10 สไตล์คอเสื้อชุดแต่งงานที่เจ้าสาวไม่ควรพลาด

อินเตอร์มาก! สินค้าหัตถศิลป์ไทยวางขายใน “Starbucks” ทุกสาขาทั่วประเทศ

ถ้าพูดถึงสตาร์บัคส์ ทุกคนนึกถึงอะไรกันบ้าง ร้านกาแฟ เครื่องดื่มรสชาตินุ่มลิ้น บรรยากาศดี ถือแล้วเลิศ หรือโปรโมชั่น 1 แถม 1 เชื่อว่าทุกคนจะคิดถึงสตาร์บัคส์ในมุมที่ต่างกัน แต่สตาร์บัคส์ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ยูนีคไปอีก เพราะตอนนี้ เขาร่วมกับ SACICT หรือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ร่วมกันออกสินค้าเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เราจะทำให้งานคราฟต์มีชีวิต และร่วมสมัยกับไลฟ์สไตล์” สู่ลูกค้าชาวไทยผ่านร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ

นายเมอร์เรย์ ดาร์ลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สตาร์บัคส์ มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เพื่อสนับสนุนและให้โอกาสชาวไทยในภูมิภาค ในอาชีพงานฝีมือ เพื่อสร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้หัตถศิลป์ของไทยเป็นที่รู้จัก ผ่านกลุ่มลูกค้าสตาร์บัคส์ที่หลากหลายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าเหล่านี้ ได้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทั้ง 303 สาขาในประเทศไทย อาทิ ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ จากชุมชน

มร. เมอร์เรย์ ดาร์ลิ่ง (ขวา) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นางอัมพวัน พิชาลัย (ซ้าย) ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน)

หัตถกรรมผ้าฝ้ายหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ถูกนำมาสร้างสรรค์ตัดเย็บเป็นชุดตุ๊กตาหมีสตาร์บัคส์ หรือ งานกระเป๋าผ้าเย็บมือ ซึ่ง SACICT ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ ต่อยอดการฝึกอาชีพงานเย็บผ้าของผู้ด้อยโอกาสจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขาได้ใช้เวลาพัฒนาตัวเอง สามารถกลับมาดำรงชีวิต มีอาชีพและเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข”

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) กล่าวว่า “ครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือจากภาคเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ในการเข้ามาร่วมส่งเสริมผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์จากสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศจากจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบ สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์จากชุมชนฯ สู่ช่องทางการจัดจำหน่ายระดับสากล ซึ่ง SACICT เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะช่วยสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมของไทยไปสู่สังคมปัจจุบันในวงกว้างอีกด้วย”

งานศิลปหัตกรรมเพื่อการผลิตและจำหน่าย ณ ร้านสตาร์บัคส์ 303 สาขาทั่วประเทศ ประกอบด้วย

กระเป๋าผ้าเย็บมือ

 

กระเป๋าผ้าเย็บมือ ในโครงการความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ระหว่าง SACICT กับ กรมราชทัณฑ์ พัฒนาทักษะงานฝีมือแก่ผู้ด้อยโอกาสจากทัณฑสถานหญิงกลางในโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงจัดตั้งเพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจกับกลุ่มผู้ที่ก้าวพลาด ขาดโอกาส ใช้เวลาในการพัฒนาตัวเอง ให้กลับมาดำรงชีวิต มีอาชีพและเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข

ชุดตุ๊กตาผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ โดยฝีมือครูช่างศิลปหัตถกรรมของ SACICT จากกลุ่มทอผ้าสีธรรมชาติหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบธรรมชาติพื้นถิ่น อาทิ สีฟ้า ได้จากครามซึ่งเป็นพืชไม้พุ่มขนาดเล็ก สีเหลืองได้จากแก่นขนุนและแห้ม พืชเมืองร้อนแถบจังหวัดสุรินทร์ ศรีษะเกษ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการบำบัดน้ำเสียจากการย้อมก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกผลิตภัณฑ์ของเราเป็นการเสริมสร้างพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ถาดจักสานกระจูด วัตถุพื้นบ้านผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ฝีมือทายาทช่างศิลปหัตถกรรมของ SACICT จากกลุ่มกระจูดวรรณี จ.พัทลุง


 

ใครที่เห็นแล้วสนใจ อยากจับจองเป็นเจ้าของก็สามารถเลือกซื้อสินค้าหัตกรรมที่มีคุณค่าเหล่านี้ได้ ณ ร้านสตาร์บัคส์ใกล้บ้านคุณ โดยกระเป๋าผ้าเย็บมือพร้อมวางขายตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมนี้ ในขณะที่ถาดจักสานกระจูด และตุ๊กตาหมีผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจะวางขายเป็นลำดับถัดไปเร็วๆนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.starbucks.co.th

 

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

ได้ใช้ชัวร์!! เตรียมพร้อม 9 ข้อ ก่อนร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

เชื่อว่าประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศ เฝ้ารอคอยที่จะเข้าถวายดอกไม้จันทร์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 กันอย่างเนืองแน่น

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเตรียมความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสุขภาพร่างกายของตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากตัวเองจะไม่เจ็บป่วยและติดขัดแล้ว ยังไม่เป็นภาระต่อผู้อื่นด้วย ซึ่ง นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้สร้างความโศกเศร้าให้กับประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ประชาชนจะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นจำนวนมาก ดังนั้น กรมการแพทย์ จึงมีคำแนะนำสำหรับประชาชนที่จะเดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีดังกล่าว ดังนี้

  1. ก่อนออกเดินทาง ควรศึกษาเส้นทางการจราจร และเส้นทางเดินรถ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เรือ รถไฟฟ้า ให้ละเอียด ทั้งขาไปและขากลับ
  2. ผู้เข้าร่วมงานทุกคน โดยเฉพาะกรณีที่เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้สูงอายุ/เด็ก ควรเขียน ชื่อ-สกุล หมายเลขโทรศัพท์ของญาติและผู้ที่ติดต่อได้ ระบุโรคประจำตัวที่เป็น โรงพยาบาลที่รักษาเป็นประจำ ประวัติการแพ้ยา พกติดในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง
  3. หากมาเป็นหมู่คณะ/ผู้สูงอายุที่มากับญาติ ควรเขียนรายละเอียดตามข้อ 3 ให้ชัดเจน
  4. ก่อนออกเดินทางควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินข้าวและดื่มน้ำให้อิ่มพอประมาณเท่านั้น อย่ากินเยอะเกินไป พร้อมทั้งเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
  5. สิ่งที่ควรพกมาด้วยร่มสีดำ (ถ้าเป็นไปได้ขอเป็นสีดำหรือเทา) หมวก ยาดม ลูกอม พาวเวอร์แบงค์ น้ำดื่มสำหรับไว้จิบระหว่างทาง ยาประจำตัว อาหารแห้งพวกแซนวิชพกง่ายดี
  6. ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านให้เรียบร้อย
  7. หากรู้สึกแน่นหน้าอก วิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม รีบแจ้งผู้เข้าร่วมที่อยู่ใกล้ๆ ทันที
  8. คนที่รู้ตัวว่าอั้นไม่ไหว ชอบเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ใส่แพมเพอร์สขนาดเหมาะสมกับร่างกายไว้ (มีทั้งของผู้ใหญ่และเด็ก)
  9. สวมรองเท้าหุ้มส้นสีดำ อาจจะเป็นรองเท้าผ้าใบก็ได้ ใส่ง่าย เดินคล่องเหมาะสำหรับเดินนานๆ

