ปล่อยใจให้ Flow… ปีที่ท้าทายชีวิตของ แพม ประนัปดา พรประภา

คนทั่วไปมองว่าเธอคือ Working Woman ที่เหมือนชีวิตมีครบทุกอย่าง แต่

ความจริงชีวิตของคุณแพม- ประนัปดา พรประภา ผู้บริหารอาณาจักรสยามกลการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามดนตรียามาฮ่า จำกัด และผู้ก่อตั้ง Dragonfly 360 ก็เคยเจอช่วงเวลาที่โดดเดี่ยว และยังต้องการคนที่เข้าใจ ให้ความช่วยเหลือ‘ 

       หากมองอีกด้าน นี่อาจกลายเป็นภาพที่สังคมตีกรอบว่าชีวิตเธอคงมีแต่เรื่องสมบูรณ์แบบเท่านั้น ตรงข้ามกับความจริงของธรรมชาติที่ชีวิตมนุษย์ทุกคนล้วนมีทั้งเรื่องสมหวังและไม่ได้ดั่งใจ และปีนี้อุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามาได้สอนให้เธอปล่อยว่าง หลุดจากกรอบที่สร้างให้ตัวเอง ถ้าเปรียบกับ Dragonfly เธอก็คือแมลงปอที่กำลังเติบโต

ทราบว่าปีนี้ Dragonfly Summit จัดขึ้นเป็นครั้ง ที่ 3 เล่าถึงคอนเซ็ปต์ให้ฟังหน่อยค่ะ

         “เท้าความก่อนว่าในปี 2019 เป็นปีแรกที่จัดงาน เราใช้คอนเซ็ปต์ Wo-Men สร้างความเท่าเทียมให้ผู้หญิง ส่วนปีที่แล้วเราทำธีม Heal หมายถึงการเยียวยา จึงคิดว่าไหน ๆ ฮีลจิตใจกันไปแล้ว ปีนี้มาทำเรื่อง Flow หรือการปล่อยชีวิตให้ลื่นไหลดีกว่า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 – 28 กันยายน ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน กรุงเทพฯนี้ค่ะ

วิทยากรปีนี้มีใครน่าสนใจบ้างคะ

         “เยอะเลยค่ะ เช่น Mo Gawdat เขาคืออดีต Chief Business Officer Moonshot ของ

Google เขียนหนังสือเรื่อง Solve for Happy แพมรู้จักเขาเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ซึ่งเขาเสียลูกชายวัย 21 ปี ไม่ใช่ธรรมชาติที่พ่อแม่จะเสียลูกก่อน จึงทำมิชชั่นว่าหลังลูกจากไป เขาจะมีความสุขได้อย่างไร แล้วค้นหาวิธีที่ช่วยให้ชีวิตมีความสุขอีกครั้ง

         “อีกคนคือ Matthew Walker ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและ นักเขียนหนังสือชื่อดัง Why We Sleep (เล่มแปลภาษาไทยในชื่อ นอนเปลี่ยนชีวิต) แพมสนใจท่านนี้มาก เพราะในฐานะ ที่ตัวเองนอนยาก อยากฟังว่าเขามีวิธีจัดลำดับความสำคัญให้นอนดีขึ้นได้อย่างไร

วิทยากรที่เชิญมาระดับโลกทั้งนั้น ติดต่อยากไหม

         “แพมคิดว่าไม่ยากเลย ถ้าเขามีความตั้งใจเดียวกันกับเรา เพราะมีสปีกเกอร์บางท่านที่เราเคยชวนแล้วเขาปฏิเสธ เราก็ไม่ตื้อ สิ่งที่ยากกว่าคืองานของเราจัดแค่ปีละ 2 วัน มีทั้งการพูด แสดงดนตรี เวิร์กช็อป และต้องให้ผู้เข้าร่วมงาน 2,000 คนต้องทำกิจกรรมพร้อมกัน จะทำอย่างไรให้เขาได้พลังงานกลับไป ซึ่งไม่ง่าย เพราะฉะนั้นแม้จะเป็นงานสองวัน แต่เราก็วางแผนกันเป็นปี”

ทราบว่าปีนี้มาในคอนเซปต์ Flow

         “ใช่ค่ะ เราจะแบ่งแกนหลักของงานเป็นสองด้าน คือ

Wellbeing การมีสุขภาพจิตที่ดี กับ Leadwell หรือการเป็นผู้นำที่ดี สาเหตุที่แพมอยากทำธีมนี้เพราะสภาวะเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ในฐานะที่เป็นผู้นำบางครั้งเราคิดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ยิ่งคอนโทรลยิ่งกดดัน และแพมได้พิสูจนแล้วว่าหากเรายอมปล่อยบ้าง ชีวิตจะยิ่งโฟลว์

         “ที่จริงคำว่า Flow มีหลายความหมายนะคะ หนึ่ง คือปล่อยไปตามสถานการณ์ ไม่ไปฝืน แค่ยอมรับและปรับตัวให้ได้ สอง คือการอยู่ในภาวะไหลลื่นเมื่อกำลังโฟกัสกับบางสิ่งบางอย่างจนลืมเรื่องอื่น ๆ สาม โฟลว์ยังเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ แพมสังเกตว่าเมื่อเรามองธรรมชาติ เราจะเห็นความโฟลว์บางอย่าง เช่น แม่น้ำที่ไหลไปเรื่อยๆ หรือใบไม้ที่พัดไปตามลม ที่จริงธรรมชาติสอนเราเกี่ยวกับการเป็นอิสระและปล่อยวางเยอะ เพียงแต่ในฐานะมนุษย์ เราชอบตั้งกฎเกณฑ์ให้ตัวเอง”

เคยตั้งกฎเกณฑ์ให้ตัวเองไหมคะ

         “เคยค่ะ ในฐานะซีอีโอแพมชอบควบคุมทุกอย่าง (หัวเราะ) จะบอกว่าเป็น Control Freak ก็ได้ คือจะลงรายละเอียดยิบมาก เวลาสั่งงานเหมือนยิงจรวด แต่กลายเป็นว่าวิธีนี้ทำงานเหนื่อย เพราะต้องคุมเองทุกอย่างและก็ชินกับความคิดที่ว่า ถ้างานชิ้นไหนทำเองได้ก็จะทำ เพราะเร็วและคล่องกว่า กลายเป็นเรายิ่งเหนื่อย แถมไม่ได้ส่งเสริมศักยภาพหรือมอบอำนาจการตัดสินใจให้พนักงานด้วย ทำให้ทีมตัดสินใจไม่เป็น รวมแล้ววิธีการทำงานแบบนี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราและคนอื่นง่ายขึ้น จึงเริ่มเรียนรู้ว่าถอยบ้างก็ได้ ปล่อยให้คนอื่นลุยบ้าง ถึงแม้ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้อย่างที่ต้องการร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทีมจะเก่งขึ้น แล้วเราก็เหนื่อยน้อยลง”

เป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้บริหารเหมือนกันนะคะที่ต้องถ่ายเทอำนาจและไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้เลย

         “ใช่ค่ะ ท้าทายมากที่ต้องให้คนอื่นตัดสินใจเอง แม้แต่ในฐานะแม่ก็เช่นเดียว เรามักไม่อยากเห็นลูกพลาด แต่ก็รู้ว่าต้องปล่อย เพราะหนึ่งในวิธีที่เขาจะเรียนรู้ได้ คือเรียนรู้จากความผิด การทดลองคือหนทางเดียวเท่านั้น

         “กับชีวิตตัวเองก็เหมือนกัน ตลอดชีวิตการทำงานแพมเจออุปสรรคมาเยอะ แต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแพมเจอเรื่องยากที่สุด จนลังเลว่าจะจัดงาน Dragonfly ดีไหมเพราะสภาพจิตใจแย่มาก ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น จึงตัดสินใจโทร.หาซินดี้ (สิรินยา บิชอพ) กับวู้ดดี้ (วุฒิธร มิลินทจินดา) ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดงานว่า ‘ปีนี้เราขอไม่ทำนะ’ ทั้งสองคนตอบกลับมาว่า ‘ไม่ พวกเราจะทำ แต่ยูน่ะไม่ต้องทำ’ แต่ในฐานะ Founder ที่ชอบควบคุมทุกอย่าง ก็คิดในใจว่าเราปล่อยได้เหรอ แต่เราไม่ไหวจริงๆ สุดท้ายจึงยอมปล่อยและพักไปเลยหนึ่งเดือนเต็ม ๆ”

การตัดสินใจปล่อยในครั้งนั้นส่งผลอย่างไรคะ

         “เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตเลยค่ะ เพราะเมื่อชีวิตแย่ ทุกอย่างพัง ทุกคนลุกขึ้นมาจัดการทุกอย่างแทน ไม่ใช่แค่ Dragonfly แต่ยังรวมถึงทุกบริษัทที่แพมดูแล อย่างชินดี้กับวู้ดดี้ก็มีความรู้สึกเป็นเจ้าของงานมากขึ้น หรือในส่วนของ ธุรกิจ ทีมก็เก่งขึ้น ตัดสิ้นใจเองได้ เมื่อแพมกลับไปทำงาน งานของเราก็น้อยลง มีเวลาพักมากขึ้น

         “แพมได้เรียนรู้ว่าอุปสรรคครั้งนั้นไม่ได้หมายถึงล้มเหลว แต่คือบทเรียนที่ทำให้เติบโต ทั้งยังทำให้คนอื่นเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแพม แต่ก่อนคนมักคิดว่าแพมเป็น Strong Working Woman ที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ ชีวิตมีครบทุกอย่าง ซึ่งค่อนข้างว้าเหว่นะคะ เพราะทุกคนพึ่งแพมตลอดเวลา เหมือนเราไม่ได้รับอนุญาตให้ทำผิด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทุกคนหันมาช่วยแพม เขาเข้าใจว่าเราก็ต้องการความช่วยเหลือ ทุกคนเริ่มมองเห็นว่าแพมคือมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องมีทั้งการให้และรับ

         “ก่อนหน้านี้แพมเคยคิดว่าตัวเองพลาด แต่ทุกวันนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่ มันคือของขวัญจากพระเจ้าที่ทำให้แพมโตขึ้น และได้เรียนรู้ว่าควรทิ้งในสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต แพมคิดว่าหลายคนก็คงติดอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่เขาไม่โชคดีพอที่จะก้าวออกมาได้ ไม่ว่าจะจากสถานการณ์การเงินหรือชีวิตคู่ แต่แพม รู้สึกว่าตัวเองยังโชคดีที่หลุดพ้นออกมาได้

         “เพราะฉะนั้นโปรเจกต์ Dragonfly ในปีนี้ที่เล่าถึงเรื่อง Flow ส่วนหนึ่ง ก็มาจากเรื่องราวของตัวเองด้วย มันจึงทรงพลังมาก เพราะให้ใจกับงานนี้จริงๆ”

จุดเริ่มต้นที่ทำโปรเจกต์ Dragonfly คืออะไรคะ

         “จุดประสงค์แรกของ Dragonfly คือแพมอยากส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงให้มีความเท่าเทียมในทุก ๆ ด้าน หากย้อนไปวัยเด็ก แพมเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่ผู้ชาย โตมากับการเล่นแข่งรถ ฟันดาบ ชินกับการเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ต้องเล่นรถแข่งแทนแต่งตัวบาร์บี้ บวกกับที่บ้านทำธุรกิจที่เป็นผู้ชายมากๆ

         “กระทั่งมีอยู่ปีหนึ่งแพมย้ายไปอยู่นิวยอร์ก และได้มีโอกาสไปงานสัมมนา

Women in the World ที่พูดถึงเรื่องพลังของผู้หญิง ซึ่งช่วยเปิดโลกหลาย ๆ อย่าง รู้สึกว่าทำไมในเอเชียไม่มีใครพูดเรื่องเหล่านี้บ้าง พอกลับมาเมืองไทย ตอนนั้นเริ่มมีคนทำโปรเจกต์รณรงค์เกี่ยวกับสิทธิสตรีแล้ว บวกกับได้เจอรุ่นน้องที่มีความเจ็บปวดจากความไม่เท่าเทียมมาด้วย ก็คิดว่าตัวเรามีความสามารถ มีเครือข่าย น่าจะช่วยเหลือผู้หญิงได้ จึงเป็นที่มาของDragonflyโดยใช้แมลงปอเป็นสัญลักษณ์เพราะเป็นเครื่องหมายของการเปลี่ยนแปลงและเติบโต เราเชิญสปีกเกอร์ผู้หญิงชื่อดังมาพูดถึงความเท่าเทียมและเปิดขายบัตรให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งได้รับฟิดแบ็กค่อนข้างดี เพราะลึก ๆ ผู้หญิงเอเชียก็รู้สึกถึงความไม่เท่าเทียม แต่อาจเพราะที่ผ่านมาเสียงของเราไม่ดังเท่าไร เมื่อได้จัดงานสัมมนาในพื้นที่ที่ปลอดภัย ทุกคนจึงเปล่งเสียง ตัวเองได้”

