16 เค้กแต่งงานสุดมินิมอลตัดได้จริงกินได้ทั้งก้อน

เดี๋ยวนี้เทรนด์การสั่ง เค้กแต่งงา นแบบ 7-9 ชั้นค่อยๆ ลดความนิยมลงเปลี่ยนมาเป็นเค้กจริงที่กินได้ทั้งก้อนกันมากขึ้นแล้วนะคะ ซึ่งการตกแต่งเค้กที่ว่านี้ก็ไม่เว่อร์อลังการเหมือนเมื่อก่อน แต่จะเน้นว่าเป็นเค้กเรียบๆ ออกแนวเค้กมินิมอลที่แค่ครีมปาดแล้วแต่งแต้มด้วยผลไม้จริงหรือใบไม้ฟอร์มสวย หรือเลือกเอาของตกแต่งที่บ่องบอกถึงธีมงานมาเพิ่มเติมความเป็นเค้กแต่งงานที่ว่า

และเพื่อให้คุณว่าที่ที่กำลังมองหาเค้กแบบนี้จะได้เห็นภาพและเป็นทางเลือกนำเค้กก้อนสวยกินได้จริงไปใช้ในงานแต่งที่กำลังจะมาถึง แพรว Wedding จึงสรุปแบบเค้กน่ารักทำตามไม่ยากมาฝาก เอารูปเค้กที่ชอบไปเปิดให้เชฟดู รับรองว่าเชฟไม่มีบ่น แต่อย่าลืมแจ้งรสชาติเค้กที่ชอบไปล่ะ จะได้อิ่มอร่อยถูกลิ้นกันทั้งงาน

เค้กชั้นเดียวก็สวยได้ แถมไม่ยุ่งยากเวลาตัด ไม่ต้องลุ้นว่าเค้กจะล้ม แต่อย่าลืมเพิ่มเติมกิมมิคของธีมงานลงไปด้วยนะ

เค้กสี่ชั้นไม่ถือว่าใหญ่เกินไปหรอกค่ะ แค่ทำชั้นไม่ต้องหนามาก แล้วเติม Topper เค้กให้ตรงกับธีมงาน แค่นี้ก็ได้เค้กมินิมอลที่ทานได้จริงทั้งก้อน แถมยังสวยดูอลังเบาๆ

ควันหลังจากธีมงานแต่สไตล์รัสติคที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว นำมาใช้ต่ออีกนิดในงานแต่งปีนี้ จุดเด่นอยู่ที่การออเดอร์เค้ก 3 ชั้น ลงครีมให้ทั่วแล้วปาดให้เนียนเป็นริ้วลายไม้ เสริมทัพด้วยดอกไม้ที่ด้านบนสุด

สำหรับเจ้าสาวกลัวอ้วนที่อยากเลี่ยงครีม ขณะเดียวกันก็อยากให้เค้กมีลวลลายในตัวเอง การทำเนื้อเค้กเป็นชั้นสลับครีมแบบนี้ก็ตอบโจทย์ และเป็นตัวเองได้ไม่ยาก

เบื่อแล้วกับเค้กทรงกลม ก็มาเพิ่มเติมความใหม่กับเค้กสี่เหลี่ยมที่ไม่ต้องใส่ชั้นเยอะแยะ แค่วางไว้บนชั้นรองเค้กและตกแต่งด้วยดอกไม้สีตัดกับเนื้อครีม แค่นี้เอง อร่อยเป๊ะ

เค้กสามชั้นทรงสูงดูชลูดหน่อยๆ วางไว้ง่ายๆ บนถาดก่อนจะนำมาวางบนโต๊ะเค้กแบบนี้ก็ดีนะคะ ตัดได้ง่ายตั้งแต่ชั้นบนสุดลงมาถึงชั้นล่าง

เค้กทรงสี่เหลี่ยมอีกแบบที่น่าสน เพราะความมนที่มุมเค้ก แต่ด้วยลูกสนสวยๆ แบบนี้ เรียบง่ายแต่น่าอร่อย

เค้กสองชั้นแต่เบาๆ รอบตัวเค้ก และใส่กิมมิคนกคู่รักเป็น Topper แบบนี้ เหมาะสุดๆ กับการเป็นเค้กแต่งงานของสองหัวใจ

เทคนิคจัดกระเป๋าเที่ยวรอบโลกเอาใจสามี

ช่วงปลายปีแบบนี้ คงไม่มีกิจกรรมไหนจะฮอตฮิตไปกว่าการท่องเที่ยวอีกแล้ว เราจึงขอเอาใจคู่รักสายเที่ยวทั้งหลายด้วย เทคนิคจัดกระเป๋าเดินทาง เที่ยวรอบโลก ที่คุณภรรยาจะจัดให้คุณสามีก็ได้หรือคุณสามีจะจัดเองก็ดี ใครจัดก็ง้ายง่าย ดี๊ดี เที่ยวสบายหายห่วงทั้งนั้น แต่ก่อนอื่นมาเริ่มต้นด้วยการเช็คสภาพอากาศก่อนเตรียมเสื้อผ้ากันก่อน

เช็คสภาพอากาศเป็นอย่างแรก

สภาพอากาศถือเป็นตัวแปรหลักในการเตรียมเสื้อผ้าเลยก็ว่าได้ คุณควรเช็คให้ชัวร์ก่อนว่าต้องไปเผชิญกับสภาพอากาศแบบไหน ต้องร้อนจนเหงื่อไหล หนาวไปถึงขั้วหัวใจ หรือฝนตกเฉอะแฉะ ทั้งนี้จะได้เลือกเสื้อผ้าให้ถูกชนิดใส่แล้วถูกจริตกับสภาพอากาศ เช่น ควรเลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าลินินหรือผ้าฝ้ายสำหรับอากาศร้อน เพราะสวมใส่สบายถ่ายเทอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงเสื้อหรือกางเกงยีนส์หากท่องเที่ยวในหน้าฝนเพราะอมน้ำและแห้งช้า เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อมสำหรับอากาศที่หนาวจัด

แผนการท่องเที่ยวช่วยให้จัดกระเป๋าเดินทางได้เป๊ะ

แผนการท่องเที่ยวช่วยให้คุณจัดกระเป๋าได้เป๊ะและง่ายขึ้นเพราะเมื่อคุณรู้ว่าในแต่ละวันต้องไปที่ไหนและทำกิจกรรมอะไรบ้าง ก็จะเตรียมเสื้อผ้าหรือข้าวของได้อย่างเหมาะสม เช่น เตรียมรองเท้าที่สวมใส่สบายสำหรับวันที่ต้องเดินเยอะๆ เตรียมเสื้อผ้าที่หลวมหน่อยหรือไม่รัดรูปสำหรับวันที่ต้องกินหนักๆ เตรียมอุปกรณ์กันแดดอย่างหมวก ร่ม แว่นกันแดด หรือครีมกันแดดให้พร้อมสำหรับวันที่ต้องตะลอนเที่ยวกลางแจ้ง อย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำหากมีแพลนว่าต้องเล่นน้ำแน่ๆ

คำนวณเสื้อผ้าอย่าให้ขาด

สิ่งสำคัญอีกอย่างในการจัดกระเป๋าเดินทางคือการเตรียมเสื้อผ้าไปให้เพียงพอต่อการใช้งาน จำไว้ว่าเผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดเสมอ ทั้งนี้หากเป็นการท่องเที่ยวในระยะเวลาสั้นๆ คุณสามารถเตรียมเสื้อผ้าไปตามจำนวนวันได้เลย แต่หากเป็นการท่องเที่ยวแรมเดือนคงต้องใช้วิธีซักเสื้อผ้าช่วยอีกทาง โดยควรเลือกเป็นเสื้อผ้าที่ซักง่าย แห้งเร็ว และยับยาก เคล็ดลับอีกอย่างคือการเลือกใช้เสื้อผ้าที่ใส่ซ้ำได้ เช่น กางเกงที่สามารถใส่ซ้ำได้หลายวัน จึงไม่จำเป็นต้องขนไปเยอะก็ได้

แบ่งหมวดหมู่ด้วยกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อย

อย่าเอาข้าวของทั้งหมดใส่ลงในกระเป๋าใหญ่เพียงใบเดียวโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณหาของยากมาก แถมขากลับก็อาจเก็บของกลับมาไม่ครบ แนะนำว่าควรแบ่งข้าวของตามหมวดหมู่การใช้งานแล้วจัดแจงใส่กระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยอีกทีหนึ่ง เช่น กระเป๋าสำหรับอุปกรณ์อาบน้ำ 1 ใบ กระเป๋าสำหรับยารักษาโรค 1 ใบ กระเป๋าสำหรับเครื่องสำอาง 1 ใบ กระเป๋าสำหรับของใช้เบ็ดเตล็ด 1 ใบ เป็นต้น

ประหยัดพื้นที่ด้วยการม้วนเสื้อผ้า

การม้วนเสื้อผ้าช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าไปได้มากทีเดียวแต่ทั้งนี้ต้องม้วนให้แน่นสักนิด เพื่อให้เสื้อผ้าไม่คลายออกจนกินพื้นที่ในกระเป๋า อีกทั้งการม้วนเสื้อผ้ายังช่วยให้เสื้อผ้ายับน้อยลง และหยิบใช้ง่ายกว่าการพับอีกด้วย

หยิบง่ายใช้สะดวกด้วยการม้วนเสื้อผ้าเป็นชุดๆ

เทคนิคที่แอดวานซ์กว่าการม้วนเสื้อผ้าคือการม้วนเสื้อผ้าไว้เป็นชุดๆ เลย โดยคุณสามารถม้วนเสื้อ กางเกง ชุดชั้นใน ถุงเท้าไว้ในม้วนเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้และไม่ต้องรื้อข้าวของให้กระจัดกระจายเละเทะ

อย่าลืมพื้นที่สำหรับเสื้อผ้าใช้แล้ว

พื้นที่ในกระเป๋าสำหรับเสื้อผ้าใช้แล้วเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องเปลี่ยนที่นอนในแต่ละวันไปเรื่อยๆ นับว่าสำคัญมาก เพราะหากคุณใส่ของในกระเป๋าแน่นเอี้ยดจนไม่เหลือพื้นที่เลย ก็จะทำให้เสื้อผ้าใช้แล้วต้องไปรวมกับเสื้อผ้าสะอาด ทีนี้กลิ่นอับก็คงคละเคล้ากันไปหมด แต่หากจนปัญญาจริงๆที่จะเหลือพื้นที่ในกระเป๋า แนะนำให้เตรียมกระเป๋าอีกใบไว้สำหรับใส่เสื้อผ้าใช้แล้ว โดยอาจเป็นกระเป๋าผ้าที่พับเก็บได้ วิธีนี้นอกจากเสื้อผ้าจะไม่ปนกันให้สกปรกแล้ว ขากลับคุณยังมีพื้นที่ในกระเป๋าสำหรับใส่ของที่ช้อปปิ้งมาอีกเพียบเลยด้วย

ของบางอย่างหาซื้อเอาข้างหน้าได้

จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องแบกข้าวของทุกอย่างไปจากบ้าน เพราะของบางอย่างสามารถหาซื้อเอาข้างหน้าได้ โดยเฉพาะของที่ใช้แล้วหมดไปและหาซื้อง่ายได้ในทุกที่อย่างสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม คุณควรเลือกนำไปเฉพาะข้าวของที่จำเป็นและคิดว่าจะหาซื้อไม่ได้แน่ๆ เท่านั้นก็พอ

เรื่อง : ONJIRA

ภาพ : www.huffingtonpost.ca

แท็คทีมโปรโมชั่น เปปเปอร์ ลันช์ & โคล สโตน ครีมเมอรี่ อร่อยทั้งคาวหวานรับเดือนกันยาฯ

