สง่างามสไตล์วิกตอเรียน มงกุฎ Miss World Thailand 2025 “โอปอล สุชาตา”

เผยดีเทลมงกุฎสไตล์วิกตอเรียน “The Dream Princess’s Crown” ของ โอปอล สุชาตา Miss World Thailand 2025

กลายเป็นกระแสในวงการนางงามอีกครั้ง เมื่อ “มร.ไบรอัน แอล มาร์การ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ฯ และ “ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ได้มอบมงกุฎและสายสะพายให้ “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” เพื่อยืนยันความเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการเข้าร่วมประกวด Miss World 2025 ครั้งที่ 72 อย่างเป็นทางการ โดยหนึ่งสิ่งที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อยคือ มงกุฎอัญมณีสีฟ้า ที่ผู้คนเอ่ยชมเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นมงกุฎที่สง่างามมาก และเหมาะสมกับโอปอลมากๆ

โดยมงกุฎดังกล่าวได้ดีไซเนอร์อย่าง คุณชวลิต ชมเมือง มาเป็นผู้ออกแบบ และผ่านการรังสรรค์จาก God diamonds กลายเป็นมงกุฎที่มีชื่อว่า “The Dream Princess’s Crown” ซึ่งแบรนด์ได้เผยว่า “มงกุฎแห่งโลกจินตนาการและความฝัน ถ่ายทอดความปรารถนาอันบริสุทธิ์ของหญิงสาวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าหญิงที่งดงาม เปี่ยมเสน่ห์ ฉลาดหลักแหลม อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยพลังภายในที่แข็งแกร่ง มีเมตตาและหัวใจเพื่อส่วนรวม คุณลักษณะทุกอย่างประสานกลมเกลียวดุจเถาวัลย์ที่เลื้อยพันอย่างอ่อนช้อยบนเรือนมงกุฎ สะท้อนความงามทั้งจากภายนอกและภายใน

โดยตัวเรือนออกแบบในสไตล์วิกตอเรียนของราชวงศ์ชั้นสูง ประดับพลอยสีฟ้าราวกับสะท้อนสีของโลกที่เปล่งประกายอยู่กลางห้วงอวกาศ ความฝันที่เคยอยู่แสนไกล บัดนี้เป็นจริงในชั่วข้ามคืน เมื่อสาวน้อยผู้มีหัวใจเจิดจรัสได้สวมบทบาทเจ้าหญิงยามรุ่งอรุณ และอีกหนึ่งความฝันอันใกล้นี้ เธอจะก้าวสู่บทบาทราชินีอย่างสง่างาม ดุจดาวฤกษ์ที่กำลังเฉิดฉายบนฟากฟ้า”

สำหรับกำหนดการ โอปอลจะออกเดินทางสู่เมืองไฮเดอราบัด รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 7-31 พฤษภาคม และรอบตัดสินจะจัดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งในระหว่างเก็บตัวจะมีการเก็บคะแนนในรอบต่างๆ หรือ FAST TRACK อย่างการนำเสนอโครงการด้านการกุศล Beauty With A Purpose รวมไปถึงความสามารถด้านการพูดในที่สาธารณะ Head to Head Challenge ความสามารถด้านกีฬา (Top Fitness & Sport) ยังมีทักษะการเดินแบบ (Top Model) ความสามารถพิเศษ (Top-Talent ) และการใช้สื่อยอดเยี่ยม (Miss World-Multimedia Award) รวมไปถึงการแสดงศิลปะการเต้น (Miss World Dance Of The World) มาร่วมส่งกำลังใจให้เส้นทางนี้ของโอปอลไปด้วยกัน


ข้อมูล: Instagram @goddiamonds

รูปภาพ: Instagram @goddiamonds และ @tpn.global

แจ็คสัน หวัง

แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang) กับเบื้องหลังจากทำงานที่หลายคนไม่รู้

แฟนคลับทั่วโลกสิ้นสุดการรอคอย! แจ็คสัน หวัง ไอคอนระดับโลกคัมแบคในรอบ 2 ปี กับผลงานอัลบั้มใหม่  “MAGIC MAN 2” สำหรับอัลบั้มนี้ถือได้ว่าเป็นการบอกเล่าตัวตนของศิลปินหนุ่ม ซึ่งเบื้องหลังนั้นมีความจริงที่มืดมนแฝงอยู่ การใช้โลกแห่งภาพลวงตานี้เป็นอุปมาเพื่อสื่อถึงข้อเท็จจริงที่สำคัญเกี่ยวกับวงการและความจริงของมนุษย์ โดยมุมมองของ MAGIC MAN คือ “ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่การแสดงหมายถึงสำหรับสาธารณะ และสิ่งที่การแสดงหมายถึงสำหรับการจัดการ”

ก่อนอื่นอยากให้ทักทายแฟนๆ ชาวไทย ที่รอการกลับมาของ “แจ็คสัน หวัง”?

“สวัสดีแฟนๆ ชาวไทยนะครับ (ยกมือไหว้) พี่แจ็คนะครับ ผมแจ็คสัน หวัง ครับ”

ล่าสุดเพิ่งปล่อยอัลบั้ม “Magic Man 2” อยากให้เล่าถึงการทำงานในอัลบั้มนี้ให้ฟังหน่อย?

“ก่อนอื่นเลย หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า Magic Man คืออะไร ทุกคนไม่เข้าใจว่าเมคอัพใน Magic Man คือยังไง ถ้าต้องใช้ 2 ประโยคในการอธิบาย Magic Man คือความเป็นภายในของ ‘แจ็คสัน หวัง’ เป็นคาแรกเตอร์ที่จะพรีเซนต์ความเป็นภายในของแจ็คสัน หวัง ออกมา และทำไมเมคอัพดูดำๆ ผมเดบิวต์ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วก็ได้ผ่านประสบการณ์มามากมายเป็นเวลากว่า 10 ปี และผมอยู่ในจุดที่ดำดิ่งที่สุดของชีวิต ช่วงเวลา 3-4 ปี ผมรู้สึกว่าไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความดำมืด และด้วยความที่ผมเป็นนักดนตรี เป็นคนทำเพลง ผมเลยอยากให้เพลงเล่าเรื่องราวเล่านี้ให้คนได้รับรู้”

แจ็คสัน หวัง

อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากจะถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ผ่านเพลง?

“จริงๆ ไม่ได้มีแรงบันดาลใจอะไรเป็นพิเศษ ผมหยุดทำงานไปเลย 1 ปี เพื่อพักผ่อนแล้วก็ใช้สิ่งเหล่านี้มาเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ช่วงเวลา 10 ปี ในการเป็นไอดอล ทำงานแบบวันชนวันมาโดยตลอด ทำให้ผมไม่มีเวลาที่จะมานั่งคิดเลยว่าจะมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการทำอัลบั้มต่างๆ พอในช่วงเวลาว่าง 1 ปี ผมได้มานั่งคิดว่ายังไม่เคยทำเพลงเพื่อตัวเองเลยก็เลยใช้ช่วงนี้ในการมาเล่าเรื่องราวผ่านเพลงของตัวเอง ผมเลยใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นมานั่งเขียนไดอารี่ พูดถึงความจริงและเรื่องราวต่างๆ ที่เจอและเอาไดอารี่เล่านี้มาเรียบเรียงผ่านบทเพลง ซึ่งมันไม่ใช่แรงบันดาลใจ แต่มันเป็นเรื่องที่ผมได้เจอนำมาร้อยเรียงเป็นเพลง”

เพลง GBAD ได้กระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ทั่วโลก รวมไปถึงมีเหล่าศิลปิน, อินฟูลฯ และแฟนเพลง ได้ทำชาเลนจ์เพลง GBAD ลงโซเชียลด้วย รู้สึกอย่างไรบ้าง?

“ผมอยากขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผลงานของผม และก็ยังได้ใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเป็นตัวช่วยในการสนับสนุนผลงานของผมและอยากให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องราวของผมผ่านข้อความที่ผมสื่อผ่านเพลง”

ถ้าจะใช้ประโยคจาก GBAD มาเขียนบนเสื้อยืด คุณจะเลือกประโยคไหน? ทำไมถึงเลือกคำนั้น?

“ด้านหน้าเขียนว่า “Life is great.” ส่วนด้านหลังก็เป็นคำว่า “Just gotta be a dick sometimes.” เพราะว่าจริงๆ แล้วชีวิตมันดีนะ โลกนี้มันสวยงาม โลกนี้มันช่างมหัศจรรย์ แต่ว่าในบางครั้งพอเราดีเกินไปก็ทำให้หลายๆ คนรู้สึกอยากจะล้ำเส้นเรามากเกินไป ก็ฉะนั้นบางครั้งเราก็ต้องเป็นปีศาจร้ายบ้าง เพื่อที่จะปกป้องตัวเราเองจากโลกใบนี้”

แจ็คสัน หวัง

คุณประสบความสำเร็จในทำงานหลากหลายด้าน อะไรคือแรงขับเคลื่อนในการทำงานของคุณ?

“สำหรับตัวผมแล้วมันไม่จำเป็นที่จะรู้สึกว่าจะต้องลุกมาทำงานในแต่ละวันเลย เพราะการทำงานในแต่ละวันเป็นสิ่งที่ผมรักอยู่แล้ว ฉะนั้นการทำงานในสิ่งที่ผมรักไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นมิชชั่นอะไรที่ต้องทำในแต่ละวัน แต่มันเป็นการความสนุกในสิ่งที่ทำมากกว่า”

รีวิว“แจ็คสัน หวัง” ในวัย 31 ปี ให้ฟังหน่อย?

“OMG! แจ็คสัน ในวัย 31 เป็นแจ็คสันที่รู้สึกว่ามีความมั่นใจว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่ในชีวิต รู้สึกว่าต้องเดินไปทางไหนมากกว่า เพราะว่าแจ็คสันในวัยที่อายุ 20 กว่าๆ เป็นแจ็คสันที่พร้อมจะพุ่งชนกับทุกอย่าง ทำทุกสิ่งทุกอย่างไปเรื่อยๆ ทำแบบไม่มีที่สิ้นสุด แต่ไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าควรจะไปทางไหนหรือควรทำอะไรดี แต่พอในวัยที่ 30 ขึ้นมาแล้ว ผมเริ่มรู้สึกว่าอะไรคือสิ่งที่ควรจะตัดทิ้ง อะไรคือสิ่งที่ควรไปต่อ อะไรคือสิ่งที่ควรจะเดินไป แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้หลังจากอายุ 30 ก็คือรู้สึกว่าการฟื้นฟูของตัวเองมันน้อยลง ปกติผมจะสามารถร้องเพลงและเต้นได้อย่างไม่เหนื่อย แต่พออายุเกิน 30 แล้ว เต้น ร้องเพลงนิดหน่อยก็จะรู้สึกเหนื่อย ทำให้แตกต่างจากตอนที่เป็นหนุ่มๆ”

แต่ก็ยังหล่อเหมือนเดิม?

“นั่นเป็นเพราะผมทำทรีตเมนต์ ยกกระชับหน้าด้วย ผมทำมาเยอะ ไม่ง่ายนะ (หัวเราะ) จริงๆ (พูดภาษาไทย) แต่มันก็แตกต่างจากตอนอายุ 20 นะ เมื่อก่อนผมสามารถที่จะดื่ม แล้วนอน 2 ชั่วโมงก็ลุกขึ้นไปทำงานได้เลย แต่ตอนนี้ไม่ได้ครับ”

คุณได้ฉายาว่าเป็น “เขยไทย” รู้ความหมายของคำนี้ใช่ไหม?

“ใช่ครับ ผมได้ยินคำนี้มาจากรายการโหนกระแส แต่ผมว่ามันไม่จริง มันเป็นมุข (หัวเราะ) ผมเข้าใจความหมาย แต่ผมอยากรู้ใครเป็นคนคิดมุขนี้ (ยิ้ม)”

มาเมืองไทยครั้งนี้ได้เรียนภาษาไทยเพิ่มไหม?

“ผมไปเรียนภาษาไทยมา แต่เป็นคำที่ไม่สามารถพูดหน้ากล้องได้ เพราะเป็นคำที่เอาไว้ใช้พูดในเวลาที่รู้สึกโกรธ เลยพูดตอนนี้ไม่ได้”

วันนี้สื่อมวลชนมีคำภาษาไทยมาให้ “แจ็คสัน” ได้ลองฝึกพูดด้วย?

“ทำเป็นเล่นนะครับ” และ “คิ้วส่งหน้า หน้าส่งชุด ชุดส่งคน คนส่งยิ้ม”

ฝากผลงานกับแฟนๆ ชาวไทยหน่อย?