ฟีดแบ็กเป็นอย่างไรคะ

         “มีทั้งเศร้าและดีค่ะ อย่างเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกเศร้าคือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีผู้หญิงอายุ 25 เขียนมาหาแพมว่าเขาว่ายน้ำไม่ได้ เพราะพ่อแม่ไม่อยากให้ผิวเสีย ฟังแล้วรู้สึกว่าปัญหาที่ผู้หญิงเคยเผชิญเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำไมปัจจุบันถึงยังมีอยู่นะ แปลว่าการเปลี่ยนแปลงค่านิยมหรือแนวคิดในสังคมไทยเราเปลี่ยนช้ามาก ส่วนในแง่กำลังใจก็มี มีคนญี่ปุ่นเขียนมาบอกว่าขอบคุณที่จัดงานนี้นะ เพราะนี่คือ สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ

         “แพมรู้สึกว่าสังคมไทยอาจคิดว่าให้โอกาสผู้หญิงเยอะแล้ว แต่ถ้าเจาะลึกจริง ๆ ก็ยังไม่ใช่ ช่วงโควิดที่ผ่านมาผู้หญิงเบิร์นเอ้าต์กันเยอะมากนะคะ เพราะหน้าที่การเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน ออกไปทำงาน ยังตกเป็นของผู้หญิงทั้งหมด ไม่ได้มีการแบ่งความรับผิดชอบ แพมยอมรับว่าผู้หญิงไทยเก่งมาก แต่แค่เพราะเราเก่งไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำทุกอย่าง”

จากปีแรกที่ Dragonfly จัดเพื่อความเท่าเที่ยมของผู้หญิง ทราบมาว่าปีนี้มีการรีแบรนด์ใหม่

         “ใช่ค่ะ ปีนี้เราเปลี่ยนมาเป็นเพื่อคนทุกคน แพมรู้สึกว่าถ้าเราสอนแต่ผู้หญิงอย่างเดียว ไม่ได้ให้ความรู้ผู้ชายด้วย กลายเป็นเราต้องสู้อยู่ฝั่งเดียว ซึ่งเราจะเหนื่อยมาก จึงรีแบรนด์ใหม่ว่าอยากเข้าใจความเท่าเทียมซึ่งเป็นเรื่องของมนุษย์ทุกคน เพราะฉะนั้นภายใต้ธีม Flow เรามีแกนหลักอย่างคำว่า Leadwell คือทำตัวเองให้เป็นผู้นำที่ดีก่อนทั้งร่างกายและจิตใจ จึงจะเป็นผู้นำคนอื่นได้ ซึ่งเราพบว่า ผู้ชายสนใจงานนี้มากกว่าที่คิดนะคะ จำได้ว่าตอนจัดงานปีแรกสปอนเซอร์ที่มาร่วมเป็นองค์กรของผู้ชายไปแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ ก็คิดว่าเขาคงต้องการรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

         “แพมคิดว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปเร็วมาก คนเบิร์นเอ๊าต์เยอะขึ้น เพราะเราเชื่อมต่อกับโซเชียลตลอดเวลา เมื่อก่อนเลิกงาน 5 โมงเย็น กลับบ้านพักผ่อนแต่ตอนนี้ไม่มีคำว่าหยุดWork-Life No Balance กลายเป็นเทรนด์ของยุคนี้ห้ามหยุด ห้ามพัก ไม่อย่างนั้นคุณจะพลาดโอกาส เราไม่สนใจสุขภาพ เราสนแค่ Productivity มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ป่วย ซึ่งอันตรายนะ แพมจึงอยากให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญของการพัก

         “ถ้าให้เปรียบเทียบกับรถยนต์ รถทุกค้นต้องหยุดวิ่งและเติมน้ำมัน และหากวิ่งเร็วเกินไปเครื่องยนต์จะร้อนมาก เพราะฉะนั้นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกใบนี้ต้องพัก เมื่อได้หยุด Productivity จะสูงกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ถ้าเป็นเด็กไฟแรงอาจมีกำลังสั้นเหลือ ขยันมาก แต่เรา ก็ต้องสร้างเครื่องมือให้เขารู้ว่าคุณต้องพัก“

ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายในเมืองไทยนะคะ เพราะหลายองค์กรชินกับการทำงานเกินเวลาหรือทำงานในวันหยุด

         “นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารต้องถามตัวเองว่าแล้วพนักงานมี Productivity หรือเปล่า ส่วนตัวแพมพยายามใช้ Work-Life Balance กับพนักงานตลอดเวลา เช่น หากประชุมครบ 1 ชั่วโมง แพมต้องขอให้ทุกคนลุกขึ้นมาขยับร่างกาย หรือช่วงพักเที่ยง ที่สยามกลการจะปิดแอร์ เพื่อให้คนออกไปกินอาหารข้างนอก พอถึง 17.00 น. เราปิดไฟแล้ว เพื่อให้ทุกคนกลับบ้าน แพมคิดว่าสุขภาพมาก่อนเรื่องอื่น เพราะถ้าเราป่วยก็เท่ากับเสียวันทำงานไปแล้ว 5 วัน ขณะเดียวกันน้อยครั้งมากที่จะมีงาน ด่วนจริง ๆ ทุกอย่างสามารถรอถึงพรุ่งนี้ได้

         “แพมเห็นตัวอย่างเรื่องนี้จากคุณพ่อและน้องชาย ทุกคนตื่นเช้ามาก เวลาทำงานก็คือทำงาน พอถึง 5 โมงเย็นกลับบ้าน 3 ทุ่มครึ่งเข้านอนแล้ว ซึ่งการนอนสำคัญนะคะ ถ้านอนไม่มีคุณภาพแล้วยังต้องฝืนร่างกายทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 3 ทุ่ม มนุษย์อดทนทำงานได้ค่ะ แต่คงเหมือนซาก สู้กลับไปพักจะดีกว่า”

คุณแพมเคยเบิร์นเอ๊าต์ไหมคะ

         “เคยค่ะ แต่ก่อนแพมเป็น Workaholic ทำงานไม่หยุด Productivity จ๋ามาก คือเวลาทำงานก็ไปสุด ช่วงเริ่มทำงานใหม่ ๆ แพมทำทั้งที่สยามกลการและเริ่มธุรกิจแฟชั่นทำมัลติแบรนด์ร่วมกับเพื่อน ๆ รูทีนคือทำงานที่สยามกลการ 8.00 น. – 17.00 น. พอกลับถึงบ้านก็จะไปทำธุรกิจของตัวเองต่อตั้งแต่ 19.00 น. – 01.00 น. เพราะทำงานตามเวลาของนิวยอร์ก ใช้ชีวิตอย่างนี้ราว 5-6 ปี ตอนนั้นเราเด็กพอที่จะใช้ชีวิตแบบนั้นได้ แต่ก็แลกด้วยการเป็นโรคนอนไม่หลับ

         “สาเหตุคือแพมทำงานหนักจนสมองไม่ได้หยุด เหมือนพื้นที่เก็บความทรงจำเต็ม จำอะไรไม่ค่อยได้ ส่งผลให้หลับไม่ลง ซึ่งทรมานที่สุด แต่ก่อนแพมติดยานอนหลับ พออยากจะเลิกก็พยายามหาทางรักษาทุกวิถีทาง แต่ไม่หาย ตัดสินใจ หักดิบด้วยการเลิกกินยาเด็ดขาด ซึ่งหมอเคยเตือนว่าไม่ดีต่อร่างกาย ควรจะค่อย ๆ ถอน แต่เพราะดื้อจึงไม่ฟัง ซึ่งการหักดิบเป็นช่วงที่ลำบากที่สุดในชีวิต เหมือนจะตายเลยค่ะ ใจสั่น กินอะไรไม่ลง ซึมเศร้า ผ่านไปสองอาทิตย์เหมือนร่างกายได้ดีท็อกซ์ครั้งใหญ่ เริ่มหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยา และอีกวิธีที่ช่วยให้นอนดีขึ้นคือการนั่งสมาธิ เป็นวิธีบริสุทธิ์ที่สุดในการเยียวยาตัวเอง เพราะเกิดจากเราเองล้วน ๆไม่ต้องให้ใครช่วย ไม่ต้องกินยา ที่สำคัญฟรีด้วยค่ะ (หัวเราะ)

         “นอกจากนั่งสมาธิ เวลาพักผ่อนก็พยายามพักจริง ๆ อย่างทริปล่าสุดไปเที่ยวกาลาปากอสกับลูกชาย (น้องภาโรห์ พรประภา) ก็พกคอมพิวเตอร์ไป แต่แพม ตัดสินใจไม่เปิดคอมเลย ซึ่งดีมาก พอกลับมาทำงานทุกคนทักว่าหน้าตาสดใสขึ้นคงเป็นเพราะได้เบรกจริง ๆ แถม Productivity พลุ่งพล่านมาก”

ทริปนี้เปลี่ยนวิธีคิดอย่างไรคะ

         “สุดๆ หนึ่ง เราไม่ได้เที่ยวเมือง เพราะฉะนั้นไม่ได้กินหรูอยู่สบาย สอง กิจกรรมที่ทำแอดเวนเจอร์มาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่แพมดำน้ำเย็นลึก 20 เมตร ซึ่งแพมเกลียดความเย็น ทักษะดำน้ำก็แย่มาก ดำลงไปเกือบตาย เสร็จจากผจญภัยที่กาลาปากอสต้องไปปืนเขาที่เปรู ซึ่งก่อนหน้าจะออกเดินทางนิ้วก้อยที่เท้าแพมหักมาเดือนกว่า แต่เราวางแผนทริปนี้มานานมาก ไม่อยากเปลี่ยนแพลน ก็อดทนยอมเดินขึ้นเขาสูง 3,200 เมตร หายใจก็ลำบาก นิ้วก้อยก็หัก ที่สำคัญคือก่อนปีนเขาเจ้าหน้าที่ให้แพมกินยากันอาการแพ้ความสูง แต่กลายเป็นแพ้ยา ผื่นขึ้นทั้งตัว ผลข้างเคียงคือนอนไม่หลับ ตลอดทริปนั้นแพมได้นอนคืนละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ต้องฝืนปีนเขาวันละ 8 ชั่วโมง แต่ท้ายสุดแล้วแพมก็ผ่านมาได้ทุกอย่าง

         “ทริปนี้จึงเปลี่ยนความคิดในมุมที่ว่าบางครั้งมนุษย์จำกัดชีวิตตัวเองมากเกินไป ถ้าแพมมัวจำกัดตัวเองว่าเกลียดน้ำเย็น ไม่ดำหรอก หรือนิ้วก้อยเจ็บ ปืนเขาไม่ได้หรอก เราจะทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ และความกลัวไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น อีกเรื่องคือถ้ารู้ว่าไม่ชอบอะไรจริงๆ เราปฏิเสธได้ อย่างทริปนี้แพมได้รู้ตัวแล้วว่า ตัวเองไม่ชอบการดำน้ำเลย เพราะฉะนั้นครังหน้าคงผ่านแล้วละ อะไรไม่อยากทำไม่ต้องฝืนก็ได้”

หัดเชย์โนกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตด้วยไหมคะ

         “ด้วยค่ะ ทุกวันนี้ถ้าต้องอยู่กับคนที่ทำให้แพมไม่มีความสุข จะไม่เกรงใจเลย ที่จะขอปฏิเสธไม่ไปดินเนอร์หรือร่วมงานกับเขา แน่นอนว่าหลายครั้งเราต้องทำตามหน้าที่ แต่ถ้าไม่จำเป็น แพมจะไม่ใช้เวลากับสิ่งที่ไม่อยากทำ เพราะคิดว่าเวลาคือสิ่งมีค่า เริ่มรู้สึกถึงเรื่องนี้เพราะอายุเพิ่มขึ้น เรารู้ว่าทุกอย่างมีวันจบ ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดกาล บวกกับคนรอบข้างป่วยเยอะ เสียชีวิตไปแล้วก็มี เพราะฉะนั้น ชีวิตไม่แน่นอน เราอาจจะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ จึงสำคัญมากว่าจะใช้เวลาไปกับใครและอะไร”

มีวิธีจัดการเวลาอย่างไร

         “ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรใช้ให้แค่ผ่านไป แต่ต้องใช้อย่างมีคุณภาพ เช่น ถ้าแพมนั่งอยู่กับลูก แต่ใช้เวลาไถมือถือเป็นชั่วโมงอย่าไปนั่งตรงนั้น สู้วางมือถือลงแล้วใช้เวลา 10 นาทีคุยกับเขายังดีกว่า คุณภา ที่เราใช้ไปกับสิ่งต่าง ๆ สำคัญมาก และเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งว่าถ้าเราใส่ใจกับอะไร สิ่งนั้นจะเติบโต ส่วนสิ่งไหนที่เราไม่ให้เวลาก็จะเฉา

