พอลลี่ & เบนซ์ @เบเนดิกต์ สตูดิโอ

คุณพอลลี่ พรพรรณ สิทธินววิธ และคุณเบนซ์ รัฐพงษ์ รัตนหิรัญญา รู้จักกันมาก่อนหน้านี้หลายปี แต่เมื่อได้เจอกันอีกครั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากความรู้สึกของเพื่อนที่แค่เจอกันบ้างคุยกันบ้าง กลับกลายมาเป็นความรู้สึกของคนที่เป็นมากกว่าเพื่อน ทั้งสองคนจึงกลายเป็นคู่รักป้ายแดงที่ทำเอาขาเม้าถึงกับฉงนว่าไปอินเลิฟกันตอนไหน อย่างไรก็ตามคุณเบนซ์ได้ยืนยันความรู้สึกของตัวเองด้วยการขอว่าที่เจ้าสาวแต่งงานในแกลอรี่ที่เคยพบกันเมื่อ 3 ปีก่อน นี่ถ้าไม่รักกันจริงคงจำวันแรกและสถานที่แรกที่พบกันไม่ได้ ฉะนั้นแล้วขาเม้าทั้งหลายมาร่วมยินดีกับความรักของทั้งคู่จะดีกว่า

งานแต่งงานขนาดย่อมๆ อบอุ่นแต่เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการจากองค์ประกอบต่างๆ ที่ทั้งคู่พิถีพิถันช่วยกันคิด โดยมี Chic Planner ช่วยสานต่อและเนรมิตภายในเบเนดิกต์ สตูดิโอ ให้กลายเป็นสรวงสวรรค์สีขาวที่ประดับประดาด้วยคริสตัลระยิบระยับและดอกทิวลิปสีขาวทั่วทั้งงาน และเพิ่มความหรูหราด้วยการเลือกจัดเลี้ยงแบบซิตดาวน์ดินเนอร์ เพื่อให้แขกทุกคนได้นั่งทานอาหารร่วมกันแบบสบายๆ ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักของทั้งคู่

Wedding Directory

ชุดเจ้าสาว :  Calista โทร. 0-2662-2415

ชุดเจ้าบ่าว : Praise K-Village

แต่งหน้า : ทัศนพงษ์ สวัสดิพงษ์ โทร. 08-1910-9020

ทำผม  : ยศภูมิ ดำรงค์เดชากูลโทร. 08-6671-0909

ภาพ : Tonnamlamtan โทร. 08-9895-2885

เวดดิ้งแพลนเนอร์ : Chicplanner Worldwide Service โทร.  08-6322-9508

กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ศิลปินญี่ปุ่นบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ Echo เทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9

ตอกย้ำความแน่นแฟ้นในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่นที่ครบรอบ 130 ปี ซึ่งในครั้งนี้ศิลปินญี่ปุ่นชื่อดังได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo มาบรรเลงเพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของในหลวงรัชกาลที่ 9

ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ใดของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ล้วนแต่ทำให้คนไทยรู้สึกคิดถึงพระองค์อยู่เสมอ รวมถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo ที่ถูกบรรเลงขึ้นโดย 3 ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น คือ Shoko Otani Akihisa Kominato และ Shin Ichikawa เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์ที่ได้ปรากฏไปทั่วนานาประเทศ และเนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่นจะเสด็จฯทรงวางพวงมาลาพระบรมศพในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560 นี้ด้วย

สำหรับบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งทำนองเพลงและคำร้องภาษาอังกฤษเพลง Echo (แว่ว) ขึ้นในปี พ.ศ. 2509  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระราชนิพนธ์ทำนองเพลงและคำร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดยครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงเล่าถึงเบื้องหลังของเพลงนี้แก่สมาคมดนตรี เนื่องในโอกาสที่มีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (แว่ว) โดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ ในงานสังคีตมงคล ณ บริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นครั้งปฐมฤกษ์ดังมีใจความว่า

“(เพลงแรกคือแสงเทียน)… จากนั้น ฉันก็แต่งขึ้นอีกเรื่อยๆ จนบัดนี้รวมทั้งหมด 40 เพลง ในระยะเวลา 20 ปี คิดเฉลี่ยปีละ 2 เพลง ที่ทำได้ก็เพราะได้รับความสนับสนุนจากนักดนตรี นักแต่งเพลง และนักร้อง รวมทั้งประชาชนผู้ฟัง ต่างได้แสดงความพอใจ และความนิยมพอสมควร ยังเป็นกำลังใจแก่ฉันเรื่อยมา ขอถือโอกาสขอบใจมาในที่นี้ด้วย”

วันนี้แพรวดอทคอมจึงขอนำคลิปที่ทั้ง 3 ศิลปินชาวญี่ปุ่นได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo มาบรรเลงให้ทุกคนได้ชมกัน เชื่อว่าพอจบคลิปนี้แล้วต้องมีน้ำตาคลอเพราะความคิดถึงพระองค์กันไม่น้อยทีเดียว

ประวัติศิลปินญี่ปุ่นทั้ง 3 ที่บรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo

Shoko Otani 大谷 祥子 เป็นนักดนตรีเครื่องสายจากจังหวัด Okayama ที่สืบทอดการเล่นดนตรีเครื่องสายจากคุณยายซึ่งเป็นคุณครูและต้นแบบ เธอเปิดการแสดงทั่วญี่ปุ่นมาแล้วกว่า 20 ปี

Akihisa Kominato 小湊 昭尚 เป็นนักดนตรีจากจังหวัด Fukushima เป็นลูกชายคนโตที่สืบทอดเพลงพื้นบ้านจากครอบครัว และได้รับรางวัลแกรนด์ในปี 1995 เขาเปิดการแสดงสดทั่วญี่ปุ่นมาแล้วกว่า 10 ปี

Shin Ichikawa 市川 นักดนตรีเครื่องสายอีกคนจากจังหวัด Akita-shi เขาเป็นสมาชิกในครอบครัวรุ่นที่สี่ของเครื่องดนตรีหน่วย ZAN เป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังมี่ชื่อเสียง เขายังเป็นอาจารย์สอนเครื่องดนตรีที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้เครื่องดนตรีที่นำมาร่วมบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ Echo (แว่ว) ได้แก่ “Koto” เป็นพิณญี่ปุ่น 13 สาย มีรูปร่างคล้ายกับมังกร เป็นเครื่องดนตรีราชสำนักของญี่ปุ่นในสมัยนารา ทำจากต้นไม้เพาโลเนีย ซึ่งต้องเก็บรักษาอย่างดีก่อนนำมาทำเป็นตัวเครื่องอย่างประณีต ส่วนสายทำจากผ้าไหมซึ่งจะมีราคาแพง ไม่ทนทานนัก แต่สามารถสร้างตัวโน้ตที่สมบูรณ์แบบได้อย่างดี และขลุ่ยญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม “Shakuhachi” ทำจากไม้ไผ่

หน้ากากปลาหมึก

หน้ากากปลาหมึก เอมมี่-มรกต ได้ใจคนดู กลบคำพูด “อาจทำให้ทุกคนไม่ได้พอใจในตัวมี่เหมือนคนอื่นๆ”

เล่นเอาคณะกรรมการ รวมถึงคนดูที่อยู่ในห้องส่งและชมรายการ The Mask Singer ผ่านไลฟ์ทางช่อง Work Point ถึงกับอึ้งอ้าปากหวอกันไปเลย เมื่อตัวตนอันแท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ หน้ากากปลาหมึก แท้จริงแล้วนั่นคือ เอมมี่-มรกต กิตติสาระ !!!

ทุกคืนวันพฤหัสบดี เวลาสองทุ่มตรง กลายเป็นฤกษ์ที่หลายคนปักธงจดจ่อรอชมความสนุกและเสียงเพลงผ่านรายการดัง The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ของช่อง Work Point ไปซะแล้ว เพราะนอกจากสีสันของเหล่าคณะกรรมการที่ต่อล้อต่อเถียงกับบรรดาหน้ากากนักร้อง รวมถึงมีพิธีกรหนุ่ม กันต์ กันตถาวร ผู้มีไหวพริบอันชาญฉลาดคอยเชื่อมมุกคนนั้นต่อคนนี้ให้รายการดำเนินไปอย่างไม่สะดุด อีกสีสันสำคัญที่ถือเป็นกิมมิกของรายการเลยก็คือ เหล่าหน้ากากนักร้องที่มาสวมหน้ากากปกปิดความจริง แถมยังไม่จำกัดคนเฉพาะวงการใดๆ เนี่ยแหละ ที่ทำให้ต่อมอยากรู้ของทุกคนคอยตามลุ้น ตามสืบเสาะหาความจริงว่า ตกลงแล้วเขาหรือเธอเป็นใครกันแน่ !!

ล่าสุดก็ได้สร้างความเซอร์ไพร้ส์ใส่หน้าผู้ชมเข้าอย่างแรง เมื่อผลของทีม D ทีมสุดท้ายที่มี หน้ากากจิงโจ้ ปะทะ หน้ากากปลาหมึก ปรากฏออกมาว่า หน้ากากปลาหมึกไม่ได้ไปต่อ และต้องถอดหน้ากากเผยความจริงในที่สุด ซึ่งเมื่อถอดหน้ากากออกมากลายเป็นสาว เอมมี่-มรกต อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และเชื่อว่าหลายคนไม่เคยรู้เลยว่าสาวเอมมี่จะเสียงดี จนกรรมการ หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ถึงกับออกปากชมว่าร้องราวกับนักร้องมืออาชีพ!

สิ่งสำคัญที่ทำให้หลายคนถึงกับน้ำตาซึมไปพร้อมกับเธอเลยก็คือ ความรู้สึกของเธอที่ว่า “..มี่เคยประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ก็ได้เห็นน้องๆในเวทีเดียวกันประสบความสำเร็จในเวทีประกวดมาก ตอนที่เอมี่ประกวดก็อาจจะด้วยวุฒิภาวะและอายุอาจจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ก็เลยไม่ได้เอาอะไรติดไม้ติดมือมาให้คนไทยและก็ทำให้ทุกคนไม่ได้พอใจในตัวมี่เหมือนคนอื่นๆ มี่ก็เลยรู้สึกว่าเวทีนี้เป็นเวทีต่อไปที่มี่จะประกวดบ้างก็ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ก็ทำดีที่สุดแล้วค่ะ”

ซึ่งเธอก็ได้มาเผยความในใจและขอบคุณคนสำคัญผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวอีกด้วยว่า มี่ขอขอบคุณรายการ @themasksingerth ที่ให้โอกาสให้มี่ได้เติมเต็มความฝันและได้ขึ้นเวทีในฐานะนักร้อง เป็นความสุขที่มี่จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตค่ะ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ พี่ตา @phanya_ni พี่ๆและทีมงานที่ @workpoint สำหรับความเอ็นดูเมตตาและความรักที่มอบให้ มี่สัมผัสได้หมดค่ะ รวมถึง ครู Music @music_workpoint จารย์ Duke จารย์ Nay จารย์น้ำมนต์ น้องตั๊กกี้ @puckky345 ที่คอยสู้รบปรบมือกับมี่และเคี่ยวเข็ญสิ่งลึกๆที่มี่ไม่รู้ว่ามี่มีด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีพวกพี่มี่ก็คงไม่มีวันนี้ค่ะ ขอบคุณคู่แข่งที่มีคุณภาพทุกๆท่านนะคะที่ทำให้มี่ต้องสู้และทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ขอบคุณพี่ @prapakas ที่เนรมิตให้มี่ได้เป็นหน้ากากปลาหมึก และสุดท้ายสุดขอขอบคุณพี่แอม @iammamp ที่เป็นทั้งผู้จัดการ เพื่อน และพี่มาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี ที่ไม่เคยยอมแพ้กับน้องคนนี้เลย ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ รัก ❤🙏🏻🐙 Thank you from the bottom of my heart for believing in me. #TheMaskSinger #หน้ากากปลาหมึก” (IG @aimeemorakot)

