สุวิทย์ ใจป้อม

สุวิทย์ ใจป้อม ทุ่มเทเวลาครึ่งปีกับภาพเขียนยาว 20 เมตร ผลงานสุดยิ่งใหญ่เพื่อพ่อหลวง

สุวิทย์ ใจป้อม “ภาพผมอาจไม่ได้มีราคาแพง แต่เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก”

สุวิทย์ ใจป้อม ศิลปินกลุ่มขัวศิลปะจากเชียงราย ขอน้อมรำลึกถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจสร้างสรรค์ผลงานภาพเขียนขนาดใหญ่ ความยาวถึง 20 เมตร จัดแสดงใจกลางเมือง ด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

อาจารย์สุวิทย์เปิดใจกับแพรวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ในฐานะคนทำงานศิลปะ ผมคิดอยู่ในใจมาตลอดว่าอยากสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญเพื่อพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยวาดภาพขนาด 1.5 เมตร แต่ครั้งนี้อยากทำให้เป็นครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม

สุวิทย์ ใจป้อม

“จึงขอถ่ายทอดพระราชประวัติของพระองค์ท่าน ตั้งแต่เสด็จพระราชสมภพ ทรงพระเยาว์ เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงพระผนวช พระราชกรณียกิจตลอดการครองราชย์ 70 ปี และพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของพระองค์ จนเสด็จสวรรคต และเมื่อมีคนทราบว่าผมจะทำงานชิ้นนี้ จึงมีหลายฝ่ายเข้ามาช่วยสนับสนุน เพื่อให้ได้นำมาจัดแสดงที่ใจกลางเมืองแห่งนี้

“ผมทุ่มเทและตั้งใจมากๆ ใช้เวลาเตรียมงานประมาณ 3 เดือน เป็นช่วงวางแผน ปรึกษาผู้ใหญ่และอาจารย์ เช่น อาจารย์เฉลิมชัย อาจารย์ ว.วชิรเมธี รวมถึงศิลปินแห่งชาติหลายท่าน ทั้งการเลือกวัสดุ เทคนิคการวาด เพราะภาพต้องทนแดด ทนฝน เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด จากนั้นจึงลงมือวาดอีก 3 เดือน เป็นภาพมีขนาดความสูง 2.20 เมตร ยาว 20 เมตร เริ่มตั้งแต่ด้านซ้ายมือนำเสนอภาพพระองค์ท่านครั้งทรงพระเยาว์ ประทับที่ต่างประเทศ ต่อด้วยพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ทั้งดนตรี ศิลปะ กีฬา และต่อด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับชาติบ้านเมือง พระองค์ท่านเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎร พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนในพื้นที่สูง

“โดยใช้เทคนิคการเขียนภาพด้วยถ่านลงบนผ้าใบ โดยเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ผมนำไม้มาเผาให้เป็นถ่าน แล้วนำถ่านมาวาดภาพ มีทั้งกิ่งไม้ยูคาลิปตัส ไม้สัก ไม้โมก พริก หยวก ต้นองุ่น และทดลองวาดลงบนผ้าใบ สอดคล้องกับที่พระองค์ท่านรับสั่งไว้ในเรื่องความพอเพียง ทุกอย่างเกิดจากธรรมชาติและดับไปกับธรรมชาติ เป็นสัจธรรมที่ผมถ่ายทอดลงไปในนี้ด้วย แม้ว่าภาพนี้ไม่ได้มีราคาแพง แต่เป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก และมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับคนทำงานศิลปะแบบผม ผมขอบคุณกำลังใจจากหลายๆ ฝ่ายที่ช่วยกันสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้เกิดผลงานชิ้นนี้

“จากวัยเด็กมาจนถึงตอนนี้ ผมวาดพระองค์ท่านมาตลอดเป็นเวลากว่า 40 ปี ผลงานชิ้นนี้ถือเป็นชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตผม ทุกครั้งที่ผมวาดภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 คือช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด”

  • “ในดวงใจนิรันดร์” ร้อยรวมใจน้อมรำลึกพ่อหลวงของแผ่นดิน นิทรรศการแสดงภาพเขียนความยาว 20 เมตร ช่วงแห่งพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยสุวิทย์ ใจป้อม จัดแสดงด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 2 – 31 ตุลาคม 2560 

เรื่อง : Nim

ภาพ : วรสันต์

ถอดเคล็ดลับการแต่งตัวจาก 5 คนดัง ครีเอตลุคยังไงให้ปัง ไม่มีพลาด

การแต่งตัวสามารถบอกตัวตนได้จริงเหรอ ถ้าพูดแบบนั้นก็คงไม่ผิดหรือถูกซะทีเดียว เพราะถ้าลองสังเกตจากตัวเองเป็นหลัก บางครั้งเราก็ซื้อและใส่แต่เสื้อผ้าสไตล์เดิมๆ อย่างเสื้อกับกางเกงยีนส์ หรืออยากจะหวานก็เปลี่ยนเป็นเดรสบ้าง แต่ถ้าลองดูดีๆ เดรสที่เราเลือกก็ไม่ได้ห่างจากความเป็นตัวเองมาก เพราะถ้ามันไม่ใช่ตัวเอง แน่นอนว่าคุณจะไม่มั่นใจและไม่กล้าใส่มันอย่างแน่นอน

แต่กับบางคน หรือง่ายๆ เลย ดารา นักแสดง ที่ต้องเปลี่ยนบทบาทไปตามตัวละคร อันนี้จะเห็นได้ชัดว่าสามารถเปลี่ยนลุคได้หลากหลายจริงๆ เพียงแค่เอาหน้าผมมาซัพพอร์ตชุดก็ได้ลุคตามคาแร็คเตอร์แล้ว แต่เมื่อหลุดออกมาจากจอและอยู่ในชีวิตจริง แต่ละคนก็จะมีสไตล์ของตัวเองที่เด่นชัดและเป็นเอกลักษณ์เช่นกัน

ดังนั้นการแต่งตัวบอกความเป็นตัวเราได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยนให้เราเป็นอีกคนหนึ่งได้เหมือนกัน

วันนี้แพรวดอทคอมเลยมีหัวข้อน่าสนใจเกี่ยวกับการแต่งตัวของคนดังมาฝากกัน เพราะถ้าจะเปิดความเป็นตัวเองผ่านการแต่งตัวแล้ว เราก็ควรเลือกให้ดี ให้เข้ากับโอกาส จะได้สวยในแบบตัวเองและไม่พลาดนะจ๊ะ

 

ศีตลา วงษ์กระจ่าง

1

1

สำหรับนางแบบคลื่นลูกใหม่คนนี้ หลายคนคงเริ่มคุ้นชินโปรไฟล์ของเธอกันบ้างแล้ว เนื่องจากเข้ามาโลดแล่นตามหน้าฟีดโซเชียลมีเดียของนิตยสารและแบรนด์ชั้นนำมากมาย มีผลงานไม่ขาดสาย แถมยังเป็นทายาทของสองนักแสดงรุ่นเก๋าในวงการบันเทิงอีกด้วย การจะขึ้นแท่นเป็นแฟชั่นนิสต้าอนาคตไกลในเวลาอันรวดเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องสวยเป๊ะทั้งเครื่องหน้า ท่าทาง รวมถึงสไตล์ที่เตะตาเตะใจผู้คน แน่นอนว่าศีตลา วงษ์กระจ่าง มีครบทุกข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายลักชัวรี่สตรีทที่ถือเป็นไม้ตาย กับสกิลโมดิฟายไอเท็มเก๋ๆ จนเกิดเป็นลุคสุดคูลได้ทุกโอกาสและทุกสถานที่ ไล่ตั้งแต่ฟร้อนต์โรว์ ไปจนถึงตรอกซอกซอยบนถนนเยาวราชเลยละ

 

ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน

หากยกให้ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน เป็นดีไซเนอร์อัจฉริยะของวงการแฟชั่นไทยก็คงไม่มีใครปฏิเสธ อดีตเขาคือผู้ปลุกปั้น Vickteerut ให้โด่งดังในหมู่แฟชั่นนิสต้า แต่ปัจจุบันได้หันมาเป็นครูสอนโยคะ คูลดาวน์จังหวะชีวิตลง พร้อมกับปรับจูนคาแร็คเตอร์ของเสื้อผ้าให้เฟรชและเท่คูลผ่านไลน์น้องใหม่ V Activewear นำเสนอสปอร์ตแวร์ที่มีกลิ่นอายสตรีท ผสมผสานทั้งฟังก์ชั่นและดีไซน์ไว้ด้วยกัน ตอกย้ำไลฟ์สไตล์แอ๊คทีฟของเขาที่มีทั้งโหมดแคชวลกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด รวมถึงโมเมนต์ที่ต้องโชว์สปิริตสุดสตรอง ดังนั้นไม่ว่าจะบอมเบอร์แบบโอลด์สกูลหรือแจ็กเก็ตสไตล์อาวองต์การ์ดก็ตอบทุกโจทย์ เพราะคล่องตัวและใส่ได้ทุกสถานการณ์

 

แดนนี่ เบล็สซิ่ง

 