นอกจากนี้กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว หากสุขภาพไม่แข็งแรง ควรรับชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ทางโทรทัศน์ เพื่อป้องกันเหตุอื่นๆ ไว้ก่อน

ทั้งนี้ กรมการแพทย์ ได้จัดบุคลากรปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งหน่วยแพทย์ ชุดแพทย์เคลื่อนที่ดูแลประชาชน เพื่อให้บริการทั้งภาวะปกติและเหตุฉุกเฉิน โดยจะมีหน่วยรักษาพยาบาลบริเวณรอบมณฑลพิธี ประจำพระเมรุมาศจำลอง ซุ้มดอกไม้จันทน์ เพื่อให้การดูแลผู้ที่มาร่วมงานพระราชพิธีได้อย่างทั่วถึง

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (www.dms.moph.go.th)

ช็อกวงการแฟชั่น! “Coach” เปลี่ยนชื่อเป็น “Tapestry” พร้อมปรับโฉมให้สดใสขึ้น

ถือว่าเป็นข่าวที่ได้ยินแล้วแทบไม่อยากเชื่อ เพราะบริษัทผลิตเครื่องหนังชื่อดังระดับโลกอย่าง Coach ที่มีอายุถึง 76 ปี กำลังจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Tapestry (ทาเพสทรี) แล้ว

ทั้งนี้เพื่อเป็นการต้อนรับแบรนด์อื่นๆ ที่ได้ย้ายมาอยู่ในสังกัดเดียวกันให้มีมาตรฐานเหมือนกัน โดยการเปลี่ยนชื่อใหม่จะมีผลในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้แล้ว คือเร็วมากกก และเมื่อมีกระแสข่าวนี้สะพัดออกไป โค้ชเลิฟเว่อร์ก็ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่ ที่ต้องใช้ชื่อใหม่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสินค้าให้ดูวัยรุ่นขึ้นด้วย

แม้ Coach จะเริ่มต้นมาในฐานะบริษัทเจ้าของแบรนด์เครื่องหนังที่มีแบรนด์ในเครือเพียงแบรนด์เดียวและใช้ชื่อเดียวกันทั้งบริษัทและแบรนด์ แต่เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ทาง Coach Inc. ได้ซื้อกิจการแบรนด์รองเท้าระดับโลกอย่าง Stuart Weitzman และเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา Coach Inc ก็เข้าซื้อ Kate Spade ต่อทันที

 

แน่นอนว่าเมื่อ Coach Inc. ต้องเป็นบริษัทแม่ทัพนำแบรนด์อื่นๆ ที่เพิ่งซื้อมาไว้ในสังกัดเดียวกัน และเพื่อกำหนดทิศทางให้ไปด้วยกันได้ จึงมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เริ่มจากการเปลี่ยนชื่อที่เดิมใช้ชื่อ Coach และกำลังจะเปลี่ยนมาเป็น Tapestry ทั้งนี้คาดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะช่วยรักษามาตรฐานของแบรนด์ในเครือให้อยู่ในระดับเดียวกันโดยไม่มีแบรนด์ไหนด้อยไปกว่ากัน

วิคเตอร์ หลุยส์ ประธานบริหารของบริษัท Coach Inc. อธิบายเหตุผลที่เลือกชื่อใหม่นี้ว่า “ทางแบรนด์ได้ทำการค้นคว้ามาแล้วว่าเป็นชื่อที่เหมาะสม สามารถสะท้อนตัวตนของทุกแบรนด์ได้ รวมถึงต้องแสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ด้วยชื่อ Tapestry ซึ่งมีความหมายว่าสีสันแห่งความสุข เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความสดใส และนับตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไป นักลงทุนจะเห็นชื่อย่อของแบรนด์เป็น TPR ในตลาดหุ้น”

สุดท้ายจากกระแสที่ชาวเน็ตไม่พอใจเรื่องชื่อใหม่ของแบรนด์ ทางวิคเตอร์ หลุยส์ ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า “คนที่ไม่พอใจกำลังโฟกัสผิดจุด เนื่องจากทุกคนคิดว่าเรากำลังเปลี่ยนชื่อแบรนด์ ซึ่งไม่ใช่ แต่ที่ดำเนินการอยู่เป็นการสร้างตัวตนของบริษัทใหม่สำหรับ Coach ในฐานะเฮ้าส์ของแบรนด์ต่างๆ ส่วนเรื่องการเปลี่ยนชื่อองค์กรของบริษัท ทางเราก็คิดกันมาสักพักแล้ว แต่เพิ่งจะตัดสินใจเปลี่ยนหลังจากที่ได้ Kate Spade มา”

ถ้าจะให้สรุปที่วิคเตอร์ หลุยส์ ได้ออกมาชี้แจงคือ บริษัท Coach จะเปลี่ยนเป็นชื่อ Tapestry แต่ชื่อแบรนด์ Coach ยังอยู่นะจ๊ะ สาวกแบรนด์อย่าเพิ่งตกใจไป


 

ข้อมูล : Coach Inc

ภาพ : world.coach.com , Twitter@KimBhasin , fashionweekdaily.com , butterboom.com

 

สำนักพระราชวังเชิญชวนชาวไทย ร่วมส่งภาพแห่งความทรงจำระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙

ภาพของพ่อหลวงในความทรงจำของเราทุกคนอาจจะเหมือนกันในมุมที่เราต่างได้เห็นพระองค์ทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี เชื่อว่าคนไทยทุกคนจะไม่มีวันลืมภาพของพ่อที่ทรงงานเพื่อพวกเรา และนอกจากภาพเหล่านี้ก็ยังมีภาพประวัติศาสตร์อีกมายที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลานับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตจนถึงปัจจุบัน

ผู้คนมากมายได้บันทึกภาพการเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ และการทำกิจกรรมจิตอาสาในด้านต่างๆ ที่ประชาชนมุ่งปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมถวายพระราชกุศลซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการประมวลภาพเหตุการณ์แห่งความทรงจำนับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา

เพื่อรวบรวมไว้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความจงรักความภักดีและความศรัทธาของเหล่าพสกนิกรที่มีต่อพระองค์  อันจะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ โดยมีพระราชดำริให้มีการนำภาพที่จัดส่งมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ไปจัดแสดงให้ประชาชนได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยและประเทศชาติตลอดไป

สำนักพระราชวังขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก ร่วมส่งภาพแห่งความทรงจำและระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในมุมมองต่างๆ ที่ประชาชนได้บันทึกภาพไว้นับแต่วันเสด็จสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยสามารถจัดส่งภาพเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก  ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560  และช่วงที่สองหลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560
ทั้งนี้สามารถส่งภาพได้ไม่เกินคนละ 10 ภาพ โดยระบุชื่อและนามสกุลของผู้ถ่ายภาพ วัน เวลา และสถานที่ของภาพ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และส่งมาที่
e-mail  :  [email protected]
ทางเว็บไซต์  https://photokingrama9.ohm.go.th
หรือทางไปรษณีย์  ที่
– สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ 904 พระที่นั่งอัมพรสถาน ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
ฝ่ายทะเบียนกองกลาง อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
– กองเผยแพร่พระราชกรณียกิจ สำนักพระราชวัง อาคารศาลาลูกขุนใน ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
ผู้ส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรมยินดีให้ส่วนราชการในพระองค์นำภาพไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ได้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่  เว็บไซต์ https://photokingrama9.ohm.go.th และสอบถามที่กองเผยแพร่พระราชกรณียกิจ  โทร. 02 – 220 – 7200 ต่อ 3401 – 3407

ข้อมูล : kingrama9.th

ภาพ : msnbc.com , Mint Smooth

‘ขุ่นพระ เกิดไรขึ้น สาววันนี้รักความเป็นโสด’ เช็คเลย ดวงวันที่ 19 ตุลาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 19 ตุลาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  งานส่วนใหญ่เป็นการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก เกี่ยวข้องถึงระหว่างประเทศก็ราบรื่น ไม่มีปัญหา ได้รับการสนับสนุนจากเจ้านาย คนใกล้ชิด และบริวาร

การเงิน : ได้มาแบบปาฏิหาริย์ แล้วท่านก็จะช่วยเหลือคนอื่นมากจนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก : วันนี้ท่านเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ เดี๋ยวก็อยากอยู่กับคนรัก เดี๋ยวก็อยากทำงาน จนคนที่อยู่ด้วยสับสน คนโสด  มีแววว่ายังคงเป็นโสดอีกหนึ่งวัน

สุขภาพ : ระวังภูมิแพ้อากาศ หรือกระทั่งผิวหนังจนทำให้เกิดการคันและอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านถูกวางตัวว่าต้องเป็นหลักในธุรกิจของครอบครัว แต่ให้ระวังความมั่นใจในตัวเองจะทำให้ถูกใส่ร้ายป้ายสีจากเพื่อนร่วมงานหรือบริวาร จนต้องใช้ความสามารถในการเอาตัวรอด

การเงิน  : หมุนเงินเก่ง เป็นหลักให้ทุกคนได้ ระวังการใช้จ่ายด้วยอารมณ์จะทำให้สูญเงินอย่างเปล่าประโยชน์

ความรัก :  วันนี้เป็นเรื่องของการช่วยกันทำมาหากินมากกว่าความรักแบบชู้สาว คนโสด ท่านยังฝังใจกับรักครั้งแรก จนไม่กล้าเริ่มใหม่ ขออยู่คนเดียวก่อน

สุขภาพ : ระวังจะเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดกับอวัยวะในช่องท้อง กับมดลูก

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านที่ทำงานเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา ท่านยังไม่สามารถฟันธงได้ ต้องใช้เหตุผลในการทบทวน และชั่งน้ำหนักหาเหตุผลประกอบการตัดสินก่อน

การเงิน : หมดกับการทำบุญและการกุศล

ความรัก : วันนี้ท่านค่อนข้างขี้หึง ขี้น้อยใจ และแสนงอน เรียกร้องความสนใจ คาดหวังกับคนรักจนทำให้รู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดง่าย คนโสด ท่านชั่งใจมากมายว่าจะอยู่เป็นโสด หรือมีคู่ดี

สุขภาพ :  ระวังเรื่องการขับถ่าย อย่าอั้นปัสสาวะ จะทำให้ระบบกรวยไต และกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : ท่านจะเริ่มออกเดินทางเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำงาน การติดต่อเจรจาทางธุรกิจจะประสบความสำเร็จ แต่ควรทำคนเดียวหรือเฉพาะในครอบครัว

การเงิน : วาจาเป็นทรัพย์ พูดเท่านั้นจึงจะรวย

ความรัก : หากท่านเคยทะเลาะกันหรือเลิกราไป วันนี้จะได้เขากลับมาช่วยในเรื่องให้คำปรึกษาทางธุรกิจ คนโสด เคยได้ยินคำว่า คนเกิดวันพุธโลเลไหม วันนี้ท่านเป็นแบบนั้น

สุขภาพ : ระวังเรื่องของระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ ควรหมั่นรับประทานผักและผลไม้มากๆ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านรู้สึกอึดอัด ร้อนรุ่มไปหมด ทั้งกับเพื่อน เจ้านาย และบรรยากาศ เพราะการทำงานผิดพลาด ซึ่งท่านพยายามเรียกร้องขอความเห็นใจ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ควรอยู่นิ่งๆ ก่อน

การเงิน :  ร้อนเงิน เพราะต้องนำไปใช้หนี้แทนคนอื่น

ความรัก : วันนี้จะเกิดการเข้าใจผิด อาจเพราะเรื่องมือที่สาม จนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว แม้ท่านพยายามงอนง้อแล้วเขาก็ไม่กลับมา คนโสด ไม่ต้องใจร้อนรีบเลือกนะคะ เพราะลึกๆ แล้วท่านอยากอยู่คนเดียวมากกว่า

สุขภาพ : ควรระงับความเครียดและอารมณ์โกรธ เพราะจะมีผลเสียต่อสุขภาพกายและจิต

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านอาจติดปัญหาเรื่องอสังหาริมทรัพย์ บ้านและที่ดิน ผลิตผลที่มาจากดินทุกประเภท แต่ท่านมุ่งมั่นพยายามที่จะหาทางออกให้ได้ ระวังจะเกิดการตัดสินใจผิดพลาด จนเหตุการณ์แย่ลง วันนี้ขอให้เชื่อเซ้นส์ตัวเอง

การเงิน :  เกิดวิกฤติ ระวังถูกหลอกซ้ำอีก

ความรัก :  วันนี้ท่านกำลังมีปัญหาในเรื่องของทรัพย์สินร่วมกัน ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ อย่าใจร้อน ค่อยๆ คุยกัน คนโสด ท่านหลงรักคนง่ายมาก ระวังถูกหลอกนะจ๊ะ

