ครีมรกแกะ

เปิดคุณสมบัติ ทำไม “ครีมรกแกะ” ถึงเป็นที่นิยม พร้อมแนะวิธีเลือกซื้อ

ครีมรกแกะ
ครีมรกแกะ

ช่วงไม่กี่วันมานี้ หลายคนคงจะทราบข่าวเรื่อง จาซินด้า อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ที่ได้เข้าร่วมพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งได้พูดถึง “ครีมรกแกะ” ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ก็ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นของขึ้นชื่อของนิวซีแลนด์!!

ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้สื่อในนิวซีแลนด์ ได้เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ครีมรกแกะ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงคืออะไร โดยในเว็บไซต์ของวิทยุนิวซีแลนด์ (Radio NZ หรือ RNZ) ได้นำเสนอสกู๊ปข่าวของธุรกิจครีมรกแกะ ที่เคยเผยแพร่เมื่อปี 2017 พร้อมให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์จากรกแกะไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มชนชั้นกลางและคนผิวขาวของนิวซีแลนด์ แต่ก็เป็นที่รู้จักในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากชาวเอเชีย และกลุ่มผู้เริ่มมีอายุที่ต้องการต่อต้านริ้วรอยจากรกแกะ เรียกได้ว่าขึ้นชื่อลือชาว่าช่วยให้หน้าเด็กลงอีกด้วย

โดย พลาเซนต้า (Placenta) คือรกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์และเลี้ยงดูตัวอ่อนให้เจริญเติบโต รวมถึงทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวอ่อนด้วย ระยะหลังจึงมีผู้ผลิตหลายเจ้านำคุณสมบัติของพลาเซนต้ามาใช้ในอุตสาหกรรมสกินแคร์ โดยเฉพาะรกแกะที่อุดมไปด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงผิวพรรณ เป็นไอเท็มที่มีต้นกำเนิดมาจากออสเตรเลียซึ่งผ่านการวิจัยแล้วพบว่าในรกแกะมีน้ำมันที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ บำรุงให้ผิวชุ่มชื้น และลดรอยหมองคล้ำบนใบหน้า แล้วยังเป็นสินค้ายอดฮิตที่ขึ้นชื่อลือชาหากใครไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะต้องซื้อมาเป็นของฝากด้วย แต่ครีมรกแกะที่วางขายอยู่ทั่วไปนั้นมีความแตกต่างบางอย่าง จึงแนะ 4 วิธีเลือกซื้อครีมรกแกะ

  1. เช็คว่าใช่สารสกัดจากรกแกะหรือไม่ พลาเซนต้าเป็นสารสกัดธรรมชาติที่ได้จากหมู ม้า และแกะ ถ้าอยากได้ครีมรกแกะที่มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม ให้เลือกซื้อครีมรกแกะที่มีส่วนผสมปลอดภัย ผลิตได้มาตรฐานตามการควบคุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครีมที่ทำจากน้ำมันพลาเซนต้าจากสัตว์ต่างๆ เช่น ม้า หมู และแกะ ก็มีกรดอะมิโนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนบำรุงผิวในปริมาณที่แตกต่างกันไป
  2. ระวังมีมีสารบำรุงอื่นๆ ที่ไม่ใช่ พลาเซนต้า แนะนำให้ทุกคนเลือกซื้อสูตรที่มีพลังความชุ่มชื้นสูงเพื่อช่วยในการบำรุงผิวหน้าให้อวบอิ่ม สุขภาพดี แล้วถ้าเป็นไปได้ ก็ควรเลือกครีมรกแกะสูตรที่อุดมไปด้วยสารบำรุง เช่น กรดไฮยาลูรอนนิค, เซราไมด์, คอลลาเจน เป็นต้น
  3. มีสูตรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วยนะ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมรกแกะมีบางสูตรที่เป็นแบบ Non-chemical คือทำมาจากสารสกัดธรรมชาติและใช้เคมีน้อยที่สุด รวมถึงบางสูตรยังผ่านการทดสอบอาการแพ้และระคายเคือง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย ดังนั้น หากใครที่กังวลใจเรื่องอาการแพ้ระคายเคืองก็อาจซื้อครีมรกแกะประเภทนี้มาลองกันได้นะคะ อย่างไรก็ตาม สกินแคร์และเครื่องสำอางนั้นเป็นไอเท็มที่อาจให้ผลลัพธ์และผลข้างเคียงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนใช้แล้วหน้าใสตามสรรพคุณ แต่บางคนอาจเกิดการแพ้ หากทาแล้วเกิดอาการดังกล่าว แนะนำให้หยุดใช้ทันทีแล้วรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน
  4. ควรเท็กซ์เจอร์ให้ตรงสภาพผิว ครีมรกแกะนั้นมีหลากหลายเนื้อผลิตภัณฑ์ เช่น เนื้อเข้มข้น, เนื้อครีมบางเบา และเนื้อเจล จึงควรเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับสภาพผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นผิวสุขภาพดีที่สุด อาทิ ถ้าคุณเป็นคนผิวมันมาก ก็ควรเลือกลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์ประเภทเจลหรือครีมบางเบา จะได้ไม่ทำหน้ามันและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เป็นต้น นอกจากนี้ การเลือกใช้ครีมรกแกะแต่ละเนื้อนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนของไทยก็ควรใช้ครีมที่เนื้อบางเบาจะได้ไม่หนักหน้าจนเกินไป แต่ในขณะที่หน้าหนาว ผิวของสาวๆ มักแห้งกร้านเป็นพิเศษ อาจต้องเลือกใช้เนื้อครีมที่เข้มข้นขึ้นมาอีกระดับ เพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องความชุ่มชื้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

L’Oreal ร่วม Albéa ชูนวัตกรรมหลอดบีบเครื่องสำอางจากกระดาษ ล็อตแรก 2020 

ไอเท็มลับผิวเนียนกริบ ปกปิดเป๊ะ สวยเป็นธรรมชาติจนนึกว่าผิวจริง!

เข้าไทยแล้ว 3INA เมคอัพสัญชาติสเปน พร้อมแนวคิดการแต่งหน้าควรเป็นเรื่องสนุก

เปิดอาณาจักร “ป้อม วินิจ” ช่างแต่งหน้า ตัวท็อปจากเรทหลักร้อยเคยได้หลักล้าน

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงออกแบบHolistic Heritage SIRIVANNAVARI x Whoo2019

สวย รวย รักษ์โลก “อแมนด้า เฮิร์สต์” ใช้เครื่องสำอาง Sustainable Beauty เท่านั้น

เห็นหน้ากดไลค์ เห็นหุ่นกดเลิฟ “ซูจี” สวยครบสูตรทั้งรูปร่างและผิวดีออร่าจับ

รวมไอเดียเล็บสีเรียบ แต่สวยแรงของ “ฮยอนอา” ทาแล้วดูเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่

สกินแคร์รูทีนเน้นดี ไม่จำเป็นต้องแพงมากของ”จันทมน แย้มพันธุ์”เซเลบสาวหน้าเก๋

คุณหมอชาวญี่ปุ่นแนะ “ผมร่วงหนัก” เพราะสระผมผิดวิธีหรือเปล่า? มาดูวิธีที่ถูกกัน

 

 

 

keyboard_arrow_up