บาส Go Went Go

เซฟไว้ก่อน! 3 ทริปที่รักของ “บาส Go Went Go” บล็อกเกอร์สายเที่ยวที่สาวๆ ปลื้ม

Alternative Textaccount_circle
event
บาส Go Went Go
บาส Go Went Go

จุดเริ่มต้นของเพจ “Go Went Go : เที่ยว เว้น เที่ยว” มาจากใจรักในการเดินทางของ “บาส – ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์” หรือที่ใครๆ เรียกว่า “บาส Go Went Go” ที่ท่องโลกมาแล้วกว่า 50 ประเทศ บล็อกของเขาเน้นการท่องเที่ยวที่สัมผัสประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่ภาพสวยหรู มีลูกเพจติดตามกว่า 9.3 แสนคน สำหรับครั้งนี้เราให้บาสโหวต 3 ทริปที่สุดในดวงใจที่เต็มไปด้วยความทรงจำ

เซฟไว้ก่อน! 3 ทริปที่รักของ “บาส Go Went Go” บล็อกเกอร์สายเที่ยวที่สาวๆ ปลื้ม

สวยไปไหนน่ะ จอร์เจีย

“สารภาพว่าเมื่อก่อนผมไม่รู้จักจอร์เจีย แค่เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เพิ่งมารู้ว่าประเทศนี้อยู่ติดกับตุรกี สาเหตุหลักที่ทำให้อยากไป เพราะเคยอ่านเจอว่าทุกอย่างที่นั่นราคาถูกมาก แต่วิวสวยอย่างกับอยู่สวิตเซอร์แลนด์ จึงวางแผนไปจอร์เจีย 7 วัน เมื่อปี 2019 โดยบินจากไทยไปลงเที่ยวตุรกีก่อน แล้วต่อเครื่องไปที่จอร์เจีย

บาส Go Went Go

“ผมยังแอบงงเรื่องที่ตั้งของจอร์เจียว่ายุโรปหรือเอเชียกันแน่ ถ้าดูตามภูมิศาสตร์คืออยู่ตรงจุดตัดระหว่างเอเชียกับยุโรป ถ้าดูจากแผนที่อาจจะคาบเกี่ยวเอเชีย แต่หน้าตาผู้คนและวัฒนธรรมคล้ายคนยุโรป ซึ่งคนจอร์เจียก็จะบอกว่าที่นี่คือยุโรป (หัวเราะ) ทริปนั้นเราไปเที่ยวหลายเมือง เช่น ทบิลิซิ เมืองหลวงของจอร์เจียที่มีสถาปัตยกรรมคล้ายฝั่งยุโรป มีโบสถ์สวยๆ ผู้คนอัธยาศัยดี ต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่วนเรื่องค่าครองชีพ ทุกอย่างราคาถูกมากจริงๆ ครับ เช่น กินข้าวหนึ่งจานตีเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท เบียร์ 70 บาท หรือไวน์ขายขวดละร้อยก็มี ส่วนที่พักราคาพอๆ กับบ้านเรา แต่ได้วิวฝั่งยุโรป และแค่ขับรถออกจากเมืองก็จะเห็นวิวภูเขาสวยๆ ตลอดสองข้างทาง

บาส Go Went Go
ที่อนุสาวรีย์ Memorial History of Georgia ในเมืองทบิลิซิ

“ทริปนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นด้วย เพราะมีสถานที่เที่ยวหลายแห่งที่อยู่บนเขา แล้วต้องขับรถขึ้นไป แต่สภาพถนนไม่โอเคเลย อย่างเช่น อูชกูลลี่ (Ushguli) เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าอยู่สูงที่สุดของยุโรป และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก มีผู้คนอาศัยอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทางขึ้นไปหมู่บ้านนั้นพังมาก ไม่ใช่แค่ดินลูกรัง แต่เป็นหลุมด้วย แถมจู่ๆ มีน้ำตก มีเหวอยู่ด้านขวา ทางก็แสนจะแคบ โห…โคตรผจญภัยเลย กลัวตายและอันตรายมาก โชคดีว่าช่วงที่ผมไปอากาศดี ไม่มีหมอกหรือฝน แต่สำหรับใครที่ไปเที่ยวเอง แนะนำให้ใช้บริการเช่ารถ ซึ่งมีคนขับเชี่ยวชาญเรื่องเส้นทางให้ด้วย แต่ตอนนั้นพวกผมอยากขับเอง พอไปเจอถนนอย่างนี้ก็ได้แต่คิดว่าไม่น่าเลย สุดท้ายเราใช้เวลาขับถึงหมู่บ้านประมาณ 2 ชั่วโมง

