'ใหม่ ดาวิกา' นำทีมเหล่าคนดังร่วมเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid ในไทย

‘ใหม่ ดาวิกา’ นำทีมเหล่าคนดังร่วมเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid ในไทย

Gucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) ฉลองเปิดตัวน้ำหอม Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเนรมิตพื้นที่ลอยฟ้าสุดเก๋อย่าง Helix Sky Garden ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็นดั่งวิมานฝันอันแสนหวานที่อบอวลไปด้วยหมู่มวลดอกไม้และ Flora Pattern หนึ่งในสัญลักษณ์สุดไอคอนิคของแบรนด์ ภายในงานนำทีมโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ กับการปรากฏตัวในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Gucci Beauty ร่วมด้วยเหล่าคนดังและเซเลบริตี้อีกคับคั่ง อาทิ เลิฟ – ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร, วิว – เบญญาภา จีนประสม, เจเจ – กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ ปอป้อ – ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เชิญชวนเหล่าเพอร์ฟูมเลิฟเวอร์เปิดประตูสู่อาณาจักร #GucciFlora เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษครั้งแรกในรูปแบบ Immersive Experience

พร้อมดื่มด่ำไปกับเรื่องราวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ทั้ง 4 กลิ่น อันเปรียบเสมือน 4 คาแรคเตอร์ของหญิงสาว จากคอลเลคชั่นน้ำหอมที่ทุกคนหลงใหล ตั้งแต่ขวดแรกอย่าง Gucci Flora Gorgeous Gardenia น้ำหอมขวดชมพูแสนหวานที่หอมฟุ้ง ไปด้วยความสุขสนุกและคุณค่าของดอกพุดซ้อนขาว, Gucci Flora Gorgeous Jasmine ที่มอบความรู้สึกเปล่งประกายและผ่อนคลายโดยนำเสนอผ่านกลิ่นหอมอ่อนโยนของดอกมะลิลาพร้อมกับตัวขวดสีเขียวเทอร์ควอยซ์, Gucci Flora Gorgeous Magnolia กลิ่นหอมแนวฟลอรัลฟรุตตี้ที่มีดอกแมกโนเลียเป็นหัวใจหลัก โดดเด่นมาในขวดสีม่วง เหมาะสำหรับหญิงสาวผู้รักอิสระและมีชีวิตชีวา และล่าสุดกับการเผยโฉม Gucci Flora Gorgeous Orchid น้ำหอมขวดสีเหลืองสดใสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสดชื่นและสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงใช้ชีวิตในแบบของตัวเองและกล้าที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นจริง เช่นเดียวกับศิลปินสาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่ที่มียอดขายระดับมัลติแพลตตินัมอย่าง Miley Cyrus (ไมลีย์ ไซรัส) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของหญิงสาวที่ร่วมถ่ายทอดแคมเปญ #GucciFlora ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยส่วนผสมอันประณีตที่จับคู่กันอย่างคาดไม่ถึง Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum นับเป็นน้ำหอมโอโซนกลิ่นฟลอรัลกูร์มองด์ขวดแรกของ Gucci กับผลงานการรังสรรค์ของนักปรุงน้ำหอม Marie Salamagne ซึ่งมีพรสวรรค์ด้านกลิ่นหอมที่เปี่ยมคุณค่าพร้อมเสน่ห์อันน่าหลงใหล โดยมุ่งหวังที่จะผสมผสานกลิ่นหอมแนวกูร์มองด์นี้เข้ากับมุมมองที่สดใหม่ของวานิลลา ส่งผลให้เกิดความแตกต่างที่ลงตัว โดยนำความหวานอันคุ้นเคยของวานิลลามาทวิสต์กับกลิ่นของท้องทะเลที่ถ่ายทอดผ่าน Ozonic Accord ซึ่งช่วยเน้นย้ำถึงความเย้ายวนอันเจิดจ้าของวานิลลาออร์คิด ก่อนจะยกระดับความสมบูรณ์ของแนวกลิ่นกูร์มองด์ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสานกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ มอบมิติครีมมี่ฟลอรัลที่ออกมาจากกลิ่นหอม อบอวลไปด้วยความสว่างที่โปร่งสบาย

โดยภายในงานจัดแบ่งเป็นโซนต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้มาเยือนไม่พลาดที่จะเก็บภาพความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรก เริ่มจาก Welcome Zone ที่รอทักทายทุกท่านด้วยฉากหลังอันงดงามของลวดลายฟลอร่าสุดยูนีค ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและความงดงามของดอกไม้นานาพรรณ ซึ่งสะท้อนถึงแรงบันดาลใจของน้ำหอมตระกูลนี้ได้อย่างเด่นชัด ก่อนจะละลานตาและเพลิดเพลินไปกับมุมถ่ายรูปสวยๆ อีกมากมาย อาทิ โซน Glass House ซึ่งจะได้พบกับอุโมงค์กระจกที่ประดับประดาไปด้วยม่านดอกไม้หลากสีสัน อีกทั้งยังมีทางเดินที่เรียงรายไปด้วยเหล่าดอกไม้สดที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศโดยรอบ จากนั้นมาร่วมสำรวจคอลเลคชั่น Gucci Flora พร้อมค้นหากลิ่นหอมที่ใช่สำหรับตัวคุณที่ทั้งง่ายและรวดเร็วในรูปแบบดิจิทอลด้วยผู้ช่วยอย่าง Fragrance Finder พลาดไม่ได้กับไฮไลท์ของงานที่ Experiential Zone ซึ่งเปิดโอกาสให้เหล่าสาวกสัมผัสกลิ่นหอมทั้ง 4 แบบ 4 สไตล์ของ Gucci Flora ได้อย่างเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีเมคอัพสเตชั่นที่รวบรวมสินค้าในไลน์เมคอัพไว้ให้ทดลองและเลือกช้อปกันอย่าง
ครบครันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Must-Have Item ใหม่ล่าสุดอย่าง Rouge à Lèvres Mat ในเฉดสีแดงเข้ม 509 ‘Rosso Ancora’ ลิปสติกแท่งแรกโดยครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ ซาบาโต เดอ ซาร์โน รวมไปถึง Gucci Glow Highlighter ไฮไลท์เตอร์ตลับหรูที่มาพร้อมนวัตกรรมเนื้อเจลพาวเดอร์และเฉดสีมุกอันน่าหลงใหล เพื่อเพิ่มความเปล่งประกายขั้นสุดแบบอเนกประสงค์ โดยแฟนๆ สามารถแวะมาเยี่ยมชมสวนดอกไม้และสัมผัสกลิ่นหอมใหม่ของ Gucci Flora Gorgeous Orchid ที่ Helix Sky Garden ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 ตุลาคม 2567 พร้อมพบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ

  • เมื่อลงทะเบียนเข้าชม Immersive Experience รับทันที Gucci Flora Gorgeous Orchid ในขนาดทดลอง 1.5 มล. ลงทะเบียนเข้างานได้ทาง https://guccibeauty-th.register.cprv.app
  • เมื่อซื้อ Gucci Flora Gorgeous Orchid ในขนาด 50 มล. รับเพิ่มทันทีกระเป๋า Flora Yellow Slim Zip Pouch
    สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิ์ในการปักชื่อเป็นอักษรย่อลงบนกระเป๋า
  • โดยผู้ที่ซื้อ Gucci Flora Gorgeous Orchid ในขนาด 100 มล. จะได้รับ Flower Bouquet ช่องามที่ได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำหอม Gucci Flora เพิ่มเติมอีกด้วย

ทั้งนี้ใครที่แวะเวียนมายัง EM District ยังสามารถมาดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของ Gucci Flora ทั้ง 4 แบบ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เมคอัพของ Gucci Beauty ได้ที่บริเวณอื่นๆ อีกดังนี้

  • โซน A Space ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 3 – 9 ตุลาคม 2567
  • โซน Main Hall ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ระหว่างวันที่ 17 – 31 ตุลาคม 2567
  • Walkway ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ ระหว่างวันที่ 9 – 31 ตุลามคม 2567

'มาราสก้า สมุย' ผสานงานดีไซน์เข้ากับแนวคิดความยั่งยืนอย่างลงตัวบนหาดเฉวง

ชิลล์ฟีลไลก์โฮม ‘มาราสก้า สมุย’ ที่พักสไตล์แคชชวลลักซ์ชัวรีบนหาดเฉวง

Marasca Samui (มาราสก้า สมุย) หมุดหมายใหม่เปิดแล้วนะรู้ยัง? โรงแรมสุดพิเศษริมหาดที่ประสานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับแนวความยั่งยืน ตั้งอยู่บนหาดเฉวงอันสงบและสวยงาม เป็นที่พักสไตล์แคชชวลลักซ์ชัวรีให้แขกผู้เข้าพักได้เพลิดเพลินกับโมเมนต์ Cherry-on-Top สุดพิเศษ ผ่านเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่สร้างประสบการณ์แสนประทับใจสอดแทรกอยู่ในทุกรายละเอียดตลอดการเข้าพักบนเกาะที่โด่งดังที่สุดในเอเชียแปซิฟิคอย่างเกาะสมุย

ให้ฟีล “ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน” ทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้คุณภาพสูงที่คัดสรรมาอย่างดีและพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เป็นส่วนตัว ภายในห้องพักและห้องสวีทจำนวน 62 ห้องได้รับการออกแบบขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้แขกได้ #RediscoverYou อีกครั้ง ทั้งในห้องพักอันอบอุ่นที่มาพร้อมวิวทะเล หรือห้องพักที่มาพร้อมสระส่วนตัวที่ตอบโจทย์การพักผ่อนของนักท่องเที่ยวสไตล์แคชชวลลักซ์ชัวรี ที่มาพร้อมด้วยบริการต่าง ๆ ตั้งแต่ทรีตเมนต์ที่ Spa by Marasca ซึ่งใช้น้ำมันหอมระเหย 100% และผลิตภัณฑ์สปาจากธรรมชาติ ไปจนถึงสระว่ายน้ำ และ Cabanas Koh Samui Beach Club ที่ให้บริการอาหารหลากสัญชาติภายใต้คอนเซปต์ Social Dining ที่ให้บริการตั้งแต่เช้าจรดเย็นพร้อมเสียงเพลงจากดีเจ การแสดงดนตรีสด และสเตชั่นอาหารหลากหลาย

นอกจากจะเป็นรีสอร์ตแห่งแรกในอาเซียนที่ผ่านการรับรองจาก Fitwel Design แล้ว มาราสก้า สมุย ยังปฏิบัติตามข้อกำหนดการรับรองอาคารเพื่อสิ่งแวดล้อมของ LEED ผ่านวิถีแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของแขกและพนักงาน ตลอดจนการบริหารการใช้พลังงาน และการริเริ่มแนวทางต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

และให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าผ่านการออกแบบกรอบอาคารเพื่อป้องกันความร้อน และบริหารการใช้พลังงานในอาคารให้เกิดคุณค่าสูงสุด มาตรการเหล่านี้ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยมอบความสบายแก่แขกที่เข้าพักไปพร้อมกัน และยังผสมผสานพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งเพื่อเกื้อหนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ในพื้นที่จัดกิจกรรมและ Homegrown สวนผักสมุนไพร มาราสก้า สมุย ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อนุรักษ์ทรัพยากรบนเกาะอย่างครอบคลุมเพื่อลดการใช้น้ำทั้งในอาคารและนอกอาคาร อีกทั้งยังได้นำแนวปฏิบัติด้านการบริหารขยะมาใช้เพื่อลดปริมาณน้ำเสียให้ได้มากที่สุด ซึ่งรวมถึงการรีไซเคิลน้ำด้วย นอกจากนี้มาราสก้า สมุย ยังมีการสำรวจความพึงพอใจของพนักงาน และสร้างโปรแกรมดูแลสุขภาพให้แก่พวกเขา เพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมเชิงบวกในสถานที่ปฏิบัติงาน

การออกแบบบูรณาการภูมิทัศน์ของเกาะเข้ากับตัวสถาปัตยกรรม ด้วยความร่วมมือกับสถาปนิกและนักออกแบบที่มีชื่อเสียง เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างมีเอกลักษณ์บนเกาะสมุยแก่ลูกค้า สถาปนิก นักออกแบบภายใน และภูมิสถาปนิกจาก ‘SODA’ ดูแลงานภาพรวมของรีสอร์ต ในขณะที่ ‘K-Studio’ จากประเทศกรีกช่วยเนรมิต Cabanas Koh Samui โดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดและคัดสรรวัสดุท้องถิ่นเพื่อ ให้มีบรรยากาศผ่อนคลายและมีเสน่ห์ ทางด้าน ‘Studio Qube’ รับผิดชอบงานด้านสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในของมาราสก้า สมุย และ Cabanas Koh Samui ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน

เวทีแสดงงานศิลป์และงานฝีมือแบบไทย ผสานคอนเซปต์การ Upcycling โดย มาราสก้า สมุย จะจัดแสดงงานศิลปะของศิลปินจากทั่วประเทศในธีม “Wisdom of the Sea” (ภูมิปัญญาแห่งท้องทะเล) ที่จะนำเสนอความงดงามของสิ่งมีชีวิตในทะเลและประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนชาวใต้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกมีต่อระบบนิเวศท้องทะเล งานศิลปะทั้งหมด ตั้งแต่งานสานไม้ไผ่ งานถักใบเตย ศิลปะผ้าบาติก งานออกแบบเครื่องประดับ ศิลปะเซรามิก ไปจนถึงสื่อผสมผสานอื่น ๆ เน้นให้ความสำคัญแก่ความหลากหลายทางชีวิภาพในท้องทะเลและแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน โดยจะจัดแสดง 9 ชิ้นงานหลักกระจายอยู่ทั่วรีสอร์ตเมื่อแขกเดินเข้าสู่พื้นที่ของ Cabanas Koh Samui จะได้พบกับชิ้นงานศิลปะที่โดดเด่นมีชื่อว่า “Sunrise Catcher” ออกแบบโดยทีมงาน Saratta ผลิตโดยศุภลักษณ์ สิงห์แก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านงานโคมไฟไม้ไผ่และหวาย ที่เป็นเทคนิคหลักของช่างฝีมือในเชียงราย ได้รับแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์ดักปลาดั้งเดิมโดยออกแบบให้มีดีไซน์ร่วมสมัย รูปทรงธรรมชาติและความโค้งมนอันมีพลังคล้ายคลึงกับรูปทรงของสุริยคราส

นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานของคุณปรัชญา เจริญสุข ศิลปินผู้เน้นการใช้วัสดุพลาสติกจากจังหวัดชุมพร ที่ได้แปลงวัสดุไมโครพลาสติกที่เก็บจากชายหาดหลายแห่งให้เป็นงานศิลปะอันทรงพลัง โดยชิ้นงานที่โดดเด่นอย่าง “หาดทรายรีจากไมโครพลาสติก” ได้สะท้อนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อท้องทะเลไว้ได้อย่างแนบเนียน เช่นเดียวกับคุณ ณัฐฐกร ชุณหะวัณ ศิลปินผู้ออกแบบเครื่องประดับได้สร้างสรรค์ผลงานที่ชื่อ The Stars in The Sea” ขึ้นมาด้วยเทคนิคการทำเครื่องประดับโดยใช้ขยะพลาสติกเป็นวัสดุหลัก ในขณะที่ “The Bond Family” นำเสนอธีมสายสัมพันธ์ครอบครัวและสิ่งแวดล้อมผ่านการบูรณาการขยะพลาสติกกับการออกแบบเครื่องประดับ

อีกทั้งยังเชิดชูงานศิลปะดั้งเดิมของชาวใต้ ผสมผสานสมบัติทางวัฒนธรรมเข้ากับพื้นที่ของรีสอร์ตโดยความสามารถของคุณฉัตรกนก ขุนทน ศิลปินผ้ามัดย้อมและบาติกสีธรรมชาติจากหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช ผู้สร้างสรรค์ ผลงานที่โดดเด่นของเธอมีชื่อว่า “Blooming Sea” โดยใช้เทคนิคของบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นผ้าบาติกและผ้ามัดย้อมสีสดใสเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลและปะการัง

แบรนด์ Panae ซึ่งก่อตั้งโดยชุมชนชาวมุสลิมในจังหวัดตรัง ได้พัฒนางานหัตถกรรมจักสานจากเตยปาหนันขึ้นเป็นสินค้าหลากหลายรูปแบบ รวมถึงชิ้นงานที่มีชื่อว่า “Color of Joy” ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากเตยปาหนัน โดยการร่วมมือร่วมใจกันของจันทร์เพ็ญ ปูเงิน ผู้นำชุมชน และกลุ่มช่างสตรีแห่งหมู่บ้านดุหุนในจังหวัดตรัง ซึ่งไม่เพียงสะท้อนฝีมือช่างท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังช่วยแต่งแต้มความสวยงามให้แก่รีสอร์ตด้วยงานศิลป์แบบไทยแท้

เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว มาราสก้า สมุย ปล่อยโปรโมชั่นสุดพิเศษอย่าง ‘Exclusive Grand Opening Offer’ เริ่มต้นเพียง 5,699 บาทต่อห้องพัก ที่มาพร้อมอาหารเช้า และมีส่วนลดเพิ่มเติม 10% สำหรับสมาชิก พร้อมบริการรับ-ส่งจากสนามบินมายังรีสอร์ตฟรี นอกจากนี้ ลูกค้าจะได้รับเครดิตจำนวน 2,400 บาทต่อห้องต่อคืนไว้ใช้จ่ายในส่วนของการรับประทานอาหาร ทรีตเมนต์ที่สปาและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักของมาราสก้า สมุย ได้ที่เว็บไซต์ www.marasca.live หรือโทร. 081 245 8485 หรืออีเมล [email protected]


The Ultimate Breast Talk เรื่องต้องรู้! ก่อน “ศัลยกรรมหน้าอก” สวยตรงใจ

ว่ากันว่าการศัลยกรรมหน้าอก คือการผ่าตัดที่ผู้หญิงนิยมใช้บริการสูงที่สุด ไม่ใช่แค่ความสวยงามภายนอก แต่ยังเสริมความมั่นใจภายใน เพราะความพึงพอใจในรูปร่างและการรักตัวเอง คือพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ แพรว และ Breastsociety.com ได้รวบรวมคุณหมอที่มีความชำนาญด้านการศัลยกรรมหน้าอกจากสถาบันชั้นนำมาแนะนำการเลือกสถานพยาบาล การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด วิธีการเลือกแพทย์ รวมถึงคำแนะนำที่คุณไม่ควรพลาด ไปจนถึงตัวแปรสำคัญอย่างซิลิโคนเต้านมที่ต้องได้มาตรฐานและปลอดภัย

นพ.กัมปนาท ตั้งอมตะกุล

SLC Hospital

นพ.วิศรุต ศรีวงษ์เรืองกิจ

SLC Hospital

“การทำศัลยกรรมความงามโดยเฉพาะหน้าอกต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก การเลือกทำที่ไหนนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด สถานที่ที่ได้มาตรฐานจะสามารถมอบผลลัพธ์ที่สวยงามสมใจ เพราะเป็นหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเสริมความมั่นใจว่าจะต้องไม่มีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

“คำถามคือบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้อยู่วงในจะรู้ได้อย่างไรว่าโรงพยาบาลหรือคลินิกนั้นๆ มีความปลอดภัย ส่วนหนึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านโซเชียลมีเดียเบื้องต้น แต่แนะนำว่าอย่าเชื่อโฆษณาหรือโซเชียลมีเดียไปทั้งหมด ต้องดูทั้งลักษณะของสถานที่ การรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และการดูรีวิวเยอะๆ ประกอบกัน

“หากดูจากภายนอกยังไม่มั่นใจก็ควรเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง สอบถาม เช็กล่วงหน้าว่าแพทย์คนไหนจะเป็นคนทำ สภาพของสถานที่ที่แท้จริงสะอาดได้มาตรฐานหรือไม่ รวมไปถึงอุปนิสัยการต้อนรับของบุคลากรและการให้บริการก็สามารถบอกได้ว่าเป็นอย่างไร จะเอาแต่ขายของหรือไม่ การเข้าไปพูดคุยสอบถามกับแพทย์โดยตรงก็สำคัญ ลองเข้าไปฟังก่อนว่าเขาให้คำอธิบายแนะนำอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่

“สุดท้ายคุณสามารถขอดูได้ว่าจะผ่าตัดที่ไหน ห้องผ่าตัดเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของผู้รับบริการที่ทำได้ เพราะสถานบริการบางที่เป็นคลินิกเปิดไว้เพื่อต้อนรับและให้คำปรึกษา แต่ผ่าตัดที่อื่น ดังนั้นควรสอบถามเรื่องนี้ให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ ลองนำทั้งชื่อสถานที่และแพทย์ไปตรวจสอบว่ามีการรับรองจากแพทยสภาหรือไม่ ควรตรวจสอบหลักฐานทางราชการจึงจะปลอดภัยที่สุด

“หากสถานที่ได้มาตรฐาน แต่อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัยก็เกิดไม่ได้ ที่ SLC Hospital เรารักษามาตรฐานอย่างเคร่งครัด โดยมี AACI ระบบรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลจากประเทศสหรัฐอเมริกา การเลือกผลิตภัณฑ์ก็ล้วนต้องมีมาตรฐานรับรอง ยิ่งโดยเฉพาะกับการเสริมหน้าอก เราเลือกแบรนด์จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Mentor ซึ่งผ่าน USFDA จากสหรัฐอเมริกา โดยถือเป็นบริษัทที่ได้ผ่านมาตรฐานเป็นบริษัทแรกมาใช้ในประเทศไทย

“การจะเลือกใส่อะไรเข้าไปในร่างกายควรต้องมั่นใจว่าดีที่สุด Mentor เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มีชื่อเรื่องทรงสวย มีความนุ่ม สัมผัสเป็นธรรมชาติเหมือนเนื้อเต้านมจริงๆ ด้วยความที่ SLC Hospital เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งโดยเฉพาะ ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาและคุณภาพมาตรฐาน จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอครับ

“อยากฝากถึงคนที่มีแพลนทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้มั่นใจในมาตรฐานของเราที่ตรวจสอบได้ SLC Hospital มีสถานที่ที่โอ่โถง เรียกว่าเป็นโรงพยาบาลระดับบูติกได้เลย ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบห้องพักและห้องผ่าตัดของเราได้ ที่นี่มีห้องผ่าตัดแบบ Positive Pressure ป้องกันการติดเชื้อ มีระบบไฟฟ้าสำรอง ทำให้ไม่มีการสะดุดระหว่างการผ่าตัดแน่นอน แม้แต่การเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างเพลิงไหม้ ประตูห้องผ่าตัดของเราสามารถป้องกันไฟได้ถึงครึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงอยากให้วางใจได้ มาตรฐานของ SLC Hospital เข้มข้นและรักษาระดับไม่เคยตกครับ”

นพ.ปิติ รุจนเวชช์

Onemai Clinic

“หนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก คือการเลือกชิลิโคนให้เหมาะสม ทั้งเรื่องขนาด รูปแบบ และรูปทรง สำหรับเรื่องขนาดมีหลักการคือเราจะเลือกจากฐานหน้าอกเดิมว่ามีความกว้างเท่าไหร่ และพิจารณาจากความยืดหยุ่นของเนื้อหน้าอก นอกเหนือจากนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้รับบริการ เรียกว่าจะต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ควบคู่กันครับ

“สำหรับรูปแบบของซิลิโคนจะแบ่งออกเป็นซิลิโคนถุงน้ำเกลือและซิลิโคนเจล แต่ในปัจจุบันซิลิโคนถุงน้ำเกลือได้รับความนิยมน้อยลงมากๆ จนแทบจะไม่เหลือในท้องตลาดแล้ว เพราะให้สัมผัสเวลาจับที่ไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นจึงเหลือแต่ซิลิโคนเจลที่ได้รับความนิยมเป็นหลัก ซึ่งพอเป็นซิลิโคนเจลก็จะมีอยู่สองพื้นผิวคือผิวเรียบและผิวทราย แต่เนื่องจากผิวทรายมีโอกาสทำให้เกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จึงทำให้ซิลิโคนเจลผิวเรียบกลายเป็นตัวเลือกหลักในปัจจุบัน

“มาถึงเรื่องรูปทรงที่จะมีทรงกลมและทรงหยดน้ำ แต่เนื่องจากซิลิโคนทรงหยดน้ำเป็นผิวทรายทั้งหมด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้มีโอกาสน้อยมาก แต่ผมก็จะเลือกซิลิโคนทรงกลมผิวเรียบเป็นหลัก เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการมากที่สุด เทรนด์ล่าสุดในการเลือกซิลิโคนมักจะเลือกทรงที่ดูคล้ายธรรมชาติ ไม่พุ่งมากจนเกินไป ต่างจากอดีตที่มักจะใส่ทรงพุ่ง เพื่อที่จะใส่ซิลิโคนให้ใหญ่ที่สุด

“ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับซิลิโคนเสริมหน้าอกที่หมอพบบ่อยๆ ข้อแรกคือซิลิโคนยุบลงได้ ซึ่งความจริงแล้วซิลิโคนยังคงมีขนาดเท่าเดิม หากไม่เกิดการรั่วหรือแตก แต่อาจจะเกิดจากอาการบวมของการทำศัลยกรรมในช่วงแรก พอเวลาผ่านไปอาการบวมหายไป หน้าอกเริ่มเข้าที่ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าซิลิโคนยุบลง อีกปัจจัยหนึ่งคือความเคยชิน หลังเสริมหน้าอกวันแรกแน่นอนว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่หลังจากนั้นเราเห็นตัวเองทุกวันก็อาจจะชินตา ข้อสองคือถ้าอยากได้หน้าอกทรงหยดน้ำก็ต้องใส่ซิลิโคนทรงหยดน้ำ ซึ่งข้อนี้ก็ไม่จริง เพราะการสร้างสรรค์รูปทรงหน้าอกขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด บวกกับการเลือกขนาดของซิลิโคนและการวางตำแหน่งของซิลิโคนอย่างเหมาะสม และความเชื่อผิดๆ อีกข้อที่พบบ่อยคือการเลือกขนาดของซิลิโคนตามเพื่อน เห็นเพื่อนใส่ขนาดนี้แล้วสวย ซึ่งความจริงแล้วควรเลือกตามพื้นฐานหน้าอกเดิมของเราครับ

“ข้อควรรู้ในการทำศัลยกรรมหน้าอกให้ปลอดภัย ข้อแรกคือควรเลือกเข้ารับบริการกับศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความชำนาญการเฉพาะทาง ข้อสองคือการเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล อย่างวันใหม่คลินิกเราเลือกใช้ซิลิโคนที่ผ่านการรับรอง USFDA จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่สูงจากผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ยาวนาน”

