ในหลวง ร.9

จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่ 4 ภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

ไม่เพียงแต่พระบรมราโชวาทในหนังสือหรือพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศชี้นำทางให้เหล่าพสกนิกรชาวไทยใช้ยึดเป็นแบบอย่าง แล้วนำไปปรับใช้ในชีวิตเท่านั้น แต่ “บทเพลงพระราชนิพนธ์” ที่พระองค์พระราชนิพนธ์ขึ้นก็ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สามารถสอนสั่งหรือให้คติธรรมแก่พวกเราชาวไทยเพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตได้เช่นกัน

เมื่อปี พ.ศ.2558 ภาพยนตร์ในโครงการ “คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์” ที่ประกอบด้วยภาพยนตร์ 4 เรื่อง คือ เรื่องอมยิ้ม, ดาว, The Singers และฝนตกที่ห้วยขาแข้ง ได้ฉายให้ผู้ชมได้ชมโดยไม่คิดค่าบริการไปแล้วในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 78 สาขาทั่วประเทศ โดยภาพยนตร์ทั้งสี่เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก 4 บทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในปีนี้ภาพยนตร์คีตราชนิพนธ์ทั้งสี่เรื่องได้นำมาฉายลงใน Line TV เพื่อให้ผู้ชมได้ชมอย่างทั่วถึงและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์” เป็นภาพยนตร์ที่เหล่าผู้กำกับได้นำเสนอเรื่องราวในมุมของตนเองหลังจากได้ฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ และยังได้มีการนำเรื่องราวชีวประวัติของบุคคลจริงที่ได้ยึดมั่นตั้งมั่นสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม เดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสร้างเป็น 1 ใน 4 ภาพยนตร์นี้ด้วย และภาพยนตร์ทั้งสี่เรื่องในโครงการนี้ยังได้รับเลือกให้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Hawaii International Film Festival 2015 ที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา และในเทศกาล East Wins Film Festival 2016 ณ เมืองโคเวนทรี อังกฤษ

จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่ 4 ภาพยนตร์
สร้างแรงบันดาลใจ มีดังนี้

ภาพยนตร์ “อมยิ้ม” จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้”

ในหลวง ร.9หลังจากผู้กำกับ นัก – วัลลภ ประสพผล ได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์ “ยิ้มสู้” เขาได้พูดถึงการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า ผมรู้สึกว่ามีความสวยงาม มีความดี ให้ความรู้สึกของการมองโลกในแง่ดี เจออะไรก็ตามเราจะยิ้มสู้ด้วยวิธีง่ายๆ แต่ว่ามีพลังขนาดนี้ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปลูกฝังสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เห็นแก่ตัว”

ในหลวง ร.9เรื่องย่อ เด็กชายคนหนึ่งกลายเป็นตัวประหลาดในสายตาคนในโรงเรียน เพราะไม่เคยมีใครเห็นเขาโกรธ ร้องไห้ หัวเราะ หรือแม้แต่ยิ้ม เขาคือคำถามของทุกคน คือของเล่นแสนสนุกน่าแกล้ง แต่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้หรือคิดทำความรู้จักเขาจริงๆ แล้วทุกคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้ข่าวว่าคนที่หน้าตายนิ่งเฉยไม่เคยขยับอย่างเขากำลังจะเล่นละคร แถมเล่นกับนักเรียนหญิงสุดสวยแสนป็อปของโรงเรียนที่เขาแอบชอบ เขาจะเล่นละครได้ไหม และความจริงที่ถูกเปิดเผยอาจเปลี่ยนความรู้สึกใครบางคนไปตลอดกาล

ทีมนักแสดง : ชานน สันติธรกุล, ญานนีน ภารวี ไวเกล, กลรัตน์ เตชะอินทร์, กัญฐ์เอนก นัยนาประเสริฐ,
สุดาพร เทศนะนาวิน
สามารถคลิกเข้าชมได้ที่ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ – “อมยิ้ม”


ภาพยนตร์ “ดาว” จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด”

ในหลวง ร.9กำกับโดย สิน – ยงยุทธ ทองกองทุน ซึ่งเขาได้พูดถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” ไว้ว่า ผมรู้สึกว่าในความหมายเพลงดีมากๆ สามารถเป็นแรงบันดาลใจได้กับคนทุกวัย แม้แต่กับเด็กๆ”

ในหลวง ร.9เรื่องย่อ ใครๆก็รู้ว่าการได้เป็นคนเชิญธงชาติของโรงเรียนเป็นความฝันอันสูงสุดของนักเรียนทุกคน ดังนั้นทันทีที่คุณครูประกาศหาคนเชิญธงคนใหม่แทนพี่ ป.6 ที่กำลังจะจบไป การแข่งขันของหนุ่มน้อยสองคนจึงเกิดขึ้น สำหรับ “โก้” การได้เชิญธงชาติจะทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับสาวที่เขาตั้งเป้าว่าต้องจีบเป็นแฟนให้ได้ก่อนสอบปลายปี แต่สำหรับ “หนึ่ง” การได้เป็นคนเชิญธงชาติมีความสำคัญมากกว่าที่ใครจะคาดถึง การแข่งขันที่มีจำนวนดาวเป็นตัวตัดสิน จะทำให้ความฝันอันสูงสุดของหนึ่งเป็นจริงได้หรือไม่

ทีมนักแสดง : ธนากร โปษยานนท์, จารุภัส ปัทมะศิริ, กฤตเมธ เมืองดี, วศิน เกิดนานา, อภิธาร รุ่งเจริญรอด
สามารถคลิกเข้าชมได้ที่ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ – “ดาว”


ภาพยนตร์ “The Singers” จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต”

ในหลวง ร.9กำกับโดย อุ๋ย – นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง, Timeline จดหมาย ความทรงจำ โดยคุณอุ๋ยได้พูดถึงเรื่องนี้ “เพลงนี้ให้ความรู้สึกสะเทือนใจบางอย่างกับเรา พอเราได้ยินเพลงทีไร เราจะนึกถึงคนแก่ที่ถูกทอดทิ้งอยู่ที่บ้าน หรือว่าเวลาเราไปต่างจังหวัดก็จะเห็นคนแก่มีภาพขาวดำติดอยู่เต็มไปหมด เรียงเป็นสิบๆเลย บางบ้านเป็นสิบๆคน ผมก็มานึกถึงว่า ชีวิตคนเราก็เท่านี้จริงๆ เกิดมาเราอาจจะได้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น หรือสร้างคุณงามความดีให้โลกใบนี้ พอท้ายที่สุดแล้วที่เราทิ้งให้โลกใบก็นี้คือภาพขาวดำ ผมก็เลยคิดว่าเรื่องแบบนี้น่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้คนดูได้”

ในหลวง ร.9เรื่องย่อ หญิงชราสองคนจากสองครอบครัวที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งในด้านฐานะและสถานภาพในสังคม แต่ทั้งคู่มีความเหมือนกันในแง่ของสภาพจิตใจ เมื่อทั้งสองได้โคจรมาพบกันและรับรู้เรื่องราวของกันและกัน การผจญภัยของสองย่ายายจึงเริ่มต้นขึ้น เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจได้ดีสำหรับใครที่คิดว่าตัวเองนั้นไร้ความสามารถ

ทีมนักแสดง : นีรนุช ปัทมสูต, วาสนา ชลากร, อนัญญา ธรรมวิชุกร
สามารถคลิกเข้าชมได้ที่ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ – “The Singers”


ภาพยนตร์ “ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง” จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน”

ในหลวง ร.9กำกับโดย โอ๋ – ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้เคยฝากผลงานในภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง หลังจากคุณโอ๋ได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน” ทำให้เขาเห็นภาพดังนี้ ผมค่อยๆเห็นภาพผืนป่ากว้าง ฝนตกพรำทั่วป่า นึกถึงความเมตตา นึกถึงความเอื้ออาทร แล้วยังทำให้ผมนึกถึงคุณสืบ นาคะเสถียร ผู้ซึ่งไม่เห็นแก่ตัว เสียสละทำเพื่อส่วนรวม”

ในหลวง ร.9เรื่องย่อ เรื่องจริงของ “สืบ นาคะเสถียร” หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นักสู้ผู้อุทิศชีวิตเพื่อผืนป่าเมืองไทย ในช่วง 4 ปีสุดท้ายที่เขามุ่งมั่นและต่อสู้เพื่อยุติการตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ป่าอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย สืบยืนหยัดต่อกรกับอิทธิพลมืด นักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตด้วยมือเปล่า และหัวใจที่จะไม่ยอมให้ผืนป่าของเมืองไทยต้องหมดสิ้นไปเพราะความโลภและเห็นแก่ตัว เรื่องนี้เรียกว่าให้ความรู้สึกหนักหน่วงและให้คอยลุ้นตามตลอดเรื่อง

ทีมนักแสดง : นพชัย ชัยนาม, อะตอม สัมพันธภาพ, พงศ์ภัทร์ พงษ์ประไพ, โยธิน มาพบพันธ์,
คุณากร เกิดพันธุ์, วิทยา ปานศรีงาม, ภารดี อยู่โสภา
สามารถคลิกเข้าชมได้ที่ คีตราชนิพนธ์ บทเพลงในดวงใจราษฎร์ – “ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง”


เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
ข้อมูลบางส่วนและภาพ : แฟนเพจ Facebook – คีตราชนิพนธ์

“7 นางเอก” เผยความรู้สึก ที่สุดของชีวิตคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙

เพราะคนไทยทุกคนคือลูกของพ่อ ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงเป็นความรู้สึกที่ลูกทุกหมู่เหล่าเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมไม่ต่างกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าคนบันเทิงที่พร้อมใจออกมาแสดงพลังทำดีเพื่อพ่อ

ล่าสุดเหล่านางเอกและพิธีกรหญิงสุดสตรองจากช่อง 3 ก็ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่มีต่อพระผู้ทรงเป็นผู้ให้แห่งแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความอาลัย แต่พร้อมใจลุกขึ้นสานต่อในสิ่งที่พ่อสร้าง

 

มิว – นิษฐา จิรยั่งยืน

นางเอก มิว – นิษฐา จิรยั่งยืน
ภาพ :IG@jordwphoto

“อยากขอบคุณ อยากบอกท่านว่าไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราชาวไทยแล้ว พระองค์ท่านก็ทรงงานมามากแล้ว ทำเพื่อพวกเราชาวไทยมามากมายเหลือล้นแล้ว ณ วันนี้อยากให้ท่านได้พักบ้าง ต่อไปเป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วที่จะดำเนินชีวิตต่อไปโดยยึดตามหลักคำสอนของท่านค่ะ

กาละแมร์ – พัชรศรี เบญจมาศ

03

“ที่สุดของชีวิตก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะคะ แล้วการจากไปครั้งนี้เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปวงชนชาวไทย แต่สิ่งที่อยากจะให้พวกเราได้ยึดถือเอาไว้ก็คือพระราชกรณียกิจที่ท่านได้ทำ แล้วก็สิ่งที่พระองค์ได้ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างให้พวกเราได้ดำเนินชีวิตตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในทุกๆเรื่อง การเสด็จมาของพระองค์ครั้งนี้ ที่เป็นเจ้าเหนือหัวของเราตลอดชีวิตที่ผ่านมานี้ ท่านมาเพื่อเป็นพระผู้ให้อย่างแท้จริง ให้ชีวิตของเราดีขึ้น ให้พวกเราได้มีที่อยู่ที่กิน ให้พวกเราได้มีจิตใจที่รู้ว่าต้องทำเพื่อคนอื่นมากน้อยแค่ไหน มาเพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้นในวันนี้ถึงเราจะไม่ได้มีพระองค์ท่าน แต่ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหนก็ตาม พระองค์ท่านก็จะอยู่ในใจเราเสมอ”

เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ

นางเอก

“เต้ยคิดว่าคนเราทุกคนมีบ้านของตนเอง บ้านอาจจะแบบ 80 ตารางวา 100 ตารางวา 1 ไร่ หรืออะไรก็ตามแต่ เราดูแลบ้านหลังนั้นให้ดีที่สุด แต่ท่านทรงมีบ้านที่ใหญ่มาก บ้านก็คือแผ่นดินไทยทั้งแผ่นดิน ท่านทรงดูแลทุกๆอย่าง เสียสละทุกหยาดเหงื่อแรงกายของท่าน ตั้งแต่ท่านยังเล็กจนท่านโต เพื่อแผ่นดินของเรา รู้สึกว่าไม่มีใครในโลกนี้ หรือไม่มีใครในประเทศนี้แล้วที่ทำเพื่อลูกๆของท่านได้ขนาดนี้ รู้สึกรักท่านมากค่ะ แล้วก็รู้สึกว่าตอนนี้ท่านอยู่ในที่ที่ดีที่สุด สบายที่สุดแล้ว สิ่งที่พวกเราจะทำได้ก็คือเป็นคนดีให้ท่านเห็น ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วก็เข้มแข็งค่ะ ท่านมองลงมาจากข้างบนจะรู้สึกสบายใจกว่า ถ้าลูกๆของท่านเข้มแข็งค่ะ

ไอซ์ – อามีนา กูล

02
“รู้สึกซาบซึ้งใจในสิ่งที่ในหลวงได้ทำค่ะ แม้ว่าเราเองจะไม่ได้เห็นพระราชกรณียกิจทุกอย่างที่ท่านได้ทำอย่างใกล้ชิด แต่เราก็รู้สึกว่าสิ่งที่ท่านทำยิ่งใหญ่มาก แล้วเราก็อยากจะตอบแทนท่าน ถึงเราอาจจะตอบแทนท่านไม่ได้มาก แต่ก็จะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ

มิ้นต์ – ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

นางเอก

“จริงๆแล้วคำสอนในหลวงมีเยอะมาก และเราไม่ได้เกิดในยุคที่ท่านทำ แต่เราเกิดมาในยุคที่ท่านสร้างไว้แล้ว ไม่ว่าจะโครงการต่างๆ เราได้รับรู้อยู่เสมอ แต่สิ่งที่หนูคิดว่านำมาปฏิบัติง่ายกับตัวเราก็คือการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ทุกอาชีพ สามารถทำได้ง่ายๆ และการที่เรารู้จักให้ รู้จักรับ รู้จักพอมีพอกินในสิ่งที่เรามีอยู่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆค่ะ”

เบลล่า – ราณี แคมเปน

เบลล่า

“การที่เราเติบโตมาในวันนี้ก็มาจากคำสอนของพระองค์ท่านทั้งหมดเลย และหนูอยากจะขอให้พระองค์ท่านทรงมองลงมาที่พวกเราบ้างนะคะ หนูเชื่อว่าท่านได้ไปอยู่ในที่ที่ดี ขอให้ท่านทรงพระเกษมสำราญอยู่ข้างบน และหวังว่าคนไทยทุกคนจะสามัคคีกันและผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ หนูเองก็จะเป็นคนดีเพื่อพ่อค่ะ

แต้ว – ณฐพร เตมีรักษ์

05

“รู้สึกโชคดีมากๆที่เราได้เกิดมาในแผ่นดินของพระองค์ท่าน ได้เกิดมาแล้วก็ได้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ กษัตริย์ที่หาไม่ได้แล้วในโลกใบนี้ค่ะ


เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : Thai TV3

Khoudia Diop นางแบบผิวสีได้ดีเพราะความดำ! พลิกชีวิตจากจุดด้อยกลายเป็นจุดเด่น

โคเดีย ดิออป (Khoudia Diop) คือสาวผิวสีที่ใครๆต่างก็บอกว่าผิวที่ดำสนิทของเธอนั้นคือจุดด้อยในชีวิตเธอ แต่แล้วหนึ่งจุดด้อยที่หลายคนดูถูกกลับกลายเป็นจุดเด่นที่ส่งให้เธอขึ้นไปเป็นนางแบบสุดฮ็อตที่วินาทีนี้ใครๆต่างก็พูดถึง

1

เพราะความสวยงามไม่มีข้อจำกัด ผู้หญิงทุกคนสามารถสวยในแบบของตัวเองได้ ใครที่มีความคิดว่าผู้หญิงผิวขาวคือผู้หญิงสวย ผิวดำคือไม่สวย บอกเลยว่าความคิดนั้นคงจะล้าสมัยไปแล้ว ดูอย่างโคเดีย ดิออป (Khoudia Diop) นางแบบสาวชาวเซเนกัลของเราคนนี้สิ คงไม่มีใครคิดว่าเธอจะกลายเป็นคนดังภายในชั่วข้ามคืนได้

6

หลังจากที่เธอเข้าร่วมถ่ายแบบรณรงค์ในแคมเปญ Colored ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการมีสีผิวที่แตกต่างของมนุษย์ ร่วมกับนางแบบคนอื่นๆ แม้จะต้องถ่ายแบบร่วมกับนางแบบหลายสิบคน แต่ดูเหมือนว่าสีผิวที่ดำสนิทของเธอจะทำให้เธอโดดเด่นเกินกว่าใคร จนได้รับความสนใจจากคนที่เล่นโซเชียลเป็นอย่างมาก พวกเขาต่างแชร์รูปของเธอพร้อมกับชื่นชมความงามโดยธรรมชาติของเธอที่ไม่เหมือนใคร จนหลายคนให้ฉายาเธอว่า “นางฟ้าเมลานิน”

7

ซึ่งตอนนี้บอกเลยว่าเธอฮ็อตสุดๆ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในฐานะนางแบบคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ มีหลายแบรนด์ต่างก็ต้องการตัวเธอให้ไปเป็นนางแบบ แต่ก่อนที่เธอจะได้รับความสนใจและมีผู้คนติดตามมากขนาดนี้ แน่นอนว่าเธอต้องผ่านอะไรมาเยอะมากเลยทีเดียว ปัญหาหลักที่เธอต้องเจออยู่เป็นประจำก็คือ เธอถูกกลั่นแกล้งเพราะสีผิวของเธอ แต่ดูเหมือนคำดูถูกและคำล้อเลียนจะไม่มีผลกับเธอ เพราะถ้าเธอสนใจคำพูดพวกนั้น เธอคงไม่มาถึงจุดนี้ได้ เธอเลือกที่จะมองข้ามความคิดและคำพูดร้ายๆพวกนั้นแล้วเชื่อมั่นในตัวเอง และเพราะทัศนคตินี้ของเธอนี่แหละที่ทำให้เธอสวยงามแตกต่างจากคนอื่น

4

หลายคนอาจจะมองว่าผิวของเธอไม่เห็นจะเป็นอุปสรรคหรือสร้างความลำบากให้เธอสักเท่าไหร่นี่ ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้เราอาจจะเห็นหรือได้ยินว่ามีการยอมรับคนผิวสีมากขึ้น แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าในโลกแห่งความจริง โดยเฉพาะแถบยุโรปยังมีอีกหลายคนที่ทั้งดูถูกและเหยียดสีผิวอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสายตาที่พวกเขามองคนผิวสีนั้นราวกับไม่ใช่คน จนทำให้ทุกวันนี้กลุ่มประเทศแถบแอฟริกา ผู้หญิงหลายล้านคนหันมาให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวเป็นจำนวนมาก เพราะอยากจะหลุดพ้นจากการเป็นคนผิวสีนั่นเอง

นั่นแสดงให้เห็นว่ากว่าโคเดีย ดิออป (Khoudia Diop) จะโตมาโดยไม่สนคำพูดที่เหยียดสีผิว แถมไม่เอนเอียงไปตามกระแสนิยมเรื่องผิวขาวได้นั้น เธอต้องใช้ความเชื่อมั่นและจิตใจที่แข็งแกร่งมากเลยทีเดียว

2 3 5

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : www.boredpanda.com, melaniin.goddess

 

ภาพฝีพระหัตถ์ของจริง ร. 6 และ ร. 9 ในหอศิลป เจ้าฟ้า สมบัติล้ำค่าที่คนไทยควรไปชม

ระหว่างการเดินทางไปพระบรมมหาราชวังในช่วงที่ประชาชนคนไทยต่างพร้อมใจกันไปเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกหนึ่งสถานที่สำคัญอย่าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผลงานของเหล่าศิลปินชั้นครูเท่านั้น แต่ยังมีภาพฝีพระหัตถ์ของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรี ทั้งของรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

จากพระบรมมหาราชวัง จุดมุ่งหมายของคนไทยทั้งชาติที่ต่างตั้งใจกันเดินทางไป เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สถานที่ใกล้เคียงที่อยากให้คนไทยมาเยือนก็คือ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

ตั้งอยู่บริเวณปลายทางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง ที่นี่จะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ทำให้คนไทยได้ระลึกถึงพระองค์ และได้เห็นพระอัจฉริยภาพในด้านศิลปะจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ซึ่งทรงพระราชทานให้นำมาจัดแสดง

ภาพฝีพระหัตถ์ของจริง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงวาดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 ใช้เทคนิคสีน้ำมัน มีขนาด46x60 เซนติเมตร
ภาพฝีพระหัตถ์ของจริง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงวาดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 ใช้เทคนิคสีน้ำมัน มีขนาด 46 x 60 เซนติเมตร
ภาพฝีพระหัตถ์ของจริง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงวาดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507 ใช้เทคนิคสีน้ำมัน มีขนาด41.5x54 เซนติเมตร
ภาพฝีพระหัตถ์ของจริง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงวาดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507 ใช้เทคนิคสีน้ำมัน มีขนาด 41.5 x 54 เซนติเมตร

อีกทั้งยังมีภาพวาดของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเขียนภาพเป็นงานอดิเรกไว้จำนวนหนึ่ง มีทั้งภาพลายเส้นและภาพสีน้ำ ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพบุคคล ภาพล้อเลียน และภาพประกอบเรื่อง ทั้งนี้ผลงานจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ที่พระองค์ทรงเขียนเป็นตอนๆด้วยสีน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2460-2462 นั้น พระองค์ได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณคดีเรื่อง “ศกุนตลา” เพื่อใช้เป็นบทประกอบการแสดง

นอกจากภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์แล้ว อีกหนึ่งความน่าสนใจของหอศิลป เจ้าฟ้า ก็คือ พื้นที่ของห้องโถงขนาดใหญ่ที่แสดงภาพจิตรกรรมของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรี และพระบรมวงศานุวงศ์

the-national-gallery-10

โดยเป็นผลงานของจิตรกรต่างชาติ บางรูปก็ไม่ปรากฏนามผู้วาดที่ชัดเจน แต่ทุกภาพนั้นมีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง

ภาพสีน้ำมันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภาพร่างจิตรกรรมตกแต่งเพดานโดมในพระที่นั่ง อนันตสมาคม) ผลงานของนายแกลิเลโอ กินี ปีพ.ศ. 2455 ขนาด 60x120 เซนติเมตร
ภาพสีน้ำมันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภาพร่างจิตรกรรมตกแต่งเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคม) ผลงานของนายแกลิเลโอ กินี ปี พ.ศ. 2455 ขนาด 60 x 120 เซนติเมตร
ภาพสีน้ำมัน สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชโอรส และพระราชธิดา ปี พ.ศ. 2434-2440 ขนาด 126.5x190 เซนติเมตร
ภาพสีน้ำมัน สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชโอรส และพระราชธิดา ปี พ.ศ. 2434-2440 ขนาด 126.5 x 190 เซนติเมตร

สำหรับใครที่สนใจไปชมภาพจิตรกรรมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ในช่วงนี้จะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ภาพ : sriploi