สุขภาพ  :  ระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะช่วงขาและข้อต่างๆ พวกโรคเก๊าท์ หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านยังคงเหน็ดเหนื่อยในการปกครองบริวาร ตั้งสติให้ดี เป็นหลักให้กับพวกเขาให้ได้ แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

การเงิน : ระวังเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกระบบ

ความรัก :  วันนี้คู่จะเป็นหลักให้กับท่าน คนโสด จะได้ไปปาร์ตี้ หรืองานสังคม ก็จะได้เจอคนถูกใจ ระวังตัวหน่อยนะคะ อาจถูกรวบหัวรวบหางเลย

สุขภาพ : อย่ากลั้นปัสสาวะ จะทำให้กรวยไตอักเสบ

เปิดภาพ “เจ้าชายเอ็มมานูเอลแห่งเบลเยียม” พระชันษา 12 ปี ทรงพระสิริโฉมยิ่งนัก

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันประสูติของเจ้าชายเอ็มมานูเอลแห่งเบลเยียม ซึ่งเป็นพระราชบุตรพระองค์ที่ 3 และพระราชโอรสพระองค์สุดท้อง ในสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์ และสมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม ทรงอยู่ในลำดับที่ 3 ของการสืบราชสันตติวงศ์เบลเยียม โดยปีนี้เจ้าชายเอ็มมานูเอลแห่งเบลเยียม มีพระชันษา 12 ปี เรียกได้ว่าพระชันษายังน้อยแต่เป็นเจ้าชายที่ทรงพระสิริโฉมยิ่งนัก

ภาพงานฉลองวันคล้ายวันประสูติเจ้าชายเอ็มมานูเอล ซึ่งมีสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์ สมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม (เรียงตามพระชันษา) เจ้าหญิงเอลิซาเบธ เจ้าชายกาบรีแยล เจ้าชายเอ็มมานูเอล และเจ้าหญิงเอเลออนอร์ ร่วมฉลองอย่างอบอุ่น

1

สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์ สมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม และเจ้าชายเอ็มมานูเอลแห่งเบลเยียม

จากภาพในวันคล้ายวันประสูติ ทำให้แพรวดอทคอมได้เห็นพระพักตร์ของเจ้าชายเอ็มมานูเอลแห่งเบลเยียมแบบเต็มๆ จึงอยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้รู้จักพระองค์กัน เพราะถ้าพูดถึงราชวงศ์เบลเยียมคนไทยก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันสักเท่าไหร่

ไม่แปลกถ้าจะไม่คุ้นพระพักตร์ราชวงศ์เบลเยียม เพราะถ้าเทียบกับราชวงศ์อื่นๆ ในยุโรปแล้ว ถือได้ว่าราชวงศ์เบลเยียมเปิดตัวน้อยที่สุด ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัวทำให้ภาพที่เผยแพร่สู่สาธารณชนมีค่อนข้างน้อย แต่สื่อเองก็เฝ้ามองพระราชธิดาและพระราชโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์กับสมเด็จพระราชินีมาทิลด์อย่างใกล้ชิด เพราะอย่างเจ้าหญิงเอลิซาเบธก็ทรงเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งมาตั้งแต่พระชนม์ 12 ชันษา

ด้วยความที่ไม่ค่อยเปิดบ้านให้ใครได้เข้าไปทำความรู้จักสักเท่าไหร่ ก็ทำให้สื่อต่างชาติสนใจราชวงศ์เบลเยียมอยู่ไม่น้อย สัเกตได้จากทุกครั้งที่เสด็จออกงานจะได้รับแสงเฟรชรัวแบบไม่มียั้งกันเลยทีเดียว

เสด็จออกงานพร้อมสมเด็จพระราชินีมาทิลด์ ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2560

1

สมเด็จพระราชินีมาทิลด์และเจ้าชายเอ็มมานูเอล

ด้านการศึกษาพระราชโอรสและพระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลลิปป์ และสมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม เสด็จกลับเข้าทรงศึกษาในโรงเรียนในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยเจ้าชายเอ็มมานูเอล ทรงศึกษา ณ โรงเรียนยูเรก้า เมืองเคสเซิลโล

เจ้าหญิงเอลิซาเบธ เจ้าชายกาบรีแยล เจ้าชายเอ็มมานูเอล และเจ้าหญิงเอเลออนอร์เสด็จออกงานพร้อมกันในวันที่ 21 กรกฎาคม 2557

1

เจ้าหญิงเอลิซาเบธและเจ้าชายเอ็มมานูเอล

 


 

ข้อมูล : IG@royalworldthailand

เรียบเรียง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@royalworldthailand , worldroyalfamily , www.semana.es , 

Royal Fashions
1

งดงามเกินบรรยาย พระเมรุมาศจำลอง ใน 6 ภูมิภาคประเทศไทย

ประมวลภาพ พระเมรุมาศจำลอง ประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใน 6 ภูมิภาคของประเทศไทย

หลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระราชานุญาตให้รัฐบาลจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 85 แห่ง ทั่วประเทศไทย เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มีส่วนร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  โดยโปรดเกล้าฯให้ออกแบบอย่างสมพระเกียรติ เช่นเดียวกับพระเมรุมาศจริง ล่าสุดทั้งหมดได้เสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

โดยในกรุงเทพมหานครยังได้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถวายดอกไม้จันทน์ เป็นพื้นที่ที่ใกล้กับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยจัดสร้างในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ พระลานพระราชวังดุสิต จำนวน 1 แห่ง สี่มุมสนามหลวง จำนวน 4 แห่ง คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (เดิม) สวนนาคราภิรมย์ ลานปฐมบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 1 (เชิงสะพานพุทธฯ) ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และตามสี่มุมเมืองกรุงเทพมหานครอีก 4 แห่ง คือ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) พุทธมณฑล ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นอกจากนี้ได้จัดสร้างซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่และขนาดกลางตามวัดและสถานที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 104 แห่งอีกด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการเปิดเผยภาพพระเมรุมาศจำลอง ใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศออกมา แม้ว่ารูปแบบโครงสร้างจะเป็นแบบเดียวกัน แต่การตกแต่งโดยรอบพระเมรุมาศในแต่ละจังหวัดกลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งดงามเกินบรรยาย วันนี้ แพรวดอทคอม เลยถือโอกาสรวบรวมภาพ พระเมรุมาศจำลอง ใน 6 ภูมิภาค ของประเทศไทยมาให้ได้ชมกัน


ภาคกลาง 

พระเมรุมาศจำลองลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร

ภาพจาก Facebook : Sarakorn Poungsawat

สถานที่จัดพระเมรุมาศจำลองกรุงเทพมหานคร : เขตดุสิต พระลานพระราชวังดุสิต,เขตวัฒนา โรงพิมพ์สำนักงานกินแบ่งรัฐบาล,เขตพระนคร สวนนาคราภิรมย์,เขตพระนคร ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ พระพุทธยอดฟ้า
เขตพระนคร ลานคนเมือง,เขตบางนา ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทคบางนา,เขตลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง,อำเภอลำลูกกา สนามกีฬาธูปะเตมีย์ และ อำเภอพุทธมณฑล พุทธมณฑล

พระเมรุมาศจำลองสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดชัยนาท

ภาพจาก Facebook : Jatunan Nantawisoot

สถานที่จัดพระเมรุมาศจำลองภาคกลาง : จังหวัดกำแพงเพชร สนามกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร,จังหวัดชัยนาท สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ,จังหวัดนครนายก ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดนครปฐม พุทธมณฑล และศาลากลางจังหวัด,จังหวัดนครสวรรค์ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดนนทบุรี วัดบัวขวัญ,จังหวัดปทุมธานี สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปเตมีย์) และศาลากลางจังหวัดหลังเก่า,จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลานด้านหน้าพระราชวังโบราณ,จังหวัดพิจิตร วัดท่าหลวง,จังหวัดพิษณุโลก ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ,จังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์,จังหวัดลพบุรี วัดสิริจันทนิมิต,จังหวัดสมุทรปราการ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดสมุทรสงคราม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร,จังหวัดสมุทรสาคร วัดเจษฎาราม,จังหวัดสระบุรี ลานวงเวียนพระพุทธบาท,จังหวัดสิงห์บุรี พุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี,จังหวัดสุโขทัย โรงเรียนวัดไทยชุมพล,จังหวัดสุพรรณบุรี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร,จังหวัดอ่างทอง ศาลากลางจังหวัด และ จังหวัดอุทัยธานี วัดสังกัสรัตนคีรี


ภาคเหนือ

พระเมรุมาศจำลอง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่

ภาพจาก Facebook : Nuwat Chanthachanthuek

สถานที่จัดพระเมรุมาศจำลองภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย สนามบินเก่าฝูงบิน 416,จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ,จังหวัดลำพูน สนาม อบจ.ลำพูน,จังหวัดลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง,จังหวัดแพร่ สนามหลวงจังหวัดแพร่,จังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง,จังหวัดพะเยา ลานอเนกประสงค์หลังเทศบาลฯ ริมกว๊านพะเยา,จังหวัดแม่ฮ่องสอน สนามกีฬาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน,จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดพระแท่นศิลาอาสน์


    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พระเมรุมาศจำลองวัดสุปัฏนารามวรวิหาร จังหวัดอุบลราชธานี

 ภาพจาก : Vittawat Suphaesariyakul

สถานที่จัดพระเมรุมาศจำลองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดขอนแก่น วัดป่าแสงอรุณ,จังหวัดชัยภูมิ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดนครพนม ศาลางกลางจังหวัดหลังเก่า,จังหวัดนครราชสีมา ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดบึงกาฬ ที่ว่าการอำเภอเมือง,จังหวัดบุรีรัมย์ ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า,จังหวัดมหาสารคาม ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดยโสธร ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดร้อยเอ็ด ลานสาเกต บึงผลาญชัย,จังหวัดเลย ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดศรีสะเกษ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดสกลนคร ศาลากลางจังหวัด
จังหวัดสุรินทร์ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดหนองคาย วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง,จังหวัดหนองบัวลำภู วัดพิศาลรัญญาวาส พระอารามหลวง,จังหวัดอำนาจเจริญ ศาลากลางจังหวัด,จังหวัดอุดรธานี สนามทุ่งศรีเมือง และ จังหวัดอุบลราชธานี วัดสุปัฏนารามวรวิหาร

ริชชี่พาย้อนรอย การเสด็จในหลวงรัชกาลที่ ๙ ผืนป่าเขียวขจีที่ถูกพลิกฟื้นด้วยน้ำพระทัย

นางเอกช่อง 3 ริชชี่ ทายาทรุ่นที่ 4 ผู้สืบเชื้อสายชาวเขาเผ่าลาหู่ เผยเรื่องราวการเสด็จดอยปู่หมื่นของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงพลิกป่าฝิ่นให้กลายเป็นไร่ชาอัสสัม พืชเศรษฐกิจที่นำป่าเขียวขจีและความร่มเย็นมาสู่ชาวดอย

ทิวทัศน์ดอยปู่หมื่น

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  บรมนาถบพิตร เสด็จฯที่บ้านดอยปู่หมื่น ในปี 2513 เพื่อเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าลาหู่หรือมูเซอร์ ทั้งยังได้พระราชทานไก่ หมู แพะ ลิ้นจี่ มะม่วง ให้แก่นายจะฟะ ไชยกอ ซึ่งเป็นบิดา ผู้นำหมู่บ้านในขณะนั้น เพื่อไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ 2515 พระองค์ท่านได้นำชาพันธุ์อัสสัมซึ่งเป็นชาต้นแรกพระราชทานให้แก่นายจะฟะ ไชยกอ คุณตาของนางเอกสาว ริชชี่ – อรเณศ ดีคาบาเลส ผู้นำหมู่บ้านในขณะนั้น เพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ตัดไม้ทำลายป่า

ริชชี่ร่วมเก็บใบชากับชาวบ้าน

นับตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ผ่านไปกว่า 45 ปีแล้วที่พื้นที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาพลิกฟื้นด้วยน้ำพระทัยได้กลายเป็นไร่ชาอัสสัม พืชเศรษฐกิจที่นำรายได้มาสู่ชาวเขา ซึ่งวันนี้ริชชี่ – อรเณศ ดีคาบาเลส นางเอกช่อง 3 เคลียร์คิว พาขึ้นดอยบ้านเกิด พบปะชาวเขาเผ่าลาหู่บนดอยปู่หมื่น จ.เชียงใหม่ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็บอกว่าเป็นปลื้มแบบสุดๆ ที่ได้รับเกียรติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดยนาย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมในกิจกรรม Village Tourism 4.0 ภายใต้โครงการ Village To The World ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น ขานรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างความเจริญและยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชนบทให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และยังเป็นบ้านเกิดของสาวริชชี่อีกด้วย