ผศ. พญ.พูนพิศมัย สุวะโจ

Madame Classique

“ศัลยกรรมหน้าอกปลอดภัย สิ่งที่ควรคำนึงคือผู้รับบริการต้องมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อม การเตรียมตัวเบื้องต้น เช่น น้ำหนักคงที่ไม่สะวิง หากต้องการลดน้ำหนักหลายกิโล ต้องลดก่อนศัลยกรรม เพื่อไม่ให้เต้าเสียทรงภายหลัง สำหรับผู้หญิงต้องไม่อยู่ในช่วงมีแพลนตั้งครรภ์ และควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมก่อน หากตรวจพบและรักษาพร้อมเสริมเต้าก็จะไม่ทำให้ต้องผ่าตัดซ้ำ สำหรับหญิงข้ามเพศจะมีการรับฮอร์โมนข้ามเพศต่อเนื่องอย่างน้อย 12 เดือนก่อน เพื่อปรับเปลี่ยนสรีระ เช่น มีเนื้อบางลงหรือเต้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้มีลักษณะที่ไม่เปลี่ยนแปลงหลังการผ่าตัด ส่วนขั้นตอนอื่นๆ ของการศัลยกรรมหน้าอกของทั้งผู้หญิงและหญิงข้ามเพศนั้นค่อนข้างเหมือนกัน

“การดูแลตัวเองในช่วงพักพื้นของผู้หญิงและหญิงข้ามเพศมีหลักการคล้ายคลึงกัน หลังผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ ในช่วง 4 – 6 สัปดาห์แรกอยากให้ระวังสามข้อ 1.) ระวังไม่ให้เลือดออกซ้ำ เพราะเพิ่งผ่าตัดเสร็จ เส้นเลือดอาจจะยังไม่แข็งแรงดี จึงไม่ควรยกของหนักหรือออกกำลังกายหนัก และควรใส่ยกทรงกระชับตามที่แพทย์แนะนำ แต่ข้อนี้หญิงข้ามเพศต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะกล้ามเนื้อค่อนข้างใหญ่และแข็งแรงกว่าผู้หญิง ฉะนั้นถ้าผ่าตัดใส่ซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อก็อาจจะต้องระวังเรื่องเลือดออก พอยกของนิดหน่อยก็จะเกิดแรงดึงค่อนข้างมาก 2.) ป้องกันการติดเชื้อ หากรู้สึกไม่สบายไม่ว่าจะก่อนหรือหลังผ่าตัดต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที 3.) พยายามอย่าให้แผลปริ แผลแยก แผลเปื่อย เช่น ออกแรงว่ายน้ำหรือนอนแช่น้ำนานเกินไป อาจมีปัญหาได้ และตอนที่แพทย์ตัดไหม อย่าดึงเปิดดูบาดแผลบ่อยๆ เพื่อให้แผลสมานติดสนิทและไม่ปริจากแรงดึง

“ปัจจุบันเทรนด์ศัลยกรรมหน้าอกของหญิงข้ามเพศจะค่อนข้างเลือกขนาดที่พอดีกับหน้าอกตัวเอง ไม่ใหญ่เกินไปเหมือนเมื่อก่อน และนิยมใส่ซิลิโคนแบบใต้กล้ามเนื้อ เมื่อก่อนใส่เหนือกล้ามเนื้อ ทำให้เห็นขอบในคนที่เนื้อบางหรือรับฮอร์โมนเร็ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น Dual Plane คือใส่ซิลิโคนแบบกึ่งใต้กล้ามเนื้อ ทำให้เนียนมีความคล้ายผู้หญิงตรงเพศมากขึ้น

“หญิงข้ามเพศที่ศัลยกรรมหน้าอกมักมีระยะระหว่างหัวนมถึงใต้ฐานนมสั้น แล้วก็อาจจะไม่มีร่องข้างล่างชัดเจน ด้วยความเนื้อน้อยตามสรีระ เวลากำหนดแผล หากเรียบจะทำให้เห็นแผลชัด อาจเลี่ยงทำที่รักแร้ หรือรอระยะเวลาให้หน้าอกทิ้งตัวลงไปกลบเส้นที่เป็นแผล ฉะนั้นการกำหนดแผลจึงมีความยากมากกว่าผู้หญิงตรงเพศที่มีร่องอยู่แล้วเล็กน้อย

“กรณีที่เสริมมานานกินสิบปีแล้วไม่แน่ใจว่าซิลิโคนยังดีอยู่ไหม ให้หมั่นเช็กเป็นระยะหลังศัลยกรรมว่าซิลิโคนยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีปัญหาซึมหรือแตกรั่ว โดยมากเมื่อก่อนจะแนะนำว่าหลังศัลยกรรม 3 – 5 ปีให้เช็กหนึ่งครั้ง อาจจะใช้วิธีการตรวจด้วยแมมโมแกรม (Mammogram) และอัลตราซาวนด์ (Breast Ultrasound) เบื้องต้นหากสงสัยเพิ่มให้ลองตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา ปัจจุบันซิลิโคนมีคุณภาพและความคงทนที่ค่อนข้างดี (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อด้วย) ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามเวลา แต่หากซิลิโคนไม่มีปัญหาก็อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในร่างกายตามเวลาที่ผ่านไป บางครั้งเนื้อยืดขึ้นก็สามารถใส่ซิลิโคนที่ขนาดใหญ่ขึ้นได้ หรือหากผอมลงมากๆ อาจจะต้องทำหัตการอย่างอื่นเสริม เช่น เติมไขมันที่เนินบนเพื่อให้บดบังขอบมากขึ้น หรือปรับเปลี่ยนซิลิโคน ต้องปรึกษาแพทย์ตามกรณี

“การศัลยกรรมหน้าอกนั้นควรเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความน่าเชื่อถือและตรวจเช็กได้ เพราะมีส่วนสำคัญมากตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือกซิลิโคนที่ได้มาตรฐานและคุณภาพดี การแนะนำวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม ตลอดจนขั้นตอนการผ่าตัดให้ได้ผลดีและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ที่ทันสมัย และมีทีมแพทย์มากประสบการณ์ เพื่อผลการผ่าตัดที่น่าพอใจและปลอดภัย”

นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์

THE KLINIQUE

นพ.พีรยะ กนกศิลป์

THE KLINIQUE

“ปัจจุบันผู้หญิงให้ความสำคัญกับการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกเป็นจำนวนมาก มีรายงานสำรวจจากทั่วโลกพบว่า การศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือการผ่าตัดอันดับหนึ่งที่ผู้หญิงนิยมมากที่สุด ซึ่งการผ่าตัดที่ว่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงาม แต่ยังช่วยในการแก้ไขหน้าอกที่มีปัญหา ทั้งหน้าอกหย่อนคล้อยหลังการคลอดลูก หรือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีหน้าอกผิดรูปหลังจากตัดก้อนเนื้อ รวมไปถึงสาวประเภทสองที่มีหน้าอกห่าง หรือสาวๆ บางคนก็อยากได้แผลเล็ก ซึ่งโดยปกติแผลผ่าตัดมีหลายที่ คือรักแร้ ฐานหน้าอก และรอบถัน ขึ้นอยู่กับการแต่งตัว บางคนใส่เสื้อแขนกุดตลอด ถ้ามีแผลที่รักแร้ก็จะดูไม่ดี บางคนชอบใส่เสื้อคร็อป ไม่อยากให้เห็นแผลที่ใต้ฐานอกเลย ทางเราชำนาญด้านการผ่าตัดแผลเล็ก สามารถทำแผลให้มีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตรรอบปานนมได้ ปัจจุบันสาวๆ จึงนิยมวิธีนี้มากขึ้น THE KLINIQUE เคยผ่าตัดคนไข้แผลเล็กที่สุดเลยจะอยู่ที่ 1.3 เซนติเมตร ซึ่งเล็กพอๆ กับปลายนิ้วก้อยและแผลบางเท่าเส้นไหม

“ปัจจัยสำคัญที่การทำศัลยกรรมหน้าอกจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการวางแผน หนึ่งคือต้องเป็นแพทย์ผู้ชำนาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง / แพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะสาขา เรียนจบด้านศัลยกรรมตกแต่ง นอกจากนี้สถานพยาบาลต้องใหญ่และมีมาตรฐานเพียงพอรองรับเหตุฉุกเฉินได้ เครื่องไม้เครื่องมือก็สำคัญ ซึ่งที่ THE KLINIQUE เราได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจาก AACI ซึ่งเป็นระบบรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและการให้บริการจากสหรัฐอเมริกา

“ในส่วนบริการก่อนการผ่าตัดก็มีความสำคัญ ควรวางแผนอย่างชัดเจน สิ่งที่ผู้รับบริการต้องตอบตัวเองให้ได้คืออยากทำเพราะอะไร เกิดปัญหาตรงจุดไหน และควรปรึกษาหมอหลายๆ ท่าน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ และควรตรวจร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่างผู้รับบริการบางรายเคยผ่าตัดเสริมหน้าอกมาก่อน แต่ไม่ชอบรูปทรงเดิม ก็ควรจะรู้ว่าตัวเขาเสริมหน้าอกมานานเท่าไหร่ ทำมากี่ครั้ง อย่างบางรายจำไม่ได้ว่าเคยใช้ซิลิโคนรุ่นอะไร ทรงแบบไหน หรือจำไม่ได้ว่า cc เท่าไหร่ ก็จะใช้วิธีอัลตราซาวนด์รวมทั้ง MRI Breast เพื่อดูรายละเอียดคร่าวๆ และก่อนผ่าตัดเราจะให้ผู้รับบริการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ซิลิโคนด้วยการเช็กรหัสบาร์โค้ดว่าตรงกับที่ต้องการหรือไม่ นอกจากนี้ควรพิจารณาเรื่องการบริการหลังผ่าตัดด้วยว่ามีการรับประกันเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งเราจะมีตารางนัดหมายการฟอลโลว์อัพที่ชัดเจน เช่น ผ่านไป 3 เดือน 6 เดือน ต้องมาพบคุณหมอ รวมถึงภายในหนึ่งปี ถ้าหน้าอกมีปัญหาเราก็รับแก้ไขฟรี

“สิ่งที่ผู้รับบริการควรให้ความสำคัญคือซิลิโคน เพราะซิลิโคนแบบเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ผู้รับบริการทุกคน ควรพิจารณาแบรนด์ที่มีซิลิโคนให้เลือกลายรูปแบบ อย่างเช่น Mentor สามารถเลือกความกว้างของฐาน ความพุ่งและขนาดที่หลากหลาย ตอบโจทย์ขนาด รูปทรงที่ผู้รับบริการต้องการได้ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้เทรนด์การทำหน้าอกเปลี่ยนไป อย่างเมื่อสิบปีที่แล้วจะฮิตขนาด 500 – 600 cc แต่ปัจจุบันลดขนาดซิลิโคนลงมา เพราะเน้นความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

“นอกจากนี้ผู้รับบริการบางรายก็กังวลเรื่องมะเร็งที่เกิดจากพังผืดของซิลิโคนประเภทผิวทราย ซึ่งต้องเล่าให้ฟังว่ามะเร็งที่เกิดจากการศัลยกรรมเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเกิดขึ้นแตกต่างกัน หนึ่ง ขึ้นอยู่กับวัสดุของซิลิโคน ถ้าเป็นประเภทผิวทรายจะมีโอกาสเกิดมากกว่า เพราะความเป็นผิวทราย แม้จะช่วยกระชับหน้าอกที่หย่อนคล้อยได้ดี แต่ผิวของมันเหมือนกระดาษทรายที่ขูดผิวจากข้างในจนทำให้เกิดการถลอก เมื่อแผลเรื้อรังไปนานๆ ก็กระตุ้นการเกิดเซลล์มะเร็งได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ใช้ซิลิโคนชนิดนี้จะเป็นมะเร็งหมด เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเชื้อชาติด้วย โดยส่วนมากจะพบการเกิดมะเร็งในฝรั่งมากกว่าเอเชีย ขณะเดียวกันคนเอเชียก็ไม่นิยมผิวทราย แต่จะใช้ซิลิโคนผิวเรียบแทน เพราะยังไม่เคยมีอุบัติการณ์เรื่องมะเร็งมาก่อน ซึ่งทางเราเองก็ใช้ซิลิโคนผิวเรียบจากแบรนด์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งทั่วโลกใช้งานมาแล้วกว่า 40 ปี

“การทำศัลยกรรมหน้าอกเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง เพราะซิลิโคนต้องอยู่ในร่างกายผู้รับบริการนับสิบๆ ปี บางคนก็อยู่ตลอดชีวิต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ซิลิโคนต้องได้มาตรฐานและควรได้รับการรับรองจาก FDA หรือองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นควรเลือกสถานพยาบาลที่วางใจได้ มีผลงานที่ดี เรื่องนี้ไม่ต่างจากการซื้อลักชัวรี่แบรนด์ที่ราคาอาจบ่งชี้ถึงคุณภาพได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญกว่าคือผลงาน เพราะเมื่อจะต้องลงทุนกับชีวิต ก็ควรลงทุนในสิ่งที่ดีที่สุด”

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.breastsociety.com


5 สารอาหารบำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยชะลอความเสื่อม

ใครเริ่มมีอาการสมองล้า ความจำแย่ แนะ 5 สารอาหารบำรุงสมอง และระบบประสาท

สมองล้า เพลีย ไม่ปลอดโปร่ง ความจำแย่ลง ระบบประสาทเสื่อม เช่น ชาปลายมือ ปลายเท้า เหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ขาดวิตามินหรือสารอาหาร รวมถึงการใช้ยาบางอย่าง

ซึ่งวิธีการปรับแก้เบื้องต้น เริ่มจากปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมคลายเครียด เพื่อให้สมองได้ฟื้นฟูการทำงานได้ดีขึ้นค่ะ และยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ชะลอความเสื่อมได้ดีนั้นก็คือ วิตามินและสารอาหารนั่นเอง ที่สำคัญได้แก่