 

 

ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย เคยได้ยินไหม…พระราชดำรัสจาก “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ถึงประชาชนคนไทยที่ควรรู้

พระราชดำรัสจาก “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ถึงประชาชนคนไทยที่ควรรู้

“ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงวางรากฐานเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ให้คนไทยมานานหลายสิบปีแล้ว หลายคนเข้าใจว่าคือการประหยัด ใช้ชีวิตบนความเรียบง่าย ก็นับเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าได้รู้ว่าความพอเพียงในศาสตร์พระราชา หรือปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานมามีความหมายลึกซึ้งมากกว่านั้น เพราะนับเป็นแนวทางการพัฒนาขั้นพื้นฐานที่ตั้งอยู่บนทางสายกลางและความไม่ประมาท ซึ่งคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง และเป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย ตามที่ได้พระราชทานไว้ดังนี้

prv_13130801“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับ ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป…” (18 กรกฏาคม 2517)

“…คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยิ่งยวดได้…” (4 ธันวาคม 2517)

“…เมื่อปี 2517 วันนั้นได้พูดถึงว่าเราควรปฏิบัติให้พอมีพอกิน พอมีพอกินนี้ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนพอมีพอกินก็ใช้ได้ ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี และประเทศไทยเวลานั้นก็เริ่มจะเป็นไม่พอมีพอกิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไม่มีเลย…” (4 ธันวาคม 2541)

ข้อปฏิบัติในการเข้าพระบรมมหาราชวังเพื่อแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Arisa Anarnkaporn ได้โพสต์บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับขั้นตอนการลงนามแสดงความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยข้อความดังกล่าวได้ระบุไว้ว่า 

ขอแชร์ประสบการณ์ตรงและละเอียดหน่อย แบบประทับใจในการรับบัตรคิววันแรกของการลงนามแสดงความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในวันที่มีคนเรือนแสนจ้า สดจากวันที่ 23 ตุลาคม ภาษาที่ใช้แชร์นี้เพื่อความเข้าใจง่ายๆ จะได้ไม่เครียดนะคะ เชิญทัศนาค่ะ (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์จริงนะคะ)

14666192_1470436256306396_272993204548286135_n14681636_1470436259639729_6625943973318719932_n

๑. บัตรคิว แจกตั้งแต่ตีห้าครึ่งโดยประมาณ เงินซื้อไม่ได้ หมดแล้วหมดเลยนะจ๊ะ รับได้ที่หน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ตั้งอยู่ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เท่านั้น เรียกรถมาตรงนี้เลย และต้องมีบัตรคิวทุกคน ถ้าไม่มีบัตรห้ามเข้าไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ดีดออกสถานเดียว

๒. รับบัตรคิวแล้วเข้าแถวตอนเรียงหน้ากระดาน 4 คนเท่านั้น เลือกเอาแถวนึง อย่าลีลามาก จากนั้นเดินตามแถวเข้าสนามหลวงอ้อมไปมาพอให้เพลินๆ กลางแดดเปรี้ยง สักประมาณ 2 – 3 กิโลเมตร จนถึงหน้าประตูวิเศษไชยศรีทางเข้า ให้คิดว่ามาเดินออกกำลังกาย จะได้ไม่ท้อนะจ๊ะ แดดร้อนเปรี้ยงก็ให้คิดว่ามาซาวน่าฟรีจ้ะ

14690886_1470436322973056_5580276222783319432_n

๓. เดินตามแถว ตามคนหน้าเท่านั้น พอเดินไปสักพักมันจะมั่วมาก เพราะมีคนเดินแทรกเดินตัด ไม่ต้องกังวล เดินหน้าอย่างเดียว อาจมีวิ่งบ้างเป็นระยะพอให้ได้เปลี่ยนอิริยาบถ พอ 1 กิโลเมตรสุดท้ายจะมีเจ้าหน้าที่คอยตบเรา เอ้ย ตบแถวเป็นระยะๆ จากแถวตอนมั่วเป็นตอนสี่ได้เหมือนเดิม

๔. ระหว่างเดินจะเพลิดเพลินกับอาหาร ขนม และน้ำที่แจกตลอดทาง จนอาจลืมวัตถุประสงค์หลักในการมาครั้งนี้ ฉะนั้นตั้งสติเข้าไว้ค่ะ เอามากินในแถวได้ เดินไปกินไปได้ มีน้องๆคอยกางถุงขยะให้ทิ้ง โห VIP กว่านี้ไม่มีอีกแล้วอะ สุดๆ มีผ้าเย็นให้ได้ซับเหงื่อ เพื่อให้กลิ่นตัวหอมสะอาดตลอดเวลาก่อนได้เวลากราบ

๕. แดดร้อนเปรี้ยง ร่ม หมวก แว่นสำคัญ อย่าซ่าคิดว่าแน่นะคะ เมาแดดเป็นลมนับร้อยค่ะ เสียดายคิวไหม? อุตส่าห์ต่อรับมากว่าจะได้ จะมีเจ้าหน้าที่คอยฉีดน้ำเย็นเป็นระยะๆประหนึ่งพรมน้ำมนต์ให้เรา ให้กล่าวคำว่าขอบคุณแทนสาธุนะจ๊ะ

๖. โซนเต็นท์โค้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่จะบอกขั้นตอนการกราบและลงนามแสดงความอาลัย ให้ตั้งใจฟัง แถมมีซ้อมเสียงเพื่อความพร้อมเพรียงด้วยนะ ขอให้ร่วมมือ อย่าให้มุกพี่เขาแป้กนะคะ มีเก้าอี้ให้นั่งฟัง ไม่ต้องแย่งกันจนเคยชิน จากนั้นลุกนั่งเลื่อนประมาณ 2 – 3 เต็นท์พอให้ได้ยืดเส้นสาย บรรยากาศน่ารักมากโค้งสุดท้ายนี้ อ้อ คืนบัตรคิวจุดนี้นะจ๊ะ ไม่ต้องเก็บเป็นที่ระลึก จำเลขไว้ต่อยอดวันที่ 1 กับ 16 ก็พอค่ะ (อิอิ) แค่ของแจกฟรีก็เยอะละ ไม่โลภนะคะ

๗. เข้าวังแล้วห้ามถ่ายรูป พอละเธอ ถ่ายมาตลอดทาง ปิดมือถือ ยัดทุกอย่างลงกระเป๋าเอาไว้ข้างหน้า เสื้อผ้าหน้าผมจัดให้เรียบร้อย สำรวมเลย คนที่อุ้มเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่จะลัดคิวให้ไปข้างหน้า ห้ามเด็กใส่ขาสั้นเด็ดขาด เข้าไม่ได้นะ เข้มงวดมากค่ะ

๘. นำพวงมาลัยเข้าไปถวายได้ หรือจะถวายเป็นเงินก็ได้ ลงนามกี่ชื่อก็ได้ ก้มกราบครั้งเดียวให้งามที่สุดแล้วเงยหน้าขึ้น อย่าก้มนานเดี๋ยวลมใส่ จะมีช่วงให้อธิษฐานถึงพระองค์นะ ตั้งใจค่ะ ช่วงนี้สำคัญ

๙. ถ้าจะเป็นลมต้องรีบบอก อย่าอึด ไม่ใช่เวลาทำเก่งนะจ๊ะ เจ้าหน้าที่จะอุ้มไปจ้ะ ไปไหนไม่รู้ ให้จิบน้ำเรื่อยๆ ยาดมยาหม่องให้ดมเป็นระยะ เพราะจะผ่านรถสุขา เอากลิ่นยาดมเข้าสู้ค่ะ

๑๐. กราบลงนามถวายความอาลัยเรียบร้อยแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ ถ่ายรูปในวัง บ้านของพ่อก่อน งามมากๆ เที่ยวชมในวัด กราบขอพรพระแก้วมรกตย้อนวัยเด็กกันก่อนนะ ไหนๆฝ่าฝูงชนเข้ามาแล้ว จากนั้นเชิญชมงานศิลป์ตามอัธยาศัย เดินทางกลับปลอดภัยทุกคนคร้า

(ปล. หากมีการเปลี่ยนแปลงห้ามด่าย้อนนะคะ เพราะเล่าตามจริงเป๊ะ)

การแต่งกาย
1. ชุดดำ (สุภาพ ไม่มีลวดลาย ไม่รัดรูป เป็นเสื้อมีแขน คอไม่กว้าง ไม่มีตราสัญลักษณ์)
2. เสื้อเทาหรือขาว (สุภาพ) ติดริบบิ้นสีดำที่หน้าอกซ้ายหรือแขนด้านซ้าย กรณีถ้าเสื้อดำหมดสต๊อก แต่ดำล้วนงามสุดคร้า
3. ผู้ชาย กางเกงขายาวเรียบร้อย
4. ผู้หญิง กระโปรงหรือชุดเดรส ควรเป็นกระโปรงที่ยาวคลุมเข่าแบบที่สุภาพเรียบร้อย สำหรับชุดเดรสที่เป็นแขนกุดควรหาเสื้อนอกสีดำแบบเรียบๆมาคลุมทับ หรือสูทดำใส่ทับก็ได้
5. สวมรองเท้าหุ้มส้นเท่านั้นทั้งชายและหญิง

14642304_1470436549639700_1590895465611856741_n

สรุป
1. ไปถึงให้เร็วที่สุด เผื่อเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (เปิดให้เข้าแสดงความอาลัยตั้งแต่เวลา 9.00 น.- 16.00 น.)
2. เข้าแถวที่ถนนหน้าพระธาตุเท่านั้น
3. งดถ่ายภาพและเซลฟี่ กรุ๊ปฟี่ ตอนกราบและลงนามแสดงความอาลัยเด็ดขาด
4. เตรียมร่ม พัด หมวก แว่น ยาดมไปด้วย รอของฟรีอาจมีไม่ครบ
5. หิ้วน้ำหรือขนมติดมือ ป้องกันความหิวกระหายก่อนถึงเต็นท์แจกของฟรี
6. หากสวมรองเท้าแตะให้นำถุงหิ้วหรือกระเป๋าติดมือไปใส่ด้วย ไม่ต้องทิ้งข้างนึงเป็นที่ระลึกนะ
7. ตอนกราบและแสดงความอาลัยห้ามสวมแว่นตาดำ ถอดหมวกออก ให้ท่านเห็นหน้าชัดๆ
8. อดทน มองโลกในแง่ดี แบ่งปันกัน
9. สำรวม เรียบร้อย ดูเป็นคนดีนะ
10. เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
กราบสวัสดีคร้า ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์

ที่มา : บทความและรูปภาพจาก Facebook : Arisa Anarnkaporn 
ภาพ Cover : @mamsri_sirirat (ศิริรัตน์ สิวราวุฒิ)

มูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

คนไข้ในใต้ร่มพระบารมี มูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

“สวัสดีค่ะ ผอ. สวัสดีครับอาจารย์ สวัสดีหมอ”
ภาพชายในชุดเครื่องแบบทหารอากาศเต็มยศบนอกเสื้อซ้ายติดป้ายชื่อ “พลอากาศตรี สันติ ศรีเสริมโภค” พร้อมป้ายระบุตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ผู้เป็นเจ้าของสรรพนามข้างบน รับไหว้ตลอดทางจนแทบจะต้องเดินพนมมือเลยทีเดียว ความที่ตบเท้าเข้ารับใช้กองทัพอากาศตั้งแต่วันแรกที่เรียนจบแพทยศาสตร์ที่ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันนี้รับราชการมา 34 ปีแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพยาบาล นักศึกษาแพทย์ หรือแม้กระทั่งคุณลุงคุณป้าที่นั่งรอหมออยู่จึงกล้าเข้ามาทักอย่างเป็นกันเอง จนกระทั่งถึงห้องตรวจกุมารเวชกรรม เขาหันมาบอกว่า “ขอแวะแป๊บนะ” “ผมเป็นหมอสูติครับ พอเห็นเด็กก็อดเข้าไปสอบถามไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เริ่มมีแรงงานต่างด้าวมาคลอดลูก ซึ่งเรารับหมด ส่วนมากคนไข้ที่นี่มาจากพื้นที่กรุงเทพฯตอนบน” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโดยตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ด้วยเริ่มต้น “ผมรักอาชีพทหารมาก ถือเป็นเกียรติประวัติและความภูมิใจสูงสุดในชีวิตที่เริ่มงานที่นี่ เพราะโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เป็นโรงพยาบาลเดียวในประเทศที่ได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นชื่อของโรงพยาบาล และตามหนังสือราชเลขาธิการ ที่ 0002.5/20883 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2558 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ มีพระรัศมี ภายในมีอุณาโลม เป็นเครื่องหมายประจำโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์พระราชทานแก่บุคลากรของกองทัพอากาศและโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ

ดังนั้น แพทย์ พยาบาล และทีมงานเจ้าหน้าที่จึงปวารณาตัวทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในละแวกนี้และประชาชนที่มาจากกรุงเทพฯตอนบน ขณะที่ข้าราชการมีประมาณ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะเรามีเป็นนโยบายที่จะดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง เนื่องจากเรามีโครงการผลิตแพทย์ร่วมระหว่างกองทัพอากาศกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ เพราะฉะนั้นจึงต้องการคนไข้ที่หลากหลาย เพื่อที่นักศึกษาแพทย์และพยาบาลจะได้เรียนรู้โรคที่หลากหลาย

“คนไข้ที่นี่มีตั้งแต่ใช้สิทธิกรมบัญชีกลาง สิทธิประกันสังคม และสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) ซึ่งบางโรคค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ไม่ครอบคลุมทั้งหมด เช่น คนไข้มะเร็ง ฯลฯ ยิ่งหากต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการผ่าตัด รายจ่ายจะสูงขึ้น ตรงนี้มูลนิธิจะเข้าไปช่วยเหลือ โดยมีหน่วยสังคมสงเคราะห์ลงไปดูปัญหา เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือ บางรายถูกส่งตัวมารักษาแล้วญาติไม่มารับ ปัญหาจึงอยู่ที่โรงพยาบาลว่าจะจัดการอย่างไร อาจประสานงานกับเอ็นจีโอต่างๆ เพื่อส่งคนไข้ให้ดูแลต่อ เพราะหากไม่มีการรักษาต่อเนื่องจะทำให้คนไข้รายอื่นเสียโอกาสในการรักษา หรือปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯเยอะ ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้จะไม่มีเงิน แม้เราให้ทำสัญญาผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่สุดท้ายก็หนี โรงพยาบาลขาดทุนปีละร้อยล้าน จึงต้องดึงเงินมูลนิธิบางส่วนมาช่วยสนับสนุน รวมทั้งผมที่ใช้สิทธิ์การเป็นผู้อำนวยการในการให้คนไข้กลับบ้านโดยไม่ต้องจ่ายเงิน (เพราะไม่มีเงินจ่าย) ในแต่ละปีมีจำนวนมาก “1 ปีที่ผมรับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมกับเป็นประธานมูลนิธิได้ทำหน้าที่เป็นด่านหลังมากกว่า เพราะเมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้แทบไม่มีเวลาเลย มีทั้งงานกองทัพและสอนนักศึกษาแพทย์ ส่วนตัวเป็นข้าราชบริพารถวายงานทางการแพทย์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยเป็นแพทย์ประจำพระราชฐาน 904 ตรวจรักษาข้าราชบริพารในวังของพระองค์ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหนจะไม่เคยขาดหายคือ ทุกเช้าที่มาทำงานต้องเดินเยี่ยมคนไข้ ยิ่งที่นี่เป็นศูนย์โรคหัวใจ สามารถขยายหลอดเลือดได้ภายใน 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุเยอะมาก  เรายังเป็นศูนย์มะเร็งครบวงจรตั้งแต่ให้เคมีบำบัด ฉายรังสี โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้โรคไตที่มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ เครื่องล้างไตมีมาเพิ่มกี่เครื่องก็เต็ม เท่าที่ผมเห็นส่วนมากมากัน 2 คนตายาย ยายนั่งรถเข็น ตาเข็นบ้าง บางคู่ก็ตานั่งรถเข็น ยายเข็นงกๆ เงิ่นๆ ผมก็จะเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวก หรืออย่างห้องตรวจกุมารเวชกรรมจะมีเด็กเล็กที่พ่อแม่อุ้มมานั่งรอ นอกนั้นเป็นคนไข้มะเร็ง ซึ่งโรงพยาบาลได้ตั้งศูนย์มะเร็งครบวงจรตั้งแต่ให้เคมีบำบัด ฉายรังสี โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้โรคไตที่มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนใช้ยาปฏิชีวนะมากขึ้น ไตจึงเสื่อมง่าย เครื่องล้างไตของที่นี่มีมาเพิ่มกี่เครื่องก็เต็ม คนไข้จำผมได้นะ เพราะมีรูปผมติดอยู่ทุกแห่งในโรงพยาบาล (หัวเราะ) มีทั้งร้องเรียนบ้าง ขอความช่วยเหลือบ้าง เราช่วยดำเนินการอย่างเต็มที่ หากผมไม่อยู่ก็จะฝากฝังลูกน้องให้ดูแลคนไข้อย่างดี
“ต้องยอมรับเลยว่า 34 ปีของการเป็นหมอประจำกองทัพอากาศผ่านคนไข้มาเยอะ ทุกรูปแบบจนจิตใจไม่หวั่นไหว ยกเว้นกรณีที่ชีวิตนี้คงคุ้นเคยได้ยากคือ ตอนที่คนไทยเกิดการปะทะกันทางการเมือง มีผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้ามารักษาตัวแล้วมาทะเลาะกันในโรงพยาบาลผมรับไม่ได้ เพราะชื่อโรงพยาบาลก็บ่งบอกแล้วว่าหากใครเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ล้วนเป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน จึงควรรักกัน “ในฐานะที่พวกเราเป็นบุคลากรทางการแพทย์ก็พร้อมทำหน้าที่อย่างดีที่สุด”

มูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 เพื่อดูแลคนไข้ยากไร้ ซื้อเครื่องมือแพทย์ ส่งเสริมการศึกษาแพทย์และพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ รายได้จากมูลนิธิส่วนใหญ่มาจากการบริจาคทั้งในรูปขององค์กรและคนไข้ที่รักษาหายแล้ว ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนั้นยังมีห้องประกอบพิธีสงฆ์จากจุดประสงค์เริ่มต้นที่ผู้อำนวยการอยากให้คนไข้ในโรงพยาบาลและญาติคนไข้ได้ทำบุญเพื่อยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เพื่อเป็นรายได้ให้มูลนิธิ เปิดรับจัดพิธีในโอกาสพิเศษ 10 เปอร์เซ็นต์หักเข้ามูลนิธิ แล้วยังได้จัดงานในราคาพิเศษ โดยเริ่มต้นที่ 12,000 บาท ร่วมบริจาคมูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชที่ ธนาคารทหารไทยสาขาโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 049-2-92670-4 โทรศัพท์ 0-2534-7555

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 882 (แพรวแชริตี้)

PRAEW

COVER STORY : PRAEW ISSUE 892

ฉบับนี้แพรวขอเคลียร์ประเด็นร้อนของครอบครัวตัว ป (เป้ย & ป๊อป) ที่ค้างคาใจคนทั้งประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวที่แสนน่ารักนี้

“ถ้าคนรักของคุณทำผิด คุณพร้อมจะให้อภัยไหม…” คำถามสุดคลาสสิกที่คนมีชีวิตคู่อาจเคยคิดเตรียมคำตอบไว้ แต่เอาเข้าจริง จะมีสักกี่คู่ที่พร้อมให้อภัยและจับมือกันก้าวข้ามความรู้สึกมัวหมองและคำวิจารณ์ที่บั่นทอนจิตใจไปให้ได้…เหมือนอย่างครอบครัวตัว ป ที่จูงมือกันมาถ่ายแบบ พร้อมเคลียร์ทุกปัญหาหัวใจให้ แพรว ฟัง พ่วงด้วยหนุ่มน้อยวัยซน ‘น้องโปรด’ ตัวแทนของความรัก ที่มาโปรยเสน่ห์ให้ทีมงานหลงกันทั่วหน้า ทุกเรื่องที่คุณสงสัยหาคำตอบได้ที่นิตยสารแพรว ฉบับ 892 ปักษ์ 25 ตุลาคม 2559 นี้

นอกจากนี้ ยังมีประกาศผลสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงาม Praew Iconic Beauty 2016 โดยคณะกรรมการคุณภาพทั้ง 7 ท่าน กับเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาในภารกิจคัดสรรผลิตภัณฑ์ความงามกว่า 500 ชิ้นใน 4 หมวดหลักๆ ได้แก่ สกินแคร์, แฮร์, เมคอัพ และน้ำหอม ยืนยันได้ว่าทุกคนทุ่มสุดตัวกับการทดลองผลิตภัณฑ์ เรียกได้ว่าเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้ที่สุดของผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตั้งใจให้เป็นไบเบิลความงามของคุณสาวๆ โดยเฉพาะแฟนแพรวทุกคน

พร้อมเรื่องราวน่าสนใจของคุณพ่อลูกสองอย่าง ฮิวโก้ – จุลจักร ที่จะมาอัพเดตผลงานอัลบั้มใหม่ในรอบ 10 ปี และเรื่องราวความรักของหมอรวยสวยแซ่บเว่อร์แพทย์หญิงของขวัญ หรือที่ใครต่อใครให้ฉายาว่า เจ้าหญิงแอร์เมส กับหนุ่มเซอร์เจ้าสำราญ ริชชี่ – เกรียงไกร วินธุพันธ์ ที่แต่งงานสายฟ้าแล่บหลังจากรู้จักกัน 24 วัน

COVER : THE P FAMILY (Pei Pop Prod)
BEAUTY UPDATE : ดึงคาแร็คเตอร์ของสาวละตินในตำนาน ครีเอตเป็นเมคอัพสุดจี๊ด
BEAUTY TREND : ซอฟต์สโมกกี้อาย เซ็กซี่ปนหวานเมคอัพลุคสำหรับหนาวนี้
PRAEW ICONIC BEAUTY 2016 : ประกาศผลรางวัลบิวตี้แห่งปี ไอเท็มชิ้นเด่นในแต่ละสาขาที่ แพรว ยกให้เป็นที่สุดแห่งปี
SPEAK OUT : ชีวิตปีที่ 35 ของ “ฮิวโก้ – จุลจักร จักรพงษ์” กับการกลับมาทำเพลงไทย รวมถึงบทบาทของสามีและคุณพ่อที่เขาพยายามจะสอบให้ผ่านทั้งสองอย่าง
STYLE EXCLUSIVE : บ้านมีสไตล์ที่แตกต่างแต่ลงตัวของ “หมอเคท” – พญ.ของขวัญ วินธุพันธ์ พร้อมชมเซฟเฮ้าส์หรูที่เก็บกระเป๋า Hermçs สุดอลังการ
BIZ WOMAN : “เอมี่ กุลโรจน์ปัญญา” หญิงเก่งแห่ง Uber ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก

ติดตามได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 892 ปักษ์ 25 ตุลาคม 2559

PRAEW pw892_page_147

pw892_page_032

pw892_page_033

pw892_page_067

pw892_page_186

pw892_page_206

pw892_page_211

pw892_page_224

 