ริชชี่ร่วมทำการแสดงกับชาวบ้าน

โดยริชชี่ได้เล่าเรื่องราวในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล “ไชยกอ” ลูกหลานของปู่หมื่น โดยเจ้าตัวบอกว่ารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจมาก เพราะชาต้นแรกที่ได้รับพระราชทานมา นอกจากจะเป็นเกียรติกับครอบครัวแล้ว ยังสามารถช่วยชาวเขาทุกคนที่อยู่บนดอยปู่หมื่นด้วย นางเอกสาวกล่าวต่อไปว่า เรื่องประวัติความเป็นมาของครอบครัวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เธอในฐานะลูกหลานชาวเขา รับรู้เรื่องราวมาตั้งแต่เด็ก คล้ายเป็น “นิทาน” ที่เล่าสืบต่อกันมาของครอบครัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 เปรียบเสมือนผู้นำทางความคิดมาตั้งแต่เด็ก ท่านให้ความเป็นอยู่ที่ดีกับครอบครัว เรามีโอกาสได้รับใช้พระองค์ท่าน ได้ดูแลชนเผ่าจากรุ่นสู่รุ่น และในเมื่อเรามีโอกาสได้อยู่ในสื่อ ริชอยากจะเป็นตัวแทนบอกให้ชาวเขารุ่นหลังๆรู้ถึงความรักของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวเขาว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน ริชไม่อยากให้เด็กชาวเขารุ่นหลังลืมว่าประเทศไทยของเรามีสถานที่สวยงามน่าอยู่ และมีธรรมชาติที่งดงามเพราะใคร ในฐานะลูกหลานรุ่นที่สี่ ก็มีความตั้งใจจะสานต่องานที่จะพัฒนาเรื่องชา เพราะเป็นสิ่งที่ดีต่อชาวเขาทุกคน โดยตั้งใจที่จะต่อยอดในเรื่องของ “การตลาด” เพื่อจะทำให้พันธุ์ชาพระราชทานโด่งดังไปในต่างประเทศ

ชมธรรมชาติ จิบชาอัสสัม

งานนี้สาวริชชี่ก็อาสาพาเที่ยวดอยปู่หมื่นที่อยู่ท่ามกลางภูเขาสูง อากาศเย็นสบาย เช้าๆก็มีไอหมอกลอยต่ำมาคลอเคลีย และหากใครชอบกิจกรรมท้าทาย ที่นี่ก็มีเส้นทางเดินป่าเพื่อชมธรรมชาติและความงามของน้ำตก นั่นคือ น้ำตกปู่หมื่น หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า น้ำตกงวงช้าง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารลาหู่แบบดั้งเดิม พร้อมทั้งได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวลาหู่อีกด้วย ส่วนกิจกรรมไฮไลท์บนดอยปู่หมื่นแห่งนี้เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการเก็บใบชาอัสสัม ซึ่งเป็นชาที่ชาวบ้านเคยได้รับพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชนบนดอยปู่หมื่นจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวเขา ในงานไทยเที่ยวไทย ระหว่างวันที่ 2 – 5 พฤศจิกายน 2560 จะมีการจำหน่ายชาอัสสัม ณ ฮอลล์ 3 และ 4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

6 เหตุเลื่อนงานแต่งที่แขกเหรื่อควรเข้าใจ

ไม่มีบ่าวสาวคู่ไหนอยากให้แผนแต่งงานที่วางไว้อย่างดิบดีมีอันต้องเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเกิดต้องเจอกับ 6 เหตุ เลื่อนงานแต่ง ดังต่อไปนี้ เราก็ขอให้แขกทุกคนเข้าใจบ่าวสาว เมื่อทราบข่าวแล้ว ขอเพียงไม่มีคำถามต่อเนื่อง ไม่มีการเม้าแบบผิดๆ เท่านี้ก็ช่วยให้กำลังใจทั้งคู่ได้แล้วค่ะ

1. เหตุเกิดเพราะ “สถานที่”

มีมาแล้วนะคะที่การเลื่อนงานแต่งงานเกิดจากสถานที่ทำพิษโดยไม่ตั้งใจ เช่นเกิดเหตุไม่ดีกะทันหันอย่างไฟไหม้ ทำให้คุณไม่สามารถหาสถานที่จัดงานใหม่ได้ทัน จำเป็นต้องเลื่อนงานออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

2. เหตุเกิดเพราะ “บุคคลสำคัญเสียชีวิต”

ไม่มีใครอยากให้เหตุนี้เกิดขึ้นกับตัวอย่างแน่นอน แต่เรื่องที่ว่านี้ก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้และห้ามกันไม่ได้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงๆ บ่าวสาวจะต้องมีสติและอย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้านานเกินไป เพราะงานแต่งที่แพลนไว้ตรงหน้าจะเสียหายมากกว่าที่คิด เนื่องจากมีหลายหน่วยที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นถ้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะเลื่อนควรรีบแจ้งกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายให้ครบถ้วน รวมถึงแขกทุกคน

3. เหตุเกิดเพราะ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ”

ธรรมชาติเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมกะทันหัน แผ่นดินไหวโดยไม่มีสัญญาเตือนภัย ซึ่งหากสร้างความเสียหายหนักก็จำเป็นจนต้องเลื่อนกำหนดงานแต่งงานออกไปก่อน และโดยส่วนมากงานแต่งมักจะจัดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดแล้ว

4. เหตุเกิดเพราะ “ภัยทางการเมือง”

บางครั้งเหตุบ้านการเมืองก็ทำให้งานแต่งของคุณต้องสะดุดลงไป เพราะความปลอดภัยในการจัดงาน ความสะดวกในการเดินทางของแขกเหรื่อ ซึ่งอาจทำให้บ่าวสาวต้องตัดสินใจเลื่อนงานแต่งที่วางไว้ออกไปเพื่อความปลอดภัยของแขกทุกคน

5. เหตุเกิดเพราะ “กลัวฝน”

อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่มั่นใจ หรือเกิดอาการไม่พร้อมทางใจกะทันหัน ทำให้ต้องขอเวลาแยกย้ายกันไปคิดทบทวนให้ถี่ถ้วน ซึ่งถ้าคุณรู้ใจตัวเองก่อนที่งานจะเกิดแล้วคุยกันเพื่อหาข้อสรุป ถือเป็นเรื่องที่ดีกว่าการที่ต้องแต่งงานเพียงเพราะรับผิดชอบคำพูดหรือเรื่องไปถึงผู้ใหญ่แล้วแก้ไม่ทัน เพราะนั่นมีผลต่อชีวิตคู่ระยะยาวอย่างแน่นอน

6. เหตุเกิดเพราะ “เจ็บป่วยขั้นหนักและอุบัติเหตุขั้นรุนแรง”

สองเหตุนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่เรามั่นใจมากๆ ว่า เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าคุณเจ็บป่วยแบบว่าเข้าห้องผ่าตัดหรือเป็นหวัดรุนแรงที่มีแนวโน้มแพร่เชื้อโรคได้ง่ายๆ รวมถึงเจอกับอุบัติเหตุที่ต้องนอนโรงพยาบาล จะให้ดื้อดึงกัดฟันมาร่วมงานคงไม่เหมาะ ถ้าเจอแบบนี้เข้าไป แขกเหรื่อไม่ว่ากันหรือก เชื่อสิ