มองแว่บแรกอย่าเพิ่งตัดสินว่า แดนนี่ เบล็สซิ่ง คือแบดบอย เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่อุทิศตนให้ทุกบทบาทในชีวิต ล่าสุดกับตำแหน่งสามีและคุณพ่อป้ายแดง รวมถึงอาชีพหลักก็รับทำตั้งแต่เบื้องหน้าไปจนถึงเบื้องหลังเลยทีเดียว เพราะว่าดูแลรับผิดชอบด้านสื่อครบวงจร ถัดมาในส่วนของดีเจและพิธีกรที่เราได้เห็นผลงานกันบ่อยๆ นั้นก็มุ่งมั่นเกินร้อย ใส่ใจพิถีพิถันทุกรายละเอียด ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าหน้าผมที่ถูกจัดอยู่ในหมวดผู้ชายเวลกรูมมิ่ง กับสไตล์คูลๆ เน้นความทะมัดทะแมงบนเฉดสีแมนๆ อย่างขาว เทา ดำ น้ำตาล เป็นได้ทั้งหนุ่มเออร์บันในวันติดต่อเจรจาธุรกิจ แล้วก็ปรับโหมดมาเป็นดีเจสุดเท่ได้ในพริบตา

 

วิชดา สีตกะลิน

 

ผู้หญิงทำงานวันนี้เต็มเปี่ยมด้วยแพชชั่นและมีความสนใจหลายอย่าง โอกาสในการแสดงความสามารถก็มากขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะแค่ด้านใดด้านหนึ่ง เช่นเดียวกับวิชดา สีตกะลิน ดีไซเนอร์มาดเก๋ เจ้าของธุรกิจ Quattro Design และ Eichholtz TH แหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ทันสมัย รวมถึงเป็นดีไซน์ไดเร็คเตอร์โรงแรมสุดหรูบนหาดไร่เลย์ Rayavadee และ Tamarind Village ใจกลางเมืองเชียงใหม่ นอกเหนือจากงานออกแบบตกแต่งโฮเทลห้องหับ ก็ยังนำพรสวรรค์ในการแมตช์ชิ้นสเตทเมนต์มาใช้เดรสอัพให้ตัวเองด้วย สามารถหยิบไอเท็มที่มีกิมมิกมาสวมใส่ได้อย่างมีสีสันและดูดี ทั้งผ้าทอ ลายพริ้นต์ เทคนิคเลเยอร์ จับเดรป ทำให้การปรากฏตัวทั้งในชั่วโมงทำงานและวันพักผ่อนเบาๆ โดดเด่นและหรูหรามีระดับได้ทุกครั้ง

 

พลอย ปิ่นแสง

 

จากนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติ ตอนนี้พลอย ปิ่นแสง กำลังทุ่มสุดตัวกับธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ Tribe BKK ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักสุขภาพ ที่มีทั้งคลาสปั่นจักรยาน คลาสบาร์ และคลาสโยคะ นอกเหนือจากชั่วโมงเวิร์คเอ๊าต์ที่เรามักจะคุ้นชินกับลุคสปอร์ตสุดทะมัดทะแมง บางวันเธอก็เปลี่ยนยูนิฟอร์มจากบราท็อปและเลกกิ้งมาเป็นเชิ้ตกับกางเกงคัตติ้งเนี้ยบ หรือกระโปรงทรงดินสอผ่าหน้าโชว์เรียวขาเฟิร์ม แมตช์กับเสื้อปาดไหล่ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่ซีเรียสเกินไป ปรับลุคใหม่ให้แตกต่าง ดูเท่แบบสาวเวิร์คกิ้งวูแมนได้ไม่ยากเลย


 

ใครมีสไตล์การแต่งตัวไปในทางเดียวกันกับคนดังคนไหนก็ลองแมตช์ลุคใหม่ๆ ดูได้เลย ถ้าหากว่าคุณยังไม่เคยลองเปลี่ยนนะ และไม่แน่ว่าอาจจะได้ลุคซิกเนเจอร์ของตัวเองเพิ่มขึ้นก็ได้ อิๆ

1

เรียบเรียง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพและข้อมูล : Club21

 

เมื่อ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเล็งพระแสงปืนใส่หนุ่มคาวบอย

เมื่อครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ทรงฉายร่วมกับมิสเตอร์ริชาร์ด บูน (Richard Allen Boone) ดาราคาวบอยชื่อดังจากซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Have Gun Will Travel 

มีพระราชปฏิสันถารกับนายริชาร์ด บูน ขณะเตรียมตัวถ่ายทำซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Have Gun Will Travel ที่โรงถ่ายภาพยนตร์กลางแจ้ง

แต่นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์นี้แล้ว ยังปรากฏหลักฐานเป็นบันทึกงานเขียนของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เจ้าของนามปากกา ‘ว.ณ.ประมวญมารค’  ผู้ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙  มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ และได้โดยเสด็จในฐานะราชเลขานุการส่วนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อคราวที่ทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๑๔ มิถุนายน-๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

ในบันทึกนั้นผู้เขียนทรงเล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๓ ที่ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จฯพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ เยือนโรงถ่ายพาราเม้าท์พิกเจอร์ส์ และห้วงตอนหนึ่งได้ทรงทอดพระเนตรการถ่ายทำภาพยนตร์กลางแจ้งด้วย โดยมีใจความว่า…

“…เมื่อทรงพระดำเนินไปตามถนนเมืองคาวบอยนั้นสักครู่ ก็ทอดพระเนตรเห็นคาวบอยร่างใหญ่ สูงโย่ง มีหนวด คาดปืน มีลูกกระสุนเต็ม สวมหมวกปีกใหญ่สีดำ เดินส่ายอาดเข้ามาเฝ้า เมื่อแรกพอหญิงเห็นนายคนนั้นเข้า นึกในใจว่าพ่อนี่ต้องเป็นผู้ร้ายเด็ด ที่ไหนได้กลายเป็นพระเอกของเรื่อง ชื่อ นายริชาร์ด บูน ต่างหาก

“นายพระเอกสูงโย่งนี่ตลกดี เมื่อเข้าเฝ้าทั้งสองพระองค์เรียบร้อยแล้ว ก็ชักปืนถวายพระเจ้าอยู่หัว ยกมือ ๒ ข้างทำเป็นยอมแพ้ พวกช่างภาพต่างๆ ที่เดินตามเสด็จมาเป็นหมู่ร้องเอะอะว่า “ขออีกที ขออีกทีเถอะ” พระเจ้าอยู่หัวก็เลยทรงถือปืนจ้องนายริชาร์ด บูน ซึ่งทำท่ายอมแพ้ให้ช่างภาพถ่ายรูปตามใจชอบ วันรุ่งขึ้นกับวันต่อไป หนังสือพิมพ์ที่ได้อ่านทุกฉบับ เช่น ลอสแอนเจลิส ไทมส์ ฮอลลีวูดโสดิสแพ็ช นิวยอร์กเจอนัล นิวยอร์ก ไทมส์ เป็นต้น ลงรูปนายคาวบอยใหญ่ยกมือยอมแพ้พระเจ้าอยู่หัว มีสมเด็จฯทรงยืนพระสรวลอยู่ใกล้ๆ”

ซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Have Gun Will Travel ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ CBS ระหว่างปี 1957-1963 ได้ระดับเรตติ้งจาก Nielsen ประมาณ 3-4 ทุกปี มีนายริชาร์ด บูน รับบทเป็นคาวบอยนักสืบรับจ้าง ชื่อ พาลาดิน(Paladin) มีคาแร็คเตอร์แตกต่างจากคาวบอยทั่วไปที่มักมีการศึกษาต่ำ แต่พาราดินเป็นคนมีการศึกษาสูง และเป็นนักท่องเที่ยวตัวยง เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์ เคยเป็นทหารในสงครามกลางเมือง พอสงครามจบเขาเลยเปลี่ยนอาชีพเป็นมือปืนรับจ้าง คอยสืบเสาะหาข่าวความขัดแย้งยุ่งยากในดินแดนตะวันตก ที่มักเต็มไปด้วยเรื่องการต่อสู้ของเจ้าของไร่ปศุสัตว์ กับโจรร้ายที่ชอบปล้น ฆ่า หรือจับลูกคนรวยเป็นตัวประกัน

เมื่อสืบข่าวจนได้เรื่อง พาลาดินก็จะเข้าไปอาสารับจ้างตามจับผู้ร้าย ด้วยฝีมือการยิงปืนแม่นราวจับวาง บวกกับมีความฉลาดเป็นยอดตามสไตล์พระเอกอเมริกัน เขาจึงทำงานสำเร็จทุกครั้ง  ทำให้ได้ค่าจ้างอย่างงามจนสามารถใช้ชีวิตหรูหราอยู่ในโรงแรมริทซ์ คาร์ลตัน เมืองซานฟรานซิสโกได้ และจะออกเดินทางไปทำงานเมื่อได้ค่าจ้างดีๆ เท่านั้น

ริชาร์ด บูน เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔ หรือเมื่อ ๓๖ ปีที่แล้ว ด้วยโรคมะเร็งกล่องเสียง

 

ที่มาพระบรมฉายาลักษณ์ : ประมวลพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๘๙-๒๕๑๐

อีกด้านของชีวิต เหมี่ยว – ปวันรัตน์ กับการวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.๙ มาตลอด 11 ปี