เต็มอิ่มกับโปรโมชั่นตลอดเดือนกันยายนนี้ทั้งอาหารจานหลักและไอศกรีมแสนอร่อยได้ทั้ง เปปเปอร์ ลันช์ &โคล สโตน ครีมเมอรี่

เปปเปอร์  ลันช์  สุดยอดร้านสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นบนจานร้อนลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น หนึ่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)  เสิร์ฟทุกเมนูบนจานร้อนพิเศษ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด และปรุงสดใหม่ด้วยเครื่องปรุงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ เปปเปอร์ ลันช์ ชวนคุณมาอัพเดตความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุดกับ   “Salted Egg Carbonara” เมนูที่เอาใจคนรักเส้น ให้ได้ลิ้มลองรสชาติความกลมกล่อมของเส้นพาสต้านุ่มๆ นำไปคลุกเคล้ากับซอสไข่เค็ม อร่อยเข้มข้น สูตรเฉพาะของเปปเปอร์ ลันช์ มีให้เลือกเต็มอิ่ม ทั้งแบบเมนูเซ็ท เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม หรือแบบจานเดี่ยว ในราคาเริ่มต้นเพียง 195 บาท

  • พาสต้ากุ้งและปลาหมึก คาโบนาร่าซอสไข่เค็ม อร่อยจนต้องร้องว้าว ไปกับเส้นพาสต้านุ่ม คลุกเคล้าซอสไข่เค็มสูตรอร่อยเข้มข้น ทั้งกุ้งและปลาหมึกสดใหม่ส่งตรงจากทะเล เสิร์ฟบนกระทะจานร้อน ให้กลิ่นหอมน่าทาน บอกเลยว่าต้องลอง อร่อยจานเดี่ยว 235 บาท หรืออร่อยเป็นชุดเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม 249 บาท
  • พาสต้ากุ้งและไก่ คาโบนาร่าซอสไข่เค็ม อร่อยกลมกล่อมแถมโปรตีนสูง จากเนื้อไก่คู่กับกุ้ง คลุกเคล้าเส้นพาสต้าและซอสไข่เค็มข้นๆ เสิร์ฟบนกระทะจานร้อน ยิ่งทำให้กลิ่นหอมชวนฟินไปอีก อร่อยจานเดี่ยว 195 บาท หรือ

มาสัมผัสรสชาติที่ลงตัว แบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ได้ที่ เปปเปอร์  ลันช์ เสิร์ฟร้อนอร่อยสไตล์คุณ… Sizzle It Your Way! สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PepperlunchThailand , Line@ : pepperlunchth หรือ CRG Call Center โทร. 02-66-33-888

Cold Stone Creamery (โคล สโตน ครีมเมอรี่) ไอศกรีมมิกซ์-อิน ระดับซูเปอร์พรีเมียมจากอเมริกา บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ชวนคุณมาอร่อยกับไอศกรีมมิกซ์อินแสนอร่อย กับ Chocolate Crispy Perfection (ช็อกโกแลต คริสปี้ เพอร์เฟคชั่น) ไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลตรสเข้มข้น มิกซ์เข้ากันกับไอศกรีมช็อกโกแลต เพิ่มความกลอมกล่อมด้วย อัลมอลด์   บราวนี่  และอร่อยสุดฟินไปกับช็อกโกแลตข้าวพองรสฮาเซลนัท  ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตโรล และวิปปิ้งครีม  เสิร์ฟพร้อมวาฟเฟิลกรอบ มี 2 ขนาดให้เลือก ขนาดปกติ 149 บาท และขนาดใหญ่ 189 บาท

อร่อยฟินเต็มรสช็อกโกแลตกับ Chocolate Crispy Perfection (ช็อกโกแลต คริสปี้            เพอร์เฟคชั่น) ได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม – 30 กันยายน 2560 ที่ โคล สโตน ครีมเมอรี่ ทุกสาขา   แนะนำหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.coldstone.co.th , Facebook: ColdStoneThailand หรือ Call Center โทร.02-66-33-888

พบกับ โคล สโตน ครีมเมอรี่ทั้ง 20 สาขา – เซ็นทรัล เวิลด์ชั้น 6, เซ็นทรัล บางนา ชั้น 2, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น1, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 2, เซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 6, เซ็นทรัล พระราม 2 ชั้น 1,เมกา บางนา ชั้น 2, เซ็นทรัล พระราม 3 ชั้น G, สยามพารากอน ชั้น 4, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น1, เซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ ชั้น 2 ,เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต ชั้น 1 โซนลานโปรโมชั่น 1, เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า ชั้น 2, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1 โซนเอาท์ดอร์, เดอะพรอมานาด ชั้น 2 ใกล้น้ำพุ,  เดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น 3 โซนน้ำตก, เทอมินอล 21 อโศก ชั้น 4 โซนซานฟรานซิสโก,เทอมินอล 21 โคราช ชั้น G โซนปารีส,จามจุรีสแควร์ ชั้น 2 และเอสพลานาด รัชดา ชั้น G

ผันตัวเป็นหนุ่มโซเชียล เจมส์ มาร์ ได้ผู้กำกับคู่บุญ หนุ่ม – อรรถพร กำกับ ชาติเสือพันธุ์มังกร

พอเหมาะพอเจาะจนทำให้แฟนๆ ถึงกับร้องเพลง รอคอยเธอมาแสนนาน…น เมื่อพระเอกตี๋ เจมส์ มาร์ ได้ฤกษ์ผันตัวมาเป็นหนุ่มโซเชียล เปิดอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่ออัพเดตไลฟ์สไตล์และผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามกันโดยตรง ซึ่งการเปิดอินสตาแกรมครั้งนี้ก็มาพร้อมช่วงฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ “ชาติเสือพันธุ์มังกร” ของผู้จัดฯค่ายทีวีซีน ปิ่น – ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์

ชาติเสือพันธุ์มังกร
อินสตาแกรมพระเอกตี๋ เจมส์ มาร์

นับเป็นอีกเรื่องดีๆ ในเดือนสิงหาคม เมื่อตี๋อินเตอร์ เจมส์ มาร์ ได้ฤกษ์เปิดพื้นที่อินสตาแกรมส่วนตัวอย่างเป็นทางการ แล้ว โดยผลงานเรื่องแรกที่หนุ่มเจมส์ได้อัพเดตก็คือละครเรื่องใหม่ ชาติเสือพันธุ์มังกร ที่ได้ประกบคู่นางเอกรุ่นน้อง เดียร์น่า ฟลีโป หลังจากทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อนในละครสั้นเมื่อปี 2559 เรื่องรองเท้าข้างสุดท้าย และคนสำคัญ

เดียร์น่า – เจมส์
ผู้จัดฯ อาปิ่น ค่ายทีวีซีน

สำหรับละครเรื่องชาติเสือพันธุ์มังกร เริ่มฟิตติ้งกันแล้ว โดยผู้จัดฯปิ่นแห่งค่ายทีวีซีนได้เผยว่า จะเริ่มถ่ายทำละครเรื่องนี้ช่วงต้นเดือนกันยายน 2560 เป็นต้นไป ซึ่งโลเกชั่นต่างๆ ในเรื่องก็จะหาให้มีความเป็นเยาวราช เพราะเรื่องราวเกิดที่เยาวราช โดยการฟิตติ้งได้ผ่านไปด้วยดี อาจจะมีเรื่องทรงผมของหนุ่มเจมส์ที่ต้องมีการแก้ไขให้เหมาะสมขึ้นเล็กน้อย ซึ่งแฟนๆ สามารถติดตามได้อย่างใกล้ชิดจากอินสตาแกรมของผู้จัดละครและนักแสดง

หนุ่ม – อรรถพร

ด้านหนุ่มเจมส์ มาร์ นั้นเคยแจ้งเกิดดังเป็นพลุแตกมากยิ่งขึ้นจากเรื่องข้าบดินทร์ ของค่ายทีวีซีน ซึ่งการโคจรกลับมาร่วมงานกันครั้งนี้ก็เหมือนกลับมาบ้านเก่าที่คุ้นเคย ซึ่งก็ได้หนุ่ม – อรรถพร ธีมากร ผู้กำกับเมื่อข้าบดินทร์มากำกับเรื่องชาติเสือพันธุ์มังกรนี้ด้วย โดยผลงานของหนุ่มที่เคยผ่านมือมามีทั้งตะวันเดือด, มนต์จันทรา, กามเทพซ้อนกล, บ่วงบรรจถรณ์ ฯลฯ นับว่าแฟนๆ ต่างดีใจ เพราะพระเอกตี๋ได้ทั้งแสดงบทบาทใหม่และทำงานกับทีมงานคุณภาพ

วันนี้ แพรวดอทคอม เลยรวมรูปฟิตติ้งมาให้ได้ชมกัน ซึ่งผู้จัดฯปิ่นก็มีแซวแฟนละครว่า อย่าเพิ่งกรี๊ดนะ ค่อยเปิดดูตอนเลิกงาน (หัวเราะ)


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @james_jamesma @pin21yrs

เชอรี่-เข็มอัปสร นางเอกหัวใจสีเขียว หายหน้าเข้าป่าเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

นี่แหละที่สังคมต้องการ! เชอรี่ – เข็มอัปสร นางเอกหัวใจสีเขียว พูดเต็มปาก สุขเกินคุ้มเหนื่อย กับงานอาสาเพื่อฟื้นฟูป่าให้ยั่งยืนไปจนชั่วลูกชั่วหลาน

เชอรี่ – เข็มอัปสร

เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ นางเอกสาวมากฝีมือที่แฟนๆคิดถึง เธอหายไปจากหน้าจอโทรทัศน์นานเกือบ 2 ปีเต็ม ไม่ใช่เพราะไม่มีงาน แต่เพราะเธอกำลังมีความสุขกับการเป็นอาสาสมัครทางด้านอนุรักษ์ป่าไม้ หลังตระหนักถึงความน่ากลัวของภาวะโลกร้อน เนื่องจากป่าไม้ถูกทำลายไปเยอะ จนทำให้เกิดน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยปัจจุบันเธอรวมตัวกับเพื่อนๆและได้ก่อตั้งโครงการ “ลิตเติล ฟอเรสต์ (Little Forest) ปลูกป่า ปลูกคน ปลูกใจ” ทำในเรื่องของการปลูกป่าและสร้างฝาย ถือเป็นประโยชน์ต่อผืนแผ่นดินไทยมากๆ

งานแถลงข่าว “ปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ”

ทั้งนี้ล่าสุดเธอยังได้ร่วมมือกับวัดและองค์กรการกุศลรวม ๘ หน่วยงาน รวมพลังรณรงค์ “ปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ” เผยแพร่แนวคิด “การปลูกต้นไม้เท่ากับทำบุญ ทำความดี” ส่งเสริมการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้สร้างป่า ซึ่งเพิ่งมีงานแถลงข่าวที่ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ สยามพารากอน ไปเมื่อเร็วๆนี้

โดยภายหลังจากงานเสร็จสิ้น เชอรี่ – เข็มอัปสรได้ให้สัมภาษณ์กับ “แพรวดอทคอม” เกี่ยวกับโครงการดีๆของเธอ รวมถึงการเปิดปากกลายๆถึงความรู้สึกอิ่มตัวในวงการบันเทิง แต่จะเพราะอะไรนั้น ไปติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษนี้กันเลยค่ะ

นางเอกหัวใจสีเขียว

แรงบันดาลใจที่ทำให้อุทิศตัวเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ ?