         “เวลาที่ใช้ในขณะนี้ อันดับหนึ่งคือต้องดูแลตัวเอง ทั้งจิตใจและร่างกาย แพมออกกำลังกายทุกวัน พยายามออกไปอยู่กับธรรมชาติให้มากขึ้น แต่ก่อนให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นก่อนตัวเองเสมอ แต่พอได้ทำโปรเจกต์ Dragonfly ก็พบว่าถ้าเราไม่โอเคคนรอบข้างจะเดือดร้อนหมด

         “รองจากตัวเอง แพมให้ความสำคัญกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะท่านอายุมากแล้วและท่านให้แพมมาเยอะเหลือเกิน สิ่งเดียวที่ท่านต้องการจากแพมคือเวลา ส่วน อีกคนสำคัญในชีวิตก็คือลูกชาย“

ความสุขในวันนี้คืออะไรคะ

         “คือเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ เช่น กอดคุณพ่อคุณแม่ กอดลูก กอดหมา บางทีการได้อยู่คนเดียว ได้ฟังเพลงนาน ๆ หรือได้เห็นพระอาทิตย์ตก ซึ่งพระอาทิตย์ก็ตกอยู่ทุกวันนะ แต่ถ้าวันไหนใจเรานิ่งพอ เราจะเห็นความสวย เห็นสีรุ้งของพระอาทิตย์ ความสุขคือแค่นี้เลย ไม่จำเป็นต้องพิสดาร         “ความสุขเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดในทุก ๆ วันค่ะ”


เรื่อง Fai
ภาพ อิทธิศักดิ์

Try Everything

“Try Everything” mindset ใหม่จาก ALDO ที่อยากชวนให้ทุกคน กล้าลองสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะรีเฟรชสไตล์ หรือเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ภายในงานมีดารามาร่วมถ่ายทอดตัวตนผ่าน ALDO Try Everything Collection อาทิ ต้า นันคุณ @ta_nannakun , อัส นิติธร @usnttr , อิน อินทิรา @__inthira และ นัทตี้ ณฐมน @natty_ntm มาร่วม Try ALDO New Collection ทั้งรองเท้าและกระเป๋าที่ช่วยเติมเต็มลุคในแบบใหม่ๆ

ALDO พร้อมอยู่เคียงข้างทุกก้าว เพื่อมอบทั้งความมั่นใจ ความสบาย และแรงบันดาลใจให้กับทุกคน ร่วมค้นหาตัวตนผ่าน ALDO Try Everything Collection ได้แล้ววันนี้ที่ ร้าน ALDO ทุกสาขา และ www.aldo.co.th


ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก กับบทบาทที่หลากหลายและชีวิตที่ลงตัว

ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ คือหนึ่งในนักแสดงที่น่าจับตามองที่สุดในยุคนี้ ด้วยความสามารถในการเข้าถึงทุกตัวละครอย่างลึกซึ้ง พร้อมกับทัศนคติการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมสุข เธอได้พิสูจน์แล้วว่า ชีวิตที่ลงตัวคือการยอมรับความสุขจากทุกสิ่งรอบตัว

BAI1
ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มาร่วมงานคลีนดี มี BARRIER SKINTIFIC X BAIFERN SKINTIFIC ในฐานะพรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุดสำหรับไลน์โปรดักส์ทำความสะอาดผิวหน้า ณ Sphere Gallery 1, ชั้น M, EmSphere

นักแสดงมากฝีมือผู้ไม่ยึดติดกับเป้าหมาย

ในวงการบันเทิง ใบเฟิร์นได้พิสูจน์ตัวเองผ่านบทบาทที่หลากหลาย ตั้งแต่สาวน้อยน่ารักในภาพยนตร์ “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” ไปจนถึงบทบาทที่ท้าทายในละครอย่าง “ใบไม้ที่ปลิดปลิว” ที่ทำให้เธอได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม ความสามารถในการเข้าถึงตัวละครอย่างลึกซึ้ง ทำให้เธอเป็นที่ต้องการของคนทำงานในวงการ

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ใบเฟิร์นเปิดเผยว่าเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ ในชีวิตมากนัก เธอชอบที่จะมีความสุขกับการทำงานในแต่ละวันอย่างเต็มที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ

เคล็ดลับผิวสตรอง

เริ่มต้นที่การล้างหน้าอย่างอ่อนโยน เพื่อไม่ทำร้าย Skin Barrier ใบเฟิร์นเลือก SKINTIFIC กับ 2 สูตรไฮไลท์: 5X Ceramide Low pH Cleanser (สีฟ้า) ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรงทุกวัน และ MSH Niacinamide Brightening Cleanser (สีชมพู) ที่ช่วยลดหมองคล้ำ มอบผิวสะอาด เนียนนุ่ม และไม่แห้งตึง

ความทุกข์หนึ่งเดียวในชีวิต…น้องหมาแสนซน

แม้ชีวิตในวงการจะดูราบรื่น แต่ใบเฟิร์นก็มีเรื่องให้ปวดหัวอยู่บ้าง นั่นคือเรื่องความซนของน้องหมาที่บ้าน ที่ชอบฉี่ใส่โซฟาหรืออุจจาระกลางบ้านเวลาที่รู้สึกไม่พอใจ ซึ่งเธอบอกว่าเป็น “ความทุกข์เดียวในชีวิต” ที่ทำให้ต้องหาครูฝึกมาช่วยดูแล แต่ในความวุ่นวายนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของใบเฟิร์นที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แต่เป็นคนธรรมดาที่มีความสุขและความทุกข์ในแบบที่ทุกคนเป็น

ความสัมพันธ์ที่แฟนๆ ลุ้น

สำหรับแฟนๆ ที่รอชมผลงานของใบเฟิร์น เธอก็ได้แง้มถึงโปรเจกต์ละครที่ต้องเก็บเป็นความลับ ซึ่งคาดว่าจะได้ชมกันในปีหน้า แม้จะอึดอัดกับการเก็บความลับ แต่ก็เป็นสัญญาณว่าในปีหน้าเราจะได้เห็นเธอในบทบาทใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นอย่างแน่นอนนอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับ นาย ณภัทร เธอตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่ติดอยู่แล้ว” ซึ่งสร้างความหวังให้แฟนคลับที่คอยเชียร์ให้ทั้งคู่กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง

VERSACE EMBODIED เปิดแคมเปญพลังแห่งวัฒนธรรม ถ่ายทอดตัวตนและจิตวิญญาณ

หากจำกัด “VERSACE EMBODIED” ว่าเป็นเพียงแคมเปญอาจไม่ถูกทั้งหมด เพราะนี่ถือเป็น “บทสนทนา” ระหว่างบุคคลและกลุ่มขับเคลื่อนวัฒนธรรม โดยมีผลงานศิลปะอย่าง ภาพถ่าย บทกวี ดนตรี และภาพยนตร์ เป็นสื่อกลางในการปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์อันสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ด้วยผู้คน สถานที่ และสัญลักษณ์ที่บ่งบอกคุณค่าอย่างลึกซึ้ง

สำหรับผลงานในแคมเปญครั้งนี้ เป็นการปลุกเร้าความจริงทั้งทางอารมณ์และร่างกาย ผสมผสานกับสิ่งของ Archive ของ Versace มีทั้งหมด 8 ผลงาน ได้แก่

Medusa, via Gesù, 12 ภาพถ่ายโดย Camille Vivier, 2025

ผลงานนี้ถ่ายทอดรูปหล่อบรอนซ์ของเมดูซาที่ประดับบนประตูบ้านและสตูดิโอออกแบบดั้งเดิมของ Versace ณ มิลาน พร้อมด้วยสิ่งของจาก Achieve ของแบรนด์ ผลงานจากช่างภาพผู้มีสไตล์เหนือจริง อย่าง Camille Vivier

ฤดูร้อนทางตอนใต้ของอิตาลี  ภาพถ่ายโดย Andrea Modica, 2025

สำหรับภาพเยาวชนที่ออกสำรวจทางตอนใต้ของอิตาลี อันเชื่อมโยงกับมรดกทางเมดิเตอร์เรเนียนของแบรนด์ เป็นผลงานจากช่างภาพผู้มีชื่อเสียงด้านภาพขาวดำอย่าง Amdrea Modica

แคตตาล็อก Versace ‘Istante’ ภาพถ่ายโดย Steven Meisel, ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 1997

ผลงานชิ้นต่อไปมาจากช่างภาพผู้มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับ Versace ตั้งแต่ยุค 1980 นั่นคือ Steven Meisel โดยรูป “Istante” นี้มาจาก Achieve ของเขาที่ถ่ายในเมืองนิวยอร์ก

‘Untitled’ ภาพวาดโดย Collier Schorr, 2025

Collier Schorr ศิลปินและช่างภาพ ถ่ายทอดภาพบุคคลในมุมมองที่ตรงไปตรงมาและท้าทาย สะท้อนความใกล้ชิดและเสน่ห์เย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผ่านชุดภาพวาดต้นฉบับ

Bronzi di Riace, ราว ค.ศ. 460–450 ก่อนคริสตกาล จัดแสดงที่ Palazzo del Quirinale, 1981

ภาพถ่ายรูปปั้นบรอนซ์สองร่างในสภาพเปลือย เปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่ Palazzo del Quirinale ในปี ค.ศ. 1981 ถ่ายทอดพลังแห่งความเป็นชายและสายตาของผู้เฝ้ามอง โดยช่างภาพนิรนาม เผยให้เห็นความเย้ายวนอันสง่างามต่อสายตาผู้ชมที่กำลังตื่นตะลึง

‘Put It Back’, บทกวีโดย Eileen Myles, 2025

‘Put It Back’ คือบทกวีที่สะท้อนความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ ตอบสนองต่อความใกล้ชิดและพลังทางกายภาพอันเป็นแก่นแท้ของ Versace โดยผลงานดังกล่าวเป็นของ Eileen Myles กวีและนักเขียนนวนิยาย ผู้เบลอเส้นแบ่งระหว่างรูปแบบงานเขียนด้วยภาษาที่ดิบและตรงไปตรงมา

Binx on a bike. ภาพถ่ายโดย Stef Mitchell, 2025

ภาพถ่ายที่สะท้อนเสน่ห์แห่งอิสรภาพและความเยาว์วัย ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีอันท้าทายและสดใหม่ของ Versace ได้รับการถ่ายทอดผ่าน Binx Walton นางแบบและศิลปิน จากเลนส์ของ Stef Mitchell ผู้มีชื่อเสียงด้านภาพถ่ายเชิงใกล้และทรงพลัง

นอกจากภาพและบทกวีดังกล่าวแล้ว แคมเปญนี้ยังมีวีดีโอในชื่อผลงาน ‘Ponyboy’ ที่สร้างสรรค์พื้นที่สำหรับการแสดงออกทางร่างกายอย่างอิสระ การเชื่อมต่อ และชุมชนผ่านการเต้นรำ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความตรงไปตรงมาและเสรีภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ Versace ซึ่งกำกับโดย Olly Elyte


ภาพและข้อมูล: Courtesy of VERSACE

Primus Charity Golf Tournament 2025 คัดตัว 12 นักกอล์ฟ ร่วมทริปตีกอล์ฟสุดหรู @คุนหมิง

ขึ้นชื่อว่า ไพร์มมัส กรุ๊ป เรื่องงานเซอร์วิสลูกค้า ไม่เคยมีคำว่า “เบา” ปีนี้ขอจัดหนักจัดเต็มอีกครั้ง ผ่านการแข่งขันกอล์ฟการกุศล Primus Charity Golf Tournament 2025 อย่างยิ่งใหญ่ ณ สนามกอล์ฟ สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส” พัทยา จ.ชลบุรี ที่ชวนลูกค้ารถยนต์กลุ่มพรีเมี่ยมมาประชันวงสวิง ลุ้นสิทธิ์ 12 สุดยอดนักกอล์ฟ ร่วมทริปบินลัดฟ้าเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่คุนหมิง ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

Primus Charity Golf Tournament 2025

โดยงานนี้ คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เล่าถึงความสำเร็จในการจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล Primus Charity Golf Tournament 2025 ในครั้งนี้ว่า ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น โดยมีลูกค้ารถยนต์กลุ่มพรีเมี่ยม ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป คือ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Aion และ Deepal ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมประชันวงสวิงมากถึง 144 คน เพื่อลุ้นสิทธิ์เป็น 1 ใน 12 สุดยอดนักกอล์ฟ ร่วมเปิดประสบการณ์กับรางวัลแพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่สนามกอล์ฟ Spring City Golf & Lake Resort เมืองคุน หมิง ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน และรางวัลไฮไลท์ Hole in One รถยนต์แบรนด์ลักชัวรี่ Zeekr 7X Performance AWD รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 100% มูลค่า 1,799,000 บาท 

Primus Charity Golf Tournament 2025

ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การประชันฝีมือแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสในการร่วมทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยรายได้จากการแข่งขันทั้งหมด จะมอบให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข อันเป็นเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่ ไพรม์มัส กรุ๊ป ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