เหมี่ยว – ปวันรัตน์ เตรียมจัดนิทรรศการพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ให้ประชาชนได้ชมในระหว่างวันที่ 19 ต.ค. – 19 พ.ย. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ  สยามสแควร์วัน

เป็นนักแสดงที่อยู่กับวงการบันเทิงเมืองไทยมานานเลยทีเดียวสำหรับเหมี่ยว – ปวันรัตน์ นาคสุริยะ แม้เราจะเคยเห็นความสามารถในหลากหลายด้านของเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งการเล่นละคร การเป็นพิธีกร แต่ยังมีอีกมุมหนึ่งที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่าเธอเป็นศิลปินวาดภาพด้วย โดยเหมี่ยว – ปวันรัตน์ได้เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 19 ต.ค. – 19 พ.ย. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน เธอเตรียมนำผลงานศิลปะตลอด 11 ปีมาจัดนิทรรศการพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙  ให้ประชาชนได้ชมกัน

ทั้งนี้นักแสดงสาวยังได้เผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ได้เริ่มวาดภาพพระองค์ท่านมา 11 ปีแล้ว เมื่อในหลวงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี เมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นปีแรกที่เริ่มวาดรูปในหลวง ขนาดภาพเล็กมาก เป็นกระดาษขนาดโปสต์การ์ด นี่เป็นชุดแรกที่วาดในปีนั้น หลังจากเห็นพระองค์ท่านเสด็จฯออกมาโบกมือให้ประชาชนที่ไปเข้าเฝ้าฯแน่นจนล้นจากหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมไปสุดลูกหูลูกตา จำได้ว่าปีติเหลือเกิน ยิ้มดีใจ น้ำตาไหลพรากๆ หลังจากนั้นก็ไม่หยุดวาดเลย”

สำหรับผลงานเหล่านี้ เหมี่ยว – ปวันรัตน์ได้แรงบันดาลใจมาจากพระบรมฉายาลักษณ์ในพระราชอิริยาบถต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และได้ใช้เวลาว่างในการวาดชิ้นงานออกมาจนมีมากกว่า 100 ใบ ซึ่งนอกจากพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แล้ว เธอยังได้วาดพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเดิมทีเธอได้เล่าว่า ไม่กล้าวาดออกมา เพราะกลัวทำได้ไม่ดี แต่ครูโต – ม.ล.จิราธร ครูสอนวาดรูป ได้พาเธอออกจากความกลัว โดยบอกว่า “รูปที่วาดด้วยความรัก เทิดทูนบูชาในมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ มีแต่ความเมตตากรุณาให้แผ่นดิน ไม่ต้องกลัวไม่สวย ไม่ต้องกลัวไม่เหมือน เพราะสำหรับเรา พระองค์ท่านงดงามเสมอ”

สำหรับนิทรรศการพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของเหมี่ยว – ปวันรัตน์ จะเปิดให้เข้าชมได้ในระหว่างวันที่ 19 ต.ค. – 19 พ.ย. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน


เรื่อง : SnowBlack
ภาพจาก : @ meowpawanra

ราชรถ ราชยาน

เปิดประวัติศาสตร์และความหมายของ “ราชรถ” และ “ราชยาน”

วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่จะถึงนี้ ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นอกจากเครื่องประกอบพระอิสริยยศที่ปรากฏในริ้วขบวน อย่างฉัตร เครื่องสูง รูปเทวดา และรูปสัตว์หิมพานต์ ฯลฯ ยังมีราชรถ ราชยาน ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกันในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ซึ่งการอัญเชิญพระบรมศพสู่พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง ประกอบด้วยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ต้องบูรณะและตกแต่งราชรถ ราชยาน ให้พร้อมสำหรับอัญเชิญพระบรมศพ พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร รวมทั้งซักซ้อมการเคลื่อนขบวนให้งดงามประหนึ่งราชรถเคลื่อนบนหมู่เมฆเพื่อส่งเสด็จสู่สรวงสวรรค์

ราชรถ ราชยาน เป็นหนึ่งในเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานานุศักดิ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งการใช้ราชรถ ราชยาน ในราชสำนักนั้นมีมาตั้งแต่โบราณกาล ปรากฏหลักฐานชัดเจนในสมัยอยุธยา และเป็นราชประเพณีสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ในสมัยอยุธยามีหลักฐานกล่าวถึงการใช้ราชรถในพระราชพิธีต่างๆ เช่น การอัญเชิญผ้าพระกฐิน การอัญเชิญพระราชสาสน์จากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อพุทธศักราช 2230 เดิมทีมีโรงเก็บราชรถในพระราชวัง แต่ถูกเพลิงไหม้ไปสิ้นเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 และในสมัยกรุงธนบุรีไม่ปรากฏว่ามีการสร้างราชรถเพื่อใช้ในการพระเมรุ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงเทพฯเป็นราชธานีในพุทธศักราช 2325 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างราชรถขึ้นมา 7 องค์ เพื่อถวายพระเพลิงพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกในพุทธศักราช 2339 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ราชรถ ราชยาน จึงเป็นหนึ่งในเครื่องประกอบในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ที่มา หนังสือธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

ส่วนในเรื่องของความหมายของราชรถ ราชยาน ก็มีความเป็นมาเช่นกัน ดังนี้

ราชรถ หมายถึง พาหนะแห่งพระมหากษัตริย์ ในสมัยโบราณน่าจะพัฒนามาจากเกวียนขนาดเล็กที่นั่งได้เพียงคนเดียว และเทียมด้วยม้าหรือสัตว์อื่น เช่น วัว ลา ล่อ หรือแม้แต่คน ในสมัยโบราณการเดินทางไปในที่ต่างๆ จะใช้พาหนะในรูปแบบต่างๆ ตามฐานะของผู้ใช้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว พาหนะนั้นๆ จะเป็นเครื่องหมายแสดงตำแหน่งทางราชการของผู้เป็นเจ้าของ ราชรถมีทั้งที่เทียมด้วยม้าและลากด้วยกำลังคน ซึ่งราชรถที่เทียมด้วยม้ามักเป็นรถศึก และรถที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้เมื่อเสด็จประพาสในที่ต่างๆ นอกพระราชวัง สำหรับราชรถที่ลากด้วยคนจะมีขนาดใหญ่ และใช้ในการพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีพระบรมศพ

ราชยาน หมายถึง พาหนะสำหรับพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์ คำว่า ยาน ตามที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง เครื่องนำไป หรือพาหนะต่างๆ เช่น รถ เกวียน เรือ เป็นต้น เมื่อนำมาสมาสกับคำว่าราช ซึ่งหมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน จึงหมายถึงพาหนะสำหรับพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์ ได้แก่ ราชรถ (รถพระที่นั่ง) ราชยาน พระคชาธาร (ช้างพระที่นั่ง) ม้าต้น และเรือพระที่นั่ง ราชยานเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ส่วนยานเป็นเครื่องประกอบยศของบุคคลชั้นสูงในสังคมสมัยโบราณ แสดงให้เห็นฐานะและอำนาจอันแตกต่างจากสามัญชนทั่วไป

ที่มา : องค์ความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : kingrama9.th

‘ถูกสเป๊คสว. (สูงวัย) จ้า’ เช็คเลย ดวงวันที่ 12 ตุลาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 12 ตุลาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ท่านที่อยู่ในวงการนักคิด นักเขียน หากกำลังคิดค้นริเริ่มนวัตกรรมใหม่ หรือผลงานชิ้นใหม่ๆ ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะนักก็ได้ เพราะจะทำให้ท่านสับสนจนไปต่อไม่ถูก ในที่สุดอาจถูกนำไปสวมรอยเป็นของคนอื่น

การเงิน : ยังไม่ค่อยดี ต้องรอเวลาขายผลงานนิดหนึ่ง

ความรัก : วันนี้ความรักความสัมพันธ์ก็ราบรื่น ติดอยู่นิดหนึ่งตรงที่ท่านอาจจู้จี้จุกจิก คุ้ยเขี่ยเรื่องเก่าๆ มาพูดอีก พูดทีไรเป็นเรื่องทุกที คนโสด เจ้าชู้มากมาย พยายามเลือกแฟนไว้เพื่อเสริมบารมี

สุขภาพ : ระวังเรื่องลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ผู้หญิงจะมีภาวะผู้นำสูง เก่ง ดุดันไม่แพ้ผู้ชายจนอาจถูกเขม่นจากเพื่อนร่วมงาน ระวังเกลือเป็นหนอนในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิดพร้อมทำทุกอย่าง เพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ท่าน

การเงิน  : อย่ากล้าได้กล้าเสียมาก โดยเฉพาะคำพูดชวนเคลิบเคลิ้ม เพราะท่านอาจถูกหลอกได้

ความรัก :  วันนี้ผู้หญิงจะเป็นผู้นำครอบครัว อย่ามัวแต่ทำงานมาก จนไม่สนใจครอบครัว เพราะเสี่ยงต่อการเกิดรักสามเส้าได้ คนโสด มีเสน่ห์ บริหารจัดการให้ดี ระวังรถไฟชนกัน