เรื่องนี้หากมองลึกลงไปและสัมผัสด้วยใจ เราเชื่อว่า มีหลายคนไม่น้อยที่รู้สึกเซอร์ไพร้ส์และได้เริ่มเปิดใจหลงรักสาวเอมมี่เพิ่มมากขึ้น และคงไม่ใช่เพียงแค่เอมมี่ที่ภูมิใจในตัวเองเท่านั้น แต่คนรอบข้างก็คงภูมิใจในตัวเธอไม่น้อยเลย อย่างเช่นคนรัก ไฮโซเจมส์-จิรายุทธ แสงทวีป ก็ได้เผยความรู้สึกต่อสาวเอมมี่เช่นกันว่า “you make me proud ❤ #themasksinger (IG @jamesjirayuth)

ภาพ: IG @buachet_pikkanate

สำหรับใครที่รอชมผลงานของนักแสดงสาว เอมมี่-มรกต ดีกรีตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี พ.ศ. 2547 ตอนนี้สาวเอมมี่ได้มาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีละครเรื่องแรกกับทางช่องให้ได้ชมกันในปีนี้ นั่นคือเรื่อง ปะการังสีดำ พูดเลยว่า สาวเอมมี่มีของและครบเครื่องเลยจริงๆ

คลิปวิดีโอ ปะทะเชือดเฉือนระหว่างหน้ากากจิงโจ้และ หน้ากากปลาหมึก 

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @aimeemorakot @buachet_pikkanate

ดูดวงรายวัน ประจำวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันศุกร์ที่  3  มีนาคม  2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวง กับ แพรวดอทคอ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  เริ่มมีระบบใหม่ นายใหม่เข้ามาในองค์กร ทำให้ท่านมีความคิดเห็นไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองนัก อาจต้องถูกเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานบ้าง ทำใจ เดี๋ยวก็ดีขึ้น

การเงิน : ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางไปทำบุญ

ความรัก : มีปัญหาเข้ามาให้เครียดกันอยู่เรื่อยๆ ช่วยกันแก้ไข ให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน คนโสด เสน่ห์แรง มีคนเข้ามาเยอะ แต่คิดกลางๆ ไว้ จะได้ไม่เจ็บมาก

สุขภาพ : ระวังปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : เตรียมสะสางงานไว้ให้พร้อม เพราะจะมีการเปลี่ยนแผนงานอีกเยอะ คิดในแง่บวกไว้ว่า มีงานเยอะดีกว่าไม่มีงาน

การเงิน :  ใช้จ่ายผิดประเภทเยอะ อะไรไม่ควรซื้อ ก็ไม่ต้องซื้อ

ความรัก : ต้องดูแลกันให้ดี เพราะความรักอยู่ในสภาพเปราะบางเต็มที ในเมื่อสังคมเป็นแบบนี้ท่านต้องใช้ความพยายาม ความรัก ความเอาใจใส่กันจึงจะผ่านไปได้ คนโสด มีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ชัดเจน เดี๋ยวจะอกหักเปล่าๆ

สุขภาพ : ทำงานหนัก หาเวลาพักผ่อนบ้าง เดี๋ยวจะป่วย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  งานยุ่ง แต่ก็ผ่านไปได้เรื่อยๆ ท่านควรใช้คำพูดดีๆ อย่าใจร้อน หุนหันพลันแล่นมากนัก

การเงิน : ต้นเดือน รายการช้อปปิ้งยาวเหยียดเป็นหางว่าว

ความรัก :  เหมือนปรับสภาพจิตใจกันดีขึ้น ไม่ค่อยขัดใจกันแล้ว คนโสด ที่มีอยู่ก็ดูแลกันไป เพราะจะหาใหม่ให้ได้ถูกใจไม่มีแล้วละ ก็

สุขภาพ : มีปวดกระดูก ไหล่ติด

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  มีแต่งานๆๆๆๆ  ตอนนี้ท่านอยู่ในช่วงโยกย้ายเปลี่ยนแปลงการทำงาน ไม่ว่าจะเข้าทำงานใหม่ หรือรับงานต่อ จึงต้องปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานใหม่ ทำตามขอบเขต อย่ายอมเขามาก ไม่อย่างนั้นจะเสียสมดุลตั้งแต่เริ่มต้น

การเงิน   : ช่วงปรับเปลี่ยนงาน เงินก็เลยสะดุด

ความรัก :  มีปัญหาเยอะ มีผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจึงเกรงใจกัน ไม่ค่อยรุนแรงกันเท่าที่ควร คนโสด อยู่ไปเรื่อยๆ ก่อน เพราะเจอแต่พวกหมาหยอกไก่

สุขภาพ :  มีปัญหาภายในช่องปาก เช่น ปวดฟัน ช่องปากอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  ควรสะสางงานเก่า เพื่อเตรียมรับงานใหม่ หรือท่านอาจตัดสินใจโยกย้ายงานเลยก็ได้เพราะทำที่เดิมต่อไปก็ไม่มีความก้าวหน้า

การเงิน : ยังไม่มีเก็บเลย อาศัยกินเงินเก่า ค่อยๆ ประคองไป ชีวิตต้องดีขึ้นสักวัน

ความรัก :  มีปัญหาบ้าง เพราะลูกหลานทำให้เครียด ต้องปล่อยวาง อย่านำความทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัวมากนัก คนโสด ยังไม่มีวี่แววเลย มาแบบครึ่งๆ กลางๆ ยังไม่สุด รออีกแป๊บ

สุขภาพ : ระวังโรควูบ บ้านหมุน ปวดเข่า

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ถูกกากบาทวันตัวเองเลย เหนื่อยหน่อยนะ ท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจ อาจถูกคู่แข่งทางการค้าใส่ร้าย ดิสเครดิต  ทำให้เสียความน่าเชื่อถือ ต้องรีบแก้ไข

การเงิน : การลงทุนต้องดูให้ดี มีเกณฑ์เสียทรัพย์ เสียรู้ ถูกโกง

ความรัก : ปล่อยวางได้ก็ปล่อยวาง เพราะหนักทั้งงานและครอบครัว ต้องใช้สมอง และความรักเป็นที่ตั้ง ไม่อย่างนั้นครอบครัวแตกแยก คนโสด สถานภาพรักซ้อน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

สุขภาพ  : ระบบย่อย กระเพาะ ลำไส้มีปัญหา รีบไปตรวจเช็ค หาเวลาไปปล่อยปลาบ้าง ให้ชีวิตเพื่อปลดปล่อยความเจ็บป่วย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : งานเยอะ ทำงานจริงๆ จังๆ แต่ไม่ค่อยได้ใช้เงิน ให้คนอื่นใช้หมด สรุปง่ายๆ คือทำงานเพื่อคนอื่น

การเงิน :  ใช้เงินเยอะ ยังมีหนี้สินเข้ามาด้วย

ความรัก :  ดูแลกันไป ดีบ้างทุกข์บ้าง ไม่เอาใจกันเลย มีแต่หาเรื่องให้คู่เสียเงินอยู่เรื่อย คนโสด เครียด ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใคร

สุขภาพ : ปวดท้องหรือลำไส้อักเสบ  

งานหนักไม่ทำให้ใครตาย? อดีตพนักงานออฟฟิศกับโรคที่ทำให้เกือบต้องนอนเป็นผักไปทั้งชีวิต

ใครบอกว่างานหนักไม่ทำให้ใครตายคะ? ตอนนี้มีข่าวดังไปทั่วโลกถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่มาจากการทำงานหนัก แพรวจึงเลือกหยิบเรื่องนี้มาฝากผู้อื่นที่กำลังเครียดกับการทำงานมาเป็นอุทาหรณ์ค่ะ เป็นเรื่องของคุณจิมมี่ ศิระ ศรีศุภรัตน์ อดีตพนักงานครีเอทีฟโฆษณา กับโรคร้ายที่แม้แต่หมอก็ยังไม่ทราบวิธีการรักษาให้หายขาดมาฝากค่ะ

“ตำแหน่งครีเอทีฟโฆษณาเป็นงานหนัก ชีวิตขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก จึงกดดันและเครียดง่าย งานทุกอย่างต้องเร็ว ทำให้พักผ่อนน้อย นอนดึก มีอยู่ช่วงหนึ่งผมทำงานถึงตี 3 กลับถึงบ้านตี 4 พอ 7 โมงเช้าออกจากบ้านไปทำงานต่อ ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ 1 เดือนเต็ม จนกระทั่งวันหนึ่งผมทำงานอยู่ที่ออฟฟิศจนถึง 2 ทุ่ม กำลังปิดจอคอมพิวเตอร์ เก็บของกลับบ้าน รู้สึกว่ามือชาทั้งสองข้าง พอลุกขึ้นเท้าก็ชาทั้งสองข้าง เช่นกัน ผมคิดว่าคงนั่งทำงานนาน ขยับตัวน้อย แต่พอเช้าวันเสาร์สิ่งแรกที่รู้สึกทันทีที่ ตื่นนอนคือปวดหลังและหายใจเหนื่อยหอบ

“ตอนบ่ายอาการยังไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจไปคลินิกรักษาโรคทางระบบประสาทแห่งหนึ่ง อาจเป็นเพราะอาการยังแสดงไม่ชัดเจน หมอจึงสั่งยาบำรุงปลายประสาทมาให้ แล้วบอกว่าพักผ่อนเยอะ ๆ น่าจะดีขึ้น ถึงวันอาทิตย์อาการกลับแย่ลง เริ่มจากยกแขนขาไม่ได้ อาการเหน็บชาไล่จากเท้าขึ้นมาถึงหัวเข่า และลามจากมือมาถึงข้อศอก วันนั้นยังตัดสินใจไม่ไป หาหมอ คิดว่าควรกินยาบำรุงให้หมดก่อน

“เช้าวันจันทร์ผมยังฝืนร่างกายไปทำงานเหมือนเดิม อาการแย่ลงไปอีก คือไม่สามารถเดินขึ้นบันได ต้องค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นไปทีละก้าว ๆ เหมือนคนแก่ เริ่มสังเกตว่าเป็นตะคริวได้ง่ายมาก ตั้งแต่ฝ่าเท้า นิ้วเท้า ไปจนถึงบริเวณกล้ามเนื้อเข่าด้านบน เพื่อนเห็นอาการ ไม่ดีเลยจึงบอกให้ไปหาหมอ ผมไปหาที่คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา หมอทางด้านระบบประสาท วิเคราะห์อาการโดยให้ยกขาและลองดัดขาไปมา แล้ววินิจฉัยว่าน่าจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง และแนะนำให้ใช้ไฟฟ้าช็อร์ตเพื่อตรวจการทำงานของระบบประสาท โดยแบ่งการช็อร์ตเป็นหน้าอกถึงปลายเท้า ต้นขาถึงปลายเท้า ข้อมือถึงไหล่ ข้อศอกถึงไหล่ ความรู้สึกเหมือนมีไฟวิ่งผ่านตัว บางครั้งก็แปล๊บ ๆ

