Radisson Blu Plaza Bangkok เพราะงานแต่งงานของคุณคือวันพิเศษของเรา

ถ้า “สถานที่จัดงานแต่งงาน” พร้อมการตกแต่งที่ถูกใจภายใต้ “ธีมงานในฝัน” ที่ได้รับการดูแลจาก “ทีมงานมืออาชีพ” คือสิ่งที่บ่าวสาวต้องการ เราจะพาคุณไปพบกับ คุณอรวรรณ ทวีวิศิษฎ์ Catering & Events Sales Manager โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ ที่จะมาแนะนำสถานที่และบริการสุดพรีเมี่ยมที่รับประกันว่าตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ครบอย่างแน่นอน

Radisson Blu Plaza Bangkok กับห้องจัดงานแต่งงานหลากหลาย

แม้คุณจะยังไม่แน่ใจว่า ปริมาณแขกที่จะเชิญมาร่วมยินดีในวันสำคัญจะมีมากหรือน้อย แต่เราขอบอกเลยว่าที่นี่มีห้องฟังก์ชั่นให้คุณได้เลือกชมและใช้จัดงานแต่งงานที่หลากหลาย นับตั้งแต่แขกที่มีปริมาณน้อยนิดเพียง 30 คน ไปถึงระดับ 500 คน

ballroom

แกรนด์ บอลรูม (Grand Ballroom) คือห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งในลักษณะกึ่งโมเดิร์น ตอบความต้องการในเรื่องรูปแบบห้องที่ทันสมัยให้กับบ่าวสาวได้เป็นอย่างดีด้วยสีเอิร์ธโทน ในขณะเดียวกันก็สนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบความโอ่งโถง เปิดโล่งเหมาะกับการรับแขกผู้ใหญ่ จนเรียกได้ว่า เพียงห้องนี้ห้องเดียวก็ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัวได้อย่างครอบคลุม

“ความพิเศษที่ถูกใจว่าที่บ่าวสาวมานักต่อนักคือ เพดานห้องที่สูง ภายในโปร่งและไม่มีเสาบังสายตากลางห้อง ทำให้สามารถออกแบบการจัดวางเวทีได้ตามตำแหน่งที่ต้องการได้ทุกจุด และยังมั่นใจได้ในเรื่องของการรองรับปริมาณแขกที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงใกล้วันงาน เพราะสามารถปรับพื้นที่โถงหน้าห้องให้เป็นจุดวางอาหารเพิ่มเติมหรือแม้แต่ตั้งโต๊ะจีนเพิ่มได้ด้วย ซึ่งนั่นแปลว่า ชั้น 4 ทั้งชั้น เป็นชั้นสำหรับจัดงานแต่งให้กับวันพิเศษของคุณเพียงคู่เดียวเท่านั้น

img_7187-hdr-ap

“ความสะดวกสบายอีกอย่างที่เรียกว่าโดนใจหลายๆ คนมาแล้ว คือแขกทุกคนสามารถขึ้นลิฟท์ที่ด้านหน้าโรงแรมเพื่อตรงขึ้นสู่ห้องแกรนด์บอลรูมได้ทันที”

นอกจากห้องแกรนด์บอลรูม เรายังสืบมาจนรู้ว่า Radisson Blu Plaza Bangkok ยังมีห้องฟังก์ชั่นที่สามารถใช้ในการจัดงานแต่งงานอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นห้อง The Suite บนชั้น 3 ห้องจัดเลี้ยงขนาดย่อมสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่ตรงข้ามห้องอาหารจีน China Table โดยห้อง The Suite แห่งนี้สามารถรองรับแขกได้เต็มที่ 150 คน ถ้าคุณเหมาทั้งชั้นรวมกับห้องอาหารจีน คุณสามารถเชิญแขกมาร่วมนาทีแห่งความสุขได้ถึง 250 คนเลยทีเดียว โดยที่คุณสามารถเลือกทำพิธีเช้าได้ทั้งภายในห้อง The Suite หรือหาเป็นพิธียกน้ำชาแบบจีนก็สามารถเลือกห้อง China Table ได้เช่นกัน

vintage
ห้อง Vintage

แต่ถ้าคุณคือบ่าวสาวอารมณ์วัยรุ่นที่อยากจัดงานในบรรยากาศเป็นกันเองที่มีเพียงครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้น ห้อง Vintage บนชั้น 29 ที่ตกแต่งให้เหมือนห้องนั่งเล่นในบ้านอันแสนอบอุ่นน่าจะเป็นทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม หรือถ้าอยากจะปรับอารมณ์ให้แขกได้เห็นการทำครัวไปพร้อมๆ กันกับการปาร์ตี้แสนอบอุ่นประหนึ่งว่าจัดงานแต่งงานในบ้านตัวเอง ห้อง ATTICO ชั้น 28  คืออีกทางเลือกหนึ่งที่ขอบอกตรงนี้ว่า ดีงามไม่แพ้ห้องไหนๆ เพราะภายในห้องทำเป็นเพดานสูงตกแต่งด้วยคานไม้สีน้ำตาลที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้ทรงโค้งสุดลงตัว

Radisson Blu Plaza Bangkok กับทีมงานมืออาชีพที่ตอบโจทย์ธีมงานแต่งในฝัน

หากคุณจินตนาการว่า การเข้าไปปรึกษากับทีมจัดงานแต่งงานของโรงแรมแล้วจะได้รับแจกแคทตาล็อกรูปแบบงานแต่งที่โรงแรมเคยจัดมาให้เลือกแล้วละก็ ขอให้ลืมซะ เพราะสำหรับการจัดงานแต่งงานที่โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ ไม่ได้มีรูปแบบการบริการแบบนั้น

“รูปแบบการจัดงานแต่งงานของเรา คือการทำตามสิ่งที่บ่าวสาวต้องการ เราพร้อมจะสานฝันวันพิเศษของคุณให้กลายเป็นจริงได้ในงบประมาณที่คุณเป็นผู้กำหนด โดยหลังจากที่บ่าวสาวเข้ามาดูพื้นที่จัดงานกับทีมงานแล้ว ทีมจัดเลี้ยงจะนั่งคุยกับบ่าวสาวถึงความต้องการที่อยากให้เกิดขึ้นในงาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการตกแต่ง ธีมสีที่ชอบหรือแม้แต่ประเภทอาหารที่ต้องการใช้ในการจัดเลี้ยง เมื่อได้ข้อสรุปที่ลงตัวแล้ว จะนำรายละเอียดทั้งหมดไปกระจายต่อยังทีมงานผู้เชี่ยวชาญแผนกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทีมดอกไม้ ทีมอาร์ทเวิร์ค ทีมทำโครงสร้างตกแต่ง รวมถึงทีมงานด้านอาหาร เพื่อเตรียมวางแผนงานสำหรับวันสำคัญเพื่อคุณ

ballroom4

“และเมื่อถึงวันพิเศษของคุณ ทางโรงแรมจะจัดเจ้าหน้าที่หนึ่งท่านทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยของบ่าวสาวตั้งแต่เริ่มเข้ามาเช็คอินเตรียมตัวสวยหล่อจนกระทั่งถึงนาทีสุดท้ายของวัน โดยผู้ช่วยของคุณคนนี้จะคอยดูแลความสะดวกสบายให้กับคุณทุกเรื่องและให้คำแนะนำถึงขั้นตอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในงาน ตั้งแต่การถ่ายภาพกับแขก เปิดตัวเข้างาน เดินขึ้นเวที ตัดเค้กแต่งงาน และส่งคุณเข้าสู่ห้องพักหลังงานฉลองจบลง”

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ มาที่โรงแรมแห่งเดียวได้บริการครบองค์ประกอบจำเป็นในการจัดงานแต่งงานเลยใช่ไหมล่ะ แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ เราแอบไปสืบมาให้อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเชื่อว่าหลายคนให้ความสำคัญมากไม่แพ้สถานที่สวยๆ หรือแม้แต่ทีมงานมืออาชีพ นั่นก็คือ เรื่องของเมนูอาหารในงานเลี้ยง

ความพิเศษในเรื่องของอาหารจัดเลี้ยงของที่นี่มีความพิเศษกว่าที่อื่นตรงที่มีความหลากหลายในเมนูให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารจีน อิตาเลียน อินเดีย ไทย และอาหารยุโรปที่พร้อมจะหมุนเวียนมาบริการตลอดทั้งงาน พร้อมจัดพนักงานเสิร์ฟอย่างทั่วถึง เพราะได้มีการกะปริมาณแขกและพนักงานที่สมดุลกันแล้ว นอกจากนี้ยังเอาใจแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน ร่วมถึงแขกต่างชาติด้วยการประยุกต์เมนูคานาเป้แบบฝรั่งมาเป็นคานาเป้แบบไทยๆ ให้ง่ายต่อการทานและสร้างสรรค์ความแตกต่างมากกว่าเดิม

ทีนี้มาดูขั้นตอนการดิวงานกับทีมงานมืออาชีพของโรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพ กันดีว่าว่าง่ายแสนง่ายขนาดไหน

wedding-team

ความพิเศษทุกส่วนที่เกิดขึ้นในงานแต่งครั้งแรกและครั้งเดียวของคุณ คือ หน้าที่สุดพิเศษที่ทีมงานทุกคนของ Radisson Blu Plaza Bangkok เต็มใจจะดูแลและพร้อมจะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้คุณได้มีความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป

โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ ถนนสุขุมวิท โทร. 0-2302-3333 อีเมล [email protected] เว็บไซต์ https://www.radissonblu.com

ตุลาอาถรรพ์? คนดังหลากหลายวงการ ร่วงลับดับสูญระนาว

เดือนตุลาคม เป็นเดือนที่ 10 ของปีตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 7 เดือนที่มี 31 วัน ซึ่งตามหลักโหราศาสตร์ เดือนนี้จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีตุล และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีพิจิก ทั้งนี้มิได้มีการบันทึกถึงเรื่อง ตุลาอาถรรพ์ แต่อย่างใด

ตุลาอาถรรพ์ จึงไม่ใช่สิ่งที่ฟันธงบ่งชี้ได้แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ และปรากฏขึ้นแล้วก็คือเดือนนี้มีคนดังจากหลากหลายวงการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง ทั้งของไทยและของโลก ลาลับไปมากมายหลายท่านเหลือเกิน

และนี่คือรายชื่อคนดังที่จากโลกนี้ไปในเดือนตุลาคมเหมือนๆ กัน ซึ่งลิสต์นี้ขอคัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 โดยไล่เลียงตั้งแต่วันที่ 1 เป็นต้นไป

เอลวิน บรูกส์ เจ้าของนามปากกา “อี.บี.” ไวท์ ผู้เขียนงานวรรณกรรมเยาวชนที่ประทับจิตประทับใจนักอ่านไปทั่วโลก จากผลงานอมตะ แมงมุมเพื่อนรัก Charlotte’s Web  เสียงรักจากทรัมเป็ตหงส์ The Trumpet of the Swan และ สจ๊วต ลิตเติ้ล Stuart Little

ถึงแก่กรรม : วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 ด้วยโรคอัลไซเมอร์

.

อธิป ทองจินดา นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังแห่งยุค 80S ที่มีผลงานสร้างชื่อคือภาพยนตร์ ‘กว่าจะรู้เดียงสา’ (ภาพ : bkkclub.net)

เสียชีวิต : วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2530 ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์

บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผู้กำกับภาพบนตร์ ที่มีผลงานสร้างชื่อจากภาพยนตร์ ด้วยเกล้า และ บุญชู (ภาพ : script.today)

ถึงแก่กรรม : วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2530 ด้วยโรคไต

ทอม แคลนซี นักเขียนนิยายสงครามและการเมืองชาวอเมริกัน ผู้สร้างพระเอกต่อเนื่อง แจ็ค ไรอัน ให้โลดแล่นอยู่ในผลงานแทบทุกเรื่อง จนติดอันดับหนังสือขายดี ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 100 ล้านเล่มในการจัดพิมพ์

เสียชีวิต : วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 โดยไม่ระบุสาเหตุ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Tom Clancy

Tom Clancy books I read when I was single hoping to make myself more interesting ... ending up loving this author

สตีฟ จอบส์ ผู้นำธุรกิจและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน อดีตประธานบริหารของแอปเปิลคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้สินค้า i series ทั้งหลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

ถึงแก่กรรม : วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ในวัยเพียง 56 ปี

มิตร ชัยบัญชา พระเอกภาพยนตร์ไทยในตำนาน ที่มีผลงานการแสดงกว่า 300 เรื่องในยุค 60S และได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี หรือตุ๊กตาทอง จากพระหัตถ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙

เสียชีวิต : วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ในวัยเพียง 36 ปี จากอุบัติเหตุตกจากเฮลิคอปเตอร์

เอร์เนสโต เกบารา หรือที่รู้จักกันในชื่อ เช เกบารา นักปฏิวัติและผู้นำการเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอาร์เจนตินา

เสียชีวิต : วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2510 ในวัยเพียง 39 ปี จากการประหารชีวิต

ออสการ์ ชินด์เลอร์ นักอุตสาหกรรมและนักจารกรรมชาวเยอรมัน ที่ช่วยชีวิตชาวยิวกว่า 1,200 คน ในค่ายกักกัน เอาชวิตซ์ (Auschwitz) ช่วงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว สงครามโลกครั้งที่ 2

ถึงแก่กรรม : วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2517 ในวัย 66 ปี

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของไทย นักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง และศิลปินแห่งชาติ และยังได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การยูเนสโก

ถึงแก่อสัญกรรม : วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ด้วยอายุ 84 ปี (ภาพ : Matichon Weekly)

คริสโตเฟอร์ รีฟ นักแสดงชาวอเมริกัน ผู้กำกับภาพยนตร์ โปรดิวเซอร์และนักเขียนบท แต่ผู้คนกลับจดจำเขาได้จากการแสดงบทซูเปอร์แมน มนุษย์พลังวิเศษจากดาวคริปตัน น่าเสียดายว่าหลังตกจากหลังม้าขณะแข่งขันในคัลปีเปอร์ ที่รัฐเวอร์จิเนีย เขาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา

ถึงแก่กรรม : วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ในวัย 52 ปี

เย็น แก้วมะณี หรือ “ปู่เย็น” เจ้าของสมญานาม “เฒ่าทระนง” แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี ผู้เป็นต้นแบบของการมีคติชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย ความพอเพียง และความอารมณ์ดี

ถึงแก่กรรม : วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ในวัย 108 ปี

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านการประพันธ์คำร้องและทำนองเพลง จนได้ถวายงานด้านการประพันธ์เนื้อร้องประกอบทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระอนุชาธิราช และยังได้ทรงประพันธ์คำร้องถวายอีก 28 เพลง เช่น ยามเย็น ,สายฝน ,เทวาพาคู่ฝัน ,แก้วตาขวัญใจ ,ลมหนาว ,แสงเดือน ,พรปีใหม่ ฯลฯ

สิ้นพระชนม์ : วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ด้วยพระโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและถุงลมโป่งพอง สิริพระชันษาได้ 84 ปี

สีเทา เพ็ชรเจริญ ดาราตลกอาวุโส มีบุคลิกเด่นคือแสดงตลกด้วยหน้าตาท่าทาง ลักษณะหลังโกง พุงป่อง เหมือน “เท่ง” ตัวตลกดาราหนังตะลุง ของทางภาคใต้

ถึงแก่กรรม : วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ในวัย 84 ปี

มีศักดิ์ นาครัตน์ นักร้อง นักแสดง และนักแต่งเพลงแปลงจากทำนองต่างประเทศ อดีตหนึ่งในสมาชิกคณะสามศักดิ์ ร่วมกับ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ,สักกรินทร์ ปุญญฤทธิ์ และ อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา ทางไทยทีวี ช่อง 4 บางขุนพรหม

ถึงแก่กรรม : วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ด้วยโรคมะเร็งปอด ขณะมีอายุได้  74 ปี

คริสเตียน ดิออร์ ดีไซเนอร์ เจ้าของ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dior สินค้าระดับไฮเอนด์ที่มีถิ่นกำเนิดในปารีส ฝรั่งเศส

ถึงแก่กรรม : วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ด้วยอาการหัวใจวาย ขณะมีอายุได้ 52 ปี

ริชาร์ด แฮร์ริส นักแสดงชาวไอร์แลนด์ นักร้อง-นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ละครเวที ผู้กำกับภาพยนตร์และนักเขียน ที่มีผลงานละครเวทีและภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นที่รู้จักในบทกษัตริย์อาเธอร์ใน Camelot (1967) บทโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ใน Cromwell (1970) และบทอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ใน Harry Potter and the Philosopher’s Stone (2001) และ Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002)

ถึงแก่กรรม : วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ขณะมีอายุได้ 72 ปี

บุญพิทักษ์ จิตต์กระจ่าง นักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงจากละคร สี่แยกนี้อายุน้อย และ แม่พลอยหุง

เสียชีวิต : วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ด้วยอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ในวัยเพียง 22 ปี

เรวัต พุทธินันทน์ หรือ ‘พี่เต๋อ’ แห่งวงการเพลง อดีตสมาชิกวงดิ อิมพอสซิเบิ้ล และวงโอเรียนเต็ล ฟังก์ อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ หรือที่รู้จักกันดีในนามจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 

ถึงแก่กรรม : วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2539 ด้วยโรคมะเร็งสมอง ขณะมีอายุเพียง 48 ปี

คิมจูฮยอก นักแสดงหนุ่มวัย 45 ปี จากซีรีย์ดัง ปรากฝันรักแรงอธิษฐาน (Lovers in Prague) และ Reply 1988 โดยเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมานี้เองที่เขาเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่าวางแผนจะแต่งงานกับนักแสดงสาว อี ยู ยอง ช่วงปลายปีนี้ แต่ต้องมาจากไปเสียก่อน

เสียชีวิต : วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560  ด้วยเหตุรถคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้ ในย่าน Samseong-dong ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโซล

อินทิรา ปริยทรศินี คานธี อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอินเดีย ที่ดำรงตำแหน่งถึง 3 วาระติดต่อกัน 

เสียชีวิต : วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2527 จากการถูกลอบยิง

ริเวอร์ ฟินิกซ์ นักแสดงชาวอเมริกัน มีเชื้อสายมาจากรัสเซียและฮังการี  มีผลงานการแสดงในช่วงสั้นๆ เพียง 11 ปี แต่กลับอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลกมาจนทุกวันนี้

เสียชีวิต : วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เพราะเสพยาเกินขนาด

แพรวขอไว้อาลัยกับการจากไปของทุกท่านมา ณ ที่นี้

 

ที่มาข้อมูล : wikipedia.org

 

 

เห็นแค่เงาก็รู้ว่าหวานมาก ม้า – อรนภา เปิดตัวแฟนรุ่นใหญ่

เงาคู่ดูหวาน ม้า – อรนภา เปิดตัวแฟนหนุ่มหลังภาพสวีทรัวๆขณะควงกันไปเที่ยวที่อังกฤษ

บางทีการเดินทางก็ต้องการใครสักคนที่จะคอยแบ่งปันความสุข เช่นเดียวกับพิธีกรตัวแม่ ม้า – อรนภา กฤษฎี ที่ล่าสุดหนีบแขนหวานใจปริศนาเหินฟ้าไปอังกฤษด้วยกัน โดยตลอดทั้งทริปนี้  เจ้ม้าลงรูปรัวๆราวกับกระสุนเอ็มสิบหก แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ไม่ยักมีรูปไหนที่เห็นหน้าของหนุ่มปริศนาคนนี้แบบชัดๆจนเพื่อนๆในวงการอดแวะเวียนเข้ามาแซวในคอนเม้นต์ยกใหญ่ โดยเฉพาะพิธีกรคู่ กาละแมร์ – พัชรศรี เบญจมาศ ที่เข้ามาแซวว่า “แน่จริงขอสักครึ่งตัว!”

อย่างไรก็ตามถึงแม้เจ้าตัวจะยังไม่ได้ออกมาคอนเฟิร์มว่าใช่หวานใจหรือไม่ แต่จากแคปชั่น,และภาพถ่ายที่สื่อออกมาก็เห็นได้ชัดว่าคู่นี้หวานฉ่ำแค่ไหน ไม่ต้องถามให้ยุ่งยากกันแล้ว


ภาพจาก : maornapa

ส่องแฟชั่นสุดคิ้วต์ของ “น้องมายา” ลูกสาว “นาตาลี เกลโบว่า” สดใสกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

สิ้นเดือนหน้าจะมีการประกวดนางงามจักรวาลกันแล้ว ซึ่งประเทศไทยได้มารีญา พูลเลิศลาภ เป็นตัวแทนในการประกวด MU 2017 และถ้าจะให้พูดถึงนางงามจักรวาลที่แค่เอ่ยชื่อก็มีคนรู้จักทันทีนอกจากปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ แล้ว ก็คงเป็น นาตาลี เกลโบว่า นางงามที่คนไทยรู้จักกันดี เพราะเธอมีผลงานและได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลในประเทศไทย แถมยังมีชื่อไทยว่า น้องฟ้า ซะด้วย

นาตาลี เกลโบว่า อดีตนางงามจักรวาล ปี 2548 หลังจากเธอได้แต่งงานกับ ดีน เคลลี่ จูเนียร์ แฟนหนุ่มต่างชาติ ไม่นานก็ได้คลอดนางฟ้าตัวน้อยออกมาลืมตาดูโลก โดยเธอตั้งชื่อลูกสาวว่า น้องมายา และดูสาวนาตาลีจะมีความสุขในการเลี้ยงน้องมายาเอามากๆ สังเกตได้จากอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ เธอมักจะพาลูกสาวไปเที่ยวทะเลอยู่บ่อยๆ เราเลยได้ยลโฉมน้องมายา เด็กน้อยนัยต์ตาสีฟ้า หน้าตาน่ารัก น่าหยิกอยู่บ่อยๆ และตั้งแต่มีรูปน้องมายาออกมาให้ได้เห็น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแววสวยเหมือนคุณแม่ตั้งแต่เด็กๆ 

น้องมายา

จากที่ได้เข้าไปในไอจีของสาวนาตาลี ก็แอบเห็นว่าลูกสาวอย่างน้องมายา แฟชั่นก็ไม่น้อยเลย เพราะมีคุณแม่เป็นถึงนางงามจักรวาล แฟชั่นของลูกก็ไม่ธรรมดา แต่ละลุค แต่ละชุดของน้องมายาเห็นแล้วคือน่ารักเว่อร์ มุ้งมิ้ง เหมาะกับสาวน้อยตัวเล็กมาก

เห็นการแต่งตัวของลูกสาวที่คุณแม่จับมิกซ์แอนด์แมตช์ให้แล้ว ก็ต้องเอาภาพมาแชร์ต่อกันหน่อย ว่าแล้วก็ตามมาดูแฟชั่นของน้องมายากันเลย

 

ลุคแรกก็น่ารักแล้ว เสื้อลายขวาง เลกกิ้ง แจ็กเก็ตยีนส์ และหมวก เป็นการจัดไอเท็มได้ลงตัวเหมาะกับเด็กๆ มาก

1

น้องมายาสายหวาน ชุดเดรสสีชมพูอ่อน แถมความคิ้วต์เข้าไปด้วยที่คาดผมสีเหลืองอ่อนดอกไม้ 3 D

1

มองตอนนิ่งๆ แบบนี้แล้ว สวยเลย คือแววความงามเริ่มเปล่งประกาย

คุณแม่นาตาลี ช่างเลือกชุดให้ลูกจริงๆ ชุดนี้ก็สวยอีกแล้ว แขนมีความปีกนกเบาๆ เสริมด้วยหมวกสีชมพูสด รับกับรอยยิ้มหวานๆ ได้ดีเลย

1

สวยทั้งแม่และลูกเลยจ้า น้องมายาในชุดขาว น่ารักเพลินตา ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนคุณแม่จริงๆ

1

เจ้าหญิงน้อยมาแล้วววว ลุคนี้น้องมายาดูน่ารักมาก เดรสสีขาวปักดอกไม้แบบ 3 D คาดผมด้วยมงกุฎดอกไม้ไปอีก หวานเว่อร์

1

สาวน้อยในชุดเอี้ยมยีนส์ เสื้อสีขาวแขนยาวดูจะออกสไตล์ฟรุ้งฟริ้ง แต่พอเอามาแมตช์กับเอี้ยมยีนส์ก็ลงตัวเลย

1

น้องมายากับเดรสฟูฟ่อง ตรงระบายกระโปรงไล่เฉดสี ดอกไม้บนผ้าคาดผมก็มีสีเข้ากับชุด ทำให้ลุคนี้ดูสดใสตามสไตล์เด็กน้อย แบ๊วๆ

1

ชุดไทยน้องมายาก็ใส่มาแล้ว เสื้อชมพู โจงกระเบนสีแดง หนูน้อยหน้าฝรั่งในชุดไทยดูยังไงก็น่ารัก

1

เซ็กซี่มั้ยล่ะ อิๆ น้องมายาในชุดว่ายน้ำสีม่วงพาสเทล แถมใส่หมวกด้วย จะต้องพูดคำว่า น่ารัก อีกกี่คำเนี่ยยยย

1

ดูเหมือนสไตล์ในหลายๆ ลุคของน้องมายาจะใช้ผ้าคาดผมเข้ามาทำให้ลุคดูคิ้วต์เข้าไปอีก ส่วนชุดนี้ก็ดูสบายๆ เสื้อสีขาว กระโปรงลายสก็อต และรองเท้าแตะสีขาว

1

นี่ไง ผ้าคาดผมมาอีกแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สดใส ดอกไม้สีม่วงสดตัดกับชุดสีอ่อนๆ ได้อย่างน่ารัก

1

นอกจากเสื้อผ้าของน้องจะดูสดใสแล้ว หน้าตารอยยิ้มก็ไม่มีบึ้งตึง ยิ้มใส่กล้องตลอด อารมณ์ดีสุดๆ

1

เอี้ยมกระโปรงลายจุด เสื้อเชิ้ต หมวกปีกกว้าง ให้อารมณ์เหมือนลูกชาวสวนในหนังฝรั่งเลย น่ารักกกก

1

เดินเก็บดอกไม้ชิลๆ ด้วยเสื้อผ้าดีไซน์รับกับหน้าร้อน เสื้อ กระโปรง หมวก เข้ากับการเดินเล่นสุดๆ ไปเลย

 

ไม่ว่าคุณแม่จะจับแต่งตัวยังไงก็ออกมาน่ารักตลอด แถมคอสตูมแต่ละชุดก็มีความครีเอต ตามโลก ตามเทรนด์แฟชั่นได้อย่างดีเยี่ยม รสนิยมในการเลือกเสื้อผ้าและแต่งตัวให้น้องมายาของสาวนาตาลีกินขาดเลยจ้า


 

เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@natalieglebova

 

มิ้นต์-มาร์กี้

เกิดเดือนเดียวกัน มิ้นต์-มาร์กี้ เพื่อนซี้ควงทำบุญ สร้างหอระฆังวัดดำรงบุล จ.ลพบุรี