5 สารอาหารบำรุงสมอง และระบบประสาท ช่วยชะลอความเสื่อม

  1. DHA (ดีเอชเอ) เป็นกรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ช่วยการทำงานของระบบประสาท และช่วยการสั่งงานของสมอง มีผลต่อความจำและการเรียนรู้ พบมากในปลาทะเล เช่น แซลมอน, ปลาทูน่า, ปลาทู, สาหร่ายทะเลบางชนิด เป็นต้น ซึ่งร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสร้าง DHA เองได้ จึงต้องได้รับจากการกิน
  2. B Complex (วิตามินบีรวม) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย อาการชาตามปลายประสาท ปลายมือ ปลายเท้า พบในผักใบเขียว ไข่ นม ถั่ว
  3. Choline (โคลีน) เป็นสารอาหารสำคัญที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนเป็น Acetyl Choline ที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยถ่ายทอดข้อมูลระหว่างสมองและอวัยวะต่างๆให้ทำหน้าที่ตามสั่ง โดยโคลีนจะพบมากในไข่แดง, เนื้อสัตว์, ปลา, เครื่องในสัตว์, ถั่วเหลือง, ถั่วลิสง, จมูกข้าว, ข้าวโอ๊ต, กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอก
  4. Gingko (กิงโกะ) สารสกัดจากใบแปะก๊วย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์สมอง ชะลอการเกิดอัลไซเมอร์ ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดี ช่วยให้สมาธิและความจำดีขึ้น
  5. Phosphatidyl Serine (ฟอสฟาทิดิลเซอรีน) เป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทในสมอง ช่วยป้องกันและชะลอความเสื่อมของเซลล์ประสาทในสมอง ช่วยรักษาภาวะพร่องความจำ ลดภาวะสมองล้า ความจำเสื่อม โรคสมาธิสั้น

นอกจากการดูแลสมองด้วยตัวเองแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือการตรวจเช็คสุขภาพสมองเป็นประจำ เพื่อตรวจดูความเสี่ยงที่จะเกิดโรคทางสมอง เช่น ความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการรักษาและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

ข้อมูล: พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

ภาพ: Pexels


ประกาศรายชื่อผู้ชนะประมูลเสื้อแจ็กเก็ตจาก 30  ศิลปิน PRAEW CHARITY 2024 “Love in the Air”

นิตยสารแพรว ขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ และร่วมทำบุญกับ โครงการ PRAEW CHARITY 2024 “Love in the Air” ประมูลเสื้อแจ็กเก็ตจาก 30 ศิลปิน

โดยรายได้จากการประมูลทั้งหมด นำไปช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านมูลนิธิบูรณะนิเวศ และ กองทุนคืนลมหายใจที่ไร้ฝุ่น

https://www.praew.com/praewcharity2024auction/

โดยผู้ชนะการประมูลต้องทำการชำระเงินเต็มจำนวนที่ประมูลได้ ภายในวันที่ 7 ต.ค. 2567 เวลา 18:00 น. โดยโอนเงินเข้าบัญชี

  • ชื่อบัญชีโครงการแพรวแชริตี้ เลขที่บัญชี 116–4–58459-9
  • ธนาคาร กรุงเทพ สาขาบางลำพู

The auction winner have to make a full amount payment by 6:00 PM of 7 October 2024 by bank transfer in THAI BAHT.

  • Bank Account Name : PRAEW CHARITY
  • Account Number 116–4–58459-9
    Bangkok Bank , Banglampu Branch, Saving Deposit

หลังจากโอนเงินเข้าบัญชีที่ระบุไว้แล้ว ส่งหลักฐานการโอนเงิน ระบุชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน มาที่ E-mail : [email protected]

After the payment is transferred, please submit a transfer slip with the bidder full name, surname, telephone number and a copied of Identification card (or a copied of passport) via E-mail : [email protected]

แจ็กเก็ตของ เป๊ก – ผลิตโชค             Peck – Palitchoke

ผู้ชนะประมูล     suvatana rxxxxxxxxx

ราคาประมูล      91,702 บาท

แจ็กเก็ตของ มิว – ศุภศิษฏ์      Mew – Suppasit

ผู้ชนะประมูล     Udomsri S

ราคาประมูล      62,222 บาท

แจ็กเก็ตของ หยิ่น – อานันท์    Yin – Anan

ผู้ชนะประมูล     Yuchun Lx

ราคาประมูล      26,000 บาท

แจ็กเก็ตของ วอร์ – วนรัตน์     War – Wanarat

ผู้ชนะประมูล     สุธิชา ดxxxxxxxxxxxxx

ราคาประมูล      28,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ออฟ – จุมพล     Off – Jumpol

ผู้ชนะประมูล     อชิรญาณ์ ภxxxxxxxx

ราคาประมูล      20,000 บาท

แจ็กเก็ตของ กัน – อรรถพันธ์  Gun – Atthaphan

ผู้ชนะประมูล     XIXI Lxx

ราคาประมูล      10,000 บาท

แจ็กเก็ตของ โอม – ภวัต         Ohm – Pawat

ผู้ชนะประมูล     DI Sxx

ราคาประมูล      20,000 บาท

แจ็กเก็ตของ เล้ง – ธนพล       Leng – Thanaphon

ผู้ชนะประมูล     วัชพล ตxxxxxxxxxx

ราคาประมูล      6,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ฟอส – จิรัชพงศ์  Force – Jiratchapong

ผู้ชนะประมูล     Kalam Cxxx

ราคาประมูล      20,000 บาท

แจ็กเก็ตของ บุ๊ค – กษิดิ์เดช    Book – Kasidet 

ผู้ชนะประมูล     HeiTung Tx

ราคาประมูล      11,555 บาท

แจ็กเก็ตของ จิมมี่ – จิตรพล    Jimmy – Jitaraphol 

ผู้ชนะประมูล     วัชราภรณ์ บxxxxxxxxx

ราคาประมูล      31,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ซี – ทวินันท์        Sea – Tawinan

ผู้ชนะประมูล     พลอยทราย พxxxxxxxxx

ราคาประมูล      17,000 บาท

แจ็กเก็ตของ เกรท – สพล       Great – Sapol

ผู้ชนะประมูล     KAO Pxxxxxxx

ราคาประมูล      10,922 บาท

แจ็กเก็ตของ อิน – สาริน        Inn – Sarin

ผู้ชนะประมูล     KAO Pxxxxxxx

ราคาประมูล      10,922 บาท

แจ็กเก็ตของ โอห์ม – ฐิติวัฒน์ Ohm – Thitiwat

ผู้ชนะประมูล     Kesorn Ixxxxxx

ราคาประมูล      13,260 บาท

แจ็กเก็ตของ ไทแทน   TYTAN

ผู้ชนะประมูล     Ratchada Sxxxxxx

ราคาประมูล      5,000 บาท

แจ็กเก็ตของ บอส – ชัยกมล    Boss – Chaikamon

ผู้ชนะประมูล     Puiyu Hx

ราคาประมูล      22,000 บาท

แจ็กเก็ตของ โนอึล – ณัฐรัชต์  Noeul – Nuttarat

ผู้ชนะประมูล     Puiyu Hx

ราคาประมูล      23,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ฟอร์ด – ฐิติพงศ์            Fort – Thitipong

ผู้ชนะประมูล     วัลลดา ชxxxxxxxx

ราคาประมูล      34,567 บาท

แจ็กเก็ตของ พีท – วสุธร        Peat – Wasuthorn

ผู้ชนะประมูล     วจี กxxxxxxxx

ราคาประมูล      33,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ต้าห์อู๋ – พิทยา   Daou – Pittaya

ผู้ชนะประมูล     สินี ศxxxxxx

ราคาประมูล      44,444 บาท

แจ็กเก็ตของ ออฟโรด – กันตภณ       Offroad – Kuntapon

ผู้ชนะประมูล     จีรพร ปxxxx

ราคาประมูล      42,000 บาท

แจ็กเก็ตของ มอส – ภานุวัฒน์           Mos – Panuwat

ผู้ชนะประมูล     chenlei cxx

ราคาประมูล      11,000 บาท

แจ็กเก็ตของ แบงค์ – มณฑป            Bank – Mondop

ผู้ชนะประมูล     chenlei cxx

ราคาประมูล      11,000 บาท

แจ็กเก็ตของ เติ้ล – มติมันต์    Tle – Matimun

ผู้ชนะประมูล     สกุลรัตน์ ลxxxxxx

ราคาประมูล      11,000 บาท

แจ็กเก็ตของ เฟิร์สวัน – วรรณกร       Firstone – Wannakorn

ผู้ชนะประมูล     ชฎาธาร แxxxxxxx

ราคาประมูล      17,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ลาเต้ – ธนรรถชล         Latte – Thanutchon

ผู้ชนะประมูล     สุทินา สxxxxxxxxx

ราคาประมูล      5,000 บาท

แจ็กเก็ตของ คิม – พงศธร      Kim – Pongsaton

ผู้ชนะประมูล     Nicha W

ราคาประมูล      7,000 บาท

แจ็กเก็ตของ แบงค์ – ศรราม น้ำเพชร  Bank – Sornram

ผู้ชนะประมูล     Praifa Bxxxxxxx

ราคาประมูล      21,000 บาท

แจ็กเก็ตของ ฟิล์ม ธนภัทร     Film – Thanapat

ผู้ชนะประมูล     Laddawan Txxxx

ราคาประมูล      18,000 บาท

แอนโทเนีย โพซิ้ว

‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ พรีเซนเตอร์ Parin IPL แชร์ทริคผิวสวยเรียบเนียนด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วย Gadgets – Home Use

‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ พรีเซนเตอร์ Parin IPL แชร์ทริคผิวสวยเรียบเนียนด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วย Gadgets – Home Use

เติบโตมาจากความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Beauty Gadget ดูแลผิวได้อย่างตอบโจทย์ความต้องการ กลุ่มคนรักผิวสวยในแพลตฟอร์มออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงวันนี้ พาลิน ประเทศไทย (Parin Thailand) เจ้าของนวัตกรรมด้านความงามของคนไทยภายใต้ชื่อแบรนด์ พาลิน (Parin) ซึ่งมาพร้อมกับสโลแกน ความสวยไม่ใช่เรื่องยาก เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงภายใต้มาตรฐานสากล ในราคาที่เหมาะสม ตามคอนเซ็ปต์ “ผู้หญิงทุกคนสวยได้เหมือนยกคลินิกมาไว้ที่บ้าน” ด้วยการขยายฐานลูกค้าเข้าสู่แพลตฟอร์มออฟไลน์ ครั้งแรกกับการจัดงานเปิด ป๊อป อัพ สโตร์ (Pop-Up Store) แนะนำผลิตภัณฑ์หลักแบรนด์ 2 กลุ่มคือ Beauty Gadgets และ Skincare ให้ทุกเจเนอเรชันที่ใส่ใจการดูแลผิวพรรณของตัวเองได้สัมผัสกับอินโนเวทีฟ บิวตี้ อย่างใกล้ชิด ณ บริเวณโซน Q steps ชั้น 1 The PARQ Life ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น.

ป๊อป อัพ สโตร์ (Pop-Up Store) แบรนด์พาลิน (Parin) นำผลิตภัณฑ์มาแนะนำแก่ลูกค้าโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก Beauty Gadgets ประกอบด้วยเครื่องกําจัดขน IPL นับเป็นสินค้าหลักของทางแบรนด์รุ่นต่างๆ แต่ไฮไลท์ต้องยกให้น้องใหม่ Parin IPL ICONIC Gen 4 โหมดการใช้งานกำจัดขนควบคู่กับการดูแลผิวในเครื่องเดียวกัน ส่วนกลุ่มที่สอง Skincare ประกอบด้วย ครีมและสเปรย์สําหรับใต้วงแขน, บอดี้โลชั่นขนคุดหรือหลังยิงเลเซอร์, มาสก์ใต้ตา

ภายในงานเปิดพื้นที่เอ็กซ์คลูซีฟให้สาวสวยเจ้าของดีกรีความงามระดับโลก แอน โทเนีย โพซิ้ว Miss Universe Thailand 2023 และรองชนะเลิศอันดับ1 จากเวที Miss Universe 2023 ในฐานะพรีเซนเตอร์ Parin IPL มาแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวกายและผิวหน้าในแบบฉบับสาวมั่น และแบ่งปันประสบการณ์ตรงภายหลังจากทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ พาลิน (Parin) ในการดูแลผิวพรรณด้วยตัวเอง

แอน โทเนีย โพซิ้ว เผยนิยามความงามในแบบตัวเองว่า เป็นเรื่องของความมั่นใจทั้งภายในและภายนอก ไม่จำเป็นต้องสวยแบบใคร ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะความงามที่แท้จริงคือความมั่นใจในตัวเอง ขณะเดียวกันความงามที่ออกมาจากภายในจะทำให้ตัวเองมีความสุข ก็จะส่งผลให้คนนั้นดูสวยขึ้น กล้าที่จะเปิดเผยความงามในแบบของตัวเอง ดังนั้นถ้าอยากดูดีขึ้นให้เริ่มต้นจากการดูแลตัวเอง นอกจากการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ อารมณ์แจ่มใส พักผ่อนให้เพียงพอแล้ว เรื่องการบำรุงรักษาผิวกายให้สะอาดอยู่เสมอ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดีให้ตัวเองก็มีส่วนจำเป็นด้วยเช่นกัน ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เป็นจำนวนมาก ทำให้ทุกคนย่อมมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมล้ำสมัยได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความงาม อย่างแอนด้วยหน้าที่การงานบางครั้งต้องสวมชุดโชว์ผิว ถึงแม้จะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีผิวคล้ำ จุดด่างดำ หรือ ขนที่ไม่ต้องการ คืออุปสรรคอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงเลือกวิธีเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ด้วยเครื่อง IPL จากแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน และมีผลวิจัยที่น่าเชื่อถือ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานง่าย ช่วยกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกสบายเพราะทำได้เองที่บ้าน หรือพกไปเที่ยวได้


