แจม-รชตะ หิมพานนท์

ความท้าทายในก้าวย่างของชีวิตวัยเลข 3 แจม-รชตะ หิมพานนท์

จากวันแรกที่เริ่มงานในวงการบันเทิงในฐานะนายแบบ สู่การเป็นพระเอกเต็มตัวกับซิตคอมเรื่องรักนะขอรับ ละครเวลากามเทพ กระทั่งถึงคุณชาย ซีรีส์ที่ทําให้เห็นพัฒนาการของ แจม-รชตะ หิมพานนท์ ที่กลายเป็นขวัญใจชาวล้อม สร้างปรากฏการณ์ห้างแตก ล่าสุดเขามาพร้อมละครเรื่องใหม่เรือนโชนแสง และความท้าทายในก้าวย่างของชีวิตในเลข 3

เล่าถึงเรือนโชนแสงหน่อย เป็นอย่างไรบ้าง

“ผมยังไม่เคยรับบทแนวนี้ ตัวละคร “สิน” ค่อนข้างมีความคิดซับซ้อน มีการ วางแผน จึงต้องทําการบ้านเยอะ เพื่อเข้าใจตัวละครให้ละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น ว่าเขาต้องการอะไร คิดอะไร ทําไมจึงทําแบบนี้

“ในสายตาผู้ชมอาจมองว่าเขาทําไม่ดี แต่ในมุมของตัวละครเราต้องเข้าใจว่า เขาทําไปเพราะอะไร ต้องตีโจทย์ให้แตก เพื่อจะได้ดีไซน์ตัวละครออกมาให้ตรงกับ คาแร็คเตอร์ ซึ่งผมชอบขั้นตอนนี้นะครับ สนุกดี (ยิ้ม) แม้ส่วนตัวนิสัยผมไม่ได้คิด อะไรซับซ้อน เป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ บทนี้จึงค่อนข้างท้าทายครับ”

แจม-รชตะ หิมพานนท์

ปีนี้แอมตั้งเป้าหมายหรือวางแผนไว้อย่างไรบ้างคะ

“ผมอยากเล่นละครให้เต็มที่กว่าเดิม ปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ท่าอะไร หลายอย่าง ทั้งร้องเพลง ทัวร์คอนเสิร์ต ปีนี้จึงอยากชาลเลนจ์ตัวเองเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ ฝีมือและทักษะการแสดง อยากลองเล่นบทบาทใหม่ ๆ ที่ฉีกออกไปจากความเป็น ตัวเอง อย่างตัวละครที่มีความร้าย แต่มีมิติ มีความซับซ้อน อย่างเรื่อง เรือนโขนแสง ที่ทําให้ผมสนุกกับการแสดงมากขึ้นด้วยครับ

“ถ้ามีโอกาสอยากลองเล่นซีรีส์แนวพีเรียด แบบย้อนไปสมัยอยุธยาเลย เพราะผมชอบอ่านชอบศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์มาตั้งแต่เด็กๆ”

เพิ่งผ่านวันเกิดไปหมาดๆ พออายุขึ้นเลข 3 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างคะ

“รู้สึกว่าไม่เปลี่ยนเท่าไรนะ อายุเพิ่มขึ้น แต่เรายังอยู่ในสังคมเดิม เพื่อน กลุ่มเดิมที่เติบโตมาด้วยกัน ที่เปลี่ยนอาจเป็นการทํางานในวงการบันเทิง ได้เจอน้อง นักแสดงรุ่นใหม่ ทําให้เราต้องปรับตัวอยู่กับเขาให้ได้

“แต่ถ้าถามว่าต่างจากวัยเลข 2 ไหม ก็ไม่ขนาดนั้นครับ อาจเป็นวิธีคิด เกี่ยวกับการวางแผนชีวิตและอนาคตของตัวเอง (ยิ้ม) คิดเยอะขึ้น รอบคอบขึ้น สมมติอยากได้ของสักชิ้น เมื่อก่อนคงซื้อเลย ถ้าไม่ได้ใช้ค่อยขาย “แต่ตอนนี้มีเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องคิดวางแผนการใช้เงินระยะ 2-3 ปี โดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับครอบครัว ต้องมีเงินสํารองเตรียมพร้อมไว้ ประมาณนี้ครับ “อีกอย่างคือยิ่งทํางานเยอะ รู้จักคนเพิ่มขึ้น ทําให้ผมเรียนรู้วิธีการเข้าหา คน จากเมื่อก่อนเวลาจะทําความรู้จักใครใหม่ ผมค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยเปิดใจ แต่ตอนหลังกําแพงค่อย ๆ หายไป ผมเข้าสังคมได้ดีขึ้น กล้าพูดมากขึ้น ต่างจาก เมื่อก่อนครับ

“แล้วเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีการพูดเรื่องอินโทรเวิร์ต คนที่ไม่รู้จักอาจมองว่า ผมหยิ่ง เพราะถ้าใครไม่คุยกับผมก่อน ผมก็ไม่คุยด้วย แต่เดี๋ยวนี้ผมใช้วิธีสังเกต ว่าคนรอบข้างเขาคุยอะไรกัน พอมีจังหวะก็จะลองเดินเข้าไปแกล้งๆ ถามว่าคุยอะไรกัน (หัวเราะ) แม้จะไม่ถึงขนาดคุยเก่ง แต่ก็เรียกได้ว่าเข้ากับคนอื่นได้ดีขึ้นครับ”

แจม-รชตะ หิมพานนท์

แล้วมุมความชอบหรืองานอดิเรกเปลี่ยนไปไหม

“ผมยังชอบต่อกันดั้มและเล่นกีตาร์อยู่บ้านเหมือนเดิม (ยิ้ม) ถ้าว่างก็ไปเที่ยว ต่างจังหวัดบ้าง อาจเพราะสมัยเด็กไม่ค่อยมีโอกาสทําเรื่องพวกนี้ พอตอนนี้มีรายได้ แล้วจึงอยากลองทุกอย่างที่เคยอยากทํา แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเมื่อก่อนมีเวลา แต่ไม่มีเงิน ตอนนี้มีเงิน แต่ไม่ค่อยมีเวลา ก็พยายามบาลานซ์ให้ดีที่สุดครับ” คิดว่าตอนนี้ลงตัวหรือยังคะ

“เรื่องเวลายังไม่ค่อยลงตัวครับ อย่างการพักผ่อน บางครั้งจะนอนแล้ว ในหัว ยังคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เช่น พรุ่งนี้ต้องทําอะไร พยายามบาลานซ์ให้ดีขึ้น โฟกัส สิ่งที่ต้องทําตรงหน้าก่อน ไม่ต้องคิดล่วงหน้าเยอะ ตอนนี้ผมเริ่มรู้ว่าตัวเองมีลิมิต ประมาณไหน เมื่อก่อนชอบดันทุรัง แต่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ไหวก็ยอมรับว่าไม่ไหว”

เรียกว่าชัดเจนกับตัวเองขึ้นไหมคะ

“ถ้าถามว่ารู้จักตัวเองหมดทุกอย่างไหม….คิดว่ายังครับ ยังมีอีกหลายอย่าง ที่อยากทํา แต่ยังไม่ได้ลอง ยังต้องหาอะไรที่ผมชอบทําไปอีกเรื่อย ๆ “เมื่อก่อนผมชอบทํางานเยอะๆ คิดว่าดี แต่เดี๋ยวนี้อยากเน้นที่คุณภาพ มากกว่าปริมาณ ยิ่งงานละคร ผมมองการแสดงเหมือนงานศิลปะอย่างหนึ่ง และ ผมเรียนรู้แล้วว่าการถ่ายละครพร้อมกันหลายเรื่องร่างกายจะไม่ไหว เพราะแต่ละ ตัวละครที่เราต้องสวมบทบาทมีความแตกต่างกัน เราไม่สามารถรู้เลยว่าจะป่วย ตอนไหน สมมติถ้าต้องเข้าโรงพยาบาล ละครทุกเรื่องจะถูกเบรก แต่ถ้าโฟกัส ไปเลยเรื่องเดียว เราจะมีเวลาพักผ่อน มีเวลาโฟกัสกับตัวละครนั้นอย่างเต็มที่”

แจม-รชตะ หิมพานนท์

จากวันแรกที่ทํางานจนถึงวันนี้ ช่วงไหนที่รู้สึกว่าประสบความสําเร็จแล้ว

“ย้อนกลับไปกว่า 10 ปี ผมเริ่มจากการเป็นนายแบบ จากนั้นขยับมาเป็น นักแสดง สําหรับผมความสําเร็จเกิดขึ้นในทุกช่วงชีวิต เป็นการก้าวไปทีละขั้น ผมไม่ได้วางความสําเร็จเป็นธงใหญ่

“เหมือนตอนที่ผมประกวดนายแบบแล้วได้รับตําแหน่ง (Mister Grand International Thailand 2017 และรองชนะเลิศอันดับ 1 Mister Grand International 2017 ที่ฟิลิปปินส์) ก็รู้สึกว่าตัวเองสําเร็จแล้วนะ แต่พอมาเป็น นักแสดงที่เริ่มจากตัวประกอบ แล้วค่อย ๆ ขยับไปเป็นตัวหลัก ผมก็มองว่า สําเร็จไปอีกขั้น พอตอนนี้ได้เป็นนักแสดงหลักของช่อง มีผู้ชมชื่นชอบ ก็รู้สึก ประสบความสําเร็จในส่วนนี้เช่นกัน” (ยิ้ม)

มีเป้าหมายใหญ่ที่อยากพิชิตให้ได้ไหมคะ

“อยากรวยครับ (หัวเราะ) คนทํางานก็ต้องคิดแบบนี้เนอะ อยากสบายตั้งแต่ ยังมีแรงทําอะไร ไม่ได้อยากสบายตอนแก่ ที่สําคัญผมอยากให้คนรอบข้างได้ใช้ชีวิต สบาย ๆ ไร้กังวล อย่างคุณย่าที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ถ้าเขาอยากได้อะไร แล้วผมสามารถซื้อได้ ผมให้ทุกอย่าง “ผมตั้งเป้าไว้ว่าต้องดูแลตัวเองให้ได้ก่อน จึงจะดูแลคนอื่น เพราะถ้าวันหนึ่ง เราเป็นอะไรไป คนอื่นจะทํายังไง เมื่อผมเริ่มทุกอย่างจากศูนย์ มาถึงตอนนี้ก็น่าจะมาได้ไกล 70 – 75 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ”

แจมมองว่าเส้นทางการทํางานของตัวเองเป็นอย่างไร

“ผมว่าสนุกดีนะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ (ยิ้ม) เพราะถ้าจู่ ๆ กระโดด มาเป็นพระเอกเลย ก็คงไม่ได้เป็นผมเหมือนทุกวันนี้ ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง ซึ่ง หล่อหลอมผมจากจุดเริ่มต้น แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาทีละระดับจนถึงวันนี้ แม้จะไม่ใช่ จุดสูงสุด แต่คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นจากเมื่อก่อนมากๆ

“แต่มุมส่วนตัว นิสัยก็ยังเหมือนเดิมครับ อย่างเวลาทํางานเจอเพื่อนที่เป็น นักแสดงสมทบที่รู้จักกันตั้งแต่เข้าวงการ เราก็ยังคุยเล่นกันปกติ ผมไม่ได้ถือหัวโขน ว่าเป็นพระเอก แต่ผมเป็นนักแสดงคนหนึ่ง เป็นคนทํางานเหมือนกับทุกคนครับ”

แจม-รชตะ หิมพานนท์

ช่วงไหนของการทํางานที่รู้สึกว่าหนักที่สุดคะ

“ชีวิตเหมือนกราฟที่มีขึ้นมีลง ช่วงหนักที่สุดน่าจะช่วงก่อนละครเรื่อง คุณชาย ออนแอร์ครับ เพราะตอนนั้นผมสอบบรรจุข้าราชการครูได้ ต้องตัดสินใจว่าจะเลือก อะไร ระหว่างกลับไปรับราชการที่ต่างจังหวัดกับอยู่สู้ต่อในกรุงเทพฯ ตอนนั้นผม ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเยอะ จึงค่อนข้างหนักครับ

“ใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน แค่รู้สึกหนักใจมากกว่าในช่วงแรก ตอนนั้นคิดว่า เราเลือกที่จะเดินทางนี้แล้ว ต้องไปให้สุด และอายุเรายังไม่เยอะ ยังไปต่อได้ จึง ตัดสินใจลุยให้เต็มที่ ซึ่งพอละครออนแอร์ ชีวิตเปลี่ยนเลยครับ ซึ่งถ้าบอกตัวเอง ตอนนั้นได้ คงจะบอกว่าดีแล้ว คิดถูกแล้วที่เลือกทางนี้” (ยิ้ม)

แล้วกราฟชีวิตช่วงทีรู้สึกว่าพีคที่สุดคือตอนไหน

“ตอนซีรีส์ คุณชายออนแอร์ครับ ประมาณ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมีงานแฟนมีต งานอีเวนต์ คอนเสิร์ต ทัวร์ต่างประเทศ แทบไม่ได้พักเลย ก่อนหน้านั้นผมเคยพูด กับพี่ฟิล์ม (ธนภัทร กาวิละ) ว่าอยากมีงานติดกัน 30 วัน พี่ฟิล์มก็บอกว่า “เดี่ยว จะรู้สึก” จ่าได้ว่าผมตอบไปว่า “อยากรู้สึกมากเลย” (หัวเราะ)

แล้วพอวันนั้นมาถึงจริง ๆ ร่างกายแทบจะไม่ไหวเลยครับ เหนื่อยมาก ได้นอน วันละ 2-3 ชั่วโมงแล้วตื่นมาทํางานต่อ ช่วงแรกที่งานเข้ามาเยอะผมต้องปรับจูน หลายอย่าง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอ อย่างงานพรีเซ็นเตอร์ แฟนมีตติ้ง จึงมีทั้งความตื่นเต้นและกดดัน

แต่ผ่านไปประมาณ 1 เดือนก็เริ่มปรับตัวได้ครับ เริ่มบาลานซ์พลังงานใน ร่างกายได้ดีขึ้น สมมติถ้าวันหนึ่งมี 3 งานควรจะจัดการยังไง เพราะผมเต็มที่ทุกงาน ใช้พลังงานเยอะ ก็ต้องนอนเยอะ ๆ พอขึ้นรถปุ๊บจึงหลับเติมพลัง” (หัวเราะ)