“แม้ผลจะออกมาว่าระบบประสาททำงานปกติ หมอให้ยาแก้ปวดและยาบำรุง ปลายประสาทมากิน แต่กลับเป็นตะคริวได้ง่ายกว่าเดิม แถมมีอาการไฟช็อร์ตร่วมด้วย บางครั้งเหมือนโดนไฟดูด แต่เป็นแป๊บเดียวก็หาย ส่วนกล้ามเนื้อขาและแขนแย่กว่าเดิม เวลาเดินต้องลากเท้า ช่วงเวลาทรมานที่สุดคือตอนกลางคืน ด้วยความที่เส้นประสาท อ่อนแอ ขณะที่รู้สึกชาก็รู้สึกเจ็บไปพร้อมกันด้วย ถ้าอธิบายให้เห็นภาพคือเหมือนเส้นประสาทออกมาอยู่ด้านนอกของผิวหนัง โดยเฉพาะที่เท้า เอาอะไรไป สัมผัสนิดเดียวจะเจ็บมาก จนต้องใส่ถุงเท้านอนและห่มผ้าห่มโดนเท้าเบา ๆ

“แฟนไปขอคำแนะนำจากคุณหมอฝรั่งท่านหนึ่ง เขาแนะนำให้ไปหา อาจารย์หมอท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท ซึ่งมีวิธีการตรวจแตกต่างจากที่แรกคือไม่ได้นอนดัดขา แต่ให้ลองเดิน เขย่งขาทีละข้าง กระโดดถอยหลัง และเดินปลายเท้า ซึ่งผมไม่สามารถทำได้เลย ความรู้สึกเหมือนเส้นยึด หมอวินิจฉัยว่าผมน่าจะเป็นโรคกิลแลง-บาร์เร ซินโดรม (GBS หรือ Guillain-Barre Syndrome) หรือโรคเส้นประสาทหลายเส้นอักเสบ เฉียบพลัน ความแตกต่างของโรคนี้กับ โรคหมอนรองกระดูกอักเสบคือ โรคหมอนรองกระดูกอักเสบจะรู้สึกชาไม่เท่ากัน เช่น ชาแขนขวามากกว่าซ้าย แต่โรคกิลแลง – บาร์เร ซินโดรม ชาเท่ากันทุกส่วนและเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน สาเหตุของโรคเกิดได้หลายอย่าง คือ หนึ่ง คนที่แพ้วัคซีนอย่างรุนแรง สอง ได้รับสารเคมีสะสมเป็นเวลานาน และ สาม ความเครียด ผมไม่เคยแพ้วัคซีน และชีวิตก็ไม่ได้คลุกคลีกับสารเคมี จึงประเมินว่าน่าจะเกิดจากความเครียด โรคนี้พบในไทยน้อยมาก ประมาณ 2 ใน 100,000 และ 5 เปอร์เซ็นต์ของ ผู้ป่วยมีโอกาสตายได้ อาการของโรคจะโจมตีระบบการหายใจและระบบกล้ามเนื้อ คนไข้บางคนแทบเดินไม่ได้ต้องนอนเป็นผักและใส่เครื่องช่วยหายใจไปตลอดชีวิต อีกอย่างคือแม้จะรักษาหาย แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ หมอบอกผมว่าทำได้แค่ให้ยาตามอาการ เช่น เวลาเป็นตะคริวก็ให้ยาแก้ตะคริว ถ้ารู้สึกปวดก็ให้กินยาแก้ปวด รวม ๆ แล้วคือผมกินยาวันละประมาณ 6 เม็ด ที่เหลือต้องดูแลตัวเอง วิธีที่ง่ายที่สุดคือนอนพักผ่อนเยอะ ๆ ห้ามเครียด

“ช่วงที่ป่วยผมตัดสินใจลางานนอนพักอย่างเดียว โชคดีที่ไม่ได้ชาทั้งตัวจนถึงขั้นขยับไม่ได้ ผมยังสามารถนอนอ่านหนังสือ ลุกขึ้นมานั่งดูหนังได้ แต่แทบไม่ได้เดินเลยเพราะไม่มีแรง แม่กับแฟนต้องมาคอยนวดขา จะลุกจะยืนก็ลำบาก โชคดีที่อยู่คอนโดมีลิฟต์ใช้ จึงไม่ต้องลำบากขึ้น – ลงบันได ส่วนด้านจิตใจนั้นยอมรับว่าเบื่อมาก เพราะปกติผมค่อนข้างไฮเปอร์ ทุก ๆ วัน ตารางชีวิตแน่นไปหมด ไม่ทำงานก็ต้องออกกำลังกาย ไปซื้อของไปเยี่ยมแม่ จึงบอกทางออฟฟิศว่าถ้ามีงานก็สามารถส่งมาให้ช่วยได้ ซึ่งผมจะทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่งผ่านทางอีเมล ผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์อาการเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เดิมรู้สึกเหน็บชาบริเวณต้นขาก็ลดลงมาเหลือแค่หัวเข่า

“ผ่านไป 1 เดือนอาการดีขึ้นมาก กลับมาเดินได้เป็นปกติ พออยู่ว่างนาน ๆ ก็รู้สึกเบื่อ จึงตัดสินใจไปทำงาน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิด เพราะกว่าจะทำงานเสร็จในแต่ละวันก็ปาไปกว่า 4 ทุ่ม แถมโดนความเครียดจู่โจม งานของผมไม่สามารถ ควบคุมเวลาได้ บางวันต้องออกไปถ่ายงานกับลูกค้า จะกลับก่อนก็ไม่ได้ ทำให้อาการไฟช็อร์ตกลับมาเล่นงาน เหมือนเดิม ผมจึงขอลางานโดยไม่รับเงินเดือน 2 เดือน อาการจึงกลับมาดีขึ้น และตัดสินใจแล้วว่าจะย้ายแผนก ไปทำด้านการวางแผน เพราะไม่จำเป็นต้องอยู่ออฟฟิศดึก ส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้น จนในที่สุดอาการไฟช็อร์ตก็หายไป รวมแล้วใช้เวลารักษาตัวเป็นเวลาเกือบปีครึ่งจึงหาย แม้บางครั้งจะมีอาการชาและตะคริวหลงเหลืออยู่บ้าง หมอเองก็บอกว่าผมโชคดีที่หายไวกว่าคนอื่น และเตือนว่าถ้าคุณกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมโรคจะกลับมาอีก ต้องพักผ่อน กินอาหารที่มีประโยชน์ และกลับมาตรวจสุขภาพเรื่อย ๆ

“กระทั่งวันหนึ่งผมได้ตรวจสุขภาพกับทางออฟฟิศ ผลสรุปคือน้ำตาลในเลือดสูงมาก เวลาปัสสาวะรู้สึกแสบ หมอตรวจพบว่าผมเป็นโรคเบาหวาน จึงส่งไปเจาะเลือด ปรากฏว่าค่าน้ำตาล สะสมอยู่ที่ 12.6 (คนทั่วไป 4 – 6.5) นั่นหมายถึงผมเป็นโรคเบาหวานเต็มตัว สาเหตุเกิดจากไม่ได้ออกกำลังกายและ กินของหวานมากไปในช่วงที่รักษาตัว หมอรักษาโดยให้กินยาคุมน้ำตาล เช้า 2 เม็ด เย็น 2 เม็ด ด้วยความที่ไม่อยากกินยา ประกอบกับกลับมาออกกำลังกาย ได้แล้วจึงลุกขึ้นไปวิ่งทุกเช้า – เย็น ปรับ พฤติกรรมการกิน งดของหวาน ช่วงที่เป็นเบาหวานผมหนักถึง 98 กิโลกรัม ผ่านไป 1 ปีลดเหลือ 74 กิโลกรัม โรคเบาหวานก็รักษาหายไปด้วย จากบทเรียนครั้งนั้นผมใช้ชีวิตโดยเน้นที่ความสุข ให้เวลากับตัวเองเต็มที่ และไม่ทุ่มให้กับงานจนมากเกินไปนัก “เพราะรู้แล้วว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าสุขภาพ”

ที่มา : คอลัมน์ครั้งหนึ่ง นิตยสารแพรว ฉบับที่ 898

เปิดประตูวัง ส่อง! 4 สาว เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์!

งานนี้เกิร์ลกรุ๊ป K-pop ต้องหลบซ้าย เกิร์ลกรุ๊ป J-pop โยกหลบขวา เมื่อเจอ เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์!

โด่งดังยิ่งกว่าพลุแตกแบบว่าละครจบปุ๊บ! ต้องมีภาพและแคปชั่นเป็นไวรัลไปทั่วโซเชี่ยลปั๊บ! นาทีนี้ต้องยกให้ละครเรื่องเพลิงพระนาง นี้แหละเจ้าค่าา ซึ่งงานนี้ไม่ใช่แค่ขุ่นแม่ “อั้ม พัชราภา” ที่มารับบทเป็น “เจ้านางอนัญทิพย์” เท่านั้นที่เป็นกระแส แต่ความร้อนแรงของสาวๆ เมืองทิพย์ ก็กระหึ่มโลกออนไลน์ไปแพ้กัน โดยเฉพาะ 4 สาว เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์ ที่ชอบหาเรื่องมากวนฝ่ามือของ ขุ่นแม่ “อั้ม พัชราภา” 

เริ่มด้วย ลีดเดอร์ เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์ อย่าง เจ้านางตองนวล ธิดาเจ้าเมืองมีด ที่มาเป็นเชลยอยู่ในเมืองทิพย์แต่ทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดเจ้านางอนัญทิพย์ แต่ยิ่งทำร้ายเขาก็เหมือนยิ่งทำลายตนเอง สะใจครื้นเครงคนดูละครไปอี๊กกก งานนี้สาว “กระติ๊บ – ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” ที่มารับบทนี้ก็ระเบิดความปังในฐานะนางร้ายเบอร์หนึ่งไปเรียบร้อยโรงเรียนเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ!

เจ้านางตองนวล – ลีดเดอร์ เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์

เจ้านางตองนวล - ลีดเดอร์ เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์

กระติ๊บ - ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล


ถัดมาคือ รองลีดเดอร์ สไตล์นายว่าขี้ข้าพลอย อย่าง “เฟือง” ที่สนองบัญชาเจ้านางตองนวล พุ่งตบกับเกิร์ลกรุ๊ปวงอื่นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เคยตบชนะใคร อ่วมทุกรอบ รับบทโดย “หงส์-กาญศิริ ศิริมาตย์” หรือที่รู้จักกันในนาม “หงส์ The Face ซีซั่น 1” นั่นเอง

พอพ้นจากขอบรั้วกำแพงเมืองทิพย์ เฟืองก็แอบเจ้านางตองนวลไปรับจ็อบถ่ายแบบเก๋ๆ

หงส์-กาญศิริ ศิริมาตย์

หงส์ The Face ซีซั่น2


สมาชิกวงอีก 2 คน ถ้าไม่มีเธอทั้งคู่ วงนี้จะไม่สมบูรณ์นะบอกเลย!

