เชื้อเมื่อมี 3 ข้อ ดังนี้ 

  • หลังทานยา แล้วมีอาการดีขึ้น เช่น ไข้ ไอลดลง เสมหะลดลง 
  • ทานยาต้านวัณโรคสูตรเหมาะสม ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 
  • ผู้ป่วยที่มีผลเสมหะย้อมสีทนกรดให้ผลเป็นบวก จะต้องมีผลเสมหะย้อมสีทนกรดเป็นลบอย่างน้อย 3 ครั้ง 

ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการป่วยเป็นโรควัณโรคหรือไม่ แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจวิฉัยหรือทำการรักษาให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

ข้อมูล: พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช
ภาพ: ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช


ความหอมเหนือจินตนาการ HEAVEN MOON OSMANTHUS

ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) เวลเนสล์สไตล์แบรนด์ นำเสนอผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นล่าสุด HEAVEN MOON OSMANTHUS การผสมผสานของกลิ่นหอมละมุนของดอก Osmanthus Absolute หรือ ‘ดอกหอมหมื่นลี้’ และ Vetiver กลิ่นดอกหญ้าแฝก พร้อมพาคุณสู่โลกแห่งความสุขเหนือจินตนาการ มอบความสุข และความอิ่มเอมแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

Osmanthus หรือ ‘ดอกหอมหมื่นลี้’ เป็นดอกไม้ที่คนจีนโบราณเชื่อว่าเป็นดั่งดอกไม้สวรรค์ เพราะเติบโตบนดวงจันทร์ ถือเป็นดอกไม้ที่สวยสง่าทรงคุณค่า ตัวแทนแห่งความสุข และความโชคดี และยังเป็นดอกไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Jade Emperor เทพที่ชื่นชอบในกลิ่นหอมและความงามของหอมหมื่นลี้ พร้อมโปรยความหอมลงมาสู่โลกเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสเสน่ห์ของความหอมในระยะหมื่นลี้ได้อย่างแท้จริง ปัญญ์ปุรินำเรื่องราวความสวยงามของดอก Ormanthus มารังสรรค์คอลเลคชั่น Heaven Moon Osmanthus กลิ่นหอมแห่งความสุขจากดวงจันทร์ที่จะพาคุณให้สัมผัสความดื่มด่ำ และตราตรึง

คอลเลคชั่นนี้เป็นความหอมหวานผสมของแนวดอกไม้ผสานกลิ่นแนวฟรุ๊ตตี้ และมีความลุ่มลึกของ Vetiver มาเจือเพิ่มเติมมิติให้กับกลิ่นนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ โดย HEAVEN MOON OSMANTHUS มีในผลิตภัณฑ์เด่นดังนี้

PAÑPURI HEAVEN MOON OSMANTHUS Extract Perfume Oil 50 ml และ 10 ml

Perfume Oil หรือออยล์น้ำหอมที่มีความเข้มข้นของกลิ่นสูงถึง 25-30% ถือเป็นความเข้มข้นที่สูงที่สุด พร้อมคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณจากส่วนผสมของ Certified Organic Moringa Seed Oil ซึ่งเป็นน้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่นอกจากจะช่วยบำรุงผิว เพราะอุดมด้วยกรดโอเลอิค และกรดไขมันไม่อิ่มตัว สามารถซึมสู่ผิวได้รวดเร็ว และกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวได้เป็นอย่างดี  ยังช่วยรักษากลิ่นหอมให้ติดตรึงอยู่กับผิวกายได้อย่างยาวนาน โดยการใช้สามารถแตะ หรือถู roller ของ PAÑPURI EXTRACT Perfume Oil  ที่บริเวณจุดชีพจร อาทิ ข้อมือ หลังใบหู ต้นคอ ข้อพับ หรือหลังข้อเข่า เพื่อมอบความหอมให้ติดผิวได้ตลอดทั้งวัน

PAÑPURI HEAVEN MOON OSMANTHUS Hydrating Glow Satin Oil Mist 250 ml

มอบการดูแลผิวด้วยพลังธรรมชาติ เพื่อผิวสวยเปล่งประกายในทุกวันด้วยพลังแห่งธรรมชาติ Body Oil Mist ที่มีส่วนผสมของสารสกัด Grapeseed oil ที่อุดมไปด้วย Antioxidant, Omega fatty acids, Vitamin E และ Squalane ช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวเรียบเนียนและดูเปล่งประกายเป็นธรรมชาติ พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงสามารถซึมซาบสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว หลังจากอาบน้ำสามารถสเปรย์ Body Oil Mist ลงบนผิวที่กำลังหมาดโดยตรง เพื่อเติมความชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูเปล่งประกายทันทีหลังใช้ และสามารถใช้คู่กับ Extract Perfume Oil เพื่อเติมความหอมให้ติดทนนานมากยิ่งขึ้น

นอกจากน้ำหอมในรูปแบบออยล์ Extract Perfume Oil ทั้ง 50 ml และ 10 ml  รวมถึง Body Oil Mist แล้ว ในกลิ่น HEAVEN MOON OSMANTHUS ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมอย่างเทียน Diffuser และถุงหอม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวกาย และมือ อีกด้วย

ให้กลิ่นหอมของ HEAVEN MOON OSMANTHUS มอบความหอมที่จะสร้างความสุขเหนือจินตนาการแก่คุณ สัมผัสคอลเลคชั่นนี้ได้ที่ปัญญ์ปุริทุกสาขาและ PANPURI.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Twitter, Instagram, Weibo ในชื่อ @panpuriofficial และ Line@ ในชื่อ @PANPURI

Waku Waku! เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสุดตื่นเต้นครั้งแรกของคอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY

เตรียมพร้อมปลดปล่อยความเป็นสายลับในตัวคุณและพิชิตทุกภารกิจด้วยสไตล์และความสบาย เหนือระดับ กับคอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY ที่ทุกคนรอคอย! การผสมผสานอันลงตัวระหว่าง Skechers บริษัทเทคโนโลยีความสบาย™ และผู้นำระดับโลกด้านรองเท้าไลฟ์สไตล์และรองเท้าสมรรถนะ กับ SPYxFAMILY การ์ตูนสุดโด่งดัง

ลอยด์ ฟอร์เจอร์ (หรือที่รู้จักในชื่อ สนธยา) สายลับหนุ่มจากดินแดนเวสทาลิส อาเนีย ฟอร์เจอร์ (หรือที่รู้จักในชื่อ Test Subject “007”) สาวน้อยเทเลพาธที่น่ารัก ยอร์ ฟอร์เจอร์ (หรือที่รู้จักในชื่อ เจ้าหญิงหนาม) นักฆ่าจากกลุ่มการ์เดน และ บอนด์ ฟอร์เจอร์ (หรือที่รู้จักในชื่อ Subject 8) สุนัขพันธุ์ Pyrenean Mountain ที่สามารถเห็นอนาคตได้ โดยคอลเล็กชัน ของแบรนด์ในครั้งนี้ได้ผสมผสานเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละตัวละครเข้ากับองค์ประกอบจาก SPYxFAMILY ได้อย่างลงตัวที่จะปรากฏบน: 

  • รองเท้า Skechers: สนีกเกอร์และรองเท้าแตะ 
  • เครื่องแต่งกาย Skechers: เสื้อยืด ฮู้ดดี้ เสื้อพูลโอเวอร์ และกางเกงขาสั้น
  • เครื่องประดับ Skechers: หมวกเบสบอล กระเป๋าคาดเอว และกระเป๋าสะพายหลัง

เปิดตัวกรกฎาคมนี้! พบกับคอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY สุดพิเศษกับดีไซน์ที่โดดเด่น และสีสันที่สะดุดตา สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย โดยสื่อถึงตัวละครและฉากต่างๆ ใน SPYxFAMILY เพื่อแฟนๆได้ “ประกาศความเป็นแฟนพันธุ์ แท้” ด้วยการสวมใส่คอลเล็กชันที่มีดีไซน์เกี่ยวข้องกับมังงะเรื่องนี้อย่างมีสไตล์

รองเท้าคู่สวยและมีสไตล์สำหรับภารกิจครั้งต่อไปของคุณ 

สำหรับคนรักสนีกเกอร์ คอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY ได้นำเสนอ Skechers Street™ Koopa Court ที่มีสองดีไซน์ มาพร้อมกับแผ่นรองเท้าชั้นใน Skechers Air-Cooled Memory Foam®  ที่มีการระบายอากาศได้ดีและ สามารถสวมใส่สบายตลอดวัน โดยแต่ละคู่มาพร้อมกับเชือกผูกรองเท้า และหนังสังเคราะห์ที่ทนทาน ประดับด้วยเสน่ห์ ของตุ๊กตาของอาเนีย อย่าง Chimera และบัคเกิลเชือกรองเท้าสีทองที่มีโลโก้ “SPYxFAMILY”

ดีไซน์แรกมาพร้อมกับสีสันที่ทันสมัยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครหลักทั้งสามของเรื่อง โดยรองเท้าแต่ละคู่มีรูปภาพ เส้นศิลป์ของ ลอยด์ ฟอร์เจอร์ (หรือสนธยา) หรือ ยอร์ ฟอร์เจอร์ (หรือเจ้าหญิงหนาม) อยู่ด้านข้าง และอาเนีย ฟอร์เจอร์ (หรือ Test Subject “007”) ประดับด้วยไอเท็มที่เป็นเอกลักษณ์จากซีรีส์ เช่น Stella Star, เข็มกลัด WISE, ระเบิด, กล้องโทรทรรศน์ และอื่นๆ ทำให้ดีไซน์นี้จับความเป็นเอกลักษณ์ของอนิเมะเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง

เช่นเดียวกับที่สายลับพึ่งพาอุปกรณ์อเนกประสงค์เพื่อรับมือกับทุกความท้าทาย Skechers Foamies® Surge   ถูกออกแบบมาให้เป็นเพื่อนคู่ใจ พร้อมให้คุณปรับตัวรับมือในทุกสถานการณ์ที่เกินความคาดหมายของคุณ ไม่ว่าจะความ เร่งรีบในภารกิจ หรือเพลิดเพลินกับการเดินเล่นพักผ่อน ไม่ว่าจะฝนตก หรือแดดออก ทุกดีไซน์ออกแบบมาให้สามารถ ระบายอากาศได้ดี พร้อมมอบความสะดวกสบายเป็นพิเศษด้วยสายรัดที่ปรับได้ พื้นรองเท้าที่ยืดหยุ่น น้ำหนักเบาสุดๆ และวัสดุ EVA ที่กันน้ำและทำความสะอาดง่าย

รองเท้าแตะ Skechers Foamies® มีให้เลือกถึงสี่สีสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งรองเท้าทุกคู่มีการออกแบบลวดลาย เกี่ยวกับ SPYxFAMILY บนพื้นรองเท้าและโลโก้บนสายรัด เพื่อเพิ่มความน่ารักและความสนุกสนาน คอลเล็กชันนี้ยังมี Cali Bits สุดพิเศษเพื่อเสริมลุคของคุณให้สมบูรณ์แบบ! ซึ่งประกอบด้วย