เป็นเพื่อนซี้ในวงการที่น่ารักคู่หนึ่ง สำหรับสองสาว มิ้นต์-มาร์กี้ ซึ่งก่อนจะได้เห็นสาวมิ้นต์สวมมาดเป็นเพื่อนเจ้าสาวมาร์กี้ในงานแต่ง ทั้งคู่ก็ขอควงกันมาทำบุญสร้างหอระฆังวัด เนื่องจากเกิดเดือนเดียวกัน

เกิดเดือนสิงหาคมเหมือนกัน สำหรับสองสาว มิ้นต์-มาร์กี้ โดย มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง เกิดวันที่ 8 สิงหาคม และมาร์กี้-ราศรี บาเลนซิเอก้า เกิดวันที่ 22 สิงหาคม ทั้งสองจึงได้ผุดโปรเจ็กต์ทำบุญร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นสะพานบุญ เชิญชวนครอบครัว แก๊งเพื่อน และแฟนคลับมาร่วมสมทบทุนจัดทอดกฐินสามัคคี เพื่อนำทุนไปสร้างหอระฆัง วัดดำรงบุล ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งกระบวนการสร้างก็ดำเนินมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมจนแล้วเสร็จเรียบร้อย โดยทั้งสาวมิ้นต์และมาร์กี้ก็ได้เดินทางไปทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลถึงหอระฆังวัดดำรงบุลเรียบร้อยแล้วด้วย เรียกว่า อิ่มบุญและอิ่มใจกันเลยทีเดียว

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @margie_rasri @mint_chalida

น่ารักเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความสยอง เหมิงเหมิง หนูน้อยฮาโลวีนเธอกลับมาแล้วจ้า

พี่จ๋า เหมิงเหมิง ผีไร้หน้ากลับมาแล้วจ้า เผยภาพฮาโลวีนปีนี้เพื่อนๆยังผวายกชั้นเหมือนเดิม แม้จะเปลี่ยนคอนเซ็ปต์เป็น ยมทูตลุค จากภาพยนตร์ Death note แล้ว

เพื่อนๆมอง เหมิงเหมิง ด้วยความกลัว

ยังจำกันได้ไหม เมื่อปีที่แล้วสื่อจีนได้รายงานข่าวเกี่ยวกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กหญิงคนหนึ่งซี่งมีนามว่า เหมิงเหมิง (萌萌) เธอเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีการจัดงานประกวดแต่งตัวเป็นผี ในช่วงเทศกาลฮาโลวีน แต่ปรากฏว่าชุดผีไร้หน้า(คาโอนาชิ)ของเธอ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นหวาดกลัวจนร้องไห้ระงม

ภาพเพื่อนของ เหมิงเหมิง ร้องไห้หนักเพราะกลัว
ปีนี้ เหมองเหมิง พาคุณแม่และน้องสาวมาครบทีมเลย

ล่าสุดฮาโลวีนปีนี้เธอกลับมาครั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ ยมทูตลุคจากภาพยนตร์ Death note แถมงานนี้เธอไม่ได้มาตัวคนเดียวเหมือนเมื่อปีที่แล้ว เพราะเธอได้หนีบน้องสาวที่แต่งตัวเป็น “แอล”จากหนังเรื่องเดียวกันมาร่วงานด้วย ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นของ เหมิงเหมิง แม้จะมองด้วยสายตากลัวๆเพราะการแต่งการที่น่ากลัวกว่าเก่า จะเขย่าขวัญมากน้อยขนาดไหน ไปติดตามกันกันดีกว่า

น้องสาวของ เหมิงเหมิง


ภาพจาก : https://udn.com

“มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ชวนช็อป “โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2017” ผลิตภัณฑ์พิเศษของนักออกแบบชั้นนำกับช่างฝีมือชนเผ่าดอยตุง

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อ “โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2017”   (DoiTung and Friends 2017) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อสืบสานและต่อยอดพระปณิธาน ปลูกป่า ปลูกคน ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเพื่อให้ผู้รักแฟชั่น ของแต่งบ้าน ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

 ในปีนี้ได้เปิดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พิเศษจากความร่วมมือของศิลปินและนักออกแบบชั้นนำ กับช่างฝีมือชนเผ่าของดอยตุง กว่า 50 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งล้วนแต่มีธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวในพื้นที่เป็นแรงบันดาลใจ อาทิ       กระเป๋าย่าม คอลเลกชั่นออริจินอล อิส ฟอร์เอเวอร์ (Original is Forever) ของ สมบัษร ถิระสาโรชกระเป๋าผ้า      ทอมือ ของ กุลวิทย์ เลาสุขศรีแจ็คเกต หมวก รองเท้า เดรสลำลองสไตล์คาฟตาน (Kaftan) และเสื้อคลุมซัมเมอร์ พีโค้ท (Summer Peacoat) ผ้าลินินผสมฝ้ายย้อมคราม คอลเลกชั่น KRAAM ของ จิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุลเจ้าของแบรนด์ SANSHAIIเสื้อ และหมวก พิมพ์ลาย ครอสติส คอลเลกชั่นแม่ฟ้าหลวง ของ ภูภวิศ กฤตพลนารา เจ้าของแบรนด์ ISSUE, เสื้อผ้าแฟชั่นสตรี (Ready to Wear) คอลเลกชั่นไวลด์ ออร์คิด (Wild Orchid) ของ                 มลลิกา เรืองกฤตยา และ ณัฎฐ์ มั่งคั่ง จากแบรนด์ KLOSETของใช้เซรามิก คอลเลกชั่นเหนือธรรมชาติ ของ  กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพของคนในโครงการพัฒนาดอยตุง และโครงการขยายผลอื่นๆ ของมูลนิธิต่อไป

 จับจองเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นพิเศษ ใน “โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2017” (DoiTung and Friends 2017) ได้ตั้งแต่วันอังคารที่ 7 – วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 น. – 22.00 น.     ณ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส ป็อป อัพ สโตร์ (DoiTung and Friends Pop Up Store) ชั้น ศูนย์การค้า       สยามพารากอนติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/DoiTungClub  

เก็บเงิน

ไม่มีคำว่าสายเกินไป! เริ่มเก็บเงินกันเถอะเจ้ามนุษย์เงินเดือน อย่ารอให้สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ

รู้นะสาวๆหลายคนถึงไม่ฟุ่มเฟือย แต่ก็เต็มที่กับสิ่งที่ชอบ ใช้จ่ายไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง รวมถึงการนำเอาเงินในอนาคตมาใช้ (บัตรเครดิต) ใครเป็นแบบนี้ มั่นใจได้เลยว่า ไม่มีเงินเก็บเงินออมแน่นอน ยิ่งถ้าเป็น “มนุษย์เงินเดือน” อย่างเราๆ แค่ขอให้ใช้จ่ายอย่าเกินเงินเดือนที่ได้รับก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว แล้วแบบนี้จะมีเงินเก็บเหมือนคนอื่นๆได้เมื่อไรล่ะ? แต่แพรวดอทคอมเชื่อว่าหากเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เลย ย่อมไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้น “ออมเงิน” “เก็บเงิน”

หากใครยังตั้งต้นไม่ได้ งั้นถือฤกษ์ประเดิมชัยกับวันออมแห่งชาติ 31 ตุลาคมปีนี้กันได้เลย โดยเฉพาะชาวมนุษย์เงินเดือนทุกท่าน หากไม่มีการจัดการกับรายได้ของตัวเองให้ดี เงินที่หามาได้ในแต่ละเดือนนั้นไม่พอใช้และไม่เหลือเก็บเหลือออม ดังนั้น มนุษย์เงินเดือนแต่ละคนนั้นต้องมีการบริหารเงินเพื่อให้มีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคตข้างหน้า  ซึ่งหลักในการออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่อาศัยหลัก “ออม-เปิด-ลงทุน” ที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนนั้นสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก

  1. “ออม” ก่อนใช้ หักไว้ทันที

เมื่อถึงสิ้นเดือน เงินเดือนที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงเข้าในบัญชี ให้รีบแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารอีกบัญชีทันที และส่วนที่เหลือนั้นค่อยนำมาแบ่งเป็นรายจ่ายต่างๆ เช่น รายจ่ายส่วนตัว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ รอสำรวจดูว่าเราน่าจะสามารถแบ่งหรือวางแผนที่จะออมเงินในแต่ละเดือนได้กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน เราอาจจะเริ่มต้นที่ 10% ก่อน ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี และค่อยขยับเป็น 20-30% ตามกำลังความสามารถ เพียงเริ่มแบ่งเงินออมก่อนใช้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับอนาคตในวันข้างหน้าแล้ว

  1. “เปิด” บัญชีเพื่อออม  บัญชีเพื่อใช้

จากหลักในการออมข้อที่ 1 เงินเดือนออก แบ่งเก็บออมก่อนใช้ เมื่อแบ่งเงินออมและเงินเพื่อใช้ออกตามกำลังของเราเรียบร้อยแล้วก็ให้เปิดบัญชี ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดระเบียบในการใช้เงินในบัญชี ซึ่งบัญชีแต่ละบัญชีนั้นก็จะมีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป

  • บัญชีเพื่อใช้ จะเป็นการแบ่งเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สามารถฝาก ถอน โอนเงิน จ่ายบิล ค่าใช้จ่าย ได้ตลอดเวลา
  • บัญชีเพื่อออม มองหาสถาบันการเงินที่ให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูง ไม่ซ่อนเงื่อนไข เปิดบัญชีเพื่อออมนี้ไว้ และอาจจะแบ่งบัญชีเพื่อออมนี้เป็นระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อเป็นการวางแผนการเงินในอนาคตของเราได้ดีขึ้น เช่น บัญชีออมระยะสั้น เป็นการออมเพื่อต้องการใช้เงินฉุกเฉิน เช่น ตกงาน เป็นต้น บัญชีออมระยะกลาง เพื่อออมเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น หรือเป็นการออมเพื่ออนาคตข้างหน้า เช่น การซื้อบ้าน คอนโด รถ เงินในบัญชีออมระยะกลางนั้นมากกว่าออมแบบระยะสั้นนั่นเอง บัญชีออมเงินระยะยาวนั้นถือว่าสำคัญมากๆ เป็นการวางแผนในการออมเงินว่าอีก 30-40 ข้างหน้า เพื่อวัยเกษียณจะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน จะได้มีเงินใช้จ่ายได้อย่างสบาย

แนะนำเพิ่มเติม ให้เปิดเป็นบัญชีของธนาคารเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อประหยัดค่าธรรมเนียมในการโอนเงินและสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก หากจำเป็นที่จะต้องไปติดต่อทำธุรกรรมกับทางธนาคาร

  1. ลงทุนให้งอกเงย

ต่อจากหลักการออมข้อที่ 2 เมื่อเปิดและแบ่งบัญชีเพื่อออมและเพื่อใช้เรียบร้อยแล้ว หลักของการลงทุนจะเข้ามา ควรศึกษาหรือมองหาวิธีที่จะทำให้เงินที่ออมนั้นงอกเงยเพิ่มดอกเพิ่มผล เช่น การลงทุนหุ้น หรือลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงน้อยและมีผลประโยชน์ที่น่าสนใจ เช่น มนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องมีเรื่องภาษี ซึ่งเราสามารถนำเงินออมนี้ไปใช้สิทธิ์ในเรื่องของการลดหย่อนภาษีในกองทุน LTF/RMF หรือแม้กระทั่งการซื้อประกันชีวิตในลักษณะของการออมเงินระยะยาวพร้อมให้ความคุ้มครอง เป็นต้น

การลงทุนทุกรูปแบบมีข้อดีข้อเสียในตัวเสมอ เราควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง และการเริ่มต้นการออมไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้น “ออม-เปิด-ลงทุน” ทุกคนก็ทำได้ ลองวางแผนให้ดี แล้วชีวิตจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ภาพ : Pexels
ขอบคุณเคล็ดลับทางการเงิน โดย TMB All Free

หมาก-คิม

ยากสุดคือหาผู้สนับสนุน อเล็กซ์ปลื้ม หมาก-คิมชวนพลังแฟนๆสนับสนุนงานสิ่งแวดล้อม

ถ้ารู้จักใช้ชื่อเสียงที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มากและสังคมย่อมเป็นสิ่งที่ดี.. เช่น อเล็กซ์ เรนเดลล์ ได้ขอบคุณ หมาก-คิม สำหรับแรงสนับสนุนที่ได้ชวนพลังแฟนคลับมาช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพะยูน สิ่งมีชีวิตให้ดำรงอยู่ต่อไป

หมาก-คิม

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการทำโปรเจ็กต์เพื่อพัฒนาเยาวชนและอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศเราไว้นั้น อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงและนักอนุรักษ์ได้เผยว่าคือ การหาผู้สนับสนุน เนื่องจากค่าย EEC Thailand ของเขาไม่ใช่กิจกรรมที่จะสามารถอธิบายได้โดยหนึ่งภาพถึงจะเข้าใจ และตัวอเล็กซ์เองเป็นคนลุยหาผู้สนับสนุนมาตลอด จึงรู้ดีว่ามันเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก กว่าจะได้เงินไม่กี่แสนมาพัฒนาเยาวชนและอนุรักษ์ทรัพยากร

โดยล่าสุด หมาก-คิมก็ขอมีส่วนร่วม ใช้ชื่อเสียงของตัวเองตอบแทนสังคม โดยได้จัดทำ Photobook บันทึกภาพที่แฟนคลับไม่เคยเห็นมาก่อนในคอนเซ็ปต์ Mark Kim in Phuket 2017 และเปิดให้แฟนๆได้มีส่วนร่วมจับจองเป็นเจ้าของ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคให้กับโครงการ Fighting Extinction: Save the Dugong ที่หนุ่มอเล็กซ์ดูแล โดยวัตถุประสงค์ของโฟโต้บุ๊กนี้หมากเผยว่า เพื่อดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์และปกป้องพะยูน รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในทะเล ซึ่งทั้งหมากและคิมเมื่อได้พลังทรัพย์และพลังใจจากแฟนๆมาแล้ว ทั้งคู่ก็ได้เดินทางไปที่ค่ายถึงจังหวัดกระบี่ เพื่อมอบทุนให้แก่อเล็กซ์ และร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆและอเล็กซ์ในค่าย ซึ่งแต่ละคนนั้นหลังจากได้ร่วมทำสิ่งดีๆนี้ก็ล้วนแฮ็ปปี้กันมาก

ส่วนทำไมถึงเป็นปกป้องพะยูน และเป็นจังหวัดกระบี่ มีสาเหตุ เพราะกระบี่เป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ของประเทศไทย และหญ้าทะเลเป็นอาหารสำคัญของพะยูน ซึ่งการจะดูแลไม่ให้พะยูนสูญพันธุ์ ก็ต้องหาทางดูแลปกป้องพื้นที่ที่เป็นบ้านของพะยูน จึงทำให้เกิดโปรเจ็กต์นี้ขึ้น เพื่อมอบความรู้ความเข้าใจแก่เยาวชน และการทำสิ่งนี้ก็จะเป็นทางช่วยให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรไปได้ในระยะยาว

เห็นคนรุ่นใหม่ผุดโปรเจ็กต์ดีๆเพื่อช่วยให้ทรัพยากรประเทศมีต่อไปแบบนี้ แพรวดอทคอมก็ขอเป็นส่วนช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ทำต่อไปนะจ๊ะ…

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @alexrendell @mark_prin @kimmy_kimberley

นาคีโกเจแปน รับรางวัลละครต่างประเทศยอดเยี่ยมที่ญี่ปุ่น

ฮ็อตข้ามน้ำข้ามทะเล ละครเรื่องนาคี ช่อง 3 คว้ารางวัล Special Award for Foreign Drama ในงาน International Drama Festival in Tokyo 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

นอกจากความนิยมที่มีอย่างล้นหลามในเมืองไทยแล้ว ละครเรื่อง นาคียังโด่งดังไปไกลถึงแดนปลาดิบอีกด้วย โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในงานประกาศรางวัลประจำปี International Drama Festival in Tokyo 2017 ละครนาคีของค่ายแอค-อาร์ต เจเนเรชั่น คว้ารางวัล Special Award for Foreign Drama (ละครต่างประเทศยอดเยี่ยม) สร้างความภาคภูมิใจให้กับนักแสดงและทีมงานเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นรางวัลแรกในต่างประเทศ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เลยนำทีม 2 นักแสดงนำ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และเคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ไปรับรางวัลด้วยตัวเองไกลถึงประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว


ภาพจาก : Tokyo Drama Award

พระองค์ที เสด็จส่วนพระองค์ ทอดพระเนตรริ้วขบวนสุดท้าย

เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม 2560 ) ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้มีการจัดริ้วขบวนี่ 6 อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศวรวิหาร นั้น พระองค์ที (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ) ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อร่วมชมริ้วขบวนด้วย

ทั้งนี้ในเพจ Facebook : ชมรมคนรักในหลวง พระองค์ทีทรงอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายภายในร้าน แพท คาเฟ่ โบราณ ท่ามกลางประชาชนที่มารอรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมวงศานุวงษ์ตลอดเส้นทางเสด็จ โดยพระองค์ทีได้โบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่มาร่วมชมริ้วขบวนอย่างเป็นกันเอง

ภาพ : เพจ Facebook : ชมรมคนรักในหลวง

ซูมชีวิตพระเอก คิมซูฮยอน เป็นทหารรับใช้ชาติ

เผยภาพชีวิตประจำวันในกรมทหารของพระเอกค่าตัวแพงที่สุดในเกาหลี คิมซูฮยอน

หลังจากเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 60 พระเอกคิมซูฮยอน นักแสดงหนุ่มสัญชาติเกาหลีใต้ ที่มีค่าตัวแพงที่สุดประมาณ 83,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ตอน เขาเป็นที่รู้จักไปทั่วเอเชียจากซีรี่ส์ You Who Came from the Stars หรือชื่อภาษาไทย ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว ได้เข้ารายงานตัวอย่างเงียบๆเพื่อเป็นทหารที่เมืองพาจู จังหวัดคยองกี ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา สังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพการใช้ชีวิตในรั้วทหารของนักแสดงหนุ่มร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆได้เป็นอย่างดีในระหว่างฝึก