บทความและรูปภาพทั้งหมดนี้ถือเป็นทรัพย์สินของเว็บไซต์แพรว ห้ามผู้ใดนำไปคัดลอก ดัดแปลง หรือทำซ้ำ อนุญาตให้แชร์บทความนี้ได้จากลิงก์นี้เท่านั้น

“รอยยิ้มของพ่อ” ชมภาพพระราชอิริยาบถส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙

หากที่สุดของความปรารถนาในใจลูกๆก็คือ การได้เห็นรอยยิ้มของพ่อไม่ต่างกัน วันนี้เชื่อว่าหลายคนพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนหยาดหยดน้ำตาแห่งความโศกเศร้าอาลัยเป็นพลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม เพื่อลุกขึ้นสานต่อ “สิ่งที่พ่อสร้าง” และ “คำที่พ่อสอน”

ในโอกาสนี้แพรวขอนำภาพ “รอยยิ้มของพ่อ” พระผู้ปรีชารอบด้าน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระราชอิริยาบถส่วนพระองค์ยามพักผ่อนจากพระราชกรณียกิจ งานอดิเรกที่ทรงสนพระทัย และแม้ในยามที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ รวมไปถึงภาพรอยยิ้มที่ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรของพระองค์ที่ไปเฝ้าฯรับเสด็จ
ให้รอยยิ้มของพ่อเป็นดั่งสายฝนชุ่มฉ่ำล้างคราบน้ำตาไทยทั่วหล้า

รอยยิ้มของพ่อ

002

003

รอยยิ้มของพ่อ

005

012

disp_20121217114430

014

018

020

รอยยิ้มของพ่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

“ชีวิตของคนเราก็ตาม ชีวิตของหมู่คณะก็ตาม หรือประเทศชาติก็ตาม ก็ย่อมต้องประสบความเจริญและความเสื่อม
สลับกันไปเป็นธรรมดา ทุกคนก็ทราบดีว่า ในชีวิตของแต่ละคนก็ผ่านเวลาที่เป็นสุขและบางทีก็มีความทุกข์
อันนี้เป็นประเทศชาติก็เช่นเดียวกัน ก็มีความสุขบ้าง มีความทุกข์บ้าง แต่ก็ขออย่าให้มากเกินไป เพราะถ้ามากเกินไป แม้สุขมากเกินไปก็ทำให้คนเราไม่สบายได้เหมือนกัน
แต่ว่าถ้าทุกข์มาก ความเป็นอยู่ของคนเราอยู่ไม่ได้ มันตรอมใจ ไม่มีกำลังใจ ลงท้ายก็ล่มจม”

(พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๖)


เรื่อง :Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ :FB@Thailandimage

โชคชัย บูลกุล

เจ้าของอาณาจักรฟาร์ม โชคชัย บูลกุล เผยเรื่องเล่าสุดซึ้งจากกระติกใส่นมถวาย “พ่อหลวง”

โชคชัย บูลกุล เป็นเจ้าของฟาร์มและสุดยอดนักสะสม แต่ไม่มีของสิ่งไหนจะมีคุณค่าเท่าสิ่งนี้อีกแล้ว…

โชคชัย บูลกุล ครั้งหนึ่งเคยฝันเห็นตัวเองในชุดคาวบอยควบม้าอยู่ในฟาร์มกว้างสุดลูกหูลูกตา แต่กว่าจะก้าวถึงฝันนั้นได้ ต้องล้มลุกคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วน จนได้เจอแสงสว่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานเป็นแนวทาง จนมีอาณาจักรฟาร์มโชคชัยดังเช่นทุกวันนี้ 

เป็นทั้งเจ้าของฟาร์มและสุดยอดนักสะสม ไล่ตั้งแต่รถยนต์คันงาม คริสตัลเพชร ปืนไรเฟิลกระบอกเท่ และของล้ำค่าอีกมากมาย แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะมีคุณค่าเทียบเท่ากระติกน้ำเก่าๆ ใบนี้ได้เลย เพราะเป็นกระติกใส่นมไปทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ตำหนักสวนจิตรลดาเมื่อหลายสิบปีก่อน

กระติกใส่นม ฟาร์มโชคชัย

“ทั้งที่ขณะนั้นพระองค์ทรงมีวัวนมอยู่แล้ว 40 กว่าตัว รวมถึงโรงรีดนมและโรงงานพาสเจอไรซ์ แต่พระองค์ท่านรับสั่งว่าอยากได้นมของฟาร์มโชคชัยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 4 ลิตร ผมจึงให้น้องภรรยานำไปทูลเกล้าฯถวายที่วัง ผมเดาว่าพระองค์ทรงอยากให้กำลังใจพวกเรา เพราะสมัยนั้นนมวัวยังไม่แพร่หลายในเมืองไทย ทำให้ขายไม่ดี และธุรกิจยังประสบปัญหาอีกสารพัด แต่ด้วยกำลังใจจากพระองค์ท่าน ทำให้ผมมีพลังสู้ต่อ และโคนมยังเป็นอาชีพพระราชทานด้วย ทำให้พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจมาก

ในหลวงรัชกาลที่ 9

ในหลวงรัชกาลที่ 9

“แล้วมีอีกครั้งตอนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯไปห้วยแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่พระองค์เสด็จฯกลับขึ้นรถ จู่ๆพระองค์หันหลังกลับมาหาผมที่ยืนในแถวรับเสด็จ แล้วมีรับสั่งว่า ‘คุณโชคชัย ต่อจากนี้คุณจะดีแล้ว’ น้ำตาผมไหลตรงนั้นเลย รู้สึกตื้นตันจนลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งจะกราบเบื้องพระยุคลบาทยังคิดไม่ทัน และหลังจากนั้นฟาร์มโชคชัยก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน”

เรื่อง : แพรวดอทคอม

ที่มา : นิตยสารแพรว

 

 

 

หมอเจี๊ยบ-ลลนา

หมอเจี๊ยบ-ลลนา แจกกอดการกุศลสมทบทุนให้ศิริราชมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคตา

หมอเจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์ แจกกอดการกุศลสมทบทุนให้ศิริราชมูลนิธิ เพื่อผู้ป่วยโรคตา ในกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันสายตาโลก “Bausch + Lomb for World Sight Day 2016”

ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท บอช แอนด์ ลอมบ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาชั้นนำของโลก พร้อมเชิญชวนทุกคนให้หันมาใส่ใจกับสุขภาพดวงตาพร้อมกับทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน

หมอเจี๊ยบ-ลลนา

นอกจากนี้ยังให้บริการตรวจวัดสายตาฟรีโดยผู้เชี่ยวชาญจากบอชแอนด์ลอมบ์ และมีโซนรับบริจาค รวมถึงกิจกรรมร่วมกับหมอเจี๊ยบ โดยรายได้จากกิจกรรมทั้งหมดรวมถึงการจำหน่ายสินค้าบอชแอนด์ลอมบ์ภายในงาน จำนวนทั้งสิ้น 30,494 บาท มอบให้กับศิริราชมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคตา โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เรียกได้ว่าเติมพลังบวกกันไปเต็มๆ ทั้งผู้ให้และผู้รับ กลับบ้านไปด้วยความสุข อิ่มบุญกันไปตามๆ กัน

หมอเจี๊ยบ กล่าวว่า “ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนตุลาคมในทุกปี จะเป็นวันสายตาโลก ซึ่งเจี๊ยบคิดว่าดวงตาเป็นอีกอวัยวะที่สำคัญต่อชีวิตเรามากค่ะ ปกติเจี๊ยบก็เป็นคนที่ใช้สายตาค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ก็จะมีเคล็ดลับการดูแลสายตา เช่น ดื่มน้ำเยอะๆ ทานวิตามินบำรุงสายตา หรือถนอมดวงตาไม่ให้ใช้งานหนักมากเกินไป งานนี้ต้องขอขอบคุณบอชแอนด์ลอมบ์ ที่ให้เจี๊ยบได้มีโอกาสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในการแบ่งปันให้กับ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อผู้ป่วยโรคตา ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง”

 

ภาพจาก Instagram : jeab_lalana
เรียบเรียง : Ppee_แพรวดอทคอม

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล

“หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล” ต้นแบบของข้าราชการผู้ภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

หม่อมหลวงปนัดดาได้รับการกล่าวขานถึงอย่างกว้างขวางในความเป็นข้าราชการผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอดชีวิตการรับราชการ ตราบจนเกษียณอายุราชการในปี 2559

หลายคนคงจะได้ยินชื่อของท่านอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นข่าวล่าสุดในโลกออนไลน์ คนแห่ชื่นชมหม่อมหลวงปนัดดา หลังต่อแถวขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน ยกเป็น “ข้าราชการตัวอย่าง” ซึ่งโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพสุดประทับใจของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เข้าแถวต่อคิวรอขึ้นเครื่องบินโดยสารเหมือนกับประชาชนคนธรรมดาทั่วไป โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านนั้นคือ “หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล” สวมเสื้อผ้าไหมสีฟ้า ถือกระเป๋าเอกสาร ยืนหันหลังต่อแถวเตรียมขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล

ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เผยแพร่ภาพระบุข้อความว่า “ประทับใจภาพ ม.ล.ปนัดดาต่อแถวขึ้นเครื่องบินของสายการบินโลว์คอสต์ เพื่อเดินขึ้นเครื่องเช่นเดียวกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เมื่อพนักงานตรวจตั๋วเดินทางส่งบัตรโดยสารคืนให้ ท่านก็กล่าวถ้อยคำว่า ขอบคุณครับ ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ถ่อมตน เมื่อผมเดินตามท่านไปถึงประตูเครื่อง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยกมือไหว้ ท่านก็ยกมือไหว้ตอบ และกล่าวคำว่า สวัสดีครับ ด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร” ซึ่งทำให้เรานึกถึงบทสัมภาษณ์หนึ่งของท่านเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามแบบในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเล่าว่า

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าสืบตระกูลจากพระหัตถ์ในหลวงรัชกาลที่ 9
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าสืบตระกูลในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ องค์ต้นราชวงศ์ดิศกุล จากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“ตั้งแต่เด็ก คุณพ่อ (พลตรี หม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล) สอนผมเสมอว่า สมเด็จปู่ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) สอนว่า เกิดเป็นคนไทยต้องจงรักภักดี รักชาติ รักในหลวง ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ สิ่งที่คุณพ่อพูดย้ำให้ผมฟังบ่อยๆ คือ ‘พระองค์ท่านทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของความเป็นชนชาติไทย และทรงเป็นทุกลมหายใจของปวงประชาราษฎร์’ ซึ่งเป็นประโยคที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะทรงเป็นทุกลมหายใจของเรา ดังนั้นไม่ว่าเราทำอะไร ควรคิดถึงพระองค์ท่าน บ้านเมืองจึงจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข มีจริยธรรมและการปกครองตามครรลองครองธรรม

“ในฐานะที่ผมเป็นลูกชายคนเดียว ตอนเด็กจึงมีโอกาสติดตามพ่อเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ รวมถึงสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ ความที่เราเห็นพ่อแม่รักเคารพและเทิดทูนทุกพระองค์ ฉะนั้นเราก็คิดแบบนั้นด้วย บวกกับครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนสาธิตประสานมิตร ย้ำสอนลูกศิษย์ทุกเช้าถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย กลายเป็นสิ่งหล่อหลอมให้เป็นเราวันนี้

ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฏร

“การที่ผมรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาถึงวันนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่สอนเสมอว่า ‘ให้รักเกียรติที่พึงมีต่อวงศ์ตระกูลมากกว่าทรัพย์สินเงินทอง’ อย่างวังวรดิศแห่งนี้เคยมีทั้งสถานทูตและช็อปปิ้งมอลล์ติดต่อขอซื้อ ให้ราคามหาศาล แต่เพราะพ่อยึดหลักคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เรื่อง ‘ความพอเพียง’ หรือที่ชาวต่างประเทศบางคนเรียกว่า ‘A Simple Life’ พ่อบอกว่าแค่คิดจะขายก็ผิดแล้ว เพราะเกียรติยศและความซื่อสัตย์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ติดตัวเราและส่งผลไปจนถึงลูกหลาน ทำให้ได้รับความเมตตากรุณาจากผู้คน ซึ่งที่ท่านพูดเป็นความจริง เพราะหลังจากนั้นผมได้รับโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิต คือรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า สืบตระกูลในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมาก

“แม้กระทั่งตอนที่ผมย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองกำลังคุกรุ่น มีหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิตข้าราชการของผม ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งมีกระแสข่าวว่าจะถูกย้ายเข้ากรุงเทพฯ ความที่เราเป็นมนุษย์ปุถุชน ย่อมรู้สึกเสียใจเป็นธรรมดา เพราะผมไม่ได้มีทัศนคติเรื่องการเมืองการปกครองเป็นภัยกับใคร นอกจากยึดหลักความเป็นข้าราชการของแผ่นดินอยู่ในหัวใจตนเอง ตอนนั้นนอกจากคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวให้กำลังใจแล้ว จะมีใครเล่าที่สำคัญเหนือกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะภาพที่ผมจำติดตามาตั้งแต่เด็กคือ ทั้งสองพระองค์เสด็จฯไปทรงเยี่ยมพสกนิกรทุกหนแห่ง เป็นแบบอย่างที่พระองค์ท่านทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนม์ชีพ คือความเสียสละอันใหญ่หลวง

ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯไปทรงเยี่ยมพสกนิกรทุกหนแห่ง

“ดังนั้นไม่ว่าครอบครัวเราจะเผชิญความทุกข์หรือพบความสุข เรามีทั้งสองพระองค์คอยปกปักรักษาและเป็นกำลังใจให้กับทุกเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไข ผมจึงนำหลักคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เรื่อง ‘รู้รักสามัคคี มีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและแผ่นดิน ไม่เอารัดเอาเปรียบสังคมและเพื่อนร่วมชาติ’ รวมทั้ง ‘ความกตัญญูรู้คุณเป็นสิ่งที่คนดีควรกระทำ’ เป็นกำลังใจในการทำงาน เพราะสิ่งเหล่านี้คือความเป็นคนไทยที่ต้องยึดถือและร่วมกันปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นแล้วหากเกิดความท้อแท้ใจ ความหวังและความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เราจึงควรร่วมใจกันทำประโยชน์สุขให้เกิดกับประเทศชาติ ไม่เห็นแก่ตัว สร้างความรักใคร่สามัคคี อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เสแสร้งแกล้งทำ เพราะเมื่อสังคมเกิดความร่มเย็นเป็นสุข พระองค์ท่านจะได้มีความสุข สบายพระราชหฤทัย พระชนมพรรษายืนยาว เพราะทั้งประเทศมีจิตและวิญญาณของพระองค์ท่านอยู่ทุกอณู

“มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ถึงทุกวันนี้คือ ในงานเทศกาลฤดูหนาวปีแรกที่ผมรับตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่ มีสุภาพสตรีวัยกลางคนเดินมาหาผมและบอกว่า ‘ท่านผู้ว่าฯคะ วันนี้มีโอกาสได้พบท่าน อยากเรียนให้ท่านทราบว่าดิฉันรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก แม้ไม่ได้มีโอกาสมากรุงเทพฯ เพราะทำมาค้าขายที่เชียงใหม่ แต่ดิฉันสวดมนต์ถวายพระพรทุกคืน ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอยู่กับพวกเราอีกนานแสนนาน’ ผมฟังแล้วน้ำตาคลอ เพราะผมเห็นด้วยกับเธอว่าคนไทยขาดพระองค์ท่านไม่ได้

ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานคำแนะนำแก่ข้าราชการ

“ทุกครั้งที่มีโอกาส ผมมักพูดกับข้าราชการทั้งในส่วนภูมิภาคและในกรุงเทพฯเสมอว่า เอกลักษณ์ของคนเป็นข้าราชการคือ ‘ความซื่อสัตย์’ ประชาชนจึงจะไว้เนื้อเชื่อใจและให้เกียรติ หากเราขาดซึ่งเอกลักษณ์ข้อนี้ คนย่อมดูถูก ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานคำสอนแก่บรรดาข้าราชการเสมอว่า ให้มุ่งมั่นปฏิบัติให้จงได้ จะได้เป็นศักดิ์เป็นศรีแก่สถาบันราชการสืบไป

“ดังนั้นการทำหน้าที่ในราชการประจำคือ ต้องมุ่งมั่นทำงานในสายงานที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถตราบจนเกษียณอายุ และอยากให้ข้าราชการทุกคนนำการปกครองไปสู่การทำให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข ลูกหลานเยาวชนเป็นคนดีของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างสิ่งที่ผมทำตอนนี้คือ การเป็นอาจารย์พิเศษทั้งในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เป็นวิทยากรอบรมข้าราชการหลักสูตรต่างๆ เพราะสมัยที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก เวลาว่างพระองค์ท่านมักทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือด้วย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในฐานะข้าราชการ

“เพราะทรงเห็นว่าการเป็นนักปกครองกับความเป็นครูต้องไปด้วยกัน การศึกษาช่วยให้การปกครองเกิดความราบรื่น การเป็นข้าราชการฝ่ายปกครองจึงต้องมีความเป็นครูที่ดีอยู่ในตัว และยังช่วยให้เรารู้ซึ้งถึงความมุ่งมั่นที่อยากให้เกิดสิ่งที่ต้องการ ทุกวันนี้ไม่ว่าไปบรรยายที่ไหน หัวข้อหนึ่งที่ผมพูดถึงบ่อยๆ คือ ความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และน้อมนำพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ มาปรับใช้ในการทำงานเสมอ”

ที่มา : นิตยสารแพรว ปี 2555 ฉบับที่ 800, วิกิพีเดีย

 

ในหลวงรัชกาลที่ 9

รวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับพระอิริยาบถอันสวยงามของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

นอกจากแผนที่และดินสอที่หลายคนมักเห็น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพกติดพระองค์ทุกครั้งยามทรงลงพื้นที่สำรวจสถานที่ต่างๆ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรชาวไทยให้มีชีวิตกินอยู่ที่ดีขึ้น กล้องถ่ายรูปก็เป็นสิ่งสำคัญที่พระองค์ทรงพกติดพระวรกายอยู่เสมอ

ในหลวงรัชกาลที่ 9พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระราชหฤทัยด้านการถ่ายภาพ และโปรดถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกเมื่อพระชนมพรรษาเพียง 8 พรรษา โดยพระองค์ทรงศึกษาการถ่ายภาพด้วยพระองค์เอง เมื่อพ่อหลวงเสด็จฯไปยังที่แห่งใด พระองค์จะทรงใช้กล้องส่วนพระองค์ถ่ายภาพทั้งสถานที่ บุคคล และเหตุการณ์ต่างๆ บางครั้งก็ทรงถ่ายพื้นที่แห้งราบเรียบเป็นป่าธรรมดา ซึ่งถ้าคนทั่วไปมองผิวเผินอาจมองพื้นที่แห่งนั้นไร้ประโยชน์ ไร้ค่า แต่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ มีพระราชดำริในการรวบรวมข้อมูลที่ทอดพระเนตรและภาพถ่ายมาพัฒนาพื้นที่เหล่านั้นให้กลายเป็นพื้นที่เจริญรุ่งเรือง และที่สำคัญยังช่วยเหลือปากท้องราษฎรให้มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากเดิมได้อย่างมาก เหมือนดังเช่นที่พระองค์เคยพระราชทานพระราชดำรัส ได้ความดังนี้

การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะ เป็นของดีมีประโยชน์ ขออย่าได้ถ่ายภาพกันเพื่อความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น จงใช้ภาพให้เกิดคุณค่าแก่สังคม ให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม งานศิลปะจะได้ช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อีกแรงหนึ่ง”

(พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ณ The First Annual Bangkok Art & Photography Event 2007)

นอกจากในหลวงรัชกาลที่ 9 จะโปรดถ่ายภาพแล้ว พระองค์ยังทรงคิดค้นและประดิษฐ์แว่นกรองแสงพิเศษ ทรงนำไปทดลองฉายพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ยังทรงเชี่ยวชาญในการล้างฟิล์มและการอัดขยายภาพทั้งขาวดำและภาพสีภายในห้องมืด ณ ที่ทำการสถานีวิทยุ อ.ส. อีกด้วย ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ไปจัดแสดงนิทรรศการหลายครั้ง อย่างงานนิทรรศการภาพถ่ายนานาชาติ (พ.ศ.2511) งานแสดงทางการถ่ายภาพและการพิมพ์ ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.2530) การจัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ.2533) เป็นต้น

จะเห็นว่าพ่อหลวงของแผ่นดินทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการถ่ายภาพมากด้วยเช่นกัน วันนี้แพรวจึงรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงฉายพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชินีนาถในพระอิริยาบถอันสวยงามต่างๆมาให้ได้ชมกัน สมเด็จพระบรมราชินีนาถของพสกนิกรชาวไทยทรงพระสิริโฉมงดงามและทรงมีรอยยิ้มที่สวยสดใสจริงๆ

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9

ในหลวงรัชกาลที่ 9
เบื้องหลังพ่อหลวงทรงฉายพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

ข้อมูลบางส่วน : http://www.supremeartist.org/thai/photo/index.html
ภาพ : หนังสือประมวลภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (His Majesty’s photographic portfolio), แฟนเพจ Facebook – ทรรศมน สุนทรจักร, Supitcha Prakham

ในหลวงรัชกาลที่ 9

“ทหารก็ต้องเป็นของประเทศชาติ หาใช่เป็นของบุคคลใด…” พระบรมราโชวาทของ ในหลวงรัชกาลที่ 9

ประเทศไทยเป็นประเทศที่รักความสงบ ไม่ชอบการรุกราน นั่นเป็นสิ่งที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเข้าพระราชหฤทัยและตระหนักรู้เกี่ยวกับประเทศไทยเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นพระองค์ก็ได้ตรัสว่า การมีกำลังรบย่อมเป็นสิ่งจำเป็น

ในสังคมยุคใหม่ ภาพทหารรบราฆ่าฟัน ถือดาบ ถือปืน อาจเป็นภาพที่ไม่ค่อยคุ้นตาหรือเห็นได้น้อยสำหรับใครหลายๆ คน ด้วยมีเรื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการศึกษาที่เข้ามาเป็นตัวแข่งขัน เพื่อพิชิตความเป็นที่หนึ่งหรือขัดเกลาความสามารถให้เก่งและชำนาญขึ้นแทนเสียมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ของเหล่าทหารผู้กล้า ผู้เข้มแข็งจะลดน้อยลงหรือมีความสำคัญน้อยลงแต่อย่างใด

ในหลวง ร.9
ภาพโดย Jakawin Photography
ในหลวงรัชกาลที่ 9
เรือโท ชารวี แดงใหญ่ ทหารเรือผู้ตั้งมั่นปฏิบัติหน้าที่อารักขาขบวนพระบรมศพ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลีย คล้ายจะเป็นลมก็ตาม (ภาพโดย – ด.ญ.พฤกษชาติ เชิดฉาย)