สองสาวคู่หู เจ้านางแก้วอากาศ และเจ้านางเก็ตถวา เพื่อนจอมเสี้ยมของเจ้านางตองนวล จะมารวมกรุ๊ปก็ต่อเมื่อมีเรื่องสนุกๆ หรือความเดือดร้อนของคนอื่นเท่านั้น แต่เวลาที่งานจะเข้าเธอทั้งคู่ ก็มีอันจะดังแล้วแยกวงอยู่ร่ำไป!!

สาวหมวยสวยเซี๊ยะวัย 37 ปี!! ที่ดูแล้วเหมือนสาววัยทีนมากกว่า “โอ๋ – รุ่งระวี บริจินดากุล” ชื่อนี้การันตีความแซ่บทั้งในจอและนอกจอ!! 

โอ๋ - รุ่งระวี บริจินดากุล

ขึ้นแท่นนางร้ายป้ายแดงได้เลยสำหรับสาว “แพร – อาภัสสรา อินทร์ตลาดชุม” แม้จะเข้าวงการมีผลงานการแสดงมาตั้งแต่ปี 2552 แต่หลังจากมาเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเมืองทิพย์คาดว่าสาว “แพร” จะกลายเป็นนางร้ายเนื้อหอมยิ่งกว่าเดิม

แพร - อาภัสสรา อินทร์ตลาดชุม

ไงล่ะ บอกแล้วว่าจะเกิร์ลกรุ๊ป K-pop หรือ J-pop ก็ต้องโยกหลบซ้ายขวา
เมื่อเจอ
เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์!

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : IG@pair_arpassara | IG@oahrungrawee | IG@hongyorkii | IG@kratip | IG@kantanagroup

เก้า สุภัสสรา

19 ไอเดียแฮร์สไตล์ของสาว ‘เก้า สุภัสสรา’ พร้อมมินิฮาวทูที่ควรเซฟเก็บไว้ลองทำตาม สวยมากง่ายนิดเดียว

สวัสดีค่า วันนี้ แพรวดอทคอม มีไอเดียทรงผมสไตล์ต่างๆ ของสาวมั่นขวัญใจหนุ่มๆ ค่อนประเทศ เก้า – สุภัสสรา ธนชาต นักแสดงสาวใจถึงที่แสดงกี่เรื่องๆ ก็สมบทบาทจูบจริงทุกเรื่อง ล่าสุดเรื่องที่เพิ่งจบไปไม่นาน O-Negative รักออกแบบไม่ได้ ยังคงคอนเซ็ปต์ความแรงต่อเนื่องมาจากสไปร์ท ฮอร์โมน เพราะสาวเก้าก็เป็นที่จดจำและถูกพูดถึงหนักมากย้ำบทสาวมั่นสุดน่ารักแต่ดูเซ็กซี่เผ็ดร้อนไม่เบา ซึ่งนั่นก็เป็นแค่เพียงการแสดงที่นางตั้งใจออกมาให้งานดีเท่านั้น

และด้วยความที่ติดตามอินสตาแกรมของสาวเก้าเป็นประจำเลยทำให้เห็นพัฒนาการความสวยใส น่ารัก ดูธรรมชาติของนางเยอะมาก โดยเฉพาะทรงผมของนางจะมีมาให้อัพเดตทรงใหม่ๆ ตลอดเวลา ถึงแม้บางทรงจะเป็นทรงที่สาวๆ คุ้นเคยเป็นอย่างดี แพรวดอทคอม จึงนำภาพ 19 สไตล์ทรงผมมาให้สาวๆ ชมกัน พร้อมฮาวทูทริคเล็กๆ น้อยๆ เผื่อเป็นไอเดียให้ลองทำตามกันดูนะจ๊ะ

เริ่มกันที่ทรงแรกแบ่งผมออกเป็น 2 ช่อ บน-ล่าง รวบช่อผมด้านล่างผูกเป็นหางม้า จากนั้นรวบช่อผมด้านบนแล้วบิดไขว้ 1 ครั้งก่อนจะนำไปรวมกับหางม้าช่อล่าง แล้วนำหางม้ามาบิดเป็นเกลียวให้แน่นจนสุดปลาย มัดเก็บทรงที่หางให้เรียบร้อย

เปียแกละสุดแบ๊ว ทรงนี้ใครทำเองไม่ได้แอดมินตีมือนะ!! แบ่งผมออกเป็น 2 ช่อ ซ้าย-ขวา แล้วถักเปียสามทั้งสองข้างก็เสร็จแล้ว ง่ายมากกกกกกก แถมดูแอ็บเป็นเด็กวัยรุ่นวัยใสได้อีกด้วย

เปียสามช่อเดียวแบบนี้ยิ่งง่ายและเสร็จเร็วกว่าเปียแกละอีก เพียงแค่แสกข้างแล้วรวบผมไปด้านล่างทรงต่ำไม่ต้องยกสูง จากนั้นถักเปียสามจนสุดปลาย มัดเก็บทรงให้เรียบร้อย เพิ่มกิมมิคความเก๋ด้วยผ้าโพกศีรษะมัดเป็นโบว์เล็กๆ แค่นี้ก็ดูไม่ธรรมดาแล้ว

ทรงนี้ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยอำนวยความสวย หากบ้านใครมีเครื่องหนีบผมลอนเมอเมดจัดเลย จะเป็นลักษณะคล้ายที่หนีบผมแต่มีความโค้งลอนสามหัว จากนั้นค่อยๆ หนีบลอนเมอเมดไล่ลงตั้งแต่ช่วงบนศีรษะจนสุดปลาย

ทรงนี้ยังคงใช้ลอนเมอเมดเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือมีหน้าม้า โอ้ย สวยละมุน ดูอ่อนเยาว์เข้าไปอีก

ทรงนี้ใครทำไม่ได้แอดมินจะโกรธนะ อิอิ (ล้อเล่น) ความไว้ผมหน้าม้าทำให้ใบหน้าดูเด็กลงเสมอ เห็นจะจริง ถ้าเป็นคนผมหยักศกก็หนีบผมตรงแต่ช่วงบริเวณเกือบถึงปลายผมประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร ให้หนีบแบบบิดเข้าหรือม้วนเข้า อย่าม้วนเยอะจนเป็นลอน ให้พอออกเป็นงุ้มๆ ก็พอ

ความหน้าม้าหน้าเด็กยังคงกระพัน เริ่มจากม้วนลอนใหญ่ทั่วศีรษะ จากนั้นใช้มือสางๆ ให้ดูฟุ้งๆ แมสซี่ๆ เล็กน้อย แต่ไม่ต้องถึงกับทำผมยุ่งพันกันนะจ๊ะ ใช้หวีซี่ยีโคนผมช่วงบนศีรษะ แล้วจัดทรงหน้าม้า ก่อนจะรวบผมไปด้านล่างหลวมๆ ไม่ต้องตึง รวบเก็บเป็นทรงต่ำ มัดยางให้แน่นก่อนจะนำช่อผมเล็กๆ จากหางม้ามาพันรอบหนังยางเก็บทรงให้สวยงามน่ามอง

แบ่งผมออกเป็น 3 ช่อ ซ้าย กลาง ขวา ค่อยจับช่อผมซ้ายและขวามาบิดเกลียวหมุนเข้า 1 รอบ ก่อนจะนำไปไขว้กันด้านหลัง ทำแบบนี้เหมือนกันประมาณ 3 รอบจนเก็บหมดถึงติ่งหูซ้ายขวา แล้วจึงรวบทั้ง 3 ช่อ ซ้าย กลาง ขวา มารวมกันเป็นช่อเดียว มัดยางให้แน่น

ม้วนลอนใหญ่ทั่วศีรษะแล้วสางผมให้ลอนคลายออกดูเป็นธรรมชาติ จากนั้นแสกขวา เหลือปอยผมด้านหน้าเล็กน้อยพอให้เห็นเคิฟความเคอร์ ก่อนจะรวบหางม้าทรงต่ำ ไม่ต้องรวบตึงเกินไป มัดหนังยางก่อนจะนำช่อผมเล็กๆ จากหางม้ามาปิดทับบริเวณรอบหนังยาง ไห้ดูสวยแกลม

ทรงนี้วิธีการทำเหมือนทรงผมด้านบน เพียงแค่เปลี่ยนจากแสกข้างเป็นแสกกลาง

 

ทรงซาลาเปาที่เหล่าคนดังชอบทำจะพลาดไปได้ไง ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย ปล่อยหน้าม้าแอ็บอายุไว้ จากนั้นใช้มือนี่แหละค่ะสางผมรวบขึ้นทรงสูงมัดให้แน่น ก่อนจะนำหางม้ามาม้วนเป็นก้อนซาลาเปา เสร็จแล้ว

ทรงนี้เส้นผมจะสวยดูสุขภาพดีมีวอลลุ่ม เด้งดึ๋งดั๋งมาก เริ่มจากเป่าและม้วนด้วยแปรงม้วนผม เลือกโรลขนาดกลาง และใช้ที่ม้วนผมไฟฟ้าช่วย แล้วเก็บผมด้วยโรลหนีบเอาไว้โดยใช้กิ๊บติดผมค้างไว้ประมาณ 5 นาที  ค่อยๆ แกะโรล ผมออก และใช้แปรงซี่ใหญ่ค่อยๆ หวีจัดทรง

ลอนธรรมชาติ ทรงนี้สาวๆ นิยมทำกันมาก ดูสวยใสสไตล์เกาหลีสุดๆ ใช้แปรงม้วนหรือเครื่องม้วนลอนขนาดใหญ่ ม้วนลอนทั่วศีรษะ จากนั้นใช้มือสางๆ จัดทรงให้ลอนคลายๆ ดูไม่แก่เป็นธรรมชาติ

รออะไรคะ หนีบตรงโล้ดดดด เพิ่มความเป๊งปังด้วยการจัดแสกด้านบนให้เป็นระเบียบ

ไม่ต้องลอนมาก ไม่ต้องตรงทื่อ หวีจัดทรงเบาๆ ก็สวยเก๋ พร้อมออกจากบ้านแล้ว

ทรงนี้เป็นการไล่ระดับชั้นของเส้นผม ช่วงบนม้วนผมให้ดูงุ้มเข้า ช่วงปลายให้ดูงุ้มออก สวยแปลกตาดี

ม้วนลอนขนาดใหญ่เฉพาะช่วงด้านหน้า แล้วเบี่ยงผมทั้งหมดไปด้านขวา เผยลำคออีกด้านโชว์ความเซ็กซี่

ทรงนี้ม้วนด้วยลอนขนาดกลางทั่วศีรษะ เว้นด้านบน จากนั้นเบี่ยงผมมาด้านขวาทั้งหมด เพื่อโชว์ลำคอระหงส์

ทรงนี้ทำเหมือนทรงด้านบน เพียงแต่เปลี่ยนจากลอนขนาดกลางมาเป็นลอนขนาดใหญ่ เพิ่มเล็กน้อย คือควรใช้หวีซี่ใหญ่ หรือมือสางให้ลอนแยกออกจากกัน ดูผมหนา สวยไม่ฟีบ