  • Cali Bits ทรงกลมรูป ลอยด์ ฟอร์เจอร์, อาเนีย ฟอร์เจอร์ และยอร์ ฟอร์เจอร์
  • ปีนสายลับของเล่นของอาเนีย ฟอร์เจอร์  
  • เข็มกลัด WISE (Westalis Intelligence Service) ของลอยด์ ฟอร์เจอร์ 
  • ที่คาดผมดอกกุหลาบสีทอง และอาวุธส้นสูงสีทองของยอร์ ฟอร์เจอร์ 
  • Stella Star 
  • โลโก้ “SPYxFAMILY”

เครื่องแต่งกายสำหรับเหล่าสายลับ

ค้นพบคอลเล็กชันเสื้อยืด แจ็คเก็ต เสื้อคลุม และกางเกงขาสั้น ที่เต็มไปด้วยตัวเลือกสีสันและดีไซน์ที่แสดงถึงตัวละคร อย่างลอยด์ ฟอร์เจอร์, อาเนีย ฟอร์เจอร์, ยอร์ ฟอร์เจอร์ และบอนด์ ฟอร์เจอร์ พร้อมด้วยโลโก้และลวดลาย SPYxFAMILY

เครื่องแต่งกายเหล่านี้ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสบายและสไตล์เป็นหลัก เสื้อยืดแขนสั้นยูนิเซ็กส์, เสื้อครอปผู้หญิง และเสื้อยืดแขนสั้นผู้หญิง ผลิตจากผ้าซิงเกิลเจอร์ซีย์ และดีไซน์ให้มีทรงสวมใส่สบาย ผสมผสาน ระหว่างฝ้าย 65% และโพลีเอสเตอร์ 35% เพื่อให้ความนุ่มนวลและรู้สึกเบาสบายตลอดวัน

เสื้อแจ็คเก็ต และเสื้อคลุมยูนิเซ็กส์ รวมถึงกางเกงขาสั้นผู้หญิงและผู้ชาย ผลิตจากผ้าฝ้าย 100% โดยใช้ผ้าเบบี้เทอร์รี่เนื้อละเอียด และดีไซน์ที่สวมใส่สบาย เพื่อให้ดูชิคและรู้สึกสบายตลอดวัน

เครื่องประดับที่ได้รับการรับรองจากสายลับ: หมวกเบสบอลยูนิเซ็กส์, กระเป๋าคาดเอวยูนิเซ็กส์  และกระเป๋าสะพายหลังยูนิเซ็กส์ 

เติมแต่งลุคในชีวิตประจำวันของคุณด้วยความมีสไตล์และฟังก์ชันที่ไม่มีใครเทียบได้กับ หมวกเบสบอล กระเป๋าคาดเอว และกระเป๋าสะพายหลังยูนิเซ็กส์จาก Skechers | SPYxFAMILY

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปิดตัวคอลเล็กชันสุดพิเศษ Skechers | SPYxFAMILY

พิเศษสุด! รับฟรีผ้าห่ม Skechers | SPYxFAMILY เมื่อซื้อสินค้าจากคอลเล็กชันนี้ครบ 2 ชิ้น!

ของขวัญสุดพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด และสามารถแลกได้เพียง 1 ชิ้นต่อใบเสร็จเท่านั้น รีบมาช้อปก่อนพลาด! ‍

คอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY นี้จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ ที่ร้านสเก็ตเชอร์ส สยามสแควร์วัน, ไอคอนสยาม, สยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต, เดอะมอลล์ โคราช, เมย่า เชียงใหม่, เทอร์มินอล 21 พระราม 3, เอ็มโพเรียม, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, แฟชั่นไอส์แลนด์, เทอร์มินอล 21 พัทยา, เทอร์มินอล 21 อโศก, เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ บางแค, สยามพารากอน, เซ็นทรัล เวิลด์, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ​เมกา บานา, เซ็นทรัล เวสเกต, เซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล หาดใหญ่, เซ็นทรัล ขอนแก่น รวมถึงเริ่มจำหน่ายสุดพิเศษผ่านร้านออนไลน์ที่แรกที่ LAZADA เท่านั้น

ในส่วนของเว็บไซต์ www.skechers.co.th/collections/spyxfamily และ Shopee จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป

ป็อปอัพ สโตร์คอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY ที่ ร้าน SKECHERS SIAM SQUARE ONE

พบกับคอลเล็กชัน Skechers | SPYxFAMILY มาสัมผัสประสบการณ์สุดคิวท์และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ฟอร์เจอร์ ณ ร้านสเก็ตเชอร์ส สยามสแควร์วัน ตั้งแต่วันที่ 2-4 สิงหาคม 2567 เตรียมตัวให้พร้อมมาร่วมกิจกรรมที่จะ ส่งมอบประสบการณ์สุดประทับใจให้คุณฟินสุดๆ ไปกับ SPYxFAMILY! พร้อมขนของรางวัลสุดพิเศษภายในงานฯ กลับบ้านแบบจัดเต็ม  

พลาดไม่ได้!

  • ถ่ายรูปสุดปังกับตุ๊กตาลม อาเนีย ฟอร์เจอร์ แชร์โมเมนต์ประทับใจกับตัวละครสุดน่ารัก
  • เก็บภาพคู่สุดชิคกับแบ็คดรอป ครอบครัวฟอร์เจอร์ เก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวสายลับสุดเก๋
  • ลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษจากเครื่องกาซาปองและเกมส์สนุกๆ ภายในงาน เพียงกดติดตามช่องทางโซเชียล มีเดียของ Skechers ทั้งคูปองส่วนลดสำหรับซื้อสินค้า Skechers มูลค่าสูงสุด 500บาท! และหมอน SPYxFAMILY
  • พบปะกับเหล่าคอสเพลเยอร์ SPYxFAMILY ร่วมสนุกกับบรรยากาศสุดคึกคักในวันที่ 3 และ 4 สิงหาคม 2567 ตลอดทั้งวัน!

