HIKINIKU TO COME

บินลัดฟ้าสู่ไทย “HIKINIKU TO COME” (ขายแค่เมนูเดียว แต่คิวแน่นทุกวัน)

สิ้นสุดการรอคอย สายแฮมเบิร์กไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น เพราะ “HIKINIKU TO COME” ร้านแฮมเบิร์กไวรัลสุดฮิตจากญี่ปุ่น ที่ขายแค่เมนูเดียว แต่คิวแน่นทุกวัน เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ 15 ต.ค. 67

บินลัดฟ้าสู่ไทย “HIKINIKU TO COME” (ขายแค่เมนูเดียว แต่คิวแน่นทุกวัน)

HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ชั้น 7 โซน Atrium) เดือนตุลาคม 2567 ภายใต้คอนเซปต์ “บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ!” เนื้อญี่ปุ่นคุณภาพดี บดใหม่ๆ ปั้นสดๆ ย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นหุงใหม่ด้วยหม้อฮากามะ คือรสชาติที่ ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” ตั้งใจทำ เพื่อที่สุดของประสบการณ์ความอร่อยไม่เหมือนใคร ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติพากันหลั่งไหลมาลิ้มลองความอร่อยของแฮมเบิร์กอย่างไม่ขาดสาย การันตีด้วยยอดจองคิวยาวล่วงหน้าเต็มทุกวัน แม้มีแค่เมนูเดียว!

ที่ “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” เรามีความเชื่อที่ว่า สิ่งที่ทำให้เนื้อแฮมเบิร์กอร่อยที่สุด คือ “ความสดใหม่” ทุกขั้นตอนจึงเต็มไปด้วยความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด และถูกถ่ายทอดผ่าน 3 คอนเซปต์หลัก คือ

บดใหม

เพราะความสดใหม่คือหัวใจของแฮมเบิร์ก ทุกเช้าเราจึงเตรียมบดเนื้อในปริมาณที่เพียงพอสำหรับขายในแต่ละวันเท่านั้น คัดสรรนำเข้าเนื้อวัวคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น บดสดใหม่ทุกเช้าในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด และยังใช้เทคนิคการตบเนื้อด้วยมืออย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้อุณหภูมิความร้อนของร่างกายถ่ายทอดไปยังเนื้อบด ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคำที่ได้ทานจะเต็มไปด้วยรสชาติที่สดใหม่อยู่เสมอ!

ย่างใหม่

เพราะอยากให้คุณได้ทานแฮมเบิร์กที่เพิ่งย่างเสร็จร้อนๆ เราจึงเสิร์ฟแฮมเบิร์กทุกชิ้นภายใน 1 วินาทีหลังย่างเสร็จ เนื้อที่ย่างร้อนๆ แบบสดใหม่ คือ ที่สุดของความอร่อย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นั่งทั้งหมดของร้านจึงถูกออกแบบเป็นรูปเคาน์เตอร์ล้อมรอบเตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกลิ่นหอมและความอร่อยของแฮมเบิร์กที่ย่างจากเตาใหม่ๆ ตรงหน้าในทันที (แฮมเบิร์กของเรา 1 ชิ้น มีขนาด 90 กรัมโดยเราจะเสิร์ฟทีละชิ้น ทั้งหมด 3 ชิ้น) เพื่อให้ทุกคำเป็นแฮมเบิร์กที่อร่อยที่สุด!

หุงใหม่

เพราะอยากให้คุณได้ทานข้าวญี่ปุ่นที่อร่อยที่สุด เราจึงเลือกใช้หม้อหุงข้าวฮากามะแบบต้นตำรับ หุงให้พอดีต่อรอบการรับประทาน และหุงใหม่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ข้าวที่เราเลือกคือข้าวจากจังหวัดอิวาเตะ ผ่านการคัดสรรคุณภาพทุกเมล็ด ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น โดยเราจะหุงข้าวในหม้อฮากามะขนาดใหญ่ด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อให้ข้าวได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม หอมอร่อย ไม่ว่าจะเป็นข้าวชามแรก ชามที่สอง หรือชามต่อๆ ไป ข้าวของเราจะเป็นข้าวที่อร่อย สุกใหม่ ทุกคำ ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย!

ปัจจุบัน “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” มีทั้งหมด 8 สาขา ทั้งสาขาในประเทศญี่ปุ่น 4 สาขา (Kichijoji, Shibuya, Kyoto, Fukuoka) และอีก 4 สาขาในต่างประเทศ คือ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสาขาล่าสุดที่กำลังจะเปิดให้บริการในประเทศไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7

พิเศษ! สำหรับลูกค้า 100 คนแรกที่มาต่อคิววันร้านเปิด ตั้งแต่วันที่ 15, 16 และ 17 ต.ค. 2567 (3 วันเท่านั้น) รับฟรี “Japan Special Box Set” (Limited Edition) สินค้ามีจำนวนจำกัด ห้ามพลาด!


รพ.มาสเตอร์พีช เผยโฉม 3 เคส ปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ โครงการ Make Your Looks เยียวยา กาย-ใจ

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของอุตสาหกรรมด้านความงามอันดับต้นของประเทศไทยและเอเชีย มุ่งมั่นคืนกำไรสู่สังคม และช่วยเหลือผู้คนที่ขาดโอกาส ในมิติต่างๆ ของสังคม ขนานไปกับการประกอบธุรกิจโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามตามที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชริเริ่มโครงการ Make Your Looks โครงการให้ความช่วยเหลือสังคม แก่ผู้ประสบปัญหาเรื่องรูปลักษณ์ แต่ขาดโอกาสและทุนทรัพย์ ได้เติมเต็มภาวะทางจิตใจ และปรับโฉมด้วยการศัลยกรรมความงาม ตามความตั้งใจใฝ่ฝันจากจุดประสงค์และเจตนารมณ์ข้างต้น เพื่อแสดงภาพความสำเร็จ และร่วมแสดงความยินดีกับ “ผู้เข้ารับการปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า”

ในงานครั้งนี้ บรรดาสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน และสัมภาษณ์ผู้บริหาร ทีมแพทย์ชำนาญการ ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช และเคสที่ได้รับการศัลยกรรมความงามทั้ง 3 คนได้แก่ คุณออย – ขวัญฤทัย แก้วดอนรี, คุณหยิ้น – ทยิดา แซ่โค้ว และ คุณกล้วย – ณัฏฐกันย์ บุญยิ่ง

คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ กล่าวถึง โครงการนี้ว่า “กิจกรรมการช่วยเหลือสังคม รวมถึงการสร้างความยั่งยืนเพื่อธุรกิจและองค์กร นอกจากเป็นพันธกิจของ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ในนาม รพ.มาสเตอร์พีช แล้ว ทั้ง ตัวดาวเอง ทีมแพทย์ และทีมงาน ล้วนใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์เป็นเบื้องต้นอยู่ด้วยแล้วไม่ว่าจะช่วยเหลือได้ในด้านไหน เราก็ยินดีอย่างยิ่งค่ะ

“นอกจากนั้น เราทราบดีว่า ความชำนาญการของทีมแพทย์สร้าง Impact ต่อเรื่องนี้ได้ เพราะมีผู้คนในสังคมโดนบุลลี่ หรือกลั่นแกล้งทั้งกายและใจ พวกเขาอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น จุดนี้เราช่วยได้โดยริเริ่มและบริหารจัดการจากจุดที่เราทำได้ ผ่านโครงการ Make Your Looks ค่ะ

Make Your Looks โครงการนี้เป็นการร่วมมือของหัตถการตาโครงหน้า ยกคิ้วดึงหน้า ศัลยกรรมจมูก หน้าอก และตัดหนังหน้าท้อง ซึ่งล้วนเป็นหัตถการเรือธงของ รพ.มาสเตอร์พีช“ในการปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ของผู้คนในตลาดศัลยกรรมความงาม ย่อมจะส่งผลโดยตรงต่อเคสที่เข้าร่วมในการ Make Your Looks อีกทางหนึ่ง แต่ละเคสมีส่วนช่วยอวดผลงานระดับมาสเตอร์พีช และสะท้อนถึงฝีมือทีมแพทย์ของ รพ.มาสเตอร์พีชให้ประจักษ์ว่าแท้จริงแล้ว ศัลยกรรมความงาม คือทางเลือกที่สามารถจัดการกับรูปลักษณ์ภายนอกที่มีส่วนบกพร่องได้จริง ดูดีขึ้นในแบบฉบับของตัวเอง ที่สำคัญ ส่งผลชุบชูใจ สร้างเสริมพลังจิตใจ ให้กลับมามั่นใจได้เกินคาดค่ะ” คุณดาว – ลภัสรดา กล่าว

  • ด้านผู้เข้ารับการศัลยกรรมความงาม “ได้รับการจุดประกายชีวิตครั้งใหม่” และทีมแพทย์ร่วมเจาะจุดบกพร่องทางกายภาพ เพื่อรพ. มาสเตอร์พีช ได้ดูแลในการปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ ให้เธอเหล่านั้น
  • ท่านแรก คุณออย – ขวัญฤทัย แก้วดอนรี ผู้เข้ารับการปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่า

ชีวิตของเธอเจอคนบุลลี่อยู่บ่อย จนติดเป็นปมในใจ ไปไหนมาไหนต้องเอาผมปิดหน้า ปิดกรามของตัวเอง และเมื่อผ่านเข้าสู่ไฟนอล Make Your Looks คุณออยได้รับการดูแลจากทีมแพทย์หัตถการโครงหน้า (ตัดกราม ยุบโหนก)ยกคิิ้วศัลยกรรมจมูก และหัตถการตา

“มีปัญหาเรื่องหน้ามีกรามใหญ่ โครงหน้าค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมค่ะ ทำให้หน้าดูดุ และดูสูงวัยมากกว่าอายุค่ะหลายคนพูดว่า อย่าเอามือไปใกล้ๆ นะ กรามมันจะบาดมือ เพราะว่าโครงหน้าเราเหลี่ยมมาก หรือบางคนว่าออยเหมือนกะเทย เสียใจและคิดว่ามันคือปมด้อยของเรา พอโดนพูดบ่อยๆเข้า ออยต้องเอาผมปิดหน้าไว้ตลอด พอได้ผ่านเข้ามาเป็น 3 คนสุดท้าย ของโครงการ Make Your Looks ของ รพ.มาสเตอร์พีช รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก รีบบอกแม่ก่อนเลยคนแรก ออยอยากแก้ในสิ่งที่หมอแนะนำให้ทั้งหมดเลยค่ะ”

ด้านความเห็นแพทย์ต่อการประเมินการปรับลุกส์ และบริหารจัดการเคสเพื่อดูในแต่ละหัตถการ เริ่มต้นจาก หมอฮัง – ทันตแพทย์นิรันทร์ ภูริศรีพงศ์ หัตถการโครงหน้า กล่าวว่า “สำหรับเคสของคุณออย เป็นเคสที่มีความยากระดับหนึ่งเริ่มจากการปรับโครงหน้าทั้ง 3 จุด ส่วนของโหนกแก้ม ส่วนของกราม และส่วนของคาง และปรับให้ใบหน้ามีความยาวมากขึ้น เพื่อช่วยลดความกว้างของใบหน้าลง การผ่าตัดเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ครับ”

ในส่วนของหัตถการยกคิ้วดึงหน้า หมอโอม – นายแพทย์ภาคภูมิ ถิรวัฒนกุล เผยว่า “ความยากในเคสนี้ จะเห็นได้ว่าโครงหน้า 2 ข้างไม่เท่ากัน และตัวชั้นตาของเขาทั้ง 2 ข้าง ก็ไม่เท่ากัน ส่วนความง่ายของเคสนี้อาจจะเป็นที่ตัวของเขาเองไม่เคยศัลยกรรมอะไรมาก่อน โอกาสในการบวมช้ำต่างๆ ย่อมจะน้อยลงไปด้วยครับ”

ทางด้านหมอสน – นายแพทย์จักพิวัฒน์ วิภูษณวิทย์ หัตถการตา เพิ่มเติมว่า “คนไข้มีปัญหาเรื่องของตา 2 ข้าง คือ ชั้นตาไม่เท่ากันจึงทำการปรับตัวชั้นตาให้มีความใกล้เคียงกันและจากการตรวจดูพบว่าแววตา 2 ข้าง มีความแตกต่างกัน ดูไม่สดใส หมอมีการปรับตัวกล้ามเนื้อตา เพื่อให้ตาดูสดใสมากขึ้นด้วยครับ”

สำหรับกรณีจมูกของน้องออย “น้องออยเป็นคนใบหน้าส่วนกลางแบนและสั้น แกนหน้าตรงดูค่อนข้างเอียง พอไปเสริมซิลิโคนมา ด้วยความที่จมูกเนื้อน้อย ปลายก็เลยบาง และจมูกดูสั้นทู่ หมอทำการแก้ไขโดยการปรับโครงสร้าง ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงในการยืดปลายจมูก และเสริมตรงดั้งให้มีความ Slope ปลายพุ่ง กระดกปลายเล็กน้อย หลังทำจมูกหน้าจะหวานขึ้น มิติใบหน้าส่วนกลางจะดีขึ้น” นายแพทย์โฆษิต เอี้ยวฉาย หรือ หมอเบนซ์ มาสเตอร์พีช กล่าวในส่วนของ หัตถการเสริมจมูก ปิดท้าย

หลังจาก Make Your Looks ออยเสริมว่า “ตอนนี้ออยเข้าใจเลยค่ะ พอชีวิต หน้าตาเราดีขึ้น ก็ได้รับโอกาสและคอนเนกชันต่างๆ เข้ามาหาออยมากขึ้นออยยื่นงานทำที่ไหน มีแต่เรียกออยเข้าไปสัมภาษณ์ แล้วจนทุกวันนี้ออยก็ได้งานนี้แล้วค่ะ หลังจากเรียนจบภายในไม่กี่วันก็ได้งาน เพราะว่ามาสเตอร์พีชเป็นส่วนสำคัญในเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของรูปลักษณ์ แน่นอนว่า มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก คนรอบข้างทักเลยค่ะว่าหน้าออยดูสดใสขึ้น ดูไม่แก่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ตอนนี้คือได้ตามที่อยากได้แล้วจริงๆ”