'กีกี้ บิวตี้ สเปซ' เปิดตัว KIKI BEAUTY ผลิตภัณฑ์ Personal Care ลักซ์ชัวรี

‘กีกี้ บิวตี้ สเปซ’ เปิดตัว KIKI BEAUTY ผลิตภัณฑ์ Personal Care ลักซ์ชัวรี

เทรนด์การดูแลตัวเองยุคนี้ ไม่ได้จำกัดแค่การดูแลรูปร่างหรือผิวหน้าอีกต่อไป แต่ไม่ว่าจะเพศไหนหรือวัยใด ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อเสิร์ฟประสบการณ์ดูแลตัวเองอย่างครบวงจร กีกี้ บิวตี้ สเปซ (KIKI Beauty Space) ลักซ์ชัวรี บิวตี้ ซาลอนอันดับหนึ่งของไทย เจ้าของรางวัล World‘s Best Luxury Beauty Salon จาก World Salon Awards ในปี 2565 จึงได้เปิดตัว กีกี้ บิวตี้ (KIKI BEAUTY) แบรนด์ Personal Care ที่พร้อมตอบโจทย์การดูแลตัวเองอย่างครบวงจร ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมที่มาพร้อมกลิ่นหอมที่รังสรรค์แบบ Personalised ให้ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ที่แตกต่างของคนยุคนี้

ก้องภพ เอื้อศิริทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง KIKI Beauty Space และ เจ้าของแบรนด์ KIKI BEAUTY “หลังจากเปิดตัว KIKI Beauty Space มาจนเข้าสู่ปีที่ 4 และเป็นที่รู้จักในฐานะซาลอนชั้นนำ ที่โดดเด่นด้วยบริการที่พรีเมียมและครบวงจรที่สุด ทั้งผม เล็บ คิ้ว ขนตา และแว็กซ์ จนลูกค้าให้ความไว้วางใจ เพื่อยกระดับการสร้างประสบการณ์ความงาม (Beauty Experience) ของลูกค้าไปอีกขั้น จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Personal Care ภายใต้แบรนด์ KIKI BEAUTY เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องที่บ้าน รวมถึงเป็นการขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าต่างแดน อาศัยอยู่ไกลหรืออาจยังไม่เคยเข้ามาใช้บริการที่ KIKI Beauty Space ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ KIKI BEAUTY แม้บริการบางอย่าง เช่น การทำสีผม หรือ ต่อผม ยังจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญระดับโปรเฟสชันนัลดูแล แต่การดูแลตัวเองอื่นๆ โดยเฉพาะผิวกาย ลูกค้าสามารถทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน ดังนั้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการดูแลตัวเอง จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เน้นแค่การดูแลเส้นผมเพียงอย่างเดียว แต่พัฒนา Personal Care ที่พร้อมตอบโจทย์การดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ครบวงจร โดยมีมาตรฐานคุณภาพระดับลักซ์ชัวรีจาก KIKI Beauty Space เป็นตัวตั้ง สำหรับคนที่รักและต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง”

สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ KIKI BEAUTY ครอบคลุมตั้งแต่ แฮร์ออยล์ทรีตเม้นท์ (Hair Oil Treatment), บาธออยล์ (Bath Oil), บอดี้ออยล์ (Body Oil), แฮนด์แอนด์บอดี้ โลชั่น (Hand and Body Lotion), บอดี้ สครับ (Body Scrub), น้ำหอม (Eau De Parfum), น้ำมันบำรุงจมูกเล็บ (Cuticle Oil Treatment), เครื่องหอมในรูปแบบรูมสเปรย์และดิฟฟิวเซอร์ (Room Spray and Diffuser) ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด นอกจากจะให้ความสำคัญกับการคัดสรรสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ยังมาพร้อมความโดดเด่นของกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

“เราสังเกตว่าลูกค้าที่มาใช้บริการที่ KIKI Beauty Space นอกจากจะชื่นชอบในบริการ ยังชอบประสบการณ์ที่ได้รับ ซึ่งเราเลยมองว่า “กลิ่น” เป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสทั้งห้าที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่กลิ่นหอม นอกจากจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย การที่มีกลิ่นมาอยู่บนตัว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและเสริมบุคลิกภาพ แต่เพื่อให้ได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของ KIKI BEAUTY เราทำงานร่วมกับแล็ปน้ำหอมระดับท็อปของโลกจากยุโรป เพื่อเพอร์ซัลนัลไลซ์กลิ่นหอมที่เป็นซิกเนเจอร์ของ KIKI BEAUTY ขึ้นมาเอง แทนที่จะใช้กลิ่นสำเร็จรูป พร้อมนำเข้าสารสกัดกลิ่นหอมจากประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส”

นอกจากจะรังสรรค์กลิ่นหอมอย่างพิถีพิถัน จนได้ออกมาเป็น 4 กลิ่นแรกที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ทางแบรนด์ยังเติมเต็มประสบการณ์การดูแลตัวเองขั้นสุด ด้วยการออกแบบให้ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวสามารถใช้ Cross กลิ่นกันได้อย่างลงตัว ยกตัวอย่างเช่น The Naked Body Oil ที่ตั้งใจออกแบบให้มีกลิ่นบางเบา นอกจากจะสามารถนำมาจับคู่กับน้ำหอมทุกกลิ่น ยังเสริม Performance ของน้ำหอมด้วย หรือ อย่างตัวรูมสเปรย์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนู “ข้าวเหนียวมะม่วง” เมนูยอดฮิตของร้านอาหารไทยแท้ “KOKO SIAM 1996” เจ้าของรางวัล Top 100 Restaurant จากเชลล์ชวนชิม โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ทางแบรนด์ก็นำมาเบลนด์เป็นกลิ่นหอม หนึ่งในคอลเลกชันพิเศษ เพื่อฉลองความเป็นไทย

ในเรื่องคุณภาพ ตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็น Unisex พร้อมตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย แม้แต่คนผิวแพ้ง่าย ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ โดยทางแบรนด์มีนักเคมีเฉพาะของแบรนด์ที่ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้มั่นใจว่า แม้แต่คนที่ผิวแพ้ง่าย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมได้โดยไม่ระคายเคือง มีการคัดสรรสารสกัดระดับพรีเมียม เข่น Jojoba ที่เป็น Essential oil ซึ่งไม่ใช่แค่การเคลือบผิวเหมือน Mineral Oil แต่ยังช่วยบำรุงให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น พร้อมทั้งยังมีสรรพคุณอื่นๆ อาทิ เช่นปรับสมดุลเมลานิน เพื่อให้สีผิวดูเปล่งปลั่งและสม่ำเสมอกัน หรืออย่างบอดี้ สครับ ที่เลือกใช้ชาร์โคล กับ ซีซอลท์ผิวละเอียด สกัดจากธรรมชาติ ช่วยทั้งดีท็อกซ์และขัดเซลล์ผิว โดยยังคงความชุ่มชื้นในตัว

ผลิตภัณฑ์ KIKI BEAUTY จะเริ่มวางจำหน่ายที่ KIKI Beauty Space Flagship Salon ที่สยามสแควร์ รวมถึงช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2567 เป็นต้นไป และจะมีการนำไลน์ผลิตภัณฑ์เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อสร้างประสบการณ์ความงามที่เต็มรูปแบบผ่านบริการที่ KIKI Beauty Space อีกด้วย


ปักหมุดรีสอร์ทเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพฯ Aviyana Hua Hin - Cha Am ที่พักสุดชิลล์ติดริมหาดชะอำ แสนสงบ

ปักหมุดรีสอร์ทเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพฯ Aviyana Hua Hin – Cha Am ที่พักสุดชิลล์ติดริมหาดชะอำ แสนสงบ

เปิดแล้วที่พักหมุดหมายใหม่ใกล้กรุงฯ อวิญานา หัวหิน – ชะอำ (Aviyana Hua Hin – Cha Am) รีสอร์ทติดทะเลแห่งใหม่บนชายหาดชะอำ มีพื้นที่กว้างขวาง ถึง 14,400 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมาะสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน รีสอร์ทแห่งนี้เปรียบเสมือนสวรรค์แห่งการพักผ่อน ที่ผสมผสานการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นและความสวยงามของชายหาดอย่างลงตัว ทั้งสระว่ายน้ำท่ามกลางวิวทะเลแบบพาโนรามา ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ความงดงามของทะเลฝั่งอ่าวไทย

รีสอร์ทติดทะเลแห่งนี้มีพื้นที่รองรับที่ตอบโจทย์สำหรับการจัดงานในโอกาสพิเศษ อย่างห้องบอลรูม AVOWS ซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับแขกได้มากถึง 300 คน เหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมสำคัญ เช่น พิธีหมั้น งานแต่งงานทั้งแบบไทย อินเดีย หรือแบบตะวันตก รวมถึงการประชุมสัมมนาต่างๆนอกจากนี้ยังพื้นให้บริการสำหรับการจัดงานกลางแจ้ง Siamara ที่มอบบรรยากาศสุดพิเศษสำหรับการจัดงานเลี้ยงแบบส่วนตัวบนดาดฟ้า รวมถึงพื้นที่สนามหญ้าขนาด 1,400 ตารางเมตร ที่เหมาะสำหรับกิจกรรมที่ต้องการบรรยากาศธรรมชาติอีกด้วย

ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม ทางรีสอร์ทพร้อมรังสรรค์เมนูมากมายในสไตล์โมเดิร์นและทันสมัยให้ผู้เข้าพักได้ลิ้มลองตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้เข้าพักด้วย3 ห้องอาหารและบาร์  เริ่มกันที่ห้องอาหารแรกอย่าง Pomelo All-Day Dining ที่จะเปิดให้บริการทั้งบุฟเฟต์อาหารเช้า และมื้อกลางวันและมื้อเย็นในรูปแบบอะลาคาร์ท ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชาติ อาหารเอเชีย อาหารไทย อาหารท้องถิ่น

ถัดมาคือ Miss T Beach Café สุดชิลล์ที่สามารถรับประทานอาหารและดื่มด่ำกับบรรยายริมทะเลผ่อนคลายชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมเสิร์ฟความอร่อยที่ครบรสทุกจาน ที่นี่จะเปิดให้บริการสำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็นในรูปแบบ อะลาคาร์ท นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชั่นสไตล์นานาชาติให้เลือกหลากหลาย และอีกหนึ่งในความพิเศษของรีสอร์ทแห่งนี้คือการสรรสร้างเมนูที่เป็นเอกลักษณ์โดยเชฟของทางรีสอร์ทได้ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยให้กลายเป็นจานหรู โดยใช้วัตถุดิบจากชาวบ้าน เช่น กะปิ สาโท และใบชะคราม ผสมผสานความเป็นไทยดั้งเดิมกับความหรูหราของอาหารยุโรปได้อย่างลงตัว

เมนู Pasta Sato Crab Meat เป็นหนึ่งในจานที่สะท้อนถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างอาหารทะเลและวัตถุดิบพื้นบ้าน โดยนำพาสต้าหมึกดำผัดเข้ากับเนื้อปู ใบชะคราม และ สาโท เสิร์ฟคู่กับขนมปังกระเทียม เมื่อรสชาติของเนื้อปูสดๆผสานกับกลิ่นหอมของสาโท เครื่องดื่มหมักพื้นบ้านของไทยที่นำมาปะยุคสร้างมิติของรสชาติที่ซับซ้อนและแตกต่างไปจากพาสต้าแบบเดิม

จุดเด่นของเมนูนี้คือรสชาติที่ซับซ้อนจากเนื้อปูสด ผสานกับความหอมของสาโท ทำให้เกิดมิติรสชาติใหม่ที่แตกต่างจากพาสต้าทั่วไป เชฟจากรีสอร์ทอวิญานาได้เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างใบชะคราม ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านของชายฝั่งอ่าวไทย มาสร้างสรรค์ในจานอาหารยุโรปอย่างมีเอกลักษณ์ การนำสาโทและใบชะครามมาใช้ในเมนูพาสต้าถือเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมอาหารระหว่างยุโรปและไทยอย่างลงตัว เปิดโอกาสให้ผู้ที่รักการชิมอาหารได้สัมผัสประสบการณ์รสชาติใหม่ที่ไม่ควรพลาด!