ส่องกระเป๋าเดินทาง ‘นักกีฬาทีมชาติไทย’ ไปคว้าชัยโอลิมปิกเกมส์ 2024

หนึ่งไอเท็มที่หลายคนพูดถึง กระเป๋าเดินทางลายธงชาติไทย สัญลักษณ์ของเหล่านักกีฬาที่เดินทางไปคว้าชัยชนะ โอลิมปิกเกมส์ 2024

ตอนนี้ก็ใกล้ถึงวันแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 เข้ามาทุกที และนักกีฬาทุกคนก็เดินทางถึงกรุงปารีสเพื่อเตรียมตัวเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านี้ก้มีกำลังใจมากมายทั้งครอบครัว คนสำคัญ และแฟนคลับที่ไปรอส่งเหล่านักกีฬาเพื่อไปคว้าชัยชนะ ซึ่งในวันดังกล่าวก็มีตาดีสะดุดกับไอเท็มของเหล่านักกีฬา นั่นคือ ‘กระเป๋าเดินทางลายธงชาติ’ ที่ทุกคนใช้ จนเกิดการนำไปพูดต่อบนโลกโซเชียลในช่วงที่เกิดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับชุดพิธีการว่า แม้แต่กระเป๋าเดินทางยังดีไซน์มาเป็นอย่างดีเลย

สำหรับกระเป๋าเดินทางดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ Departure ในการออกแบบคอลเล็คชั่นเพื่อเหล่านักกีฬาทีมชาติมีทั้งหมด 3 ดีไซน์ 3 ไซส์ ซึ่งทุกใบจะมีลวดลายธงชาติไทยพาดไว้กลางกระเป๋าพร้อมประทับตัวอักษร TEAM THAILAND เอาไว้ ส่วนเรื่องความคงทนหมดห่วงได้เลย เพราะกระเป๋าทำมาจากโพลีคาร์บอเนตที่มีคุณสมบัติทนทาน และซับในโพลีเอสเตอร์กันคราบและน้ำ อีกทั้งล้อยังหมุนได้ถึง 360 องศาด้วย เรียกว่าไม่ใช่แค่เพียงดีไซน์ที่น่าชมเชย แต่เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานก็ดีไม่แพ้กัน

ใครที่เป็นแฟนกีฬาสามารถซื้อเก็บสะสมไว้ได้ เพราะแบรนด์เปิดขายให้กับบุคคลทั่วไปมีทั้งราคา 17,000 บาท, 13,800 บาท และ 4,380 บาท


ข้อมูลและรูปภาพ: @departure.luggage.thailand

งามสง่า เปิดดีเทล 2 ชุดผ้าไทยของ ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช

‘ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช’ ไม่ว่าลุคไหนก็งามสง่า โดยเฉพาะในลุคผ้าไทยที่มีทั้งดีไซน์ตามขนบธรรมเนียมและประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย

เมื่อได้เห็นชุดผ้าไทยของ ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ แล้วถึงกับตกตะลึงให้กับความแวววาวของชุด เพราะเธอสวมใส่ชุดผ้าไทยสีเงินดีไซน์ร่วมสมัย โดดเด่นด้วยเครปบริเวณช่วงไหล่ และคริสตัลระยิบระยับที่ประดับตกแต่งอยู่ทั่วเดรส ซึ่งชุดดังกล่าวออกแบบโดย Finale Wedding Studio ห้องเสื้อลำดับต้นๆ ของประเทศไทยที่เคยคว้ารางวีลนักออกแบบชุดแต่งงานยอดเยี่ยม ณ มหานครดูไบ ดีกรีขนาดนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงชุดนี้ถึงตราตรึงเราได้อยู่หมัด

และอีกชุดหนึ่งที่สะดุดตาไม่แพ้กันคือชุดไทยบรมพิมาน หนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเธอได้สวมใส่ขณะเข้าเฝ้า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยชุดไทยบรมพิมาน เป็นฝีมือการตัดเย็บสุดวิจิตร ของสองกูตูริเยอร์ผู้ทรงอิทธิพลสังคมระดับสูง ดร.เกสินี กล่ำอยู่สุข และ คุณสุดจิตร์ สุดจิตต์ แห่งฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ จากผ้าไหมไทยยกดอกลำพูนสีงาช้าง บริเวณเชิงสลับทอยกสีเงินและยกสีทอง


ภาพ: @sriritajensen
ข้อมูล: @finaleweddingstudio

เมนูพรีเมียม สร้างสรรค์โดย เชฟต้น เจ้าของดาวมิชลิน

กาตาร์ แอร์เวย์ส เปิดตัวเมนูชุดใหม่สำหรับห้องโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ รังสรรค์โดยเชฟไทยชื่อดังอย่าง เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ที่ได้ร่วมงานกับสายการบินตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารบนเครื่องบิน ด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของเชฟต้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารไทย

เชฟต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารประจำร้าน ฤดู (Le Du) และ นุสรา (Nusara) ร้านอาหารชั้นนำของเอเชีย ได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสู่กาตาร์ แอร์เวย์ส เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารบนเครื่องบินชั้นเยี่ยม โดยเมนูชุดใหม่นี้จะพร้อมให้บริการในเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-โดฮา บนห้องโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ประกอบไปด้วย อาหารเรียกน้ำย่อยสุดพรีเมียมอย่าง ยำถั่วพลูล็อบสเตอร์ ต้มข่าแบบโบราณกับปลาสลิด สำหรับเมนูอาหารจานหลัก ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ใส่มะเขือย่าง หรือข้าวกะเพราซี่โครงเนื้อวากิว ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่างพานาคอตต้ามะพร้าวอ่อน มะนาวและแยมสับปะรด