บาส Go Went Go
รูปปั้น Mother of Georgia ในกรุงทบิลิซิ

“แต่พอเจอหมู่บ้าน คุ้มครับ สวยจริงๆ แม้จะมีความร้างอยู่นิดๆ แต่ก็ดูขลังด้วยโบสถ์เก่าๆ พังๆ อยู่หลายแห่ง แต่ช็อตที่อันซีนและว้าวมากคือวิวภูเขาด้านหลังที่สวยจนน่าตกใจ อีกอย่างที่ผมชอบที่นี่คือจอร์เจียมีสุนัขจรจัดเยอะ แต่เป็นมิตรมาก อย่างตอนที่ผมมาถึงหมู่บ้านมีฝูงพ่อแม่ลูกรวมกันประมาณ 8 ตัวได้ วิ่งมาหาแบบดีใจที่เห็นเรามา คอยเดินตามตลอดทาง พอจะกลับก็เดินมาส่งถึงรถ น่ารักมาก”

ไปไม่ถึงประตูสวรรค์

“ถ้าให้เล่าถึงเมืองจีน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอยากจะกลับไปไหม (หัวเราะ) แต่เป็นทริปที่ถือว่าได้ผจญภัยสุดๆ ผมกับเพื่อนอีก 3 คนไปเที่ยวเมืองจีนกันเมื่อ ปี 2016 สิ่งแรกในความทรงจำคือหาคนพูดภาษาอังกฤษยากมาก ยากกว่าญี่ปุ่น เวลาไปไหนต้องจดจำชื่อต่างๆ เป็นตัวอักษรภาษาจีน ทั้งป้ายรถไฟ รถทัวร์ เพราะฉะนั้นการติดต่อสื่อสารทุกอย่างต้องอาศัยเปิด Google Translate ตลอดทริป

บาส Go Went Go
ถึงไม่เจอประตูสวรรค์ แต่ได้มาเจอเมืองโบราณเฟิ่งหวง สวยมาก

“ทริปนี้เราวางแผนไปที่เทือกเขาเทียนเหมินซานที่เมืองจางเจียเจี้ย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังคือประตูสวรรค์ โดยต้องขึ้นเคเบิลคาร์ไปบนภูเขา เพราะอยู่สูงมาก ทางจีนเขาเคลมว่านี่คือเคเบิลคาร์ที่ยาวและไกลที่สุดในโลก (ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร)

“แต่วันนั้นคงเป็นวันแห่งความโชคร้าย เรื่องแรกคือเราไม่ได้ดูปฏิทินของประเทศจีน จึงไม่รู้ว่าวันนั้นคือวันหยุด ผลคือคนเยอะมาก… ขนาดออกตัวกันแต่เช้าแล้วนะ แต่ยืนรอต่อคิวขึ้นกระเช้าประมาณ 2 ชั่วโมง แถวขดแล้วขดอีก แล้วระหว่างทางก็จะเห็นคนแซงอยู่เรื่อยๆ ที่แปลกคือคนโดนแซงก็ไม่ว่าอะไร มีคนจะมาแซงผมด้วย แต่ผมไม่ยอม ใช้มือกันไว้ แต่สุดท้ายเขาก็ไปแซงคนข้างหน้าอยู่ดี