สุขภาพ : ระวังทุกขลาภ เกิดบาดแผลจากของมีคมหรืออุบัติเหตุได้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านได้รับมอบหมายงานที่หนักหนาสาหัส ต้องเดินทางติดต่อประสานงานตลอดเวลา บริวารก็ไม่ได้ดังใจ จนทำให้ท่านหงุดหงิด วุ่นวายทั้งกายและใจ ใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำไป

การเงิน : เงินไหลเข้าไหลออกตลอดเวลา ประหยัดหน่อย

ความรัก : วันนี้ความรักความสัมพันธ์มีบางอารมณ์ที่พวกท่านเริ่มเบื่อหน่ายกัน ก็หาโอกาสเดินทางโยกย้ายถิ่นฐานบ้าง หรือหยุดยาว 3 วันนี้ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างก็ดี คนโสด ต้องรับภาระครอบครัวมากจนไม่ค่อยตื่นเต้นเรื่องคู่เท่าไหร่

สุขภาพ : ระวังโรคผู้สูงอายุจะมาเยือนก่อนวัยอันควร เช่น อัลไซเมอร์ อัมพฤกษ์ หรือวัยทอง

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านสามารถพลิกเกมการติดต่อประสานงาน หรือการเจรจาประนีประนอมจากเมื่อวานให้กลับมาเป็นต่อ จนได้รับการสนับสนุนจากเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานก็ให้การยอมรับ

การเงิน   : จะหมดไปกับการสงเคราะห์ช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาส หรือบุตรบริวาร

ความรัก :  วันนี้คู่ท่านจะอยู่ด้วยกันแบบผู้ใหญ่ คือความรักแบบหนุ่มสาวหมดไปนานแล้ว แต่อาจต้องอยู่ด้วยกันเพื่อลูก คนโสด วันนี้ไม่ท่านถูกใจผู้สูงวัย ก็อาจมีผู้ใหญ่มาขอแจมด้วย

สุขภาพ :  ระวังหกล้มหรือบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงขาและหลัง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  เตรียมใจไว้นิด เพราะงานวันนี้ท่านจะถูกต้อนให้จนมุม ไม่รู้จะไปทางไหนดี สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจผิดพลาด แม้จะเข้าไปขอความเห็นใจจากเจ้านาย แต่เขาก็วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย

การเงิน :  ติดขัด ไปหวังพึ่งใครก็ไม่ได้

ความรัก : วันนี้อาจต้องแยกกันอยู่ เพราะคู่ท่านอาจขอไปปฏิบัติธรรม ซึ่งท่านตามไปไม่ได้ คนโสด ทำใจว่า ท่านกับเขาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถจะไปต่อได้

สุขภาพ : อย่าเครียดนะคะ เดี๋ยวก็ผ่านไป

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  งานที่วางเป้าหมายไว้จะมีศึกเข้ามารอบด้าน ขอเตือนว่าอย่าดื้อรั้น แม้จะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ เพราะหากท่านปล่อยไปตามเกมจะประสบความสำเร็จด้วยดี

การเงิน :  ให้ระวังอย่าเพิ่งลงทุนแบบหวังผลมากจะพลาดได้

ความรัก :  วันนี้เหมือนท่านรู้แล้วว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวกำลังจะไปไม่รอด จึงเล็งเป้าหมายใหม่ คนโสด รอไปก่อน เพราะท่านใช้เวลาในการศึกษาดูใจกันน้านๆ

สุขภาพ  : ระวังเกิดอุบัติเหตุที่อวัยวะตั้งแต่สะโพกลงไป

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : อึดอัดร้อนรุ่มเกี่ยวกับบริวาร หรือพนักงานที่เป็นเด็กจะสร้างปัญหาให้ท่านเกิดภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

การเงิน : บริวารอาจสร้างหนี้สินให้ท่านต้องรับภาระ

ความรัก : วันนี้บริวารจะทำให้เดือดร้อน อาจหนีออกจากบ้าน แม้ท่านจะอ้อนวอนขอให้กลับก็ไม่ยอมกลับ ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดกัน คนโสด ทำใจนิดว่า เขาไม่กลับมาแล้ว

สุขภาพ : จะมีปัญหาเรื่องร้อนใน หรือปากเป็นแผล

ผู้หญิงเก่ง

สวยอย่างเดียวไม่พอ!! เผยบุคลิกภาพ 5 ลักษณะของผู้หญิงเก่งที่ประสบความสำเร็จ

ยุคนี้ผู้หญิงสวยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีสมองและสตรองด้วย อย่างที่ได้ยินบ่อยๆ เดี๋ยวนี้ผู้ชายทำได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน เพราะความเสมอภาคทางเพศเป็นสิ่งที่สังคมในปัจจุบันให้ความสำคัญ ผู้หญิงทั่วโลกมีบทบาทสำคัญและมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงการเมือง วิชาการ ธุรกิจ หรือวิทยาศาสตร์ จะเห็นได้ว่าผู้หญิงมีอิทธิพลมากขึ้น จากผลสำรวจของมาสเตอร์การ์ดในการสำรวจดัชนีผู้ประกอบการหญิง พบว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีอัตราการก้าวหน้าในที่ทำงานมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจากผลสำรวจดังกล่าวของมาสเตอร์การ์ด ฉะนั้น แพรวดอทคอม จะเผยบุคลิกภาพ 5 ลักษณะที่ผู้หญิงควรมี เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ

 1. พวกเธอพัฒนาความสามารถของตัวเองอยู่ตลอดเวลา

โลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันในปัจจุบัน ผู้หญิงไม่สามารถปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอีกต่อไป ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดมาพร้อมกับความสำเร็จ การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยเวลาและความมุ่งมั่น ผู้หญิงที่จะประสบความสำเร็จต้องมีความพร้อมทั้งกายและใจ ในการพัฒนาทักษะและความสามารถของเธอให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทักษะที่เธอมีนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและไม่สามารถทดแทนได้

 2. เรื่องเงินๆ ทองๆ ต้องพวกเธอเลย

ใครบ้างที่จะไม่รักผู้หญิงฉลาด ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นั้นมีความสามารถในการบริหารจัดการการเงินเป็นอย่างดี จากผลสำรวจการให้ความสำคัญด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปี 2560 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด พบว่า ร้อยละ 93 ของผู้หญิงไทยมีการตัดสินใจด้านการเงินเกี่ยวกับการออมและการลงทุนมากที่สุด และร้อยละ 92 ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการเงินในครัวเรือน เรื่องเงินเรื่องทองเป็นเรื่องที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะมันทำให้พวกเธอสามารถที่จะควบคุม บริหารจัดการชีวิตได้จากการจัดสรรเงินออม การลงทุน และการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อยอยู่เสมอ

3. ครอบครัวต้องมาก่อน

ครอบครัวมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จ ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีครอบครัวเป็นแรงผลักดัน แม้จะต้องทำงานอย่างหนักหรือมีความรับผิดชอบสูง แต่พวกเธอจะแบ่งเวลาให้ครอบครัว ไม่ว่าตารางงานจะแน่นแค่ไหน แต่มั่นใจได้เลยว่าทุกครั้งที่ครอบครัวต้องการเธอ เธอจะอยู่ตรงนั้นเสมอ สำหรับผู้หญิงแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับตัวเองถือเป็นความสำเร็จของครอบครัวด้วยเช่นกัน และความสำเร็จที่พวกเธอได้รับทั้งหมดจะไร้ค่า หากไม่ได้ร่วมแบ่งปันให้ใครเลย จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในด้านการงานส่วนใหญ่จึงมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวและการทำงานนั่นเอง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

4. สิ่งที่พวกเธอเหล่านั้นมีคือ ความมั่นใจและไม่ยอมแพ้

การมีความมั่นใจและความเพียรพยายามเป็นคุณลักษณะที่สำคัญสำหรับผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ ในทุกวันนี้ผู้หญิงถูกประเมินค่าต่ำเกินไปในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทำงาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เธอรู้คุณค่าของความสามารถที่ตัวเองมีอยู่ และไม่ยอมให้ใครมาลดคุณค่าลงไปได้ ความเชื่อมั่นประกอบกับความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ ทำให้พวกเธอประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจไว้ การไม่ยอมแพ้แม้จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่จะใช้โอกาสนั้นในการเรียนรู้เพื่อเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จต่อไป

5. พวกเธอไม่กลัวที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone

ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จชอบที่จะรับมือกับสถานการณ์แห่งความไม่แน่นอน หากมีโอกาสที่จะลองสิ่งใหม่ๆ เธอจะอาสาเป็นคนแรกเสมอ และสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะนำพวกเธอไปสู่ความสำเร็จ เพราะมันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ เธอชอบความรู้สึกตื่นเต้นที่มาพร้อมกับความเสี่ยง และพวกเธอก็ไม่กลัวที่จะทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ถึงแม้ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่สำหรับพวกเธอแล้วทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ

ข้อมูล : Mastercard Index of Women Entrepreneurs
รูปภาพ : Pexels

ชมรมพลังศิลป์ ขวนคนไทยชมนิทรรศการ “ธรรมดี ที่พ่อทำ” (The Wisdom of the Great King Bhumibol)