เริ่มแรกเรารวมตัวกันกับกลุ่มเพื่อนตั้งแต่แผ่นดินไหวที่เนปาล ประมาณ 1 ปี ซึ่งระหว่างทางเราพูดมาตลอดว่าอยากทำอะไรให้เมืองไทยได้บ้าง แต่ยังไม่มีใครคิดออกสักที จนเมื่อต้นปีที่แล้วมีภัยแล้งหนักมาก และเรารู้สึกว่าอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้ ตอนแรกมีคิดว่าจะซื้อน้ำไปให้ชาวบ้าน แต่มันเป็นไม่ยั่งยืน ไม่รู้จะแก้ยังไง เราเลยแยกย้ายกันไปหาข้อมูลแก้ปัญหาภัยแล้งต้องทำที่ไหน ปรากฏว่าการแก้ปัญหาที่แท้จริงคือต้องแก้ที่ต้นไม้ คือการรักษาป่าของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้งหรือน้ำท่วม จึงเป็นจุดเริ่มงานเกี่ยวกับอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งตอนนี้มีหลายๆโครงการสร้างฝายชะลอน้ำ ‘ลิตเติล ฟอเรสต์ ปลูกป่า ปลูกคน ปลูกใจ’

“เราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความกังวลของเราจริงๆนะ เมื่อก่อนเราคิดมาตลอด แต่แค่กลัวว่าเราเป็นคนตัวเล็กๆเอง จะไปทำหรือช่วยอะไรได้ สิ่งที่เราทำก็แค่เล็กๆเอง แต่ก็มาเปลี่ยนความคิด การเริ่มทำดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย เราก็เลยรู้สึกว่าเริ่มเลยเถอะ และค่อยๆเรียนรู้ไป ถึงเราจะทำไม่เป็น ไม่มีความรู้ ก็พยายามศึกษา ซึ่งเราถือเป็นน้องใหม่ในวงการการอนุรักษ์มากๆเลย แต่ว่าก็พยายามที่จะหาความรู้ หาข้อมูลและรูปแบบในการที่จะทำ เริ่มจากการปลูกป่า และมาถึงงานฝาย รวมไปถึงการพัฒนาอาชีพของคน ซึ่งเรามองว่าเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกันที่ทำให้สามารถรักษาป่าให้ยั่งยืนได้”

นางเอกสาวลงมือปลูกต้นไม้เพื่อป่าเขียวขจี

นอกจากจะสละเงินส่วนตัวแล้วก็ยังลงมือเองทุกขั้นตอนด้วย?

“เงินตัวเองก็ส่วนหนึ่ง แต่มีมาจากการขายของ หรือว่าจากผู้สนับสนุน หรือหามาจากการได้รับบริจาค ก็ต้องหาสตางค์เยอะพอสมควร สปอนเซอร์ก็มีมาอยู่เรื่อยๆ อย่างบริษัทที่สนับสนุนเราตั้งแต่ปลูกต้นไม้จนสร้างฝายก็สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีบริษัทแบบนี้ ต้องการทำเพื่อสังคมจริงๆ ไม่ใช่แค่การทำ CSR เฉยๆ

“ส่วนจิตอาสาทุกคนก็ช่วยแบบสุดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้ หรือการที่เราไปลงพื้นที่ เราเห็นถึงความตั้งใจของแต่ละคน มันเป็นแรงใจที่จะผลักดันให้เราทำงาน มันเกินคุ้มเหนื่อยกับความสุขที่เราได้รับคืนมา

“แต่ต้องบอกว่าทีมงานที่เรามีอยู่ทุกคนเป็นจิตอาสาเหมือนกันหมด ทุกคนมีงานประจำเหมือนกันหมด และไม่มีใครมีความรู้เหมือนกันหมด คือทุกคนต้องหาความรู้และข้อมูลต่างๆ อย่างเรื่องการปลูกต้นไม้ เราก็พยายามหาเครือข่ายในพื้นที่มาดูแลต้นไม้ เพราะกว่าที่จะโตต้องใช้เวลาและการดูแลถึง 3 ปี ซึ่งพอเราหาเครือข่ายตรงนั้นได้เราก็สบายใจ แต่ว่าการปลูกคน ปลูกใจของเราก็คือทำยังไงให้ชาวบ้านเขามีปากท้องอิ่ม ไม่เบียดเบียนพื้นที่ป่าไม้เพิ่ม

“และต้องขอบคุณ ‘มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์’ ที่เป็นผู้อนุเคราะห์เราตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูล จนวันที่เราจะสร้างฝายก็มีการส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูว่าพื้นที่ตรงนี้สร้างได้หรือสร้างไม่ได้ เหมาะกับการสร้างฝายแบบไหน มูลนิธิอนุเคราะห์ในเรื่องการซื้อวัสดุอุปกรณ์ แล้วชาวบ้านในพื้นที่เป็นคนลงแรง ในขณะที่เราให้วัสดุอุปกรณ์ แต่คนลงแรงก็ไม่มีความรู้ เราเลยต้องพาเขาไปเรียนด้วย เหมือนทำให้เขารู้สึกได้ว่าเราตั้งใจและไม่มีจุดประสงค์อื่นใดเลยนอกจากความปรารถนาดีให้เขา พาตัวแทนไปเรียนแล้วกลับมาสอนคนอื่นด้วย และลงมือในการทำด้วย”

ลงพื้นที่ก่อนเริ่มโครงการ

ยากไหมกับการเปลี่ยนใจคน?

“คือตอนแรกเราเหมือนคนแปลกหน้าในพื้นที่ แล้วก็เป็นคนนอก บางครั้งอาจจะมีความลังเล สงสัยในจุดประสงค์ของเราว่าเรามาเพื่ออะไร แต่ว่าสิ่งที่สำคัญคือว่าเราต้องทำจริง และก็ทำให้บรรลุจุดประสงค์ เหมือนพอเราเข้าไปเรื่อยๆ เหมือนคนที่เป็นญาติเขาแล้ว และเราก็เหมือนว่าต้องไปให้เขาเห็น ลงมือช่วยกันทำบ่อยๆ เขาสามารถแซวและหยอกล้อกันได้แล้ว นี่แหละคือการค่อยๆซึมซับ ให้เขารู้สึกว่าเราคนนอก เรายังใส่ใจสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของเขาขนาดนี้ เขาเป็นคนในพื้นที่เอง หน้าที่ของเขาคือต้องดูแลและรักษาต่อไป

“เรื่องงานต้นไม้ปลูกป่า ถ้าคนเมืองจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เราจะไปปลุกความรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของทุกคนมันก็เป็นเรื่องยาก แต่จริงๆแล้วปัญหาโลกร้อนมันน่ากลัวกว่าที่ทุกคนคิด มันมีเรื่องพายุที่ผิดฤดูกาล เปลือกโลกที่เคลื่อนที่ หรือน้ำแข็งที่ละลาย ซึ่งไม่ใช่ว่ามันค่อยๆเป็นเหมือนอดีตที่ผ่านมาที่เปลี่ยนแบบค่อยๆ แต่ปัจจุบันมันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเมื่อได้อ่านข้อมูลเหล่านี้ยิ่งรู้สึกว่าน่ากลัวมาก ซึ่งเราก็หวังว่าทุกคนจะตื่นตัวกันมากขึ้น เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเอง แต่เรายังทำไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลานที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป”

เชอรี่ – เข็มอัปสร นางเอกช่อง 3

กับงานละครจะมีบ้างไหม?

“ยังไม่มีเลยค่ะ ตอนนี้ไม่มีแพลนรับละครเลย ถามว่าเพราะงานจิตอาสาหรือเปล่า คือเราไม่อยากให้มองว่าเป็นข้ออ้างว่าเราทำงานนี้เลยไม่รับงานละคร แต่จริงๆคือเรายังไม่อยากรับงานละครเรื่องหนึ่ง ส่วนการที่เราอยากทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อมคืออีกเรื่องหนึ่ง คนละเรื่องกัน”

เรียกว่าอิ่มตัวกับงานละครได้ไหม?

ไม่แน่ใจว่ามันจะเรียกว่าอิ่มตัวได้หรือเปล่า เพียงแต่ว่ามันต้องการอะไรที่แปลกใหม่ ที่เราไม่เคยทำ เพราะเราอยู่มานาน และทำมาก็หลายแบบแล้ว

สุดท้ายอยากบอกอะไรแฟนๆที่ติดตามผลงานของเราบ้าง?
“ขอบคุณ ไม่รู้จะขอบคุณว่าอะไร เอาเป็นว่าถ้าใครคิดถึงก็ขอบคุณแล้วกันนะคะ ที่นึกถึงและถามถึงว่าเมื่อไหร่จะมีละคร คิดถึง อยากดู ก็ขอให้มาดูข่าวปลูกป่าสร้างฝายไปก่อนแล้วกันระหว่างนี้” (หัวเราะ)

เผยความรู้สึกหลังได้เห็นผืนป่าเขียวขจี

เรื่อง : นนทพร สุทธิพิบูลย์
ภาพจาก : cherrykhemupsorn

 

“ใหม่-ดาวิกา” นางฟ้าฟินาเล่จากโชว์ “เทีย บาย ธารา” เดินอวดแฟชั่นบนรันเวย์พระราชวังต้องห้าม

นางเอกสาวสุดฮ็อต ใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่ ร่วมเดินแบบชุดฟินาเล่ ให้ได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของการก่อตั้งแบรนด์ เทีย บาย ธารา (Thea by Thara) หนูใหม่ – ตะวันนา ธารา ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์เสื้อผ้าสตรีสุดหรูนี้ จึงตั้งใจนำประสบการณ์จากการเดินทางท่องโลกและความงดงามด้านสถาปัตยกรรมของพระราชวังต้องห้าม หนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน มาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เป็นผลงานการออกแบบคอลเล็คชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017 ที่มีชื่อว่า เดอะ พอซเลน เอ็มเพรส (The Porcelain Empress) ซึ่งได้เนรมิตรันเวย์กลางร้านอาหารจีน พาโกด้า ภายในโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ให้เป็นประหนึ่งห้องโถงในพระราชวัง ที่ประดับตกแต่งให้มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันออกอวดโฉมผลงานล่าสุด

หนูใหม่ – ตะวันนา ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ และใหม่ – ดาวิกา

เทีย บาย ธารา (Thea by Thara) แบรนด์แฟชั่นสตรีสัญชาติไทยตั้งแต่ปี 2011 ที่นำความงดงามทางแฟชั่นมาผสานเข้ากับความต้องการของหญิงสาวในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบและการตัดเย็บอย่างพิถีพิถันให้ออกมาเป็นเสื้อผ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุด หญิงสาวในแบบฉบับของ เทีย บาย ธารา (Thea by Thara) จึงเป็นหญิงสาวที่ทันสมัย เซ็กซี่อย่างมีระดับ มีบุคลิกภาพที่โดดเด่น อ่อนหวาน และมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่วันทำงานจวบจนกระทั่งไปปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

แรงบันดาลใจหลักของการออกแบบคอลเล็คชั่นนี้คือ สำหรับคอลเล็คชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017 เราได้หยิบเอาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพระราชวังต้องห้ามในประเทศจีนมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบ ที่มีทั้งความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม ความสวยงามของสถาปัตยกรรมและข้าวของเครื่องประดับที่ใช้ตกแต่งพระราชวัง รวมถึงความงดงามของสวนสวยที่ได้รับการเล่าขานต่อกันมาหลายพันปี สิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นล่าสุดซึ่งสามารถนำเสนอถึงดีเอ็นเอความเฟมินีนของแบรนด์เทีย บาย ธารา ได้เป็นอย่างดี