“ผมไม่ได้อยากที่จะโปรโมตอัลบั้มใหม่ตอนนี้ แต่ผมมีข้อความที่อยากจะฝากถึงแฟนๆ ว่า จริงๆ แล้วโลกใบนี้มันโกลาหลวุ่นวายมาก ชีวิตเราก็ต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย แต่บางครั้งมันอาจจะทำให้เราลืมไปว่าเราต้องรักตัวเองด้วย ฉะนั้นบางครั้งที่เรายอมเป็นคนไม่ดีหรือเห็นแก่ตัวบ้าง มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร เพราะผมอยากให้ทุกคนรักตัวเองมากขึ้น ผมในฐานะที่เป็นคนมอบความสุขให้กับทุกๆ คน ผมก็อยากทำหน้าที่ตรงนี้ ทำหน้าที่มอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน เวลาที่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จกลับมาแล้วมองมาที่ผม จะได้รู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น และทุกคนอย่าลืมที่จะรักตัวเองมากๆ ด้วยนะครับ”

สินนท์ ว่องกุศลกิจ… ผู้นำทัพเจนใหม่กับภารกิจสุดท้าทาย ของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

ในวัย 35  ปี คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หน้าที่นี้พ่วงด้วยความกดดันมหาศาลเมื่อต้องกุมบังเหียนธุรกิจพลังงานแสนล้าน โดยเฉพาะในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว การแข่งขันดุเดือด การจะผ่านไปให้ได้อย่างโดดเด่น มั่นคงคือภารกิจที่ท้าทายยิ่ง

เส้นทางก่อนรับตำแหน่งซีอีโอ เป็นอย่างไรคะ

“ผมทำงานที่บ้านปูมาโดยตลอด ช่วงแรกๆ อยู่ทีม Corporate Finance เรื่องการหาเงินทุน โปรเจ็คต์ใหญ่ จึงมีโอกาสสร้างผลงานให้ตัวเอง อย่าง การนำ “บ้านปู เพาเวอร์” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งทำเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ยั่งยืน ทั้งจากพลังงานความร้อนและพลังงานหมุนเวียน ก่อนจะย้ายไปดูเรื่องการเปลี่ยนผ่านบริษัทไปสู่พลังงานสะอาด ต้องเล่าว่า ในยุคเริ่มแรก บ้านปูสร้างตัวจากพลังงานดั้งเดิม เช่น ถ่านหิน เหมือง แต่ขณะนี้ เราหันมาจับพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์โลกอนาคตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผมจึงร่วมปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มบ้านปูจนเกิด’บ้านปู เน็กซ์’ ที่เน้นการลงทุนพลังงานสะอาด ทำ อยู่ 4 ปี ก็ได้รับโอกาสให้ขึ้นเป็น ซีอีโอของ ‘บ้านปู เน็กซ์’ ก่อนจะได้รับเลือกจากคณะกรรมการ ให้ขึ้นเป็นซีอีโอบ้านปู จำกัด (มหาชน) เมื่อเมษายนปีที่แล้วครับ”

ถ้าให้รีวิวชีวิตซีอีโอ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นยังไงคะ

“ต้องบอกว่า น่าตื่นเต้น (ยิ้ม) ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านปูมาตลอด จึงรู้สึกตื่นเต้นที่เราจะเปลี่ยนบริษัทไปอีกขั้น วางแผนใหม่ๆ ให้บ้านปูเติบโต ซึ่งผมมองว่า ดีเอ็นเอของเรา คือการเป็นผู้บุกเบิก

“ย้อนกลับไปสมัยเด็ก ผมเห็นคุณพ่อ (คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจ) ไปบุกเบิกเปิดธุรกิจทำเหมืองที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเหมือนดีเอ็นเอที่ส่งต่อมาถึงผมด้วย ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่บ้านปูต้องบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ อีกครั้ง แผนทุกอย่างที่วางไว้ เป็นแบบระยะยาวและมองไปข้างหน้า เราเปลี่ยนผ่านตัวเองไปจับพลังงานสะอาดมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบาลานซ์พลังงานดั้งเดิมที่เป็นพื้นฐานธุรกิจของเราไว้ด้วยเช่นกัน

“ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ก็เป็นความท้าทายว่าจะทำยังไงให้เรามีความรู้ให้มาก ให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการเป็นซีอีโอไม่ต้องรู้ลึกเท่ากับทีม แต่ต้องรู้ให้กว้างเพื่อที่จะตัดสินใจได้ถูกต้อง เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากซีอีโอ”

การที่ไม่ต้องรู้ลึก แต่รู้ให้กว้าง ทำอย่างไรคะ

“สำหรับผม คือต้องอ่านและฟังให้เยอะจากผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นครับ ยิ่งยุคนี้มีเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ ออกมามาก เช่น พลังงานไฮโดรเจน พลังงานนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีเอไอ ก็ต้องดูว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยธุรกิจบ้านปูได้อย่างไร การออกไปคุยกับคนที่ถนัดในสายงานนั้นจริงๆ จะทำให้รู้ว่า เมื่อไรพลังงานเหล่านี้จะกลายเป็นโปรดักส์ที่ขายได้

“ต่อมา ต้องมีที่ปรึกษาที่ดี ผมมีประมาณ 2-3 ท่าน ได้แก่คุณพ่อ คุณสมฤดี ชัยมงคล อดีตซีอีโอบ้านปู รวมถึงพี่ๆ และโค้ชจากข้างนอก ผมคิดว่าเวลาจะปรึกษาใคร ต้องดูว่าแต่ละคนถนัดเรื่องไหน รวมถึงต้องคุยกับซีอีโอที่อายุเท่ากันด้วย ซึ่งทำให้ได้ไอเดียดีๆ มาหลายครั้ง

“อย่างคุณพ่อ ท่านบอกเสมอว่า อย่าทำอะไรยาก เพราะบริษัทเราทำหลายอย่าง ซึ่งล้วนต้องดูแลโฟกัส เวลาคุณพ่อให้คำปรึกษา ท่านจะไม่พูดเยอะ แต่จะฟังและให้คอมเมนต์กลับไปคิดต่อ ไม่เคยมีคำตอบตายตัว เพราะท่านสอนมาตลอดว่า ให้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง

“สาม ต้องมีทีมที่เชี่ยวชาญ เราสร้าง Intelligence team อยู่ภายใต้ทีมกลยุทธ์ ทำหน้าที่หาธุรกิจใหม่ๆ และดูว่าแนวโน้มธุรกิจในอนาคต ทั้งธุรกิจพลังงานดั้งเดิมและธุรกิจใหม่  และอีกทีมที่สำคัญคือ PMO (Project Management Office)ที่มองภาพรวมของธุรกิจทั้งหมด ในฐานะซีอีโอ ผมต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในบริษัททุกเรื่องเพื่อให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง ก็ต้องอาศัยพูดคุยกับหัวหน้าทีม

“ยิ่งตอนนี้บ้านปูมีฐานธุรกิจอยู่ใน 9 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ก็ต้องรู้ทุกเรื่องของแต่ละประเทศ หัวหน้าทีมจึงสำคัญมาก เขาต้องเก่งและรอบรู้มากพอจึงจะดำเนินธุรกิจได้”

การดูแลบริษัทลูกในต่างประเทศ มีความยากอย่างไรคะ

“เราต้องรู้ก่อนว่า แต่ละประเทศเด่นในพลังงานอะไร แล้วค่อยหาซีอีโอที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น อย่างอเมริกา เด่นด้านก๊าซธรรมชาติ และกักเก็บคาร์บอนซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ในอนาคต ก็ต้องหาคนที่เก่งและมีประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้ ยิ่งอเมริกาอยู่ไกลจากบ้านเรามาก ยิ่งต้องเน้นว่าคนที่จะมาทำหน้าที่รันธุรกิจต้องเก่งสุดๆ และต้องเข้ากับทีมได้ดีด้วย

“ผมพูดเสมอว่า วัฒนธรรมองค์กรสำคัญกว่าคน คือต่อให้คนนั้นเก่งมาก แต่ถ้าถนัดทำงานคนเดียว ไม่สามารถเชื่อมทีม หรือไม่สามารถทำให้ลูกน้องในทีมมีศักยภาพที่เก่งขึ้นได้ ความเก่งก็ไม่มีประโยชน์                  “โดยเรามีมายด์เซ็ต 3 ข้อ ที่หล่อหลอมทีมเสมอมา ตั้งแต่ยุคคุณชนินท์คือ  หนึ่ง Innovation ต้องพัฒนาสิ่งใหม่อยู่เสมอ สอง Commitment มุ่งสู่ความสำเร็จ และสามคือ Passion ในการทำงาน

“ทุกปีเราจะมีนัดพบกันทุกเดือนตุลาคม เพื่อให้ทุกทีมจากทุกประเทศได้รู้จักกัน เพราะการอยู่เป็นครอบครัว คือหัวใจของบ้านปู”

ในยุคที่มีพลังงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย พลังงานประเภทใดที่ทำให้รู้สึกว้าว

“ผมคิดว่าพลังงานว้าวด้วยตัวเอง ยิ่งขณะนี้ที่กำลังโตแบบก้าวกระโดด ทั้งพลังงานดั้งเดิมและพลังงานใหม่ เราจึงมีแผนงานที่ชื่อว่า Energy Symphonics  เน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานที่ยั่งยืน โดยเราตั้งเป้า Net Zero ภายในปี 2050 และตั้งเป้าว่าลดการปล่อยคาร์บอนไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2030

“สอง เรามองว่า ธุรกิจก๊าซธรรมชาติคืออนาคตของบ้านปูและโลก เพราะก๊าซเป็นพลังงานดั้งเดิมที่มีความเสถียร มีปริมาณเพียงพอทั่วโลก อยู่ในราคาที่ดี เมื่อเทียบกับพลังงานชนิดอื่น ก๊าซค่อนข้างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สาม พลังงานสะอาดคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มี โลกก็ไม่สามารถลดคาร์บอนฯ แต่ประเด็นของพลังงานสะอาดคือความไม่เสถียร เช่น โซลาร์เซลล์สามารถใช้ได้เพียง 4-5 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ก็ต้องคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ใช้ได้ 24 ชั่วโมง เราจึงมุ่งไปที่ธุรกิจแบตเตอรี่ ตอนนี้บ้านปูจึงมีฟาร์มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่  ซึ่งเป็นพลังงานที่สามารถชาร์จไฟต่อจากโซลาร์เซลล์ได้ เราก็จะได้พลังงานสะอาดมากขึ้น และราคาก็สามารถเข้าถึงได้ไม่แพ้ก๊าซและถ่านหิน 

“ต่อมาคือ เหมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเชี่ยวชาญที่สุดและสร้างกำไรให้บริษัทมานาน ทุกวันนี้เราพยายามปรับปรุงธุรกิจไปสู่เหมืองแร่ยุคใหม่ ด้วยการใช้ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เอไอก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ ทุกวันนี้เรามีทีมที่เชี่ยวชาญด้านเอไอประมาณ 20 คน เพราะถ้าไม่มีเอไอ เราจะไม่มีทางสู้กับบริษัทอื่นได้เลย อย่างผมก็คุยกับ Chat GPT ทุกวันเลย ให้ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ ซึ่งก็เสนอไอเดียใหม่ๆ ได้ดีนะ แต่แน่นอนว่า ไม่รู้ข้อมูลเสถียรขนาดไหน เราต้องมีที่ปรึกษาเก่งๆ เสริมเป็นหลักด้วย

“สุดท้ายทุกสิ่งที่ทำนำไปสู่ Decarbonization หรือ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา ใครที่ไม่อยู่ในสายธุรกิจนี้ อาจไม่รู้ว่าพลังงานสำคัญขนาดไหน ความจริง มันอยู่รอบตัวเราตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับและไม่สามารถขาดมันได้ ขณะที่การลดคาร์บอนก็เป็นวาระใหญ่ของโลก เราจะบาลานซ์ความเขียวและความต้องการอย่างไร นั่นคือโจทย์ที่ท้าทายบ้านปู”

ถ้าอย่างนั้น บ้านปูมีวิธีจัดการพลังงานดั้งเดิม เช่น เหมืองถ่านหินอย่างไรคะ

“เราใส่ใจประเด็นนี้มาก ที่จริงธุรกิจขุดถ่านหินสำคัญนะ แม้คนจะมองว่าไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ธุรกิจสายนี้ช่วยให้แต่ละประเทศใช้ไฟฟ้าได้ในราคาถูก แน่นอนว่าคาร์บอนคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องแก้ว่า จะจัดเก็บคาร์บอนได้อย่างไร อย่างปีที่แล้วบ้านปูได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานหลายอย่าง เช่น ใช้รถอีวีสำหรับขนส่งถ่านหินเพื่อช่วยลดคาร์บอนและค่าใช้จ่าย รวมถึงติดโซลาร์เซลล์ในฟาร์มเพื่อลดการใช้น้ำมันดีเซล เป็นแผนที่เราจะทำที่เหมืองในอินโดนีเซียและออสเตรเลียด้วย นอกจากนี้เราจะลงทุนเรื่องการปลูกป่า อย่างเหมืองที่อินโดฯ หลังจากขุดและกลบดินเสร็จแล้ว พอทิ้งช่วงไปสักพัก ดินจะกลับมาเป็นสภาพเดิม เราจะใช้พื้นที่ตรงนั้นปลูกป่าและได้คาร์บอนเครดิตกลับคืนมา”

ในวัย 35  ปี คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หน้าที่นี้พ่วงด้วยความกดดันมหาศาลเมื่อต้องกุมบังเหียนธุรกิจพลังงานแสนล้าน โดยเฉพาะในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว การแข่งขันดุเดือด

มีประสบการณ์สนุกๆ ในฐานะซีอีโอมั้ยคะ

“ผมคิดว่าการไปทำงานที่อินโดนีเซียสนุกที่สุด เพราะเหมืองที่นั่นใหญ่สุดลูกหูลูกตา ยังจำความรู้สึกที่ไปครั้งแรกได้ไม่ลืม ตอนนั้นเรียนอยู่ปีสอง ผมมีโอกาสมาฝึกงานที่บ้านปูในฝั่ง Corporate Finance จึงได้ไปเหมืองที่อินโดนีเซียด้วย นั่นคือวันที่เปิดโลก เพราะไม่เคยรู้ว่าครอบครัวเราทำธุรกิจสเกลใหญ่ขนาดนี้

“กระทั่งครั้งล่าสุดที่ผมไปอินโดฯ ก็สนุก พวกเรานอนในบ้านที่แยกเป็นหลังๆ ในป่า ผมตื่นกลางดึกเพราะได้ยินเสียงก๊อกๆ แก๊กๆ ปรากฏว่าเจอลิง 3-4 ตัว นั่งกินกล้วยอยู่ในบ้าน ตกใจมากเพราะลิงเปิดประตูเข้ามาเองได้ แถมยังอึใส่เต็มบ้าน ก็ตื่นเต้นดีครับ เปิดประสบการณ์ซีอีโอโดนลิงบุก (หัวเราะ)

