IF

เช็คลิสต์ 6 ข้อที่ทำให้การลดน้ำหนักด้วย IF บางคนได้ผล บางคนไม่ได้ผล!!

IF
IF

จะเห็นได้ว่าช่วงนี้หลายคนทั้งสายเฮลธ์ตี้รักสุขภาพ และเหล่าคนดังทั้งไทยและเทศ ลองหันมาคุมการทานอาหารด้วย IF กันมากขึ้น แต่บางคนก็ได้ผล และบางคนก็ไม่ได้ผล อ้าว..ไหงเป็นงั้น?? แพรวดอทคอม มีคำตอบให้ค่ะ การทำ Intermittent Fasting (IF) เป็นวิธีการลดน้ำหนักอีกวิธีหนึ่งโดยการควบคุมแคลอรี่และจำกัดเวลาในการทานอาหาร โดยมีหลากหลายวิธีในการปฏิบัติ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมก็คือจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง

ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ สามารถทานได้เวลา 6:00-14:00 โดยหลังจาก 14:00 เป็นช่วงงดอาหาร ทานได้เพียงแต่น้ำเปล่า หรือกาแฟ ชา ที่ไม่ใส่น้ำตาล (งดเว้นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ในช่วงอดอาหาร เพราะจะกระตุ้นให้เกิดความหิวและอยากน้ำตาลได้)  สรุปคือจะไม่ได้ทานอาหารมื้อหนึ่ง นั่นก็คือ มื้อเย็น โดยแค่แนวคิดตัดอาหารไปหนี่งมื้อนั้นก็คือ แคลอรีที่หายไปหนึ่งวัน หากทำได้ติดต่อกัน ยังไงน้ำหนักต้องลดได้แน่นอน แต่หลายคนอาจทำแล้วประสบผลสำเร็จบ้าง บางคนน้ำหนักไม่ลดบ้าง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยดังนี้

  • อดมากเกินไป โดยในช่วงที่ทานได้ 8 ชั่วโมง ควบคุมอาหารมากจนเกินไปจึงทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะจำศีล ลดการเผาผลาญลง และเก็บสะสมพลังงานมากขึ้นเป็นไขมัน ดังนั้นจึงควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยมี โปรตีน ไขมันดี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และผักผลไม้ที่มีวิตามิน เกลือแร่ สรุปช่วงทานได้ควรทานของที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่น้อยหรือมากจนเกินไป
  • ทานมากเกินไป โดยจะทานอาหารเผื่อในช่วงที่อด เช่น ทานข้าว 2-3 จาน เพื่อเวลาอดอาหารจะได้ไม่รู้สึกหิว ในกลุ่มนี้มีความเข้าใจผิดเพราะในช่วงอดอาหารยังไงก็ต้องมีความหิวบ้างเล็กน้อย หากเราจะลดความอ้วนโดยที่ไม่มีความรู้สึกหิวเลย นั่นก็คงไม่ใช่การลดความอ้วนอย่างแน่นอน

  • ต้องงดขนมหวานอย่างเด็ดขาด เนื่องจากหากทำ IF (Intermittent Fasting) แล้วยังทานหวานจะทำให้เกิดอาการติดหวาน Sugar Addict ซึ่งในกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะทำให้ในช่วงอดอาหารไม่สามารถอดได้ อาการก็คือ จะหิวมาก อ่อนเพลียเหมือนขาดพลังงาน แล้วก็จะจบด้วยการกิน แล้วอาจจะทานเยอะกว่าปกติด้วย โดยอาการอยากน้ำตาลจะเป็นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ แต่หากผ่านช่วงนี้ไปได้ก็จะเป็นปกติในช่วงอดอาหาร โดยไม่รู้สึกหิวแต่อย่างใด ซึ่งคนส่วนมากไม่สามารถทำ IF ได้เนื่องจากอาการ Sugar Addict ในช่วงอดอาหาร
  • นอนดึก ในคนกลุ่มที่เข้านอนดึกมีความเสี่ยงในความอ้วนง่ายอยู่แล้ว เนื่องจากระบบฮอร์โมนที่ซ่อมแซมร่างกาย และระบบความอิ่มในร่างกายจะรวนทำให้คนนอนดึกไม่สามารถอดอาหารได้ต้องกินอาหารหวาน และนำไปสู่ความอ้วน ซึ่งเวลาเข้านอนปกติไม่ควรเกิน 22:00 น.
  • ไม่ออกกำลังกาย เนื่องจากในการลดความอ้วนไม่ใช่แค่การควบคุมแคลอรี่ แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบการเผาผลาญที่ถาวรขึ้นด้วย ในส่วนนี้คือการสร้างกล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้เกิดอาการโยโย่ขึ้นภายหลัง
  • เมื่อหิวระหว่างช่วงอดอาหาร ให้ทานน้ำเปล่า กาแฟดำ ชาที่ไม่ใส่น้ำตาล ด้วยรสที่ขมจะทำให้เราไม่อยากอาหาร

ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้สำหรับผู้สนใจในการทำ Intermittent Fasting (IF) ปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ล่ะคนอาจไม่เหมือนกัน หากมีปัญหาโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเพื่อความปลอดภัย และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจระดับวิตามินแร่ธาตุในเลือด หรือระดับฮอร์โมนในร่างกาย จะช่วยให้การทำ IF ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ขอบคุณข้อมูลจาก : นพ. ปกรณ์ ฮูเซ็น แพทย์ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ. สมิติเวช ศรีนคริทร์ 
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หุ่นเพรียวลมสมใจ ใช้เวลาจิ๊บๆ ด้วย “โยเกิร์ต” หนึ่งในสุดยอดเมนูสู้ไขมัน

ลดน้ำหนัก ด้วยการนอนและดื่มน้ำอุ่น ก็ลดได้ถึง 18 กก. ใน 1 เดือน! จริงหรือ?

“ตั๊ก บงกช” ย้ำกินตามกรุ๊ปเลือด และแนะลองแปะเมล็ดผักกาด ลดความอยากอาหาร!!

สายเบิร์นเรียกเหงื่อต้องลอง “H2 Series” คลาสออกกำลังกายบนบอร์ดลอยน้ำ

ผลไม้ที่ควรมีติดตู้เย็นไว้ อิ่มอร่อยเบาๆ เพื่อ หุ่นสวย ขับถ่ายดี!!

ปรับสมดุลร่างกายและจิตใจแบบ “หยิน-หยาง” ด้วยอาหารจานอร่อย

เผยแคลอรี่เครื่องดื่มสุดโปรดของสาวๆ ดื่มเพลินระวังอ้วนไม่รู้ตัว!!

กินแล้วดูเด็ก! 4 เมนูชะลอวัย เคล็ดลับที่ช่วยให้ผิวสวยดูอ่อนกว่าวัย

มาดูแคลอรี่กันชัดๆ กับ “สลัดจานลวง” อาหารสุขภาพตัวการทำอ้วนกว่าเก่า

 

 

 

keyboard_arrow_up