คุณเดชา มิ่งขวัญ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาด้านการทำอาหารระดับภูมิภาคของกาตาร์ แอร์เวย์ส กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวเมนูพรีเมียมชุดใหม่ของเชฟต้น นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของเชฟต้นได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากทั้งผู้โดยสารชาวไทยและต่างชาติ ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกาตาร์ แอร์เวย์ส ในการยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารบนเครื่องบิน พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการเป็นสายการบินและห้องโดยสารชั้นธุรกิจที่ดีที่สุดในโลกต่อไป”

เชฟต้นกล่าวว่า “การร่วมงานกับกาตาร์ แอร์เวย์ส มอบโอกาสให้ผมได้นำเสนอเมนูอาหารไทยที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้คนทั่วโลก ผมรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งที่ทีมพัฒนาด้านการทำอาหารของทางสายการบินสามารถคงรสชาติอาหารจานเด่นของผมบนเครื่องบินให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับที่ร้านอาหารของผม ผมภูมิใจที่ได้คิดรังสรรค์และยกระดับเมนูอาหารให้กับสายการบินที่ดีที่สุดในโลก และหวังว่าในอนาคตจะได้มอบเอกลักษณ์อาหารไทยที่น่าจดจำและสร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง”

เชฟต้น

ในฐานะสายการบินที่ได้รับการยกย่องจาก Skytrax เป็นสายการบินยอดเยี่ยมแห่งปีติดต่อกัน 8 ปี และเป็นสายการบินชั้นธุรกิจยอดเยี่ยม 11 ปี กาตาร์ แอร์เวย์สยังคงมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การบริการอาหารบนเครื่องที่ยอดเยี่ยม ผ่านความร่วมมือกับเชฟชั้นนำจากทั่วมุมโลก ด้วยเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ ถึง 5 เที่ยวต่อวัน กาตาร์ แอร์เวย์สมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มที่และมอบบริการที่เหนือความคาดหมาย นอกจานี้ กาตาร์ แอร์เวย์สยังมุ่งมั่นในการขนส่งผู้โดยสารไปยังกว่า 170 จุดหมายปลายทางทั่วโลก ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกจาก Skytrax 

“FAB” ฟู้ดโฮดิ้ง ธุรกิจน้องใหม่จาก “เบียร์ ใบหยก” และ 2 พันธมิตรดัง

จุดเริ่มต้นจากความรักและหลงใหลในเรื่องอาหาร เป็นแรงบันดาลใจให้ “เบียร์ – ปิยะเลิศ ใบหยก” ผู้บริหารทายาทรุ่นที่ 3 แห่งตึกใบหยก ก้าวสู่ธุรกิจอาหารจนประสบความสำเร็จ ล่าสุดร่วมมือกับ 2 พันธมิตรดังอย่าง อควา คอร์เปอเรชั่น และฟู้ด แฟคเตอร์ จัดงานเปิดตัว “FAB” Food Holding ยกระดับร้านอาหารหลากหลายแบรนด์ในไทย อาทิ เจ๊แดงสามย่าน, Ramen desu, Ikkousha Ramen, Sekai No Yamachan, Uchidaya Ramen, Santa Fe’, Santa Fe’ EASY, เหม็ง แซ็ปนัว  รวมกว่า 200 สาขา ที่พร้อมเชิญชวนทุกคนมาเติมเต็มความอร่อยด้วยประสบการณ์การทานอาหารที่คุ้นเคยให้พิเศษยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อดึงดูดนักชิมชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น 

FAB เกิดจากการร่วมมือกันของ 3 บริษัท ได้แก่ F = Food Factors บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด, A = AQUA บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ B = เบียร์  ใบหยก ซึ่งสะท้อนภาพแบรนด์คาแรคเตอร์หลากสไตล์ที่มีทั้งโหมดสนุกสนานและจริงจังในการทำงานผ่านทีมผู้บริหารออกมาได้เป็นอย่างดี โดยกลุ่มเป้าหมายหลักเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีการตัดสินใจที่เฉียบขาด กล้าที่จะใช้จ่ายกับสินค้าและบริการที่คิดว่าตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง ซึ่งเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบันนี้ชอบความชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง FAB ขึ้นมา 

คุณปิยะเลิศ ใบหยก รองประธานกลุ่มโรงแรมใบหยก, CEO บริษัท บีเอ็นเอฟ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท    เอฟเอบี ฟู้ดโฮดิ้ง จำกัด (FAB) กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง 3 กลุ่มบริษัทผู้จัดตั้ง “FAB” ในครั้งนี้ว่าผมมองว่ากรุงเทพฯ มีทั้งวัฒนธรรมและชื่อเสียงด้านอาหาร และยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นจึงนำประสบการณ์ในวงการธุรกิจอาหารกว่า 10 ปี มาต่อยอดร่วมกับทั้งสองพาร์ทเนอร์ ผสมผสานจุดแข็งซึ่งกันและกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค เพื่อให้เข้าถึงตัวลูกค้าได้ และต้องเป็นผู้นำทุกเทรนด์ โดยผมตั้งใจจะทำให้ดูวาไรตี้ ดูสนุก มีสีสันและจุดเด่นมากขึ้น ด้วยการดึงจุดเด่นของแต่ละแบรนด์มานำเสนอ อย่าง ร้านซานตาเฟ่ ในเรื่องรสชาติอาหารนั้นอร่อยอยู่แล้ว แต่เราจะเติมความน่าสนใจให้คนที่ไม่เคยทานมีความสนใจอยากจะเข้ามาลอง หรือในอนาคตจะมีการคอลแลบระหว่างแบรนด์ ก็จะเป็นการสร้างสีสันและดึงดูดผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือความจริงใจต้องมาก่อน เราจึงจะสามารถครองใจผู้บริโภคได้ในระยะยาว”