ย้อนไปในวันที่เหล่าพสกนิกรไทยเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 ณ ท้องสนามหลวง หลายคนคงได้เห็นภาพเหล่าทหารผู้จงรักภักดีปฏิบัติหน้าที่อารักขาขบวนพระบรมศพริมถนนเป็นจำนวนมาก บางนายมีน้ำตาซึม บางนายยืนโครงเครงตากแดดคล้ายจะเป็นลม แต่ก็ยังใจสู้ตั้งมั่นยืนตรงทำหน้าที่สุดท้ายเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้สำเร็จ หรือแม้แต่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ อย่างเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักในช่วงปี พ.ศ.2554 ทหารก็เป็นหนึ่งหน่วยอาสาที่เข้ามาช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนชาวไทย และที่สำคัญคือ ปกป้องดูแลประเทศชาติให้สงบร่มเย็น ดังที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่เหล่าทหารในวันกองทัพบก เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2499 ไว้ดังนี้

soldier01“…หลักสำคัญอันแรกที่ทหารทุกคนต้องระลึกถึงอยู่เสมอ คือความหมายและหน้าที่ของทหาร ประเทศเราเป็นประเทศที่รักความสงบ ไม่ชอบการรุกราน แม้กระนั้นก็ดี การมีกำลังรบย่อมเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้เพื่อรักษาความสงบและอิสรภาพของประเทศ เมื่อทหารมีไว้สำหรับประเทศชาติ ทหารก็ต้องเป็นของประเทศชาติ หาใช่เป็นของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ โดยเฉพาะไม่…”

(พระบรมราโชวาท พระราชทานในวันกองทัพบก
25 มกราคม 2499)

นับว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใส่พระราชหฤทัยและทรงปกครองดูแลประเทศไทยทุกด้านเลยจริงๆ วันนี้แพรวจึงได้รวมพระบรมฉายาลักษณ์ที่พ่อหลวงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมาให้ได้ชมกัน

ในหลวง ร.9 ในหลวง ร.9 ในหลวง ร.9 ในหลวง ร.9 ในหลวง ร.9ในหลวง ร.9 ในหลวง ร.9 ในหลวง ร.9


ภาพ : นิตยสารแพรว ปีที่ 33 ฉบับที่ 774 (25 พ.ย. 54), Facebook – Jakawin Photography,ด.ญ.พฤกษชาติ เชิดฉาย, Supitcha Prakham

“ฉันไปได้”…20 ภาพรอยเท้าของ “พ่อ” ไม่ว่า “ลูก” จะอยู่ที่ใดบนขวานทองนี้

ลูกของพ่อทุกคนคงได้อ่านบันทึกจากภาพที่ชื่อว่า “ฉันไปได้” กันมาแล้วในโซเชียลมีเดียที่ถูกแชร์กระหน่ำ ซึ่งคัดลอกมาจากสัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ “นายสวัสดิ์ วัฒนายากร” อดีตองคมนตรี และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน ที่เล่าถึงการทุ่มเทพระวรกายทรงงานอย่างหนักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในการเสด็จฯไปทรงงานยังพื้นที่ทุรกันดารโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการเดินทาง โดยมีใจความว่า…

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เสด็จฯไปทรงงานยังพื้นที่จริง ซึ่งเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นที่ทุรกันดาร บางแห่งข้าราชการยังไม่เคยไป หรือไม่กล้าไปเพราะกลัวอันตรายด้วยซ้ำ ถ้าวันไหนอากาศไม่ดี หากเป็นผู้ใหญ่ไปดูงาน ฝนมาก็เลื่อนหรือยกเลิก…แต่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ไม่มีคำว่า “ยกเลิก” เพราะอากาศไม่ดี

แถมยังเสด็จฯออกนอกเส้นทางเป็นประจำ ถ้าทีมถวายความปลอดภัยกราบบังคมทูลว่า “เสด็จฯไปไม่ได้ ไม่มีถนนตัดผ่านพระพุทธเจ้าข้า” พระองค์ท่านจะรับสั่งกลับมาทุกครั้งว่า…

“ฉันไปได้”

ทั้งที่หลายครั้งต้องทรงพระดำเนินปีนป่ายไปบนภูเขา หรือทรงพระดำเนินไต่ลงไปในหุบเหวที่เต็มไปด้วยโคลนตม ปลิง และทากจนค่ำมืดดึกดื่น หลายครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตามเสด็จด้วย มีท่านพระองค์เดียวที่ดึงทากออกจากพระบาทได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องเล็กสำหรับในหลวง คืนหนึ่งผมได้ร่วมโต๊ะเสวย หลังจากที่พระองค์ท่านเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ทุรกันดารแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระราชกระแสรับสั่งที่ยังก้องอยู่ในหูของผมจนถึงทุกวันนี้คือ

“ที่เขายากจน ต้องมาทำมาหากินในพื้นที่แห้งแล้งเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะมา
แต่เพราะเขาไม่มีที่อื่นจะไป ที่ฉันช่วยเขา ไม่ใช่ว่าจะช่วยตลอดไป
แต่ช่วยเพื่อให้เขาได้มีโอกาสช่วยตัวเองต่อไป”

นับเป็นความโชคดีของคนไทยที่ได้เกิดและอาศัยอยู่บนแผ่นดินภายใต้ร่มพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ในโอกาสนี้แพรวจึงขอนำ 20 ภาพ ที่บอกเล่าเรื่องราวการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการเดินทางของ พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใดบนขวานทองนี้

10

01

07

09

08

20

16

12

11

13

18

19

17

21

ฉันไปได้

24

ฉันไปได้

เรื่อง :Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : FB@Thailandimage

รวมแหวนหมั้นแห่งปี 2016 แสงเพชรวูบวาบกระแทกตา

ใกล้สิ้นปีแล้วก็ถึงเวลาส่อง แหวนหมั้นนิ้วนางข้างซ้ายของคนดัง ที่ประกาศรักกันในปี 2016 ว่าจะมีวงไหนบ้างนะ ที่ส่องแสงเปล่งรัศมีทั้งความรัก ความรวยจนละสายตาไปไม่ได้

Cara Santana

cara-santana

คาร่า ซานตาน่า แฟชั่นบล็อกเกอร์ ลูกสาวคนสวยของคารอส ซานตาน่า นักกีตาร์ชื่อก้องโลก ถูกจองตัวไปแล้วเรียบร้อยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ระหว่างล่องเรือสุดสวีทอยู่ในแม่น้ำฮัดสันกับแฟนหนุ่ม ด้วยแหวนเพชรทรงมรกตน้ำหนัก 5.5 กะรัต ที่ฝ่ายชายออกแบบเอง

Miranda Kerr

miranda-kerr

ม่ายสาวไม่ขาดรัก ถูกจองตัวเป็นรอบที่สองแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม โดย Evan Spiegel ผู้บริหารหนุ่มหล่อไฟแรงแถมเด็กกว่า ด้วยแหวนเพชรกลมน้ำงามประดับเพชรทรงสี่เหลี่ยมข้างหมูข้างละเม็ด แต่ที่หลายคนอิจฉานางมากกว่าแหวนคือ ฝ่ายชายภูมิใจ ดีใจและปลื้มใจมากที่นางเซย์เยส ก็เลยจัดการโพสต์ภาพแหวนด้วยตัวเองซะเลย

Pippa Middleton

pippa

น้องสาวเจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัน ก็เป็นกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาไปอีกคน โดยผู้ชิงหัวใจอดีตคู่จิ้นเจ้าชายเจ้าชายแฮร์รี่ไปครองคือนาย เจมส์แมทธิว งานนี้จับจองหัวใจกันด้วยแหวน 3.5 กะรัต ดีไซน์แปดเหลี่ยมที่ขอบอกเลยว่า แลดูสวยสะดุดตาและมีความเป็นตัวของตัวเองมาก

Beth Behrs

beth-behrs

ในที่สุดนักแสดงสาวจากซีรีย์ดัง The 2 Broke Girls ก็ได้รับแหวนจากแฟนหนุ่มร่างใจ ไมเคิล กลาดิส ที่คบหากันมายาวนานกว่า 6 ปีสักที เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม โดยเป็นแหวนเพชรแบรนด์ดัง ทิฟฟานีแอนด์โค ทรงสี่เหลี่ยมล้อมเพชร

Emilie de Ravin

emilie-de-ravin

หัวใจของนักแสดงสาวจากซีรีย์ Lost  ถูกจับจองโดยผู้กำกับหนุ่ม Eric Bilitch  เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมสักที ด้วยแหวนหมั้นเพชรทรงหมอนก้านแหวนประดับเพชรเล็กๆ เป็นแถวเรียงรายสวยงาม แต่ขอบอกว่า งามกว่านั้นคือ ทั้งคู่มีโซ่ทองคล้องใจเป็นสาวน้อยน่ารักเรียบร้อยแล้ว 1 คน

Anne Vyalitsyna

%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%b7

นางแบบสาวหน้าเก๋ก็ไม่น้อยหน้าใคร หลังได้รับแหวนหมั้นจากแฟนหนุ่ม Adam Cahan เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน  ด้วยแหวนเพชรที่หลายคนบอกว่าก็คือ Solitaire Engagement Ring นั่นแหละ แต่เท่าที่เรามองๆ ดู เหมือนว่าจะเป็นเพชรทรงวงรีนะ แต่ไม่ว่าจะเป็นทรงไหน สุดท้ายคือ นางกำลังจะมีคู่ก็เท่านั้นเอง

Johanna  Braddy

johanna-braddy

นักแสดงสาวจากซีรีย์ The Quantico หมั้นแล้วนะจ๊ะ นางได้รับแหวนไพลินเม็ดโตล้อมเพชรน้ำงามจากแฟนหนุ่ม Freddie Stroma เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

Kaitlynn Carter

kaitlynn-carter

แฟชั่นบล็อกเกอร์สาวที่ต้องร้องเพลงรอมานานหลายปีดีดัก ในที่สุดก็มีได้รับแหวนจากหนุ่มหล่อตระกูลดัง Brody Jenne งานนี้ก็สมการรอคอยด้วยแหวนทรงไข่เม็ดโตไม่พอ ยังน้ำเลิศอีกด้วย

Blac Chyna

แหวน

นางแบบสาวแซ่บเจ้าของเครื่องสำอาง Lashed by Blac Chynaได้รับแหวนหมั้นจากหนุ่มสุดที่เลิฟ Rob Kardashian ชนิดไวไฟสุดๆ หลังคบหากันแค่ 2 เดือนเท่านั้น แถมแหวนหมั้นก็อลังการเพราะหนักตั้ง 7 กะรัตแน่ะ

Kate Upton

kate-upton

นางแบบชุดว่ายน้ำคนสวยไม่น้อยหน้าใคร เพราะแฟนหนุ่ม Justin Verlander นักเบสบอลคนเก่งจัดแหวนหมั้นเพชรน้ำหนักเบาๆ แค่ 8 กะรัต  ให้นาง แหม..เม็ดโตขนาดนี้ ช่างรับกับนิ้วเรียวยาวดีจริงๆ

Ciara

ciara-1af34327-aadc-4276-bf11-cdf012b8f19d

ขอหยิบแว่นกันแดดมาใส่แพร่บ แบบว่าประกายเพชรนักร้องสาวมันเข้าตา หูย ก็พ่อ Russell Wilsonจัดแหวนเพชร 16 กะรัตให้นางเมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยไฮไลน์อยู่ที่เม็ดกลาง 16 กะรัต ประดับเก๋ๆ ด้วยเพชรข้างทรงหยดน้ำและสามเหลี่ยมอีกข้างละ 2 เม็ด ขนาดใหญ่น้ำงามขนาดนี้ไม่กลัวนิ้วหักหรือไงนะ

Maria Menounos

maria-menounos

หลังบ่มเพาะความรักกันมายาวนานกว่า 19 ปี นิ้วนางข้างซ้ายก็ได้แหวนมาสวมสักที เป็นแหวนจากการออกแบบของ Jean Dousset กับรูปแบบสุดเรียบแค่เพชรกลมล้อมเพชรทั่วไป แต่ที่มากกว่านั้นคือ Keven Undergaro คุกเข่าสวมแหวนให้นางกลางรายการทีวีเลยนะจ๊ะ