“แถมยังได้อารมณ์แอดเวนเจอร์ เพราะการเดินทางเข้าเหมืองใช้เวลายาวนานมาก ถ้านั่งรถใช้เวลาราว 10 ชั่วโมง ส่วนถ้านั่งเครื่องบินก็ต้องบินหลายต่อ และต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ด้วย ซึ่งผู้บริหารระดับสูงนั่งเครื่องเดียวกันไม่ได้ ต้องแยกกันหลายเครื่องเพื่อกระจายความเสี่ยง (ยิ้ม) เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นการฝ่าฟันของบ้านปู ผมนับถือพี่ๆ ยุคบุกเบิกมาก สมัยนั้นไม่มีอะไรเลยต้องนั่งรถแทรคเตอร์เข้าไปและทำทุกอย่างขึ้นมาเอง ซึ่งใช้เวลานานมากกว่าจะขุดเจอเหมืองสักแห่ง สำหรับผมนักขุดเหมืองเป็นอาชีพที่สุดยอดมาก ผมเคารพพี่ๆ เหล่านี้เพราะเขาทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้”

คุณสินนท์เป็นซีอีโอตั้งแต่อายุน้อย กดดันไหมคะ

“ซีอีโอทุกคนต้องเจอความกดดัน ยิ่งในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขนาดนี้ ย่อมกังวลว่าจะทรานส์ฟอร์มธุรกิจสำเร็จไหม แต่ทุกอย่างเกิดจากความต้องการของตัวผมเอง ครอบครัวไม่เคยกดดันให้มารับตำแหน่งนี้ ผมมีแผนที่วางไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

“เส้นทางของผมจึงชัด พร้อมลุย (ยิ้ม)”

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในคอลัมน์ Biz guy นิตยสารแพรว ฉบับเดือนเมษายน 2568


เรื่อง: Fai

ภาพ: วรสันต์

เปิดพิกัด GUMP’S Cross คอมมูนิตี้สเปซแห่งใหม่ย่านเจริญนคร

แพรว พาเปิดพิกัด GUMP’S Cross คอมมูนิตี้สเปซแห่งใหม่ที่ขยับความสำเร็จจาก GUMP’S Ari  สู่โลเคชั่นฝั่งเจริญนคร ซึ่งเปิดตัวแล้วในงาน “COME aCROSS” ที่ไม่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยความอลังการ แต่ด้วยความชัดเจนในตัวตนและวิธีการใช้พื้นที่ร่วมกันของผู้คน ภายใต้แนวคิด Crossing Lifestyle Space GUMP’S Cross ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “พื้นที่กลาง” ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนข้ามมาเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะมาใช้ชีวิต ทำงาน เดินเล่น หรือปล่อยใจว่างเปล่าก็เกิดขึ้นได้โดยไม่มีกรอบจำกัด เพราะพื้นที่นี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นจุดเช็กอินเท่านั้น แต่เป็นจุดหมายสำหรับคนที่มองหาการใช้ชีวิตที่ไม่ต้องซ้ำแบบใคร

GUMP’S Cross เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Gump’s Group โดย คุณธิวาภรณ์ พัฒนะรวีโรจน์ (คุณเอ๋) ผู้ก่อตั้ง GUMP’S กับ บริษัท นวชีวิน จำกัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและขยายโครงการมายังฝั่งเจริญนคร ภายใต้การขับเคลื่อนของ คุณสรวงสุรีย์ ฉายาวรกุล (คุณเล็ก) ที่มีบทบาทร่วมในการร่วมก่อตั้งโครงการ และคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิธีคิดสอดคล้องกับทิศทางของพื้นที่

สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ในงาน COME aCROSS ได้แก่

1. Give Me Museums | Pop-Up Decoration

การปรากฏตัวของ Give Me Museums ในรูปแบบป็อปอัพอินสตอลเลชัน ที่พาเราเข้าไปอยู่ในโลกของ “น้องดื้อ” ตัวละครเอกของแบรนด์ ที่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ซื่อตรง และน่ารักแบบไม่ประดิษฐ์ พื้นที่นี้กลายเป็นเหมือนการได้เดินผ่านมุมมองของใครบางคน และเห็นความเป็นไปได้เล็กๆ ระหว่างทาง

2. Visual Light Expression | Showcase

อินสตอลเลชันแสงแบบ Projection Mapping ที่ฉายภาพลงบนพื้นที่จริงของ GUMP’S Cross สร้างประสบการณ์การมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงตามจังหวะเวลา ภาพเคลื่อนไหว ไล่โทน และองค์ประกอบของแสงกลายเป็นภาษาภาพ ที่บอกเล่าตัวตนของพื้นที่หลังพระอาทิตย์ตกดิน

3. Fellow Fellow | Live Session

เซสชันดนตรีสดที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ วง Fellow Fellow จะพาคุณเดินทางไปกับเสียงเพลงท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งของคอร์ทยาร์ดใน GUMP’S Cross

4. Canvas & Co. | Pop-Up Gallery ชั้น 3

นิทรรศการขนาดย่อมจาก 3 กลุ่มศิลปินและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ที่จะมาเนรมิตชั้น 3 จัดแสดงในรูปแบบเรียบง่าย ไม่จัดฉาก ไม่ตีกรอบ เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ใช้เวลากับงานศิลปะอย่างเป็นธรรมชาติ

5. COME aCROSS | Mini Market

ร้านค้าท้องถิ่น ดีไซน์น่าสนใจ และมีบุคลิกเฉพาะตัว ไม่เน้นจำนวน แต่เน้นความเข้ากันของผู้คนและแบรนด์ในพื้นที่เดียวกัน

6. Exclusive Workshop

กิจกรรมเวิร์กช็อปที่ออกแบบมาเพื่อให้แต่ละคนได้ใช้เวลาร่วมกับสิ่งที่สนใจ ผ่านการจับมือระหว่างแบรนด์ในโครงการและพันธมิตรที่มีวิธีคิดชัดเจน (เวิร์กช็อปทั้งหมดเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า และจัดในช่วงเวลาจำกัด)

7. ANALOG SKYFLOW

ดื่มด่ำบรรยากาศบนดาดฟ้าที่จะมีดีเจมาร่วมสร้างความเพลิดเพลิน พร้อมวิวสุดชิลให้ค่ำคืนนี้ที่เจริญนครพิเศษกว่าใคร

และพบกับร้านค้าชั้นนำที่เปิดให้บริการแล้ว อาทิ PACAMARA, KARUN, BUBB, VIOLA FLOWERS, CHUBBY BOY, JIAN CHA, FATBRO BAR, RAINFOREST CAFÉ, CONE CAFÉ, CALM SPA และ ANALOG SKYFLOW ซึ่งทุกแบรนด์ล้วนเล็งเห็นถึงคุณค่าของ “พื้นที่ที่มีตัวตน”


Aqua+ Series Skin Boosting Advanced Cream บำรุงลึกให้ผิวเฟียส เฉิดฉายทุกลุค

เพราะผิวที่ดี ไม่ใช่แค่ดูดีในวันนี้ แต่ต้องแข็งแรงและเปล่งประกายจากภายในอย่างยาวนาน Aqua+ Series Skin Boosting Advanced Cream ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผิว เติมเต็มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า เผยผิวแลดูกระจ่างใส พร้อมชะลอสัญญาณแห่งวัย ให้ผิวกลับมาสมดุล สดใส

สัมผัสเนื้อครีมเข้มข้นที่ซึมลึกแต่บางเบา ช่วยโอบอุ้มความชุ่มชื้นไว้ในผิวอย่างยาวนาน พร้อมฟื้นคืนเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้กลับมาแข็งแรงอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยพลังของ Encapsulate Retinol และสารบำรุงระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาเพื่อผิวโดยเฉพาะ

ไม่เพียงช่วยปลอบประโลม ลดการระคายเคืองและอักเสบ แต่ยังมอบผิวเนียนละเอียด แลดูกระจ่างใส คืนความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟู เสริมสร้างคอลลาเจนเพื่อผิวที่แน่นกระชับ เรียบเนียน ดูสุขภาพดีเหมือนผิวได้พักผ่อนเต็มอิ่มทุกคืน ทั้งยังอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์และพาราเบน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย

BEAUTY TIP:
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยครีมตัวนี้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงก่อนเข้านอน แล้วปล่อยให้ผิวทำหน้าที่บำรุงตัวเองอย่างเต็มที่ ตื่นเช้ามาพร้อมผิวอิ่มฟู เปล่งปลั่ง พร้อมรับวันใหม่อย่างมั่นใจ


(Guns N' Roses) #GNR

สะท้อนความคิด! ผ่านพลังคำพูด 3 สมาชิก (Guns N’ Roses) #GNR

นอกจากจะเป็นร็อกสตาร์ตัวพ่อที่เล่นสดได้มันและเร้าใจสุดๆ ตลอดทั้งโชว์แล้ว 3 สมาชิกวง “กันส์ แอนด์ โรสเซส” (Guns N’ Roses) #GNR อย่าง สแลช (Slash) มือกีตาร์, แอ็กเซิล โรส (Axl Rose) นักร้องนำ และ ดัฟฟ์ แมคเคแกน (Duff McKagan) มือเบส ซึ่งกำลังจะกลับมาแสดงคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งใน Guns N’ Roses 2025 World Tour – Bangkok #GNRBKK2025 จัดโดย เอเอ็มเอ มีเดีย (AMA Media) ร่วมกับ โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment หรือ 411ent) ของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 นี้ เวลา 20:00 น. ณ ธันเดอร์โดม สเตเดียม ยังเคยฝากคำพูดที่ทำให้แฟนๆ ได้สัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของเมมเบอร์แต่ละคนเป็นอย่างดี…ไม่แพ้ฝีมือดนตรีที่โชว์ให้ชาวร็อกได้ประจักษ์ตลอดมาอีกด้วย

“การเป็นร็อกสตาร์ก็คือการยืนอยู่บนทางแยกที่เป็นจุดตัดระหว่างสิ่งที่คุณเป็นอยู่และคนที่คุณฝันใฝ่อยากจะเป็น” โควตนี้ สแลช มือกีตาร์แห่งวง Guns N’ Roses กล่าวไว้ ซึ่งนิยามความเป็นร็อกสตาร์ได้ดีมากๆ และการเป็นสมาชิกวง Guns N’ Roses ก็ทำให้เขาต้องทุ่มเวลาแบบหมดหน้าตักไปกับการเล่นดนตรีและทัวร์คอนเสิร์ต “สิ่งที่แย่ที่สุดในการอยู่วงดนตรีวงนี้ก็คือ ผมไม่มีเวลาว่างไปทำอะไรเลย รวมถึงเวลาในการใช้เงินที่หามาได้ด้วย” ด้วยความทุ่มเทขนาดนี้นี่เองที่ทำให้ Guns N’ Roses ได้รับการยกย่องว่าเป็นวงร็อกที่แสดงสดได้ดีที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกมาอย่างยาวนาน

“November Rain เป็นเพลงที่เกี่ยวกับความไม่ต้องการจะเป็นผู้ไม่สมหวังในรัก” นี่คือคำพูดของ แอ็กเซิล โรส นักร้องนำ Guns N’ Roses ผู้จรดปากกาเขียนสุดยอดเพลงพาวเวอร์บัลลาดตลอดกาลเพลงนี้ “พวกเราทุกคนอยากให้ผู้คนตระหนักว่า เราได้เล่นในสิ่งที่เราอยากจะเล่นจริงๆ ไม่ใช่การเล่นดนตรีเพื่อเอาอกเอาใจผู้อื่นที่ไม่ได้เป็นตัวของเราเลย นั่นแหละสิ่งที่พวกเราทำมาโดยตลอด” นี่แสดงให้เห็นว่า Guns N’ Roses ชัดเจนในการเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่เริ่มต้นจริงๆ โดยพื้นที่ซึ่งแฟนเพลงจะสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของวงได้มากที่สุดก็คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากบนเวทีคอนเสิร์ตเท่านั้น

“ผมรู้มาตลอดว่าดนตรีเป็นสิ่งที่ผมรักที่สุด ถ้าจะถามว่าผมหาเลี้ยงชีพได้ด้วยการเล่นดนตรีหรือเปล่า? สำหรับผมมันเป็นคำถามที่ค่อนข้างตลกนะ เพราะดนตรีเป็นความหลงใหลของผม และถ้าผมจะยากจนเพราะการเล่นดนตรีแล้วล่ะก็ ก็ปล่อยให้ผมจนเถอะ” โควตนี้กล่าวโดย ดัฟฟ์ แมคเคแกน มือเบสแห่งวง Guns N’ Roses ที่สื่อได้ดีว่าเขารักดนตรีมากเพียงใด ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เราจะได้เห็นผู้ชายคนนี้เล่นเบสอย่างเต็มที่ทุกครั้ง ตลอดทั้งโชว์จริงๆ และการที่เขาบอกว่า “สแลชคือสุดยอดมือกีตาร์ที่หาผู้มีฝีมือมาทัดเทียมไม่ได้ของแท้ การได้ดูเขาเล่นกีตาร์ให้ดูแบบสดๆ เป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อเสมอ” ยิ่งตอกย้ำให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าฝีมือการเล่นกีตาร์ของ สแลช นั้นไร้เทียมทานแค่ไหน เพราะถ้าขนาดเพื่อนร่วมวงที่เล่นดนตรีด้วยกันมานานหลายสิบปียังชื่นชมและการันตีขนาดนี้ เราท่านคงต้องตามไปดูให้เห็นกับตาสักครั้งแล้ว

อีกโควตปิดท้ายที่อาจไม่หวือหวา “ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ดูวงโปรดของคุณแสดงคอนเสิร์ตแบบสดๆ อีกแล้วล่ะ” แต่ถ้ามันออกมาจากปากสุดยอดมือกีตาร์อันดับต้นๆ ของโลกอย่าง สแลช แล้ว นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าเขาเองก็เป็นนักดูคอนเสิร์ตตัวยงและการได้ดูศิลปินวงโปรดเล่นสดย่อมมีอิทธิพลต่อการเล่นดนตรีของเขาด้วย คำพูดซึ่งสะท้อนได้ดีถึงพลังของคอนเสิร์ตที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลเลยก็ได้!! หากศิลปินคนโปรดของคุณคือสุดยอดฝีมือดนตรี แถมยังมีจิตวิญญาณแห่งร็อกแอนด์โรลเต็มเปี่ยมเช่นนี้ จงพาตัวเองไปอยู่ร่วมในโมเมนต์สำคัญระดับครั้งหนึ่งในชีวิตกับพวกเขา Guns N’ Roses ในคอนเสิร์ต Guns N’ Roses 2025 World Tour – Bangkok จองบัตรได้แล้ววันนี้ทาง ThaiTicketMajor ทุกสาขา หรือระบบออนไลน์ https://www.thaiticketmajor.com/concert/guns-n-roses-2025.html ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://amamusic.sg/gnr2025 และทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดียของผู้จัดงาน @411ent