Primus Charity Golf Tournament 2025

คุณณัฏฐวุฒิยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผมในนามตัวแทนของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจและสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้ประสบความสำเร็จและบรรจุวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี การจัดงานครั้งนี้  นอกจากจะสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่นักกอล์ฟแล้ว ยังเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ในการตอบแทนสังคม และมอบความประทับใจที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าคนสำคัญอีกด้วย

Primus Charity Golf Tournament 2025

ด้าน คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เสริมว่า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราที่จะมอบประสบการณ์การแข่งขันกอล์ฟแบบลักชัวรี่ย์ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ไพรม์มัส กรุ๊ปที่จะส่งมอบเอกสิทธิ์พิเศษเหนือระดับ ควบคู่การสร้างความพึงพอใจสูงสุด ทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขายที่ครบถ้วน สมบูรณ์แบบสูงสุดให้แก่ลูกค้าคนสำคัญของเรา

Primus Charity Golf Tournament 2025

การแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น โดยบรรดาเหล่านักกอล์ฟให้ความสนใจในการร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ กับการแข่งขันที่เน้นความสนุกสนาน ท้าทาย ในสนามกอล์ฟ สยาม คันทรี คลับ โอลด์ คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี เป็นสนามที่ใช้จัดแข่งขันรายการระดับ LPGA และทัวร์นาเมนต์นานาชาติรายการสำคัญหลายรายการ อีกทั้งยังเพิ่มความตื่นเต้น ท้าทาย ด้วยรางวัล Hole in One รวม 3 หลุม โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% Zeekr 7X Performance AWD มูลค่า 1,799,000 บาท  ที่สนับสนุนโดย บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับแพ็กเกจเล่นกอล์ฟสุดพรีเมียม ที่คุนหมิง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าฟิล์มกรองแสง “ลามิน่า” และ บริษัท เออร์โก ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง 2 รางวัลหลังนี้ หากไม่มีผู้ใดทำ Hole in One ได้ จะนำรางวัลดังกล่าวมาจับลุ้นหาผู้โชคดีต่อไป

Primus Charity Golf Tournament 2025

Primus Charity Golf Tournament 2025 คัดตัว 12 นักกอล์ฟ ร่วมทริปตีกอล์ฟสุดหรู @คุนหมิง 

Primus Charity Golf Tournament 2025

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ มีผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้น 144 คน แบ่งการแข่งขันเป็นประเภทบุคคล ไฟลท์ A, B, และ C แข่งขัน 18 หลุม แบบสโตรคเพลย์ ใช้ระบบแต้มต่อ 36 (36 System) และตัดสินด้วยระบบ Stableford เพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศอันดับ 1-3 ของแต่ละไฟล์, รางวัล Overall Low Gross และรางวัล Hole in One รวมราคาพิเศษต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันกอล์ฟการกุศล Primus Charity Golf Tournament 2025 และรับรางวัลแพคเก็จเล่นกอล์ฟสุดหรู ที่คุนหมิง ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน พร้อมถ้วยรางวัล ได้แก่

รางวัล Overall Low Gross : คุณณัฐ  เวสชัชวาล 

ไฟลท์ A

ผู้ชนะเลิศ                      คุณประวิทย์ โนภิชัย                   Net Score 70 คะแนน

รองชนะเลิศ อันดับ 1      คุณนิษารัตน์ ฮุยสรวง                Net Score 71 คะแนน

รองชนะเลิศ อันดับ 2      คุณทรงพล แสงมาศ                   Net Score 71 คะแนน

ไฟลท์ B

ผู้ชนะเลิศ                      คุณกรอินทร์ บุษสระเกษ            Net Score  69 คะแนน

รองชนะเลิศ อันดับ 1      คุณธนาเทพ ศิริบุตร                    Net Score 69 คะแนน

รองชนะเลิศ อันดับ 2      คุณชวนากร จันทรตัง                  Net Score 70 คะแนน

ไฟล์ C

ผู้ชนะเลิศ                      คุณสมสมัย แก้วบุตรดี                Net Score 71 คะแนน

รองชนะเลิศ อันดับ 1      คุณ สหศักย์ ธนาธรณ์                 Net Score 73 คะแนน

รองชนะเลิศ อันดับ 2      คุณโชค กิตติพงษ์ถาวร               Net Score 73 คะแนน

Primus Charity Golf Tournament 2025

และรางวัลพิเศษแพ็คเกจเล่นกอล์ฟสุดหรู จากการจับรางวัลผู้โชคดี ได้แก่ คุณนพปฏล ช้างเผือก และ คุณสมเดช สินธุชัย เรียกว่าเล่นใหญ่จัดเต็ม สมกับที่จัดงานทั้งทีต้องฟินทั่วหน้าแบบนี้


ดีเทลจัดเต็ม! เปิด 5 คอสตูม “ลิซ่า ลลิษา” ในฐานะนักแสดงจาก The White Lotus SS3

แม้ซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 จะจบไปพักใหญ่แล้ว แต่กระแสยังไม่มีตก เพราะซีรีส์สุดเข้มข้นเรื่องนี้ได้รับการนำเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Awards ครั้งที่ 77 มากถึง 23 สาขา ดังนั้นหนึ่งในนักแสดงอย่าง ลิซ่า ลลิษา จึงไม่พลาดมาร่วมงานสำคัญ แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเธอยังคงเป็นที่น่าจับตามองเช่นเคยว่าครั้งนี้ ลิซ่าจะปรากฏตัวพร้อมกับคอสตูมจากแบรนด์อะไร และมีความหมายอย่างไร แพรว จึงรวบรวม 5 ชุดที่ลิซ่าเคยสวมใส่ร่วมงานอีเวนต์ ในฐานะนักแสดงจาก The White Lotus SS3

Emmy Awards 2025

เริ่มต้นด้วยงานที่ผ่านไปไม่นานอย่าง Emmy Awards 2025 ที่ลิซ่าปรากฏตัวในเดรสสีชมพูปาดไหล่ ผลงานการออกแบบพิเศษจาก Lever Couture ซึ่งผู้ออกแบบได้ออกมาเปิดเผยภาพ ดอกบัว อันเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ชุดดังกล่าว ทั้งนี้เธอยังสวมเครื่องประดับชั้นสูงที่โดดเด่นด้วยอัญมณีโกเมน, พลอยสีชมพู และเพชรพาเว่ BVLGARI คอลเล็คชั่น Serpenti เพื่อเติมเต็มลุคสมบูรณ์แบบ

รวมถึงในช่วง After Party เธอก็ยังเรียกสปอตไลท์ในงาน จากคอสตูม DILARA ในเสื้อชีฟองแขนฟู พร้อมคอร์เซ็ตเพิ่มความเซ็กซี่ โดยไฮไลท์ของลุคนี้ต้องยกให้กับเครื่องประดับจาก Rojanatorn จิเวลรี่แบรนด์ไทย ที่มีทั้งสร้อยคอ, โชคเกอร์ และสร้อยข้อมือ

“The White Lotus” Season 3 Los Angeles Premiere

ย้อนกลับไปในอีเวนต์แรกของ The White Lotus ซีซั่น 3 กับงานฉายซีรีส์ในรอบปฐมทัศน์ ณ ลอสแอนเจลิส ลิซ่าปรากฏตัวพร้อมเดรสประดับไข่มุก ที่ใครต่อใครต่างคาดเดากันว่าสัญลักษณ์อันบริสุทธิ์ที่ประดับอยู่บนชุดเหล่านี้อาจสะท้อนถึงชื่อตัวละครที่เธอแสดงอย่าง ‘มุก’ นั่นเอง โดยผลงานดังกล่าวตัดเย็บจากห้องเสื้อโอต์ กูตูร์ สัญชาติเกาหลีที่มีชื่อว่า “Miss Sohee”

นอกจากนี้ในมือยังถือดอกไม้สำคัญอย่างดอกบัว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘Light of Lotus’ โดยมีแบรนด์ไทยจิเวลรี่อย่าง SARRAN by Sarran Youkongdee มาเป็นผู้ออกแบบผ่านแนวคิด “การจำลองแสงอาทิตย์แรกที่สะท้อนสู่ผิวน้ำและดอกบัวสีขาวที่กำลังเบ่งบานในยามเช้า ถือเป็นการบอกเล่าสู่การเดินทางและการเริ่มต้นในทุกเช้าวันใหม่” แน่นอนว่าดอกไม้ดังกล่าวออกแบบให้สำหรับลิซ่าโดยเฉพาะ

“The White Lotus” Season 3 Thailand Premiere

หนึ่งครั้งสำคัญไม่แพ้ครั้งไหน เมื่อซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 มาเปิดตัว ณ ประเทศไทย สถานที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของลิซ่า เธอจึงปรากฏตัวในเดรสสั่งตัดพิเศษจาก Louis Vuitton พร้อมไฮจิเวลรี่ คอลเล็คชั่น Diva’s Dream และแหวน Serpenti Viper จาก BLVGARI พร้อมกิ๊บติดผมรูปดอกไม้ และกำไลข้อมือดีไซน์พวงมาลัย ที่เห็นแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เข้ากับประเทศไทยจริงๆ

สำหรับ After Party ลิซ่ามาในมินิเดรสสีเหลือง ผลงานการรังสรรค์จาก 2 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ นั่นคือ Meshmuseum และ SARRAN ที่นำผ้าไหมไทยปักลูกแก้วมานำเสนอผ่านดีไซน์เดรสสั้น เสริมความโดดเด่นช่วงไหล่ด้วยดอกมะลิ 2,000 ดอก ซึ่งแต่ละดอกได้รับการออกแบบให้มีรูปแบบและโทนสีแตกต่างกัน

ทั้งนี้ SARRAN ได้เปิดเผยความหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร้อยพวงมาลัยมะลิไว้ว่า “เป็นเหมือนการกล่าวต้อนรับกลับบ้าน และการกล่าวถึงพลังของผู้หญิงไทย”

จากทั้ง 5 คอสตูมที่กล่าวไป จะเห็นอย่างชัดเจนว่า แต่ละลุคผ่านการคิดและวางแผนมาเป็นอย่างดีเพื่อนำเสนอทั้งคาแร็คเตอร์, ซีรีส์ รวมถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย


ภาพ: Getty Image, @sarranofficial, @hbomax, @rojanatorn

LINE ผนึกพันธมิตร 4 ผู้ให้บริการเทเลเมดชั้นนำของไทย เปิดตัว LINE HEALTH ให้คนไทยเข้าถึงแพทย์และบริการสุขภาพได้ทุกที่

หาหมอบน LINE ได้แล้ววันนี้! LINE ประเทศไทย เปิดตัว “LINE HEALTH” ทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพสำหรับคนไทยอย่างเป็นทางการ เชื่อมต่อผู้ใช้ LINE ทั่วไทยเข้ากับ 4 ผู้ให้บริการหมอออนไลน์ Clicknic – Health at Work – หมอคู่คิดส์ – ooca ผ่านบัญชีทางการเดียว (@linehealth) เพียงเพิ่มเพื่อน เข้าปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ รอรับยาที่ส่งถึงบ้าน ดูแลครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ และหมอเด็ก เข้าถึงง่าย สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องเดินทาง พร้อมรองรับสิทธิบัตรทอง 42 กลุ่มอาการโรคทั่วไปและประกันกลุ่ม สะท้อนเจตนารมณ์ของ LINE ในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนบริการสาธารณสุขของประเทศ  

รัฐธีร์ ฉัตรดํารงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ (Chief Commercial Officer), LINE ประเทศไทย “การเปิดตัว LINE HEALTH คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ LINE ประเทศไทย ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยการนำบัญชีทางการ (Official Account) มาสร้างเป็นแพลตฟอร์มกลางเพื่อสนับสนุนและยกระดับระบบสาธารณสุขไทย เรามุ่งหวังว่าด้วยศักยภาพของ LINE ที่เข้าถึงคนไทยกว่า 56 ล้านคนทั่วประเทศ LINE HEALTH จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัล ที่ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม LINE HEALTH จึงได้เชื่อมต่อกับ 4 พันธมิตรผู้ให้บริการด้านเทเลเมดิซีนชั้นนำของไทยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบคลุมทุกความต้องการพื้นฐานด้านสาธารณสุขของคนไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหมอสุขภาพกาย หมอสุขภาพจิต และหมอเด็ก ตอบโจทย์ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ผู้ใช้สิทธิประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก ผู้ใช้สิทธิประกันกลุ่ม ทั้งหมดนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้ LINE HEALTH ครอบคลุมการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของคนไทยอย่างแท้จริง”