Mariah Carey

mariah-carey-105708c6-2397-494e-af4b-fc9451a769bb

จะมีสาวใดไหนเลยจะมีความอลังการเท่าขุ่นแม่มาลัยไม่มีอีกแล้ว เพราะแหวนประดับนิ้วนางก็ต้องคู่ควรบารมีขุ่นแม่ งานนี้ค่าตอบ เซย์เยส คือเป็นแหวนเพชร 35 กะรัต ที่ James Packer แฟนหนุ่มลงทุน เอ๊ย…ตั้งใจมอบให้เธอ

Rosie Huntington-Whiteley

rosie-huntington-whiteley

งานลูกโลกทองคำ เมื่อวันที่ 10 มกราคม คงเป็นวันที่ Rosie นักแสดงสาวจาก The Mad Max: Fury Road จะจดจำไปอีกนาน ด้วย Jason Statham แฟนหนุ่มที่คบกันมายาวนาน มอบแหวนเพชร 5 กะรัตจาก  Neil Lane ซึ่งว่ากันว่าแหวนหมั้นวงนี้มีมูลค่าสูงถึง 350,000 ดอร์ล่าเลยทีเดียว

Jodie Sweetin

jodie-sweetin-68c27459-95b3-4240-ac24-0c22520bab5a

นักแสดงสาวจากซีรีย์ The Fuller House เข้าชมรม ค.อ.ผ. แบบเนียนๆและเริ่ดมากด้วยการโพสต์แหวนหมั้น เพชรล้อมเพชรสองชั้นที่ได้รับจากแฟนหนุ่ม จัสติน โฮดัก ผ่าน IG ส่วนตัวพร้อมแคปชั่นเกร๋ๆ ว่า So… Looks like the cats outta the bag! Haha! I’m so happy and he did a GREAT job with the ring! Good taste @justinhodak_ I love you!!”

Anna Camp

anna-camp-4a57b8a5-ea73-456e-973a-c3497e5e0bd4

นักแสดงสาวเสียงดีจากภาพยนตร์ Pitch Perfect ก็ยอมตกล่องปล่องชิ้นกับแฟนหนุ่ม Skylar Astin ระหว่างวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ฮาวาย ด้วยแหวนเพชรบนตัวเรือนทองชมพูสุดหวาน

Rebecca Lo Robertson

rebbecca-robertson-a8b71292-4b6c-4b5b-bfad-dffbbaa3d519

นักแสดงสาวจากซีรีย์ Duck Dynasty ก็ได้รับแหวนหมั้นจากแฟนหนุ่มในปีนี้เช่นกัน ด้วยแหวนของนางไม่เหมือนใครนะคะ เพราะหัวแหวนประดับโอปอล์น้ำหนัก 14 กะรัต ซึ่งเป็นอัญมณีที่เธอชอบมากที่สุด และแหวนวงนี้ยังแฝงความพิเศษตรงที่แฟนหนุ่มของเธอมีส่วนร่วมกันออกแบบกับนักออกแบบเครื่องประดับจนได้มาเป็นแหวนหมั้นสไตล์อาร์ทเดคโคที่ไม่มีใครเหมือนอย่างที่เห็น

Amanda Seyfried

แหวน

สาวสวยในใจหนุ่มๆก็ไม่ว่างให้หนุ่มที่ไหนมาเต๊าะอีกแล้ว เมื่อเธอปรากฏตัวในนิวยอร์คเมื่อวันที่ 6 กันยายน พร้อมแหวนตัวเรือนทองสุดเรียบที่แฝงไว้ด้วยความเท่ ประมาณว่ารักนี้ไม่ต้องมีเพชรมาเอี่ยวและคำยืนยันจากผู้ใกล้ชิดว่านั่นไม่ใช่เครื่องประดับนะ แต่เป็นแหวนหมั้นของคนทั้งคู่จริงๆ

Idina Menzel

idina-menzel

นักร้องสาว เจ้าของเพลง Let it Go ที่แฟนหนุ่มคงไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้ว เพราะจับจองสาวมากความสามารถคนนี้ด้วยแหวนเพชรขนาด 2 กะรัตที่เรียกว่าไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่กำลังพอดิบพอดีกับนิ้วเรียวๆ ของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเธอปลื้มเจ้าแหวนวงนี้มากถึงขนาดอวดความสุขครั้งนี้ผ่านทวิตเตอร์ให้อิจฉาตาร้อนเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมานี้เอง

Nicole Williams

nicole-williams

อีกหนึ่งดาราซีรีย์ที่สวมแหวนไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา โดยหนุ่ม Larry English มอบแหวนเพชรที่ออกแบบเองร่วมกับ Ritani  เป็นแหวนเพชรเม็ดโต 18 กะรัตบนตัวเรือนทองชมพูที่ถ้าเพ่งกันดีๆ จะเห็นว่ามีเพชรประกอบระยิบระยับเป็นร้อยเม็ดเชียวล่ะ

อ่านจบแล้วก็ได้แต่อิจฉาตาร้อนว่านิ้วของพวกเธอช่างวาสนาดีเสียเหลือเกินได้แหวนราคาแพงลิบลิ่วมาประดับ แต่อ่ะเราเบี้ยน้อยหอยน้อยยังพอเข้าใจ แต่ไอ้ที่ยังโสดอยู่เนี่ยมันน่าน้อยใจในวาสนานัก สงสัยต้องไปเล็งแหวนอัญมณีราคาไม่แพง แต่ดีไซน์เก๋กู๊ดที่ช้อปเองน่าจะดีกว่า กระซิกๆ

US-2 Home Page

4 ศิลปินผุดผลงานใหม่ เพื่อมูลนิธิรามาธิบดีฯ ไม่ใช่ของแบรนด์เนม แต่ลิมิเต็ดเอดิชั่น

จะบอกว่าของใช้น่ารักๆไม่ได้จะต้องผูกมัดกับคำว่าแบรนด์เนมเสมอไป ไอเท็มน่าใช้ที่ออกแบบมาเพื่อการให้ ดังเช่นที่ มูลนิธิรามาธิบดีฯได้จัดทำขึ้นนี้ ก็สามารถสร้างความอิ่มเอมใจให้ผู้นำไปใช้ได้ไม่มากก็น้อยเช่นกัน

แต่ละปีมูลนิธิรามาธิบดีฯจะมีโปรเจ็คท์พิเศษ โดยการนำศิลปินจิตอาสามาสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบลวดลายลงบนข้าวของเครื่องใช้ เพื่อผลิตชิ้นงานสำหรับการระดมทุนนำรายได้สมทบเข้ามูลนิธิอยู่เป็นประจำ โดยในปีนี้ก็ได้ศิลปินจิตอาสา 4 ท่าน คือ ครูโต – หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ, ครูปาน – สมนึก คลังนอก, แป้ง – ภัทรีดา และนวลตอง ประสานทอง ซึ่งได้ช่วยกันออกแบบลายสำหรับนำมาทำเป็นกระเป๋า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ ไปจนถึงผ้าพันคอ ในชื่อคอลเล็คชั่น “Giving and Happiness” การให้…ไม่สิ้นสุด

ผลงานชื่อ "ด้วยรัก" ศิลปิน ครูโต ถ่ายทอดผ่านภาพการ์ตูน Prince and Princess โทนสีเทา ซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์ประจำตัวของครูโต
ผลงานชื่อ “ด้วยรัก” ศิลปิน ครูโต ถ่ายทอดผ่านภาพการ์ตูน Prince and Princess โทนสีเทา ซึ่งเป็นคาแร็คเตอร์ประจำตัวของครูโต
ผลงาน "Little Angles" ศิลปิน ครูปาน 3 เทวดาตัวน้อยในโทนสีชมพูสวยสดใส สะท้อนแนวคิดว่า ผู้ให้ย่อมมีจิตใจสูงหรือมีเทวดาตัวน้อยๆ อยู่ข้างๆ
ผลงาน “Little Angels” ศิลปิน ครูปาน สามเทวดาตัวน้อยในโทนสีชมพูสวยสดใส สะท้อนแนวคิดว่า ผู้ให้ย่อมมีจิตใจสูงหรือมีเทวดาตัวน้อยๆอยู่ข้างๆ
ผลงาน "การให้ของขวัญแห่งความสุขและสุขภาพดี" ศิลปิน แป้ง-ภัทรีดา ประสานทอง ถ่ายทอดเป็นภาพลายเส้นตัวการ์ตูนร่าเริง สดใส ในโทนสีชมพู
ผลงาน “การให้ของขวัญแห่งความสุขและสุขภาพดี” ศิลปิน แป้ง – ภัทรีดา ประสานทอง ถ่ายทอดเป็นภาพลายเส้นตัวการ์ตูนร่าเริงสดใสในโทนสีชมพู
ผลงาน "การให้สุขภาพดี คือการให้ที่ดีที่สุด" ศิลปิน แป้ง-นวลตอง ประสานทอง ลายเส้นเป็นภาพอุปกรณ์ออกกำลังกาย เช่น ฮูลาฮูป ดัมเบล หรือลักษณะการขึ้นลงบันได
ผลงาน “การให้สุขภาพดี คือการให้ที่ดีที่สุด” ศิลปิน แป้ง – นวลตอง ประสานทอง ลายเส้นเป็นภาพอุปกรณ์ออกกำลังกาย เช่น ฮูลาฮูป ดัมบ์เบล หรือลักษณะการขึ้นลงบันได

สำหรับคอลเล็คชั่นนี้ รายได้จะถูกนำไปสมทบทุนโครงการก่อสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สั่งซื้อได้ที่ www.ramafoundation.or.th ตั้งแต่วันที่ 17 – 27 ตุลาคม 2559 เริ่มจำหน่าย ณ มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือเว็บไซต์มูลนิธิรามาธิบดีฯ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป

 

สถิตอยู่ในใจไทยทั้งปวง “แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่ ๙” เรื่องราว ๗ ทศวรรษของพ่อ

“แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราว ๗ ทศวรรษของพ่อ ที่ทรงทุ่มเททั้งพระวรกายและพระปรีชาสามารถทั้งหมดเพื่อลูก ๖๕ ล้านคน

ในเวลานี้เชื่อว่าทุกคนก็ยังคง “คิดถึงและอาลัย” พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เราพสกนิกรไทยเรียกว่า “พ่อ” และยังเปิดดูภาพของ “พ่อ” ยังพยายามดาวน์โหลดรูปจากเว็บไซต์ต่างๆ ตามแลกธนบัตรและเหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคลสูงสุด และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ จากทุกสิ่งทุกอย่างที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของ “พ่อ” เพื่อประชาชนคนไทยจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดี

ดังเช่นเรื่องราว ๗ ทศวรรษของการทรงงานหนักของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ถูกถ่ายทอดอยู่บน แสตมป์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 70 ชุด 349 แบบ จำนวนพิมพ์กว่า 2 พันล้านดวง

การจะตามล่าหาแสตมป์ดังกล่าวอาจเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก แต่เว็บไซต์เรารักพระเจ้าอยู่หัวได้รวบรวมภาพหายากของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงเซตภาพ “แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่ ๙” มาไว้บางส่วน แล้วเปิดโอกาสให้ลูกของพ่อทุกคนสามารถดาวน์โหลดเก็บไว้รำลึกถึงพ่อแห่งแผ่นดิน

แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่๙

20121123161037

20121123161039

20121123161041_1

20121123161042

20121123161042_1

20121123161043

20121123161044

20121123161044_1

20121123161038

20121123161038_1

20121123161039_1

20121123161040

20121123161041

20121123161045

แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่๙

20121123161046

20121123161046_1

20121123161046_2

20121123161047

สามารถเข้าไปชมภาพหายากของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้ที่ : www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com


เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม