คิมเบอร์ลี่ – ตู ต้นตะวัน ร่วมชมโชว์ Dior Women’s Fall 2025 ที่โตเกียว

จบลงอย่างสวยงามสำหรับแฟชั่นโชว์ Dior Women’s Fall 2025 ท่ามกลางดอกซากุระ ที่จัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งภายในงานก็เต็มไปด้วยแอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์และคนดังมากมาย โดยตัวแทนจากประเทศไทยมี “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” และ “ตู ต้นตะวัน” เข้าร่วมชมโชว์ครั้งนี้ พร้อมโททัลลุคจากคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ 2025 ส่วนไฮไลท์ของโชว์จะมีอะไรแพรวได้รวบรวมมาให้ชมค่ะ

กลิ่นอาย “ญี่ปุ่น” ใน Dior Fall 2025

แน่นอนว่า การเลือกสถานที่จัดแฟชั่นโชว์เป็น GARDEN OF TOJI ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไม่ใช่อาการทึกทักที่อยากจัดที่ไหนขึ้นมาก็ได้ แต่เป็นความตั้งใจของ Maria Grazia Chiuri ที่ต้องการหล่อหลอมลักษณะการสวมใส่เสื้อผ้าในวัฒนธรรมทั่วโลก อย่างครั้งนี้เธอได้เลือกวัฒนธรรมจากประเทศญี่ปุ่นมานำเสนอ เราจึงเห็นว่าเสื้อผ้าของ Dior คอลเล็คชั่นนี้เต็มไปด้วยซิลลูเอท และลวดลายที่แสดงออกถึงญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการนำเอกลักษณ์ของกิโมโนเข้ามาผสมผสานกับไอเท็ม เช่น พัฒนาแจ็กเก็ตและเสื้อโค้ทเป็นรูปทรงหลวมสบายและโอบล้อมร่างกายอย่างลงตัว บางครั้งอาจสวมคู่กับเข็มขัด หรือกางเกงขายาวทรงบานและกระโปรงยาวก็กลมกลืนกับทุกย่างก้าว ทำให้เคลื่อนไหวสะดวก ในขณะเดียวกันก็ยังงดงาม 

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของคอลเล็คชั่นนี้ มีการนำสีดำ มาถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าหลงใหลของลายพิมพ์ดอกไม้ ที่โดดเด่นด้วยลายปักสีทองนั่นเอง


ภาพและข้อมูล: Dior

มาร์ค & โอม เสิร์ฟความฟิน กับเคมีสุดลงตัว

ทำแฟนๆ ฟินสุดๆ กับซีรีส์  “แฟนที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ Sweet Tooth, Good Dentist” ที่นำแสดงโดย “มาร์ค – ภาคิน และ โอม – ฐิภากร ”

ครั้งนี้แพรว ขอชวน “มาร์ค – ภาคิน คุณาอนุวิทย์ และ โอม – ฐิภากร  ฐิตะฐาน” มาแชร์เรื่องราวตั้งแต่รู้จักกัน ทำงานด้วยกัน รวมถึงความสนิทรู้ใจที่เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน

ยังจำตอนเจอกันครั้งแรกได้ไหมคะ

          มาร์ค   “เราเจอกันครั้งแรกตอนที่แคสติ้งตัวละครครับ ตอนนั้นทางค่ายต้องการหาแสดงมาเล่นคู่กับผม จึงเรียกหลายๆ คนมาแคสติ้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมเจอโอม”

           โอม      “ใช่ครับ แต่ครั้งแรกที่เห็นพี่มาร์คก็ตกใจนะครับ เพราะเขาเซอร์มาก ตอนนั้นไว้ผมยาวหยิกๆ ไว้หนวด แต่งตัววินเทจ”

มาร์ค หัวเราะ  “คือถ้าช่วงที่ผมไม่ได้มีถ่ายซีรีส์หรืออีเวนต์ ผมจะไม่ตัดผม ไม่โกนหนวด แล้ววันนั้นรู้สึกว่ามาเวิร์คช็อปเฉยๆ ก็เลยแต่งตัวชิลๆ (หัวเราะ) และเวลาผมเจอใครครั้งแรก ด้วยความอินโทรเวิร์ตผมจะไม่ค่อยเข้าไปคุยก่อน แต่จะชอบสังเกตว่าเขาเป็นยังไง บุคลิกท่าทางเป็นคนแบบไหน

“ซึ่งครั้งแรกที่เจอโอม เขาดูมั่นใจนะ แบบออกมาทางดวงตาเลย คือรู้เลยว่าเด็กคนนี้มีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะพอได้เข้าคลาสแสดงด้วยกัน ผมรู้สึกเลยว่าเขาคิดนอกกรอบและน่าสนใจมากครับ”

โอม      “สำหรับผมนอกจากลุคเซอร์ๆ ของพี่มาร์ค อีกอย่างคือผมรู้สึกว่าเขามีของ เขาสามารถแสดงอารมณ์ สื่อสารความรู้สึกออกมาได้ดี และแสดงละเอียดมาก ตอนที่ผมแสดงคู่กับเขาครั้งแรก ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าเบาใจได้เลย เพราะเขาเก่ง แต่อีกใจก็แอบกังวล กดดันตัวเอง กลัวจะทำไม่ได้เท่าครึ่งหนึ่งของเขา และกลัวเขาจะรู้สึกไม่ดีกับเรา”

พอได้รู้จักกันจริงๆ คิดว่าอีกคนเป็นอย่างไรคะ

มาร์ค   “จริง ๆ เราสองคนมีอะไรคล้ายกันหลายอย่างครับ ทั้งความชอบ รสนิยมต่างๆ และยิ่งพอทำงานด้วยกัน คุยกัน รู้จักกันมากขึ้นก็ยิ่งสบาย เพราะความที่เราคล้ายกัน ผมจึงรู้ว่าแบบนี้โอมจะไม่ชอบ แบบนี้โอมจะไม่โอเค มันจึงเหมือนเป็นการตัดสินใจแทนกันได้นิดหนึ่ง ถ้าสมมติว่าอีกคนหนึ่งอึดอัดที่จะพูด เราก็สามารถพูดแทนได้ เพราะรู้ว่าเขาจะรู้สึกเหมือนเรา (ยิ้ม)

“เราจึงใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันไม่นาน เพราะเวลาทำความรู้จักใครสักคน เวลาเราพูดเรื่องอะไรไปแล้วเขาเก็ตทันที สามารถคุยกับเราต่อได้ มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ”

โอม “เราคุยภาษาเดียวกันครับ (ยิ้ม) อย่างที่พี่มาร์คบอกเลยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคอมมอนเซนส์ และเรารู้ว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง จะรู้สึกแบบไหน หรือเรื่องความชอบ อย่างสีของโลโก้คู่เราก็เลือกตรงกันแบบอัตโนมัติเลย เราชอบอะไรที่ดูไม่เยอะเกิน ไม่น้อยเกิน ดูแบบไม่ตะโกน ดูเข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย ประมาณนั้นครับ

“ผมรู้สึกว่าเราคือความสบายใจของกันและกันครับ ทุกความคิด ทุกการตัดสินใจ มีความสบายใจเข้ามามีส่วนร่วมทุกอย่าง และเราคุยกันแบบไม่ต้องเม็ด” (ไม่มีอะไรปิดบัง)

            มาร์ค   “คือชอบหรือไม่ชอบอะไรก็แชร์ออกมา และเราจะไม่โยนสิ่งที่เราต้องการไปให้อีกฝ่ายแบบ 100% แต่เราจะโยนไป 50% คุณแชร์มา 50% แล้วหาตรงกลางร่วมกัน ซึ่งเราไม่มีอีโก้ทั้งคู่ จึงง่ายทั้งการทำงานและพูดคุยกัน

  “ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องงานนะ อย่างเรื่องชีวิต ครอบครัว เราก็ปรึกษากันและกัน การตัดสินใจงานต่าง ๆ เราคุยกันทุกเรื่องเลย”

โอม      “ใช่ครับ ความจริงคนที่คล้ายพี่มาร์คมาก ๆ มาก คือคุณแม่ผม ทั้งนิสัย วิธีการคิด ผมจึงรู้สึกว่าไม่แปลกเลยที่ทำให้เราสนิทกัน” (ยิ้ม)

ชมภาพแฟชั่นและอ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ Praew Favor นิตยสารแพรว เม.ย. 68

  • Digital Editor & Style : Minim    
  • ภาพ : วรสันต์   
  • ผู้ช่วยช่างภาพ : รัฐวรรธน์, กิตติญา
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ
  • เสื้อผ้า : Painkiller Atelier , Moo Bangkok และ Shone Puipia
Coachella 2025

เจนนี่จัดเต็ม Coachella 2025! ลุคเวทีเดี่ยวสุดเวสต์เทิร์น-แกลม

ขึ้นเวทีเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตทั้งที เจนนี่ก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ผิดหวัง! เธอระเบิดเวที Outdoor Theatre ที่ Coachella 2025 ด้วยลุคสไตล์ “เวสต์เทิร์นแกลม” ที่ผสานความเท่แบบคาวบอยเข้ากับความหรูแบบตัวแม่แฟชั่นนิสต้า

เจนนี่จัดเต็ม Coachella 2025! ลุคเวทีเดี่ยวสุดเวสต์เทิร์น-แกลม

ลุคนี้ Jennie เลือกใส่แจ็กเก็ตลายหนังจระเข้คู่กับบราท็อปเข้าชุดจากคอลเล็คชั่น Fall 2025 ของ Georges Hobeika เสริมความเผ็ชด้วยกางเกงขาสั้นไซซ์จิ๋วคัสตอมเฉพาะตัว ก่อนจะจัดเต็มด้วยบู๊ตหนังทรงโอเวอร์ไซซ์สูงเสียดฟ้าจาก Didu คอลเล็คชั่น Spring 2025 คอมพลีตลุคด้วยเข็มขัดหนังลายจระเข้สีแดงเบอร์กันดีรุ่น Threesome จาก Kate Cate และแว่นกันแดดทรงไซไฟสุดคูลจาก Acne Studios

เบื้องหลังลุคสุดปังคือ Park Min Hee สไตลิสต์มือทองที่ดูแลสไตล์ของ BLACKPINK มาตั้งแต่ปี 2017 และเคยเนรมิตลุค Mugler สั่งตัดให้สาว ๆ บนเวที Coachella 2023 มาแล้ว


ลิซ่า ลลิษา

เผยเบื้องหลังลุคสัตว์เลื้อยคลานสุดล้ำของ “ลิซ่า-ลลิษา” บนเวที Coachella

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ปรากฏตัวบนเวที Sahara ในเทศกาลดนตรี Coachella ด้วยลุคสุดปัง สวมเสื้อคลุมพัฟเฟอร์สีดำขนาดใหญ่ ก่อนจะเผยให้เห็นบอดี้สูทแนบเนื้อที่เต็มไปด้วยลวดลายเกล็ดสัตว์เลื้อยคลานจากหัวจรดเท้า ดีไซน์โดย Asher Levine (แอชเชอร์ เลวีน) ดีไซเนอร์สายแฟชั่นแห่งโลกอนาคตผู้เคยร่วมงานกับ Lady Gaga, Grace Jones, Doja Cat และ Grimes

เผยเบื้องหลังลุคสัตว์เลื้อยคลานสุดล้ำของ “ลิซ่า-ลลิษา” บนเวที Coachella

แอชเชอร์ เผยว่าเขาได้รับโจทย์ออกแบบชุดให้ลิซ่าทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนขึ้นโชว์ โดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำ ทั้งการสแกนรูปร่างลิซ่าแบบ 3 มิติเพื่อปรับทรงเสื้อผ้าให้พอดีตัวอย่างแม่นยำ และการออกแบบลายเกล็ดที่ได้แรงบันดาลใจจากสัตว์เลื้อยคลาน โดยใช้ AI ช่วยสร้างลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนนำไปขึ้นรูปชิ้นต่อชิ้นอย่างประณีต จนกลายเป็นชุดที่ผสานทั้งเทคโนโลยี ศิลปะ และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติได้อย่างลงตัว

นอกจากลุคสัตว์เลื้อยคลานแล้ว ลิซ่ายังมีอีกลุคที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ บอดี้สูทซีทรูพร้อมเส้นใยเรืองแสงกว่า 20 ชิ้นที่กระจายแสงสีฟ้าและชมพูทั่วร่าง ชุดนี้ แอชเชอร์ได้แรงบันดาลใจจากแมลงที่สามารถเปล่งแสงได้ในธรรมชาติ เขาเรียกมันว่า “ความเอ็กโซติกเวอร์ชั่นใหม่” ที่นำพาแฟชั่นไปไกลกว่าแค่ลายดอกไม้หรือลายสัตว์

แอชเชอร์ ไม่ใช่แค่ดีไซเนอร์ แต่เป็นนักทดลองที่ผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับแฟชั่น เขาเริ่มเล่นกับการฝังไฟในเสื้อผ้าตั้งแต่ปี 2011 และเคยทำให้ศิลปินอย่าง Will.i.am, Lady Gaga และ Grimes สวมชุดที่เปล่งแสงได้จริงบนเวที

แม้งานของเขาจะล้ำและเฉพาะทาง แต่ แอชเชอร์ก็มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างแฟชั่นแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ศิลปินที่กล้าแตกต่าง เขาเชื่อว่าแฟชั่นสามารถพัฒนาไปสู่ยุคที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์ โดยเขาตั้งเป้าสร้างวัสดุเลียนแบบหนังสัตว์ที่ไม่ต้องใช้สัตว์จริง

“เราควรก้าวไปไกลกว่าการฆ่าสัตว์เพื่อแฟชั่น นี่คือวิวัฒนาการ และนี่คือลูกค้าของผม คนที่กล้าจะเป็นอย่างอื่น และกล้าที่จะล้ำหน้า”


เรียบเรียงจาก : https://edition.cnn.com/2025/04/12/style/lisa-coachella-asher-levine-reptile-outfit/index.html

 

ย้อนรอย 5 โมเมนต์ “แอลลี่ อชิรญา” สู่แบรนด์แอมบาสเดอร์ CHANEL

กลายเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ แอลลี่ อชิรญา ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ CHANEL

หลังจากร่วมงานกับชาเนลมานาน ในที่สุด “แอลลี่ อชิรญา” ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ CHANEL เรียบร้อย โดยเธอนับเป็นคนที่สี่ถัดจาก ออกแบบ ชุติมณฑน์, หมาก ปริญ และเบ็คกี้ รีเบคก้า เรียกว่าเป็นคนที่ช่วยเสริมทัพตัวแทนจากประเทศไทยได้เป็นอย่างดี แต่กว่าจะถึงข่าวดีวันนี้ แพรวขอพาไปย้อนดู 5 โมเมนต์ระหว่างแอลลี่กับชาเนลฉลองก้าวความสำเร็จนี้ไปด้วยกัน

Since 2018

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 กรุงเทพมหานครได้รับเลือกให้เป็นหมุดหมายของการจัดแฟชั่นโชว์ประจำคอลเล็คชั่น CRUISE 2018 โดยแอลลี่ อชิรญา ก็เป็นหนึ่งในเซเลบริตี้ที่ได้การ์ดเชิญให้ร่วมชมโชว์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอได้สานต่อการทำงานกับชาเนลในเวลาต่อมา

COCO CRUSH

การร่วมงานระหว่างแอลลี่กับชาเนลชัดเจนขึ้นเมื่อปี 2023 เมื่อเธอปรากฏตัวในอีเวนต์เอ็กซ์คลูซีฟของไฟน์จิเวลรี่ คอลเล็คชั่นไอคอนิกอย่าง COCO CRUSH หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้เห็นภาพแฟชั่นเซ็ตระหว่างแอลลี่และไลน์เครื่องประดับนี้บ่อยขึ้น จนถึงต้นปี 2025 ที่ผ่านมา ชาเนลจัดงาน CRUSH Story ณ สยามพารากอน แอลลี่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเซเลบริตี้ที่ได้รับเชิญ

CHANEL BEAUTY

ไม่ใช่เพียงพาร์ทแฟชั่นเท่านั้น เพราะแอลลี่ก็ยังร่วมงานกับ CHANEL BEAUTY อยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ในปี 2023 ที่เธอได้ไปเยี่ยมชมสวนดอกไม้ที่เมืองกราส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นโอกาสที่เธอได้พบปะกับ Olivier Polge นักปรุงน้ำหอมของชาเนล ถัดมาในปี 2024 แอลลี่ได้เดินทางไปยัง Open-Sky Laboratory ที่หมู่บ้านโกฌักค์ ซึ่งเป็นสถานที่เพาะพันธุ์ดอกคามิลเลียที่ใช้เป็นส่วนผสมสำคัญของสกินแคร์ต่างๆ และในปีเดียวกันแอลลี่ยังได้ไปร่วมงาน The Colour of Allure ประเทศอังกฤษ งานนี้เธอยังได้ร่วมเฟรมคู่กับ มินจี NewJeans แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำแบรนด์อีกด้วย

Fashion Week, First Time

ใครที่ได้ไป Fashion Week ครั้งแรกคงตื่นเต้นไม่แพ้กัน ไม่เว้นแม้กระทั่งแอลลี่ที่เธอได้รับเชิญให้เป็นแขกคนสำคัญร่วมชมแฟชั่นโชว์ Spring/Summer 2025 ณ Grand Palais ที่ปารีส ซึ่งหลังการปรากฏตัวก็ทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองสำหรับตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสเดอร์คนถัดไป

Today

หลังจากการปรากฏตัวของแอลลี่ในงาน CHANCE Eau Splendide ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา เธอก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแอมบาสเดอร์ประจำ CHANEL อย่างเป็นทางการ

บทบาทในเส้นทางใหม่ของ แอลลี่ อชิรญา ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร มารอติดตามและเป็นกำลังใจให้เธอไปด้วยกันนะคะ


ภาพ: allynitibhon

ย้อนรอย 2 ชุดวิวาห์สุดอลังการของ “ฮโยมิน” แร็ปเปอร์แห่งวง T-ara

สวยงามดุจเจ้าหญิง เผยดีเทล 2 วิวาห์สุดอลังการของ ฮโยมิน T-ara

ต้องยอมรับว่าหากใครเป็นแฟนคลับ K-POP มาตั้งแต่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่สมาชิกในวงหลายคนได้ก้าวไปอีกพาร์ทหนึ่งของชีวิตนั่นคือ การแต่งงาน และมีครอบครัว ซึ่งไม่นานนี้แร็ปเปอร์แห่งวง T-ara อย่าง ฮโยมิน ก็มีข่าวดี จับมือแฟนหนุ่มนอกวงการเข้าสู่ประตูวิวาห์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนอกจากความอลังการของฉากหลังที่เป็นที่พูดถึงแล้ว ชุดแต่งงานที่เธอสวมใส่ในพิธียังหรูหราไม่แพ้กัน เรียกว่าไม่มีทางจมท่ามกลางฉากดอกไม้แน่นอน

โดยชุดสำหรับเดินเข้าพิธี ฮโยมินเลือกเป็นชุดทรงบอลกาวน์ที่เน้นความอลังการ และด้วยความที่เป็นผ้าพลีทตลอดทั้งชุดจึงให้ความอ่อนหวาน แต่ก็ดูโมเดิร์นจากเครปหลายชั้นบริเวณกระโปรงด้วยเช่นกัน สุดท้ายดีไซเนอร์เลือกเพิ่มความน่ารักด้วยดอกไม้สามมิติ ซึ่งเดรสวิวาห์ดังกล่าวมาจาก SARAMRAD

อีกชุดสำหรับช่วงปารตี้ ดีเทลก็อลังการไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือความเซ็กซี่จากชุดคอร์เซ็ตพร้อมกระโปรงทรงหางปลา และผ้าลูกไม้ซีทรูที่ให้ทั้งความหรูหราและอ่อนหวาน ซึ่งชุดดังกล่าวเป็นผลงานจาก Tal Kedem สำหรับรองเท้าของทั้งสองชุดฮโยมินเลือกใส่คู่กับส้นสูงสีขาวที่มีบัคเคิลประดับเพชรและไข่มุกจาก Roger Vivier


ภาพ: @hyominnn และ @tal.kedem.bridal

Hair Goals Unlocked อัปเกรดรูทีนผมสวยเฟียร์ซและสุขภาพดี ด้วยไอเท็มระดับแฮร์ควีน

Hair Goals Unlocked อัปเกรดรูทีนผมสวยเฟียร์ซและสุขภาพดี ด้วยไอเท็มระดับแฮร์ควีน

#PraewSurvey #ItemsOfTheWeek ผมที่ดีไม่ใช่แค่ดูสลวยสวยเก๋ แต่ต้องรู้สึกดีตั้งแต่โคนจรดปลาย ไม่ว่าจะวันชิลล์ที่ปล่อยผมแห้งเองแบบสวยกรุบ หรือวันเร่งรีบที่ต้องเป๊ะในพริบตา เส้นผมคุณก็สมควรได้การดูแลที่เว่อร์วังระดับรันเวย์ Praew Survey รวมไอเท็มสุดเริ่ดฉบับ Hair Queen ตั้งแต่ Dyson Supersonic r™ ที่เบาหวิวแต่ทรงพลังเหมือนมีสไตลิสต์ประจำบ้าน ไปจนถึง OUAI แชมพูดีท็อกซ์ที่รีเซ็ตหนังศีรษะได้ภายในไม่กี่นาที และอย่าลืมมาส์กสีสุดจี๊ดจาก BALMAIN ที่เปลี่ยนผมธรรมดาให้กลายเป็นลุคเฟียร์ซขึ้นอีกหลายเลเวล พร้อมหรือยังที่จะอัพเกรดรูทีนผมให้เป็น runway-ready ทุกวัน?

Hair Goals Unlocked อัปเกรดรูทีนผมสวยเฟียร์ซและสุขภาพดี ด้วยไอเท็มระดับแฮร์ควีน

Dyson Supersonic r™
เหมือนมีสไตลิสต์อยู่ที่บ้าน! เครื่องเป่าผมรุ่นล่าสุดที่ยกระดับการจัดแต่งทรงผมในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ระดับซาลอน เบากว่าเดิม แต่ทรงพลังกว่าเคย พร้อมเทคโนโลยีความร้อนอัจฉริยะที่ปรับการทำงานตามหัวเป่าแต่ละแบบได้อย่างแม่นยำ เส้นผมจึงแห้งไว เงางาม โดยไม่ทำร้ายเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นลุคเรียบเนี้ยบ หรือลอนธรรมชาติแบบ effortlessโดยเครื่องนี้ปรากฏเบื้องหลังรันเวย์แฟชั่นวีคทั่วโลกไปไม่นานมานี้ พร้อมจำหน่ายแล้วกับสองสีใหม่ Ceramic Pink ได้รับแรงบันดาลใจจากประกายไข่มุก และ Jasper Plum แรงบันดาลใจจากอัญมณีสีม่วงหายาก

OUAI Detox Shampoo
สำหรับวันที่หนังศีรษะเริ่มเหนื่อยล้า ผมดูหม่นหมอง และเต็มไปด้วยสารตกค้าง ไอเท็มนี้คือทางลัดเพื่อคืนความเบาสบายให้เส้นผมอีกครั้ง ด้วยแชมพูสูตรดีท็อกซ์ที่ออกแบบมาทำความสะอาดล้ำลึก ขจัดความมันส่วนเกิน พร้อมฟื้นคืนความเงางามให้เส้นผม เหมาะกับทุกคนที่อยากรีเฟรชหนังศีรษะให้กลับมาแข็งแรง มีชีวิตชีวา เหมือนเพิ่งออกจากซาลอน

BALMAIN PARIS Illuminating Color Masks
มาส์กปรับเฉดสีสุดจี๊ดจาก Balmain Hair Couture 6 เฉดใหม่จัดเต็ม พร้อมบำรุงล้ำลึกจาก Silk Amino Acids, Cashmere และ Quinoa Seed Oil เฉด Violet สุดฮอต เสริมโทนม่วงแบบมีประกายไม่หลุดคอนโทรล เหมาะสำหรับผมน้ำตาลกลางถึงเข้ม ให้ลุคเฟียร์ซแต่เฟรช แค่ 5–15 นาที ผมเป๊ะ สีติดทนจุกๆ แอบกระซิบว่าหากช้อป Hair Maskฟรีแปรงนวด BALMAIN Scalp Massager Tool ด้วย


‘รักผิดคิว ถึงเป็นตัวแม่ก็พังได้ ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 14-20 เมษายน 2568

‘รักไม่เป็นดังหวัง ถึงเป็นตัวแม่ก็พังได้’

ดวงรายสัปดาห์ 14-20 เมษายน 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  สำหรับชาวอาทิตย์ ต้องบอกว่าอยู่กับความเครียดทั้งก่อนและหลังปีใหม่ไทยเลยทีเดียว เป็นไปได้ว่าจะเกิดจากความมั่นอกมั่นใจของคุณเอง ที่เมื่อคิดจะทำอะไรแล้วก็มุ่งมั่น ใครก็ขวางทางไม่ได้ โดยในช่วงสัปดาห์นี้มีความเป็นไปได้ที่คุณจะยังอยู่กับการใช้ทฤษฏีและวิชาการมาทำงาน เช่น ครู อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย แพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ฯลฯ ซึ่งคุณได้รับโอกาสดีได้ร่วมงานกับทีมงานที่เก่งระดับปรมาจารย์ด้วยนะ เพราะฉะนั้นจึงควรอดทน รอคอย โอกาสและจังหวะที่จะมาถึง เพราะจะทำให้คุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

การเงิน  :  คาดว่าจะมีภาระรายจ่ายเข้ามาให้ต้องหมุนเงินวุ่นวายเลยทีเดียว แต่ก็นับว่าโชคดีที่คุณมีเจ้านายและทีมงานที่จะส่งงานดีๆ มาให้คุณตลอดๆๆ แต่ก็อย่าหลงเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเงินสินบน เงินใต้โต๊ะ ฮั้วล่ะ เพราะเสี่ยงต่อการล้มละลาย  

ความรัก  :  มีโอกาสได้ฉลองวันครอบครัวท่ามกลางความอบอุ่น คู่ครองของคุณสามารถที่จะเป็นที่พึ่ง เป็นที่ปรึกษาให้กับคุณได้ รวมถึงผู้ใหญ่ก็อยู่กันพร้อมหน้าจนอึดอัดเลย  คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม แต่ที่ทรมานใจก็คือ คุณยังไม่สามารถเลือกใครได้หากผู้ใหญ่ไม่เห็นชอบ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอไปอีกนานเลยล่ะ

สุขภาพ  :   ต้องระวังการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ของสด ของหมักดอง ไม่สดสะอาด เพราะมีความเสี่ยงที่จะท้องเสีย จนถึงมีพยาธิ์ในลำไส้ได้ง่ายๆ  แล้วไม่ใช่ธรรมดา

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์หลังปีใหม่ไทยของชาวจันทร์มีโอกาสได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือได้โยกย้ายหน่วยงานไปอยู่ในตำแหน่งที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่คุณใฝ่ฝันไว้ แล้วก็พยายามอย่างแรงกล้าที่จะไขว่คว้าให้ได้มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความคิดและจินตนาการ เช่น งานบันเทิง งานโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ นักร้องนักแสดง ดีไซเนอร์ สถาปนิก ความงามฯลฯ แต่ต้องบอกว่าอย่าเพิ่งคาดหวังสูง เพราะช่วงนี้ดวงคุณยังไม่ค่อยดี ไม่ว่าคิดจะทำอะไรเป็นไปได้ว่าจะติดขัดขลุกขลักไปหมด ระวังเอกสารทางราชการจะผิดพลาดถึงขั้นมีคดีความ ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่ไว้ใจได้มาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย   

การเงิน  :  ก็ยังคงขยันทำขยันเก็บอยู่นะคะ ยิ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่คุณจะมีโชค มีผู้ให้การช่วยเหลือ แต่ก็ควรดูดีๆ ว่าไม่ใช่มิจจี้ หากจะให้ดีไม่ควรใจดี ไปเซ็นค้ำประกันซื้อบ้านหรือรถ หรือเป็นนายหน้ากู้เงินให้ใคร มีความเสี่ยงที่คุณจะต้องใช้หนี้แทน

ความรัก  :   ก็ต้องบอกว่า เสน่ห์ยังตามมาติดๆ แล้วไม่ใช่แค่เพศตรงข้าม แต่รวมถึงเพศเดียวกันด้วย จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในครอบครัว เพราะคู่ครองเข้าใจผิด คนโสด  เสน่ห์ก็ยังเป็นของคุณอยู่นะคะ ซึ่งสัปดาห์นี้มีความลังเลสูงมาก เพราะยังไม่แน่ใจตัวเองว่า ชอบเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันแน่

สุขภาพ  :   ว่าด้วยผลจากการเอ็นจอยในการรับประทานอาหารล้วนๆ ที่จะส่งผลต่อระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี และต่อมน้ำเหลือง รวมถึงพวกโรคหัวใจ ไขมันอุดตัน นอกจากนั้นยังต้องระวังเรื่องสายตาด้วย พวกตระกูลต้อจะมาเยือน

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    สัปดาห์หลังปีใหม่ไทยของชาวอังคารก็พอจะหายใจหายคอได้บ้าง แม้จะยังคงเป็นนางแบกอยู่ แต่ก็เป็นภาระที่เกี่ยวข้องกับการดูแลบริหารจัดการของตัวเอง หากใครที่ทำงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานช่างต่างๆ งานศิลปะ งานฝีมือ ในช่วงสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้เปิดธุรกิจที่บ้าน หรือเป็นฟรีแลนซ์ ณ ที่นี้ยังรวมถึงแม่บ้านด้วย อย่างไรก็ตามคุณจะอีโก้สูงมาก ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของใครเลย จนมีโอกาสที่งานจะสะดุดหยุดลงอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :  จริงๆ แล้วสัปดาห์นี้โชคลาภจะมาหาคุณถึงที่บ้านเลย แต่เพราะคุณใจดี ทำงานโดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าจะรับรางวัล รับคำชมมากกว่าจะรับเงิน

ความรัก  :   สัปดาห์นี้เป็นไปได้ที่คุณจะตอกบัตรแม่บ้านอย่างเต็มเวลา ให้เวลากับงานมาเยอะ ตอนนี้ขอมีแต่คำว่าครอบครัวบ้าง  คนโสด รักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์และจริงใจ นิยามความรักของชาวอังคารสัปดาห์นี้ แต่จะพบอย่างที่ต้องการไหมก็คงต้องใช้เวลา

สุขภาพ  :  สำหรับผู้ที่นั่งทำงานอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ นานๆ ควรระวังออฟฟิศซินโดรมจะมาเยือน จึงควรเปลี่ยนอิริยาบถในการทำงาน หรือหาหมอนวดมาคลายเส้นแก้อาการบ้างก็ดี ส่วนความเครียดต่างๆ ก็ยังคงอยู่

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับชาวพุธที่อยู่ในแวดวงธุรกิจหรือสายงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การธนาคาร ประกันภัย วงการแพทย์และสาธารณสุข เป็นไปได้ที่คุณจะเปิดสัปดาห์ปีใหม่ไทยมาด้วยการกระโดดเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานในโลกของความคิดสร้างสรรค์  เช่น งานบันเทิง งานโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ นักร้องนักแสดง ดีไซเนอร์ สถาปนิก ความงามฯลฯ ซึ่งนอกจากคุณจะมีโอกาสไปได้ไกลถึงอินเตอร์แล้วยังไปได้ยาวด้วย

การเงิน  :  จะมีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งมาจากการเก็บออมของตัวเอง และการวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจะได้โชคลาภจากผู้ใหญ่ แต่ก็มีโอกาสที่คุณจะใจดี ยอมควักเงินให้อย่างง่ายๆ เลย

ความรัก  :  สำหรับสัปดาห์นี้บรรยากาศในครอบครัวค่อนข้างจะซีเรียสนะคะ แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นไปได้ว่าคุณจะโลเล ไม่มั่นใจ จนไม่กล้าที่จะตัดสินใจใดๆ เลย  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักกับชาวต่างชาตินะคะ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งเพศเดียวกัน หรือเพศตรงข้าม ซึ่งสัปดาห์นี้คุณมาพร้อมความโลเล ไม่กล้าตัดสินใจ จึงยังปิดจ็อบไม่ได้นะ

สุขภาพ   :   ไม่ค่อยให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพของตัวเองเลยนะคะ แต่ขณะเดียวกันก็ใช้ร่างกายตัวเองอย่างสมบุกสมบัน เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายมาก ทั้งระบบประสาท เช่น ไมเกรน ปวดศีรษะ ทั้งระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี รวมถึงต่อมน้ำเหลือง นอกจากนั้นยังต้องระวังการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สัปดาห์หลังปีใหม่ไทย ชาวพฤหัสก็ยังคงรุ่งพุ่งแรง มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจการงาน ด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมและการวางแผนงานที่ดี แต่ก็อาจต้องเตรียมใจไว้หน่อยว่าจะได้พบกับงานหรือธุรกิจไฟล์ทบังคับ ซึ่งเป็นงานที่ไม่ถนัด หรือไม่ได้อยู่ในความสนใจ เป็นไปได้ว่าจะมาพร้อมกับการบริหารจัดการ การติดต่อประสานงาน รวมถึงการให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ  ก็อย่าใจร้อน หรือตัดสินใจอะไรด้วยความวู่วาม โดยยังไม่ทันหาข้อมูลให้ดี หรือดื้อรั้นไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะมีความเสี่ยงที่งานจะเสียหายอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

การเงิน  :  แม้คุณจะมีโอกาสได้โชคลาภจากการลงทุนและทรัพย์สิน ซึ่งจะไหลเวียนมาไม่ขาดมือ  แต่หากใช้จ่ายเยอะจนเกินตัว ก็คงยากจะร่ำรวย เพราะนอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะถูกโกง ตกเป็นเหยื่อของมิจจี้อีกด้วย จนต้องเสียเงินก้อนใหญ่เลย

ความรัก  :  สัปดาห์นี้คุณค่อนข้างจะเชื่อมั่นตัวเองสูง ทิฐิแรง เอาตัวเองเป็นใหญ่ ก็ต้องระวังจะพลาดท่าเสียทีให้กับคนใกล้ชิด ไว้ใจคนผิด เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่จริงใจ จนถึงกับไปต่อกันไม่ได้  คนโสด  ก็ยังต้องระวังถูกหลอกอยู่นะคะ แม้คุณจะคิดว่าตัวเองก็เป็นตัวแม่ แต่สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าจะได้พบกับตัวแม่กว่า   

สุขภาพ   :  มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเลือด เลือดจาง ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากการทำงาหนัก พักผ่อนน้อย รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกโรคทางหัวใจด้วย   

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   ต้องระวังตัวกันนิดนะคะสำหรับชาวศุกร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายงานบริการ เช่น แอร์โฮสเตส มัคคุเทศก์ ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม โรงแรม สปา รวมถึงสินค้าและบริการสำหรับเด็ก สัปดาห์นี้ไม่ว่าจะทำอะไรคงต้องระวังเพื่อนร่วมงานให้หนักๆ เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกแทงข้างหลัง หรือถูกเลื่อยขาเก้าอี้ได้ง่ายมาก ว่าด้วยเรื่องเงิน หรือผลประโยชน์เป็นหลักเลย

การเงิน  :   สัปดาห์นี้คุณมีเรื่องให้ต้องใช้เงินเยอะมาก ส่วนมากจะใช้จ่ายไปกับของไร้สาระ กระจุกกระจิก  นอกจากนั้นยังต้องระวังถูกขัดผลประโยชน์ ตกลงธุรกิจกันไม่ลงตัว เงินหาย หรือถูกโกงอีกด้วย

ความรัก :   ต้องระวังปัญหาเรื่องมือที่สาม เป็นไปได้ว่าจะเกิดการทะเลาะกันเรื่องเงินและเรื่องเด็กหรือบริวารในบ้าน คนโสด  จริงๆ แล้วคุณรักใครก็จะทุ่มหัวใจให้ทั้งหมด แต่ครั้งนี้อย่าเพิ่งเลย เพราะคาดว่าจะเสียแรงโดยใช่เหตุ เพราะมีมือที่สามตามมาวุ่นวายไม่ห่าง

สุขภาพ  :  มีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บจากของมีคม เช่น มีดบาด นอกจากนั้นยังต้องระวังการติดเชื้อในกระแสเลือด และโรคที่เกิดจากการขาดแคลเซียม

