SMTR25

ก้าวสำคัญก่อนเดบิวต์! SMTR25 ปักหมุดแลนดิ้งกรุงเทพฯ 30 พ.ค.นี้

เตรียมสัมผัสพลัง 15 หนุ่ม SMTR25 ในแฟนมีตติ้งปิดท้ายทัวร์ที่ไทย โอกาสสุดท้ายที่จะได้ใกล้ชิดก่อนเดบิวต์อย่างเป็นทางการ

SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ทีมเด็กฝึกชายจาก SM ENTERTAINMENT ประสบความสำเร็จอย่างงดงามพร้อมก้าวเข้าใกล้ความฝันการเดบิวต์อีกหนึ่งขั้น กับการเริ่มต้นทัวร์แฟนมีตติ้งอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศเกาหลีใต้ ในงาน ‘Reply High School’ Fan Meeting Tour – Graduation Trip in SEOUL ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-3 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ความร้อนแรงของ SMTR25 ถูกตอกย้ำด้วยสถิติที่มีผู้เข้าคิวรอซื้อบัตรพร้อมกันสูงสุดถึง 74,000 คน ในตอนเปิดจอง ส่งผลให้บัตร 2 รอบแรกของการแสดงที่กรุงโซลจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว และด้วยกระแสเรียกร้องที่ถล่มทลายของแฟน ๆ จึงเปิดเพิ่มอีก 1 รอบ รวมแล้วบัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยง (SOLD OUT) ทั้ง 3 รอบ พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งแม้จะยังไม่ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการ โดยพวกเขาได้สะกดใจผู้ชมด้วยพลังและความทะเยอทะยานผ่านการแสดงที่เปี่ยมไปตลอดทั้ง 3 วัน

SMTR25 คือ ทีมเด็กฝึกชายหลากหลายสัญชาติที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโชว์ฉลองครบรอบ 30 ปีของ SM ENTERTAINMENT ในคอนเสิร์ต ‘SMTOWN LIVE 2025’ เมื่อมกราคมปีที่ผ่านมา ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 15 คน ได้แก่ HANBI (ฮันบิ), SONGHA (ซงฮา), DANIEL (แดเนียล), HYUNJUN (ฮยอนจุน), HAMIN (ฮามิน), JAEWON (แจวอน), WOOLIN (อูลิน), NICHOLAS (นิโคลัส), KASSHO (คัสโช), JUSTIN (จัสติน), HARUTA (ฮารุตะ), SADAHARU (ซาดาฮารุ) และ 3 เด็กฝึกมากความสามารถจากประเทศไทย CHARLIE (ชาร์ลี), KACHIN (คชิน) และ TATA (ตาต้า)

ไฮไลต์สำคัญของงานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้ คือ การจำลองบรรยากาศจากรายการเรียลลิตี้ ‘Reply High School’ โดยเหล่าสมาชิก SMTR25 ได้สิ้นสุดชีวิตในโรงเรียนสมมติ ‘โรงเรียนมัธยมปลาย WOOJEONG’ และออกเดินทางร่วมทริปจบการศึกษาด้วยกัน ภายในงานพวกเขาได้มอบโชว์สุดพิเศษอย่างการแสดงคัฟเวอร์เพลง Into The New World) ของ Girls’ Generation และเพลงฮิตอื่น ๆ ของรุ่นพี่ร่วมค่าย รวมถึงการแสดงเพลง We Goเพลงประกอบรายการ สร้างความสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังแต่งแต้มรอยยิ้มผ่านช่วงเกมและทอล์กโชว์ที่เผยให้เห็นเสน่ห์เฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคน นอกจากนี้ ยังได้แสดงความรักอย่างใกล้ชิดด้วยการเดินลงจากเวทีมาทักทายแฟน ๆ อย่างทั่วถึงทุกโซนที่นั่ง และช่วง Hi-Bye หลังจบการแสดง

หลังสร้างปรากฏการณ์บัตรหมดเกลี้ยงที่โซล SMTR25 มีกำหนดการเดินทางไปพบกับแฟน ๆ ในต่างประเทศ โดยจะเริ่มที่ มาเก๊า (15-17 พฤษภาคม), โยโกฮาม่า (24 พฤษภาคม) และปิดท้ายทัวร์สุดประทับใจที่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้

ล่าสุด SMTR25 ได้ฝากคำทักทายถึงแฟนคลับชาวไทยผ่านคลิปวิดีโอที่ส่งตรงมาจากเกาหลี โดยพวกเขากล่าวว่า “ครั้งที่แล้วตอนคอนเสิร์ต SMTOWN LIVE 2025 ที่กรุงเทพฯ พวกเราได้เจอกับแฟน ๆ ชาวไทยมาแล้ว และครั้งนี้จะเป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่พวกเราจะได้กลับไปประเทศไทยอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราจะได้มาเจอกับแฟน ๆ แบบใกล้ชิดและสื่อสารกันต่อหน้าแบบนี้ เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ครับ” ก่อนทิ้งท้ายอ้อนแฟน ๆ ให้เตรียมเก็บกระเป๋าเดินทางให้พร้อม แล้วมาสร้างความทรงจำร่วมกับพวกเขาในทริปจบการศึกษาครั้งนี้

ห้ามพลาด ! โอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ SMTR25 ก่อนเดบิวต์อย่างเป็นทางการ เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ !! ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/GraduationTrip_in_BANGKOK บัตรนั่งราคา 5,500 / 4,500 / 3,500 / 2,500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อบัตร

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมของคอนเสิร์ตได้ทางบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ SM True : เฟซบุ๊ก facebook.com/smtruethailand, อินสตาแกรม instagram.com/smtruethailand, เอ็กซ์ x.com/SMTrueThailand และ ติ๊กต๊อก tiktok.com/@smtruethailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อบัตรได้ทาง Counter Service : อีเมล [email protected] และไลน์ออฟฟิเชียล @counterservice

"ชมพู่ อารยา"

การเลี้ยงลูกแบบ “ชมพู่ อารยา” ชีวิตคือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง

สำหรับการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของ “ชมพู่ อารยา” สิ่งที่น่าสนใจและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คุณแม่หลายคน ไม่ใช่แค่ความน่ารักของ “น้องเกล” แต่คือปรัชญาการเลี้ยงดูที่เชื่อว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง” ซึ่งเป็นการสร้างทักษะสมองที่ลึกซึ้งกว่าการอ่านตำรา

ถ้าพูดถึงเด็กหญิงที่สามารถกุมหัวใจชาวโซเชียลได้มากที่สุดในนาทีนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “น้องเกล-แอบิเกล รังสีสิงห์พิพัฒน์” ลูกสาวคนเล็กแห่งบ้านรังสีสิงห์พิพัฒน์ ผู้ที่มาพร้อมความสดใสและพลังบวก แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น หากมองให้ลึกลงไป เราจะพบการเลี้ยงลูกที่น่าสนใจของคุณแม่ระดับไอคอน คุณชมพู่-อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต ที่เลือกนิยามความสำเร็จของลูกผ่านการปล่อยให้เขา “เติบโตไปพร้อมกับโลกความจริง”

ในงาน Alpha Skills Summit & Expo 2026 คุณชมพู่-อารยา และ น้องแอบิเกล ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คู่แม่ลูกและผู้บริโภคตัวจริงของ เอนฟาโกรเอพลัส มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงดู ‘น้องแอบิเกล’ พร้อมร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีสกิล EF

“ชมเชื่อว่า EF เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนผ่านกิจกรรมง่ายๆ ในบ้านเป็นประจำอย่างการให้น้องเกลช่วยกวาดพื้น หรือทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆเขาจะได้ฝึกจำขั้นตอน (Working Memory) และต้องใจจดใจจ่อทำงานให้เสร็จ (Inhibitory Control) สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่เข้าไปช่วยลูกเร็วเกินไปเวลาเขาเจออุปสรรค ต้องปล่อยให้เขาพยายามจนสุดทางก่อนเพื่อให้เขาเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นอีกทางเพื่อสร้างให้เขารู้จักคิดยืดหยุ่นผ่านการแก้ปัญหาต่างๆ (Cognitive
Flexibility)”

“ในฐานะแม่ชมเลือกมาเยอะและศึกษามาดีแล้วค่ะ ชมเสริมโภชนาการที่มี MFGMให้เกลเป็นประจำเพราะเชื่อว่าพื้นฐานร่างกายและสมองที่แข็งแรงจากการได้รับสารอาหารที่มีงานวิจัยรองรับ จะช่วยส่งเสริมให้เขามีทักษะ EF ที่ดีเติบโตไปสู่ความสำเร็จในแบบที่เขาต้องการในโลกปัจจุบันที่มีความท้าทายใหม่ๆรอบด้านนี้ค่ะ”

อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญในแบบฉบับของแม่ชม คือการเปิดพื้นที่ให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง (Experiential Learning) โดยมีคุณแม่ทำหน้าที่เป็น Curators ผู้คัดสรรพื้นฐานที่ดีที่สุดไว้ให้ ทั้งในแง่ของสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้นหาตัวตน และโภชนาการที่เน้นการเสริมสร้างทักษะสมอง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกก้าวที่ลูกลเติบโต จะเป็นย่างก้าวที่มั่นคงและพร้อมรับมือกับอนาคตได้อย่างดี

WDA ซิงเกิลใหม่จาก aespa feat. G-DRAGON ก่อนคัมแบ็ก

aespa ปล่อยซิงเกิลพรี-รีลิส ‘WDA (Whole Different Animal)’ ที่ร่วมร้องโดย G-DRAGON ออกมาให้รับฟังกันล่วงหน้าผ่านทางแพลตฟอร์มสตรีมมิงต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อยกระดับความตื่นเต้นก่อนการคัมแบ็กพร้อมอัลบั้มเต็มชุดที่สอง ‘LEMONADE’ ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้


‘WDA (Whole Different Animal)’ คือซิงเกิลพรี-รีลิสและหนึ่งในดับเบิลไตเติลจากอัลบั้มเต็มชุดที่สอง ‘LEMONADE’ ของ aespa โดยเป็นเพลงแดนซ์แนวฮิปฮอปที่มีเสียงเบสสังเคราะห์สุดอลังการและท่อนฮุกที่หนักหน่วง ทำให้รู้สึกถึงความทรงพลังอย่างเหนือชั้น เพลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งสัญญาณแห่งบทใหม่ของโลกทัศน์ผ่านเนื้อเพลงที่สะท้อนถึงการเติบโตของ aespa ที่แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมพลังอันร้อนแรงกับ G-DRAGON ที่มาร่วมร้องและโชว์ฝีมือแต่งท่อนแรปของตัวเองอีกด้วย
นอกจากนี้ มิวสิกวิดีโอเพลง ‘WDA (Whole Different Animal)’ ยังนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงกับดิจิทัลเริ่มเลือนรางจนไม่อาจพิสูจน์ ‘ความแท้จริง’ ได้อีกต่อไป โดยจะมีการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตที่สวมใบหน้าของ aespa แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ aespa ตัวจริง ท่ามกลางความวุ่นวายและความขัดแย้งนี้ จะเผยให้เห็นภาพของ aespa ที่ท้ายที่สุดแล้วก็สามารถก้าวข้ามรอยแยก (Complaexity) ด้วยตัวเอง และพิสูจน์การมีอยู่จริงของพวกเธอได้อีกครั้ง


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง aespa ถือเป็นวงที่มีตัวตนเสมือนจริงที่เรียกว่า ae-aespa (อาย เอสป้า) เป็นแกนหลักของโลกทัศน์มาตั้งแต่เดบิวต์ พร้อมสร้างเรื่องราวที่ตัวตนแท้จริงและตัวตนดิจิทัลอยู่ร่วมกัน ดังนั้น มิวสิกวิดีโอนี้จึงมีการกำกับที่ถ่ายทอดบรรยากาศอันน่าหวั่นใจของยุคที่ภาพที่คุ้นเคยถูกทำซ้ำและบริโภคอย่างไม่รู้จบ เพื่อให้ผู้ชมเผชิญหน้ากับคำถามที่ว่า “อะไรคือความจริง ?” ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เส้นแบ่งระหว่างต้นฉบับกับสำเนา รวมถึงความเป็นจริงกับความเสมือนจริงนั้นเลือนรางไป
ทั้งนี้ อัลบั้มเต็มชุดที่สอง ‘LEMONADE’ ของ aespa ประกอบด้วยหนึ่งในดับเบิลไตเติลที่ปล่อยออกมาล่วงหน้าอย่าง ‘WDA (Whole Different Animal)’ และเพลงอื่น ๆ อีกหลากหลายแนว รวมทั้งหมด 10 เพลง ซึ่งมีกำหนดปล่อยในวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 เวลา 11:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

FACES BY BJORN: BANGKOK +66 เรื่องราวของเมือง ผ่านผู้คนที่ขับเคลื่อน

ในเมืองที่ทุกการเคลื่อนไหวคือจังหวะชีวิต และทุกการเชื่อมโยงคือพลังที่ขับเคลื่อน Faces by Bjorn: Bangkok +66 ชวนมองกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ที่ไม่ใช่ผ่านแลนด์มาร์ก แต่ผ่าน “ผู้คน” ที่ทำให้เมืองนี้มีความหมาย

