โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งความหรูหราเหนือกาลเวลาริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี นับเป็นสี่ทศวรรษแห่งความหรูหราเหนือกาลเวลา ณ ที่ตั้งอันโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันงดงาม ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ สถานที่พักผ่อนริมแม่น้ำอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้ได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมสร้างสรรค์ ช่วงเวลาแห่งความสุข (Moments of Joy) ที่น่าประทับใจ โดยการบริการแบบเอเชียที่อบอุ่น ผสานกับเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ขอเชิญแขกผู้มีอุปการคุณ ทั้งที่เป็นแขกประจำ และแขกท่านใหม่ทุกท่าน มาร่วมเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกท่านได้ “ค้นพบแชงกรี-ลาในแบบของคุณ” (Find Your Shangri-La) ผ่านประสบการณ์การรับประทานอาหารเลิศรส ณ ห้องอาหารและบาร์ชั้นนำของโรงแรมฯ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเป็นจุดหมายปลายทางริมแม่น้ำอันเป็นที่หนึ่งในใจของแขกผู้มาเยือนเสมอมา และเป็นสถานที่ที่ทุกการพักผ่อนได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถัน และทุกช่วงเวลาได้สะท้อนเอกลักษณ์ของโรงแรมแชงกรี-ลาอย่างแท้จริง

เนื่องในโอกาส “การเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งความหรูหราเหนือกาลเวลาริมแม่น้ำเจ้าพระยา” แขกผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินไปกับข้อเสนอพิเศษ ณ ห้องอาหารและบาร์ชั้นนำของโรงแรมฯ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยรับส่วนลดทันที 40% สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ อาหารจานพิเศษ เครื่องดื่ม และของว่างที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองสี่ทศวรรษแห่งรสชาติ ความผูกพันและช่วงเวลาอันน่าประทับใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ห้องอาหารและบาร์ที่ร่วมรายการ ประกอบไปด้วย

เน็กซ์ทู คาเฟ่  – ส่วนลด 40% สำหรับบุฟเฟต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำเลิศรส

  (วันอาทิตย์ ถึง วันพฤหัสบดี)

• โวลติ ทัสคาน กริลล์ แอนด์ บาร์ – ส่วนลด 40% สำหรับเมนูพิซซ่ารสชาติต้นตำรับ

• ห้องอาหารไทย ศาลาทิพย์ – ส่วนลด 40% สำหรับเมนูแกงซิกเนเจอร์

• ห้องอาหารจีน แชงพาเลซ – ส่วนลด 40% สำหรับเมนูซิกเนเจอร์

  และบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวันแบบไม่อั้น วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ในราคาพิเศษเพียง 888 บาทถ้วน

  สำหรับผู้ใหญ่ (สำหรับ 2 ท่านขึ้นไป)

• ล็อบบี้ เลานจ์ – ส่วนลด 40% สำหรับกาแฟและชาไทยแสนอร่อยแบบสั่งกลับบ้าน

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งความหรูหราเหนือกาลเวลาริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ขอเชิญแขกทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกับเรา ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำอันแสนมีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ มายาวนานตลอดสี่ทศวรรษ

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ขอขอบคุณแขกผู้มีอุปการคุณ พันธมิตร และชุมชนทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางแห่งความสำเร็จตลอด 40 ปีที่ผ่านมาของเรา ในขณะที่โรงแรมรำลึกถึงความทรงจำอันงดงามเหล่านี้ เราก็พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าไปสู่อนาคต และตั้งตารอที่จะต้อนรับแขก   ผู้มีเกียรติทุกท่านเพื่อสร้างสรรค์ช่วงเวลาอันน่าประทับใจอีกมากมายในทศวรรษต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร 0 2236 7777 อีเมล [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://tinyurl.com/40thAnni-DiningDelights


40 ปีแห่งช่วงเวลาพิเศษที่ แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เสิร์ฟโปรโมชั่นทรีตเมนต์นวดตัวที่ ชี่ แชงกรี-ลาสปา

ชี่ แชงกรี-ลาสปาร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การผ่อนคลายจากทรีตเมนต์นวดตัวคุณภาพระดับพรีเมียม 90 นาทีโดยนักนวดบำบัดมืออาชีพ ในราคาสุดพิเศษ ชำระเพียง 40% จากราคาปกติ เพียงท่านละ 1,978 บาทถ้วน* ต่อทรีตเมนต์ (จากราคาปกติ 4,944 บาทถ้วน) สำหรับทรีตเมนต์ดังต่อไปนี้

  • นวดอโรมาเพื่อการผ่อนคลาย
  • นวดแผนไทย
  • นวดผสมผสานแบบสยาม
  • นวดกล้ามเนื้อชั้นลึก

40 ปีแห่งช่วงเวลาพิเศษที่ แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ชำระเพียง 40% สำหรับทรีตเมนต์นวดตัวจากราคาปกติที่ ชี่ แชงกรี-ลาสปา

*กรุณาแสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่เคาน์เตอร์ต้อนรับที่ ชี่ แชงกรี-ลาสปา ก่อนเข้ารับบริการเพื่อรับข้อเสนอพิเศษนี้ สำหรับ 40 ท่านแรกต่อเดือนเท่านั้น เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ชี่ แชงกรี-ลาสปา ตั้งอยู่ที่ 2 อาคารกรุงเทพวิง โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11:00 น. ถึง 22:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองเวลาได้ที่ ชี่ แชงกรี-ลาสปาโทร. 0 2236 7777 หรืออีเมล [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://tinyurl.com/40thAnniOffer-ChiTheSpa-Media


กันแดดโทนอัป

ผิวผ่องสไตล์ไอดอล กับเทรนด์กันแดดโทนอัปสุดฮอต ลุคเนียนใส ไม่วอก ไม่พอก ไม่โป๊ะ!

กันแดดยุคนี้ ถ้าทำได้แค่ ‘ปกป้องผิว’ อาจไม่พอ เพราะ ‘TONE-UP SUNSCREEN’ คือเทรนด์มาแรงที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมกันแดดให้กลายเป็นตัวช่วยปรับผิวตั้งแต่สเต็ปแรก ทั้งเติมความสว่างอย่างพอดี และบาลานซ์อันเดอร์โทนให้ผิวดูใสขึ้นแบบแนบเนียน

เลยไม่แปลกที่ลุคของเซเลบซีซั่นนี้จะดูผิวผ่องมีออร่า ออร่าที่ไม่ได้มาจากความแน่นของเมคอัพ แต่คือผิวที่ดูดีตั้งแต่เบส เหมือนได้แสงบางๆ เป็นฟิลเตอร์คอยปรับผิวให้กระจ่างขึ้นตลอดเวลา

โทนอัพไอดอลตัวแม่อย่าง ออม-กรณ์นภัส, น้ำตาล-ทิพนารี, มิ้ลค์-พรรษา, เลิฟ-ภัทรานิษฐ์, หมิว-ณัชชา ที่มีผิวผ่องแบบมีมิติจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจของผิวผ่องสวยรับซัมเมอร์นี้

ขอย้ำอีกครั้งว่า ‘กระจ่าง’ ไม่ได้แปลว่าขาว แต่คือความผุดผ่องอย่างสม่ำเสมอ เพราะเสน่ห์ของกันแดดโทนอัพไม่ใช่การเปลี่ยนผิวให้เป็นอีกคน หากคือการดึงความใสในแบบของแต่ละคนออกมา ให้ผิวดูดีขึ้นในเวอร์ชันที่เลเวลอัพของตัวเอง

IDOL AURA GLOW : ผิวผ่องสไตล์ไอดอล กับเทรนด์กันแดดโทนอัปสุดฮอต ลุคเนียนใส ไม่วอก ไม่พอก ไม่โป๊ะ!

กันแดดโทนอัป

TONE UP IDOLS
ORM KORNNAPHAT @orm.kornnaphat
“ประเด็นพอก/ไม่พอกผิว ของสาวออมกลายเป็นไวรัลไปแล้ว แต่ใดๆ คือพื้นฐานผิวของน้องออมขาวกระจ่างอยู่แล้ว พอเติมโทนอัปเข้าไปเพื่ออัปเลเวลความสว่าง ยิ่งขับออร่าให้เด่นขึ้นไปอีก ‘ขาวเหมือนกำแพง’ อย่างที่พี่หลิงหลิงคนงามเธอแซวไว้ แต่เป็นกำแพงที่มีมิติ ไม่แบน ไม่วอก นี่แหละการใช้โทนอัปแบบถูกทาง”
BEAUTY EDITOR TIPS #01
ใส่ใจในการ
PREP ผิว
การเตรียมผิวตัวกำหนดว่าโทนอัปจะ ‘สวยหรือโป๊ะ’ ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น แล้วรอสกินแคร์เซ็ตตัวก่อนลงโทนอัป
* ถ้าผิวแห้ง → โทนอัปจะจับเป็นคราบ
* ถ้าผิวยังเปียก → สีผิวจะไม่สม่ำเสมอ

กันแดดโทนอัป

BEAUTY EDITOR’S PICKS
#01
DIOR
PRESTIGE LE PROTECTEUR UV JEUNESSE ET LUMIÈRE SPF 50+ PA++++
กันแดดสายลักชัวรีที่ผสานการปกป้องผิวระดับสูงเข้ากับการบำรุงเชิง ANTI-AGING ให้ฟินิชผิวดูโกลว์กระจ่างใสสวยแพง

กันแดดโทนอัป


TONE UP IDOLS

NAMTAN TIPNAREE @namtan.tipnaree
“สาวน้ำตาลเอาอยู่ทุกลุค ตั้งแต่ผิวขาวเหลืองแบบธรรมชาติ ไปจนถึงลุคที่สว่างขึ้นอีกเลเวลด้วยโทนอัปที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใส แต่สิ่งที่เหมือนเดิมคือความ ‘มีมิติ’ บนใบหน้า ที่ทำให้ถ่ายรูปออกมาคม สวย ไม่ดรอป”
BEAUTY EDITOR TIPS #02
ลงเฉพาะ
จุดที่อยากให้สว่าง
(ไม่ต้องทั้งหน้า) เช่น กลางหน้า ใต้ตา สันจมูก แล้วปล่อยขอบหน้าเป็นสีผิวจริง จะได้ effect แบบ ‘ผิวสว่างมีมิติ’