4 พันธมิตรผู้ให้บริการเทเลเมดชั้นนำที้ให้บริการบน LINE HEALTH ได้แก่

  • Health at Work แพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นบริการสุขภาพสำหรับวัยทำงาน ให้คำปรึกษาแพทย์ผ่าน LINE ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล พร้อมบริการส่งยาถึงที่ ลดเวลาและค่าใช้จ่าย รองรับสิทธิประกันกลุ่ม และประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) ช่วยเสริมสร้างสวัสดิการเชิงรุกที่ตอบโจทย์พนักงานองค์กรยุคใหม่
  • หมอคู่คิดส์ แพลตฟอร์มเทเลเมดิซีนสำหรับพ่อแม่และเด็กอันดับหนึ่งของไทย สามารถปรึกษาหมอและพยาบาลเด็กได้ตลอดเวลา ครอบคลุมทั้งเรื่องการเจ็บป่วยทั่วไปและพัฒนาการเด็ก พร้อมฟีเจอร์เสริม เช่น การบันทึกวัคซีน และการติดตามพัฒนาการลูก
  • ooca แพลตฟอร์มสุขภาพจิตออนไลน์ชั้นนำของไทย ให้คำปรึกษาโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่ผ่านการรับรอง ผ่านวิดีโอคอลหรือแชทออนไลน์ เน้นการเข้าถึงง่าย ลดการตีตราทางสังคม และรักษาความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับผู้ใช้บริการ
  • Clicknic แพลตฟอร์มเทเลเมดิซีนของไทยที่ให้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลได้ทันที ทุกที่ โดยเชื่อมต่อกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อรองรับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง โดยเปิดให้ประชาชนสามารถพบแพทย์ออนไลน์ รับยา และจัดส่งยาถึงบ้านได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุม 42 กลุ่มอาการทั่วไป เช่น ไข้หวัด ปวดศีรษะ หรือท้องเสีย ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพบแพทย์อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลหรือคลินิก

นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่าLINE เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มสื่อสาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีศักยภาพสูง ด้วยการเชื่อมต่อผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย สปสช.เชื่อมั่นว่า LINE จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบสุขภาพของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสิทธิบัตรทองอย่างแท้จริง ทั้งการลดข้อจำกัดด้านระยะทาง ลดความแออัดในโรงพยาบาล และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและมีคุณภาพอย่างเท่าเทียม” สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Rich Menu ของ LINE HEALTH

LINE HEALTH พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้บนแอปพลิเคชัน LINE ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่าย สะดวก และปลอดภัย เพียงเปิดแอป LINE แล้วพิมพ์ค้นหา @linehealth


ATLAS ผนึก PTG ปั๊มแลนด์มาร์กใหม่ “PT Max Rest” ยกระดับสถานีบริการน้ำมันพีที และก๊าซ LPG Lifestyle Station ครบวงจร

บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS จับมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันพีทีและก๊าซ LPG ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “PT Max Rest นครชัยศรี 11” สถานีแห่งนี้ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Resting Area ผสานกับ Lifestyle Station อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ มอบความสะดวกสบายครบวงจร และเติมเต็มทุกพลังแห่งการเดินทาง บนพื้นที่กว่า 16 ไร่ บนถนนเพชรเกษม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ในโอกาสสำคัญนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มาเป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568

นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี  จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เปิดเผยวัตถุประสงค์การเปิดสถานี PT Max Rest นครชัยศรี 11 เพื่อเป็นการยกระดับสถานีบริการน้ำมันพีทีและ LPG ให้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและบริการครบวงจร ตอบโจทย์นักเดินทางบนถนนสายหลัก และชาวจังหวัดนครปฐม โดยมีเป้าหมายเป็น “แหล่งแวะพัก” หรือ “Resting Area Destination” โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้ บริษัท โอลิมปัส ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ATLAS

การสร้าง Destination แห่งใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงจุดพัก แต่เป็นสถานที่ที่รวมบริการครบวงจรไว้ด้วยกัน ทั้ง กาแฟพันธุ์ไทย, กาแฟ Coffee World, ร้านอาหารบริการด่วน Subway ซึ่งเป็นสาขา Flagship Drive Thru แห่งแรกของประเทศ และยังมีศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs อีกทั้งการตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าผ่าน จุดชาร์จ EV “Elex by EGAT PT” และร้านค้าชั้นนำอื่นๆ พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวจุดพักผ่อนของผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง จนเป็นเสมือน lifestyle station สำหรับคนยุคใหม่ ด้วยงบประมาณการลงทุนรวมกว่า 200 ล้านบาท

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) กล่าวว่า PT Max Rest นครชัยศรี 11 จะเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์อันโดดเด่น ของการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน และ LPG รูปแบบใหม่ในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ แอตลาส และ โอลิมปัส ออยล์ ที่จะช่วยเสริมสร้าง Ecosystem ของ PTG ให้เกิดความแข็งแกร่ง ครบวงจร และยั่งยืนในอนาคต และเชื่อมโยงจากหน่วยธุรกิจพลังงาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ Non-Oil อันจะนำไปสู่การส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจของ PTG  มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น


SACIT_Craft_Collection_2025

SACIT ยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยที่ผ่านการรับรองภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 คัดสรร 120 ผลงาน พัฒนาคุณภาพในทุกด้านสู่ระดับสากล

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ประกาศผลการคัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย โดยมีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกทั้งสิ้น 120 ผลงาน ซึ่งโดดเด่นด้านฝีมือ, นวัตกรรม, และความยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

SACIT ยกระดับศิลปหัตถกรรมไทยที่ผ่านการรับรองภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 คัดสรร 120 ผลงาน พัฒนาคุณภาพในทุกด้านสู่ระดับสากล

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์กรมหาชน) หรือ SACIT กล่าวว่า   ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยมีความโดดเด่น  สะท้อนอัตลักษณ์  และภูมิปัญญาของช่างฝีมือในท้องถิ่นทั่วประเทศ สามารถพัฒนาไปสู่สินค้าที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อีกมหาศาล ซึ่งการที่จะยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในทุกด้าน สำหรับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ผ่านการรับรอง ภายใต้โครงการ SACIT Craft Collection 2025   ได้รวบรวมจัดทำเป็นรูปแบบ E-cataloge โดยสามารถดูผลิตภัณฑ์ในโครงการได้ที่ https://url.in.th/ZCKqM

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT

ซึ่งที่ผ่านมา SACIT จึงได้จัดทำ SACIT Craft Collection 2025 เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่เป็นแบบอย่างของศิลปหัตถกรรมชั้นสูง โดยจัดตั้งคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาจากหลากหลายสาขา ทั้งศิลปินแห่งชาติ ผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำ นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด รวมทั้งหมด 10 ท่าน ซึ่งได้เข้ามาคัดสรรผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยจากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม  ทายาทช่างศิลปหัตกรรม  สมาชิก สศท.  และ New Yong Craft ทั่วประเทศ รวมทั้งหมด 3 ครั้ง

นายเจรมัย  พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด

จากการพิจารณาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ผ่านการคัดสรรจากทั้ง 3 ครั้ง คณะกรรมการทั้ง 10 ท่าน ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ได้รับการรับรองภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 รวมทั้งสิ้น 120 ผลงาน โดยแบ่งเป็นงานศิลปหัตถกรรมประเภท Master Craft จำนวน 23 ผลงาน ศิลปหัตถกรรมประเภท Trendy Craft จำนวน 71 ผลงาน และศิลปหัตถกรรมประเภท Conscious Craft จำนวน 26 ผลงาน

โดยภายใต้  SACIT Craft Collection 2025  ได้แบ่งประเภทการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตกรรมออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. Master Craft หรือหัตถศิลป์ระดับประเทศ (The Legacy of Master Craftsmanship)    เน้นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านความเป็นเลิศเชิงช่าง (Craftsmanship)  และความดั้งเดิม (Authenticity)  2. Trendy Craft หรือนวัตศิลป์เพื่อตอบสนองความต้องการของปัจจุบันและอนาคต (Bridging Tradition and Tomorrow) เน้นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม (Innovation) และความสามารถทางการตลาด (Marketability)  3. Conscious Craft หรือ หัตถกรรมรักษ์โลก (Where Sustainability Meets Creativity) เน้นผลิตภัณฑ์ที่ โดดเด่นด้านการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และนวัตกรรม (Innovation)

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ผ่านการคัดสรร ได้ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาในด้านต่าง ๆ  ได้แก่ ด้านความเป็นเลิศเชิงช่าง มีทักษะฝีมือช่างระดับสูง, ด้านความสามารถทางการตลาด ศักยภาพในการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ, ด้านความดั้งเดิม  การอนุรักษ์สืบสานองค์ความรู้  ภูมิปัญญาท้องถิ่น, ด้านนวัตกรรม  แนวทางการสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัย เพื่อสืบสานให้องค์ความรู้ดั้งเดิมยังดำรงอยู่ได้อย่างร่วมสมัย รวมถึงการมีแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน ใส่ใจต่อสังคม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้ผลงานที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดสรรจากทั้ง 3 กลุ่ม จะได้รับสิทธิประโยชน์ในหลายด้าน เช่น ได้รับตราสัญลักษณ์ และประกาศนียบัตรรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ SACIT Craft Collection 2025 รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และจัดแสดงผลงานในนิทรรศการพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้รับโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ การสนับสนุนด้านการตลาด การจัดแสดงผลงานในระดับนานาชาติ การส่งเสริมขยายตลาดผ่านช่องทางการขายทั้งร้านค้า และระบบออนไลน์ และการจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ในเครือข่ายสื่อพันธมิตร เป็นต้น

“โครงการ SACIT Craft Collection 2025 จะเป็นสปริงบอร์ดส่งให้ผู้ผลิตศิลปหัตถกรรมไทยในการก้าวไปสู่ตลาดสากล และได้รับการยอมรับในวงกว้าง รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่ สอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

แอบิเกล

แอบิเกล พรีเซ็นเตอร์รุ่นจิ๋ว แม่ชมพู่เผยเคล็ดลับทำงานกับลูกสาววัย 3 ขวบ

นาทีนี้คงไม่มีใครฮ็อตเกิน น้องแอบิเกล หรือ เจ๊เกล ลูกสาวสุดน่ารักของ ชมพู่ อารยา และ น็อต วิศรุต ที่กลายเป็นขวัญใจมหาชนด้วยความน่ารักสดใสไปแล้วทั่วบ้านทั่วเมือง ล่าสุดน้องเกลได้เปิดตัวในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “เถ้าแก่น้อย x เถ้าแก่เกล Snack Party” ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 เพื่อตอกย้ำความเป็น No.1 ตลาดสาหร่ายในประเทศไทย  งานนี้สร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนๆ อย่างมาก และงานนี้แม่ชมก็ได้มาอัปเดตเรื่องราวการทำงานของลูกสาววัย 3 ขวบ

ปิดกฎเหล็ก! “แม่ชม” เผยเคล็ดลับทำงานกับเด็ก 3 ขวบอย่างเข้าใจ

  • เน้นความเข้าใจจากลูกค้า: แม่ชมเลือกงานที่ลูกค้าเข้าใจธรรมชาติของเด็กวัย 3 ขวบเป็นสำคัญ นอกจากดูความเหมาะสมของสินค้าแล้ว ยังให้ความสำคัญกับ ขอบเขตการทำงาน และ ชั่วโมงการทำงาน ที่ต้องสอดคล้องกับวัยของลูก ไม่บังคับให้ทำอะไรที่เกินความสามารถของเด็ก
  • อยากได้ความเป็นธรรมชาติ: แม่ชมขอให้ลูกค้าเข้าใจว่าบางครั้งการทำงานกับเด็กอาจควบคุมไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากได้ความเป็นธรรมชาติของน้องเกลที่เล่นสนุกไปตามวัย ไม่ใช่ต้องแอ็คติ้งหรือทำตามสคริปต์ที่ซับซ้อน
  • บรีฟงานแบบง่ายๆ: สำหรับการบรีฟงานให้น้องเกล แม่ชมจะใช้วิธีเล่าเรื่องให้ฟังแบบง่ายๆ ให้ลูกเข้าใจว่าวันนี้มาทำอะไร ไม่ได้พูดเยอะหรือกำหนดว่าต้องพูดอะไร เพราะถ้าให้ข้อมูลมากเกินไปอาจทำให้เด็กงงและรู้สึกเครียดได้
  • การทำงานกับเด็กวัย 3 ขวบไม่ใช่เรื่องง่าย แม่ชมพู่จึงมีหลักการทำงานที่ชัดเจนเพื่อให้น้องเกลมีความสุขและยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้

ทั้งนี้ชมพู่ อารยา กล่าวว่า “ครอบครัวของชม ใส่ใจสุขภาพและเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินของทุกคนในครอบครัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะน้องแอบิเกล ชอบทานสาหร่ายเถ้าแก่น้อยมาก เพราะติดใจในรสชาติที่อร่อย และถูกใจชมมากๆ ตรงที่แม้จะเป็นสาหร่าย แต่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทานได้ทานดีทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยค่ะ”

นับเป็นอีกมุมที่น่าสนใจในวงการบันเทิงรุ่นจิ๋ว ที่ไม่ใช่แค่ความน่ารัก แต่ยังต้องมาพร้อมกับการจัดการอย่างเข้าใจและเอาใจใส่ เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีความสุขไปด้วยกัน

