ไฟน์ไลน์ เปิดตัวเพอร์ฟูม คอลเลคชั่น ครบทั้ง ซัก ปรับ รีด พร้อมดึง “ไมกี้” ปณิธาน และ “เก้า” นพเก้า ขึ้นแท่น Friends of Fineline คู่แรก

ไฟน์ไลน์ (Fineline) ผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าครบทุกขั้นตอน หนึ่งในแบรนด์สินค้าคุณภาพที่อยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ภายใต้บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ของผลิตภัณฑ์รีดผ้า 13 ปีซ้อน พร้อมฉลองยอดขายผลิตภัณฑ์ซักผ้าอันดับ 1 ของบริษัทคนไทย และ อันดับ 1 ในขนาด 1,400 มล. ด้วยความมุ่งมั่นในการช่วยดูแลชีวิตประจำวันของทุกคนให้ได้รับความสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อยกระดับความสุขของผู้บริโภคให้ทุกวันดียิ่งขึ้น  

ล่าสุดเปิดตัวเพอร์ฟูม คอลเลคชั่น ครบทั้งผลิตภัณฑ์ ซัก ปรับ รีด ใหม่ ! ไฟน์ไลน์ซักผ้าเข้มข้น มิราเคิล เพอร์ฟูม และไฟน์ไลน์ สเปรย์หอมรีดผ้าเรียบ พร้อมด้วย ไฟน์ไลน์ปรับผ้านุ่มเข้มข้นพิเศษ พรีเมียม เพอร์ฟูม ซีรีส์แห่งความหอมหรูควบคู่เทคโนโลยี โดยมีนักแสดงสาวสวย “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ พรีเซนเตอร์ของแบรนด์ ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าแนวกลิ่นหอมพรีเมียม ที่รังสรรค์แนวกลิ่นร่วมกับนักปรุงน้ำหอมระดับโลก เพื่อให้ได้กลิ่นหอมหลากหลาย เข้าได้กับทุกบุคลิก

นอกจากนี้ในงานยังอัพเดทเทรนด์การแต่งตัว และการเลือกกลิ่นหอมให้เข้ากับบุคลิก โดยดีไซเนอร์คนดัง พลพัฒน์ อัศวะประภา แห่ง Asava พร้อมชวนสัมผัสความมหัศจรรย์ของการดูแลผ้า และกลิ่นหอมหรูสุดพรีเมียมของไฟน์ไลน์ และพบกับ Friends of Fineline คู่แรกของแบรนด์ไฟน์ไลน์ “ไมกี้” ปณิธาน บุตรแก้ว และ “เก้า” นพเก้า เดชาพัฒนคุณ สองหนุ่มสุดหล่อ พระเอกหน้าใหม่ที่มาร่วมกิจกรรม Meet & Greet กับแฟน ๆ ผู้โชคดีจากการซื้อผลิตภัณฑ์ไฟน์ไลน์ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคมนี้ ณ ลานกิจกรรม ชั้น G  สามย่านมิตรทาวน์   

ศิริสุภา อาจสัญจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เผยถึงเทรนด์ผู้บริโภค และแนวทางของไฟน์ไลน์ในปีนี้ เพื่อตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ของผลิตภัณฑ์รีดผ้า และยอดขายผลิตภัณฑ์ซักผ้าอันดับ 1 ของบริษัทคนไทยว่า “ด้วยความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค ที่มีความแตกต่าง หลากหลายมากขึ้น และจากปัญหามลภาวะในปัจจุบันที่เกิดขึ้นมากมาย  ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟน์ไลน์จึงไม่หยุดคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้ง ซักผ้า ปรับผ้านุ่ม และรีดผ้าเรียบ ให้สามารถแก้ปัญหา ครบทุกความต้องการให้กับผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม อย่างปัญหากลิ่นอับชื้นติดผ้า ที่เราได้นำเทคโนโลยี FX Tech ลิขสิทธิ์เฉพาะของไฟน์ไลน์ มาช่วยกำจัดกลิ่นอับชื้นจากต้นเหตุ ให้ผ้าสะอาด ไม่มีกลิ่นอับชื้น นุ่ม และมีกลิ่นหอมติดผ้ายาวนาน โดยการสร้างสรรค์แนวกลิ่นหอมหรู เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในด้านการเสริมภาพลักษณ์ รวมถึงความมั่นใจเมื่อสวมใส่เสื้อผ้า ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์”

นอกจากนี้ ศิริสุภา ได้กล่าวเสริมถึงครั้งแรกของแบรนด์ในการแต่งตั้ง Friends of Fineline คู่แรกว่า ที่ผ่านมาเรามี “ญาญ่า” อุรัสยา เป็นพรีเซนเตอร์หลักที่ช่วยสร้างการจดจำให้แก่แบรนด์ไฟน์ไลน์อยู่แล้ว ซึ่งการเข้ามาเป็น Friends of Fineline ของ “ไมกี้” ปณิธาน และ “เก้า” นพเก้า จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความแข็งแรงของแบรนด์ และขยายการรับรู้ไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองหนุ่มเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง และจะมีกิจกรรมกับไฟน์ไลน์ตลอดปี เริ่มตั้งแต่งานนี้เป็นต้นไป”    

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าที่มอบความหอมระดับพรีเมียม มาพร้อม FX Tech เทคโนโลยีกำจัดกลิ่นอับชื้นลิขสิทธิ์เฉพาะจากไฟน์ไลน์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ในปีนี้  ได้แก่

ใหม่! ไฟน์ไลน์ซักผ้าเข้มข้น มิราเคิล เพอร์ฟูม (Fineline Liquid Detergent Concentrated Miracle Perfume) พลังซักสะอาดซอกซอนลึกถึงเส้นใยผ้า ขจัดคราบสกปรกฝังแน่น ไม่ว่าจะเป็น คราบอาหาร กาแฟ และคราบลิปสติก พร้อมกำจัดกลิ่นอับชื้นบนผ้าด้วยเทคโนโลยี FX Tech ลิขสิทธิ์จากไฟน์ไลน์ หมดกังวลแม้ตากผ้าในที่ร่ม ไม่โดนแดด นอกจากนี้ยังเพิ่มพลังความหอมบนเนื้อผ้าให้หรูหรายิ่งกว่า ด้วยกลิ่นหอมระดับน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์จากดอกแมคโนเลียที่ให้ความหอมแบบพรีเมียม พร้อมความสดชื่นจากกลิ่นผลไม้ซีตรัส และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่  ที่ผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว มีให้เลือก 4 ขนาด 130 มล. ราคา 20 บาท, 430 มล. เพิ่มปริมาณ 40% ราคา 68 บาท พิเศษเฉพาะ 7-Eleven, 700 มล. ราคา 99 บาท และ 1,400  มล. ราคา 189 บาท  

ไฟน์ไลน์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ พรีเมียม เพอร์ฟูม (Fineline Premium Perfume Concentrated Fabric
Softener) กลิ่นหอมพรีเมียม หรูหรา ติดผ้ายาวนาน มาพร้อมเทคโนโลยี Blooming Capsule แคปซูลน้ำหอมเข้มข้น
ยึดเกาะเส้นใยผ้า ล็อคกลิ่นหอมให้ติดผ้ายาวนาน 30 วัน พร้อมกระจายความหอมขณะสวมใส่ และมีเทคโนโลยี Fx
Tech ที่ช่วยลดกลิ่นอับจากทุกต้นเหตุ  ไร้กังวลแม้ตากผ้าในช่วงหน้าฝน หรือซักผ้ากลางคืน กลิ่น RED PASSION แนว
กลิ่นหรูหรา มีระดับ จากมวลดอกไม้และทรอปิคอล สไตล์สาวสดใส ขนาด 450 มล. ราคา 99 บาท และ 1,150 มล.
ราคา 238 บาท

ใหม่ !ไฟน์ไลน์ สเปรย์หอมรีดผ้าเรียบ เพอร์ฟูม คอลเลคชั่น กลิ่นเรด แพสชั่น (Fineline Fabric Starch
Perfume Collection Red Passion) สูตรรีดลื่น เรียบเร็ว ด้วยนวัตกรรม Fabric Smart  ช่วยให้เสื้อผ้าเรียบง่าย เรียบ
นาน ไม่คืนตัว ช่วยสะกดชุดสวย ให้เรียบนานตลอดการสวมใส่ เหมาะสำหรับผ้าทุกประเภทที่รีดยาก
ทั้งเสื้อ กางเกง กระโปรง ผ้าลินิน ผ้ายืดสแปนเดกซ์ ผ้าคอตตอน หรือผ้าที่ต้องการถนอมเป็นพิเศษ เช่น ผ้าไหม
ผ้าชีฟอง ผ้าฝ้าย และผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ผสานพลังปกป้องความร้อนจากเตารีด ถนอมผ้า คงสีสันสดใส  และช่วย
เสริมประสิทธิภาพการทำงานของน้ำยาปรับผ้านุ่ม ช่วยถนอมผ้าให้เรียบอย่างนุ่มนวล ทั้งยังช่วยลดกลิ่นอับชื้นบนผ้า
ด้วยเทคโนโลยี FX Tech เพื่อบุคลิกที่ดี มั่นใจทุกครั้งที่สวมใส่ พร้อมมอบกลิ่นหอมหรูสไตล์ยุโรปจากดอกไม้ ผสม
ผสานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ขนาด 450  มล. ราคา 20 บาท   

สัมผัสนวัตกรรมแห่งความหอมหรูระดับเวิล์ดคลาสกับเพอร์ฟูม คอลเลคชั่น ครบทั้งผลิตภัณฑ์ ซัก ปรับ รีด วางจำหน่าย
ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ และร้านค้าใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ทาง 7-Online, Shopee, Konvy และ NEO
DealDD Officail Store ทาง Lazada ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง FB : FinelineThailand, IG : @finelinethailand,
TikTok : @finelinethailand, Line Official Account : @NEOdealDD

ตัวช่วยเซ็ตรูทีนผิวฉ่ำพร้อมใช้! ของ ‘เกรซ – กาญจน์เกล้า’ ทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive

ด้วยเทรนด์งานผิวที่มาแรงมาก ทำให้ประโยคที่ว่า ‘ผิวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ ถือเป็นเรื่องไม่เกินจริง โดยเฉพาะสำหรับคนรักสวยยุคนี้ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพผิวเป็นอันดับแรกๆ และใส่ใจกับขั้นตอนเริ่มต้น Praew Survey รอบนี้จึงขอพาสาวกบิวตี้ไปเปิดวาร์ปทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive ที่ถือเป็นหัตถการตัวตึงแห่งวงการงานผิวเลยก็ว่าได้ โดยเป็นตัวช่วยดูแลผิวตามเทรนด์ Step Zero รวมถึงยังเป็นทริคการดูแลผิวของสาวผิวใสระดับตัวแม่ ‘เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า’ อีกด้วย

จุดเด่นของทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive ที่คนรักผิวต้องรู้ คือการช่วยปรับโครงสร้างพื้นฐานผิวให้พร้อม โดยช่วยเซ็ตรูทีนผิวแบบ Step Zero ซึ่งเป็นรูทีนการดูแลผิวรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเซ็ตพื้นฐานผิวให้ดีตั้งแต่เริ่มต้น เตรียมโครงสร้างผิวด้วยลดการใช้สกินแคร์ที่ไม่จำเป็น เน้นเลือกใช้ตัวที่มีประโยชน์ต่อผิวจริงๆ รวมถึงลดการโบกเมคอัพหนาๆ เพื่อโชว์ผิวที่ดูดีและดูเป็นธรรมชาติ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว เพราะเมื่อลดสเต็ปเหลือแค่การบำรุงผิวเท่าที่จำเป็นก็ช่วยลดระยะเวลาหน้ากระจกไปในตัว เรียกว่าถูกใจสาวกบิวตี้สาย Skinimalism 