ปลดล็อกยกด้อม! 2-3 พ.ค.นี้ ราชมังฯ จะมี ก็อตเซเว่น “GOT7” แล้ว

จะมีสักกี่คน? ที่ฝันไกล แล้วไปถึง! เอาเป็นว่าตรงนี้มีแน่ๆ แล้ว 7 คน ผู้พิชิตเป้าหมายพิสูจน์รักทรหดที่พวกเขา “ก็อตเซเว่น” (GOT7) #GOT7 ทำสำเร็จแล้วในการชุบชีวิตคอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมสุดยิ่งใหญ่ โดยมีผู้จัดไทยอย่าง โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One  One Entertainment หรือ 411ent) ของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ทุ่มทุนสร้างครั้งประวัติศาสตร์จัดคอนเสิร์ต “2025 ก็อตเซเว่น คอนเสิร์ต <เนสต์เฟส> อิน แบงคอก” (2025 GOT7 CONCERT <NESTFEST> in BANGKOK) #GOT7_NESTFESTinBKK ผนึกกำลัง วันเดอร์ (WONDER) ประเทศเกาหลีใต้ นำพาหนุ่มๆ GOT7 กลับคืนสู่อ้อมอกของเหล่าไอก็อตเซเว่นชาวไทย (IGOT7 ชื่อแฟนคลับของวง GOT7 หรือที่นิยมเรียกกันว่าอากาเซ่) ซึ่งล่าสุดลงหลักปักวันแสดงเรียบร้อยแล้ว 2 รอบด้วยกันคือ วันศุกร์ที่ 2 และวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2568 นี้ เวลา 19:00 น. ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

เรียกว่าปลดล็อกยกด้อมทันที เพราะคอนเสิร์ต #GOT7_NESTFESTinBKK ครั้งนี้ทำเอาเหล่านกเซ่ชาวไทยแตกตื่นและตื้นตันใจกันทั้งประเทศกับข่าวดีที่รอคอยมายาวนานกว่า 5 ปี กำลังจะเป็นจริงแล้ว!! ซึ่งไม่เพียงแค่แฟนคลับที่ตื่นเต้นกับวาระแห่งชาตินี้ บรรดาสมาชิกGOT7 ทั้งลีดเดอร์ เจบี (JAY B), มาร์ค (MARK), แจ็คสัน (JACKSON), จินยอง (JINYOUNG), ยองแจ (YOUNGJAE), แบมแบม (BAMBAM) และ ยูคยอม (YUGYEOM) ก็ตื่นเต้นจนเก็บทรงไม่อยู่พอกัน ก่อนหน้านี้เมมเบอร์ชาวไทยอย่าง แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล เคยให้สัมภาษณ์อยู่เสมอว่า สมาชิก GOT7 ทุกคนรับรู้ว่าแฟนคลับไทยรอคอยคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่ยังเป็นปมในใจของทุกๆ คน ด้าน 7 หนุ่มเองก็พยายามเต็มที่เพื่อปลดล็อกสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นได้จริงไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า GOT7 ตอนนี้ 7 คน ทำงาน 7 ค่าย แถมสมาชิกบางส่วนยังอยู่กันคนละประเทศ กว่าจะเคลียร์คิวที่แน่นเอี๊ยดมารวมตัวกันได้ลงตัว

ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้นอกจากจะเป็นการทำให้คอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมของ GOT7 ที่เคยเกือบจะเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนกลายเป็นจริงแล้ว ยังเป็นโอกาสฉลองครบรอบ 11 ปีของวง GOT7 อีกด้วย และเป็นคอนเสิร์ตที่จะได้ฟังเพลงจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด “WINTER HEPTAGON” ที่หนุ่มๆ คัมแบ็กวงในรอบเกือบ 3 ปี โดยเฉพาะเพลงไตเติลอย่าง ‘PYTHON’ ที่แต่งโดยเมมเบอร์ชาวไทยคนเก่งอย่าง แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ก็กลายเป็นไวรัลมีไอดอลทั้งเกาหลีและไทยเต้นชาเลนจ์กันสุดคึกคัก เตรียมรอชมสเตจนี้ของทั้ง 7 หนุ่มด้วยตาเนื้อกันได้เลยว่าจะเครซี่ขนาดไหน ที่สำคัญวันจัดคอนเสิร์ตรอบแรก (2 พ.ค.) ยังตรงกับวันคล้ายวันเกิดของแบมแบมพอดีเป๊ะ แถมพฤษภาคมยังเป็นเดือนเกิดของด้อมด้วยอีกหนึ่งวาระ (วันครบรอบของอากาเซ่ 9 พ.ค.)

แม้คำว่า “อากาเซ่” ในภาษาเกาหลี จะแปลว่า นกน้อย แต่รู้เลยงานนี้ “นกไทยจะไม่ยอมนก” เป็นแน่!!!!!!! หนุ่มๆ GOT7 ทั้ง 7 เดินทางคว้าฝันไป booking รอล่วงหน้าที่สนามราชมังฯ กันแล้ว แฟนคลับคนไหนจะได้ตามไปสมหวังถึงฝั่งฝันบ้าง? *** รอกดบัตรวัดชะตากัน วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 นี้ ผู้จัด โฟร์วันวันฯ จะเปิดจำหน่ายบัตรทาง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ บัตรราคา 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 / 6,900 (นั่งและยืน) / 7,900 / 8,900 / 9,900 บาท *** ติดตามรายละเอียด #GOT7_NESTFESTinBKK เพิ่มเติมได้ทางออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดียของผู้จัดงาน @411ent ทุกแพลตฟอร์ม

จากละครสู่ภาพยนตร์ เปิด 3 คาแร็คเตอร์ “นุ่น วรนุช – ก้อย อรัชพร – แก๊ป ธนเวทย์” ใน สุสานคนเป็น

แพรว เสิร์ฟความร้อนแรง กับปก Digital Cover “น่น วรนุช , ก้อย อรัชพร และ แก๊ป ธนเวทย์” นักแสดงนำจากภาพยนตร์ สุสานคนเป็น

หากใครเป็นแฟนละครสยองขวัญ คงจำ “สุสานคนเป็น” ได้เป็นอย่างดี ซึ่งใน 2025 นี้ เรื่องราวความแค้นของคุณนายลั่นทมจะได้รับการเล่าใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ ผ่านฝีมือผู้กำกับ “วทัญญู อิงควิวัฒน์” ที่ได้ 3 นักแสดงมากความสามารถอย่าง นุ่น – วรนุช ภิรมย์ภักดี, ก้อย – อรัชพร โภคินภากร และแก๊ป – ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล มารับบทนำ ก่อนไปสัมผัสความน่ากลัวในโรงภาพยนตร์ แพรวขอพาทุกคนมารู้จักกับทั้ง 3 ตัวละครไปด้วยกัน

“ลั่นทม” รับบทโดย นุ่น – วรนุช ภิรมย์ภักดี

นับเป็น 18 ปีเต็มที่ “นุ่น วรนุช” ได้กลับมาแสดงภาพยนตร์ และยังเป็นบทบาทที่นุ่นเอ่ยปากเองว่า “ผีในเรื่องนี้ ไม่เหมือนกับที่เคยแสดงมา” ซึ่งเธอได้รับบทเป็น คุณนาย “ลั่นทม” หญิงสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา และฐานะ อีกทั้งยังบูชาความรักเหนือสิ่งอื่นใด แต่เธอกลับต้องเจอกับจุดจบที่กลายเป็นความแค้นในชีวิตหลังความตาย

“รสสุคนธ์” รับบทโดย ก้อย – อรัชพร โภคินภากร

เรียกว่าเป็นอีกบทบาทของ “ก้อย อรัชพร” ที่มาถ่ายทอดตัวละคร “รสสุคนธ์” พนักงานบัญชี ผู้ตามหาความสมบูรณ์แบบในชีวิต รวมถึงเรื่องความรัก เธอจึงปรารถนาที่จะได้แต่งงานกับผู้ชายฐานะดีเพื่อชีวิตสุขสบาย โดยไม่สนใจว่า ตัวเองอยู่ในฐานะมือที่สามก็ตาม ทั้งนี้ก้อยได้เผยความรู้สึกว่า “บทบาทรสสุคนธ์ค่อนข้างท้าทาย เพราะเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสแสดงเป็นตัวละครที่มีด้านมืดซ่อนอยู่มากขนาดนี้”

“ชีพ” รับบทโดย “แก๊ป – ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล”      

สำหรับ “แก๊ป – ธนเวทย์” รับบทบาทเป็น “ชีพ” สถาปนิกฐานะยากจนที่มีความทะเยอทะยาน ยอมทำทุกทางให้ชีวิตดีขึ้น แม้กระทั่งแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเพื่อเลื่อนสถานะทางสังคม เขาเผยว่า “ภาพยนตร์เรื่อง สุสานคนเป็น ไม่ได้นำเสนอเพียงความน่ากลัว แต่ยังสะท้อนเรื่องราวของความสัมพันธ์”

ความแค้นของ “สุสานคนเป็น” ในรูปแบบภาพยนตร์ จะหลอน สั่นประสาท และครบรสแค่ไหน รอติดตามชมได้ในวันที่ 24 เมษายนนี้ ณ โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ


ช่างภาพ : ภาดร ขจรฤทธิ์
Digital Editor : Minim
สไตลิสต์ : Voc Hunarak
เรื่อง : Mild Wipada
เสื้อผ้า : Paul Smith (แก๊ป ธนเวทย์) Exhibit (นุ่น วรนุช)

GOOD BOY

GOOD BOY  ซีรีส์ที่สะท้อนชีวิตอดีตนักกีฬาเจ้าของเหรียญรางวัล

เปิดตัวซีรีส์เกาหลี GOOD BOY ซึ่งนำแสดงโดย พัคโบกอม, คิมโซฮยอน, อีซังอี, ฮอซองแท, แทวอนซอก ซีรีส์ที่ผสมผสานเรื่องราวหลากแนวครบรส ทั้งคอเมดี้ แอ็กชั่น สืบสวนอาชญากรรม และความรัก บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าอดีตนักกีฬาเจ้าของเหรียญรางวัลซึ่งผันตัวมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต่อสู้ในโลกที่เต็มไปด้วยอาชญากร เกิดเป็นการรวมตัวเพื่อจัดตั้งทีมเฉพาะกิจซึ่งประกอบด้วย ยุนดงจู (พัคโบกอม), จีฮันนา (คิมโซฮยอน), คิมจงฮยอน (อีซังอี), โกมันซิก (ฮอซองแท) และ ชินแจฮง (แทวอนซอก) โดยมีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มอำนาจที่อยู่เบื้องหลังองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้ กู๊ดบอย เตรียมเสิร์ฟเสียงหัวเราะและแอ็กชั่นสุดมันส์ให้ผู้ชมทั่วโลกบน Prime Video ในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2568

หลังความสำเร็จที่เพิ่งจบไปสดๆ ร้อนๆ ในซีรีส์ When Life Gives You Tangerines พัคโบกอม จะกลับมาอีกครั้งในบทบาทใหม่ที่แตกต่าง แต่ชวนให้หลงรักเช่นเคย ในบท “ยุนดงจู” ชื่อของเขาถูกตั้งตามกวีผู้สูงส่ง แต่ดงจูกลับใช้ชีวิตตรงข้ามกับชื่อด้วยการมีเรื่องชกต่อยที่โรงเรียนเป็นประจำ ประสบการณ์จากการต่อสู้ทำให้ดงจูได้เรียนรู้การต่อยมวยอย่างจริงจัง ก่อนจะประสบความสำเร็จในฐานะนักมวยอาชีพและคว้าเหรียญทองมาได้ในท้ายที่สุด โชคไม่ดีที่ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของเขาต้องพังทลายลงเมื่อเขาถูกไล่ออกจากทีมอย่างไม่เป็นธรรม ดงจูเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งเมื่อได้รับโอกาสให้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านการคัดเลือกแบบพิเศษ เส้นทางการเป็นตำรวจของเขาไม่ได้ราบรื่นเหมือนสมัยเป็นนักมวยอาชีพ แต่ถึงอย่างนั้น การทำงานก็ทำให้ดงจูก็ได้พบกับจีฮันนาและตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง

GOOD BOY

นักแสดงสาวขวัญใจผู้ชมคิมโซฮยอน รับบท “จีฮันนา” อดีตนักกีฬายิงปืนซึ่งผันตัวมาเป็นตำรวจ เธอเป็นอัจฉริยะนักแม่นปืนมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ครองตำแหน่งแชมป์โลกด้วยทักษะอันแม่นยำและได้รับการยกย่องจากแฟนจำนวนมาก แต่ยิ่งมีฐานแฟนคลับมากขึ้น ก็ยิ่งมีกลุ่มคนที่ไม่ประสงค์ดีกับเธอมากขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อคำวิจารณ์หลั่งไหลเข้ามาและความเข้าใจผิดสะสมขึ้นเรื่อยๆ ฮันนาจึงค่อยๆ ปิดตัวเองจากโลกภายนอก อุปสรรคที่เจอทำให้เธอไม่สามารถจดจ่อในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในอาชีพได้ สภาวะที่เกิดจากความเครียดทำให้เธอจำเป็นต้องเกษียณตัวเองจากอาชีพนักกีฬายิงปืนที่เคยรุ่งโรจน์ เธอสมัครเข้าโครงการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความฝันที่อยากจะเป็นตำรวจตามรอยพ่อ ฮันนาดีใจที่ผ่านการคัดเลือกเข้าทีมเฉพาะกิจ แม้ว่าจะต้องทำงานกับเพื่อนร่วมทีมอย่างดงจู ซึ่งคลั่งไคล้เธออย่างมาก และจงฮยอน แฟนเก่าของเธอ