อย่างไรก็ตาม คิมซูฮยอนจะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และประจำการรวม 21 เดือน และมีกำหนดปลดประจำการในวันที่ 22 กรกฎาคม 2019

 


ภาพจาก : soohyun_k216

‘อย่าเพิ่งคิดตุตะว่าเขาชอบ ยังแค่ 50 : 50’ เช็คเลย ดวงวันที่ 30 ตุลาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  หากท่านกำลังคิดจะขยับขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม ความรื่นรมย์ ไปในสถานที่ที่แปลกใหม่ หรือต่างประเทศ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นใหม่ การเดินทาง เช่น เรียนต่อ ซื้อรถ อย่าเพิ่งคาดหวังมาก ยังไม่เต็มร้อย

การเงิน : ระวังเสียรู้หรือถูกหลอกจากคนที่พูดเพราะๆ

ความรัก : วันนี้ความรักความสัมพันธ์เหมือนจะดี แต่ท่านยังโมโหง่ายกับเรื่องไร้สาระจึงทำให้ไม่ค่อยมีความสุขกันเท่าที่ควร คนโสด อย่าเพิ่งตกลงปลงใจกับรักที่เข้ามา เพราะเขายังรู้สึกกับท่านแค่ 50 : 50

สุขภาพ :  ระวังระบบหมุนเวียนเลือดไม่ค่อยดี ระบบย่อยอาหารมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านถูกมอบหมายให้กอบกู้ธุรกิจของครอบครัวซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่ อาจเป็นอิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ต หรือเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ท่านจึงอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ควรเตรียมงานให้ดีและขอคำปรึกษาจากผู้รู้หรือมีประสบการณ์ก่อนลงมือทำงาน

การเงิน  : อาจต้องแบกรับภาระหนี้สินแทนคนอื่น

ความรัก :  วันนี้พวกท่านคงต้องจับมือช่วยกันกอบกู้ธุรกิจของที่บ้านแล้วละ จะช่วยให้จากหนักกลายเป็นเบา  คนโสด กำลังอยู่ในช่วงรักเลยทีเดียว รักจริงหวังแต่งเสียด้วย

สุขภาพ : ระวังโรคที่เป็นผลมาจากภูมิต้านทานบกพร่อง เลือด และน้ำเหลืองไม่ดี

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  วันนี้ท่านยังคงอยู่ไม่ติดที่ ต้องเดินทางไปติดต่อประสานงาน อาจไปไกลถึงต่างประเทศ แต่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ มีปัญหาตลอดเวลา อาจถูกใส่ร้ายจนสูญเสียความมั่นใจ จนไม่กล้าตัดสินใจใดๆ เลย ควรหาบริวารที่รู้ใจไว้เป็นเพื่อนคู่คิด

การเงิน :  อาจต้องเสียเงินเลี้ยงบริวาร เพื่อเสริมบารมีให้ตัวเอง

ความรัก :  วันนี้ชีวิตรักเริ่มเบื่อหน่าย แต่ท่านจำต้องอยู่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ควรหาเวลาไปเที่ยวกันบ้างจะได้ไม่เบื่อไปกว่านี้ คนโสด รอคอยคนที่ถูกใจเท่านั้น

สุขภาพ :  ควรทำความสะอาดเสื้อผ้า ห้องนอน อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จะได้ไม่เป็นภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านอาจต้องลาออกจากงานประจำ เพื่อไปบุกเบิกงานด้านที่ดิน การก่อสร้างอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัย ก็จะประสบความสำเร็จด้วยดี แต่เผื่อใจไว้นิด เพราะบางทีความเชื่อมั่นในตัวสูงมากจะทำให้ตัดสินใจเลือกผิดได้

การเงิน : หลีกเลี่ยงการรับสินบน เพราะจะทำให้การงานมัวหมอง

ความรัก : วันนี้อาจได้ยินข่าวของคู่ท่านแปลกๆ ก็อย่าสนใจ เพราะหากสนใจแล้ว พวกท่านก็จะตกเป็นเหยื่อของเขาทันที คนโสด ผู้หญิงใจหนักแน่นมาก หากใครคิดจะจีบต้องสู้กันสักตั้ง

สุขภาพ : ระวังตัวตั้งแต่สายตา หัวใจ และปวดหลัง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  ท่านจะได้ริเริ่มงานใหม่ที่ต้องใช้ทักษะความสามารถค่อนข้างสูง อาจเป็นครูบาอาจารย์ หรือสื่อสารมวลชน แต่ก็เหน็ดเหนื่อยไม่น้อยกว่าจะบรรลุถึงเป้าหมาย

การเงิน :  ควรลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา หรืออสังหาริมทรัพย์

ความรัก : วันนี้ท่านอาจอยากปลีกวิเวกทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อนำมาใช้สำหรับการใช้ชีวิตคู่ในอนาคต คนโสด มีโอกาสพบรักกับคนต่างชาติ ต้องคบดูใจกันนานๆ เพราะเป็นพวกเจ้าชู้ไก่แจ้

สุขภาพ : อย่ากลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : ท่านยังอยู่กับเรื่องของบริวาร ซึ่งอาจสร้างปัญหาให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะยังคงให้ทำงานต่อหรือจะเชิญออก

การเงิน :  แปรปรวนสูง แต่ท่านสามารถหาเงินได้จากหลายช่องทาง

ความรัก :  วันนี้ท่านอาจต้องตัดสินใจให้ดีระหว่างการมีทายาท หรือเริ่มต้นทำธุรกิจกับคู่หรือกับครอบครัวซึ่งจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและมั่นคง ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน คนโสด ช่างเลือกค่ะ แต่ท่านจะตายกับคำหวาน ซึ่งฉาบฉวยมาก

สุขภาพ  :  ระวังหน้ามืด อ่อนเพลีย มีสาเหตุจากเลือดจาง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านมีความเป็นผู้นำสูง กล้าคิดกล้าทำ โดยเฉพาะงานที่มีกฎเกณฑ์ตายตัว มีระบบระเบียบชัดเจนจะทำได้ดี แต่ควรลดโทสะและโมหะจริตลงบ้าง เพราะจะเป็นตัวปิดกั้นปัญญาและความสำเร็จ

การเงิน : ระวังจะเสียรู้ หรือถูกหลอกเป็นเงินก้อนโตทีเดียว ทำให้หมุนเงินติดขัด

ความรัก : วันนี้ท่านอยู่กันอย่างตึงเป๊ะ มีกฎเกณฑ์เงื่อนไขมากมาย แต่ก็แลกกับการได้อยู่อย่างสุขสบาย คนโสด มีเสน่ห์ มีโอกาสปิ๊งปั๊งกับคนต่างชาติในที่ทำงานได้

สุขภาพ : เครียด เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด ควรหาเวลาปลีกวิเวก หรือปฏิบัติธรรมบ้าง

 

ขาดแรงจูงใจทำงาน

5 วิธีแก้ปัญหา ขี้หงุดหงิด สมองไม่โล่ง ขาดแรงจูงใจทำงาน ไม่อยากลุกจากที่นอน

เรารู้คุณก็เป็น!! หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียง่ายอยู่ตลอดเวลา รู้สึกปวดตามข้อต่อต่างๆ ของร่างกายอยู่บ่อยๆ หรือในบางครั้งก็พบว่าความต้องการทางเพศที่เคยมีนั้นลดน้อยลงไปกว่าแต่ก่อน และคุณก็ยังคงรู้สึกว่าร่างกายของคุณนั้นไม่เป็นปกติถึงแม้ว่าแพทย์จะบอกว่าร่างกายของคุณนั้นแข็งแรงดีอยู่ก็ตาม

อาการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจเป็นอาการทางด้านสุขภาพที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังที่มีสาเหตุมาจากการขาดสมดุลต่างๆในร่างกาย ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงนั้นสามารถเกิดจากหลากหลายสาเหตุ อาทิ การขาดสมดุลของฮอร์โมน ภูมิแพ้อาหารแฝง ตลอดจนอุปนิสัยการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพที่สามารถก่อให้เกิดการสะสมสารพิษในลำไส้และนำไปสู่โรคต่างๆ โดยสาเหตุของอาการเหล่านี้อาจไม่สามารถตรวจพบได้โดยวิธีการวิเคราะห์ทั่วไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า “อันที่จริงแล้วปัญหาเหล่านี้มีหนทางแก้ไขได้ไม่ยากนัก หากรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการนั้นๆ”

1. คืนชีวิตชีวาให้กับร่างกายเริ่มที่สาเหตุของปัญหา

เคยรู้สึกไม่อยากลุกจากที่นอนบ้างไหม? รู้สึกหงุดหงิดระหว่างวัน สมองไม่โล่ง ขาดแรงจูงใจในการทำงานหรือออกกำลังกายในระหว่างวัน? ความเมื่อยล้าหรืออาการขาดเรี่ยวแรงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ยากในการแก้ไข แต่ที่จริงแล้วไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การสะสมของสารพิษในกระแสเลือดและระบบการย่อยอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้แต่กระทั่งภาวะซึมเศร้าและความเครียดต่างๆ ก็สามารถเป็นสาเหตุของความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้