เดอะ พอซเลน เอ็มเพรส (The Porcelain Empress) ผลงานการดีไซน์คอลเล็คชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2017  คือความพิเศษที่ดีไซเนอร์ได้นำกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ในยุคของพระราชวังต้องห้ามมาผสมผสานกับการออกแบบเสื้อผ้า ด้วยการนำความงดงามของสวนสวยในตำนาน ที่เต็มไปด้วยใบไม้เขียวขจีราวกับหยกสีเขียวนับพันทอดยาวพลิ้วไหวไปกับสายลม ดอกพลัมและพีโอนีสีชมพูสดสวยเบ่งบานสะพรั่งรับกับแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบบนผืนทะเลสาบ ที่ก่อให้เกิดทัศนียภาพอันงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำ มาถ่ายทอดเป็นลายพิมพ์งานปักสามมิติอันวิจิตรบรรจงที่ถือว่าเป็นซิกเนอเจอร์ของคอลเล็คชั่นนี้ ผ่านโครงร่างของชุดเดรสตัวยาวและเสื้อแขนยาวระบายรัฟเฟิลที่เหมาะกับหญิงสาวผู้ชื่นชอบความโก้หรู รวมถึงเทคนิคการฉลุลายผ้าอันแยบยล และการติดประดับฟริ้นจ์เพื่อเพิ่มความพลิ้วขณะเคลื่อนไหว ที่ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเอาความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมและลวดลายของประดับตกแต่งภายในพระราชวังมา

ดีไซน์เป็นรูปทรงของเสื้อผ้าที่มีความทันสมัย ด้วยเนื้อผ้าที่สวมใส่ได้ง่าย อาทิ ผ้าซีทรู ผ้ากำมะหยี่ ที่สามารถมอบความสบายและความหรูหราให้กับหญิงสาว อีกทั้งในคอลเล็คชั่นนี้จะมีความโทนสีที่มีความหลากหลาย อาทิ สีน้ำตาลนู้ด สีแดงเบอร์กันดี สีน้ำเงินเข้ม และโทนสีเบสิกอย่างสีขาวและสีดำ ให้หญิงสาวเลือกแมตช์ได้สำหรับในทุกโอกาส


  

 

พ่อสอนลูก ตูน – พัทธยศ ทายาทไตรภพ ลิมปพัทธ์ อัพเดตชีวิตหลังแต่ง มีลูกแฝด “มะลิ – กะทิ”

อาจจะไม่ค่อยได้ออกสื่อทำงานเบื้องหน้าเหมือนคุณพ่อ สำหรับ ตูน – พัทธยศ ลิมปพัทธ์ ลูกชายคนโตของพิธีกรชื่อดัง ต๋อย – ไตรภพ ลิมปพัทธ์ โดยชีวิตปัจจุบันคุณตูนในฐานะพ่อลูกแฝดได้ลาออกจากงานแบงก์มาช่วยธุรกิจครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ และชีวิตหลังแต่งงานกว่า 4 ปีกับภรรยา เจี๊ยบ – สุทธินีย์ ก็ยังคงเน้นทำทุกวันให้ดีที่สุดเช่นเดิม

ครอบครัวลิมปพัทธ์ ลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา
คุณตูนและคุณเจี๊ยบ ภรรยา

ควงคู่น้องสาว ตาล – ไตรตรา มาออกงานเปิดตัวนาฬิกา Central International Watch Fair 2017 ที่เซ็นทรัล ชิดลม แพรวดอทคอม จึงได้มีโอกาสอัพเดตถามถึงชีวิตหลังแต่งงานของคุณตูน – พัทธยศ ลูกชายของพิธีกรชื่อดัง ไตรภพ ลิมปพัทธ์ และพิจิตรา ลิมปพัทธ์ กันเสียหน่อย ซึ่งถ้าย้อนไปยังวันแต่งงานของคุณตูนและภรรยาสาว เจี๊ยบ – สุทธินีย์ ที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลือกฤกษ์งามยามดี แต่งกันในวันลอยกระทงเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ จากชีวิตคู่รักเปลี่ยนมาเป็นคู่ชีวิต ปัจจุบันก็เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว โดยตอนนี้ลูกแฝดหญิง – หญิง “น้องกะทิ – น้องมะลิ” ของทั้งคู่ก็อยู่ในวัยที่กำลังเติบโต น่ารักน่าเอ็นดูเลยทีเดียว เจอตัวทั้งทีเลยขอพามาอัพเดตชีวิต บทบาทคุณพ่อ รวมถึงคำแนะนำจากคุณพ่อต๋อยที่ส่งให้ลูกชายคนนี้กันบ้าง

งาน Central International Watch Fair 2017 โดยคุณต้นใส่นาฬิกาแบรนด์ Corum รุ่น Golden Brigde Stream มูลค่า 3,500,000 บาท

อัพเดตชีวิตหลังแต่งงานกันหน่อย ตอนนี้มีลูกแฝดแล้วด้วย เป็นอย่างไรบ้าง

คุณตูน: ก็…ผมแต่งมาจะ 4 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ แต่งงานมีปรับตัวเข้าหากันนิดหน่อยครับ เพราะคนเราไม่เคยอยู่ด้วยกันมาตลอดทั้งวัน ตอนนี้เพิ่งมีน้อง 2 คน อายุ 6 เดือน เป็นฝาแฝดหญิง – หญิงครับ ชื่อริชาภัทรกับภัทรธิชา แต่เราเรียกมะลิกับกะทิ ง่ายๆ ด้วยคุณย่าอยากได้ชื่อหลานแบบไทยๆ เอาแบบง่ายๆ สบายๆ ก็เป็นมะลิกับกะทิ ช่วงนี้ชีวิตก็จะดูแลลูกเป็นหลัก แต่คุณแม่ (ภรรยา) เขาจะเหนื่อยหน่อย ผมจะไม่เหนื่อยเท่านั้น เพราะไม่ต้องปั๊มนมอะไรอย่างนี้ครับ

แชะกับน้องอาโป (ริมขวา) หลานคุณตาล

มีลูกแฝดแบบนี้ มีสไตล์การเลี้ยงลูกหรือคิดวางแผนอยากให้ลูกโตไปในทิศทางไหนหรือเปล่าคะ

คุณตูน: ไม่เคยไปตั้งหรือคิดให้เขาว่าเขาควรจะเป็นอะไร แต่ว่าเราก็คุยกับที่บ้านแหละว่าอยากให้เขาเป็นเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีแต่รอยยิ้ม มีความสุขนะครับ โตขึ้นมาเขาถนัดทางไหน ชอบทางไหนก็ให้เขาเลือกเอง คงไม่ได้บังคับ เพราะว่าคุณพ่อ (ไตรภพ ลิมปพัทธ์) เลี้ยงผมกับน้อง (ตาล – ไตรตรา) มา คุณพ่อไม่เคยบอกเลยว่าอยากให้เป็นโน่น เป็นนี่ เขาให้เราเลือกทางที่เราชอบเอง ผมก็คงเลี้ยงลูกแบบนั้นเหมือนกัน

คุณปู่เห่อหลานน่าดูเลย อิๆ

เปลี่ยนสถานะมาเป็นคุณพ่อแล้ว ได้ปรึกษาคุณพ่อเรื่องบทบาทคุณพ่อกันบ้างไหมคะ

คุณตูน: ก็…คุณพ่อก็จะสอนครับ เพราะว่าเราเจอกันทุกวันอยู่แล้ว เขาก็จะบอกว่าเวลามีอะไรในครอบครัวอย่างนี้ ให้หันหน้ามาคุยกัน อย่าเก็บไว้ คือเด็กเขาก็จะรับรู้ได้เวลาที่บ้านมีความตึงเครียดอะไรอย่างนี้ ก็อยากเป็นบ้านที่ทุกคนหันหน้าคุยกัน มีอะไรก็ปรึกษาหารือกัน พ่อจะแนะนำประมาณนี้ครับ

ปัจจุบันคุณตูนทำอะไรอยู่บ้างคะ

คุณตูน: ตอนนี้ก็มาช่วยธุรกิจที่บ้านครับ เดิมทำงานแบงก์มา 4 ปีกว่า ก่อนนั้นก็ทำการเงินมาโดยตลอด ตอนนี้เพิ่งมาช่วยธุรกิจที่บ้าน ออกมาเต็มตัวแล้ว ก็กำลังพยายามขยายธุรกิจ ซึ่งเดิมมันมีแต่ไอเดียแต่ไม่มีคนทำ ตอนนี้ก็มาลุยเต็มที่ครับ

คุณตูน – คุณตาล น้องสาว
คุณตาล น้องสาว ในวันแต่งงาน

ล่าสุดน้องสาวเพิ่งแต่งงานไปด้วย คุณตูนได้ให้กำลังใจหรือแนะนำอะไรน้องตาลบ้าง

คุณตูน: จริงๆ ให้คำแนะนำแฟนน้อง (คงศักดิ์ คุณจักร์) มากกว่าว่า ต้องอดทนนะ เพราะว่าเรารู้จักน้องเรา น้องก็จะมีความดื้อ ก็บอกเขาแหละว่าต้องอดทน จริงๆ น้องเป็นคนจิตใจดี แต่อาจจะใจร้อนหน่อย ส่วนน้องสาว เราก็บอกน้องว่าเวลาแต่งงานแล้ว เราไม่ได้แต่งแค่กับแฟนนะ มันเหมือนเราแต่งงานกับครอบครัวเขาด้วย เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจวิธีที่แฟนเขาใช้ชีวิตกับครอบครัว อย่าไปถือว่าอะไรที่มันไม่เหมือนกับที่บ้านเราเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็จะบอกให้น้องเข้าใจชีวิตของทางบ้านแฟนเขา เพราะมันไม่ใช่สองคนแล้วนะ มันคือสองครอบครัว ต้องเปิดทัศนคติใหม่ๆ เยอะ

ช่วงนี้ก็เลี้ยงลูกแฝดกับภรรยา ที่ผ่านมามีทะเลาะอะไรกันบ้างไหมคะ

คุณตูน: ไม่มีนะครับ ถือว่าโชคดีที่ไม่มีทะเลาะ แต่ว่าเราก็จะเห็นแฟนเราเหนื่อยมากๆ คือบางทีก่อนที่จะมีลูก ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนั้นก็อาจจะมีงอนๆ กัน แต่พอตั้งแต่มีลูก คุณแม่ (ภรรยา) เสียสละเยอะมาก เราก็ต้องยอมคุณแม่เยอะหน่อยนะครับ เพราะว่าเขาต้องอดนอนอะไรอย่างนี้ เราก็ต้องช่วยๆ กัน

ช่วงน้องแฝดเพิ่งคลอด

แล้วชีวิตหลังแต่งกับก่อนแต่ง คิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยอย่างไรบ้างคะ

คุณตูน: จริงๆ ไม่มีเปลี่ยนแปลงเยอะนะครับ มันนิดเดียวแหละ คือว่าเราคุยกันตั้งแต่ก่อนจะมีลูกกันแล้ว เราจะถือว่าชีวิตเราจะไม่กลัวอะไรเลย หมายถึงบางคนเขาจะมีลูกก็จะกลัวว่าเดี๋ยวเหนื่อย เดี๋ยวโน่นนี่ เราจะบอกว่าเราไม่คิดอย่างนั้น มีอะไร เกิดอะไรขึ้น เราก็แค่รับมือกับมันด้วยความคิดบวก ก็เลยไม่มีปัญหาว่าตั้งแต่มีลูกชีวิตเปลี่ยน เพราะทุกอย่างก็อยู่ในแบบแผนที่เราใช้ชีวิตค่อนข้างนิ่งๆ มาตลอด ก็ถือว่าโชคดีที่แฟนก็เป็นคนอย่างนี้เหมือนกัน