อีซังอี นักแสดงนำจากซีรีส์ Spice Up Our Love และ No Gain No Love รับบท “คิมจงฮยอน” อดีตนักกีฬาฟันดาบเจ้าของเหรียญเงิน เขาทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักเพื่อจะรีบเรียนให้จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ด้วยความตั้งใจว่าจะได้กลับมาเจอกับฮันนา แฟนเก่าของเขาอีกครั้ง ขณะที่ ฮอซองแท ซึ่งเป็นที่รู้จักจากบทบาทในซีรีส์ Squid Game และ Decoy จะสวมบทเป็นหัวหน้าทีม “โกมันซิก” ซึ่งนำทักษะล้ำค่าจากการฝึกซ้อมสมัยเป็นนักกีฬามวยปล้ำเหรียญทองแดงมาใช้ประโยชน์ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ แทวอนซอก รับบทเป็น “ชินแจฮง” อดีตนักกีฬาขว้างจักรร่างใหญ่ใจดี เขาลังเลที่จะเข้าร่วมทีมเฉพาะกิจในตอนแรก แต่ปรากฏว่าความสามารถพิเศษของเขากลับกลายมาเป็นจุดแข็งที่มีค่าอย่างยิ่งของทีม

สำหรับซีรีส์GOOD BOY กำกับโดย ชิมนายอน ซึ่งเป็นที่รู้จักจากซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Beyond Evil และ The Good Bad Mother เขียนบทโดย อีแดอิล ผู้สร้างสรรค์บทของ Life on Mars และ Bring It On, Ghost

5 เรื่องน่ารู้ “พระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญง” รันเวย์ Louis Vuitton Cruise 2026

Louis Vuitton ประกาศสถานที่สำหรับแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น Cruise 2026 เป็นที่เรียบร้อย โดยหมุดหมายครั้งนี้อยู่ที่ Palais des Papes หรือพระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญง ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหลุยส์ วิตตองถือเป็นไฮแฟชั่นแบรนด์แรกที่ได้จัดโชว์ขึ้น ณ สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ และก่อนโชว์จะเริ่มขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม แพรวขอพาทุกคนไปเปิดประตูวังเพื่อพบกับ 5 เรื่องน่ารู้ไปพร้อมกัน

ปราสาทบนโขดหิน

Palais Des Papes หรือพระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญง ตั้งอยู่บนโขดหินที่เรียกว่า Rocher des Doms ซึ่งในยุคที่พระราชวังถูกสร้างขึ้น สถานแห่งนี้ถือเป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุด ณ ใจกลางเมืองอาวีญง ประเทศฝรั่งเศส

UNESCO

หนึ่งความพิเศษที่ตอกย้ำความพิเศษสำหรับสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ พระราชวังพระวันตะปาปาแห่งอาวีญงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1995 นอกจากนี้ในเมืองอาวีญง ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลก ไม่ว่าจะเป็น สะพานแซ็งต์-เบเนเซต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปงดาวีญง กำแพงปราการ พระราชวังเปอตีต์ มหาวิหารอาวีญง

พระราชวังโกธิกใหญ่ที่สุดในโลก

พระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญงเป็นพระราชวังสไตล์โกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร เทียบเท่ากับมหาวิหารแบบโกธิก 4 มหาวิหาร

เบื้องหลังสวนในสมัยสันตะปาปา

ก่อนเป็นสวนที่เราเดินเยี่ยมชมในทุกวันนี้ ในสมัยพระสันตปาปาจอห์นที่ 22 นอกจากสวนจะเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้และสนามหญ้าแล้ว ยังเป็นที่อยู่อาศียของสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความมั่งคั่งและอำนาจของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็น หมี สิงโต อูฐ หมูป่า กวาง แมวป่า และกระต่าย ซึ่งหลังจากนั้นผู้สืบทอดตำแหน่งก็ยังนำนกหลายชนิด  เช่น นกกระเรียน นกกระจอกเทศ และนกยูง มาเลี้ยงเพิ่ม แต่ในปัจจุบันเหลือแค่เพียงสวนเท่านั้น

Histopad

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล เทคโนโลยีจึงสำคัญ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ได้มีบริการให้ยืมแท็บเล็ตสำหรับการเพิ่มประการณ์การเยี่ยมชม โดยสิ่งนี้จะช่วยให้ผู้เยี่ยมชมสามารถมองเห็นทั้ง 9 ห้องหลักได้เสมือนราวกับอยู่ในศตวรรษที่ 14 นอกจากนี้ยังมีคำบรรยายเสียงที่เสริมด้วยภาพประกอบดนตรีจะนำเสนอสถานที่และหน้าที่ของสถานที่นั้นๆ รวมถึงคำอธิบายข้อความเพื่ออธิบายเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ และองค์ประกอบตกแต่งที่สร้างขึ้นใหม่อีกด้วย


ข้อมูล: palais-des-papes.com และ provence-alpes-cotedazur.com
รูปภาพ: palais-des-papes.com และ Instagram @palais_des_papes

Berry Makeup เทรนด์แต่งหน้าสายฟรุ๊ตตี้สุดเซ็กซี่ที่ครองซัมเมอร์นี้

Berry Makeup เทรนด์แต่งหน้าสายฟรุ๊ตตี้สุดเซ็กซี่ที่ครองซัมเมอร์นี้

เข้าสู่ซัมเมอร์ทีไร วงการบิวตี้ก็ต้องมีลุคหวานๆ สดใส สไตล์ผลไม้โผล่มาท้าทายแสงแดดทุกปี ปีที่แล้วก็ Peach Makeup กับพีชโทนอบอุ่นเข้าครองทุกพาเลตต์ทั่วเมือง ส่วนปีก่อนหน้านั้นก็ Strawberry Makeup ลุคแก้มชมพูอมแดงฉ่ำๆ ก็ดังเปรี้ยงจนสาวๆ แห่แต่งกันทั่วโซเชียล และสำหรับฤดูกาลนี้ ถึงเวลาของ Berry Makeup ที่พร้อมพาสีโทนเบอร์รี่เข้มข้นแต่แฝงความเย้ายวนมาสร้างเสน่ห์แบบฉ่ำลึกให้ลุคหน้าร้อนนี้ดูเก๋ขึ้นอีกระดับ

Berry Makeup ชื่อก็บอกชัด ลุคนี้เน้นใช้โทนสีเบอร์รี่หลากเฉด ตั้งแต่พลัมเข้มไปจนถึงแบล็กเบอร์รี่ และราสป์เบอร์รี่ชมพูสด เกลี่ยบางๆ ลงบนแก้ม ริมฝีปาก และเล็บ จนได้ลุคหวานปนเซ็กซี่ดูสวยแบบไม่ต้องเยอะ แต่ตราตรึงสายตา

แม้เบอร์รี่จะเป็นเฉดสีที่คนส่วนใหญ่มักเชื่อมโยงกับลุคในฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว แต่ซัมเมอร์นี้ บรรดาแบรนด์เมคอัพชั้นนำของวงการบิวตี้ต่างพากันหยิบโทนนี้มาปรับลุคใหม่ให้ดูสดใสและเบาสบายขึ้น ด้วยเนื้อสัมผัสแบบ sheer, glossy, juicy ที่แตะเบาๆ ก็ให้ลุคฉ่ำแบบ “เพิ่งกินเบอร์รี่สด” จึงไม่แปลกเลยที่ไอคอนสายบิวตี้อย่าง Hailey Bieber จะขออินเทรนด์ก่อนใคร ด้วยการเปิดตัวบลัชเนื้อเจลและลิปทินต์เฉดเบอร์รี่สุดเย้ายวน รวมถึงแบรนด์ดังหลายแบรนด์ที่ทยอยกันออกบิวตี้ไอเท็มเฉดเบอร์รี่เช่นกัน

Berry Makeup ไม่จำเป็นต้องจัดเต็มหรือแต่งจนเข้มเสมอไป แค่เลือกผลิตภัณฑ์ที่เนื้อบางเบา ช่วยขับสีผิวให้ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วค่อยเติมความวาวนิด ๆ ให้ริมฝีปากและพวงแก้ม ก็จะได้ลุคที่ทั้งหวานละมุนและดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม

ทริคง่ายๆ ในการแต่งลุคนี้ เน้นงานผิวที่ฉ่ำวาวดูโกลว์สุขภาพดี ใช้ลิปเนื้อบาล์มหรือทินต์สีเบอร์รี่ที่ให้ความแวววาว ปัดแก้มแบบเบลนด์ฟุ้งด้วยโทนพลัมหรือราสป์เบอร์รี่ รวมถึงแมทช์เล็บสีเบอร์รี่เข้มๆ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ลึกลับ ง่ายๆ กรุบกริบ หากใครร้อนนี้กำลังมองหาลุคใหม่ที่แต่งง่าย สวยฉ่ำ ดูน่าค้นหาแบบไม่ต้องจัดเต็ม Berry Makeup คือคำตอบที่ให้ทั้งความหวานและความเซ็กซี่ในลุคเดียว

Photo: haileybieber, rawannx3


 

‘ติดเทรนด์โลกใบที่สองกับเขาด้วยนะ ชาวอาทิตย์’ ดวงรายสัปดาห์ 21-27 เมษายน 2568

‘ไม่ใช่แค่ชาวอาทิตย์ที่ติดเทรนด์ อยากรู้ว่าใคร ต้องเช็กแล้ว’

ดวงรายสัปดาห์ 21-27 เมษายน 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :   ก็ยังคงเครียดไม่เลิกรานะคะชาวอาทิตย์ สำหรับสัปดาห์นี้จะเป็นในลักษณะที่อึดอัดกับการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาพการณ์ที่จะมาถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจกับครอบครัว คนรู้จัก หรือคนรัก เป็นไปได้ว่าคุณยังติดอยู่กับอีโก้ของตัวเอง จนไม่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง จนงานหรือธุรกิจจะสะดุดหยุดลงกลางคันไปต่อก็ไปไม่ถึง เปลี่ยนใจหันหลังกลับก็ไม่ได้แล้ว  

การเงิน  :  เข้ามือขวาออกมือซ้ายเลยทีเดียว รวมถึงรายจ่ายก็ยังมีอยู่จนเงินไม่พอใช้ แต่ก็ไม่ถึงกับเดือดร้อน ยังพอมีเงินค่าขนมจากผลงานหรือเงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัวอยู่

ความรัก  :  หากกำลังพอใจใครอยู่ก็ควรต้องชั่งใจเยอะๆ เพราะคุณมีคู่ครองแล้ว แต่หากเลือกที่จะปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นไปตามความต้องการของตัวเองแล้วล่ะ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดปัญหาโลกใบที่สอง คนโสด  สัปดาห์นี้หัวใจของชาวอาทิตย์สะออนมากค่ะ สามารถที่จะตกหลุมรักคนง่ายมาก เห็นปุ๊บรักปั๊บ แล้วก็อินเทรนด์มาก เพราะคุณมีความเสี่ยงกับการเป็นโลกใบที่สองมากเลย

สุขภาพ  :   สัปดาห์นี้ต้องระวังช่วงขา เส้นเอ็น กล้ามเนื้อที่จะสร้างปัญหาให้ พวกโรคเก๊า อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเอ็นตึง จนเสี่ยงที่จะเดินกะเผลกได้เลย นอกจากนั้นเลือดลมก็จะหมุนเวียนไม่ดี เกิดอาการหน้ามืด มึนศีรษะ จนถึงวูบบ่อยๆ ต้องรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเลือดเยอะๆ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ปลายเดือนของชาวจันทร์นี้ มีโอกาสจะได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับงานหรือธุรกิจในทางสายบุญ สายธรรมะ หรืองาน CSR เพื่อสังคม เป็นไปได้ว่าจะเป็นงานที่ตรงกับความถนัดของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา จนถึงหมอดู หรือแม้จะไม่ถนัด แต่สัปดาห์นี้สัมผัสที่ 6 ในตัวแรงมาก ซึ่งจะส่งผลให้ความคิดและจินตนาการของคุณกว้างไกลมากจนร่วมงานกับคนอื่นได้ยาก ทางที่ดีจึงควรรับงานเองหรือทำธุรกิจของตัวเองจะเหมาะกว่า เพราะคุณก็ไม่ชอบทำงานที่ซ้ำซากจำเจด้วย

การเงิน  :  ใช้เงินเก่งพอๆ กับหาเงินเก่งเลยนะคะ ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะหมดไปกับการทำบุญ ทำทาน การบริจาคให้กับสังคม ซึ่งมีทั้งจากความสมัครใจและไม่ตั้งใจ ก็คือถูกหลอกอะนะ เพราะฉะนั้นก่อนจะให้ใครก็ควรมีสติหน่อย อย่าใจดีมาก

ความรัก  :   จริงๆ จะบอกว่าเป็นสัปดาห์แห่งความโรแมนติกของคุณก็ว่าได้ อยากจะหวานแหววกับคู่ครองตลอดๆ แต่ในความเป็นจริงคุณไม่สามารถทำได้ เพราะติดที่ผู้ใหญ่อยู่ด้วย จึงอาจเป็นไปในทางหาเรื่องออกนอกบ้านกันบ่อยขึ้น  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักแล้วก็หลงมากด้วย แต่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ตามใจนัก เพราะผู้ใหญ่คอยตามตลอด ดังนั้น บางทีคุณก็จะนำเรื่องงานมาอ้างบ้าง

สุขภาพ  :   มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยไม่สบายหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการภูมิแพ้กำเริบ ซึ่งน่าจะมาจากฝุ่นละอองทั้งหลาย รวมถึงอากาศที่มีความเสี่ยงทำให้ป่วยไข้ได้