 

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพจาก Instagram : supassra_sp

เลิกสายฟ้าแลบ! Katy Perry & Orlando Bloom ประกาศยุติความสัมพันธ์ ลือสนั่นเพราะมือที่ 3

หลังจากยื้อกันอยู่หลายรอบสำหรับคู่รักซุป’ตาร์ฝั่งฮอลลีวู้ดระหว่างศิลปินสาว Katy Perry กับนักแสดงหนุ่ม Orlando Bloom ที่คบหาดูใจกันได้เพียง 1 ปี ทั้งคู่ก็ออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์แบบสายฟ้าแลบ ทำเอาแฟนๆตกใจกับข่าวนี้เป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาทั้งคู่เริ่มจะเข้ากันได้ดี แม้จะมีข่าวระหองระแหงกันหลายครั้ง แต่ก็ไม่ถึงกับเลิกกันเหมือนครั้งนี้

งานนี้ทั้งสื่อหลายสำนักและแฟนคลับของทั้งคู่ ถึงกับออกมาตั้งคำถามกันมากมายถึงการเลิกรากันครั้งนี้ ล่าสุดโฆษกของทั้งคู่ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันผ่าน US Weekly ว่า “ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายจนเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้ เราขอแจ้งให้ทราบว่า ทั้ง Orlando Bloom & Katy Perry ได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลงด้วยดี และทั้งคู่ต่างมีความรักและความปรารถนาดีให้แก่กันและกัน” 

ข่าวนี้ทำเอาแฟนคลับช็อกไปตามๆกันเลยทีเดียว เพราะในวันประกาศผลรางวัลออสการ์ Katy Perry และ Orlando Bloom ยังควงกันออกงานปาร์ตี้อยู่เลย แต่ไหงตอนนี้ถึงมีภาพหลุดของ Orlando Bloom นั่งนัวเนียอยู่กับ Erin McCabe ลูกสาวของประธาน Global Green จากภาพทั้งคู่ดูสนิทสนมกันอย่างเห็นได้ชัด มีการแสดงออกถึงความคุ้นเคยกันมากกว่าเพื่อน ทั้งลูบหลัง หัวเราะและกระซิบใส่กันที่ข้างหู ราวกับทั้งคู่เป็นคู่เดตกันเลยทีเดียว ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปาร์ตี้ก่อนงานออสการ์ 6 เพียงวันเท่านั้น งานนี้ทุกคนจึงมุ่งเป้าสาเหตุที่ทั้งคู่เลิกกันนั้นน่าจะมาจากมือที่สามเป็นหลักหรือไม่ก็ทะเลาะกันเพราะภาพหลุดของ Orlando Bloom กับสาว Erin McCabe น่าจะทำให้ Katy Perry หัวเสียและประกาศเลิกกันในที่สุด

เอาเป็นว่าคนเราถ้าคบกันแล้วมีความสุขมันก็ดีไป แต่ถ้าคบแล้วไม่มีความสุขก็อย่าฝืนจะดีกว่า ครั้งนี้เราไม่ขอคอนเฟิร์มก็แล้วกันนะจ๊ะว่าเป็นเพราะสาเหตุใด เชื่อว่าถ้าทั้งคู่พร้อมคงจะออกมาพูดเอง

 

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : www.gettyimages.com

Kate Spade

When Sporty meets Sweet เดี๋ยวนี้ Kate Spade มีชุด Active Wear แล้วนะ

เทรนด์ฟิตแอนด์เฟิร์มยังไงก็ไม่ตกกระแส แถมยังมีทีท่าว่าจะฮ็อตยิงยาว ก็ผู้หญิงยุคดิจิทัล ต้อง Stay Fit, Stay Cool นะสิ! แฟชั่นอินๆ ซัพพอร์ตการออกกำลังกายทุกรูปแบบจึงมีมาให้เลือกไม่หยุดหย่อน แต่ตอนนี้ใครๆ ก็กำลังโฟกัสไปที่ Kate Spade แบรนด์แฟชั่นตัวจริง เขามี Active Wear ด้วย

ความคูลของคอลเล็คชั่นที่เปิดตัวครั้งแรก! นี้ คือการที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นเคท สเปด เต็มเปี่ยม มีทั้งลูกเล่นลายพริ้นต์ดอกไม้ แม้แต่โบที่ใส่ลงไปในชุด ไหนจะมีการใช้สีพาสเทลมาทำให้ชุดดูสนุกและเฟมินีน แถมยังมีไลน์ออกมาให้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลายลุค

เป็นว่าดีไซน์ภายนอกก็น่าทำให้สาว เลิฟล่ะ ขอมาทดสอบอีกเสต็ป ว่าจะเวิร์คหรือจะวีค เหมาะจริงกับแอ็คทีฟเกิร์ลแค่ไหน Kate Spade เลยจัดคลาสโยคะ Exclusive เพื่อให้ลองความยืดหยุ่น กระชับ!

ระยะเวลาคลาสโยคะหนึ่งชั่วโมง แต่เน้นๆ ทุกท่ามูฟเม้นท์ท้าทายกล้ามเนื้อ ซึ่งลิลี่ค้นพบความว้าว! ในชุด Active Wear ของ Kate Spade กระชับแนบตัว เนื้อผ้าเบาใส่สบาย ไม่อึดอัด แถมยังระบายเหงื่อได้ดี

หลังจบคลาสแบบเบาๆ ยังใส่ต่อออกไปเผชิญผู้คนได้ไม่เคอะเขิน ราคาก็ดีดีย์… หลักพันเท่านั้นนะจ๊ะ สูสีกับแบรนด์สปอร์ตชื่อดัง แต่ Kate spade จัดให้เน้นๆ ที่ความแฟชั่นสไตล์ซิกเนเจอร์ของเขาล่ะ

ของดีต้องบอกต่อ สาวแอคทีฟ ไม่แอคทีฟ อยากจะใส่แฟชั่นเคท สเปด ฟิลสปอร์ตี้ ต้องจัดค่ะ

เรื่อง : Lynlry_praewnista

นางเอกในดวงใจ “อุ้ม สิริยากร” กับบทบาทในชีวิตจริง คุณแม่ลูกสอง “น้องเมตตา-น้องอนีคา”

เชื่อว่าหลายคนยังคิดถึงนางเอกยิ้มหวานเสียงนุ่ม “อุ้ม สิริยากร” หรือ “แม่พลอย” จากละครสี่แผ่นดิน ที่โบกมือลาวงการบันเทิงไปหลังจากเข้าประตูวิวาห์กับ “คริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท” ไปตั้งแต่เมื่อปี 2554 แล้วไปใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านเต็มตัวอยู่ต่างประเทศ ปัจจุบันสาว “อุ้ม” จะเป็นอย่างไรบ้าง “แพรวดอทคอม” ชวนไปอัพเดตภาพครอบครัวสุดน่ารักของนางเอกในดวงใจใครหลายๆคนกัน ณ บัดนาว

เข้าประตูวิวาห์กับหนุ่ม คริสโตเฟอร์ มาร์ควอร์ท เมื่อปี 2554

นางเอกฝีมือการแสดงสุดยอดที่กวาดรางวัลใหญ่มามากมาย ไม่ว่าจะรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ดาวรุ่งฝ่ายหญิง จากภาพยนตร์ “โคลนนิ่ง คนก๊อปปี้คน” เมื่อ พ.ศ. 2542 หรือรางวัลนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ “มนต์รักทรานซิสเตอร์” เมื่อ พ.ศ. 2545 ที่่กวาดมาทุกเวทีทรงเกียรติอย่าง รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ และรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง

อุ้ม สิริยากร ในบทบาทแม่พลอย จากละครสี่แผ่่นดิน (เวอร์ชั่นปี 2546)

บทบาทในชีวิตจริงของอุ้ม สิริยากร กับการเป็นคุณแม่ลูกสองที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดกับการดูแลน้องเมตตา วัย 4 ขวบ และน้องอนีคา วัย 1 ขวบ

ลูกสาวของ อุ้ม สิริยากร
ลูกสาวสุดคิ้วท์ น้องเมตตาและน้องอนีคา
ทักษะขั้นพื้นฐานของการเป็นแม่ลูกอ่อน… กินอาหารด้วยมือเดียว!
งานฝีมือเพื่อชุดสวยๆ ของลูกสาวสุดที่รัก

อุ้ม สิริยากร กับลูกสาว "น้องเมตตา-น้องอนีคา"
นางเอกในดวงใจ “อุ้ม สิริยากร” บทบาทในชีวิตจริง กับลูกสาว “น้องเมตตา-น้องอนีคา”

ภาพล่าสุด คุณแม่ลูกสองสุดเปรี้ยว หั่นผมสั้นอีกแล้วจ้า

ครอบครัวนี้น่ารัก อบอุ่นจนเผลอยิ้มตามจริงๆ 


เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : OOMPukkavesa

โม จิรัชยา

สวยเด่นตระการตา โม-จิรัชยา สวมชุด Flower of Siam เตรียมคว้ามงฯ Miss International Queen 2016

ใกล้เข้ามาทุกที อีกหนึ่งเวทีประกวดโฉมงาม Miss International Queen 2016 เวทีสำคัญที่จะได้ยลโฉมความงามและความสามารถของสาวประเภทสองทั้งหลายจากทั่วมุมโลก และในครั้งนี้ “โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน” ตัวแทนประเทศไทย ผู้ครองตำแหน่ง Miss Tiffany’s Universe 2016 ก็เตรียมความพร้อมประกาศศักดาว่า โม-จิรัชยา From Thailand!!! นั้นพร้อมสู้เต็มที่แล้ว!

ได้ฤกษ์วันเปิดศึกประชันโฉมความงามและความสามารถของโฉมงามสาวประเภทสองอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับเวทีประกวด Miss International Queen 2016 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2560 ที่ Tiffany’s Show Theatre จ.ชลบุรี โดยขณะนี้ก็อยู่ในช่วงกิจกรรมเก็บตัวเพื่อรอขึ้นเวทีตามตารางนัดสำคัญ

สำหรับตัวแทนสาวงามของไทย โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน อายุ 24 ปี ส่วนสูง 175 ซม. สัดส่วน 32-24-34 ก็ได้หมายเลข 8 เบอร์ประจำการประกวดครั้งนี้ โดยได้มีการเผยคลิปวิดีโอแนะนำตัวปล่อยออกมาแล้ว ซึ่งสาวโมก็ได้พูดถึงความฝันและความรักต่อการศึกษาด้านออกแบบแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วย

นอกจากนี้ก็ได้มีการเผยแพร่ภาพของสาวโม-จิรัชยา ในชุดประจำชาติไทยออกมาแล้ว โดยชุดนี้มีชื่อว่า Flower of Siam ออกแบบและตัดเย็บโดย ร้านละลานตา

โม จิรัชยา
Photo by @boonk
โม จิรัชยา
Photo by @boonk
โม จิรัชยา
Photo by @boonk

โดยแรงบันดาลใจของชุดนี้ สาวโมก็ได้เผยทางอินสตาแกรมส่วนตัวที่ดีไซเนอร์ ร้านละลานตา ทำชุดนี้ขึ้นมาด้วยว่า “ดอกไม้งามแห่งสยามประเทศ ผู้หญิงไทยหรือสตรีสยามรู้จักนำดอกไม้สดมาประดิษฐ์เป็นพวงดอกไม้ มาลัย พุ่ม ประดับบูชาตามศาสนสถาน ปราสาทราชวัง หรือตกแต่งที่พักอาศัยมาแต่อดีต ร่องรอย ลวดลายแกะสลัก หรือปูนปั้นประดับศาสนสถานหลายแห่ง พบลายดอกไม้ห้อยระย้า เรียกว่า ‘ลายเฟื่องอุบะ’ สันนิษฐานว่าจำลองจากพวงดอกไม้ต้นแบบของเครื่องแขวนไทย งานประดิษฐ์ดอกไม้ของสตรีไทยยังสะท้อนความช่างคิด ประดิดประดอย รวบรวมสุนทรียะแห่งบุปผานานาพรรณ จนเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ได้บ่มเพาะภูมิปัญญามาอย่างต่อเนื่องจากบรรพชนสู่คนปัจจุบัน”

ส่วนเรื่องหน้าผมก็ได้เมคอัพอาร์ติสต์มือทอง ชาติ-นพกร เพชรล้ำ (IG @chartmakeup) มาช่วยเนรมิตความสวย และช่างผมมากฝีมือ น้องดุล (IG @alexandul) มาช่วยให้โมสวยเด่น น่าจับตา…แค่เปิดชุดประจำชาติไทยสวยซะขนาดนี้ เวทีประกวดจริงจะอลังการขนาดไหน ก็ต้องคอยติดตามและส่งกำลังใจให้สาวโม-จิรัชยา แล้วละจ้า

คลิปวิดีโอแนะนำตัว 

ชมภาพสวยๆ ของ โม-จิรัชยา

โม จิรัชยา

โม จิรัชยา โม จิรัชยา โม จิรัชยา โม จิรัชยา โม จิรัชยา โม จิรัชยา โม จิรัชยา โม จิรัชยา

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่:

>> นึกว่านางฟ้า เปิดประวัติ โม จิรัชยา มงลงสมศักดิ์ศรี Miss Tiffany’s Universe 2016

>> “ยอดไลค์ก็ดี แต่ที่อยากมีคือยอดรัก” โม-จิรัชยา เปิดใจเรื่องรัก ! เห็นสวยมั่นหน้าขนาดนี้ แต่เรื่องหัวใจเจ็บมาเยอะ!


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: แฟนเพจ Facebook – @mojiratchayaofficial, IG @mojiratchaya_official

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 2 มีนาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 2 มีนาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวง กับ แพรวดอทคอ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ภาระความรับผิดชอบอันหนักอึ้งกำลังรอท่านอยู่เบื้องหน้า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางที่ดีใช้จุดแข็งในตัวคือ ความอดทนอดกลั้นต่อสู้กับงานที่เข้ามา แล้วตอนจบท่านจะได้รับรางวัลเป็นผลตอบแทน

การเงิน : จะใช้เงินไปในเรื่องกิน ดื่ม เที่ยว และการเดินทางสังสรรค์

ความรัก : คู่ครองจะให้ลาภ หรือช่วยส่งเสริมบารมีในการทำงาน คนโสด เหมือนอยู่ในสนามรักตลอดเวลา ยังสนุกกับการเลือกมากกว่าคบใครจริงจัง

สุขภาพ : ดูแลเรื่องอาหารการกินสักนิด ระวังคลอเรสเตอรอลมาเยือน

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านเดินมาถึงจุดที่กำลังสับสนลังเลว่า จะเอาอย่างไรกับชีวิต มีภาวะตึงเครียด คับข้องใจ จนอยากหาใครสักคนคอยปกป้องภัยที่กำลังมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด

การเงิน : อย่าพยายามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินผิดกฎหมาย เพราะจะทำให้ท่านเสียชื่อเสียง

ความรัก : ท่านเป็นคนมีเสน่ห์จึงดึงดูดคนเข้าหามากมาย จึงทำให้ครอบครัวมีปัญหา หึงหวง หากปล่อยทิ้งไว้แบบนี้อาจพัฒนาถึงขั้นหย่าร้างในที่สุด คนโสด ยังคงโสดต่อไป อาจนานหน่อยนะ

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวกับระบบน้ำในร่างกายแปรปรวน เช่น เลือด น้ำเหลือง

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากท่านกำลังคิดจะทำธุรกิจของตัวเอง ถึงเวลาแล้วล่ะ เพราะวันนี้ดวงท่านยังคงย้ำแบบเดิมคือ เรื่องต่างประเทศ เดินทางรอบโลก จนถึงงานด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ขอเตือนให้ ลดความเชื่อมั่นในตัวเองลงบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นท่านจะตัดสินใจเลือกงานผิดเลยทีเดียว

การเงิน : ระวังจะเสียเงินจากความใจอ่อนของตัวเอง

ความรัก :  ท่านจะได้รับโชคลาภจากคู่ครอง คนโสด มีเสน่ห์มากมาย มีคนเข้ามาเยอะแยะ แต่หาความจริงใจได้ยากเต็มที

สุขภาพ : ระวังปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา เกิดภาวะมึนงงบ่อย อย่าเครียด ปล่อยๆ ไปบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากงานหรือหน่วยงานกำลังมีปัญหา หรือขัดแย้งในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร วันนี้เหมาะที่ท่านจะกลับไปประสานงานอีกครั้ง จะได้รับความสำเร็จ

การเงิน   : อย่าช็อปปิ้งเยอะนจ๊ะ จะหมดเงินตั้งแต่ต้นเดือน

ความรัก :  ความสัมพันธ์ในครอบครัว ต่างคนโลกส่วนตัวสูง ทำอะไรทำคนเดียว หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจแยกกันอยู่เป็นการถาวร บางครั้งจึงต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยประสาน คนโสด ระวังท่านจะเข้าไปเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว เพราะคนที่มาชอบท่านไม่บอกว่าแต่งงานแล้ว

สุขภาพ :  ระวังอุบัติเหตุที่มาจากน้ำและไฟ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  วันนี้ท่านสวมวิญญาณจิตอาสา มีแต่คนเข้ามาขอให้ช่วยงาน ซึ่งท่านก็ใช้ความสามารถทำงานอย่างเต็มที่

การเงิน : หากต้องใช้เงิน ผู้ใหญ่เพศหญิงจะช่วยท่านได้

ความรัก :  ลดความเชื่อมั่นในตัวเองลง เพราะท่านยึดถือแต่ความถูกต้องของตัวเองเป็นหลัก มากกว่าที่จะยอมให้อภัย หรือใช้วิธีประนีประนอมกัน คนโสด ท่านมีความลับเยอะ จึงต้องใช้เวลาศึกษาดูใจกันนานๆ

สุขภาพ : อย่าประมาท เพราะจะเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : เป็นวันของท่าน จะโชคดีเรื่องงาน ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ใหญ่ จนอาจถูกคนรอบข้างอิจฉาริษยาได้ ควรพูดดีกับทุกคน จะยิ่งทำให้ท่านประสบความสำเร็จขึ้นอีก

การเงิน : ระวังตัว อาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย

ความรัก : ท่านกำลังถูกครอบครัวตีกรอบ หรือกำลังถูกข้อผูกมัดอะไรบางอย่าง ซึ่งท่านไม่ยอมรับ จึงส่งผลให้หงุดหงิดแม้กระทั่งเรื่องไร้สาระ อารมณ์ฉุนเฉียว ทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข คนโสด เสน่ห์แรงมาก มีคนมาจีบไม่ว่างเว้นเลยทีเดียว

สุขภาพ  : ผู้หญิงระวังเรื่องมดลูกและเต้านม ควรไปตรวจเช็คบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  วันนี้งานที่ไม่อยู่กับที่ เช่น ติดต่อสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ หรืองานที่ต้องให้บริการความรู้ เช่น นักข่าว นักลงทุน จะประสบความสำเร็จ

การเงิน :  อาจติดขัดบ้าง

ความรัก :  ยังมีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ ด้วยเหตุแห่งความไม่เข้าใจกัน ส่วนมากท่านชอบเอาชนะ ทิษฐิมานะสูง ไม่ยอมหันหน้าเข้าหาก่อน คนโสด อาจถูกแย่งชิงคนรักโดยไม่รู้ตัว

สุขภาพ : ปวดเนื้อปวดตัว ไปนวดรีดเส้น คลายเส้นบ้างก็ดีนะ

เอ็ม & กอล์ฟ @ห้องบอลรูม โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ

เพราะความรัก ความจริงใจที่มีให้กันโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ อย่างเสมอต้นเสมอปลายของคุณกอล์ฟ-กรวัฒน์ สุวรัตนานนท์ ก็แสดงออกมาให้เห็นจนสามารถเอาชนะใจพ่อหม่ำ จ๊กมก นักแสดงตลกที่ขึ้นชื่อเรื่องหวงลูกสาวยิ่งกว่าใคร และที่สำคัญคือทำให้คุณเอ็ม-บุษราคัม วงษ์คำเหลา ยอมแหกกฎของตัวเองที่ว่า เธอจะไม่รักคนที่เด็กกว่า แต่สุดท้ายแล้วคนรักที่เธอปลงใจด้วยกลับมีอายุน้อยกว่าถึง 5 ปี

คุณกอล์ฟและคุณเอ็มตั้งใจที่จะจับมือกันไปจนแก่เฒ่า งานนี้จึงมีธีมงานที่แสนน่ารัก “เราจะแก่ไปด้วยกัน” ทางเข้างานถูกเนรมิตให้กลายเป็นอุโมงค์กาลเวลาที่จะพาลัดเลาะช่วงเวลาจากอดีตไปสู่อนาคตด้วยการไปดูรูปบ่าวสาวสวมชุดไทยจากยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ไปจนถึงเวลาแห่งอนาคตกับภาพบ่าวสาวในวัยชรา

ถ้างานแต่งนี้จะมีแต่ภาพซึ้งๆ ก็ดูจะเสียชื่อคุณพ่อเจ้าสาวเกินไป งานนี้จึงต้องจัดเต็มเรื่องเสียงหัวเราะไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงพิธีการบนเวที ที่งานนี้ประธานไม่ต้องขึ้นกล่าว แต่มีตัวจี๊ดแห่งวงการตลก หม่ำ เท่ง โหน่ง แห่งแก๊งค์ 3 ซ่า ขึ้นมาอวยพรแกมหยิกแกมหยอก กันเองอย่างสนุกสนาน ก่อนจะจบช่วงพิธีงานอย่างสวีทหวานด้วยการที่คุณกอล์ฟประคองโอบพาคุณเอ็มไปตัดเค้กสบสายตาให้กันอย่างซึ้งๆ

ในช่วงโยนดอกไม้ก็จัดแปลกแหวนแนวไม่เหมือนใคร แทนที่จะโยนให้ดอกไม้ช่อสวยต้องช้ำ ก็เปลี่ยนมาดับไฟทั้งห้องบอลรูมให้มืดสนิท แล้วเจ้าสาวใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปในกลุ่มเพื่อนสนิท ซึ่งสาวผู้โชคดีคนนั้นก็คือ ได๋ – ไดอาน่า จงจินตนาการ พิธีกรมากความสามารถนั่นเอง