ดังนั้นหากใครที่ต้องการเซ็ตรูทีนผิว ก็ต้องไม่พลาดรู้จักกับทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive ซึ่งถือเป็นหัตถการงานผิวมาแรง ดีงามด้วยการมาพร้อมกับกรดไฮยาลูรอนิกและสารกลีเซอรอลที่ขึ้นชื่อเรื่องงานผิว จึงช่วยดูแลผิวได้แบบ 4 มิติ อิ่มฟู เนียนเด้ง ชุ่มชื้น ฉ่ำวาว โดยผลลัพธ์อยู่ได้ราวๆ 9 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ไม่น้อยเลย

นอกจากนี้การดูแลผิวด้วยกับทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยที่ไม่ต้องรอให้ปัญหาผิวเกิดเสียก่อนแล้วค่อยแก้ไข ยังช่วยคงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัยได้อีกด้วย

อย่างที่สาวสวยผิวออร่า ‘เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า’ ได้เผยเคล็ดลับการดูแลผิวเอาไว้ว่า “ทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive ถือเป็น My Step Zero ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวซัพพอร์ตเตอร์ที่ช่วยโอบอุ้มผิวให้มีคุณภาพดี แถมยังช่วยทำให้ขั้นตอนการบำรุงผิวที่ยุ่งยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นและสะดวกขึ้นเยอะเลยค่ะ”

ทั้งหมดนี้คือจุดเด่นของทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive ที่ช่วยเซ็ตรูทีนผิวแบบ Step Zero เพื่อทำให้ผิวมีพื้นฐานที่ดี พร้อมใช้ทุกสถานการณ์ ดังนั้นหากใครอยากมีผิวใสฉ่ำวาวตามเทรนด์ ขอบอกเลยว่าห้ามตกขบวนทรีตเม้นต์ฟิลเลอร์งานผิว Belo Revive อย่างเด็ดขาด

เลขคำขออนุญาตโฆษณาที่ AD6700893

ใบอนุญาตเลขที่ ฆพ.861/2567

ตอกย้ำการเป็นที่สุด aespa บัตรหมดเกลี้ยงทั้ง 2 รอบการแสดง

aespa ทุบสถิติใหม่ขึ้นแท่น เกิร์ลกรุ๊ปเค-ป๊อปเจน 4 วงแรกที่จัดคอนเสิร์ต ณ อิมแพ็ค อารีน่า 2 รอบ และบัตรหมดทันทีที่เปิดจำหน่าย

ตอกย้ำการเป็นที่สุดแห่งปรากฏการณ์ความนิยมไปทั่วโลกของจริง ! สำหรับวงที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ aespa (เอสป้า) ซึ่งกำลังจัดเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 2 ในเอเชียและออสเตรเลีย รวมทั้งหมด 14 ภูมิภาค โดยมีตารางปิดทัวร์ครึ่งแรกที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินหน้าทัวร์ต่อในอเมริกาและยุโรปช่วงต้นปีหน้า 2568 แน่นอนว่า พวกเธอจะกลับมาหาแฟนคลับชาวไทยพร้อมสเกลความยิ่งใหญ่และอลังการกว่าครั้งก่อน ในคอนเสิร์ต 2024 aespa LIVE TOUR – SYNK : PARALLEL LINE – in BANGKOK ทั้งหมด 2 รอบการแสดง วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2567 เวลา 18:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 เวลา 17:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งนี้ aespa ประสบความสำเร็จทุบสถิติใหม่ที่ดีที่สุด ! กับการขึ้นแท่นเป็น ‘เกิร์ลกรุ๊ปเค-ป๊อปเจน 4 วงแรกที่สามารถจัดคอนเสิร์ต ณ อิมแพ็ค อารีน่า 2 รอบการแสดง และบัตรหมดเกลี้ยงทันทีที่เปิดจำหน่าย’

aespa ได้ส่งคลิปแทนคำทักทายและคำขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนจาก MY ชาวไทย (มาย : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) พร้อมการันตีความปังของคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้น ดังนี้ ❝ สวัสดีค่ะ พวกเรา aespa ค่ะ วันนี้พวกเรา aespa มีข่าวดีมาบอกทุกคนค่ะ พวกเรา aespa กำลังจะไปพบกับ MY ชาวไทยอีกครั้ง ในงาน 2024 aespa LIVE TOUR – SYNK : PARALLEL LINE – in BANGKOK ค่ะ สำหรับงานนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 และวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 ณ IMPACT ARENA ค่ะ ได้ยินมาว่า IMPACT ARENA เป็นฮอลล์ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยนะคะ ต้องขอบคุณความรักและการสนับสนุนจาก MY ชาวไทยทุกคนที่ทำให้เรามีโอกาสได้แสดงในฮอลล์ที่ใหญ่ขึ้นค่ะ พวกเรากำลังเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะตอบแทนทุกคนด้วยการแสดงที่เท่ยิ่งขึ้น ดังนั้น ช่วยรอติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ MY ชาวไทยทุกคนคะ ! วันที่ 28-29 กันยายนนี้ มาเจอกันให้ได้เลยนะคะ รับรองว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ ปังมาก บ๊ายบาย ~ ❞

aespa วงสังกัดค่าย SM Entertainment ที่กำลังครองความสนใจและมาแรงที่สุดในขณะนี้ พวกเธอได้รับคำชื่นชมและการขนานนามในฐานะ ‘วงที่สร้างความฮิตระดับโลก’ และ ‘วงที่นำเทรนด์ใหม่’ แห่งวงการเพลงเค-ป๊อป ด้วยโลกทัศน์ของวงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนไม่เหมือนใคร ทำให้นอกจากแฟนเพลงเค-ป๊อปแล้ว ผู้คนจากหลากหลายวงการต่างก็รอคอยติดตามผลงานเพลงที่ถูกสร้างสรรค์ออกมาอย่างมีรายละเอียด แปลกใหม่ และคุณภาพสูงขึ้นทุกครั้งที่ปล่อยออกมา ไม่ว่าจะเป็นเพลงฮิตอย่าง ‘Black Mamba’, ‘Next Level’, ‘Savage’, ‘Dreams Come True’, ‘Illusion’, ‘Girls’, ‘Spicy’, ‘Better Things’, ‘Drama’ ฯลฯ โดยเฉพาะการคัมแบ็กล่าสุดในอัลบั้มเต็มชุดแรกนับตั้งแต่เดบิวต์ ‘Armageddon’ ที่รวบรวมคอนเซ็ปต์และอัตลักษณ์ของพวกเธอ อัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จเข้าสู่ชาร์ต ‘Billboard 200’ และนิตยสารธุรกิจชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ‘Forbes’ ยังกล่าวชื่นชมว่า “อัลบั้มใหม่ของเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีใต้ทะยานสู่ลิสต์ของอัลบั้มที่ขายได้เยอะที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล” โดยอัลบั้มชุดนี้มาพร้อมดับเบิลไตเติลที่ระเบิดความสำเร็จฮิตทะลุจักรวาลแม้ปล่อยมานานกว่า 2 เดือน ได้แก่ ‘Armageddon’ เพลงฮิปฮอป แดนซ์ ที่ยังคงติดอันดับ TOP10 บนทุกชาร์ตเพลงดิจิทัลหลักในประเทศเกาหลีใต้ และ ‘Supernova’ เพลงแดนซ์สุดติดหูโชว์เสน่ห์ความฮิปตามสไตล์ ที่นั่งแท่นอันดับ 1  บนชาร์ตเพลงดิจิทัลหลักในประเทศเกาหลีใต้จนถึงปัจจุบัน และสร้างสถิติใหม่ที่ดีที่สุดตลอดกาลของวง เช่น เพลงเกิร์ลกรุ๊ปที่สามารถ Perfect All-Kill หรือครองอันดับ 1 บนทุกชาร์ตเพลง ทั้งแบบเรียลไทม์ ประจำวัน และประจำสัปดาห์มากที่สุดในปี 2024, เพลงที่ครองอันดับ 1 ประจำสัปดาห์บนชาร์ตเพลงดิจิทัลหลักในประเทศเกาหลีใต้อย่าง Melon และ Genie ได้ยาวนานที่สุดในบรรดาเพลงที่ปล่อยออกมาในปี 2024, เพลงเกิร์ลกรุ๊ปเค-ป๊อปวงแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นเพลงประกอบการแสดงน้ำพลุสุดยิ่งใหญ่ ‘IMAGINE show’ ที่ดูไบ, หนึ่งใน ‘เพลงที่ดีที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2024’ (BEST SONGS OF 2024 (SO FAR)) เลือกโดย ‘DORK’ นิตยสารด้านดนตรีในสหราชอาณาจักร และอีกมากมายอย่างนับไม่ถ้วน

ตามชื่อคอนเสิร์ต ‘SYNK : PARALLEL LINE’ คอนเซ็ปต์ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกทัศน์ใหม่ของ aespa ที่ขยายไปสู่โลกคู่ขนานที่มีหลากหลายด้าน ซึ่งจะนำเสนอการแสดงที่เหมือนกับละคร ผ่านวีซีอาร์และเซ็ตลิสต์ต่าง ๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวโลกทัศน์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ร่วมด้วยโปรดักชันเวทีและการเรียบเรียงเพลงที่ยกระดับเอกลักษณ์และความทรงพลังของการแสดงอย่างเหนือชั้น ตั้งแต่เพลงจากอัลบั้มเต็มชุดแรกทุกเพลงที่จะแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพลงเมกะฮิตก่อนหน้านี้ ไปจนถึงเพลงโซโล่ใหม่ของแต่ละสมาชิก โดยพวกเธอได้เปิดฉากเวิลด์ทัวร์ครั้งที่สอง ‘2024 aespa LIVE TOUR – SYNK : PARALLEL LINE –’ เมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน 2024 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ต่อด้วยฟุกุโอกะ นาโกย่า ไซตามะ สิงคโปร์ โอซาก้า ในเดือนกรกฎาคม, ฮ่องกง ไทเป โตเกียว จาการ์ตา ซิดนีย์ ในเดือนสิงหาคม รวมถึงเมลเบิร์น มาเก๊า และปิดทัวร์ครึ่งแรกที่กรุงเทพฯ ในเดือนกันยายน รวมทั้งหมด 14 ภูมิภาคในเอเชียและออสเตรเลีย ซึ่งกระแสตอบรับของเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ถล่มทลายสุด ๆ เพราะนอกจากจะเพิ่มรอบตามคำเรียกร้องของแฟนคลับ บัตรก็ยังหมดเกลี้ยงทุกที่นั่งทันทีที่เปิดจำหน่าย ตอกย้ำถึงพลังการจำหน่ายบัตรในระดับโลกอีกครั้ง หลังจากนี้ aespa (เอสป้า) มีกำหนดเสร็จสิ้นการทัวร์ในเอเชียและออสเตรเลียช่วงเดือนกันยายนนี้ และเดินหน้าทัวร์ต่อในอเมริกาและยุโรปช่วงต้นปีหน้า 2025

ยิ่งไปกว่านั้น คอนเสิร์ตของ aespa ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ได้ยืนยันถึงความมีอิทธิพลและความนิยมที่เติบโตไปอีกขั้นในประเทศไทย จากคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก ‘aespa LIVE TOUR 2023 ‘SYNK : HYPER LINE’ in BANGKOK’ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 กรกฎาคม 2023 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี บัตรจำหน่ายหมดทั้ง 2 รอบการแสดง รวมผู้ชมกว่า 10,000 คน สู่การอัปสเกลให้ยิ่งใหญ่ขึ้นในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่สอง ‘2024 aespa LIVE TOUR – SYNK : PARALLEL LINE – in BANGKOK’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 กันยายน 2024 ณ อิมแพ็ค อารีน่า โลกทัศน์ที่มีเพียงแค่ aespa (เอสป้า) เท่านั้นที่สามารถแสดงได้ และการกลับมาอย่างน่าทึ่งของ KARINA (คาริน่า), GISELLE (จีเซลล์), WINTER (วินเทอร์) และ NINGNING (หนิงหนิง) จะเชื่อมโยงทุกคนไปสัมผัสกับโลกทัศน์ด้านไหนบ้าง มาร่วมพิสูจน์ไปด้วยกัน !