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    สัปดาห์ปลายเดือนของชาวอังคารมีโอกาสที่จะอยู่กับงานอาสา งานบริการ ที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวสูง เช่น ทหาร ตำรวจ งานราชการ ฯลฯ ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่คุณสามารถเข้าไปแทนได้ทุกตำแหน่ง แล้วนับว่าเจ้านายหรือผู้บริหารระดับสูงของคุณก็ได้เล็งเห็นถึงความสามารถพิเศษของคุณนี้ พร้อมทั้งมอบหมายงานสำคัญและเสี่ยงที่จะผิดพลาดสูงมาก ก็ทำใจไว้หน่อยว่าจะเป็นงานที่คุณไม่ถนัด ไม่ชอบ แต่ด้วยความรับผิดชอบคุณก็ต้องทำ ก็อย่าวางใจคนใกล้ชิดมาก เพราะเขาจะเปลี่ยนท่าทีจากที่เคยเชื่อใจกันกลายเป็นไม่จริงใจ ส่งผลให้งานผิดพลาดได้

การเงิน  :   เก็บเงินไม่อยู่ ขึ้นๆ ลงๆ เข้าๆ ออกๆ กว่าจะรอดถึงปลายเดือนก็เฉียดฉิวทุกที ก็นับเป็นข่าวดีว่าสัปดาห์นี้คุณจะมีรายได้เข้ามามากขึ้นและง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ควรให้ใครยืมเงิน กู้เงิน หรือค้ำประกันใครในทุกๆ กรณี

ความรัก  :   สำหรับสัปดาห์นี้ว่าด้วยความสัมพันธ์ที่ไปๆ มาๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดๆ ซึ่งคุณเองก็อาจอึดอัดกับความสัมพันธ์นี้ จนอยากจะเข้าตามตรอกออกตามประตูให้ถูกต้อง แต่ก็เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายพอใจกับความสัมพันธ์แบบนี้  คนโสด เพราะความซื่อสัตย์จึงทำให้คุณไม่สามารถตัดใจได้ขาด ครั้นจะไปต่อกับรักใหม่ก็ยาก แต่จะกลับไปอยู่กับคนเก่าก็ไม่ไหว

สุขภาพ  :  ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนะคะ เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ หากในกรณีรุนแรงมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายมาก  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   ต้องบอกว่าชาวพุธเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความระแวง ไม่เป็นสุข  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่หรือเปิดธุรกิจใหม่ เพราะเป็นไปได้ว่าท่ามกลางข่าวที่น่ายินดีนั้นก็ยังมีพวกที่คอยอิจฉาริษยา ไม่หวังดี คอยจ้องแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่ หรือหากในเชิงธุรกิจก็จะพบกับคู่แข่งที่ไม่ได้เล่นตามเกม ใช้วิธีสกปรกฟาดใส่ แล้วหากตอบโต้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม คุณนั่นล่ะ ที่จะเป็นทุกข์กับการกระทำของตัวเอง จนถึงขั้นโทษโชคชะตาเลยทีเดียว ทางที่ดีควรใช้สติ ความเข้มแข็ง และใจเย็น ค่อยๆ แก้ไขปัญหา อย่าใช้กำลังหรือมีทิฐิมานะ เพราะอาจเกิดความผิดพลาดเสียหายยากเกินกว่าจะแก้ไข

การเงิน  :  เหนื่อยกว่าคุณจะหาเงินมาได้แต่ละบาท จึงประหยัด มัธยัสถ์มากขึ้น ถึงอย่างไรสัปดาห์นี้ยังไม่เหมาะกับการเจรจาผลประโยชน์ มีความเสี่ยงที่จะถูกหลอก ถูกโกง จนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก  :  มีโอกาสที่เสน่ห์จะนำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตคู่ของคุณนะคะ เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรโอภาปราศรัยกับใครมาก ขอแค่เนื้อๆ แล้วตัดจบ ไม่เช่นนั้น มีโอกาสที่อีกฝ่ายจะคิดว่าคุณพอใจเขา ถึงตอนนั้นแล้วจบไม่สวยแน่   คนโสด  สัปดาห์นี้ก็ยังปิดจ้อบไม่ได้อีกล่ะค่ะ ซึ่งคราวนี้มีแววเครียดหนักขึ้นอีก เพราะต้องเคลียร์กับคนข้างๆ ของเขาด้วย

สุขภาพ   :   มาจากความเครียดล้วนๆ เลยค่ะ จนส่งผลกระทบไปหมด ทั้งระบบประสาท ความดัน ไมเกรน และระบบย่อยอาหาร จนท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก โรคกระเพาะ ลำไส้ อาหารเป็นพิษ มีวิธีเดียวคือ ปล่อยวางแล้วพักผ่อนเยอะๆ

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   ก็ยังคงรุ่งพุ่งแรงอยู่นะคะ สำหรับชาวพฤหัสบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้ผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านการติดต่อประสานงาน นักบริหาร นักต่อรอง จะได้เข้าไปรับผิดชอบในโครงการทางด้านการเกษตร การออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอท้อป ซึ่งคุณต้องใช้เทคนิค สติปัญญาและความสามารถอย่างสูงในการเจรจา และหากคุณไม่ยึดติดกับความคิดเห็นของตัวเองมากก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง ดังนั้น จึงควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงานด้วย

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะร่ำรวยจากที่ดินที่นา สวนมะม่วง สวนทุเรียน ฯลฯ  ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณจะหมดเงินไปกับการเดินทาง ท่องเที่ยว และการเข้าสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงเคราะห์ผู้ที่เดือดร้อนจนกลายเป็นรายจ่ายหลักไปแล้ว

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ และความเข้าใจกันดีของชีวิตคู่ ที่อาศัยเวลาในการบ่มเพาะกันจนต่างฝ่ายต่างยอมรับในความรับผิดชอบของตัวเอง  คนโสด  มีความเป็นไปได้ที่ความใกล้ชิดจะเปลี่ยนจากคนใกล้ตัวกลายเป็นคนรัก แล้วเป็นคนรักที่ดีด้วยสิ

สุขภาพ   :  จริงๆ คุณรักษาสุขภาพตัวเองอย่างดี เพราะไม่ชอบไปหาหมอ แต่หากใครที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมที่ยืนและเดินนานๆ สัปดาห์นี้ให้ระวังอาการปวดเมื่อยตั้งแต่สะโพกจนถึงขา อาจเป็นโรคข้อหรือเอ็นเสื่อมได้  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับชาวศุกร์จะเป็นสัปดาห์ปลายเดือนที่คุณจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของตัวเองอย่างเต็มที่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อาคารสำนักงาน ฯลฯ คุณจะมีโอกาสที่ได้ติดต่อประสานงาน ไม่ว่าจะโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน หรืองานทางด้านภาษา อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ที่ความมั่นใจของคุณที่ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นจะทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้งานหรือธุรกิจผิดพลาดเสียหายอย่างไม่น่าเกิดขึ้น  

การเงิน  :   คุณสามารถหาเงินได้มากจากความสามารถของตัวเอง และมีการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสัปดาห์นี้มองเห็นว่ามีเรื่องซื้อบ้าน ผ่อนบ้าน แต่งบ้าน ไว้สำหรับเป็นเรือนหอ อยู่เป็นหนึ่งในลิสต์ด้วยนะเนี่ย

ความรัก :   คาดว่าสัปดาห์นี้คุณจะมองถึงอนาคตของครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นขึ้น เช่นว่า ซื้อบ้าน ผ่อนบ้าน หรือวางแผนว่าจะมีทายาท อะไรทำนองนั้น  คนโสด  กำลังมีความรักนะคะเนี่ย หรือไม่ก็กำลังเป็นที่รักของใครหลายๆ คน ซึ่งคุณก็ไม่ใช่เสือปืนไว ชอบกับการที่ต้องศึกษากันนานๆ

สุขภาพ  :   จริงๆ คุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บป่วยกับใครง่ายๆ นะคะ แต่ก็อย่าประมาท เพราะหากล้มหมอนนอนเสื่อทีก็หมายถึงเคสใหญ่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัปดาห์นี้ต้องระวังอุบัติเหตุด้วย ขับขี่รถอย่าประมาท

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  ก็ยังคงเหนื่อยอยู่นะคะสำหรับชาวเสาร์ แต่สำหรับสัปดาห์นี้เป็นความเหนื่อยระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งจะเหนื่อยใจกับลูกน้อง เหนื่อยสมองกับการบริหารงานที่ไม่เป็นไปอย่างที่วางแผนไว้ เพราะฉะนั้นสัปดาห์นี้คุณจึงมีโอกาสที่จะได้ใช้สติปัญญาความสามารถเฉพาะตัวค่อนข้างสูง โดยเกี่ยวข้องกับงานต่างประเทศด้วย  เพื่อขับเคลื่อนให้งานหรือธุรกิจผ่านไปได้ด้วยดี  

การเงิน  :  ขยันทำงาน หางานเก่ง ทั้งงานประจำและงานเสริม ซึ่งสัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าคุณมีการวางแผนการเงินได้ดีขึ้น ประหยัดมากขึ้น

ความรัก  :  ก็ยังคงพลีชีพให้กับการทำงานอยู่ สำหรับสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศด้วยแต่อย่างไรก็ตามช่วงที่คุณไม่อยู่ ก็เตรียมพร้อมงานบ้าน/คนที่บ้านไว้อย่างเป็นระเบียบเป๊ะ  คนโสด  มีโอกาสได้พบกับคนถูกใจในระหว่างการทำงาน คาดว่าน่าจะเป็นต่างชาติ แต่จะพัฒนาต่อได้ไหม ต้องดูว่าเขายอมรับในความต่างทางเชื้อชาติและขนบธรรมเนียมประเพณีได้มากแค่ไหน

สุขภาพ   :    มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาในเรื่องของระบบปัสสาวะ อันเป็นผลมาจากการทำงานหนักและความเครียด ทางที่ดีไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนเป็นนิสัย เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อได้  

Hyper Knife

4 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด Hyper Knife ซีรีส์สำรวจด้านมืดของวงการแพทย์

4 เหตุผลที่ควรดู Hyper Knife ซีรีส์ที่สำรวจด้านมืดของวงการแพทย์ไปกับ ‘อาจารย์หมอผู้เก่งกาจ-ลูกศิษย์อัจฉริยะ”

เดินทางมาจนถึงบทสรุปกับ Hyper Knife(하이퍼 나이프)  ซีรีส์ออริจินัลจาก Disney+ Hotstar ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง “พัคอึนบิน” และ “ซอลคยองกู” มาประกบคู่เป็นอาจารย์หมอผู้เก่งกาจกับลูกศิษย์อัจฉริยะ อีกทั้งธีมการแพทย์ระทึกขวัญ และพล็อตเรื่องที่สดใหม่ถูกใจแฟน ๆ ทำให้ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมอย่างล้นหลาม

ในโลกของซีรีส์การแพทย์ที่เต็มไปด้วยความหวัง ความเสียสละ และอุดมการณ์เพื่อรักษาชีวิตคนไข้ Hyper Knife(하이퍼 나이프) คือมีดเล่มหนึ่งที่บาดลึกลงไปในหัวใจของนิยามเหล่านั้น เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้น พาทุกคนดำดิ่งสู่ความดำมืดของวงการแพทย์ เต็มอิ่มกับเส้นเรื่องดราม่า ฉากผ่าตัดที่สมจริง

Hyper Knife

หากใครยังไม่ได้ดู และนี่คือ 4 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดซีรีส์เรื่องนี้โดยเด็ดขาด

สำรวจ “อีกด้าน” ของวงการแพทย์ที่ไม่เคยถูกพูดถึง

ผลงานซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างจากซีรีส์การแพทย์ที่คุณเคยรู้จัก เพราะแทนที่จะเล่าเรื่องของชีวิตหมอและปัญหาความท้าทายที่ต้องเผชิญในแต่ละวันแต่ละสถานการณ์ ซีรีส์เรื่องนี้ บอกเล่าเรื่องของแพทย์ผู้มีความหลงใหลวิชาชีพและความสมบูรณ์แบบของฝีมือตัวเอง ตลอดจนพาคุณไปสำรวจแนวคิดที่ว่า ‘มีด เครื่องมือเพื่อช่วยชีวิต หรืออาวุธเพื่อฆ่า’ คิมจองฮยอน ผู้กำกับซีรีส์เผยว่าทันทีที่เขาเห็นบทเขารู้ได้ทันทีเลยว่า “นี่คือตัวละครและโครงสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการซีรีส์เกาหลี” และเขาตัดสินใจได้ในทันทีว่าต้องกำกับซีรีส์เรื่องนี้ให้ได้ สิ่งนี้การันตีถึงความสดใหม่ของ Hyper Knife เรื่องแรกของซีรีส์การแพทย์ระทึกขวัญจากเกาหลีที่คุณไม่ควรพลาด

การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ “พัคอึนบิน” และ “ซอลคยองกู” ในฐานะแพทย์

ถือเป็นครั้งแรกสำหรับสองนักแสดงมากฝีมือ “พัคอึนบิน” และ “ซอลคยองกู” ในบทบาทศัลยแพทย์ระบบประสาทสำหรับซีรีส์ซึ่งทั้งสอง ต่างงัดเอาความสามารถด้านการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมด้วยเคมีสุดเดือดที่ถูกนำเสนอออกมาในมิติใหม่ระหว่างครูและศิษย์ที่ไม่ลงรอยกัน โดยนักแสดงทั้งสอง ตั้งใจตีความและรังสรรค์ผลงานการแสดงของซีรีส์เรื่องนี้ออกมาอย่างโดดเด่น แตกต่าง และน่าประทับใจ

นักแสดงนำหญิงอย่างพัคอึนบิน เผยว่า “ฉันคิดอยู่เสมอว่าหากฉันยังคงรับงานแสดงต่อไปเรื่อย ๆ ซักวันหนึ่งน่าจะต้องได้เล่นบทหมอแน่ และถ้าหากได้รับบทหมอจริง ๆ ฉันก็อยากรับบทเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาท แล้วพอรู้ว่าจะได้เล่นบทนี้จริง ๆ ในซีรีส์ก็เลยตื่นเต้นมากค่ะ ตัวละครจองเซอ๊กมีความลึกซึ้งกว่าแพทย์ทั่วไปตามที่เห็นในละครมาก ทำให้ฉันรู้สึกท้าทายและอยากทำความเข้าใจตัวตนของเธอให้ลึกยิ่งขึ้นว่าเซอ๊กมีความคิดอย่างไร หรือถ้าเซอ๊กเจอเรื่องราวแบบนี้เธอจะทำอย่างไร”

