อย่าแกะ! 3 วิธีรับมือเมื่อเป็น “สิวอุดตัน” ก่อนจะรุกลามกลายเป็นสิวชนิดอื่นๆ

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน

เมื่อพูดถึงปัญหาสิว แน่นอนว่า เป็นปัญหาที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใบหน้าของตน แม้จะเป็นเพียงเม็ดเล็กๆ แต่เมื่อเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าแล้ว ย่อมก่อให้เกิดความกังวลใจ และผิวหน้าที่ไม่เรียบเนียน แถมยังทิ้งจุดด่างดำ รูหลุมสิว ไว้บนใบหน้าอีกด้วย หากไม่อยากเผชิญกับปัญหาผิวเหล่านี้ ต้องรู้จักการดูแลผิวหน้าไม่ให้เกิดปัญหา “สิวอุดตัน” เพราะสิวอุดตัน คือจุดเริ่มต้นของปัญหาสิวก่อนที่จะรุกลามกลายเป็นสิวชนิดอื่นๆ

ดร.ภญ.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ ได้อธิบายเกี่ยวกับ สิวอุดตันในความเข้าใจของคนทั่วไปอย่างง่ายว่า “สิวอุดตัน คือ สิวขนาดเล็ก ชนิดไม่อักเสบ จะนูนเป็นตุ่มอุดตันอยู่ชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิดที่พบบ่อย คือ สิวหัวขาว และ สิวหัวดำ”

 “สิวหัวขาว” หรือ “สิวหัวปิด” จะเป็นตุ่มนูน หากใช้มือลูบไล้จะรู้สึกคล้ายกับมีไตก้อนเล็กๆ อันเกิดจากการอุดตันของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมอยู่ภายในรูขุมขน ไม่มีการอักเสบ แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อ หัวสิวก็จะขยายใหญ่ขึ้น บวม แดง กระทั่งกลายมาเป็นสิวที่เราเรียกว่าอักเสบ ในที่สุด ส่วน “สิวหัวดำ”  หรือ “สิวหัวเปิด” นั้น มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเม็ดเล็กและมีรูเปิด ลักษณะการอุดตันจะคล้ายกับสิวหัวปิด แต่เนื่องจากหัวเปิดทำให้เห็นหัวสิวเป็นจุดสีดำได้อย่างชัดเจน ซึ่งสีดำที่มองเห็นเกิดจากการทำปฏิกิริยาของน้ำมันกับออกซิเจนนั่นเอง

 

สาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน

สิวอุดตัน เกิดจากการอุดตันของเซลล์เยื่อบุผิวหนังที่ตายแล้ว ผสมเข้ากับน้ำมันบนใบหน้าที่ผลิตจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยการอุดตันจะเริ่มจากภายในรูขุมขนใต้ผิวหนัง ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดสิวอุดตันนั้นมีมากมาย อาทิ ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ทำงานมากเกินไป จึงกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ หรือ เกิดจากผิวสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ เช่น การใช้เครื่องสำอาง รองพื้น ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของน้ำมันจึงทำให้ผิวหน้ามีความมันมากยิ่งขึ้นหรือน้ำมันต่างๆ จากเครื่องสำอางลงไปเพิ่มการอุดตัน ซึ่งหากล้างทำความสะอาดไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดการอุดตันและตกค้างในรูขุมขนนั่นเอง หรือภาวะผิวหนังมีน้ำมันมากเกินไปโดยจะพบบ่อยในสตรีก่อนมีประจำเดือน  รวมไปถึงการบีบ แกะสิว  การขัดผิวหน้า และการลอกหน้าที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อผิวหน้าทำให้รู้ขุมขุนเปิดกว้างจึงทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ง่าย เป็นต้น

“แม้สิวอุดตันจะเกิดในชั้นใต้ผิวหนัง แต่เมื่อเกิดเป็นก้อนใต้ผิวหนัง จะส่งผลให้ผิวภายนอกเป็นรอยนูน ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และแม้สิวอุดตันเล็กๆ น้อยๆ จะไม่ส่งผลให้มีอาการเจ็บปวด แต่หากไม่ดูแลอย่างถูกต้องอาจเกิดการติดเชื้อและกลายเป็นสิวอักเสบได้ในที่สุด หรือหากกำจัดสิวอุดตันไม่ถูกวิธี อาจทำให้กลายเป็นรอยแผลเป็นทิ้งไว้บนใบหน้าได้อีกด้วย”