Wedding Directory

  • ชุดเจ้าสาวงานไทย ชุดฉลองสมรส และชุดเจ้าบ่าว : Finale Weddingstudio เฟซบุ๊ก : finaleweddingstudio
  • ชุดยกน้ำชาและชุดแถลงข่าว : Privé Couture เฟซบุ๊ก: privecouturebangkok
  • แต่งหน้า : ทศพล สนั่นวงศ์   ไอจี : Hollyhua
  • ทำผม : rat_22 ไอจี : rat_22
  • เวดดิ้งแพลนเนอร์ : Create Wedding Planner โทร. 09-3369-6399 เว็บไซต์ : www.createweddingplanner.com เฟซบุ๊ก : Createwedding
  • ภาพ : SITPHOTOGRAPH โทร. 06-1626-5666 เว็บไซต์ : www.sitphotograph.com/ เฟซบุ๊ก: sitphotograph

“พั้นช์ วรกาญจน์” ห่างหายจากหน้าจอทีวี หันมาทำความดีอยู่เบื้องหลังการช่วยเหลือสังคม

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หนึ่งในนักร้องสาวที่โด่งดังสุดๆของประเทศไทยต้องมีชื่อของสาว พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร ติดอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะเธอคือเจ้าของฉายานักร้องสาวตาดำๆที่เคยมีเพลงฮิตติดหูมากมาย จนกระทั่งเจ้าตัวได้ผันตัวมาเป็นนักแสดง ซึ่งก็มีผลงานมาให้เราเห็นอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องทัดดาวบุษยา ที่แสดงคู่กับหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ซึ่งหลายคนจำเธอได้ในบทของ “ไอ้ทัด” มาพร้อมวลีติดปาก “เจ้าฮะ” จนสร้างชื่อเสียงให้กับเธอ

แต่ช่วงหลังๆมาสาวพั้นช์ก็เงียบหายไปจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่เหมือนกัน แต่ถึงแม้สาวพั้นช์จะหายไปจากหน้าจอทีวี แต่ในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอก็อัพเดตตลอด จนทราบว่าแท้จริงแล้วสาวพั้นช์ไม่ได้หายไปไหน แค่ผันตัวไปอยู่เบื้องหลังการช่วยเหลือสังคมในฐานะอาสาของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่วนใครที่คิดว่าทำเพราะสร้างภาพรึเปล่านั้นต้องบอกเลยว่าสาวพั้นช์ทำงานอาสามานานแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบเพราะไม่ได้ออกข่าวอะไรมากมาย อีกอย่างงานนี้สาวพั้นช์เธอทุ่มสุดตัว ตั้งแต่ช่วยงานมูลนิธินั่งรถไปกับป่อเต็กตึ๊งเพื่อช่วยผู้บาดเจ็บ ช่วยเก็บศพ ไปจนถึงช่วยงานอาสาขุดศพไม่มีญาติขึ้นมาทำพิธีในงานทำบุญล้างป่าช้าก็ทำมาแล้ว ตั้งใจและทุ่มเทสุดๆขนาดนี้ใครหาว่าสร้างภาพก็ใจแคบเต็มทีแล้วค่ะคู้ณ!

 

ถ้าพูดถึงผู้หญิงที่สวย เก่ง จิตใจดี ในวงการบันเทิงเราก็มีเยอะ แต่สาวพั้นช์ก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยเฉพาะเรื่องการวางตัวการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เรียบง่ายมากๆ แม้แต่ในเรื่องความรัก สาวพั้นช์มีแฟนเป็นเศรษฐีชุมพรที่คบหาดูใจมาแล้วกว่า 8 ปี ซึ่งใกล้จะมีข่าวดีเร็วๆนี้ โดยเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่า “งานแต่งงานคงเป็นในรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา มันเป็นความตั้งใจของสาวพั้นช์ที่อยากประหยัดงบด้วย เพราะเราคิดว่าสิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตคู่ไม่ใช่งานแต่งงานที่ใหญ่โต แต่อยู่ที่คนสองคนมากกว่า” แหม จิตใจดีขนาดนี้อยากจะมอบมงให้สาวพั้นช์ไปเลยจ้า

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : IG@punch0509

เทรนด์สีผม

Color Contour เทคนิคการทำสีผมเพื่อปรับรูปหน้า พร้อมอัพเดต 4 เทรนด์สีผมจากช่างผมเซเลบชื่อดัง

สไตล์การแต่งตัว แต่งหน้า สะท้อนความเป็นตัวตนและรสนิยมของหนุ่มสาวอินเทรนด์ในยุคปัจจุบัน ไม่ต่างจากการทำสีผม แพรวดอทคอม จึงจะพาสาวๆ ไปอัพเดตเทรนด์สีผมในงาน “Hair Color is The New Makeup” แฟชั่นโชว์อวดเทรนด์สีผมประจำปี 2017 สร้างสีสันให้วงการแฟชั่นผมเมืองไทยคึกคัก ด้วยนิยามคอนเซ็ปต์การทำผมใหม่ล่าสุด ชวนให้สาวๆ หนุ่มๆ ลุกขึ้นมาสนุกและมีความสุขกับการทำสีผม เพื่อดูดีมีสไตล์โดดเด่น สวยในแบบฉบับของตัวเอง

และครั้งแรกกับการเผยเทคนิคการทำสีผมระดับโลก Color Contour (คัลเลอร์ คอนทัวร์) ที่จะมาช่วยปรับโครงหน้า สีของเมคอัพ หรือแม้แต่สีผิวให้มีความโดดเด่นมากขึ้น เรียกว่าเป็นเทคนิคการใช้สีเพื่อช่วยปรับโครงรูปใบหน้าให้แลดูมีมิติ เป็นเทคนิคที่ตอบรับแฟชั่นยุคใหม่ทั้งหญิงและชายที่ต้องการจะมีใบหน้าที่ดูเรียวเล็กรูปไข่ ซึ่งเป็นรูปหน้าที่สวยสมบูรณ์แบบที่สุด เป็นรูปหน้าอันเป็นที่ปรารถนาของคนเอเชียทั้งหลาย เพื่อสวยแซ่บ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

เจเจ ต้าเหนิง ร่วมเดินแบบ

สำหรับเทคนิคการทำคอนทัวร์รูปหน้า เป็นการทำสีด้วยการใช้สีโทนอุ่นหรือโทนเย็นเพื่อให้เข้ากับคนเอเชียที่มีรูปหน้าที่แตกต่างกันมากถึง 7 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปหน้าไข่ รูปหน้ากลม รูปหน้าสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูปหน้ายาว รูปหน้าเหลี่ยมเพชร และรูปหน้าหัวใจ ผ่านการใช้ผลิตภัณฑ์สีผมของลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล ที่มีให้เลือกรังสรรค์ มากมายกว่า 100 เฉดสี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหลังจากทำเทคนิค “คัลเลอร์ คอนทัวร์” แล้ว จะมีสีผมที่โดดเด่น โครงรูปใบหน้าเป็นรูปไข่เรียวเล็กดูสวยสมบูรณ์แบบ

Ash Brown (แอช บราวน์) สร้างสรรค์โดยกูรูด้านสีผม แก้วใจ บุณยาจิน เทรนด์แฟชั่นสีผมยอดนิยม ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์แฟชั่นสีโทนเย็น ผสมผสานกับความคลาสสิกของสีน้ำตาล ช่วยเนรมิตลุคใหม่ให้สาวเอเชียดูสวยเรียบหรู ดูแพง มีเสน่ห์ ใบหน้าดูสว่าง น่าค้นหา

เทรนด์สี Vibrant Pastel (ไวแบรนท์ พาสเทล) สร้างสรรค์โดยพอร์ตโฟริโอ อาร์ตติสต์ ของลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า “สำหรับไวแบรนท์ พาสเทล เป็นเทรนด์แฟชั่นสีผมทันสมัย เหมาะกับหนุ่มสาวเอเชีย ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์การแต่งหน้าและเทรนด์แฟชั่นการเเต่งกายสีพาสเทล สู่คอลเล็คชั่นสีผมพาสเทล จึงเหมาะสำหรับแฟชั่นนิสต้าที่ชอบความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะช่วยเนรมิตลุคใหม่ให้ดูมีคาแร็คเตอร์สวยเปรี้ยว แต่ยังซ่อนความหวานในตัว ดูโดดเด่น สดใส และน่าค้นหาไปพร้อมกัน”

Parisian Bronde (ปารีเซียง บรอนด์) “เป็นเทรนด์แฟชั่นสีผมใหม่จากรันเวย์ปารีสที่มีเสน่ห์อันน่าลุ่มหลง สวยงามสไตล์ปารีสด้วยไอเดียแฟชั่นการมิกซ์แอนด์แมตช์สุดลงตัวระหว่างสีทอง (Blond) และสีน้ำตาล (Brown) เป็นการนำจุดเด่นของ 2 โทนสีมาผสมให้เข้ากัน รังสรรค์เป็นโทนสีแฟชั่นใหม่อันน่าหลงใหล นั่นก็คือ สีบรอนด์หรือสีน้ำตาลประกายบลอนด์ ที่จะช่วยเนรมิตลุคใหม่ ดูสวยเป็นธรรมชาติ อบอุ่น สุภาพ หนักแน่น น่าหลงใหล” โดยช่างผมมืออาชีพ สายสุดา เชื้อวิวัฒน์ 

แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์
แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์

และปิดท้ายที่เทรนด์สีผมประจำซีซั่นนี้กับ French Chocolate (เฟรนช์ ช็อกโกแลต) สร้างสรรค์โดยทีม Thailand Educator ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความคลาสสิกของโทนสีน้ำตาล หนึ่งในเทรนด์สีสุดคลาสสิกของวงการแฟชั่นระดับโลก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหยิบช็อกโกแลตอุ่นๆ เข้าปาก เพื่อตอบโจทย์ให้สาวเอเชียได้เนรมิตผมสีในสไตล์ของตัวเองได้อย่างโดดเด่น ทันสมัย ช่วยเนรมิตลุคใหม่ ดูสวย แฝงไปด้วยความเย้ายวน ใบหน้าดูมีมิติ


 

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล (ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ)

ยิ่งดูยิ่งซึ้ง พระจริยวัตรเจ้าหญิงนักการแพทย์ ไม่แบ่งชนชั้น ทุกงานไม่มีสูงต่ำเพราะทำเพื่อประชาชน

ไม่ต้องมีคำมั่นสัญญาใดๆ แต่พระองค์ทรงทำด้วยใจอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าวันนี้จะทรงพระประชวร พระวรกายไม่แข็งแรงนัก แต่ภาพที่ทุกคนเห็นจากการเสด็จฯไปทรงเยี่ยมผู้ป่วยตามหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. คงซาบซึ้งใจกันดีอยู่แล้วว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าหญิงนักการแพทย์ของชาวไทย ทรงทุ่มเทกับการปฏิบัติหน้าที่นี้อย่างไม่ท้อถอย และมีพระจริยวัตรที่งดงาม ซึ่งแสดงออกต่อประชาชนอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างยิ่ง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดพะเยา และเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเข้าเฝ้าฯรับเสด็จ ณ โรงเรียนฝายกวางวิทยาคม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ( 24 ก.พ. 2560)