ด้านซอลคยองกู เล่าว่า “ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้แสดงในซีรีส์ธีมการแพทย์ โดยตลอด 30 ปีในที่ผ่านมาในสายอาชีพการแสดง ผมไม่เคยรับบทหมอมาก่อนเลย พูดติดตลกนะ ผมว่าผมใส่เสื้อกาวน์แล้วรู้สึกเหมือนช่างตัดผมมากกว่า ผมว่าครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของผมในบทบาทหมอก็ได้ มันแตกต่างออกไปจากเรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยแสดงมา แต่แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าจดจำ หวังว่าผู้ชมจะสนุกไปกับบทบาทของผมพร้อม ๆ กับเส้นเรื่องที่ค่อยเผยปริศนา”

ความสัมพันธ์ของอาจารย์กับลูกศิษย์ที่เปรียบเสมือน “สองด้านของเหรียญเดียวกัน”

ผู้กำกับคิมจองฮยอนเผยถึงความพิเศษของตัวละครเซอ๊กกับด็อกฮี ว่าไม่ใช่แค่ศิษย์กับอาจารย์ แต่พวกเขาคือแรงผลักและแรงดึงซึ่งกันและกัน เป็นเหมือนเหรียญสองด้านที่มีพลังทำลายสูง  โดยในช่วงแรก ผู้ชมอาจรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทั้งสองนั้นผิดปกติ แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อย ๆ จะพบว่าความบิดเบี้ยวนี้มีเหตุผลและเบื้องลึกเบื้องหลักจากอดีตของทั้งสองตัวละคร

ความสัมพันธ์แบบอาจารย์-ลูกศิษย์ที่ถ่ายทอดในซีรีส์เรื่องนี้ไม่เหมือนกับสิ่งที่เคยเห็นในทีวีมาก่อนเลย ด้วยความแหวกแนวในหลาย ๆ ด้านของเรื่องนี้โดยเฉพาะในแง่ของการวางคาแรกเตอร์ของลูกศิษย์ เซอ๊กแสดงพฤติกรรมที่เคียดแค้นหลายอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นไม่เหมือนใคร และอาจทำให้ผู้ชมที่คุ้นเคยกับความสัมพันธ์แบบอาจารย์-ลูกศิษย์แบบดั้งเดิมรู้สึกตกใจได้ ถ้าผู้ชมลองสำรวจเบื้องลึกเบื้องหลังของทั้งคู่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป จะค่อย ๆ เข้าใจและซึมซับความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดานี้ได้เอง

เพื่อถ่ายทอดความแตกต่างผ่านมุมมองภาพ ผู้กำกับและทีมสร้างใช้เทคนิคทางองค์ประกอบศิลป์ถ่ายทอด “ความแตกต่างที่ชัดเจน” ระหว่างสองตัวละคร เฉดสีแดง สำหรับตัวละครจองเซอ๊ก สะท้อนถึงพลังอารมณ์ที่ปะทุและการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา และ เฉดสีน้ำเงิน สำหรับชเวด็อกฮี สะท้อนความเยือกเย็น สุขุม และการเก็บซ่อนความคิดทุกอย่างไว้ภายในตัวเอง ทั้งสองสีตัดกันแต่ก็สร้างไดนามิกที่น่าสนใจ โดยเซอ๊กและด็อกฮีเป็นเหมือน “สองด้านของเหรียญเดียวกัน” ซึ่งในช่วงท้ายของเรื่อง ผู้กำกับและทีมสร้างพยายามสื่อถึงจุดร่วมของพวกเขาผ่านเทคนิคต่าง ๆ เช่น การใช้มุมกล้องที่คล้ายกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาอาจไม่แตกต่างกันอย่างที่คิด

ความสมจริงของการแพทย์ใน Hyper Knife(하이퍼 나이프)ไม่ได้มาโดยบังเอิญ

ทุกฉากผ่าตัดในซีรีส์มีการร่วมงานกับแพทย์จากโรงพยาบาลจริง ๆ ที่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการออกแบบฉากห้องผ่าตัด ท่าทางของนักแสดง และใช้เครื่องมือผ่าตัดของจริงในกองถ่าย ไม่ว่าจะเป็นกล้องจุลทรรศน์ หรือคีมสองขั้ว (bipolar forceps) ที่มีมูลค่ากว่าหนึ่งแสนบาท โดยทีมผู้สร้างเผยว่าคุณหมอบางท่าน ถึงขั้นลางานเพื่อให้คำปรึกษากับทีมงานในกองถ่ายตั้งแต่เช้าถึงเย็นในหลายวัน เพื่อดูแลทุกรายละเอียด แม้แต่การขยับมือของนักแสดงในขณะผ่าตัด อีกทั้งทีมงาน ยังสร้างโมเดลสมองและใบหน้าที่เหมือนจริงขั้นสุด โดยใช้เทคนิค CG ช่วยเสริมภาพของเนื้อเยื่อ สมอง และอวัยวะต่าง ๆ เพื่อให้ฉากผ่าตัดสมองออกมาสมจริงที่สุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์เกาหลี

“แข็งแกร่งและอ่อนโยน” คู่ขนานที่บรรจบกันใน Spring/Summer 2025 จาก SIRIVANNAVARI

สำรวจรันเวย์ SIRIVANNAVARI Spring/Summer 2025 คอลเล็คชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะหลากแขนงระหว่างยุคฟื้นฟูวิทยาการของอิตาลี

ปิดฉากอย่างสวยงามสำหรับคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 จาก SIRIVANNAVARI โดนครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะหลายแขนงระหว่างยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของอิตาลี (Italian Renaissance) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นงานสร้างสรรค์ยกย่องสรีระอันอ่อนช้อยของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็น ประติมากรรมหินอ่อนขนาดเท่าคนจริงของมิเกลันเจโล ไปจนถึงการใช้เฉดสีอ่อนโยนในจิตรกรรม ‘กำเนิดวีนัสง ของซานโดร บ็อตติเช็ลลิ ไปจนถึงงานฝังโมเสกปูลายระยิบระยับ ซึ่งงานศิลปะที่กล่าวถึงทั้งหมดล้วนอาศัยเส้นโค้งเว้า ตัดกับเหลี่ยมมุมกราฟิก เน้นลูกเล่นโปร่งแสง ในเฉดสีขาว เป็นภาพสะท้อนแห่งความคู่ขนานระหว่างความแข็งแกร่งกับความอ่อนโยน

แรงบันดาลใจจากองค์ประกอบของงานประติมากรรมหินอ่อน ทั้งรูปทรง วัสดุธรรมชาติที่ใช้ในการปั้นหรือแกะสลัก โดดเด่นเป็นหนึ่งด้วยลายเส้นภายในเนื้อวัตถุหรือเม็ดทรายที่แสนบอบบาง เสมือนเปลี่ยนรูปทรงไปตามกระแสลม กระนั้นกลับมีความทนทานอย่างเหลือเชื่อ นำมาซึ่งงานออกแบบเครื่องแต่งกายแต่ละชุดในคอลเล็คชั่นนี้ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ได้ใช้หลากเทคนิคงานฝีมือสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นงานจับเดรป, งานพันผ้าพับทบ, งานอัดพลีทจับจีบ ไปจนถึงงานถักโครเชต์ มัดปม เพื่อให้บรรดาสิ่งทอเนื้อโปร่ง บางเบาอย่างเจอร์ซีย์และชีฟอง จุดประกายจินตนาการถึงพลิ้วระลอกคลื่นน้ำตามแรงลม

และหักมุมด้วยการตัดเย็บร่วมกับวัสดุซึ่งมีเนื้อสัมผัสตรงข้าม เช่น หนังฟอกเนื้อนุ่ม ,กระจก, ผ้าลูกไม้, ผ้าฝ้ายเดนิม อีกทั้งยังมีการใช้กรรมวิธีเคลือบเรซินพิเศษกับสิ่งทอ  จำลองลีลาพริ้วไหวของแพรพรรณบนประติมากรรมหินอ่อน เช่นเดียวกับงานฝีมือถักโครเชต์ มอบความหลากหลายในลวดลายน่าตื่นตา

จากการสังเกตคอลเล็คชั่น Spring 2025  โดดเด่นในโทนสีขาวเป็นหลัก ตามด้วยสีโทนกลางอย่างสีทราย และสีเบจต่างเฉด รองรับความสลับซับซ้อนของลายพิมพ์ประจำฤดูกาล ในโทนชมพูผสมม่วงอ่อนให้บรรยากาศเบิกบานผ่อนคลายของฤดูร้อน อันมีต้นแบบมาจากภาพวาดลายเส้นฝีพระหัตถ์ขององค์นักออกแบบ ผสานภาพตัดต่อภาพ และลายสเก็ตช์  ซึ่งสื่อถึงอิทธิพลเชิงศิลป์จากรายละเอียดสำคัญส่วนต่างๆ ของผลงานประติมากรรมชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์นั่นเอง


หลักพันถึงแสน! เปิดดีเทล 4 กระเป๋าแมตช์ลุค Coachella 2025 ของ ลิซ่า ลลิษา

สำหรับเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่อย่าง Coachella 2025 หนึ่งศิลปินที่สร้างปรากฏการณ์เช่นเคย หนีไม่พ้น “ลิซ่า ลลิษา” จริงๆ เพราะนอกจากการแสดงจัดเต็ม คอสตูมแต่ละลุคของเธอยังเป็นที่พูดถึง โดยเฉพาะชุดสัตว์เลื้อยคลานที่ได้ดีไซเนอร์คนเก่งอย่าง  Asher Levine (แอชเชอร์ เลวีน) มาเป็นผู้ออกแบบให้ และอย่างเป็นที่รู้กันว่าโคเชลล่าเป็นเทศกาลที่คนดังหลายคนจะแต่งตัวมาประชัน ชนิดไม่มีใครยอมใคร ฉะนั้นลุคลิซ่าในโหมดพักจากการแสดงก็ยังเป็นที่น่าจับตา ซึ่งล่าสุดเธอได้โพสต์รูปภาพลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว ทำให้เราเห็นแฟชั่นไอเท็มชัดๆ ว่าโททัลลุคของเธอในแต่ละวันเป็นอย่างไร บอกเลยว่าแค่กระเป๋าก็มีถึง 4 ใบ และที่สำคัญมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงแสนเลยทีเดียว เราจะมาเปิดดีเทลแต่ละใบไปพร้อมกัน

Sculptor – Faux Suede String Hobo Bag (Brick Red)

สำหรับใบแรกเริ่มต้นด้วยราคาเบาๆ เพียงหลักพันกับ Faux Suede String Hobo Bag จาก Sculptor กระเป๋าทรงโฮโบขนาดใหญ่ที่พร้อมจุสัมภาระทุกอย่างได้เท่าที่ต้องการ มาในดีไซน์โบฮีเมียนที่เพิ่มความน่าดึงดูดด้วยระบายข้างๆ ตกแต่งด้วยอะไหล่สีเงินเพื่อความชิค กระเป๋าใบนี้ราคาอยู่ที่ 7,462 บาท แอบกระซิบว่า ในเว็บไซต์ออฟฟิเชียลขึ้น Sold Out เป็นที่เรียบร้อย ใครที่อยากได้คงต้องเฝ้าหน้าจอไว้ให้ดีเผื่อไอเท็มจะรีสต็อคค่ะ

Rabanne – Nano 1969 embroidered raffia Bag

กระเป๋าสานก็มาเช่นกันกับ Nano 1969 embroidered raffia Bag จาก Rabanne ที่หากใครรู้จักแบรนด์นี้อยู่แล้วคงคุ้นกับโลหะที่ประดับอยู่บนกระเป๋า เพราะแผ่นเล็กๆ นี้สะท้อนซิกเนเจอร์ของแบรนด์ได้อย่างดีทีเดียว แต่ความพิเศษของใบที่ลิซ่าถืออยู่มีใช้เชือกราเฟียสีดำมาสานให้เป็นรูปทรงกระเป๋าสะพายไหล่ และเพิ่มความน่าสนใจด้วยโลหะชิ้นดังกล่าว ถือเป็นไอเท็มที่ใช้ได้ทั้งในวันชิลๆ และโอกาสสำคัญ ราคาอย่ที่ประมาณ 26,000 บาท

Fendi – Nano Peekaboo (Green)

ใบที่สามอยู่กับ Nano Peekaboo จาก Fendi ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในบุหนัง มีสองช่องที่คั่นด้วยฉากกั้น ซึ่งสามารถถอดออกได้ นอกจากนี้ยังมีตัวล็อคบิดแบบคลาสสิกให้ความรู้สึกหรูหรา และไร้กาลเวลา โดยกระเป๋าใบนี้ยังสามารถถือด้วยมือหรือ Crossbody ก็ได้เช่นกัน เพราะมาพร้อมสายโลหะอีกเส้น เห็นดีเทลระบายข้างๆ แบบนี้แล้ว นึกถึงใบแรกจาก Sculptor เหมือนกันนะคะ อาจเป็นเพราะกระเป๋าสไตล์นี้เหมาะกับเทศกาลดนตรีสุดฮิปแห่งนี้ก็ว่าได้ ส่วนราคาใบนี้อยู่ที่ 62,000 บาท

Louis Vuitton – LV x TM Speedy Bandoulière 25

ใบสุดท้ายเป็นกระเป๋าถือรุ่น Speedy Bandoulière 25 จากคอลเล็คชั่น Louis Vuitton x Murakami ที่ปรับลุค Monogram แคนวาสสุดไอคอนิกของเมซงด้วยลาย Cherry Blossom แสนสดใสซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินชื่อดัง รวมถึงยังมาพร้อมชาร์มห้อยกระเป๋า Cherry Blossom ที่ถอดออกได้ และหูจับคู่ Toron สุดหรูและสายสะพายแบบถอดออกได้ โดดเด่นสะดุดตาในหนังคาวไฮด์ธรรมชาติ ราคาอยู่ที่ 102,000 บาท ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อลิซ่าเป็นหนึ่งในสาวกที่คลั่งรักอาร์ตทอย นอกจากเจ้า Crybaby ที่แขวนอยู่แล้ว ยังมีพวงกุญแจ LV x TM Cherry Blossom Bag Charm เพิ่มความคิวต์อีกด้วย ซึ่งราคาความน่ารักนี้อยู่ที่ 28,000 บาท ค่ะ