การป้องกันและการแก้ปัญหาสิวอุดตันนั้น “ดร.ภญ.จิรวรรณ” ได้แนะนำการดูแลผิวเป็นสิวไว้ 2 แนวทางได้แก่

1.การป้องกันการเกิดสิวอุดตันง่ายๆ ด้วยตนเอง

  • โดยเริ่มจากล้างทำความสะอาดบริเวณผิวหน้าอย่างถูกวิธีวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำให้ใบหน้าแห้ง ระคายเคืองกับผิว โดยเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว
  • ผู้มีปัญหาสิวอุดตันควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันมาก เนื่องจากปัญหาสิวอุดตันส่วนหนึ่งมาจากปริมาณน้ำมันในชั้นผิวหนังส่วนเกิน จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าหรือเครื่องสำอางไม่ทำให้ความมันบนใบหน้าเพิ่ม โดยอาจสังเกตสัญลักษณ์ที่ระบุบนฉลากว่า Non comedogenic
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด เนื่องจากแสงแดดและอากาศร้อนจะทำให้ผิวแห้งกร้านและกระตุ้นให้เซลล์ผิวผลิตน้ำมันมาล่อเลี้ยงผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวมากขึ้นทำให้เกิดเป็นสิวขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการทำร้ายหน้าด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การบีบเค้น การแกะ การเกา ต่าง ๆ เพราะจะเป็นการทำร้ายผิวและเป็นการเปิดช่องผิวให้เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมา

 

2.การรักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ยา

โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำแนะนำในการใช้ยาและผลข้างเคียง เช่น

  • การรักษาสิวอุดตันด้วยยาทาเฉพาะที่เพื่อช่วยเปิดหัวสิว อาทิ เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ช่วยรักษาสิวอุดตันและสิวอักเสบได้ จะมีข้อควรระวังเรื่องการทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ทำให้ผิวแห้งลอก และมีรอยด่างชั่วคราวบริเวณที่ทายา
  • การรักษาสิวอุดตันด้วยยาทา กลุ่ม “อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ โดยจะทำหน้าที่ยับยั้งสาเหตุของ การเกิดสิว เช่น กดการทำงานของต่อมไขมันทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมัน (sebum) ลดลง และยับยั้งการสร้างคอมีโดน (comedone) เช่น Tretinoin (trans-retinoic acid, vitamin A acid) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพลัดของเซลล์ผิวทำให้สิวอุดตันชนิดสิวหัวปิด กลายเป็นสิวหัวเปิดและหลุดออกมา ช่วยลดการเกิดการอักเสบของสิวและลดการเกิดสิวอุดตันที่อาจจะเกิดขึ้นใหม่ได้ แต่จะมีผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคือง หน้าแห้ง ผิวอาจจะไวต่อแสง และที่สำคัญคือมีข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ เนื่องจากยาชนิดนี้มีรายงานว่าสามารถก่อให้เกิดความพิการต่อทารกในครรภ์ได้
  • รักษาสิวด้วย “ยาประเภทฮอร์โมน” ใช้เป็นทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่เป็นสิวระดับปานกลาง หรือ รุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือมีอาการแสดงความผิดปกติของระบบไร้ท่อ ใช้เมื่อแพทย์แนะนำ ส่วนอาการข้างเคียง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง เจ็บคัดตึงเต้านม มีปฏิกิริยาทางผิวหนัง มีผลกับประจำเดือน เป็นต้น

**เนื่องจากยารักษาสิวอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง การใช้ยารักษาสิวต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น

กำจัดสิวอุดตันด้วยการทำหัตถการต่าง ๆ

  1. การกดสิว หลังกดสิวอุดตันออก จะทำให้เกิดรอยแดงและรอยแผลเป็นและทำให้รูขุมเปิดกว้าง
  2. การใช้กรดผลไม้ผลักดันลงใต้ผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิว ให้หัวสิวหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น
  3. การกรอผิว ด้วยผลึกคริสตัลขนาดเล็กกรอลอกผิวบริเวณที่เป็นสิว ทำให้สิวที่อุดตันบริเวณนั้นหลุดออกไป