“สรุปว่าใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมง กว่าจะถึงข้างบนเพื่อไปดูประตูสวรรค์ แล้วพอไปถึงฝนตกหนัก! ไม่เห็นวิวอะไรทั้งสิ้น แถมจู่ๆ จากฝนกลายเป็นพายุ มีน้ำท่วมลงมาจากภูเขา ซึ่งดีว่าข้างบนมีอาคารขนาดใหญ่ที่รองรับผู้คนได้เยอะ ผมเห็นคนไปนั่งเหมือนเป็นผู้ประสบภัยรอความช่วยเหลือ ที่พื้นมีน้ำเจิ่งนองเต็มไปหมด หมอกลงหนาจัด ทุกคนนั่งรวมอยู่ในอาคาร ไปไหนไม่ได้ ที่พีคคือถึงขั้นออกข่าวว่าเกิดพายุที่นี่ แต่ผมฟังไม่ออก จึงไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่รู้ว่าจะได้ลงตอนไหน ทุกอย่างโกลาหล เปิดโปรแกรม Google Translate ถามเจ้าหน้าที่แบบเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง รู้แค่ว่ายังไปไม่ได้

“เรานั่งอยู่ข้างในนานมาก จนสุดท้ายสถานการณ์ดีขึ้น คือฝนยังตกอยู่นะ หมอกยังหนัก เราตัดสินใจไปซื้อเสื้อกันฝนคนละตัวกับรองเท้าบู๊ต แล้วเดินเที่ยวทั้งอย่างนั้นแหละ เพราะรู้สึกว่าเรามาถึงแล้ว จะนั่งเซ็งทำไม เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ห้าม คงเพราะไม่ได้อันตรายมาก แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนออกมาเดินแบบเรานะ เราเดินไปในที่ที่ยังพอไปได้ ฝ่าน้ำท่วมไปเลยครับ แล้วถ่ายรูป ซึ่งได้รูปหมอกๆ มาแทน เห็นอะไรไม่ค่อยชัด

“จนไปถึงจุดที่จะขึ้นประตูสวรรค์ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ ผมก็ไปขออนุญาต แต่เขาไม่ให้ขึ้น เพราะเส้นทางอันตราย เราก็พยายามขอ บอกเขาว่ามาครั้งเดียว ไม่ได้มาบ่อยๆ เขาก็ยืนยันคำเดิม สุดท้ายอดเห็นประตูสวรรค์ ต้องเดินกลับมา นั่งรออีกนานมากกว่าจะได้ลงมาข้างล่าง แต่ก็โชคดีที่ทุกอย่างผ่านมาได้ด้วยดีครับ”

แปลกกว่าอินเดียไม่มีอีกแล้ว

“อินเดียคือสถานที่ที่ผมอยากกลับไปมากๆ ตอนที่เห็นข่าวโควิดระบาด ผมสะเทือนใจนะ เพราะชอบมาก ขณะเดียวกันก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเชื้อถึงระบาดเร็วขนาดนั้น เพราะความที่เขาอยู่กันอย่างแออัด ไม่มีทางทำ Social Distancing ได้ บวกกับรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น การใช้มือเปิบข้าว โรคจึงไปไว ผมรู้สึกสงสารและเห็นใจ ภาวนาให้กลับมาดีดังเดิม เพราะเป็นประเทศที่น่าประทับใจทั้งคน ศิลปะ วัฒนธรรม

บาส Go Went Go 2

“ผมไปอินเดียมา 3 ครั้งแล้วครับ ไปกรุงนิวเดลี พาราณสี ชัยปุระ และอัคระ ตอนไปครั้งแรกนานมากแล้ว แต่ยังจำได้ดีถึงความรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เปิดโลก คือจะว่าอินเดียไม่มีระเบียบก็ไม่เชิง แต่ทุกอย่างที่เขาทำเกิดจากความเคยชิน อะไรที่เป็นกฎเกณฑ์ที่คนอื่นทำกัน พอไปถึงอินเดียเราลืมไปได้เลย เช่น รถขับเฉี่ยวชนกันเป็นเรื่องปกติ บีบแตรใส่กันตลอดเวลาก็คือปกติ มีวัวเดินหรือนอนขวางทางกลางถนนก็ไม่มีใครกล้าไล่ เพราะเป็นสัตว์ที่เขาบูชา