รูปภาพ: Louis Vuitton, Fendi, Sculptor, Rabanne และ Instagram @lalalalisa_m

องซองอู

เปิดประวัติแฟนหนุ่มแห่งชาติจากเกาหลีใต้ องซองอู (Ong Seong Wu)

เปิดประวัติ องซองอู  (Ong Seong Wu) นักร้อง นักแสดง มากความสามารถ เจ้าของฉายา Boyfriend Material แฟนหนุ่มแห่งชาติจากเกาหลีใต้

ถ้าหากพูดถึงชื่อนักแสดงหรือศิลปินแถวหน้าของวงการของเอเชีย เชื่อว่าจะต้องมีชื่อของ “องซองอู” หรือ “พี่อง” ของแฟน ๆ ชาวไทยติดอยู่ในโผอย่างแน่นอน “องซองอู” ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากทั้งในและนอกประเทศ ด้วยความสามารถโดดเด่นในผลงานทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลงหรือการแสดง  เช่นนั้นวันนี้เราจะไปรู้พร้อมกันเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นเส้นทางการเติบโตในวงการบันเทิงไปจนถึงที่มาของงฉายา Boyfriend Material แฟนหนุ่มแห่งชาติจากเกาหลีใต้

1.  จุดเริ่มต้นเส้นทางการเติบโตในวงการบันเทิง

เส้นทางในวงการบันเทิงขององซองอูเริ่มต้นด้วยการเข้าแข่งขันใน Produce 101 รายการเซอร์ไวเวอร์ชื่อดังจากประเทศเกาหลี ซึ่งในรายการนี้ เขาได้พิสูจน์ความสามารถ งัดทุกศักยภาพ จนคว้าอันดับที่ 5 มาได้ และได้เดบิวต์เป็นหนึ่งในสมาชิกของวง Wanna One หลังจากเปิดตัว วง Wanna One ก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย และได้ชื่อว่าเป็นบอยแบนด์ที่ดีที่สุดวงหนึ่งของเกาหลี

องซองอู

2.  เพชรเม็ดงามของวงการการแสดง

องซองอูถือเป็นศิลปินที่ครบเครื่องที่สุด เพราะนอกจากการร้องเพลงแล้ว ฝีมือการแสดงของเขาก็โดดเด่นเช่นกัน เริ่มด้วยผลงานแจ้งเกิดอย่างเรื่อง At Eighteen ซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นในช่วงอายุ 18 ปี และยังมีผลงานคุณภาพให้แฟน ๆ ได้รับชมอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น More Than Friends, Life Is Beautiful และสำหรับผลงานเรื่องล่าสุด ซึ่งองซองอูรับบทเป็นตำรวจหนุ่ม “คังฮีชิก” ในซีรีส์เรื่อง Strong Girl Nam Soon นั้น ก็ได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ให้เป็นหนึ่งในบทบาทที่ดีที่สุดของเขา

3.  การันตีความสามารถด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ

ด้วยความสามารถด้านการแสดงที่ยอดเยี่ยม เขาได้รับสองรางวัลใหญ่จากงานประกาศรางวัล Korea Drama Awards ประจำปี 2019 อันได้แก่รางวัล Best New Actor Award และรางวัล Hallyu Star Award จากผลงานแจ้งเกิดอย่าง At Eighteen และซีรีส์เรื่องเดียวกันยังทำให้เขาคว้ารางวัล Most Promising Actor จากงานประกาศรางวัล StarHub Night of Stars ประจำปี 2019 และรางวัล Rookie Actor Award จากงานประกาศรางวัล Asia Artist Awards ประจำปี 2019 มาได้อีกด้วย นอกจากนี้ องซองอูยังได้รับรางวัล New Wave Award จากงานประกาศรางวัล Grand Bell Awards ประจำปี 2022 จากผลงานภาพยนตร์ Life Is Beautiful ถือเป็นการการันตีความสามารถและพรสวรรค์ด้านการแสดงของเขาอย่างชัดเจน

4.  Boyfriend Material สมฉายาแฟนหนุ่มแห่งชาติ

นอกจากความสามารถทางด้านการร้องเพลงและการแสดงของเขาที่เป็นที่ประจักษ์แล้ว ดาราหนุ่มยังเล่นเครื่องดนตรีเป็นอีกด้วย โดยเขามีสกิลการตีกลองที่นับว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้น เขายังชื่นชอบการถ่ายภาพด้วย เรียกว่าคุณสมบัติครบถ้วน สมกับฉายาแฟนหนุ่มแห่งชาติของแฟนคลับ จริง ๆ

Ong Seong Wu  นับเป็นดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ความสามารถ ทั้งยังความทุ่มเทในทุกบทบาท ตั้งแต่เริ่มต้นจากการเป็นที่รู้จักในรายการ Produce 101 จนมาเป็นศิลปินเดี่ยวและนักแสดงมากฝีมืออย่างทุกวันนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีแฟนคลับมากมายทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ รวมถึงในประเทศไทยด้วย

Liu Xue Yi

พระเอกหนุ่มสุดฮอตจากแดนมังกร หลิวเสวียอี้ Liu Xue Yi

หากพูดถึงนักแสดงจีนที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ ชื่อของ “หลิวเสวียอี้” Liu Xue Yi คงติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ด้วยฝีมือการแสดงที่โดดเด่น คาแรกเตอร์ที่หลากหลาย ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนซีรีส์ทั่วเอเชียอย่างรวดเร็ว ล่าสุดหลิวเสวียอี้ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับซีรีส์จีนแนวพีเรียด – แฟนตาซีกระแสแรงอย่าง “ขณะหนึ่งชั่วนิจนิรันดร์” (A Moment But Forever) ซึ่งได้มาประกบคู่กับนางเอกตัวแม่อย่าง “ถังเยียน” ด้วยพล็อตเรื่องสุดเข้มข้น งานภาพ แสง สี เสียง และโปรดักชันสุดตระการตา พร้อมด้วยทัพทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังคุณภาพ ส่งผลให้ซีรีส์ได้ทะยานขึ้นสู่ซีรีส์ที่มาแรงอันดับ 1 อย่างรวดเร็ว วันนี้เราขอพาทุกคนมาตามเก็บลิสต์ผลงานสุดฮอตของหลิวเสวียอี้บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) ที่แฟน ๆ ห้ามพลาด ใครที่ยังไม่เคยดู หรืออยากย้อนดูอีกครั้ง เตรียมกดเพิ่มเข้าลิสต์ได้เลย

ขณะหนึ่งชั่วนิจนิรันดร์ (A Moment But Forever)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวเมื่อในโลกเกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเหล่าเทพและเหล่ามาร ท่ามกลางความวุ่นวาย ทำให้ของวิเศษบางอย่างจากสวรรค์สูญหายไปอย่างลึกลับ เทพธิดาอู๋ซวง (รับบทโดย ถังเยียน) ได้รับภารกิจในการตามหาของวิเศษที่หายไป โดยเชื่อว่าของที่หายไปอยู่กับ หยวนจ้ง (รับบทโดย หลิวเสวียอี้) มหาปุโรหิตเผ่าจิ้งจอก เรื่องราวที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งสองกลับตกหลุมรักกัน เรื่องราวความรักของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้น

นำแสดงโดย : หลิวเสวียอี้ และ ถังเยียน

สยบรักจอมเสเพล (Destined)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ หลิ่วอวี้หรู (รับบทโดย ซ่งอี้) หญิงสาวผู้อาภัพในโชคชะตา และกู้จิ่วซือ (รับบทโดย ไป๋จิ้งถิง) หนุ่มเสเพลชื่อดังในเมืองหยางโจว เมื่อหลิ่วอวี้หรูที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากแม่เลี้ยงใจร้าย เธอถูกครอบครัวหมายหมั้นแต่งงานกับกู้จิ่วซือ หนุ่มเสเพลที่ไม่เป็นการทำอะไร ใช้ชีวิตแบบวันต่อวันไร้จุดหมายปลายทาง ถึงแม้ว่าในตอนแรกทั้งสองเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก เจอปัญหาต่างๆ รายล้อม ไม่ว่าจะเป็นจากในครอบครัวและในสังคม แต่ท้ายที่สุดทั้งสองก็ได้จับมือเขียนเส้นเรื่องราวใหม่ของชีวิตให้กันและกัน

นำแสดงโดย : ซ่งอี้, ไป๋จิ้งถิง, หลิวเสวียอี้, จางฮ่าวเหวย ฯลฯ

Liu Xue Yi

รัตติกาลรัก (Love At Night)

เรื่องย่อ : บอกเล่าเรื่องราวของ สวีชิงโหย่ว (รับบทโดย จางอวี่ซี) หญิงสาวแกร่งที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่กลับต้องผิดหวังในความรักเมื่อพบว่าแฟนหนุ่มที่คบกันมานานนอกใจ ขณะหัวใจอ่อนล้า เธอได้พบกับโม่หลิงเจ๋อ (รับบทโดย หลิวเสวียอี้) ชายหนุ่มมาดนิ่ง ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ดูเหมือนไม่แยแสโลก แต่กลับค่อย ๆ ละลายกำแพงหัวใจของเธอ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความไม่ตั้งใจ กลับกลายเป็นความรู้สึกจริงที่ทั้งสองไม่อาจปฏิเสธได้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามรับชม

นำแสดงโดย : หลิวเสวียอี้ และ จางอวี่ซี

Jimmy Choo x Malbon 2.0

Jimmy Choo x Malbon 2.0 เมื่อสนามกอล์ฟกลายเป็นรันเวย์

Jimmy Choo และ Malbon ประกาศการร่วมมือกันเป็นครั้งที่สอง นำเสนอคอลเล็คชั่นแห่งการปฏิรูปไอเทมกอล์ฟเข้าสู่ดีไซน์ใหม่ ผสานสไตล์รันเวย์เข้าสู่สนาม เชิดชูมรดกล้ำค่าของ Malbon ด้วยชุดกอล์ฟดีไซน์ร่วมสมัย ยกระดับไอเทมกอล์ฟด้วยความสง่างามในแบบ Jimmy Choo

Jimmy Choo x Malbon 2.0 เมื่อสนามกอล์ฟกลายเป็นรันเวย์

Jimmy Choo / Malbon 2.0 แคปซูลคอลเล็คชั่น ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ในผลงานจากคอลเลกชันแรก แต่เพิ่มความสะดุดตาด้วยเฉดสีและรายละเอียดใหม่ๆ ผนวกกับการออกแบบ JC Monogram Jacquard สีใหม่อย่าง “Malbon Green” และ “Malbon Pink” นอกจากนี้ยังมีมาสคอตเวอร์ชันพิเศษของ Malbon อย่าง ‘Buckets’ ที่เพิ่มความเก๋ด้วยการใส่หมวก ประดับเข้ากับหมวกไวเซอร์แต่งลายโลโก้ JC เพิ่มความสดใหม่ให้กับคอลเลกชัน พร้อมมอบสไตล์หรูหราแต่แฝงไปด้วยฟังก์ชันสำหรับการลงสนามกอล์ฟ

รองเท้าในคอลเล็คชั่นนี้ประกอบด้วย รองเท้ารุ่น JC/Malbon Diamond Trainers ที่สามารถใส่ได้ทั้งชายและหญิง โดยมาพร้อมแผ่นแปะรองเท้าที่ถอดออกได้ และเชือกรองเท้า 2 คู่ พร้อมการกลับมาอีกครั้งของรองเท้ารุ่น JC/Malbon Unisex Slide ด้วยสีใหม่ Latte/Malbon Green และลายโมโนแกรมรุ่นล่าสุด อีกทั้งยังมีรองเท้ารุ่น Diamond Maxi ที่นำพื้นรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์มาปรับโฉมใหม่ ด้วยการแต่งปุ่มรองเท้าทรงเพชร สร้างการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม เพื่อมอบประสิทธิภาพในการเล่นกอล์ฟ แต่ยังคงมีสไตล์

นอกจากรองเท้าแล้ว คอลเล็คชั่นนี้ยังมาพร้อมกับแอคเซสซอรีที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยดีไซน์ร่วมสมัยและโทนสีที่หรูหรา ถุงกอล์ฟประสิทธิภาพสูงถูกนำกลับมาอีกครั้งในเฉด Malbon Pink และ Malbon Green พร้อมดีเทลปักโลโก้คู่กันอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ เพิ่มด้วยไอเทมอย่าง JC/Malbon Duffle Bag, Tote Bag และชุด Club Cover ที่สามารถใส่เข้าชุดกันได้อย่างลงตัว

ความสนุกสนานยังถ่ายทอดเข้ามาอย่างไม่รู้จบในคอลเล็คชั่น ด้วยไอเท็มอย่าง พวงกุญแจลูกกอล์ฟ ที่สามารถช่วยเติมความมีชีวิตชีวาให้กับการแต่งตัวได้ดี โดยมาในสีคลาสสิก Malbon Pink และ Malbon Green ตัดด้วยดีเทลสีเงินสุดหรู ช่วยปรับลุคให้โดดเด่นไม่ซ้ำใคร อีกทั้งยังเสริมด้วยด้วยการเปิดตัวผ้าขนหนูสองสีเข้าชุดกัน และปิดท้ายด้วยสินค้าไลน์หมวกหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่หมวกไวเซอร์แบบผูกด้านหลัง ไปจนถึงหมวกบักเก็ตทรงเก็ต

คอลเล็คชั่นนี้ที่สองของ Jimmy Choo / Malbon นี้จะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Jimmy Choo Emporium boutique เท่านั้น โดยจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2025 เป็นต้นไป