นับตั้งแต่ที่พระองค์ได้เข้ามาสานต่องานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หรือ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก็นับว่าเป็นอีกภารกิจอันใหญ่หลวงอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพพลานามัยให้แก่ประชาชนที่ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งปัญหาโรคภัยไข้เจ็บบวกกับความยากจนนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบที่จะต้องให้ความช่วยเหลือนับไม่ถ้วน การเสด็จพระราชดำเนินไปในแต่ละครั้ง นอกจากจะเป็นการบรรเทาทุกข์ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีขึ้นแล้ว ยังทรงเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ชาวไทยและทีมแพทย์อาสาที่ร่วมเดินทาง

พระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ที่ทรงปฏิบัติต่อประชาชนทั่วไปก็มิเคยถือพระองค์หรือแบ่งว่าใครเป็นใคร พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับทุกคนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ แม้แต่การสอบถามอาการจากผู้ป่วยที่มาเข้าเฝ้าฯ พระองค์ทรงใช้คำศัพท์สามัญทั่วไปในการสื่อสารอย่างเรียบง่ายและอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างมาก และหลายครั้งที่พระองค์โปรดนั่งกับพื้นราบด้วยพระองค์เอง ซึ่งภาพที่ออกมาแม้จะดูว่าทรงอยู่ต่ำกว่าประชาชนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่กลับทำให้ผู้ที่ได้เห็นซาบซึ้งอย่างมากว่าเจ้าหญิงนักการแพทย์พระองค์นี้ทรงรักประชาชนมากเพียงใด

เสด็จฯไปทรงเยี่ยมหน่วย พอ.สว.และพระราชทานของที่ระลึกแก่กรรมการ อนุกรรมการ อาสาสมัคร พอ.สว. ผู้ทูลเกล้าฯสมทบทุนมูลนิธิ ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย (วันที่ 26 ก.พ. 2560)
เสด็จฯไปทรงเยี่ยมหน่วย พอ.สว.และพระราชทานของที่ระลึกแก่กรรมการ อนุกรรมการ อาสาสมัคร พอ.สว. ผู้ทูลเกล้าฯสมทบทุนมูลนิธิ ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย (วันที่ 26 ก.พ. 2560)

และภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560  เชื่อว่าทุกคนที่ได้ทราบข่าวก็คงรู้สึกซาบซึ้งไม่ต่างกัน จากการที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนฝายกวางวิทยาคม บ้านทุ่งหล่มใหม่ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ทรงเยี่ยมราษฎรและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือหน่วยแพทย์ พอ.สว. จังหวัดพะเยา และโปรดให้นางพะยอม วังเค็ม อายุ 49 ปี ชาวตำบลเจดีย์คำ อำเภอเชียงคำ ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ส่วนกลางมานาน 1 ปี 3 เดือน เข้าเฝ้าฯพร้อมด้วยบุตรชาย โดยรับสั่งกับนางพะยอมด้วยว่า

“คุณป้าไม่ต้องกังวล หนูจะให้ทุนเลย คือว่าทันที่ที่จะต้องจ่ายเอง ส่วนนั้นหนูจะจ่าย แล้วเอาอย่างนี้ ไม่ทราบคุณป้าจะรับได้ไหม ถ้าหนูจะรับเขา เด็กคนนี้ เป็นลูกบุญธรรมของหนู หนูจะเลี้ยงดูเขาอย่างดีที่สุด หนูเชื่อว่า อันนี้เป็นสิ่งที่พ่อของหนู คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ท่านก็คงทำอย่างนี้แหละ ท่านสอนหนูมา ให้รักประชาชน”

 

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ…

 

ภาพ : IG@we_love_princess_chulabhorn และ IG@Thairoyalfamilynews

 

 

 

 

 

งดงามหมดจดโค่นกันไม่ลง! “แต้ว-มิว” ลั่นระฆังยกแรก “เจ้าแม้นเมือง VS เจ้ามิ่งหล้า”

เรียกว่าออร่าองค์แม่ประทับร่าง งดงามหมดจดโค่นกันไม่ลง! สำหรับสองนางเอกหน้าหวาน “แต้ว-มิว” ที่โคจรมาปะทะฝีมือการแสดงกันในละครพีเรียดขึ้นหิ้ง “รากนครา” ที่ถือฤกษ์ดีบวงสรวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ละครยังไม่ทันออนแอร์ แต่การประชันออร่าครั้งแรกอย่างเป็นทางการของสองนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการ “แต้ว-ณฐพร” ที่มารับบทเป็น “เจ้าแม้นเมือง” และสาว “มิว-นิษฐา” ที่มารับบท “เจ้ามิ่งหล้า” สองพี่น้องต่างมารดาได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยในวันบวงสรวงละครที่ผ่านมา ทั้งคู่ต่างจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผม คีพคาแร็คเตอร์สองเจ้าแห่งเมืองเหนือทุกอิริยาบถ งดงามหมดจดโค่นกันไม่ลง

บรรยากาศภายในงานบวงสรวงละครจะเป็นอย่างไร “แพรวดอทคอม” จัดภาพมาให้ส่องเต็มๆ ใครทีมเจ้าแม้นเมือง ใครบ่าวเจ้ามิ่งหล้า เตรียมเลือกข้างกันได้เลย!

 

แต้ว-มิว องค์แม่เจ้าเมืองเหนือประทับร่าง

งดงามหมดจดโค่นกันไม่ลง! "แต้ว-มิว" ลั่นระฆังยกแรก "เจ้าแม้นเมือง VS เจ้ามิ่งหล้า"

พักเบรก ยืดกล้ามเนื้อแพร้บ!! 

แต้ว-มิว

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : Ch3 | IG@taewaew_natapohn | IG@actart_gen | IG@pujira | IG@mewnittha |

หนังสือเล่มโปรด

“I read,U read” อ่านหนังสือกันเถอะพี่น้อง!! 4 ซุปตาร์เผยมุมมองนักอ่าน หนังสือเล่มโปรด ต้องนี่เลย!

“I read,U read” ชวนคนดังมาโชว์ หนังสือเล่มโปรด 

หนังสือเล่มโปรด ของคุณคือเล่มไหน เคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างไหม ถ้ายังลองอ่าน “I read,U read” คอลัมน์ประจำใหม่แกะกล่องในนิตยสารแพรว ได้นำเหล่าคนดังมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจและมุมมองชีวิตจากการอ่านหนังสือเล่มโปรด เพราะในยุคที่หนังสือถูกแทนที่ด้วยสมาร์ทโฟน ทำให้เราเห็นภาพคนหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านหายจากสังคมไปทุกที หลายคนตั้งคำถามว่า หนังสือให้อะไรกับชีวิต คำถามนี้คงไม่มีใครตอบแทนคุณได้ นอกจากคุณจะลงมือหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเอง 

 1.เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ‘ ชีวิตดีเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือ’

“เวลาคิดอะไรไม่ออก ผมจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน กลายเป็นคนติดหนังสือ ชอบอ่านทั้งชีวประวัติ ประวัติศาสตร์ จิตวิทยา ธุรกิจ วรรณกรรม  ส่วนหนังสือโปรดในดวงใจของผมคือ Rich dad Poor Dad พ่อรวยสอนลูก ผมอ่านตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม อ่านเป็นสิบเที่ยว รู้สึกว่าเท่จึงอยากเป็นอย่างคุณคิโยซากิบ้าง เขาพูดเกี่ยวกับวิธีคิดและการดำเนินชีวิตด้านการเงิน เล่มถัดมาคือ เหตุใดเราจึงยังมีชีวิตอยู่ เป็นผลงานเล่มแรกของพี่นิ้วกลม มันมีช่วงหนึ่งที่รู้สึกเบื่อชีวิต บางครั้งเจอปัญหา แต่บางครั้งชีวิตก็นิ่งมาก จนกระทั่งมาอ่านเล่มนี้ แล้วทำให้มองชีวิตในมุมที่แปลก ทำให้มีกำลังใจและเห็นว่าชีวิตยังมีสิ่งที่สวยงามเสมอ ส่วนเล่มสุดท้ายคือ Branding 4.0 เป็นหนังสือที่ทำให้ผมเข้าใจเรื่องการสร้างแบรนด์และตลาดในโลกปัจจุบันมากขึ้น”

 

 

 

2.อั้ม-นัท คู่รักที่เชื่อในพลังของการอ่าน

อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์“ ผมว่ามนุษย์ต้องอ่านหนังสือ เหมือนคอมพิวเตอร์ถ้าจะฉลาดต้องพัฒนาโปรแกรมเป็นประจำ ด้วยความที่ผมชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ ไม่อยากให้คิดว่า แก่ก่อนแล้วถึงค่อยเข้าวัด เพาะธรรมมะเป็นเรื่องของธรรมชาติ อย่างเรื่อง ‘ประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ’ ก็ชอบ เพราะผมเคารพและนับถือพระอาจารย์มั่นมาก มีคนเคยบอกผมว่า ถ้าหลวงปู่มั่นอยู่ในสังคมโลกท่านเป็นคนไร้ค่า เพราะท่านไม่มีทรัพย์สิน แต่ถ้าในทางธรรมท่านถือว่าสุดยอด เพราะสามารถปล่อยวางเรื่องทางโลกได้ทั้งหมด”

นัท มีเรีย “ โดยส่วนตัวคิดว่าอ่านอะไรก็ได้อย่างนั้น นัทเหมือนอั้มที่ชอบอ่านหนังสือธรรมะ เพราะบางครั้งชีวิตก็หลงมาทางโลกเยอะ ขอแนะนำเรื่อง ปลูกดอกบัวที่ใจ เมื่อ  10 ปีที่แล้วเริ่มปฏิบัติธรรมที่วัดป่าสันติพุทธาราม หนังสือเล่มนี้เป็นบทเทศน์ของพระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส ชอบที่ท่านพูดตรง เข้าใจง่าย สำหรับนัทความสุขที่แท้จริงต้องเกิดจากการพยายามและฝืนสู้กับกิเลสในใจตัวเอง”

3. เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ‘อ่านเปลี่ยนชีวิต’

“หนังสือเป็นเหมือนเพื่อนคุยของเชอร์รี่ ถ้าอ่านแล้วเห็นด้วยกับคนเขียนเราก็จะเออออห่อหมกมาก ถ้าเล่มไหนไม่ใช่เราก็จะเถียงกับหนังสือจนรู้สึกสนุก หนังสือทำให้เราสนุกสนาน หลุดจากชีวิตที่น่าเบื่อ หรือเรื่องทุกข์ใจ  เชอร์รี่ชอบหยิบเรื่อง ปรากฏการณ์ตาสว่าง เป็นอีกเล่มที่อธิบายธรรมะให้เข้าใจง่าย นำเรื่องใกล้ตัวมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และแนะนำวิธีจัดการกับอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น รัก โรกธ เกลียด ส่วนหนังสือเรื่อง Essentialism มาอ่าน หนังสือเล่มนี้สอนว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จต้องใช้ชีวิตทุกด้านอย่างมีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่แค่มุ่งที่จะประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังต้องหาเวลานอนหลักพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

เรื่อง : fai

ภาพ : เนาวพจน์ , กฤตธี,โยธา