ชมรมพลังศิลป์  (The Power of Art Club) ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (OESA) โดย พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ มังคละศิริ นายกสมาคมฯ ชมรมสตรีนานาชาติแห่งประเทศไทย (The International Women’s Club of Thailand) โดย Mrs. Kathleen Pokrud ประธานชมรมฯ มูลนิธิ ธรรมดี โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิฯ และ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ โดย มร.แพทริค โบท ผู้จัดการใหญ่ ร่วมกันจัดนิทรรศการ ธรรมดี ที่พ่อทำ (The Wisdom of the Great King Bhumibol) เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจนหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

โดยจัดนิทรรศการศิลปะ ภาพวาด ประติมากรรม ชิ้นเอก จากผลงานของศิลปินผู้มีชื่อเสียงของไทย เช่น ประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์ อภิชัย การิกาญจน์ อนุศักดิ์ อาจธะขันธ์ และของศิลปินท่านอื่นๆอีกหลายท่าน โดยรายได้จากการจำหน่ายผลงานเหล่านี้จะนำไปสมทบทุนการศึกษามอบให้สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

กำหนดพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ มีขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2560 เวลา 17.00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ถนนราชดำริ โดยหม่อมเจ้าประภาพันธ์ (ภานุพันธุ์) กรโกสียกาจ เสด็จทรงเป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมด้วยคณะทูตานุฑูตต่างประเทศและผู้มีเกียรติด้านต่างๆทางสังคม นิทรรศการ ธรรมดี ที่พ่อทำ จัดแสดงบริเวณโถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ จนถึง 31 ตุลาคม 2560 เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (กรุณาแต่งกายสุภาพ)

ขอเชิญประชาชนชาวไทยรับชม ภาพยนตร์สารคดี “บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ (The Journey)”

ภาพยนตร์สารคดี “บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ” (The Journey) จะนำพาผู้ชมทุกท่านร่วมเดินทางไกลเพื่อค้นหาข้อมูลที่มีค่า ผ่านเรื่องราวการเดินทาง และความทรงจำอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งพระองค์ประทับอยู่ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นระยะเวลา ๑๘ ปี จนกระทั่งพระองค์เสด็จนิวัติประเทศไทยในปีพุทธศักราช ๒๔๙๔ เพื่อเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงความทรงจำจาก พระราชหัตถเลขา และไปรษณียบัตร รวมถึงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ วีดิทัศน์พระราชทานสัมภาษณ์ และการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่เคยถวายงานพระองค์

ภาพยนตร์สารคดีนี้มุ่งหวังให้ผู้ชมเข้าใจว่าสิ่งใดที่หล่อหลอมให้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เติบโตมาเป็นกษัตริย์อันเป็นที่รักของประชาชน ชาวไทย ผ่านการนำเรื่องราวและความทรงจำอันแสนล้ำค่าในวัยเด็กที่กระจัดกระจายของพระองค์มาเรียงร้อยต่อกัน เปรียบเสมือนกับบันทึกการเดินทางไกลของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่สะท้อนสายอันแน่นแฟ้นระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนของพระองค์ และเพื่อแสดงให้เห็นว่า “ท่านมิใช่เพียงแค่ศูนย์รวมแห่งคนไทยทั้งชาติ แต่พระองค์ท่านคือโลกอีกใบหนึ่งของพวกเราชาวไทยทั้งประเทศ”

กำหนดเข้าฉาย:
สำหรับประชาชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถติดตามและรับชมภาพยนตร์สารคดี “บันทึกทางไกล…ถึงพ่อ” (The Journey) ได้โดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามช่องทางและรายละเอียด ดังต่อไปนี้
• ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ ณ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ทั่วประเทศ โดยในวันที่ ๑๒ และ ๑๕ ตุลาคม ฉายที่ โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ในเขตกรุงเทพฯ และ วันที่ ๑๓ – ๑๔ ฉายที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ทั่วประเทศ อัพเดทรอบฉายที่ https://www.sfcinemacity.com/
• ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ ณ ห้องออดิทอเรี่ยมหอศิลปกรุงเทพฯ จำนวนทั้งหมด ๖ รอบ โดยรอบฉายในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ได้แก่ ๑๓.๐๐ น. ๑๕.๐๐ น. และ ๑๙.๐๐ น. และรอบฉายในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ได้แก่ ๑๕.๐๐ น. ๑๗.๐๐ น. และ ๑๙.๐๐ น. โดยหลังการฉายรอบสุดท้ายมี Q & A กับผู้กำกับภาพยนตร์
• ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ ณ แบงค็อก สกรีนนิ่ง รูม (Bangkok Screening Room) ศาลาแดง ทั้งหมด ๙ รอบ อัพเดทรอบฉายที่ https://bkksr.com/movies
• ฉายบนเที่ยวบินสายการบินไทย เป็นระยะเวลา ๒ ปี
ผู้กำกับ: มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
บทภาพยนตร์โดย: มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล และพรมนัส รัตนวิชช์
คณะผู้สร้างภาพยนตร์:
๑. มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
๒. พรมนัส รัตนวิชช์
๓. สเตฟาน ลอมแบร์

พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเป็นผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศ อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ด้วยพระองค์เอง

ช่วงวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากได้ไปเฝ้าชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ซึ่งซ้อมตามเวลาจริง และสถานที่จริง โดยจะมีการซ้อมอีกครั้งในวันที่ 15, 21 และ 22 ตุลาคม 2560 และทางกองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้แจ้งว่าในวันที่ 22 ตุลาคม 2560 นี้ พันโทหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ตำแหน่งผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ จะทรงม้านำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

โดยทรงร่วมซ้อมริ้วขบวนที่ 6 ที่จะใช้ก่อนวันจริงในวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร

ซึ่งเส้นทางของริ้วขบวนที่ 6 จะเริ่มจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ผ่านถนนสนามไชย ถนนอัษฎางค์ ถนนกัลยาณไมตรี (หรือถนนด้านข้างกระทรวงกลาโหม) ไปยังวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม แล้วต่อไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร โดยผ่านถนนกัลยาณไมตรี ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง และถนนพระสุเมรุ

ภาพ kingrama9.th และจาก IG : fookie_beauty

หาคำตอบ ทำไมราวบันไดประดับพระเมรุมาศต้องเป็นนาค

ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับวันที่คนไทยทั้งชาติต้องร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนได้รับข่าวสารเกี่ยวกับงานพระราชพิธีครั้งนี้หลากหลายด้วยกัน ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ การแต่งกายของทหารในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือแม้แต่คำศัพท์และเพลงที่ใช้ในช่วงพระราชพิธีก็มีข้อมูลให้ศึกษาทั้งหมด

วันนี้แพรวดอทคอมก็มีอีกเรื่องที่สำคัญไม่ต่างจากเรื่องก่อนหน้านี้ที่ได้นำเสนอไปแล้ว เพราะเป็นข้อมูลของราวบันไดที่ใช้ประดับพระเมรุมาศ หลายคนอาจได้เห็นภาพแล้วว่าราวบันไดมีนาคประดับอยู่ด้วยกันถึง 4 แบบ แล้วทำไมต้องเป็นนาคล่ะ สงสัยกันไหม วันนี้เรานำคำตอบจากเว็บไซต์ kingrama9.th มาไขข้อข้องใจให้แล้ว

ตามความเชื่อในคติพุทธ พญานาคเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของสายน้ำ และเสมือนดั่งสะพานสายรุ้งเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ โดยภพภูมิของพญานาคคือเทพกึ่งสัตว์ อันเป็นที่มาของประติมากรรมราวบันไดนาคประดับพระเมรุมาศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งประติมากรรมบันไดนาคทั้งหมด 4 แบบอยู่บนพระเมรุมาศทั้ง 4 ชั้น โดยบันไดนาคในแต่ละชั้นมีลักษณะแตกต่างกันตามความสำคัญและระดับชั้นบารมีของนาค ซึ่งผู้ออกแบบสื่อให้เห็นถึงการลดละกิเลสสู่ความเป็นเทพในชั้นที่สูงขึ้น


 

ภาพและข้อมูล : kingrama9.th

 

เอาแล้วไง! “Zara” ออกไอเท็มคล้าย “Gucci” เสิร์ฟนักช็อปในราคาถูกเกินครึ่ง

มาอีกแล้วสำหรับ dupes เสื้อผ้าจากแบรนด์ไฮสตรีทที่ออกแบบมาละม้ายคล้ายกับไฮเอนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้แพรวดอทคอมก็ได้นำไอเท็มจากแบรนด์ต่างๆ มาให้ดูกันบ้างแล้ว อย่างเสื้อผ้า กระเป๋า หรือรองเท้า ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เราได้นำ dupes ในราคาถูก ที่มีดีไซน์คล้ายกับแบรนด์ที่มีราคาสูงมาให้สาวๆ ได้เลือกช็อปกัน

วันนี้จะเป็นคิวของแบรนด์ดังอย่าง Zara โดยก่อนหน้านี้ก็มีรองเท้าผ้าใบส้นเตารีด ราคาประมาณ 878 บาท ของ H&M และจากนั้น Mango ก็ทำชุดเดรสลายดอกที่คล้ายกับ Gucci ออกมาวางขายด้วย

หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ Zara ต้องออก 2 ไอเท็มนี้เหรอ ก็ว่าไม่น่าใช่เทรนด์ของแบรนด์ไฮสตรีทหรอก แต่แบรนด์ที่ราคาเอื้อมถึงแบบนี้คงอยากให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าดีๆ ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์เรื่องความหรูหรา ดีไซน์ของไอเท็มต่างๆ เลยออกมาคล้ายกับแบรนด์ที่มีราคาสูง และจากผลงานที่ผ่านๆ มาของแบรนด์ไฮสตรีทเหล่านี้ ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าแรงบันดาลใจอาจมาจากรันเวย์เช่นกัน

ไอเท็มทั้งสองชิ้นของ Zara จะคล้ายกับของ Gucci แค่ไหน และราคาจะต่างกันมากไหม ไปดูกันเลย

 

1. The Velvet Bag

 

 

Gucci (ซ้าย) and Zara (ขวา)

Splurge : £1,260 หรือราคาประมาณ 55,403 บาท จาก Gucci

Save : £59.99 หรือราคาประมาณ 2,637 บาท จาก Zara


 

2. The New Knit

 

 

Gucci (ซ้าย) and Zara (ขวา)

Splurge: £650 หรือราคาประมาณ 28,581 บาท จาก Gucci

Save: £49.99 หรือราคาประมาณ 2,198 บาท จาก Zara


 

ราคาต่างกันสุดขั้วจริงๆ ส่วนดีไซน์ก็ไม่ได้เหมือนหรือต่างกันโดยสิ้นเชิง คงต้องใช้คำว่าคล้ายๆ กันถึงจะตรงกับภาพที่เราเห็นมากที่สุด เพราะ Zara เองก็ยังคงออกแบบมาให้ดูเป็น Zara ไม่ได้ฉีกออกจากความเป็นแบรนด์ตัวเอง มีเพียงแค่รูปแบบของไอเท็มหรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่คล้ายกับ Gucci สินค้าสไตล์นี้ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักช็อปที่มีงบจำกัดได้ซื้อมาครอบครองจริงๆ 

 

ที่มาและภาพ : www.mirror.co.uk

 

ปลูกดาวเรืองให้เรืองรอง ถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙

“ปลูกดาวเรืองให้เรืองรอง” อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ เพื่อเป็นการถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในระหว่างวันที่ 21 – 23 ตุลาคม 2560

“a day BULLETIN X Brio” นิตยสาร a day BULLETIN ร่วมกับ Brio เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 กับกิจกรรม “ปลูกดาวเรืองให้เรืองรอง” ที่บรีโอ้ คอมมูนิตี้มอลล์ พุทธมณฑลสาย 4 ประชาชนที่สนใจสามารถรับฟรีต้นดาวเรือง เพื่อนำไปประดับถวายความอาลัย โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://goo.gl/HRegbE หรือไปที่หน้างานเพื่อรับนิตยสาร a day BULLETIN ฉบับพิเศษ และต้นดาวเรืองที่ปลูกอย่างพิถีพิถัน แจกกันวันละ 999 ต้น ตลอด 3 วัน!!!

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ได้ร่วมถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างหลากหลาย อาทิ การบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ รวมถึงร่วมชมนิทรรศการ Daypoets การจัดแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขนาดใหญ่ การจัดแสดงหนังสือ นิตยสาร ภาพปกรัชกาลที่ 9 และฉบับพิเศษต่างๆ จากนิตยสาร a day, a day BULLETIN, Hamburger และ a book ที่เคยจัดพิมพ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถรับชมและอ่านได้ฟรี อาทิ ภาพหายากจากปกนิตยสาร a day ฉบับที่ 195 รวมถึงการจัดแสดงวิธีการปลูกและการดูแลรักษาดอกดาวเรืองให้เรืองรอง

พร้อมร่วมถวายความอาลัยในลานดาวเรืองที่ประดับตกแต่งดอกดาวเรืองสีเหลืองสะพรั่งกว่า 10,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเขียนข้อความถวายความอาลัยและแขวนประดับที่ซุ้มดอกดาวเรืองได้ทั้งวัน พร้อมร่วมจุดเทียนถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงค่ำ และยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปเพ้นต์กระถางต้นไม้และ CALLIGRAPHY รวมถึงโซนออกร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องประดับจากนักศึกษา และตลาดนัดเกษตรกร Farmer Market ด้วย ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมงานปลูกดาวเรืองให้เรืองรอง ถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้ในวันเสาร์ที่ 21 – วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม นี้ ที่บรีโอ้ คอมมูนิตี้มอลล์ พุทธมณฑลสาย 4 เวลา 10.30 น. – 21.00 . ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/briosai4

 

ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์

กำหนดการงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ณ รพ.ศิริราช วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลศิริราชมาโดยตลอด ทางโรงพยาบาลศิริราชร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” เพื่อน้อมรำลึกครบรอบ 1 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ณ โรงพยาบาลศิริราช ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 นี้ แพรวดอทคอม มีหมายกำหนดมาแจ้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้

05.30 น. – 7.30 น.
  • พิธีทำบุญตักบาตรอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
  • พระสงฆ์จำนวน 199 รูป บิณฑบาต (ข้าวสารอาหารแห้ง) จากหอประชุมกองทัพเรือไปยังถนนบวรสถานพิมุข หน้าตึกอำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช
  • พระสงฆ์ทั้งหมดเดินเข้าสู่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สวดพระพุทธมนต์
  • พิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
  • พิธีกล่าวถวายความอาลัย
  • ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที
  • ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลวางต้นดาวเรืองรอบพระราชานุสาวรีย์ฯ
  • ถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ ณ ศูนย์อาหารริมน้ำ หอประชาธิปไตย

9.00 น. – 10.00 น.

  • แสดงปาฐกถา “พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ต่อการศึกษาไทย” โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 1

10.00 น. – 12.00 น.

  • พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายฯ ณ ห้องจุฬาภรณ์ ตึกสยามินทร์ ชั้น 2

12.30 น. – 13.30 น.

  • การแสดงละครชุด “พระมหาชนก” โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ณ หอประชุมราชแพทยาลัย

13.30 น. – 14.30 น.

  • ปาฐกถา “ในหลวงแห่งแผ่นดิน” โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 1

15.00 น. – 15.45 น.

  • การแสดงพระธรรมเทศนา โดยพระเทพปฏิภาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี

15.52 น.

  • ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมเจริญจิตภาวนาโดยพร้อมเพรียงกัน

16.30 น. – 18.30 น.

  • บรรเลงดนตรีและขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดุริยางค์ราชนาวี ร่วมด้วยสมาชิกชมรมประสานเสียงศิริราช นักร้องกิตติมศักดิ์ และศิลปินรับเชิญ ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ
  • ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำบุคลากรศิริราชจำนวน 89 คนร่วมขับร้องเพลงต้นไม้ของพ่อและพระราชาผู้ทรงธรรม

18.30 น. – 20.00 น.

  • พิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ
  • พิธีศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ โดยผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลผู้ถวายงาน บุคลากรศิริราช จำนวน 420 คน ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ
  • ร่วมกันขับร้องบทเพลงความฝันอันสูงสุด ประกอบการแสดงแสงสีสื่อผสม ในชุด “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ แสงแห่งแผ่นดิน ตราบนิจนิรันดร์” ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ
  • การแสดงแสงสีสื่อผสม ณ อุทยานสถานพิมุข

21.00 น. – 24.15 น.

  • การแสดงธรรมบรรยาย “พระราชกรณียกิจและพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” โดยพระราชธรรมวาที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี
  • พิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระเทพสุวรรณเมธี รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และเจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร พร้อมคณะสงฆ์จำนวน 10 รูป ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี

หมายเหตุ :
1. กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
2. ประชาชนแต่งกายสุภาพ/ไว้ทุกข์

ครั้งแรกบนหน้าจอโทรทัศน์ ดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล ออนทีวี

นักแสดงและผู้จัดฯช่อง 3 นับร้อยชีวิตร่วมถ่ายทอดละครเพลง ดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ละครเพลง ดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล

สมชื่อผู้จัดฯอลังการดาวล้านดวงจริงๆ สำหรับไก่ – วรายุฑ มิลินทจินดา ที่ล่าสุดเป็นหัวเรือใหญ่จัดทำละครเพลงดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

โดยเรื่องนี้ใช้เวลากว่า 3 เดือนในการเขียนบท ซึ่งไก่ – วรายุฑ ผู้จัดฯและผู้เขียนบทได้ศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองผ่านหนังสือเล่มเหลืองจากกองข่าวในสำนักพระราชวัง ดังนั้นจะไม่มีการผิดหรือเพี้ยนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเนื้อหาจะนำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ ๙ ผ่านเรื่องเล่าจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งผู้จัดฯไก่บอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ทำมิวสิคัล เป็นอะไรที่ท้าทาย เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจมากกับการทำละครเรื่องนี้

สำหรับดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล กำกับการแสดงโดย บุ๋ม – รัญญา ศิยานนท์ โดยได้ทีมนักแสดงมากฝีมืออย่างโฉมฉาย ฉัตรวิไล, รัดเกล้า อามระดิษ, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, ราณี แคมเปน, ธีรเดช เมธาวรายุทธ, เกียรติกมล ล่าทา, วิรากานต์ เสณีตันติกุล, พริมา พันธุ์เจริญ, เมธัส ตรีรัตนวารีสิน และพิจิกา จิตตะปุตตะ ซึ่งทีมนักแสดงต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ในทุกๆ ฉากให้ครบถ้วนทุกความรู้สึก

นอกจากละครเวทีแล้ว ยังมีการขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ บทเพลงไพเราะ ของนักแสดงช่อง 3 อีกนับร้อยชีวิต โดยละครดุจดวงใจไทยทั้งผอง เดอะมิวสิคัล จะออกอากาศให้ได้ชมกันในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม เวลา 20.30 น. ทางช่อง 33

Talent Thai&Designers’ Room 2017

น่าช้อป!! รวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น Talent Thai & Designers’ Room 2017 งานดีไซน์ฝีมือคนไทย

โครงการ Talent Thai&Designers’ Room 2017 โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญคนรักงานดีไซน์ฝีมือคนไทย เข้าร่วมชมและช้อปสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ได้ที่งาน Life+Style ซึ่งเป็นการรวมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับประเทศ 3 งานไว้ในที่เดียวกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง (BIFF&BIL) งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) พร้อมพบกับผลงานโปรเจคพิเศษของนักออกแบบจาก Talent Thai&Designers’ Room 2017 66 แบรนด์ ที่ได้สร้างสรรค์ จับมือทำ Collaboration ร่วมกับ 3 แบรนด์ดังอย่าง Erb , Tao Hong Tai และ PAINKILLER ที่จะมาเผยโฉมให้เห็นเป็นที่แรกก่อนใคร!

ผู้สนใจสามารถร่วมชมสินค้าได้ ณ คูหา Talent Thai&Designers’ Room ฮอลล์ EH 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่  17-21 ตุลาคม 2560 นี้

ตัวอย่างผลงาน Collaboration

ERB x  ITTI-BITTI
ผลงาน identité (identity)”

“ผลงานเครื่องประดับที่บ่งบอกตัวตนของผู้หญิงในแบบต่างๆ  ผ่านทางการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกลิ่นและชนิดของพลอย เปรียบผู้หญิงเป็นเหมือนดอกไม้ที่มีความอ่อนโยน แต่แฝงด้วยเอกลักษณ์ เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ผู้หญิงเป็นดอกไม้ที่แข็งแกร่ง จึงตัดทอนรูปทรงของดอกไม้ผ่านมุมมองของรูปทรงเรขาคณิต ผสมผสานกับความแข็งแกร่งของอัญมณี นำเสนอผลงานเครื่องประดับที่สามารถนำมาใส่ได้หลากหลายรูปแบบ โดยเครื่องประดำชิ้นนี้จะถูกสวมอยู่บนขวดน้ำหอมของ Erb ตามกลิ่นเฉพาะตัว ที่เข้ากันได้ดีกับอัญมณี ที่ตัวแทนของผู้หญิงแบบต่างๆนั้น”

ERB x YOLWAREE
ผลงาน ERB x YOLWAREE”

“เนื่องจากแบรนด์มีความคล้ายกันในหลายด้าน ทั้งกลิ่นอายความเป็นไทย แต่พลิกให้ทันสมัยล่ำยุค Yolwaree เป็นแบรนด์เครื่องประดับ เราจึงอยากผสมผสาน 2 แบรนด์เข้าด้วยกัน โดยเลือก Home Diffuser มาทั้งหมด 4 กลิ่นได้แก่ กุหลาบ มะลิ  ป๊อปปี้ และ ลิลลี่ โดยซ่อนแหวน กับ ต่างหูไว้ใน packaging  เพื่อเป็นเซอร์ไพรส์  แหวนจะซ่อนอยู่ในฝาขวด และ จะมีกล่องให้แยกต่างหาก โดยข้างไหนจะมีดอกไม้ที่ใช้วัสดุเดียวกับก้าน Diffuser เพื่อไปปักบนหัวก้าน และจะมี 2 อันที่เป็นต่างหู 2 ข้าง โดยแต่ละกลิ่นก็จะได้ แหวนและต่างหู ตามกลิ่นๆนั้น”

ERB x FULAME’
ผลงาน Seven Pollen”

“กระเป๋าสำหรับใส่ gift set ผลิตภัณฑ์ แบรนด์ Erb ภายในกระเป๋าจะสามารถบรรจุขวดผลิตภัณฑ์ seven pollen ได้ทั้งชุด ซึ่งกระเป๋าใบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ Erb ที่มาจากธรรมชาติ 100% จึงต้องการที่จะให้เซทผลิตภัณฑ์นี้เป็นธรรมชาติทั้งหมด จึงได้ออกแบบกระเป๋าโดยใช้สีในการย้อมเพื่อให้สอดคล้องกับเซทผลิตภัณฑ์นี้”

 

ERB x PATTRICIA A.GARDE
ผลงาน Lucid dream”

“การเนรมิตความจริงให้เป็นเหมือนดั่งความฝันโดยการสรรค์สร้างค่ำคืนอันแสนธรรมดาให้เป็นค่ำคืนที่แสนโรแมนติกด้วย รูป กลิ่น สัมผัส อันหอมหวานยั่วยวน เสน่หา เพื่อนำความฝันกับความจริงมาบรรจบกัน”

ERB x MELA
ผลงาน “Erb- Colour scent paper diffuser Painkiller – Chess craft set”

ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรงที่สวยงามของดอกไม้นานาชนิด ตัวกระจายกลิ่นนี้ทำจากกระดาษที่มีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นและน้ำหอมได้ดี ออกแบบมาเพื่อกระจายน้ำหอมและเบ่งบานด้วยสีที่น่ามหัศจรรย์ เพียงแค่ใส่น้ำหอมลงในแจกันแก้ว เลือกเติมน้ำหอมที่มีสีสันลงไปตามที่คุณต้องการในแต่ละวัน แล้วรอดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการดูดซับน้ำหอมสีที่คุณเลือกใช้ ในชุดประกอบด้วยแจกันแก้ว, กลิ่นbase และกลิ่นtopping 3 กลิ่นจาก Erb และวิธีประกอบตัวกระจายกลิ่น

ERB x MIKIWUU
ผลงาน LIVE LOVE SPARKLE”

สุนทรียภาพของการใช้ชีวิตที่คุณสามารถพบได้จากผลิตภัณฑ์ของ Erb และ Mikiwuu (มิกิวู) ไม่ว่าแต่ละวันที่ผ่านไป เราจะต้องพบเจอเรื่องดี หรือร้าย กลิ่นหอมจะช่วยบรรเทาความตึงเครียด และเพิ่มพูนความรู้สึกดีให้กับคุณระหว่างการใช้งานเคสโทรศัพท์ของคอลเล็กชั่นนี้ ทุกวันที่ผ่านไปก็จะมีความหมายมากยิ่งขึ้น

ERB x PASU IT’S ALIVE
ผลงาน Flawless Instinct”

เครื่องประดับที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับกลิ่นที่แตกต่างกันของน้ำหอมแต่ละประเภท โดยตัวเครื่องประดับจะถูกผูกติดกับขวดน้ำหอม เปรียบเสมือนความงามที่ตราตึงเพศตรงข้าม เครื่องประดับได้ถูกออกแบบโดยใช้รูปทรงของสัตว์หลากหลายชนิด ซึ่งสื่อถึงความสง่างามและสัญชาตญาณการดึงดูดเพศตรงข้ามที่แตกต่างกัน เครื่องประดับได้ผสมผสานลูกเล่นการขยับอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ PASU it’s alive เข้ามาใช้ในการออกแบบ ทำให้เครื่องประดับสามารถขยับและเปลี่ยนรูปร่างได้

PAINKILLER x GARDEN ATLAS
ผลงาน Green Granite Collection”

ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ครก’ งานหัตถกรรมของไทยที่มีเอกลักษณ์มาช้านาน Garden Atlas จึงปรับนำงานกลึงในการผลิตครกและวัสดุหินแกรนิตไทย ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความทนทานและไม่เป็นตะไคร่ มาออกแบบให้เป็นกระถางสำหรับต้นบอนไซขนาดเล็ก (Mini Bonsai) โดยออกแบบให้มีรูปทรงที่เรียบง่าย เพื่อเสริมความโดดเด่นให้กับบอนไซ สร้างเสน่ห์ให้กับพื้นที่โดยรอบด้วยพื้นผิวหินแกรนิตแท้ พร้อมขาตั้งโลหะซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อการเล่นระดับในการจัดวาง

PAINKILLER x KLANK  wireless speaker
ผลงาน inside out”

การนำผ้าจากคอลเลคชั่นใหม่ของ painkiller ในปีนี้ มากลับตะเข็บเอาด้านในออกด้านนอกเพื่อแสดงให้เห็นถึง effect ที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของผ้าที่ painkiller ตั้งใจออกแบบมาแต่ไม่มีใครเห็นนอกจากผู้สวมใส่ (เพราะเป็นส่วนที่อยู่ด้านในของเสื้อผ้า) แนวคิดนี้เปรียบเสมือนการมองทุกอย่างจากภายใน หาใช่มองจากภายนอกเพียงอย่างเดียว วิเคราะห์ถึงองค์ประกอบจริงๆที่ทำให้เกิดสิ่งต่างๆขึ้น หากเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน มันก็จะไม่มีด้านไหนเป็นข้างนอก(สิ่ง ที่ เห็น) หรือ ข้างใน(สิ่ง ที่ เป็น) เพราะมันคือ สิ่งเดียวกัน

PAINKILLER x MAT ARCHER
ผลงาน Unfold Sleeve”

แนวคิดคือเป็นการผสมผสานคำว่าแฟชั่นกับฟังก์ชั่นเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยการใส่ไอเดียลงไปเพื่อนำเสนอการใช้ชีวิตแบบทันสมัยให้กับคนรุ่นใหม่ Unfold Sleeve คือกระเป๋าเอกสารแบบถือที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานเป็นที่รองโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงานได้ กระเป๋าผลิตจากวัสดุซับแรงกระแทก และกันรอยขีดข่วน โดยการใช้งานเมื่อเปิดกระเป๋าออก โน๊ตบุ๊คจะถูกเปิดขึ้นมาพร้อมกัน และเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยแถบทั้งสองข้างที่สามารถใช้เป็นที่รองเมาส์ได้

PAINKILLER x EGGWHITE
ผลงาน Eggwhite lap desk for Painkiller”

“เนื่องจากโจทย์ของ Painkiller คือต้องการสร้าง Men’s universe และโน๊ตบุคเป็น 1 ในสิ่งที่คุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงทั้งหลายต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เราเลยมองว่าจะดีแค่ไหนถ้าเราออกแบบตัวรองโน้ตบุค ที่ทั้งเท่ห์และมี function การใช้งาน ที่สามารถพกพาไปไหนได้สักอันให้กับผู้ใช้เราจึงออกแบบ Lap desk ไม้ชิ้นนี้ขึ้นมาให้กับ Painkiller”

 

PAINKILLER x LAMUNLAMAI. CRAFTSTUDIO
ผลงาน My Timeless Touch”

“ร่องรอยแห่งความทรงจำ” นำเสนอความงดงามของแบรนด์ PAINKILLER ในคอลเล็คชั่น Autumn/Winter 2017 “Return to form” ร่วมกันกับแบรนด์ ละมุนละไม. ด้วยการนำเสนอร่องรอยการแตกสลาย / ความเก่าแก่ และการประกอบเข้ากันใหม่ของวัสดุที่เป็นดินเซรามิค จึงออกแบบภาชนะสำหรับใช้สอยอย่างอรรถประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน เช่น แก้วมัค ถาดของว่าง ชามเสิร์ฟอาหาร ที่มีรายละเอียดของชิ้นงานที่เกิดขึ้นจากร่องรอย และรูปทรงในอดีต แต่ถูกนำมาประกอบเข้ากันใหม่ เล่าเรื่องใหม่อีกครั้งหนึ่งด้วยมุมมอง สีสัน และเทคนิค ที่แปรผันตามกาลเวลาในปัจจุบัน”

PAINKILLER x PORANA
ผลงาน Joint Couple rings”

“คอนเซปต์มาจากการดีเทลการเข้าไม้แบบต่างๆ ซึ่งเปรียบได้กับการสร้างและการเชื่อมต่อสิ่งสองสิ่งเข้าด้วยกัน แหวนคู่นี้เกิดจากแหวนสองวงนำมาประกบเข้าด้วยกันเหมือนเป็นวงเดียว ตัวอย่างเช่น ฝ่ายชายอาจจะเลือกแหวนสีเงินฝ่ายหญิงชอบแหวนสีทอง จากนั้นแหวนสองวงนี้จะนำมาประกบกัน เป็นแหวนคู่ 2ชุด ซึ่งแหวนนี้จะทำให้นึกถึงกันและกันเพราะเป็นแหวนเฉพาะที่สร้างมาด้วยกันและประกอบเข้าด้วยกัน ด้านข้างของแหวนจะชุบด้วยสีทอง ซึ่งนำมาจากคอนเซปต์ Kintsugi ของญี่ปุ่น นอกจากจะทำให้แหวนมีดีเทลน่าสนใจมีมิติมากขึ้น ยังหมายถึงปรัญชาในการทำ Kintsugi ของญี่ปุ่นที่เป็นโชว์ให้เห็นความสวยงามของการซ่อมแซมของที่แตกหักเสียหาย มากกว่าที่จะปกปิดมัน  นอกจากจะใส่เป็นแหวนคู่แล้วก็สามารถแยกใส่เป็นแหวนเดี่ยวได้ด้วย แหวนนี้เป็น unisex คือใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง”

PAINKILLER x ARTY&FERN
ผลงาน The Master PEACE.”

“จากแนวความคิด Return to form จากแบรนด์ Painkiller ทางแบรนด์ตั้งใจจะออกเเบบแว่นตาที่สื่อถึงอารยธรรมตะวันออก มีความดั้งเดิม เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มีความสงบนิ่ง สุขุม เรียบง่าย โดยตั้งชื่อผลงานคอลเลคชั่นนี้ว่า The Master PEACE ให้แว่น 6 ชิ้นเป็นตัวละคร 6 ตัว ที่เดินทางผ่านเรื่องราวในชีวิตมากมากมาย จนเข้าใจความสงบนิ่งที่แท้จริงว่าอยู่ที่จิตใจของตัวเอง ทางแบรนด์เลือกใช้เทคนิค Hot Stapler Repair ( การซ่อมแซมงานเซรามิคที่แตกหักกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเส้นโลหะ ) เป็นตัวสะท้อนถึงร่องรอยของประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมา”

โซลวาซู

โซลวาซู มอบเงิน 400,000 บาท สนับสนุนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

มร.วุง ชอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมอร์แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณหฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์เครื่องสำอางโซลวาซู ประเทศไทย มอบเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาผ้าไทย และเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ผลิตภัณฑ์ “First Care Activating Serum EX” โดยแบรนด์โซลวาซูเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา จำนวน 400,000 บาท มอบให้กับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ เป็นประธานผู้รับมอบ

เชอรี่ – เข็มอัปสร บรรจงวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 และสมเด็จย่า ประมูลหารายได้

แรกเริ่มดีเช่นไร ปัจจุบันก็ยังคงดีเช่นนั้น สำหรับนางเอกสาว เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ ที่นอกจากจะลุยสร้างฝายชะลอน้ำช่วยเหลือชาวบ้านและประเทศไทยให้ดีขึ้น ล่าสุดเธอยังได้บรรจงวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อประมูลหารายได้นำไปช่วยเหลือสภากาชาดไทย

โดยวันนี้ (11 ต.ค. 60) นางเอก เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ ได้ร่วมเชิญมางาน “พ่อสอนให้…ให้” เพื่อร่วมกันประมูลพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งเป็นผลงานวาดโดยฝีมือสาวเชอรี่เอง ณ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ห้องอาร์ซีบี แกลลอเรีย เวลา 14.00 น. โดยราคาประมูลเริ่มต้นที่ 9,999 บาท และจะนำรายได้จากการประมูลครั้งนี้ไปมอบให้แก่สภากาชาดไทย

สำหรับผลงานวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของเชอรี่นี้ ชื่อว่า “รัก” โดยเธอได้เผยว่า “เชอรี่เห็นความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่และลูก ในหลวงรัชกาลที่ 9 แสดงความรักต่อสมเด็จย่าเยี่ยงสามัญชนธรรมดา ในขณะที่สมเด็จย่ามอบความรักและเลี้ยงดูพระองค์ให้เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ งดงามเกินกว่าคำว่าสมบูรณ์แบบ ความรักภักดีที่เชอรี่มีต่อทั้งสองพระองค์ ความรักที่ได้ทำในสิ่งที่สืบสานปณิธานของทั้งสองพระองค์ และสุดท้ายเชอรี่รักภาพวาดนี้มาก แต่เห็นว่าเหมาะสมกับโครงการนี้ ‘พ่อสอนให้…ให้’ เราต้องหัดที่จะเรียนรู้ในการให้…ให้มากขึ้น แม้จะต้องสละในสิ่งที่รักและหวงแหน แต่ถ้ามันจะเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นต่อผู้อื่น จากรายได้ในการประมูลผ่านสภากาชาดไทย ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ” (IG @cherrykhemupsorn)

นอกจากนี้ภายในงานยังมีภาพวาด “บ้านที่พ่อสร้าง” ผลงานภาพวาดของอาจารย์วิเชียร วงศ์ศุภลักษณ์ ร่วมด้วย โดยการประมูลภาพของทั้งสองท่านครั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยบำรุงสภากาชาดไทยแล้ว ยังเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วย อีกทั้งยังได้เปิดนิทรรศการศิลปะ ชุด “พ่อสอนให้…ให้” ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ห้องอาร์ซีบี แกลลอเรีย ตั้งแต่วันที่ 11 – 23 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00 น. – 20.00 น.

พูดได้ว่าสาวเชอรี่เป็นผู้ให้คนเดียวยังไม่พอ คนไทยยังร่วมเป็นผู้ให้โดยไม่จำกัดสิ่งใดได้อีกด้วย ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ชวนยิ้มปลื้มปริ่มเลยละ…

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @cherrykhemupsorn