กันแดดโทนอัป

BEAUTY EDITOR’S PICKS
#02
ELIXIR

DAY CARE REVOLUTION TONE UP BEIGE SPF 50+ PA++++
กันแดดโทนอัปโทนเบจที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้นทันที พร้อมมอบฟินิชผิวเรียบเนียนและดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ

กันแดดโทนอัป


TONE UP IDOLS

MILK PANSA @panly.v
“น้องมิ้ลค์เลือกใช้โทนอัปแบบไม่เน้นความขาว แต่เน้นความสม่ำเสมอและผิวนวลเนียน โดยลงบางมากจนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนสีผิวชัดเจน แต่สิ่งที่ได้คือผิวที่ดูมีออร่าขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ลุคนี้ใช้ได้ทุกโอกาส แถมถ่ายรูปยังพลาดยาก”

BEAUTY EDITOR TIPS #03
ลงโทนอัปแต่บางเบา

แล้วค่อยเลเยอร์เพิ่ม แทนการโบกครั้งเดียว โดยใช้นิ้วแตะ-เกลี่ย-เพิ่ม ทีละนิดจนกว่าจะพอใจ เทคนิคนี้ช่วยให้ผิวดูเป็นผิว ไม่เป็นคราบลอย

กันแดดโทนอัป

BEAUTY EDITOR’S PICKS
#03
DECORTÉ
SUN SHELTER MULTI PROTECTION TONE UP CC 10

โทนอัป CC ที่ช่วยปรับโทนผิวและเบลอความไม่สม่ำเสมออย่างบางเบา ให้ผิวดูไบรท์ เรียบ และสมูธแบบงานผิวที่แท้จริง

TONE UP IDOLS
LOVE PATTRANITE @loverrukk
“สาวเลิฟก็เป็นอีกคนที่มีผิวขาวกระจ่างอยู่แล้ว โทนอัปจึงทำหน้าที่เป็นตัวเสริม ไม่ให้ผิวดรอปหรือจมเวลาออกงาน ความพิเศษคือผิวที่เนียนเบลอเหมือนติดฟิลเตอร์ ซึ่งเกิดจากการเตรียมผิวและการลงเบสที่ถูกต้อง”
BEAUTY EDITOR TIPS #04
เน้น ‘กด’ (PRESS) ไม่ใช่ ‘ถู’ (RUB)

ใช้อุปกรณ์อย่างแปรง ฟองน้ำ หรือมือ กดให้เนื้อซึมเข้าผิวแทนการปาด จะทำให้โทนอัป ‘กลืนกับผิว’ มากกว่าการลอยอยู่บนผิวหน้า

BEAUTY EDITOR’S PICKS
#04
ANESSA
BRIGHTENING UV SUNSCREEN GEL NA SPF50+ PA++++

กันแดดเนื้อเจลที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีการปกป้อง พร้อมช่วยให้ผิวดูสว่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในฟินิชที่เบาสบายผิว

TONE UP IDOLS
MEW NATCHA @mmiunatshaa
“ลุคของน้องหมิวแทบจะขาดโทนอัปไม่ได้ ทำให้ผิวดูเปล่งประกาย ยืนขนาบใครในงานไหนก็ไม่ดรอป บวกกับเมคอัพโทนนัวๆ ที่เข้ากับผิวสีน้ำนมแบบขาวนัว ไม่ลอย ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูกลมกลืนและสวยแพง สมเป็นหนึ่งใน REFERENCE การแต่งหน้าแห่งยุค”
BEAUTY EDITOR TIPS #05
เช็ค UNDERTONE ผิว

เพื่อป้องกันหน้าลอย/หน้าเทา จุดพลาดของคนใช้โทนอัปส่วนใหญ่คือเลือกสีไม่ตรงผิว สีต้อง MATCH ไม่ใช่แค่ขาวขึ้น
* ผิวเหลือง → ใช้โทนอัปอมเหลือง/พีช
* ผิวชมพู → ใช้โทนอัปอมชมพู
* ❌ ผิดโทน = เทา/วอกทันที

BEAUTY EDITOR’S PICKS
#05
SULWHASOO
UV DAILY TONE UP SUNSCREEN SPF50+ PA++++

กันแดดโทนอัปสายเกาหลีที่มอบผิวโกลว์นวลใสแบบ SKIN-LIKE พร้อมการบำรุงผิวตามสไตล์เอเชียนเฮอร์บัลแคร์


Gucci พลิกโฉมนาฬิกาไอคอนิก กับการกลับมาของ Horsebit และ Bamboo ปี 2026

Gucci (กุชชี่) ประกาศเปิดตัวนาฬิกาสองไลน์สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของเมซงอีกครั้ง ได้แก่ Horsebit และ Bamboo โดยการกลับมาในครั้งนี้เป็นการผสมผสานความคลาสสิกดั้งเดิมเข้ากับวัสดุสมัยใหม่และสไตล์ที่ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ที่หรูหราแต่เรียบง่ายในทุกวัน

Gucci พลิกโฉมนาฬิกาไอคอนิก กับการกลับมาของ Horsebit และ Bamboo ปี 2026

Horsebit จากอดีตบนอานม้า สู่ความหรูหราบนข้อมือ

สัญลักษณ์ Horsebit เริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ขี่ม้า ก่อนจะถูกนำมาใช้ในงานดีไซน์ของ Gucci ตั้งแต่ปลายยุค 1940 และกลายเป็นอัตลักษณ์ที่ทั่วโลกจดจำได้ทันที สำหรับคอลเล็คชั่นปี 2026 นาฬิกา Horsebit กลับมาพร้อมกับสัดส่วนใหม่ที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้นในขนาดตัวเรือน 27 x 23 มม.

ความโดดเด่นของรุ่นใหม่นี้คือการนำเสนอใน 5 รูปแบบที่แตกต่างกัน:

  • ความสง่างามในรูปแบบจิวเวลรี่: รุ่นที่ใช้สายกำไลสเตนเลสสตีลขัดเงา ถูกออกแบบให้มีความเป็นประติมากรรม โดยใช้รูปทรง Horsebit มาต่อกันเป็นสายโซ่ที่ดูหรูหรา มีให้เลือกทั้งหน้าปัดสีดำขรึมและสีเงินสะอาดตา
  • รายละเอียดที่ซ่อนเร้น: ทุกเรือนในคอลเล็คชั่นนี้จะมาพร้อมเม็ดมะยมประดับเรซินสีแดงเบอร์กันดี (Burgundy) ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงนวัตกรรมและประวัติศาสตร์ของแบรนด์ได้อย่างลุ่มลึก
  • สัมผัสแห่งความอ่อนหวานและคลาสสิก: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสายหนัง มีตัวเลือกทั้งสีแดงเบอร์กันดีที่เข้าคู่กับหน้าปัด และสีชมพูพาวเดอร์พิงค์ (Powder Pink) ที่มอบลุคละมุนตา รวมถึงรุ่นเลอค่าอย่างตัวเรือนเคลือบทองสีเหลือง (Yellow Gold-plated) จับคู่กับหน้าปัดและสายหนังสีดำ ซึ่งเป็นนิยามของความหรูหราที่อยู่เหนือกาลเวลา

Bamboo งานฝีมือที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์

หากพูดถึงนวัตกรรมที่เกิดจากความชาญฉลาด Bamboo คือคำตอบนั้น ในช่วงยุค 1940 ที่วัสดุขาดแคลน Gucci ได้ริเริ่มนำไม้ไผ่มาดัดด้วยความร้อนเพื่อทำเป็นหูจับกระเป๋า จนกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิต ในปี 2026 เสน่ห์ของงานฝีมือชิ้นนี้ได้ถูกย่อส่วนลงบนนาฬิกาขนาด 22 x 17 มม.

คอลเล็คชั่น Bamboo ใหม่นี้นำเสนอความหลากหลายถึง 4 สไตล์:

  • วัสดุธรรมชาติ: รุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดคือการใช้ไม้ไผ่จริงมาประกอบตัวเรือนและสาย ผสานเข้ากับหน้าปัดสีขาว มอบความรู้สึกธรรมชาติแต่ภูมิฐาน
  • ความทันสมัยที่เรียบง่าย: รุ่นสายกำไลสเตนเลสสตีลที่ขึ้นรูปเลียนแบบปล้องไม้ไผ่ มีให้เลือกทั้งหน้าปัดสีขาวและดำ เหมาะสำหรับการสวมใส่เป็น Everyday Wear
  • เสน่ห์แบบทูโทน: รุ่นเรือนเคลือบทองคู่หน้าปัดขาว ที่ยกระดับความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่ออยู่บนข้อมือ

ก้าวใหม่ของ Gucci ภายใต้การนำของ Demna

การเปิดตัวครั้งนี้ที่เจนีวา ไม่ใช่เพียงการนำของเก่ามาทำใหม่ แต่เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของ Demna ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และ Francesca Bellettini ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่มุ่งเน้นการนิยามความหรูหราในมุมมองใหม่ โดยยังคงให้ความสำคัญกับงานฝีมือแบบอิตาลี (Italian Craftsmanship) และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง


ภาพและข้อมูล: Gucci

จากตำนานสู่ดีไซน์ใหม่ เผย Baguette 26424 Re-Edition ใน Milano Design Week

FENDI เตรียมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นพิเศษ Baguette 26424 Re-Edition อย่างเป็นทางการภายในงาน Milano Design Week 2026 พร้อมเสิร์ฟไลน์อัพรุ่นไอคอนิกที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ Palazzo FENDI Milano ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนเป็นต้นไป

สำหรับคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2026–27 ภายใต้การรังสรรค์ของ Maria Grazia Chiuri กระเป๋า Baguette ถูกพากลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งผ่านรหัส “26424” ซึ่งเป็นรหัสรุ่นแรกตั้งแต่ปี 1997 โดยครั้งนี้ถูกตีความใหม่ให้มีโครงสร้างที่นุ่มนวลขึ้น พร้อมฟังก์ชันการสะพายใต้วงแขนที่คล่องตัวและสบายยิ่งกว่าเดิม

คอลเล็คชั่นนี้ประกอบด้วยทั้งหมด 20 ดีไซน์ โดยมี 6 รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับมิลาน ซึ่งเคยเผยโฉมครั้งแรกบนรันเวย์ Fall/Winter 2026–27 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทุกดีไซน์หยิบแรงบันดาลใจจากอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ มาพร้อมป้ายโลหะ Re-Edition และบรรจุในกล่องไม้ดีไซน์พิเศษที่ตีความจากลังงานศิลปะ ตกแต่งด้วยลายสเตนซิล รัดด้วยสายผ้าแคนวาสสีเหลือง และปิดท้ายด้วยหัวเข็มขัดโลโก้โลหะอย่างประณีต

แนวคิดของบรรจุภัณฑ์ยังถูกต่อยอดไปสู่วินโดว์ดิสเพลย์ในงาน Milano Design Week 2026 ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของ Baguette ผ่านลังไม้แขวนและวิดีโออินสตอลเลชันที่ชวนให้หยุดมอง

หลังจากงาน Milano Design Week 2026 จบลง กระเป๋าคอลเล็คชั่นดังกล่าวจะวางจำหน่ายต่อที่ New York 57 และ Shanghai IFC พร้อมพื้นที่จัดแสดงพิเศษภายในบูติก เรียกว่าอีกหนึ่งคอลเล็คชั่นที่เต็มไปด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟ


ข้อมูลและภาพ: Fendi

‘อากาศร้อน หัวใจก็อย่าร้อน เดี๋ยวคู่กระเจิง ใครเอ่ย?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 20-26 เมษายน 2569

‘อากาศร้อน หัวใจก็อย่าร้อน เดี๋ยวคู่หายหมด’

ดวงรายสัปดาห์ 20-26 เมษายน 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับดวงของชาวอาทิตย์หลังจากพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันแล้ว ก็เตรียมรับมือกับแรงกดดันจนสามารถสร้างความเครียดให้กับคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ นักการศึกษา ติวเตอร์ เทรนเนอร์ โค้ชชิ่ง ด้วยความที่คุณทำงานมีประสิทธิภาพ มีความรอบรู้ในวิชาการ เป็นเสมือนความหวังของผู้บังคับบัญชา ดังนั้น ในรอบ 7 วันนี้จึงควรเตรียมความพร้อมให้ดี หากคุณจะถูกมอบหมายให้เป็นตัวแทนหมู่บ้านไปทำภารกิจสำคัญ ซึ่งคุณก็สามารถดำเนินภารกิจได้สำเร็จลุล่วงสมดังหวัง  

การเงิน  :  สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำเดือนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเงินเกษียณ เงินผู้สูงอายุ เงินประกันสังคม ในรอบสัปดาห์นี้หากคุณคิดจะลงทุนทำธุรกิจ ก็สามารถลงทุนได้ แต่ขอให้ทำเอง อย่าร่วมหุ้นลงทุนกับใคร ที่สำคัญอย่าติดสินบน หรือทุจริต เพราะมีโอกาสที่คุณจะล้มทั้งกระดาน  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้คู่ครองจะส่งเสริมและสนับสนุน เป็นที่พึ่งให้กับครอบครัว ขณะที่ตัวคุณจะเข้าสู่โหมดขี้เกียจ อยากอยู่คนเดียว แต่ก็แอบเรียกร้องและคาดหวังคู่ครอง  คนโสด  สัปดาห์นี้คุณช่างเลือกมากๆ ต้องดูครบหมดทุกมิติ มิเช่นนั้นก็ต้องให้ผู้ใหญ่มาช่วยคัดกรอง สำหรับผู้ที่จะผ่านเกณฑ์การพิจารณา น่าจะเป็นต่างชาติหรือทำงานด้วยกัน

 สุขภาพ  :   หากจะเดินทางออกนอกสถานที่ควรให้ความสำคัญกับความสะอาด ทั้งอาหาร ที่พัก และสถานที่สาธารณะ เพราะมีโอกาสที่คุณจะติดเชื้อไวรัสกลับมาบ้าน แล้วไม่ใช่เชื้อธรรมดา เพราะมีความเสี่ยงที่จะต้องรักษากันยาวนานเลยทีเดียว  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  หลังจากไปชุ่มฉ่ำกับเทศกาลแห่งความสุขกันมาแล้ว ก็ขอต้อนรับชาวจันทร์กลับมาทำงานพร้อมกับความกดดันที่รออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เช่น เดลิเวอร์รี่ โลจิสติกส์ มัคคุเทศก์ ทางการทูต หรือธุรกิจระหว่างประเทศ เหล่านี้ ในช่วง 7 วันนี้คุณมีโอกาสถูกมอบหมายให้เป็นตัวแทนหมู่บ้านไปทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน หรือใช้ความสามารถทางภาษา ก็ไม่ต้องเครียดนะคะ ทำงานตามเซ้นส์ตัวเองบอกเลย แล้วคุณจะได้รับความร่วมมือที่ดีกลับมา

การเงิน  :  มีรายได้เข้ามาแบบฟลุ๊คๆ จากการเดินทางและติดต่อประสานงาน แต่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ เงินใต้โต๊ะ หรือการทุจริตทุกรูปแบบ รวมถึงต้องระวังถูกคนใกล้ชิดหรือคนรักหลอก  ซึ่งจะทำให้คุณเสียมากกว่าได้  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้คู่ครองเลิศค่ะ นอกจากจะสนับสนุนและส่งเสริมในเรื่องหน้าที่การงาน เป็นที่พึ่งให้คุณได้แล้ว ยังเตรียมโปรแกรมไปฮันนีมูนรอบที่ร้อยอีกด้วย  คนโสด  สัปดาห์นี้ชาวจันทร์มีเฮ เพราะมีโอกาสได้พบรักระหว่างเดินทาง แม้อากาศจะร้อน ก็อย่าหัวร้อน ขี้โมโห หงุดหงิดล่ะ เดี๋ยวจะถูกแม่ตะเพิดไปหมด

สุขภาพ  :   ต้องระวังในเรื่องช่องท้อง ลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และโรคกระเพาะ อย่าเครียด เพราะความเครียดเป็นอาหารอันโอชะของโรคร้าย มีความเสี่ยงที่จะรักษายาวนาน  รวมถึงระวังอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เช่น เดินชนนั้นนี่ ฟกช้ำตามร่างกาย

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน    ชาวอังคารก็ยังคงร้อนแรงไม่แผ่วนะคะ แต่สัปดาห์หลังปีใหม่ไทยนี้เป็นความร้อนแรงที่รุนแรง เสี่ยงต่อการปะทะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องเดินทางไปๆ มาๆ เช่น เดลิเวอร์รี่ โลจิสติกส์ มัคคุเทศก์ ทางการทูต การท่องเที่ยว หรือธุรกิจระหว่างประเทศ หากคุณกำลังตั้งความปรารถนาสิ่งหนึ่งสิ่งใดไว้อย่างแรงกล้า ก็อยากให้ทำใจไว้บ้าง เพราะในรอบ 7 วันนี้คาดว่าจะมีปัญหาขลุกขลัก ทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ตลอดเวลา อาจมีปัญหาทางเอกสารราชการ นำไปสู่ความขัดแย้งจนถึงขั้นไปต่อไม่ได้ ทางที่ดีควรหาเพื่อนรู้ใจมาทำงาน หรือปรึกษาผู้มีประสบการณ์หรือความรู้

การเงิน  :   จริงๆ คุณมีโอกาสได้รายได้จากการเดินทางและการติดต่อประสานงาน แต่ก็ควรระวังจะถูกหลอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรเป็นนายหน้าให้ใครกู้เงิน หรือเซ็นสัญญาค้ำประกันให้ใคร มีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับภาระหนี้แทน

ความรัก  :  สำหรับคู่ครองที่เดินทางไปใช้เวลาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยกัน จากความสุขมีโอกาสกลายเป็นทุกข์ได้ ความรุนแรงถึงขนาดที่คุณต้องตัดสินใจเลยว่า จะไปต่อดีหรือไม่เลยนะ  คนโสด  จริงๆ สัปดาห์นี้ชาวอังคารมีเสน่ห์นะเนี่ย แต่เพราะคุณขี้โมโห หงุดหงิดง่าย เลยมีโอกาสที่จะไล่ตะเพิดคนที่มาจีบคุณหนีแทบไม่ทัน  

สุขภาพ  :  ต้องระวังในเรื่องช่องท้อง ลำไส้ ระบบย่อยอาหาร อย่าเครียดนะคะ เพราะความเครียดจะลงกระเพาะ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือหัวใจ รวมถึงโรคหัวใจทุกชนิด รองลงมาคือ สายตา ระวังตระกูลต้อจะมาเยือนแล้ว

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์หลังขึ้นปีใหม่ไทยของชาวพุธนั้น ต้องบอกว่ามีโอกาสดีๆ รออยู่ เป็นโอกาสที่รอให้คุณได้ใช้ความสามารถ ประสบการณ์ พระเดชและพระคุณ ไปเริ่มต้นบุกเบิกงานใหม่รวมถึงงานเก่าที่รอให้คุณไปวางระบบใหม่ โดยแลกกับค่าตอบแทนที่สูงกว่างานที่ทำอยู่ ส่วนจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดก็สุดแต่ความพยายามของคุณเอง  