การดูแลรักษาสิวอุดตันที่เป็นน้อยๆ หรือปานกลาง สามารถที่จะดูแลตัวเองได้โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิวที่ไม่ทำร้ายผิวอ่อนโยน เลือกที่ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังแล้วว่าไม่แพ้ระคายเคือง แต่หากต้องรักษาด้วยยาหรือหัตถการเพื่อความปลอดภัยต้องอยู่ใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาพอสมควรขึ้นอยู่กับปริมาณและความรุนแรงของปัญหาสิว

นอกจากนั้นยังมีข้อปฏิบัติทั่วไปสำหรับคนที่มีผิวเป็นสิว โดย ดร.ภญ. จิรวรรณ ได้แนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า หรือ บริเวณที่เป็นสิว เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากสิวแพร่ไปยังผิวบริเวณอื่น การสัมผัสยังกระตุ้นทำให้ผิวเป็นรอยแดง ระคายเคือง การแคะแกะเกาก็จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ และให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐาน ซึ่งมีคุณสมบัติควบคุมความมันบนใบหน้าและระบุว่าเป็นสูตร non-comedogenic หรือสูตรที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวอุดตันนั้นเอง  หลีกเลี่ยงแสงแดด หรือสัมผัสกับแสงแดดจ้าหรืออยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า เป็นเวลานาน ที่สำคัญ คือ ต้องรักษาความสะอาดบนใบหน้า ด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดอย่างถูกวิธี ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกอาหารที่ทานอาหารให้หลากหลาย ดูแลระบบขับถ่ายให้เป็นปกติด้วย


ภาพจาก : Freepik, Pixabay

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อยากสวย..หยุดหงุดหงิด! อย่าปล่อยให้ความเครียดกระตุ้น “สิว” ให้ลุกลาม

หน้าพัง สงกรานต์จบ แต่ “สิว” ไม่จบ! ลอง 5 วิธีสยบสิวเห่อจากอาการแพ้น้ำแพ้แดด

เหตุผลที่หน้าร้อนเป็นสิวง่ายกว่าฤดูอื่น รวมถึง 5 วิธีช่วย “ลดสิว” จากปัญหาผิวมัน

เภสัชกรเตือน “ผิวเป็นสิว” ควรเลี่ยงแดดจัด พร้อมแนะวิธีดูแลผิวหน้าร้อนนี้

รู้ทันยารักษาสิวแต่ละประเภท! เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าสวยหลังเผชิญ PM 2.5

แชร์เคล็ดลับสร้างสมดุลผิวสู้ภัยฝุ่น PM 10-2.5 สำหรับสาวๆ ที่เกิดผื่นแพ้ผิวหนังและสิวง่าย

น่าลอง..แปลกแต่ดี! “หอมแดง” ช่วยลดสิวผด สิวอักเสบ ฆ่าเชื้อสิวได้ด้วย

พอกันทีสิวอุดตัน! 5 คลีนเซอร์เด็ด สำหรับผิวบอบบาง ราคาหลักร้อยสบายกระเป๋า

ผิวใสไร้สิว กับ 5 วิธีดูแลผิวทำเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน สกัดไม่ให้สิวมากวนใจ

รู้จัก”สิวคนเมือง”ดูแลผิวดี กินนอนเหมือนเดิม ไม่ได้เครียด แต่สิวเห่อมากขึ้น เพราะ..

5 ไอเท็มเด็ด “ลดรอยสิว” ช่วยจบปัญหาสิวอย่างแท้จริง

3 สเต็ปแก้ปัญหาสิวอย่างฉลาดเกมส์โกงของนางเอกร้อยล้าน “ออกแบบ – ชุติมณฑน์”

เพอร์เฟคเกิร์ล “Emmy Rossum” แชร์ประสบการณ์ที่ทำให้เลิกพฤติกรรมบีบสิวไปตลอดชีวิต สาเหตุเพราะ

จดค่ะ!! สูตรขจัดสิวเสี้ยน ลดจุดด่างดำจากก้นครัวของเซเลบสาว “เบลล์ – สิรินทิพย์” บอกเลยผิวใสกิ๊งงง

คลีนให้เกลี้ยง 8 ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ใช้ซะ! ถ้าไม่อยากสิวเห่อ หน้าเยิ้มจนหมดสวย

 

 

keyboard_arrow_up