“TAEMIN” พร้อมระเบิดความมันส์กับคอนเสิร์ตเดี่ยวแรกในไทย

“TAEMIN” พร้อมระเบิดความมัน เวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวแรกในไทย ปักหมุดดีเดย์ 28 ก.ย.นี้ “แทมเมทไทย” เตรียมล็อกคิวกดบัตรได้เลย!!

ทนเสียงเรียกร้องว่าคิดถึงไม่ไหว ศิลปินหนุ่มดาเมจรุนแรงต่อใจ ที่การันตีทุกผลงานเพลงฮอต กับเพอร์ฟอแมนซ์สุดเพอร์เฟ็คทุกสเตจอย่าง แทมินพร้อมแล้วที่จะมาระเบิดความมันส์ในเวิล์ดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกกับงาน 2024 TAEMIN WORLD TOUR [Ephemeral Gaze] หลังประกาศทัวร์ ‘แทมเมท’ (TAEMate : ชื่อแฟนคลับ) ทั่วโลกต่างตื่นเต้นไปกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดแลนด์ดิ้งของทัวร์นี้

ล่าสุดหนุ่มแทมินไม่รอช้า ส่งข้อความสุดเอ็กคลูซีฟมาอ้อนแฟนๆ ชาวไทย หวังว่าทุกคนจะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งความทรงจำอันแสนพิเศษกับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย “สวัสดีครับ แทมินครับ วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกแฟนๆ ชาวไทยด้วยนะครับ ในที่สุดผมก็จะได้จัดเวิล์ดทัวร์ และไปพบกับแฟนๆ ที่ประเทศไทยแล้วนะครับ ในวันที่ 28 กันยายนนี้ ที่ IDEA LIVE, BRAVO BKK งาน 2024 TAEMIN WORLD TOUR [Ephemeral Gaze] IN BANGKOK หวังว่าจะได้พบกับทุกคนในงานนี้นะครับ ผมจะตั้งใจเตรียมตัวกับคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้แทมเมททุกคนถูกใจ แล้วมาสร้างความทรงจำดีๆ ไปด้วยกันเยอะๆ นะครับ ขอบคุณครับ”

สำหรับงาน 2024 TAEMIN WORLD TOUR [Ephemeral Gaze] IN BANGKOK หนุ่มแทมิน เตรียมขนทุกเพลงหลากหลายแนวมาโชว์ให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างจุใจ พร้อมความพิเศษอัดแน่นที่แฟนๆ ทุกคนต้องมาชม และพบกับแทมินอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง ที่สำคัญผู้จัด ไอมี่ไทยแลนด์ (iMe Thailand) พร้อมจัดเต็มแสงสีเสียง เพื่อความสนุกเต็มรูปแบบ แล้วพบกันในวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2567 ณ ไอเดีย ไลฟ์ บราโว แบงคอก (Idea Live, BRAVO BKK)

งานนี้เปิดจองบัตรรอบ TAEMate Membership Presale ในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2567 เวลา 12.00 – 18.00 น. และจะเปิดจองบัตรในรอบทั่วไปวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง www.imethai.com บัตรราคา 6,800 / 5,900 / 4,900 / 3,900 และ 2,900 บาท (บัตรนั่งทุกที่นั่ง) งานนี้มีสิทธิพิเศษให้แฟนๆ ได้มาใกล้ชิดแทมินอีกเพียบ ติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้เลยที่ Facebook @imethailand, IG และ Twitter @ime_th

ชานยอล เดบิวต์โซโล่ในรอบ 12 ปี พร้อมมินิอัลบั้มชุดแรก ‘Black Out’

ชานยอล เดบิวต์โซโล่ในรอบ 12 ปี พร้อมมินิอัลบั้มชุดแรก ‘Black Out’สั่งสมรายละเอียดทางดนตรีเพื่อถ่ายทอดผ่านเพลงหลากหลายแนวตามสไตล์

CHANYEOL (ชานยอล) นำเสนอเสน่ห์ที่แตกต่างออกไปในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยมินิอัลบั้มชุดแรก ‘Black Out’ โซโล่อัลบั้มแรกของเขาในรอบ 12 ปีหลังจากการเดบิวต์ภายใต้วง EXO (เอ็กซ์โซ) เมื่อปี 2555 ในอัลบั้มชุดนี้จะถ่ายทอดรายละเอียดทางดนตรีที่ CHANYEOL สั่งสมประสบการณ์มาจนถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ เขาได้ทำกิจกรรมทางดนตรีที่มีความหลากหลายทั้งแนวเพลงและรูปแบบ ตั้งแต่วง EXO, ยูนิต EXO-SC, เพลงโซโล่ ‘봄 여름 가을 겨울 (SSFW)’ และ ‘Tomorrow’ ที่ปล่อยผ่านโปรเจกต์ SM ‘STATION’, ซิงเกิล ‘그래도 돼 (Good Enough)’ ฯลฯ ไปจนถึงการร่วมงานกับศิลปินท่านอื่น, การร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ละคร และเว็บตูน เป็นต้น

สำหรับมินิอัลบั้มชุดแรก ‘Black Out’ ประกอบด้วยทั้งหมด 6 เพลงที่ CHANYEOL ได้ลองท้าทายแนวเพลงต่างๆ เช่น ร็อกและฮิปฮอปที่มีพื้นฐานมาจากป๊อป อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลงที่รวมอยู่ในอัลบั้มนี้ เริ่มจากเพลงไตเติลชื่อเดียวกับอัลบั้มว่า ‘Black Out’ เป็นเพลงแนวป็อปร็อก ผสมผสานจังหวะเร็วเข้ากับกีตาร์อะคูสติกแบบมินิมอลและซินธ์ที่กระตุ้นอารมณ์อันมืดมน เนื้อเพลงเปรียบเทียบปรากฏการณ์ Black Out กับสภาวะที่ไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นหลังจากการเลิกรา โดยเฉพาะมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ถ่ายทำขึ้นในฮ่องกง พาผู้ชมเพลิดเพลินไปกับการแสดงอารมณ์อันแสนเศร้าและภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของ CHANYEOL ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นถนนยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยป้ายไฟนีออน

ไม่เพียงเท่านี้ ในอัลบั้มยังมีเพลงสำหรับแฟนคลับ ‘I’m on your side too’ แนวพังก์ร็อกที่เนื้อเพลงเขียนโดย CHANYEOL ทั้งหมด ส่งต่อข้อความอันจริงใจที่อยากสื่อถึงคนที่คอยอยู่เคียงข้างมายาวนาน, เพลงแนวอีโมป๊อป ‘Hasta La Vista’ พร้อมคำมั่นสัญญาถึงอนาคตที่จะได้พบกันอีกครั้ง, เพลงอัลเทอร์เนทีฟป๊อป ‘Ease Up’ เกี่ยวกับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่รู้สึกขณะใช้เวลาทั้งวันร่วมกับคนรักอย่างสบายใจที่สุด, เพลง ‘Back Again’ แนวอัลเทอร์เนทีฟฮิปฮอปที่ให้ความรู้สึกถึงพลังของร็อกและโอลด์สคูลฮิปฮอปไปพร้อมกัน พูดถึงเรื่องราวของการเป็นฮีโร่ในจินตนาการและการต่อสู้เพื่อตามหาตอนจบที่มีความสุขกับคนรัก แต่สุดท้ายก็กลับคืนสู่ความเป็นจริงทั้งที่ยังทำไม่สำเร็จ และเพลงป๊อป ‘Clover’ บอกเล่าเรื่องราวของอารมณ์ต่างๆ ที่มีต่อสัตว์เลี้ยงอันล้ำค่าที่ทำให้ชีวิตประจำวันธรรมดากลายเป็นเรื่องพิเศษ เช่นเดียวกับใบโคลเวอร์สี่แฉกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี

ทั้งนี้ หลังจากปล่อยมินิอัลบั้มชุดแรก CHANYEOL เตรียมเดินทางไปพบกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิดผ่านการจัดไลฟ์ทัวร์ ‘2024 CHANYEOL LIVE TOUR : 都市風景 (City-scape)’ ใน 10 ภูมิภาคของเอเชีย เริ่มจากกรุงโซล ในวันที่ 6-7 กันยายนนี้ ณ BLUESQUARE MASTERCARD HALL สำหรับ EXO-L (เอ็กซ์โซ-แอล : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ชาวไทยรอมาสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันใน ‘2024 CHANYEOL LIVE TOUR : 都市風景 (City-scape) in BANGKOK’ วันที่ 26 ตุลาคมนี้ เวลา 17:00 น. ณ ธันเดอร์โดม

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง SM True : Facebook facebook.com/smtruethailand, Instagram instagram.com/smtruethailand, X x.com/SMTrueThailand  และ TikTok tiktok.com/@smtruethailand

กระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวการประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ประจำปี 2567    

เพื่อเปิดเวทีให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นจากผืนผ้าไทย รวมทั้งได้พัฒนาทักษะในการตัดเย็บชุดผ้าไทยให้มีดีไซน์เข้ากับยุคสมัยและใส่สนุกยิ่งขึ้น กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จึงจัดการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ประจำปี 2567 “New Gen Young Designer 2024” เพื่อเฟ้นหาดีไซเนอร์และนักออกแบบหน้าใหม่ ที่สร้างสรรค์ผืนผ้าไทย ทรงคุณค่าให้สามารถสวมใส่ได้อย่างสนุก สำหรับ ทุกเพศ ทุกวัย ในทุกโอกาสของชีวิตประจำวัน โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วย จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคม (กรมการปกครอง), ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, นายอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่น และสไตลิสต์ รวมถึงนายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและเจ้าของกิจการแบรนด์เธียเตอร์ เป็นตัวแทนในการเปิดเผยรายละเอียดของโครงการในงานแถลงข่าว ในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567 ณ ห้องแซฟไฟร์ 202-203 อาคารศูนย์ประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ประจำปี 2567  ว่า “กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาขับเคลื่อนในการพัฒนายกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้มีทักษะและองค์ความรู้ด้านการออกแบบที่ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของตลาดสากล โดยในปีพ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการออกแบบตัดเย็บผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้มีนักออกแบบตัดเย็บผ้าไทยรุ่นใหม่ที่เป็นตัวแทนของนักออกแบบจากทั่วประเทศใน 4 ภูมิภาค จำนวน 40 ราย ที่มีความสามารถในการออกแบบชุดผ้าไทยที่สวยงาม ทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกโอกาส นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และคนในชุมชนให้มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดนักออกแบบผ้าไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่ตลาดสากลมากขึ้น กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จึงได้จัดประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2567 (New Gen Young Designer 2024) ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของโครงการและเพื่อพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย สู่การเป็นนักออกแบบผ้าไทย เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย และนักออกแบบผ้าไทย รวมไปถึงเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการใช้และการสวมใส่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย”   

สำหรับการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ กำหนดจัดประกวดรอบคัดเลือก ในวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ณ อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม และจัดการประกวดระดับภูมิภาค 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2567 ณ โรงแรมเมอร์เคียว จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้ ในวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2567 ณ โรงแรมลากูน่า จังหวัดสงขลา ภาคอีสาน ในวันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2567 จังหวัดอุดรธานี ณ มณฑาทิพย์ฮอลล์ และรอบตัดสินชิงชนะเลิศ ในวันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2567 ณ ไอคอนสยาม สุราลัยฮอลล์ กรุงเทพฯ

สำหรับรางวัลการประกวด ผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมจักรเย็บผ้า และ iPad, รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 75,000 บาท, รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท และผู้ที่เข้ารอบการประกวดในระดับประเทศ จำนวน 40 คน/ทีม จะได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วมโครงการทุกราย

ได้ถือก่อนใคร ‘ฟรีน สโรชา’ กับกระเป๋า VOLTAIRE จาก SAINT LAURENT

เตรียมเก็บเข้าลิสต์ It Bag! ซูมอินดีเทลกระเป๋าถือใบใหม่ SAINT LAURENT – VOLTAIRE ของ ฟรีน สโรชา

