น้ำหอม

หอมหรูดูมีคลาส 14 ลิสต์น้ำหอมทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง

น้ำหอมกับผู้หญิงเป็นของคู่กันที่ไม่ควรขาด เพราะช่วยทำให้ผู้หญิงมั่นใจ และเสริมบุคลิกให้ดีขึ้น แม้กระทั่งผู้ชายเองก็ยังชอบเสริมบุคลิกความโก้หรูดูสมาร์ทด้วยการพรมน้ำหอมก่อนออกจากบ้านเช่นกัน นอกจากช่วยกลบกลิ่นไม่พึงปรารถนาแล้ว ยังเสริมเสน่ห์สร้างบุคลิกให้ดูแพงชวนน่าหลงใหล เดี๋ยวจะหาว่าพูดเว่อร์เกินจริง ลองนึกภาพตามสิ เชื่อว่าทุกคนเคยเจอเวลาที่คนเดินผ่านแล้วมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นชวนสูดดมลอยละล่องมากระแทกจมูก เราถึงขั้นต้องหันมองตามเลยนะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้ำหอมของแท้กลิ่นหอมอ่อนๆ ละมุนไม่ฉุนจมูก บางเบาทว่าแฝงความหรูหราไปพร้อมๆ กัน

และสำหรับครั้งนี้ แพรวดอทคอม ได้คัดน้ำหอมสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายมาฝากถึง 14 ลิสต์ด้วยกัน แยกเป็น (น้ำหอมผู้หญิง 11 ลิสต์ และผู้ชาย 3 ลิสต์) รับรองว่าแต่ละขวดแต่ละแบรนด์ที่คัดมานั้น หอมหวานหรูหราคู่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้งมากๆ ค่ะ (พร้อมกันนี้ แพรวดอทคอม ได้มีเคล็ดลับฉีดน้ำหอมติดทนยาวนานฉบับรวบรัดมาบอกด้วย  อยู่ด้านล่างสุดจ้า เลื่อนลงไปได้เลย)

 Marc Jacobs Decadence Eau So Decadent
(50 มล. 4,040 บาท / 100 มล. 5,050 บาท)

กลิ่นที่บางเบาดูหรูหราไปกับกลิ่นอายของผลไม้หวานฉ่ำและดอกไม้ที่หอมสดใส เป็นกลิ่นที่มีความอ่อนหวานแบบผู้หญิงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แสนตราตรึงใจ ตัวขวดน้ำหอมได้รับแรงบันดาลใจจากกระเป๋าถืออันเป็นสัญลักษณ์ของ Marc Jacobs น้ำหอมกลิ่นนี้จึงเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างน้ำหอมและแฟชั่น สำหรับ Decadence Eau So Decadent ขวดน้ำหอมได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความอ่อนหวานและนุ่มนวลแบบผู้หญิง ฝาขวดพิมพ์ลายหนังงูสีชมพูอ่อนตัดกับสีฟ้าอมเขียว แสดงถึงอารมณ์และบุคลิกภาพที่หลากหลายของผู้หญิงสมัยใหม่ พร้อมประดับโซ่สีทองเพื่อเพิ่มความหรูหรา มาในขวดแก้วสีขุ่นเผยให้เห็นน้ำหอมสีฟ้าอมเขียวสดใส


 

Lanvin Modern Princess
(60 มล. 2,950 บาท / 90 มล. 3,420 บาท)

น้ำหอมสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ มีเสน่ห์แต่ดุดันในกลิ่นดอกไม้อันแสนเย้ายวนผสมผสานระหว่างดอกมะลิ และดอกพิงค์เลดี้ ที่ทำให้เกิดกลิ่นอันน่าหลงใหลแบบไม่เหมือนใคร กลิ่น top note ให้ความรู้สึกสดใสกระปรี้กระเปร่า เพิ่มความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ด้วยแอปเปิ้ล และเรดเคอร์เรนท์ ที่ทำให้กลิ่นสัมผัสแรกนี้มีความกลมกล่อมยิ่งขึ้น ขณะที่กลิ่น middle note จะบ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงมากขึ้น สำหรับกลิ่นสุดท้าย เป็นกลิ่นที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกได้มากที่สุด ด้วยการกลายร่างเป็นหญิงสาวที่แสนเย้ายวนด้วยกลิ่นวานิลลาออร์คิด พร้อมกลิ่นของไม้สีทอง ช่วยเพิ่มความหรูหรา และกลิ่นไวท์มัสก์ ช่วยเพิ่มความเซ็กซี่ ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ รู้สึกราวกับได้สัมผัสกับผิวกายที่แท้จริง


 

Calvin Klein Obsessed

สำหรับน้ำหอม OBSESSED เป็นการนำเอาน้ำหอมอันโด่งดังมาแปลงโฉมใหม่โดยเป็นการใช้กลิ่นหอมกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตและสร้างความผสมผสานระหว่างความทรงจำกับความคิดถึง ความแข็งแกร่งและอ่อนโยนจากอดีตถึงปัจจุบัน กลิ่นของน้ำหอมเหล่านี้สะท้อนถึงน้ำหอม OBSESSION แต่นำเอากลิ่นต่างๆมาผสมผสานและดัดแปลงกลายเป็นกลิ่นสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีในปัจจุบัน


CHANEL Gabrielle Chanel Fragrance
(50 มล. 5,000 บาท / 100 มล. 7,000 บาท)

Gabrielle Chanel ไม่ใช่น้ำหอมสำหรับผู้หญิงเหนียมอาย แต่เป็นน้ำหอมสำหรับผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์ เป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร โดยน้ำหอมตัวใหม่นี้เกิดจากดอกไม้สีขาวทั้ง 4 ชนิด


J`Adore L`Or Christian Dior Perfume

กลิ่นหอมเข้มข้นสูงสุดจากการใช้หัวน้ำหอมระดับแอ็บโซลูทสกัดจากมวลพฤกษา บุคลิกกลิ่นหอมแนวตะวันออก หรือโอเรียนตาลโดดเด่น เป็นที่รู้จัก และจดจำได้ในทันที บังเกิดจากช่อพฤกษาจรุงกลิ่นหอมอบอวลอย่างต่อเนื่อง เสน่ห์เย้ายวนที่ปรากฏ ไม่ต่างอะไรจากภาพวาดจิตรกรรมแนวมาติเอริสต์ หรือภาพวาดสีน้ำมันรูปดอกไม้ที่ถ่ายทอดความงดงามสมจริงในทุกมิติ


Jo Malone Orange Bitters (Limited Edition)
(100 มล. 5,400 บาท)

ความอบอุ่นของค็อกเทลในฤดูหนาวที่บรรจุอยู่ในขวดลวดลายใหม่ สุดเรียบโก้ กลิ่นหอมเปล่งประกายด้วยคู่กลิ่นซิตรัส กลิ่นส้มหวานหอม และความสดชื่นจากส้มแมนดาริน ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอม ชวนให้ลิ้มลองของ bitter orange เผยเสน่ห์เย้ายวนจากลูกพรุน และกลิ่นรุ่มรวยของแซนเดิ้ลวู้ด และแอมเบอร์

LANCOME LA VIE EST BELLE L’ÉCLAT
(50 มล. 3,600 บาท / 75 มล. 4,600 บาท)

สร้างความประหลาดใจด้วยความสดชื่นของกลิ่นดอกไม้หอมชื่นใจของพืชตระกูลส้ม คือความหอมหวานชวนหลงใหล โครงสร้างกลิ่นที่อบอุ่นเกินต้านทานเผยแง่มุมอันหลากหลายของดอกส้ม พร้อมปลุกทุกสัมผัสอย่างอ่อนโยนด้วยความสดชื่น เผยความเป็นผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดี แทนที่ความหอมหวานชวนลิ้มลองดั้งเดิม ด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลทว่าทรงอานุภาพของฝักวานิลลาสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์จาก LMR โอบล้อมด้วยกลิ่นหอมสบายใจของไม้จันทน์หอม ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างความหอมละมุนของ La vie est belle


Miss Dior Eau de Parfum 
(50 มล. 4,600 บาท / 100 มล. 6,300 บาท)

ถ่ายทอดเสน่ห์เย้ายวนและอ่อนหวานปานน้ำผึ้งของกุหลาบเมืองกราส์เสมือนวาดเส้นทรวดทรงเสื้อผ้า ก่อนลงรายละเอียดงานปักด้วยอารมณ์เซ็กซี่ของกุหลาบดามัสค์จากตุรกี อาศัยแนวกลิ่นสดชื่นของหัวน้ำหอมในตระกูลซิตรัสอันประกอบไปด้วยส้มเปลือกแดง ส้มแมนดาริน และมะกรูดจากกาลาบริอา ในขณะที่ความอ่อนโยน ละมุนละไมของไออวลจากเมล็ดพริกไทยสีชมพูกับหัวน้ำหอมไม้พะยูงเป็นกลิ่นที่เย้ายวน ชวนเชิญ และสะกดอารมณ์ให้น่าหลงใหล


VASILISA NUDE ONE:  Sweet Gourmand
(40 มล. 2,000 บาท )

กลิ่นหอมเย้ายวน ทว่าสดชื่น หอมหวาน พร้อมสะกดทุกหัวใจของชายหนุ่มให้ตราตรึง กับกลิ่นหอมสุดละมุนคลาสสิก โดยการรวบรวมพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด อาทิ ราสเบอรี่ กุหลาบ น้ำผึ้ง และวานิลา มอบกลิ่นหอมหวานสุดตราตรึงใจ บรรจุลงในขวดแก้วรูปทรงสามเหลี่ยม ปิรามิดแปลกตา เพื่อเสน่ห์ความเป็นผู้หญิงที่แสนอ่อนหวาน ทว่าน่าค้นหา


Twilly d’Hermès
(50 มล. 4,100 บาท / 80 มล. 5,600 บาท) 

น้ำหอมของแอร์เมสขวดนี้ถือเป็นน้ำหอมที่สื่อถึงอิสรภาพ พร้อมพาสาวๆ ไปเล่นสนุกกับความเฟมินีน เสรีในการใช้ชีวิต กลิ่นหอมละมุนให้ความสดชื่น แต่แฝงความเผ็ดร้อนจากการรวม 3 วัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นขิง ดอกซ่อนกลิ่น และไม้จันทน์หอม สรรค์สร้างออกมาเป็นความสดชื่นในมุมมองใหม่ เผยความน่าค้นหาของกลิ่นไม้ ชูความอบอุ่นและความละมุนดั่งแสงยามเช้าที่ได้จากกลิ่นเผ็ดร้อน และผ้าไหมทอผืนในสีสันสะดุดตาที่พันคอขวดของ Twilly d’Hermès เสมือนการเปิดเผยตัวตนอย่างมีสไตล์ภายใต้ฝาน้ำหอมรูปทรงหมวกโบลเวอร์


Spell by Janie
(50 มล. 1,290 บาท)

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ร่วมกับ เซนติเมนทัล (ประเทศไทย) เปิดตัวน้ำหอมขวดแรก Spell by Janie ที่รังสรรค์จากความงามสุดสมบูรณ์แบบแห่งตัวตนของเจนี่ ที่พร้อมจะสร้างภวังค์แห่งมนต์สะกดเพียงแค่แรกสัมผัส เป็นน้ำหอมจากตระกูลกลิ่นหอม Floral – Powdery ส่งผ่านความรู้สึกสดชื่น เปล่งประกาย เปี่ยมด้วยแรงปรารถนาแห่งวัยเยาว์ผ่านกลิ่นผลไม้อย่าง ลูกพีช ราสเบอร์รี่ และผลทับทิม ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ล้ำลึกด้วยความโรแมนติคแสนอ่อนโยนอย่างอิสตรีด้วยกลิ่นกลางจากดอกไม้นานาพันธุ์อย่าง กุหลาบ มะลิ และ ดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์ ที่ถือได้ว่าเป็นดอกไม้นำโชคในด้านความรัก ส่งท้ายด้วยกลิ่นฐานพร้อมตราตรึงความประทับใจ พริ้วไหวด้วยท่วงท่าอันสง่างาม อบอวลด้วยความทรงจำเหนือกาลเวลา ด้วยส่วนผสมสำคัญอย่าง มัสค์ และ เวอร์จิเนีย ซีด้า


Coach Fragrance For Men
(40 มล. 1,950 บาท / 100 มล. 3,800 บาท)

น้ำหอมสำหรับผู้ชายกลิ่นใหม่นี้เปิดด้วยกลิ่นที่มอบความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าและความมีชีวิตชีวาของ Green Nashi Pear ตามด้วยแนวกลิ่นสไปซี่ของ Cardamom และปิดท้ายด้วยส่วนผสมของ Vetiver ให้ความหอมนุ่มลึกสไตล์หนุ่มอเมริกันมาครบทั้งตัวล็อก ป้ายหนัง และรถม้า พ่วงด้วยความหอมลุ่มลึกแต่กลับสดชื่น ที่สะท้อนความสบายๆ เป็นกันเอง หากนึกภาพไม่ออกลองนึกถึงใบหน้าและท่าทางของเจมส์ ฟรังโก้ ที่มาเป็นมิวส์ของกลิ่นหอมนี้ดูค่ะ