งานนี้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้อิ่ม อร่อย สนุก พร้อมเก็บภาพโมเมนต์สุดประทับใจ และฟินกันถ้วนหน้า สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ สาหร่ายอบ สาหร่ายท๊อปปิ้ง และสาหร่ายย่าง ของเถ้าแก่น้อย ได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป หรือติดตามข่าวสารของเถ้าแก่น้อยได้ที่ Facebook: Taokaenoi Club #Taokaenoi #เถ้าแก่น้อย #เถ้าแก่น้อยXเถ้าแก่เกล #เถ้าแก่น้อยกินกับอะไรก็อร่อย  #ถ้าสาหร่ายต้องเถ้าแก่น้อย

Oriental Princess เปิดตัว “Chinoiserie Charm” คอลเลกชันงานปักระดับมาสเตอร์พีซ Limited Edition ผ่านประสบการณ์ Puppy Yoga

Oriental Princess ผู้นำด้านความงามจากสารสกัดธรรมชาติจากดินแดนตะวันออก ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เอสเอสยูพี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด “Chinoiserie Charm” Limited Edition ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ Puppy Yoga ณ Slowcombo สามย่าน พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจกลางกรุง ถ่ายทอดแนวคิดความงามแบบองค์รวมที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

ภายในงานได้รับเกียรติจากลูกค้าคนสำคัญ สื่อ และอินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายไลฟ์สไตล์ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ Puppy Yoga แสนผ่อนคลาย ท่ามกลางความน่ารักของลูกสุนัขจาก The Pawse Club บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เติมเต็มความสมดุลทั้งทางกายและใจไปพร้อมกับการทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ โดย Oriental Princess เชื่อมั่นว่า ความงามที่แท้จริงต้องเริ่มจากความสุขทั้งกายและใจ เกิดเป็นความงามแบบองค์รวมจากภายในสู่ภายนอก พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ให้ทุกคนไม่หยุดดูดีในแบบของตัวเอง

Chinoiserie Charm คอลเลกชันงานปักสุดประณีต หลอมรวมสีสันและความหอมสูตรคลีน (Clean Beauty) ถ่ายทอดสู่งานปักลวดลายสไตล์ Chinoiserie (ชินัวเซอรี) ศิลปะที่ผสมผสานความงามของวัฒนธรรมระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว พร้อมแรงบันดาลใจจากผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงทุกชีวิต No Animal Testing ไม่ทดลองในสัตว์ ทั้งกระบวนการวิจัย คิดค้น และผลิต สร้างสรรค์เป็นดีไซน์ลายปักรูปสัตว์ในตำนานและดอกไม้แสนวิจิตร เต็มไปด้วยสเน่ห์และเรื่องราว โดยร่วมงานกับศิลปินไทยชื่อดังระดับโลก คุณยูน–ปัณพัท เตชเมธากุลสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าใน 3 ดีไซน์พิเศษ ได้แก่

  • Chinoiserie Charm Empress’s Muse

ดีไซน์ลายแมวของจักรพรรดินี สัตว์ที่ได้รับการยกย่องในราชสำนักจีนมาตั้งแต่โบราณพร้อมลายดอกโบตั๋น สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง สูงส่ง สะท้อนถึงความความสง่างาม อ่อนโยน และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ดังจักรพรรดินี

  • Chinoiserie Charm Moonlit Elegance

ดีไซน์ลายกระต่ายในแสงจันทร์ สัตว์ที่มีบทบาทสําคัญในวัฒนธรรมจีน เป็นผู้ช่วยของเทพธิดาแห่งจันทรา สัญลักษณ์ของความสงบสุข อ่อนโยน พร้อมลวดลายพริ้วไหว ชวนตราตรึง สะท้อนถึงแสงจันทร์ เสน่ห์แห่งรัตติกาลยามค่ำคืน

  • Chinoiserie Charm Imperial Guardian

ดีไซน์ลายสุนัขปักกิ่ง ผู้พิทักษ์แห่งวังหลวง สัตว์เลี้ยงคู่ใจของชนชั้นสูงในจีน สัญลักษณ์ของอำนาจ บารมี และการปกป้อง พร้อมลวดลายหรูหราสง่างาม สะท้อนความแข็งแกร่งและอำนาจอันเปี่ยมเกียรติดังผู้พิทักษ์

ทั้ง 3 ดีไซน์ประกอบด้วย Eye & Cheek Palette , Lip Palette และ Perfumed Body Serum มาใน 3 โทนสี 3 กลิ่นหอมสวยครบทั้งสีสันและความหอมพร้อมการบำรุงสูตรคลีน ให้ความสวยพร้อมความอ่อนโยน ปลอดภัย หญิงตั้งครรภ์และอยู่ระหว่างให้นมบุตรสามารถใช้ได้

นอกจากนี้ คุณอภัยพร ศรีสุข Commercial Director SSUP (Thailand) แบรนด์ Oriental Princess กล่าวว่า “Oriental Princess มีวิสัยทัศน์ในการเป็นมากกว่า ‘แบรนด์ความงาม’ แต่เป็นผู้สร้างประสบการณ์ความงามที่มีความหมาย โดยเชื่อในพลังของธรรมชาติจากดินแดนตะวันออก ประกอบกับงานศิลป์ และความคำนึงต่อสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผสมผสานสารสกัดธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมที่ทันสมัย ให้ผลลัพธ์ชัดเจน พร้อมคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนต่อผิวและต่อโลก

Chinoiserie Charm คือหนึ่งในผลงานที่สะท้อนวิสัยทัศน์นั้นอย่างชัดเจน โดยคอลเล็กชันนี้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ความงาม แต่คือผลงานศิลปะที่สะท้อนความวิจิตรและความหมายของ Oriental Princess ผ่านลายปักที่เปี่ยมด้วยคุณค่าจากฝีมือของศิลปินไทยระดับโลก ถ่ายทอดความหมายของ Oriental Princess ที่เชื่อมั่นในความงามจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเคารพต่อทุกชีวิต ด้วยการไม่ทดลองกับสัตว์ (No Animal Testing) ตอกย้ำคำมั่นสัญญาของแบรนด์ในการสร้างสรรค์ความงามที่ไม่เบียดเบียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ด้วยกล่องกระดาษ FSC จากป่าปลูก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นความงามที่ยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก รวมถึงความยั่งยืนของโลกของเรา นั่นคือความงามที่แท้จริง

กิจกรรม Puppy Yoga ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลาย แต่เป็นการสะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ชัดเจนว่า ความงามและความคำนึงถึงทุกชีวิตสามารถดำเนินอย่างควบคู่กันได้ ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ Puppy Yoga ที่อบอุ่นและอ่อนโยน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจมอบให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้เรายังรับประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่พอใจยินดีคืนเงินใน 14 วัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจ ให้ทุกคนไม่หยุดดูดีในแบบของตัวเอง”

ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา Oriental Princess มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานพลังของธรรมชาติ จากดินแดนตะวันออกที่อ่อนโยน ปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนดูดีในแบบของตัวเองอย่างแท้จริง และจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจในทุกมิติของความงาม สร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อส่งต่อแนวคิดเรื่องความงามที่ยั่งยืน ไม่เพียงเพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อโลกที่เราร่วมกันอาศัยอยู่

คอลเล็กชัน Chinoiserie Charm วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Oriental Princess กว่า 330 สาขาทั่วประเทศ หรือ Add Line สาขาที่ https://www.orientalprincess.com/storelocator/ ช่องทางออนไลน์ www.orientalprincess.com ช่องทาง Social media ของแบรนด์ และ Lazada, Shopee, Konvy, Line Shopping, TikTok Shop, Food Delivery


เคล็ดลับความหอม

เสน่ห์ที่เหนือกว่ารูปลักษณ์ เคล็ดลับความหอม ที่ผู้ชายยุคใหม่ต้องรู้

เปิดเทรนด์ใหม่ เเคล็ดลับความหอม ที่สร้างเสน่ห์ให้ครบเครื่องที่ผู้ชายยุคใหม่ต้องหันมาใส่ใจเพราะเสน่ห์ที่แท้จริง ไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังรวมถึงกลิ่นที่บ่งบอกความเป็นคุณ

ยุคนี้แค่หน้าตาดี หุ่นดีคงไม่พอแล้วจริง ๆ เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงต้องมาจากความครบเครื่อง! และหนึ่งในนั้นก็คือ “กลิ่นหอม” ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนรอบข้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น พระเอกหนุ่มฮอตอย่าง “กระทิง-ขุนณรงค์” ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเผยเคล็ดลับสุดลับของการเป็นหนุ่มฮอตที่ครบเครื่อง ด้วยการใช้กลิ่นหอมเป็นตัวช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำเอาสาวๆ กรี๊ด!

การเลือกกลิ่นหอมประจำตัวเปรียบเสมือนการเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านประสาทสัมผัส โดยกลิ่นน้ำหอม ‘Phrom Phong‘ ที่ “กระทิง-ขุนณรงค์” เลือกใช้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลิ่น แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกที่เท่ เข้มแข็ง และมีความละเอียดอ่อนซ่อนอยู่ในโลกที่ทุกคนต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง การมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ก็เหมือนกับการมี “ลายเซ็น” ที่โดดเด่นและน่าจดจำ กลิ่นช่วยสร้างความประทับใจแรกพบและยังคงอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน

เคล็ดลับความหอม 3 เสน่ห์ที่ผู้ชายยุคใหม่ต้องมี

  • สร้างความน่าจดจำ: กลิ่นช่วยให้คุณเป็นที่จดจำได้ง่ายขึ้น
  • สะท้อนบุคลิก: กลิ่นหอมสามารถเป็นตัวแทนของบุคลิกที่หลากหลายของคุณได้
  • เสริมความมั่นใจ: เมื่อคุณได้กลิ่นที่ชอบ คุณจะรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และนั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงที่ใคร ๆ ก็สัมผัสได้

อย่าปล่อยให้เสน่ห์ของคุณหยุดอยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่จงเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมที่บ่งบอกความเป็นคุณ

‘เงินเป็นเรื่องรอง ขอคู่ครองมาเชยชมก่อน ใช่คุณไหม?? เช็กเลย!!’ ดวงรายสัปดาห์ 15-21 กันยายน 2568

‘เงินเป็นเรื่องรอง ขอคู่ครองมาเชยชมก่อน’

ดวงรายสัปดาห์ 15-21 กันยายน 2568

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์          

การงาน  :  จะบอกว่าเป็นสัปดาห์แห่งความสำเร็จก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอาทิตย์ที่เป็นระดับผู้บริหารระดับสูง นักปกครอง ทหาร นักการทูต เจ้าของธุรกิจ ผู้นำประเทศ รวมถึงทางด้านสื่อสารมวลชนด้วย เพราะเทพพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นเทพประจำวันเกิดสถิตอยู่กับคุณ นั่นหมายถึงว่า ในรอบ 7 วันนี้คุณมีโอกาสที่จะได้บุกเบิกโครงการใหม่ๆ หรือได้ปรับขึ้นตำแหน่งใหม่ ซึ่งส่งผลต่ออนาคตทางการงาน ซึ่งคุณจะเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน สามารถวางแผนและจัดการงานได้อย่างมีระบบระเบียบ

การเงิน  :   โชคดีในเรื่องของการหารายได้นอกบ้าน ซึ่งคุณก็สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีระบบระเบียบ แต่ก็อย่าประมาทไป เพราะยังเห็นมีรายจ่ายที่เกินวงเงินอยู่

ความรัก  :   สัปดาห์นี้เป็นไปได้ว่าด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ จนคุณกลายเป็นซีเรียสโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างต้องเป๊ะ รวมถึงครอบครัวด้วย แต่จริงๆ แล้วอารมณ์อ่อนไหวโรแมนติก อยากให้คู่ครองเอาใจ  คนโสด  ก็ยังมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอยู่นะคะ ยิ่งหากคุณอยู่ในตำแหน่งสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องคัดเลือกคนรักมากเท่านั้น ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะยังไม่ตกลงกับใครง่ายๆ

สุขภาพ  :  ปัสสาวะมาเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนะคะ มีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อได้ รวมถึงอย่าประมาท ฝนตก ถนนลื่น ขับรถด้วยความระมัดระวัง ยิ่งช่วงนี้มีดวงเดินทางบ่อย ทั้งงานและชีวิตประจำวัน  

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ก็นับว่าเป็นสัปดาห์แห่งความสำเร็จของชาวจันทร์ก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือให้บริการคำแนะนำปรึกษาทางด้านต่างๆ เพราะนับเป็นสัปดาห์ที่คุณจะมีความเป็นศิลปินสูงมาก มีไอเดียบรรเจิด ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณจะได้เข้าไปทำงานที่เกี่ยวกับงานศิลปะ ดนตรี วรรณกรรม และวงการบันเทิง รวมถึงดีไซเนอร์ สถาปนิก เสริมสวย สปา ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมาพร้อมกับอีโก้ที่สูงมาก จนกลายเป็นความดื้อรั้น บุ่มบ่าม ตัดสินใจด้วยความกล้าได้กล้าเสีย แต่หากคุณสามารถก้าวข้ามผ่านอารมณ์ตัวเองได้จึงจะพบกับความสำเร็จ ไอเดียได้รับการยอมรับในวงกว้าง

