มากกว่าแฟชั่นโชว์ ความหมายที่แท้จริงของ Métiers d’Art จาก Chanel
ล่าสุด Chanel ประกาศว่าโชว์ Métiers d’Art ครั้งใหม่ภายใต้การดูแลของ Matthieu Blazy จะจัดขึ้น ณ “กรุงโรม” ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการแฟชั่นทันที เพราะสำหรับชาเนลแล้ว การเลือกเมืองไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่
แต่ก่อนจะพูดถึงหมุดหมายอันน่าสนใจครั้งนี้ แพรว ขอพาไปสำรวจว่า ทำไม Métiers d’Art ถึงเป็นหนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่สุดของ Chanel
ศาสตร์แห่งงานฝีมือ
Métiers d’Art ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “ศาสตร์แห่งงานฝีมือ” และถือเป็นหัวใจของโชว์นี้มาตั้งแต่ในปี 2002
หากพูดถึงรันเวย์ทั่วไป ส่วนใหญ่มักขับเคลื่อนด้วยเทรนด์หรือเสื้อผ้าประจำฤดูกาล ซึ่ง Métiers d’Art ไม่ใช่เพียงคอลเล็คชั่น Pre-Fall แต่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเหล่า Artisan Ateliers หรือเวิร์กช็อปช่างฝีมือระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังโลก Haute Couture ของชาเนล

ไม่ว่าจะเป็น Lesage ผู้เชี่ยวชาญงานปัก, Lemarié ผู้สร้างดอกคามิเลีย และงานขนนก, Massaro ช่างทำรองเท้า หรือ Maison Michel ผู้เชี่ยวชาญด้านหมวก ทุกองค์ประกอบเล็กๆ ล้วนเป็นสิ่งที่คอลเล็คชั่นนี้ให้ความสำคัญ และต้องการนำเสนอให้แจ่มชัดที่สุด

ดังนั้นงานบางชิ้นจึงใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการปักทีละเม็ด ทีละเส้นด้าย ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นเหตุผลที่โชว์นี้มีความหมายมากกว่าแฟชั่น เพราะคือการรักษางานฝีมือที่สวยงามให้คงอยู่และเป็นมรดกให้กับผู้คนต่อไป
ความทรงจำระหว่าง “กรุงโรม” และชาเนล
กาเบรียล โคโค่ ชาเนล เริ่มเดินทางไปอิตาลีตั้งแต่ช่วงปี 1920 และตกหลุมรักทั้งศิลปะยุค Renaissance, สถาปัตยกรรมโบราณ ไปจนถึงโลกภาพยนตร์อิตาเลียน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อมุมมองด้านความงามของเธอ
อย่างที่หลายคนเห็นว่าการประกาศโชว์ครั้งนี้ยังมาพร้อมภาพของ โคโค่ ชาเนล กับผู้กำกับระดับตำนาน Luchino Visconti ผู้เคยร่วมงานกับเธอในภาพยนตร์ Boccaccio ’70 เมื่อปี 1962

โดย Visconti ถือเป็นผู้กำกับที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพยนตร์อันเต็มไปด้วย ความหรูหราอลังการ และความฟุ่มเฟือยแบบอิตาเลียน โลกของเขาเต็มไปด้วยพระราชวังเก่า ความโรแมนติก และความงามที่ปะปนกับความเสื่อมสลาย เป็นเสน่ห์ความแตกต่างที่คอนทราสต์กันอย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับโชว์ที่จะเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของ Matthieu Blazzy ถือเป็นที่น่าจับตามอง เพราะเขาขึ้นชื่อว่าเป็นดีไซเนอร์ที่มีฝีมือเก่งกาจเรื่อง craftsmanship และยังหลงใหลในรายละเอียดที่คนอาจไม่เห็นในครั้งแรก อีกทั้งมักเปลี่ยนวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะผ่านเทคนิคระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับจิตวิญาณจอง Métiers d’Art ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพ: Courtesy of Chanel