“ผมเคยเกิดเหตุการณ์โดนรถชนที่อินเดีย คือมีรถหลบวัวที่นอนอยู่กลางถนนแล้วมาชนรถผมด้านข้าง ตกใจมาก โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร คนขับแค่ลงมาด่ากันแล้วแยกย้าย ง่ายๆ แค่นั้นเลย

บาส Go Went Go 3
ล่องเรือที่แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี

“นอกจากนี้เราจะเจอสิ่งมีชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์มากมาย ตั้งแต่ลิง อูฐ วัว ม้า งู แกะ แพะ นกยูง ทั้งหมดที่พูดมาคือเดินอยู่ทั่วไปตามถนน บางทีผมเดินอยู่มีงูเห่าเลื้อยมาหา ตกใจมาก หันไปเจอคนนั่งเป่าปี่ อะเมซิ่งว่ามีจริงๆ เหรอที่เป่าปี่ให้งูเลื้อยมาเรียกเราแล้วเลื้อยกลับไปหาเจ้าของ สุดท้ายเราก็ต้องเดินไปเสียสตางค์ดูเขาเป่าปี่เล่นกับงู (หัวเราะ) คือเขาทำให้เราสนใจได้สำเร็จ

“ส่วนผู้คนน่าสนใจมาก การที่เราเห็นคนนอนอยู่ริมถนนหรือนั่งขับถ่ายข้างทางถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตอนแรกผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมาถ่ายทุกข์หนักเบากันอย่างนี้ ไม่เข้าห้องน้ำล่ะ พอค้นข้อมูลก็พบว่ามาจากความเชื่อตั้งแต่โบราณว่า ห้องน้ำคือสถานที่ถ่ายของเสีย จึงไม่สร้างไว้ในบ้าน คนสมัยก่อนต้องไปทำธุระข้างนอก เป็นเรื่องที่สืบทอดมาเรื่อยๆ ถ้าเป็นชนบทก็คือทำธุระในป่า แต่ถ้าในตัวเมืองคือข้างถนน เท่าที่ผมทราบทุกวันนี้เขาพยายามพัฒนาและให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยว่าต้องเข้าห้องน้ำ แต่ความที่คนส่วนใหญ่ในประเทศยังไม่ค่อยมีเงิน ในบ้านจึงไม่มีห้องน้ำ เป็นเหตุผลให้ต้องออกมาขับถ่ายอย่างที่เราเห็น

บาส Go Went Go 4

“อีกเรื่องคือการขายของ คนอินเดียตื๊อหนักมาก เขาจะไม่ยอมแพ้ ผมเคยไปซื้อเสื้อกับเพื่อน ต่อราคาแล้วไม่ลงตัวจึงเดินออกมา สักพักคนขายวิ่งตามมาถามว่าเอาเท่าไร พอเราบอกไป เขาก็ลดให้อีกแค่นิดเดียว ซึ่งเราไม่โอเค พอแยกย้าย เขาก็วิ่งมาตามใหม่ สุดท้ายต่อกันไปมาประมาณ 10 รอบถึงได้ราคาที่เราต้องการ เหมือนว่าถ้าเขาจะขาย ก็ต้องขายให้ได้ ที่นี่จึงใช้เวลาซื้อของนานมาก

“ขณะเดียวกันคนอินเดียก็น่ารักและเฟรนด์ลี่มากๆ เจอกล้องไม่ได้เลยนะ จะอยากให้เราถ่ายรูป หรือไม่เขาก็ขอถ่ายรูปเรา

บาส Go Went Go 5

“วัฒนธรรมประเทศเขาก็หลากหลาย มีอะไรให้ค้นหาเยอะดี บางเรื่องผมไม่รู้ว่าที่เขาพูดมาอะไรจริงหรือไม่จริง เช่น เราจะไปขี่ช้าง คนขับรถบอกว่าไปไม่ได้หรอกนะ เพราะปิด แต่พอไปถามที่ขี่ช้าง เขาบอกว่าไม่ได้ปิด เราก็งง ตกลงปิดหรือเปิด เข้าใจว่าคนขับรถคงไม่อยากให้เราไปขึ้นช้าง เพราะเสียเวลาของเขา พอเจออย่างนี้บ่อยก็ได้ข้อสรุป ว่าต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง กับอีกเรื่องคือคนที่นี่เขาแทบไม่สนใจอะไรเลยจริงๆ เช่น ตอนไปดูแม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสี ผมเห็นภาพที่คนใช้แม่น้ำในการอาบน้ำ ซักผ้า ใช้เป็นที่ถ่ายหนักถ่ายเบา ลอยศพ ใช้ดื่ม ขณะที่ต้นน้ำมีคนซักผ้าอยู่ ปลายน้ำก็ตักขึ้นมาดื่ม ผมชอบในความที่เขาไม่สนใจอะไรจริงๆ