แค่เห็นรูปที่ปล่อยออกมาก็รู้สึกฮ็อตเกินต้านทานกับ ‘ฟรีน สโรชา’ นักแสดงมากความสามารถที่ SAINT LAURENT เลือกมาเป็นผู้นำเสนอ VOLTAIRE TOP HANDLE กระเป๋าถือรุ่นใหม่ รังสรรค์จากหนังลูกวัวสีดำในดีไซน์คลาสสิกและเรียบหรูเหมือนเคย โดดเด่นด้วยโลโก้ Cassandre ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ นอกจากนี้สายสะพายยังใช้งานได้ 2 แบบ ไม่ว่าจะสะพายไว้บนไหล่ หรือถือเป็นคลัตช์ก็ได้เช่นกัน หากถามว่ากระเป๋าใบนี้เหมาะกับใคร คงเป็นคนที่มีสไตล์เรียบโก้หน่อยๆ ปนความเปรี้ยวเล็กๆ เหมือนกับลุคที่ฟรีนได้นำเสนอออกมานั่นเอง

อย่างไรก็ตามหากลองไปค้นในเว็บไซต์ทางการของแบรนด์อาจยังไม่พบข้อมูลของกระเป๋าใบนี้ เพราะคงเป็นใบใหม่ที่ยังไม่มีวางจำหน่าย ราคาเปิดตัวจะอยู่ที่เท่าไหร่ ต้องมารอลุ้นไปพร้อมกัน

Outlet

Outlet คืออะไร? ทำไมขายสินค้าราคาต่ำกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป

หลายคนน่าจะเคยได้ยินหรือเคยเห็นร้านค้าประเภท Outlet ผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งร้านค้าเหล่านี้มีจุดเด่นคือ การขายสินค้าแบรนด์เนมในราคาที่ถูกกว่าในร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่าสินค้าที่ขายนั้นเป็นของแท้หรือไม่ ทำไมถึงขายได้ถูก และมักมีการติดป้าย Sale กระหน่ำให้เห็นบ่อย ๆ จนหลายคนอดใจไม่ไหวต้องเข้าไปซื้อ บทความนี้ขอชวนทุกคนมารู้จักว่าร้านค้า Outlet คืออะไร ขายอะไรบ้าง ใช่ของแท้หรือเปล่า และทำไมถึงขายสินค้าได้ถูก เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน

รู้จัก Outlet Store แหล่งช้อปสินค้าแท้ในราคาประหยัด

ร้านค้าเอาท์เล็ท (Outlet Store) เป็นร้านค้าปลีกประเภทหนึ่งที่มีมานานแล้ว ซึ่งเป็นร้านที่รวบรวมสินค้าแบรนด์ดังหลายแบรนด์มาขายในราคาถูกด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เป็นสินค้าคอลเลกชันเก่า, สินค้าค้างสต๊อก, สินค้าผลิตมาเกิน หรือสินค้าที่มีตำหนิเล็กน้อยแต่ไม่ส่งผลต่อการใช้งาน โดยแต่ละแบรนด์จะเคลียร์สินค้าเหล่านี้มาขายในราคาที่ถูกลงจากราคาหน้าร้านปกติ เพื่อลดต้นทุนการดูแลสินค้าเก่าและเปิดพื้นที่ให้สินค้าคอลเลกชันใหม่มาแทนที่ ดังนั้นสินค้าที่ขายใน Outlet จึงเป็นสินค้าของแท้ 100% และยังมีคุณภาพดีเหมือนใหม่อีกด้วย

ร้านค้า Outlet ช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าแบรนด์ดังในราคาที่ถูกลง สามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายแบรนด์โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหลายแห่ง นอกจากนี้ ยังมีสินค้าลิมิเต็ดบางอย่างของแต่ละแบรนด์ที่ผลิตมาเพื่อขายใน Outlet โดยเฉพาะอีกด้วย ทำให้ Outlet กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแท้ราคาประหยัดที่นักช้อปไม่ควรพลาด

ข้อเท็จจริงของสินค้า Outlet ที่นักช้อปต้องรู้

การซื้อสินค้าที่ร้านค้า Outlet เป็นทางเลือกที่ดีของคนที่ต้องการสินค้าแบรนด์ดังคุณภาพดีในราคาประหยัด อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่ Outlet นักช้อปควรทราบข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าที่วางจำหน่าย ดังนี้

สินค้า Outlet เป็นรุ่นเก่า

สินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้า Outlet มักเป็นสินค้ารุ่นเก่าหรือเคยอยู่ในคอลเลกชันก่อนหน้า ซึ่งแต่ละแบรนด์ได้คัดเลือกมาขายในราคาถูกเพื่อนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ เข้าไปแทนที่ ดังนั้นหากไม่ซีเรียสว่าจะต้องซื้อเป็นสินค้ารุ่นล่าสุด การซื้อสินค้างาน Outlet ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเงินได้มาก

สินค้า Outlet เป็นสินค้าลดราคา

สินค้าใน Outlet มักมีราคาถูกกว่าสินค้าในร้านค้าทั่วไปหรือบนห้างสรรพสินค้า เพราะแต่ละแบรนด์ต้องการเคลียร์สินค้ารุ่นเก่าที่ยังค้างสต๊อกอยู่ออกไปให้หมด จึงมีการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดให้คนเข้าไปซื้อ ซึ่งบางครั้งอาจมีส่วนลดเพิ่มในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญด้วย ทำให้สามารถซื้อสินค้าแบรนด์ดังได้ในราคาที่ถูกกว่าบนห้างสรรพสินค้าหลายบาท

สินค้า Outlet เป็นสินค้ามีตำหนิ

สินค้าบางรายการในร้านค้า Outlet อาจมีตำหนิเล็กน้อย เช่น รอยขีดข่วน หรือการตัดเย็บที่ไม่เรียบร้อย แต่ตำหนิเหล่านี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานหรือความทนทานของสินค้า ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีการตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียดก่อนนำมาวางขาย ผู้ซื้อจึงมั่นใจได้ว่าตำหนิที่มีนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ และไม่กระทบต่อการใช้งานในระยะยาว

สินค้า Outlet บางรุ่นเป็นสินค้าที่ผลิตมาเฉพาะ

สินค้า Outlet บางรุ่นเป็นสินค้าที่ผลิตมาเฉพาะเพื่อขายในร้านค้า Outlet เท่านั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อที่มีมากขึ้น ซึ่งสินค้าที่วางขายอาจจะเป็นสินค้ารุ่นที่ราคาประหยัด วัสดุที่ใช้อาจเรียบง่ายไม่ละเอียดเท่าสินค้าใน Shop แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นของปลอมแต่อย่างใด

สินค้า Outlet Store กับ Official Shop ต่างกันอย่างไร?

สินค้า Outlet

ความจริงแล้วสินค้าจาก Outlet นั้นแทบไม่ต่างจากสินค้าใน Official Shop เนื่องจากเป็นสินค้าของแท้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าแต่สินค้างาน Outlet นั้นอาจจะเป็นคอลเลกชันเก่าที่ผลิตมานานแล้ว หรือเป็นสินค้ามีตำหนิเล็กน้อยที่แต่ละแบรนด์นำมาขายในราคาถูก เพื่อเคลียร์สต๊อกให้มีพื้นที่ว่างสำหรับคอลเลกชันใหม่ ๆ ซึ่งคุณภาพของตัวสินค้า วัสดุ หรือการตัดเย็บต่าง ๆ ล้วนมีคุณภาพสูง สามารถใช้งานได้เหมือนสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ของแต่ละแบรนด์เช่นเดียวกัน

Outlet Store มีสินค้าราคาโปรโมชั่นจากหลายแบรนด์ชั้นนำ

Outlet Store

อีกหนึ่งข้อดีของ Outlet Store คือเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าจากหลาย ๆ แบรนด์ไว้ในที่เดียว ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกช้อปสินค้าแบรนด์ดังในราคาที่ถูกกว่าร้านค้าบนห้างสรรพสินค้าหลายบาท รวมถึงมีโปรโมชั่นลดราคามากมาย ตัวอย่างแบรนด์สินค้าใน Outlet ได้แก่ Adidas, Anello, Coach, Champion, Converse, Crocs, Fila, Guess, Mango, New Balance, Wrangler, Lee, Levi’s, Polo Ralph Lauren, Puma, Reebok, Samsonite, Skechers, Timberland หรือ Vans ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เพราะยังมีแบรนด์ดังและแบรนด์หายากอีกมากมาย

Central Village Outlet ศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมคุณภาพดี ที่สายช้อปไม่ควรพลาด

Outlet Store เป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์ดังคุณภาพดีที่มีหลากหลายตัวเลือกในราคาที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าอุปโภคอื่น ๆ การเลือกซื้อสินค้าจาก Outlet ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังได้สินค้าของแท้จากแบรนด์ดังที่มีคุณภาพสูงด้วย 

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งสิ่งที่นักช้อปต้องคำนึงถึงคือการเลือก Outlet ที่น่าเชื่อถือ มีขนาดใหญ่ มีสินค้าจากหลาย ๆ แบรนด์ดังมาขาย มีที่จอดรถสะดวกสบาย และมีรีวิวดีทั้งแบบปากต่อปากและรีวิวในโซเชียลมีเดีย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการการันตีว่า Outlet แห่งนั้นมีความน่าเชื่อถือและขายสินค้าของแท้จากแบรนด์จริง ๆ

หากคุณกำลังมองหา Outlet ในกรุงเทพฯ “Central Village Outlet” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่นี่เป็นศูนย์รวมของแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกมากมายที่คุณสามารถเลือกสรรได้ตามใจชอบ

ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี

ทำความรู้จัก หนุ่มลักยิ้มหล่อใจละลาย ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี

ทำความรู้จัก หนุ่มลักยิ้มหล่อใจละลาย ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี กับ 5 เรื่องไ่ม่ลับแต่แฟนๆอาจจะยังไม่รู้

นิยามความเป็น “ก้อง”

“ก้องมีเอเนอร์จี้เยอะครับ (ยิ้ม) เป็นเอกซ์โทรเวิร์ต ชอบเข้าสังคม ช่วงที่เข้า มหาวิทยาลัยใหม่ ๆ ผมอยากรู้จักทุกคน เจอใครก็เดินเข้าไปทัก สักพักเริ่มมีปัญหา จําชื่อไม่ได้ เพราะว่าทักเยอะเกิน (หัวเราะ)ก้องเป็นสายกิจกรรมด้วยครับ เล่นกีฬา งานโรงเรียน ทําทุกอย่างเลย และอีกอย่างที่ชัดเจนมาก ๆ คือชอบกิน โดยเฉพาะพวกของหวานเย็น ๆ อย่าง บิงซู น้ําแข็งไส และขนมรสสตรอว์เบอร์รี่ จะชอบเป็นพิเศษครับ”

ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี

ท้าทายสุด

“เรื่องท้าทายที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นการทํางานไปด้วยเรียนไปด้วย ต้องแบ่งเวลารวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ต้องบริหารจัดการให้ดีครับ”

อินสุดใจ

“ช่วงนี้ชอบทําอาหาร เมนูที่ทําบ่อยคือสปาเกตตีซอสครีมไข่กุ้ง แล้วก็อาหารจีน อย่างปลานึ่งขิง เพราะเป็นครอบครัวคนจีน อาหารไทยกําลังฝึกอยู่ครับ ส่วนขนมเคยทํามาการองด้วยนะ แต่ยังไม่ค่อยสําเร็จ ค่อนข้างยากครับมีช่วงหนึ่งเวลาเห็นร้านอาหารน่ากินน่าสนใจจะรีบนอน รุ่งขึ้นจะได้รีบออกไปกินร้านที่จดไว้ คือจริงจังเรื่องกินสุด ๆ ครับ” (ยิ้ม)

ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี

มุมลับ

“หลายคนอาจเห็นว่าก้องร่าเริง ยิ้มเก่ง แต่มุมเครียดก็มีครับ โดยเฉพาะ ช่วงใกล้สอบ ผมถนัดวิชาที่ไม่ต้องใช้ความจําเยอะ เพราะจะจําได้แค่ช่วงสั้นๆ แต่ ถ้าเป็นวิชาคํานวณ อย่างฟิสิกส์ เลข การวิเคราะห์ จะทําได้ดีกว่า”