  • ท่านที่สองคุณหยิ้น – ทยิดา แซ่โค้ว ผู้เข้ารับการปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าด้วยหัตถการโครงหน้ายกคิ้วดึงหน้า ศัลยกรรมเสริมจมูก และหัตถการตา

หยิ้น ทยิดา มีความฝันอยากประกวดนางงาม แต่มองว่าความไม่สมบูรณ์ของหน้าตา ยังไม่ถึงขั้นที่จะชนะได้รางวัล เธอมองว่าโอกาสครั้งสำคัญนี้ Make Your Looks เป็นบันไดขั้นสำคัญพาให้เธอไปสู่จุดนั้นได้”ช่วงหนูเดินสายประกวด ช่างแต่งหน้าจะพูดประจำว่าหนูดั้งจมูกยังไม่โด่ง ชั้นตาเล็กไป กรอบหน้าแบบนี้ไม่ดีพอที่จะเป็นนางงามได้ นอกจากเดินสายประกวดแล้วยังทำงานอื่นๆ ด้วย อย่างไปแคสงานแสดงก็ได้เป็นตัวเอกซ์ตราบ้าง อยากมีโอกาสเป็นตัวเมนหลัก เพราะว่ารายได้เยอะ เพื่อหาทางรับผิดชอบทางบ้านให้ได้เพราะในช่วงที่คัดเลือกอยู่ แม่กำลังป่วยหนักเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย รู้สึกเฟลกับความที่หนูยังไปไม่ถึงจุดสำเร็จสักที

“วันที่มีสายเรียกเข้าจากผลเข้ารอบไฟนอล Make Your Looks รู้สึกดีใจมากเลยค่ะ ตอบอะไรไปไม่ถูกเลย เพราะตอนนั้นหยิ้นอยู่ที่โรงพยาบาลกับคุณแม่ ดีใจแต่ก็เสียใจด้วย เพราะว่าเป็นตอนที่หยิ้นบอกกับคุณแม่ว่าหยิ้นทำสำเร็จแล้วนะ ได้ผ่านเข้า Make Your Looks ซึ่งตอนนั้นหยิ้นไม่รู้ว่าแม่รับรู้หรือเปล่าเช้าวันรุ่งขึ้นแม่ก็เสียค่ะ หยิ้นคิดว่าแม่ต้องภูมิใจ ถ้าลูกประสบความสำเร็จ ไม่ว่ายังไงหยิ้นก็รู้ว่าแม่ต้องอยู่ข้างๆ เสมอ”

ด้านความเห็นแพทย์ต่อการประเมินการปรับลุกส์ และบริหารจัดการเคสเพื่อดูในแต่ละหัตถการ เริ่มต้นจากหมอฮัง – ทันตแพทย์นิรันทร์ ภูริศรีพงศ์ หัตถการโครงหน้า กล่าวว่า “เคสของน้องหยิ้น หลักๆ จะมีเรื่องของความไม่สมมาตรของใบหน้า โดยเฉพาะหน้าฝั่งขวาไม่เท่ากับหน้าฝั่งซ้าย สาเหตุหลักๆ คือความเบี้ยวของคาง แพทย์ต้องแก้ไขส่วนของโครงหน้า เพื่อปรับให้ใบหน้า 2 ข้างเท่ากันมากขึ้น โดยการเลื่อนคาง ร่วมกับการตัดกรามวีไลน์ และกรอโหนกแก้มเพิ่มเพื่อให้ความเรียวของใบหน้าเป็นไปในลักษณะธรรมชาติครับ”

ด้าน หมอโอม – นายแพทย์ภาคภูมิ ถิรวัฒนกุล หัตถการยกคิ้วดึงหน้า เผยว่า “คิ้วของน้องหยิ้นมีแนวคิ้วโก่งลง 2 ข้าง และหางตาตก สองส่วนนี้ทำให้หน้าเราดูเศร้า โดยหมอปรับแก้ไขเน้นยกคิ้ว โกยจุดที่ตกขึ้นไป เพิ่มเติมการยกหัวคิ้วร่วมด้วย

นายแพทย์โฆษิต เอี้ยวฉาย หรือ หมอเบนซ์ มาสเตอร์พีช กล่าวในส่วนของ หัตถการเสริมจมูก ที่ร่วมปรับลุกส์ให้กับน้อยหยิ้น “เนื่องจากมีการโก่งบริเวณก่อนถึงปลายจมูก ทำให้ดูจมูกงุ้ม และมีเอียงร่วมด้วย และระยะผิวบางผมแก้ไขด้วยการทำปลายพุ่งกว่าเดิม กระดกขึ้นเล็กน้อย และทำส่วนดั้งโด่งขึ้น แต่ไม่ให้มันโด่งเว่อร์ เป็นการปรับรูปให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางมากขึ้น และมีปลายจมูกชัดเจนขึ้น”

ทางด้านหมอสน – นายแพทย์จักพิวัฒน์ วิภูษณวิทย์ หัตถการตา เพิ่มเติมว่า “กล้ามเนื้อตาของน้องหยิ้นไม่ได้มีปัญหาเรื่องอ่อนแรง แต่แค่อาจจะไม่สดใส ร่วมด้วยชั้นตาแต่ละข้างมีความต่างกันเล็กน้อย จึงปรับให้มันชัดขึ้น เมื่อแต่งหน้าก็จะดูคม และหวานขึ้น

“ตอนนี้หยิ้นคนใหม่ หรือ New Yin มาแล้วค่ะ และหยิ้นนี่แหละค่ะ ที่จะมาคว้าทุกอย่างที่ต้องการ หยิ้นนี่แหละจะเป็นคนนั้นที่จะไปยืนอยู่เบื้องหน้า หลังจากผ่าน Make Your Looks ก็ได้รับโอกาสมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบ เดินแบบ ที่สำคัญได้รับตำแหน่งรองอันดับ 3 และขวัญใจช่างภาพ จากเวทีประกวดเวทีหนึ่งมา และหยิ้นเชื่อว่าคุณแม่ต้องภูมิใจมากๆ ค่ะ ที่หยิ้นสวย มั่นใจ และสามารถทำตามความฝันได้เกินคาด”

  • ท่านที่สามคุณกล้วย – ณัฏฐกันย์ ยิ่งบุญ ผู้เข้ารับการปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าจากหัตถการหน้าอก และตัดหนังหน้าท้อง

กล้วย – ณัฏฐกันย์ กับปัญหาเรื่องรูปร่างที่หย่อนคล้อย จนเกิดปัญหาครอบครัว และต้องการความช่วยเหลือ ปรับลุกส์และเยียวยาใจ เพื่อโอกาสในการก้าวต่อไป “กล้วยมีหน้าอกหย่อนคล้อย หลังมีลูกยิ่งยานเหมือนคนสูงอายุเลยค่ะ เจอปัญหาและโดนบุลลี่จากคนใกล้ตัวที่สุดก็คือสามี จนสุดท้ายทิ้งเราไปมีคนอื่น แต่จากนี้ไปกล้วยจะผลักดันตัวเองไปในทางที่มีความสุข สู้เพื่อลูกและอยู่ใช้ชีวิตให้มั่นใจเกินร้อยไปเลยค่ะ

“วันที่รับเลือกเข้ารอบไฟนอล ดีใจมากๆ กลับมาก็ตั้งสตินิดหนึ่ง วันนั้นเป็นวันงานที่โรงเรียนของลูก ตอนนั้นลูกก็ร้องไห้ไปกับแม่ เพราะครอบครัวเราไม่อบอุ่นค่ะ พอได้รับข่าวดีนี้ มันเพิ่มความมั่นใจขึ้น ถือเป็นจุดที่เปลี่ยนชีวิตกล้วยไปเลยค่ะ”

นายแพทย์กฤษฎี นภาพงษ์ หรือ หมอกัณฑ์ มาสเตอร์พีช ดูแลด้านบอดี้คอนทัวริ่ง กล่าวในฐานะเป็นผู้ดูแลเคสของกล้วย – ณัฏฐกันย์ “ความยากของเคสนี้คือหน้าอกมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างเยอะ ตามปกติแล้วจะเกิดจากวัยที่เยอะขึ้นหรือเป็นคุณแม่ให้นมบุตร ปัญหาที่ตามมาของการที่หน้าอกหย่อนคล้อยลักษณะนี้ นอกจากเนื้อเต้านมจะอยู่ผิดที่แล้ว เรื่องของผิวหนังส่วนเกินที่เกิดจากการหย่อนคล้อยมานานจะมีค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นเคสนี้ต้องแลกมาด้วยแผลเป็น ที่เราเรียกว่าแผลตัว  I หรือ แผลตัว T ทำควบคู่ไปกับการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน จะได้หน้าอกที่กลับมาเป็นธรรมชาติและเข้าที่มากขึ้น และมีการตัดหนังหน้าท้องร่วมด้วย”

“พอคุณหมอให้คำแนะนำว่าต้องมีส่วนไหนบ้างที่ต้องปรับ ต้องยกกระชับ สวยกว่าเดิมเยอะเลย พอทำแล้วเวลามองกระจกมีความสุขมากเลยค่ะ มีแต่คนทักกันเยอะแยะว่าสวยขึ้น กระชับขึ้น ดูดีขึ้น เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยค่ะ พอเราทำอะไรมันก็ดูง่ายไปหมด จะลุก จะนั่ง จะทำงาน มันมีสุขภาพใจที่ดีขึ้นจากแต่ก่อนเคยห่อเหี่ยวทั้งตัวทั้งใจ แต่ตอนนี้ฟินทุกอย่างเลยค่ะ 10 ปีแล้วที่ตัวเองไม่เคยเห็นหน้าอกตึงกระชับแบบนี้

“เราเคยชอบแต่งตัว ช่วงก่อนทำศัลยกรรมความงามกับ Make Your Looks เราไม่มีความมั่นใจเลย ก็ไม่กล้าที่จะใส่ และไม่กล้าโชว์ พอได้รับโอกาสจากทางโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช คือกล้าใส่เสื้อผ้ารัดรูปมากขึ้น มีความสุขเหลือเกินค่ะ”

คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ กล่าวปิดท้ายด้วยความภูมิใจ “นับตั้งแต่วันแรก จนถึงวันเผยโฉม ไม่ว่าผู้ผ่านรอบไฟ
นอลทั้งสามจะมีปัญหารูปแบบใดมาก็ตาม ทีมแพทย์ รพ.มาสเตอร์พีช ยังคงดูแลในคอนเซปต์เดียวกันเหมือนคนไข้หรือ
ลูกค้าทุกคน คือ Be a Better You เป็นตัวเองในเวอร์ชันใหม่ที่ดีกว่าเดิม กับมาตรฐานโรงพยาบาล และด้วยแพทย์
ชำนาญการ รวมถึงวิสัญญีแพทย์ รวมทั้งกระบวนการปรึกษา ดมยา ผ่าตัด ดูแลหลังการทำหัตถการ ฯลฯ ไม่ขาดตก
บกพร่องส่วนใดเลยในการ “ปรับลุกส์เปลี่ยนสไตล์ เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า” ของทั้งสามสาว ในวันนี้ เป็นสิ่งที่เรา
ภูมิใจที่สุดค่ะ”

สายอาร์ตห้ามพลาด! เปิดพิกัดกล้องถ่ายรูป ‘จีซู BLACKPINK’

หากใครชอบถ่ายรูปแนว Street หรือ Documentary ต้องโดน! เปิดพิกัดกล้องถ่ายรูปและเลนส์ตาม ‘จีซู BLACKPINK

เอาใจสายอาร์ตสุดๆ เมื่อ ‘คิมจีซู’ โพสต์รูปภาพลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมกล้องถ่ายรูป และรูปที่ถ่ายด้วยกล้องตัวนี้ หลายคนพากันถามหาพิกัดกันให้ควั่กว่าไอเท็มที่เธอใช้นั้นคือรุ่นอะไร? เพราะภาพที่ได้คมชัดและให้ความรู้สึกอาร์ตสุดๆ หากใครรักการถ่ายรูปแนวสตรีทเป็นทุนเดิม บอกเลยค่ะว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

สำหรับกล้องที่คิมจีซูถืออยู่นั้นคือ ‘Fujifilm X-Pro3’ สี Dura-Silver ที่มีบอดี้หนักประมาณ 497 กรัม โดดเด่นด้วย Sensor X-Trans BSI CMOS IV ที่มาพร้อมความละเอียด Megapixels ปรับปรุงระบบ Auto Focus ให้ดีขึ้น และยังมีพีเจอร์ AF Range Limiter ส่วนหน้าจอเป็น LCD ดีไซน์เหมือนกล้องฟิล์มในลักษณะ Tilt Down มีช่องมองภาพ ความละเอียด 3.69m สามารถสลับการแสดงผลระหว่าง EVF และ OVF พร้อมกับความสามารถ Boost Refresh สูงสุดที่ 200fps ในโหมดวีดีโอรองรับการถ่าย 4K/FHD

นอกจากนี้เธอยังเพิ่มตัวช่วยเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามมากขึ้นด้วยเลนส์ Fujifilm XF 27mm F2.8 WR เลนส์แพนเค้กแสนคลาสสิก ที่โดดเด่นด้วยขนาดเล็ก กะทัดรัด หนาเพียง 0.9 นิ้วเท่านั้น ว่ากันว่าเหมาะกับการถ่ายรูปแนว Street หรือ Documentary ราคา 13,990 บาท


ข้อมูล: fujifilm.com, bigcamera.co.th และ zoomcamera.net

ภาพ: fujifilm.com, bigcamera.co.th และ Instagram @sooyaaa__

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เปิดให้บริการแล้ว พร้อมบริการเหนือระดับในฐานะ “หมุดหมายกรุงเทพฯ” แห่งใหม่บนถนนพระรามสี่

“ดุสิตธานี กรุงเทพ” โรงแรมสัญชาติไทยระดับลักชัวรี่แบรนด์แรกของเมืองไทย  และหนึ่งในโรงแรมระดับตำนานของเมืองไทย กลับมาเปิดดำเนินการเพื่อมอบประสบการณ์พักผ่อนเหนือระดับในภาพลักษณ์ใหม่ ผสานการบริการอย่างไทยที่สง่างามในแบบฉบับของดุสิตธานี ความทันสมัยของเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ที่จะสร้างความประทับใจในฐานะ ‘หมุดหมายกรุงเทพฯ” อย่างแท้จริง

สำหรับโซนต่าง ๆ ที่พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์พักผ่อนเหนือระดับในเฟสแรก อาทิ ห้องจัดงานประชุม สัมมนา ห้องจัดงานเลี้ยง ซึ่งรวมถึง ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม ในส่วนของบริการอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนที่เปิดให้บริการแล้ว มีดังนี้ แกรนด์ ล็อบบี้ บาร์ รื่นรมย์กับชุดน้ำชายามบ่าย ซิกเนเจอร์จากดุสิตธานี กรุงเทพ และรายการอาหารว่างคาวหวานต้นตำรับไทยอีกหลายรายการ พร้อมผ่อนคลายกับสวนน้ำตก 9 ชั้นอันโดดเด่น ที่สามารถมองเห็นได้ทั่วบริเวณตั้งแต่ชั้นล่าง จนถึงชั้นที่ 3 ของโรงแรม ห้องอาหารพาวิลเลี่ยน ซึ่งให้บริการอาหารไทยและจีนกวางตุ้งสูตรต้นตำรับที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งมอบความอร่อยในทุกวัน และดุสิตกูร์เมต์ ที่ท่านคุ้นเคยในบรรยากาศสบาย ๆ เต็มไปด้วยความรื่นรมย์กับสวนน้ำตกที่มอบความสดชื่นตลอดทั้งวัน นำเสนอขนมอบ เบเกอรี่สดใหม่พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด และยังมีรายการอาหารไทย เอเชี่ยน และตะวันตกแบบรับประทานจานเดียว อาทิ ข้าวซอย ข้าวกะเพราเนื้อวากิว เบอร์เกอร์นานาชนิดที่ท่านเลือกจับคู่ขนมปังและไส้ได้ตามความชอบ อีกหนึ่งไฮไลต์ของดุสิตกูร์เมต์ คือ ชุดอาหารเช้าที่ให้บริการตลอดทั้งวัน สำหรับท่านที่รักเมนูอาหารเช้าและสะดวกที่จะรับประทานในเวลาใดก็ได้ตามความพึงพอใจ

ทั้งนี้ ในส่วนของห้องอาหารและบาร์อื่นๆ  ซึ่งนำทีมโดยเชฟมากความสามารถ จะทะยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนนี้ สำหรับท่านที่รักสุขภาพมีบริการเวลเนสและสปาแบบครบวงจรเพื่อความผ่อนคลายใจกลางเมือง ซึ่งจะเปิดให้บริการในปลายเดือนตุลาคมนี้

นอกจากนี้ยังมี 9 อัตลักษณ์อันโดดเด่นที่บ่งบอกถึงความเป็นดุสิตธานี ได้แก่ ยอดเสาสีทอง (Golden Spire) ต้นไม้แห่งความทรงจำ (Trees from Original Dusit Thani Bangkok) นํ้าตก (Signature Cascading Waterfall) เพดานล็อบบี้ (Signature Lobby’s Ceiling) ผนังตกแต่ง (Decorative Lobby’s Screens) เสาเบญจรงค์ (Benjarong Pillars) ห้องไทยเฮอร์ริเทจ สวีท (Heritage Suite) กรอบอาคารสีทอง (Golden Façade) และห้องไลบรารี (Library 1918) โดยส่วนต่างๆ เหล่านี้กลับมาสร้างความประทับใจครั้งใหม่ให้กับคนไทยและผู้มาเยือนจากทั่วโลกอีกครั้ง

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ของโรงแรมห้าดาวระดับลักชัวรีในความสูง 39 ชั้นที่นักเดินทางทั่วทุกมุมโลกจะได้ประทับใจกับห้องพักและห้องสวีททั้งหมด 257 ห้อง มอบความสะดวกสบายเต็มที่ด้วยขนาดห้องที่กว้างขวางเริ่มต้นที่ 50 ตร.ม. ในห้องดีลักซ์ ห้องพรีเมียร์ ที่โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันเขียวขจี ของสวนลุมพินีและวิวเมืองอันงดงามที่จะได้ชื่นชมเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในทุก ๆ ห้อง ผ่านกรอบหน้าต่างสีทองที่ออกแบบเสมือนกรอบภาพขนาดใหญ่ ส่งมอบโมเมนต์แสนตรึงตาต่อแขกทุกท่านในการพักผ่อนเหนือระดับอย่างแตกต่างและความหรูหราสง่างามแนวร่วมสมัยที่ผสานกลิ่นอายแบบไทยในการตกแต่ง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลพร้อมความสะดวกสบายอย่างเต็มที่

เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ มอบประสบการณ์ ลีมูซีน รับ-ส่งสนามบินเหนือระดับ กับรถปอร์เช่  Panamera 4 E-Hybrid Executive นับได้ว่าเป็นโรงแรมแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นโรงแรมแรกในประเทศไทย ที่นำรถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive มาให้บริการเป็นรถรับ – ส่ง สำหรับแขกที่จองห้องพักแบบคลับรูมหรือห้องสวีท

ถอดตำรา CHANEL Style Guide: 5 วิธีสวมเครื่องประดับให้มีสไตล์

เปิดวิธีสวมเครื่องประดับจาก CHANEL Style Guide 5 วิธีที่จะช่วยสไตลิ่งลุคของคุณให้สมบูรณ์แบบอย่างมีสไตล์

เครื่องประดับเป็นไอเท็มชั้นดีในการช่วยเสริมลุคทำให้ดูมีชีวิตชีวา แต่การใส่ข้าวของเหล่านั้นแบบเดิมๆ ซ้ำๆ อาจทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย แพรวจึงมี 5 ทริค Mix & Match จากสไตล์ไกด์ของชาเนลที่ได้แนะนำไว้ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการแต่งตัวและเพิ่มความเป็นสายแฟ(ชั่น) มากขึ้นผ่านไอเท็มชิ้นเล็กชิ้นน้อย

1.COCO CRUSH MANIA

ค้นพบศิลปะแห่งการเรียงซ้อนด้วย 5 วิธีในการสวมแหวนคอลเลคชั่น COCO CRUSH ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายควิลท์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1955

MINI BUT MANY

เพิ่มจำนวนแหวน Mini Crush ของคุณ โดยสวมแหวน COCO CRUSH Mini ซ้อนกันหลายวง จะสอง สาม หรือสี่วงก็ได้ เลือกเฉดสีทองที่แตกต่างกัน ทั้งแบบประดับเพชรและแบบเกลี้ยง และสวมไว้หลายนิ้วหรือสวมที่นิ้วของมือสองข้าง

TRIPLE CRUSH

สวมแหวน COCO CRUSH ทั้งสามขนาดไว้หลายนิ้วของมือทั้งสองข้าง

ALL FOR 1

สวมแหวน COCO CRUSH หลายวงบนนิ้วเดียวโดยเลือกขนาดที่แตกต่างกัน ทั้งแหวนทองและแหวนเพชรแบบต่างๆ

TOTAL LOOK (ลุคที่สมบูรณ์แบบ)

สวมใส่จิวเวลรี่หลายชิ้นจากคอลเลคชั่น COCO CRUSH ทั้งแหวน กำไล ต่างหู และสร้อยคอ

2.DOUBLE HIT

เช่นเดียวกับที่มาดมัวแซลมักสวมกำไลข้อมือรุ่นเดียวกัน เฉดสีทองแบบเดียวกัน และขนาดเดียวกันบนข้อมือแต่ละข้าง คุณก็สามารถเพิ่มเสน่ห์เป็นสองเท่าด้วยการสวมใส่ผลงานสร้างสรรค์ของชาเนลที่เหมือนกันสองชุด เพื่อความสมมาตรที่ไม่เหมือนใคร

3.LONG NECKLACE

สร้อยคอยาวเป็นจุดเด่นของสไตล์ของกาเบรียล ชาเนล และทุกวันนี้ยังคงอวดโฉมอย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะปล่อยสายยาวไว้ด้านหลัง พันรอบข้อมือ หรือพันรอบเอวแทนเข็มขัด

4.ICONIC MIX

จิเวลรี่แต่ละชิ้นที่เป็นไอคอนของแบรนด์ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของตน แต่ทุกชิ้นล้วนมอบเสน่ห์เย้ายวนสุดพิเศษให้แก่ผู้สวมใส่ ลองผสมผสานจิวเวลรี่จาก N°5, Camélia, Comète, COCO CRUSH หรือ Première เข้าด้วยกันเพื่อสไตล์ที่มีเอกลักษณ์

5.ONE AND ONLY

ผลงานสร้างสรรค์ของชาเนลล้วนเป็นจิวเวลรี่ชิ้นสำคัญที่สามารถสวมใส่แบบเดี่ยวๆ เพียงแค่ชิ้นเดียวก็เพียงพอ เพราะการเลือกคือการละทิ้งสิ่งต่างๆ และการละทิ้งคือการยืนยันความเป็นตัวเรา


ภาพ: chanel

ข้อมูล: chanel

One Bangkok

ปักหมุด 25 ตุลา รอชมพิธีเปิดสุดอลังการ ‘One Bangkok’ โดย Auditoire

ปักหมุด 25 ตุลา รอชมพิธีเปิดสุดอลังการ ‘One Bangkok’ โดย Auditoire หนึ่งในทีมจัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024

One Bangkok

เรียกว่าเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังเข้าสู่วันเปิดตัวของโครงการแลนด์มาร์คระดับโลกแห่งปีอย่าง One Bangkok ที่พัฒนาโดย บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้แนวคิด “The Heart of Bangkok” หรือ เมืองกลางใจ ที่ใช้ใจสร้าง ซึ่งคุณปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า “โครงการนี้จะยกสถานะของกรุงเทพฯ สู่การเป็น “ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ครบวงจรระดับโลก” โดยให้ความสำคัญกับผู้คน ชุมชน สังคม ตลอดจนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคตที่ยั่งยืน”

One Bangkok

สำหรับพิธีเปิดในวันที่ 25 ตุลานี้ ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่อลังการสุด เพราะโชว์จะถูกจัดขึ้นโดย Auditoire หนึ่งในทีมจัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 และทีมอีเวนต์ระดับโลกมากมาย ว่ากันว่าจะมีการแสดงดนตรีแสงสีเสียงสุดอลัง พร้อมศิลปินไทยและต่างประเทศกว่า 300 ชีวิต!  พบกับบรรยากาศเฉลิมฉลองได้ตลอดทั้งวัน ทั้งคืน ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 เพราะฉะนั้น ขอแนะนำพื้นที่คร่าวๆ ก่อนว่า เมื่อคุณเข้ามาใน One Bangkok จะได้เจอกับอะไรบ้าง

One Bangkok

ที่นี่จะมีพื้นที่โซน รีเทล ทั้งหมด 3 อาคารด้วยกัน ซึ่งร่วมประสบการช็อปปิ้งที่ครบวงจรที่สุด ได้แก่ Parade และ The Storeys (เริ่มเปิดให้บริการ 25 ตุลาคม นี้) รวมถึง POST 1928 (เปิดให้บริการในเฟสถัดไป) รวมประสบการณ์ช็อปแบบไร้รอยต่อบน ‘Retail Loop’ กว่า 900 ร้านค้า โดย Parade และ THE Storeys มาพร้อมคอนเซปต์ All Day, Everyday Dining Journey ที่ ‘Food Loop’ รวบรวมร้านอาหารชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลก กว่า 250 ร้าน โดยมีร้านที่มาเปิดที่ไทยเป็นที่แรก อาทิ วูฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์, Tempura Tendon Hannosuke Tokyo

One Bangkok

ปักหมุด 25 ตุลา รอชมพิธีเปิดสุดอลังการ ‘One Bangkok’ โดย Auditoire หนึ่งในทีมจัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024

นอกจากนั้นยังมีไฮไลต์ร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำ ในโซน Parade  ที่นำเสนอประสบการณ์หนึ่งเดียวในโลกที่รังสรรค์ขึ้นมาเฉพาะที่ วัน แบงค็อกเท่านั้น ได้แก่  King Power City Boutique ที่ตกแต่งโดยสตูดิโอระดับโลกอย่าง Hayon Studio บนพื้นที่มากกว่า 5,000 ตารางเมตร และยังมี ‘สารพัดไทย’ ศูนย์รวมสินค้าไทยในรูปแบบที่พรีเมียมและอินเทรนด์, ‘วัน คอนเทนต์ สโตร์’  ร้านหนังสือดูเพล็กซ์ฟลอร์ คอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรก, ‘วัน อัลทรา สกรีนส์’ ที่สุดของโรงภาพยนตร์ระดับ อัลตร้าลักซ์ชัวรี่ กับความคมชัดสูงสุดจากเทคโนโลยี LASER 4K 

One Bangkok

อีกหนึ่งโซนที่อยากให้ตั้งตารอคือ โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ โรงแรมหรูระดับ 6 ดาวแห่งแรกบนถนนพระราม 4  ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการเดือน พฤศจิกายน  2567 และ โรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก โรงแรมแบรนด์แอนดาซแห่งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการใน ปี 2568 และ เฟรเซอร์ สวีทส์ กรุงเทพ ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการ ในปี 2569  สำหรับในส่วนอาคารสำนักงาน ในเฟสที่หนึ่ง จะประกอบไปด้วย Tower 3, Tower 4 และ Tower 5 ซึ่งมีการจับจองจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งแล้ว ในส่วนของ Residences at One Bangkok ก็จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นไป 

One Bangkok

สำหรับสายศิลปะห้ามพลาดกับโซน Art Loop เส้นทางจัดแสดงผลงานศิลปะและวัฒนธรรม ที่มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ พร้อมให้คุณชมผลงานศิลปะสาธารณะจากศิลปินระดับโลกและศิลปินท้องถิ่นที่น่าจับตามอง โดยมีไฮไลต์คือประติมากรรมชิ้นพิเศษจาก อนิช คาพัวร์ (Anish Kapoor) และ โทนี แคร็กก์ (Tony Cragg)  และไฮไลต์เด็ดที่ต้องมาชมคือ The Wireless House One Bangkok นิทรรศการที่ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ของสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทย ที่นำกลับมาเล่าใหม่อย่างร่วมสมัยให้คุณย้อนกลับในปี พ.ศ. 2456

One Bangkok

เล่ามาขนาดนี้ 25 ตุลา เคลียร์คิวมา One Bangkok ด่วนๆ ค่ะ


รวมความประทับใจของไพรเวทปาร์ตี้ สะท้อนไลฟ์สไตล์ ตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ของ #VickteerutPeople

ครั้งแรกของ VICKTEERUT (วิคธีร์รัฐ) โดย อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ที่ร่วมกับ เกล้า-น้ำพราว ผู้จัดการคนดัง สร้างสีสันให้กับปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน #VickteerutPeople Party เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด VICKTEERUT Autumn/Winter 2024 ‘Eclipse’ คอลเลกชั่นที่สะท้อนความมั่นใจ ผ่านรูปแบบการใช้ชีวิตที่เลือกได้อย่างอิสระ และสนุกสนานไปกับแฟชั่นในแบบของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ภายในงานปาร์ตี้ครั้งนี้คับคั่งไปด้วยเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย ที่ต่างมีความชัดเจนทั้งในด้านความคิด การแต่งตัว และการแสดงออกที่มีความมั่นใจตามสไตล์ของ #VickteerutPeople อย่าง เฟิร์น-นพจิรา ฤกษ์ขจรนาม, พลอย หอวัง, ใบปอ- ธิติยา จิระพรศิลป์, โบ-สุรัตนาวี สุวิพร, ฝน-ทัตชญา ศุภธัญสถิต พร้อมด้วยเซเลบริตี้อย่าง อัญชิสา วัชรพล, จงกล พลาฤทธิ์, สิริวงษ์ สุขเกษมสิน และ แสงแข เหมกมลเศรษฐ์ ที่มาร่วมถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด VICKTEERUT Autumn/Winter 2024 ‘Eclipse’ ได้ออกมาอย่างมีตัวตนและสวยงาม แสดงออกถึงความเป็นตัวเองและความมั่นใจของผู้หญิง

สำหรับคอลเลกชั่น VICKTEERUT Autumn/Winter 2024 ‘Eclipse’ นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากความรักและสุริยุปราคาในรูปแบบที่จับต้องได้ อันได้รับแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์หาชมยากที่พระอาทิตย์กำลังสาดแสง แล้วค่อยๆ ลับหายเข้าสู่เงาดวงจันทร์จนมืดดับ กับผลกระทบที่ลึกซึ้งต่อจิตใจ และจิตวิญญาณของเรา ถูกนำมาตีความผ่านเสื้อผ้าที่สะท้อนถึงความมั่นใจของหญิงสาวในสังคมเมือง โดดเด่นด้วยคัตติ้งที่เฉียบคม การใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสหลากหลาย และการปักประดับด้วยลูกบอลสีเมทัลลิค

ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแคมเปญ #VickteerutPeople และสนับสนุนการเห็นคุณค่าในตัวเอง เชื่อมั่นในความสามารถและดึงศักยภาพมาสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและต่อยอดให้ผู้อื่นได้อีกด้วย

QUINN Winter 2024 สัมผัสมิติใหม่แห่งการแต่งตัวไปกับแคมเปญ Digital Renaissance

QUINN (ควินน์) เปิดตัวคอลเล็คชั่น Winter 2024 กับแคมเปญ Digital Renaissance ที่จะพาเหล่าแฟชั่นนิสต้าสัมผัสกับมิติใหม่ของการแต่งตัวผ่านโลกคู่ขนานที่แตกต่าง

คอลเล็คชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพความรุ่งเรืองของโลกในสองยุคที่แตกต่างกัน โดยภาพความคลาสสิกในอดีตได้ถูกนำมาผสมผสานกับภาพแห่งอนาคตอันล้ำสมัย ทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านแฟชั่นไอเท็มที่สวมใส่เอกลักษณ์ในแบบของ QUINN พร้อมถ่ายทอดคอนเซปต์ของการดีไซน์อันอิสระเกินคาดเดา เพื่อตอกย้ำว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ในโลกคู่ขนานแห่งแฟชั่น

โดยมีนักแสดงสาวสุดฮอต มิ้นท์-รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร ร่วมถ่ายทอดความสวยงามทรงพลังของแฟชั่นในคอลเล็คชั่นนี้ พร้อมเผยโฉมร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ QUINN บนพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น ภายใต้ดีไซน์ล่าสุด ณ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

คอลเล็คชั่นนี้ โดดเด่นด้วยการฮาร์ดแวร์โลหะและความอสมมาตรที่ดูลื่นไหล นำเสนอเป็นเค้าโครงชุดที่เล่นกับรูปทรงเรขาคณิต และความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ซิลลูเอ็ตที่ดูเรียบเท่ในแบบ QUINN ถูกยกระดับด้วยออร์นาเมนต์ชิ้นสำคัญ เช่น โลหะสีเงินและสีทองในรูปทรงที่งดงามดุจงานศิลปะ ชุดเดรสเกาะอกสีดำทรงดินสอ และจั๊มป์สูทเกาะอกขายาวเข้ารูปที่ให้ลุคเรียบโก้ ถูกเสริมแต่งด้วยความเย้ายวนและลื่นไหลของขอบเสื้อตัดเว้ากลางอกประดับด้วยออร์นาเมนต์สีทองอันโดดเด่น กระเป๋าถือสีดำขึ้นรูปมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์โลโก้สีทองตัดกัน และกระเป๋าสะพายไหล่หนังนุ่มก็ยังถูกตกแต่งด้วยชิ้นงานลูกตุ้มสีทอง นอกจากนี้การเล่นกับความอสมมาตรของคอเสื้อและชายกระโปรงยังเข้ามา สื่อถึงโลกแฟชั่นที่ทุกอย่างเป็นไปได้

นอกจากนี้ ยังเพิ่มดีเทลลายทางที่สื่อถึงเส้นของมิติที่คู่ขนานถูกนำมาฟีเจอร์บนเสื้อเปิดไหล่ดีไซน์คลาสสิค และเดรสสั้นคอวีที่สามารถสวมใส่ไปในวันทำงานหรือวันพักผ่อนได้ แถบลายทางที่ด้านข้างของกางเกงขายาวทรงทิ้งตัวช่วยเพิ่มไดนามิคให้กับมูฟเมนต์ ชุดเซ็ตเสื้อแขนยาวและกระโปรงในเนื้อผ้ามีการใช้สีสันแบบคัลเลอร์บล็อคผสานกับลายเส้นตรงที่พาดผ่านเพิ่มดีกรีความชิค เช่นเดียวกับเดรสยาวแขนกุดคอกลมลึกที่โดดเด่นด้วยดีเทลเส้นตรงสีเขียวเป็นแนวยาว นอกจากลายทางแล้ว คอลเล็คชั่นนี้ยังสร้างกิมมิกจากเทคนิกมัดย้อมไล่สีขาว-ดำบนหนังสังเคราะห์ที่เปลี่ยนให้ชุดเซ็ตเสื้อกั๊ก และกางเกงขาสั้นดูเท่ขึ้น รวมไปถึงการเล่นกับกราฟิกแบบ Pixel Art ที่นำเอาภาพของสถาปัตยกรรมและงานศิลปะอันคลาสสิกมาผสมกับความล้ำสมัยของโลก AI ดังที่ปรากฏบนชุดเดรสยาวแขนกุดที่ถือเป็นไอเท็มมัสแฮฟที่พลาดไม่ได้

คอลเล็คชั่นนี้ยังตอบโจทย์ความเป็น Winter Collection ด้วยการใช้พาเลตต์สีที่มีความเป็นธรรมชาติแบบเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกสง่างาม น่าหลงใหล และอบอุ่น พร้อมช่วยขับให้เค้าโครงชุดและซิลลูเอ็ตในแบบของ QUINN มีความโดดเด่นได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาลทะเลทราย สีเหลืองมัสตาร์ด และสีเขียวอมเทาหม่น ก่อนยกระดับให้เป็นไอเท็มที่มีความหรูหราและเหมาะกับโอกาสพิเศษมากขึ้นด้วยออปชั่นของเดรสและจั๊มป์สูทที่มีให้เลือกมากมาย โดยมีไฮไลต์เป็นเทคนิคจับเดรปบิดไขว้ไปมาที่ขับเน้นทรวดทรงได้อย่างพอเหมาะ ออกมาเป็นส่วนผสมที่งดงามมีรสนิยมดุจเทพีจากเรื่องราวในยุคคลาสสิก


‘เบนซ์ ปุณยาพร’ หวานละมุนใน 3 ชุดเจ้าสาวจากไทยดีไซเนอร์

แม้บินไปถ่ายพรีเวดดิ้งไกลถึงประเทศอังกฤษ แต่ ‘เบนซ์ ปุณยาพร‘ กลับเลือกชุดแต่งงานจากไทยดีไซเนอร์ มาเปิดดีเทล 3 ชุดนี้ไปด้วยกัน

ช่วงนี้ดูเหมือนชุดเจ้าสาวจากไทยดีไซเนอร์จะฮิตเป็นพิเศษ เพราะว่าที่เจ้าสาวชื่อดังหลายคนต่อให้ตามหาชุดที่ใช่แค่ไหนก็มักกลับมาเลือกชุดจากแบรนด์ไทยเป็นบทสรุปทุกครั้ง อย่าง ‘วุ้นเส้น วิริฒิพา’ ที่จัดงานวิวาห์ไปเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา แม้เธอจะเดินทางไกลไปจัดถึง Chateau de Tourreau ประเทศฝรั่งเศส แต่เธอก็เลือกใช้ชุดแต่งงานจากไทยดีไซเนอร์ทั้ง 3 ชุด

เช่นเดียวกับ ‘เบนซ์ ปุณยาพร’ ที่ยกกองถ่ายพรีเวดดิ้งไปถ่ายไกลถึงอังกฤษว่ากันว่าเป็นประเทศแห่งความทรงจำของว่าที่บ่าว-สาว เพราะทั้งคู่เลือกที่นี่เป็นประเทศที่ไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรก ตามที่เกริ่นไปว่าเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่หลงใหลชุดแต่งงานจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์เป็นพิเศษ เพราะการถ่ายแบบครั้งนี้เบนซ์ลงทุนขนชุดเจ้าสาวไปถึง 3 ชุด

เริ่มต้นด้วยชุดวิวาห์จาก CHER’Z กับเดรสคล้องคอและกระโปรงทรงเมอร์เมดที่ดูแล้วอาจให้ความรู้สึกเซ็กซี่เบาๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ความหวานของการตกแต่งขอบด้วยลูกไม้ ถือเป็นดีเทลที่มาตัดทอนให้ลุคนี้ยิ่งดูลงตัว

ชุดที่สองยังอยู่กับแบรนด์ CHER’Z แต่เปลี่ยนแนวให้มีความเทพนิยายเล็กน้อยด้วยความฟุ้งของกระโปรงจากผ้าทูล หรืออธิบายง่ายๆ คือผ้าตาข่ายเนื้อนิ่มนั่นเอง โดยผ้าชนิดนี้จะให้ความรู้สึกโปร่งและเบา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับดีไซน์เปิดไหล่ข้างเดียว และลูกไม้ที่ตกแต่งอยู่บริเวณเอว

และชุดสุดท้าย ‘เซ็กซี่’ ที่สุด กับเดรสสายเดี่ยวดีไซน์ Cut-Out ระยิบระยับด้วยดีเทลปักเลื่อมตลอดทั้งชุด อีกทั้งส่วนเว้าหลังที่ช่วยให้ชุดนี้ไม่ตันจนเกินไป โดยเดรสชุดนี้มาจากแบรนด์ PAVARA


โนบุฉลอง 30 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านอาหารด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้าทั่วโลก

โนบุจัดฉลองครบรอบ 30 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นสามทศวรรษของการปฏิวัติวงการอาหารด้วยการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างประเพณีญี่ปุ่นและรสชาติแบบเปรู โดยร้านอาหาร โรงแรม และที่พักอาศัยของโนบุทั่วโลกจะนำเสนอประสบการณ์พิเศษที่สะท้อนถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของแบรนด์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบที่สุดแสนจะประทับใจนี้ที่ร้านอาหารและโรงแรมเครือโนบุทั่วโลก” เชฟโนบุ มัตสึฮิสะ กล่าว “ตอนออกแบบเมนูเหล่านี้ เราต้องการบอกเล่าถึงการเดินทางของเรา ความทุ่มเทของสมาชิกในทีม และการสนับสนุนที่น่าทึ่งที่เราได้รับจากแขกของเราตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เมนูอาหารเหล่านี้ล้วนมีพื้นฐานมาจากสิ่งที่ผมสร้างสรรค์ในช่วงแรกๆ ดังนั้นจึงมีความสำคัญต่อจิตใจของผมมาก”