Giorgio Armani Acqua Di Giò Profumo Special Blend Eau de Parfum
(75 มล. 4,200 บาท)

Special Blend เป็นการสำรวจเสน่ห์เย้ายวนแบบชายชาตรี ภายใต้แนวกลิ่นวูดี้ อโรมาติก อะควาติก ที่มีความจัดจ้านและมีกลิ่นอายทะเลมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหอม Acqua Di Gio Profumo กลิ่นดั้งเดิม ด้วยส่วนผสมหลายชนิดที่ทำให้น้ำหอมกลิ่นนี้เป็นสูตรพิเศษอย่างแท้จริง อาทิ พิมเสนต้นจากกัวเตมาลา ซึ่งมีกลิ่นหอมละมุนละไม และคาสคาโลน ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นดุจน้ำทะเล


Artistry Men Unknown Eau De Parfum
(50 มล. 2,120 บาท)

ครั้งแรกของน้ำหอมสำหรับผู้ชายจากอาร์ทิสทรี ตัวแทนของผู้ชายรักอิสระและการผจญภัย เผยเสน่ห์ลึกลับ น่าค้นหา ให้กลิ่นหอมติดทนยาวนานด้วยความหอม 3 ระดับ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว กลิ่นแรก เบอร์กามอท ผลไม้ตระกูลส้มมะนาว ให้กลิ่นหอมสดชื่น เปี่ยมไปด้วยพลัง กลิ่นกลาง แคลรี่ เสจ กลิ่นไม้ใบเขียวจากพรรณไม้ ให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลาย และกลิ่นฐาน แพทชูลี พืชตระกูลสะระแหน่ ให้กลิ่นเข้มข้นแบบเนื้อไม้ เสริมความเป็นชาย บรรจุในขวดทรงสี่เหลี่ยมมุมโค้งมน และผิวสัมผัสเคลือบด้วยวัสดุพิเศษ สะท้อนถึงความมั่นคง แข็งแกร่ง

เคล็ดลับฉีดน้ำหอมติดทนยาวนาน

โดยเวลาที่เหมาะฉีดน้ำหอมควรเป็นหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เพราะผิวหนังจะมีความชื้น ทำให้ดูดซึมได้ดีกว่า และควรฉีดตามจุดชีพจรต่างๆ บนร่างกาย เช่น ข้อมือ ข้อพับแขน ข้อพับขา หรือซอกคอ เพราะความอุ่นจากการหมุนเวียนของเลือดใต้ผิวหนังจะช่วยดูดซับความหอมไว้ ทำให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย หรือถ้าต้องการให้กลิ่นฟุ้ง ไม่ฉุน ควรฉีดในอากาศเหนือลำตัวประมาณข้อศอกหนึ่ง แล้วเดินผ่านละอองน้ำหอม จะช่วยให้กลิ่นหอมธรรมชาติ ไม่ฉุนมาก และติดทนนานอีกด้วยค่า

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ : ลิขสิทธิ์แบรนด์

เมคอัพอาร์ทิสต์

คัด 5 Top List เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังที่สาวๆ อยากให้มาแต่งหน้ามากที่สุด

เดี๋ยวนี้ความสวยความงามเป็นเรื่องที่ต้องแข่งขันกันเป็นอาชีพแล้วนะ ไม่ว่าจะบล็อกเกอร์ ช่างแต่งหน้า ล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยมมากในทศวรรษนี้ ซึ่งความสามารถในการแต่งหน้าของแต่ละคนก็มีจุดเด่นต่างกันออกไป ดารา เซเลบริตี้หลายคนถึงต้องมีช่างแต่งหน้าคู่ใจ ทำให้อาชีพช่างแต่งหน้ากลายเป็นอาชีพที่ทำเงินได้มากโข มากฝีมือ มากประสบการณ์ ทรัพย์ก็มากตามด้วยนะ

ครั้งนี้ แพรวดอทคอม เลยคัด “5 เมคอัพอาร์ทิสต์” ตัวแม่ของวงการบันเทิงที่คิวแน่นพอๆ กับดารา จองยากกว่าดาราบางคนด้วยซ้ำนะจ๊ะบอกเลย (ย้ำไม่ได้เรื่องเยอะนะจ๊ะ แต่จองยากเพราะคิวแน๊นแน่นอะ) เรื่องค่าตัวไม่ต้องพูดถึง บ่มเพาะฝีมือมาจนไต่ระดับขึ้นเป็นเมคอัพอาร์ทิสต์แถวหน้าของเมืองไทยขนาดนี้ ก็รับทรัพย์กันไปด้วยตัวเลขสวยๆ อยู่แล้ว (แต่ถ้าจะให้ระบุตัวเลขแบบชัดเจนไปเลย แพรวดอทคอมคงต้องขออนุญาต Skip ไปก่อนนะจ๊ะ เพราะแต่ละงานเรทราคาไม่ตายตัว เอาเป็นว่าไม่ไก่กาก็แล้วกัน เก๋ๆ) เอาล่ะ…เม้าท์กันมาพอหอมปากหอมคอล่ะ ไปส่องกันดีกว่า 5 เมคอัพอาร์ทิสต์ที่คัดมาครั้งนี้มีใครกันบ้าง (แต่จริงๆ แล้วตัวแม่ของวงการมีเยอะกว่านี้นะ ครั้งนี้ขออนุญาตจัดท็อปลิสต์ 5 คนก่อนนะคะ) เชื่อว่าต้องเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาสาวๆ อย่างแน่นอน

ป้อม – วินิจ บุญชัยศรี (@pom_vinij)  

ถ้าพูดถึงพี่ป้อม วินิจ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่ๆ นี่ก็เป็นอีกคนที่แต่งให้ดาราระดับซุปตาร์แถวหน้าของเมืองไทยมากนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ชมพู่ อารยา, ใหม่ ดาวิกา, เนย โชติกา, ปู ไปรยา, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ เก็บพอร์ตไม่รู้กี่อัลบั้มถึงจะสิ้นสุด ก็ไม่ว่าดาราคนไหนก็อยากได้พี่ป้อมไปแต่งให้ทั้งนั้น หากพูดถึงผลงานที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์คงหนีไม่พ้น เมื่อครั้งที่เป็นช่างแต่งหน้าให้ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เดินพรมแดงเมืองคานส์ปี 2015 พี่ป้อมจัดชุดคอมโบ้เซตให้แบบถึงใจตราตรึงคนดูกันไปเลยด้วยหลากสไตล์หลากลุคสุดดึงดูดกับเมคอัพดวงตาคมเข้มดูมีมาด ขนตาฟูฟ่องโดดเด้งเหมือนบาร์บี้ ปากอมชมพูดูสุขภาพดี และพี่ป้อมถือเป็นช่างแต่งหน้าที่น่ารักคนหนึ่งของวงการก็ว่าได้ ไม่เคยวีนเหวี่ยง มีความยิ้มละมุนนี และขยันเป็นที่สุด หากใครติดตามอินสตาแกรม พี่ป้อมจะชอบแฮชแท็กว่า #ทำทุกงานเราไม่บ่นเพราะความจนมันน่ากลัว เพราะฉะนั้นอย่าลืมอุดหนุนพี่ป้อมกันนะคะ แต่…จองคิวล่วงหน้ากันหน่อยนะ


ป๊อก – พรรวิษิษฐ์ สุขารมณ์ (@lovemelondon)

ขุ่นแม่ป๊อกถือเป็นเมคอัพอาร์ติสต์คนไทย ที่ดาราและเซเลบระดับโลกวางใจมากคนหนึ่งเลยล่ะ บอกเลยว่างานของขุ่นแม่ล้วนแล้วแต่อินเตอร์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ปารีส ฮิลตัน กับลุคหน้าโกลว์ สวยหรูดูแพง ตามสไตล์การแต่งหน้าของขุ่นแม่ป๊อกที่เน้นความเฟมินีน หรูหรา และทรงพลัง ทำให้ชื่อเสียงของเขาไม่ได้ดังแค่เมืองไทยเท่านั้น แต่ยังไปไกลถึงระดับโลก รวมไปถึงยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณถวายงานแต่งพระพักตร์สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ในงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสขององค์พระประมุข สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งประเทศภูฏาน ในปี 2554 จวบจนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ชาวไทยที่ได้รับเลือกให้ไปถวายงานอยู่บ่อยครั้ง และยังขึ้นชื่อเรื่องจองคิวยากเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็น นุ่น วรนุช, แอน ทองประสม, พลอย เฌอมาลย์, เจี๊ยบ โสภิตนภา ที่ผ่านฝีแปรงการแต่งเติมจากขุ่นแม่มาหมดแล้ว


ฟูก – ภูวษา พรธรรมฉัตร (@fookie_beauty)

หลายคนคงรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตา คุณฟูก – ภูวษา พรธรรมฉัตร กันมาบ้างแล้ว เพราะพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงโปรดให้คุณฟูกเป็นช่างแต่งพระพักตร์ประจำพระองค์ เรียกได้ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพระสิริโฉมอันงดงามในการออกงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ มากมาย ทั้งยังได้รับความไว้วางพระทัยให้แต่งพระพักตร์ในการตามเสด็จร่วมงานปารีสแฟชั่นวีค และดูแลพระสิริโฉมอันงดงามเพื่อถ่ายแบบขึ้นบนหน้าปกนิตยสารชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ บอกเลยว่าด้วยฝีมือที่ประณีตบรรจง รวมทั้งใส่ใจทุกรายละเอียด คุณฟูกจึงกลายเป็นช่างแต่งหน้าให้คนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดารา นักแสดงตัวแม่ต่างก็เคยผ่านฝีมือคุณฟูกมาหมดแล้ว


น้องฉัตร – ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ (@nongchat)

นี่ก็เป็นอีกช่างแต่งหน้าที่ฮอตไม่เบา ถ้าให้ย้อนกลับงานพรมแดงเมืองคานส์ปี 2013 ซึ่งครั้งนั้นญาญ่าหญิง ได้รับเกียรติไปร่วมงานด้วย โดยฝีมือการแต่งหน้าก็เป็นของน้องฉัตรนั่นเอง และชื่อเสียงยิ่งถูกพูดถึงเยอะขึ้นเรียกได้ว่าแชร์กันสนั่นโซเชี่ยลเลยกับลุคแต่งหน้าอั้ม พัชราภา สวยแบ๊วละมุนดั่งตุ๊กตาเลยอะ บอกเลยว่าถ้าสังเกตุดีๆ งานดวงตา น้องฉัตรแต่งออกมาได้เฉี่ยวแต่ทว่าแฝงความหวานซาบซ่านน่าดึงดูดมาก ซึ่งส่วนใหญ่งานเมคอัพของน้องฉัตรจะเน้นไปทางงานผิว มีความฉ่ำว๊าว สุขภาพดี หรือจะลุคเข้มเซ็กซี่บราวน์ก็แต่งออกมาได้เนี๊ยบหยั่งกะภาพวาด ดาราที่น้องฉัตรได้ประลองฝีมือให้ก็ตัวท็อปๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น  อั้ม พัชราภา, เมย์ พิชญ์นาฏ, ศรีริต้า เจนเซ่น ฯลฯ ก็ล้วนไว้ใจให้น้องฉัตรเนรมิตความงามให้ รวมถึงผลงานที่จะถูกแชร์บ่อยๆ อย่างเมคอัพเมคโอเวอร์สวยเหมือนคนดังอย่างล่าสุด แต่งคนธรรมดาให้สวยเหมือนมิสยูเวิร์ส 2017 คือฝีแปรงเริ่ดมากจริงๆ


เอ – ทิวากร โสภาอัศวภรณ์ (@a_tiwakorn)

ลืมคนนี้ไปไม่ได้เลย พี่เอช่างแต่งหน้าชื่อดังที่รังสรรค์ความงดงามบนใบหน้าของเหล่าซุปตาร์แถวหน้ามานับไม่ถ้วนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลงานถ่ายแบบ อีเว้นท์ งานปาร์ตี้ ขอให้จ้าง พี่เอพร้อมจะแปลงโฉมให้ทุกคนสวยอลังฯ ไม่พัง แถมเนี๊ยบอะไรเบอร์นั้นอย่างที่ทุกคนต้องการ ดาราที่พี่เอมักจะแต่งให้บ่อยๆ อาทิ แต้ว ณฐพร, เต้ย จรินทร์พร, ขวัญ อุษามณี ฯลฯ บอกเลยว่าสไตล์การแต่งหน้าไม่เป็นสองรองใคร หน้าแน่น คิ้วเป๊ะ เส้นคมชัด ตาโตวิ้งค์แซ่บ เจิดเกิดทุกลุคจ้า

เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ IG : fookie_beauty, pom_vinij, nongchat, lovemelondon, a_tiwakorn

 

ความหวานทะลุหลังคาโลก “เบลล่า-เวียร์” จ่อพากันและกันพบครอบครัวปีใหม่นี้

“เบลล่า-ราณี”เผยปีใหม่นี้”เวียร์-ศุกลวัฒน์” เตรียมมาพบครอบครัวเธอที่บ้าน ส่วนเธอจะไปบ้านฝ่ายชายบ้างหรือเปล่านั้นยังไม่แน่ใจ

ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการก็หวานไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลย สำหรับคู่ของ”เบลล่า-ราณี แคมเปน”และ”เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ”ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าปีใหม่นี้ทั้งสองเตรียมเปิดตัวกับครอบครัวของกันและกันแล้ว ซึ่งสาวเบลล่าปฎิเสธว่ายังไม่แน่ใจ แต่เห็นว่าพี่เวียร์จะมาหาครอบครัวของเธอมากกว่า

โดยในงานบวงสรวงกรงกรรมของช่อง3ผู้สื่อข่าวได้ถามเบลล่าว่าเห็นว่าปีใหม่นี้หนุ่มเวียร์จะพาไปพบครอบครัว ซึ่งสาวเบลล่าเผยว่ายังไม่แน่ใจแต่ช่วงปีใหม่เธออยู่บ้านถ้าพี่เขาว่างคงมาหาและเจอกับคุณแม่
“ไม่ใช่มาหาครอบครัวเบลหรอ ไม่แน่ใจค่ะ ไม่รู้ค่ะ เอาที่ชัวร์คือของเบลตอนปีใหม่จะอยู่ที่บ้าน ถ้าพี่เขาว่างพี่เขาน่าจะเเวะมา แต่เบลยังไม่ได้ชวนเป็นกิจลักษณะอะไรขนาดนั้น แต่ถ้าพี่เขาว่างคงจะแวะมาทานข้าวค่ะ”

เมื่อถามว่าปกติแล้วคุณแม่ได้เจอกับเวียร์บ่อยไหม เกี่ยวกับเรื่องนี้สาวเบลล่ากล่าวว่า
“ไม่บ่อยค่ะ เพราะว่ายุ่งค่ะ แต่เคยเจอตามเทศกาลค่ะ”

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเปิดตัวมากขึ้นคุณแม่ว่าอย่างไรบ้างสาวเบลล่าตอบว่า”อย่างที่เห็นส่วนมากเป็นเรื่องของงานที่เราเจอกันมากขึ้นหรือมีภาพออกมามากขึ้น คุณแม่ไม่ได้ว่าอะไรทุกอย่างปกติค่ะ”

ส่องกระเป๋าใบโปรด “เมแกน มาร์เคิล” ว่าที่สมาชิกใหม่แห่งราชวงศ์อังกฤษ

ในปีหน้า เมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้นของเจ้าชายแฮร์รี่ก็จะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์อังกฤษแล้ว โดยตอนนี้เธอได้รับความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะขยับไปไหน ทำอะไรก็ถูกจับจ้อง หรือแม้แต่ไอเท็มที่สาวเมแกนเลือกใช้ก็ส่งอิทธิพลต่อยอดขาย ทำให้มีการสั่งซื้ออย่างถล่มทลายจนสินค้าหมดสต็อก ก็อย่างว่าสาวเมแกนเป็นคนที่มีสไตล์การแต่งตัวดี รสนิยมในการเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ก็เป๊ะ ไม่แปลกที่สไตล์ของเธอจะไปโดนใจสาวๆ คนอื่น จนอยากจะมีไอเท็มเดียวกับสาวเมแกนไว้ในกรุบ้าง

จากคราวก่อนทางแพรวดอทคอมองก็ได้หยิบกระเป๋าที่นักแสดงสาว เมแกน มาร์เคิล ถือออกงานคู่กับเจ้าชายแฮร์รี่ เมื่อครั้งไปเยือนเมืองน็อตติงแฮมทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เพื่อเข้าร่วมงานการกุศลวันเอดส์โลกมาพูดถึงกัน เรียกได้ว่าสาวๆ ให้ความสนใจกันไม่น้อย บางคนก็ถูกอกถูกใจอยากจะได้กระเป๋าใบสวยจาก Strathberry มาครอบครองบ้าง แต่อย่างที่ทราบกันว่าตอนนี้กระเป๋าของ Strathberry ได้ถูกขายไปหมดแล้ว

Strathberry’s tri-colour Nano tote bag ราคา £495 หรือประมาณ 21,833 บาท

วันนี้เราเลยจัดให้แบบเต็มๆ อีกครั้งกับการพาสาวๆ มาส่องกระเป๋าที่สาวเมแกนถือจริง ใช้จริงถึง 8 ใบ และหลายใบยังตามหาซื้อได้อยู่ หากใครมองว่าเธอเป็นแฟชั่นไอคอนคนใหม่และชอบในสไตล์ของเธอก็ลองไปช้อปตามได้นะจ๊ะ

ใบแรกเป็นกระเป๋าสีดำจากแบรนด์ Roger Vivier รุ่น Pilgrim ถูกจับเข้าคู่กับเดรสสีแดงสด ทำให้โททัลลุคโดดเด้งมากกก

1

ใบต่อไปสีขาวจาก Céline Ring เธอเลือกกระเป๋าสีสว่างตัดกับชุดสีเข้ม ทำให้ไอเท็มไม่ถูกกลืนและลุคก็ดูเด่นขึ้นมา

1

เมแกนเดินทางสู่สนามบินโตรอนโตด้วยกระเป๋าใบเล็กสีเขียวจาก Céline Trio และกระเป๋าใบใหญ่จาก Hermès รุ่น Double Sens

1

กระเป๋า Chanel Gabrielle Bag เป็นอีกรุ่นของ Chanel ที่ได้รับความนิยมสุดๆ สาวเมแกนหยิบมาแมตช์กับเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงยีนส์ได้ลงตัวมาก

1

เมแกนในงาน CFDA Fashion Awards 2015 เธอเลือก Olympia Pandora Box Clutch จาก Charlotte ราคา $387 หรือประมาณ 12,614 บาท แมตช์เข้ากับเดรสสีเมทาลิค

1

เมแกนออกจากสตูดิโอพร้อมกระเป๋ารุ่น Gotham Bauletto จาก Marc Jacobs ราคา $378 หรือประมาณ 12,321 บาท

1

เมแกนเลือกใช้กระเป๋าสีครีมจาก Mark Cross Grace Box ราคา $2,295 หรือประมาณ 74,807 บาท ขณะทำงานอยู่ที่โตรอนโต

1

เมแกนกำลังมุ่งหน้าไปเล่นโยคะในโตรอนโต ด้วยกระเป๋าสีน้ำตาลรุ่น Zipped Bayswater จาก Mulberry ราคา $1,595 หรือประมาณ 51,990 บาท

 

เรียบเรียง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพและที่มา : www.purseblog.com

 

สวยกระชากวัย ตู่-ปิยวดี จัดผมสั้นหน้าม้าเต่อ รวบเก็บหมดได้ลุคหรูก็ปังเว่อร์

 

นับวันยิ่งเด็กลงเรื่อยๆ สำหรับผู้จัดละครสาว ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ ที่ปัจจุบันอายุ 39 ปี แต่ใบหน้านั้นดูสวยใส เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ราวยี่สิบต้นๆ

เป็นผู้หญิงที่ยิ่งอายุเยอะยิ่งสวย สำหรับ ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ ที่ปีนี้ได้ฝากผลงานผู้จัดฯ ละครเรื่อง บังลังก์ดอกไม้ ที่ได้พระนาง มาริโอ้ เมาเร่อ และเต้ย-จรินทร์พร มาแสดงคู่กัน ซึ่งคุณตู่ก็ถือเป็นเซเลบริตี้ที่ได้รับการพูดถึงมากพอๆ กับเหล่านักแสดงเลยทีเดียว

ใกล้ปีใหม่แล้ว ใครที่กำลังมองหาแพลนปรับเปลี่ยนลุค เปลี่ยนทรงผมให้ดูเด็กกระชากวัยต้อนรับสิ่งใหม่ๆ หรือกำลังเบื่อกับลุคเดิม แพรวดอทคอม ขอเสนอลุคผมสั้นหน้าม้าเต่อของคุณตู่มาให้ดูเป็นไอเดีย เพราะถึงจะมีวันปล่อยผมหน้าม้า ม้วนผมบ้าง ปรับเรื่องเสื้อผ้าให้ลุคออกมา สวย หวาน เท่ หรู ไม่ซ้ำแบบ แต่ถ้าใครกลัวตัดผมหน้าม้าแล้วจะเบื่อหรือรำคาญส่วนหน้าม้า ก็สามารถรวบเก็บผมม้าหมด เพื่อเผยให้เห็นใบหน้าสวย เด่นชัดทั้งหมดก็ยังได้ ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออก ไปชมลุคคุณตู่พร้อมกันด้านล่างนี้เลยจ้า..!

ผมม้าสไตล์

ไม่มีผมม้า หรู แกรม แบ๊ว ก็ยังได้ครบ 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @tu_piyawadee

ย้อนวันวาน ไปกับความน่ารักของซานริโอ ใน“Central/ZEN Sanrio Fair 2017”

กลับมาอีกครั้ง กับงานแห่งปีที่ยังคงครองใจเหล่าสาวกที่ชื่นชอบความน่ารัก สดใส จนไปถึงมาดกวนๆ ของตัวการ์ตูนคาแรกเตอร์ในดวงใจ และถือเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆ ของซานริโอรอคอย ห้างเซ็นทรัล จัดงาน “Central/ZEN Sanrio Fair 2017” โดยงานนี้ได้รวมพลเหล่าคนดังสายหวานผู้รักซานริโอ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชั่นสุดพิเศษให้แฟนๆ ได้ช้อปฯ ก่อนใครเป็นที่แรก พิเศษ! ชวนปลุกความแบ๊วในตัวคุณ กับมาสคอตคิตตี้ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาทักทาย และให้ถ่ายรูปกันรัวๆ พร้อมชวนช้อปฯ แล้วลุ้นรับรางวัลใหญ่ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับปารีส ด้วยเครื่อง
เฮลโลคิตตี้สุดฟรุ้งฟริ้ง

นอกจากกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นนี้แล้ว ห้างเซ็นทรัล ยังเอาใจแฟนๆ ของ “ซานริโอ้” โดยจัดรายการ “Central/ZEN Sanrio Fair 2017” ยกขบวนสินค้าคุณภาพคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ลดสูงสุด 50%

พร้อมชวนเลือกสนุกกับกิจกรรมในงาน เมื่อช้อปฯครบตามเงื่อนไข อาทิ อร่อยกับโดนัทลาย Hello Kitty By Mister Donut, บริการเพ้นต์เล็บแบบสติ๊กเกอร์ลาย Hello Kitty สุดน่ารัก, กระทบไหล่มาสคอตคิตตี้ที่บินตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาทักทาย และให้ถ่ายรูปกันรัวๆ ฯลฯ และข้อเสนอพิเศษ ช้อปฯ ทุก 1,500 บาท ลุ้นรับฟรี! แพคเกจตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเครื่อง เฮลโล คิตตี้ จาก EVA AIR, ลุ้นรับตุ๊กตา Hello Kitty จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 300,000 บาท

โดยพบกิจกรรมพิเศษได้ บริเวณพื้นที่โปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ถึงวันที่ 29 พ.ย.นี้ ส่วนโปรโมชั่นพิเศษ ณ แผนกซานริโอ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และเซน จัดถึง 20 ธ.ค.60

5 เรื่องจริงที่พิสูจน์ว่า ใครคือ “#เพื่อนซี้รู้ดีสุด”

หลังจากภาพยนตร์โฆษณา “เรื่องจริงจากเพื่อนซี้” ของน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ที่สร้างจากเรื่องจริงของมิตรภาพระหว่างหนุ่มเวียร์-ศุกลวัฒน์และเพื่อนซี้ที่อยู่ จ.ขอนแก่น ออกอากาศไปก็มีกระแสติดแฮชแท็ค #เพื่อนซี้รู้ดีสุด ในโลกโซเชียลมากมาย เพื่อไม่ให้หลุดเทรนด์เรามาลองดูว่า 5 เรื่องจริงอะไรบ้างที่พิสูจน์ว่าเพื่อนคนนั้น คือ “#เพื่อนซี้รู้ดีสุด”

• คบกันแบบไม่มีเงื่อนไข ขึ้นชื่อว่าเพื่อนซี้ จะไม่คบกันที่เงื่อนไข ไม่ว่าจะ หน้าตา เงินทอง การศึกษา แต่คบกันที่ความจริงใจของมิตรภาพที่มีให้กัน

• มองตาก็รู้ใจ ทำให้โดยไม่ต้องบอก ไม่ว่าจะเรื่องเม้าท์มอย เรื่องกิน เรื่องช็อป เรื่องเที่ยว หรือเรื่องไหนๆ ก็รู้ใจหมดว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร หรือแม้แต่เรื่องของอารมณ์ เพื่อนซี้ก็ยังรับรู้ได้ว่าคุณสุข เศร้า เหงา หรือโกรธ ไม่เพียงแค่รู้ใจแต่เพื่อนซี้จะลงมือทำสิ่งดีๆ ให้กันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก เพราะมิตรภาพระหว่างเพื่อนซี้ ทำให้เรารู้ใจเพื่อน และเพื่อนรู้ใจเราดีที่สุด