เรื่องรัก ๆ

“ความรักเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นสําหรับทุกคน อย่างเวลาที่เราเหนื่อย แล้วได้เจอคนที่เรารักก็จะหายเครียดได้ เป็นพลังทั้งคนให้และคนรับเลย “ผมชอบคนน่ารักทั้งนิสัยและหน้าตา เจอแล้วจะแพ้ทาง แม้ผมจะเอเนอร์จี้ เยอะ ก็ไม่ได้ขอให้เขาต้องมีเอเนอร์จี้ไปกับเราตลอด แค่ไม่นิ่งตลอดเวลาและ ไม่เบื่อผมก็พอ” (หัวเราะ)

ข้อมูล นิตยสารแพรว

โทมัส-ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์

หนุ่มหล่อออร่าพุ่ง โทมัส-ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์ เจ้าของบท พี่หมื่นฟ้า

ทำความรู้จัก 4 เรื่องไม่ลับของ โทมัส-ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์ เจ้าของบท พี่หมื่นฟ้า จากซีรีส์ กี่หมื่นฟ้า Your Sky Series

ถือเป็นซีรีส์บอยเลิฟที่ได้กระแสตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดีสำหรับ กี่หมื่นฟ้า หรือชื่อภาษาอังกฤษ Your Sky Series ที่นำแสดงโดย ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี รับบท หมื่นฟ้า ซึ่งบทบาทนี้โทมัสได้แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติและทำให้หลายคนตกหลุมรัก

5 เรื่องไม่ลับแต่อาจไม่รู้ของ โทมัส-ธีร์ทัศน์

 โทมัส-ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์


นิยามความเป็น “โทมัส”

“ภายนอกผมอาจจะดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด แต่ผมดีใจที่ได้รู้จักคนใหม่ ๆ นะครับ เพียงแต่ อาจจะเขิน ไม่รู้ว่าจะชวนคุยยังไง แต่ถ้าสนิทกันแล้วผมเป็นคนจอย สนุกนะครับ ชอบอยู่ กับเพื่อน ชอบทํากิจกรรม คือมีสองโหมด ทั้งแอ็กทีฟและชอบอยู่นิ่ง ๆอาจจะเรียกว่าเป็นคนเงียบ ๆ ที่ชอบทํากิจกรรม (ยิ้ม) ที่โรงเรียนผมทั้งเล่นกีฬา นาฏศิลป์ เล่นดนตรีไทย ฉิ่ง ฉาบ ทุกอย่างเลยครับ แต่ชอบที่สุดคือเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นเบสบอล แบดมินตัน วอลเลย์บอล ฟุตบอล ปิงปอง เทนนิส ฟุตซอล บีชวอลเลย์บอล ทุกอย่างเลย ครับ ตอนเด็กผมชอบเล่นบาสมาก หลังเลิกเรียนต้องเล่นกับเพื่อนถึง 2-3 ทุ่มทุกวัน ส่วนตอนนี้ ชอบตีกอล์ฟมากที่สุดครับ”

 โทมัส-ธีร์ทัศน์ จึงมณีรัตน์

ท้าทายสุด

“ผมชอบเล่นกีฬาเพราะความท้าทาย เป็นความท้าทายที่เราทําได้ด้วยการฝึกฝน ฝึกการใช้ ร่างกาย ฝึกสกิลต่าง ๆ ยิ่งตอนที่ชนะ มันสะใจ ฟินมาก ๆ เลยครับ (ยิ้ม) ซึ่งกีฬาก็เหมือน กับการเรียนและการทํางานนะ ยิ่งเราฝึกเยอะก็จะสามารถข้ามผ่านอุปสรรคนั้นไปได้
“แต่ถ้ามองตอนนี้ เรื่องที่ท้าทายที่สุดของผมคือการทํางานครับ ผมรู้สึกว่าการทํางานสายนี้
ต้องใช้สกิลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Soft Skill การทํางานกับคนหลากหลายแบบ และ Herd Skill อย่างการถ่ายแบบ การแสดง ทุกอย่างต้องฝึกฝนและเก็บประสบการณ์เยอะ ๆ เพราะผม อยากทําให้ผลงานออกมาดีที่สุด ผมมีความคิดว่าต้องพัฒนาและเจริญเติบโตขึ้นในทางของตัวเอง ในทุกวัน ทั้งด้านร่างกาย จิตวิทยา เรื่องงาน และเรื่องเรียน

อินสุดใจ

“ผมสนใจเรื่องจิตวิทยาตั้งแต่ ม.ต้น ตอนที่เริ่มอ่านหนังสือจิตวิทยาครั้งแรก ทําให้ชอบ ทุกอย่างเกี่ยวกับจิตวิทยา ทั้งทฤษฎี การปฏิบัติ แล้วก็ Case Study ต่าง ๆ ผมรู้สึกว่า ความคิดและสมองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ และทําให้ผมเลือกเรียนด้านนี้ ด้วยครับ” (สาขาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

มุมลับ

“เรื่องนี้เล่าแล้วแอบเขินนะครับ (ยิ้มเขิน) ผมชอบตุ๊กตามาก ทุกวันนี้ผมนอนกอดตุ๊กตาหมี ที่คุณแม่ซื้อให้ตลอด ติดน้องครับ (ยิ้ม) เพราะคุณแม่ชอบซื้อตุ๊กตา ในห้องน่าจะมีประมาณ 20 – 30
ตัวเลยครับ”

เรื่องรัก ๆ

“ผมค่อนข้างรู้สึกเยอะกับเรื่องความรัก ก็เป็นอะไรที่เจ็บอยู่นะ รักเขามาก แต่แสดงออก ไม่เป็น ค่อนข้างติดสกินชิป แต่พอโตขึ้นก็เรียนรู้มากขึ้น ทั้งการเป็นฝ่ายได้รับและการให้ ความรัก

เสิร์ฟความฟิน รู้จัก ‘ลี่เล่อ – หวังอวิ๋นข่าย – หลี่จวิ้นเหลียง – อชิ ศุกลภัทร’ นักแสดงจากซีรีส์ Meet You At The Blossom ก่อนดอกไม้บาน

เป็นอีกครั้งที่เราได้รู้จักกับซีรีส์ย้อนยุค แนว Boy Love อย่าง “Meet You At The Blossom ก่อนดอกไม้บาน” ที่ได้ ลี่เล่อ และหวังอวิ๋นข่าย มาเป็นนักแสดงนำ รวมถึงยังมี โค่วเว้ยหลง, หลี่จวิ้นเหลียง, อชิ ศุกลภัทร, หลี่อีมู่ ที่มาช่วยทวีคูณความสนุก ซึ่งตั้งแต่ออนแอร์จนถึงตอนจบกระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ จนทีมซีรีส์ขนกองทัพนักแสดงมาเยือนถึงประเทศไทย แพรวจึงไม่พลาดนำบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมาส่งต่อความฟินไปด้วยกัน

ความประทับใจที่ได้แสดงซีรีส์ Meet you at the blossom

หวังอวิ๋นข่าย “สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ผมประทับใจตั้งแต่ซีนแรกเลย เพราะเป็นคิสซีนด้วย เหมือนเป็นตัวช่วยละลายพฤติกรรมให้สนิทกันมากขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือเรามีอชิที่เป็นชาวต่างชาติมาร่วมแสดง ตอนแรกแอบกังวลว่าจะมีอุปสรรคเรื่องการสื่อสารไหม แต่สุดท้ายเราก็ช่วยกันสอน อย่างฉากที่ต้องเล่นด้วยกันจะซ้อมให้รู้คิวก่อนว่าพูดตรงนี้จบ แล้วค่อยพูดต่อนะ ทุกอย่างเลยราบรื่นครับ”

ลี่เล่อ “เหมือนกันเลยครับ ผมก็ประทับใจตั้งแต่ฉากแรกที่ในซีนเหมือนเราโดนยาพิษก็ต้องแสดงให้มีความมึนๆ สับสนหน่อยๆ จำได้ว่าต้องจิบแอลกอฮอล์ไปนิดนึงเพื่อให้เข้าถึงบทบาทมากขึ้น”

หลี่จวิ้นเหลียง “ทุกคนพูดถึงฉากแรกกันเลยอยากพูดซีนแรกของตัวเองด้วย เป็นซีนที่ผมต้องขี่ม้า ครั้งนั้นต้องขี่วนอยู่หลายรอบมากกว่าจะได้ซีนที่สวยที่สุด เลยกลายเป็นหนึ่งฉากที่จดจำและประทับใจมากที่สุดครับ”

อชิ “ถ้าพูดถึงความประทับใจสำหรับอชิ คงเป็นการได้มารู้จักพี่ๆ นักแสดงและพี่ๆ ทีมงาน เพราะตอนแรกอชิกังวลมากว่าจะมีกำแพงภาษาหรือเปล่า แต่มาอยู่ในกองทุกคนก็ไนซ์มาก คอยชวนคุยตลอดเลย”

หวังอวิ๋นข่าย “จริงๆ ความประทับใจจากซีรีส์เรื่องนี้มีตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ อย่างในงาน Meet you at the blossom Final Episode Event ที่ให้พวกเราได้ดูอีพีสุดท้ายไปพร้อมแฟนคลับ วันนั้นแฟนๆ มาหาพวกเราเยอะมาก จนทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ทุกคนมอบให้ พวกเราซาบซึ้งกันมากๆ ครับ”

ความรู้สึกที่ได้ทำงานด้วยกัน

(ลี่เล่อ-หวังอวิ๋นข่าย)

ลี่เล่อ “ก่อนเปิดกล้องประมาณ 1 เดือน เราสองคนได้ไปเวิร์คช้อปกันก่อนครับ ทำให้คุ้นเคยและสนิทกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ถึงคราวเข้าฉากด้วยกันเลยไม่มีอุปสรรคอะไร ทุกอย่างเลยเป็นไปอย่างราบรื่นครับ”

หวังอวิ๋นข่าย “จากที่ได้ทำงานด้วยกันก็รู้สึกว่าทุกคนตั้งใจ และจริงจังกับการแสดงมากๆ ทำให้ตอนเข้าฉาก หรือไปกองถ่ายผมมีความสุขและสนุกมากครับ” (ยิ้ม)

(หลี่จวิ้นเหลียง-อชิ)

หลี่จวิ้นเหลียง “ตอนที่รู้ว่าคู่ของเราเป็นชาวต่างชาติก็กังวลเรื่องนี้อยู่ครับ เพราะไม่รู้จะสื่อสารยังไง แต่พอเข้าฉากด้วยกันจริงๆ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ค่อนข้างราบรื่น แม้จะต้องต่อบทจากภาษาไทย”

อชิ “เริ่มแรกชิก็กังวลเหมือนพี่เขานี่แหละว่า ภาษาจะเป็นอุปสรรคหรือเปล่า แต่พอไปถ่ายด้วยกันจริงๆ พี่เขาก็คอยช่วย เหมือนก่อนเข้าฉากพี่เขาจะชวนซ้อมบทว่าจบตรงนี้แล้วค่อยพูดต่อนะ ทำให้ฉากจริงไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ”

จุดเด่นและเสน่ห์ของตัวเอง

อชิ “สำหรับอชิเป็นจุดเด่นเรื่องการทำงานแล้วกันครับ อชิค่อนข้างเป็นคนจริงจังและอดทนมาก ถึงภายนอกเราจะดูสดใส ติดเล่นนิดๆ แต่พอต้องทำงานก็รู้สึกว่าตัวเองเข้าบทได้ไวมาก และเต็มที่กับทุกงานจริงๆ”

หลี่จวิ้นเหลียง “จุดเด่นของผมน่าจะเป็นเรื่องการเทคแคร์คนรอบข้างครับ ไม่ว่าจะเพื่อน หรือคนใกล้ตัว ผมจะคอยสังเกตอยู่ตลอดว่าแต่ละคนกำลังรู้สึกอะไรอยู่ ทำให้เวลารู้จักคนใหม่ๆ จึงเข้ากันได้ง่ายครับ”