อีกหนึ่งพาร์ทเนอร์อย่าง คุณภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด และ บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “อย่างที่คุณเบียร์ได้กล่าวไปครับว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ คือการดึงเอาจุดเด่นและความเชี่ยวชาญของแต่ละส่วนมารวมกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งสอดคล้องไปกับแนวทางการทำงานของกลุ่มบริษัทของเราที่มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพมาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้แต่ละบริษัทมีส่วนที่ดีของแต่ละคนอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อพอได้มารวมกัน และการ ได้คุณเบียร์มาช่วยบริหาร เรามั่นใจว่าจะดีและสร้างความสนุกสนานให้กับวงการอาหารบ้านเรามากขึ้นแน่นอน”

ปิดท้ายด้วย คุณฉาย บุนนาค รักษาการประธานกรรมการบริหาร บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA กล่าวว่า “ด้วยทั้ง 3 พาร์ทเนอร์เราต่างมีเป้าหมายเดียวกันและมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรามองว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้จะผลักดันให้กลุ่ม AQUA ในฐานะ Investment Company สามารถสร้างแหล่งรายได้จากประเภทธุรกิจอาหารได้มากขึ้น และเรามั่นใจด้วยว่าการได้ร่วมงานกับทีมที่มีประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติจากคุณเบียร์ – ปิยะเลิศ ใบหยก มานำทัพเป็น CEO ของ FAB เอง จะทำให้ FAB เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ถ้าเทียบกับอาหารจานหนึ่งแล้ว ผมคอนเฟิร์มว่าจะต้องเป็นเมนูที่อร่อย จัดจ้าน ทานได้ไม่เบื่อ และได้การการันตีรางวัลจากนักชิมอย่างแน่นอน”

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัว FAB ยังได้รับเกียรติจาก คุณชัยพิพัฒน์ แก้วไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณวรภัทร ชวนะนิกุล Chief Strategy Officer and Chief Financial Officer บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และ คุณพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ Chief Financial Officer บริษัท บีเอ็นเอฟ โฮลดิ้ง จำกัด, ม.ร.ว.จุลรังษี ยุคล, คุณสุนทรี ใบหยก,คุณจารุจิต ใบหยก, คุณสะธี ใบหยก,คุณพอใจ  บุนนาค และคุณพอเพียง บุนนาค มาร่วมงานอีกด้วย


วิธีสังเกตสัญญาณเสี่ยง 'ภาวะสิ้นยินดี' อาการร่วมที่พบบ่อยในผู้มีภาวะซึมเศร้า

วิธีสังเกตสัญญาณเสี่ยง ‘ภาวะสิ้นยินดี’ อาการร่วมที่พบบ่อยในผู้มีภาวะซึมเศร้า

“คุณมีความสุขไหมวันนี้?” คำถามง่ายๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยย้อนถามตัวเอง และอาจจะต้องนึกอยู่นานกว่าจะได้คำตอบว่าตกลงวันนี้ “มีความสุข”, “ไม่มีเลย” หรือ “ไม่รู้เหมือนกัน” เชื่อหรือไม่ว่ามีคนจำนวนหนึ่งไม่สามารถรู้สึกหรือบอกตัวเองได้ว่า “ฉันกำลังมีความสุข” ซึ่งหากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นเช่นนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าคนๆ นั้นอาจกำลังมี “ภาวะสิ้นยินดี” อาการร่วมที่พบบ่อยในผู้มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งมีแนวโน้มเกิดมากขึ้นในหมู่คนวัยทำงานยุคนี้

เป็นธรรมชาติของคนเราที่ต้องมีอารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะการรับรู้หรือได้รับความรู้สึกเชิงบวก เช่น สบายใจ แช่มชื่นใจ ทั้งที่มาจากตัวเองหรือมาจากการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น แต่เมื่อไรที่เรามี “ภาวะสิ้นยินดี” จะรู้สึกเหนื่อย เนือย ไม่มีความรู้สึกเชิงบวกใดๆ ไม่ว่ากับอะไรหรือกับความสัมพันธ์ใด

ภาวะสิ้นยินดีเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ภาวะสิ้นยินดี” เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่ทำให้เจ้าต้วไม่รู้สึกรู้สากับอารมณ์ความรู้สึกเชิงบวก ทั้งนี้ ภาวะดังกล่าวเกิดได้จากหลายปัจจัย กล่าวคือ   

  • ปัจจัยทางกายภาพ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ หรือสารเคมีในสมอง เช่น โรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดในสมอง โรคซึมเศร้า เป็นต้น
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม อาจมีส่วนทำให้บางคนมีธรรมชาติและบุคลิกภาพค่อนข้างหม่นหมอง เศร้าง่าย
  • ปัจจัยทางสภาวะแวดล้อม เช่น ภาวะความเครียด เหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนใจ ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) หรือผู้ที่อยู่ในภูมิประเทศที่มีฤดูหนาวเป็นระยะเวลานาน เหล่านี้ทำให้เกิดความรู้สึกหม่นหมองต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้คนนั้นๆ มีแนวโน้มขรึม เก็บตัว ไม่สดใส
  • ปัจจัยต่างๆ ทั้งกายภาพ สภาพแวดล้อม จิตใจ ล้วนเชื่อมโยงกัน การที่คนเรารู้สึกหม่นหมอง เนือย เหนื่อย เป็นเวลานานๆ และต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้สารเคมีในสมองเกิดการเปลี่ยนแปลง ลดทอนความสามารถในการรู้สึกอารมณ์เชิงบวกได้เหมือนกัน