โนบุก่อตั้งขึ้นในปี 1994 โดยมีสาขาแรกในย่านไทรเบคา นิวยอร์ก จากนั้นเติบโตต่อเนื่องจนสร้างปรากฏการณ์ระดับนานาชาติ สร้างตัวเองให้เป็นผู้นำเทรนด์ด้านอาหารอย่างมั่นคง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความมุ่งมั่นในคุณภาพอย่างไม่เปลี่ยนแปลง นอกเหนือจากร้านอาหารแล้ว โนบุยังมีโรงแรมและที่พักที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจอยู่หลายแห่งทั่วโลก ทุกแห่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างช่วงเวลาที่มีความหมาย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครซึ่งแสดงถึงความลึกซึ้งและความเป็นต้นตำรับของมรดกทางวัฒนธรรมอาหารของโนบุเอง

ชุดโอมากาเสะครบรอบ 30 ปีที่ร้านอาหารโนบุ

ตั้งแต่วันที่ 7 ถึง 13 ตุลาคม ขอเชิญแขกร่วมลิ้มลองเมนูโอมากาเสะชุดพิเศษ 5 คอร์สที่นำเสนอในโนบุ เรสเตอรอง ทั่วโลก ราคา 3,200++ บาทต่อท่าน เมนูที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันนี้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของโนบุ เรสเตอรอง รวมถึงอาหารในยุคแรกที่สร้างสรรค์โดยเชฟโนบุ ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ ที่แสดงถึงปรัชญาของเชฟโนบุในเรื่องความถ่อมตน ความกตัญญูรู้คุณ และการต้อนรับอย่างมีระดับ ชุดโอมากาเสะครบรอบ 30 ปีของโนบุ ประกอบด้วย ปลากระพงแดงญี่ปุ่นสไตล์มัตสึฮิสะ เนื้อวัวมิไรญี่ปุ่นแบบแอนติคูโช และปลาค็อดดำเสิร์ฟพร้อมผักสลัดบัตเตอร์เฮดอันเลื่องชื่อของโนบุ ส่วนของหวานถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะที่ Nobu Bangkok สตรอวเบอร์รี่ชีสเค้ก, มูสครีมนม และช็อคโกแลต, และโมจิโดะมันหวาน ทอฟฟี่มิโซะ แฟนๆ ของร้านที่ติดตามมานานจะได้เพลิดเพลินทั้งกับรสชาติที่คุ้นเคยและสูตรอาหารอันแสนคลาสสิกที่มีการนำเสนอในรูปแบบใหม่

การเดินทาง แขกสามารถเดินทางไปยัง Nobu Bangkok ด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสและใช้ทางเชื่อมโดยตรงจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ร้านเปิดให้บริการอาหารค่ำ (17.30 – 01.00 น.) ส่วนบาร์บนดาดฟ้าเปิดตั้งแต่ช่วงเย็นถึงดึก (17.30 – 01.00 น.)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] กรณีต้องการสำรองที่นั่งในร้านอาหาร กรุณาโทร +66 (0) 2 407 1654 หรือจองโดยตรงผ่าน https://sevn.ly/xa5YtHiX

หรือติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้:
เว็บไซต์: www.noburestaurants.com/bangkok
Facebook: www.facebook.com/NOBUBangkok
Instagram: www.instagram.com/nobu.bangkok

โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย เปิดประสบการณ์การทานอาหารเหนือระดับบนกระเช้าลอยฟ้า ที่ Canopy

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย เปิดตัว Canopy กระเช้าลอยฟ้าที่จะนำคุณขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์อีกขั้นของการรับประทานอาหารแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางทิวทัศน์ของสามประเทศ พร้อมรื่นรมย์กับมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำโขงในแบบ 360 องศา ได้ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ

Canopy ตั้งอยู่บนยอดไม้ บนความสูงกว่า 52 เมตร ถูกออกแบบมาในรูปทรงของแคปซูล คล้ายกับรวงผึ้งที่โอบล้อมต้นไม้ตามธรรมชาติ โดยเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติและสีเอิร์ธโทนเป็นหลัก เพื่อให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับบรรยากาศของผืนป่าและสภาพแวดล้อมของรีสอร์ทสุดหรู โดยคุณสามารถใช้เวลาในการรับประทานอาหาร ดื่มด่ำรับแสงแรกยามเช้า และอาทิตย์อัศดงยามพลบค่ำ ไปพร้อมๆกับชมความงดงามของทิวเขา และลำน้ำโขง รวมถึงยังสามารถส่องวิถีชีวิตของเหล่าโขลงช้างที่ออกหากินในปางช้างอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

สำหรับอาหาร ทางโรงแรมจะจัดสำรับพร้อมเสิร์ฟมาในภาชนะปิ่นโตแบบตำรับไทย ซึ่งเชฟได้สร้างสรรค์เมนูทั้งคาวและหวานอย่างพิถีพิถัน ให้เลือก 3 เซ็ทเมนูตามความชอบได้แก่ Mekong Discovery  ที่นำเสนอความโดดเด่นของเมนูอาหารพื้นถิ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรอยต่อ 3 แผ่นดิน ไทย ลาว และพม่า อาทิ ไคแผ่น สแนคของลาวเสิร์ฟพร้อมกับลาบปลาทูน่ารสจัดจ้าน, แกงฮังเลหมู อาหารขึ้นชื่อของภาคเหนือ ฯลฯ Culinary Adventure เมนูที่ผสมผสานระหว่างอาหารตะวันออก และตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและน่าลิ้มลอง เช่น ซี่โครงวากิวเนื้อนุ่ม เสิร์ฟบนขนมปังโฮลวีตโฮมเมดแบบดั้งเดิม, ล็อบสเตอร์ภูเก็ตคุณภาพพรีเมียม เสิร์ฟพร้อมสลัดอโวคาโด หรือของหวานอย่าง เครมบูเล่ ท็อปด้วยลูกฟิก จากมูลนิธิโครงการหลวง, ชูว์ครีมสตรอเบอรี่สดจากไร่ ฯลฯ และ Gourmet Odyssey ที่ชูอาหารพื้นถิ่นเมืองเหนือ กับวัตถุดิบชั้นเลิศมารังสรรค์ให้กลายเป็นเซ็ทเมนูที่โดดเด่นและพิเศษยิ่งขึ้น อาทิ เนื้อวากิว M5, หอยเชลล์ยักษ์นำเข้า และคาเวียร์โครงการหลวง หรือของหวานรสเลิศอย่าง Financier ฟินองเซียของฝรั่งเศส รสชาตินุ่มนวล, เค้กมูสกุหลาบ และฟักทอง หรือ เครมบูเล่มะพร้าวน้ำหอมจากภาคเหนือ ฯลฯ   

เชฟพิสิษฐ์ จิโนพงป์ หรือ เชฟจีโน่ เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟจากอนันตราสามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมากว่า 30 ปีกล่าวว่า “หัวใจสำคัญที่ลูกค้าจะได้รับนอกจากการพักผ่อนสุดพิเศษในรีสอร์ทที่ดีที่สุดของเชียงรายแล้ว ก็คือประสบการณ์ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตระหว่างคนเมืองกับธรรมชาติให้อยู่กันอย่างสมดุล ซึ่งรวมถึงการรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน ดังนั้น Canopy จึงเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงความใส่ใจของเรา ด้วยการมอบพื้นที่ให้แขกได้มีโอกาสสัมผัส และมีส่วนร่วมรื่นรมย์กับธรรมชาติ ในระหว่างรับประทานอาหารแต่ละมื้ออย่างมีคุณค่ามากที่สุด”

สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารเหนือระดับที่ Canopy โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปราคาเริ่มต้นที่ 14,000++บาท ต่อ 2 ท่าน เปิดให้บริการทุกวัน สำหรับมื้อเช้า เวลา 7.30-11.00 น. มื้อกลางวัน เวลา 12.30-16.30 น. และมื้อค่ำ เวลา 17.30-19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งโทร.053-784-084  https://www.anantara.com/en/golden-triangle-chiang-rai

สิ้นสุดการรอคอย! “HIKINIKU TO COME” ร้านแฮมเบิร์กไวรัลสุดฮิตจากญี่ปุ่น เตรียมเปิดสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ 15 ต.ค. 67

HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (ชั้น 7 โซน Atrium) เดือนตุลาคม 2567 ภายใต้คอนเซปต์ “บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ!” เนื้อญี่ปุ่นคุณภาพดี บดใหม่ๆ ปั้นสดๆ ย่างบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นหุงใหม่ด้วยหม้อฮากามะ คือรสชาติที่ “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” ตั้งใจทำ เพื่อที่สุดของประสบการณ์ความอร่อยไม่เหมือนใคร ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติพากันหลั่งไหลมาลิ้มลองความอร่อยของแฮมเบิร์กอย่างไม่ขาดสาย การันตีด้วยยอดจองคิวยาวล่วงหน้าเต็มทุกวัน แม้มีแค่เมนูเดียว!

ที่ “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” เรามีความเชื่อที่ว่า สิ่งที่ทำให้เนื้อแฮมเบิร์กอร่อยที่สุด คือ “ความสดใหม่” ทุกขั้นตอนจึงเต็มไปด้วยความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด และถูกถ่ายทอดผ่าน 3 คอนเซปต์หลัก คือ

  1. บดใหม่:

เพราะความสดใหม่คือหัวใจของแฮมเบิร์ก ทุกเช้าเราจึงเตรียมบดเนื้อในปริมาณที่เพียงพอสำหรับขายในแต่ละวันเท่านั้น คัดสรรนำเข้าเนื้อวัวคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น บดสดใหม่ทุกเช้าในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด และยังใช้เทคนิคการตบเนื้อด้วยมืออย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้อุณหภูมิความร้อนของร่างกายถ่ายทอดไปยังเนื้อบด ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคำที่ได้ทานจะเต็มไปด้วยรสชาติที่สดใหม่อยู่เสมอ!

  1. ย่างใหม่:

เพราะอยากให้คุณได้ทานแฮมเบิร์กที่เพิ่งย่างเสร็จร้อนๆ เราจึงเสิร์ฟแฮมเบิร์กทุกชิ้นภายใน 1 วินาทีหลังย่างเสร็จ เนื้อที่ย่างร้อนๆ แบบสดใหม่ คือ ที่สุดของความอร่อย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นั่งทั้งหมดของร้านจึงถูกออกแบบเป็นรูปเคาน์เตอร์ล้อมรอบเตา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกลิ่นหอมและความอร่อยของแฮมเบิร์กที่ย่างจากเตาใหม่ๆ ตรงหน้าในทันที (แฮมเบิร์กของเรา 1 ชิ้น มีขนาด 90 กรัมโดยเราจะเสิร์ฟทีละชิ้น ทั้งหมด 3 ชิ้น) เพื่อให้ทุกคำเป็นแฮมเบิร์กที่อร่อยที่สุด!

  1. หุงใหม่:  

เพราะอยากให้คุณได้ทานข้าวญี่ปุ่นที่อร่อยที่สุด เราจึงเลือกใช้หม้อหุงข้าวฮากามะแบบต้นตำรับ หุงให้พอดีต่อรอบการรับประทาน และหุงใหม่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ข้าวที่เราเลือกคือข้าวจากจังหวัดอิวาเตะ ผ่านการคัดสรรคุณภาพทุกเมล็ด ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น โดยเราจะหุงข้าวในหม้อฮากามะขนาดใหญ่ด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อให้ข้าวได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม หอมอร่อย ไม่ว่าจะเป็นข้าวชามแรก ชามที่สอง หรือชามต่อๆ ไป ข้าวของเราจะเป็นข้าวที่อร่อย สุกใหม่ ทุกคำ ตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย!

ปัจจุบัน “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” มีทั้งหมด 8 สาขา ทั้งสาขาในประเทศญี่ปุ่น 4 สาขา (Kichijoji, Shibuya, Kyoto, Fukuoka) และอีก 4 สาขาในต่างประเทศ คือ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสาขาล่าสุดที่กำลังจะเปิดให้บริการในประเทศไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7

พิเศษ! สำหรับลูกค้า 100 คนแรกที่มาต่อคิววันร้านเปิด ตั้งแต่วันที่ 15, 16 และ 17 ต.ค. 2567 (3 วันเท่านั้น) รับฟรี “Japan Special Box Set” (Limited Edition) สินค้ามีจำนวนจำกัด ห้ามพลาด!