รู้สึกอย่างไรกับปรากฏการณ์ห้างแตก

“สนุกและแฮปปี้มากครับ ผมอยากเห็นภาพแบบนี้มานานแล้ว (ยิ้ม) วันที่ ผมเจอปรากฏการณ์ห้างแตก เพิ่งเข้าใจว่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง เหมือนก่อนหน้านี้ เวลาเราไปยืนดูพี่ๆ นักแสดง ซึ่งพอเจอกับตัวเอง บอกเลยว่ามีความสุขมากที่ได้ สัมผัสความรู้สึกนี้

แล้วช่วงไหนของชีวิตทีรู้สึกกดดันที่สุดคะ

“ช่วงถ่ายละครครับ เพราะเราได้รับโอกาสมาแล้ว ก็อยากทําให้ออกมาดีที่สุด ไม่รู้ว่าคนดูจะชอบไหม ฟีดแบ็กจะเป็นอย่างไร กดดันมาก พอปิดกล้อง ละคร ออนแอร์ กระแสออกมาว่าคนดูชอบ ความกังวลก็คลายไปได้ครับ “เมื่อก่อนผมจะเข้าไปดูฟีดแบ็กตลอดว่าคนสนใจเยอะไหม คอมเมนต์ดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้พยายามปล่อยวาง กดดันตัวเองให้น้อยลง เพราะเราเต็มที่ที่สุด แล้วผลจะออกมาเป็นยังไง ให้ผู้ชมตัดสินครับ

ช่วงที่สนุกที่สุด

“น่าจะช่วงเรียนปริญญาตรีปี 4 ปี 5 ผมได้เป็นครูฝึกสอน 1 ปี และสอบติด ข้าราชการตามที่ตั้งใจด้วย ช่วงนั้นผมมีความสุขและสนุกมาก ๆ เวลาอยู่โรงเรียน ได้เจอเด็กนักเรียน ไปมหาวิทยาลัยได้เจอเพื่อน ตอนนั้นคือไม่อยากเรียนจบเลย อยากเจอเพื่อน” (หัวเราะ)

แล้วความสุขของแจมในวันนี้คืออะไรคะ

“แค่ได้อยู่บ้านเล่นกับนกก็มีความสุขแล้วครับ ผมเลี้ยงนกสีเหลืองตัวหนึ่ง ชื่อกันดั้ม เขาชอบบินมาเกาะตัว มาเล่นกับผม ร้องเพลง หรือบางครั้งแต่ผมนั่ง มองเขาเฉย ๆ ก็ยิ้มได้ละ” (ยิ้ม)

แอมมีมุมหวานๆ หรือโรแมนติกบ้างไหมคะ

(หยุดคิด) “ผมไม่ใช่คนหวานน่ะ หวานสุดของผมก็น่าจะตอนเล่นกับกันดั้ม (นก) มั่งครับ แบบเล่นกันมุ้งมิ้ง ๆ” (หัวเราะ)

สมมติว่ากําลังมีความรัก แจมจะเป็นอย่างไรคะ

“ถ้ามีความรัก เวลาขับรถไปด้วยกันผมจะมองหน้าเขา หรือถ้าแดดส่องตาก็จะดิ่งที่บังแดดให้ คงเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ครับ (ยิ้มเขิน)

“คงไม่มีเซอร์ไพรส์ด้วยดอกไม้ช่อยักษ์ๆ ผมจะให้แค่ดอกเดียว แต่เป็น ดอกไม้ที่ผมตั้งใจปลูกมาทั้งปีเพื่อให้เขา (ยิ้ม) ถ้าความโรแมนติกเต็ม 10 ผมน่าจะ อยู่ที่ระดับ 4 ได้แค่นี้แหละครับ

“อาจจะไม่หวาน แต่ใส่ใจนะ” (ยิ้ม)

เรื่อง Minim

ภาพ กฤตธี

สไตล์ลิสต์ UNSEENUP

Robbie Williams

Better Man ภาพยนตร์ชีวประวัติ Robbie Williams

ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พาผู้ชมติดตามเรื่องราวชีวิตของ ร็อบบี้ วิลเลียมส์ ศิลปินระดับตำนานแห่งวง Take That ใน Better Man ภาพยนตร์ชีวประวัติที่ถ่ายทอดการเดินทางจากการเป็นสมาชิกวงสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวระดับโลกที่ประสบความสำเร็จ ผ่านการนำเสนอในรูปแบบของชิมแปนซี กำกับโดย ไมเคิล เกรซีย์ (The Greatest Showman)

จากแรงบันดาลใจของ Robbie Williams สู่ตัวละครลิง

ไมเคิล เกรซีย์ (Michael Gracey) ผู้กำกับจาก The Greatest Showman เผยว่าแนวคิดในการเปลี่ยนวิลเลียมส์ให้เป็นลิง เกิดขึ้นจากบทสนทนากับนักร้องดัง ซึ่งเคยกล่าวว่า “ผมรู้สึกเหมือนเป็นลิงที่ถูกฝึกให้แสดงเพื่อความบันเทิงของคนอื่น” นำมาสู่การเล่าเรื่องในมุมมองใหม่ที่แตกต่างไปจากภาพยนตร์ชีวประวัติทั่วไป

สิ่งที่ทำให้ “Better Man” โดดเด่น คือการนำเสนอร็อบบี้ วิลเลียมส์ในรูปแบบของ ชิมแปนซี ที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก (CGI) โดยมี จอนโน เดวีส์ เป็นผู้แสดงผ่านเทคนิค โมชั่นแคปเจอร์ (motion capture) พร้อมด้วยการพากย์เสียงโดยวิลเลียมส์เองและเดวีส์

จอนโน เดวีส์ นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ เป็นที่รู้จักจากผลงานละครเวทีและซีรีส์ต่างๆ อาทิ HuntersA Clockwork Orange เขาต้องฝึกฝนเสียงพูด การเคลื่อนไหว และท่าทางของร็อบบี้ วิลเลียมส์ โดยมีทีมวิชวลเอฟเฟกต์ Weta FX (ผู้สร้าง Gollum จาก The Lord of the Rings) ช่วยสร้างตัวละครลิงชิมแปนซีที่ดูสมจริง

ภาพยนตร์ “Better Man” มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 24 เมษายนนี้ ห้ามพลาด!

เจาะดีเทลผลงานส่งท้ายหัวเรือจิเวลรี่ LV “Francesca Amfitheatrof”

เก้าอี้ดนตรีหมุนเวียนอีกครั้ง เมื่อ Francesca Amfitheatrof ครีเอทีฟไดเรกเตอร์จิเวลรี่ Louis Vuitton ประกาศลาออก หลังจากดำรงตำแหน่งมา 7 ปี โดยเธอได้กล่าวว่า “ฉันรู้สึกยินดีที่ได้รับโอกาสสร้างสรรค์จิเวลรี่และเครื่องประดับชั้นสูงจากหลุยส์ วิตตอง หลังจาก 7 ปี ที่แสนมหัศจรรย์และเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงกล้า ฉันภูมิใจมากที่ได้อยู่เบื้องหลังคอลเล็คชั่นอันเป็นตำนานเหล่านี้ สุดท้ายการเดินทางครั้งใหม่ของฉันจะเป็นอย่างไร จะประกาศให้ทราบเร็วๆ นี้”  ซึ่งคอลเล็คชั่นสุดท้ายภายใต้การครีเอทของเธอมีชื่อว่า Awakened Hands, Awakened Minds ที่เราจะพาไปเจาะลึกเพื่อส่งท้ายตำแหน่งหัวเรือจิเวลรี่ไปด้วยกัน

What is the awakened hands, awakened minds?

            คอลเล็คชั่นนี้เชื่อมโยงกับเอกลักษณ์งานฝีมือที่หรูหรา เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมแห่งศตวรรษที่ 19 ผ่านการรังสรรค์ผลงานไฮจิวเวลรี่ โดยแบ่งเป็น 2 ไลน์ คือ Awakened Hands และ Awakened Minds ซึ่งเราจะยกผลงานบางชิ้นมาให้ยลโฉมกัน

Awakened Hands

Séduction จิเวลรี่ที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์ หากสังเกตเราจะเห็นลายถักทอที่แผ่ขยายออกไปทั่วทั้งชิ้นงานผ่านดีไซน์ในรูปตัว V อีกทั้งยังเก็บขอบในแบบเกลียวเชือก และลวดลาย Monogram Kite ชวนให้นึกถึงเอกลักษณ์อันเป็นตำนานของ และจุดเด่นของเส้นนี้อยู่ที่มรกตแซมเบีย 12.92 กะรัต กว่าจะได้ผลงานสุดอลังการขนาดนี้ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 4,200 ชั่วโมง ในการรังสรรค์

          อีกชิ้นที่น่าสนใจมงกุฎชิ้นแรกของเมซงที่มีชื่อว่า Élégance สื่อถึงศิลปะแห่งความพริ้วไหวผ่านเพชรน้ำงามสีขาวบริสุทธิ์ที่เมซงได้คลี่คลายตัวอักษร V เป็นลวดลายกราฟิกที่สอดประสานกันอย่างงดงาม พร้อมทั้งยังมีเพชรเจียระไน LV Monogram Star บริเวณหน้ามงกุฎ

Awakened Minds

หนึ่งในคอคเล็คชั่นที่น่าสนใจ ยกให้ Victoire สร้อยคอที่ถ่ายทอดดีไซน์หรูหราและสลับซับซ้อนของหอไอเฟลด้วยมุมมองแบบกลับหัว มาในรูปแบบของสร้อยคอรูปตัววีที่รังสรรค์ขึ้นจากภาพแลนด์มาร์กของฝรั่งเศส โดยความโดดเด่นนอกจากดีไซน์สร้อยเส้นนี้มีอัญมณีขนาด 15.16 กะรัตในระดับ D IF ซึ่งเจียระไนมาในรูปทรง Monogram Flower ที่เป็นหนึ่งในการรังสรรค์ผลงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในคอลเล็คชั่นไฮจิวเวลรี่ของเมซง

เห็นความสวยงามของคอลเล็คชั่นสุดท้ายที่เธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแล้วก็ใจหายเบาๆ แต่เชื่อว่าทุกการเริ่มต้นใหม่จะดีเสมอ มารอติดตามเส้นทางของ Francesca Amfitheatrof และภาพลักษณ์เครื่องประดับ Louis Vuitton ไปพร้อมกัน


รูปภาพและข้อมูล: Louis Vuitton

อีจุนฮยอก

อีจุนฮยอก หรือ คุณเลขายู เตรียมบินลัดฟ้ามาดูแลแฟนชาวไทย

ทำเอาเหล่า CEO คังประเทศไทยกรี๊ดสุดๆ “คุณเลขายู” บินลัดฟ้ามาดูแลแฟนๆด้วยตัวเอง! ปักหมุดมาจัดแฟนมีตติ้งที่ไทยเป็นครั้งแรก “อีจุนฮยอก” (Lee Jun Hyuk) พระเอกเกาหลีที่กำลังมาแรง เจ้าของบทบาท “คุณเลขายูอึนโฮ” พ่อหนุ่มไมโครเวฟ อบอุ่น หล่อกระชากใจจากซีรีส์สุดฮอต “Love Scout“ กับ 2025 LEE JUN HYUK FAN MEETING IN BANGKOK [LET ME IN] ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568 เวลา 17:00 น. ณ PHENIX GRAND BALLROOM ชั้น 5 จัดโดยผู้จัดคุณภาพ Line up Entertainment Co.,Ltd.

หนุ่ม Lee Jun Hyuk เพิ่งมีผลงานสุดปังในซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ “Love Scout” กับบทบาทเลขาหนุ่มหล่อเพอร์เฟกต์ “ยูอึนโฮ” ก็โปรยเสน่ห์จนแฟนๆซีรีส์เคลิ้มโดนตกแบบหาทางออกไม่ได้ โดยซีรีส์เรื่องนี้กระแสดีลาจอด้วยเรตติ้งสูงสุดที่ 12.0% ทำให้นักแสดงหนุ่มได้รับความรักและความนิยมอย่างล้นหลาม

งานนี้พ่อหนุ่มไมโครเวฟ คุณเลขายูเตรียมบินมาดูแล พร้อมเสิร์ฟหน้าหล่อๆใสๆแบบใกล้ๆ ละลายหัวใจทุกคน รวมทั้งเตรียมโชว์พิเศษและเซอร์ไพรส์อีกเพียบ!! แฟนๆชาวไทยห้ามพลาด เคลียร์คิวให้พร้อม มาต้อนรับหนุ่มคนนี้ให้ประทับใจแบบไม่รู้ลืม และมาร่วมสร้างโมเมนต์สุดพิเศษไปพร้อมกัน

เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 10:00 น. ทาง www.theconcert.com บัตรราคา 6,500 / 4,900 / 4,500 / 2,900 พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย โดยทุกที่นั่งจะได้รับ Official Poster, Exclusive Photocard, และได้ Hi-Bye Session

ขึ้นแท่นลูกรัก! สำรวจกระเป๋า 5 แอมบาสเดอร์แบรนด์หรู

เรียกว่าช่วงนี้วงการแฟชั่นไทยกำลังคึกคัก เพราะมีคนดังมากมายได้รับเลือกให้เป็นแอมบาสเดอร์แบรนด์หรู ไม่ว่าจะเป็นเบคกี้ รีเบคก้า, ฟรีน สโรชา, วิน เมธวิน, ตู ต้นตะวัน และไบรท์ วชิรวิชญ์ ซึ่งทำให้ไอเท็มที่เขาหยิบมาสวมใส่น่าจับตามองเป็นพิเศษ แพรวจึงขอพาไปเจาะไอเท็มที่ต้องใช้ซ้ำบ่อยที่สุดอย่าง “กระเป๋า” ว่าทั้ง 5 คนจะเลือกใบไหนเป็น Everyday Bag

เบคกี้ รีเบคก้า – CHANEL 25

หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการจาก CHANELว่า “เบคกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง” ได้รับตำแหน่งแอมบาสเดอร์คนถัดไป แฟชั่นไอเท็มที่เธอเลือกหยิบมาสวมจาก Chanel ก็ดูน่าจับตามองไปหมด อย่างล่าสุดที่เธอมาพร้อมกระเป๋าใบใหม่ “CHANEL 25” จากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2025 หนังลูกวัวลายเกรนสีดำ ในลุคชีวิตประจำวันที่สะท้อนความเรียบง่ายและหรูหรา สอดคล้องกับโจทย์จากชาเนลที่รังสรรค์ให้กระเป๋าใบนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว สำหรับราคาอยู่ที่ 254,000 บาท

ฟรีน สโรชา – VALENTINO GARAVANI 9TO5 SHOULDER BAG IN JACQUARD RAFFIA WITH CHERRYFIC MOTIF

            ขอยกความน่ารักมาไว้ที่กระเป๋าลายเชอร์รี่ของแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ VALENTINO อย่าง “ฟรีน – สโรชา จันทร์กิมฮะ” ที่ไม่ว่าจะร่วมชมแฟชั่นโชว์ หรือวันสบายๆ เดินชมเมือง เธอก็พก VALENTINO GARAVANI 9TO5 SHOULDER BAG IN JACQUARD RAFFIA WITH CHERRYFIC MOTIF ไปด้วยตลอด โดยกระเป๋าสะพายไหล่ใบนี้รังสรรค์ขึ้นจากผ้าราเฟียแจ็คการ์ดสังเคราะห์ มาพร้อมลาย Cherryfic แต่งขอบหนังและตัวล็อคแบบ VLogo ราคาอยู่ที่ 144,000 บาท

วิน เมธวิน – Prada Nappa Leather Shoulder Bag

            สลับมาที่ฝั่งผู้ชายกันบ้างกับ “วิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” ถือ Prada Nappa Leather Shoulder Bag อยู่เป็นประจำ โดยกระเป๋ากะทัดรัดใบเก๋นี้ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงวินเทจ ที่ผสานสไตล์เออร์เบิร์นและความมินิมอลได้อย่างลงตัว นอกจากนี้หนังนัปป้ายังโดดเด่นด้วยพื้นผิวแบบมีลวดลายอีกด้วย สำหรับใครที่อยากซื้อตาม ราคาอยู่ที่ 110,000 บาท

ตู ต้นตะวัน – Small Lady D-Joy

            สำหรับสายหวานต้องห้ามพลาดกระเป๋าเหมือน “ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล” นั่นคือ Small Lady D-Joy สี Powder Pink ซึ่งรังสรรค์จากหนังแกะที่ประดับด้วยการเดินด้ายลาย Cannage พร้อมเสริมความโดดเด่นด้วยจี้ตัวอักษร D.I.O.R. ในวัสดุโลหะเคลือบทองสีอ่อน นอกจากจะถือเป็นกระเป๋าออกงานในโอกาสสำคัญได้แล้ว ยังมีสายหนังและโลหะสำหรับครอสบอดี้ในลุคสบายๆ ได้อีกด้วย ราคาอยู่ที่ 175,000 บาท

ไบรท์ วชิรวิชญ์ – Small Rocking Horse Satchel

ปิดท้ายกันที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ Burberry อย่าง “ไบรท์ – วชิรวิชญ์ ชีวอารี” ที่ช่วงหลังมานี้ เขามักสะพายกระเป๋า Small Rocking Horse Satchel เป็นประจำ โดยกระเป๋าดังกล่าวมีรูปทรงโค้งมน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอานม้า มาพร้อมตัวล็อกแบบตัว “b” เอกลักษณ์ประจำแบรนด์ที่ใครเห็นก็ต้องจำได้ ราคาอยู่ที่ 67,500 บาท


เตนล์ปล่อยเพลง STUNNER มาให้ตะลึงดึงดูดทุกสายตา

เปิดตัวมาสร้างความตะลึงดึงดูดทุกสายตาราวกับแม่เหล็ก ! สำหรับมินิอัลบั้มชุดที่ 2 ‘STUNNER’ของ TEN ที่ประกอบด้วยทั้งหมด 7 เพลงที่มีเสน่ห์หลากหลาย รวมถึงเพลงไตเติล ‘STUNNER’ เวอร์ชันภาษาเกาหลีและอังกฤษ ซึ่งจะพาผู้ฟังไปสัมผัสกับโลกดนตรีที่มีความไดนามิกมากขึ้นของ TEN โดยเพลงทั้งหมดได้ถูกปล่อยออกมาเรียบร้อย ในวันที่ 24 มีนาคม 2025 ตามเวลาประเทศไทย 16:00 น. ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงต่าง ๆ ทั่วโลก


โดยเฉพาะเพลงไตเติลชื่อเดียวกับอัลบั้มว่า ‘STUNNER’ เป็นเพลงแนว R&B Pop ผสมผสานเครื่องดนตรีที่มีจังหวะดึงดูดใจกับเสียงสังเคราะห์ โดยทุกคนจะได้สัมผัสตั้งแต่เสียงร้องที่มีจังหวะและไพเราะ ไปจนถึงการแรปและเสียงกระซิบในโทนสุดชิค เนื้อเพลงสื่อถึงความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นต่อคนที่มีเสน่ห์เกินคาด ยิ่งไปกว่านั้น ‘STUNNER (English Version)’ จะไม่เหมือนกับเวอร์ชันภาษาเกาหลีที่เกี่ยวกับความรู้สึกถูกดึงดูดโดย ‘ฝ่ายตรงข้าม’ แต่ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษจะมีข้อความว่า ‘ตัวฉัน’ เป็นคนที่เปล่งประกาย ซึ่งเนื้อหาที่แตกต่างกันในแต่ละเวอร์ชันนี้ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการรับฟังมากขึ้น ด้านมิวสิกวิดีโอของเพลงไตเติล ‘STUNNER’ ถ่ายทอด TEN ในฐานะบุคคลที่มีพลังแม่เหล็กดึงดูดทุกอย่างทั้งผู้คนและสิ่งของ โดยการแสดงของเพลงนี้จะเริ่มต้นขึ้นด้วยภาพลักษณ์ที่ดูมีความผ่อนคลายของ TEN แล้วจึงระเบิดพลังออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเพลงที่ดำเนินไป โดยเขาจะทำให้ทุกคนต้องหลงเสน่ห์อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยท่าเต้นสำคัญที่มีการใช้มือตามเนื้อเพลงอย่าง ‘Stunner’, ‘Fire’ ที่ร้องซ้ำ ๆ ในท่อนคอรัส พิสูจน์อีกครั้งถึงคำขนานนามว่า ‘Artistic Performer’


ในมินิอัลบั้มชุดที่ 2 ‘STUNNER’ ยังมีเพลงภาษาอังกฤษ ‘BAMBOLA’ (แบมโบลา) ที่มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาให้รับชมกันล่วงหน้า เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เพลงแนว Dance pop พูดถึงคาแรกแตอร์เด็กซน ๆ ที่พยายามควบคุมอีกฝ่ายตามใจชอบเหมือนตุ๊กตา, เพลงภาษาอังกฤษให้อารมณ์สุดเท่ ‘Enough For Me’ (อินัฟ ฟอร์ มี) แนว R&B pop เกี่ยวกับการมีช่วงเวลาดี ๆ ในใจกลางงานปาร์ตี้ที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย, ‘Sweet As Sin’ (สวีต แอส ซิน) เพลงภาษาอังกฤษที่มีอารมณ์มืดมนผสมผสานองค์ประกอบของ Pop และ Hip-hop เข้าด้วยกัน, เพลงภาษาอังกฤษ ‘Waves’ (เวฟส์) แนว R&B pop โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่นุ่มนวลของ TEN เนื้อเพลงแสดงถึงความปรารถนาที่จะปล่อยร่างกายอย่างอิสระไปกับคลื่น โดยเปรียบเทียบอีกฝ่ายเป็นคลื่น และเพลงภาษาเกาหลี ‘Butterfly’ (บัตเตอร์ฟลาย) ที่เพิ่มความลึกซึ้งด้วยเสียงอันไพเราะของ TEN กับเนื้อเพลงที่สื่อถึงความรักยามรู้สึกถึงความทรงจำที่คิดถึง


นอกจากนี้ TEN ยังได้แนะนำเกี่ยวกับจุดที่ ‘STUNNER’ มากที่สุด (จุดที่ดึงดูดใจ) ของเพลงไตเติล ‘STUNNER’ ดังนี้ ❝ ‘STUNNER’ มีทั้งเวอร์ชันภาษาเกาหลีและอังกฤษ ดังนั้น ในแต่ละภาษาทุกคนก็จะได้ฟังโทนเสียงที่หลากหลายของผมครับ ที่น่าสนใจคือ เนื้อเพลงของทั้งสองเพลงก็แตกต่างกันด้วยครับ ❞ รวมถึงอยากให้อัลบั้มนี้มีความหมายแบบไหนสำหรับแฟน ๆ ดังนี้ ❝ สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญในช่วงนี้คือ การใช้เวลาในแต่ละวันอย่างมีความสุขและอารมณ์ดี ผมหวังว่าแฟน ๆ จะรู้สึกดีขึ้นและรู้สึกถึงอารมณ์ใหม่ ๆ เมื่อได้ฟังอัลบั้มนี้ครับ และผมอยากจะสร้างความทรงจำที่ดีและช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันผ่านกิจกรรมคัมแบ็กครับ โอ้ ยินดีต้อนรับแฟนคลับใหม่ ๆ ด้วยนะครับ ! ถ้าคุณมาชอบผมด้วยอัลบั้มนี้ ผมจะดูแลคุณอย่างดีเลยครับ (หัวเราะ) ❞

ทั้งนี้ หลังจากปล่อยอัลบั้มใหม่ TEN เตรียมเดินหน้าจัดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก เริ่มต้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 12-13 เมษายนนี้ ตามด้วยบ้านเกิดที่ประเทศไทยเป็นที่แรก, เซี่ยงไฮ้, โอซาก้า, ฟุกุโอกะ, โตเกียว และนาโกย่า สำหรับคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย ‘2025 TEN CONCERT 1001 MOVEMENT ‘STUNNER’ IN BANGKOK’ จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 เมษายนนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า โดยตอนนี้บัตรยังมีจำหน่ายทาง 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และเว็บไซต์ www.allticket.com

พาลูกวิ่งดะ Obstacle on the beach 2025 Little Pirate run โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด

เสียงหัวเราะและความสนุกดังกึกก้องตลอดงาน พาลูกวิ่งดะ Obstacle on the beach 2025 / Little Pirate run / โจรสลัดจิ๋วตะลุยชายหาด ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม ณ Seapine Golf and Resort Hua Hin ครอบครัวนักวิ่งจิ๋วพร้อมใจกันฝ่าด่านอุปสรรคทั้ง 15 ด่าน ระยะทาง 3.5K ท่ามกลางสายลม แสงแดด และคลื่นทะเลที่เป็นใจ

ตะลุยด่านสนุกแบบจัดเต็ม

 • สะพานผิวน้ำ – โจรสลัดจิ๋วต้องเดินบนทางลอยน้ำสุดท้าทาย

 • อุโมงค์โจรสลัด – ลอดอุโมงค์กลางน้ำ ฝ่าคลื่นให้ได้

 • กับดักตาข่าย – วิ่งมุดฝ่าตาข่ายยักษ์กลางชายหาด

 • โจรสลัดจิ๋วกล้ามโต – ทดสอบความแข็งแกร่งด้วยการแบกกระสอบยักษ์

โซนกิจกรรมแน่น สนุกกันทั้งครอบครัว

 • ลุ้นรางวัลสนุกๆ จาก The Laughing Cow, แมกโนเลีย ยูเอชที, และเพียวรีนคิดส์โยเกิร์ตและเบบี้ไวพส์

 • ดื่มด่ำความสดชื่นจาก Pocari Sweat, น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย ไวตามิ้ลค์แชมป์ และน้ำดื่มสปริงเคิล

 • ทดลองใช้พลาสเตอร์ Neoplast และรับของที่ระลึกสุดน่ารัก

 • เปิดโลกความรู้ไปกับ Thai PBS Kids และ ALTV

เสียงตอบรับจากเหล่าโจรสลัดตัวน้อยและคุณพ่อคุณแม่ “ลูกสนุกมาก วิ่งไปหัวเราะไป ตื่นเต้นกับทุกด่าน”

“ครั้งแรกที่ลูกได้วิ่งบนชายหาด แถมได้ฝ่าด่านแบบโจรสลัด สนุกสุดๆ” “ขอบคุณทีมงาน ปีหน้ามาอีกแน่นอน”

แล้วพบกันใหม่ในปี 2026

ขอบคุณทุกครอบครัวที่มาร่วมผจญภัยด้วยกัน ปีหน้ารอเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ รับรองว่ามันส์กว่าเดิม

ติดตามข่าวสารกิจกรรมต่อไปที่ FB: พาลูกเที่ยวดะ Line: พาลูกเที่ยวดะ


เปิดประสบการณ์ “Milk_Shake” Hair Cocktail ที่ KIKI Beauty Space

เรียกว่าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการ เมื่อเปิดตัว KIKI Beauty Space ลักซ์ชัวรี่ บิวตี้ ซาลอนอันดับหนึ่งของไทย เจ้าของรางวัล World’s Best Luxury Beauty Salon จาก World Salon Awards ในปี 2565 ในฐานะ Brand Ambassador แห่งแรกและแห่งเดียวอย่างเป็นทางการของ milk_shake Thailand การร่วมมือกันครั้งนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ milk_shake ประเดิมแคมเปญพิเศษ “milk_shake Hair Cocktail Experience by KIKI Beauty Space” มอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟให้คนรักเส้นผม ได้สัมผัสกับทรีทเม้นท์ระดับพรีเมี่ยมของ milk_shake ที่บำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึกจาก​ภายในสู่ภายนอก โดยมีซาลอนชั้นนำเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาสูตรลับในการดูแลเส้นผมที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน

โดยมีเมนูให้ลูกค้าเลือกถึง 6 สูตร ประกอบด้วย

Pina Colada Repair Treatment ทรีทเม้นท์สำหรับผมเสียจากการทำเคมีซ้ำซ้อน ด้วยสารสกัดโปรตีนจากนม และมูรูมูรูบัตเตอร์ออร์แกนิค ช่วยฟื้นฟูผมเสียให้กลับมานุ่ม เรียงเส้น เงางาม ดูสุขภาพดี           

Mojito Scalp Treatment ทรีทเม้นท์เพื่อการดูแลหนังศีรษะ ตั้งแต่การดีท็อกซ์เส้นผม ไปจนถึงแก้ปัญหาหนังศีรษะหลายประเภท อาทิ การดีท๊อกซ์หนังศีรษะ การขจัดรังแค หนังศีรษะมัน หนังศีรษะมีกลิ่น ไปจนถึงปัญหาผมร่วง ซึ่งล้วนเกิดหนังศีรษะ อ่อนแอ ขาดสมดุล และรากผมไม่แข็งแรง

  – Milk Punch Smoothing Treatment ทรีทเม้นท์เพื่อผมนุ่มเป็นพิเศษ มีส่วนผสมของโปรตีนนม ลูกแพร์ โดยทรีทเม้นท์บูสเตอร์ให้เลือกได้ตามประเภทเส้นผม จึงช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมา นุ่ม เรียงเส้น เงางาม ดูสุขภาพดี           

Sunshine Colour Lock Treatment ทรีทเม้นท์สำหรับผมทำสี ช่วยเพิ่มความคงทนของสีผม ด้วยสารสกัดสำคัญ Integrity 41 สารสกัดจากเมล็ดทานตะวันที่อุดมไปด้วยโพลีฟีนอลสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีใน milk_shake เท่านั้น ช่วยให้สีผมติดทนนาน พร้อมบำรุงผมทำสีได้อย่างล้ำลึกถึงโครงสร้างชั้นในของเส้นผม ผมทำสีดูสวยมีชีวิตชีวา และส่วนผสมของโปรตีนจากนม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม            

Papaya Martini Moisture Treatment ทรีทเม้นท์สำหรับผมแห้งขาดน้ำ ที่ต้องการบำรุงเป็นพิเศษ ช่วยบำรุงผมแห้งได้อย่างล้ำลึกถึงโครงสร้างชั้นในของเส้นผม ให้ผมชุ่มชื่น พร้อมชะลอวัยให้เส้นผมอ่อนเยาว์อยู่เสมอ มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ กรดไฮยาลูโรนิค โปรตีนจากนม สารสกัดจากมะละกอออร์แกนิค โกจิเบอร์รี่ออร์แกนิค โปรตีนจากเมล็ดควินัว           

Sour Twilight Curling Treatment ทรีทเม้นท์ดูแลผมดัด หรือลอนผมธรรมชาติ ช่วยให้ลอนผม นุ่น เด้ง สปริงตัวสวย และยังทำให้ลอนผมกระชับอยู่ได้นานขึ้น มีส่วนผสมของ Babassu Oil ออร์แกนิค ช่วยเติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผม และยังมีโปรตีนจากนมและควินัว ที่ช่วยซ่อมแซมเส้นผม

สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสประสบการณ์ดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึก สามารถเข้าใช้บริการได้ที่ กี้ บิวตี้ สเปซ ทั้งสองสาขาได้ตลอดทั้งปีนี้ (สาขาสยามสแควร์ ซอย 3 และศูนย์การค้าเมกา บางนา) นะคะ

ไม่ว่าใครก็ใส่! เสื้อยืดลาย “พีพี กฤษฏ์” แรงบันดาลใจจากแฟนด้อม

ไม่ใช่สินค้าออฟฟิเชียลจากค่าย แค่เป็นเสื้อยืดลาย “พีพี กฤษฏ์” จาก BALENCIAGA ที่ได้รับแรงบัลดาลใจจากวัฒนธรรมแฟนด้อม

ช่วงนี้เห็นศิลปินหลายคนทั้ง เจเจ กฤษณภูมิ, โอบนิธิ, ไอซ์ พาริส, มาร์คคริส BUS และไทย BUS สวมเสื้อยืดสกรีนลายใบหน้า “พีพี กฤษฏ์“ แล้วถึงกับสะดุดตาว่า ไอเท็มชิ้นนี้เป็นสินค้าออฟฟิเชียลจากค่าย PP Krit Entertainment หรือเปล่า? ซึ่งความจริง BALENCIAGA แฟชั่นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยูนีคได้หยิบวัฒนธรรมแฟนด้อมที่นิยมสะสมเสื้อยืดลายศิลปินที่รัก มารังสรรค์เป็นไอเท็มชิ้นพิเศษ

โดยนำใบหน้าแอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Isabelle Huppert, Kim Kardashian, Michelle Yeoh, Nicole Kidman และ PP Krit มาสกรีนลงบนเสื้อยืด ใช้ชื่อเรียกไอเท็มเหล่านี้ว่า “BALENCIAGA BRAND AMBASSADOR FANCLUB SERIES” เปิดตัวครั้งแรกในคอลเล็คชั่น Fall 25 ซึ่งนอกจากรูปของเซเลบริตี้ที่อวดโฉมอยู่บริเวณด้านหน้าแล้ว ข้างหลังยังพิมพ์ลายเซ็นลงไปอีกด้วย ราคาบนเว็บไซต์อยู่ที่ 30,500 บาท


มารายห์ แครี่

ยิ่งใหญ่สมการรอคอย กับการกลับมาของ Diva ตัวแม่ มารายห์ แครี่ 

ยิ่งใหญ่สมการรอคอย กับการกลับมาของ Diva ตัวแม่ มารายห์ แครี่ ในรอบหลายปี กับคอนเสิร์ตที่รวบรวมเพลงฮิตจากทุก ๆ อัลบั้มที่ผ่านมาที่เคยทำยอดขายถล่มทลายมาแล้ว กับคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า ‘Mariah Carey The Celebration of Mimi’ ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 ณ Impact Challenger เมืองทองธานี

Mariah Carey คือ นักแต่งเพลง นักธุรกิจ นักการกุศล โปรดิวเซอร์ และศิลปินผู้ได้รับรางวัลมากมาย เธอเป็นศิลปินหญิงที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลมากกว่า 200 ล้านอัลบั้ม และมี 19 ซิงเกิลที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 (ซึ่ง 18 เพลงในนั้นเป็นผลงานแต่งเพลงของเธอเอง) มากกว่าศิลปินเดี่ยวคนใดในประวัติศาสตร์ ด้วยขอบเขตเสียงที่กว้างถึงห้าช่วงเสียง ความสามารถในการแต่งเพลงที่อุดมสมบูรณ์ และความสามารถในการผลิตเพลงที่โดดเด่น มารายห์จึงถือเป็นต้นแบบของการแสดงป็อปสมัยใหม่ นอกจากนี้ มารายห์ยังเป็นสมาชิกใน Songwriters Hall of Fame และได้รับการยกย่องด้วยรางวัล Grammy Awards มากมาย, American Music Awards, 3 รางวัล Guinness World Records, รางวัล “ศิลปินแห่งทศวรรษ” และ “ไอคอน” จาก Billboard, รางวัล World Music Award สำหรับ “ศิลปินหญิงขายดีที่สุดของมิลเลนเนียม”, รางวัล Ivor Novello Award สำหรับ “PRS for Music Special International Award” และรางวัล BMI “Icon Award” จากความสำเร็จอันยอดเยี่ยมในด้านการแต่งเพลง เป็นต้น

มารายห์ แครี่

อิทธิพลทางวัฒนธรรมของมารายห์ แครี่ ได้ข้ามขอบเขตวงการเพลงไปสร้างรอยตราตรึงในโลกกว้าง ในปี 2009 มารายห์ได้รับรางวัล Breakthrough Performance Award ที่งาน Palm Springs International Film Festival จากการแสดงบทบาทที่ได้รับคำชมอย่างมากในภาพยนตร์เรื่อง Precious ของลี แดเนียลส์ นอกจากนี้ เธอยังได้รับรางวัล Congressional Award และได้ทุ่มเทเวลาและพลังงานในการสนับสนุนโครงการการกุศลหลากหลายที่เธอใส่ใจ เช่น Save the Music, Make-A-Wish Foundation, World Hunger Relief และ Elton John AIDS Foundation เป็นต้น

เป็นผู้สนับสนุนใหญ่ในการช่วยเหลือการกุศลเพื่อเด็กทั้งในประเทศและต่างประเทศ มารายห์ยังได้ก่อตั้ง Camp Mariah ร่วมกับ Fresh Air Fund ซึ่งเป็นแคมป์เพื่อเด็กจากเมืองที่มีโอกาสสำรวจและพัฒนาทักษะในอาชีพต่าง ๆ ในปี 2020 มารายห์ได้เผยแพร่บันทึกความทรงจำที่ทรงพลังของเธอในหนังสือ The Meaning of Mariah Carey ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นหนังสือขายดีอันดับ 1 ของ New York Times เมื่อเปิดตัว หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.mariahcarey.com

เจาะแนวคิด “ปิยวัช ไตรถวิล” จากวิศวกรสู่ผู้ปลุกปั้น Beglam Clinic ขึ้นแท่นความสำเร็จ

Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว พาไปทำความรู้จักกับ ‘คุณบาล์ม – ปิยวัช ไตรถวิล’ ผู้ก่อตั้ง Beglam Clinic วิศวกรหนุ่มผู้พลิกชีวิตสู่เจ้าของคลินิกความงาม สร้างความสำเร็จสุดปัง! ภายในระยะเวลา 4 ปี กับการขยาย 7 สาขา พร้อมมอบความงามคุณภาพให้กับคนรักสวยแบบไม่หยุดยั้ง

จุดเปลี่ยนจากวิศวกรสู่เจ้าของคลินิกความงาม

“ผมเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเรียนคณะวิศวะอินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นจากการขายของประดับยนต์ทางออนไลน์ ถือเป็นธุรกิจที่เกิดจากความชอบส่วนตัว คือคุณแม่ซื้อรถคันแรกให้ ด้วยความเห่อบวกกับตื่นเต้น ผมจึงซื้ออุปกรณ์มาตกแต่งแล้วโพสต์รูปลงโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่ามีคนสนใจเยอะ ผมจึงตัดสินใจลองโพสต์ขาย ทำให้กลายเป็นอาชีพแรก อีกหนึ่งธุรกิจที่ทำต่อมาคือร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งผมได้ไอเดียมาจากการที่มีโอกาสไปกินอาหารญี่ปุ่นบ่อยๆ แล้วเห็นว่าได้รับความนิยมและมีราคาสูง จึงมองว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่งตอนนั้นทำควบคู่ไปกับการขายของออนไลน์ หลังจากนั้นพอเรียนจบผมก็มีงานหลักคืออาชีพวิศวกร

“ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดี จนกระทั่งเจอกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ร้านอาหารญี่ปุ่นต้องปิด ทำให้ผมประสบปัญหาการเงิน เหลือเงินทั้งตัวแค่ 80,000 บาท ตอนนั้นผมจึงมองหาไอเดียการทำธุรกิจใหม่ๆ จังหวะไปเห็นเพื่อนในเฟซบุ๊กที่ทำงานเกี่ยวกับคลินิกความงาม ชีวิตเขาดูไปได้สวย ผมจึงมองเห็นความเป็นไปได้ของธุรกิจความงาม จากนั้นจึงศึกษาหาข้อมูลต่างๆ และหาเงินทุนมาเปิดคลินิกความงามของตัวเองในชื่อ Beglam Clinic ซึ่ง Be มาจากชื่อผมคือ บาล์ม ส่วน Glam มาจากคำว่า Glamorous ผมเอาสองคำนี้มารวมกันเพื่อสื่อถึงตัวเองที่ทำธุรกิจความงามนั่นเองครับ

“ในขั้นตอนผมมีการสำรวจตลาดคลินิกความงามว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง ในมุมของนักธุรกิจผมมองเห็นสิ่งที่เป็น Pain Point เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องราคาที่มีการดึงดูดใจด้วยโปรโมชั่นต่างๆ เช่น ฉีดสารเติมเต็มแบบบุฟเฟ่ต์ ไม่จำกัดยูนิต ซึ่งพอผมเห็นต้นทุนแล้วพบว่าเป็นไปไม่ได้เลย แข่งขันไม่ไหว ดังนั้นผมจึงเริ่มต้นด้วยความตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อผู้รับบริการ ผมกล้าพูดว่า Beglam Clinic ถือเป็นคลินิกความงามแห่งแรกๆ ที่มีการเปิดกล่องผลิตภัณฑ์ต่อหน้าผู้รับบริการและให้กล่องกลับบ้านไปตรวจสอบได้ ส่วนเรื่องราคาก็ต้องสมเหตุสมผล ไม่แพงหรือถูกจนเกินไป เป็นราคาที่ผมอยู่ได้และผู้รับบริการเข้าถึงได้

“เรื่องการตลาดออนไลน์ถือเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกผมใช้วิธีจ้างบริษัทมาร์เก็ตติ้งต่างๆ ประมาณ 3-4 บริษัท ในการยิงแอดโฆษณา แต่ผมรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ความต้องการ จึงแก้ปัญหาด้วยการยิงแอดโฆษณาเอง โดยผมไปเรียนปริญญาโทในเรื่องมาร์เก็ตติ้งเพิ่มเติม ส่วนเรื่องทางการแพทย์ โดยเฉพาะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือ ผมมีการเรียนรู้และอัปเดตข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ปรึกษาทีมแพทย์ ทดลองใช้กับตัวเองและทีมงาน เรียกว่าต้องดีจริงถึงนำมาใช้ครับ”

ความสำเร็จแบบก้าวกระโดด

“ปัจจุบัน Beglam Clinic มีทั้งหมด 7 สาขา ภายในระยะเวลา 4 ปี ถือว่าเติบโตค่อนข้างไว จากจุดเริ่มต้นที่มีบริการแค่สารเติมเต็ม สารลดเลือนริ้วรอย และโปรแกรมดูแลผิวขั้นพื้นฐาน จากนั้นจึงค่อยๆ ขยับขยาย โดยเริ่มมีกลุ่มเครื่องมือเพิ่มเข้ามา เช่น เครื่องยกกระชับใบหน้า เครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีมูลค่าสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระทั่งในตอนนี้เรามีบริการด้านความงามแบบครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปหน้า การดูแลผิว หรือการดูแลรูปร่าง เรียกว่ามีครบทุกด้านครับ

“ถ้าถามถึงจุดเด่นของ Beglam Clinic หลักๆ จะเป็นการใช้สารเติมเต็ม ภายในระยะเวลาหนึ่งปีเรามีการใช้สารเติมเต็มหลายพันซีซี รองลงมาคือเครื่องยกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยมชนิดที่มีผู้รับบริการเข้ามาทำทุกวัน ซึ่งข้อดีของการมีผู้รับบริการเยอะ คือพอเรามีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จำนวนมากจากบริษัทโดยตรง เขาจะมีการเทรนนิ่งให้กับคุณหมอ เพื่อแนะนำวิธีการใช้งานที่ถูกต้องและอัปเดตความรู้อยู่เสมอ ซึ่งพอเรามีการสั่งซื้ออยู่ในระดับท็อปของประเทศ คุณหมอของ Beglam Clinic ก็จะได้รับการเทรนนิ่งต่างๆ เป็นกลุ่มแรก

“แผนต่อไปของ Beglam Clinic ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ คือศัลยกรรมและการปลูกผม โดยเริ่มต้นปักหมุดกันที่สาขาบางนา ซึ่งได้รับอนุญาตในการทำห้อง OR (Operating Room) หรือห้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว

“แนวคิดการบริหารของผม คือยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อผู้รับบริการและมีความจริงใจ ซึ่งทำให้ผู้รับบริการเกิดความไว้วางใจและมั่นใจที่จะใช้บริการ นอกจากนี้คือราคาสมเหตุสมผล ไม่ฮาร์ดเซล Beglam Clinic ไม่มีเซลขายคอร์ส หรือกดดันผู้รับบริการให้ซื้อ เน้นการรักษาตามจริงและตามงบของแต่ละคนครับ” 

มุมมองต่อกระแสความงาม

“จากประสบการณ์ในวงการความงาม ผมมองว่าปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองมากขึ้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะกระแสโซเชียลมีเดีย โดยเทรนด์ความงามหลักๆ คือการดูแลผิวให้มีสุขภาพดี แลดูอ่อนกว่าวัย ดังนั้นหัตถการที่ได้รับความสนใจจึงต้องยกให้กับกลุ่มงานผิว เช่น เครื่องยกกระชับใบหน้า สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

“และจากกระแสการดูแลตัวเอง ทำให้สิ่งที่มากขึ้นตามไปด้วยคือคลินิกความงาม สำหรับผมในมุมของการทำธุรกิจก็ต้องยอมรับว่ามีคู่แข่งเยอะขึ้น ส่วนในมุมของผู้รับบริการ แม้จะมีตัวเลือกมากขึ้น แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้บริการอย่างรอบคอบมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องผลิตภัณฑ์ของปลอม ซึ่งผมขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการเลือกใช้บริการกับคลินิกความงามที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้

“ในมุมของการแข่งขันทางธุรกิจ Beglam Clinic ยังคงให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และความจริงใจเป็นอันดับแรก ยกตัวอย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ เรามีการเปิดกล่องต่อหน้าผู้รับบริการและสามารถนำกลับไปเช็กได้ ซึ่งตอนนี้คลินิกความงามหลายแห่งก็ทำแบบเดียวกัน ดังนั้นอีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญมากๆ คือบุคลากรที่มีคุณภาพ ทั้งในแง่ของการรักษาของคุณหมอและการให้บริการของพนักงาน เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการ ซึ่งจะนำไปสู่การโปรโมทแบบออร์แกนิก นั่นคือการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก และท้ายที่สุดคือความสำเร็จแบบยั่งยืนครับ”

*ผลลัพธ์และระยะเวลาที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และเทคนิคของแพทย์ผู้ดูแลผิวพรรณและความงาม


ภาพบรรยากาศงานเปิดตัว KRM Plastic Surgery Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งแห่งใหม่ในจังหวัดขอนแก่น

ภาพบรรยากาศงานเปิดตัว KRM Plastic Surgery Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งแห่งใหม่ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งทุ่มงบลงทุน 250 ล้านบาท โดย ‘กรวิน คลินิก’ จับมือกับ ‘MASTER’ ชูจุดเด่นทำเลดีใกล้สนามบิน รองรับกลุ่มผู้รับบริการทั้งชาวขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับ KRM Plastic Surgery Hospital ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่ 2,700 ตารางเมตร เป็นอาคาร 3 ชั้น ภายในมีห้องผ่าตัด (OR) จำนวน 7 ห้อง พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย นำทีมโดย นายแพทย์กรวิน ศิริโรจนทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เค เมดิคอล (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของ ‘กรวิน คลินิก’ ซึ่งเป็นที่รู้จักยาวนานกว่า 16 ปี และคุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนาม โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ซึ่งร่วมทุนและส่งทีมแพทย์ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชมาร่วมเสริมทัพที่ KRM Plastic Surgery Hospital ด้วย

ภายในงานเปิดตัว KRM Plastic Surgery Hospital เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 ได้รับเกียรติจาก นายศิริวัฒน์ พินิจพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี พร้อมเหล่าดารา คนดัง และอินฟลูเอนเซอร์ มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง


JENNIE ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งอิสระผ่านแคมเปญ กระเป๋า CHANEL 25

หลังจาก CHANEL เปิดตัว Dua Lipa ในฐานะเฟซของแคมเปญ กระเป๋า CHANEL 25 ไปเมื่อต้นปี ตอนนี้ถึงคิว JENNIE ที่มาร่วมเสริมพลังให้กับแคมเปญนี้ ศิลปินสาวระดับโลกและแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ตั้งแต่ปี 2017 ยังคงสะกดสายตาด้วยสไตล์ที่โดดเด่น ถ่ายทอดเสน่ห์ของกระเป๋ารุ่นล่าสุดผ่านลุคสุดชิคและเป็นตัวเอง

JENNIE ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งอิสระผ่านแคมเปญ กระเป๋า CHANEL 25

“CHANEL 25 คืออิสรภาพในทุกจังหวะของชีวิต”
“มันเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ให้ทั้งความคล่องตัว สบาย แต่ยังคงสไตล์ที่เป็นตัวฉัน” JENNIE กล่าว “กระเป๋าใบนี้เป็นเพื่อนคู่ใจของฉันในทุกวัน ทั้งเดินทาง ทำงาน หรือแม้แต่ใช้ชีวิตในแบบที่ฉันต้องการ”

แคมเปญนี้ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีกกับภาพยนตร์โฆษณาสุดเท่จาก Gordon von Steiner ที่บันทึกความเคลื่อนไหวของ JENNIE ในมหานครนิวยอร์กสุดคึกคัก ควบคู่ไปกับเพลง She Drives Me Crazy ที่เพิ่มบรรยากาศแบบมิวสิควิดีโอยุค 90s

นอกจากนี้ ภาพนิ่งโดย David Sims ยังช่วยสะท้อนดีเอ็นเอของ CHANEL 25 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งลายควิลท์ สายโซ่สุดไอคอนิก และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหนังสีดำ เดนิม หรือเฉดสีสุดจี๊ด กระเป๋าใบนี้คือตัวแทนของอิสระ ความมั่นใจ และความเป็นตัวเอง เหมือนที่ JENNIE และ Dua Lipa สื่อออกมาในแคมเปญนี้

CHANEL 25 ไม่ใช่แค่กระเป๋า แต่คือสัญลักษณ์ของอิสระและพลังแห่งสไตล์

ดีไซน์ของ กระเป๋า CHANEL 25 โดดเด่นด้วยลวดลายควิลต์ สายโซ่สอดหนัง อะไหล่สีทอง มาพร้อมช่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 1 ช่อง 2 ช่องเล็ก และกระเป๋าใบเล็กอีก 1 ใบ รวมถึงยังมีเชือกรูดเปิด-ปิด ตกแต่งด้วยชาร์มโลโก้ดับเบิ้ล C ซึ่งดีไซน์ดังกล่าวการออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ เน้นความคล่องตัว หากสังเกตจากภาพยนตร์โฆษณาจะเห็นว่าเจนนี่แมตช์กระเป๋าใบนี้ในหลายลุคไม่ว่าจะชีวิตประจำวัน หรือในงานสำคัญ เป็นเครื่องการันตีว่าไม่ว่าลุคไหนกระเป๋าใบนี้ก็เอาอยู่!

สำหรับวัสดุของกระเป๋าใบนี้มีให้เลือกทั้งหนังลูกวัวลายเกรนในโทนสีพาสเทลอย่าง ชมพู เหลือง เขียว และสีคลาสสิกอย่าง ขาว ดำ เบจ รวมไปถึงสีสนุกๆ อย่าง เงินเมทัลลิก มี 3 ขนาด เล็ก กลาง และใหญ่ ราคาอยู่ที่ 220,000 /237,000/254,000 บาท ตามลำดับ อีกทั้งยังมีอีกเนื้อสัมผัสพิเศษอย่าง เดนิมฟอกสีดำและน้ำเงิน มีขนาดเล็กและกลาง ราคา 201,500/216,500 บาท

หนังลูกวัวลายเกรน

หนังเดนิมฟอกสี


ข้อมูลและรูปภาพ: CHANEL

บุหรี่ไฟฟ้า

ภัยใกล้ตัว โรคติดต่อทางการหายใจ บุหรี่ไฟฟ้า ยิ่งสูบ ยิ่งอันตราย

เดินหน้าทำงานในวงการบันเทิง พร้อมงานที่ช่วยเหลือสังคมรอบด้าน สำหรับ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 Miss Universe 2024 และ Miss Universe Thailand 2024 ซึ่งจากการได้ทำโครงการ OPAL For Her เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านม โดยเป็นโครงการของที่เกิดจากความตั้งใจของโอปอลขึ้นมา ทำให้ทราบดีว่าจากการมีตำแหน่งสุดภาคภูมิใจทั้ง 2 ตำแหน่ง ช่วยเป็นกระบอกเสียงที่ดังมากขึ้นในสังคม

ล่าสุดจึงอยากสร้างการตระหนักรู้ถึงภัยของบุหรี่ไฟฟ้า และขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่กล้าพูดว่าผลกระทบไม่เพียงแค่ผู้สูบ แต่ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองก็เช่นกัน พร้อมบอกว่าเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมตอนนี้ ตนติดตามข่าวที่เกิดขึ้น และยังได้อ่านงานวิจัยที่ทำให้ตกใจ เมื่อทราบว่ามีสารอันตรายที่ไม่ควรอยู่ในร่างกายมนุษย์

“โอปอลได้ไปอ่านงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมินนิโซต้า ในสหรัฐอเมริกา ที่พบสารฟอร์มาลีนที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าที่ทําให้เกิดมะเร็งได้ และจากการศึกษาข้อมูลทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้ายังมีสารทำลายร่างกาย โดยเฉพาะปอด ไม่สามารถที่จะทํางานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่สามารถที่จะคัดกรองเชื้อโรคที่เข้ามาทางระบบทางเดินหายใจได้ และมีผลกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นวัณโรค โรคหอบหืด หรืออาจจะทําให้เกิดเป็นโรคหัวใจกับโรคเส้นเลือด คือ มีผลกระทบค่อนข้างหลายด้าน ตอนนี้รู้สึกว่าคนสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันมากขึ้น และควันบุหรี่ไฟฟ้ามือสองก็ส่งผลกับร่างกายด้วยเช่นกัน”

บุหรี่ไฟฟ้า

และเนื่องในวันวัณโรคโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 24 มีนาคม ของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักถึงอันตรายของวัณโรค ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางการหายใจ และหากป่วยวัณโรคแต่ยังคงสูบบุหรี่ไฟฟ้า จะยิ่งทำลายปอด ทำลายสุขภาพมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ โอปอลจึงอยากเป็นกระบอกเสียง เพื่อเน้นย้ำว่าการป่วยเป็นวัณโรค มีผลทั้งผู้ป่วยและคนรอบข้าง
“โรควัณโรคเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกับคนรอบข้างหรือว่าคนในสังคมได้ เราต้องให้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะผลกระทบที่จะได้รับไม่ใช่แค่ตัวเราเอง แต่กระทบกับคนอื่นด้วย ในชีวิตของโอปอลเคยพบเจอกับคนที่กําลังเผชิญโรคนี้ เห็นว่าการใช้ชีวิตของเขาไม่ได้ง่าย กลายเป็นว่าเขากังวลว่าตัวเองจะส่งต่อสิ่งนี้ให้กับคนอื่นหรือเปล่า เขามีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตจนเหมือนแทบไม่ได้ใช้ชีวิตกับคนอื่นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุด คือ ควรที่จะตัดปัจจัยในแต่ละอย่างออกไป เราควรเริ่มจากการป้องกันดีกว่าการแก้ไขค่ะ”

นอกจากนี้โอปอลยังฝากถึงคนที่คิดจะสูบและคนที่ติดบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วยว่า “ปัจจุบันมีตัวอย่างออกมามากมาย จึงอยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ คนที่กําลังสูบนอกจากจะนึกถึงสุขภาพของตัวเอง ก็อยากให้นึกถึงสุขภาพของคนรอบข้างด้วย ถึงปัจจุบันจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สภาพแวดล้อม หรือฝุ่น PM 2.5 แต่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ อยากให้ทุกคนลองคิด ตระหนักกับสิ่งนี้เพื่อตัวเอง และเพื่อคนรอบข้าง”

พร้อมยังส่งกำลังใจให้กับผู้ที่คิดจะเลิกบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วยว่า “ขอบคุณที่อยากจะเลิกบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นการทําเพื่อตัวเอง และทําเพื่อคนรอบข้าง ขอเป็นกําลังใจให้ เชื่อว่าถ้าเกิดว่าเรายึดมั่นมากพอที่จะทํา สามารถทําได้แน่นอน”

โดยโอปอลยังทิ้งท้ายว่า ตนเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่พูดในเรื่องนี้ และสําหรับใครที่ใส่ใจสุขภาพอยู่แล้ว สามารถออกมาพูด หรือออกมาสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ให้คนรอบข้างได้ เพื่อนําไปสู่สังคมที่เป็นสุขภาพดีและปลอดภัยไปด้วยกัน

มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025

สวยระดับหมื่นไลก์ ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025

ไม่เคยทำให้แฟนนางงามต้องผิดหวัง สำหรับเวทีการประกวด  MISS GRAND THAILAND 2025 : A Star Is Born แหล่งรวมนางงามตัวแม่ ตัวมัม กับความสนุกสับๆในแบบฉบับไม่เหมือนใคร และ ไม่มีใครเหมือน และเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาในรอบชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ( National Costume Competition) ภายใต้ความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์

โดยบรรดาสาวงามทั่วประเทศต่างงัดไม้เด็ด โชว์ความสร้างสรรค์และความงดงามของชุดประจำชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งหลังจากการประกวดเสร็จสิ้น ภาพของสาวงามผู้เข้าประกวดก็ได้รับการกดไลก์จากผู้ชมอย่างมากมาย ซึ่งบางคนก็ถูกกระหน่ำไลก์ทะลุหมื่นเลยทีเดียว

สวยระดับหมื่นไลก์ ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025

คณาพร พัฒนพันธ์ มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร

ชุด AMAZING THAILAND : กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ให้คนทั่วโลกต้องมาชื่นชมอารยวัฒนธรรมอันดีงาม ผ่านชุดประจำจังหวัดมิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าสถาปัตยกรรมของวัดพระแก้ว และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โขนไทย หรือรถตุ๊กตุ๊ก รวมไปถึงหมีเนย หมูเด้ง ด้านหลังตัวชุดสุดแสนวิจิตรด้วยลวดลายไทยทองอร่าม สื่อถึงวัฒนธรรมอันเรื่องรองของในยุครัตนโกสินทร์ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ดินแดนสีทอง ดินแดนของประเทศไทย

ออกแบบและตัดเย็บโดย ห้องเสื้อพลางกูร

มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025

ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์ขอนแก่น

ชุด อีงูพิษ : จากอสรพิษร้ายสู่สหายการทำกิน จังหวัดขอนแก่นมีหมู่บ้านงูจงอาง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านโคกสง่า ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง ชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือน จะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้าน เพื่อจัดแสดงโชว์ระหว่างคนกับงู เป็นกลยุทธ์ของการสร้างรายได้ในการค้าขายยาสมุนไพร จึงมีคำเปรียบเปรยที่ว่า อสรพิษที่ว่าร้ายยังต้องพ่ายกับกลคน  ร้ายกว่าที่นึก ลึกกว่าที่คิด สุดจัดยิ่งกว่าสัตว์มีพิษ คืออสรพิษในคราบมนุษย์

ออกแบบโดย  ฑิโมธี ชมพูวงศ์

ตัดเย็บโดย     IDEO Couture

ไอลิน แนบสุข มิสแกรนด์กาฬสินธุ์

ชุด คัดนานต์เวหา หงส์ฟ้าเขจร : อินสปายเรชั่นมากจาก วัดวังคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ สถาปัตยกรรมช่อฟ้า ที่รูปแบบคล้ายหงส์ของทางวัด มาประสมประสานจนกลายเป็น พญาหงษ์ฟ้าที่สวยงามและวิจิตร ในรูปแบบของ ชุดประจำจังหวัด คัคนานต์ แปลว่า ท้องฟ้า หรือ เวหา  เขจร แปลว่า โบยบิน พญาหงส์ฟ้านั้น เปรียบเสมือนจังหวัดกาฬสินธฺุ์ ที่มีความงดงามและสง่างาม  ผู้ออกแบบ ได้นำเสนอเทคนิค ท่าทางการบินของหงส์  สื่อให้เห็นถึงความอ้อนช้อย และ ลีลาการบินของพญาหงส์แบบสวยงาม

ออกแบบโดย   นาย นะดาห์ วรพิพัฒน์กุล

ตัดเย็บโดย       ห้องเสื้อพรางกูร

สุพรรณิการ์ นพรัตน์ มิสแกรนด์ชุมพร

ศิริโสภา ไชยปุริวงศ์ มิสแกรนด์นครราชสีมา

ชุด คัดนานต์เวหา หงส์ฟ้าเขจร

อินสปายเรชั่นมากจาก วัดวังคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ สถาปัตยกรรมช่อฟ้า ที่รูปแบบคล้ายหงส์ของทางวัด มาประสมประสานจนกลายเป็น พญาหงษ์ฟ้าที่สวยงามและวิจิตร ในรูปแบบของ ชุดประจำจังหวัด คัคนานต์ แปลว่า ท้องฟ้า หรือ เวหา  เขจร แปลว่า โบยบิน พญาหงส์ฟ้านั้น เปรียบเสมือนจังหวัดกาฬสินธฺุ์ ที่มีความงดงามและสง่างาม  ผู้ออกแบบ ได้นำเสนอเทคนิค ท่าทางการบินของหงส์  สื่อให้เห็นถึงความอ้อนช้อย และ ลีลาการบินของพญาหงส์แบบสวยงาม

ออกแบบโดย   นาย นะดาห์ วรพิพัฒน์กุล

ตัดเย็บโดย       ห้องเสื้อพรางกูร

กาญจนาภา ทองยา มิสแกรนด์บึงกาฬ

ชุด นาคินีเทวีภูลังกา : ภูลังกา ดินแดนเมืองลับแลจังหวัดบึงกาฬ เป็นตำนานอันลือเลื่องเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ มีถ้ำนาคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดัง  ผนังถ้ำดูคล้ายพญานาคนอนขดตัว ถ้ำแห่งนี้ยังมีเรื่องเล่าตำนานความเชื่อว่าพญานาคถูกสาปให้กลายเป็นหินตัวชุดรังสรรค์เป็นชุดพญานาคนอนขดตัว โดยใช้ความมันวาวของเกร็ด งูเหมือนผิวสัมผัสของพื้นผิวผนังเขา เสริมด้วยเมทัลลิกประดับด้วยเพชรคริสตัล เพิ่มความระยิบระยับวิบวับแวววาวให้นางงามดูโดดเด่น ลึกลับ และ ทรงเสน่ห์

ออกแบบและตัดเย็บโดย  นายสถาพร  เฉียบแหลม

Starbung boutique (สตาร์บัง บูทริค)ราชบุรี

มิเชล เบอร์แมนน์ มิสแกรนด์พัทลุง

ชุด พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อารยธรรมเมืองพัทลุง : พื้นที่จังหวัดพัทลุงมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรม มาตั้งแต่สมัยโบราณ เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง และศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ในดินแดนราบลุ่มทะเลสาบสงขลามาช้านาน  มีการขุดค้นพบพระพิมพ์ดินดิบ ศิลปะสมัยศรีวิชัย คือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ภายในถ้ำเขาอกทะลุ ที่เปรียบเสมือนเสาหลักเมือง มิสแกรนด์พัทลุงจึงได้หยิบยก มาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอชุดประจำชาติ  เพื่อให้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาของรูปเคารพ ความศรัทธา

ออกแบบและตัดเย็บโดย ห้องเสื้อหงสาวดี เชียงใหม่

พิชชาภา แสงอร่าม มิสแกรนด์พิจิตร

ชุด นักกะชลธี ยุทธนาวีศรีไกรทอง  : นิทานพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จัก ในนามของไกรทองและชาละวัน เรื่องราวต่อสู้แย่งชิงหญิงสาวที่ชื่อว่า นางตะเภาแก้วและตะเภาทองแห่งเมืองพิจิตร ซึ่งชื่อที่เราหยิบยกขึ้นมานั้น นักกะ แปลว่า จระเข้  ชลธี คือสายน้ำ และ ยุทธนาวีคือการ ต่อสู้ ตัวชุดใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ผสมผสานความเท่ห์ ความทันสมัย เปรียบเสมือนไกรทอง ที่มีความเท่ห์และกล้าหาญ ที่ได้ออกไปต่อสู้ กับชาละวัน เหมือนนางงาม ที่ได้ มาประกวดและมาต่อสู้ บนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์

ออกแบบโดย กัญญาพร บุญศักดิ์ และ ศิริพร ทรัพย์กิ่ง

ตัดเย็บโดย ห้องเสื้อพลางกูร

อรชดา ไชยสาร มิสแกรนด์พิษณุโลก

ชุด บางแก้วเพื่อนรัก : หูตั้ง ขนหนา หางเป็นพวง ปากแหลม รักเจ้านาย ซื่อสัตย์ และหวงถิ่นฐาน คือลักษณะเด่นของสุนัขพันธุ์บางแก้ว มีต้นกำเนิดอยู่ที่วัดบางแก้ว  จ.พิษณุโลก เป็นสุนัขสายเลือดผสมระหว่างพันธุ์ไทยพื้นบ้านกับสุนัขป่า จนได้เป็น “สุนัขพันธุ์บางแก้ว” ที่คณะกรรมการสหพันธ์สุนัขนานาชาติ ได้รับรองการขึ้นทะเบียนโลกให้สุนัขพันธุ์บางแก้วเป็นสายพันธุ์สุนัขโลก ผู้คนทั่วโลกรู้จักดีในนาม บางแก้วเพื่อนรัก

ออกแบบโดย นาย จักรินทร์ พิมพะลา

ตัดเย็บ โดย แบรนด์ touch-jai (ทัชใจ)

ชุติมา โสดาภักดิ์  มิสแกรนด์แพร่

ชุด ราชินีช่อแฮ : ช่อแฮ  ภาษาเหนือหมายถึงผ้าแพรพรรณ  ซึ่งเป็นธงอยู่บนยอดสูงสุดของพระเจดีย์  จึงเชื่อกันว่า ใครที่ได้มากราบไหว้พระธาตุช่อแฮ ก็จะชนะสูงสุดทุกเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแพร่ ได้แก่ ไทลื้อ ไทพวน ไทใหญ่ ไทวน กะเหรี่ยง มิ้ง อาข่า อืมปี้ มลาบรี โดยทั้ง 9 ชาติพันธุ์ จะมาร่วมแสดงที่ข่วงประตูชัยทุกคืน ชุดโดยใช้โทนสีขาว-เงิน สื่อถึงความสง่า ความเด่นชัด พร้อมเครื่องประดับล้านนาสีเงิน เพิ่มความพริ้วไหวด้วยผ้าเครปให้ดูสง่าเผ่าเผยยิ่งขึ้น

ออกแบบโดย นายอนุรักษ์ รถเพ็ชร

ตัดเย็บโดย   ร้านเทพศิลป์

ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ มิสแกรนด์ภูเก็ต

ชุด Sunset at Phrom Thep Cape (ซันเซ็ท แอท พรหมเทพ เคป : แหลมพรหมเทพ สถานที่อันเปี่ยมไปด้วยมนต์สะกด ที่ผืนน้ำจรดฟ้า ส่งแสงอาทิตย์สุดท้ายให้กลืนหายไปกับท้องทะเล พาชาวภูเก็ตเข้าสู่ชีวิตยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยสีสันของแสงไฟบอกเล่าเรื่องราวและสีสันยามตะวันลับขอบฟ้า ผ่านชุดคาบาเร่ต์ ผู้เป็นตัวแทนของความสวยงาม ความสนุก ผู้ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

ออกแบบและตัดโดย Bunnismstudio by Bunny be fly (บันนิซึม สตูดิโอ บาย บันนี่ บี ฟลาย)

ณัฏฐ์ฑินี ธนัตพรภิญโญ มิสแกรนด์ลำปาง

ชุด The Marvel of NangMeung (นางเมือง) : “ขอข้าเจ้าฮ่วมออกรบกับเจ้าพี่ด้วยเถิด” นางเมืองเป็นภริยาเอกของหมื่นลูกนคร(ลู กะ นะ คอน) ผู้ครองเมืองเขลางค์นคร ในรัชกาลพญาแสนเมือง กษัตริย์องค์ที่7แห่งราชวงศ์มังราย ทำให้ท้าวมหาพรหมผู้ครองนครเชียงรายยกทัพมาหมายจะชิงบัลลังก์ แต่ได้รับความพ่ายแพ้กลับไป นางเมืองแม้จะตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่ได้ร่วมรบเคียงข้างสวามี  สองผู้นำแห่งเมืองเขลางค์นครขี่ช้างนำทัพขับไล่กองทัพอโยธยาอย่างกล้าหาญ ได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่

ออกแบบโดย อาร์ท ชาคริต สุขโขสตูดิโอ

ตัดเย็บโดย ห้องเสื้อ สุขโขเชียงใหม่

ปณิชดา คงสวรรยา มิสแกรนด์ลำพูน

ชุด Twinkling Yee Peng Lantern โคมยี่เป็งส่องแสงระยิบระยับ : วิบ วิบ ระยิบระยับ วับ วับ ล้อแสงจันทร์ บูชาพระอรหันต์ ใต้แสงจันทร์แข่งแสงธรรม ชาวลำพูนใช้โคมเพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน ในคืนวันเพ็ญเดือน12 ด้วยเชื่อว่าจะนำความสว่างไสว ช่วยส่องประกายให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง  ชาวลำพูนจะถือโคมยี่เป็งเพื่อเกิดความสว่างไสวสวยงาม และนำโคมไปประดับที่วัดเพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อทำให้เกิดความสวยงาม นอกจากนี้โคมยี่เป็งยังเป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power นำนักท่องเที่ยวหลั่งไหลสู่จังหวัดลำพูน

ออกแบบโดย อาร์ท ชาคริต สุขโขสตูดิโอ

ตัดเย็บโดย ร้านเช่าชุดสุขโขเชียงใหม่

อะทิตยา ใจเที่ยง มิสแกรนด์เลย

ชุด  ผีตาโขน วัฒนธรรมจิตวิญญาณของชาวด่านซ้าย : ชุดผีตาโขน  ผ่านแนวคิดความเป็นไทยที่ แพรขยายลวดลายอันงดงาม หน้ากากมีความงามที่แปลกตาดูน่าสนใจ  ผสมผสานรูปทรงของตัวชุดกับความพริ้วของเนื้อผ้า  สะท้อนกรอบทางสังคม ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ชุด ผีตาโขน กลายเป็นสัญลักษณ์ ของชุมชนด่านซ้ายจังหวัดเลย คุณค่าทางวัฒนธรรมที่ยึดโยงวิถีชีวิต  ความงดงามของผู้คน  การมีอยู่และแรงศรัทธา  ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ พัฒนา สร้างสรรค์ ให้คงอยู่ตลอดไป  

ออกแบบและตัดเย็บโดย  อาร์ท อัครัช เนรมิตศิลป์

ฐิตารีย์ พงศ์ธรสาธร มิสแกรนด์สระบุรี

ชุด พระพุทธบาท ตักบาตรดอกไม้ : ประเพณีตักบาตรดอกไม้ของจังหวัดสระบุรี ใช้ “ว่านนางพญาหงส์ทอง”  หรือ “ดอกเข้าพรรษา” นำมาตักบาตรถวายพระ ในวันเข้าพรรษา  ณ วัดพระพุทธบาท ราชวรวิหาร จังหวัดสระบุรี  พระสงฆ์จะนำดอกเข้าพรรษาไปสักการะรอยพระพุทธบาท ดอกเข้าพรรษาเป็นสัญญาลักษณ์ที่แสดงถึง ความเคารพ  นอบน้อม ต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์   ประเพณีตักบาตรดอกไม้ นับเป็นประเพณีเก่าแก่ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่จังหวัดสระบุรีสืบไป

ออกแบบโดย   ฅน สร้าง ศิลป์ by อนุชา แพงมา

ตัดเย็บโดย       ห้องเสื้อบ้านทรายทอง by พงศกร  สถิตยารักษ์

ณัฏฐามณี พิชญสุทธิศีล มิสแกรนด์อุดรธานี

ชุด คัดนานต์เวหา หงส์ฟ้าเขจร : อินสปายเรชั่นมากจาก วัดวังคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ สถาปัตยกรรมช่อฟ้า ที่รูปแบบคล้ายหงส์ของทางวัด มาประสมประสานจนกลายเป็น พญาหงษ์ฟ้าที่สวยงามและวิจิตร ในรูปแบบของ ชุดประจำจังหวัด คัคนานต์ แปลว่า ท้องฟ้า หรือ เวหา  เขจร แปลว่า โบยบิน พญาหงส์ฟ้านั้น เปรียบเสมือนจังหวัดกาฬสินธฺุ์ ที่มีความงดงามและสง่างาม  ผู้ออกแบบ ได้นำเสนอเทคนิค ท่าทางการบินของหงส์  สื่อให้เห็นถึงความอ้อนช้อย และ ลีลาการบินของพญาหงส์แบบสวยงาม

ออกแบบโดย   นาย นะดาห์ วรพิพัฒน์กุล

ตัดเย็บโดย       ห้องเสื้อพรางกูร

สุพรรณิการ์ นพรัตน์ มิสแกรนด์ชุมพร

ชุด กินรีนาฏยามโนราห์ : เทริดโนรา เป็นครื่องอาภรณ์สวมศีรษะลักษณะคล้ายชฎา แต่มีรูปทรงสั้นกว่า มีโครงสร้างทำด้วยโลหะหรือไม้ไผ่สาน ตกแต่งด้วยการปั้นรักติดเป็นลวดลาย ลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกสี เทริดที่ผ่านการทำพิธีบูชาครูโนราห์แล้ว ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในพิธีผูกผ้าใหญ่หรือพิธีโนราห์โรงครู โดยมีครูโนราห์หรืออุปัชฌาย์ ยืนคอยช่วยสวมเทริดให้ครอบศีรษะโนราห์ใหม่ ผู้ออกแบบจึงขออัญเชิญ “โนราห์” ถ่ายทอดสู่ชุดประจำจังหวัด
ออกแบบโดย ชาคริต ชนิดาพงศ์พันธ์
ตัดเย็บโดย ห้องเสื้อพลางกูร

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV

Facebook : Miss Grand Thailand ,Instagram : missgrandthailand และ TikTok

#นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์ #WeAreGRANDthe1andOnly #MGT2025AStarIsBorn #MissGrandSoftPowerOfThailand #MissGrandThailand #MissGrandThailand2025

#เวทีอันดับ1ของประเทศไทย  #มิสแกรนด์เวทีเพื่อประชาธิปไตย

ชุดประจำชาติ

แต่งมาให้เป็นตำนาน เปิด ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025

แต่งมาให้เป็นตำนาน เปิด ชุดประจำชาติ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 (MISS GRAND THAILAND 2025) สร้างกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์

มิสแกรนด์ ไทยแลนด์  (MISS GRAND THAILAND) ถือเป็นเวทีการประกวดนางงามที่ขึ้นชื่อเรื่องความอลังการ โดยเฉพาะ ชุดประจำชาติ โดดเด่นเรื่องความหลากหลายและความคิดสร้างสรรค์  โดยในแต่ละปี ผู้เข้าประกวดจากทั่วประเทศจะนำเสนอไอเดีย ที่ผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ดั้งเดิมและแนวคิดสมัยใหม่ออกมาอย่างสร้างสรรค์และสวยงาม ทำให้ชุดเหล่านี้ มีรายละเอียดที่ซับซ้อน ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าน่าจดจำและทำให้ผู้ชมตั้งตารอคอยทุกปี

เช่นเดียวกันปีนี้การประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 (MISS GRAND THAILAND 2025) สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้ง  หลายชุดกลายเป็นที่พูดถึงไม่ขาดปาก อย่างนั้นเราไปดูกันว่ามีชุดจากจังหวัดไหนบ้างที่สร้างทอล์คออฟเดอะทาวน์ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา

จังหวัดกระบี่ ชุด นางพยัคฆ์แห่งบรรพกาล

แรงบันดาลใจมาจากซากฟอสซิลของเสือเขี้ยวดาบ ที่ค้นพบในจังหวัดกระบี่ รวมไปถึงสถาปัตยกรรมสี่แยกเสือเขี้ยวดาบในตัวเมือง ที่มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ นำมาสู่การออกแบบตัดเย็บชุดประจำชาติ ที่มีความแปลกใหม่ผสมผสานการเคลื่อนไหวของเสือเขี้ยวดาบ และอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ลงตัว สะท้อนถึงความเป็นมาในดินแดนจังหวัดกระบี่จากอดีตถึงปัจจุบัน

ออกแบบโดย นายอัครวัฒน์ อัครเธียรสิน และ นายศรัณยู จันทร์บัว

ตัดเย็บโดยทีมงาน fire monsters monster

ชุดประจำชาติ

จังหวัดขอนแก่น ชุด อีงูพิษ

จากอสรพิษร้ายสู่สหายการทำกิน จังหวัดขอนแก่นมีหมู่บ้านงูจงอาง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านโคกสง่า ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง ชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือน จะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้าน เพื่อจัดแสดงโชว์ระหว่างคนกับงู เป็นกลยุทธ์ของการสร้างรายได้ในการค้าขายยาสมุนไพร จึงมีคำเปรียบเปรยที่ว่า อสรพิษที่ว่าร้ายยังต้องพ่ายกับกลคน  ร้ายกว่าที่นึก ลึกกว่าที่คิด สุดจัดยิ่งกว่าสัตว์มีพิษ คืออสรพิษในคราบมนุษย์

ออกแบบโดย  ฑิโมธี ชมพูวงศ์

ตัดเย็บโดย     IDEO Couture

จังหวัดนครปฐม  ชุด Dvaravati of The Metaverse  (ทวารวดี ออฟ เดอะ เมตาเวิร์ส)

นครปฐม ดินแดนที่ยังดำรงไว้ซึ่งอารยธรรมแห่งยุคทวารวดี อารยธรรมอันยิ่งใหญ่หลายพันปี อันแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของไทย เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถศึกษาถึงวิถีชีวิต ของคนโบราณอันเป็นต้นกำเนิดของคนในวันนี้ ถูกปลุกให้มีชีวิตกลับมาเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้ฟังผ่านเทคโนโลยีสุดล้ำ โลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ ชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานอารยธรรมระหว่างโลกแห่งศิลปะโบราณและโลกคู่ขนานแห่งอนาคตเข้าด้วยกัน

ออกแบบและตัดเย็บโดย  นายจักรินทร์ พิมพะลา

ห้องเสื้อ touchjai (ทัชใจ)

จังหวัดบีงกาฬ  ชุด นาคินีเทวีภูลังกา

ภูลังกา ดินแดนเมืองลับแลจังหวัดบึงกาฬ เป็นตำนานอันลือเลื่องเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อ มีถ้ำนาคาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดัง  ผนังถ้ำดูคล้ายพญานาคนอนขดตัว ถ้ำแห่งนี้ยังมีเรื่องเล่าตำนานความเชื่อว่าพญานาคถูกสาปให้กลายเป็นหินตัวชุดรังสรรค์เป็นชุดพญานาคนอนขดตัว โดยใช้ความมันวาวของเกร็ด งูเหมือนผิวสัมผัสของพื้นผิวผนังเขา เสริมด้วยเมทัลลิกประดับด้วยเพชรคริสตัล เพิ่มความระยิบระยับวิบวับแวววาวให้นางงามดูโดดเด่น ลึกลับ และ ทรงเสน่ห์

ออกแบบและตัดเย็บโดย  นายสถาพร  เฉียบแหลม

Starbung boutique (สตาร์บัง บูทริค)ราชบุรี

จังหวัดบุรีรัมย์ ชุด Welcome back of siam 

โกลเด้นบอย (Golden Boy) ประติมากรรมหล่อสำริดอะไหล่ทอง รูปพระศิวะ สวมเครื่องทรงชั้นสูง เป็นศิลปะขอมในประเทศไทย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 หรือประมาณ 900-1,000 ปี  ความงามของฝีมือช่างและความก้าวหน้าในการหล่อโลหะ สะท้อนความเจริญของแผ่นดินไทยในอดีต เป็นสมบัติของแผ่นดินที่หายไปจากปราสาท บ้านยางโป่งสะเดา อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นับเป็นข่าวดีสำหรับชาวไทย ที่ได้ประติมากรรมโบราณชิ้นนี้ กลับคืนสู่สยามประเทศของเรา

ออกแบบโดย zhear by xenzal (เซียร์ บาย เซนเซลล์)

ตัดเย็บโดย 178cm

จังหวัดปทุมธานี  ชุด Australopithecus ประวัติศาสตร์แห่งการเรียนรู้

“พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” หรือ “ตึกลูกเต๋า” แลนด์มาร์กเด่นของจังหวัดปทุมธานี ศูนย์การเรียนรู้ที่ถ่ายทอดความมหัศจรรย์ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “ป้าลูซี่” โฮมินิดเพศเมีย ในสกุล ออสตราโลพิเทคัส อายุ 3.2 ล้านปี คือต้นแบบแห่งวิวัฒนาการ แม้มีสมองใกล้เคียงชิมแปนซี แต่โครงสร้างร่างกายเผยให้เห็นก้าวแรกของมนุษยชาติ จากอดีตสู่ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ยังคงพาเราก้าวไปข้างหน้า ไม่ต่างจากก้าวแรกของป้าลูซี่ ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล

ออกแบบโดย นายจักรินทร์ พิมพะลา

ตัดเย็บโดย touchjai (ทัชใจ)

จังหวัดพิจิตร ชุด นักกะชลธี ยุทธนาวีศรีไกรทอง

นิทานพื้นบ้านที่ทุกคนรู้จัก ในนามของไกรทองและชาละวัน เรื่องราวต่อสู้แย่งชิงหญิงสาวที่ชื่อว่า นางตะเภาแก้วและตะเภาทองแห่งเมืองพิจิตร ซึ่งชื่อที่เราหยิบยกขึ้นมานั้น นักกะ แปลว่า จระเข้  ชลธี คือสายน้ำ และ ยุทธนาวีคือการ ต่อสู้ ตัวชุดใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ผสมผสานความเท่ห์ ความทันสมัย เปรียบเสมือนไกรทอง ที่มีความเท่ห์และกล้าหาญ ที่ได้ออกไปต่อสู้ กับชาละวัน เหมือนนางงาม ที่ได้ มาประกวดและมาต่อสู้ บนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์

ออกแบบโดย กัญญาพร บุญศักดิ์ และ ศิริพร ทรัพย์กิ่ง

ตัดเย็บโดย ห้องเสื้อพลางกูร

จังหวัดพิษณุโลก  ชุด บางแก้วเพื่อนรัก

หูตั้ง ขนหนา หางเป็นพวง ปากแหลม รักเจ้านาย ซื่อสัตย์ และหวงถิ่นฐาน คือลักษณะเด่นของสุนัขพันธุ์บางแก้ว มีต้นกำเนิดอยู่ที่วัดบางแก้ว  จ.พิษณุโลก เป็นสุนัขสายเลือดผสมระหว่างพันธุ์ไทยพื้นบ้านกับสุนัขป่า จนได้เป็น “สุนัขพันธุ์บางแก้ว” ที่คณะกรรมการสหพันธ์สุนัขนานาชาติ ได้รับรองการขึ้นทะเบียนโลกให้สุนัขพันธุ์บางแก้วเป็นสายพันธุ์สุนัขโลก ผู้คนทั่วโลกรู้จักดีในนาม บางแก้วเพื่อนรัก

ออกแบบโดย นาย จักรินทร์ พิมพะลา

ตัดเย็บ โดย แบรนด์ touch-jai (ทัชใจ)

จังหวัดเลย ชุด  ผีตาโขน วัฒนธรรมจิตวิญญาณของชาวด่านซ้าย

ชุดผีตาโขน  ผ่านแนวคิดความเป็นไทยที่ แพรขยายลวดลายอันงดงาม หน้ากากมีความงามที่แปลกตาดูน่าสนใจ  ผสมผสานรูปทรงของตัวชุดกับความพริ้วของเนื้อผ้า  สะท้อนกรอบทางสังคม ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ชุด ผีตาโขน กลายเป็นสัญลักษณ์ ของชุมชนด่านซ้ายจังหวัดเลย คุณค่าทางวัฒนธรรมที่ยึดโยงวิถีชีวิต  ความงดงามของผู้คน  การมีอยู่และแรงศรัทธา  ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ พัฒนา สร้างสรรค์ ให้คงอยู่ตลอดไป  

ออกแบบและตัดเย็บโดย  อาร์ท อัครัช เนรมิตศิลป์

จังหวัดสมุทรปราการ ชุด เทวานัม อินทระ ทรงเอราวัณ

ในคติโบราณเชื่อว่า บทบาทและหน้าที่ของช้างเอราวัณคือ เป็นพาหนะที่นำเสด็จพระอินทร์ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งบนสวรรค์และโลกมนุษย์ เพื่อดูแลทุกข์สุขของชาวโลก ด้วยแรงศรัทธาที่มีต่อประติมากรรมช้างสามเศียร จังหวัดสมุทรปราการ จึงเป็นที่มาในการสร้างสรรค์เนรมิตศิลป์ สรวงสวรรค์แห่งองค์อินทร์ ทรง เอราวัณ มีวัชระสายฟ้าเป็นอาวุธ บันดาลความอุดมสมบูรณ์และความชุ่มฉ่ำสู่โลกมนุษย์  สะกดให้ผู้คนได้หลงไหลถึงงานศิลปกรรมอันทรงพลัง ช้างเอราวัณ ราชาแห่งช้างทั้งปวงในสากลจักรวาล 

ออกแบบและตัดเย็บโดย  อาร์ทอัครัชเนรมิตศิล

จังหวัดสุพรรณบุรี ชุด นางพญาต่อ

ตามตำนานเรื่องเล่าขุนช้างขุนแผนเมืองสุพรรณบุรี เรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นเรื่องจริง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดมาจากบรรพบุรุษ โดยมีอยู่ว่าขุนแผนได้ใช้อิทธิฤทธิ์ โดยการรูดใบมะขามเสกเป็นตัวต่อ เพื่อให้ขับไล่ต่อยข้าศึกที่เข้ามารุกลานให้หนีกระเจิง ตัวชุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวต่อ โดยชุดเป็นลักษณะแนวแฟชั่นแฟนตาซี เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยของปัจจุบัน โดยผู้สวมใส่ต้องมีการเลียนแบบพฤติกรรมการเดินบินของตัวต่อ นั่นเอง

ออกแบบโดย   คุณแซนด์ วชรพร  (วะ ชะ ระ พร) งามนาศรี

ตัดเย็บโดย อาร์ทอัครัชเนรมิตศิลป์

จังหวัดอุดรธานี ชุด บาดาลประทานพร

กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นางพญานาคิณีศรีปทุมมา วิสุทธิเทวีปูเชมิ นาคาศรีสุทโธ และ นาคีศรีปทุมมา” พญานาคราชผู้เป็นใหญ่ในประเทศไทย มีพรหมประกายโลกเป็นที่สถิต คือวังนาคินทร์คำชะโนด เชื่อกันว่ามีมหาทรัพย์ในดินและสินในน้ำ  ผู้จัดทำจึงได้หยิบยกรูปปั้น องค์พญานาคินีแม่ย่าศรีประทุมมา พระชายาพ่อปู่ศรีสุทโธ  ที่ลูกหลานสายพญานาคนิยมหามาไว้บูชาคู่กับองค์พ่อปู่ศรีสุทโธ เชื่อว่าพญานาคคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

ออกแบบโดย   นาย จักรินทร์ พิมพะลา

ตัดเย็บโดย   Touch-jai (ทัชใจ) ร่วมกับ อลังการงานโฟม อุดรธานี

Get Glowing Skin 7 ไอเท็มอัพผิวฉ่ำโกลว์ ดูสุขภาพดี แลกระจ่างใสราวกระจก

Get Glowing Skin 7 ไอเท็มอัพผิวฉ่ำโกลว์ ดูสุขภาพดี แลกระจ่างใสราวกระจก

#PraewSurvey #ItemsOfTheWeek ผิวดูกลาสสกินสุขภาพดี ฉ่ำวาวจากความชุ่มชื้น ทั้งแลกระจ่างใสราวกระจกนั้น เกิดจากการประคบประหงมดูแลและบำรุงอย่างพิถีพิถันจากภายในสู่ภายนอกก็ด้วยเหล่าสกินแคร์ที่ช่วยหล่อเลี้ยงความฉ่ำบนผิว ไม่ว่าจะเป็นมาส์กหน้า AUGUSTINUS BADER ตัวช่วยฟื้นฟูผิวเร่งด่วน ช่วยให้ดูเปล่งปลั่งทันตา หรือจะเซรั่มแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง SUQQU ก็เต็มไปด้วยส่วนผสมมาเติมเต็มน้ำลงผิว หรือเซรั่มจากแบรนด์น้องใหม่เพิ่งเข้าไทยอย่าง DERMAFORA ก็มีส่วนผสมที่คนผิวขาดน้ำต้องเลิฟ หากชอบเนื้อแน่นขึ้นมาหน่อยต้องครีมเพื่อผิวเนียนนุ่มเด้งจาก THE FACE SHOP และ YC สำหรับคนที่ชอบเนื้อออยล์และมีผิวเซนซิทีฟต้องลองน้ำมันมะรุมจาก MORINGA PROJECT และพร้อมคืนความสมดุลให้ผิวหลังล้างหน้าด้วยโทนเนอร์จาก FENTY SKIN ที่มี Cherry Barbados สารสกัดสุดโปรดของ ริริ ช่วยเรื่องแลดูกระจ่างใส

Get Glowing Skin 7 ไอเท็มอัพผิวฉ่ำโกลว์

AUGUSTINUS BADER The Hydrogel Face Mask
ควรมีติดบ้านติดกระเป๋าเดินทาง นี่คือหนึ่งในไอเท็มตัวช่วยฟื้นฟูผิวเร่งด่วน แผ่นมาส์กไฮโดรเจล ผสานนวัตกรรมเทคโนโลยี TFC8®  ล็อคความชุ่มชื้น เพื่อผิวเนียนนุ่มและเปลั่งปลั่ง

FENTY SKIN Cherry Dub BHA Tonner
โทนเนอร์ตัวใหม่ที่พัฒนาสูตรมาเเพื่อคนผิวมันโดยเฉพาะ มีสารสกัดสำคัญอย่าง Cherry Barbados สารสกัดที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใสและเป็นส่วนสารสกัดสุดโปรดของ Rihanna

SUQQU Aqufons Smooth Renew Serum
เซรั่มเนื้อเบาเพื่อผิวแลดูกระจ่างใสจากแบรนด์ญี่ปุ่นสุดลักซ์ชัวรี่ เต็มไปด้วยส่วนผสมจาก AQUFONS Complex สารสกัดจากธรรมชาติ เติมความชุ่มชื้น  ทำให้ผิวอิ่มฟูและเรียบเนียน

DERMAFORA Moisturising Booster Serum
เข้าไทยมาหมาดๆ เป็นแบรนด์สกินแคร์จากสวิสเซอร์แลนด์ มีไลน์โปรดักส์เพียบ แต่ครั้งนี้ขอชี้เป้าเพื่อคนผิวขาดน้ำต้องเซรั่มขวดนี้เลย ตัวช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น ด้วยสารสกัดจากดอกมาลโลว์บนเทือกเขาแอลป์ผสานเข้ากับกรดไฮยาลูรอนิก ทำให้ผิวอิ่มฟูดูสุขภาพดี

THE FACE SHOP Alltimate Hyaluronic Squalane 1% Cream
ครีมที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ปลอบประโลมผิว พร้อมลดอุณหภูมิผิวลง 3 องศา หลังใช้ทันที ด้วยส่วนผสมของ HYALURONIC AICD 5 ชนิด และ SQUALANE 1% เพื่อผิวอิ่มฟู เนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง

MORINGA PROJECT Moringa Facial Oil
ออยล์บำรุงผิวขวดนี้เหมาะกับผิวเซนซิทีฟ เป็นน้ำมันเมล็ดมะรุมมีกรดไขมันโอเมก้า 9 และสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงเป็นแหล่งของสารอาหารและวิตามินที่ดีในการบำรุง ปกป้อง และฟื้นฟูผิว

YC Hydro Gel
ไฮโดรเจลบำรุงผิวหน้ากับ 3 สูตร ตอบโจทย์ปัญหาผิวโดยเฉพาะ Arbutin ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ Glutathione ลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำ Hyaluronic Acid กักเก็บความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเซลล์ผิวเต่งตึง


‘ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์’ เผยโฉม ‘สโคป ทองหล่อ’ อัลตร้าลักซ์ชัวรี่ All-Penthouse แห่งแรกในไทย

ที่อยู่อาศัยถือเป็นเครื่องสะท้อนตัวตนได้ดีอย่างหนึ่ง และเชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ใช่ แพรว จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ ‘สโคป ทองหล่อ’ โครงการคอนโดมิเนียมแฟลกชิประดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ All-Penthouse แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมอยู่ ภายใต้แนวคิด Privacy at Its Best มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยเพนต์เฮาส์เพียง 18 ยูนิต บนทำเลหายากติด BTS ทองหล่อ ศูนย์กลางสุขุมวิท-ทองหล่อ ย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำของกรุงเทพฯ เพียบพร้อมด้วยบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มที่มองหาคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ พร้อมชูเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่ง สร้างสรรค์โดย บริษัท สโคป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง

ภายในงานเปิดตัว ‘สโคป ทองหล่อ’ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ‘คุณยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เผยว่า “สโคป ทองหล่อ คือโครงการที่สะท้อนความเป็นสโคปได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งภายนอกและภายใน เรารังสรรค์ให้ออกมาอย่างกลมกล่อม ตามความตั้งใจและวิสัยทัศน์ของเราที่จะนำเสนอมาตรฐานใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ จากการทำงานอย่างทุ่มเทร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ เราใส่ใจในทุกรายละเอียด แม้ในส่วนที่อาจมองไม่เห็นภายในกำแพง พื้น หรือเพดาน แต่สามารถจะสัมผัสได้เมื่อเข้าอยู่อาศัย ที่สโคป ทองหล่อ เราเลือกใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงสุด เพื่อให้ทุกตารางเมตรมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ สมกับที่อยู่ในย่านทองหล่อที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5 – 10% ต่อปี สโคป ทองหล่อ ตั้งอยู่ติดกับ BTS ทองหล่อ จึงถือว่าเป็น Rare Gem ที่หาโครงการใดมาเทียบได้ยาก เพราะตอบโจทย์ครบทั้งในแง่ของการอยู่อาศัย การลงทุน และไลฟ์สไตล์ระดับ อัลตร้าลักซ์ชัวรี่ ลูกบ้านทุกท่านจะได้สัมผัสคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบ บริการและการดูแลเอาใจใส่ระดับเฟิร์สคลาสในทุกองค์ประกอบ”

สโคป ทองหล่อ คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่มีจำนวนรวมเพียง 18 ยูนิต ในรูปแบบ Penthouse (1 ชั้น 1 ยูนิต) ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 1 ไร่ 1 อาคาร สูง 32 ชั้น และชั้นใต้ดิน 2 ชั้น พร้อมที่จอดรถ 107 คัน มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,650 ล้านบาท ส่วนพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 10 – 31 โครงการมีให้เลือกทั้งแบบ Simplex, Duplex และ Triplex ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 415 ตารางเมตร ไปจนถึง 756.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 226 ล้านบาท แบบ Fully-furnished ที่ได้รับการตกแต่งด้วยแบรนด์ระดับโลกที่คัดสรรมาจาก 7 ประเทศทั่วโลกโดย Thomas Juul-Hansen เช่น Siematic, Lema, Sub-Zero, Bonaldo, Gubi และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 41.5 ล้านบาท มอบทั้งรสนิยมและความทนทานในระยะยาว

สโคป ทองหล่อ เลือกสรรค์ทีมที่ปรึกษาด้านการออกแบบและพัฒนาโดยทีมงานระดับโลก เพื่อสร้างสรรค์ให้โครงการมีมาตรฐานระดับสากล โดยมี Thomas Juul-Hansen นักออกแบบชื่อดังชาวเดนมาร์ก (ผู้เคยฝากผลงานอันโดดเด่นไว้กับ สโคป หลังสวน) ผู้เป็นที่ยอมรับในด้านสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพด้านการออกแบบ สำหรับ สโคป ทองหล่อ Thomas Juul-Hansen ไม่ได้ดูแลเพียงการออกแบบตกแต่งภายในเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะที่ปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร สโคป ทองหล่อ เป็นโครงการแรกและโครงการเดียวในเอเชียที่เขารับเป็นที่ปรึกษาอย่างเต็มรูปแบบ จึงสะท้อนถึงแนวคิดการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้อย่างแท้จริง

ด้วยคอนเซ็ปต์ Privacy at Its Best การออกแบบของโครงการสโคป ทองหล่อ การมอบประสบการณ์ความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายสูงสุดในทุกตารางนิ้วคือสิ่งสำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้กระจก Double-glazed Insulated Low-E ที่มีความหนาถึง 33 มิลลิเมตร ซึ่งหนากว่ากระจกโครงการทั่วไปในไทยถึง 4 เท่า พร้อมยังมี Air Gap ช่วยลดความร้อน ลดทอนความจ้าของแสง และกรองเสียงรบกวนจากภายนอก เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับความสงบสบายภายในยูนิตของตน

สโคปใส่ใจอย่างมากในยุคที่มลภาวะทางอากาศเพิ่มขึ้น โครงการสโคป ทองหล่อ เลือกติดตั้งระบบฟอกอากาศภายในอาคารด้วยตัวกรอง Plasma ไว้ในระบบแอร์ เพื่อช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพที่ดีและอากาศที่บริสุทธิ์ภายในพื้นที่พักอาศัย โดยสโคป ทองหล่อ เลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงในทุกองค์ประกอบทั้งภายในและภายนอก ที่ไม่เพียงให้คุณค่าด้านความสวยงาม แต่ยังมีความทนทานในระยะยาว

นอกจากนี้ สโคป ทองหล่อ ยังมีบริการพิเศษระดับเฟิร์สคลาสที่ครบวงจรอื่นๆ อีกมากมายที่หาไม่ได้จากที่ไหน เช่น บริการทำความสะอาด (Housekeeping Service) ที่จะมาดูแลความสะอาดภายในยูนิต 3 ครั้งต่อสัปดาห์ พนักงานสระไดร์ (In-House Blow-Dry Service) และบริการพ่อครัวประจำโครงการ (In-House Cook) สามารถให้พ่อครัวช่วยเตรียมอาหารในแต่ละมื้อได้ตามสั่ง บริการทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสประสบการณ์การพักอาศัยที่สะดวกสบายดังใจปรารถนา

คุณยงยุทธกล่าวเสริมว่า “ผู้ที่มีกำลังซื้อระดับอัลตร้าลักซ์ ล้วนมองหาความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการบริการที่สโคป ทองหล่อ เรามอบบริการระดับเฟิร์สคลาสที่แสนสะดวกสบายในการใช้ชีวิต โดย ACQUA นับตั้งแต่เลี้ยวรถเข้ามาในที่สโคป ทองหล่อ ก็จะพบกับพนักงานต้อนรับที่ช่วยเปิดประตูรถ พร้อมช่วยถือสัมภาระ ขณะที่บริกร Valet Parking จะนำรถไปเข้า Auto Parking โดยที่ลูกบ้านสามารถเดินขึ้นลิฟต์เพื่อเข้าเพนต์เฮาส์ของตนได้เลย หากต้องการทานอาหารก็สามารถแจ้งให้ In-House Cook ช่วยปรุงอาหารมาเสิร์ฟถึงเพนต์เฮาส์โดยไม่ต้องออกไปทานหรือสั่งเดลิเวอรี่ให้ยุ่งยาก เรื่องความสะอาดก็หมดกังวลเพราะเรามีบริการทำความสะอาดแบบเนี้ยบกริบให้ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ พนักงานสระไดร์ (In-House Blow-Dry Service) ช่วยดูแลทำผมได้อย่างใจต้องการ บริการระดับเฟิร์สคลาสต่างๆ ดังกล่าว รวมถึง Penthouse Assistant สโคป ทองหล่อ คือที่แรกในเมืองไทยที่มีมอบให้”

สโคป ทองหล่อ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสุดพิเศษ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับและหลากหลาย เช่น สวนสำหรับสุนัข ห้องรับรอง ฟิตเนสที่ใช้แบรนด์ระดับโลก อย่าง Technogym และลู่วิ่งในฝันของนักวิ่งแบรนด์ Woodway ห้องสปาเพื่อสุขภาพที่มี Thermal Suite ซึ่งใช้ความร้อนและความเย็นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยคลายความเครียด ห้องเด็กเล่น และห้องแกรนด์เปียโน นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำหินอ่อน อ่างน้ำร้อน ห้องโยคะและพิลาทิส เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถทำกิจกรรมสันทนาการได้อย่างเต็มที่ หรือจะเลือกผ่อนคลายเพลินตาเพลินใจกับวิวเมืองที่ Thomas Juul-Hansan Lounge บนชั้น 32 โดยทุกพื้นที่ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัว เพียงจองผ่านระบบบริการของ ACQUA

“สโคปพัฒนาโครงการสโคป ทองหล่อ ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด บนทำเลล้ำค่าของสุขุมวิท-ทองหล่อ โดยมีการออกแบบที่พิถีพิถัน การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง และการให้บริการที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าอย่างแตกต่าง จึงมอบมูลค่าเพิ่มในทุกๆ วันให้กับผู้ซื้อ” คุณยงยุทธกล่าวสรุป