ลี่เล่อ “ผมมีเซ้นส์เรื่องการเดินทางและความรับผิดชอบ เวลาใครไปเที่ยวกับผมไม่ต้องกลัวหลงเลย เพราะผมจะเตรียมตัว ดูแผนที่ วางแผนการเดินทางก่อนเสมอ”

หวังอวิ๋นข่าย “อาจไม่ถึงเป็นจุดเด่น แต่ผมว่าน่าจะเป็นข้อดีที่เราเป็นคนค่อนข้างละเอียดอ่อน ไวต่อความรู้สึก และอีกอย่างคือผมรู้วิธีเข้าหาเพื่อนใหม่ได้ดีเลยครับ ”

ข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทย

หลี่จวิ้นเหลียง “มาไทยครั้งนี้ถึงจะเป็นครั้งแรกแต่ผมซาบซึ้งมาก จนอยากมาอีกหลายๆ ครั้งเลยครับ ต้องขอบคุณแฟนชาวไทยทุกคนจริงๆ”

หวังอวิ๋นข่าย “ผมก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ได้มาประเทศไทย ตั้งแต่มาถึงก็ได้รับความอบอุ่นจากแฟนๆ เยอะมาก จนรู้สึกประทับใจและมีความสุขมากๆ ครับ”

ลี่เล่อ “ส่วนผมนี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับที่ได้มาไทย แต่ความรู้สึกค่อนข้างแตกต่างไปจากครั้งก่อน ต้องขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุนกันมาตลอด ผมสัญญาว่าจะทำผลงานดีๆ มาฝากทุกคนต่อไปครับ”

อชิ “สำหรับอชิ ตัวแทนจากประเทศไทย” (หัวเราะ) “อชิอยากขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยและชาวต่างชาติทุกคนมากครับ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนสนับสนุนพวกเราเยอะมากขนาดนี้ หลังจากนี้ต้องขอฝากให้รอติดตามผลงานต่อไปของเราทุกคนด้วยนะครับ”


ช่างภาพ : อิทธิศักดิ์
เรื่อง : Mild
สไตล์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ
Digital Editor : Minim
เสื้อผ้า : Painkiller Atelier
ขอบคุณสถานที่ : Valia Hotel Bangkok

ยิ่งใหญ่สมมง! คาริน่า aespa ได้รับเลือกเป็น Brand Ambassador ประจำ Prada

สิ้นสุดการรอคอย หลังจากร่วมงานกันมาเนิ่นนานในที่สุด คาริน่า aespa ก็ได้รับเลือกเป็น Brand Ambassador ประจำ Prada

หลังจากที่คาริน่า หนึ่งในสมาชิกประจำเกิร์ลกรุ๊ป aespa ได้รับเลือกให้เป็นแขกคนสำคัญไปชมแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น Fall/Winter 2024 ของ Prada ที่ Milan Fashion Week จนเกิดเป็นกระแสที่ใครๆ พากันติดตามว่าเธอจะมีบทบาทอย่างไรกับแบรนด์ในอนาคต เพราะการไปเยือนของเธอสามารถสร้างยอด Engagement ได้ถึง 22% นับเป็นอันดับที่ 3 รองจาก ไอยู (IU) และ Enhypen อีกทั้งยังสร้างรายได้ไปอีก 4.2 ล้านดอลลาร์ใน EMV เรียกว่าอิทธิพลการปรากฏตัวครั้งแรกของเธอพุ่งทะยานมากเลยทีเดียว

จากนั้นเราก็เริ่มเห็นคาริน่าใช้ไอเท็มต่างๆ ไม่ว่าจะกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า หรือเครื่องประดับของ Prada อยู่บ่อยครั้ง ทำให้หลายคนคาดเดาว่าเธอต้องมีบทบาทสำคัญกับแบรนด์ในอนาคนอย่างแน่นอน จนวันนี้ก็มาถึงเมื่อสื่อต่างประเทศรายงานว่า Prada ได้เลือกเธอให้เป็นแบรนด์แอมบาเดอร์เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

เมื่อคิดดูแล้วสมาชิกทั้ง 4 คนของ aespa ก็ได้ครองตำแหน่งในแฟชั่นแบรนด์ระดับโลกอย่างครบถ้วน ทั้ง Polo Ralph Lauren, Versace, Loewe และ Prada ที่ตามมาติดๆ รับรองว่าเส้นทางในวงการแฟชั่นของพวกเธอต้องยิ่งน่าจับตามองแน่นอน!


ข้อมูล: wwd

รูปภาพ: @katarinabluu และ@aespa_official

PAÑPURI เผยโฉม PAÑPURI Sensorial Boutique K11 Musea บูทีคแห่งล่าสุด ณ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางฮ่องกง

ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) เวลเนสไลฟ์สไตล์แบรนด์ เปิดตัว PAÑPURI Sensorial Boutique K11 Musea บูทีคใหม่ล่าสุดที่ใจกลางฮ่องกง ภายในห้างสรรพสินค้าลักส์ชัวรี่ใจกลาง Tsim Sha Tsui โดยเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

PAÑPURI Sensorial Boutique K11 Musea รังสรรค์ขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE PERFUMIST’S CHAMBER” หรือ “ห้องโถงแห่งการสร้างสรรค์กลิ่นหอม” แนวคิดเรื่องการหลอมรวมความเป็นธรรมชาติ และการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล ผสมผสานกับรากฐานของวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยที่นำมาเรียงร้อยร่วมกับจิตวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยพลังของเสน่ห์แห่งฮ่องกง โดยสถานที่แห่งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านสตูดิโอออกแบบ MLKK ที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ปัญญ์ปุริได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่จะปลุกให้ทุกโสตประสาทได้สัมผัสกับความหอมอย่างมีชีวิตชีวา

บูทีคแห่งนี้ได้ถ่ายทอดปรัชญาแห่งการใช้ชีวิตที่หลีกเร้นจากความวุ่นวายของเมืองเพื่อเข้าสู่ความสงบ และค้นพบกับประสบการณ์ความหอมที่ปัญญ์ปุริถ่ายทอดผ่านผลิตภัณฑ์ในการดูแลร่างกาย และจิตใจ เพื่อเป็นการเติมพลังแห่งความสุขจากธรรมชาติให้อิ่มเอมจากภายใน ซึ่งบูทีคแห่งนี้มีการเลือกใช้โทนสี “หมากสุก” สีแดงก่ำเฉดเดียวกับสีอิฐของไทยโบราณที่คุ้นเคย ซึ่งอิฐแดงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเตาหลอมหรือการสร้างสรรค์ของสถาปัตยกรรมโบราณของตะวันออก มาผสานกับการใช้กระเบื้องโมเสคในการตกแต่งที่เป็นหนึ่งใน       ซิกเนเจอร์ของการสร้างเมืองฮ่องกงได้อย่างลงตัว ถือเป็นการรวมสองคุณค่าและวัฒนธรรมผ่านการออกแบบที่ร่วมสมัยเพื่อนำเสนอการเปิดประสบการณ์ของความหอมที่ปัญญ์ปุริพร้อมมอบให้กับทุกคน

สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในบูทีค คือบริการ Bespoke Sensorial Bar ที่สามารถออกแบบกลิ่นผ่านผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยมี PAÑPURI Scent Specialist ผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาเป็น PAÑPURI Private Edition Rare Notes เครื่องหอมที่คุณเป็นผู้รังสรรค์เพื่อให้ออกมาเป็นตัวเองมากที่สุด และกลิ่นที่สร้างสรรค์นั้นจะเป็นกลิ่นเฉพาะของแต่ละบุคคลเท่านั้น 

เครื่องหอมสำหรับการออกแบบกลิ่นมีให้เลือก 6 ชนิด ได้แก่ Essential Oil, Perfume Sachet, Room Mist, Pillow Mist, Perfume Diffuser และ Perfume Diffuser Refill มาพร้อมกลิ่นให้เลือกทั้งหมด 65 กลิ่น โดยมี 25 กลิ่นพิเศษ (rare notes) เป็นกลิ่นของพืชพื้นถิ่นหายากและมีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำมาผสมผสานและเติมเต็มความหอมพิเศษสุดให้ลงตัวและเหมาะสมกับผู้ออกแบบมากที่สุด

นอกจากความพิเศษของบูทีคแห่งนี้แล้ว ปัญญ์ปุริยังนำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษ HEAVEN MOON OSMANTHUS HONG KONG EDITION การผสมผสานของกลิ่นหอมละมุนของดอก Osmanthus Absolute หรือ ‘ดอกหอมหมื่นลี้’และ Vetiver กลิ่นดอกหญ้าแฝก พร้อมพาคุณสู่โลกแห่งความสุขเหนือจินตนาการ มอบความสุข และความอิ่มเอมแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน และมีจำหน่ายที่ PAÑPURI Sensorial Boutique K11 Musea บูทีคแห่งนี้เท่านั้น

Osmanthus หรือ ‘ดอกหอมหมื่นลี้’ เป็นดอกไม้ที่คนจีนโบราณเชื่อว่าเป็นดั่งดอกไม้สวรรค์ เพราะเติบโตบนดวงจันทร์ ถือเป็นดอกไม้ที่สวยสง่าทรงคุณค่า ตัวแทนแห่งความสุข และความโชคดี และยังเป็นดอกไม้ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Jade Emperor เทพที่ชื่นชอบในกลิ่นหอมและความงามของหอมหมื่นลี้ พร้อมโปรยความหอมลงมาสู่โลกเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสเสน่ห์ของความหอมในระยะหมื่นลี้ได้อย่างแท้จริง ปัญญ์ปุรินำเรื่องราวความสวยงามของดอก Ormanthus มารังสรรค์คอลเลคชั่น Heaven Moon Osmanthus กลิ่นหอมแห่งความสุขจากดวงจันทร์ที่จะพาคุณให้สัมผัสความดื่มด่ำ และตราตรึง

คอลเลคชั่นนี้เป็นความหอมหวานผสมของแนวดอกไม้ผสานกลิ่นแนวฟรุ๊ตตี้ และมีความลุ่มลึกของ Vetiver มาเจือเพิ่มเติมมิติให้กับกลิ่นนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ โดย HEAVEN MOON OSMANTHUS มีในผลิตภัณฑ์เด่นดังนี้

PAÑPURI HEAVEN MOON OSMANTHUS Extract Perfume Oil 50 ml และ 10 ml

Perfume Oil หรือออยล์น้ำหอมที่มีความเข้มข้นของกลิ่นสูงถึง 25-30% ถือเป็นความเข้มข้นที่สูงที่สุด พร้อมคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณจากส่วนผสมของ Certified Organic Moringa Seed Oil ซึ่งเป็นน้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่นอกจากจะช่วยบำรุงผิว เพราะอุดมด้วยกรดโอเลอิค และกรดไขมันไม่อิ่มตัว สามารถซึมสู่ผิวได้รวดเร็ว และกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวได้เป็นอย่างดี  ยังช่วยรักษากลิ่นหอมให้ติดตรึงอยู่กับผิวกายได้อย่างยาวนาน โดยการใช้สามารถแตะ หรือถู roller ของ PAÑPURI EXTRACT Perfume Oil  ที่บริเวณจุดชีพจร อาทิ ข้อมือ หลังใบหู ต้นคอ ข้อพับ หรือหลังข้อเข่า เพื่อมอบความหอมให้ติดผิวได้ตลอดทั้งวัน

PAÑPURI HEAVEN MOON OSMANTHUS Hydrating Glow Satin Oil Mist 250 ml

มอบการดูแลผิวด้วยพลังธรรมชาติ เพื่อผิวสวยเปล่งประกายในทุกวันด้วยพลังแห่งธรรมชาติ Body Oil Mist ที่มีส่วนผสมของสารสกัด Grapeseed oil ที่อุดมไปด้วย Antioxidant, Omega fatty acids, Vitamin E และ Squalane ช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวเรียบเนียนและดูเปล่งประกายเป็นธรรมชาติ พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ จึงสามารถซึบซาบสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว หลังจากอาบน้ำสามารถสเปรย์ Body Oil Mist ลงบนผิวที่กำลังหมาดโดยตรง เพื่อเติมความชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูเปล่งประกายทันทีหลังใช้ และสามารถใช้คู่กับ Extract Perfume Oil เพื่อเติมความหอมให้ติดทนนานมากยิ่งขึ้น