ภาวะสิ้นยินดีทางสังคมและทางกายภาพ 
ผู้ที่เป็นภาวะสิ้นยินดีมักจะมีปัญหาในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดหรือคนอื่นๆ ในสังคม พวกเขาจะไม่สามารถตอบรับความรู้สึกด้านบวกได้ ไม่ว่าความสุข ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทำให้ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีไม่สามารถมีประสบการณ์เชิงบวกร่วมกับผู้อื่นได้ ยกตัวอย่าง เพื่อนๆ หัวเราะกันสนุกสนาน แต่คนที่มีภาวะสิ้นยินดี จะไม่สามารถรู้สึกสนุกหรือหัวเราะกับคนอื่นๆ ได้ ซึ่งจะกระทบกับการเข้ากลุ่มและความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ นานวันเข้า ก็อาจส่งผลต่อบุคลิกภาพและความสัมพันธ์กับคนอื่น

ภาวะสิ้นยินดีแสดงออกได้ 2 ลักษณะหลักๆ คือ   

  1. ภาวะสิ้นยินดีทางสังคม (Social anhedonia) คนกลุ่มนี้จะไม่รู้สึกอยากใช้เวลาร่วมกับครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อนฝูง คนรอบข้าง และคนอื่นๆ ในสังคม
  2. ภาวะสิ้นยินดีทางกายภาพ (Physical anhedonia) ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีการรับรู้ความรู้สึกทางกายเปลี่ยนไป หากเป็นเรื่องเพศสัมพันธ์ ก็จะเหมือนหมดความรู้สึกจนคล้ายคนหมดสมรรถภาพทางเพศได้ นอกจากนี้ อาจจะไม่สนุกกับกิจกรรมที่เคยทำเหมือนก่อน อาหารที่เคยชอบก็ไม่ชื่นชอบอีกต่อไป ไม่รู้สึกสนุกสนานร่าเริงและมีแนวโน้มที่จะมีอารมณ์ทางลบมากขึ้นได้

ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีทั้ง 2 แบบ จะไม่มีแรงจูงใจในการเชื่อมความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ไม่อยากใช้เวลาหรือมีส่วนร่วมกับผู้อื่น หรืออาจจะมีอาการของโรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder) รู้สึกว่าตัวเองไม่เข้าพวกกับคนอื่น หวาดกลัว วิตกกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องพบเจอรู้จักคนใหม่และสถานที่ใหม่ คนกลุ่มนี้จะเริ่มหายหน้าหายตา ปฎิเสธคำชวนไปร่วมกิจกรรมทางสังคม เริ่มมีชั่วโมงในการอยากอยู่คนเดียวนานขึ้นและถี่ขึ้นเรื่อยๆ

ภาวะสิ้นยินดีกับภาวะความด้านชาทางความรู้สึก
มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าภาวะความด้านชาทางความรู้สึก (Emotional numbness) และภาวะสิ้นยินดี เป็นภาวะเดียวกัน จริงๆ แล้วภาวะทั้งสองไม่เหมือนกันสักทีเดียว ภาวะความด้านชาทางความรู้สึกจะคล้ายกับการฉีดยาชา ไม่มีความรู้สึกใดๆ ไม่ว่าอารมณ์ทางบวกหรือทางลบ เฉย เนือย ไร้อารมณ์กับทุกสิ่ง เหมือนไม่สุขไม่ทุกข์ ภาวะนี้มักมาจากการที่คนๆ นั้นมีประสบการณ์ทางลบด้านความรู้สึก จึงพยายามหลีกเลี่ยงอารมณ์ทางลบ กลายเป็นไม่รับรู้ความรู้สึกอะไรเลย เฉยชาด้านอารมณ์ทั้งหมด ส่วนภาวะสิ้นยินดีเป็นภาวะที่ไม่มีความรู้สึกทางบวก แต่ยังคงรับรู้และแสดงความรู้สึกเชิงลบได้อยู่ ผู้ที้มีภาวะสิ้นยินดีจะไม่รู้สึกถึงอารมณ์ในเชิงบวกเลย ไม่มีความรู้สึกอิ่มเอิบใจ ปลื้มใจ ไม่หัวเราะ อาจดูเหมือนรู้สึกเฉยๆ เหมือนภาวะด้านชา แต่ยังสามารถรับรู้และแสดงความรู้สึกเชิงลบได้ เช่น ความไม่สบายใจ ความกังวล กลัว เบื่อ ซึ่งอาการเหล่านี้ดูคล้ายและเกือบเป็นภาวะซึมเศร้าเลยทีเดียว

สิ้นยินดีนานๆ อาจทำซึมเศร้าหนักขึ้น
ภาวะสิ้นยินดีเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 60 ของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดี มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้มากขึ้น เพราะทั้งสองภาวะมีมีความเหมือนกันอยู่ 2 เรื่อง คือ อารมณ์ความรู้สึกทางลบ และสิ่งที่เคยทำให้รู้สึกชื่นชอบสบายใจ ไม่ได้ทำให้มีความสุขอีกต่อไป เวลาเป็นซึมเศร้า ใจจะดิ่ง อารมณ์ลบจะเยอะ พยายามทำสิ่งต่างๆ เพื่อดึงความรู้สึกให้ดีขึ้น ไม่ว่าดูหนัง ฟังเพลง เล่นกับน้องแมวที่บ้าน ก็อาจจะยังไม่ดีขึ้น ซึ่งถ้าเรามีภาวะซึมเศร้าต่อเนื่องนานๆ ก็จะเกิดภาวะสิ้นยินดีได้ ในอีกทางหากมีภาวะสิ้นยินดีบ่อยๆ เราก็จะหมดความรู้สึกสนใจหรือพึงพอใจในการทำสิ่งที่ชื่นชอบ ดึงอารมณ์เชิงบวกได้ยากหรือไม่ได้ จนในที่สุดก็จะเหลืออารมณ์เชิงลบอย่างเดียว นำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