การเงิน  :   นับว่าโชคดีในเรื่องของการลงทุนและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความเสี่ยง มีโอกาสได้รับเงินจากความสิเน่หาด้วย แต่ก็เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะหมดเงินไปกับการดื่ม กิน ท่องเที่ยวซื้อความสุขให้กับตัวเอง

ความรัก  :  ก็ยังโรแมนติก ยังต้องการอยู่ในอ้อมกอด แต่ดูเหมือนสัปดาห์นี้คุณมีโอกาสที่จะไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนๆ เดียวแล้วล่ะ  คนโสด  สัปดาห์นี้เงินเป็นเรื่องรอง ขอคนรักคู่ครองก่อน แต่ก็คงเลือกยากหน่อย เพราะเข้ามากันเยอะมาก   

สุขภาพ  :  ก็ยังไม่พ้นโรคภัยที่จะมาพร้อมน้ำหนัก ยิ่งสัปดาห์นี้คุณจะเอ็นจอย ทั้งดื่ม ทั้งรับประทานของอร่อยติดต่อไปอีก ซึ่งคราวนี้จะส่งผลต่อน้ำหนัก รวมถึงไขมัน ความดัน และเบาหวาน นอกจากนั้นยังมีเรื่องโรคหัวใจ เส้นเลือดตีบด้วย/  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   ก็ยังนับเป็นสัปดาห์ที่ดีของชาวอังคารอยู่นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานช่าง งานการเมือง และงานทางด้านมวลชน เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้ใช้ความสามารถระดับอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความคิดสร้างสรรค์ หรือวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม เข้าไปทำงาน ซึ่งอาจเป็นงานทางด้านบริหารธุรกิจ การเมือง การปกครอง ทหาร ตำรวจ รวมถึงนักการทูต แต่ไม่ว่าจะทางด้านใดก็ตาม คุณจะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดให้ได้ดำเนินงานในสิ่งที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตามไม่ควรเลือกปฏิบัติเฉพาะคนที่อวยยศให้ เพราะจะทำให้ลูกน้องเสื่อมศรัทธาในตัวคุณ

การเงิน  :   จะบอกว่าเป็นสัปดาห์แห่งการสร้างผลงานมากกว่าสร้างเงินก็ว่าได้ แต่ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ เพราะเป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะอุปถัมภ์ และคุณก็ประหยัดด้วย

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณให้เกียรติคู่ครองเหนือสิ่งอื่นใด เป็นไปได้ว่าจะพยายามจัดทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณี แต่สุดท้ายแล้ว คุณนั่นละ ที่จะเอาแต่ใจตัวเองจนเดาใจไม่ถูก  คนโสด  มีโอกาสได้พบรักกับชาวต่างชาติ แต่เป็นไปได้ว่าคุณมีข้อจำกัดในชีวิตเยอะ จนที่สุดแล้วคุณตัดใจไปเอง

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้วนะคะ หากนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ้างนะคะ นอกจากนั้นกับน้ำหนักที่มากขึ้นจนตัวแน่นตึ๊บ อึดอัดไปหมด ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งด้วย  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สัปดาห์นี้เหนื่อยหน่อยนะคะชาวพุทธ มีโอกาสที่คุณจะได้รับผิดชอบงานเพิ่มขึ้น แต่ก็นับว่าเป็นไปในทางที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านข้อมูล การประชาสัมพันธ์  นักพูด นักประพันธ์ รวมถึงสื่อสารมวลชน เพราะในรอบ 7 วันนี้เป็นไปได้ว่างานเก่าๆ หรือสัญญาการจ้างงานที่ค้างคามาเนิ่นนาน ไม่เสร็จสักที ก็จะสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขณะเดียวกันงานใหม่ก็จะมีเข้ามาด้วย เป็นไปได้ที่จะมาพร้อมกับความคิดและความเชื่อมั่นในตัวเองที่สูงมากของคุณ ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรเลือกงานอิสระจะดีกว่า  

การเงิน  :   จริงๆ ทำงานเยอะก็ต้องมีรายได้เข้ามาเยอะๆ ใช่ไหม แต่พอได้มาแล้วคุณก็จ่ายออกไปทันทีเหมือนกัน ไม่พอสำหรับเก็บ ก็อย่าเพิ่งทุ่มไปกับการลงทุน หรือการเสี่ยงโชค เพราะเสี่ยงจะก่อหนี้สิน

ความรัก  :  มีโอกาสที่ความคิดจะสวนทางกัน คุณจะให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัว จึงเป็นไปได้ว่าจะต่างคนต่างไป คนโสด  สัปดาห์นี้เลือดแห่งการปกป้องสิทธิในตัวคุณสูบฉีดแรงมาก ต้องการความเท่าเทียม และเคารพสิทธิของกันและกัน ฉันทำงาน เธอก็ต้องไม่ก้าวล่วง ดังนั้น หากเริ่มจากการเป็นเพื่อนก็น่าจะเข้าใจกันได้ง่ายกว่า

สุขภาพ   :   สัปดาห์นี้เด่นมากในเรื่องของโรคภัยที่จะมาจากการหักโหมทำงานหนัก จึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและถูกสุขลักษณะ นอกจากนั้นก็พยายามหากิจกรรมเพื่อผ่อนคลายบ้าง อย่าทำงานอย่างเดียว

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์แห่งความเครียดและกดดันของชาวพฤหัสก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง ผลประโยชน์ หรือผลประกอบการ เพราะจากผลงานในระดับท็อปฟอร์มของคุณที่ผ่านมาทำให้เจ้านายคาดหวังผลงานจากคุณมากกว่าคนอื่น จึงเป็นไปได้ที่คุณจะเกิดความเครียด ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไรลงไปโดยไม่พิจารณาให้ดี เพราะการตัดสินใจที่ขาดสติ จะส่งผลให้งานเกิดความผิดพลาดร้ายแรงอย่างไม่ควรจะเป็น

การเงิน  :  สัปดาห์นี้คุณจะให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ เป็นไปได้ว่าคุณจะเพิ่มเงินลงทุน ซื้อพอร์ตการลงทุนเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรติดสินบน หรือให้ใต้โต๊ะ เพราะมีดวงล้มละลาย

ความรัก  :  มีโอกาสที่คู่ครองคุณจะเป็นคู่ครองแห่งชาติ ดูแลและสนับสนุน ทั้งการบ้าน การเรือน การงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเงิน ส่วนคุณก็ออกไปลั้ลลานอกบ้านได้อย่างสบายใจ   คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบคนรักแห่งชาติที่สปอนเซอร์เงินทองให้ได้ดังใจ ดังนั้น แม้จะไม่ถูกต้อง คุณก็ไม่แคร์

สุขภาพ   :   จริงๆ แล้วคุณเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่ง แต่ก็อย่าประมาท เพราะหากไม่สบายก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ในรอบสัปดาห์นี้ดูแลตัวเองให้ดี เพราะมีความเสี่ยงที่จะหมดเงินกับการรักษาตัว

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  สำหรับชาวศุกร์ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่ไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครที่กำลังจะเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะประมูล ประกวด สอบสัมภาษณ์ สอบบรรจุ หรือสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ยิ่งหากเป็นงานที่สอง หรือจ็อบพิเศษด้วยแล้ว ซึ่งคุณมุ่งมั่นและปรารถนาอย่างแรงกล้า พยายามทำทุกวิถีทางที่จะชนะ แม้จะไม่ถูกต้องก็ตาม ก็ต้องบอกว่าต้องวิ่งเต้นอย่างหนักเลยล่ะ เพราะมีความเสี่ยงที่จะพลาด หรือไม่ได้รับเลือก สูงมาก

การเงิน  :   หากมีข่าวว่าจะได้รับเงินรางวัลตอบแทนจากการทำงาน หรือเงินปันผลจากธุรกิจครอบครัว ใดๆ ก็ตาม แต่คาดว่าสัปดาห์นี้จะไม่ได้นะคะ

ความรัก :   อาจเป็นคำทำนายที่ทำร้ายจิตใจหน่อยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวศุกร์ที่กำลังอยู่ในช่วงอินเลิฟ ข้าวใหม่ปลามัน มีความเป็นไปได้ว่าความสดชื่นจะสะดุดจนถึงขั้นไปต่อไม่ได้  คนโสด หากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์แย่งชิงความรักของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง สัปดาห์นี้คุณมีโอกาสเป็นผู้ชนะ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ

สุขภาพ  :  สัปดาห์นี้โรคภัยที่คุณต้องระวังมากที่สุดคือ เลือดลมที่จะมีปัญหา ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด และเป็นลมวูบได้โดยไม่รู้ตัวเลยนะ พยายามรับประทานผัก ผลไม้ อาหาร รวมถึงวิตามินที่ช่วยในการบำรุงเลือดด้วย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่ชาวเสาร์จะเต็มไปด้วยหัวใจแห่งการบริการ มีความเป็นจิตอาสาอยู่เต็มหัวใจ สามารถทำงานได้ทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย และสามารถทำได้ดี ไม่มีที่ติด้วยสิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณรับราชการ ทหาร ตำรวจ และเกษตรกร เป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้จากความชำนาญ ความคล่องตัว ความจริงใจในการทำงานของคุณ มีโอกาสที่คุณจะตกเป็นเป้าหมายสำคัญ เป็นไปได้ว่าจากเพื่อนสนิทที่สุดจะทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับคุณ ทางที่ดีควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะหากเกิดอะไรขึ้น คุณเองนั่นล่ะที่จะเป็นทุกข์ใจที่สุด   

การเงิน  :  เก็บเงินไม่อยู่ หมุนเวียนขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา แม้คุณจะพยายามประหยัดแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วก็มีความเป็นไปได้ที่จะไปหยิบยืมเงินมาเพิ่มสภาพคล่อง   

ความรัก  :  จะบอกว่า แม้คุณจะมีคู่ครองอยู่แล้วก็ตาม แต่ลึกๆ แล้วยังซุกซ่อนและแสวงหาความต้องการใหม่ๆ อยู่ตลอด…ใช่หรือไม่ ยิ่งสัปดาห์นี้คนข้างๆ เขาเริ่มรู้แล้วนะคะ คนโสด เจ้าชู้ จนมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในสถานะโลกใบที่สอง เปิดเผยไม่ได้  

สุขภาพ   :  ก็ยังวนๆ อยู่กับเรื่องท้องไส้อยู่นะคะ  ก็ยังคงต้องหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สุกๆ ดิบๆ ไม่ถูกสุขลักษณะ ยิ่งสัปดาห์นี้จะมีเรื่องความเครียด ความหึงหวงเข้ามาร่วมด้วย จะยิ่งทำให้ระบบย่อยอาหารแปรปรวนเข้าไปอีก

ฉลองครบ 29 ปีในไทย Boots เปิดแฟล็กชิพสโตร์ใหม่ ณ One Bangkok

ถือเป็นสถานที่อีกหนึ่งแห่งที่ไม่ว่าใครก็เคยเข้าไปช้อปปิ้งกับ Boots (บู๊สท์) ร้านขายยาและความงาม จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมา บู๊ทส์ได้ฉลองครบรอบ 29 ปีในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ One Bangkok จัดเต็มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามครบครัน พบกับโซนไฮไลท์ใหม่ เช่น โซนยาและเวชภัณฑ์, โซนผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (Derma Skincare) อีกทั้งยังมีโซนให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความงามและวิตามิน

ภายในงานเปิดตัว “บู๊ทส์ แฟล็กชิพสโตร์” แห่งใหม่ ณ วัน แบงค็อก นักช้อปจะได้เพลินเพลินกับโปรโมชั่นและกิจกรรมสุดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น เวิร์กช็อปการแต่งหน้าจาก No7 Pro Artist, ลุ้นรางวัลเก๋ๆ กับ 17. Cosmetic บริการตรวจผิวจาก Eucerin บริการตรวจหนังศีรษะจาก Vichy และกิจกรรมพิเศษจาก Blackmores และ Swisse

รวมถึงในงานยังมีผู้บริหารจาก 30 แบรนด์ชั้นนำในไทยและระดับโลก รวมถึงตัวแทนจำหน่ายและซัพพลายเออร์ด้านเภสัชกรรมเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับทีมผู้บริหารของ บู๊ทส์ ประเทศไทย

สำหรับสายช้อปทั้งหลายห้ามพลาด เพราะบู๊สท์ยังมาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ‘Boots Anniversary Sales’ ยกทัพสินค้ากว่า 4,000 รายการ ลดสูงสุด 70% และสำหรับ “สมาชิกบู๊ทส์รับส่วนลดเพิ่ม On-top 10%” ให้ลูกค้าร่วมช้อปแบรนด์ใหม่และเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์จากบู๊ทส์ ไม่ว่าจะเป็น Boots Dermacare, No7, 17 Cosmetics, Soap & Glory, Umberto Gianni, Soltan Suncare, Ted Baker, Nature Series, Vitamin C และแบรนด์ดังมากมาย สนุกกับการช้อปได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 1 ต.ค. 68