นอกจากน้ำหอมในรูปแบบออยล์ Extract Perfume Oil ทั้ง 50 ml และ 10 ml  รวมถึง Body Oil Mist แล้ว ในกลิ่น HEAVEN MOON OSMANTHUS ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมอย่างเทียน Diffuser และถุงหอม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวกาย และมือ อีกด้วย

ให้กลิ่นหอมของ HEAVEN MOON OSMANTHUS มอบความหอมที่จะสร้างความสุขเหนือจินตนาการแก่คุณ สัมผัสความพิเศษของ PAÑPURI Sensorial Boutique K11 Musea  และคอลเลคชั่นนี้ HEAVEN MOON OSMANTHUS ได้ที่ PAÑPURI Sensorial Boutique K11 Musea ชั้น B2 ห้อง B215A หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Twitter, Instagram, Weibo ในชื่อ @panpuriofficial และ Line@ ในชื่อ @PANPURI

จากตำนานกรีกสู่คีย์ไอเท็ม เปิดกระเป๋า Kleio ของ หนิงหนิง aespa

ไม่ใช่แค่ชื่อเหมือน เพราะกระเป๋า Kleio ใบใหม่ของ หนิงหนิง aespa ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพีแห่งวรรณกรรม วิทยาศาสตร์ และศิลปะ 

หนิงหนิง aespa ปรากฏตัวในฐานะนักแสดงหลักของแคมเปญภาพถ่ายและวิดีโอ พร้อมกับกระเป๋า Kleio Bag รุ่นใหม่ล่าสุด  ที่นำเสนอพลังและความกล้าแสดงออกของผู้หญิงยุคใหม่ อันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจตามแบบฉบับของ Versace 

โดยกระเป๋าสะพายรุ่น Kleio เผยโฉมด้วยรูปทรงอ่อนนุ่ม ตัดเย็บจากหนัง nappa plongé พร้อมคุณสมบัติเด่นที่จะนุ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อผ่านการใช้งาน โดยกระเป๋ารุ่นนี้เป็นรูปแบบใหม่ล่าสุดของไลน์ Medusa ’95 ที่ประดับด้วยฮาร์ดแวร์โลหะสีทองบริเวณกึ่งกลางของกระเป๋า พร้อมกับสายสะพายโซ่ที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบสะพายไหล่ และสะพายข้าง ภายในกระเป๋าบุด้วยหนัง nappa โทนสีเดียวกับตัวกระเป๋าอย่างกลมกลืน และรูปแบบหนังควิลท์อย่างมีสไตล์ และชวนให้สัมผัส 

ที่สำคัญ!! กระเป๋า Kleio รุ่นนี้ได้รับการขนานนามภายใต้แรงบันดาลใจจากตำนานอันคลาสสิก อย่างเทพี Kleio ที่เป็นเทพีแห่งวรรณกรรม วิทยาศาสตร์ และศิลปะ 


ภาพและข้อมูล: @Versace

ขนมไหว้พระจันทร์สุดพิเศษ ต้อนรับเทศกาลมงคล

พลาดไม่ได้กับ เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ที่มาพร้อมความพิเศษจากวัตถุดิบชั้นเลิศ

อย่างที่ทราบว่า ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นขนมหวานที่มีความเป็นมายาวนานกว่าพันปี ด้วยรูปทรงที่งดงามและรสชาติอันหอมหวานนั้น ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์ถูกนำมาใช้มอบเป็นของขวัญเพื่ออวยพรให้ผู้รับมีความเจริญรุ่งเรืองและสุขสมหวัง

ในโอกาสพิเศษปีนี้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษจากวัตถุดิบชั้นเลิศ หลากหลายรสชาติ รังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติยอดนิยมอย่าง ไส้ทุเรียน ไส้โหงวยิ้ง และไส้เม็ดบัว หรือ ไส้พุทราผสมวอลนัท ไส้มอคค่าคาราเมล ไส้คัสตาร์ด และ ไส้ช็อคโกแลตพีนัทบัตเตอร์ ซึ่งเป็นรสชาติที่มีกระแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีมังกรอย่างยิ่งใหญ่ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ได้ออกแบบกล่องอย่างประณีตบรรจง ขนมทุกชิ้นถูกจัดเรียงอย่างสวยงามในกล่องลวดลายมังกร เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ผู้รับ โดยตัวกล่องมาพร้อมลูกเล่นคล้ายมังกรที่กำลังโอบอุ้มขนมไหว้พระจันท ร์ซึ่งเปรียบเสมือนสมบัติอันล้ำค่า เหมาะสำหรับเป็นของขวัญส่งมอบความรักและความโชคดีให้กับคนในครอบครัวและคนพิเศษในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้

  • กล่องเดี่ยว ราคาชิ้นละ 258 บาท
  • แบบกล่อง 2 ชิ้น ราคากล่องละ 818 บาท
  • แบบกล่อง 4 ชิ้น ราคากล่องละ 1,288 บาท
  • แบบกล่อง 8 ชิ้นเล็ก ไส้คัสตาร์ด  ราคากล่องละ 1,188 บาท
  • แบบกล่องลักซ์ชัวรี่ 8 ชิ้น ราคากล่องละ 3,888 บาท

วางจำหน่ายแล้วที่โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ณ ห้องอาหารไบยุนและห้องอาหารร่มไทร ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567

  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม โซน เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์                                21 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา โซน เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์                               23 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3 โซน ท็อปส์                                            23 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567
  • ศูนย์การค้าสยามพารากอน                                                                   24 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567
  • ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์                                                                  24 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567
  • ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โซนห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ      26 สิงหาคม – 17 กันยายน 2567
  • ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค                                                              1 – 17 กันยายน 2567

S&P Mooncake 2024 มอบความสุข สมหวัง มั่งคั่ง มอบขนมไหว้พระจันทร์ S&P ในปีมังกรทอง

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเทศกาลไหว้พระจันทร์ ปี 2024ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มอบความสุข สมหวัง มั่งคั่ง มอบขนมไหว้พระจันทร์ S&P ในปีมังกรทอง” เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ลายมังกรทองไส้หมอนทองไข่ 1  ลายพิเศษเฉพาะปี 2024 ยกให้เป็นขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ เอส แอนด์ พี พร้อมเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พุทราจีนไข่ 1  เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ โดยมี ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต และมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงและนางแบบชื่อดัง ที่มาร่วมพูดคุย พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษในงาน ณ เอส แอนด์ พี ฮอลล์ สุขุมวิท 26

กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต กล่าวถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ว่า “เอส แอนด์ พี เราเป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ เรามีขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกหลากหลายถึง 12 รสชาติ (17 ไส้) สำหรับปีนี้เราเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้พุทราจีนไข่1 ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพุทราจีน ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานจากพุทราจีนตัดกับความหอมมันของไข่เค็มที่คัดสรรมาอย่างดี พิถีพิถันด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีเพื่อให้ได้รสชาติหอมกลมกล่อมและสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง และขนมไหว้พระจันทร์ Signature ไส้หมอนทองไข่1 ลายพิเศษหน้ามังกรทองและก้อนเมฆ พิเศษสำหรับปีมังกรทองนี้เท่านั้น รวมไปถึงปีนี้เรามีขนมไหว้พระจันทร์ภายใต้แบรนด์มังกรทอง ที่มาในเซทพรีเมี่ยม กล่องลายมังกร หรูหรา สวยงาม ล้ำค่า สูตรต้นตำรับกว่า 90 ปี โดยจัดจำหน่ายที่หน้าร้าน S&P ทั้งหมด 31 สาขา มีให้เลือก 4 รสชาติ หมอนทองไข่1 โหงวยิ้งไข่1 บัวไข่1 ถั่วไข่แดง1 และชุดเซตพรีเมี่ยมที่เหมาะสำหรับเป็นของฝากให้กับญาติผู้ใหญ่ ขนมไหว้พระจันทร์มังกรทอง สูตรต้นตำรับที่มีตำนานอันยาวนาน คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและบรรจงผลิตอย่างพิถีพิถัน

อย่างไรก็ตาม เอส แอนด์ พี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพขนมไหว้พระจันทร์ไส้ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ไส้หมอนทองล้วน / ไข่1 / ไข่2 ไส้หมอนทองแมคคาเดเมีย ไส้หมอนทองเจ ไส้บัวล้วน / ไข่1 /ไส้โหงวยิ้งล้วน / ไข่1 / ไข่2 ไส้แปดเซียน ไส้งาดำล้วน ไส้บัวแมคคาเดเมียไข่1 ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา  ไส้มัตฉะเรดบีน ไส้ส้มช็อกโกแลตลาวา

ทั้งนี้เทศกาลไหว้พระจันทร์ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ของปีนี้ เราได้ตั้งเป้าการจัดจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว ภายใต้กลยุทธ์ดังนี้

  • เปิดพรีออเดอร์ รับส่วนลด 20% เมื่อลูกค้าสั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ล่วงหน้า จำนวน 4 ชิ้น ขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2567 ผ่าน Call Center S&P Delivery โทร.1344
  • ลูกค้า S&P Card รับส่วนลด 10% หรือใช้คะแนนแลกซื้อ 55 คะแนน + 99 บาท แลกรับขนมไหว้พระจันทร์ที่ร่วมรายการ
  • มีบริการจัดส่งโดยบริษัทขนส่งชั้นนำทั่วประเทศ เพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน มั่นใจได้ว่าขนมไหว้พระจันทร์เอส แอนด์ พี จะไปถึงผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัย โดยผ่านช่องทางการสั่งซื้อ Call Center S&P Delivery โทร. 1344
  • ร่วมมือกับพันธมิตร Food Aggregators ได้แก่ GrabFood, Lineman, Shopee food กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ
  • ร่วมกับ Co Partners กลุ่มธนาคารได้แก่ ธ.ไทยพาณิชย์, ธ.กรุงเทพ, KTC และ Exclusive Partner ร่วมกับ AIS  เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตร และ ลูกค้า Serenade เพื่อร่วมกันมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าสำหรับเทศกาลพิเศษนี้
  • จัดจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ให้กับกลุ่มลูกค้าคอร์เปอร์เรท ต่อที่ 1 รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ 12 กล่อง (กล่อง 4 ชิ้น) ขึ้นไป ต่อที่ 2 เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ครบ 60 กล่อง (กล่อง 4 ชิ้น) รับขนมไหว้พระจันทร์เพิ่มอีก 10 ชิ้น (พร้อมบริการจัดส่งฟรี) ลูกค้าให้การตอบรับที่ดีและมียอดการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง”

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวเพิ่มเติมว่า เอส แอนด์ พี
เราเป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ เพราะขนมไหว้พระจันทร์ของเราผ่านการคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ พิถีพิถัน
ใส่ใจในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต โดยปีนี้เป็นปีนักษัตร “มะโรง หรือปีมังกรทอง โดยเชื่อกันว่ามังกรเป็นสัตว์มงคล
เป็นตัวแทนความยิ่งใหญ่และมั่งมี แสดงถึงอำนาจ วาสนา เสริมพลังที่ดีให้กับชีวิต ดังนั้นเราจึงอยากส่งมอบความสุข
สมหวัง ความมั่งคั่ง รวมไปถึงความเป็นสิริมงคลนี้ ให้กับลูกค้าทุกท่านค่ะ นอกจากนี้การออกแบบบรรจุภัณฑ์กล่องขนม
ไหว้พระจันทร์ในปีนี้ เราได้หยิบยกเรื่องราวความเป็นมงคลของ “ปีแห่งมังกรทอง” มาประดับลงบนกล่องขนมไหว้
พระจันทร์โดยสื่อสารผ่านหญิงสาวชาวจีนที่เป็นตัวแทนแห่งเทพธิดาพระจันทร์ ที่จะคอยมอบความสุข สมหวัง พร้อม
ปกป้องให้อยู่เย็นเป็นสุข รวมไปถึงสัญลักษณ์มังกรทองที่ส่งมอบความมั่งคั่ง พลัง และบารมี สำหรับบรรจุภัณฑ์ถุง
กระดาษ ปีนี้เอส แอนด์ พี ตั้งใจออกแบบบรรจุภัณฑ์รูปแบบพิเศษให้มีลวดลายสวยงามทั้ง 2 ด้าน ด้านหน้าสีแดง ด้าน
หลังสีทองและมีลวดลายของมังกรทอง เหมาะสำหรับเป็นของฝากที่มีคุณค่า พร้อมร่วมเฉลิมฉลองไปกับเทศกาลไหว้
พระจันทร์อันเป็นมงคลนี้ นอกจากนี้ เอส แอนด์ พี ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ขนมไหว้
พระจันทร์ยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ และยังเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู
บริโภคอีกด้วยค่ะ”