การเงิน  :  เงินสะพัดล่ะค่ะสัปดาห์นี้ ทั้งรายได้ที่จะมีเข้ามาไม่ขาดสายและมีผลตอบแทนสูงด้วย แต่คุณก็มือเติบ เลี้ยงดูเพื่อนฝูงและมิตรสหายแบบไม่ยั้งเหมือนกัน เก็บเงินไว้บ้างนะคะ

ความรัก  :  ก็มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกล่ะค่ะ แต่เป็นการใช้เงินซื้อความสุขมากกว่า เช่น กิน เที่ยว ชอปปิ้ง ติดพันสงกรานต์ คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักกับรุ่นน้อง แล้วคุณก็จะเป็นรุ่นพี่สายเปย์ ก็นับว่าโชคดีที่น้องคนนี้หวังดีกับคุณอย่างแท้จริง

สุขภาพ   :   จริงๆ คุณก็ดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก็อย่าประมาท หักโหมทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ เพราะสัปดาห์นี้คุณมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยจากการปฏิบัติงาน

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับชาวพฤหัสบดีที่กำลังจะไปเริ่มงานใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายบุญ สายช่วยเหลือสังคม สังคมสงเคราะห์ มูลนิธิ ฯลฯ นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีฉลองปีใหม่ไทย เพราะมีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา หรือหากคุณไปรับตำแหน่งผู้บริหารก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับบริวารที่ดี ไฟแรง แต่อย่าเพิ่งท้อ หากจะมีบททดสอบเข้ามาในรูปแบบต่างๆ เพราะหากคุณก้าวข้ามผ่านจุดนี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับนับว่าคุ้ม  

การเงิน  :   รู้จักใช้เงิน และวางแผนการเงินของตัวเองอย่างมีระบบ สัปดาห์นี้มีโอกาสมีโชคจากการเดินทางหาเงินนอกบ้าน แต่ควรดูให้ดีว่าเป็นเงินเทาหรือเปล่า เพราะจะได้ ไม่คุ้มเสีย  

ความรัก  :  สัปดาห์นี้ชาวพฤหัสมีอารมณ์สุนทรี อ่อนไหวและโรแมนติก โหยหาความอบอุ่นอย่างมากจนกลายเป็นเรียกร้อง ระวังเขาจะลำไยใส่นะคะ คนโสด  หากใครที่ผิดหวังกับความรักมา 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ สัปดาห์นี้มีลุ้นค่ะ แต่คงต้องฟาดฟันกับคนอื่นหน่อยนะคะ เพราะเขามีคู่แล้ว  

สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้ชาวพฤหัสอย่ากลั้นปัสสาวะนะคะ เพราะมีความเสี่ยงที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา นอกจากนั้นก็ยังต้องระวังเรื่องไขมัน ความดัน และเบาหวานที่จะสร้างปัญหาให้คุณในระยะยาว  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับสัปดาห์เริ่มต้นปีใหม่ไทยของชาวศุกร์นั้น ก็ยังประมาทไม่ได้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายช่างฝีมือทุกประเภท งานมวลชน เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ นักกฎหมาย นักการทูต ฯลฯ จริงๆ แล้วคุณมีความอัจฉริยะอยู่ในตัว สามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้เร็ว และมีความคล่องตัวสูง มีความเป็นไปได้ว่าในช่วง 7 วันนี้คุณจะมีโอกาสได้บุกเบิกงานใหม่ซึ่งมีการแข่งขันสูง จึงมีความท้าทายสูง ดังนั้น หากจะให้ดีก็อย่าเพิ่งปล่อยของหมด ทำแบบเซฟไว้ดูทิศทางก่อน

การเงิน  :  สัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะเน้นทำงานเพื่อกล่องมากกว่าเพื่อเงิน แต่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปใย  เพราะยิ่งให้ยิ่งได้ คุณจะสามารถหาเงินเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

ความรัก :   สัปดาห์นี้ชาวศุกร์จะให้ความสำคัญกับความรักมากมาย บูชาความรักว่าอยู่เหนือสิ่งอื่นใด และให้ความสำคัญกับความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว คนโสด  สำหรับชาวศุกร์ที่อกหักแล้วยังก้าวผ่านไม่ได้ สัปดาห์นี้อาจเป็นนิมิตหมายที่ดีให้คุณได้พบรักใหม่ จนไปถึงแต่งงานเลย

 สุขภาพ  :  ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้วนะ หากคุณกำลังนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมๆๆ คงต้องเหยียดแขนขา ทำกายบริหารบ้างแล้ว เพราะเส้นต่างๆ จะยึดตึง ส่งผลให้ปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ นอกจากนั้นยังต้องระวังอาการภูมิแพ้ และผิวหนังอักเสบด้วย  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  ชาวเสาร์เริ่มต้นสัปดาห์หลังปีใหม่ไทยนี้เทพพระเสาร์มาสถิตอยู่กับท่านด้วย จึงนำพาความเครียด ความจริงจังกับชีวิตมาให้ด้วย นอกจากนั้นยังมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จกับงานที่ทำอีกด้วย แต่อยากบอกว่า ช่วงนี้ดวงคุณยังไม่เปิด เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปได้ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขลุกขลัก ติดปัญหาตลอดๆๆ มีการใส่ร้ายป้ายสี จนถึงเอกสารทางราชการผิดพลาด จนคุณทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม มีโอกาสที่จะท้อถอยต่อโชคชะตาได้ง่ายๆ ทางที่ดีควรอดทน นิ่ง ใจเย็นๆ อย่าใช้ความรุนแรงกลับไปเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการแตกหักได้ง่ายๆ

การเงิน  :  รายได้มาจากอำนาจ วาสนาที่อยู่ในตัวคุณ และความขยันทำงานหนัก ซึ่งคุณก็รู้จักใช้และวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว ที่สำคัญอย่าเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน หรือเซ็นสัญญาค้ำประกันให้ใคร เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะรับผิดชอบแทน

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณน่าจะเลือกทำงานก่อนครอบครัวค่ะ เพราะจริงๆ แล้วคุณแอบเปรียบเทียบครอบครัวคุณกับคนอื่นอยู่ แล้วพยายามจะทำให้เหมือนเขา  คนโสด  ก็เช่นกัน คุณขอให้เวลากับการทำงานก่อนการมีครอบครัว เพราะคุณรู้แล้วว่า ความรักกับความเป็นจริงอยู่กันคนละโลก มีเงินเดี๋ยวความรักก็มา แต่หากไร้เงิน ก็ไร้เงาของคนรัก

สุขภาพ   : สัปดาห์นี้ด้วยอิทธิพลของเทพพระเสาร์ ทำให้ชาวเสาร์เครียดและจริงจังกับชีวิตมากจนมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน เช่น ระบบย่อยอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ กับระบบประสาท ปวดศีรษะ ไมเกรน รวมถึงโรคหัวใจ และสายตาด้วย

Coachella 2026

ลิซ่า Coachella 2026 กับลุคกูตูร์จาก Iris van Herpen ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

ซูมอินลุคของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล บนเวที Coachella 2026 ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และกลายเป็นไวรัลในเทศกาลปีนี้ โดยเฉพาะการปรากฏตัวในโชว์ของ Anyma ที่เธอเลือกสวมชุดกูตูร์จาก Iris van Herpen ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างชัดเจน

ลิซ่า Coachella 2026 กับลุคกูตูร์จาก Iris van Herpen ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

(Photo by Kevin Mazur/Getty Images for Coachella)

ชุดที่ลิซ่าสวมใส่เป็นผลงานชุดกูตูร์สั่งตัดพิเศษที่พัฒนาต่อยอดจากดีไซน์ของแบรนด์ โดยมีโครงสร้างแบบหลายชั้น ใช้วัสดุโปร่งแสงและสะท้อนแสง ทำให้เมื่ออยู่บนเวทีที่มี การจัดแสง และภาพกราฟิกบนเวทีขนาดใหญ่ โดยชุดจะเกิดเอฟเฟกต์เปลี่ยนสีและมิติไปตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย

สำหรับ Iris van Herpen เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นด้านการใช้เทคนิคอย่าง laser-cut, 3D printing และ hand-assembled structure ซึ่งลุคของลิซ่าก็สะท้อนเอกลักษณ์เหล่านี้อย่างครบถ้วน

ในด้านการออกแบบ ซิลูเอตของชุดไม่ได้ยึดรูปทรงเสื้อผ้าแบบดั้งเดิม แต่เป็นโครงสร้างที่โอบล้อมร่างกาย คล้ายงานประติมากรรมมากกว่าชุดทั่วไป เส้นสายที่โค้งและแผ่ขยายออกจากลำตัวช่วยสร้างความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ลุคนี้เหมาะกับโชว์ของ Anyma ที่มีการใช้ภาพกราฟิกและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นองค์ประกอบหลักบนเวที Coachella

อีกจุดที่ทำให้ลุคนี้ถูกพูดถึง คือการเลือกแบรนด์ที่มีจุดยืนชัดในระดับกูตูร์ ไม่ใช่แบรนด์ที่นิยมใช้ในเทศกาลดนตรีทั่วไป ซึ่งมักเน้นสไตล์โบฮีเมียนหรือ Y2K การเลือก Iris van Herpen ทำให้ภาพของลิซ่าบนเวทีครั้งนี้ดูแตกต่าง และใกล้เคียงกับแฟชั่นโชว์ระดับโลกมากกว่าลุคเฟสติวัลทั่วไป

นอกจากตัวชุดแล้ว การจัดแสง และภาพกราฟิกบนเวทีก็มีบทบาทสำคัญในการทำให้ดีไซน์โดดเด่นขึ้น วัสดุที่สะท้อนแสงช่วยให้ชุดเปลี่ยนเฉดสีตามมุมมองของผู้ชม ทำให้ทุกเฟรมที่ถูกถ่ายออกมามีความแตกต่างกัน