สังเกตสัญญาณภาวะสิ้นยินดี
แต่ละคนจะมีสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “คู่มือความสุขเฉพาะตน” คือความรู้ตัวว่าทำอะไร ไปที่ไหน เจอใคร แล้วจะมีความสุข สนุก พอใจ อารมณ์ดีขึ้น เมื่อเวลามีอารมณ์ลบ เราก็จะไป ทำ หรือพบกับสิ่งที่เราชอบ เพื่อจะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นได้ แต่หากสิ่งที่เราเคยทำแล้วมีความสุข ไม่อาจทำให้เกิดความรู้สึกดีได้อีก นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ชวนให้เราเริ่มถามตัวเองว่า “ตัวเรามีภาวะสิ้นยินดีแล้วหรือเปล่า?” ข้อสังเกตเบื้องต้น 3 เรื่อง ช่วยให้จับสัญญาณภาวะสิ้นยินดี

  • สังเกตความรู้สึก – เวลาที่ทำกิจกรรมที่ชอบ ยังรู้สึกชอบ สนุกหรือมีความสุขอยู่ไหม? ถ้าเราอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือสิ่งที่เราเคยชอบทำ แล้วไม่รู้สึกสนุกหรือชอบเหมือนเดิม ก็อาจเป็นสัญญาณของภาวะสิ้นยินดีได้ แต่ก็ไม่เสมอไป เราอาจจะต้องสังเกตต่อไปว่าอารมณ์ความรู้สึกทางบวกในเรื่องอื่นๆ หรือช่วงอื่นๆ มีน้อยลงด้วยหรือไม่
  • สังเกตความคิด – ความคิดของเราเป็นเชิงลบ หม่นหมองหรือไม่? เราได้พยายามปรับมุมมองให้เป็นบวกมากขึ้นแล้วหรือยัง ปรับมุมมองให้บวกได้สำเร็จหรือไม่ ถ้าเรามีความรู้สึกเชิงบวก เราจะมองคนในเชิงบวก อยากสร้างสัมพันธ์กับผู้คน แต่ถ้าเราตกอยู่ในภาวะสิ้นยินดีเราจะรู้สึกว่าโลกไม่น่าอยู่ ไม่อยากสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ หรือไม่รู้สึกกระตือรือร้นที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว
  • สังเกตร่างกาย – รู้สึกเหนื่อยจากการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ มากกว่าปกติหรือไม่? ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่แจ่มใส รู้สึกล้า หมดแรงหรือเปล่า

สมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางเพศเป็นเกณฑ์ประเมินภาวะสิ้นยินดีได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่กับทุกกรณี สิ่งที่เราพอสังเกตได้คือร่างกายของเรายังแข็งแรงเป็นปกติดีไหม ออกกำลังกายได้เท่าเดิมหรือเปล่า มีความเปลี่ยนแปลงด้านสมรรถภาพทางเพศหรือไม่ ที่สำคัญ เวลาที่รู้สึกอ่อนล้า เหนื่อย ถ้าได้พักผ่อน นอนแล้ว ร่างกายกลับมากระชุ่มกระชวย อารมณ์ดีสดใสขึ้น แต่ถ้านอนพักแล้ว ยังรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อย ล้า หมดแรงที่จะทำอะไร ก็อาจเป็นสัญญาณภาวะสิ้นยินดีได้

วิธีรับมือภาวะสิ้นยินดี
หากเราสังเกตเห็นอาการเบื้องต้นของภาวะสิ้นยินดีแล้ว เราต้องรีบปรับอารมณ์เสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้พลังบวกกลับมาในชีวิตให้เร็วที่สุด แนะวิธีการรับมือกับภาวะสิ้นยินดี ดังนี้     

  • เติมพลังบวก ซึ่งทำได้หลายรูปแบบ โดยอาจเริ่มจากลงมือทำในสิ่งที่เคยชอบ ฝึกเติมพลังบวกเรื่อยๆ ทีละเล็กทีละน้อย เพิ่มอารมณ์บวกบ่อยๆ เพื่อกันอารมณ์ลบให้ไปห่างๆ
  • หมั่นสังเกตและรับรู้อารมณ์ตามที่เป็น ไม่ว่าจะอารมณ์ด้านลบหรือบวก
  • โอบกอดตัวเองและหมั่นเติมความรักให้ตัวเอง
  • ฝึกใจ ปรับโฟกัส ให้ชื่นชมกับการกระทำและความสำเร็จเล็กๆ ในชีวิต ยังไม่ต้องทำกิจกรรมที่ต้องลงแรงมาก ให้เริ่มจากทำสิ่งเล็กๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป และปล่อยให้ตัวเองมีความสุขระหว่างทำกิจกรรม
  • ปรึกษานักจิตวิทยาและจิตแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและการรักษา

เวลาที่เป็นภาวะสิ้นยินดี เรามักจะเก็บตัวอยู่ในห้อง อยากอยู่คนเดียว ดังนั้น เราควรจะออกไปข้างนอกบ้าง ให้ร่างกายได้เจอแสงแดด ได้รับแสงสว่างบ้าง ลองทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ แล้วสังเกตว่าอะไรที่ช่วยดึงใจเราให้ดีขึ้นได้บ้าง สิ่งที่ช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง เท่านี้ก็ดีพอแล้ว”

รู้ไหมว่าการได้คุยกับใครสักคนช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ เรามีศูนย์สุขภาวะทางจิต (Psy Wellness) เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่มีนักจิตวิทยาการปรึกษา ช่วยให้คุณได้เข้าใจตัวเอง คนอื่น และสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ เรายินดีรับฟังและให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง

ข้อมูล: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุลยา พิสิษฐ์สังฆการ รองคณบดี และอาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาการปรึกษา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพ: Pexels