Nest Pool Barเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักค็อกเทล ซึ่งบาร์จะตั้งอยู่ริมสระว่ายน้ำของรีสอร์ทในบรรยากาศสุดผ่อนคลายพร้อมบริการค็อกเทลสูตรพิเศษและเครื่องดื่มซอฟดริ้งก์ ตอบโจทย์สำหรับการเติมความสดชื่นหลังการว่ายน้ำ หรือการนั่งชิลล์จิบเครื่องดื่มพร้อมชมวิวสวยๆ ที่เหมาะสำหรับการถ่ายรูปและดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดชิลล์

รีสอร์ทถูกออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นที่กลมกลืนอย่างลงตัวกับธรรมชาติอันงดงามของอ่าวไทย รีสอร์ท อวิญานา หัวหิน มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 115 ห้อง โดยมีห้องพักหลากหลายประเภท อาทิ ห้อง Superior, ห้อง Deluxe Sea View, Oasis Beachfront Villa, Ambassador Suite แบบ 2 ห้องนอน, Ocean View Suite แบบ 2 ห้องนอน สนนราคาที่เริ่มต้นเพียง 3,500 บาทต่อคืน

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ทางรีสอร์ทจะมีห้องฟิตเนสไว้ให้บริการลูกค้าได้ออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการยืดกล้ามเนื้อ คาร์ดิโอ หรือ บอดี้เวท และในอนาคตจะมีโซนสำหรับเด็กซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัว ช่วยให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมสนุกสนานและ ได้เริงร่าไปกับการเล่นด้วยใช้ประสาทสัมผัสที่หลากหลาย เช่น โซนของเล่น,มุมอ่านหนังสือ

สัมผัสการพักผ่อนที่เหนือระดับใกล้กรุงเทพฯ ที่อวิญานา หัวหิน (Aviyana Hua Hin) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 032-512-311 หรือจองห้องพักได้ที่: [email protected] (📍พิกัด: No. 1515 Phet Kasem Rd, Sai Tai, Cha-am District, Phetchaburi, Thailand, Phetchaburi)


เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์

เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ กับบทบาทนักวิ่งมาราธอน

เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ กับบทบาทนักวิ่งมาราธอน ล่าสุดฟาดสถิติใหม่ในงาน Berlin Marathon 2024

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่รักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจสำหรับหนุ่ม “เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์” ที่ล่าสุดบินลัดฟ้าไปถึงกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Berlin Marathon 2024 ฟาดสถิติใหม่ (NEW PB) โดยระยะมาราธอนใช้เวลาไปทั้งหมด 2 ชั่วโมง 52 นาที 13 วินาที และยังได้สถิติฮาร์ฟมาราธอน ในการวิ่งมาราธอนครั้งนี้ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 24 นาที 28 วินาที เข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 2 ของคนไทยที่ไปร่วมการแข่งขัน งานนี้ทำเอาเจ้าตัวเป็นปลื้มหายเหนื่อยสมกับที่ฝึกซ้อมมาตลอด 5 เดือน

เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์

โดยเต้ย ได้เผยความรู้สึกของการเข้าร่วมการแข่งขันนี้ว่า “สนามเบอร์ลินเป็นหนึ่งเป้าหมายของผมในการวิ่งที่จะต้องไปเก็บสถิติใหม่ให้ได้ ผมตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อให้ร่างกายปรับตัวซึ่งผมจะตื่นตี 4 ทุกวันเพื่อมาฝึกซ้อมถือเป็นการฝึกวินัยไปในตัว ด้วยอาชีพนักแสดงของเราบางครั้งก็มีผลกับการซ้อมแต่ผมจะบอกผู้จัดการของผมไว้เลยว่าผมขอเวลาฝึกซ้อมยังรับงานนะครับแต่ก็ต้องไม่กระทบกับตารางเวลาที่ผมวางไว้ด้วยซึ่งในการเข้าร่วมการแข่งขัน Berlin Marathon 2024 ครั้งนี้ผลที่ได้ผมพอใจกับมันมากถือว่าเป็นสถิติใหม่(New PB) ของตัวเองในระยะมาราธอนด้วย

ซึ่งสถิติเดิมอยู่ที่ 2 ชั่วโมง 55 นาที 16 วินาที แต่สถิติใหม่ผมใช้เวลาไปทั้งหมด 2 ชั่วโมง 52 นาที 13 วินาที ดีขึ้นกว่าสถิติเดิม 3 นาที 3 วินาที ดีใจและภูมิใจกับเหรียญนี้มากครับ ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณครอบครัวที่คอยผลักดันให้ผมได้ทำในสิ่งที่ผมรักมาตลอด มาจนถึงสนามนี้ผมก็ยังเชื่อมั่นใน “เหรียญแห่งวินัย” เหมือนเดิมและพร้อมสู้ในสนามถัดไป หวังว่าแฟนๆ ชาวไทยยังจะตามให้กำลังใจนักวิ่งที่แสดงได้นิดหน่อยคนนี้ด้วยนะครับ (ยิ้ม) ”

บูรพา บุญวิสุทธิ์

เติบโตอย่างมีคุณภาพ บูรพา บุญวิสุทธิ์ ตั้งชมรมช่วยเหลือผู้ป่วยทางจิตเวช

เรียกได้ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ สำหรับ บูรพา บุญวิสุทธิ์ ลูกชายคนโต ของ บุรินทร์ และ สิชล บุญวิสุทธิ์  ที่นอกจากยังเรียนหนังสือเก่งสุดๆ แล้วยังเปิดบริษัทธุรกิจกล้วยไม้ ในนามบริษัท SIAM HERITAGE ธุรกิจกล้วยไม้ ที่เกิด มาจาก ความรัก ด้วยการคลุกคลีกับคุณตาเห็นคุณตาชอบปลูกต้นไม้และ กล้วยไม้คือ ต้นไม้ที่คุณตาชื่นชอบ เขาจึงผูกพันธ์กับสิ่งที่คุณตาชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ

โดยการทำธุรกิจขายพันธ์กล้วยไม้ โดยใช้ทีมงานซึ่งเป็นคนในชุมชนระแวกฟาร์ม ถือเป็นการสร้างอาชีพให้ท้องถิ่นอีกด้วย งานนี้เรียกได้ว่า เขาลงมือทำด้วยตนเองแทบทุกขั้นตอนเลยทีเดียว ความเก่งยังไม่หมดเพราะเขายัง ผุดโปรเจคเพื่อสังคม รวมตัวกับเพื่อนๆ ตั้งชมรม Mind Care โดยรับหน้าที่เป็นประธานชมรมอีกด้วย

สำหรับชมรม Mind Care นี้คือ ชมรมที่เล็งเห็นความสำคัญของ สุขภาพจิตว่าสังคมในปัจจุบันมีผู้ป่วยทางจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลทางพฤติกรรมต่อตนเองและครอบครัว รวมทั้งสังคม พวกจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม โดย บุรพา ประธานชมรมเป็นตัวแทน พูดถึงโครงการนี้ว่า

“การรวมตัวนี้เกิดขึ้นจาก ผมและเพื่อนๆ ได้ทำโครงงานที่โรงเรียน จึงได้เริ่มศึกษากันอย่างจริงจัง จนสนใจในปัญหานี้มากๆ โดยคนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพทางร่างกาย เจ็บป่วยก็ไปหาหมอกันทันที แต่ยังไม่ครอบคลุมหรือมองข้าม สภาพจิตใจ บางคนเครียดสะสมทำให้เป็นซึมเศร้าโดยที่ไม่รู้ตัว หรือบางคนก็ไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะไปรักษา ในที่สุดก็เป็นที่มาของปัญหาบุคคล ปัญหาครอบครัว ปัญหาชุมชน และปัญหาสังคม ผมและเพื่อนๆ เล็งเห็นความสำคัญ จึงจัดตั้งชมรมเพื่อที่จะระดมทุน ช่วยเหลือผู้ป่วยทางด้านจิตเวช

โดยมีการจัดคอนเสิร์ตมีพี่วง เดอะ พาคินสัน และ พี่ตู่-ภพธร ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาเพื่อนำทุนไปสนับสนุนตามโรงพยาบาลเพื่อได้เป็นทุนในการรักษาผู้ป่วยที่ไม่มีทุนทรัพย์ต่อไปครับ สำหรับการระดับทุนครั้งแรกผมได้มอบทุกให้กับ โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ จำนวนเงิน 400,000 บาท (สี่แสนบาท) ผม และ เพื่อนๆ ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือร่วมระดมทุนในครั้งนี้ และขอฝากโครงการ Mind Care โครงการเพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไปด้วยนะครับ

สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปจะเป็นอะไรฝากติดตามได้ที่ Instagram : Mind Care ขอบคุณครับ”

ชี้เป้าลิปเติมความมั่นใจให้ริมฝีปากสวยแวววาวด้วย Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick จาก Fenty Beauty

ชี้เป้าลิป เติมความมั่นใจให้ริมฝีปากสวยแวววาวด้วย Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick จาก Fenty Beauty

ชี้เป้าลิป เติมความมั่นใจให้ริมฝีปากสวยแวววาวด้วย Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick จาก Fenty Beauty หลังจากเปิดตัวและเข้ามาในสาวกบิวตี้ได้สัมผัสกับความงามที่แตกต่างมาเกือบ 7 ปี ‘Fenty Beauty by Rihanna’ ได้ฤกษ์ดีจัด Exclusive Event พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้อย่าง Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick ลิปกลอสในรูปแบบแท่ง ที่ช่วยเพิ่มความแวววาวให้ริมฝีปากมีเสน่ห์เย้ายวน และให้ความชุ่มชื้นด้วยส่วนผสมที่อัดแนนในลิปสติกนี้ ไม่ว่าจะเป็น สควาเลน น้ำมันกีวี วิตามินอี และ เชีย มอยส์เจอร์ แท่งลิปพกพาสะดวก สามารถนำไปเติมปากได้ตามต้องการ โทนสีชัด เหมาะกับทุกสีผิว มีให้เลือกถึง 10 เฉดสี ตามแบบฉบับลิปกลอสตัวแม่ของวงการ   

ซึ่งอีเวนท์สุดพิเศษจาก Fenty Beauty ที่มีชื่อว่า “COCKTAIL HOUR KEEP IT GLOSSY” ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้กับคุณ เริ่มต้นด้วย “Get Glossy Lip Makeovers” สเตชันแต่งหน้าที่ให้สาวก Fenty Beauty Family ได้สนุกสนานกับการแต่งหน้า โดยใช้งานผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจากแบรนด์ อาทิ Invisimatte Instant Setting & Blotting Powder Refill, Soft’Lit Luminous Foundation, และ Demi’Glow Light-Diffusing Highlighter รวมถึงผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของงานคือ Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick  

ไม่เพียงสีปากที่สวยโดนเด่นด้วย Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick เท่านั้น ภายในงานยังมีกิจกรรม “Tooth Gem” ติดเขี้ยวฝังเพชร เติมเต็มเสน่ห์รอยยิ้มให้ดูโดดเด่น เปล่งประกาย แม้ในที่มืด นอกจากนี้ยังมี “Personalise Your Favourite Fenty Beauty Lipstick” ที่ให้แขกได้สลักชื่อบนลิปสติก เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว เมื่อใดที่หยิบเติมลิปกลอสระหว่างวัน จะรู้สึกถึงความมั่นใจและความเป็นตัวเองที่โดดเด่นไปพร้อมกับความแวววาวของกลอส 


เจาะลึก Viva’s Beauty Tailored Plan และเทคนิคยกกระชับปรับรูปหน้าของ Viva Clinic 

ด้วยเทรนด์การยกกระชับปรับรูปหน้าที่ได้รับนิยมแบบไม่แผ่ว Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว จึงขอพาไปพูดคุยกับ ‘คุณหมอหยิน – พญ.ศันสนีย์ สฤษดิ์เวชวรกุล’ และ ‘คุณหมอแป๊ก – พญ.นวพร ผิวผัน’ แห่ง Viva Clinic เพื่อเจาะลึกการรักษาแบบ Viva’s Beauty Tailored Plan และเทคนิคยกกระชับปรับรูปหน้าแบบเฉพาะตัวที่ส่งให้ Viva Clinic ได้ใจคนรักสวยไปเต็มๆ  

14 ปีของครอบครัว Viva Clinic 

คุณหมอหยิน : “ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นเมื่อ 14 ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ Viva Clinic เราทำงานด้วยใจรักและตัวตนตลอดมา โดยตั้งใจดูแลเรื่องความสวยความงามและมอบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ให้กับผู้รับบริการทุกคน ซึ่งเปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพราะเราไม่เคยมองคนที่มาหาเราเป็นลูกค้าเลย แต่ทุกคนเปรียบเสมือนญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท ที่เราพร้อมจะช่วยดูแลด้วยความจริงใจ เน้นการช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างตรงจุด แนะนำแนวทางการรักษาอย่างชัดเจนและเหมาะสม เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่า โดยไม่มีการฮาร์ดเซลหรือขายคอร์ส ดังนั้นทุกคนที่เข้ามารับบริการจึงสบายใจได้เลยค่ะ”  

คุณหมอหยิน – พญ.ศันสนีย์ สฤษดิ์เวชวรกุล 

คุณหมอแป๊ก : “พูดง่ายๆ คือเราใช้ตัวตนของเรานำทาง จนกลายเป็นคอนเซ็ปต์ของ Viva Clinic ในปัจจุบันคือ ‘ดูแลทุกความสวยเหมือนคนในครอบครัว’ และด้วยเทรนด์ความงามที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะความมาแรงของกระแส Aesthetic Wellness ซึ่งเป็นการดูแลความสวยความงามแบบองค์รวม คือจะไม่ใช่แค่เรื่องผิวพรรณหรือรูปลักษณ์ภายนอก แต่จะลงลึกไปถึงเรื่องสุขภาพที่ต้องดูแลครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Appearance Well, Eating Well และ Emotional Well ด้วยเทรนด์นี้เอง ทำให้ Viva Clinic สาขาที่ 3 ซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในช่วงต้นปีหน้า เราตัดสินใจเติมเรื่อง Aesthetic Wellness เข้าไปแบบครบทุกมิติ เพื่อช่วยดูแลความสวยจากภายในสู่ภายนอกให้กับทุกคนค่ะ” 