“ยังมีอีกหลายเมืองที่ผมอยากไปเที่ยวในอินเดีย เช่น แคชเมียร์ เพราะที่นั่นสวยและมีหิมะ อีกที่คือหมู่บ้านงู เขาว่าที่นั่นมีงูพิษอยู่ร่วมกับชาวบ้าน คือทุกบ้านมีงู และเราจะเจองูเลื้อยตามถนนทั่วไป แต่งูไม่เคยกัดชาวบ้านเลย ใจหนึ่งผมก็กลัวนะ แต่แอบคิดว่าถ้าไม่มีใครเคยโดนกัด เราก็อาจจะไม่โดนหรือเปล่า มันน่าสนใจว่าเขาอยู่ด้วยกันได้ยังไง”

เที่ยวเมืองไทยก็ดีต่อใจนะ

“ช่วงที่โควิดระบาด ไปไหนไม่ได้ก็อยู่บ้านครับ มีอะไรให้ทำทั้งวัน อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ดูซีรี่ส์ ผมชอบอยู่บ้าน อยู่ได้ไม่เบื่อ แค่บางครั้งมีคิดถึงการเดินทางบ้างเท่านั้นเอง

“อย่างปีที่แล้วที่จริงผมมีแพลนเที่ยวไว้เยอะเลย ตั้งเป้าว่าจะไป 30 ประเทศ ใช้เวลาสองเดือน อยากไปลุยอเมริกาใต้ วางแผนว่าจะไปลงเครื่องที่บราซิล ไปต่อ โคลอมเบีย โบลิเวีย แล้ววนรอบๆ เกาะกาลาปากลอส อีกทริปก็คือทรานส์ไซบีเรีย ส่วนที่ซื้อตั๋วไว้แล้วล่มหมดก็มีครับ ทั้งโครเอเชีย ฝรั่งเศส อิตาลี ช่วงปีที่ผ่านมาจึงเที่ยวในประเทศเยอะหน่อย บ้านเรามีที่เที่ยวสวยๆ น่าสนใจมากมาย

บาส Go Went Go 1
น่าน บรรยากาศดีมาก

“สำหรับภาคเหนือ ผมประทับใจน่าน อาหารอร่อย นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ที่พักน่ารัก มีเอกลักษณ์ และวิวสวยมาก อย่างหมู่บ้านสะปัน วิวสวยสู้ต่างประเทศได้เลย ส่วนแม่ฮ่องสอนก็ชอบหลายที่ เช่น ปางอุ๋ง บ้านรักไทย จ่าโบ่ และปาย ส่วนถ้าเป็นทะเล ฝั่งอ่าวไทยที่ชอบที่สุดคือเกาะกูด ซึ่งอาจจะไปยากกว่าเกาะช้าง แต่ผมมองว่าน้ำทะเลสวย ไปพักได้ไม่ลำบาก เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่ขณะเดียวกันความเป็นธรรมชาติก็ยังอยู่ครบ ต้องยอมรับว่าเมืองไทยสวยไม่แพ้ที่ไหนเลยจริงๆ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 971

ภาพ : bas_gowentgo

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ซูมความแพงระยับ รีสอร์ทหรูบนเกาะกูด ที่ ชมพู่ อารยา พาครอบครัวเที่ยวหมาดๆ

พระเอกนักเดินทาง เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ #เที่ยวทิพย์กับทริปที่รัก

ท่องโลกอย่างสวยสะพรึงแบบ Leoine Hanne บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว หัวใจแฟชั่น

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up