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เป็นไปได้ว่าชาวเสาร์จะเริ่มต้นสัปดาห์หลังปีใหม่ไทย ด้วยความอึดอัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในสายงานหรือธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อาคารสำนักงานต่างๆ ด้วยแล้ว หากกำลังเสนองานหรือโครงการอะไรไป อยากบอกให้เตรียมแผนสำรองไว้เลย เพราะมีโอกาสไม่ผ่านการพิจารณา หรือยังไม่ตรวจรับงาน ก็ต้องระวังความเชื่อมั่นในตัวเองจนไม่เปิดใจรับฟังคนอื่น เพราะมีโอกาสที่จะทำให้คุณตัดสินใจเลือกทางเดินผิดได้ ทางที่ดีควรเข้าหาผู้ใหญ่ผู้หญิง เธอจะช่วยให้คุณผ่านวิกฤติตรงนี้ไปได้   

การเงิน  :  หากคุณกำลังมีรายจ่ายเยอะจนชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็น่าจะหายใจหายคอได้คล่องขึ้น เพราะผู้ใหญ่ผู้หญิงจะเข้ามาช่วย โดยอาจให้เป็นเงินค่าเช่า หรือบ้าน ที่ดินเลยก็ได้  

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แม้ว่าคุณจะต้องทำงาน แต่ก็ยังมีความสุข ไม่ได้รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป  คนโสด  ก็ยังคงมีความสุขชื่นมื่นอยู่ แต่คราวนี้จะเป็นแบบฉาบฉวย ใกล้ปุ๊บไฟลุกปุบปับ ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงเลย  

สุขภาพ   :  หากเพิ่งผ่าตัดอวัยวะในช่องท้อง มดลูก ฯลฯ ก็ควรพักผ่อนให้เต็มที่ อย่าพยายามยกของหนัก หรือทำงานหนัก เพราะมีโอกาสที่แผลจะพัฒนากลายเป็นโรคร้ายได้  

luma

Luma เปิดประตูสู่โลกของอาหารสเปนต้นตำรับที่ต้องลองสักครั้ง

หลังจาก 6 ปีแห่งความเป็นเลิศในระดับดาวมิชลิน ร้านอาหาร Canvas กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ภายใต้ชื่อ Luma ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของอาหารสเปนผ่านรสชาติแท้ ๆ และเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิม แรงบันดาลใจของ Luma คือการสะท้อนเสน่ห์ของบาร์ทาปาส (Tapas Bars) และร้านอาหารสเปนแบบครอบครัว ด้วยรสชาติที่คงความดั้งเดิม วัตถุดิบคุณภาพ และเทคนิคการปรุงที่เป็นมรดกตกทอดอีกด้วย 

ที่ Luma ความเรียบง่ายและความเป็นต้นตำรับคือหัวใจสำคัญ เมนูของร้านประกอบไปด้วย ทาปาส (Tapas) สูตรดั้งเดิม ข้าวผัดสเปน (Paella) และเนื้อย่างชั้นดี ซึ่งผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่ บรรยากาศภายในของ Luma ถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ที่อบอวลไปด้วยความหรูหราแบบยุโรปคลาสสิก แต่ยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการใช้เวลาร่วมกันพร้อมลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ

เชฟเปเป้ ดาซี (Pepe Dasí) เชฟชาวบาเลนเซีย ผู้ฝึกฝนศิลปะการทำอาหารภายใต้สุดยอดเชฟระดับตำนานอย่าง มาร์ติน เบราซาเทกี (Martín Berasategui) และ ฮาเวียร์ โอเยรอส (Javier Olleros) เป็นหัวใจสำคัญของครัว Luma นำทีมด้วยวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญ ความหลงใหลในวัฒนธรรมการทำอาหารสเปนของเขาสะท้อนออกมาในเมนูของร้าน ผ่านเมนูซิกเนเจอร์อย่าง กัมบาส อัล อาฮีโญ่ (Gambas al Ajillo) (กุ้งสเปนในซอสกระเทียมเชอร์รี่), ปาเอย่า เดล เซโญเรต (Paella del Señoret) (ข้าวผัดสเปนสไตล์บาเลนเซียทะเล) และ ริบอาย รูเบีย กัลเลกา เสิร์ฟพร้อมพริก Padron (Rubia Gallega Rib Eye with Padron peppers)

“ที่ Luma เราต้องการให้ทุกจานเป็นมากกว่ามื้ออาหาร แต่เป็นประสบการณ์ที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของอาหารสเปนอย่างแท้จริง ทุกเมนูปรุงด้วยความพิถีพิถัน ใส่ใจ และรังสรรค์ด้วยความรัก ราวกับนั่งอยู่ในร้านอาหารสเปนที่ดีที่สุด” เชฟเปเป้ ดาซี กล่าว

Luma พร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายใหม่สำหรับคนรักอาหารสเปนต้นตำรับในกรุงเทพฯ นำกลิ่นอายแห่งความอบอุ่นและเสน่ห์ของสเปนมาสู่ใจกลางทองหล่อ

Prada เข้าซื้อกิจการ Versace ผนึกกำลังสองแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ของอิตาลี

Prada (ปราด้า) ประกาศเข้าซื้อกิจการแบรนด์แฟชั่นหรู Versace (เวอซาเช่) จากกลุ่มแฟชั่น Capri Holdings ด้วยมูลค่า 1.25 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังมีข่าวลือเกี่ยวกับดีลนี้มายาวนาน โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ลดลงจากเดิมถึง 180 ล้านยูโร เนื่องจากความผันผวนในตลาดและความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก

Capri Holdings เจ้าของเดิมของ เวอซาเช่ ซึ่งยังถือครองแบรนด์ Michael Kors และ Jimmy Choo เคยเข้าซื้อ เวอซาเช่ เมื่อปี 2018 ด้วยมูลค่าถึง 2.1 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากดีลการควบรวมกิจการกับ Tapestry (เจ้าของ Coach และ Kate Spade) ล้มเหลว เนื่องจากถูกคณะกรรมการการค้าของสหรัฐฯ (US Federal Trade Commission) ระงับไว้ Capri Holdings จึงถูกกดดันให้ขาย เวอซาเช่ เพื่อลดภาระหนี้สิน ซึ่ง ปราด้า ถือเป็นหนึ่งในผู้เสนอตัวซื้อรายแรก ๆ

Prada เข้าซื้อกิจการ Versace ผนึกกำลังสองแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ของอิตาลี

Versace RTW Fall 2024 (Photo by Giovanni Giannoni/WWD via Getty Images)

Patrizio Bertelli ประธานกรรมการและผู้อำนวยการบริหารของ Prada Group กล่าวว่า การควบรวมในครั้งนี้คือการเปิดบทใหม่ในประวัติศาสตร์ของ เวอซาเช่ พร้อมเน้นย้ำว่า ปราด้า และ เวอซาเช่ มีจุดร่วมสำคัญคือ ความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และการยึดมั่นในมรดกทางวัฒนธรรม

ดีลนี้ถือเป็นความพยายามของ ปราด้า ที่จะยกระดับสถานะของตนในฐานะผู้นำแฟชั่นระดับโลกจากอิตาลี โดย เวอซาเช่ จะเข้าร่วมกับแบรนด์ในเครืออย่าง Prada, Miu Miu รวมถึงแบรนด์รองเท้า Church’s, Car Shoe และ Luna Rossa รวมถึงทีมเรือใบแข่งและร้านขนมชื่อดัง Marchesi

ก่อนหน้านี้ ปราด้า เคยเข้าซื้อ Jil Sander, Helmut Lang และ Alaia ช่วงปลายยุค 90 แต่ภายหลังก็ยุติความร่วมมือไปเนื่องจากปัญหาภายในและด้านการเงิน อย่างไรก็ตาม การควบรวมครั้งใหม่นี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการขยายอิทธิพลของกลุ่มแฟชั่นอิตาลีในระดับโลกอีกครั้ง

แม้ตลาดแฟชั่นหรูจะชะลอตัวลง แต่ Prada Group กลับทำผลงานได้ดี โดยรายงานรายได้ปี 2024 อยู่ที่ 5.4 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของ Miu Miu ที่มียอดขายเกือบแตะ 1 พันล้านปอนด์ จากกระแสไวรัลของมินิสเกิร์ตและรองเท้าบัลเลต์ผ้าซาติน

นอกจากนี้ ปราด้า ยังประกาศแต่งตั้ง Dario Vitale อดีตผู้อำนวยการภาพลักษณ์ของ Miu Miu เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ของ เวอซาเช่ แทน Donatella Versace ที่ดำรงตำแหน่งนี้มานานถึง 27 ปี โดยเธอจะเปลี่ยนไปรับบทบาทเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หลัก ดูแลการแต่งตัวพรมแดงและงานการกุศลของแบรนด์แทน

แม้ ปราด้า และ เวอซาเช่ จะถูกมองว่าเป็นคู่แข่งตลอดกาลในวงการแฟชั่นอิตาลี ด้วยสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปราด้า ยืนหนึ่งเรื่องแฟชั่นเชิงปัญญา ขณะที่ เวอซาเช่ โดดเด่นด้วยความเซ็กซี่และดรามาติก แต่ความสัมพันธ์ของ Miuccia Prada และ Donatella Versace กลับเต็มไปด้วยมิตรภาพและแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน การควบรวมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ดีลธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นการรวมพลังของสองหัวใจแฟชั่นอิตาลีที่พร้อมจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ร่วมกัน


 

ยูนิโคล่ ชวนแฟนเกมย้อนวัย กับ UT Archive ลาย Super Mario สุดคลาสสิก

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก เตรียมเปิดตัวเสื้อยืดลายกราฟิก หรือ UT จากซีรีส์เกม Super Mario ผ่านโปรเจกต์ UT Archive ซึ่งเป็นเสื้อยืดลายต่างๆ ที่เคยวางจำหน่ายในอดีต และได้เอากลับมานำเสนอให้ทุกคนได้ตื่นเต้นอีกครั้ง

สำหรับลวดลายต่างๆ ในคอลเล็คชั่นล่าสุดนี้ ถูกเลือกสรรมาเป็นพิเศษจากคอลเลคชัน “Super Mario Family Museum UT” และ “Mario Kart Friendship UT” ที่เคยวางจำหน่ายในปี 2019 รวมถึงลวดลายในคอลเลคชัน “Super Mario 35th Anniversary” ที่เคยวางจำหน่ายในปี 2020 โดยสามารถจับจองเสื้อยืด UT Archive ลาย Super Mario ซีรีส์เกมคลาสสิกสุดฮิตได้ตั้งแต่ 14 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

นอกจากนี้ เตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษ “UT ARCHIVE Super Mario Stamp Rally” และของสมนาคุณ*

ได้ตั้งแต่ 17 – 20 เมษายน 2568 เฉพาะ ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน และ ร้าน Nintendo Authorized Store by SYNNEX  เท่านั้น

  • ร่วมกิจกรรมสะสมแสตมป์ (Stamp Rally) รับฟรีสติกเกอร์ลายพิเศษ
  • ใกล้ชิดกับแขกรับเชิญคนพิเศษ ไมกี้ – ปณิธาน บุตรแก้ว ที่จะพาทุกคนเข้าสู่โลกของคอลเลคชันเสื้อยืด UT จากเกมสุดฮิต Super Mario เฉพาะ วันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 30 น. – 11.30 ณ ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน
  • รับฟรีกระเป๋าซิปล็อกลาย Super Mario*
  • เมื่อซื้อสินค้าคอลเลกชัน UT ARCHIVE Super Mario ของผู้ชายหรือเด็กลวดลายใดก็ได้ อย่างน้อย 1 ตัว ต่อ 1 ใบเสร็จ ที่ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน
  • และซื้อเกม Super Mario ที่ Nintendo Authorized Store by SYNNEX (สินค้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ Mario Kart 8 Deluxe, Mario Kart 8 Deluxe + Booster Course Pass, Super Mario Party Jamboree, Super Mario Odyssey, Super Mario Bros. Wonder, Mario & Luigi: Brothership, Super Smash Bros.)