ติดตามข่าวสารและโปรโมชัน

Facebook: Hikiniku To Come Thailand

Instagram: hikiniku.to.come_thailand

TikTok: hikiniku.to.come_thailand

LINE: @hikinikutocome_th

Hotel de la Coupole -MGallery Collection ยุคทองแห่งการเดินทางที่หรูหรากลับมายัง ซาปา อีกครั้ง

ต้องไปสักครั้ง! ซาปา เมืองสุดโรแมนติกแห่งเวียดนามเหนือ กับที่พักสุดลักซ์ชัวรี่ Hotel de la Coupole -MGallery Collection

ปัจจุบันคนไทยนิยมท่องเที่ยวเวียดนามมากขึ้นจนถูกยกเป็นทัวร์แห่งชาติเลยก็ว่าได้ และหนึ่งในเมือง Bucket List ทริปท่องเที่ย;เวียดนามที่ต้องไปสักครั้งขอยกให้ ซาปา (Sapa) เมืองตากอากาศสุดโรแมนติกแห่งเวียดนามเหนือ โดยการเดินทางจากไทยต้องบินไปลงที่สนามบินนานาชาติฮานอย หรือท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Sân bay Quốc tế Nội Bài) ก่อนเช่ารถพร้อมคนขับหรือเรียกรถจากแอพฯ เพื่อเดินทางไปยังซาปา ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงโดยประมาณ แต่เมื่อไปถึงแล้วบอกได้คำเดียวว่า สวยสมการเดินทางที่ยาวนานที่แท้ทรู ส่วนที่พักที่ขอป้ายยาว่าต้องมีในแพลนเลยคือ โรงแรมเดอ ลา กูโปล (Hotel de la Coupole -MGallery Collection) เป็นที่พักเก่าแก่แต่โมเดิร์น หรูหรา และวิวทัชใจมากๆ เปรียบเสมือนอัญมณีที่ซ่อนเร้นแห่งดีไซน์และความสง่างามชั้นสูง ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศแบบเทือกเขาแห่งเมืองภูเขาที่ทั้งงดงามและเงียบสงบของเวียดนามในซาปา เมื่อเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ นักเดินทางจะไม่ได้รับแค่เพียงความงดงามตามธรรมชาติของซาปา แต่ยังจะได้พบกับโรงแรมที่โดดเด่นซึ่งกระตุ้นทุกประสาทสัมผัสโดยนักออกแบบระดับโลกอย่าง บิลล์ เบนส์ลีย์ (Bill Bensley) ทุกองค์ประกอบของโรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาให้เฉลิมฉลองอดีตที่น่าหลงใหลของซาปาในยุคอินโดจีนในระหว่างทศวรรษ 1920 ถึง 1930 พร้อมนำเสนอแรงบันดาลใจจากเมืองซาปา ตั้งแต่นาข้าวสีเขียวชอุ่มไปจนถึงเสื้อผ้าแนวชนเผ่าสีสันสดใส

เป็นโรงแรมที่มีเสน่ห์ในทุกตารางนิ้ว ซึ่งสีสันและเนื้อผ้าโทนสีเข้มข้นได้รับแรงบันดาลใจจากชนเผ่ากลุ่มน้อยของซาปา ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ งานฝีมือ และภาพวาดสไตล์แฟชั่นชั้นสูงที่สง่างามในแบบฝรั่งเศส การตกแต่งภายในที่สะดุดตาและสิ่งแวดล้อมที่สดใสรวมกับของเก่าวินเทจ ของกระจุกกระจิก และเครื่องประดับของชาวท้องถิ่นสร้างความรู้สึกที่สะดุดตาแต่ยังคงมีสไตล์ทั่วทั้งโรงแรม ผู้เข้าพักสามารถชื่นชมวิวของหุบเขาซาปาผ่านหน้าต่างบานกว้างจากห้องพัก หรือทางเดิน ระเบียงและเฉลียง สร้างฉากหลังที่ยากจะลืมเลือนให้กับวันหยุดพักผ่อนที่น่าจดจำอย่างแท้จริง

ห้อมล้อมไปด้วยนาข้าวที่เป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคแห่งนี้ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมห้าดาวนานาชาติแห่งเดียวของซาปาและให้บริการห้องพักและห้องสวีทที่โดดเด่นสุดหรูจำนวน 249 ห้อง ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของโรงแรม และบาร์ชั้นดาดฟ้า สปาแห่งสุขภาพแสนสงบ และห้องจัดเลี้ยงสำหรับการประชุมและงานอีเวนต์ตามในฝัน รวบรวมความสวยสะดุดตาและสไตล์ไว้กับเทคโนโลยีและส่วนประกอบทันสมัยมากมาย โรงแรมเดอ ลา กูโปล เป็นสถานที่ปลีกวิเวกที่ทำให้ผู้เข้าพักแทบจะไม่มีวันลืมสำหรับวันพักผ่อนสุดโรแมนติกนี้ได้เลย พร้อมสิ่งแวดล้อมที่งดงามดุจภาพวาดและประสบการณ์ตามแบบฉบับเวียดนามทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ไม่ว่าจะเดินทางมาพักผ่อนหรือทำงาน ห้องพักและห้องสวีทที่โรงแรมเดอ ลา กูโปลก็เคล้าไปด้วยความสง่างามของยุค 1920s และ ‘30s เปี่ยมไปด้วยการตกแต่งที่สนุกสนานและสดใสซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชนเผ่าบนภูเขาในซาปา สีสันสะดุดตา การออกแบบที่มีลูกเล่น และองค์ประกอบแนวอาร์ตเดโคมากมายเพื่อสร้างห้องพักที่จะนำคุณย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาในอดีต

เพื่อแสดงความเคารพต่อมรดกแฟชั่นชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศสของโรงแรม ห้องสวีทแต่ละห้องได้รับการตั้งชื่อตามประเภทของผ้าพิเศษที่ใช้โดยห้องเสื้อวินเทจของฝรั่งเศส ออกแบบมาเพื่อความสบายและหรูหราขั้นสุด ห้องพักได้รับการตกแต่งด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณคาดหวังจากโรงแรมหรู ตั้งแต่ผ้าปูที่นอนคุณภาพพรีเมียมไปจนถึงผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำชั้นเลิศ ห้องพักทุกห้องมีประตูเต็มบานเปิดออกไปยังระเบียงที่มองเห็นสวนสวยของโรงแรม เมืองซาปา ภูเขา หรือนาขั้นบันไดที่เป็นสัญลักษณ์ของหุบเขาในซาปา ช่วยให้แขกได้ดื่มด่ำสภาพแวดล้อมที่น่ามหัศจรรย์ได้อย่างเต็มที่

มีให้เลือกตั้งแต่ ห้อง Classic King ที่สง่างามของเราทาด้วยสีมัสตาร์ดสไตล์ฝรั่งเศสเด่นชัดจนได้กลิ่นอายยุคอินโดจีน ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์อาร์ตเดโคสีขาวดำทันสมัยและองค์ประกอบการออกแบบที่มีลูกเล่นซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากชนเผ่าบนเขาของซาปา ไปจนถึง Presidential Suite ตกแต่งอย่างโอ่อ่าสมชื่อ นำเสนอสุดยอดแห่งความหรูหราสำหรับวันพักผ่อนที่คุณจะไม่มีวันลืม ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม ห้องสวีทเหนือระดับห้องนี้มาพร้อมวิวพาโนรามาที่งดงามที่สุดของซาปาและเทือกเขาและหุบเขาที่โอบล้อมโรงแรมเอาไว้

ที่สำคัญอาหารอร่อย ที่โรงแรมแห่งนี้มีห้องอาหาร บาร์ และร้านขนมหวาน ซึ่งแต่ละแห่งมีการออกแบบที่โดดเด่นแต่ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว เชื่อมกันด้วยความทุ่มเทในด้านอาหารและความเป็นเลิศในด้านการบริการ ตั้งแต่อาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลจากท้องถิ่นในห้องอาหาร Chic ของเรา หรือมาการงหวานโดนใจ และช็อคโกแล็ตร้อนในร้านขนมหวาน Cacao สไตล์ฝรั่งเศสของเรา ไปจนถึงค็อกเทลชื่อคุ้นหูและสูตรเฉพาะที่บาร์สุดเก๋ Absinthe แขกที่มาเยือนจะสนุกไปกับการผจญภัยในเส้นทางสายอาหาร

  • บาร์ Absinthe บนชั้นดาดฟ้ามาพร้อมเตาผิงด้านนอกให้กับแขกที่ต้องการจิบเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยหรือค็อกเทลหลังดินเนอร์เพิ่มความอบอุ่นและสบาย พร้อมด้วยทัศนียภาพแสนสงบและไร้การบดบังของเส้นขอบฟ้าเมืองซาปาและสายหมอกที่ลอยเลียบเคียงภูเขา ภายใน Absinthe มีเพดานโดมสูงตระหง่าน ลักษณะแนวพีเรียด และเครื่องตกแต่งแนวแฟชั่นวินเทจหายาก ตกแต่งด้วยโทนสีม่วงสว่าง Absinthe รับแรงบันดาลใจมาจากความมีเสน่ห์และความงามล้ำสมัยของโคโค่ ชาแนล บาร์แห่งนี้คือจุดหมายปลายทางที่ใครๆ ก็ต้องมาเยือน จึงเปิดให้บริการแขกที่ไม่ได้เข้าพักในโรงแรมด้วย
  • พักเท้าที่เมื่อยล้าหลังจากเดินสำรวจทิวทัศน์ที่สวยงามของเวียดนามทางตอนเหนือมาทั้งวัน หรือนั่งชมวิวถนนหนทางในซาปาที่ด้านนอก พร้อมขนมหวานแสนอร่อยที่ Cacao เป็นรางวัล ตั้งอยู่ในชั้นเดียวกับล็อบบี้ของโรงแรมและเปิดให้บริการสำหรับแขกภายนอกด้วย Cacao พารสชาติขนมหวานดั้งเดิมของฝรั่งเศสมาให้คุณได้ชิมถึงซาปา ด้วยบันไดวนไม่เหมือนใครและการออกแบบสไตล์แฟชั่นชั้นสูงเป็นเอกลักษณ์ Cacao เป็นทั้งอาหารตาและอาหารใจ นำเสนอเมนูช็อคโกแล็ต เค้ก ขนมอบ และมาการงที่รังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญ เสิร์ฟพร้อมกับช็อคโกแล็ตร้อนหรูสูตรซิกเนเจอร์ของ Cacao คาเฟ่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เพอร์เฟ็คสำหรับการปนเปรอตัวเองสุดๆ
  • เมนูอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกสร้างสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุด ประกบคู่กับเมนูไวน์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างใส่ใจ Chic อาจจะดูอลังการแต่อบอุ่น บรรยากาศสุดเพอร์เฟ็คเหมาะสำหรับการออกเดตโรแมนติกหรือมื้อค่ำเจรจาธุรกิจที่เป็นส่วนตัว หลังตะวันลาลับขอบฟ้า Chic ส่องสว่างขึ้นจากแสงโดยรอบสร้างบรรยากาศจากโคมไฟมากมายที่แขวนไปตามทางเดินแคทวอล์คยกระดับตรงกลางห้องอาหาร สำหรับมื้อค่ำกลางแจ้ง Chic มีระเบียงขนาดใหญ่พร้อมวิวอลังการท่ามกลางภูเขาและและหุบเขาแห่งซาปา ทีมเชฟมักจะแสดงการทำอาหารให้ชมกันสดๆ สร้างบรรยากาศโรงละครแห่งอาหารที่น่าตื่นเต้นให้กับแขก

สำหรับสุดยอดแห่งการผ่อนคลาย ค้นหาความสงบในจิตใจได้ที่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการฟื้นฟูสุขภาพองค์รวมของโรงแรม ซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ ลงแช่ในสระว่ายน้ำอุ่นในร่มที่สวยสะกดจิต เบิร์นพลังงานที่ฟิตเนสอุปกรณ์ครบครัน และปรนเปรอตัวเองที่สปา Nuages เด็กๆ สามารถเล่นสนุกหรือเล่มเกมได้ที่ Bobbins คิดส์คลับได้ด้วย

ในฐานะโรงแรมหรูนานาชาติแห่งเดียวของซาปา โรงแรมเดอ ลา กูโปล ยังมีฉากหลังที่ไม่เหมือนใครสำหรับการจัดประชุมหรืออีเวนต์ด้วยห้องบอลรูมทันสมัยขนาด 435 ตรม. สามารถรองรับการจัดงานอีเวนต์ได้มากถึง 570 คน รวมไปถึงห้องจัดประชุมสวยมีสไตล์สำหรับการประชุมหรืองานสัมมนาที่เล็กกว่านั้นอีกสามห้อง ห้องจัดประชุมกว้าง ปรับเปลี่ยนได้ง่าย และมีอุปกรณ์ครบครันที่โรงแรมเดอ ลา กูโปลมาพร้อมกับแสงธรรมชาติ อุปกรณ์แสงสีเสียงล้ำสมัยครบครัน ใครที่มีแพลนเที่ยวซาปา ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ https://all.accor.com/hotel/A5V2/index.en.shtml หรือ FB: www.facebook.com/HoteldelaCoupole หรือ IG: www.instagram.com/hoteldelacoupole/ บรรยายมาขนาดนี้ รู้ใช่ไหมว่าประตูโรงแรมเดอ ลา กูโปล แห่งซาปารอเปิดต้อนรับอยู่


GLENFIDDICH ร่วมมือกับ ANDRÉ SARAVIA เปิดตัว GRAND CHÂTEAU พร้อมเนรมิตดินแดนแห่งศิลปะที่ ATT19 Gallery

Glenfiddich (เกลนฟิดดิค) ซิงเกิลมอลต์สกอตช์วิสกี้ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก* ได้ร่วมมือกับศิลปินชาวฝรั่งเศส อังเดร ซาไรวา (André Saraiva) เพื่อเปิดตัว Grand Château รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันตัวใหม่ล่าสุดจาก Glenfiddich Grand Series โดยอังเดร ซึ่งเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกพร้อมประสบการณ์ร่วมงานกับแบรนด์หรูสากลมากมาย ได้ร่วมงานกับ Glenfiddich เพื่อรังสรรค์โลกแห่ง Grand Château ขึ้นมา พร้อมร่วมออกแบบบรรจุภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันจำนวน 250 ชิ้น ตลอดจนภาพและดีไซน์แคมเปญที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสื่อให้เห็นถึงแรงบันดาลใจจากวิสกี้สุดพิเศษและการผสมผสานกันของสองวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

อังเดร ซาไรวา เป็นที่ถูกยกย่องในวงกว้างในฐานะศิลปินที่บุกเบิกสไตล์แขนงใหม่ พร้อมปฏิวัติสตรีทอาร์ทด้วยการนำเสนอตัวละครการ์ตูนที่ร่าเริง สวมหมวกทรงสูงภายใต้ชื่อ ‘Mr. A’ ซึ่งถือเป็นตัวละครกราฟิตีตัวแรกที่จะมาแทนที่ชื่อแท็กแบบดั้งเดิม ด้วยชื่อเสียงของอังเดรซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในฐานะศิลปินสตรีทอาร์ตที่แอ็คทีฟที่สุดในปารีส ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้กับ Glenfiddich ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของ Glenfiddich ที่มีต่อศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับศิลปินที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว หรือเชิญชวนศิลปินหน้าใหม่มาสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงกลั่นของแบรนด์เองก็ดี