• ไม่ทิ้งกันและอยู่เคียงข้างเสมอ “เพื่อนแท้ไม่เคยทิ้งกัน” คำๆ นี้อาจจะพิสูจน์ได้ยากในยามที่มีความสุข แต่เมื่อมีความทุกข์ หรือเดือดร้อนกายใจ เพื่อนที่อยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือและพร้อมที่จะอ้าแขนรับเสมอ นั่นแหละ คือเพื่อนแท้ที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นเพื่อนซี้ตลอดไป

• รับได้และเข้าใจ คนทุกคนย่อมมีนิสัยเฉพาะตัว ดังนั้นการที่จะหาเพื่อนซักคนที่เข้าใจในตัวตนของคุณ ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น และกล้าที่จะทักท้วงตักเตือนในสิ่งที่คุณทำผิดพลาดมากกว่าที่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมคุณ คนนั้นแหละ คือเพื่อนซี้ของคุณ ที่พร้อมจะอยู่กับคุณในทุกสถานการณ์

• ห่าง แต่ไม่เคยหาย เพื่อนซี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เพื่อนซี้จะมาทุกครั้งที่เพื่อนต้องการ เพราะมิตรภาพนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง

หาก 5 เรื่องจริงของ #เพื่อนซี้รู้ดีสุดนี้ มีส่วนตรงกับเพื่อนที่อยู่เคียงข้างคุณ จงรักษามิตรภาพนั้นไว้ให้ดีเพราะเค้าจะไม่มีวันทิ้งคุณและจะเป็นคนที่รู้ใจกัน จนสามารถทำสิ่งดีๆ ให้กันโดยไม่ต้องพูด หากสนใจเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเพื่อนเพิ่มเติมสามารถคลิกติดตามได้ที่ www.facebook.com/Changworld

อุทิศตัวเพื่อมนุษยชาติ ‘ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์’ เภสัชกรยิปซีหนึ่งเดียวของไทยที่บิล เก็ตส์ ยกย่อง

ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง ดร. กฤษณา ไกรสินธุ์ ผู้หญิงไทยธรรมดาที่ไม่ได้ติดอยู่ในลิสต์ผู้ทรงอิทธิพลหรือเศรษฐีนีระดับโลก แต่ผู้หญิงคนนี้ได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ซึ่งคนดังระดับโลกยังยอมรับเธออย่างไม่มีข้อสงสัย

หลังจากเรียนจบที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ดร.กฤษณา เริ่มขยับเข้าสู่การเป็นนักคิด นักวิจัยยาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย พอเรียนจบในระดับปริญญาโท สาขาเภสัชวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยสตราห์ไคลด์ และปริญญาเอก สาขาเภสัชเคมี มหาวิทยาลัยบาธ สหราชอาณาจักร ดร.กฤษณาได้กลับมาดำรงตำแหน่งอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมี ในปี พ.ศ. 2524 ต่อมาได้ทำงานในองค์การเภสัชกรรมและเป็นผู้ริเริ่มการวิจัยยาต้านเอดส์ จนสามารถผลิตยาสามัญชื่อ “ยาเอดส์” ได้เป็นครั้งแรกในประเทศกำลังพัฒนา ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งสุดท้ายในองค์การเภสัชกรรมคือ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรม (ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)

ชีวิตของดร.กฤษณา ได้ออกมาผจญภัยอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในต่างประเทศ โดยเริ่มต้นทำงานที่ประเทศคองโกเป็นที่แรก และประสบความสำเร็จในการผลิตยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์ชื่อ “Afrivir” โดยมีส่วนผสมเหมือนยาที่ผลิตในประเทศไทย หลังจากนั้นก็ได้ช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ในทวีปแอฟริกากว่าอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเอริเทรีย แทนซาเนีย เบนิน และไลบีเรีย

ทั้งนี้ในคลิปวีดิโอสารคดี Heroes in the Field: Krisana Kraisintu ซึ่งถูกโพสต์ผ่าน Facebook Fanpage ของเจ้าพ่อไมโครซอฟท์ “บิล เก็ตส์” ก็ได้ยกย่องต่อการกระทำครั้งนี้ของดร.กฤษณา ว่าเธอคือเภสัชกรหญิงจากประเทศไทยที่ได้อุทิศชีวิตและความรู้ที่มี ในการผลิตยาที่ราคาไม่แพงให้เข้าถึงผู้ป่วยที่อยู่ในประเทศยากไร้ได้ โดยในคลิปวีดิโอสารคดีชุดนี้เป็นบทสัมภาษณ์ของดร.กฤษณา ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่า

“การพัฒนายามันคือหน้าที่ของเภสัชกรอยู่แล้ว เราคือผู้ผลิตยา และสำหรับตัวฉันเอง 20 ปีมานี้ ผลิตยามากว่า 100 โปรดักส์ ทั้งยารักษาความดันเลือดสูง,เบาหวาน และโรคอื่นๆ อีกมากมาย ฉันรู้สึกสงสารผู้คนที่ต้องเจ็บป่วยทรมานจากโรคภัย อย่างในปี 1992 ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ถึง 150,000 คน แต่ก็มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่เข้าถึงการรักษาได้ ส่วนคนจนก็คือต้องตายอย่างเดียว สิทธิมนุษยชนที่ควรจะมีกลับไม่ได้ ซึ่งมันไม่แฟร์เลย ทุกคนน่าจะเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน”

ต่อมาในปี 2002 ดร.กฤษณาเดินทางออกจากประเทศไทยเพื่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วโลก และทำงานอยู่ที่ประเทศคองโก ในทวีปแอฟริกาอีก 12 ปี และสร้างโรงงานเพื่อผลิตยา ARV (ยาต้านเชื้อไวรัสเอดส์) ซึ่ง 80% ของลูกจ้างในโรงงานแห่งนี้ล้วนเป็นผู้ที่มีเชื้อเอดส์ทั้งสิ้น

“ฉันมองว่าพวกเขาคือครอบครัวที่ต้องเราต้องดูแล และฉันยังมีโครงการที่จะทำอีกในหลายๆ ประเทศ ทั้ง จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นๆในแถบแอฟริกา”

การอุทิศตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมายาวนาน โดยเฉพาะที่แอฟริกา นอกจากจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้นแล้ว ดร.กฤษณา ก็เป็นขวัญกำลังใจให้กับคนที่นั่น จนพวกเขาเรียกดร.กฤษณาว่า “เภสัชกรยิปซี”

“ฉันไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่ง เพราะเดินทางตลอดเวลา และทุกๆที่ที่เดินทางไปก็คือบ้าน ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องทำอีกมาก และต่อให้เกิดมาอีก 10 ชาติงานนี้ก็คงยังไม่เสร็จ แต่ฉันไม่มีวันยอมแพ้”

ปัจจุบันดร.กฤษณาในวัย 65 ปี ยังคงมุ่งมั่นและทุ่มเทกับการทำงานเพื่อผู้ป่วย รางวัลต่างๆที่เธอได้จากเวทีระดับโลกอาจเป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถที่ทุกคนเห็นจากภายนอก แต่รอยยิ้มและความสุขของผู้ป่วยคือกำลังใจและรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงคนนี้ “ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์”

ขอบคุณภาพจาก http://www.krisana.org

ระยะทดลองพักใจ พลอย – พิชญ์ ส่อรักโคม่าคริสพี่สาวได้แต่อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ

ลือสะพัดรักมีปัญหาพิชญ์และ พลอย ห่างกันอยู่ในขั้นทดลองพักใจ ด้าน คริส เอาใจช่วยคบกันมานานอยากให้คุยกันดีๆ

พิชญ์ กาไชย และ พลอย หอวัง เมื่อครั้งยังหวาน

แทบไม่เชื่อเลยว่าคู่รัก พิชญ์ กาไชย และ พลอย หอวัง กำลังอยู่ในช่วงมีปัญหากันอยู่ เพราะที่ผ่านมายังเห็นคู่นี้โพสต์ภาพร่าเริงที่มีกันและกันลงไอจี ไม่มีพิรุธหรือสัญญาณเตือนความผิดปกติ กระทั่งในงานแต่งงานของ เป๊ก-นิว นักข่าวหลายคนเริ่มสังเกตว่า นอกจากคู่นี้จะไม่ได้ควงกันมางานแต่งเพื่อนเหมือนอย่างที่ผ่านมา แถมภาพคู่หรือโมเม้นต์ใกล้ชิดๆก็ไม่มีมาให้เห็น จึงมีคนสงสัยว่าทั้งคู่อาจจะเลิกรากันหรือเปล่า?

พิชญ์ กาไชย
พลอย หอวัง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2560 ในงานแถลงข่าวเปิดตัว “Café Amazon Drip Coffee” ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีโอกาสได้เจอกับสาวคริส จึงไม่พลาดสอบถามถึงเรื่องของ พลอย น้องสาวสุดที่รักของเธอทันที เกี่ยวกับเรื่องนี้ “คริส”อธิบายว่าตนก็ไม่ค่อยแน่ใจนักแต่ก็แอบได้ยินมาเหมือนกัน เพราะด้วยความที่เป็นพี่สาวถ้าเขาจะมาปรึกษาก็คงเป็นตอนสุดท้ายทำให้เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันโดยตรง

คริส หอวัง
คริส พี่สาวแท้ๆของ พลอย หอวัง

“ถ้าใครเป็นพี่สาวจะรู้ว่าเรื่องของน้องสาว พี่สาวจะรู้คนสุดท้ายหลังจากพ่อแม่เป็นประจำ ซึ่งอันนี้คริสก็ยังไม่แน่ใจ แต่ก็แอบได้ยินมาเหมือนกันค่ะ พลอยเขายังไม่ได้มาคุยกับคริสตรงๆ เอาเป็นว่าในฐานะพี่สาว ถ้าเขามีปัญหากัน แต่เขาก็คบกันมานาน คริสอยากจะให้เขาเคลียร์กันเองก่อน ทุกความรักกว่ามันจะผ่านมาได้ กว่าจะมาถึงจุดๆ หนึ่งมันใช้เวลาเยอะค่ะ กว่าคนจะเข้าใจกัน ซึ่งคริสไม่รู้นะ ว่าเขามีปัญหาอะไรกัน แต่ถ้าเคลียร์กันได้อยากให้เคลียร์กันก่อน ในฐานะพี่ คริสก็รอฟังอยู่เหมือนกันค่ะ เขาจะชอบมาปรึกษาคริสคนสุดท้าย ต่อให้สนิทกันเขาก็จะไม่ค่อยบอกครอบครัวให้ครอบครัวเป็นห่วง อันนี้คริสสันนิษฐานเองนะ ยังไงก็เหมือนที่พี่ๆ สื่อคอยเอาใจช่วยคริสมาตลอด คริสก็ฝากให้เอาใจช่วยน้องพลอยด้วยเพราะในฐานะพี่ได้ยินมาก็เป็นห่วงค่ะ แต่พลอยเขาแข็งแกร่งค่ะ และเขาเป็นคนร่าเริง ครอบครัวก็คอยซัพพอร์ตทุกอย่างอยู่แล้วค่ะ เรื่องความเศร้าเขาไม่โชว์ให้คริสเห็นหรอกเอาจริงๆ ต่อให้เขาเสียใจหรือไม่เสียใจ เขาก็ไม่โชว์ให้คริสรู้หรอก เราก็ต้องแอบสืบจากเพื่อนเขา เวลาอยู่ด้วยกันคริสก็มีถามเขา แต่เป็นคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ พอถามเสร็จไม่ตอบ คริสก็เป็นฝ่ายพูดเองว่าความรักมันยาก คนเรายิ่งโตทำอะไรรักษาความเข้าใจได้มันจะดีที่สุด เราก็ให้กำลังใจเขา คือคริสไม่รู้ว่าปัญหามันคืออะไร อยากให้ไปถามเขาเองค่ะ”

เบรคกองเชียร์หัวทิ่ม! โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่แพลนแต่งไบร์ท

โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ พาแฟนสาว ไบรท์ -พิชญทัฬห์ พิธีกรเรื่องเล่าเช้านี้ กราบคุณพ่อนคร พร้อมมีตติ้งกับครอบครัวในวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตื่นเต้นของกองเชียร์ที่ลุ้นข่าวดี ล่าสุดนักร้องหนุ่มเผยเป็นเรื่องปกติ แต่งงานยังไม่ถึงเวลาพร้อมเมื่อไหร่จะบอกแน่นอน

โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

เห็นภาพล่าสุดที่นักร้องหนุ่มเสียงนุ่ม “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร”พาแฟนสาวพิธีกรชื่อดังแห่งรายการเรื่องเล่าเช้านี้ “ไบร์ท-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ”ยกพานพวงมาลัยไปกราบคุณพ่อ “นคร เวชสุภาพร” เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ พร้อมมีตติ้งเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์กับครอบครัวฝ่ายชาย ทำเอากองเชียร์ลุ้นตัวโก่งว่าคู่นี้อาจมีข่าวดีหรือเปล่าซึ่งล่าสุดก็ได้คำตอบจากปากของหนุ่ม “โต๋”แล้ว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2560 ในงานแถลงข่าวเปิดตัว “Café Amazon Drip Coffee” ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศิลปินหนุ่มเผยถึงเรื่องนี้กับผู้สื่อข่าวว่าเการพา”ไบรท์”พบครอบครัวเป็นเรื่องปกติเพราะในวันสำคัญที่บ้านก็จะนัดทานข้าวกันอยู่แล้ว