สำหรับไฮไลท์ภายในงานร่วมพูดคุยไปกับ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงและนางแบบชื่อดัง ที่มาร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ พร้อมจัดกระเช้าของฝากมงคลที่จะนำไปมอบให้กับคนที่เคารพรัก สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ พร้อมทั้งแนะนำวิธีทานขนมไหว้พระจันทร์คู่กับน้ำชาให้ได้รสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้น สร้างความสนใจและความสนุกสนานภายในงานได้เป็นอย่างดี

พิเศษ! เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี ในวันพุธ รับส่วนลด 20% (ยกเว้นสาขาในสนามบิน) และสมาชิก S&P Card รับส่วนลด 10%เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ และขนมไหว้พระจันทร์มังกรทองตลอดช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้

SIRIVANNAVARI เปิดฤดูกาลใหม่ เผยภาพแคมเปญโฆษณา คอลเลคชั่น Autumn/Winter 2024-25

แบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดฤดูกาลใหม่ เผยภาพแคมเปญโฆษณา คอลเลคชั่น Autumn/Winter 2024-25 แรงบันดาลใจจากความคมชัดของศิลปะแนวคิวบิสม์ (Cubism Art) และเทคนิคการจับเดรปอันละเอียดอ่อน ที่ถ่ายทอดถึงความงามสง่าอันทันสมัยแห่งทศวรรษ ‘50-‘60 ในคอนเซ็ปต์ ‘Women in Art’

งานออกแบบแห่งฤดูกาลนี้ อุทิศแด่งานฝีมือในด้านการใช้วัสดุผ้า การทดลองใช้ออร์แกนิคเนื้อผ้าบางเบา ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาจากการสร้างซิลูเอ็ตใหม่ที่พลิ้วไหวและราบเรียบ IRIS Jacket ลูกเล่น cut-out อันเป็นเอกลักษณ์แห่งแบรนด์ โชว์ความยาวคลุมสะโพก และยังแปลงสู่เสื้อโค้ทตัวยาว ความคอนทราสต์ระหว่างรูปทรงวอลุ่ม และรูปทรงสูงชะลูด ที่มาพร้อมกับความโค้งเว้าและเส้นสายอันคมชัด ซึ่งขับเน้นสรีระของผู้สวมใส่ ผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทย ผ่านงานปักสามมิติเป็นรูปดอกจากเส้นด้ายอันบอบบาง ลูกปัด คริสตัล และวัสดุที่เปล่งประกาย ดั่งงานศิลปะนูนต่ำที่ถูกชุบชีวิตขึ้นจากงานหัตถศิลป์อันประณีต โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการใช้วัสดุนานาชนิด เช่น หนัง, ผ้าวูล, ผ้าซาติน, ผ้าเดนิม ในโทนสีที่เสริมรับกัน ทั้งสีเบอร์กันดี, สีเทา, และสีดำ

ภาพวาดแห่งฉากหลัง และฉายบนผนังและตัวนางแบบ คือภาพวาดฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์ แรงบันดาลใจหลักแห่งลวดลายบนผืนผ้าประจำคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2024-25 และซิลูเอตในการออกแบบเครื่องแต่งกาย ต่อเนื่องไปถึงคอลเลคชั่นแอคเซสซอรี่ กระเป๋า, รองเท้า, เครื่องประดับ ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะ Cubism Art แต่ละองค์ประกอบในงานออกแบบ ต่างเติมเต็มซึ่งกันและกัน มีความเป็นมาที่หลากหลายและเผยถึงวัฒนธรรมแฟชั่นได้อย่างสมบูรณ์

คอลเลคชั่น Autumn/Winter2024-25 จะเปิดวางจำหน่ายพร้อมจัดโชว์แฟชั่นเต็มรูปแบบ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2567 สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ หรือสั่งจองล่วงหน้า ได้ที่ Line@: Sirivannavari_shop หรือ Sirivannavari flagship store ชั้น 1 สยามพารากอน

เร้ด เวลเว็ท กลับมาอย่างยิ่งใหญ่มอบความสุขในแฟนคอนสุดประทับใจ

Red Velvet แต่งแต้มสีสันแห่งความสุขในแฟนคอนสุดประทับใจ ‘2024 Red Velvet FANCON in BANGKOK’ ทัวร์ให้กับแฟนคลับอันเป็นที่รัก ReVeluv ชาวไทยเป็นประเทศแรกต่อจากเกาหลีใต้ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 และวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2024 ณ อิมแพ็ค อารีน่า” โดย Red Velvet ได้ตอกย้ำความเป็นเกิร์ลกรุ๊ปยอดนิยม ด้วยการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ อัปสเกลสถานที่จากครั้งก่อน ๆ พร้อมสร้างสถิติใหม่ในฐานะ ‘เกิร์ลกรุ๊ปเค-ป๊อปวงแรก ที่สามารถจัดแฟนคอน ณ อิมแพ็ค อารีน่า 2 รอบได้สำเร็จ และบัตรขายหมด’ รวมผู้ร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 17,000 คน

แฟนคอนครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปี Red Velvet จึงตั้งใจผสมผสานช่วงพูดคุยที่สามารถสื่อสารกันได้อย่างเต็มอิ่ม เข้ากับหลากหลายบทเพลงโปรดตลอดกาลให้มากที่สุด เพื่อผนวกกันเป็นเซ็ตลิสต์อันทรงคุณค่าที่รวบรวมประวัติศาสตร์ในเส้นทางดนตรีของพวกเธอ อีกทั้งโปรดักชันของแฟนคอนยังถูกสร้างสรรค์ออกมาอย่างน่าทึ่งเสมือนคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นเวทีที่มีความยาวกว่า 50 เมตร เพิ่มความใกล้ชิดอย่างทั่วถึงทั้งฮอลล์ ฉากที่สั่งผลิตขึ้นเป็นพิเศษอย่างฉากขบวนพาเหรดสุดอลังการและฉากป่าที่เหมือนยกออกมาจากมิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ รวมถึงจอแอลอีดีขนาดมหึมาที่เปลี่ยนฉากไปตามบรรยากาศให้ประสบการณ์ร่วมในแต่ละเพลง และวิดีโอวีซีอาร์ต่าง ๆ ที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำมากมาย ย้อนกลับไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ความสุขแรกเริ่มต้นด้วยเพลงเดบิวต์ ‘Happiness’ ที่สมาชิก IRENE (ไอรีน), SEULGI (ซึลกิ), WENDY (เวนดี้) และ JOY (จอย) ปรากฎตัวแจกความสดใสท่ามกลางฉากป่าเขียวขจีและหมู่มวลดอกไม้ ก่อนเปิดตัว YERI (เยริ) น้องเล็กของวงที่ก้าวเข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของ Red Velvet แล้วเพลิดเพลินไปกับสีสันความสนุกอย่างต่อเนื่องในเพลง ‘Ice Cream Cake’, ‘Parade’, ‘Sunny Afternoon’ และ ‘Sunflower’ จากนั้นพวกเธอได้พาผู้ชมดำดิ่งไปกับความน่าหลงใหลในช่วงเพลงช้าแนวอาร์แอนด์บี ‘Underwater’ และ ‘So Good’ โชว์เสียงประสานอันงดงามลงตัว แล้วจึงสลับขั้วเปลี่ยนอารมณ์ไปกับเวทีสุดร้อนแรงและเสน่ห์อันน่าค้นหาในเพลง ‘Knock Knock (Who’s There?)’, ‘Bad Boy’, ‘Psycho’ แถมยังเสริมไฮไลต์ความน่าตื่นเต้นให้แต่ละเพลงด้วยแดนซ์โซโล่อันสง่างามที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของแต่ละสมาชิก นอกจากนี้ พวกเธอได้หยิบยกเอาเพลงฮิตอื่น ๆ ทั้ง ‘Feel My Rhythm’, ‘Queendom’, ‘Zimzalabim’ และเพลงไอคอนิก ‘Red Flavor’ สาดรสชาติแห่งสีแดงท่ามกลางเสียงเชียร์และร้องตามกันจนกระหึ่มฮอลล์ ไปจนถึงเพลงจากอัลบั้มใหม่ถ่ายทอดความรักอันไม่มีที่สิ้นสุด ‘Cosmic’ ดึงดูดทุกคนให้อยู่ในวงโคจรแห่งจักรวาลของ Red Velvet (เร้ด เวลเว็ท) และเพลงแสนหวาน ‘Sweet Dreams’ ที่แต่งขึ้นเพื่อแฟนคลับ ซึ่งเนื้อเพลงสุดลึกซึ้งเกี่ยวกับการแชร์ความฝันและอยู่เคียงข้างกันเพื่อแบ่งปันเรื่องราวทั้งวันจนถึงยามเข้านอน

เพื่อให้แฟนคอนครบรอบเดบิวต์ 10 ปีนี้มีความหมายยิ่งขึ้น Red Velvet เปิดเผยทุกความรู้สึกอย่างจริงใจถึงแฟนคลับอันเป็นที่รัก ทั้งในช่วง ‘ศูนย์ให้คำปรึกษา Red Velvet’ ที่แฟน ๆ กลับพากันเขียนข้อความอันซาบซึ้งเพื่อส่งกำลังใจให้แทนการขอคำปรึกษา ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับสมาชิกได้เป็นอย่างมาก ตลอดจนช่วงพูดคุยตลอดทั้งแฟนคอน ทางด้าน ReVeluv (เรเวเลิฟ) ตอบกลับด้วยพลังรักอันเปี่ยมล้นผ่านแฟนโปรเจกต์ ได้แก่ การเปิดแฟลชโทรศัพท์, แท่งไฟ 5 สีประจำตัวสมาชิก, การแปรอักษรจากกล่องไฟเป็นรูปหัวใจตามสีของสมาชิก “❤❤❤❤❤” และคำว่า “러비❤레벨” (ย่อมาจาก ReVeluv ❤ Red Velvet), การติดแบนเนอร์ประโยคซึ้ง ๆ ว่า “You are my happiness for 10 years❤” “ให้ความรู้สึกเหมือนความหมายของความรัก คุณอยู่ในทุกช่วงเวลา” “around summer, autumn, winter, spring ❤❤❤❤❤” และการชูสโลแกนที่มีความหมายว่า “ความฝันของเธออยังคงยิ่งใหญ่เหมือนอย่างครั้งแรกที่บอกแก่ฉัน แม้เวลาล่วงเลยไป 10 ปี ความฝันเธอนั้นไม่เคยเลือนหาย” “ถึงแม้เทศกาลนี้จะจบลงแต่โปรดอย่าลืมฉันไป สัญญานะว่าเราจะเจอกันอีกครั้งหนึ่ง” ยืนยันถึงคำมั่นสัญญาแก่กัน

การเดินทางของ ‘Red Velvet’ ที่มาลงจอด ณ จักรวาลแสนมหัศจรรย์ในแฟนคอนนี้ ทุกความผูกพัน ความรัก และความคิดถึงได้ถูกเติมเต็มตลอดช่วงเวลา 3 ชั่วโมง ผ่าน 20 บทเพลง พร้อมพิสูจน์ให้ได้รู้ว่า เมื่อใดก็ตามที่ ‘Red Velvet’ และ ‘ReVeluv’ ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน สามารถข้ามผ่านความโดดเดี่ยวและมอบความสุขถึงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตอกย้ำถึงการเป็นความรักของกันและกันมาตลอด 10 ปี