พอเพียงไม่เบียดเบียนใคร อั้ม-บี กระบอกเสียงจัดทำ “หมวกเลขเก้า” รายได้ช่วยคนตาบอด

หมวกเลขเก้า ปรากฏตัวอักษร “พอเพียงนี้ อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น…” พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ คำสอนเหล่านี้ก็ยังคงนำมาใช้ เตือนใจแก่คนไทยได้เสมอ 

หากแต่พอเพียงแล้ว การได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ความช่วยเหลือไปยังผู้คนที่ร่างกายอาจไม่พร้อมสมบูรณ์ตามที่เราสามารถทำได้ ก็เป็นเรื่องที่ช่วยให้โลกใบนี้รวมถึงจิตใจทุกคนเกิดความภาคภูมิใจต่อตัวเองและอิ่มเอมใจไปด้วย อย่างล่าสุดหนุ่มมาดเซอร์ดีกรีดีไซเนอร์สายเลือดใหม่ แพ็ค-ปกรณ์ วงษ์กิตติไกรวัล เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ Missile (มิสไซล์) ก็ได้ผุดโปรเจ็กต์ดีๆ โดยได้ทำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานช่วยเหลือคน เกิดเป็น “หมวกเลขเก้า” ที่ได้นักแสดง นางแบบสาว อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ และบี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ มาร่วมเป็นกระบอกเสียง

จุดเริ่มต้นของหมวกเลขเก้า มาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงถือเป็นพระอริยะบุคคล เป็นบุคคลอันประเสริฐผู้มีคุณธรรมสูง และมีคำสอนให้คนไทยได้ยึดเตือนสติ เตือนจิตใจในการดำรงชีวิตเสมอ ซึ่งในหมวกเลขเก้า ได้นำคำสอนเรื่องพอเพียงมาปักเป็นตัวอักษรเพื่อใส่ไว้บนศีรษะ อีกนัยหนึ่งคือเพื่อน้อมระลึกถึงคุณความดีของพระองค์เหนือหัว โดยรายได้ส่วนหนึ่งของหมวกเลขเก้าที่จัดจำหน่ายใบละ 689 บาท จะมอบให้แก่ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @beenamthipofficial @aum_patchrapa @missilebangkok

ประมวลภาพ ในหลวง ร.๑๐ เสด็จฯ พิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดิษฐานยอดพระเมรุมาศ

วันนี้เมื่อเวลาประมาณ 17.19 น.  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  เสด็จพระราชดำเนิน ในการทรงยก พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ประดับยอดพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ตามเสด็จด้วย

ทั้งนี้เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์เสด็จถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงรอรับเสด็จอยู่ด้วย

สำหรับพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรขึ้นประดิษฐานยอดพระเมรุมาศนั้น ถือเป็นพระราชพิธีสำคัญเพื่อประกอบพระบรมราชอิสริยยศตามโบราณราชประเพณี

ทรงพระสุหร่ายพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร
ทรงเจิมพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร
พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ที่กำลังจะขึ้นประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศ

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ต่อได้ที่นี่

ขอบคุณภาพจาก : การถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ขอเชิญประชาชนชาวไทยร่วมงาน “ร้อยดวงใจ ไทยทั้งผอง ร่วมส่งพ่อหลวงขึ้นสวรรค์” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมงาน “ร้อยดวงใจ ไทยทั้งผอง ร่วมส่งพ่อหลวงขึ้นสวรรค์” พิธีถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อหลวง ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ –  ๑๖.๓๐ น. และ ๑๘.๓๐ – ๒๑.๐๐ น. ณ  ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ลานหน้าศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์  …สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Fashion Island Shopping Mall หรือโทร. 0-2947-5000

*หมายเหตุ*

ผู้ร่วมพิธี : แต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์

ผู้ชาย สวมเสื้อดำ เสื้อเชิ้ตดำ กางเกงสีดำขายาว (งดยีนส์) รองเท้าสุภาพ หุ้มส้นสีดำ (สีดำเป็นหลัก)

ผู้หญิง สวมเสื้อสีดำ ไม่รัดรูป งดเสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว กระโปรงยาวสีดำคลุมเข่า รองเท้าสุภาพ หุ้มส้นสีดำ (สีดำเป็นหลัก)

 

23 ต.ค.60 ในหลวงรัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช

เนื่องในวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560 เป็นวันปิยมหาราช ซึ่งเป็นอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทางเลขาธิการพระราชวัง จึงได้รับพระราชทานโองการจาก ในหลวงรัชกาลที่ 10 สั่งเรื่องการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน 

ในวันปิยมหาราช ซึ่งเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประเทศไทย เลขาธิการพระราชวังได้เผยกำหนดรายการของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร หรือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ว่าจะทรงมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมราชานุสรณ์ที่พระลานพระราชวังดุสิต

โดยเวลา 17.00 น. จะทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระอัฐิสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏปิยมหาราชปดิวรัดา ออกประดิษฐานร่วมในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

ภายในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล มีพระสงฆ์ 57 รูป หลังสวดพระพุทธมนต์จบตามด้วยทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทางพระราชาคณะ (พระภิกษุที่ได้รับสถาปนาให้มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้นสามัญจนถึงชั้นสมเด็จพระราชาคณะ) จะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 จะทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตรแก่พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ 57 รูป และพระราชาคณะ แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาติให้สาธุชน เข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. โดยการเปิดให้เข้าถวายบังคมนี้จะเปิดเฉพาะเนื่องในวันสำคัญ เช่น วันจักรี (6 เม.ย.) วันสงกรานต์ (13-15 เม.ย.) วันฉัตรมงคล (5 พ.ค.) วันปิยมหาราช (23 ต.ค.) 

สำหรับพระราชกรณียกิจอันสำคัญของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้สร้างให้แก่คนไทยนั้นมีจำนวนมากเลยทีเดียว เช่น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการเลิกทาสและไพร่ในเมืองไทย ป้องกันการเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิฝรั่งเศสและอังกฤษ ประกาศเรื่องการให้นับถือศาสนาโดยอิสระในประเทศ นำระบบการคมนาคมแบบยุโรปมาปรับและพัฒนาให้เข้ากับเมืองไทยอย่าง ระบบการใช้ธนบัตรและเหรียญบาท ใช้ระบบเขตการปกครองใหม่ รวมถึงยังมีงานพระราชนิพนธ์อีกจำนวนมาก

 

ภาพ: สำนักพระราชวัง, นิตยสารแพรว ฉบับ 896

แบรนด์นี้ควีนปลื้ม! ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีเลตีเซีย ราคาแค่ 3 พันบาท

เรียบง่ายสมถะดีจริงๆ พอได้เห็นลุคของ สมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน ทรงฉลองพระองค์ในแบบลำลองด้วยเดรสลายดอกไม้ ดูสบายตาอย่างมาก ที่สำคัญคือพระองค์ทรงเลือกสวมใส่ได้อย่างไม่เคอะเขิน แม้ว่าจะไม่ใช่แบรนด์ระดับไฮเอนด์ก็ตาม