“เมื่อวานเป็นวันพ่อครับ ปกติที่บ้านเวลามีโอกาสในวันแม่วันพ่อ เราก็จะพยายามนัดกินข้าวกันเพราะว่าแต่ละคนก็ทำงาน ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกัน ปีนี้เลยนัดกินข้าวเที่ยงกันในวันพ่อ ก็เลยชวนไบรท์ไปด้วยครับ ทุกคนดูตื่นตาตื่นใจมาก แต่จริงๆ เจอกันอยู่แล้ว มีรูปที่เจอกันบ่อยๆ มันไม่ใช่ครั้งแรก ผมก็ไม่เข้าใจว่าต้องตื่นเต้นกันขนาดนี้เลยเหรอ (ยิ้ม)”

โต๋ พา ไบร์ท กราบคุณพ่อนคร

เมื่อถามต่อว่าภาพที่ “โต๋” พาฝ่ายหญิงพบคุณพ่อ-คุณแม่ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเร็วๆนี้”โต๋”จะมีข่าวดีนั้น ศิลปินหนุ่มปฏิเสธว่ายังไม่ถึงเวลา และหากมีข่าวดีรองว่าต้องบอกทุกคนอย่างแน่นอน

“จริงๆ เราเจอกันตลอดอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นวันพ่อ วันแม่ หรือปีใหม่ เราก็เจอกันตลอดกับที่บ้านอยู่แล้วครับ ฉะนั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหม่หรือตื่นเต้นขนาดนั้น สำหรับตอนนี้ยังครับ ถ้าเกิดถึงเวลา ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้ปิดบังอะไร ถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่ เราอยากทำอะไร รับรองว่าบอกแน่ๆ ไม่ได้หนีไปไหน ไม่ได้ปิดบังอะไร ถ้าถึงเวลาจะบอกเอง”

อย่างไรก็ตามยังได้ถามหนุ่ม “โต๋”เกี่ยวกับประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงที่สุดในนาทีนี้ กรณี “หญิงแย้”ออกมาวิจารณ์หน้าตาดาราเกาหลี ซึ่งหนึ่งในนั้นคื กงยูนักแสดงที่“โต๋”ชื่นชอบมากๆด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ “โต๋”กล่าวอย่างสุภาพโดยกล่าวว่า

“ข้อความที่ผมโพสต์ในทวิตเตอร์ไม่ได้เจตนาในแง่ลบอะไรเลย ในฐานะผู้ชายผมยังรู้สึกว่ากงยูเท่ ผมว่าเขาคือโอปป้าเบอร์หนึ่ง เรื่องความหล่อมันไม่ได้อยู่ที่หน้าตายังไง เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกันครับ แต่ผมรู้สึกว่าคนนี้เท่ ดูหนังดูซีรี่ส์ที่เขาเล่นแล้วรู้สึกว่าโห…คนนี้เท่มาก ในมุมของผู้ชาย เราอยากจะพูดแค่ตรงนั้นไม่ได้อยากจะตำหนิอะไรใคร แค่แสดงความคิดเห็นว่าขนาดผมเป็นผู้ชาย ผมยังคิดว่าผู้ชายคนนี้เท่เลย นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะสื่อครับผมจริงๆ และผมคิดว่าคนเราความหล่อในสายตาของแต่ละคนมันก็มองไม่เหมือนกัน ชอบไม่เหมือนกัน ความหล่อไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก อยากจะบอกว่าทุกคนไม่มีใครเพอร์เฟกต์หรอก แต่หน้าที่ของเราคือการที่เราเป็นคนคนนึง เราไม่น่าจะไปตัดสินคนอื่นเพราะรูปลักษณ์ภายนอกแค่นั้นเองครับ”

‘อยู่แต่โลกส่วนตัว จนเพื่อนสอยแฟนไปยังไม่รู้’ เช็คเลย ดวงวันที่ 7 ธันวาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 7 ธันวาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ท่านรู้สึกไม่มั่นใจ ลังเล จิตใจค่อนข้างแปรปรวน เพราะงานวันนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องเดินทางติดต่อประสานงานตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มด้วยว่า ท่านอาจถูกปิดจ็อบ

การเงิน :  ถูกหยิบยืมเงินจากญาติสนิทมิตรสหาย และคนใกล้ตัว ทำใจไว้เลยว่า จะไม่ได้คืน

ความรัก : วันนี้ควรพาครอบครัวไปเที่ยว หรือเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นทุกอย่างจบแน่ๆ คนโสด ท่านเจ้าชู้เกิ้นกว่าจะรับไหว ระวังอยู่กันไม่ได้

สุขภาพ : ระวังมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร ต่อมทอนซิลอักเสบ และหลอดลมอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ยังอยู่ในโหมดของการเจรจาติดต่อสื่อสาร ซึ่งวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด และครอบครัวให้ทำในสิ่งที่ฝันมานาน รวมทั้งได้ทีมงานที่ดีด้วย

การเงิน  : โชคดี ได้รับการสนับสนุนทั้งจากเพื่อนฝูง เจ้านาย และครอบครัว

ความรัก : วันนี้ท่านอยู่กันด้วยหน้าที่การงานและความเหมาะสม ซึ่งครอบครัวดูแลให้อยู่อย่างสุขสบาย อยากทำอะไรก็ได้ทำสมใจ คนโสด กว่าจะเจอรักแท้ก็เกือบตัดใจแล้วว่า จะอยู่เป็นโสด

สุขภาพ : ถึงเวลาพบหมอฟันแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : เครียด วิตกกังวลสูง ต้องเผชิญกับการแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์ ลาภยศชื่อเสียงในที่ทำงาน เสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาทได้

การเงิน : อย่าเสี่ยงลงทุนเยอะจะทำให้เกิดหนี้สินได้

ความรัก : วันนี้ท่านอย่าเฉยมาก แสดงออกว่าความรักยังหวานแหวว เพราะอาจมีคนเข้ามายุ่งกับครอบครัวท่านเพราะนึกว่าไม่รักกันแล้ว คนโสด คนที่หมายตาไม่ได้มีท่านคนเดียว ก็ต้องรบรากันหน่อย

สุขภาพ : ระวังจะเป็นโรคที่รักษาได้ยาก ควรตรวจเช็คสุขภาพประจำปี

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สิ่งที่ท่านริเริ่มงานใหม่หรือช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ มีโอกาสถูกหลอกหรือถูกโกง ระวังเพื่อนร่วมงานหรือหุ้นส่วนที่เป็นผู้หญิงจะแอบเลื่อยขาเก้าอี้ท่านอยู่

การเงิน : ระวังถูกเพื่อนหรือหุ้นส่วนโกงนะจ๊ะ

ความรัก : วันนี้แต่ละคนมีโลกส่วนตัวสูงมาก จนอาจถูกเพื่อนแย่งแฟนไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คนโสด ผู้หญิงที่ท่านคบกำลังจะเปลี่ยนใจเป็นอื่น

สุขภาพ : ระวังถูกของมีคมบาดจนเกิดบาดแผล

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านยังไม่หลุดจากงานเอกสารทางราชการ โดยที่ท่านพยายามวิ่งวุ่นเพื่อให้ได้มา วันนี้จะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

การเงิน : อย่าเข้าไปข้องเกี่ยวกับการพนัน หรือธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมาย

ความรัก : วันนี้ท่านให้ความสำคัญกับบุคคลในครอบครัวมาก แต่ก็ยังมีทิฐิ เอาใจลำบากจนทำให้คนที่อยู่ด้วยเดาใจยากจนทะเลาะกันประปราย  คนโสด ชอบทำตัวโดดเด่นเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ก็ควรจะแต่งงานประมาณอายุ 35-40

สุขภาพ : อ้วนแล้วจ้า ระวังภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ในระยะเวลาอันใกล้นี้ท่านจะได้โปรเจ๊คท์การก่อสร้างตกแต่ง หรืองานช่าง ซึ่งรอมานาน และจะสามารถเป็นหลักฐานในอนาคตให้ท่านได้

การเงิน : เงินจากการก่อสร้างตกแต่งที่รอมานานก็ยังต้องรอต่อไป ควรทำคนเดียวดีกว่า

ความรัก :  วันนี้ท่านอาจกำลังรอช่างก่อสร้างตกแต่งฝีมือดีเพื่อมาปรับปรุงที่พักอาศัย ระวังเรื่องทิฐิมานะไม่ลงรอยกันยังมีอยู่ คนโสด ท่านมีโครงการสร้างเรือนหอ แต่ต้องรอความพร้อมหน่อย

สุขภาพ  : ระวังเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสและโรคภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  หายเหนื่อยบ้าง แต่ก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาให้แก้ไข วันนี้ท่านได้แรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยสนับสนุนให้งานผ่านไปได้ด้วยดี

การเงิน : สามารถใช้เงินต่อเงินได้ดี แต่อย่าหวังพึ่งลาภลอย หรือเสี่ยงโชค สำหรับท่านเสียเหงื่อจึงจะได้มา

ความรัก : วันนี้ท่านอยากทำอะไรก็ต้องคิดถึงหน้าตาทางสังคมกับผู้ใหญ่ ทำให้รู้สึกอึดอัด หงุดหงิด จนทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งกัน  คนโสด ท่านเจอคนที่ยังติดเที่ยว ติดเพื่อน ขณะที่สังคมท่านก็อยู่ในกรอบมาก จึงไปกันได้ยาก

สุขภาพ :  ระวังโรคภูมิแพ้ ไซนัส โพรงจมูกอักเสบ เกิดจากการแพ้อากาศ ฝุ่นละออง

เจ้าสายฝ. ต้องรู้ไว้!! กับ 5 เคล็ดที่ต้องมีในพิธี แต่งงานแบบฝรั่ง

ไม่ใช่แค่พิธีแต่งงานแบบไทยหรือจีนเท่านั้นที่ถือเคล็ดความเชื่อในเรื่องต่างๆ มากมาย พิธี แต่งงานแบบฝรั่ง ก็เช่นกัน แพรว wedding เลยขอหยิบยกเอาหนึ่งในเคล็ดความเชื่อที่น่าสนใจในพิธีแต่งงานแบบฝรั่งมาบอกเล่าให้บรรดาเจ้าสาวสายฝ. ที่จะโกอินเตอร์ ได้รู้ไว้เพื่อจะได้นำไปถือเคล็ดเอาฤกษ์เอาชัยให้ชีวิตคู่สดใสราบรื่นไกลในต่างแดน

แต่งงานแบบฝรั่ง

ในพิธีแต่งงานของชาวอังกฤษและอเมริกัน จะถือเคล็ดความเชื่อตามวลีที่ว่า “Something Old, Something New, Something Borrowed, Something Blue and a Silver Sixpence in Her Shoe.” ซึ่งแปลตรงตัวก็คือ “ของเก่า, ของใหม่, ของยืม, ของสีฟ้า และเหรียญหกเพนนีในรองเท้าของเจ้าหล่อน” โดยทั้งหมดนี้จะต้องมีอยู่ในตัวเจ้าสาวที่จะเข้าพิธี แต่งงานแบบฝรั่ง งั้นไปดูกันค่ะว่าข้าวของเหล่านี้คืออะไร ต้องหาจากไหน และมีที่มาที่ไปกับความหมายอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง

แต่งงานแบบฝรั่ง

Something Old คือ สิ่งของเก่าจากครอบครัวที่เจ้าสาวนำติดตัวมาด้วย เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาดีๆ และเป็นเครื่องเตือนใจในการครองเรือน ทั้งนี้จะเป็นของที่ได้รับตกทอดมา เช่น ชิ้นส่วนผ้าจากชุดแต่งงานของคุณแม่ เครื่องประดับจากคุณยาย เป็นต้น

Something New คือ สิ่งของใหม่ที่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง และอนาคตอันสดใสของชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น อาจเป็นแหวนแต่งงานใหม่ ชุดเจ้าสาวใหม่ รองเท้าใหม่ หรือเครื่องประดับชิ้นใหม่ เป็นต้น

Something Borrowed คือ สิ่งของที่หยิบยืมมาจากคนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทที่แต่งงานแล้ว และประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ เพราะเชื่อกันว่าเป็นเสมือนเครื่องรางที่จะส่งมอบความโชคดีในการใช้ชีวิตคู่ให้แก่คู่บ่าวสาว อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจให้คิดถึงมิตรภาพ และกำลังใจจากญาติสนิทมิตรสหายอีกด้วย เช่น บางนางยืมรองเท้ามาใส่ บางนางยิ้มสร้อยคอมาสวม หรือแม้แต่บางคนก็ยืมผ้าคลุมผมมาใช้ แบบนี้ไงคะ ที่เรียกว่า ของยืมมา

Something Blue คือ สิ่งของที่มีสีฟ้า ทั้งนี้มาจากความเชื่อของชาวโรมันที่เจ้าสาวจะสวมใส่ชุดสีฟ้า เพื่อแสดงถึงความรัก ความนอบน้อม และความซื่อสัตย์ อีกทั้งความเชื่อของชาวคริสเตียนที่มักจะแต่งรูปปั้นพระแม่มารีในชุดคลุมสีฟ้า ดังนั้นจึงเชื่อว่า สีฟ้า หมายถึง ความบริสุทธิ์ผุดผ่องอีกด้วย โดยของสีฟ้าที่ว่านี้จะเป็นสิ่งของอะไรก็ได้ที่ซ่อนไว้ในตัวเจ้าสาว เช่น ริบบิ้นผูกช่อบูเกต์ สีเล็บ ชุดชั้นใน เป็นต้น

อันนี้ขอเพิ่มให้อีกนิดกับความเชื่อที่ว่า A Silver Sixpence in Her Shoe คือ การนำเหรียญมูลค่าหกเพนนีใส่ไว้ในรองเท้าข้างซ้ายของเจ้าสาว ซึ่งปัจจุบันเหรียญเพนนีนั่นไม่มีใช้แล้ว จึงเปลี่ยนมาเป็นเหรียญเก่าที่เป็นของสะสม หรือของเลียนแบบเพื่อใช้ในพิธีแต่งงานโดยเฉพาะ และขอย้ำ!! ต้องจำให้ขึ้นใจนะคะว่าต้องใส่เหรียญไว้ที่เท้าซ้ายเท่านั้น (แต่เพราะอะไรเรายังพยายามหาเหตุผลกันอยู่) สิ่งนี้เป็นการถือเคล็ดให้เงินทองไหลมาเทมา มีความมั่งคั่งในอนาคต ซึ่งก็น่าจะคล้ายๆ กับประเพณีเงินขวัญถุงของบ้านเรานั่นเอง

จากทั้ง 5 เคล็ดที่เล่ามา ล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้ว่าที่บ่าวสาวดำเนินชีวิตคู่ได้อย่างมีความสุข แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องไม่ลืมถือเคล็ดสำคัญก็คือ การใช้ความรักและความเข้าใจเป็นที่ตั้ง เพราะต่อให้คุณมีของขลังมากมาย ถือเคล็ดร้อยแปด แต่ขาดความรักความเข้าใจ ชีวิตคู่ก็ไม่มีวันยืนยาว ฉะนั้นเราจึงขอการันตีว่า การมี 5 เคล็ดลับคู่กับความรัก จะช่วยส่งให้ความรักของคุณทั้งคู่มั่นคง ยืนยาว และเข้าใจกันไปตลอดรอดฝั่งแน่นอน

ภาพ : https://vimeo.com

เลือกจิ้มได้ตามใจกับแบบ ชุดไปงานแต่ง ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครสุดยูนีค

ไปงานแต่งทีไรปวดหัวทุกที เพราะไม่อยากเอาชุดเดิมมาเวียนใส่ แต่จะเลือกชุดใหม่ก็อยากได้แบบพีคๆ ไม่ซ้ำใครดูดีมีสไตล์เป็นของตัวเอง แพรว wedding เลยจัดแบบชุดไปงานแต่งสวยล้ำไม่ซ้ำใครที่มีถึง 8 สไตล์มาให้สาวๆ ได้เลือก

  1. เน้น Neck Line สวยๆ

ไล่จากใบหน้าลงมาก็ช่วงคอนี่แหละที่น่าสนใจ แถมยังช่วยปรับรูปร่างให้ดูสวยสมส่วนได้อีกด้วย หรือถ้าอยากมั่นให้สุดก็เลือก neck line แปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใครไปเลย
– คอกลม เหมาะกับสาวคอยาว รูปร่างผอม
– คอลึก เหมาะกับสาวคอสั้น ไหล่แคบ ทำให้ไหล่ดูกว้างขึ้น
– คอวี เหมาะกับทุกรูปร่าง อกเล็ก อกใหญ่ ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ก็รอดทุกนาง
– คอเหลี่ยม ช่วยลดสรีระให้ดูเพรียว ปรับสะโพก ต้นขาให้สมส่วน
– คอเต่า ต้องเป็นสาวตัวเล็ก และคอยาวเท่านั้น
– คอปาด เหมาะมากกับสาวร่างบาง ไหล่แคบ แต่สะโพกดินระเบิด

  1. โชว์ดีเทลช่วงหลัง

อีกหนึ่งลูกเล่นของชุดที่ไม่ควรพลาด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชุดดูมีอะไร ถึงแม้ข้างหน้าจะเรียบแค่ไหน แต่ด้านหลังต้องเอาให้สุด ตอนถ่ายรูปก็เบี่ยงหันข้างโชว์ดีเทลด้านหลังสักนิดรับรองดูดีสุดๆ แต่อย่าลืมขัดแผ่นหลังมาให้ใสสะอาดด้วยนะคะ

  1. Jumpsuite สวยง่ายแต่เอาอยู่

ชุดไปงานแต่ง

สำหรับสาวๆ ที่กลัวพลาดหากต้องมามิกซ์แอนด์แมตช์ด้วยตัวเอง จัดจัมพ์สูทมาเลยให้ไว แล้วสวมคู่กับรองเท้าส้นสูงเก๋ๆ บวกกับคลัทช์สวยๆ รับรองว่าเริด

  1. Flower Power สวยหวานทรงพลัง

หวานให้สุดไปเลยค่า กับธีมลายดอก ไม่ว่าจะ ลายพิมพ์ ลายปริ้นท์ หรือลายกราฟิกเก๋ๆ แต่อย่าลืมจัดให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเองตามนี้

– รูปร่างสูงเพรียว ไม่ว่าดอกเล็กดอกใหญ่ ดอกไหนก็ได้หมดค่ะ จัดไป
– สาวเจ้าเนื้ออวบอั๋น เลือกลายดอกเล็กๆ ที่มีโทนสว่างหรือเข้มหน่อย รับรองว่ารอด
– สาวสะโพกดินระเบิด สดใสให้สุดกับลายดอกใหญ่ๆ เพื่อช่วยพรางรูปร่าง

  1. Beaded Beauty วิบวับระยิบระยับ

งานวิ้งเน้นความฟรุ้งฟริ้งต้องมา เลือกชุดที่มีงานปักสวยๆ เช่น มุก เลื่อม หรือลูกปัดเก๋ๆ ที่สะท้อนไฟล้อไปกับแสงแฟลช แถมลุคนี้ยังช่วยทำให้คุณดูเป็นสาวมั่นสายแฟชั่นนิสต้าแบบสุดๆ

  1. Off Shoulder อ่อนหวานปนเซ็กซี่

อวดหัวไหล่อันกลมกลึงด้วยชุดเปิดไหล่ ที่เหมาะกับสาวไหล่แคบและช่วงคอสั้น แต่ไม่เหมาะอย่างแรงสำหรับสาวหน้าอกใหญ่เพราะจะยิ่งเน้นให้ดูตู้มๆ เข้าไปอีก ส่วนสาวที่ต้นแขนใหญ่ก็ไม่ต้องกังวล ลองหาแบบที่มีผ้าต่อแขนออกมาสักนิดก็สามารถช่วยพรางในส่วนนี้ได้สบายหายห่วง

  1. กระโปรงพลีทสุดแนว

สาวสายฮิป แต่ต้องการความอ่อนโยนสไตล์งานแต่งต้องไม่พลาด จับคู่ลุคนี้กับรองเท้าส้นสูงเพื่อให้ดูเพรียวและช่วยดึงสายตาจากความกว้างของกระโปรงพลีท แต่ถ้าอยากเซอร์ก็จัดรองเท้าผ้าใบคู่โปรดแต่ต้องแมตช์กับพลีทแบบสั้นหรือความยาวไม่เกิน 4 ส่วน แต่ถ้ามั่นใจว่าเป็นสาวหุ่นนางแบบก็จัดไปอย่าได้แคร์ ส่วนสาวสะโพกใหญ่ให้เลือกพลีทที่ขนาดไม่เล็กหรือกว้างเกินไป แต่คนที่ผอมให้เลือกพลีทขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยจะได้ดูมีสะโพก สุดท้ายลองจัดเข็ดขัดสักเส้นเพื่อลดช่วงเอวแถมยังเพิ่มความเก๋ให้กับลุคนี้ไปอีกแบบ

  1. สวยหรูดูแพงด้วยสไตล์ One Shoulder

เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่กำลังเป็นที่นิยม ดูเซ็กซี่นิดๆ ไม่โป๊จนเกินงาม แถมยังเป็นสไตล์ที่สามารถใส่ได้ทุกงานไม่ว่างานเช้าหรือเย็น ธีมอะไร สถานที่ไหนก็เอาอยู่ ที่สำคัญเป็นสไตล์ที่ทรงพลังใส่ปีไหนก็ไม่เอ้าท์ ชัวร์!!

ภาพ : pinterest.com

หนาวแล้วเก็บกระเป๋าได้! ปักหมุด 6 พิกัดฮันนีมูนแคมป์หรูรอบโลกเพื่อคู่รักนักผจญภัย

พอลมหนาวมาเยือนเมื่อไร แพลนเที่ยวก็ผุดขึ้นในหัวเราแบบนาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะสายนักเดินทางแล้วล่ะก็ก้นร้อนกันขึ้นมาเลยใช่มั้ยล่ะคะ แล้วบรรยากาศเย็นๆช่วงปลายปีแบบนี้ทริปในฝันสำหรับคู่รักที่ชอบอะไรแปลกใหม่และรักการผจญภัย คงหนีไม่พ้น ฮันนีมูน สไตล์ซาฟารีเก๋ๆ สัมผัสประสบการณ์นอนเต็นท์หรู ท่ามกลางบรรยากาศแบบธรรมชาติแท้ๆ จะเป็นป่าชอุ่มเขตร้อนที่มีน้ำตกไหลผ่าน ทะเลทรายสีทองสุดลูกหูลูกตา หรือป่าซาฟารีก็ตามแต่ใจปรารถนา บัดเจ็ทจะมากหรือน้อยก็ไปได้ทั้งนั้น ลองแมทช์ที่เราคัดมาให้คุณดูกันแล้วออกเดินทางไปเติมความหวานให้ชีวิตคู่กันเล้ยย

 

โฟร์ ซีซั่นส์ เต็นท์ แคมป์ สามเหลี่ยมทองคำ (Four Seasons Tented Camp Golden Triangle)

ฮันนีมูน

รีสอร์ทหรู ณ ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ซาฟารีเต็นท์ที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำรวกที่ทอดยาว และฝั่งตรงข้ามที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศพม่า ห้องพักเป็นเต็นท์หรูที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาที่ตกแต่งได้สวยงามมีสไตล์ ได้บรรยากาศของการพักเต็นท์กลางธรรมชาติแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในสไตล์ซาฟารี  ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม และสนุกสนานไปกับชั้นเรียนงานหัตถกรรมและการทำอาหาร ทั้งกิจกรรมกลางแจ้งอย่างล่องแม่น้ำรวก เยี่ยมชมหมู่บ้านพื้นเมือง และใกล้ชิดกับช้าง เรียนรู้วิธีการขี่จากควาญช้างที่ชำนาญ และได้ขี่เจ้าช้างออกไปในป่าด้วย (ราคาห้องพัก 72,000-82,000+ บาทต่อคืน)

หินตก ริเวอร์แคมป์ กาญจนบุรี (Hintok River Camp)

ฮันนีมูน

ซาฟารีเต็นท์สุดหรูกลิ่นอายแอฟริกันท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำแควน้อย ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 รีสอร์ทแนวผจญภัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติเหมือนอยู่ท่ามกลางป่าซาฟารี ในห้องพักแบบเต๊นท์ขนาดกว้างขวางเทียบเท่าโรงแรมหรู พร้อมทั้งระเบียงกว้างๆ ให้คุณนั่งซึมซับบรรยากาศประหนึ่งอยู่กลางป่าซาฟารี แถมยังได้ยังตื่นตาตื่นใจไปกับกิจกรรมการเดินถ้ำ ขี่ช้าง ดูนก เที่ยวน้ำตก และสำรวจเส้นทางช่องเขาขาดอีกด้วย (ราคาห้องพัก 3,100-6,200+ บาทต่อคืน)

เดสเสิร์ท ไนท์ แคมป์ โอมาน (Desert Night Camp)

ฮันนีมูน

สัมผัสฟีลแบบตะวันออกกลางกันบ้างดีกว่า แคมป์หรูกลางทะเลทรายวาฮิบา (Wahiba Sands) ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา คุณจะได้พักกระโจมหรูหราระดับโรงแรม 5 ดาว ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ในมื้อเย็น โดยกระโจมทุกหลังออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้เห็นวิวแบบพาโนรามาที่สวยงามอลังการของทะเลทรายวาฮิบาที่งดงามและยิ่งใหญ่ ยามเช้าจะมีพนักงานจูงอูฐเดินเล่นภายในบริเวณแคมป์ สำหรับให้แขกที่เข้าพักได้ทดลองขี่อูฐไปอีก ดีงามจริงๆ (ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 13,000+ บาทต่อคืน)

คอตต้า 1920s ซาฟารี แคมป์ เคนย่า (Cottars 1920s Safari Camp)