ทั้งนี้ Glenfiddich Grand Château เป็นวิสกี้ที่มีอายุ 31 ปี และเป็นรุ่นแรกจากโรงกลั่นที่ใช้ถังไวน์แดงบอร์โดซ์ในการบ่ม โดยวิสกี้รุ่นพิเศษนี้ ได้รับการบ่มในถังไม้โอ๊คอเมริกันเป็นเวลา 22 ปีก่อนที่จะถูกนำมาบ่มอีกครั้งในถังไวน์แดงบอร์โดซ์จากแหล่งปลูกไวน์ของฝรั่งเศสอีกเป็นเวลา 9 ปี

ในงานเฉลิมฉลองการเปิดตัว Grand Château ภายใต้ Glenfiddich Grand Series ในครั้งนี้ แขกผู้มีเกียรติได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหาร 4 คอร์สที่รังสรรค์โดย เชฟเชอ พันธ์ทิพย์ อรรถการวงศ์ จากร้านอาหาร Mad Beef ที่ ATT19 อาร์ตสเปซยอดฮิตย่านเจริญกรุง โดยเมนูอาหารรสเลิศแต่ละจานได้ถูกจับคู่ให้เข้ากับซิงเกิลมอลต์วิสกี้ อาทิ ไฮไลท์ของงานอย่าง Grand Château รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 31 ปี รวมถึงเมนูอื่น ๆ ที่จับคู่อย่างลงตัวกับวิสกี้ Gran Reserva (21 ปี) Gran Cortes (22 ปี) และ Grande Couronne (26 ปี)

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย สลัดเป็ดรมควันน้ำผึ้ง ที่จับคู่อย่างประณีตกับ Gran Reserva (21 ปี) โดยคอร์สเรียกน้ำย่อยนี้ รังสรรค์จากเป็ดรมควันน้ำผึ้ง ผักสลัด หัวบีท และซอสส้มยูสุ ที่เมื่อทานพร้อมกันจะได้ความอร่อยที่ลงตัว

Gran Cortes (22 ปี) ถูกนำเสนอในคอร์สที่สอง โดยจับคู่กับหอยเชลล์ฮอกไกโด เซิร์ฟพร้อมเห็ดย่างซิงเกิลมอลต์และน้ำมันสมุนไพร

สำหรับดาวเด่นของค่ำคืน Grand Château (31 ปี) ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมอาหารจานหลัก อย่าง แก้มเนื้อตุ๋นในวิสกี้รีดักชั่น เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งบด สวีตพี และครัมเบิ้ลสมุนไพร

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยด้วยความหอมหวานของ Chocolate’s Tales ไอศกรีมวานิลลา กล้วยคาราเมลครัมเบิ้ล กานาชดาร์กช็อกโกแลต มูสเบอร์รี่มอคค่า และเศษดาร์กช็อก ที่จับคู่กันได้อย่างลงตัวกับ Glenfiddich Grande Couronne (26 ปี)

อังเดร ซาไรวา ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานความแตกต่างที่ลงตัวระหว่าง ภูมิภาคสเปย์ไซด์ในประเทศสกอตแลนด์ และ แคว้นบอร์โดซ์ในประเทศฝรั่งเศสในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของเขา โดยเขาได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับงานศิลปะ Toile de Jouy แบบดั้งเดิมด้วยการนำเอาลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของเขามาใช้ รวมถึงตัวละคร ‘Mr. A’ อันโด่งดัง ซึ่งเข้ามาช่วยเติมสีสันพร้อมท่วงท่าที่กำลังเลือกวิสกี้ที่บ่มในถังไม้บอร์โดซ์อย่างสนุกสนาน ณ โรงกลั่นของ Glenfiddich เคสด้านนอกรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้มีตัวละครตัว ‘Mr. A’ ซึ่งปรากฏในเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่ปารีสไปจนถึงนิวยอร์ค ในขณะที่ด้านในบรรจุภัณฑ์นั้นมีภาพพิมพ์สีน้ำที่โดดเด่นเป็นซิกเนเจอร์ของ อังเดร ซาไรวา เมื่อพูดถึงความร่วมมือครั้งนี้ อังเดร เล่าว่า “เมื่อ Glenfiddich ทาบทามให้ผม (และ Mr. A) มารังสรรค์ผลงานร่วมกัน ผมรู้สึกว่าเป็นการจับคู่ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เนื่องจากผมมีความหลงไหลและชื่นชอบวิสกี้อยู่แล้ว อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับประเทศฝรั่งเศส ดังนั้นผมจึงสามารถถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์อันมหาศาลที่ผมมี ผนวกกับแรงบันดาลใจที่ผมได้รับจากประวัติศาสตร์ ผู้คน และสภาพแวดล้อมของประเทศสกอตแลนด์”

ยูริ พิลคาเนน (Jyri Pylkkänen) แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Glenfiddich กล่าวว่า “การใช้ถังไวน์แดงบอร์โดซ์ทำให้ขั้นตอนการบ่มมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ เพราะถังบอร์โดซ์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องความอเนกประสงค์และคุณภาพที่เป็นเลิศ หลังจากผ่านการบ่มอย่างพิถีพิถันเป็นเวลาเก้าปีในถังดังกล่าว ผลผลิตที่ได้จึงแสดงให้เห็นถึงความมีเอกลักษณ์อันล้ำลึก โดยกรรมวิธีที่หายากนี้แนะนำองค์ประกอบที่น่าสนใจเข้ามาช่วยเสริมให้เอกลักษณ์เฉพาะของ Glenfiddich โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมมอบความสมดุลของกลิ่นโอ๊คที่เข้มข้นและวานิลลาอันบางเบา  ถึงแม้ว่าวิธีการนี้จะยังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและมูลค่าสะสมให้กับผู้ที่ชื่นชอบในงานฝีมืออันเป็นเลิศ”

Grand Château เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดใน Glenfiddich Grand Series ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ 4 รุ่นได้แก่ Grand Yozakura วิสกี้รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นอายุ 29 ปี ซึ่งเป็นซิงเกิลมอลต์สก็อตช์วิสกี้รุ่นแรกที่บรรจุในถังไม้โอวาโมริที่หายาก รวมถึงGrande Couronne สก็อตช์วิสกี้อายุ 26 ปีที่บ่มในถังไม้โอ๊คของอเมริกาและยุโรป และสิ้นสุดการบ่มในถังไม้คอนยัคฝรั่งเศสที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันนานถึง 2 ปี และ Grand Cru วิสกี้บ่ม 23 ปีในถังไม้โอ๊คของอเมริกาและยุโรป ที่จึงนำมากลั่นในถังไม้โอ๊ค French Cuvée และท้ายสุด Glenfiddich Gran Reserva วิสกี้ที่ผ่านการกลั่นอย่างประณีตมาเป็นเวลา 21 ปีในถังไม้โอ๊คของยุโรปและอเมริกา ก่อนจะนำมาบ่มครั้งสุดท้ายในถังเหล้ารัมแคริบเบียน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Glenfiddich Grand Château และข่าวสารอื่น ๆ โปรดติดตามที่ www.Glenfiddich.com หรือ @glenfiddichwhisky

เอส แอนด์ พี ต้อนรับเทศกาลกินเจ “อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มอร่อย”

เอส แอนด์ พี ต้อนรับเทศกาลเจ “อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มอร่อย” กับหลากหลายเมนูในเทศกาลเจ ทั้งเบเกอรี่ อาหาร และเครื่องดื่ม เลือกอร่อยกับอาหารเจยอดนิยม มากกว่า 25 เมนู ได้แก่ ข้าวผัดหนำเลี๊ยบ ทรงเครื่องเจ, ข้าว – แกงเผ็ดเป็ดย่างเจ, ผัดหมี่เบตงเต้าหู้เจ, เกี๊ยวซ่ากุ้งเจ และเสริมทัพความอร่อยด้วยเมนูใหม่ อาทิ เห็ดเข็มทอง -ยำมะม่วง, ข้าวซอยเห็ดเทมปุระ, เต้าหู้หมูพะโล้เห็ดหอมเจ สำหรับสายรักสุขภาพ ขอแนะนำ แซนวิชทูน่าข้าวโพดแพลนท์เบสเจ และผู้ที่ชื่นชอบเบเกอรี่ ปีนี้ เอส แอนด์ พี ส่งมอบความอิ่มใจ อิ่มอร่อย ผ่าน 8 เมนู ได้แก่ ขนมปังข้าวกล้องงอก, ขนมปังแครนเบอรี่ลูกเกดเจ, เค้กกล้วยหอมเจ, พายผักโขมเจ, พัฟเห็ดเจ, พัฟสับปะรด, พัฟเผือกแปะก๊วย และพายไก่เจ
พิเศษ! ซื้อ 1 ชุด แถม 1 จาน เมื่อสั่งผ่านดิลิเวอรี่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1344 และ www.snp1344.com อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มอร่อย ที่ได้ร้านเอส แอนด์ พีได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ตุลาคม 67 นี้

‘รักแฟนคนอื่นอยู่แน่นอก แล้วก็แย่งชิงสำเร็จด้วยสิ ใครกันนะ?? ต้องเช็กแล้ว!!’ ดวงรายสัปดาห์ 7-13 ตุลาคม 2567

‘รักแฟนคนอื่นอยู่แน่นอก แล้วก็แย่งชิงสำเร็จด้วยสิ’

ดวงรายสัปดาห์ 7-13 ตุลาคม 2567

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   สัปดาห์ต้นเดือนแบบนี้ เป็นไปได้ว่าชาวอาทิตย์จะเวิร์คหนักมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการเจรจาทุกประเภท ไม่ว่าจะติดต่อประสานงาน เจรจาต่อรอง หรือไกล่เกลี่ยรอมชอมในกรณีใดๆ โอกาสในการทำเงินทำทองของคุณมาถึงแล้ว คุณจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์รัวๆ  แล้วไม่ว่าคุณจะพูดอะไรต้องได้เงินได้ทองเท่านั้น แล้วทุกคนก็พร้อมจะเชื่อด้วยสิ

การเงิน  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณคิดถึงแต่หาเงินทองหนักมากเลย แล้วจากความรู้ ความสามารถของคุณก็ทำรายได้ให้งอกเงยได้ไม่ยากด้วย แต่ขณะเดียวกันเมื่อรายได้มาก รายจ่ายก็มากขึ้นตามลำดับ เป็นไปได้ว่าจะหมดไปกับการเดินทางท่องเที่ยว และการเข้าสังคม

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะให้เวลากับครอบครัวเป็นที่สอง แล้วให้เวลากับการทำงานเก็บเงิน  คนโสด  ก็เช่นกัน ความรักในช่วงสัปดาห์นี้ใครว่า ไม่มี แต่คาดว่าน่าจะกำลังแอบหลงรักเพื่อน แต่ยามนี้ขอเก็บไว้เงียบๆ คนเดียว ทำงานเก็บเงินรัวๆ ก่อนน้า…

สุขภาพ  :  จริงๆ คุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยกับใครง่ายๆ จึงมีโอกาสที่จะโหมงานหนักโดยไม่หลับไม่นอน รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากคุณพลาดจะถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้หากใครที่ต้องยืนหรือเดินนานๆ ต้องพักแล้วล่ะ เพราะมีความเสี่ยงที่จะปวดตั้งแต่สะโพกลงไป  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ชาวจันทร์สัปดาห์นี้ เป็นไปได้ว่าจะได้สวมบทนางสิงห์ลุยงานแบบไม่เกรงกลัวใครเลยล่ะ เพราะคุณมีโอกาสได้บุกเบิกงานหรือธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานเขียน นักประพันธ์ สื่อสารมวลชน นักประดิษฐ์ นักคิด มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง เพราะไหนจะผู้ใหญ่ส่งเสริมสนับสนุน ยังมีเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่เมตตาเป็นทุนเดิมอยู่ แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ การตัดสินใจเร็วแบบขาดสติ กับการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จากงานที่จะประสบความสำเร็จมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :  สัปดาห์นี้คุณใจถึงกับเรื่องการลงทุน การเสี่ยงโชคอย่างมาก ซึ่งเป็นไปได้ที่คุณจะโชคดีด้วยสิ จะอย่างไรก็ตามคุณก็ยังมีโอกาสที่จะเสียเงินดูแลผู้สูงอายุในบ้าน  

ความรัก  :   ก็มีโอกาสที่คุณจะกลับไปสู่อ้อมอกผู้ใหญ่อีกนะคะ แต่สัปดาห์นี้ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่เด็กหัวอ่อน ยอมให้ท่านแล้ว แต่จะหัวแข็ง ขออยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ ดีกว่า คนโสด  สำหรับใครที่กำลังหลงรักผู้ใหญ่ สัปดาห์นี้คุณพร้อมเปิดตัวแล้วล่ะ ส่วนจะได้ไปต่อหรือไม่ คุณก็ไม่แคร์ ขอแค่ให้ได้บอกความรู้สึกก็พอ