แนวทางรักษาต้นเหตุของปัญหาไม่ใช่แค่อาการเท่านั้น โดยการวิเคราะห์ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต การแพ้อาหาร ระดับฮอร์โมนในร่างกาย การรับประทานอาหาร และระบบย่อยอาหารของคนไข้ โดยแพทย์จะนำผลการตรวจของแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ และแนะนำเกี่ยวกับการบำบัดด้วยฮอร์โมน (สำหรับผู้ที่มีความไม่สมดุลของฮอร์โมนหรือฮอร์โมนไม่เพียงพอ) จัดอาหารเสริมให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล ตลอดจนให้คำแนะนำในการควบคุมการแพ้อาหาร การปรับวิถีการดำเนินชีวิตและการออกกำลังกายในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

2. นอนหลับดีขึ้น คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น

เทคโนโลยีและการสื่อสารที่ทันสมัยในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงและไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้หลายคนคุ้นชินกับสื่อต่างๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดเสียไม่ได้ จนทำให้เราเกิดความเครียดได้อย่างไม่รู้ตัว หลายคนเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งนอนหลับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการนอนไม่หลับและพักผ่อนไม่เพียงพอที่คนส่วนใหญ่มักต้องเผชิญอย่างไม่ทันรับมือ

คนที่มีอาการนอนไม่หลับมักประสบความเมื่อยล้าหงุดหงิดและไม่สบายใจ โดยหลายคนอาจแก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับซึ่งเป็นวิธีแก้ไขได้เพียงในระยะสั้นเท่านั้น และอาจนำไปสู่การเสพติดยานอนหลับได้ในที่สุด อันที่จริงแล้วการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง การวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการนอนไม่หลับนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุด โดยอาจเริ่มจากวิเคราะห์สาเหตุหลักของอาการนอนไม่หลับต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิถีการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร ความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย หรือแม้แต่กระทั่งการขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปัญหาการนอนไม่นั้นหลับนั้นอาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งในกรณีนี้อาจต้องมีการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน และต้องมีการปรับวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อการลดความเครียดต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อส่งเสริมการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ปรึกษาแพทย์เพื่อคืนความสุขให้ชีวิตรักอีกครั้ง

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาในเรื่องของความต้องการทางเพศที่ลดลง แต่น้อยคนนักที่จะยอมรับและปรึกษาแพทย์เพื่อหาหนทางแก้ไข

แม้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ลดลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความชรา แต่ก็อาจมีสาเหตุเนื่องมาจากความเครียด ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และการไหลเวียนโลหิตที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากคุณมีปัญหาเหล่านี้ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะประสบปัญหาความต้องการทางเพศที่ลดลงด้วยเช่นกัน ซึ่งการใช้ยากระตุ้นต่างๆ อาจเป็นเพียงวิธีแก้ปัญหาอาการทางเพศได้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่สามารถฟื้นฟูอาการทางเพศเหล่านี้ได้ โดยการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เหมาะสม และการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนต่างๆ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับชีวิตรักอีกครั้ง

4. ดีท็อกซ์เพื่อสุขภาพ

ทุกวันเราสัมผัสกับสารพิษที่เป็นอันตรายมากมาย เช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารกำจัดศัตรูพืช และอีกมากมายอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ สารปนเปื้อนจากอาหาร น้ำ และสภาพแวดล้อมเหล่านั้นจะค่อยๆ สะสมเข้าไปในกระแสเลือด เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆของเรา และถึงแม้ว่าร่างกายจะสามารถกำจัดสารพิษได้บ้าง แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีภาวะมลพิษสูงนั้นปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สารพิษสามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันที่ดีของร่างกาย ตลอดจนระบบย่อยอาหาร หรือแม้แต่กระทั่งสมองของเราได้ อีกทั้งสารพิษยังสามารถก่อให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ในรูปแบบของการแพ้ ผื่น ปวดหัว และความเมื่อยล้าต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะความจำเสื่อม ความผิดปกติทางสมอง (โดยเฉพาะในเด็ก) หรือแม้แต่กระทั่งโรคมะเร็งได้

โดยทั่วไปแล้วการแพทย์แผนปัจจุบันนั้นจะไม่ได้มีการวิเคราะห์ลึกถึงระดับปริมาณสารพิษในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่มาของปัญหาสุขภาพที่ยากต่อการวินิฉัย การแพทย์แบบองค์รวม จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยวิเคราะห์และรักษาถึงต้นเหตุแห่งปัญหาสุขภาพที่แท้จริง ในการวิเคราะห์สารพิษในร่างกายโดยละเอียดด้วยเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และนำผลการทดสอบของแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์ และแนะนำวิธีการบำบัดล้างสารพิษที่เหมาะสำหรับคนไข้แต่ละบุคคล

5. เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อร่างกายที่แข็งแรง

ระบบภูมิคุ้มกันนั้นเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ ที่ทำให้เราไม่สบายและนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บได้ การที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงย่อมเป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ดังนั้น การวางแผนใช้ชีวิตให้เหมาะสม เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้ของปัญหา นอนหลับอย่างเพียงพอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและทำการบำบัดที่เหมาะสมจึงเป็นแนวทางนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ภาพ : Pexels

โทมนัสอย่างไร แต่ยังอบอุ่นเสมอ รวมภาพประทับใจในหลวงร. ๑๐ และพระบรมวงศานุวงศ์จากงานพระราชพิธีฯ วันสุดท้าย

จบสิ้นลงไปแล้วสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพิธีสุดท้ายของวันนี้ (29 ตุลาคม 2560) คือการเคลื่อนของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 6 เป็นการอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร ประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถือพระผอบพระบรมราชสรีรางคารขึ้นรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อบรรจุพระผอบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

ตลอดงานพระราชพิธีฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมเป็นต้นมา ขัตติยมานะ ของเจ้านายทุกพระองค์ถูกเก็บซ่อน ไม่เปิดเผยให้ประชาชนเห็นถึงความอ่อนแอ แต่ในบรรยากาศอันโศกเศร้า เราก็ได้เห็นความอบอุ่นของราชวงศ์จักรีอยู่เรื่อยมา อย่าง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จ พระองค์จะทรงรอพระเชษฐภคินี และ พระขนิษฐภคินีอยู่เสมอ หรือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงประคองเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งทุกอย่างที่เราได้เห็นทำให้สามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจริงๆ

ก่อนงานพระราชพิธีฯ ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (29 ตุลาคม 2560) จะจบลง ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์จะเสด็จกลับ ก็ทรงพูดคุยกันเล็กน้อย แต่กลับเป็นภาพแห่งความประทับใจที่ชาวไทยได้เห็นแล้วก็รู้สึกปลื้มยิ่งนัก

แม้ว่าตอนนี้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะได้จากพวกเราชาวไทยไปแล้ว แต่คำสอนของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ยังคงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้เราชาวไทยได้อุ่นใจไปอีกแสนนาน

 

สิ้นขบวนสุดท้าย เสด็จสู่สวรรคาลัย ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ร่วมพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนสุดท้าย ทรงอัญเชิญพระผอบ พระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่9 บรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ วัดบวรนิเวศวิหาร

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 60 เวลา 17.30 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรีไปบรรจุ ณ ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยมีขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 ซึ่งพันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ องค์ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ทรงม้านำขบวนอย่างสมพระเกียรติ

    

โดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ใช้เส้นทางออกประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาเข้าถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเทียบที่เกยหน้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้นออกจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลี้ยวขวาถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานช้างโรงสีไปตามถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ข้ามสะพานผ่านพิภพลีลา ไปตามถนนราชดำเนินกลาง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ ไปเทียบหน้าประตูวัดบวรนิเวศวิหาร

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนสุดท้ายของพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คือการบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์ โดยเมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ถึงวัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายอดิเรกแล้วทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ทรงวางพวงมาลา ทรงจุด ธูป เทียน เครื่องทองน้อยชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตร กลองชนะ ทหารกองเกียรติยศ บรรเลงเพ ลงสรรเสริญพระบารมีเสด็จพระราชดําเนินกลับเป็นการเสร็จสิ้น