ในระหว่างวันที่ 17 – 20 เมษายน 2568  พร้อมนำใบเสร็จของทั้ง 2 ร้าน มารับฟรีกระเป๋าซิปล็อกลาย Super Mario ที่ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน หรือ Nintendo Authorized Store by SYNNEX

  • จุดถ่ายภายพิเศษ 4 จุด
  • ภายในร้าน ยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน
  • ภายใน ร้าน Nintendo Authorized Store by SYNNEX
  • บริเวณ Crystal Court ใกล้ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน
  • บริเวณ Star Dome ใกล้ร้าน Nintendo Authorized Store by SYNNEX
  • สัมผัสเล่นเกมส์ Nintendo Switch ฟรี โดยพบกับ Mario Kart 8 DELUXE ได้ที่ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน และเกม Mario Party Jamboree ได้ที่ร้าน Nintendo Authorized Store by SYNNEX
  • รับสติกเกอร์ลายพิเศษ สำหรับผู้ที่ Check-in ผ่าน Nintendo Account ที่ร้านยูนิโคล่ สาขาสยามพารากอน และ Nintendo Authorized Store by SYNNEX จะได้รับสติกเกอร์ลายไม่ซ้ำกัน โดย 1 ท่าน จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 วัน ต่อ 1 ร้าน
  • รับฟรี Sun Visor ลายหมวกของ Super Mario สำหรับทุกท่านทั้ง 2 ร้าน

 

 


 

โบว์ เมลดา สวยสง่าในลุคนางสงกรานต์ “ทุงษะเทวี” มูลค่ากว่า 120 ล้านบาท

ประเพณีสงกรานต์เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากนี้เราคงได้เห็นคนดังในลุคนดังในลุคทุงษะเทวีมากมาย อย่างที่ผ่านมา “โบว์ เมลดา” ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน ICONSIAM THAICOMIC SONGKRAN CELEBRATION 2025 ซึ่งหลังจากนี้จะได้พบกับ อิงฟ้า วราหะ, ชาล็อต ออสติน, ลีน่า ลลินา, หมิว ณัชชา, น้องแอบิเกล และชมพู่ อารยา ตลอดเทศกาลแห่งความสุข

สำหรับ “โบว์ เมลดา” เธอปรากฏตัวในชุดไทยประยุกต์ นุ่งผ้าไหมยกทอง เมืองนครฯ ชักชายสะบัดอย่างโบราณ ผสมผสานกับสไบผ้าลูกไม้ปักลูกปัด ดิ้นเลื่อมโลหะทองระยิบระยับแพรวพราว ทัดดอกทับทิมประดิษฐ์ ผลงานจาก เฟซบุ๊ก Pete P. Viradsawadkul  สวมเครื่องประดับทับทิมแท้สีแดง มือขวาถือจักร มือซ้ายถือสังข์ เสด็จมาบนหลังพญาครุฑ ซึ่งผลงานทั้งหมดเป็นฝีมือคนไทย ออกแบบเครื่องแต่งกาย โดย พีรมณฑ์ ชมธวัช และอาภรณ์งามสตูดิโอ ส่วนเครื่องเพชรโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 จาก พุทธพงษ์ เพียรเจริญ มูลค่ารวมกว่า 120 ล้านบาท


รูปภาพ: @bow_maylada

ข้อมูล: FB: Peeramon Chomdhavat 

Canvas & Coffee by Chato Studio x Rw.Coffee and Wine

Chato is going all out—bringing both its café and flagship store straight to the heart of One Bangkok! This special pop-up in central Bangkok is your chance to experience the brand like never before.


MARK วง NCT กับการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว ‘The Firstfruit’

MARK วง NCT ประสบความสำเร็จกับการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ‘The Firstfruit’ ซึ่งหลังจากปล่อยเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา แฟนเพลงทั่วโลกก็ให้ความสนใจและความรักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการครองอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums กว่า 17 ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ตลอดจนการติดอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มและชาร์ตเพลงออนไลน์ในประเทศเกาหลีใต้, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music ประเทศจีน, อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time rising ของ AWA ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

อัลบั้มเดี่ยวชุดแรก ‘The Firstfruit’ ได้รับแรงบันดาลใจจาก 4 เมืองที่เป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของ MARK ได้แก่ โตรอนโต บ้านเกิด, นิวยอร์ก เมืองแรกที่ย้ายไปอยู่, แวนคูเวอร์ เมืองที่ใช้ชีวิตในช่วงวัยเรียน และกรุงโซล เมืองที่ได้สานฝันในฐานะศิลปิน โดยอัลบั้มนี้ประกอบด้วยทั้งหมด 13 เพลง ซึ่ง MARK มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ทุกเพลง โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนตามอารมณ์และบรรยากาศที่เขารู้สึกในแต่ละเมือง อีกทั้งความสมบูรณ์แบบของอัลบั้มนี้ยังสูงขึ้นด้วยการมีส่วนร่วมของหลายท่าน อาทิ คุณแม่ของ MARK , HAECHAN วง NCT , CODE KUNST (โค้ด คุนส์), Crush (ครัช), LEE YOUNG JI (อี ยองจี) เรียกได้ว่า ผลงานนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการเดินทางทางดนตรีของ MARK ตั้งแต่ปีที่เขาเกิดในปี 1999, การเป็นสมาชิกของ NCT ไปจนถึงปัจจุบันที่ได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว นับเป็นผลอันล้ำค่าที่ในที่สุดก็ออกผล เหมือนกับชื่อ ‘The Firstfruit’อัลบั้มที่มาจากความพยายามและความท้าทายอย่างต่อเนื่องของเขา

ส่วนแรกของอัลบั้มอย่าง โตรอนโต เกี่ยวกับบรรยากาศที่อบอุ่นและร่าเริงในบ้านเกิดของ MARK และปี 1999 ปีที่เขาเกิด ซึ่งเพลง ‘Toronto’s Window’ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางนั้น บอกเล่าถึงการมองย้อนกลับไปยังชีวิตที่ผ่านมาของ MARK และคุณค่าของอัลบั้มนี้ที่มีต่อเขา สำหรับเพลงไตเติล ‘1999’ เป็นเพลงแนวป็อปที่ผสมผสานการเรียบเรียงดนตรีของวงออเคสตราสุดอลังการเข้ากับเสียงเครื่องดนตรีต่าง ๆ เช่น เสียงกีตาร์ฟังก์ เครื่องเป่าทองเหลือง และเสียงผิวปาก ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่าเริงสดใส โดยผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์อันแปลกใหม่ที่ MARK ไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน ผ่านการร้องเพลงอย่างอิสระที่สลับไปมาระหว่างการแรปแบบกระชับกับเสียงสูง เนื้อเพลงสื่อถึงความหมายของความสุข ณ ช่วงเวลานี้ที่ออกผลแรกเป็นอัลบั้มเดี่ยว ราวกับว่ากำลังย้อนเวลากลับไปในปี 1999 ซึ่งเป็นปีเกิดของ MARK และยังสื่อถึงความมุ่งมั่นที่จะกลายเป็นศิลปินแห่งปลายศตวรรษ เหมือนที่เขาเกิดในปีสุดท้ายของศตวรรษ โดยเขาได้แต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองเพื่อถ่ายทอดความคิดที่ตรงไปตรงมา

ส่วนที่สองของอัลบั้มอย่าง นิวยอร์ก แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกหนักหน่วงและไม่มั่นคงของการย้ายที่อยู่ครั้งแรกผ่านฮิปฮอป โดยจะมีเพลงสั้น ‘Flight to NYC’ (ไฟล์ท ทู นิวยอร์กซิตี้) เกี่ยวกับความรู้สึกบนเครื่องบินที่ออกจากบ้านเกิดโตรอนโตไปยังนิวยอร์ก, เพลงฮิปฮอปทรงพลัง ‘Righteous’ สื่อถึงตัวตนในฐานะศิลปินที่เดินทางไปทั่วโลก และเพลง ‘프락치 (Fraktsiya) (Feat. LEE YOUNG JI)’ ที่เปรียบเทียบถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของเขาในวงการเค-ป็อปและฮิปฮอป

ส่วนที่สามของอัลบั้มอย่าง แวนคูเวอร์ นำเสนอดนตรีที่ฟังง่ายโดยอิงจากความทรงจำอันอบอุ่นของเมืองที่รักดั่งบ้านเกิด ทั้งเพลงป็อป ‘Raincouver’ ที่ให้ความรู้สึกคิดถึงตัวตนอันไร้เดียงสาในอดีตขณะมองหยดน้ำฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า, เพลงที่มีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ ‘Loser’ ถ่ายทอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนและอารมณ์ที่จริงใจผ่านเนื้อเพลงที่สะท้อนความทรงจำและบาดแผลของความรัก และเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง R&B ในยุค 90 อย่าง ‘Watching TV (Feat. Crush)’ เนื้อเพลงจะเล่าเรื่องราวราวกับ MARKกลายเป็นนักเขียนบทที่กำลังเขียนบทภาพยนตร์อยู่ ส่วนที่สี่ของอัลบั้มอย่าง โซล ถ่ายทอดอย่างสดใสเกี่ยวกับปัจจุบัน ที่ความฝันในการเป็นป็อปสตาร์กำลังกลายเป็นความจริง โดยจะมีเพลง ‘+82 Pressin’ (Feat. HAECHAN)’ (+พารี เพรสซิน) พูดถึงความมั่นใจของ MARK และ HAECHAN ที่ทำกิจกรรมโปรโมตในโซลเป็นหลัก, เพลง ‘200’สื่อถึงความหมายของความรักที่คนสองคนทำให้กันและกันเปล่งประกายมากขึ้น, เพลง ‘Journey Mercies’ มองย้อนวันวานยามสิ้นสุดการเดินทางอันยาวนาน, ‘Mom’s Interlude’ เพลงที่คุณแม่ของ MARK บรรเลงเปียโนด้วยตัวเองนั้นจะมีบทสนทนาสุดอบอุ่นระหว่างคุณแม่และลูกชายอย่าง MARK ปิดท้ายอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกด้วยเพลง ‘Too Much’ ที่มีข้อความว่า ความรักที่ได้รับคือ พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คอยหล่อเลี้ยงเราอยู่เสมอ

“เอ็ม ดิสทริค ไทยหรรษา มหาสงกรานต์ 2025” ปักหมุดแลนมาร์กฉลองสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางสุขุมวิท

เอ็ม ดิสทริค โดยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ จับมือภาครัฐบาลและเครือข่ายภาคเอกชน สืบสานประเพณีสงกรานต์ของไทยร่วมจัดงาน “เอ็ม ดิสทริค ไทยหรรษา มหาสงกรานต์ 2025” ตั้งแต่วันที่ 12 – 14 เมษายน 2568 ที่อุทยานเบญจสิริ ปักหมุด แลนด์มาร์กสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกใจกลางสุขุมวิท ชวนเล่นน้ำสงกรานต์ และสนุกสนานกิจกรรมบันเทิงสไตล์ไทยมากมาย พร้อมชวนทุกคนเล่น น้ำชุ่มฉ่ำดับร้อนกับอุโมงค์น้ำความยาว 50 เมตร ที่มาพร้อมแสงสีและเสียงดนตรีจากดีเจชั้นนำ และกิจกรรมฉลองซัมเมอร์มากมายระดับเวิลด์คลาสมากมาย พร้อมกิจกรรมสนุกสนาน ตลอดเดือนเมษายน 2568

สำหรับงาน “เอ็ม ดิสทริค ไทยหรรษา มหาสงกรานต์ 2025”ในวันนี้ ได้รับเกียรติจากคุณสำรวย นักการเรียนผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ปให้การต้อนรับ และเปิดตัวเทพีไทยหรรษา มหาสงกรานต์ “ญาญ่า อุรัสยา”สวมชุดผ้าไทยร่วมสมัย สำหรับงานนี้เป็นอีเวนท์สำคัญที่ ทางเอ็ม ดิสทริค จับมือภาครัฐบาลและเครือข่ายภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ของไทย ซึ่งเป็นตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ตามประกาศขององค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นกิจกรรมอีเวนต์ระดับประเทศที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ปักหมุดแลนด์มาร์กสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกใจกลางสุขุมวิท ที่นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ การเล่นน้ำสงกรานต์กลางสวน การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ ขบวนกลองยาว ขบวนนางรำ เป็นต้น และความบันเทิงจากศิลปินชั้นนำยกทัพมาร่วมสร้างความสุขได้อาทิ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, จ๊ะ นงผณี, แอนโทเนีย โพซิ้ว, โอปอ สุชาตา, The Paradise Bangkok Molam International Band และอีกมากมาย ร่วมเล่นเกมเกมส์งานวัดแสนสนุก ไม่ว่าจะเป็น หนุ่ม-สาว ตกน้ำ, ปาโป่ง ยิงปืนจุกน้ำปลา และเกมสนุกอื่นๆ พร้อมชมความน่ารักของการแสดงของ หนูน้อยเทพีสงกรานต์ รวมถึงอิ่มอร่อยกับอาหารไทยเลิศรส ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2568 เวลา 15.00 – 21.00 น. ที่อุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท (BTS พร้อมพงษ์) และเอ็มยาร์ด ชั้น G เอ็มสเฟียร์ และชมความตระการตาของ ขบวนรถ ไทยหรรษา มหาสงกรานต์ ที่รังสรรค์การตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อม Mascot ช้างน้อยน่ารัก, นางสงกรานต์ และขบวนกลองยาว ร่วมสาดความสนุกทั่วกรุงเทพมหานครผ่านถนนและและแลนมาร์คสำคัญของกรุงเทพอย่าง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, เสาชิงช้า ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2568