สุขภาพ  :  หากคุณกำลังโหมงานหนัก จนไม่ได้รับประทานอาหารตรงเวลา ต้องระวังโรคกระเพาะจะถามหา แล้วมีความเสี่ยงที่จะเป็นแบบรักษาไม่หายด้วย รวมถึงพวกโรคปวดขา ปวดเข่า ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณขาและหลัง หากใครเป็นอยู่ต้องระวังจะกลายเป็นโรคเรื้อรัง เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรใช้ร่างกายทำงานหนักเกิน  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    น่าจะเป็นสัปดาห์แห่งการเดินทางของชาวอังคารนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร โลจิสติกส์ เดลิเวอรี่ ไรเดอร์ ฯลฯ เป็นไปได้ว่าคุณจะได้เดินทางไปประชุม สัมมนา เทรนนิ่ง จนถึงขยายสาขาหรือธุรกิจ ยังต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ซึ่งคุณคาดหวังกับความสำเร็จในครั้งนี้มาก แต่ก็ควรทำใจไว้หน่อยว่า จะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ไม่ได้เลือก ไม่ถนัด หรือไม่ชอบ แต่ก็ต้องทำ เพราะติดที่ข้อตกลง สัญญา ทั้งที่เป็นเอกสารหรือสัญญาใจ

การเงิน  :  มีโอกาสได้เดินทางไปเจรจาธุรกิจและผลประโยชน์ที่ต่างแดน ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จด้วย แต่ที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งคือ ไม่ควรค้ำประกัน หรือเซ็นสัญญากู้เงินให้ใคร เพราะร้อยทั้งร้อย น่าจะเป็นมิจฉาชีพที่จะหลอกดูดเงินให้คุณรับผิดชอบใช้หนี้แทน  

ความรัก  :  อยากจะเป็นอิสระใจจะขาด แต่ก็ยังไม่สามารถนะคะ ยิ่งสัปดาห์นี้ดูเหมือนจะเพิ่มห่วงผูกคอเข้ามาอีก นอกจากนั้นยังต้องระวังบุคคลภายนอกที่ประสงค์ดี แต่หวังในทรัพย์และคู่ครองคุณนะคะ  คนโสด  มีโอกาสได้พบคนถูกใจระหว่างการเดินทาง แต่อย่างไรก็ตามแม้คุณอยากจะเริ่มต้นกับเขาเพียงไร แต่คาดว่ายังมีห่วงผูกขาผูกแขนคอยดึงคุณไว้ไม่ให้ไป

สุขภาพ  :   อวัยวะที่สำคัญอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รองลงมาคือ ตา พวกตระกูลต้อกำลังถามหาอยู่นะ นอกจากนั้นก็ยังมีปวดท้อง โรคกระเพาะ ที่จะสร้างความรบกวนใจ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน   :   สำหรับสัปดาห์ต้นเดือนแบบนี้ เห็นทีชาวพุธจะอยู่นิ่งไม่ไหวแล้ว เพราะมีโอกาสที่จะได้บุกเบิกงานใหม่ๆ หรือได้โอกาสใหม่ๆ ในการทำงานหรือดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานเขียน งานประพันธ์ นักคิด นักประดิษฐ์ ซึ่งจากทักษะความรู้ ความสามารถของคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ที่ยากคือ การแข่งขัน เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียว มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดการทะเลาะ ขัดแข้งขัดขากัน จากที่จะประสบความสำเร็จก็มีความเสี่ยงที่จะสะดุดหยุดลงกลางคัน  

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะสามารถสร้างรายได้ให้งอกเงยได้ แต่มีข้อแม้ว่าควรทำคนเดียว อย่าร่วมหุ้นลงทุนกับใคร แล้วก่อนจะลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่า มีผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุนหรือเปล่า

ความรัก  :  ต้องระวังนะคะ การอยู่ใกล้กันมากมีโอกาสที่จะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ง่ายมาก ซึ่งสัปดาห์นี้คาดว่าคุณจะอึดอัด ถึงขั้นสรรหาคำรุนแรงมาฟาดใส่กันอย่างไม่เคยมาก่อนเลย เพราะฉะนั้นควร มีมุมส่วนตัวของกันและกันบ้าง  คนโสด  เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้ความรักแน่นอกด้วยความอยากได้แฟนคนอื่นมาเป็นของตัวเอง แล้วกำลังพยายามทำให้สำเร็จด้วยสิ  

สุขภาพ  :  หากต้องเดินทางไปนอกสถานที่ ต้องระวังเรื่องความสะอาด ทั้งอาหาร ที่พัก และการใช้สถานที่สาธารณะ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะติดเชื้อซึ่งจะมีผลให้ร่างกายป่วยไข้ไม่สบาย ช่วงนี้โควิด ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดอยู่ ต้องระวัง

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของชาวพฤหัสก็ยังคงอยู่กับความหนักใจ ลำบากใจ อึดอัดใจ กับการถูกด้อยค่าจากหัวหน้างาน นอกจากนั้นมีโอกาสที่เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องที่รู้ใจจะชิงลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าอีก แต่อย่างไรก็ตามยิ่งคุณลุย แรง ไม่ยอมใครด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้ถูกกลั่นแกล้งหนักขึ้นอีก มีโอกาสที่จะกลายเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ หรือต้องรับงานหรือธุรกิจที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้

การเงิน  :  มีโอกาสที่จะเสียเงินจากคนใกล้ชิดโดยไม่คาดคิดมาก่อน แต่อย่างไรก็แล้วแต่คุณสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ไม่ยาก เป็นไปได้ว่าจะได้เงินจากการเสี่ยง

ความรัก  :  หากใครที่กำลังโหยหาเวลาและความสนใจจากคู่ครองและบุตรธิดาอยู่ สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยเป็นฝ่ายนั่งรอกลายเป็นเดินเข้าหา แล้วก็สมหวังด้วยสิ คนโสด มีโอกาสที่ความรักเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะไม่น่าได้ไปต่อแล้วล่ะ เพราะสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้พบกับคนรักที่แท้ทรูกว่า

สุขภาพ   :   ต้องระวังระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย และต่อมไร้ท่อต่างๆ จะมีปัญหา ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภูมิต้านทานบกพร่อง เลือด และน้ำเหลืองไม่ดี นอกจากนั้นหากใครมีปัญหาเรื่องสมอง และหัวใจอยู่เดิม ก็ระวังจะกำเริบ

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ต้นเดือนของชาวศุกร์ก็ยังพอไปได้เรื่อยๆ นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน อาคารสำนักงาน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ช่วงนี้มีโอกาสได้ใช้ความสามารถทางด้านการติดต่อประสานงาน บริหารจัดการ และให้บริการในการแนะนำปรึกษา เป็นไปได้ว่าคุณจะขยันอย่างน่าแปลกใจเลยล่ะ มีความคิดเห็นเป็นของตัวเองชัดเจน ทางที่ดีอย่าใจร้อน ใช้สติให้มากกว่าอารมณ์ เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายๆ

การเงิน  :  มีโอกาสได้ลาภลอย ประมาณถูกหวย รวยหุ้น ได้รับมรดก และเป็นไปได้ว่าจะมาในรูปของบ้าน ที่ดิน คอนโดฯ ด้วยสิ

ความรัก :   สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าอารมณ์ของคุณจะมั่นคงขึ้น โดยจะใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน การสร้างรายได้ แต่อย่างไรก็ตามความโรแมนติกก็ยังมีอยู่  คนโสด  สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะวาดฝันถึงความรักไว้สวยหรูว่า จะช่วยกันทำงานเก็บเงินสร้างครอบครัว แต่ก็ระวังคุณอาจคิดคนเดียว เพราะอีกฝ่ายยังไม่ขยับ

สุขภาพ  :   ควรระวังโรคหัวใจทุกประเภท เช่น ไขมันอุดตัน และ เส้นเลือดตีบ/ตัน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้ นอกจากนั้นยังต้องระวังระบบต่อมน้ำเหลืองด้วย  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เป็นสัปดาห์ที่เหนื่อยอีกหนึ่งสัปดาห์ของชาวเสาร์เลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน สื่อมวลชน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ วงการบันเทิง นักร้องนักแสดง เป็นไปได้ว่าคุณจะต้องใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเทคนิคและแทกติกเฉพาะตัวค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นอย่างบ้าคลั่ง จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขัดแย้งทางความคิดสูงมาก จนถึงขั้นงานหรือธุรกิจสะดุดหยุดลงกลางคัน  

การเงิน  :  คุณมีโอกาสได้รับลาภลอย หรือมรดก รวมถึงผลประโยชน์ทางด้านการลงทุนด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใดควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนลงทุนเพิ่มนะคะ

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจ หึงหวงคู่ครองจนออกนอกหน้า แต่ผลที่เกิดขึ้นคือความเสี่ยงที่จะปะทะกันด้วยคำพูด ถึงขั้นที่ใช้คำพูดก้าวล่วงแบบไม่ให้เกียรติกันเลย คนโสด  เสน่ห์จะนำภัยมาสู่คุณ เพราะเป็นไปได้ว่าคนๆ นั้นจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณ  

 สุขภาพ   :  มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน เช่น ถูกของมีคมหรือของแหลมบาด หรือจากการขับขี่รถยนต์ จึงควรใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท

ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นในราคาสุดคุ้ม โดดเด่นทั้งรสชาติและวัตถุดิบพรีเมียมบน โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางสุขุมวิท

ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นในราคาสุดคุ้ม โดดเด่นทั้งรสชาติและวัตถุดิบพรีเมียมบน โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางสุขุมวิท

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ว้าวจนต้องมาป้ายยากับอาหารญี่ปุ่นที่เริ่มต้นต่อคำราคาหลักสิบ สั่งเป็นจานก็เริ่มหลักร้อยต้นๆ แถมอร่อยมากที่สำคัญอยู่บน โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางสุขุมวิท ซึ่งร้านไม่ลับนี้เกิดขึ้นจาก โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท ที่ร่วมกับร้านซูชินะ (SushiNa) ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ เปิดตัว “Taste of Japan by SushiNa at Market Café” ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Pop-up Restaurant นำเสนอประสบการณ์ทานอาหารญี่ปุ่นรสชาติโดดเด่นจากวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาสุดคุ้ม บนโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวใจกลางสุขุมวิท

เพลิดเพลินกับเมนูอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดงบุริ ซาชิมิ หรือซูชิที่เริ่มต้นเพียงคำละ 40++ บาท
พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูซิกเนเจอร์ของร้านซูชินะ อย่างฟูจิซัง (เมนูข้าวหน้าปลาดิบรวมภูเขาไฟ) ที่ทางร้านได้นำเอาปลา
ดิบชั้นดี คุณภาพสดใหม่ มาประกอบรวมกันเป็นภูเขา จัดเต็มทั้งแซลมอน ทูน่า ปูอัด อิซุมิได ปลาหมึก ทาโกะ ซาบะด
อง ไข่หวาน แตงกวาญี่ปุ่น ไข่กุ้ง และข้าวซูชิที่เหมาะสำหรับ 2-3 ท่าน

นอกจากเมนูปลาดิบแล้ว แฟนคลับอุนางิหรือปลาไหลสไตล์ญี่ปุ่นพลาดไม่ได้กับเมนูซูชิปลาไหลญี่ปุ่นเต็มตัว ที่ใช้ปลาไหลพันธุ์ญี่ปุ่นชิ้นใหญ่เฉพาะ เนื้อแน่นอร่อยเต็มคำ และเมนูต้องลองอย่างข้าวหน้าเนื้อภูเขาลาวาขนาดจุใจ ที่ใช้ US Angus เนื้อนุ่มหอมซอสงาสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมด้วยเมนูยำรสจัดจ้านแบบไทยๆ จากน้ำยำสูตรเฉพาะของร้านซูชินะ เมนูอาหารแนะนำ อาทิ ข้าวหน้าปลาดิบรวมภูเขาไฟ (ฟูจิซัง 790++ บาท), ซูชิปลาไหลญี่ปุ่นเต็มตัว ()590++ บาท, ข้าวหน้าเนื้อภูเขาลาวา (490++ บาท), แซลมอนภูเขาไฟโรล (300++ บาท), ปลาดิบรวม 8 อย่าง (890++ บาท) ราคาน่ารักมากหลักร้อยบนโรงแรมใจกลางสุขุมวิท

aste of Japan by SushiNa at Market Café เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 22.00 น. ที่ห้องอาหาร มาร์เก็ต คาเฟ่ ชั้น 4 ของโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท พร้อมการเดินทางที่สะดวกสบาย มีทางเชื่อมโดยตรงจากโรงแรมถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส นานา (ทางออก 3) สามารถสำรองโต๊ะที่เบอร์ 02 098 1234 หรือ LINE OA @hyattregencybkk


ท่องโลกความงามกับ Officine Universelle Buly แบรนด์น้ำหอม เครื่องหอม สกินแคร์ และบิวตี้แอคเซสเซอรีจากฝรั่งเศส

ท่องโลกความงามกับ Officine Universelle Buly แบรนด์น้ำหอม สกินแคร์ และบิวตี้แอคเซสเซอรีจากฝรั่งเศส

Officine Universelle Buly (ออฟฟิซีน ยูนิเวอร์แซล บูลี) แบรนด์น้ำหอม เครื่องหอม สกินแคร์ และบิวตี้แอคเซสเซอรีจากฝรั่งเศส พาเปิดประตูท่องโลกแห่งกาลเวลา สัมผัสประสบการณ์ความงามที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผ่านการคัดสรรมาเพื่อผู้ที่หลงใหลในการมอบความรักและการดูแลตนเองในแบบฉบับที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น Natural Beauty คอลเล็คชั่นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่นำเอาเคล็ดลับความงามสูตรดั้งเดิมมาผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ Traveller’s Beauty Kits ชุดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสำหรับทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ระยะสั้นหรือระยะยาว ก็พร้อมเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกการผจญภัย The French Gardens คอลเล็คชั่นผลิตภัณฑ์น้ำหอมและบอดี้แคร์จากสวนผักและผลไม้ รวมถึง The Fragrant Trio เซ็ตน้ำหอมสูตรน้ำขนาดพกพา ให้คุณได้ค้นหาคนที่ใช่ของกายและใจ

สัมผัสประสบการณ์ความงามที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้จบที่ Officine Universelle Buly เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G และ LINE OA @buly1803th