ถามถึงมุมหวานๆ กับภรรยาบ้าง มีอะไรพิเศษ หรือปกติคุณตูนเป็นคนโรแมนติกหรือเปล่า

คุณตูน: จริงๆ ทั้งคู่เลย ไม่ได้เป็นคนที่ชอบโมเมนต์แบบสเปเชียล จะไม่มีโมเมนต์พิเศษ เราคุยกันตั้งนานตั้งแต่ตอนแรกละ (หัวเราะ) บอกว่า ฉันเป็นแบบนี้ ก่อนแต่งหรือหลังแต่งฉันก็จะเป็นแบบนี้ หมายถึงว่าเราสัญญาแล้วว่าจะไม่มีเปลี่ยนน่ะครับ แต่ว่าเราจะไม่มีโมเมนต์ที่พิเศษ แฟนเขาก็ไม่ชอบโมเมนต์พิเศษ ก็เลยถือว่าทุกวันเราก็ทำให้มันดีที่สุด ให้มันไม่เสียใจเลยว่าวันนี้ไม่ได้ทำสิ่งนั้นเต็มที่ ก็จะค่อนข้างราบเรียบนิดนึง

เห็นภาพลักษณ์ภายนอกเป็นคนนิ่งๆ แบบนี้ ก่อนจากกันไป แพรวดอทคอม เลยขอถามถึงนิสัยคุณตูนกันหน่อย ซึ่งคุณตูนบอกว่า ส่วนตัวเป็นคนนิ่งๆ แล้วจะเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดเป็นบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องงาน แต่ว่าเรื่องครอบครัวก็จะปล่อยให้คุณภรรยาจัดการที่บ้าน

เรียกว่าเป็นชีวิตรักที่เรียบง่าย เน้นความสม่ำเสมอมาเป็นสำคัญเลย แล้วผันตัวมาช่วยธุรกิจครอบครัวเต็มที่แบบนี้ แฟนๆ ก็อาจจะได้เห็นผลงานดีๆ ตามสื่อเหมือนที่คุณต๋อย – ไตรภพผลิตรายการดีๆ ออกมาให้ผู้ชมได้ชมกันอยู่เสมอๆ

 


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @tritratann @nok_nampeeti , Facebook – Sutthinee LimpapathTritra Limpapath

จะใส่ยังไง! ยีนส์ซีทรูจาก “Topshop” ราคานี้ถูกหรือแพงถามใจเธอดู

กางเกงยีนส์เป็นไอเท็มที่ใครก็ต้องมีติดบ้าน ไม่ว่าจะทรงขาบาน ขากระบอก มีความขาด ขาสั้น ขายาว ก็จัดกันไปตามสะดวกจนล้นตู้ ดูอีกทียีนส์เต็มบ้านแล้ว แต่คงไม่มีใครเคยคิดว่ายีนส์สีบลู สีขาว สีดำ วันหนึ่งจะกลายมาเป็นยีนส์สีใสได้ ความซีทรูนี้ไม่ปิดอะไรเลย แถมยังทำจากพลาสติก ข้อดีคือเหมือนกางเกงกันฝน ใส่ยังไงก็ไม่มีเปียกซึมไปถึงข้างใน แต่ข้อที่น่าหนักใจคือ จะใส่มันยังไงล่ะ เล่นโชว์ทุกอย่างขนาดนี้

ยีนส์ซีทรูตัวนี้เป็นของแบรนด์ไฮสตรีทดังอย่าง Topshop แบรนด์สำหรับคนทุกวัยที่ชอบเสื้อผ้าแนวสตรีท แต่มาแนวนี้แฟนๆ Topshop จะว่าไงบ้างนะ

ยีนส์ซีทรู ราคา £55 หรือประมาณ 2,344 บาท เป็นราคากลางๆ ที่แฟนของแบรนด์จะพอซื้อได้ถ้าเป็นยีนส์ในแบบปกติ แต่ถ้าเป็นยีนส์สไตล์นี้คงคิดกันหนักเลย

จากคอลเล็คชั่นยีนส์ซีทรูก็มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นเหมือนกัน

 

ยีนส์ซีทรูก็เคยมี แต่ใสแค่ช่วงเข่าขึ้นไปนิดหน่อยกำลังดี ไม่ได้ใสจัดเต็มแบบ Topshop 

!

เคนดัล เจนเนอร์ นางแบบดังก็มียีนส์ที่คล้ายๆกัน ช่วงต้นขาลงมาคือชิ้นส่วนยีนส์เหลือน้อยมากจริงๆ

 

 

ภาพและที่มา : www.mirror.co.uk

 

ดราม่าทำอะไรไม่ได้! 3 คู่รัก ชาวโลกมองไม่คู่ควร แต่เรารักกัน จบนะ

ความรักระหว่างคนสองคนบนโลกนี้มีเยอะแยะหลายรูปแบบ ยิ่งถ้าเป็นคนในวงการบันเทิง ก็คงต้องทำใจกับการถูกจับตามอง โดยเฉพาะความรักของ 3 คู่รัก ชาวโลกมองไม่คู่ควร ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกพูดถึงอย่างมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่ขอโทษนะจ๊ะ ดราม่าจะถล่มขนาดไหน ก็พังทลายความรักของพวกเขาไม่ได้หรอก

ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์-มาวิน ทวีผล

ผู้จัดละครสาวสวย ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ ซึ่งยังเป็นถึงทายาทของช่อง 3 ซึ่งตอนนี้กำลังคบกับนักแสดงหนุ่มของช่อง มาวิน ทวีผล มาได้ 8 ปีแล้ว บ่มเพาะความรักกันมาเข้าปีที่ 8 และที่ผ่านมาหนุ่มมาวินก็ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองเยอะมาก จนตอนนี้เข้ากับครอบครัวของฝ่ายหญิงได้ดี แถมยังช่วยคุณหนูคนสวยทำละครด้วย ส่วนเรื่องแพลนวิวาห์คงต้องรอดูกันไปก่อน แต่ตอนนี้ชีวิตรักแฮ็ปปี้สยบทุกดราม่าซะเกลี้ยง

ดีเจพี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา – เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย

#ป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น…เชื่อว่าคงจะจำกันได้ เพราะเล่นถล่มในโลกโซเชียลกันเป็นอาทิตย์ ว่าเขามีอะไรในกอไผ่กันหรือเปล่ากับท่าทีความสนิทสนมของคู่นี้ จนสุดท้ายพี่ฉอดก็พร้อมออกสื่อมาพูดในรายการตัวเอง แต่ถึงแม้จะใช้คำพูดแบบอ้อมๆ หลายคนก็คงจะเข้าใจกันอยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในระดับไหน เอาเป็นว่าทั้งคู่ก็น่าจะไปได้ดี เพราะตอนนี้กระแสละครที่หนุ่มเอสลงมาดูแลเองให้กับช่อง GMM 25 ก็ปังแทบทุกเรื่อง รักลงล็อกงานลงตัว จบนะ…

บุ้ง ใบหยก – เวฟ สาริน บางยี่ขัน

แค่ประกาศว่าจะแต่งงานกันก็ฮือฮาสุดๆแล้ว สำหรับสาวห้าวทายาทใบหยก กับนักแสดงหนุ่มเวฟ สาริน บางยี่ขัน คู่นี้เขาก็ใช้เวลาคบกันหลายปี ฝ่ายชายก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้บ้านของสาวบุ้งยอมรับไม่น้อย จนกระทั่งตอนนี้ตระกูลใบหยกยินดีอ้าแขนรับลูกเขยอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนเรื่องใครจะคิดยังไงก็คงห้ามไม่ได้ เพราะทั้งคู่ยืนยันแล้วว่าขอโฟกัสที่ครอบครัวมากกว่า

และนี่แหละคือ 3 คู่รัก ที่ชาวโลกมองว่าไม่คู่ควร ที่เกิดกระแสดราม่าเยอะมาก ซึ่งจริงๆแล้ว อย่าไปมองแค่เรื่องความแตกต่างของปัจจัยภายนอกให้มากนักเลย เพราะทุกคนก็มีความต่างกันทั้งนั้น

ที่สำคัญคือความต่างแต่ลงตัวก็มีออกเยอะไป

ภาพ : IG@djpchod,@tikwasinee,@tu_piyawadee,@bungbaiyoke

ดูดวงรายวัน ประจำวันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพุธที่ 23 สิงหาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ยังไม่พ้นจากอิทธิพลนะคะ ท่านยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ หรือมีเรื่องกลุ้มใจกับปัญหาความขัดแย้งของตนเองและบุคคลอื่น ที่ทำให้ต้องผิดหวัง เสียใจ ท้อแท้ ใช้สติ ค่อยๆ คิด เพื่อให้ก้าวผ่านช่วงนี้ไปให้ได้

การเงิน :  ท่านอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย จึงไม่ค่อยมีปัญหา

ความรัก : วันนี้ท่านชอบเรียกร้องความสนใจและเอาชนะ ทำให้เกิดการงอนกัน จึงต้องปรับความเข้าใจกันตลอดเวลา คนโสด ท่านมีความลับอยู่ในใจมากมาย ยากที่ใครจะหยั่งใจถึง

สุขภาพ :  ระวังโรคที่เกิดจากความเครียด และเสี่ยงต่อการตกจากที่สูง เท้าแพลง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : จะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขในหน้าที่การงาน จะได้รับความรัก ความเมตตา และการยอมรับสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลยทีเดียว

การเงิน : คล่องตัวสูง ผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์ค้ำจุน

ความรัก :  วันนี้ท่านมีความเป็นแม่ ได้รับความรักความอบอุ่นจากคนรัก จะมีการจัดเลี้ยงเล็กๆ กันในครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ทุกคนได้อยู่กันพร้อมหน้า คนโสด เสน่ห์แรงจ้า

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร การเจ็บป่วยในช่องท้อง ลำไส้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวอยู่ตลอดเวลา อาจกำลังคิดถึงเรื่องศึกษาต่อ ไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ แต่ก่อนอื่นควรรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง ลดทิฐิมานะ ใช้เวลาพิจารณา วิเคราะห์ปัญหาต่างอย่างช้าๆ จะยิ่งทำให้ท่านประสบความสำเร็จ

การเงิน :  รู้จักคุณค่าของเงิน จึงไม่มีปัญหา

ความรัก :  วันนี้ท่านขี้อาย ไม่กล้าแสดงออกเรื่องความรักกับครอบครัว ทำให้พลาดโอกาสดีๆ ที่จะบอกรักกัน  คนโสด รักยาก ให้ความสำคัญกับการเลือกคู่มากมาย หากได้ไม่ดีก็ขออยู่เป็นโสดดีกว่า

สุขภาพ :  จะปวดศีรษะต่อเนื่องจากความเครียด

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ผ่านไปแล้วกับปัญหาต่างๆ วันนี้ท่านจะกลับมาสู่ความราบรื่น ราบเรียบ ผู้ใหญ่คนใกล้ชิดให้การสนับสนุนช่วยเหลือเป็นอย่างดี

การเงิน   :  ท่านจะได้เงินจากผู้ใหญ่และบริวาร เพราะฉะนั้นควรหาบริวารที่ดีมาทำงาน

ความรัก : วันนี้ท่านเข้าใจยาก เดาใจลำบาก การใช้ชีวิตคู่จึงต้องปรับความเข้าใจอย่างมากถึงมากที่สุด สำหรับคนที่ต้องการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คนโสด เดาใจยาก เดี๋ยวก็อยากมีแฟน เดี๋ยวก็อยากทำงาน

สุขภาพ :  โรคอ้วนถามหาแล้วนะจ๊ะ ตามมาด้วยไขมันอุดตันในเส้นเลือด คลอเรสเตอรอลสูง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  เป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้น ท่านอาจได้เดินทางไปในสถานที่ที่แปลกตาไม่คุ้นเคย เป็นได้ทั้งในและต่างประเทศ หรือเกี่ยวกับยวดยานพาหนะ อาจได้รถใหม่ ขอให้เชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเองค่ะ