ร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมสาดน้ำสงกรานต์ที่สามารถร่วมสนุกกันได้ทั้งครอบครัว ด้วยการเนรมิตอุโมงค์น้ำสีสันสดใสความยาวกว่า 50 เมตร ที่มาพร้อมแสงสีและเสียงดนตรีจากดีเจชั้นนำ บริเวณด้านหน้าศูนย์เอ็มสเฟียร์ ตั้งแต่วันที่ 8 – 16 เมษายน 2568 รวมถึงกิจกรรมอีกมากมายให้ได้ร่วมสนุกตลอดเดือนเมษายน 2568 อย่าง มุมถ่ายรูปแสนสวยกับดิสเพลย์ของศูนย์การค้า ในธีม “ONLY IN THAILAND” ที่ช่วยส่งเสริมเสน่ห์ความเป็นไทยให้โดดเด่น อาทิ ปลาตะเพียนสาน เครื่องจักสาน เครื่องเงินในซัมเมอร์ปีนี้ พร้อมด้วยปาร์ตี้ระดับเวิลด์คลาส ที่สุดของความสนุกและความมันส์กับซิกเนเจอร์อีเวนต์ระดับโลกในงาน “GCIRCUIT GALA 2.0” ที่ปีนี้มาในคอนเซปต์ “A WHOLE NEW WORLD SONGKRAN 2025” ระหว่างวันที่ 11 – 14 เมษายน 2568 ณ ชั้น 6 UOB LIVE ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ และฉลองสงกรานต์แบบ NON-STOP ในงาน “EM WONDER SUMMER SPIRIT” ชวนทุกคนมาระเบิดความมันส์ไปกับดีเจชั้นนำของเมืองไทย พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มที่มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษตลอดช่วงซัมเมอร์ ในวันที่ 11 – 15 เมษายน 2568 ที่ WONDER SPACE ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

นอกจากกิจกรรมสาดน้ำและปาร์ตี้สุดสนุกแล้ว ยังเอาใจนักชิมทุกคนด้วยเมนูพิเศษรับซัมเมอร์ในงาน “EMDINING SUMMERLICIOUS” ชวนทุกคนมาอิ่มอร่อยกับเมนูคลายร้อนกว่า 100 เมนู หลากหลายสไตล์ ภายในศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ หรือมาช้อปไอเทมบิวตี้รับลมร้อนจากแบรนด์ดังกับ “SUMMER GLOW” พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับทุกคน รวมถึงงาน “EMJOY SUMMER SCHOOL BREAK” ชวนหนูๆ มาเพลิดเพลินกับกิจกรรม TERRARIUM จัดโหลสวนสาหร่ายมาริโมะสุดสร้างสรรค์ จาก AFTER THE RAIN TERRARIUM และกิจกรรมร้อยสร้อยลูกปัด DIY พร้อมจี้สุดน่ารัก จาก SUNKID.STUDIO ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตลอดเดือนเมษายน 2568 และห้ามพลาด งาน “คัดไทย 2025 : Only’s Thailand Best & Beyond” ที่คัดสรรและรวบรวมสินค้าชุมชนทั่วไทยมาให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เลือกซื้อและสัมผัสความเป็นไทยทุกมิติผ่านวัตถุดิบท้องถิ่น ผลไม้ อาหารพื้นเมือง เมนูเด็ด ตลอดจนแฟชั่นและผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ซึ่งมีเฉพาะในช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้น

ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์และซัมเมอร์กับกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ ที่ทั้งสนุกและมันส์แบบจัดเต็ม ได้ในงาน “เอ็ม ดิสทริค ไทยหรรษา มหาสงกรานต์ 2025” ตั้งแต่วันที่ 12 – 14 เมษายน 2568 ที่อุทยานเบญจสิริ และจัดเต็มความสนุกแบบครบรสต้อนรับซัมเมอร์ ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2568 ณ เอ็ม ดิสทริค


รู้จัก 'เวชศาสตร์ฟื้นฟู' อย่างลึกซึ้ง พร้อมกระเทาะไลฟ์สไตล์ชีวิตที่บาลานซ์ของ 'หมอเปียง'

รู้จัก ‘เวชศาสตร์ฟื้นฟู’ อย่างลึกซึ้ง พร้อมกระเทาะไลฟ์สไตล์ชีวิตที่บาลานซ์ของ ‘หมอเปียง’

ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและภาระหน้าที่ หลายคนอาจไม่ทันสังเกตเลยว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างผ่าน ‘อาการปวด’ ที่แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบๆ และนี่คือจุดเริ่มต้นของบทสนทนากับคุณหมอเปียง (อาจารย์นายแพทย์กันตพงศ์ ทองรงค์ แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่ง เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก) แพทย์ผู้เชื่อมั่นว่าการฟื้นฟูร่างกาย ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับผู้ป่วยหลังอุบัติเหตุหรือโรคร้ายเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับ ‘ทุกคน’ ในทุกช่วงวัยของชีวิต ที่ควรใส่ใจตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ร่างกายจะส่งเสียงดังจนสายเกินฟัง

Q : อะไรคือเหตุผลที่คุณหมอเลือกเส้นทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู?
“ผมมองว่าเวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นศาสตร์ที่พูดถึง ‘คุณภาพชีวิต’ เป็นหลักครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยไหน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา เวชศาสตร์ฟื้นฟูก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการดูแลสุขภาพได้เสมอ เพราะการแพทย์โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 3 เสาหลัก คือ การป้องกัน รักษา และฟื้นฟู ซึ่งฟื้นฟูก็ถือเป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่สำคัญมาก เราจะมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา ก่อนจะเกิดอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างออฟฟิศซินโดรม หรืออาการปวดเรื้อรังจากท่าทางการทำงานที่ผิด อาการเหล่านี้ลดทอนทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงาน หน้าที่ของเราคือช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างอิสระได้อีกครั้ง ในแบบที่พวกเขาควรจะเป็น และไม่ใช่แค่โรคกล้ามเนื้อหรือออฟฟิศซินโดรมเท่านั้นนะครับ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด หรือผู้ที่สูญเสียอวัยวะเอง ก็ต้องการการฟื้นฟูเช่นกัน ผมเชื่อว่าศาสตร์นี้สามารถช่วยให้คนจำนวนมากมีชีวิตที่ดีขึ้นได้จริงๆ ซึ่งผมเองเป็นคนทำคอนเทนต์เล่าเรื่องมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ พอมีโอกาสเป็นแพทย์เฉพาะทาง ก็อยากนำความรู้จากเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาบอกเล่าในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ให้เนื้อหาสุขภาพกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและจับต้องได้”

Q : คุณหมอเองเคยมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับอาการปวดไหม?
“มีครับ… ยุคนี้ใครทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์มือถือตลอดวันก็มีโอกาสเจอปัญหาเหล่านี้กันทั้งนั้น รวมถึงตัวผมเองก็มีอาการปวดเมื่อยบ้างตามธรรมชาติของงาน แต่เพราะเราเป็นหมอ ก็พอรู้ว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร และยังชอบแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆ ในวงการแพทย์อยู่เสมอว่ามีวิธีไหนที่เหมาะสมบ้าง เพราะสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่หยุดพัฒนาเหมือนกันครับ”

Q : จุดเริ่มต้นของ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก มาจากอะไร?
“คลินิกแห่งนี้เกิดจากความตั้งใจที่อยากทำให้ศาสตร์เวชศาสตร์ฟื้นฟู มีบทบาท และความชัดเจนมากขึ้นในชีวิตประจำวันของผู้คน เราเน้นให้การรักษาทุกขั้นตอนมีงานวิจัยและข้อมูลทางการแพทย์รองรับอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจว่าทุกวิธีการที่ใช้ มีประสิทธิภาพและปลอดภัย และที่นี่ เปียง รีแฮบบิลิเทชัน คลินิก (PYONG Rehabilitation) เปิดมาเกือบครบ 2 ปีแล้วครับ ผมเองดูแลคลินิกนี้โดยตรง พร้อมกับมีทีมแพทย์และบุคลากรที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกวัน”

Q : แนวคิดการทำงานของคุณหมอในการดูแลคนไข้เป็นแบบไหน?
“สำหรับผม เวชศาสตร์ฟื้นฟู ไม่ได้มีแค่การรักษาโรคเท่านั้น แต่คือการเข้าใจผู้ป่วยอย่างแท้จริง หลายครั้งที่อาการเจ็บปวดซ่อนอยู่ในพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ป่วยเองอาจไม่เคยสังเกต เช่น ท่านั่ง ท่านอน หรือแม้แต่การถือมือถือข้างไหนนานเกินไป ดังนั้น ผมเชื่อในคำว่า ‘Empathy’ คือการพยายามเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ให้มากที่สุด เมื่อเราเข้าใจเขาแล้ว จะช่วยให้วินิจฉัยได้ถูกต้องและแม่นยำขึ้น เพราะต้นเหตุบางอย่างอาจไม่ได้อยู่ที่ร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมหรือวิถีชีวิตของเขาด้วย”

Q : มีอาการไหนที่พบเจอเป็นพิเศษไหม?
“ส่วนใหญ่จะเป็น ‘ออฟฟิศซินโดรม’ หรือชื่อเต็มๆ ทางการแพทย์คือ Myofascial Pain Syndrome โรคนี้เกิดจากพฤติกรรมการนั่งทำงานซ้ำๆ ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น นั่งเก้าอี้ที่ไม่รองรับหลัง นั่งจ้องจอคอมพ์นานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยจะปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ แต่ไม่ใช่เฉพาะคนทำงานเท่านั้นนะครับ นักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็พบได้เยอะเช่นกัน เพราะถ้าขาดความรู้เรื่องการวอร์มอัพ คลูดาวน์ หรือยกน้ำหนักเกินกำลัง ก็สามารถเจ็บกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นได้เหมือนกัน”

Q : กีฬาชนิดไหนที่คุณหมอมักพบว่ามีการบาดเจ็บบ่อยเป็นพิเศษ?
“ที่พบบ่อยก็จะเป็นคนที่เข้าฟิตเนสครับ เพราะบางครั้งยกเวทหรือออกกำลังหนักเกินไปโดยไม่ได้เตรียมร่างกายให้พร้อม รวมถึงนักกีฬากอล์ฟและเทนนิสก็มีให้เห็นเยอะเช่นกัน เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อชุดเดิมซ้ำๆ และบางท่าทางก็มีแรงกระแทกหรือบิดตัวสูงมาก ถ้าขาดความรู้เรื่องท่าทางที่ถูกต้อง หรือเล่นเกินความสามารถของร่างกาย ก็จะเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่ายครับ”

Q : โปรแกรมการรักษาที่นี่เน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
“พื้นฐานของการรักษาที่นี่ เราให้ความสำคัญกับ ‘การค้นหาสาเหตุที่แท้จริง’ เป็นอันดับแรกครับ หลังจากนั้นจะให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรม และเสริมด้วยเทคนิคทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา กายภาพบำบัด การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่า Physical Modality ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด

โดย Physical Modality หรือการรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า อัลตราซาวด์คลื่นเสียงลึก หรือเลเซอร์บำบัด ซึ่งจะช่วยลดอาการปวด บรรเทาอาการอักเสบ และกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการทำ Manual Therapy หรือการรักษาด้วยมือ เช่น การจัดกระดูก การดัดยืดกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะของแพทย์และนักกายภาพบำบัด เพื่อช่วยคลายจุดตึงตัวของกล้ามเนื้อและพังผืดที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด

และสุดท้ายก็คือการออกแบบ Exercise Program หรือการจัดโปรแกรมการออกกำลังกายฟื้นฟูให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพราะในเวชศาสตร์ฟื้นฟู เราไม่เน้นให้คนไข้แค่หายปวดชั่วคราว แต่เราต้องการให้เขาแข็งแรงขึ้นจริงๆ และลดโอกาสกลับมาเจ็บซ้ำในระยะยาว เพราะฉะนั้นเราจะออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงการฝึกกล้ามเนื้อเชิงลึก เพื่อเสริมสร้างความสมดุลและความมั่นคงให้กับร่างกายอย่างยั่งยืนครับ”