นิทรรศการโดย Bjorn Michael ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และแฟชั่นโฟโต้กราฟเฟอร์ชาวฟิลิปปินส์ เปิดตัวบทแรกของซีรีส์ภาพถ่ายพอร์ตเทรตทั่วเอเชีย ที่ถ่ายทอดตัวตนของแต่ละเมืองผ่านบุคคลที่อาศัย สำหรับกรุงเทพฯ โปรเจกต์นี้ถูกตีความผ่าน “+66” กับภาพพอร์ตเทรตขาวดำจำนวน 66 ภาพ ที่จับจ้อง “ตัวตน” ของแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ครีเอทีฟ บุคคลในแวดวงวัฒนธรรม ไปจนถึงผู้คนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวในแบบของตัวเอง

นิทรรศการจัดแสดงที่ TOWNHOUSE Space ระหว่างวันที่ 1 – 28 พฤษภาคม 2569 เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้สัมผัสกรุงเทพฯ ในแบบที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

แม้จะมีรากฐานจากโลกแฟชั่น แต่งานของ Bjorn กลับถอยห่างจากความสมบูรณ์แบบที่ถูกขัดเกลา สู่บางสิ่งที่ “จริง” และ “สัมผัสได้” โดยการตัดสีออกจากภาพ ทำให้แต่ละพอร์ตเทรตเต็มไปด้วยพลังเงียบที่ ไม่ได้พูดถึงความเพอร์เฟกต์ แต่คือ “การมีอยู่” ที่ถ่ายทอดผ่านภาพนิ่งสงบสลับกับความสั่นไหวเล็กน้อย สะท้อนจังหวะและความขัดแย้งของกรุงเทพฯ ได้อย่างเฉียบคม

สำหรับ Bjorn กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่โลเคชัน แต่คือ “จุดเปลี่ยน” โดยกล่าวว่า “สำหรับผม พอร์ตเทรตไม่เคยเป็นแค่แฟชั่นหรือความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันอยู่ระหว่างสองสิ่งนั้น ซึ่งมันไม่ใช่แค่สิ่งที่เราเห็น แต่คือการมีอยู่ในช่วงเวลานั้น ที่กรุงเทพฯ ผมค้นพบทั้งความแข็งแรงที่เงียบงัน และความอ่อนโยนในตัวผู้คน ซึ่งเปลี่ยนวิธีที่ผมมองโลก Faces by Bjorn: +66 คือการเก็บรักษาความรู้สึกนั้นไว้ ซึ่งทุกภาพคือการสำรวจตัวตน อัตลักษณ์ และความงดงามของการ ‘ถูกมองเห็น’”

Bjorn Michael ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และแฟชั่นโฟโต้กราฟเฟอร์

ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมแฟชั่น รวมถึงบทบาทครีเอทีฟไดเรกเตอร์สายดิจิทัลให้กับหนึ่งในกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ของฟิลิปปินส์ งานของ Bjorn ในวันนี้จึงสะท้อนทิศทางที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ขับเคลื่อนด้วยผู้คนและสถานที่ที่เขาได้พบเจอ

Bangkok +66 ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในชีวิตของเขา โดยถือเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีของการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ซึ่งจังหวะของเมือง ทั้งความเร่งรีบ ความนิ่ง และความหลากหลายของผู้คน ได้เปลี่ยนทั้งมุมมองและวิธีการถ่ายภาพของเขาไปโดยสิ้นเชิง

ทุกใบหน้าจึงไม่ใช่แค่ “บุคคล” แต่เป็นชิ้นส่วนของภาพรวมของเมือง เป็นภาพสะท้อนของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

ซีรีส์ Faces by Bjorn จะเดินทางต่อไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วเอเชีย ได้แก่ มะนิลา (+63) โตเกียว (+81) โซล (+82) และเซี่ยงไฮ้ (+86) เพื่อสร้างคลังภาพของเมืองผ่าน “ผู้คน” อย่างต่อเนื่อง

แต่ทุกอย่างเริ่มต้นที่นี่ 

กรุงเทพฯ +66

รายละเอียดนิทรรศการ

Faces by Bjorn: Bangkok +66
วันที่: 1 – 28 พฤษภาคม 2569
เวลา: วันจันทร์ – เสาร์ 10.00 – 16.00 น.
สถานที่: TOWNHOUSE Space


พระเอกซีรีส์จีน

จากจอซีรีส์สู่ Front Row ทำไมแบรนด์ลักชัวรี่ถึงหลงรัก พระเอกซีรีส์จีน

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการแฟชั่นลักชัวรี่กำลังเกิดปรากฏการณ์ใหม่ เมื่อเหล่าพระเอกซีรีส์จีนกลายเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญของแบรนด์ระดับโลก ตั้งแต่ Zhang Linghe, Song Weilong ไปจนถึง Dylan Wang ต่างพาเหรดขึ้นแท่นเป็น Global Ambassador ของแฟชั่นเฮาส์และแบรนด์จิเวลรี่ชั้นนำมากมาย

จากจอซีรีส์สู่ Front Row ทำไมแบรนด์ลักชัวรี่ถึงหลงรัก พระเอกซีรีส์จีน

สิ่งที่ทำให้เหล่านักแสดงจีนยุคใหม่แตกต่าง คือภาพลักษณ์ที่ผสมกันระหว่างความละมุนแบบพระเอกเอเชีย กับเสน่ห์แฟชั่นร่วมสมัยที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย แบรนด์จึงไม่ได้มองพวกเขาแค่ในฐานะ “คนดัง” แต่คือผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางยอดขายและไวรัลบนโซเชียลได้ทันทีหลังเปิดตัวแคมเปญ

จางหลิงเฮ่อ “พระเอกสาย Gentle Luxury คนใหม่ของ Gucci และ Bvlgari”

หลังซีรีส์ Pursuit of Jade กลายเป็นกระแสทั่วเอเชีย ชื่อของ Zhang Linghe ก็ถูกจับตามองในฐานะพระเอกจีนรุ่นใหม่ที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2026 เขามีลุคที่ทั้งสุขุม เรียบหรู ดูมีคลาสแบบที่แบรนด์ลักชัวรี่ชื่นชอบ

ปัจจุบันเขาเป็น Brand Ambassador ให้กับแบรนด์ลักชัวรี่หรู อย่าง Gucci, Bvlgari, Chopard, Roger Vivier และ Puma โดยเฉพาะแคมเปญ Gucci Paparazzo ที่ปล่อยออกมาเมื่อต้นปี ยิ่งตอกย้ำภาพของเขาในฐานะ new luxury face ของวงการแฟชั่นจีน

ซ่งเวยหลง “Visual ระดับพระเอกที่แบรนด์จิเวลรี่หลงรัก”

อีกคนที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ Song Weilong (ซ่งเวยหลง) นักแสดงหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องหล่อแบบพระเอกเหนือกาลเวลา ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูสุขุมและ เนี๊ยบ ทำให้เขาเข้ากับแบรนด์นาฬิกาและจิเวลรี่ได้อย่างลงตัว

ปัจจุบันเขาร่วมงานกับทั้ง Gucci, Omega, Mikimoto และ Guerlain โดยเฉพาะการปรากฏตัวในงานเปิดบูติก Mikimoto ที่สิงคโปร์ ซึ่งกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลทันทีหลังงานจบ

หวัง เฮ่อตี้ “Bad Boy Charisma ที่ Louis Vuitton เลือก”

ถ้าพูดถึงนักแสดงจีนที่มีอิทธิพลด้านแฟชั่นระดับ global ชื่อของ Dylan Wang หรือ หวัง เฮ่อตี้ ยังติดอันดับต้นๆ เสมอ จากภาพลักษณ์ bad boy ที่ดูแฟชั่นจัดแต่ยังดูเฟรนด์ลี่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของแบรนด์ระดับโลก

ปัจจุบันเขาเป็น Brand Ambassador ของ Louis Vuitton และยังร่วมงานกับ Guerlain อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับเชิญไปนั่งฟรอนต์โรว์ ในแฟชั่นวีคหลายครั้ง นอกจากนี้ยังได้เป็น Global Face ของ Adidas Originals, Global Representative ของ Fenty Beauty และ Global Brand Ambassador ของ Bose

เมื่อ “แฟนคลับ” กลายเป็นพลังซื้อแห่งวงการลักชัวรี่

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่แบรนด์ระดับโลกหันมาให้ความสำคัญกับนักแสดงจีน คืออิทธิพลของแฟนคลับจีนที่สามารถสร้างยอดขายได้มหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่ยังคงเป็นฐานลูกค้าหลักของอุตสาหกรรมลักชัวรี่

ทุกวันนี้การมีนักแสดงจีนเป็นแอมบาสเดอร์ ไม่ได้หมายถึงแค่การได้ภาพลักษณ์ที่ดูดี แต่ยังหมายถึง ยอดเอนเกจ, การสร้างกระแสให้แบรนด์ และ การร้างแรงกระเพื่อมด้านยอดขาย ที่จับต้องได้จริง จนทำให้ C-Drama stars กลายเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมตลาดลักชัวรี่ยุคปัจจุบันไปแล้ว


POP MART

POP MART ฉลอง 9 ปี DIMOO ด้วยอีเวนต์ระดับโลก พร้อมเซอร์ไพรส์รุ่นลิมิเต็ด

POP MART THAILAND ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 9 ปีของคาแรคเตอร์สุดฮอต DIMOO ผ่านอีเวนต์ “DIMOO HAPPY 9TH ANNIVERSARY” ที่เนรมิตพื้นที่ Atrium 1 และ Atrium 2 ของ Siam Center ให้กลายเป็น “Dreamland Forest” หรือป่าแห่งดินแดนความฝัน ระหว่างวันที่ 8 – 17 พฤษภาคม 2569 ถ่ายทอดโลกจินตนาการอันอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหมายของ DIMOO พร้อมเปิดตัวคอลเล็คชั่นพิเศษ “DIMOO THAILAND LIMITED EDITION” ที่มีเฉพาะประเทศไทยเป็นครั้งแรกของโลก

POP MART ฉลอง 9 ปี DIMOO ด้วยอีเวนต์ระดับโลก พร้อมเซอร์ไพรส์รุ่นลิมิเต็ด

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา DIMOO ไม่ได้เป็นเพียงคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์น่ารักเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นตัวแทนของ “ความรู้สึก” ที่เติบโตไปพร้อมผู้คนทั่วโลก และในปีนี้ DIMOO ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในคอนเซ็ปต์ “The Protector” หรือผู้ปกป้องความฝันและความรู้สึก สะท้อนผ่านแนวคิดสำคัญทั้ง Connection, Comforting, Dreamscape และ Always By Your Side

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว DIMOO Thailand Limited Edition อย่าง “DIMOO PUPPY TOTO” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนัขไทยหลังอาน สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และการปกป้อง ก่อนนำมาตีความใหม่ผ่านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ DIMOO ขณะเดียวกันยังมี Pop-up Limited อย่าง “DIMOO ELEPHANT MOMO” ที่หยิบแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมคลาสสิก The Story of Babar ถ่ายทอดเรื่องราวของการเติบโต การเรียนรู้ และการค้นหาตัวตน ผ่านภาพลักษณ์เรียบง่ายแต่อบอุ่น รวมถึง “DIMOO Guardian of Love Figurine” ดีไซน์ DIMOO ที่กำลังกอดลูกสุนัขตัวเล็กไว้อย่างอ่อนโยน สื่อถึงความรักในรูปแบบของการปกป้องได้อย่างน่าประทับใจ

ภายในงานยังถูกออกแบบให้เป็นโลกแห่งการผจญภัยของ DIMOO และผองเพื่อน โดยมี “Dreamland Forest” เป็นเสมือนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความฝัน พร้อมกิจกรรมและมุมถ่ายภาพที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแฟนตาซี โดยเฉพาะ “DIMOO PUPPY TOTO BIG BALLOON” บอลลูนขนาดยักษ์สูงกว่า 7 เมตร ซึ่งถือเป็น Fluffy Big Balloon ครั้งแรกของโลก ด้วยดีไซน์ขนฟูนุ่มสุดน่ารักที่ช่วยเติมสีสันให้พื้นที่ทั้งหมดดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น รายล้อมด้วย DIMOO Big Figure Installation ที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณงาน

อีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษคือการเดินทางมาร่วมงานของ AYAN DENG ศิลปินเจ้าของคาแรคเตอร์ DIMOO ที่มาพบปะแฟน ๆ ชาวไทย พร้อมแบ่งปันแรงบันดาลใจเบื้องหลังการสร้างสรรค์โลกของ DIMOO ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึง Fansign ภายในงาน

นอกจากนี้ ภายในโซนช้อปปิ้งยังรวบรวมไอเท็มหายากและคอลเล็คชั้นสุดพิเศษไว้แบบจัดเต็ม ทั้ง Thailand Limited Collection, Pop-up Limited Collection, New Collection รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ยอดฮิตที่เหล่านักสะสมต่างตามหา

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและแรงบันดาลใจ งานครั้งนี้ยังมีเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็น ชัยกมล เสริมส่งวิทยะ, ปภาวดี ชาญสมอน, กัญญาพัชร ศรีอุดม และ ญดา นริลญา ที่มาร่วมเฉลิมฉลองโมเมนต์สำคัญครั้งนี้ ท่ามกลางแฟน ๆ ชาวป๊อปที่มาร่วมแบ่งปันความสุขกันอย่างคึกคักตลอดงาน


แสนสิริ

แสนสิริ ชวน 2 พาร์ทเนอร์ใหญ่ เปิดตัว Sticker Collaboration ในแคมเปญ “Behind The Design: Peace in Pieces”

แสนสิริ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการออกแบบ (Design Leader) เปิดตัว Collaboration Sticker Collection สุดพิเศษ ภายใต้แคมเปญ “Behind The Design: Peace in Pieces” ร่วมกับ 2 พาร์ทเนอร์ใหญ่ด้านการอยู่อาศัยอย่าง Nippon Paint ผู้นำด้านนวัตกรรมสีระดับโลก และ SB Design Square แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทย สร้างปรากฏการณ์และยกระดับรูปแบบการเล่าเรื่องบ้านและองค์ประกอบการอยู่อาศัย ด้วยงานศิลปะจากการร้อยเรียงงานคราฟต์ร่วมสมัยแบบ “ชิ้น-ต่อ-ชิ้น” ผสานพลังจากกระแส Global Trend ASMR พลิกการสื่อสารคอนเทนต์แบบเดิมๆ สู่ประสบการณ์ใหม่ในมิติที่ผู้ชมรู้สึกและสัมผัสได้อย่างแท้จริง พร้อมเชื่อม “ดีไซน์” และ “ไลฟ์สไตล์” เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

แสนสิริ

การเดินหน้าในครั้งนี้ แสนสิริเกาะ Trend ASMR  (Autonomous Sensory Meridian Response)  มุ่งต่อยอดจับ Engagement ระดับโลก ซึ่งเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ใช้เสียงสัมผัสและจังหวะการเคลื่อนไหวซ้ำๆ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและการจดจ่อ สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนผ่านจากการเสพข้อมูลไปสู่การแสวงหาประสบการณ์ที่มีความหมายและมีส่วนร่วมได้จริงมากยิ่งขึ้น

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว แคมเปญ Behind The Design: Peace in Pieces ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการสื่อสารในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยและสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงแบรนด์กับผู้ชมในมิติทางอารมณ์อย่างมีความหมาย โดยมุ่งสร้าง Experience-led Content ที่ถอดรหัสความซับซ้อนของงานออกแบบ พื้นที่อยู่อาศัย และองค์ประกอบเชิงฟังก์ชัน ให้กลายเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ผ่านประสบการณ์ที่จับต้องได้จริงและผู้ชมอยากใช้เวลาร่วมด้วย โดยการใช้งานคราฟต์ในรูปแบบ Isometric Sticker และ Sensory Content เป็นภาษากลางในการเล่าเรื่อง พร้อมตอกย้ำ DNA ของแสนสิริในฐานะแบรนด์ที่ไม่หยุดทดลอง เปิดรับวิธีคิดใหม่ และพัฒนารูปแบบการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น

แสนสิริ

ไฮไลท์สำคัญของ Collaboration Sticker Collection ภายใต้แคมเปญ Behind The Design: Peace in Pieces ได้แก่

  • การสร้างสรรค์สติกเกอร์งานคราฟต์ “Isometric Sticker” แบบ ชิ้นต่อชิ้น” (Piece by Piece) เพื่อประกอบร้อยเรียงทีละชิ้นส่วนเป็นบ้าน สร้างความเพลิดเพลินจากรายละเอียดเล็กๆ ที่ประกอบกันเป็นภาพใหญ่ พร้อมถ่ายทอดองค์ประกอบการอยู่อาศัยตั้งแต่โครงสร้าง พื้นที่ใช้สอย ไปจนถึงรายละเอียดของสีและเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ Design Thinking ของแสนสิริ ถูกถ่ายทอดอย่างเป็นธรรมชาติ เข้าถึงง่าย และน่าจดจำ ผสานเสียง ASMR สร้าง Soft Storytelling รูปแบบใหม่ ผ่านเสียงการติดสติกเกอร์และจังหวะการเคลื่อนไหว สร้างประสบการณ์การรับชมที่ผ่อนคลาย ฮีลใจ และชวนให้จดจ่อ
  • การผนึก 2 พาร์ทเนอร์ใหญ่ อย่าง Nippon Paint นำโดย นายวัชระ ศิริฤทธิชัย General Manager บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) และ SB Design Square โดย นายพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เชื่อมโยงแบรนด์กับผู้ชมในมิติใหม่ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมสี การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และไลฟ์สไตล์ เข้ากับแนวคิดการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยอย่างลงตัว ถ่ายทอดออกมาเป็นงานสร้างสรรค์ที่จับต้องได้ ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ของการเล่าเรื่องดีไซน์ ให้ครอบคลุมทั้งความสวยงาม ฟังก์ชัน และประสบการณ์ใช้งานจริง พร้อมสะท้อนพลังของการทำงานแบบ Collaborative ที่ขับเคลื่อนงานออกแบบให้ร่วมสมัยและเข้าถึงผู้คนได้มากยิ่งขึ้น
  • การเปิดพื้นที่ให้ 2 Illustrator รุ่นใหม่ได้ร่วมตีความและสร้างสรรค์ โดยถ่ายทอดผ่านภาษาภาพที่แตกต่างแต่เติมเต็มกัน ได้แก่ นายเข็มทิศ วิจิตรวิชิตกุล (@khemtit) นักวาดภาพอิสระผู้ถ่ายทอดบรรยากาศอบอุ่นของชีวิตประจำวันผ่านลายเส้นสไตล์แฟนตาซีผสานความสมจริงอย่างมีเอกลักษณ์ และนางสาวกชมล อนุพูลมณี (@monning) กราฟิกดีไซเนอร์และนักวาดภาพประกอบ ผู้สร้างสรรค์ลายเส้นร่วมสมัยที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมายและจินตนาการ ผ่านคาแรกเตอร์แฮมสเตอร์สีขาวสุดน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แสนสิริชวน 2 พาร์ทเนอร์ใหญ่ ฉีกกรอบคอนเทนต์อสังหาฯ จับเทรนด์ Global ASMR ผ่าน Sticker Collaboration ในแคมเปญ “Behind The Design: Peace in Pieces”

ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างแสนสิริ Nippon Paint และ SB Design Square ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการรวมพลังของแบรนด์ แต่คือการผสานความเชี่ยวชาญเพื่อสร้าง Design Ecosystem ที่เชื่อมโยงดีไซน์ วัสดุ และการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้การเล่าเรื่องบ้านและองค์ประกอบการอยู่อาศัยก้าวข้ามจากการถ่ายทอดข้อมูลไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและรู้สึกได้จริง ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “การออกแบบที่ดี ไม่ควรถูกอธิบายด้วยข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ควรถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์” พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตีความแนวคิดการอยู่อาศัย สร้างมุมมองใหม่ให้กับการเล่าเรื่องเชิงดีไซน์ และก่อให้เกิดบทสนทนาใหม่ระหว่างดีไซน์ ศิลปะ และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

แสนสิริ

Behind The Design: Peace in Pieces ไม่ใช่เพียงแคมเปญสื่อสารเรื่องราวของ “ดีไซน์” แต่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของแสนสิริในการยกระดับมาตรฐานการสื่อสารในวงการอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการออกแบบที่เดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง

ติดตามมิติใหม่ของการเล่าเรื่องบ้านที่ชวนฮีลใจ เข้าถึงง่าย และยังเปิดพื้นที่ให้บทสนทนาใหม่ได้ก่อตัว ผ่าน Sticker Collection ภายใต้แคมเปญ Behind The Design: Peace in Pieces ได้แล้ววันนี้ที่ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย @SansiriPLC


EXO (เอ็กซ์โซ)

สิ้นสุดการรอคอย! EXO (เอ็กซ์โซ) การกลับมาที่เหนือกว่าคำว่า “ตำนาน”

“หากความทรงจำคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงความคิดถึง นี่คือการกลับมาเพื่อเติมเต็มทุกจังหวะหัวใจที่ขาดหายไป EXO (เอ็กซ์โซ) ไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อรักษาตำแหน่งราชา แต่กลับมาเพื่อพิสูจน์ว่ากาลเวลาทำอะไรความผูกพันไม่ได้

SM True (เอสเอ็ม ทรู) ปูพรมต้อนรับราชาแห่งเค-ป็อปคืนสู่บัลลังก์ EXO วงที่สร้างสถิติการจัดคอนเสิร์ตบัตรจำหน่ายหมดในประเทศไทยติดต่อกันถึง 5 ครั้ง เตรียมกลับมาอย่างสง่างามในรอบ 6 ปี 8 เดือน พร้อมมหากาพย์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งที่หก ‘EXO PLANET #6 – EXhOrizon in BANGKOK’ (เอ็กซ์โซ แพลนเน็ต นัมเบอร์ซิกซ์ – เอ็กซ์โซไรซัน อิน แบงค็อก) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2026 เวลา 18:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 เวลา 16:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า

EXO เดบิวต์ในปี 2012 ภายใต้สังกัด SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) ผู้นำธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศเกาหลีใต้ และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศิลปินเค-ป็อปที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุค ด้วยผลงานเพลงฮิตระดับโลกมากมาย อาทิ 으르렁 (Growl)’, ‘CALL ME BABY’, ‘Monster’, ‘Love Shot และอีกหลายบทเพลงดังที่สร้างชื่อเสียงให้กับวง พร้อมเอกลักษณ์ด้านการแสดงและการเล่าเรื่องผ่าน จักรวาลเรื่องราวของ EXO ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจุดกระแส “โลกทัศน์ในเค-ป็อป” ของอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี

การกลับมาของ EXO ในครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงทั่วโลกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา กับภาพทีเซอร์ที่สื่อถึงปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ส่งสัญญาณถึงการกลับมารวมตัวของสมาชิกอีกครั้ง ก่อนจะต่อยอดสู่การปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 8 REVERXE’ (รีเวิร์ซ) สื่อความหมายว่า ‘โลกใหม่ได้เปิดออกอีกครั้ง’ พร้อมเพลงไตเติลอันทรงพลัง ‘Crown’ (คราวน์) สไตล์ SMP (SM Music Performance) ซึ่งใช้ “มงกุฎ” เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งล้ำค่าที่ต้องปกป้องไว้จนถึงที่สุด

อัลบั้มนี้สามารถสร้างสถิติสำคัญด้วยยอดขายทะลุ 1 ล้านชุด ทำให้ EXO กลายเป็นศิลปินที่มีอัลบั้มระดับล้านชุดรวม 8 อับั้ม ต่อเนื่องจากอัลบั้มแรกในปี 2013 พร้อมคว้าอันดับ 1 ในรายการเพลงหลักของเกาหลีครบทั้ง 5 รายการ (Grand Slam) และขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 48 ประเทศทั่วโลก ตลอดจนการครองอันดับ 1 บนหลายแพลตฟอร์มเพลงชั้นนำ ยืนยันสถานะศิลปินระดับแนวหน้าของวงการ

พร้อมกันนี้ ยังทำให้การรอคอยอันยาวนานสิ้นสุดลง ด้วยการเปิดฉากเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ ‘EXO PLANET #6 – EXhOrizon’ ที่จะเดินทางไปพบแฟน ๆ ใน 13 เมืองทั่วโลกเริ่มต้นที่กรุงโซล โดยบัตรทั้ง 3 รอบการแสดงจำหน่ายหมดทันทีหลังเปิดขาย แสดงให้เห็นถึงกระแสตอบรับอันร้อนแรงไม่เสื่อมคลาย ก่อนเดินทางสู่เมืองสำคัญในเอเชีย ได้แก่ โฮจิมินห์ซิตี้ นาโกยา กรุงเทพมหานคร มาเก๊า โอซากา จาการ์ตา ฮ่องกง กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา โตเกียว เกาสง และสิงคโปร์

สำหรับประเทศไทย EXO (เอ็กซ์โซ) ถือเป็นศิลปินเค-ป็อปที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยทุกครั้งที่จัดคอนเสิร์ตในประเทศล้วนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม พร้อมสร้างสถิติ Sold Out ติดต่อกันถึง 5 ครั้ง สะท้อนพลังของฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง และแน่นอนว่าบัตรคอนเสิร์ตล่าสุดที่ประเทศไทย ‘EXO PLANET #6 – EXhOrizon in BANGKOK’ ก็จำหน่ายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วทั้ง 2 รอบการแสดงตั้งแต่วันเปิดจอง แม้แต่ที่นั่งที่จำกัดการมองเห็น ทำให้พวกเขาสร้างสถิติ Sold Out ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6

คอนเสิร์ต ‘EXO PLANET #6 – EXhOrizon in BANGKOK’ (เอ็กซ์โซ แพลนเน็ต นัมเบอร์ซิกซ์ – เอ็กซ์โซไรซัน อิน แบงค็อก) นับเป็นการกลับมาแสดงในประเทศไทยอีกครั้งหลังผ่านไปกว่า 6 ปี 8 เดือน นับตั้งแต่คอนเสิร์ตครั้งล่าสุดในเดือนกันยายนปี 2019 โดยแฟน ๆ จะได้สัมผัสการแสดงสุดยิ่งใหญ่ที่เผยโลกทัศน์ในแบบฉบับของ EXO (เอ็กซ์โซ) ให้ประจักษ์แก่ทุกสายตา ผ่านเวทีที่ทรงพลัง ผสานบทเพลงที่คิดถึง พร้อมโปรดักชันตระการตาที่สะท้อนเอกลักษณ์ของวงอย่างเต็มรูปแบบ

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมของคอนเสิร์ตได้ทางบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ SM True : เฟซบุ๊ก facebook.com/smtruethailand, อินสตาแกรม instagram.com/smtruethailand, เอ็กซ์ x.com/SMTrueThailand และ TikTok (ติ๊กต๊อก) tiktok.com/@smtruethailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อบัตรได้ทาง Counter Service : อีเมล [email protected] และไลน์ออฟฟิเชียล @counterservice

#EXO #엑소 #weareoneEXO #EXOPLANET #EXhOrizon #EXhOrizon_in_BANGKOK #SMTrue

‘เสน่ห์รัวๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ใช่คุณไหม?? ต้องเช็ก!!’ ดวงรายสัปดาห์ 11-17 พฤษภาคม 2569

‘เสน่ห์รัวๆ มัวๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์’

ดวงรายสัปดาห์ 11-17 พฤษภาคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่อย่างชุ่มฉ่ำ ขณะที่ชาวอาทิตย์ก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้หน่อยว่า จะต้องทำงานหนักทั้งสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรที่ทำงานเพื่อสังคม เช่น มูลนิธิ จิตอาสา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักบวช มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะไม่ค่อยได้นั่งอยู่กับที่ ต้องเดินทางไปติดต่อประสานงานที่นั่นนี่ตลอดเวลา ในที่นี้ยังรวมถึงการทำงานออนไลน์ด้วย ควรระวังช่วงนี้สภาพจิตใจคุณจะปรวนแปร คิดมาก วิตกกังวลสูง จนไม่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้เลย

การเงิน  :   เป็นสัปดาห์ที่คุณจะมีเงินเข้ามาไม่ขาดมือ ซึ่งเป็นผลมาจากความขยัน ทำงานหนัก กับความกตัญญูดูแลผู้มีพระคุณ โดยคุณจะนำเงินนั้นไปทำบุญ บริจาคให้กับสังคม สะสมเป็นเสบียงบุญต่อไป ก็ยังนับว่าดีกว่าที่คุณจะนำไปใช้ในทางฟุ่มเฟือย   

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณมีงานเข้ารัวๆๆ อาจต้องเดินทางไปโน้นนี่นั่น จึงมีโอกาสที่จิตใจคุณจะไม่นิ่ง ห่วงกังวลไปหมด ไหนจะงาน ไหนจะคู่ครองและครอบครัว ยิ่งหากแต่งงานกันนานแล้วด้วย ยิ่งเบื่อกันได้ง่ายๆ เลย คนโสด  เหมือนเป็นช่วงที่ชาวอาทิตย์จะขี้เหงา โหยหาอ้อมกอดจากคนที่เข้าใจ อาจเป็นได้ว่าเพราะต้องทำงานหนัก แต่กลายเป็นว่าคุณตัดสินใจอะไรไม่ได้สักอย่าง

 สุขภาพ  :  ควรระวังเรื่องน้ำหนักกับสิ่งที่ตามมาคือ ไขมัน เบาหวาน และคลอเรสเตอรอล เพราะจะนำมาซึ่งโรคต่างๆ ยิ่งหากคุณทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ไม่พักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ ยิ่งต้องระวังเลือดลมจะทำงานไม่เป็นปกติ มีโอกาสวูบได้ง่ายๆ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ขึ้นสัปดาห์ใหม่อย่างชุ่มฉ่ำ สำหรับชาวจันทร์คุณมีเทพพระจันทร์ ซึ่งเป็นเทพประจำวันสถิตอยู่กับคุณ นั่นหมายถึงว่า คุณจะมีจินตนาการที่กว้างไกล หากใครที่อยู่ในวงการครีเอทีพ ศิลปิน บันเทิง  ดีไซเนอร์ ฯลฯ อยู่แล้ว ในช่วง 7 วันนี้นับเป็นโอกาสดีของคุณที่จะได้ร่วมงาน หรือได้ศึกษาเพิ่มเติมกับเหล่าครูบาอาจารย์จากหลากหลายสาขา รวมถึงทีมงานที่มีคุณภาพ ซึ่งคุณมีทักษะความรู้ ความสามารถ และความเขี่ยวขาญสูงอยู่แล้ว จึงสามารถเรียนรู้ได้เร็ว มีโอกาสที่จะได้เดินทางต่างประเทศด้วย หากไม่ขี้เกียจเสียก่อน

การเงิน  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณจะโชคดีในเรื่องของทีมงานและผู้บังคับบัญชา  มีโอกาสทำงานกับทีมงานและผู้ใหญ่ที่ดี ช่วยสร้างเสริมรายได้ มีโอกาสได้รับมรดกด้วย แต่หากจะให้ดี ช่วงนี้ควรทำงานที่ตรงกับความสามารถของตัวเองก่อน อย่าเพิ่งทดลองอะไรใหม่ๆ

ความรัก  :  สัปดาห์นี้คุณได้รับอิทธิพลจากเทพพระจันทร์มาด้วย จึงทำให้คุณอ่อนไหว ขี้สงสาร ใจอ่อน คาดว่าจะเชื่อผู้ใหญ่มากกว่าคนข้างตัว ที่มีโอกาสขัดแย้งกันทางความคิดเห็นได้ง่ายๆ เลย คนโสด  เสน่ห์ของชาวจันทร์นั้นไม่เคยแพ้ใครในปฐพี แต่สัปดาห์นี้อาจต้องแพ้ให้กับผู้ใหญ่ที่จะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคุณไม่ต่ำกว่า 5 คน อย่าเพิ่งเบื่อเสียก่อน เพราะดวงคุณสัปดาห์นี้เหมาะกับผู้ใหญ่

สุขภาพ  :   ต้องระวังจะไม่สบายตั้งแต่ในช่องปากไปจนถึงกระเพาะ น้ำย่อย และลำไส้ นอกจากนั้นหากคุณเดินทางออกกนอกสถานที่ต้องให้ความสำคัญกับความสะอาด ไม่ว่าจะที่พัก อาหาร หรือการใช้สถานที่สาธารณะ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะนำเชื้อไวรัสกลับมาบ้านด้วย  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความชุ่มฉ่ำของสายฝน ต้อนรับพิธีพืชมงคล แต่สำหรับชาวอังคารก็อย่าเพิ่งคาดหวังกับรายได้ว่าจะได้รับฉ่ำๆ อย่างที่คาดหวังไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานอยู่ในสายช่างทุกประเภท รวมถึงงานเพื่อมวลชน เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย นักการทูต ฯลฯ มีโอกาสที่สิ่งที่คุณเสนอไปจะยังไม่ผ่านการอนุมัติ ประเด็นสำคัญเลยคือ งบค่าใช้จ่าย อาจต้องไปปรับแก้มาใหม่ เพราะน่าจะเป็นงานเพื่อสังคมมากกว่าจะทำเพื่อธุรกิจ    

การเงิน  :  เป็นไปได้ว่าสัปดาห์นี้ ชาวอังคารจะมีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้ ต้องหมุนเงินจนเหนื่อย ไม่สามารถคาดหวังเงินจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ เพราะน่าจะเป็นงานบุญมากกว่า

ความรัก  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะหลงใหลพร่ำเพ้อในบางสิ่งบางอย่าง หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งที่กำลังสร้างเงินให้คุณ จนลืมคนที่บ้าน คาดว่าจะนำปัญหามาให้จนปวดศีรษะ คนโสด เช่นกัน ชาวอังคารกำลังหลงอะไรอยู่หรือเปล่าคะ ซึ่งจะทำให้คุณเสียเงินเสียทองด้วยนะ เพราะคุณก็พร้อมที่จะเปย์แบบไม่คิดหน้าคิดหลังเลย

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมมาเยี่ยมเยือนคุณแล้วค่ะ หากกำลังโหมงานหนักจนไม่ลุกไปไหนเลย ก็เตรียมหาหมอนวดมาแก้อาการไว้เลย นอกจากนั้นหากใครเป็นนักดื่ม นักเที่ยว ก็ต้องระวังภัยที่จะเกิดจากพิษแอลกอฮอล์ รวมทั้งเรื่องชู้สาวด้วย  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวพุธอยากบอกว่า ต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามทำให้คุณโดดเด่นขึ้นในออฟฟิศ ได้บุกเบิกงานใหม่ รวมถึงงานเก่าที่คั่งค้างมานานก็สำเร็จลุล่วงลงด้วยดี มีทั้งพระเดชและพระคุณ จึงห้ามไม่ได้ที่จะถูกอิจฉาริษยา ใส่ร้ายป้ายสี ดังนั้น คุณจึงมีโอกาสตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย

การเงิน  :  สัปดาห์นี้เรื่องเงินไม่น่าจะเป็นปัญหากับชาวพุธ แม้งานเก่าจะยังไม่ได้เงิน แต่คุณก็ไม่เป็นกังวล เพราะของเก่ายังใช้ไม่หมด

ความรัก  :  สัปดาห์นี้เป็นความรักความสัมพันธ์ของผู้มีวุฒิภาวะกับวุฒิภาวะ ที่คุยกันรู้เรื่อง ทั้งการงาน และการบ้าน แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ้าง แต่ก็เข้าใจกัน คนโสด  สำหรับความรักของชาวพุธสัปดาห์นี้ต้องคุยกันรู้เรื่อง ทั้งความคิด และทัศนคติทางด้านต่างๆ

สุขภาพ   :  เป็นสัปดาห์ที่ชาวพุธมีพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยกับใครง่ายๆ แต่ก็ไม่ต้องถึงกับหักโหมทำงานหนักจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา เพราะจะทำให้คุณเสียพลัง เปิดทางให้โรคต่างๆ ตามมาอย่างน่าเสียดาย

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : ก็ยังเครียดอยู่นะคะ สำหรับชาวพฤหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องใช้แรงกายแรงใจเพื่อจะเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เช่น ทหาร ตำรวจ ทนายความ นักกฎหมาย อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง นักปกครอง ฯลฯ เป็นไปได้ว่าในช่วง 7 วันนี้คุณจะเผชิญอยู่กับความเครียด และกดดันอย่างหนักจากความคาดหวังของผู้ใหญ่ ที่สำคัญในตัวคุณเอง ที่คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้าจนกลายเป็นมุ่งมั่นกับการทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ ไม่พักผ่อนเลย    

การเงิน  :   ได้มาจากความขยัน ซึ่งคุณก็ทำงานดับเครื่องชนเลย ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมาจากทั้งฝั่งสีขาวและสีดำ นัวๆ ไป แต่สำหรับชาวพฤหัสควรซื่อตรงในความถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นคุณจะเสียทั้งชื่อเสียงและเงินทอง  

ความรัก  :  แม้งานจะหนัก แต่ความรักก็เบาสบาย จากนักเที่ยวก็แขวนกุญแจรถมาอยู่บ้านเป็นกำลังใจให้คุณ ก็อยู่ที่คุณแล้วว่าจหันหน้าจากงานมาหาคู่ครองหรือเปล่า  คนโสด  สัปดาห์นี้ชาวพฤหัสมีโอกาสเป็นได้ทั้งนางสิงห์และนางร้ายเลย แย่งชิงได้แล้วฉันก็ทำงานเฉยเลย

สุขภาพ   :   อย่าเครียด เพราะความเครียดคืออาหารอันโอชะของโรคร้ายต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็ง รวมถึงโรคที่รักษาไม่หายขาดด้วย นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกบาดแผลที่เกิดจากของมีคมและความร้อนด้วย    

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์นี้ของชาวศุกร์ คุณมีเทพพระศุกร์ซึ่งเป็นเทพประจำวันสถิตอยู่ เพราะฉะนั้นก็คงต้องยกให้กับชาวศุกร์ที่อยู่ในสายครีเอเตอร์ กลุ่มศิลปินที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะทางด้านดนตรี วรรณกรรม หรือวงการบันเทิง มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้ติดต่อประสานงาน หรือไม่ก็ให้คำแนะนำปรึกษา หรือมีส่วนในการบริการจัดการ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทางด้านงานบุญ งานเพื่อสังคมต่างๆ ซึ่งก็จะมีผู้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคุณอย่างดี ทำงานอย่างมีความสุข