การเงิน : วาจากับการเดินทางเป็นทรัพย์

ความรัก : วันนี้ท่านไม่ชอบให้คนรักมาตีกรอบจำกัดอิสรภาพ หรือตั้งกฎเกณฑ์ผูกมัด จะทำให้อารมณ์ขึ้นได้ คนโสด มีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม ลองเลือกผู้ที่เกิดในปีขาล ปีจอ ปีมะแม แต่หากผู้ที่เกิดปีชวดแหยมมา เฉพาะวันนี้เซย์โนไปก่อน

สุขภาพ : หักโหมทำงาน ทำให้เครียด นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ควรผ่อนคลายบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : เริ่มเข้าสู่ภาวะกดดัน ต้องใช้กำลังกายและกำลังใจอย่างหนักในการแก้ไขสถานการณ์ เพราะต้องรับงานที่เสี่ยงอันตรายและมีความผิดพลาดตลอดเวลา

การเงิน :  ขึ้นลง เข้าออกอย่างรวดเร็ว ควบคุมไม่ได้ หลีกเลี่ยงเงินที่จะเข้ามาโดยไม่ถูกกฎหมาย

ความรัก : วันนี้ลองกลับไปปรึกษากับคู่ เพราะจะช่วยเสริมบารมีและเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ทุกเรื่อง คนโสด เจ้าชู้ ไม่หยุดนิ่งกับใครง่ายๆ เกณฑ์แต่งงานก็อายุ 30-40 ขึ้นไป

สุขภาพ  : อย่าเคร่งเครียดกับการทำงานมากนัก เพราะโอกาสที่โรคที่ท่านเป็นเรื้อรังจะกลับมากำเริบ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : พลังของท่านคืนกลับมา พร้อมกับความสามารถในการที่จะเริ่มต้นทำงานและฝ่าฟันอุปสรรค จนเพื่อนร่วมงานและลูกน้องให้การยอมรับและช่วยเหลือสนับสนุนอย่างดี

การเงิน :  มีโชคตลอดเวลา

ความรัก :  วันนี้ชีวิตคู่ของท่านมีเป้าหมายคือช่วยเหลือเกื้อกูล ส่งเสริมสนับสนุนหน้าที่การงานและความสำเร็จ คนโสด หากท่านเป็นหญิงก็จะหมายถึงหญิงที่สวยรวยเสน่ห์ ทำงานเก่ง จะได้รับการยอมรับจากเพศตรงข้าม

สุขภาพ :  ดูแลร่างกายอย่างดี เพียงแต่อย่าทำงานหามรุ่งหามค่ำมาก

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

รื้อฟื้นความเคมี แอน-เคน 10+ภาพความหลัง(ที่ไม่ใช่ละคร) คู่ขวัญซุปตาร์แห่งชาติ

ประกาศ แอน-เคน คู่จิ้นในตำนาน หวนคืนการร่วมเฟรม ให้ช่างภาพกดชัตเตอร์แบบรัวๆ บนปก แพรว ฉ. 25 ส.ค. นี้

แต่ก่อนจะพบกับนิตยสารแพรวฉบับที่ว่า เราขอรื้อฟื้นความเคมีเข้ากั๊นเข้ากันของ แอน ทองประสม และเคน ธีรเดช ที่ถึงแม้จะไม่มีละครคู่กันมากว่า 7 ปี แต่แฟนๆ ก็ยังฟินและรักกับการ #ดูวนไปค่ะ ละคร 5 เรื่องของคู่ขวัญซุปตาร์แห่งชาติคู่นี้

แอน-เคน 365 วันแห่งรัก

365 วันแห่งรัก ออกอากาศปี 2553

แอน-เคน สูตรเสน่หา

สูตรเสน่หา ออกอากาศปี 2552

แอน-เคน สวรรค์เบี่ยง

สวรรค์เบี่ยง ออกอากาศปี 2551

แอน-เคน อุ้มรัก

อุ้มรัก ออกอากาศปี 2549

แอน-เคน แรงเงา

แรงเงา ออกอากาศปี 2544

ถ้าดูจากปีที่ออกอากาศ จะเห็นได้ว่างานละครเรื่องแรกที่คู่นี้โคจรมาเจ๊อะกัน ผ่านมา 16 ปีแล้ว แต่ถ้าคุณคิดว่า แรงเงา คือผลงานตัดริบบิ้นความฮอตปรอทแตก จนทำให้คู่นี้กลายเป็น คู่จิ้นในตำนานล่ะก็ แพรวขอแทรกเกร็ดข้อมูลเพิ่มเข้าไปสักนิด ระหว่างละคร แรงเงา และ อุ้มรัก สองเรื่องนี้ออนแอร์ห่างกันถึง 4 ปี เมื่อรวมกับว่าปี 2544 ความโซเชียลยังไม่ระอุนัก ทำให้แม้ละครแรงเงาจะได้รับคำชมกันมาก จนทำให้แอนคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเวทีสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ปี 2002 มาครอง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ผู้คนเพ้อ ยกแอน-เคนเป็นคู่จิ้นคู่ขวัญ

กระแสความพีคของทั้งคู่มาล้นหลั่งเอามากๆ ก็เมื่อละคร อุ้มรัก ออนแอร์ ปี 2549 ซึ่งถ้าดูจากกติกาจัดผังละครของช่อง 3 ว่าจะต้องถ่ายทำและตัดต่อเสร็จสมบูรณ์ ช่องจึงจะลงผังให้ ฉะนั้นอุ้มรักก็มีสิทธิที่จะถ่ายทำกันในราวๆ ปี 2548

ตรงนี้แหละที่แพรวอยากมโนว่า อาจจะมีสิทธิที่คุณดา-หทัยรัตน์ แห่งค่ายละครไท เห็นความเคมีบางอย่างของ แอน-เคน จากเซ็ทแฟชั่นของแพรวก็ได้

และนี่คือภาพชุด แอน-เคนบนปกแพรว ฉบับที่ 617 (10 พ.ค. 2548) ก่อนละคร อุ้มรัก ออนแอร์หนึ่งปีเต็ม(อุ้มรัก ออนแอร์ครั้งแรก วันที่ 23 พ.ค. 2549) โดยแพรวพาทั้งคู่บินข้ามฟ้าไปแฟชั่นชู้ตที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งถือเป็นแมทช์พิสูจน์ใจสองซุปตาร์มากๆ เพราะต้องทำงานภายใต้ท้องฟ้าอึมครึม ฝนตกเป็นบางช่วง โดยอุณหภูมิก็ตกเอาๆ จนลงไปอยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียส แอนถึงกับปากสั่น ฟันกระแทกกันดังกึกๆ แต่ด้วยสปิริต She can smile สู้กล้องคร่า ขณะที่เคนก็เจนเทิลแมนสุดๆ ควักกระเป๋าซื้อเครื่องดื่มสร้างความอุ่นให้ทุกคน เป็นความน่ารักดับเบิ้ลที่แพรวจดจำมาจนถึงวันนี้

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

อีกแมชท์เกิดขึ้นเมื่อแอน-เคนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตพิเศษเพื่อเยาวชนขององค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย ปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงที่ความสำเร็จของละคร สวรรค์เบี่ยง กำลังพีคขั้นสุด มีรายงานจากนีลเส็นว่าเรตติ้งเฉลี่ย ตลอดทั้งเรื่องของละครเรื่องนี้อยู่ที่ 14.6 และเรตติ้งสูงสุดที่ 21.7 ในตอนอวสาน แพรวเลยอวยความพีค 2 เด้งนี้ด้วยการจัดแฟชั่นปกเซ็ทพิเศษ เชิญทั้งคู่มาโพสต์ท่าถ่ายรูปร่วมกับคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย และทูตยูนิเซฟประจำประเทศไทย ในฉบับที่ 690 (25 พ.ค. 51) แน่นอนว่าในเซ็ทแฟชั่นต้องมีภาพคู่อยู่ด้วย

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรวผ่านไปเกือบ 10 ปี แอน-เคนวนกลับมาร่วมเฟรมกันอีกครั้งบนปกนิตยสารแพรว บอกเลยดีกรีความฟินทั้งภาพและความในใจผ่านบทสัมภาษณ์มาเต็มระดับร้อย และนี่คือภาพเบื้องหลัง ออเดิร์ฟพิเศษที่แพรวตั้งใจนำมามอบให้คุณ

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แอน-เคน แฟชั่นแพรว

แล้วมาพบ #แอน-เคน ที่แผงวันที่ 25 ส.ค. นี้นะยูว์

 

ที่มาภาพละคร : www.showwallpaper.com และ www.thaitv3.com

งานแต่งคลาสสิก-อบอุ่น เน้นความเป็นไทยต้องแต่งที่ The Siam

โรงแรมเดอะ สยาม อาณาจักรเล็กๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเครือสุโกศล ได้รับการออกแบบโดย บิล เบนสเลย์ สถาปนิกชื่อดังระดับโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพิพิธภัณฑ์ออร์แซในประเทศฝรั่งเศสแล้วผสานกลิ่นอายตะวันตกเข้ากับความคลาสสิกและอบอุ่นของความเป็นไทย โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โบราณและเน้นการตกแต่งในโทนสีขาวและดำ ส่งให้โรงแรมแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในที่สวยงามโดดเด่นอาคารรูปทรงแปลกตา

การตกแต่งภายในที่หรูหราและใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมทั้งการจัดสวนที่สวยงาม เป็นที่สำหรับหลบความวุ่นวายแออัดของเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี ห้องพักทั้งหมดได้รับการออกแบบและตกแต่งด้วยของสะสมเก่าแก่อย่างประณีตสวยงามด้วยความโรแมนติกแบบ Very Sophisticated ของโรงแรมเดอะสยาม ผสานความอบอุ่นเป็นกันเองและงามตาด้วยเสน่ห์การตกแต่งแบบไทยประยุกต์ พร้อมเมนูอาหารที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟมากประสบการณ์ระดับห้าดาว ทำให้คู่รักหลายคู่เลือกที่นี่เป็นสถานที่จัดงานสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตนอกจากนี้

ทางโรงแรมยังมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนจัดงานแต่งงานคอยให้คำปรึกษาบ่าว – สาวในทุกรายละเอียด โดยพร้อมให้บริการทั้งพิธีหมั้นไปจนถึงงานเลี้ยงฉลองในตอนค่ำ ครอบคลุมทั้งห้องจัดเลี้ยง งานจัดดอกไม้ อุปกรณ์ประกอบพิธี ระบบแสงสีเสียง และบริการอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ เพื่อรองรับงานแบบอบอุ่นขนาดกะทัดรัดสำหรับแขกไม่เกิน 60 ท่าน

พิธีมงคลสมรส

  • พิธีเช้าสำหรับแขก 50 ท่าน ในสวน Cafè Cha 65,000 บาท++ ประกอบด้วยโต๊ะบริเวณต้อนรับ โซฟาบนเวที และเก้าอี้สำหรับแขก โดยมีค่าบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มเพิ่ม 650 บาท++ ต่อท่าน

พิธีฉลองมงคลสมรส

  • Deco Bar & Bistro กับซิตดาวน์ – ลันช์ / ดินเนอร์ สำหรับแขก 50 ท่าน 85,000 บาท++ ประกอบด้วยโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมดอกไม้ประดับ เครื่องเสียงและดนตรีบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศ
  • Chon Lawn สำหรับแขก 60 ท่าน 65,000 บาท++ ประกอบด้วยโคมไฟไม้ไผ่ประดับริมน้ำ ซุ้มอาหารปรุงสด ที่นั่งรับรองแขกสไตล์เล้านจ์ ดอกไม้ประดับบนโต๊ะ และดนตรีบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศ ส่วนบริการอาหารและเครื่องดื่มจะเป็นแบบ Tailor-made ที่ตรงตามความต้องการของคุณราคาเริ่มต้นที่ 1,250 บาท++ต่อท่าน