จากลาวาอำพันสู่เส้นสายสตรีท Y-3 เปิดตัวคอลเลกชั่น Amber Ink 2025

Y-3 เตรียมเผยโฉมคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025 พร้อมลุคบุ๊ก “Amber Ink” ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาแบรนด์ได้สำรวจเส้นแบ่งระหว่างความแตกต่างหลากหลาย โดยครั้งนี้กลับมาพร้อมผลงานที่ผสานความเป็นกีฬาเข้ากับเทคนิคการรังสรรค์เสื้อผ้าอันประณีต และลวดลายกราฟิกอันงดงาม

จากลาวาอำพันสู่เส้นสายสตรีท Y-3 เปิดตัวคอลเลกชั่น Amber Ink 2025

ในคอลเล็คชั่นนี้ ภาพลุคบุ๊กได้ถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์ของช่างภาพอย่าง Thue Norgaard ผู้เคยร่วมงานกับ Y-3 มาอย่างยาวนาน ซึ่งใช้แสง สี และองค์ประกอบภาพในการพลิกมุมมองความจริง สร้างภาพลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมถ่ายทอดความงดงามจากสถานที่และช่วงเวลาที่คาดไม่ถึง

หัวใจสำคัญของผลงานสร้างสรรค์ครั้งนี้คือ “Amber Ink” เทคนิคกราฟิกที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงและความงามจากธรรมชาติ โดยถ่ายทอดลงบนชิ้นงานแต่ละชิ้นอย่างแตกต่างและไม่ซ้ำกัน คอลเล็คชั่นได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของลาวาอำพัน ตีความใหม่ผ่านศิลปะการวาดหมึกแบบญี่ปุ่นในพาเลตโทนหมึกที่ไล่ตั้งแต่เหลืองทองใสโปร่ง ไปจนถึงส้มและน้ำตาลเข้ม ถ่ายทอดคุณลักษณะทางสุนทรียะของอำพันที่เปี่ยมด้วยพลัง ความอบอุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และความกระจ่างชัด 

โครงร่างเสื้อผ้าที่โดดเด่น การบุเสริมที่สร้างเอกลักษณ์ และเส้นสามแถบที่บิดเป็นรูปทรงกลายเป็นผืนผ้าในการรังสรรค์ผลงาน ”Amber Ink” เสื้อโค้ต แจ็กเก็ต กางเกงคาร์โก แทร็กสูท เดรส เสื้อพัฟเฟอร์ และสเวตเตอร์ถัก ล้วนถูกตกแต่งด้วยโลโก้อย่างประณีตในตำแหน่งที่พอดีและซ้อนทับอย่างมีศิลปะ

เพื่อเติมเต็มลุคให้สมบูรณ์ Y-3 ยังนำเสนอรองเท้าที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน อาทิรุ่น Y-3 TOKYO ที่เสริมรายละเอียดอย่างลงตัวกับชิ้นงานของ Amber Ink


 

หนังสือ Oyster Perpetual Datejust ประวัติศาสตร์นาฬิกาในตำนาน

เฉลิมฉลองเรือนเวลาในตำนานอย่าง “Datejust” นาฬิกาข้อมือโครโนมิเตอร์กันน้ำแบบไขลานอัตโนมัติรุ่นแรกของแบรนด์ไปกับการเปิดตัวหนังสือ Oyster Perpetual Datejust

เมื่อพูดถึงนาฬิกาที่ทั้ง หรูหรา คลาสสิก และมีเรื่องราว คงไม่มีใครไม่รู้จัก Rolex Datejust ซึ่งไม่นานนี้แบรนด์ได้จับมือกับ Wallpaper* สื่อด้านดีไซน์ระดับโลก จัดทำ นังสือประวัติอย่างเป็นทางการเล่มแรกของ Datejust โดยมี Nicholas Foulkes นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกามาเป็นผู้เล่าเรื่อง

โดยหนังสือ Oyster Perpetual Datejust – A Watch that Made History มีความยาวกว่า 224 หน้า ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Datejust อย่างมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสัน ทั้งเป็นนาฬิกาโครโนมิเตอร์กันน้ำแบบไขลานอัตโนมัติเรือนแรกของ Rolex มาพร้อมหน้าต่างแสดงวันที่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา นอกจากนี้ Foulkes ยังได้บันทึกเรื่องราวอันน่าทึ่งเบื้องหลังการสร้างสรรค์นาฬิการุ่นนี้ ที่ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex เคยกล่าวไว้ตอนเปิดตัวในปี 1945 ว่าเป็นเรือนเวลาที่รวบรวมไว้ซึ่ง “ทุกการค้นพบที่เกิดขึ้นจนถึงวันนั้น”

สำหรับหนังสือเล่มดังกล่าวจะพร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 29 กันยายน ทั้งในภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส สาวกผู้หลงใหลเรื่องราวของ ROLEX ห้ามพลาดเป็นอันขาด


ข้อมูลและภาพ: Courtesy of ROLEX

กลอสฉ่ำวาว

ปากสวยครบทุกลุค! ปากแมตต์เป๊ะ + กลอสฉ่ำวาว จาก Huda Beauty

ใครกำลังมองหาลิปคู่ใจที่ตอบโจทย์ทั้งลุคแมตต์คมกริบ และลุค กลอสฉ่ำวาว สะกดสายตา ต้องขอบอกเลยว่าคู่หูใหม่จาก Huda Beauty คือ the must-have ที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง เพราะทั้ง Lip Contour Stain และ Faux Filler Jelly Oil จับคู่กันแล้วคือสวยครบ จบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะอยากเป๊ะเรียบหรู หรือฉ่ำจนไฟลุก ก็ได้ลุคที่มั่นใจทุกองศา

Lip Contour Stain แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามาเพื่อคอนทัวร์เรียวปากให้คมกริบแบบมือโปร! เนื้อสเตนสีแน่นติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง กันน้ำ กันเลอะ เติมครั้งเดียวเอาอยู่ทั้งวัน แถมยังเป็นได้ทั้งลิปไลเนอร์และลิปสเตนในแท่งเดียว ฟินิชแมตต์เนียนละมุนไม่ตกร่อง มาพร้อมส่วนผสมบำรุงอย่างน้ำมันอาร์แกน ช่วยให้ริมฝีปากนุ่ม ไม่แห้งตึง มีให้เลือกถึง 8 เฉดสี ตั้งแต่ชมพูหวานละมุนไปจนถึงแดงเชอร์รี่สะกดทุกสายตา

ส่วนใครที่ชอบปากฉ่ำวาวดูสุขภาพดี ต้องลอง Faux Filler Jelly Oil ลิปออยล์ทินต์เนื้อเจลลี่ที่ทั้งบำรุงล้ำลึกด้วยเชียบัตเตอร์ สควาเลน และน้ำมันเสาวรส ทั้งยังมอบฟินิชเงาวาวแบบกระจกให้ปากดูอิ่มฟูแบบน่าจุ๊บสุดๆ หัวแปรง Big juicy doe-foot ใหญ่สะใจ ปาดทีเดียวคือปังทันที! มีให้เลือก 3 เฉดสีผลไม้สดใส ที่ทาแล้วสดชื่นทั้งลุคและอารมณ์

ตอนนี้มีวางขายแล้วที่ Sephora ทุกสาขา และออนไลน์ที่ Sephora app หรือ sephora.co.th ใครอยากเรียวปากสวยเป๊ะคูณสอง รีบไปตำด่วน!


HAECHAN NCT กลับมาในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างประสบความสำเร็จ

HAECHAN วง NCT  เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างประสบความสำเร็จ พร้อมชวนสัมผัสรสชาติของอัลบั้มเต็มชุดแรก ‘TASTE’ (เทสต์) ซึ่งหลังจากปล่อยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความสนใจอันร้อนแรงจากแฟนเพลงทั่วโลกที่มีต่อ HAECHAN จากการที่อัลบั้มนี้สามารถครองอันดับ 1 ประจำวันบนชาร์ตอัลบั้มหลักในประเทศเกาหลีใต้ ทั้ง Hanteo Chart และ CIRCLE Retail Album Chart ไม่เพียงเท่านี้ อัลบั้มยังติดอันดับ 1 บนชาร์ต Top Albums ของ iTunes ทั่วโลกกว่า 18 ภูมิภาค อาทิ ไทย, บราซิล, บรูไน, ชิลี, เม็กซิโก, นอร์เวย์, ตุรกี, รัสเซีย, ฟินแลนด์ ฯลฯ และติดอันดับ TOP10 รวมทั้งหมดกว่า 29 ภูมิภาค

อัลบั้มเต็มชุดแรก ‘TASTE’ ถ่ายทอดความหมายของ ‘รสนิยม’ ทางดนตรีที่ HAECHAN แบ่งปันกับแฟน ๆ และการ ‘ลิ้มรส’ ดนตรีที่เขาสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะศิลปินเดี่ยว ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งหมด 11 เพลงที่นำเสนอสีสันของ HAECHAN อย่างชัดเจนที่สุด พร้อมตีความอารมณ์ต่าง ๆ อาทิ โซล ฮิปฮอป แจ๊ส และเน้นไปที่แนวเพลงโปรดของเขาอย่าง R&B

สำหรับเพลงไตเติล ‘CRZY’ เป็นเพลง R&B ป็อปแดนซ์ที่มีเสียงดีดกีตาร์และเสียงร้องที่มีจังหวะ ผสมผสานกับจังหวะฮิปฮอปฟังกี้ที่เข้มข้นและหยาบกระด้างซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของต้นยุค 2000 เนื้อเพลงพูดถึงช่วงเวลาแห่งความลุ่มหลงที่พยายามวางเชิงต่อคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจที่ได้พบเจอโดยบังเอิญ ในเพลงนี้ทุกคนจะได้พบกับความสามารถรอบด้านของ HAECHAN ทั้งการร้อง การแรป และการแสดง

ไม่เพียงแค่เพลงไตเติลเท่านั้น ในอัลบั้มยังอัดแน่นไปด้วยเพลงอีกหลากหลายรสชาติให้ได้ลิ้มลองฟัง ตั้งแต่ ‘ADRENALINE’ ที่นำเพลงแนว club-tune ฮิปฮอป R&B ช่วงยุค 2000 มาตีความใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น, ‘Love Beyond’ เพลงแนว R&B เน้นซาวนด์แบบเรโทรพังก์, ‘Camera Lights’ เพลงแนวนีโอโซล พูดถึงช่วงเวลาที่หลงเสน่ห์อันเปล่งประกายของอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อกล้องถ่ายภาพ, ‘Roll With Me’เพลงแนวโซลเกี่ยวกับการละทิ้งความซับซ้อนในชีวิตชั่วคราว และให้ความสนใจกับปัจจุบัน, แทร็กอินเทอร์ลูด ‘Intermission’บรรยายถึงความพร้อมที่จะแสดงพรสวรรค์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานให้โลกรู้, ‘Talented’ เพลงป็อปแดนซ์สไตล์อิเล็กโทรพังก์ เปี่ยมล้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะดึงดูดทุกคนด้วยพรสวรรค์ของตัวเอง, ‘WYN?’ เพลงฮิปฮอป R&B สื่อถึงความจริงใจอันร้อนแรงต่อคนที่ดึงดูดใจ ร่วมด้วยการแรปสุดเฉียบคมของศิลปินอย่าง HAON , ‘Should Be’ เพลงที่ HAECHAN มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้อง, ‘Grey Rain’ เพลงอัลเทอร์เนทีฟ ป็อป R&B ผสมผสานกีตาร์อะคูสติกและเสียงร้องอันไพเราะ ปิดอัลบั้มด้วยเพลง ‘Outro (Back In The Studio)’ บอกเล่าถึงการที่ HAECHAN กลับมายังสตูดิโอเพื่อเตรียมอัดเสียงด้วยทำนอง R&B อันนุ่มนวล

นอกจากนี้ HAECHAN ได้ฝากข้อความถึงแฟนคลับทั่วโลกที่รอคอยการเดบิวต์เดี่ยวว่า “พอได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวและได้รับคำแสดงความยินดีจากผู้คนมากมายขนาดนี้ ผมรู้สึกได้รับการอวยพรที่ยิ่งใหญ่มากจริง ๆ ครับ เหนือสิ่งอื่นใดต้องขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่สนับสนุนและรอคอยผมจนทำให้อัลบั้ม ‘TASTE’ สามารถปล่อยออกมาได้ครับ ผมจะรักและหวงแหนอัลบั้มนี้ไปอีกนาน หวังว่า NCTzen ก็จะรักอัลบั้มนี้ไปด้วยกันนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ ผมจะเป็น HAECHAN ที่ตั้งใจทำงานอยู่เสมอครับ”