ฮันนีมูน

เต็นท์พักที่หรูหราแบบซาฟารีขนานแท้ พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับคู่รักนักท่องซาฟารีที่นิยมการเที่ยวชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความยิ่งใหญ่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์มาไซ มาร่า ที่เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด กับกิจกรรมให้คุณได้เพลิดเพลินโดยไม่มีเบื่อตลอดทั้งวัน จะออกไปนั่งรถชมการใช้ชีวิตตามธรรมชาติของสัตว์ป่า แล้วตกกลางคืนก็นอนนับดาว ตื่นตอนเช้ามาพบกับวิวที่น่าทึ่งของเทือกเขาสูงตระหง่านแบบที่จะกลายเป็นประสบการณ์คั้งหนึ่งในชีวิต (ราคาห้องพักแบบฮันนีมูนเต็นท์  42,000-70,000+ บาทต่อคืน โดยราคาสามารถปรับขึ้นลงได้ ขึ้นอยู่กับฤดูกาลที่คุณเข้าพัก)

ซิงกิต้า กรูเมติ รีเสิร์ฟส แทนซาเนีย (Singita Grumeti Reserves)

ฮันนีมูน

ในเขตอุทยานแห่งชาติเซเรนเกติ ทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนียที่โอบล้อมด้วยทะเลสาบอันกว้างใหญ่ คุณจะได้สัมผัสการนอนเต็นท์สุดหรูตามสไตล์ซาฟารีของแท้ พร้อมระเบียงส่วนตัวที่จะเผยให้เห็นทิวทัศน์อันกว้างไกลของที่ราบ และสัตว์ป่านานาพันธุ์ในเขตอุทยานแห่งชาติเซอเรนเก็ตตี้ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ อาจจะมีกวาง ม้าลาย ช้าง หรือยีราฟ เดินผ่านมาทักทายคุณอยู่บ่อยครั้ง เป็นข้อดีของการเลือกพักภายในเขตอุทยานเลยนะคะ (ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 110,000+ บาทต่อคืน)

ไวท์ เดสเสิร์ท แห่งขั้วโลกใต้ (White Desert, South Pole)

ฮันนีมูน

ปิดท้ายกันที่แคมป์พักสุดหรูแห่งขั้วโลกใต้ การเดินทางไปค่อนข้างจะใช้เวลายาวนาน คุณจะได้เข้าพักในแคมป์ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบพร้อมสูงสุด กับห้องพักที่ออกแบบเหมือนกระท่อมอิกลูสำหรับ 2 คน ที่มีเพียงแค่ 6 หลังเท่านั้น  โปรแกรมทัวร์ที่จะพาคุณไปใกล้ชิดธรรมชาติของทวีปแอนตาร์กติกาได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เข้าพักได้เฉพาะช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม เท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นที่สุด โดยค่าเฉลี่ยอุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ -30 องศาเซลเซียส เด็ดขนาดที่เจ้าชายแฮร์รี่ และพระคู่หมั้นเคยควงกันไปเที่ยวมาแล้วนะคะ แต่เราเตือนไว้ก่อนว่างานนี้เงินพร้อมแต่ร่างกายไม่พร้อมนี่อดแน่นอนนะจ๊ะ (ราคาแพ็คเกจสูงกว่า 2,500,000+ บาทต่อคน สำหรับทริป 8-10 คืน)

 

ภาพ : businessinsider.com, beyondkenyasafaris.com, forbes.com, expatliving.sg

เอาใจขากิน มิชลิน เปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ร้านเจ๊ไฝสตรีทฟู้ดชื่อดังคว้า 1 ดาวมิชลินสตาร์

มิชลิน เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก

ไมเคิล เอลลิส (Michael Ellis) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า “การจัดทำคู่มือ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ ฉบับปฐมฤกษ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของมหานครแห่งนี้ เป็นความภาคภูมิใจของเรา ทีมผู้ตรวจสอบมิชลินต่างประทับใจในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของแวดวงอาหารในกรุงเทพฯ โดยไม่เพียงมีร้านอาหารใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายและมีร้านอาหารริมทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ยังมีความหลากหลายในการนำเสนออาหารไทยมาในรูปแบบต่างๆ”

ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ มีร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรให้ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 3 ร้าน ได้แก่ ร้าน Gaggan (กากั้น) ซึ่ง ‘กากั้น อนันต์’ (Gaggan Anand) เชฟเจ้าของร้านเป็นผู้เนรมิตและนำเสนออาหารอินเดียในมิติที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น แต่ละเมนูล้วนมีเอกลักษณ์โดดเด่นและแปลกใหม่สร้างสรรค์ ทว่าลงตัวทั้งเนื้อสัมผัส รสชาติ และระดับของเครื่องเทศที่พอดี, Le Normandie (เลอ นอร์มังดี) ร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการในโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล มาตั้งแต่ปี 2501 โดยนำเสนออาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่ปรุงขึ้นอย่างลงตัวด้วยวัตถุดิบชั้นยอด เทคนิคขั้นสูง ตลอดจนความกลมกลืนของรสชาติและรสสัมผัส และร้าน Mezzaluna (เมซซาลูน่า) ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของโรงแรมเลอบัว โดยทีมเชฟยอดฝีมือรังสรรค์อาหารสไตล์ยุโรปที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น โดยนำเสนอเป็นเซตเมนูให้เลือกทั้งแบบ 5 และ 7 คอร์ส

นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหาร 14 ร้านได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน โดย 7 ร้านในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารไทยจากฝีมือการปรุงของเชฟชาวไทย สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของอาหารในท้องถิ่นได้อย่างดี อาทิ ร้าน ชิม บาย สยาม วิสดอม (Chim by Siam Wisdom) ซึ่งนำเสนอสำรับไทยที่ผสานความโบราณและความทันสมัย ตลอดจนความเป็นไทยและเทศ เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว, ร้าน โบ.ลาน, ร้าน เสน่ห์จันทร์ ที่นำเสนออาหารไทยต้นตำรับและเมนูที่หาทานยาก อาทิ แกงรัญจวน และร้าน สระบัว บาย กิน กิน (Sra Bua by Kiin Kiin) ซึ่งเชฟปรุงอาหารโดยยังคงรักษาความเป็นไทยในรสชาติและวัตถุดิบ แต่มีการตีความใหม่และรังสรรค์ให้กลายเป็นอาหารสุดครีเอทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารริมทางได้รางวัล 1 ดาวมิชลินอยู่ 1 ร้านด้วย นั่นคือ ร้าน เจ๊ไฝ ที่เชฟเจ้าของร้านปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อนและโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง

สำหรับร้านอาหารนานาชาติที่ผ่านการคัดสรรจากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ให้ได้รับรางวัล 1 ดาว
มิชลิน ได้แก่ Ginza Sushi Ichi (กินซ่า ซูชิ อิชิ) ร้านซูชิระดับพรีเมียมที่ใช้วัตถุดิบสั่งตรงมาจากตลาดในกรุงโตเกียวทุกวัน, Sühring (เซือริ่ง) ร้านอาหารที่เชฟสองพี่น้อง ‘มาธิอัส’ (Mathias) และ ‘โธมัส
เซือริ่ง’ (Thomas Sühring) พิถีพิถันรังสรรค์เมนูอาหารเยอรมันสไตล์โมเดิร์นในแบบฉบับของตนเองที่โชว์ทั้งลูกเล่น ความคลาสสิก และความใส่ใจในการปรุง รวมถึงร้าน L’Atelier de Joël Robuchon (ลัตเตอลิเยร์ เดอ โจเอล โรบูชง), J’AIME by Jean-Michel Lorain (แฌม บาย ฌอง-มิเชล โลรองต์), Elements (เอเลเมนท์) และ Savelberg (ซาเวลเบิร์ก) ซึ่งล้วนเป็นร้านที่นำเสนออาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย

ในส่วนของรางวัลยอดนิยมในหมู่เชฟและร้านอาหารอย่างรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ซึ่งมอบให้กับร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพในราคาคุ้มค่าไม่เกิน 1,000 บาท มีร้านอาหารได้รับรางวัลประเภทนี้จำนวนทั้งสิ้น 35 ร้าน โดยทีมผู้ตรวจสอบมิชลินได้ออกตระเวนค้นหาอาหารอร่อยหลากหลายประเภทเพื่อมอบรางวัลนี้ให้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารริมทางอย่างร้าน บ้านใหญ่ผัดไทย หนึ่งในร้านผัดไทยที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ หรือ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สวนมะลิ ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่เสิร์ฟความอร่อยให้ลูกค้าติดใจมายาวนาน ไปจนถึงร้านอาหารเก่าแก่ที่นำเสนออาหารไทยรสอร่อย อาทิ ร้าน เจ๊โอว ที่นำเสนออาหารไทยและอาหารทะเลสไตล์พื้นบ้านในบรรยากาศสบายๆ เรียบง่าย โดยมักจะมีลูกค้าต่อคิวรอหน้าร้านเป็นแถวยาวเหยียดแทบทุกวัน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารประเภทอื่นที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ ด้วย อาทิ บ้านใน ร้านอาหารในบรรยากาศบ้านไม้ทรงไทยโบราณที่งดงามล้อมรอบด้วยสวนสวยร่มรื่น ซึ่งให้บริการอาหารไทยต้นตำรับรสชาติกลมกล่อม และร้าน Soul Food Mahanakorn (โซล ฟู้ด มหานคร) ที่นำเสนออาหารไทยสไตล์โมเดิร์น

ที่น่าสนใจก็คือคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ฉบับปฐมฤกษ์นี้ได้คัดเลือกร้านอาหารริมทางจำนวนถึง 28 ร้านลงตีพิมพ์ในเล่ม สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายที่น่าประทับใจของร้านอาหารริมทางในกรุงเทพฯ …มหานครซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของนักเดินทางจากทั่วโลก

ผู้สนใจสามารถคลิกดูข้อมูลรายชื่อร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ได้ทางเว็บไซต์ www.guide.michelin.com โดยสามารถเลือกให้แสดงผลได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

จำนวนร้านอาหารที่ได้รับคัดเลือกและจัดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ประกอบด้วย
ร้านอาหาร 2 ดาวมิชลิน จำนวน 3 ร้าน
ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลิน จำนวน 14 ร้าน
ร้านอาหารรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 35 ร้าน

รูปทั้งหมดในงานแถลงข่าวและงานกาล่าดินเนอร์ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://goo.gl/VWz9JL

ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างไหม! รู้จัก แจ็คสัน GOT7 ดีกรีนักกีฬาฟันดาบทีมชาติที่ดีเจนุ้ยรัก

“…ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างไหม ภายใต้ความรักคือการให้อภัย” เป็นประโยคประกอบภาพ แจ็คสัน GOT7 ที่ ดีเจนุ้ย หรือ นุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร โพสต์บนอินสตราแกรมส่วนตัว เพื่อสื่อความหมายว่าเราพร้อมปกป้องศิลปินที่เรารักนะหลังจากรู้กระแสข่าว #โตแล้วแรดได้ ที่หญิงแย้และท็อปแท็ปออกมาวิจารณ์ศิลปินเกาหลีชื่อดังต่างๆ ซึ่งแพรวดอทคอมคงไม่ขอหยิบประเด็นการ Bully บนโซเชียลขึ้นมาพูดอีก แต่อยากจะพาไปรู้จัก แจ็คสัน หวัง หรือเฮียจั๋น และวง GOT7 ว่าทำไมถึงมีอากาเซ่ (ชื่อประจำแฟนคลับของวง GOT7) ที่รักและติดตามหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่คนดังชาวไทยมากมายขนาดนี้

ทุกคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง #ชั้นก็รักของชั้นเข้าใจบ้างไหม #ภายใต้ความรักคือการให้อภัย (ig @djnui)

เชื่อว่าหลายคนที่ไม่ได้ติดตามศิลปินเกาหลีวง GOT7 มาแต่ตั้งต้น น่าจะรู้จักพวกเขามากขึ้นจากรายการ I Can See Your Voice Thailand ทางช่อง Workpoint เทปวันที่ 16 สิงหาคม 2560 ซึ่งเทปวันนั้นมีสมาชิก แบมแบม (คนไทย), มาร์ค ต้วน, ชเวยองแจ และคิม ยูคยอม มาออกรายการ ขาดเพียง 3 หนุ่ม แจ็คสัน หวัง, ปาร์คจินยอง และอิม แจบอม (หัวหน้าวง) ที่ติดภารกิจไม่ได้มา ซึ่งในรายการดัง ดีเจนุ้ย ยังได้ฝากดอกกุหลาบไปให้แจ็คสัน ศิลปินที่ตนชื่นชอบเป็นหลักด้วย ทำให้บรรยากาศในรายการยิ้งคึกคักและสนุกสนานกันสุดๆ

ด้าน แจ็คสัน หวัง หรือ หวางเจียเอ๋อ, เฮียจั๋น เกิดวันที่ 28 มีนาคม 2537 (อายุ 23 ปี) เป็นคนฮ่องกง ที่ได้มาเดบิวต์เข้าเป็นบอยแบนด์เกาหลีวง GOT7 แห่งค่าย JYP Entertainment ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 7 คน และเป็นวงที่มีชาวต่างชาติมากแตกต่างจากวงอื่นๆ มีทั้ง แบมแบม-กันต์พิมุก (ชาวไทย), มาร์ค ต้วน (ชาวอเมริกา) และแจ็คสัน (ชาวฮ่องกง) ซึ่งวงที่มีต่างชาติมากขนาดนี้จะไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับจากชาวเกาหลีมากนัก ฉะนั้นการตั้งใจ ฝึกซ้อมทั้งเต้นและร้องอย่างหนักเพื่อสร้างผลงานออกมาให้ดีที่สุดจึงเป็นสิ่งที่ 7 หนุ่มล้วนทุ่มเทอย่างมาก ซึ่งช่วงแรกที่เปิดตัววง ด้วยความที่ไอดอลศิลปินเกาหลีมีเยอะมาก การจะให้เป็นวงที่คนจดจำได้เร็วจึงเป็นเรื่องยาก แจ็คสันจึงได้เดินสายไปออกรายการโทรทัศน์ต่างๆ เพื่อหวังให้คนดูรู้จักวง GOT7 มากขึ้น (น่ารักไหมล่ะ)

รับตำแหน่ง แร็พเพอร์ และ martial arts tricking ในวง แต่ก่อนจะมาเป็นศิลปินที่มีแฟนๆ หลายประเทศรักแบบนี้ แจ็คสันมีดีกรีเป็นอดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติฮ่องกงด้วย ซึ่งครอบครัวเขา คุณพ่อเป็นโค้ชนักกีฬาฟันดาบทีมชาติ คุณแม่เป็นอดีตนักยิมนาสติก และพี่ชายทำงานด้านสายการบิน เรียกว่าฐานะทางครอบครัวดีมาก ที่สามารถส่งให้แจ็คสันเรียนโรงเรียน American International School ที่ค่าเทอมปีละ 3 ล้าน 7 แสนบาทโดยประมาณ และเขายังสามารถพูดได้หลายภาษาทั้ง ภาษาจีนกวางตุ้ง จีนกลาง เกาหลี อังกฤษ และฝรั่งเศส

อย่างที่ทราบกันว่า ในวง GOT7 นี้มีสมาชิกเป็นคนไทยหนึ่งคน คือ แบมแบม-กันต์พิมุก ในช่วงที่แบมแบมต้องเดินทางมาอยู่เกาหลีคนเดียวแต่เด็กเพื่อเดบิวต์เป็นศิลปิน แจ็คสันได้คอยดูแลแบมแบมตลอดทั้งเรื่องอาหารการกิน การสอนภาษาอังกฤษให้ จึงทำให้แบมแบมพูดภาษาอังกฤษได้ดีจนถึงปัจจุบัน และเป็นคนที่ไม่คิดชิงดีชิงเด่นกับวง กลับคอยสนับสนุนสมาชิกในวงเสมอ เช่น คอยโปรโมตแบมแบม บอกคนเกาหลีว่า น้องคนนี้ชื่อแบมแบมเป็นคนไทยนะ

ความน่ารักของแจ็คสันคือ เขาเป็นคนที่มีพลังเยอะมาก ฮามาก ทำงานก็ตั้งใจสุดๆ บทจะเล่นก็เล่นจนทำให้วงสนุกสนาน เป็นคนอ่อนโยนและอ่อนไหวง่ายโดยเฉพาะเรื่องครอบครัว ซึ่งแจ็คสันเป็นผู้ชายที่รักครอบครัวมาก รวมถึงรักสมาชิกในวง GOT7 มากจนยกให้เป็นครอบครัว สิ่งที่พิเศษนอกเหนือจากคำว่าศิลปินที่ทำให้แฟนๆ รักแจ็คสันคือ เขาเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิง ให้เกียรติผู้อื่น อ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากตรงไหนแม้ตอนนี้จะมีชื่อเสียงมากก็ตาม ที่สำคัญเขายังมีทัศนคติที่ดีมากที่จะไม่เหยียดยามใคร แม้แต่คนที่เกลียดหรือไม่ชอบเขา โดยเขาเคยสัมภาษณ์ผ่านนิตยสาร GRAZIA (แปลโดย ©Sukilove99) ว่า

“ผมไม่สนใจว่าจะมีคนเกลียด เพราะผมต้องการที่จะทุ่มเทความพยายามให้กับแฟน ๆ ที่ชอบผม แล้วผมก็ยังโอเคที่คนที่เกลียดผมพูดถึงผมเพราะดีกว่าที่พวกเขาไม่รู้จักผมเลย”

แถมยังมีความห่วงใยต่อแฟนคลับด้วยว่า

“ผมไม่ชอบคำว่า ‘แฟนคลับ’ เพราะพวกเขาเป็นเหมือนเพื่อนที่รักและคอยสนับสนุนผมเสมอมา แต่ผมก็อยากให้พวกเขาสัญญาว่า จะดูแลตัวเองอย่างดี ดูแลหน้าที่การงาน การเรียน ครอบครัว และคนรักให้ดีที่สุด แล้วค่อยให้ความสำคัญกับผมเป็นอันดับสองรองจากสิ่งเหล่านั้น เพราะผมรักพวกเขา”

น่ารัก ความคิดดี เป็นคนดีแบบนี้จะไม่ทำให้แฟนๆ รักและออกมาปกป้องได้อย่างไรล่ะ จริงไหม…

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ที่มา: GOT7 : 50 ข้อของหวัง แจ็คสัน, Twitter @PeeKheNongNguu_
ภาพ: IG @djnui @jacksonwang852g7

KIDDEEPASS อาณาจักรแห่งการเรียนรู้แบบครบวงจรของลูกน้อย

KIDDEEPASS (คิดดีพาส) แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ที่คัดสรรวัตถุดิบแห่งการเรียนรู้สำหรับลูกน้อยไว้อย่างครบวงจร

นำโดย ณกุล ยุคล ณ อยุธยา จัดงานเปิดตัว KIDDEEPASS (คิดดีพาส) แอปพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้ภายใต้คอนเซปต์ “แอปพลิเคชั่นเดียวครบทุกประสบการณ์เรียนรู้” พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อยเติบโตอย่างสมวัย ณ ควอเทียร์ วอเตอร์ การ์เดน ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

ภายในงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกที่เต็มไปด้วยกิจกรรมเสริมทักษะและพัฒนาการของเด็กและครอบครัว จากพันธมิตรเครือข่ายของ KIDDEEPASS ณกุล ยุคล ณ อยุธยา ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท
คิดดีพาส จำกัด กล่าวว่า “KIDDEEPASS (คิดดีพาส) เกิดขึ้นจากแพร์ และพี่สาว พีช-สิตมน ผลดี มีลูกอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน จึงมีความต้องการที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนและกิจกรรมให้กับลูก แต่ด้วยในปัจจุบันข้อมูลที่จะต้องหาและศึกษายังค่อนข้างกระจัดกระจาย ไม่รวมอยู่ในที่เดียวกัน  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดแนวคิดที่ว่า จะดีกว่าไหม ถ้าหากมีแอปพลิเคชั่นที่สามารถรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูข้อมูล แล้วจองกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชั่นได้ด้วย แอปพลิเคชั่นนี้จึงเป็นเหมือนศูนย์รวมแหล่งการเรียนรู้ และสถานที่เสริมสร้างประสบการณ์ให้กับลูกน้อยอย่างครบวงจร จึงทำให้แพร์เกิดแนวคิดและมองเห็นโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจที่เกี่ยวกับครอบครัว จึงได้ชวนกลุ่มเพื่อนอย่าง
พงศ์ทิพย์ อรุณวัฒนาพร และอภิเษก เทวินทรภักติ ร่วมกันก่อตั้ง จนเกิดเป็นแอปพลิเคชั่นที่ชื่อ KIDDEEPASS (คิดดีพาส) ภายใต้คอนเซปต์ ‘แอปพลิเคชั่นเดียวครบทุกประสบการณ์เรียนรู้’ ค่ะ”

นอกจากนี้ภายในงานยังมีไฮไลท์พิเศษจาก 2 ครอบครัวคนดังอย่าง โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล
พร้อมด้วยลูกสาวลูกชายฝาแฝด น้องอลิน น้องอลัน และครอบครัว ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงลูกในแบบฉบับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ พร้อมทั้งยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ที่จูงมือมาให้กำลังใจทั้งครอบครัว อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล, เปิ้ล-รวิวัลย์ ชุณหะวัต ทานาก้า, นิศากร สิหนาทกถากุล,
นันทนัช-อัครัช มงคลรัตนชาติ, ศิริวรรณ พานิชชีวะ, อนัฆ-พรชนิก-อรรฆ์-พิงฆ์ นวราช, จุฑาทิพย์ อังสนานนท์, ตุ๊ย-ทิพนันท์ (ไกรฤกษ์) ศรีเฟื่องฟุ้ง
และ ธิรุตม์-จุฑาวรรณ สุวรรณมาศ ร่วมงาน โดยมี ซี-ฉัตรปวีณ์
ตรีชัชวาลวงศ์
รับหน้าที่พิธีกร

KIDDEEPASS (คิดดีพาส) ขอเชิญทุกท่านก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ของลูกน้อยได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น KIDDEEPASS ฟรีได้ทั้งในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.KIDDEEPASS.com

เครื่องซักผ้าซัมซุง สำหรับผู้หญิงยุคใหม่

ผู้หญิงกับเรื่องการแต่งตัวยังไงก็เป็นของคู่กัน แต่จะแค่เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับตัวเองแล้วจะปังคงไม่ใช่ เพราะสิ่งที่สำคัญพอๆกับเรื่องสไตล์การแต่งตัวก็คือความสะอาดและใส่สบายด้วย ซึ่งตัวช่วยที่ขาดไม่ได้สำหรับยุคนี้เลยก็คือ เครื่องซักผ้า

หมดยุคแล้วสำหรับเครื่องซักผ้าที่มีแต่ฟังก์ชั่นเดิมๆ ที่ต้องคอยสั่งงานที่ตัวเครื่องอย่างเดียว ล่าสุดมีเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำขึ้น และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคนี้มาก เพราะสามารถสั่งการทำงานทุกอย่างด้วยระบบ Smart Control เพียงโหลดแอพ Samsung Smart Home ที่ใช้ได้ทั้ง Android 4.0 และ iOS 8.0  จากสมาร์ทโฟนของเรา เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้เครื่องซักผ้าซัมซุงได้ทันที

โดยรุ่นนี้คือ WR24M9960KV/ST Combo All-In-One พร้อมด้วย Addwash, 21 กก. มีคุณสมบัติพิเศษสามารถซักผ้าพร้อมกันได้ถึง 2 ถัง โดยถังใหญ่ด้านล่างมีความจุถึง 21 ก.ก. ใหญ่จุใจ และถังเล็กด้านบนขนาด 3.5 ก.ก. เหมาะสำหรับซักผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยเช่น ถุงเท้าหรือ ชุดชั้นในโดยไม่ปะปนกันได้  โดยจะซักเสื้อผ้าทั้งหมดทีเดียว หรือแยกซักก็ทำได้

นอกจากนี้ยังออกแบบให้การทำงานของเครื่องมีสมรรถนะการตีฟองที่ดีกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยี Eco Bubble  เพิ่มพลังการทำความสะอาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แทรกซึมเข้าสู่เนื้อผ้าได้อย่างรวดเร็ว และขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างง่ายดาย ควบคู่ไปกับการถนอมผ้าและประหยัดพลังงาน หรือถ้าจะลงลึกกว่านั้น เพียงแตะที่ปุ่ม เทคโนโลยี Bubble Soak รอยเปื้อนต่างๆที่อยู่บนผ้าก็จะหลุดออกได้อย่างหมดจดเช่นกัน

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามาสำหรับเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ก็คือ Air Wash ขจัดกลิ่นและทำความสะอาดเนื้อผ้าไม่ว่าจะเป็นชุดสุดโปรดของคุณ หรือเครื่องนอน ก็ยังคงหอมสดชื่นอยู่เสมอ ด้วยการใช้ลมร้อนที่ทรงพลังขจัดกลิ่นอับชื้น แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้โดยไม่ต้องใช้น้ำร้อนหรือสารเคมี ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

ทำงานได้หลากหลายรูปแบบขนาดนี้ เจ้าเครื่องซักผ้า ซัมซุง รุ่น WR24M9960KV/ST Combo All-In-One กลับทำงานได้อย่างเงียบสนิท การสั่นสะเทือนก็น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ ส่วนการทำความสะอาดตัวเครื่องก็เป็นแบบอัติโนมัติ ทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน มีเทคโนโลยีแรงดันน้ำสูงเข้าไปขจัดทุกซอกคราบสกปรกที่สะสมอยู่ตามจุดต่างๆ ได้อย่างหมดจด

หาตัวช่วยมาดูแลเสื้อผ้าตัวโปรดทั้งทีก็ต้องเลือกให้ดีและใช้งานสะดวกสบายแบบนี้แหละถึงจะคุ้ม
สนใจสั่งซื้อเพิ่มเติม คลิกที่นี่