เรื่อง : ชวลิดา

ลองมาดู! เทคนิคเนรมิตงานแต่งเหล่าทหารหาญ 3 เหล่าทัพ

ว่าที่บ่าวสาวคู่ไหนที่กำลังจะควงแขนกันลอดซุ้มกระบี่ ขอเชิญมามุงทางนี้กันให้ไว กับเทคนิคเนรมิตธีมงานแต่ง 3 เหล่าทัพ ที่เราสรรหาไอเดียมาประชันกันไว้ให้ชม ทั้งทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ ขอบอกเลยว่าแต่ละเหล่าทัพนั้นเริดไม่แพ้กันเลย

ทัพบก


1ใช้ธีมสีเขียวขี้ม้า

2ใช้ของลายพราง

3เนรมิตสถานที่ให้ดูเหมือนเป็นค่ายทหารขนาดย่อมๆ

4เค้กแต่งงานสไตล์อาร์มี่

5ลูกระเบิด รถถัง ปืน พร๊อพส์ตกแต่งเก๋ๆ ที่ขาดไม่ได้ (ไม่แนะนำหากมีแขกผู้ใหญ่เยอะ)

6เจ้าสาวในรองเท้าคอมแบทสุดเท่ห์

7ลายเล็บสไตล์อาร์มี่สำหรับเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาว

8เพื่อนเจ้าสาวในชุดเดรสลายพราง

ทัพเรือ

1จัดงานแต่งบนเรือหรือริมทะเล

2ใช้ธีมสีน้ำเงิน

3ใช้ของลายทางน้ำเงิน – ขาว

4          นำสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับการเดินเรือ ไม่ว่าจะเป็น สมอเรือ พวงมาลัยเรือ ห่วงยาง เชือกเงื่อน เข็มทิศ มาใช้ในการออกแบบหรือตกแต่งสิ่งต่างๆ

5ชุดเพื่อนเจ้าสาวน่ารักๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดกะลาสีเรือ

6พรีเวดดิ้งบนเรือรบ

ทัพอากาศ   

1งานแต่งของทหารอากาศจะขาดเครื่องบินได้อย่างไร

2ปีกเป็นตราสัญลักษณ์ของทหารอากาศ อาจนำมาใช้ในการออกแบบหรือตกแต่งสิ่งต่างๆ

3ท็อปเค้กที่เห็นก็รู้ทันทีว่านี่แหละงานแต่งของทหารอากาศ

4เปลี่ยนจากการโปรยกลีบดอกไม้มาเป็นการร่อนเครื่องบินกระดาษ

5พรีเวดดิ้งคู่กับเครื่องบิน

ขอบคุณภาพจาก : www.elegantweddinginvites.com, www.greenweddingshoes.com, www.savanahriverboat.com, www.stylemepretty.com, www.etsy.com, www.100layercake.com, www.mywedding.com, www.projectnursery.com, www.namywedding.com, www.oeilphotography.com, www.polkadotbride.com, www.brides.com, www.thetreschic.info, www.catchmyparty.com, www.happywedd.com, www.tripadvisor.com, www.therivehouseproperties.com, Isa Rodriguez, Taylor Marie

เป่าเปา รับรางวัลสติกเกอร์ขวัญใจมหาชน! กุ๊บกิ๊บ โต้ยิ่งดังยิ่งค่าตัวแพง

เป่าเปา หรือ เจ้เปาบางพลี จัดเต็มความน่ารักความสดใสขึ้นรับรางวัล สติกเกอร์ขวัญใจมหาชน ในงานประกาศรางวัล LINE STICKERS AWARDS 2017

รับรางวัล “สติ๊กเกอร์ขวัญใจมหาชน”

หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมารายการ Oh Baby ของครอบครัว ชี ประกอบด้วย  บี้-ธรรศภาคย์, กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ และ เป่าเปา – พอลลีน่า ได้รับรางวัลรายการยอดฮิตทาง ไลน์ ทีวีไปแล้ว ล่าสุดตอกย้ำความนิยมเมื่อซุปตาร์ฟันน้ำนมและคุณแม่คนดังได้เดินทางมารับรางวัลสติกเกอร์ขวัญใจมหาชน ในงาน LINE STICKERS AWARDS 2017 ซึ่งกุ๊บกิ๊บได้เผยถึงความรู้สึกที่สติกเกอร์เป่าเปาประสบความสำเร็จมากขนาดนี้โดยกล่าวว่าดีใจที่มีคนโหลดใช้เยอะ

เป่าเปา ซุปตาร์ฟันน้ำนม

“ตอนแรกที่คนบอกให้ทำเราก็คิดว่าจะมีใครโหลดหรอ ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดจะทำแฟนคลับเอาภาพน้องไปทำ จนสุดท้ายบอกว่าให้เราทำเถอะ ทุกวันนี้แฟนๆคลับก็โหลดกันเยอะมาก เงินก็เข้ากระเป๋า“เป่าเปา”และนี่ส่งเรียนด็อกเตอร์ได้3รอบแล้ว”

เพราะความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาว่าตอนนี้เป่าเปากลายเป็นซุป’ตาร์ฟันน้ำนมค่าตัวอันดับ1ของไทยไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้คุณแม่สุดแซ่บรีบออกตัวว่ายังไม่ถึงขนาดนั้นก่อนเผยเป็นเรทค่าตัวที่เหมาะสมไม่ได้แพงเว่อร์อะไรอย่างนั้น

ลูกสาวใครน่ารักน่าเอ็นดูอะไรขนาดนี้

“โห…ไม่ขนาดนั้นหรอกก็คงปกติ ช่วงนี้เด็กๆฮ็อตกันหมดแหละ น่ารักกันหมด ค่าตัวสูงทุกคน คือจริงๆค่าตัวเด็กมันอาจจะแพงกว่าอยู่แล้ว เขาทำงานยากไงค่ะเขาต้องการหลายอย่าง อย่างเป่าเปาบางทีเราก็เลือกที่มันจำเป็น ถ้าไม่จำเป็นเราก็ไม่ เพราะมาทีเราก็ขนญาติมาที 20 คน เลี้ยงข้าวญาติก็หมดแล้วค่ะ

ยืนยันว่าค่าตัวน้องไม่ได้สูงเว่อร์ เป็นเรทที่สมควร คือถ้าสมมุติเว่อร์เขาคงไม่เลือก ถ้าเขาเลือกก็แสดงว่าเขาโอเคกับตรงนั้น ไม่จ้างไม่เป็นไร ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลาด้วย ตอนนี้ทุกคนก็พยายามติดต่อมาเยอะมาก แต่ตัดไปเยอะมาก เราต้องขอโทษเขาเพราะต้องเอาเป่าเปาเป็นหลัก เพราะตอนนี้ต้องเรียนว่ายน้ำ ไปเรียนนู้นนี่ ต้องเจอพ่ออีก โทรหาพ่อทั้งวัน คือนางหลากหลายสิ่งมาก เราก็อยากเอาที่นางแฮ็ปปี้ค่ะ”

แฟนคลับขอเสียงเชียร์เจ้เปาหน่อย

อย่างไรก็ตามกุ๊บกิ๊บยังให้สัมภาษณ์เดี่ยวกับอาการป่วยเป็นมะเร็งของคุณแม่ด้วยโดยบอกว่าส่วนตัวไม่ค่อยกังวลเดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วที่จะมีโรคแบบนี้เกิดขึ้น จึงคิดว่ารักษาไปตามขั้นตอน

“ไม่ค่อยอยากจะพูดให้มันเป็นข่าวมากเพราะไม่อยากทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนป่วย เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วที่จะมีโรคแบบนี้เกิดขึ้น ก็คิดว่ารักษาไปตามขั้นตอนค่ะ ส่วนตัวกิ๊บไม่ค่อยกังวล เพราะว่าถ้าเรากังวลแม่ก็จะกังวล เรารู้สึกว่ายังไงก็รักษาได้

แนวทางการรักษาเป็นยังไงตอนนี้ยังไม่รู้ค่ะ จริงๆก็เป็นเหมือนที่บี้พูดเลย คือเราไม่อยากพูดเยอะ เวลาข่าวออกไปเยอะคนก็มีฟีดแบคมาถามเขาเยอะ แล้วเราก็ไม่อยากให้เขาต้องมานั่งตอบซ้ำๆ อยากให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร เขาโอเคปกติทุกอย่าง ซึ่งอาการโดยรวมคุณแม่ตอนนี้แข็งแรงดีค่ะ จริงๆบ้านเราจะไม่ค่อยกังวลกับอะไรมาก อาจจะมีตกใจนิดหน่อย แต่ถึงเวลาบ้านเราก็กำลังใจดีอยู่แล้ว”

“กลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่” พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี คว้าเหรียญเงิน ถวายในหลวงรัชกาลที่9 (มีคลิป)

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศมาเลเซีย เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นไปไม่กี่วัน ทัพนักกีฬาไทยก็สามารถคว้าชัยชนะได้เหรียญรางวัลมาหลายชนิดกีฬาแล้ว และหนึ่งในนั้นก็คือกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า ซึ่ง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ทำให้คนไทยน้ำตาไหลไม่รู้ตัวอีกครั้ง หลังจากที่ได้ชมการแข่งขันขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้าของทีมชาติไทย โดยมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงร่วมการแข่งขันในประเภททีมร่วมกับนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติของไทยด้วย ทั้งนี้ในช่วงที่พระองค์ทรงขึ้นแท่นรับเหรียญรางวัล ทรงอันเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและทรงกอดไว้อย่างแนบแน่น และหลังจากนั้นทรงประทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับช่วงวินาทีนั้นด้วย ทั้งนี้พระองค์ทรงมีความเป็นกันเองตลอดการประทานสัมภาษณ์ รวมถึงทรงขอบคุณคนไทยที่ทุกคนที่ร่วมส่งแรงใจมาเชียร์พระองค์และทัพนักกีฬาไทยอีกด้วย

“ดีใจมากค่ะ ปลื้มอยู่ข้างใน และมันก็เหมือนจะไหลออกมา และที่ดีใจที่สุดก็คือตอนได้กอดพระบรมฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมปู่ และเราก็เอาเหรียญมาวางแนบไว้ เหมือนกับเป็นการถวาย เพราะปกติเวลาแข่งแล้วได้เหรียญมา พระองค์ท่านก็จะคล้องให้ท่านหญิงเสมอ แต่มันก็คงไม่มีวันนั้น”

 

ภาพ : [email protected] Princess Sirivannavari Nariratana

ไม่ได้เว่อร์คู่รักฮันรยูสตาร์ “อีมินโฮ-ซูจี” เดทแต่ละครั้งพรางยิ่งกว่าสายลับ007

คู่รักฮันรยูสตาร์“อีมินโฮ-ซูจี”กว่าจะหวานกันแต่ละครั้ง ต้องพรางตัวยิ่งกว่ากว่าสายลับ007 โอ้โห!ช่างยากเย็นแสนเข็นเหลือเกิน

จะหวานแต่ละครั้งต้องวางแผนเหมือนไปทำปฏิบัติการ “สายลับ007” หรือ “มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล”กันเลยทีเดียว สำหรับคู่ซูเปอร์สตาร์เกาหลี พระเอก“อีมินโฮ”และนางเอก“เบคซูจี”ที่ล่าสุดสื่อเกาหลีได้เปิดเผยถึงความลำบากในการออกเดทของทั้งคู่ในทริปยุโรป

การเดทของคู่รักฮันรยูสตาร์

เมื่อเร็วๆนี้ korseries.com ได้เปิดเผยว่าในรายการ“ByulByul Talk Show” ทางช่อว TV Joseon พูดถึงทั้งคู่ในหัวข้อ“ท็อปสตาร์ กับ เดทลับของพวกเขา” และยกการเดทของ อีมินโฮ และ ซูจี มาเป็นตัวอย่าง เพราะทั้งคู่เป็นดาราดังของเกาหลีอีกทั้งยังมีแฟนคลับที่ชื่นชอบเยอะ จึงตัดสินใจที่จะเดทกันนอกประเทศเพื่อลดการกดดัน