Q : นอกจากการรักษาอาการปวดแล้ว เวชศาสตร์ฟื้นฟูยังช่วยเรื่องอะไรได้อีกบ้าง?
“เวชศาสตร์ฟื้นฟูไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องอาการปวดนะครับ จริงๆ แล้วศาสตร์นี้กว้างมาก ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว ผู้ที่ผ่านการผ่าตัด ผู้ที่มีอาการอ่อนแรงจากโรคระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดทางกายภาพอย่างผู้สูงอายุ หรือแม้แต่ผู้พิการทางร่างกาย เราก็จะช่วยวางแผนการฟื้นฟูให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้ดีที่สุดตามศักยภาพที่เหลืออยู่

อีกด้านที่ผมให้ความสำคัญมากคือ ‘การป้องกัน’ เวชศาสตร์ฟื้นฟูไม่ใช่แค่เรื่องของคนที่เจ็บแล้วต้องมารักษา แต่ยังสามารถเข้ามาเรียนรู้เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บในอนาคตได้ด้วย เช่น คนที่มีท่าทางการนั่งทำงานไม่ถูกต้อง หรือเริ่มมีอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเข้ามาปรึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ เราสามารถช่วยออกแบบพฤติกรรมและท่าออกกำลังกายเพื่อป้องกันไม่ให้มันลุกลามจนกลายเป็นโรคได้ครับ”

Q : สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับอาการปวดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพกายบ้างไหม?
“อย่าปล่อยให้อาการปวดกลายเป็นเพื่อนสนิทครับ หลายๆ คนพอเริ่มปวด ก็เลือกจะทน เพราะคิดว่าเดี๋ยวมันก็หายเอง หรือกินยาแก้ปวดไปก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดมักเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่ร่างกายพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเรา และถ้าปล่อยไว้นานๆ มันอาจลุกลามไปถึงระดับที่รักษายากขึ้น หรือบางกรณีกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้เลย

ผมเชื่อว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องของความเจ็บป่วยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการรู้จักฟังร่างกายของตัวเอง ใส่ใจพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ท่านั่ง ท่านอน การใช้โทรศัพท์ หรือแม้แต่ท่าทางการออกกำลังกาย หากมีข้อสงสัยหรือเริ่มรู้สึกผิดปกติ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ เพราะสุขภาพที่ดีคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตเลยจริงๆ”

หลังจากพูดคุยกันอย่างจริงจังในแง่มุมของเวชศาสตร์ฟื้นฟูและอนาคตของคลินิกไปพอสมควรแล้ว ขอเปลี่ยนโหมดมาชวนคุณหมอคุยในมุมเบาๆ กันบ้าง เพราะนอกจากบทบาทของแพทย์และอาจารย์แล้ว คุณหมอยังเป็นนักเดินทางตัวยง เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และมีโปรเจกต์ส่วนตัวอีกเพียบ แต่จะบาลานซ์ชีวิตหลายบทบาทยังไงให้ยังยิ้มได้ทุกวัน ตามไปฟังคุณหมอเล่าแบบกันเองๆ กัน

Q : เป็นทั้งคุณหมอ นักเดินทาง และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ชีวิตหลากหลายบทบาทแบบนี้ คุณหมอมีวิธีบาลานซ์ชีวิตยังไงบ้าง?
ผมมองว่าชีวิตเรามีหลายด้านที่สำคัญ ทั้งเรื่องงาน กิจกรรมที่เราชอบ ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การดูแลตัวเอง ซึ่งทั้งหมดคือ Priority หรือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ แต่ละช่วงเวลา Priority เหล่านี้อาจเปลี่ยนลำดับได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ตอนนั้น แต่ถ้าเราตั้งสิ่งใดไว้เป็น Priority แล้ว ยังไงก็ต้องทำให้ได้ครับ เหมือนกับการอาบน้ำ แปรงฟัน ที่ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทำให้เสร็จ

อย่างผม ถ้าให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ผมก็จะพยายามหาเวลาให้ได้ในแต่ละวัน อย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง การนอนก็สำคัญมากครับ อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับกับหน้าที่ในแต่ละวัน ส่วนเรื่องงาน ผมก็ใส่หมวกหลายใบครับ เป็นอาจารย์ เป็นหมอ เป็นผู้ประกอบการ แล้วก็ทำคอนเทนต์ ซึ่งก็ต้องสลับจัดลำดับความสำคัญให้เหมาะกับช่วงเวลา ถ้าเป็นช่วงที่ต้องสอนเยอะ ก็จะเทไปทางนั้น

ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวเป็น passion ที่อยู่กับผมมานาน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็สามารถสร้างรายได้ได้เหมือนกัน แต่แม้จะเป็นงาน ก็ยังเป็นสิ่งที่ผมรักอยู่ดี ทุกครั้งที่ไปเที่ยว ผมก็จะพยายามกลับมาพร้อมคอนเทนต์ที่ดี อย่างน้อยก็มีสปอนเซอร์ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง (หัวเราะ) มันเป็นการฮาร์โมไนซ์ชีวิต คือทำให้ทุกอย่างกลมกล่อมไปด้วยกัน โดยไม่ต้องแบ่งว่าอะไรสำคัญที่สุดเสมอไป แต่ดูว่าช่วงนั้น อะไรควรมาเป็นลำดับต้นๆ ครับ”

Q : ในแต่ละด้านที่คุณหมอให้ความสำคัญ มีการตั้งเป้าหมายเอาไว้ยังไง?
“ทุกอย่างที่เป็น Priority ผมตั้งเป้าหมายไว้หมดครับ อย่างในเรื่องธุรกิจ ผมก็อยากให้มันค่อยๆ เติบโต สร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือขึ้นเรื่อยๆ ส่วนบทบาทแพทย์และอาจารย์ ผมอยากมีผลงานทางวิชาการเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการวิจัย การสอน รวมถึงการพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ที่ใช้ในระบบสุขภาพ

ผมสนใจเรื่อง Design Thinking กับ Universal Design มาก อยากให้มันถูกนำมาใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในสายเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง

ส่วนพอพูดถึงการเที่ยว สำหรับผมไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็สนุกทั้งนั้น มันคือการพักหายใจจากสิ่งอื่นๆ ได้บ้าง ได้ไปทำสิ่งที่เราชอบ และเติมพลังกลับมา ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นด้วยซ้ำ เพราะถ้าเราดูแลตัวเองไม่ดี ก็จะไปทำอย่างอื่นต่อไม่ไหว”

Q : การเปิดคลินิกมาเกือบ 2 ปี มีผลต่อไลฟ์สไตล์ของคุณหมอบ้างไหม โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว?
“ช่วงแรกเปิดคลินิกก็แทบไม่ได้เที่ยวเลยครับ เพราะตอนนั้นมีหมออยู่แค่คนเดียว ก็คือผม ต้องดูแลทุกอย่างเอง แต่พอเวลาผ่านไป เราค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมา ตอนนี้ทีมก็ใหญ่ขึ้นตามลำดับ ซึ่งช่วยให้ผมมีเวลาจัดการชีวิตได้ดีขึ้น ผมเชื่อว่าถ้างานเริ่มหนักเกินไปจนกระทบคุณภาพชีวิต เราก็ต้องหาคนมาช่วย เพราะคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องปัจเจกนะครับ สำหรับผม ถ้าเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหว ก็จะจัดการด้วยการเพิ่มทีมทันที

ตอนนี้เราก็เตรียมจะเปิดศูนย์ใหม่ที่เกษร ทาวเวอร์ (ประมาณกลางปี 2025 นี้) เป็นศูนย์ที่ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร อยู่ในธีม Geriatric Medicine ทั้งป้องกัน รักษา และฟื้นฟู โดยใช้แนวคิดเวชศาสตร์ฟื้นฟูผสมกับเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูสมอง หรือกายภาพแบบใหม่ที่ช่วยให้สมองเรียนรู้และซ่อมแซมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป้าหมายคือให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าร่างกายดีอยู่แล้ว ก็ทำให้ดีขึ้นไปอีก ถ้าเริ่มมีปัญหา เช่น สโตรก พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ก็อยากให้เค้ากลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเต็มที่ครับ”

และนี่คือบทสนทนากับคุณหมอเปียง คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษากาย ที่ไม่ลืมดูแลใจตัวเองผ่านการเดินทางและการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายลุย ตลอดบทสัมภาษณ์นี้ คุณจะได้เห็นมุมมองการทำงานและการใช้ชีวิตที่บาลานซ์กันได้ดีของคุณหมอ และหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายคนเข้าใจและเห็นความสำคัญของ “เวชศาสตร์ฟื้นฟู” มากขึ้น

Written by: Lutairat Chaiya (Digital Beauty Editor)


So Cute! กระเป๋า Tamburins ลาย “คุมะ”น้องหมาแสนรักของ เจนนี่ BLACKPINK

เห็นแล้วถึงกับใจละลาย เมื่อ “เจนนี่ BLACKPINK” ถือกระเป๋าลายคุมะ ซึ่งเป็นน้องหมาสุดน่ารักของเธอเอง โดยไอเท็มชิ้นนี้ Tamburins รังสรรค์ขึ้นให้เจนนี่โดยเฉพาะ

เชื่อว่าถ้าใครเป็นแฟนคลับ “เจนนี่ BLACKPINK” คงรู้จักน้องหมาขนปุยสีน้ำตาลที่ชื่อ “คุมะ” เป็นอย่างดี เพราะน้องเป็นเพื่อนซี่สี่ขาที่อยู่กับเธอมานานแล้ว แน่นอนว่าเมื่อเจ้าของเป็นถึงซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ชื่อเสียงของเจ้าคุมะก็ยังเป็นที่เลื่องลือไม่แพ้กัน อย่างครั้งหนึ่งเจนนี่ก็เคยพาคุมะขึ้นปกนิตยสารเป็นที่เรียบร้อย เรียกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

เมื่อไม่นานนี้เจนนี่ก็เพิ่งพาเจ้าคุมะออกงานอีเวนต์ของ TAMBUBINS แต่มาในรูปแบบลายรูปหัวใจบนกระเป๋า ที่หลายคนเห็นแล้วถึงกับถามหาว่ามาจากแบรนด์อะไร จนได้คำตอบว่า ไม่ใช่ของใครที่ไหนไกล เพราะ TAMBURINS ได้ออกแบบกระเป๋าสีดำประดับโบบริเวณหูจับ และสกรีนลายคุมะเป็นรูปหัวใจให้กับเธอเอง บอกเลยว่าใบนี้พิเศษสุดๆ มีเพียงใบเดียวเท่านั้น

แม้ซื้อกระเป๋าตามไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียใจไป หนึ่งไอเท็มที่ห้อยมากับกระเป๋าของเจนนี่ ซื้อตามได้แน่นอน นี่คือ “Leather Wear Perfume Oil White” เคสใส่น้ำหอมที่มาในรูปแบบพวงกุญแจ แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ใช้ขนาดนี้ การันตีความเก๋แน่นอน ราคาอยู่ที่ 55,000 วอน หรือ 1,300 บาท


รูปภาพ: jennierubyjane และ Tamburins

คิสออฟไลฟ์

สมมงตัวมัมเจน 5 KISS OF LIFE พริกล้านเม็ด ก็เผ็ดไม่เท่า

ทำถึงแบบไม่ค้านสายตา ไม่กังขาสกิลใดๆ สมมงตัวมัมเจน 5 จนบอกเลยว่า เสียดายแทนคนที่ไม่ได้ดูคอนเสิร์ต “2025 คิสออฟไลฟ์ เฟิร์ส เวิลด์ ทัวร์ [คิส โรด] อิน แบงคอก” (2025 KISS OF LIFE 1ST WORLD TOUR [KISS ROAD] in BANGKOK) #KISSROADinBANGKOK เวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของสี่สาวจูบชีวิต “คิสออฟไลฟ์” (KISS OF LIFE) #KISSOFLIFE จูลี่ (Julie), นัตตี้ (Natty), เบลล์ (Belle) และ ฮานึล (Haneul) เกิร์ลกรุ๊ปที่อายุเดบิวต์วงยังไม่ถึง 2 ปี แต่เดินหน้าโกยความสำเร็จต่อเนื่องอย่างมหาศาล