การเงิน  :  คุณมีโชคค่อนข้างมาก หาเงินง่ายและใช้เงินคล่อง ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะได้เดินทางไปทำบุญ ทำทาน ไปไหว้พระ จึงควรวางแผนการใช้เงินให้ดี  

ความรัก :  อิทธิพลของเทพพระศุกร์ส่งผลให้คุณมีเสน่ห์อย่างมาก แถมจิตใจก็อ่อนไหวอีกด้วย เพราะฉะนั้นระวังจะไปติดใจใครง่ายๆ เดี๋ยวครอบครัวจะมีปัญหา  คนโสด ก็เช่นกัน มีเสน่ห์มากมาย แล้วคุณก็กำลังโหยหาความอบอุ่นอยู่ด้วย ต้องสมหวังบ้างล่ะ   

 สุขภาพ  :  ศุกร์กับสุข เสียงเดียวกัน สัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะเอ็นจอยกับอาหารและเครื่องดื่มจนน้ำหนักขึ้น จึงควรระวังพวกไขมันในเลือดอุดตัน เบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหัวใจ  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับสัปดาห์ใหม่ของชาวเสาร์นี้ ต้องบอกว่าคุณสามารถหายใจหายคอได้โล่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่กับการติดต่อประสานงานหรือเดินทางไปโน้นนี่ตลอดเวลา รวมถึงธุรกิจออนไลน์ด้วย เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้เข้าไปทำงานในสายบันเทิงเริงรมย์  นักร้อง นักแสดง ดนตรี คอนเสิร์ต สถานบันเทิงยามค่ำคืน จนถึงความสวยความงาม ซึ่งจริงๆ แล้วดวงคุณมีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ติดตรงที่ใจและอารมณ์ของคุณที่แปรปรวนง่าย ไม่ชัดเจนและเด็ดขาด จึงกลายเป็นไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลย  

การเงิน  :  มีเงินเข้าไม่ขาด เป็นไปได้ว่าหลักๆ มาจากงานบันเทิง งานเทา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากความสิเน่หา ขณะเดียวกันก็ระวังจะถูกหลอกด้วยเหตุนั้นเช่นกัน

ความรัก  :  หากคู่ไหนที่แต่งงานกันมานาน จนแทบไม่อยากมองหน้ากันแล้ว คงต้องเร่งปรับตัวนะคะ เพราะมีโอกาสที่ไม่คุณก็คู่จะได้พบกับคนใหม่ที่สดใสกว่า ประตูสู่โลกใบที่สองเปิดต้อนรับคุณแล้ว หากเหนื่อยกับคนเก่าก็ปล่อยมือได้เลย คนโสด  เสน่ห์มาเต็ม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่หาความจริงใจได้ยากจะดีกับพวกที่ไม่อยากจริงจัง

สุขภาพ   :  สัปดาห์นี้จัดหนักเลยค่ะ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีโอกาสได้เข้าสู่ความบันเทิงเริงรมย์ เพราะฉะนั้นก็ต้องระวังสุขภาพด้วย ทั้งน้ำหนัก และโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งโรคอ้วน ความดัน เบาหวาน และภัยจากแอลกอฮอล์

Fundamental Mitr

Fundamental Mitr แบรนด์น้องใหม่จาก Mitr กับนิยามใหม่ของ Everyday Essentials

Mitr แบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย เปิดตัวแบรนด์ย่อยใหม่ Fundamental Mitr อย่างเป็นทางการ ณ Mitr Flagship สยามสแควร์ ซอย 2 พร้อมนำเสนอแนวคิดของเสื้อผ้าที่เรียบง่าย สวมใส่ง่าย แต่เปี่ยมด้วยรายละเอียดและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการออกแบบ เพื่อส่งต่อความมั่นใจจากภายในสู่ภายนอกให้กับผู้หญิงทุกคน

Fundamental Mitr แบรนด์น้องใหม่จาก Mitr กับนิยามใหม่ของ Everyday Essentials

การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับ เต้ย–จรินทร์พร จุนเกียรติ ในฐานะ Campaign Face คนแรกของแบรนด์ ผู้สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง เข้าใจคุณค่าในตัวเอง และแสดงออกถึงความมั่นใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Fundamental Mitr นำเสนอเสื้อผ้าสไตล์ Timeless ที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ ผ่านการออกแบบที่พิถีพิถันภายใต้แนวคิด “Bare Comfort that Empowers Confidence” หรือความสบายในรูปแบบที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและเปิดพื้นที่ให้ตัวตนของผู้สวมใส่ได้เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ

คอลเล็คชั่นแรกของแบรนด์ในชื่อ “Fundamental” รวบรวมไอเท็ม Essential ที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกวัน ด้วยดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมขนาดที่ครอบคลุมตั้งแต่ไซส์ S-XL เพื่อรองรับผู้หญิงหลากหลายรูปร่าง และช่วยเสริมลุคให้ดูโดดเด่นในแบบของตัวเอง

มิลิน วันทะไชย หรือ อิ๋ม Creative Director ของ Fundamental Mitr กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีของการทำแบรนด์ Mitr ทำให้เห็นว่าผู้หญิงยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงเสื้อผ้าที่สวยงาม แต่ยังต้องการเสื้อผ้าที่ช่วยสร้างความมั่นใจ ทำให้รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง และพร้อมใช้ชีวิตในทุกวันอย่างมีความสุข

แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Fundamental Mitr ที่เชื่อว่าความสบายคือรากฐานสำคัญของความมั่นใจ เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่โอบกอดทั้งร่างกายและความรู้สึกของผู้สวมใส่อย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยส่งเสริม Quiet Confidence หรือเสน่ห์จากความมั่นใจที่เกิดขึ้นจากภายใน

ภายใต้แนวคิด “Trust Your Soul, You Are Fundamental” แบรนด์ต้องการชวนให้ทุกคนหันกลับมารับฟังเสียงจากภายในของตัวเอง เชื่อมั่นในตัวตนที่แท้จริง และให้เสื้อผ้าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนความมั่นใจนั้นในทุกช่วงเวลาของชีวิต


BIRKENSTOCK ฉลองตำนาน 3 รุ่นไอคอนิก ด้วยคอลเล็คชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ

BIRKENSTOCK เฉลิมฉลองอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ ผ่านคอลเล็คชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่น “ANNIVERSARY OF THE ICONS” เพื่อฉลองครบรอบของรองเท้า 3 รุ่นระดับตำนาน ได้แก่ BIRKENSTOCK Boston และ BIRKENSTOCK Milano ที่ครบรอบ 50 ปี รวมถึง BIRKENSTOCK London รองเท้าหุ้มส้นรุ่นแรกของแบรนด์ที่ครบรอบ 40 ปีในปี 2026 นี้

BIRKENSTOCK ฉลองตำนาน 3 รุ่นไอคอนิก ด้วยคอลเล็คชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ

ทั้ง 3 ซิลลูเอตซึ่งออกแบบโดย Karl Birkenstock ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยแนวคิดที่ผสาน “Tradition, Quality และ Function” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านพื้นรองเท้า Cork-Latex อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมดีไซน์ Unisex ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแนว Brutalism ถ่ายทอดความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันเหนือกาลเวลา

คอลเล็คชั่นพิเศษนี้จะทยอยเปิดตัวทั้งหมด 2 ดรอป โดยแต่ละดรอปหยิบเอาช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาตีความใหม่ในมุมร่วมสมัย

ดรอปแรก พาย้อนกลับไปสู่โลกสีสันจาก Archive ปี 1977 ซึ่งเป็นยุคที่ BIRKENSTOCK เริ่มทดลองใช้โทนสีสดชัดมากขึ้น ผ่าน 3 สีประวัติศาสตร์อย่าง Archive Yellow, Archive Denim Blue และ Archive Mid Green บนวัสดุหนัง Nubuck ระดับพรีเมียม เติมเต็มด้วยถุงเท้า Cotton Crew Stripe ในโทนสีเดียวกัน เพื่อสร้างลุคที่สะท้อนกลิ่นอายวินเทจอย่างมีสไตล์ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้

ส่วนดรอปที่สอง โฟกัสไปที่งานคราฟต์อันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ ผ่านการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมหยิบลวดลาย “Bone Pattern” จากพื้นรองเท้ามาใช้เป็นดีไซน์บนตัวรองเท้า เพิ่มมิติให้แต่ละคู่ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยหนัง Pull-Up Leather และพื้นรองเท้าดีไซน์พิเศษที่สะท้อนงานฝีมือและคุณภาพระดับสูง พร้อมเซ็ตถุงเท้าลาย Bone Pattern ที่ช่วยเติมรายละเอียดให้ลุคสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยจะวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2569

หนึ่งในรุ่นที่ถือเป็นตำนานของแบรนด์อย่าง BOSTON เปิดตัวครั้งแรกในปี 1976 ภายใต้ชื่อ “Kork-Clog” และกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรองเท้า Clog ในแบบฉบับ BIRKENSTOCK ด้วยการเปลี่ยนจากพื้นไม้แบบดั้งเดิมมาใช้พื้น Cork-Latex ที่ให้ความสบายมากยิ่งขึ้น ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา BOSTON ได้ก้าวข้ามสถานะของรองเท้าทั่วไป สู่การเป็นไอเท็มไอคอนิกที่ปรากฏอยู่ทั้งในโลกแฟชั่น ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมร่วมสมัยของผู้คนหลากหลายยุคสมัย

ขณะที่ LONDON รองเท้าหุ้มส้นรุ่นแรกของแบรนด์ ก็ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดในการต่อยอดความสบายของรองเท้าแตะและ Clog ให้กลายเป็นรองเท้าที่สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งปี สะท้อนแนวคิด “Celebrating the archive – building the archive” ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ BIRKENSTOCK มาจนถึงปัจจุบัน


ส่องเทรนด์ “หนังยางรัดหู” หน้าเรียวเร่งด่วน ที่ดาราจีน-เกาหลีกำลังอิน

ยุคนี้วงการบิวตี้ไปไกลกว่าครีมแพงหรือเครื่องยกกระชับ เพราะล่าสุดโลกโซเชียลกำลังฮือฮา “หนังยางรัดหู” เทคนิคสุดแปลกที่เห็นครั้งแรกอาจงง แต่พอเห็นดาราจีน ไอดอลเกาหลี รวมถึงบิวตี้บล็อกเกอร์ทำกันรัวๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หรือมันจะเวิร์กจริง

ส่องเทรนด์ “หนังยางรัดหู” หน้าเรียวเร่งด่วน ที่ดาราจีน-เกาหลีกำลังอิน

ถ้าใครไถ Xiaohongshu หรือ TikTok ช่วงนี้ น่าจะเคยผ่านตากับภาพคนคล้องหนังยางไว้ที่ใบหูระหว่างแต่งหน้า บางคนทำตอนเข้าห้องแต่งตัวก่อนขึ้นเวที บางคนทำก่อนถ่ายงานเพียงไม่กี่นาที จนกลายเป็นไวรัลในชื่อ “Rubber Band Ear Hack” หรือเคล็ดลับหน้าเรียวฉบับเร่งด่วนที่กำลังฮิตทั่วเอเชีย และแน่นอนว่า ความไวรัลของมันอยู่ตรงคำเคลมที่ว่า “ช่วยลดหน้าบวมได้ในไม่กี่นาที”

จากทฤษฎีญี่ปุ่น สู่ไวรัลในกองถ่ายซีรีส์จีน

แม้จะดังหนักในจีนและเกาหลี แต่ต้นกำเนิดของเทคนิคนี้จริงๆ มาจากญี่ปุ่น โดยเชื่อมโยงกับแนวคิดของ Seiji Sato ทันตแพทย์ชาวญี่ปุ่น ผู้คิดค้น “Sato Method” ที่พูดถึงการผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณกรามและการกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองบนใบหน้า

ฟังดูเหมือนสกินแคร์สายวิทยาศาสตร์เบาๆ เพราะทฤษฎีคือ เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณกรามคลายตัว อาการบวมน้ำบนใบหน้าก็อาจดูดีขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะในวันที่นอนน้อย กินชาบูหนัก หรือร้องไห้ดูซีรีส์ทั้งคืน จึงไม่แปลกที่เหล่าไอดอลและนักแสดงจะหยิบมาใช้เป็น Morning Routine ก่อนเข้ากล้อง เพราะกล้องความละเอียดสูงนั้นใจร้ายกับ “หน้าบวม” มากกว่าที่คิด

ทำไมคนบันเทิงถึงชอบเทคนิคนี้?

เหตุผลหลักอาจเรียบง่ายมาก เพราะมัน “เร็ว” ในวันที่มีเวลาเตรียมตัวไม่ถึงชั่วโมง การได้ตัวช่วยที่ใช้เวลาแค่ 5-10 นาที แต่ทำให้หน้าดูเฟรชขึ้นทันที ย่อมเป็นอะไรที่วงการบันเทิงเลิฟอยู่แล้ว ซึ่งหลายคนรีวิวว่าหลังถอดหนังยางออก จะรู้สึกว่ากรอบหน้าดูชัดขึ้น หน้าเหมือนถูกดึงให้ “lift” แบบเบาๆ แก้มดูเข้าที่ขึ้น และโดยเฉพาะเวลาถ่ายรูป มุมหน้าจะดูคมกว่าเดิมนิดหนึ่ง อาจไม่ได้ถึงขั้นเปลี่ยนโครงหน้า แต่ในวันที่ต้องการความมั่นใจแบบเร่งด่วน ก็ถือว่าเป็น Beauty Trick ที่หลายคนยอมลอง

วิธีทำ “หนังยางรัดหู” ฉบับไวรัล โดยอุปกรณ์มีเพียงหนังยางรัดผมเส้นเล็ก 2 เส้นเท่านั้น

  • เลือกหนังยางที่นิ่มและยืดหยุ่น
  • คล้องบริเวณโคนหูทั้งสองข้าง
  • ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
  • ระหว่างนั้นหลายคนจะนวดหน้าเบา ๆ หรือใช้ลูกกลิ้งควบคู่ไปด้วย

คีย์สำคัญคือ “ต้องไม่รัดแน่นเกินไป” เพราะถ้าหูเริ่มแดง ม่วง หรือปวด นั่นแปลว่าแน่นเกินแล้ว และที่สำคัญ…อย่าหยิบหนังยางวงใหญ่สีเหลืองที่ใช้รัดถุงแกงมาลองเด็ดขาด เพราะคนละเรื่องกันเลย

แล้วมันได้ผลจริงไหม?

ตรงนี้คือพาร์ตที่ต้องพูดกันแบบแฟร์ๆ เพราะแม้เทรนด์นี้จะไวรัลมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหลายคนก็ออกมาบอกตรงกันว่า ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ยืนยันชัดเจนว่า “การรัดหูด้วยหนังยาง” สามารถลดหน้าบวมหรือปรับรูปหน้าได้จริงแบบถาวร

สิ่งที่หลายคนเห็นหลังทำ อาจเป็นผลชั่วคราวจากการไหลเวียนเลือด การกดผิว หรือแม้แต่เอฟเฟกต์ทางสายตาเท่านั้นพูดง่าย ๆ คือ เป็นเหมือน Beauty Hack ที่ช่วยให้ “ดูดีขึ้นนิดหนึ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ” มากกว่าจะเป็นวิธีเปลี่ยนรูปหน้าถาวร

Beauty Hack ที่ทำได้…แต่ต้องพอดี

แม้จะเป็นเทคนิคที่ดูไม่ดูอันตรายแต่ก็ไม่ควรทำแรงหรือทำนานเกินไป เพราะอาจทำให้ปวดหัว เจ็บหู หรือรบกวนการไหลเวียนเลือดได้เหมือนกัน

สุดท้ายแล้ว วิธีลดหน้าบวมที่เวิร์กที่สุดก็ยังคงเป็นสูตรเบสิกตลอดกาล ทั้งการนอนให้พอ ดื่มน้ำเยอะ ลดอาหารเค็ม และดูแลสุขภาพโดยรวม แต่ยอมรับเลยว่า ในวันที่ต้องรีบออกงาน ถ่ายรูป หรืออยากให้หน้าดู “เข้าที่” ขึ้นอีกนิด เทรนด์หนังยางรัดหูก็เป็นหนึ่งในบิวตี้ทริกสายเอเชียที่ทั้งแปลก ทั้งชิค และชวนให้คนอยากลองตามจริงๆ


มากกว่าแฟชั่นโชว์ ความหมายที่แท้จริงของ Métiers d’Art จาก Chanel

ล่าสุด Chanel ประกาศว่าโชว์ Métiers d’Art ครั้งใหม่ภายใต้การดูแลของ Matthieu Blazy จะจัดขึ้น ณ “กรุงโรม” ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการแฟชั่นทันที เพราะสำหรับชาเนลแล้ว การเลือกเมืองไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่

แต่ก่อนจะพูดถึงหมุดหมายอันน่าสนใจครั้งนี้ แพรว ขอพาไปสำรวจว่า ทำไม Métiers d’Art ถึงเป็นหนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่สุดของ Chanel

ศาสตร์แห่งงานฝีมือ

Métiers d’Art ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “ศาสตร์แห่งงานฝีมือ” และถือเป็นหัวใจของโชว์นี้มาตั้งแต่ในปี 2002

หากพูดถึงรันเวย์ทั่วไป ส่วนใหญ่มักขับเคลื่อนด้วยเทรนด์หรือเสื้อผ้าประจำฤดูกาล ซึ่ง Métiers d’Art ไม่ใช่เพียงคอลเล็คชั่น Pre-Fall แต่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเหล่า Artisan Ateliers หรือเวิร์กช็อปช่างฝีมือระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังโลก Haute Couture ของชาเนล

ไม่ว่าจะเป็น Lesage ผู้เชี่ยวชาญงานปัก, Lemarié ผู้สร้างดอกคามิเลีย และงานขนนก, Massaro ช่างทำรองเท้า หรือ Maison Michel ผู้เชี่ยวชาญด้านหมวก ทุกองค์ประกอบเล็กๆ ล้วนเป็นสิ่งที่คอลเล็คชั่นนี้ให้ความสำคัญ และต้องการนำเสนอให้แจ่มชัดที่สุด

ดังนั้นงานบางชิ้นจึงใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการปักทีละเม็ด ทีละเส้นด้าย ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นเหตุผลที่โชว์นี้มีความหมายมากกว่าแฟชั่น เพราะคือการรักษางานฝีมือที่สวยงามให้คงอยู่และเป็นมรดกให้กับผู้คนต่อไป

ความทรงจำระหว่าง “กรุงโรม” และชาเนล

กาเบรียล โคโค่ ชาเนล เริ่มเดินทางไปอิตาลีตั้งแต่ช่วงปี 1920 และตกหลุมรักทั้งศิลปะยุค Renaissance, สถาปัตยกรรมโบราณ ไปจนถึงโลกภาพยนตร์อิตาเลียน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อมุมมองด้านความงามของเธอ

อย่างที่หลายคนเห็นว่าการประกาศโชว์ครั้งนี้ยังมาพร้อมภาพของ โคโค่ ชาเนล กับผู้กำกับระดับตำนาน Luchino Visconti ผู้เคยร่วมงานกับเธอในภาพยนตร์ Boccaccio ’70 เมื่อปี 1962

โดย Visconti ถือเป็นผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพยนตร์อันเต็มไปด้วย ความหรูหราอลังการ และความฟุ่มเฟือยแบบอิตาเลียน โลกของเขาเต็มไปด้วยพระราชวังเก่า ความโรแมนติก และความงามที่ปะปนกับความเสื่อมสลาย เป็นเสน่ห์ความแตกต่างที่คอนทราสต์กันอย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับโชว์ที่จะเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของ Matthieu Blazzy ถือเป็นที่น่าจับตามอง เพราะเขาขึ้นชื่อว่าเป็นดีไซเนอร์ที่มีฝีมือเก่งกาจเรื่อง craftsmanship และยังหลงใหลในรายละเอียดที่คนอาจไม่เห็นในครั้งแรก อีกทั้งมักเปลี่ยนวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะผ่านเทคนิคระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับจิตวิญาณจอง Métiers d’Art ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ภาพ: Courtesy of Chanel

International Tea Day

International Tea Day ชวนหยุดพักเพื่อสัมผัสศิลปะที่ซ่อนอยู่หลังถ้วยชา

หยุดพักจากจังหวะที่เร่งรีบ เพื่อค้นพบศิลปะนับพันปีที่ซ่อนอยู่ในแก้วชาที่คุณคุ้นเคยฉลอง International Tea Day กับการรังสรรค์ที่เชื่อมโยงเสน่ห์แห่งธรรมชาติเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมสัมผัสความละมุนที่มากกว่าแค่รสชาติ

ชา คือสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยมาตลอดชีวิต ทั้งในยามเช้า ในบทสนทนา หรือในห้วงเวลาที่เงียบสงบ ทว่า ภายใต้ความคุ้นเคยนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวอีกมากมายให้ค้นหา ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดของใบชา ฤดูกาลที่หล่อหลอมรสชาติ ศาสตร์แห่งการรังสรรค์ที่สั่งสมจากหลายชั่วอายุคนกว่าจะเป็นชาหนึ่งแก้วสู่มือคุณ

ในเดือนพฤษภาคมนี้ CHAGEE ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งการรังสรรค์ชา เพื่อต้อนรับ “วันชาสากล” ซึ่งตรงกับวันที่ 21 พฤษภาคม โดย CHAGEE ประเทศไทย ได้เตรียมเปิดตัวเมนูใหม่ “ชาอูหลงมะลิ” (Jasmine Oolong Tea) พร้อมกิจกรรมมากมายที่จะนำพาทุกคนไปสัมผัสวัฒนธรรมแห่งการดื่มชาให้ใกล้ชิดและลึกซึ้งกว่าที่เคย

เมนูใหม่ และเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังใบชา

ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ CHAGEE พร้อมเปิดตัวเมนูใหม่ BO·YA Jasmine Tie Guan Yin สมาชิกล่าสุดในตำรับ BO·YA Jasmine

ชื่อของ BO·YA มีที่มาจากตำนานที่มีอายุกว่าสองพันปี เล่าถึง “ป๋อหยา” นักดนตรีผู้บรรเลงเพลงด้วยหัวใจลึกซึ้งจนมีเพียง “จื่อฉี” คนตัดฟืนผู้น้อยเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าถึงท่วงทำนองนั้นอย่างถ่องแท้ มิตรภาพของทั้งคู่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความผูกพันที่บริสุทธิ์ในวัฒนธรรมจีน สะท้อนแนวคิดที่ว่า “สิ่งที่รังสรรค์ขึ้นด้วยความจริงใจ ย่อมพบผู้ที่เห็นคุณค่าเสมอ” นี่คือความปรารถนาที่แทรกซึมอยู่ในชาทุกแก้วของเมนูในตำรับ BO·YA โดยหวังว่าในทุกส่วนผสมที่ปรุงแต่งด้วยความใส่ใจ จะมีใครบางคนสัมผัสได้ แม้เพียงหนึ่งจิบก็เข้าใจ

เครื่องดื่มใหม่นี้เริ่มต้นด้วยกลิ่นหอมอ่อนโยนของดอกมะลิ ตามด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ “ทิกวนอิม” (Tieguanyin) ซึ่งเป็นชาอูหลงสายพันธุ์ล้ำค่า ให้รสชาติผสานกลิ่นหอมของดอกไม้ สลับซับซ้อนแต่เรียบง่าย โดยเลือกเฟ้นใบชาจากไร่บนที่สูงในมณฑลฮกเกี้ยนตอนใต้ กับดอกมะลิคุณภาพเยี่ยมจากอำเภอเหิงเสี้ยน ในเขตปกครองตนเองกวางซี ซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกว่าเป็นแหล่งกำเนิดของมะลิที่ให้ความหอมลึกซึ้งและยาวนานที่สุด

International Tea Day
BO·YA Jasmine Tie Guan Yin Milk Tea: 100 บาท (R) / 115 บาท (L) BO·YA Jasmine Tie Guan Yin Brewed Tea: 85 บาท (R) / 100 บาท (L)

สัมผัสสุนทรียภาพที่มากกว่าแค่รสชาติ

นอกจากเมนูเครื่องดื่มใหม่แล้ว CHAGEE ได้ออกแบบสินค้าคอลเลกชันพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งชาออกมาเป็นไอเทมไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Tea-Scented Charm เครื่องหอมที่อบอวลกลิ่นชา Tea Icons Keychain พวงกุญแจดีไซน์เอกลักษณ์ และ Tea Roots Tumbler แก้วเก็บอุณหภูมิที่เก็บเรื่องราวของชา โดยสินค้าแต่ละชิ้นมาจากแรงบันดาลใจขององค์ประกอบธรรมชาติและสัญลักษณ์ที่เป็นหัวใจของ CHAGEE ซึ่งจะวางจำหน่ายในรูปแบบเซตสุดเอ็กซ์คลูซีฟคู่กับเครื่องดื่ม BO•YA ในช่วงเวลาพิเศษนี้เท่านั้น

สำหรับผู้ที่หลงใหลในศาสตร์และศิลป์แห่งชา CHAGEE เตรียมเปิดตัวสิ่งพิมพ์ฉบับพิเศษที่รวบรวมเรื่องราวทางวัฒนธรรมและมรดกอันล้ำค่าเกี่ยวกับชา เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยจะวางจำหน่าย ณ สาขาที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมจะทยอยแจ้งเมื่อใกล้ถึงวันชาสากล

ประสบการณ์แห่งชา… ที่เป็นมากกว่าแค่การดื่ม

ในวันที่ 21 พฤษภาคม CHAGEE จะเปิดเวิร์กชอป Tea Blending Workshops ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมที่ร้านสาขาตลอดทั้งวัน โดยแต่ละรอบจะนำทีมโดย Tea Master ที่จะพากลุ่มเล็ก ๆ ไปเรียนรู้วิธีการชิมและผสมชาด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเข้าใจว่าใบชาที่ต่างกัน ดอกไม้ที่ต่างชนิด และกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ส่งผลต่อรสชาติในแก้วได้อย่างไร

นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม CHAGEE เตรียมนำการสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมชาออกสู่ย่านชุมชนเมือง โดยมีแผนจะจัดกิจกรรม Pop-up บนถนนทรงวาด ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่เก่าแก่และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังทางวัฒนธรรมที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ย่านที่มรดกตกทอดและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ดำรงอยู่คู่กันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเปิดโลกแห่งชาให้ผู้คนเข้าถึงได้มากขึ้น

“ผู้คนส่วนใหญ่ดื่มชากันทุกวัน และนั่นคือเหตุผลที่เราคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะหยุดพักสักครู่เพื่อทำความเข้าใจกับชาให้ดียิ่งขึ้น” พัชราภา สารุ ผู้เชี่ยวชาญด้านชา (Tea Master) จาก CHAGEE ประเทศไทย กล่าว “เมื่อคุณลองสังเกตอย่างใกล้ชิด คุณจะพบความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ที่สั่งสมมานานนับศตวรรษ เกษตรกรที่เข้าใจผืนดินเหมือนที่นักดนตรีเข้าใจเครื่องดนตรี และศิลปะที่ลุ่มลึกซึ่งคนส่วนใหญ่อาจไม่เคยเห็น วันชาสากลจึงเป็นเครื่องเตือนใจที่มีความหมายให้เราได้ใช้ชีวิตให้ช้าลง ใส่ใจกับรายละเอียด และค้นพบสิ่งที่อยู่ในแก้วชามาโดยตลอด”

พบกับกิจกรรมและเมนูพิเศษเนื่องในวันชาสากลของ CHAGEE ได้ที่ทุกสาขาทั่วประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมนี้ สำหรับใครที่เคยสงสัยว่า “ชาที่ดี” เป็นอย่างไร เดือนพฤษภาคมนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการค้นหาคำตอบ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Instagram และ TikTok ของ CHAGEE Thailand หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHAGEE

คน Gen Z

เปิดโลกความชิลให้คูลแบบฉบับคน Gen Z

ยกระดับประสบการณ์ Chill Afterwork Experience กับ Chang Cold Brew Cool Club x YETI เปิดโลกความชิลให้คูลแบบฉบับ

เรียกเสียงฮือฮาและความคูลได้ทุกครั้งที่ “ช้าง โคลด์ บรูว์ คูล คลับ” (Chang Cold Brew Cool Club – CBCC) คลับอันดับ 1 ของคนสายชิล ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของคนรุ่นใหม่ Gen Z ไปอีกขั้น กับการเปิดตัวแคมเปญการสื่อสารใหม่ “Chill Everyday – Afterwork” ส่ง 3 หนุ่มพรีเซนเตอร์สายคูลอย่าง “เฟย-ภัทร” “กาญจน์ ชัชนันท์” และ “ท็อป ทศพล” มาแท็กทีมชวนคนรุ่นใหม่และเหล่า Gen Z ได้มา “เปิดโลกความชิลให้คูล” ได้ง่ายๆ หลังเลิกงานแบบ “ปิดโหมดงาน เปิดโหมดชิล” รวมทั้งเปิดตัว Chang Cold Brew Cool Club x Carnival Golf คอลเลคชันกอล์ฟไลฟ์สไตล์ ที่สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ณ ลาน The STOREYS โครงการ One Bangkok

เพื่อให้คนรุ่นใหม่ Gen Z ได้ “เปิดโลกความชิลให้คูล” ได้ง่ายๆ หลังเลิกงาน CBCC จึงร่วมกับ YETI แบรนด์ Drinkware ระดับโลก ส่งคอลเลคชัน Chang Cold Brew Cool Club x YETI ยกระดับ Chill Afterwork Experience อัปเลเวลการดื่มให้ได้อารมณ์ชิลและคูลไปพร้อมกันหลังเลิกงาน ในแบบ “ปิดโหมดงาน เปิดโหมดชิล” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาช่วงเวลาชิลหลังเลิกงานด้วยการแฮงเอาต์กับเพื่อน เพื่อรีชาร์จพลังและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งไอเดียดีๆ มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชิลที่สุด โดยสามารถเลือกซื้อคอลเลคชัน Chang Cold Brew Cool Club x YETI ได้ทาง Lazada – Chang World

โดยทั้ง 3 หนุ่มพรีเซนเตอร์ฯ ยังได้ชวนเพื่อนสายชิลอย่าง “อาร์ต มารุต” “มายด์ ณภศศิ” และเหล่า Gen Z อย่าง “เปรม วรุศ” และ “เดียร์ ญาดา” มาสร้างโมเมนต์ชิลหลังเลิกงาน ขึ้นรันเวย์เดินแฟชั่นโชว์เปิดตัว Collection Apparel พิเศษ Chang Cold Brew Cool Club x Carnival Golf คอลเลคชันกอล์ฟไลฟ์สไตล์ ที่จะเปลี่ยนกีฬากอล์ฟให้เป็นแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน รวมกว่า 10 ไอเทม ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ไม่จำกัดเฉพาะในสนามกอล์ฟ สอดรับกับเทรนด์ “Golf Lifestyle” ที่กำลังเติบโตในกลุ่ม Gen Z ไว้อัปไลฟ์สไตล์คูลๆ ได้อย่างลงตัว โดยพร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ณ Carnival Store Central World และ Mega Bangna และช่องทางออนไลน์ www.carnivalbkk.com (รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook Chang World หรือ Carnival)

#ChangColdBrewCoolClub #เปิดโลกความชิลให้คูล #ปิดโหมดงานเปิดโหมดชิล #ChillEveryday #ChillAfterwork

MET GALA 2026

ซูมให้สุดกับ ‘บิวตี้ดีเทล’ จากงาน MET GALA 2026

ซูมให้สุดกับ ‘บิวตี้ดีเทล’ จากงาน MET GALA 2026 เพราะลุคที่ว้าวจริง ต้องมีอะไรซ่อนอยู่!

MET GALA 2026 ในโลกความสวยแบบ 4K งานนี้ไม่ได้แข่งกันแค่คอสตูมที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่หลายครั้งความว้าวจริงกลับซ่อนอยู่ในดีเทลที่ต้องเข้าไปมองใกล้ ๆ ถึงจะเข้าใจ

ในโลกของบิวตี้ ดีเทลที่เล็กอาจเล่าเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่เล็บที่เหมือนอัญมณีมีชีวิต น้ำตาที่ถูกเพนต์ให้ไหลจริงแบบงานศิลป์ ไปจนถึงคิ้วที่ถูกลบเพื่อเปลี่ยนโฟกัสทั้งใบหน้า ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้ “ไม่ต้องตะโกน แต่สะกดทุกสายตา”

ซูม MET GALA 2026 ให้ลึกกว่าที่เคย แล้วจะรู้ว่าความว้าวไม่ได้อยู่ที่ความเล่นใหญ่…แต่อยู่ในดีเทลเล็กๆ ที่ซ่อนเรื่องราว และความตั้งใจของผู้ออกแบบไว้อย่างมีชั้นเชิง

#01
LISA
FROZEN JEWEL NAILS: ดีเทลเล็บแบบอัญมณีที่มีชีวิต

งานนี้สร้างสรรค์โดย ‘JUAN ALVEAR’ NAIL ARTIST ที่ออกแบบเล็บให้ลิซ่าในหลายงาน โดยครั้งนี้ตั้งใจให้ทุกองค์ประกอบอยู่ใน UNIVERSE เดียวกัน ทั้งชุด จิวเวลรี และเล็บ

ตัวเล็บทรงเรียวยาว เคลือบฐาน MILKY TRANSLUCENT ที่สะท้อนเป็นโทน ICY BLUE ประดับคริสตัลแบบ SELECTIVE PLACEMENT ให้ประกายเกิดเฉพาะจังหวะขยับมือ เหมือน ‘หยดอัญมณีแช่แข็ง’
ซึ่งสวยแบบ ‘คุมโทนทั้งลุค’ สร้างสมดุลโดยไม่แย่งซีนชุดแต่อย่างใด

BEAUTY DETAILS:
“เล็บของ LISA ถูกออกแบบให้วิบวับเฉพาะตอนขยับมือ เหมือนอัญมณีที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่เล็บติดคริสตัล”

#02
JISOO
PINK MONOCHROME: ความหวานของพี่จีซูกับสีชมพูในทุกดีเทล

ดีเทลที่ชวนมองของลุคของ JISOO อยู่ที่การคุมโทนให้เป็น ‘MONOCHROME PINK’ ตั้งแต่เมคอัพ เล็บ ไปจนถึงแฮร์แอ็กเซสซอรี โดยงานผิวถูกทำให้เนียนใส แล้วเติมบลัชและอายแชโดว์โทนชมพูที่มีประกายเล็ก ๆ

จับคู่เรียวเล็บในโทนชมพู/เงิน เคลือบเงา ซึ่งเป็นเฉดเดียวกับเดรสปักเลื่อมจาก DIOR ของเธอ จุดว้าวของลุคนี้ไม่ใช่ความจัดจ้าน แต่คือการคุมโทนสีแบบเป๊ะทั้งระบบ ตั้งแต่ผิว หน้า เล็บ ไปจนถึงผม

BEAUTY DETAILS:
“ความว้าวของลุคนี้ไม่ใช่ความจัดจ้าน แต่คือการคุมโทนสีแบบเนี้ยบทั้งระบบ ตั้งแต่ผิว หน้า เล็บ ไปจนถึงผม”

#03
ANOK YAI
TEARS OF ART : ร้องไห้แบบ
สายอาร์ต
ลุคของ ANOK YAI ใน MET GALA 2026 ถูกสร้างโดยเมคอัพอาร์ทิสต์ SHEIKA DALEY โดยเน้นโครงหน้า คิ้ว และดวงตาให้คมชัด มีมิติแบบแฟชั่น

ไฮไลต์คือ ‘น้ำตา’ ที่ไหลอาบแก้ม ซึ่งไม่ใช่คริสตัล แต่เป็นการเพนต์ด้วยพิกเมนต์ แล้วเคลือบด้วยกลอสใส เพื่อให้ดูเหมือนของเหลวกำลังไหลลงจริง ให้ฟีลดรามาติกแบบงาน MATER DOLOROSA ภาพพระแม่มารีในห้วงความเศร้า

BEAUTY DETAILS:
“‘น้ำตา’ ที่ไหลอาบแก้ม ซึ่งไม่ใช่คริสตัล แต่เป็นการเพนต์ด้วยพิกเมนต์ แล้วเคลือบด้วยกลอสใส ให้เอฟเฟกต์ ดรามาติกสมจริง”

#04
SABRINA CARPENTER
CINEMATIC DETAILS: เรียวเล็บเล่าเรื่อง

ลุคของ SABRINA CARPENTER ใน MET GALA 2026 มาในโทน OLD HOLLYWOOD ที่ดูหวานแต่แฝงความเล่นกับคอนเซ็ปต์แบบมีชั้นเชิง เมคอัพโกลว์ละมุนถูกคุมให้อยู่ในโทนเดียวกันอย่างตั้งใจ กับผม FAUX BOB ที่ม้วนซ่อนความยาวไว้ด้านใน โดยอ้างอิงจากยุค 1920s

ดีเทลที่ทำให้ลุคนี้ ‘ไม่ธรรมดา’ คือเล็บ FRENCH TIP ที่ใส่ลาย FILM STRIP ลงไปอย่างแนบเนียน กลายเป็นจุดเล็ก ๆ ที่เชื่อมทั้งลุคเข้ากับแรงบันดาลใจจากโลกภาพยนตร์

BEAUTY DETAILS:
“ซูมดี ๆ จะเห็น FRENCH TIP ที่ใส่ลาย FILM STRIP ลงไป เป็นดีเทลเล็ก ๆ ที่เชื่อมทั้งลุคเข้ากับคอนเซ็ปต์ภาพยนตร์”

#05
KYLIE JENNER
BARE BROW EFFECT: ใครเขียน! แม่จะลบ

ลุคของ KYLIE JENNER ดูแลโดยเมคอัพอาร์ทิสต์ ARIEL TEJADA ที่ยังคงซิกเนเจอร์ผิวโกลว์เนียนกริบ คอนทัวร์คม จุดเปลี่ยนที่แท้จริงของลุคนี้คือ คิ้วที่ถูกฟอกจนเกือบหาย

เทคนิคนี้ถูกใช้ในสายรันเวย์เพื่อ ‘ลบกรอบหน้า’ ทำให้โครงหน้าดูโล่งขึ้น และดันให้โฟกัสไปที่ดวงตาและผิวแทน ซึ่งหมายความว่าเมคอัพทั้งหน้าต้องถูกบาลานซ์ใหม่ ผิวต้องเรียบจริง คอนทัวร์ต้องแม่น และดวงตาต้องชัดพอจะยืนได้โดยไม่พึ่งคิ้ว

BEAUTY DETAILS:
“BLEACHED BROWS ของ KYLIE JENNER ไม่ได้แค่เปลี่ยนลุค แต่ทำให้ทุกสายตาไปโฟกัสที่ดวงตาแทนคิ้ว”

#06
HUNTER SCHAFER
LIVING CANVAS: ดีเทลบลัชฟุ้งเบลอดุจสีน้ำ

ลุคของ HUNTER SCHAFER ใน MET GALA 2026 ได้แรงบันดาลใจจากภาพ MÄDA PRIMAVESI ของ GUSTAV KLIMT เมคอัพจึงถูกออกแบบให้งานบลัชบนใบหน้ามาในสไตล์ฟุ้งละลายแบบ WATERCOLOR เบลนด์สีจากตาไปแก้มแบบไร้ขอบชัด สะท้อนวิธีการใช้สีของ KLIMT ที่เน้นอารมณ์และพื้นผิวมากกว่าความคมของเส้น

BEAUTY DETAILS:
“ความฟุ้งของลุคนี้อยู่ที่การลงบลัชแบบบาง ๆ ซ้อนเลเยอร์ทีละชั้น เพื่อให้ได้เอฟเฟกต์สีน้ำที่ละลายไร้ขอบเขต”

#07
TYLA
FULL-BODY GLOW: ร่างทองหรือจะสู้ร่างเพชร

ลุคของ TYLA ใน MET GALA 2026 ไม่ได้เล่นที่สี แต่เล่นที่แสง โดยไฮไลต์สำคัญคือการลากชิมเมอร์ออกไปทั้งตัว ตั้งแต่ใบหน้า ไหล่ ไหปลาร้า ไปจนถึงแขน เพื่อให้ทุกส่วนสะท้อนแสงไปในทิศทางเดียวกัน

เทคนิคนี้ทำให้ผิวไม่ได้ดูแค่โกลว์เป็นจุดๆ แต่กลายเป็น SURFACE เดียวกันทั้งร่าง เวลาขยับตัว แสงจะวิ่งต่อเนื่อง ทำให้ลุคดูมีมิติและเคลื่อนไหว ทำให้ลุ ดูแตกต่าง ไม่ใช่แค่ผิวสวย แต่เป็นการ ‘ออกแบบแสงบนร่างกาย’ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคทั้งหมด

BEAUTY DETAILS:
“ความว้าวคือเมื่อมองความฉ่ำวาวบนใบหน้าแล้ว สายตาก็ไหลต่อไปถึงช่วงอกที่ถูกลากยาวด้วยกลิตเตอร์ เรียกว่าเป็นร่างเพชรของแท้”

  • BEAUTY EDITOR TALK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

สิ้นสุดทุกการรอคอย แจฮยอน กลับมาหาแฟนไทยกับ FAN-CONครั้งแรก

SM True สะท้อนเสียงแห่งความคิดถึงให้ดังกระหึ่ม ต้อนรับการกลับมาของศิลปินผู้มีความสามารถรอบด้าน JAEHYUN วง NCT พร้อมทัวร์แฟนคอนเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย JAEHYUN FAN-CON TOUR in BANGKOK ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2026 (เวลา 18:00 น.) และวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2026 (เวลา 16:00 น.) ณ ธันเดอร์โดม

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติและปลดประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา JAEHYUN ก็พร้อมแล้วที่จะกลับมาพบกับแฟนคลับชาวไทยอีกครั้ง เพื่อร่วมกันสร้างท่วงทำนองใหม่ที่ตราตรึงใจยิ่งกว่าเดิม โดยถือเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษที่ทั้ง JAEHYUN และแฟน ๆ ต่างรอคอยกันมานาน

JAEHYUN ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถอันครบเครื่องผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในฐานะสมาชิกของบอยกรุ๊ปยอดนิยม NCT, NCT 127 และยูนิต NCT DOJAEJUNG จนได้รับความรักอย่างท่วมท้นไปทั่วโลก ไม่เพียงเท่านี้ เขายังสร้างตัวตนอันโดดเด่นในฐานะศิลปินเดี่ยวที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทุกผลงานล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความละเมียดละไมและการใส่ใจในทุกรายละเอียด
ความตั้งใจนั้นปรากฏให้เห็นชัดเจนในผลงานเดบิวต์เดี่ยวอย่างเป็นทางการกับอัลบั้มชุดแรก ‘J’ (สิงหาคม 2024) ที่เขามีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเขียนเนื้อเพลง ทำนอง ไปจนถึงการกำหนดทิศทางศิลป์และชื่ออัลบั้ม โดยชื่อ ‘J’ (เจ) สื่อถึงตัวตนของ JAEHYUN ได้ดีที่สุด อัลบั้มนี้รวบรวมหลากหลายสีสันทางดนตรีเอาไว้ ตั้งแต่เพลงไตเติล ‘Smoke’ ที่ดึงดูดด้วยเสียงร้องเย้ายวนสลับกับจังหวะดุดัน, ‘Dandelion’ ที่มอบความอบอุ่นหัวใจ, ‘Roses’ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ลุ่มลึกสุดเซ็กซี่ ไปจนถึงเพลงบัลลาดโชว์พลังเสียงอย่าง ‘Completely’ นอกจากนี้ ซิงเกิล ‘Unconditional’ ยังตอกย้ำสไตล์ดนตรีอาร์แอนด์บี ป๊อปที่ผสมผสานความขี้เล่นและความจริงใจไว้อย่างกลมกลืน และเขายังเซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยการปล่อยวิดีโอพิเศษเพลงความหมายดี ๆ ‘Timeless’ เพื่อแทนความคิดถึงเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีของอัลบั้มชุดแรกอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ JAEHYUN ได้ฝากความประทับใจครั้งใหญ่ไว้ในแฟนคอนเดี่ยวครั้งแรก JAEHYUN FAN-CON เมื่อเดือนตุลาคม 2024 ณ กรุงโซล ซึ่งบัตรถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงทันทีที่เปิดจอง โดยชื่องาน ‘Mute’ สื่อถึงความเงียบสงบที่ทำให้เกิดการจดจ่ออยู่กับเสียงเพลงได้ชัดเจนที่สุด
และล่าสุดในปี 2026 นี้ JAEHYUN FAN-CON TOUR คือการสานต่อเรื่องราวที่จะ “ปลดล็อกความเงียบ” แล้วกลับคืนสู่สีสันและเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ JAEHYUN อีกครั้ง โดยมีกำหนดการเปิดฉากขึ้นในวันที่ 6-7 มิถุนายนนี้ ณ JAMSIL INDOOR STADIUM กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ต่อด้วยการทัวร์ที่มาเก๊า จาการ์ตา กรุงเทพฯ และไทเป รวมทั้งหมด 5 เมืองในเอเชีย

ถึงเวลาหยุดสถานะอันเงียบงัน ด้วยหนึ่งท่วงทำนอง ที่จะถูกสร้างขึ้นอย่างไพเราะที่สุดโดย JAEHYUN และ NCTzen เตรียมสัมผัสการบรรเลงแก่นแท้ของดนตรีและอารมณ์อันไร้ขีดจำกัดในแบบฉบับของ JAEHYUN (แจฮยอน) ที่จะร้อยเรียงผ่านเวทีอันเลอค่าผสานช่วงต่าง ๆ ในหลายรูปแบบ ทั้งบทเพลง การแสดง และการพูดคุยที่จริงใจ เพื่อเติมเต็มทุกพื้นที่ในหัวใจอย่างสมบูรณ์

เปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก “NCTzen 127” Membership (GL) Pre-Sale ในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2026 เวลา 19:00 น. – 23:59 น. และรอบบุคคลทั่วไป (General Sale) ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2026 ตั้งแต่เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสออลล์ทิคเก็ต ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com

มาตรฐานความงามที่เป็นพิษ นางเอกจีน น้ำหนักเกิน 40 ถือว่าหมดอนาคต

ในปัจจุบัน วงการบันเทิงแดนมังกรกำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับ “มาตรฐานความงามที่เป็นพิษ” (Toxic Beauty Standards) ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันที่กัดกินเหล่านักแสดง โดยเฉพาะค่านิยมที่ว่าหาก นางเอกจีน / นักแสดงหญิง มีน้ำหนักเกินกว่า 40 กิโลกรัม อาจหมายถึงการสิ้นสุดของอาชีพและอนาคตในวงการ

บรรทัดฐานที่แลกด้วยสุขภาพ

สังคมจีนยังคงยึดติดกับอุดมคติของความเป็นสตรีที่ต้องมีความบอบบางและอ่อนช้อย งผลให้วงการบันเทิงยิ่งทวีความเข้มงวดในการควบคุมรูปร่างอย่างสุดโต่ง ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “เลนส์กล้องความละเอียดสูงจะเพิ่มน้ำหนักให้ตัวจริงดูขยายขึ้น 5 กิโลกรัม” เหล่านักแสดงจึงต้องลดน้ำหนักให้เหลือเพียงกระดูกเพื่อให้ภาพลักษณ์บนหน้าจอออกมา “สมบูรณ์แบบ” ตามจินตนาการของผู้เข้าชม

โดยเกณฑ์มาตรฐานที่อันตรายสำหรับนักแสดงหญิง น้ำหนักที่ถูกตราหน้าว่า “เหมาะสม” คือต้องต่ำกว่า 40 กิโลกรัม ในขณะที่นักแสดงชายถูกจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 60 กิโลกรัม ซึ่งหากใครไม่สามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า “ขาดระเบียบวินัย” หรือ “ไร้ความเป็นมืออาชีพ” ซึ่งบั่นทอนทั้งชื่อเสียงและสภาพจิตใจ

จากความงามสู่ความผิดปกติทางร่างกาย

ความหลงใหลในรูปร่างที่ผอมบางไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขบนเครื่องชั่ง แต่ยังลามไปถึงการสร้างนิยามความงามที่ผิดธรรมชาติ เช่น เอวที่เล็กเท่ากระดาษ A4,การโชว์กระดูกสะบักที่เด่นชัดและลำคอที่เรียวยาวเกินจริง,ขากรรไกรที่ต้องแหลมคมไร้ไขมันส่วนเกิน ฯลฯ

อย่างไรก็ตามสื่อของจีนได้ตระหนักถึงการยึดติดกับมาตรฐานที่ไม่สมจริงเหล่านี้ โดยระบุว่าอุตสาหกรรมบันเทิงกำลังทำลาย “ความหลากหลายของความงาม” และสร้างค่านิยมที่ผิดเพี้ยนให้แก่เยาวชนที่ยึดถือดาราเป็นต้นแบบ

การบีบคั้นให้ศิลปินต้องเข้าสู่กระบวนการลดน้ำหนักอย่างสุดโต่ง ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายและสุขภาพจิตอย่างถาวร แต่ยังเป็นการลดทอนคุณค่าของ “ความสามารถ” ให้หลบอยู่ภายใต้ “รูปลักษณ์” ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นตามกระแสนิยมที่เป็นอันตราย

ซงจูเอ๋อ รูปร่างเปลี่ยนไป จากนักแสดงรุ่นใหม่ที่โดดเด่นในเรื่องความงามและสุขภาพ กลายเป็นคนที่ผอมราวกับโครงกระดูก

จินเฉิน รูปร่างของเธอถูกบอกว่าบางราวกับตุ๊กตากระดาษแทบไม่มีส่วนโค้งเว้าเลยตั้งแต่หัวจรดเท้าและจากหน้าจรดหลัง เมื่อเธอใส่ชุดเดรสคอต่ำก็เห็นซี่โครงชัดเจน

ความงามของแองเจลาเบบี้อยู่ในระดับแนวหน้าของวงการบันเทิงมาโดยตลอด กลับมีโครงสร้างกระดูกเด่นชุดจนเกินไป ส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของเธอเป็นอย่างมาก

อู๋จิ่นเหยียน เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอเริ่มควบคุมอาหารอย่างจริงจังมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และน้ำหนักตัวที่มากที่สุดในชีวิตของเธอคือเพียง 48.5 กิโลกรัมเท่านั้น

จ้าวลู่ซือ เป็นอีกตัวอย่าง ในตอนแรกเธอถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปร่างที่ค่อนข้างอวบ เธอจึงใช้เวลาหลายปีในการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักให้ต่ำกว่า 40 กิโลกรัม โดยลดได้เพียง 36.9 กิโลกรัม ที่ความสูง 1.63 เมตร การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วประกอบกับตารางงานที่แน่น ส่งผลให้เกิดเธอต้องพักผ่อนนานกว่าหนึ่งปีจึงจะดีขึ้น

ข้อมูลจาก kbizoom