ซึ่งในรายการดังกล่าวได้เปิดเผยว่าตอนนั้นทั้งคู่เดินทางออกนอกประเทศ และใช้เส้นทางแบบเดียวกับในภาพยนตร์ดัง Mission Impossible โดยฝ่ายชายถ่ายแบบอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ส่วนฝ่ายหญิงถ่ายแบบอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่หลังจากที่ “อีมินโฮ”ถ่ายแบบเสร็จได้เดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงไปลอนดอน และเมื่อเขาถึงที่นั่น เขาได้เช่ารถ เพื่อเดินทางไปยัง The Shard ตึกระฟ้าที่สูงที่สุด

ทั้งคู่พักในโรงแรม 5 ดาว เป็นเวลา 3 วัน 2 คืนซึ่งมีราคาสูงกว่า 2000 ดอลลาร์ต่อคืนไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังขับรถที่เช่าไปเที่ยวรอบๆ โรแมนติกเหมือนกับบทบาทที่รับในละครจริงๆอย่างไรก็ตามอ้างอิงจากปาปารัสซี่กล่าวว่าพวกเขาระมัดระวังเป็นอย่างมากแม้ว่าจะอยู่ในต่างแดน เขาทั้งคู่ระวังแม้กระทั่งตารางเวลาที่ทำให้แตกต่างกัน

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ประกาศผลรางวัล Best Performing Startups เดโมเดย์ ปี 5

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ประกาศผลรางวัล Best Performing Startups เดโมเดย์ ปี 5 ทีม Tourkrub Seekster และ Indie Dish พร้อมกับเซอร์ไพรส์รางวัลพิเศษให้กับทีม Ricult

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายแอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดิจิทัล นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือดีแทค มอบรางวัล Best Performance Startups ในงานดีแทค แอคเซอเลอเรท เดโมเดย์ ปี 5 ซึ่งเป็นการโชว์ผลงานพิชชิ่งบนเวทีของสตาร์ตอัพ 12 ทีม หลังจบการอบรมบูธแคมป์ 4 เดือนที่ผ่านมา ผลสำเร็จและสถิติที่น่าสนใจของดีแทค แอคเซอเลอเรท ในปีนี้ มีผู้หญิงเป็นผู้ก่อตั้งถึง 1 ใน 3 มีเมนเทอร์กูรูสตาร์ตอัพชั้นนำของไทย 9 คนและพันดาวันสตาร์ตอัพรุ่นพี่อีก 8 คน มีคอร์สบูธแคมป์อบรม 19 ครั้งจากวิทยากรชั้นนำ 23 คน และเป็นพันธมิตรกับ 6 องค์กรชั้นนำ โดยมีอัตราความสำเร็จของสตาร์ตอัพที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 80% ที่ได้รับการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน ระหว่างที่ยังอยู่ในบูธแคมป์

เดโมเดย์ ปี 5 นี้เป็น 1 ใน 4 งานสำคัญของเหล่า VC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มองหาสตาร์ทอัพ ที่จะลงทุนด้วย โดยมี VC ชั้นนำจากทั่วโลกมาร่วมงาน และเป็นโอกาสที่สตาร์ตอัพจะได้รับเงินทุนและรางวัลจากการนำเสนอแผนงานกับ VC เพื่อระดมเงินทุนในระดับ Series A และ Seed Funding สตาร์ตอัพได้โชว์การพิชชิ่ง บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ โดยประกาศผลทีมที่ได้รับรางวัล ดังนี้

  1. ทีม Tourkrubได้รับรางวัล Telenor Digital Winner Asia สิงคโปร์
  2. ทีม Seeksterได้รับรางวัล Web Summit 2017 กรุงลิสบอน โปรตุเกส ซึ่งเป็นงาน tech conference ที่มีผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดในโลก กว่า 30,000 คน
  3. ทีม Indie Dishได้รับรางวัล Google Developer LaunchPad ที่ได้รับการสนับสนุนจากกูเกิล เพื่อเข้าร่วมศูนย์บ่มเพาะพิเศษ ที่สิงคโปร์

และเซอร์ไพร์สรางวัลพิเศษเพิ่มเติมอีก 2 รางวัลจากพันธมิตร LINE ประเทศไทย และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

  1. ทีม Ricultได้รับรางวัล TechCrunch Disrupt ที่เมืองซานฟรานซิสโก จากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นโอกาสในการไปออกบูธพบนักลงทุน และ business partner ตลอดระยะเวลา 3 วัน ที่งาน TechCrunch Disrupt จัดโดยสื่อด้าน tech & startup ที่มีผู้ติดตามมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เป็นงานใหญ่ประจำปีของ tech crunch ที่รวมนักลงทุนระดับแนวหน้าของซิลิคอน วัลเล่ย์ มาที่งานนี้ รางวัลนี้เป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างเมืองไทยประกันชีวิต TechCrunch’s และดีแทค แอคเซอเลอเรท
  2. รางวัล Line@ Startup Pack จาก LINE API มอบรางวัลนี้ให้กับ 12 ทีมซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสตาร์ทอัพกลุ่มแรก ที่ได้เชื่อมต่อ API กับ Line

เพิ่มดีกรีความจี๊ดให้ปรี๊ดกว่าเดิมกับ 4 ท่าเซ็กส์ต่อยอดให้สุดเหวี่ยง

เมื่อเคมีของคนสองคนตรงกันเมื่อไหร่ คำพูดใดๆ ก็แทบไม่จำเป็น ยิ่งเวลาจะจัด เซ็กส์ แต่ละที มองตาก็รู้ใจ ไม่ต้องเอ่ยปากก็รู้ว่าท่าไหนที่ต้องการ แต่เพื่อความสุดเหวี่ยงยิ่งๆ ขึ้นไป ครั้งนี้มาดามขอแนะนำให้นำท่าเซ็กส์แบบเก่าที่เคยคุ้นมาเพิ่มดีกรีความจี๊ดให้ปรี๊ดกว่าเดิม รับรองเลยว่า บทรักธรรมดาๆ จะเพิ่มเติมความรู้สึกได้ดีล้านๆ เท่า

1. 69: พลิกไขว้กลับหัวเพิ่มพูนความฟิน

ท่า 69 ถือเป็นท่ายอดฮิตที่ช่วยเสิร์ฟความสุขให้กับทุกคู่รักชนิดที่ว่า คู่ไหนคู่นั้นฟินกันทุกราย เพราะด้วยการผลัดกันมอบความสุขให้กันทางปาก ทำให้หลายคู่ถึงจุดสุดยอดได้อย่างตรงจุดโดยที่ไม่ต้องออกแรงใส่จังหวะจนสุดพลัง แต่ถ้าคุณเบื่อที่จะพลิกไขว้กันแบบคนหนึ่งนอนรอบกับพื้นอีกคนทับไขว้อยู่ด้านบน มาดามขอให้ลอง 69 แบบตะแคงดูบ้างก็ช่วยสร้างสมดุลได้แบบเสมอภาค นอกจากนี้ถ้าหนุ่มคนนั้นของคุณแข็งแรงซะหน่อยจะลองให้เขายืนขึ้นแล้วอุ้มคุณพลิกไขว้ในลักษณะ 69 แนวตั้งมาดามก็ว่าโอเคเลยนะ โลดโผนซะบ้างตื่นเต้นอย่าบอกใคร

2. Stand-up Sex : เซ็กส์ท่ายืนเพิ่มกล้ามเนื้อต้นขา

ใครว่าเซ็กส์ท่ายืนลำบากลำบนมาดามขอเถียง เพราะจริงๆ แล้วการยืนช่วยครีเอทท่าได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการยืนหันหน้าเข้าหากันแล้วจัดเซ็กส์โดยฝ่ายหญิงยกขายันกำแพงหรือวางบนขอบเตียงไว้ข้างหนึ่ง หรือจะจัดเซ็กส์ท่ายืนโดยฝ่ายชายโชว์ความแกร่งด้วยการอุ้มฝ่ายหญิงไว้ด้านหน้า (หรือเรียกแบบไทยๆ ว่าลิงอุ้มแตงนั่นแหละ) ไหนจะท่ายืนเสมอภาคที่ฝ่ายชายย่อตัวลงเล็กๆ เพื่อสอดใส่ก็ฟินได้โล่ เห็นไหมว่าการยืนต่อยอดท่าเซ็กส์ได้สารพัด แล้วแบบนี้จะมัวมานอนราบเฉยๆ ทุกครั้งไปเพื่อ???

3. Doggy-style Sex : หมาน้อยคอยรัก

บางคนบอกว่าท่านี้ดูหยาบคายที่เอาไปเปรียบเทียบกับสัตว์สี่ขา แต่คุณรู้ไหมคะว่า ท่านี้ติดอันดับท่าโปรดของชายหนุ่มเกือบทั้งโลก เพราะด้วยความดีที่เขาสามารถสอดใส่เข้าไปในตัวฝ่ายหญิงได้ลึกกว่าท่าอื่นๆ แถมยังได้คุมเกมส์โยกขยับได้อย่างใจ ยิ่งถ้าเป็นหนุ่มที่ชอบมองเอวกับสะโพกสาวๆ ด้วยแล้วละก็ ท่านี้ชนะเลิศ

แต่ถ้าคุณอยากใส่ความพิเศษให้ท่านี้ บอกเลยว่าไม่ยาก ลองเปลี่ยนจากการที่ฝ่ายชายคุกเข่าสองข้างที่ด้านหลังมาเป็นคุกเข่าติดพื้นแค่ข้างเดียว ส่วนอีกข้างใช้เท้ายันพื้นแล้วเอียงตัวไปด้านข้างหรือแทนที่จะคุกเข่าคู่ลองให้เขาประกบจากด้านหลังโดยขาทั้งสองข้างกางออกให้เข่าตั้งฉากกับพื้นดูสิ ความลึกจะยิ่งทวีคูณ แถมองศาในการสัมผัสจะเปลี่ยนไป บอกตรงนี้เลยค่ะว่า สาวกรี๊ดสุดพลังปรี๊ดแน่นอน

4. Missionary Sex : ท่าพื้นๆ แต่พีคติดเพดาน

ท่าเบๆ สุดจะแสนจะธรรมดาอย่างท่ามิชชั่นนารีเหมาะกับการมีเซ็กส์ครั้งแรกก็จริง แต่รู้ไหมคะว่าต่อให้คุณจะเชียวชาญเรื่องบนเตียงมาแล้วกี่เวที แต่ท่านี้ก็ยังคงถูกนำไปใช้เป็นท่าเริ่มต้นของการมีเซ็กส์แต่ละครั้งของหลายคู่ เพียงแต่ความพิเศษต่างกันไปตามประสบการณ์ ลองใส่ความหวือหวาให้ท่านี้ดูบ้างเช่น ความสูงในจังหวะการยกขาของฝ่ายหญิง หรือจะการหาตัวช่วยมารองก้นรวมถึงการยกสะโพกเข้าประกบน้องชายเขา เชื่อมาดามเถอะค่ะว่าจะช่วยให้น้องชายของเขาเดินทางไปอิงแอบแนบเนื้อคุณโดยไม่บ่นว่าท่านี้อีกแล้วอย่างแน่นอน

ลองปรับเปลี่ยนท่าเซ็กส์แบบเดิมๆ กันดูนะคะ แล้วคุณจะค้นพบว่าท่าเดิมกับคนเดิมที่ต่างไปมันสุดเหวี่ยงจริงๆ

เรื่อง : Madam Hong Hern

ภาพ : www.brunchnews.com