โดยคอนเสิร์ตลำดับที่ 38 ของตารางเวิลด์ทัวร์ [KISS ROAD] จัดขึ้นที่ประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ผลงานอิมพอร์ตความจึ้งส่งตรงถึงแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้งโดย โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment หรือ 411ent) นำโดย กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ แท็กทีมต้นสังกัด เอสทู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (S2 Entertainment) และ วันเดอร์ (WONDER) ประเทศเกาหลีใต้

แค่เปิดตัวก็ปังไม่ออมมือ! สาวๆ KISS OF LIFE ทั้งสี่ จูลี่, นัตตี้, เบลล์ และ ฮานึล เลือกเซอร์ไพรส์คิสซี่ (KISSY – ชื่อแฟนคลับของวง) และผู้ชมในธันเดอร์โดมด้วยการปรากฏตัวจาก 4 ประตูทางเข้าทั้ง 4 มุมฮอลล์ แทนการปรากฏตัวบนเวทีหลักแบบเดิมๆ แล้วออกสตาร์ตกันเลยด้วย 3 เพลงโดนๆ ถึงพริกถึงขิง เริ่มจาก ‘Get Loud’ แล้วระเบิดเวทีละลายกระท่อมน้ำแข็งกับ ‘Igloo’ ไฟลุกพรึบต่อเนื่องที่ ‘Bad News’ ชีเสิร์ฟตั้งแต่เริ่มต้นคอนเสิร์ตกันทีเดียว ไม่เพียงแค่วิชวลตาแตกที่มาพร้อมสเน่ห์เกินต้าน ทั้ง 4 สาว 4 สไตล์ยังเพอร์ฟอร์แมนซ์จัดเต็มสะกดทุกสายตาจริงๆ แอร์ในฮอลล์เย็นฉ่ำ แต่ทำไมผู้ชมกลับรู้สึกร้อนผ่าว ก็สี่สาวจูบชีวิตฮอตยิ่งกว่าอากาศเมืองไทยไปมากนั่นเอง จากนั้นทักทายแนะนำตัว เล่าย้อนความฝันที่เคยตั้ง Bucket Lists ไว้ว่าวันหนึ่งจะต้องมีเวิลด์ทัวร์ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ฝันนั้นก็เป็นจริงแล้ว

ประเทศไทยบ้านเกิดของนัตตี้ อบอวลด้วยความอบอุ่นเป็นพิเศษเมื่อทั้ง 4 สาวต่างหยิบสกิลภาษาไทยมาโชว์กันแบบไม่มีกั๊ก รวมทั้งเรียนรู้กันสดๆ บนเวที ทั้ง “ยินดีที่ได้เจอค่ะ” “อร่อยมาก” “คนสวย” “สุดยอด” และคำที่ทั้งวงยกให้เป็นที่หนึ่งในใจคือ “สวยมาก” เซอร์ไพรส์ทั้งแฟนๆ และนัตตี้เอง เมื่อเบลล์สามารถฟังภาษาไทยที่นัตตี้พูดกับแฟนๆ ออกหมด จนนัตตี้ต้องเอ่ยปากว่า “พูดอะไรไม่ได้แล้วสิ เข้าใจหมดเลย”

ถึงคิวอีกเพลงที่หลายคนถูกใจสุดๆ กับสเตจ ‘Winehouse’ ต่อด้วย ‘Chemistry’ แล้วเข้าสู่พาร์ตโซโลของแต่ละเมมเบอร์ ซึ่งนอกจากเกาหลีใต้แล้วก็มีแค่ที่ไทยเท่านั้น เริ่มด้วยโวคอลเน้นๆ ไฮโน้ตฉ่ำๆ กับ เบลล์ ในเพลง ‘Countdown’ สมมงเมนโวคอล, ต่อด้วย จูลี่ สายแซ่บใน ‘Kitty Cat’ สมเป็นเจ้าแห่งกระทรวงสะโพกเกาหลี ทำเอาผู้ชมร้องขอชีวิต เด็กผู้หญิงจะอยู่กันยังไง, ตามด้วย ฮานึล ที่ปรากฏตัวตรงบริเวณ Gate 1 พร้อมเพลง ‘Play Love Games’ เดินเกมน่ารักจู่โจมคิสซี่ วิ่งซนเสิร์ฟความใกล้ชิดทั่วฮอลล์ ปิดด้วย นัตตี้ กับ ‘Sugarcoat’ ทำเอาทั้งฮอลล์ส่งเสียงกรี๊ดไม่หยุด

เมื่อกลับเข้าสู่โหมดงานกลุ่มอีกครั้ง บรรยากาศจะแผ่วได้ไง เดือดๆ สับๆ บูสต์เอเนอร์จีเต็มสูบกันไปเลยกับเหล่าแมลงก้นกระดกสาวสุดเซ็กซี่ในเพลงเก่งที่หลายๆ คนปักลิสต์มาจากบ้านว่าอยากเห็นด้วยตาเนื้อกันสดๆ สักครั้งอย่าง ‘Nobody Knows’ ตามด้วย ‘Te Quiero’ และ ‘Gentleman’ ก่อนเข้าเพลงถัดไปสาวๆ บอกว่า “ทุกคนสนุกไปกับเวทีที่เหลือด้วยนะคะ” จากนั้น 4 สาวประสานเสียงเป็นภาษาไทยว่า “เดี๋ยวก่อน!!!!” แบบย้ำๆ “ถ้าจะให้รถวิ่งได้ดีก็ต้องใช้น้ำมันใช่ไหมคะ แล้วถ้าอยากจะให้ KISS OF LIFE ตั้งใจลุยต่อได้มากขึ้น ต้องใช้อะไร”, “พวกเราจะตั้งใจวิ่งมากๆ จนไม่รู้จะไปโผล่ตรงไหนเลยนะ” สาวๆ 4 คนลงจากเวทีกระจายตัวเสิร์ฟความฟินให้แฟนๆ ทั่วฮอลล์ เปลี่ยนพื้นที่ทุกโซนให้กลายเป็นถนนสาย Kiss Road เชื่อมความใกล้ชิดกับแฟนๆ อย่างแท้จริง ขับเคลื่อนไปด้วยเพลง ‘No One But Us’ และ ‘My 808’

สนุกกันต่อกับน้องเหนียว ‘Sticky’ เจ้าของยอดวิวล่าสุด 52 ล้านบนยูทูบ ผลงานสร้างชื่อของพวกเธอที่สามารถคว้าอันดับ 1 จากการโปรโมตในรายการเพลงได้สำเร็จเป็นเพลงแรก และเข้าถึงอันดับ TOP 10 บนชาร์ต Billboard World Digital Song Sales ได้ดูสาวๆ KISS OF LIFE ร้องเต้นกันสดๆ ตรงหน้าช่างดีเหลือเกิน เสิร์ฟต่อด้วย ‘TTG’ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าประทับใจ คือช่วงที่สาวๆ ขอให้แฟนๆ ช่วยกันสร้างทะเลดาวจากแสงแฟลชโทรศัพท์มือถือในเพลง ‘Nothing’ ก่อนส่งไม้ต่อให้สองเพลงก่อนอังกอร์อย่าง ‘Midas Touch’ ที่มาพร้อมโปรเจกต์พู่เชียร์สีทองสุดน่ารักจาก KISSY ไทย และ ‘Shhh’ เพลงเดบิวต์ที่แฟนๆ ร้องตามกันได้ทั้งฮอลล์

เข้าสู่พาร์ตอังกอร์ อบอุ่นหัวใจขั้นสุดกับเพลงช้าซึ้งๆ ‘Bye My Neverland’ ในบรรยากาศทะเลดาวรอบสองซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่แฟนๆ ชาวไทยนัดแนะกันไว้ แล้วปิดท้ายด้วย ‘Says It’ กับ ‘Back To Me’ พร้อมคำขอบคุณจากใจสาวๆ จูบชีวิตทั้ง 4 ถึงการสนับสนุนของแฟนๆ ตลอดมาโดยเฉพาะ นัตตี้ ซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่มาให้กำลังใจและร่วมชมคอนเสิร์ตในวันนี้ด้วย พูดไปก็ซึ้งไป น้ำตาไหลเป็นเพื่อนนัตตี้กันทั้งฮอลล์แล้ว “อย่างที่ทุกคนรู้นะคะว่า มันไม่ง่ายเลย 10 ปีที่นัตตี้เป็นทั้งเด็กเทรน แล้วก็เป็นศิลปินเดี่ยวมาก่อนหน้านี้ ก็มีช่วงเวลาที่เหนื่อยด้วย แล้วก็อยากท้อด้วย บางทีก็คิดว่าทางนี้ไม่ใช่ทางของเราจริงหรือเปล่า แต่พอวันนี้นัตตี้ได้มาขึ้นเวทีที่ธันเดอร์โดม คือรู้สึกได้เลยว่า มันมีเหตุผลที่หนูไม่ยอมแพ้ เพราะว่าหนูอดทนเพื่อจะมาวันนี้ ขอบคุณทุกคนนะคะที่ทำความฝันของนัตตี้ให้เป็นจริง และก็ขอให้ช่วยซัพพอร์ตตลอดไป หนูจะไม่ลืมวันนี้เลยค่ะ”

ลีดเดอร์ จูลี่ ยังเปิดใจด้วยว่า “ในอนาคตนะคะ พวกหนูก็จะเรียนรู้หลายๆ อย่าง และจะเติบโตแบบเท่ๆ เลย แล้วก็จะทำให้คิสซี่ทุกคนในที่นี้ภูมิใจในตัวพวกหนูที่สุดในโลกเลยค่ะ รักทุกคนมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณทุกคนนะคะที่ทำให้พวกหนูหัวเราะและยิ้มได้ทุกวันเลยค่ะ” ส่วน เบลล์ ยังแสบซนได้อีก ร้องหาคุณพ่อและคุณแม่ของ นัตตี้ จากกลางเวที คุณพ่อคุณแม่เลยลุกขึ้นยืนโบกมือให้ โมเมนต์นี้ช่างดีต่อใจเหลือเกิน ทั้งสี่สาวทิ้งท้ายด้วยคำสัญญาว่า “จะรีบกลับมาเจอกันอีกแน่นอน” แล้วพากันโค้งขอบคุณโดยพร้อมเพรียง

ก่อนแยกย้ายกลับบ้านทางผู้จัดงาน โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ยังมีกิจกรรม GOODBYE SESSION สำหรับผู้ชมคอนเสิร์ต “2025 คิสออฟไลฟ์ เฟิร์ส เวิลด์ ทัวร์ [คิส โรด] อิน แบงคอก” (2025 KISS OF LIFE 1ST WORLD TOUR [KISS ROAD] in BANGKOK) #KISSROADinBANGKOK ทุกที่นั่ง ซึ่งให้ทุกคนได้โบกมือลาสาวๆ แบบใกล้ชิด เก็บเกี่ยวความประทับใจโมเมนต์สุดท้ายติดตัวกลับบ้านอย่างเต็มอิ่ม งานนี้เอกฉันท์ค่าบัตรคอนฯ เท่ากับศูนย์บาทของแทร่! คุ้มสุดๆ กับโชว์จัดเต็ม ไลฟ์เพอร์ฟอร์แมนซ์เด็ดเผ็ดแซ่บที่สี่สาว KISS OF LIFE ทำถึงตลอด 2 ชั่วโมงเต็มแบบพลังไม่ตก เอเนอร์จีไม่อ่อมแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว สมมงเจ้าของ 15 รางวัลที่พวกเธอกวาดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดบิวต์ในปี 2023 ความสามารถศิลปินเป็นที่ประจักษ์ แถมให้คุณค่าการมีอยู่ของแฟนคลับดังที่พวกเธอบอกว่า “การแสดงของ KISS OF LIFE ต้องมี KISSY ถึงจะสมบูรณ์” สี่สาวจูบชีวิตสมควรได้รับความรักจากทุกคนทั่วโลกไม่เกินจริง

ติดตามประมวลภาพคอนเสิร์ต #KISSROADinBANGKOK เพิ่มเติม รวมทั้งติดตามผลงานถัดไปที่รอพบกันในเดือนพฤษภาคมได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดียของผู้จัดงาน @411ent เฟซบุ๊ก www.facebook.com/fouroneoneent เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) https://x.com/411ent อินสตาแกรม https://instagram.com/411ent และยูทูบ https://www.youtube.com/411ent กดกระดิ่งเปิดแจ้งเตือนทุกแพลตฟอร์มรอไว้เลย!!!