20 ชุดเจ้าสาว เปิดไหล่ข้างเดียว

ผู้หญิงมีหลายอารมณ์ หลายแบบ หลายสไตล์นะคะ ยิ่งถ้าจะหาชุดเจ้าสาวมาเติมเต็มความเป็นหญิงในวันสำคัญแล้วละก็ มีชุดสวยๆ ให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เกาะอก สายเดี่ยว โชว์หลัง กระโปรงยาว และอื่นๆ อีกมากมาย แต่วันนี้เราขอนำเสนอชุดเจ้าสาวแบบเปิดไหล่ข้างเดียวหรือเปิดไหล่เฉียงให้กับคุณว่าที่ทั้งหลาย เพราะลุคนี้มีความดีงามซ่อนอยู่แบบที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ถ้าคุณคือเจ้าสาวแนวหวาน อยากได้ความหรูหราเรียบโก้แบบไฮโซ ชุดแบบนี้ช่วยคุณได้เยอะ ส่วนถ้าคุณเป็นสาวเรียบๆ ที่อยากเปิดอีกด้านของตัวเอง ชุดเปิดไหล่อาจสร้างความเซ็กซี่อย่างที่คนข้างๆ ที่เคยรู้มาก่อน ถ้าพร้อมจะเปิดไหล่โชว์อวดผิวเนียนแล้วละก็ มาพบกับ 20 ชุดแต่งงานเปิดไหล่ทั้ง 20 แบบกันได้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ 20 ชุดที่เราเลือกมาให้คุณๆ ว่าที่ทั้งหลายได้เลือกชมกัน สวย เก๋ มีสไตล์ใช่มั้ยละค่ะ

เรื่อง : ณัฐมล

ภาพ : Pinterest

ความโทมนัส ในพระราชหฤทัยแลพระทัย ใครเล่าจะรู้หรือเข้าใจได้ทั้งหมด

ความโทมนัส ใดเล่าจะสาหัสยิ่งใหญ่เท่าทุกข์จากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทว่าสังขารมีความเสื่อมฉันใด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นธรรมดาโลกฉันนั้น

และแม้ผู้คนจะรู้ถึงสัจธรรมความจริงข้อนี้ ก็ยังยากเหลือเกินที่จะหักห้ามความเศร้าโศกไม่ให้เกิด โดยเฉพาะห้วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา นับจากวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งหากเราสามารถแปรความเสียใจเป็นมวลสารหนึ่งก้อน น้ำหนักความเสียใจของลูกหลานไทยครั้งนี้ก็ช่างหนักอึ้งจนเกินบรรยาย

คำถามคือ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้หรือเข้าใจถึงน้ำหนักแห่ง ความโทมนัส ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงต้องเผชิญอยู่

หลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า… ขัตติยมานะ ทำให้เจ้านายพระองค์นั้นพระองค์นี้ต้องทรงความเข้มแข็ง ต้องไม่ทรงเผยความอ่อนแอให้ประชาชนเห็น ทว่าในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งผ่านพ้นไปแล้วทุกกระบวนการขั้นตอนอย่างสง่างาม สมพระเกียรติสูงสุด แต่ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อาดูรของประชาชนที่อยู่ในพระราชพิธีฯพระผู้เสด็จสวรรคาลัย สิ่งที่เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดสดด้วยระบบ HD โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รวมกับการที่โลกขับเคลื่อนด้วยสื่อโซเชียล ก็ทำให้พสกนิกรที่ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอยู่หน้าจอทีวีหรือช่องทางออนไลน์ได้เห็นถึงแววพระเนตรทุกข์ตรม และสีพระพักตร์โศกศัลย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560

 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และคุณพลอยไพลิน เจนเซ่น ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ วันที่ 26 ตุลาคม 2560

เพราะนับจากวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ไทยต้องสูญเสีย ‘พ่อแห่งแผ่นดิน‘ วันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ก็ต้องทรงสูญเสีย ‘ทูลกระหม่อมพ่อ ทูลกระหม่อมปู่ หรือทูลกระหม่อมตา’ เช่นกัน

เทียบกับยามที่เราอ่านพบว่า ในหลวงรัชกาลทื่ ๙ เคยทรงเปล่งสัจจะวาจาไว้ว่า “ไม่ต้องจำว่าฉันคือใคร แต่จำว่าฉันทำอะไรก็พอ” แล้วทำให้หลายคนต้องตั้งสัตย์อธิษฐานว่าจะขอจดจำพระองค์ตราบจนชีพวาย และหากเป็นไปได้ก็ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

แล้วกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ที่นอกจากดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้านายแห่งราชจักรีวงศ์แล้ว ทุกพระองค์ยังเป็น ‘ลูกและหลาน’ ของผู้นำครอบครัวผู้ประเสริฐยิ่ง พระเมตตาที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระราชทานให้กับพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ เชื่อได้ว่ามีความ ‘อุ่นอก’ ไม่แพ้ความอบอุ่นในครอบครัวไหนๆ

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ยังทรงเป็นเจ้านายเล็กๆ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ดังที่ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานสัมภาษณ์ไว้ในหนังสือเทิดพระเกียรติในหลวงของเรา ว่า

“…ทูลกระหม่อมพ่อจะพระราชทานคำแนะนำในทุกด้านที่ไปทูลถาม เพราะทรงทราบทุกเรื่อง นอกจากนั้นยังทรงสนับสนุนในการค้นคว้าหาความรู้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือทรงสนับสนุนให้ใช้ความคิดในทุกด้าน

“…ไม่เคยทรงเบื่อที่จะฟังการออกความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ จะทรงช่วยวิจารณ์ความคิดนั้นๆ และพระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมด้วย…

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

หรือที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเล่าแก่ผู้ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรเพื่อทรงติดตามการดำเนินงานของหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่โรงเรียนปากพลีวิทยาคาร นครนายก ว่า

“…จริงๆ แล้วพวกเราเนี่ย ได้พระโยชน์จากพ่อแม่ โดยเฉพาะข้าพเจ้าได้ประโยชน์จากทั้งพ่อและแม่มาก พระเจ้าอยู่หัวท่านเป็นพ่อที่ดีเหลือเกิน ไม่มีขาดตกบกพร่องตรงไหนเลย ตั้งแต่การให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูก ให้วิชากับลูก สอนการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง สอนให้ทำประโยชน์ในสังคม จริงๆ แล้วข้าพเจ้าว่าพูดไปจนรุ่งเช้าก็ยังไม่จบเลยเรื่องความดีของท่าน…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ขณะที่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ก็เคยประทานสัมภาษณ์ในรายการ ‘โต๊ะข่าวบันเทิง’ ถึงทูลกระหม่อมพ่อ ความตอนหนึ่งว่า

“…เมื่อตอนยังเด็ก หากรู้สึกเกลียดใคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงสอนให้ลองคิดว่าคนเราไม่ได้มีเพียงด้านดีเท่านั้น และไม่มีใครที่มีเพียงด้านร้ายเท่านั้น เราจึงควรเปิดใจยอมรับ และนำความดีในความไม่ดี หรือด้านขาวในด้านดำ มามองใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังไม่ควรอิจฉากัน แต่ควรมองดูคนที่เก่งกว่าเพื่อนำแบบอย่างของเขามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง เพราะคนที่มองโลกแคบๆ ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จ…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

และล่าสุด พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ก็ทรงมีพระเมตตาประทานสัมภาษณ์แก่นิตยสารแพรว ฉบับวันที่ 25 พ.ย. 2560 ความตอนหนึ่งว่า

“…พระองค์ท่านโปรดทอดพระเนตรรายการต่างๆ เช่น การ์ตูน กีฬา เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค ทอดพระเนตรแล้วก็โปรดมาแชร์ให้ลูกๆ หลานๆ ฟังว่า เอ้อ… อันนี้เป็นอย่างนี้ อันนี้ตลกดีนะ แต่จำได้เสมอว่าพระองค์ท่านโปรดรายการหนึ่งมาก เป็นของช่องฝรั่งเศส ซึ่งทอดพระเนตรทุกเย็น เป็นรายการตอบคำถามฝรั่งเศสที่ยากมาก แต่พระองค์ท่านจะเป็นองค์ที่ตอบไวกว่าในทุกๆ ครั้ง เราก็ฮู้… พระองค์ท่านเก่งมาก…”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อม ‘สมเด็จย่า’ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และคุณพุ่ม เจนเซ่น

เพราะฉะนั้นความทุกข์ในพระราชหฤทัยและพระทัยของทุกพระองค์ที่ต้องสูญเสียพระผู้ทรงเป็นที่รักจึงยิ่งต้องหนักอึ้งทบทวี

แต่หากข้อความที่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์บนไอจีส่วนพระองค์สามารถถือเป็นตัวแทนความรู้สึกของพระบรมวงศ์ทุกพระองค์แล้วไซร์

“กราบพระบาททูลลาน้ำตาไหล แม้เสียใจสุดจะกล่าวสุดเล่าขาน ต้องเข้มแข็งรวมใจกันทุกวันวาร ตราบเท่านานพ่ออยู่ในหัวใจเรา เดินกันไปข้างหน้าสู่อนาคต ลูกจะจดจำรับสั่งไม่นั่งเหงา เปิดใจกว้างเขาคิดอะไรอย่าไม่เอา เพราะรู้เขาเราก็รู้สู้ด้วยกัน❤️ #กราบพระบาทน้อมถวายบังคมลา #ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #พ่อของพวกเรายังอยู่ในใจเราตลอดกาล #26ตุลาคม2560”

ปวงราษฎร์ทุกหมู่เหล่าคงคลายใจ คลายกังวลลงได้

 

ที่มาภาพ : FB/H.R.H. Princess Sirivannavari Nariratana , IG@nichax , โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย , www.kingrama9.net/PhotoGallery , นิตยสาร LIFE และทีมภาพอมรินทร์