Watches and Wonders

Cartier Watches & Wonders 2026 เสน่ห์ที่ไม่ต้องซับซ้อน แต่สะกดทุกสายตา

ในงาน Watches and Wonders Geneva 2026 ปีนี้ Cartier เลือกเล่าเรื่องของตัวเองแบบชัดเจนมากขึ้น แทนที่จะเน้นความซับซ้อนของกลไกเพียงอย่างเดียว แบรนด์หันกลับไปโฟกัสสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดมาตลอด นั่นคือ “รูปทรงของนาฬิกา” และ “ความงามแบบเครื่องประดับ” ที่ทำให้ Cartier แตกต่างจากแบรนด์นาฬิกาอื่น

Cartier Watches & Wonders 2026 เสน่ห์ที่ไม่ต้องซับซ้อน แต่สะกดทุกสายตา

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การครบรอบ 10 ปีของคอลเล็คชั่น Cartier Privé ซึ่งเป็นไลน์ที่นำดีไซน์จากอดีตกลับมาทำใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์เดิม แต่ปรับรายละเอียดให้เหมาะกับการใส่ในปัจจุบัน รุ่นที่ถูกพูดถึงมากในปีนี้ ได้แก่ Tank Normale ที่ยังคงรูปทรงเรียบตรงแบบคลาสสิก Tortue Chronographe ที่ใช้เคสทรงโค้งพร้อมฟังก์ชันจับเวลา และ Crash Squelette ที่โชว์กลไกภายในแบบสเกเลตัน โดยออกแบบให้เข้ากับเคสทรงบิดของรุ่น Crash ได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งกลุ่มที่เด่นมากคือ Jewellery Watch ซึ่ง Cartier ทำออกมาให้ดูเหมือนเครื่องประดับมากกว่านาฬิกา อย่าง Baignoire และ Myst de Cartier ที่เน้นตัวเรือนทรงกำไล ประดับเพชร และออกแบบให้สวมใส่ง่าย จุดสำคัญไม่ใช่การดูเวลาอย่างชัดเจน แต่เป็นการใช้เป็นแอ็กเซสซอรีที่ช่วยเติมลุคให้สมบูรณ์

Cartier ยังนำรุ่นไอคอนิกบางรุ่นกลับมาอีกครั้ง พร้อมปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน Roadster ถูกออกแบบสัดส่วนใหม่ให้ใส่ง่ายขึ้น และมีระบบเปลี่ยนสายที่สะดวก ขณะที่ Santos-Dumont เพิ่มตัวเลือกหน้าปัดและสายแบบใหม่ และ Santos Chronograph ก็ถูกพัฒนาให้ดูสปอร์ตขึ้น แต่ยังคงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์

ในด้านงานฝีมือ Cartier ยังคงให้ความสำคัญกับรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการลงยา การทำพื้นผิวหน้าปัด หรือการประดับอัญมณี ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้กับนาฬิกาแต่ละเรือน และทำให้แต่ละชิ้นดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น

ภาพรวมของ Cartier ในปีนี้จึงไม่ใช่การพยายามทำอะไรใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำสิ่งที่แบรนด์ทำได้ดีอยู่แล้วมาพัฒนาให้ชัดขึ้น ทั้งเรื่องดีไซน์ การสวมใส่ และการใช้งาน ทำให้นาฬิกาไม่ได้เป็นแค่เครื่องบอกเวลา แต่เป็นไอเท็มที่ใช้แสดงสไตล์ของตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น


ATEEZ

ATEEZ (เอทีซ) ระเบิดพลังปิดฉากเวิลด์ทัวร์สุดแฟนตาซีในประเทศไทย

ATEEZ ปิดฉากเวิลด์ทัวร์ในไทยอย่างยิ่งใหญ่ ขน 26 บทเพลงระเบิดความมันระดับโกลบอลสตาร์ พร้อมสเตจโซโล่ที่เผยเสน่ห์เกินต้านทาน งานนี้ ATINY ไทยฮาร์ทเรทพุ่งแบบฉุดไม่อยู่ สมศักดิ์ศรีเจ้าพ่อเพอร์ฟอร์แมนซ์แห่งยุค

 ปิดฉากเวิลด์ทัวร์อย่างยิ่งใหญ่และอลังการสมการรอคอย สำหรับ “ATEEZ 2026 WORLD TOUR [IN YOUR FANTASY] IN BANGKOK” คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ 8 หนุ่ม ATEEZ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 ณ อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 5–6 โดยความร่วมมือระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ AEG, PK Entertainment และ Sound Rhythm

 กับการแสดงที่เหนือคำบรรยาย โปรดักชันแสง สี เสียง อัดแน่นทุกบีท ต้อนรับการกลับมาในรอบ 3 ปี ให้ ATINY ไทย (ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ได้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงและศิลปินที่พวกเขาคิดถึงในบรรยากาศสุดแฟนตาซี โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเติมเต็มทุกความรู้สึกและจินตนาการของแฟนๆ ตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม

เปิดฉากด้วย VCR บอกเล่าเรื่องราวของ THE SHAPE OF FANTASY ท่ามกลางเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ ก่อนที่ 8 หนุ่ม ฮงจุง (HONGJOONG), ซองฮวา (SEONGHWA), ยุนโฮ (YUNHO), ยอซัง (YEOSANG), ซาน (SAN), มินกิ (MINGI), อูยอง (WOOYOUNG) และ จองโฮ (JONGHO) จะปรากฏตัวด้วยวิชวลสุดปังในคอสตูมสีแดง-ดำ เพิ่มคาริสม่าความเท่แบบพุ่งทะลุปรอท แมตช์กับแฟนๆ ที่พร้อมใจกันแต่งกายในธีมสีเดียวกัน

ATEEZ(เอทีซ) ประเดิมความร้อนแรงด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์หนักแน่นในเพลง BOUNCY, I’m The One และ Blind ที่เพิ่มความอินด้วยวงที่ผสานเข้ากับเสียงร้องสดอันทรงพลัง ก่อนจะทักทายแฟนชาวไทยด้วยประโยคหวานๆ ว่า “ATINY คิดถึงพวกเราไหมครับ พวกเราก็คิดถึงเหมือนกันครับ” ความสนุกทวีคูณด้วยเซอร์ไพรส์สเตจโซโล เริ่มจาก ยุนโฮ ในเพลง Slide to me กับสไตล์ R&B Funk, ซองฮวา ที่สะกดสายตาในเพลง Skin, ยอซัง กับโชว์สุดลึกลับใน Legacy ตามด้วยพลังเสียงของ อูยอง และเมนโวคอลอย่าง จองโฮ ในเพลง To be your light ก่อนจะเบรกอารมณ์ด้วยเพลงซึ้งอย่าง Turbulence

เข้าสู่ช่วงปาร์ตี้กับ Lemon Drop และ Shaboom ต่อด้วยสเตจของ ซาน ในเพลง Creep และการรวมตัวในเพลง Outlaw จากนั้น ฮงจุง เปลี่ยนฮอลล์ให้กลายเป็นคลับในเพลง NO1 และเดือดสุดขีดกับ มินกิ ในเพลง AUTOBAHN+ROAR ที่แร็ปได้ดุดันจนแฟนๆ แทบกลายร่างเป็นหมาป่าตาม

ในช่วงท้าย กราฟความสนุกพุ่งทะยานด้วยเพลงฮิต WORK, Ice On My Teeth, In your Fantasy และช่วง ATEEZ Medley ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยเพลง Now this house ain’t a home, Enough, Curtain Call และอังกอร์สุดเดือดในเพลง The Real นอกจากโชว์ที่เตรียมมาอย่างดี ATINY ไทยยังจัดเซอร์ไพรส์ด้วยโปรเจกต์แบนเนอร์ข้อความ “จาก 973 วันที่รอคอย เหลือเพียงศูนย์ เพราะวันนี้ได้เจอพวกเธอแล้วนะทีจึ” พร้อมร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังให้กับพี่ใหญ่อย่าง ซองฮวา ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น

ตลอด 3 ชั่วโมง กับ 26 บทเพลง ตอกย้ำความเป็นโกลบอลสตาร์ของ ATEEZ(เอทีซ) ได้อย่างไม่มีข้อสงสัย และทำให้ ATEEZ 2026 WORLD TOUR [IN YOUR FANTASY] IN BANGKOK กลายเป็นภาพจำที่สวยงามและแฟนตาซีสมชื่ออย่างแท้จริง

#ATEEZinBKK #ATEEZinBangkok #In_Your_Fantasy_bkk

อิ่มเอมเสน่ห์บ้านนา เปิดดีเทลงานหมั้นสไตล์ไทยอีสาน “ญาญ่า อุรัสยา – ณเดชน์ คุกิมิยะ”

ไม่ใช่เป็นเพียงงานที่คู่บ่าวสาวรอคอย แต่คนทั้งประเทศยังรอร่วมแสดงความยินดี สำหรับงานของสองนักแสดงมากความสามารถอย่าง ญาญ่า อุรัสยา และณเดชน์ คูกิมิยะ ที่จูงมือกันเข้าพิธีหมั้นแสนอบอุ่น ตามประเพณีไทยของภาคอีสาน

จากความประทับใจในงานหมั้นของทั้งคู่ แพรว จึงขอบันทึกรายละเอียดอันแสนประณีตตามขนบไทยอีสานดั้งเดิมนี้ไว้เป็นความทรงจำ

พิธีกินดอง

ในเช้าวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.09 น. ณ บ้านยิ่งเย็น จังหวัดขอนแก่น พิธีการได้เริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่การแห่ขบวนขันหมากเพื่อสู่ขอตามขนบธรรมเนียมไทย โดยบรรยากาศของการกั้นประตูประทองก็เป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน เมื่อเจ้าบ่าวต้องทำภารกิจต่างๆ เพื่อผ่านประตู แต่ละด่านพากันเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากแขกภายในงาน รวมถึงเจ้าสาวที่เฝ้ารออยู่ริมระเบียง

หลังจากแห่ขันหมากเสร็จสิ้น จึงเข้าสู่พิธีการตามประเพณีของภาคอีสาน ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการผูกข้อไม้ข้อมือและรับพรจากญาติผู้ใหญ่ เป็นโมเมนต์สำคัญที่จะอยู่ในใจของคู่บ่าวสาวไปตลอดนับจากนี้

นอกจากส่วนพิธีการที่เรียบง่ายและเป็นไปตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมจนสร้างความประทับใจให้ผู้คนมากมายแล้ว ความเป็น “อีสาน” ในงานหมั้นครั้งนี้ยังเต็มเปี่ยม เริ่มตั้งแต่ชุดไทยอีสานของบ่าวสาว ซึ่งได้รับเกียรติจาก อาจารย์ วีรธรรม ตระกูลเงิน บรมครูหัตถศิลป์ มาเป็นผู้ออกแบบในครั้งนี้ รวมถึงยังให้รายละเอียดเครื่องแต่งกายผ่านเฟซบุ๊ก Weeratham Taragoonngernthai ไว้ว่า

“ชุดอีสาน ของเจ้าสาวนุ่งซิ่นทอไหมคำลายล่อง สวมเสื้อปั๊ดปักทองแล่ง สะพักผ้าแพรแดงยกดอกติดขลิบริม ของเจ้าบ่าวนุ่งโจง ผ้าวาแดงเชิง สวมเสื้อในแขนยาว ทับนอกด้วยเสื้อเอวสั้นปัตหล่าปักทองแล่ง เกี้ยวผ้ากรองสี”

นอกจากนี้ยังให้ความหมายของสีแดงครั่งไว้ว่า “ความมั่งคั่งร่ำรวย ครั่งในภาษาอีสานใต้ออกเสียงว่า เลียะ แปลตรงๆว่าซ่อนแต่หมายว่าออมซ่อนรักษาเก็บงำทรัพย์สินให้คงอยู่และปลอดภัย”

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเท่านั้นที่ปรากฏตัวในชุดผ้าไทยอีสาน แต่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวและแขกที่มาร่วมงานก็พร้อมใจกันแต่งตัวด้วยผ้าไหมอีสาน และไหมมัดหมี่ตามคำเชื้อเชิญของเจ้างานผู้เป็นที่รัก

ไม่เพียงเท่านั้นดีเทลทุกอย่างภายในงานหมั้นผ่านการคิดและรังสรรค์ไว้เป็นอย่างดี ทั้งการตกแต่งในกลิ่นอายอีสาน เช่น แคร่สำหรับนั่งรับประทานอาหาร หมอนอิงสามเหลี่ยม สำรับอาหาร ตลอดจนการ์ดแต่งงานที่ทำขึ้นจากผ้าป่าน พร้อมโลโก้ตัวอักษรไทย “อ” และ “ณ” ซึ่งเป็นพยัญชนะตัวแรกของชื่อจริงทั้งคู่

ย้อนเวลา…ก่อนวันสำคัญ

แม้ในวันสำคัญคู่บ่าวสาวจะจัดเต็มรายละเอียดความเป็นอีสานไว้มากมายแล้ว แต่ก่อนถึงวันจัดงานทั้งสองคนยังซ่อนดีเทลสุดน่ารักไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแอร์พอร์ตลุคของ ญาญ่า อุรัสยา ที่ออกเดินทางมาพร้อมเสื้อกล้ามปักเลื่อมเป็นคำว่า “สะใภ้ขอนแก่น”

อีกทั้งในลุคชิลๆ ของญาญ่า เธอยังปรากกตัวพร้อมเสื้อเกาะอกผ้าไทยที่แมตช์กันอย่างลงตัวกับกางเกงสีขาว ถือกระเป๋าสานไม้ไผ่ และไฮไลท์ของลุคนี้อยู่ที่เข็มขัดทองสไตล์โบราณ ซึ่งหัวเข็มขัดแกะเป็นลายตัวอักษร “NY”

สุดท้าย ขอปิดจบความประทับใจครั้งนี้ไปกับการทำบุญของทั้งคู่ในวันก่อนถึงพิธีหมั้น ญาญ่าปรากฏตัวในชุดไทยสีขาว พร้อมนุ่งซิ่นสีขาว-ชมพู ที่ตีนซิ่นโดดเด่นด้วยลวดลายหัวใจ และตัวอักษรคำว่า “YAYA” ซึ่งผ้าผืนดังกล่าวได้รับการออกแบบเป็นพิเศษโดย @cheepdamrong และถักทอขึ้นจากฝีมือคุณยาย จังหวัดขอนแก่น

ส่วนณเดชน์มาในลุคหล่อ เรียบง่ายกับเสื้อคอปีนสีขาวพร้อมคาดผ้าขาวม้าตามสไตล์ไทยอีสาน กลายเป็นลุคที่ให้ความสบายตาและสมบูรณ์แบบในเวลาเดียวกัน


สำรวจ 3 ลุคเด่นซัมเมอร์ 2026 พร้อมทริคแต่งตัวรับอากาศทะลุ 40 องศา

ซัมเมอร์ 2026 เมื่อความร้อนคือโจทย์หลักของการแต่งตัว ค้นหา 3 ลุคเด่นพร้อมทริคบาลานซ์ความสบายและความชิคให้ลงตัว

ช่วงนี้คงไม่มีอะไรฮ็อตไปกว่าแดดประเทศไทยแล้ว ถูกมั้ยคะ? เพราะเมื่อล่วงเลยเดือนเมษายนมาขนาดนี้เมืองไทยของเราก็ถือว่าเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งมาพร้อมกับอุณหภูมิเฉลี่ย 36 – 37 องศาเซลเซียส และในบางพื้นที่อาจสูงทะลุ 42 – 43 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

นอกจากห้องแอร์ และน้ำหวานเย็นๆ สักแก้วที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับเราได้แล้ว แพรว ก็มีเทรนด์การแต่งตัวที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ พร้อมทริคบาลานซ์ความสบายและความชิคมาให้ทุกคนได้นำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

Color Pop!

เพราะซัมเมอร์ต้องคู่กับสีสัน! ฉะนั้นเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบไอเท็มสีสันสดใสมาเล่นสนุกกับการแต่งตัว ด้วยการเลเยอร์จับคู่เฉดสีให้ตัดกันอย่างมีชั้นเชิง แนะนำว่าด้วยอากาศที่ร้อนและอบอ้าวจึงไม่ควรเลเยอร์เสื้อผ้าหลายชิ้นจนเกินไป รวมถึงต้องเลือกไอเท็มที่บางและระบายอากาศได้ดี

สำหรับใครที่อยากเบรกความร้อนแรงลง ลองเลือกไอเท็มสีสดสักชิ้น อาจจะเป็นเสื้อ กางเกง กระโปรง หรือกระเป๋า แล้วนำมาแมตช์กับสีเบสิกก็จะได้ลุคที่สมดุล สบายตา แต่ยังแฝงความชิคเหมาะกับซัมเมอร์นี้

Everyday Denim

เชื่อว่าในวันที่อากาศร้อนแบบนี้หลายคนอาจต้องการความคล่องตัว ให้ลองเลือกหยิบกางเกงหรือกระโปรงเดนิมมาแมตช์ลุคง่ายๆ เพราะเนื้อผ้าเดนิมสมัยนี้เริ่มได้รับการพัฒนามาให้ระบายความร้อนได้ดี อีกทั้งยังเป็นไอเท็มที่แมตช์ง่ายกับท่อนบนหลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม สายเดี่ยว หรือเกาะอก พร้อมยังให้ลุคคลาสสิกที่ไม่มีวันเอ้าท์แน่นอน

Romantic Girl

หนึ่งสไตล์ที่กำลังฮิตในฤดูร้อนนี้คือ การแมตช์เสื้อผ้าที่เน้นซิลลูเอตพลิ้วไหว อย่างเดรสหรือกระโปรงผ้าฝ้าย และซาตินที่ผสานเข้ากับดีเทลเฟมินีน เช่น ระบายลูกไม้ โบ หรือดอกไม้ ซึ่งไอเท็มส่วนใหญ่จะมาในโทนสีขาว เบจ และพาสเทล เพื่อให้ได้ลุคที่ดูชวนฝัน และหวานละมุน


Zendaya

Zendaya x On เปิดตัวคอลเล็คชั่นแรก ผ่านภาพยนตร์โดย Spike Jonze

Zendaya (เซนเดย์อา) และแบรนด์สปอร์ตแวร์พรีเมียมจากสวิตเซอร์แลนด์ On นำเสนอคอลเล็คชั่นรองเท้าและเสื้อผ้าใหม่ ที่ผสานประสิทธิภาพเข้ากับสไตล์สบายๆ ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว ถ่ายทอดผ่าน Shape of Dreams ภาพยนตร์แคมเปญเชิงภาพยนตร์ที่กำกับโดย Spike Jonze เจ้าของรางวัลออสการ์

Zendaya x On เปิดตัวคอลเล็คชั่นแรก ผ่านภาพยนตร์โดย Spike Jonze

เซนเดย์อา ร่วมกับ On เปิดตัวความร่วมมือครั้งสำคัญกับคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าและรองเท้าที่ทั้งคู่ร่วมออกแบบเป็นครั้งแรก ถ่ายทอดสปอร์ตแวร์ในมุมมองใหม่ที่ผสานความคล่องตัวเข้ากับสไตล์ตัวเองได้อย่างลงตัว ผ่านซิลูเอตที่เรียบ เฉียบ โทนสี และพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกทันสมัย พร้อมดีเทลที่ใส่ใจทั้งฟังก์ชันและความงามในแบบฉบับของ On

แคมเปญเปิดตัวมาพร้อมภาพยนตร์แฟชั่นที่เต็มไปด้วยจินตนาการ กำกับโดย Spike Jonze ซึ่งหยิบเอาเบื้องหลังการสร้างสรรค์มาถ่ายทอดอย่างมีมิติ สะท้อนทิศทางใหม่ของการเล่าเรื่องในโลกของแบรนด์

ในโปรเจกต์นี้ เซนเดย์อา ทำงานร่วมกับสไตลิสต์คู่ใจ Law Roach เพื่อสร้างคอลเล็กชันที่สะท้อนตัวตนอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งในแง่ความมั่นใจ ความสบาย และความยืดหยุ่นในการสวมใส่ ซึ่งยังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

“เราอยากสร้างไอเท็มที่ใส่ง่ายและหยิบมาแมตช์ได้ในหลายโอกาส เป็นเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวไปกับชีวิตประจำวัน และทำให้คนรู้สึกมั่นใจแบบไม่ต้องพยายามมาก” เซนเดย์อา กล่าว พร้อมเสริมว่าการทำงานกับ Spike Jonze ช่วยต่อยอดไอเดียให้กลายเป็นภาพที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยมิติ

หัวใจของแคมเปญคือภาพยนตร์แฟชั่น Shape of Dreams ที่พาผู้ชมเข้าสู่ “The Dream Lab” โลกแห่งจินตนาการของ เซนเดย์อา ที่การออกแบบถูกนำเสนอในรูปแบบเหนือจริง ซิลูเอต วัสดุ และรูปทรงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างอิสระ ก่อนจะกลายเป็นลุคสุดท้าย ขณะเดียวกัน ภาพนิ่งจากช่างภาพ Sean Thomas ยังช่วยถ่ายทอดอีกมุมของกระบวนการสร้างสรรค์อย่างใกล้ชิด

ด้าน Alex Griffin เผยว่า คอลเล็กชันนี้สะท้อนอีกขั้นของการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์และ เซนเดย์อา โดยนำเสนอทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าในภาพรวมเดียวกัน ผ่านแนวคิดที่ผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมเข้ากับพลังความคิดสร้างสรรค์

คอลเล็คชั่นประกอบด้วยไอเท็มที่ออกแบบมาให้มิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างอิสระ ตั้งแต่ Ribbed Tank Tops, Ribbed T-Shirts, Half-Zip Anoraks, Coach Jackets ไปจนถึง Drawstring Midi Skirts, Parachute Pants และ Bermuda Shorts ที่ยังคงความคลาสสิก แต่ตอบโจทย์การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ไฮไลต์ฝั่งรองเท้าอยู่ที่รุ่น Cloudnova Moon ซึ่งนำดีไซน์ของ Cloudnova มาตีความใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวและร่วมสมัยมากขึ้น

โดยแคมเปญเริ่มเปิดตัวแล้วตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2026 และคอลเล็กชันแรกจากความร่วมมือระหว่าง เซนเดย์อา และ On จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2026 ผ่าน on.com ร้าน On และร้านค้าชั้นนำทั่วโลก


ณเดชน์ คูกิมิยะ

รวมโมเมนต์หวาน “ผู้ชายคลั่งรัก” ที่ชื่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ

ถ้าถามหาต้นแบบของคำว่า ‘คลั่งรัก’ ที่มั่นคงและสม่ำเสมอที่สุดในวงการบันเทิงไทย คงไม่มีชื่อไหนที่ชัดเจนไปกว่า ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกตัวจริงทั้งในจอและนอกจอ ผู้ทำลายทุกกำแพงความเขินอาย และประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าหัวใจของเขาเป็นของใคร กับคำบอกรักสุดคลาสสิกที่ตราตรึงใจแฟนๆ ว่า “เขาคือที่รักของผมครับ ” มาย้อนดูโมเมนต์ที่ยืนยันว่าผู้ชายคนนี้ คลั่งรักนางเอก “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์“” หนักมากแค่ไหน! 

ย้อนกลับไปในปี 2562 ในคอนเสิร์ต The Real Nadech Concert โชว์ของ ณเดชน์ และ ญาญ่า กลายเป็นการแสดงที่ร้อนแรงและฮือฮาที่สุด แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการคำว่ารักที่มันแน่นอก จนต้องระเบิดออกมาเมื่อจู่ๆณเดชน์ก็ประกาศบนเวทีว่า “เขาคือที่รักของผมครับ”เป็นการทำลายกำแพงคำว่า “คู่จิ้น” และเปิดตัวสถานะ “คนรัก” อย่างเป็นทางการด้วยความภาคภูมิใจ

ปกติทุกเทศกาลวาเลนไทน์ ณเดชน์ และ ญาญ่า มักจะฉลองร่วมกันเสมอ แต่ครั้งหนึ่งญาญ่ามีภารกิจต้องไปเกาะสมุย หลายคนคิดว่าปีนั้นคงไร้เงาโมเมนต์หวาน แต่ขึ้นชื่อว่าณเดชน์!เขาตัดสินใจ เซอร์ไพรส์ด้วยการบินตามไปหาถึงสมุย เพียงเพื่อจะใช้เวลาสั้นๆ ร่วมกันและมอบดอกไม้ช่อโตให้คนสำคัญ เปลี่ยนวันธรรมดากลายเป็นวันที่โรแมนติกที่สุด 

ถ้าใครคิดว่าการบินตามไปหาเธอขายังไม่พอ อย่าลืม! เซอร์ไพร้ส์นี้ เพราะเมื่อปี 2564 ณเดชน์สร้างปรากฏการณ์ “พ่อบุญทุ่มสายคลั่งรัก” ด้วยการเช่าจอ LED และบิลบอร์ดขนาดยักษ์ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงแลนด์มาร์คหน้าห้าง Central World เพื่อขึ้นรูปคู่และข้อความบอกรักญาญ่า จนคนนึกว่าเป็นแคมเปญโฆษณา แต่จริงๆ แล้วคือความตั้งใจส่วนตัวที่เขาอยากให้แฟนสาวมีความสุขและรู้สึกเป็นคนพิเศษที่สุดในโลก 

ถ้าใครติดตาม Instagram ของณเดชน์ จะเห็นว่าภาพถ่ายส่วนใหญ่มักจะเป็นรูปของ ญาญ่า  ไม่ว่าจะเป็นรูปเผลอๆ หรือรูปที่ตั้งใจถ่าย  โดยณเดชน์มักจะใช้แคปชันสั้นๆ แต่กินใจ หรือบางครั้งก็เข้ามาคอมเมนต์ชมแฟนสาวแบบไม่อ้อมค้อมว่า “สวยมากครับ” หรือ “ใจละลายหมดแล้ว” จนหลายคนแซวว่า IG นี้มีไว้เพื่ออวยแฟนโดยเฉพาะ 

อย่างไรก็ตามโมเม้นต์พีคที่สุดคือการเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานที่ประเทศอิตาลี ณเดชน์สารภาพว่าเขาเตรียมการมานานและตื่นเต้นที่สุดในชีวิต เพราะรู้ตัวมานานแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาอยากใช้ชีวิตด้วยตลอดไป 

CASETiFY

CASETiFY ชวนแต่งแต้มทุกวันกับสัตว์เลี้ยง ผ่าน Pets Collection

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ได้เป็นแค่ดีไซน์น่ารัก แต่คือการหยิบเอา “โมเมนต์ในชีวิตประจำวัน” กับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด มาถ่ายทอดลงบนไอเท็มที่ใช้ทุกวันได้อย่างมีสไตล์

CASETiFY ชวนแต่งแต้มทุกวันกับสัตว์เลี้ยง ผ่าน Pets Collection

อัปเกรดประสบการณ์การคัสตอมด้วย Custom Stickers Studio ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ออกแบบเคสหรือไอเท็มต่าง ๆ ในแบบของตัวเอง ตั้งแต่รูปถ่ายสุดรัก ไปจนถึงดีเทลเล็ก ๆ ที่สะท้อนตัวตน โดยต่อยอดจากฟีเจอร์ Custom Studio Filters ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า แบรนด์ยังคงพัฒนาฟีเจอร์การคัสตอมให้มีลูกเล่นและสะท้อนตัวตนมากยิ่งขึ้น ด้วย Custom Stickers ได้แก่

  • CUTOUTS: เปลี่ยนภาพสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นสติกเกอร์ได้ทันที จัดวาง ขยับ หรือปรับขนาดได้อย่างอิสระ 
  • MOTIFS: เติมลูกเล่นด้วยสติกเกอร์สุดน่ารักที่ช่วยให้ดีไซน์ดูมีชีวิตชีวาขึ้นในพริบตา 
  • FRAMES: เลือกเฟรมที่ใช่ แล้วอัปโหลดโมเมนต์โปรด เปลี่ยนความทรงจำธรรมดาให้กลายเป็นไอเท็มชิ้นพิเศษ 

คอลเล็คชั่นนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า “สัตว์เลี้ยงคือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์” ไม่ว่าจะเป็นภาพตอนพาไปเดินเล่น โมเมนต์ขี้เล่นในบ้าน หรือช่วงเวลาน่ารักในทุก ๆ วัน ก็สามารถกลายเป็นดีไซน์ที่พกติดตัวไปได้ทุกที่

เพื่อให้การใช้ชีวิตคล่องตัวยิ่งขึ้น CASETiFY ยังแนะนำ Rope Cross-body Straps สายคล้องโทรศัพท์ที่ทั้งแข็งแรงและแมตช์กับลุคได้ง่าย ช่วยให้ใช้งานแบบแฮนด์ฟรี เหมาะสำหรับวันที่ต้องออกไปข้างนอกกับสัตว์เลี้ยง และอยากมีมือว่างไว้ดูแลพวกเขาได้เต็มที่ พร้อมเปิดตัวรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง International Pet’s Day ในวันที่ 11 เมษายน Pets Collection


COS Spring/Summer 2026

COS Spring/Summer 2026 รันเวย์โซลที่เรียบง่าย แต่ชัดทุกดีเทล

COS กลับมาจัดแฟชั่นโชว์อีกครั้ง พร้อมเลือก Seoul เป็นสถานที่เปิดตัวคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2026 หลังจากก่อนหน้านี้แบรนด์เดินสายจัดโชว์ในยุโรป และเข้าร่วม New York Fashion Week ต่อเนื่องหลายฤดูกาล

COS Spring/Summer 2026 รันเวย์โซลที่เรียบง่าย แต่ชัดทุกดีเทล

โชว์ครั้งนี้จัดในพื้นที่สระน้ำร้างนอกเมืองที่ถูกปรับใหม่ให้มีบรรยากาศแบบ Brutalist โครงสร้างคอนกรีต เสา และพื้นผิวดิบ ๆ ถูกปล่อยให้เห็นชัด เสริมด้วยเสียงบันทึกจากรถไฟใต้ดินในกรุงโซลที่เปิดคลอไปตลอดโชว์ โมเดลเดินผ่านพื้นที่กว้างที่มีหมอกบาง ๆ ช่วยให้ภาพรวมดูนุ่มลง แต่ยังคงความคมของโครงสร้างฉาก

เสื้อผ้าทั้งหมด 40 ลุค ใช้โทนสีหลักอย่างเทา น้ำตาล ครีม และขาว ทำให้ลุคดูเรียบร้อยและใส่ง่าย จากนั้นเพิ่มน้ำเงินและเบอร์กันดีเข้ามาเพื่อไม่ให้ภาพรวมเรียบเกินไป

จุดที่เห็นได้ชัดคือการใช้วัสดุ หนังและผ้าเทคนิคอลให้ผิวสัมผัสเงาเล็กน้อย ช่วยให้ทรงเสื้อดูชัดขึ้น ขณะที่ผ้าบางและผ้าน้ำหนักเบาช่วยให้เสื้อผ้าเคลื่อนไหวตามตัวได้ดี มีการใช้ผ้าที่ให้ผิวสัมผัสคล้ายกระดาษ และผ้าลินินผสมเพื่อเพิ่มมิติให้แต่ละลุค

ฝั่งผู้หญิง เน้นเสื้อผ้าทรงเรียบ เช่น เดรสเข้ารูป ชุดเซต และเสื้อคลุมที่มีไหล่ชัดขึ้นเล็กน้อย มีการใช้ผ้าถักบางและผ้าแพรเข้ามาเพิ่มความนุ่ม รวมถึงลูกเล่นอย่างเดนิมแบบ trompe l’oeil ที่ทำจากผ้าเนื้อเรียบ ทำให้ลุคดูเหมือนยีนส์แต่เบากว่า

ฝั่งผู้ชาย ใช้เสื้อผ้าทรงหลวมขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงโครงที่ชัด เสื้อสูทและเสื้อตัวนอกถูกออกแบบให้ใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน หลายลุคมาในโทนสีเดียวกันตั้งแต่หัวจรดเท้า เพิ่มความเรียบร้อยโดยไม่ต้องใช้ลาย

รองเท้าและกระเป๋ายังคงโทนเดียวกับเสื้อผ้า เช่น สนีกเกอร์หนัง มิวล์ส้นสูง และกระเป๋าหนังเรียบ ไม่มีดีเทลที่ซับซ้อน ทำให้แต่ละลุคดูต่อเนื่องกันทั้งชุด

การกลับมาครั้งนี้ของ COS ไม่ได้เน้นความแปลกใหม่ แต่เลือกโฟกัสที่ทรงเสื้อ วัสดุ และการใช้งานจริง ทำให้เสื้อผ้าทั้งคอลเลกชันยังคงใส่ง่าย และชัดในแบบของแบรนด์


Only Friends

Praew Digital Cover X Only Friends : Dream On

แพรว เสิร์ฟภาพเซ็ตพิเศษของ “เอิร์ท, มิกซ์, จอส, กวิน, อู๋ และ บูม” จากซีรีส์ “Only Friends : Dream On”

  • Digital Editor : Minim
  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ
  • ชุด : Zegna , Moschino และ Karl lagerfeld

#PraewDigitalCoverXOnlyFriends #Praewmag

Tabby Shoulder Bag 26

ลุคสบายๆ ของเลิฟ ภัทรานิษฐ์ กับ “Tabby 26” It Bag จาก Coach

ซูมอินลุคสบายๆ ของ “เลิฟ ภัทรานิษฐ์” ที่เลือกหยิบไอเท็มอย่างกระเป๋า Tabby Shoulder Bag 26 สี Pecan หนึ่งในดีไซน์ซิกเนเจอร์ของ Coach ที่กำลังกลับมาครองพื้นที่ในโลกแฟชั่นอีกครั้ง

ลุคสบายๆ ของเลิฟ ภัทรานิษฐ์ กับ “Tabby 26” It Bag จาก Coach

เสน่ห์ของ Tabby อยู่ที่การหยิบเอากลิ่นอายจากยุค 1970s มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย โครงสร้างกระเป๋าที่ชัดเจน ผสานกับฮาร์ดแวร์ตัว C อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างบาลานซ์ระหว่างความคลาสสิกและความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะในขนาด 26 ที่ถือว่า “พอดีที่สุด” สำหรับการใช้งานจริง ไม่เล็กจนเกินไป แต่ยังคงความกะทัดรัดในแบบที่คนเมืองต้องการ

โทนสี Pecan ทำให้กระเป๋าใบนี้โดดเด่นในลุคของเลิฟมากขึ้น เพราะเป็นเฉดสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สุภาพ แต่แฝงด้วยความหรูแบบไม่พยายาม สามารถแมตช์เข้ากับลุคพื้นฐานอย่างเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือโทนสีขาว-ครีมได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเติมเลเยอร์ของความ “quiet luxury” ให้ลุคโดยไม่ต้องพึ่งไอเท็มที่หวือหวา

ความนิยมของ Tabby ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉาบฉวย แต่สะท้อนผ่านกระแสของ Lyst Index ที่จัดอันดับแบรนด์และไอเท็มที่ถูกค้นหามากที่สุดในโลกแฟชั่น ซึ่ง Coach กำลังไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลับมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้งในช่วงปีนี้


เบื้องหลัง “ฮาโล” เส้นคั่นระหว่าง ความศักดิ์สิทธิ์และตัวตนของ Mother Mary

ช่วงนี้แฟนๆ ของ Anne Hathaway น่าจะยิ้มกันแก้มปริ เพราะผลงานภาพยนตร์ของเธอกำลังจะทยอยปล่อยมาให้ได้ชมอย่างไม่ขาดสาย ทั้ง The Davil wears Prada Season 2 ที่มีกำหนดฉายในวันที่ 30 เมษายนนี้ รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่องใหม่แนวดราม่า – ทริลเลอร์ อย่าง Mother Mary ที่มีเนื้อหาเข้นข้น และเต็มไปด้วยประเด็นที่รอให้ผู้ชมร่วมกันถกเถียง

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องของ ป๊อปสตาร์ชื่อ Mother Mary (รับบทโดย Anne Hathaway) ที่ต้องการ “ชุดใหม่” สำหรับการคัมแบคที่จะมาถึง ด้วยความต้องการดังกล่าวเธอจึงเดินทางกลับไปหา Sam Anselm (รับบทโดย Michaela Coel) ดีไซเนอร์ผู้เคยร่วมสร้างตัวตนของเธอขึ้นมา ก่อนที่ทั้งสองจะห่างเหินกันไปนานกว่าสิบปี

การกลับมาเจอกันอีกครั้งของทั้งสองไม่ได้มีเพียงเรื่องของงานออกแบบ แต่ค่อย ๆ เปิดเผยบาดแผลเก่า ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และบทบาทที่ต่างฝ่ายต่างเคยมีต่อการสร้างป๊อปสตาร์ผู้โด่งดังขึ้นมา

สัญญะที่แฝงอยู่ใน Headpiece “ฮาโล”

หากใครได้ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย หลายคนอาจจะสะดุดตากับเครื่องหัวสุดอลังการที่มีลักษณะเป็นวงกลมที่แผ่รัศมีเจิดจรัสล้อมรอบศีรษะ ซึ่งไอเท็มดังกล่าวไม่ได้ครีเอทขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังซ่อนสัญญะที่หมายถึง “ฮาโล” ไว้ ซึ่งสัญลักษณ์ดังกล่าวมักจะปรากฏในภาพศิลปะหรือศาสนา โดยเฉพาะในคริสต์ศาสนา ที่ใช้เพื่อสื่อว่าบุคคลนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธิ์ หรืออยู่เหนือมนุษย์ทั่วไป

เมื่อนำมาเทียบกับตัวละครหลักแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ชื่อของศิลปินที่อาจแปลความหมายได้ว่า พระแม่มารี มารดาแห่งพระเยซูคริสต์ พิธีกรรมบางอย่างที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ บรรดากลุ่มแฟนคลับที่อาจเป็นตัวแทนของเหล่าสาวก และเครื่องหัวสุดอลังการที่เหมือนกับ Halo ทุกอย่างล้วนชี้ชัดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ในยกแง่มุมของศาสนาขึ้นมาพูดถึง

ขณะเดียวกัน “ฮาโล” ก็ไม่ได้สะท้อนเพียงความศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึง “ตัวตน” ที่ถูกสร้างขึ้นของ ตัวละครหลักอีกด้วย

หากพูดถึงในฐานะป๊อปสตาร์ระดับโลก ตัวตนของเธอเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบ การเลือกสรร และการควบคุมในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่แนวเพลง ภาพลักษณ์ ไปจนถึงเครื่องแต่งกายที่เธอสวมใส่บนเวที ฮาโลจึงเปรียบเสมือนชิ้นส่วนสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มภาพของ “ไอคอน” ให้สมบูรณ์แบบในสายตาผู้คน

ความสมบูรณ์แบบจึงมาพร้อมกับคำถามว่า ตัวตนที่ผู้คนหลงใหลนั้น เป็นตัวเธอจริง ๆ หรือเป็นเพียงภาพที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนศรัทธา

สำหรับเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้มข้นขนาดไหน และนอกจากประเด็นทางศาสนากับตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นแล้ว ทีมสร้างจะแฝงอะไรไว้อีก ต้องรอติดตามพร้อมกันที่ 7 พฤษภาคมนี้นะคะ


ภาพ: @mothermarymovie