ควีนเลตีเซีย หรือสมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน จริงๆแล้วพระองค์ทรงเคยเป็นสามัญชนมาก่อน ในอดีตทรงทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ และยังเคยเป็นผู้ประกาศข่าวมาก่อนด้วย แม้ว่าตอนนี้สถานะของพระองค์จะเปลี่ยนไปหลังจากที่พระองค์อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 แต่พระจริยวัตรของพระองค์ก็ยังมิได้เปลี่ยนแปลงไป ทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อมากเกินไป

อย่างเช่นลุคที่นำมาให้ชมกันวันนี้ ควีนเลตีเซียทรงเลือกเดรสจากแบรนด์ ZARA  ซึ่งคิดเป็นเงินไทยราคาเพียง 2,990 บาทเท่านั้น พระองค์ก็สามารถทำให้ดูพระสิริโฉมและโดดเด่นได้ นอกจากนี้ยังมีรองเท้าส้นสูงสีม่วงก็เป็นของแบรนด์สเปนชื่อ Uterque ส่วนต่างหู พระองค์เลือกของแบรนด์ Coolook earrings มาแมตช์ได้อย่างลงตัว

 

ภาพ : IG@royaladdicted2

ในหลวง

ในหลวง ร.๑๐ เสด็จฯ พิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดิษฐานยอดพระเมรุมาศ

วันนี้ (18 ต.ค.60) เวลาประมาณ 17.19 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จพระราชดำเนิน ในการทรงยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยการพิธียกยอดฉัตรพระเมรุมาศนั้น ถือเป็นการประกอบพระบรมราชอิสริยยศตามโบราณราชประเพณี

ฉัตรเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสำหรับพระมหากษัตริย์ และพระอิสริยยศสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุด เช่นเดียวกับพระมหามงกุฎของราชสำนักยุโรป แบ่งเป็นฉัตร 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น สำหรับประกอบตามลำดับพระยศของพระบรมวงศานุวงศ์

สำหรับฉัตร 9 ชั้น ของพระมหากษัตริย์ คือพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทำด้วยผ้าขาว 9 ชั้น พร้อมด้วยระบายขลิบทองแผ่ลวด 3 ชั้น มีความหมายว่า ผู้ชนะทั้ง 8 ทิศ ผู้ทรงรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงในการดูแลประชาชนทั้ง 8 ทิศ ประดิษฐานเหนือพระแท่นราชบัลลังก์ และแขวนกางกั้นพระบรมโกศ เป็นต้น

ทั้งนี้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จะถูกเชิญขึ้นประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศ ประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 18 ตุลาคม 2560 นี้

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Royal World Thailand / Sgt. Sarawut Joklom สิบเอกศราวุฒิ จอกลม

ซงจุงกิ - ซงฮเยคโย

เยียวยาแผลใจด้วย ‘แก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวซงจุงกิ’ แค่เห็นก็ท้องไส้ปั่นป่วนแล้ว

ช่วงนี้ไม่ว่า ซงซงคัพเพิล (ซงจุงกิ – ซงฮเยคโย) จะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวเรียกเสียงฮือฮาได้ตลอด อย่างเมื่อวาน (17 ต.ค.60) หลังจากเผยภาพการ์ดเชิญแต่งงานของทั้งคู่ออกมามากมายในโลกออนไลน์ ยืนยันกำหนดการ 31 ตุลาคม 2560 ณ โรงแรมชิลลา (The Shilla Seoul) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด วันนี้ (18 ต.ค.60) เผยรายชื่อเพื่อนเจ้าบ่าวของฝ่ายชายซงจุงกิ ทำเอาสาวๆ ทั่วโลกแทบคลั่ง อยากจะไปนั่งเฝ้าหน้าโรงแรมกันเป็นแถว แหม จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไงก็เพื่อนเจ้าบ่าวแต่ละคนงานดีน่ากินทั้งนั้น อาทิ โจอินซอง (Jo In Sung), คิมอูบิน (Kim Woo Bin), อีกวังซู (Lee Kwang Soo), พัคโบกอม (Park Bo Gum),  โด คยองซู (Do Kyung Soo), อิมจูฮวาน(Im Joo Hwan), ยูอาอิน (Yoo Ah In) แต่ละคนระดับซุปตาร์ทั้งนั้น นี่ยังไม่รวมแขกในงานอีกเพียบ

โจอินซอง (Jo In Sung)


คิมอูบิน (Kim Woo Bin)


พัคโบกอม (Park Bo Gum)


อีกวังซู (Lee Kwang Soo)


โด คยองซู (Do Kyung Soo)


อิมจูฮวาน(Im Joo Hwan)


ยูอาอิน (Yoo Ah In)

 

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพจาก IG : jo_insung / parkbogumactor / kyungsoosofficial / masijacoke850714 / actorkimwoobin / lim_juhwan / hongsick

ตั้งมั่นทำดีเพื่อพ่อ ต่าย-เพ็ญพักตร์ ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ จำนวน 999 ดอก ถวายวัดอินทร์

ยังคงเดินหน้าทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมเท่าที่มีโอกาส สำหรับ ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ดาราสาวสองพันปีวัย 56 ปี ที่ล่าสุดได้ร่วมกายร่วมใจกับแก๊งเพื่อนประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ จำนวน 999 ดอก มอบให้แก่วัดอินทรวิหาร เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ใช้เวลานานถึง 6 เดือน โดยเริ่มประดิษฐ์ดอกดารารัตน์ หรือดอกไม้จันทน์กันตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2560 จนเข้าสู่กลางเดือนตุลาคมก็เป็นอันสำเร็จครบตาม 999 ดอก ที่ได้ตั้งใจไว้ โดยดาราสาว ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ได้ร่วมกันประดิษฐ์กับแก๊งเพื่อน เพื่อนำไปมอบให้แก่วัดอินทรวิหาร หรือวัดอินทร์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเช้าวันนี้ (18 ต.ค.60) สาวต่ายก็ได้เดินทางไปมอบดอกไม้จันทน์ให้แก่ทางวัดเป็นที่เรียบร้อย

ดอกไม้จันทน์ที่ร่วมกันทำตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๐ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน ๙๙๙ ดอก ได้ส่งมอบไว้ที่วัดอินทรวิหาร ( วัดอินทร์) เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ (IG @penpaks)
ตั้งใจทำให้ได้999ดอก#เพื่อพ่อหลวงของพวกเรา🙏..ใกล้จะสำเร็จแล้วค่ะ😊😊
สำเร็จตามที่ตั้งใจ ขอบคุณ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่มาช่วยกันทำดอกดารารัตน์แทนใจถวายแด่พ่อ 999 ดอก #พวกเราภูมิใจที่เกิดในรัชกาลที่ 9 #ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป 🙏💛

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @penpaks