คุณหมอแป๊ก – พญ.นวพร ผิวผัน 

ดูแลความสวยด้วย Viva’s Beauty Tailored Plan 

คุณหมอแป๊ก : “จุดเด่นของ Viva Clinic อยู่ที่การรักษาแบบ Viva’s Beauty Tailored Plan ซึ่งทีมแพทย์จะเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ใบหน้าแบบเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาอย่างละเอียด เพราะเราเชื่อว่าแต่ละคนมีโครงหน้าและปัญหาที่แตกต่างกันออกไป จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ ออกแบบ และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่า”  

คุณหมอหยิน : “นอกจากนี้ Viva Clinic ยังมีเทคนิคเสริมความงามเฉพาะตัว เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามความต้องการและช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด รวมถึงมีการคัดสรรทั้งเครื่องมือและผลิตภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน คือต้องมีมาตรฐานคุณภาพระดับสากล มีงานวิจัยรองรับ และเป็นของแท้เท่านั้น” 

ยกกระชับปรับรูปหน้าแบบฉบับ Viva Clinic 

คุณหมอหยิน : “การยกกระชับปรับรูปหน้า ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ฮิตในตอนนี้ โดยคนทั่วไปมักคาดหวังอยากเห็นผลเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ ทำแล้วอยู่ได้นาน ไม่ต้องทำบ่อยๆ ดังนั้นหัตถการที่ได้รับความนิยมควรตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ทำให้หัตถการมาแรงจึงหนีไม่พ้นโปรแกรมยกกระชับใบหน้าและการใช้สารลดเลือนริ้วรอย ส่วนอีกหนึ่งหัตถการที่กำลังได้รับความสนใจมากๆ คือตระกูล Biostimulator ซึ่งช่วยยกกระชับ พร้อมช่วยฟื้นฟูผิวให้สดใส แลดูอ่อนเยาว์ และโดดเด่นด้วยผลลัพธ์ที่ยาวนานยิ่งขึ้น” 

คุณหมอแป๊ก : “นอกจากการเลือกใช้หัตถการต่างๆ อย่างเหมาะสมแล้ว Viva Clinic ยังมีเอกลักษณ์ด้วยเทคนิคเฉพาะตัว โดยเทคนิคแรกคือ MPT Technique หรือ Minimal Pain Tangible Results เป็นเทคนิคที่จะช่วยทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง ซึ่งใช้กับโปรแกรมยกกระชับใบหน้า ใครที่เคยทำแล้วรู้สึกเจ็บมากๆ หรือบางคนไม่กล้าทำอีกเลย ก็อยากให้ลองมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่จากเทคนิคนี้ดูค่ะ  

“อีกหนึ่งเทคนิคขึ้นชื่อของเราคือ CPI Technique หรือ Customize Plan Injection ซึ่งจะใช้กับหัตถการที่ใช้สารลดเลือนริ้วรอย สารเติมเต็ม และกลุ่ม Biostimulator เพื่อวิเคราะห์ใบหน้าแบบเฉพาะบุคคลตามแนวทางการรักษาของเรา พร้อมวางแผนการรักษาอย่างละเอียด เช่น ต้องแก้ปัญหาตรงไหนบ้าง ต้องใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหน ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีและดูเป็นธรรมชาติ”  

คุณหมอหยิน : “สำหรับเทคนิคเฉพาะตัวของ Viva Clinic ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เราได้รับ 3 รางวัลใหญ่จากงาน Merz Aesthetics Gala: Haus of Heroes ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรางวัลเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับใบหน้า สารลดเลือนริ้วรอย และสารเติมเต็ม เรารู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ดีตลอดมาจากผู้รับบริการทุกคนจนได้รับรางวัลดังกล่าว ขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ” 

Viva Clinic  

สาขาปิ่นเกล้า โทร. 08-3666-6636 

สาขา BTS วงเวียนใหญ่ โทร. 08-4888-8212 


อาหารประเภทใดที่ "วัยทอง" ควรเลือกกินและเลี่ยง

อาหารประเภทใดที่ “วัยทอง” ควรเลือกกินและเลี่ยง

เมื่อเข้าสู่ วัยทอง หรือช่วงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ร่างกายก็เริ่มผลิตฮอร์โมนทางเพศได้ไม่เหมือนเดิม นำมาซึ่งอาการผิดปกติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนอนหลับยาก รู้สึกร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า วิตกกังวล อีกทั้งในผู้หญิงยังมีภาวะช่องคลอดแห้ง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับคู่ชีวิตได้ แล้วจะมีวิธีดูแลอย่างไรเมื่อเกิดภาวะเช่นนั้น

ในช่วงวัยทอง นอกจากความแปรปรวนของฮอร์โมนที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตแล้ว ระบบต่างๆ ของร่างกาย ทั้งระบบโครงกระดูก ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบประสาท ก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัยด้วย
ดังนั้น เพื่อรับมือกับอาการวัยทอง การเลือกทานอาหารนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอาหารอย่างเช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ล้วนมีสารอาหารซึ่งจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทั้งยังบรรเทาอาการวัยทอง แต่ถ้าเลือกไม่ดีก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ แล้วคนวัยทองควรกินอะไร และมีอาหารประเภทใดที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งอาหารสำหรับวัยทองที่ควรกินมีดังนี้

  • ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวไรย์ เนื่องจากเป็นอาหารสำหรับวัยทองที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ และวิตามินบี รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
  • ถั่วและธัญพืชต่างๆ จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุแมกนีเซียม ที่มีส่วนช่วยในการลดความวิตกกังวล และความแปรปรวนของอารมณ์ได้ อีกทั้งยังมีกรดไขมันโอเมกา 3 ที่ช่วยลดการสูญเสียของมวลกระดูกได้
  • ปลาแซลมอน เป็นปลาที่มีโปรตีนสูง ทั้งยังมีกรดไขมันโอเมกา 3, วิตามินบี 12, วิตามินบี 6, วิตามินดี จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงร่างกาย สายตา สมอง รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็ง
  • ช็อกโกแลต ไข่ เป็นอาหารสำหรับวัยทองที่มีสารทริปโตเฟนสูง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นให้ร่างกายสร้างเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยลดความหงุดหงิด กังวลใจ ช่วยให้นอนหลับได้สบายขึ้น
  • ผักใบเขียวและผลไม้ต่างๆ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ ที่ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนวัยทอง ที่ต้องการสารอาหารไปบำรุงการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น
  • นมหรือโยเกิร์ตที่มีน้ำตาลและไขมันต่ำ อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี และวิตามินเค ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างและบำรุงกระดูก ทดแทนมวลกระดูกที่เสื่อมสภาพลง ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้ โดยในกรณีที่คนวัยทองไม่สามารถกินอาหารประเภทนี้ เนื่องจากมีอาการแพ้หรืออื่น ๆ สามารถเลือกกินในรูปแบบของแคลเซียมเม็ดหรือ Probiotics ทดแทนได้เช่นกัน
  • เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารสำหรับวัยทองที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนอาร์จินีน อันมีส่วนช่วยสำคัญในการกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน และยังปรับระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนให้ลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลกับโพรเจสเทอโรน ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ ลดความเครียด และปรับสภาพอารมณ์ที่แปรปรวน ซึ่งเป็นอาการของคนวัยทองได้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังนี้

  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ
  • อาหารที่มีไขมันสูง เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดไขมันสะสมมากเกินไป จนกลายเป็นโรคอ้วน และโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
  • อาหารแปรรูปต่างๆ ซึ่งมีรสชาติที่หวานจัด จนกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือมีรสชาติที่เค็มจัด เนื่องจากมีส่วนผสมที่เป็นโซเดียมในปริมาณสูง ทำให้มวลความหนาแน่นของกระดูกลดลง

สรุปหลักการเลือกกินอาหารง่ายๆ สำหรับวัยทองคือ ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยให้เลือกกินแบบหลากหลาย ไม่ซ้ำเมนูเดิม หรือไม่กินแต่อาหารชนิดเดียวทุกวัน เนื่องจากเสี่ยงที่จะทำให้ขาดสารอาหารได้ สำหรับวัยทองที่มีภาวะของโรคเบาหวาน ควรแบ่งการกินอาหารเป็นมื้อเล็กๆ ทุก ๆ 3-4 ชั่วโมงในระหว่างวัน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนวัยทองที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วน ควรลดกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ปลาหมึก มันกุ้ง ไข่แดง และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันจากสัตว์ หรือกะทิในการปรุงอาหาร อีกทั้งยังต้องลดความถี่ในการบริโภคเนื้อหมู เนื้อวัว หนังไก่ หนังเป็ด ด้วยเช่นกัน

การเลือกกินอาหารเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยรับมือกับวัยทองได้ แต่หากใครที่ต้องการบรรเทาอาการฮอร์โมนไม่ปกติ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านฮอร์โมนทดแทนเพื่อดูแลสุขภาพที่ถูกวิธี

ข้อมูล: พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

ภาพ: Pexels


ลา โรช-โพเซย์ ร่วม มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เปิดตัวเว็บไซด์ www.cancer-support.com/th เพื่อผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว

ลา โรช-โพเซย์ ร่วม มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เปิดตัวเว็บไซด์ www.cancer-support.com/th เพื่อผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว

ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) จัดงานเปิดโครงการ “ลา โรช-โพเซย์ เคียงข้างผู้ป่วยมะเร็ง” (Cancer Support by La Roche-Posay) ด้วยหลักปฏิบัติ “Healing Power of Touch” หรือ “พลังแห่งการเยียวยาด้วยการสัมผัส” ผ่านสัมผัสและการดูแลฟื้นฟูผิวอย่างอ่อนโยน ที่นอกจากจะช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้น ยังส่งความห่วงใยไปถึงจิตใจของผู้ป่วยซึ่งเป็นพลังสำคัญในเยียวยารักษาโรคอีกทางหนึ่ง พร้อมเปิดตัวเว็บไซด์ www.cancer-support.com/th แนะนำแนวทางดูแลร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้องสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

ภายในงาน ลา โรช-โพเซย์ ยังได้ประกาศความมือกับพันธมิตร “มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง” (Thai Cancer Society – TCS) องค์กรที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งในหลากหลายด้าน เช่นการให้ความรู้ คำปรึกษา และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็ง รวมถึงการดูแลและรับมือกับโรคมะเร็ง ทั้งกับผู้ป่วย อดีตผู้ป่วย ผู้ดูแล และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็ง ครอบครัว และผู้ดูแล สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ในทุกวัน อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคมะเร็งให้สำเร็จได้ นอกจากนี้ยังได้ฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและมะเร็ง ได้แก่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร และ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง นภา ปริญญานิติกูล พร้อมฟังประสบการณ์ตรงจาก คุณศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์ ประธานกรรมการมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง และอดีตผู้ป่วยมะเร็ง รวมทั้ง คุณพิชยา ชัยชนะ หรือPEACHII ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาร่วมพูดคุยและแบ่งปันมุมมองในงานนี้ด้วย

คุณมาร์แตง ฟอเรต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ลา โรช-โพเซย์ กล่าวว่า “ลา โรชโพเซย์ ได้ต่อยอดการค้นคว้าวิจัยในเรื่องผลกระทบของการรักษามะเร็งที่มีต่อผิวหนัง มานานกว่า 15 ปี โดยมีพันธกิจที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวดีขึ้นได้ในทุกวัน เพราะกว่า 80% ของผู้ป่วยมะเร็งต้องเผชิญกับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผิวหนังจากการรักษามะเร็ง1 และผู้ป่วยกว่าครึ่งหนึ่ง จำเป็นต้องระงับการรักษา เนื่องจากผลข้างเคียงที่ผิวหนัง รุนแรงเกินกว่าร่างกายจะรับไหว ดังนั้นการดูแลและฟื้นฟู สุขภาพผิว เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้การรักษามะเร็งสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้การรักษามะเร็งสำเร็จ

สำหรับความร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการดูแลผิวที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนของทุกท่านจะช่วยให้เราสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งได้มากยิ่งขึ้น”

ลา โรชโพเซย์ ได้สนับสนุนเงินจำนวนหนึ่งล้านบาท แก่มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เพื่อนำไปใช้ส่งเสริมกิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งในวงกว้าง และจัดหาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังมาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลปัญหาผิวที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งในรูปแบบ on-site และ online และตั้งเป้าหมายที่จะบริจาคผลิตภัณฑ์ ลิปิการ์ โบม เอพี+เอ็ม เพื่อส่งต่อความห่วงใยและมอบการดูแลผิวอย่างอ่อนโยนให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ให้กับมูลนิธิเครือข่ายมะเร็งและโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยกว่า 5,000 ขวด

ลา โรชโพเซย์ ยังเชื่อว่านอกจากการรับการบำบัดจากแพทย์แล้ว การมีสุขภาพใจที่ดี และการได้รับกำลังใจจากครอบครัวและคนรอบข้าง ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ แม้ในยามเผชิญกับโรคร้าย โดยได้พัฒนาเว็บไซด์ www.cancer-support.com/thให้เป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมความรู้ คำแนะนำ และการอบรม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งและผู้ดูแล สามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม โดยทุกๆ การอบรม ลา โรชโพเซย์จะบริจาคเงิน 1 ยูโรให้กับ UICC (Union for International Cancer Control) เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อผู้ป่วยมะเร็งต่อไป

รวมไปถึงการดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับโรคร้ายอย่างมะเร็ง แต่การได้รับหรือมีสัมผัสที่อ่อนโยนยังมีผลโดยตรงกับการฟื้นฟูจิตใจ จึงทำให้เกิด โครงการ “ลา โรช-โพเซย์ เคียงข้างผู้ป่วยมะเร็ง” โดยได้ยึดหลักการปฏิบัติ “Healing Power of Touch” หรือ “พลังแห่งการเยียวยาด้วยการสัมผัส” โดยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวดูแลผิวหลังการรักษามะเร็ง ที่นอกจากจะทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นแล้ว การที่ผิวได้รับการสัมผัสอย่างอ่อนโยนผ่านการนวดและสัมผัสของครอบครัวและผู้ดูแล ยังสามารถส่งผ่านความรู้สึกผ่อนคลาย และความห่วงใยไปถึงจิตใจของผู้ป่วยได้อีกด้วย

โดยสามารถฟื้นฟูผิวอย่างอ่อนโยนและปลอดภัยผ่านผลิตภัณฑ์ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำอย่าง ลา โรชโพเซย์ สำหรับการดูแลผิวของผู้ป่วยมะเร็งให้มีสุขภาพดี รู้สึกสบายผิว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ลิปิการ์ โบม เอพี+เอ็ม (LIPIKAR Baume AP+M):บาล์มบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิวแห้งมากและผิวที่มีแนวโน้มระคายเคืองง่าย
  • ลิปิการ์ ซินเดท เอพี+ (LIPIKAR Syndet AP+):ครีมอาบน้ำทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกายสูตรอ่อนโยน ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดอาการคัน และเหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวที่มีแนวโน้มระคายเคืองง่าย
  • ซิคาพลาสต์ โบม บี5+ (CICAPLAST Baume B5+):บาล์มเข้มข้น ช่วยฟื้นบำรุงผิว บรรเทาอาการระคายเคือง ปลอบประโลมผิว และเสริมปราการผิวให้แข็งแรง เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวที่มีแนวโน้มระคายเคืองง่าย
  • แอนเทลิโอส ยูวีมูน400 อินวิซิเบิล ฟลูอิด เอสพีเอฟ 50+ (Anthelios UVmune 400 Invisible Fluid SPF50+):ครีมกันแดดเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปกป้องผิวจากรังสียูวี เหมาะสำหรับผิวบอบบางและผิวที่มีแนวโน้มระคายเคืองง่าย

1 Charles C., et al. March 2013. Impact of cutaneous toxicity associated with targeted therapies on quality of life. Results of a longitudinal exploratory study. Bulletin du Cancer. Vol 100 N 3


Rituals ไอคอนิคแบรนด์จากยุโรป ยกขบวนมาให้คนไทยได้สัมผัสความ wellbeing เต็มรูปแบบ

Rituals ไอคอนิคแบรนด์จากยุโรป ยกขบวนมาให้คนไทยได้สัมผัสความ wellbeing เต็มรูปแบบ

Rituals ไอคอนิคแบรนด์จากยุโรป ยกขบวนมาให้คนไทยได้สัมผัสความ wellbeing เต็มรูปแบบด้วยแรงบันดาลใจจากเมือง Amsterdam ประเทศต้นกำเนิด ซึ่งความพิเศษของผลิตภัณฑ์ Rituals คือการใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิวหน้าและร่างกาย มีประสิทธิภาพที่ดี รวมถึงการออกแบบห่อผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป และระดับโลก พบกับประสบการณ์โลกแห่งความงามและกิจวัตรความหอมที่เหนือกาลเวลาจาก The Classic Collection: shower foaming gel, body care, Home: scented candle, fragrance sticks และ EPD The Iconic Collection ได้ที่

  • 1-2 ต.ค. The EmQuartier (ชั้น G Drop off ซ.สุขุมวิท 35 หน้าทางเข้า Gourmet Market)
  • 3-6 ต.ค. Central Ladprao (ชั้น 1 Redemption Area)
  • 10-13 ต.ค. Fashion Island (ชั้น 1 ฝั่ง Central)
  • 29-31 ต.ค. Central World (ชั้น 1ระหว่างร้าน Mango&Birkenstock)

Cathy Doll Give.Me.Museums

โซคิ้วต์โซใจ! Cathy Doll Give.Me.Museums บิวตี้ไอเท็มคอลฯ ใหม่โดนใจสายหวาน

สาวหวานห้ามพลาดสิ่งนี้ เครื่องสำอาง Cathy Doll Give.Me.Museums คอลเล็คชั่นล่าสุดโซคิ้วต์โซใจมากๆ โดยไอเท็มในคอลฯ นี้ ประกอบด้วย แป้งเบลอเซตผิว Blur Filter Loose Powder แป้งฝุ่นเนื้อเนียนผสมไมโครชิมเมอร์เล็กละเอียดแป้งผิวผ่อง กระจ่างใส เบลอรูขุมขน และริ้วรอยให้ดูเรียบเนียนล็อกเมคอัพให้ติดทนนานตลอดวัน, กลิตเตอร์ไข่มุก Blooming Flora Glitter Powder ผงกลิตเตอร์ไข่มุก เนื้อเนียนละเอียด สามารถทาได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย เเละเส้นผม กลิตเตอร์กระจายเเสงได้ดี มอบประกายแวววาว สร้างออร่าให้สาวๆ ดูโดดเด่นเเบบที่สุด, และอายพาเล็ตต์ทุ่งดอกไม้ Blooming Eye Palette อายแชโดว์เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย สร้างสีสันให้ดวงตาคู่สวยมาพร้อม 4 เฉดสี 3 เนื้อสัมผัสในตลับเดียวทั้งเนื้อแมทท์ ชิมเมอร์ เเละเนื้อมุก ด้วยนวัตกรรม Multi Pigment ที่รวมเม็ดสีที่หลากหลายกลายเป็นลวดลายทุ่งสวนดอกไม้ในมุมมองแบบ Top view ชิคเกินต้านจริงๆไม่ว่าจะเป็นสีม่วงMauve Frozen ถูกใจสาวคูลโทน Wind Flowers โทนชมพูที่จริงใจSpring Fuzz โทนส้มพีชสดใส Autumn Beige โทนน้ำตาลนู้ดที่ถูกต้อง

รวมถึงไอเท็มเพื่อพวงแก้มสวยเปล่งปลั่งบาล์มบลัชกลืนผิว Blur Cheek Balm บลัชออนเนื้อบาล์มที่มอบความเนียนนุ่ม เบลนด์สีแก้มได้ฟุ้งละมุน กลืนเข้ากับผิวเสมือนใส่ฟิลเตอร์ มอบพวงแก้มให้มีสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นButterfly ชมพูอมม่วงPink Valley ชมพูนมVanilla Sky ชมพูอมแดงSunrise แดงอมส้มBaby Fox ส้มสดใสLadybug เเดงแก้มป๊อป และลิปบาล์มปากฉ่ำFlower Drop Dewy Balm ลิปบาล์มรูปแบบแท่งกด ให้สีสันสดใสดิวอี้ มอบปากฉ่ำเเวววาวได้ใน “คลิกเดียว” ผสานคุณค่าการบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื่น เคลือบริมฝีปากให้แลดูเอิบอิ่มราวกับหยดน้ำบนกลีบดอกไม้ มีสีให้เลือกจุใจLilac โทนชมพูอมม่วงSakura โทนชมพู Rose โทนชมพูสดใสCosmos โทนส้มTulip โทนชมพูอมแดงPoppy โทนแดง หากไม่อยากพลาดบิวตี้ไอเท็มคอลเล็คชั่นสุดน่ารักนี้สามารถแวะมาถ่ายรูปคูลๆ คิ้วต์ๆ ที่บู๊ท Cathy Doll ได้ที่ BEAUTRIUM ชั้น 2 สยามสแควร์วัน ตั้งแต่วันนี้ – 15 ตุลาคม 2567


เปิดคอสตูมจดทะเบียนสมรสของ ‘คิมเบอร์ลี่’ ตามฉบับ Lady Dior

ใส่ใจในทุกวันสำคัญ เมื่อ ‘คิมเบอร์ลี่‘ เลือกให้คอสตูม Dior เป็นชุดที่ใช้จดทะเบียนสมรส แอบกระซิบว่ากว่าจะไฟนอลเป็นชุดนี้ เธอต้องเลือกผู้ชนะจาก 1 ใน 3 จากไอเท็มที่ลองเลยทีเดียว

สมฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ Christian Dior จริงๆ! เพราะนอกจากวันแต่งงานที่ ‘คิมเบอร์ลี่’ เลือกใช้ชุดจากดิออร์ถึง 4 ชุดแล้ว ในโอกาสจดทะเบียนสมรสเธอก็ยังมีดิออร์เป็นคำตอบของคอสตูมที่ตามหาเช่นกัน โดยเธอได้ใช้ช่วงเวลาว่างขณะร่วมทริปชมแฟชั่นโชว์ Spring/Summer 2025 ไปเลือกชุดที่ Dior Paris Montaigne ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังไม่ลืมเก็บบรรยากาศเป็นวีดีโอสั้นๆ มาจากทุกคนกัน หากใครอยากชมฉบับเต็มสามารถไปดูได้ที่อินสตาแกรม (@kimmy_kimberley) นะคะ

ส่วนแพรวขอนำมาเล่าย่อๆ ถึงการคัดเลือกไอเท็มผู้ชนะที่ใช้เป็นชุดจดทะเบียนสมรสครั้งนี้กันค่ะ ซึ่ง คิมเบอร์ลี่ ได้บอกไว้ในคลิปว่าตัวเองมีแจ็กเก็ตสำหรับที่ใช้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการหาเพิ่มเพื่อนั่นคือกระโปรง โดยเธอมีโอกาสได้ลองถึง 3 แบบ ตั้งแต่กระโปรงพลีท กระโปรงระบาย และกระโปรงทรงเอไลน์สี Ivory

จนในที่สุดก็ได้ไอเท็มลงตัวเป็น กระโปรงสีขาวงาช้าง หรือ Ivory ดีไซน์เอไลน์ตัวนี้นั่นเองค่ะ ซึ่งเธอได้หยิบแจ็กเก็ตกระดุม 2 แถว ’30 Montaigne Bar Jacket’ สีเดียวกันมาแมตช์ได้อย่างลงตัวให้ลุค Formal แบบที่คิมเบอร์ลี่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความหวานและซิกเนเจอร์ของดิออร์ด้วยรองเท้าส้นสูงผ้าลูกไม้ ‘Mesh Embroidered J’Adior Slingback’ อีกด้วย ความสง่างาม และความอ่อนหวานที่ปรากฏในลุคนี้จึงสื่อถึงคำว่า ‘Lady Dior’ ได้ดีจริงๆ ค่ะ


รูปภาพ: Instagram @kimmy_kimberley

“JUNNY” รอเจอ JUNNIVERSE ชาวไทยอยู่น้า ซื้อบัตรมาสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยกัน! 20 ต.ค. 67 นี้

“JUNNY” ศิลปินและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ ภายใต้สังกัด “MAUVE Company” ส่งคลิปอ้อนแฟนคลับชาวไทย เชิญชวนมาดูคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศไทยอีกครั้ง กับงาน “2024 JUNNY TOUR : Dopamine in BANGKOK” เป็นงานสุดพิเศษที่ JUNNY ตั้งใจเตรียมเพื่อ JUNNIVERSE โดยเฉพาะ โดยงานนี้เปิดขายบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แฟน ๆ ห้ามพลาด! รีบซื้อบัตรมาสร้างความทรงจำดี ๆ ส่งท้ายปีด้วยกัน เพราะงานนี้การันตีความปังด้วยผู้จัดคุณภาพอย่าง “BEX” บริษัทอีเว้นท์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ร่วมกับ “YJ PARTNERS” และ“PROUD2” เนรมิตโชว์คุณภาพ ขนทัพดนตรีสดและดีเจมาแบบจัดเต็มสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้!

โดย JUNNY ได้ส่งคลิปสุดพิเศษมาฝากแฟนชาวไทยว่า สวัสดีครับ จุนนี่เองครับ ทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง ผมคิดถึงแฟน ๆ ชาวไทยมากเลยครับ ปีที่แล้วที่ได้มากรุงเทพฯ ผมมีช่วงเวลาที่ดีมากเลยครับ ผมจะกลับมาหาทุกคนอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม ที่เซ็นเตอร์พ้อยต์ สตูดิโอ ผมจะตั้งใจแสดงเพื่อทุกคน! รับรองว่าจะต้องสุดยอดแน่นอน เพราะผมเตรียมหลาย ๆ อย่างมาให้ทุกคนได้ดูกัน หวังว่าทุกคนจะมาหาผมกันนะครับ ขอบคุณครับ แล้วเจอกันนะ

โดยงานจะถูกจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 เวลา 17:00 น. ณ CENTERPOINT STUDIO โดยมีบัตร 4 ราคาพร้อมสิทธิพิเศษต่าง ๆ ดังนี้ 

บัตร VIP (Standing) 6,000 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษ Photo Session ถ่ายภาพกับ JUNNY แบบ 1:1 / อัลบั้มพร้อมลายเซ็นสดรับกับมือศิลปิน / Soundcheck / Hi-bye และ Poster (with digital sign)

บัตร ROYAL (Standing) 5,000 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษ Photo Session ถ่ายภาพกับ JUNNY แบบ 1:6 / Soundcheck / Hi-bye และ Poster (with digital sign)

บัตร PREMIUM (Standing) 3,500 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษ Soundcheck / Hi-bye และ Poster

และบัตร GERERAL (Standing) 2,900 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษร่วมลุ้นเข้าร่วม Soundcheck 200 คน / Hi-bye และ Poster

JUNNY มาอ้อนขนาดนี้แล้ว แฟน ๆ อย่าปล่อยให้เหงาน้า รีบซื้อบัตรด่วน! ทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.bexconcert.com งานจัดเพียง “1 รอบการแสดง” เท่านั้น! โดยสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: BEX Concert และ X: @BEX_Concert