หุ่นนี้ได้แต่ใดมา ไอซ์-อภิษฎา ใส่บิกินี่อวดบอดี้สุดแซ่บ กว่าจะได้แบบนี้ต้องเริ่มจากรักก่อน

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่า ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา เป็นสาวป๊อบและเป็นขวัญใจทั้งในกลุ่มหนุ่มๆ และสาวๆ ยิ่งได้มาเห็นมุมโก๊ะ ตลก ปล่อยมุกฮาประชันคณะกรรมการคนอื่นในรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ยิ่งทำให้ได้เห็นเสน่ห์โปรยปรายของเธอ รวมถึงชุดที่ใส่มาแต่ละชุดก็ทำให้สาวๆ ถึงกับตาร้อนว่า หุ่นจะดีอะไรขนาดนี้คะเนี่ย!!!

งานฮ็อต งานรุมต่อเนื่องจริงๆ สำหรับ ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ที่เห็นหน้าใสอ่อนเยาว์ หุ่นเป๊ะขนาดนี้แต่อายุ 32 ปีแล้วนะ ซึ่งตอนนี้หลายคนก็น่าจะได้เห็นหน้าสาวไอซ์หลายที่ หลายรายการทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีรีส์ Club Friday Celeb’s Stories ตอนแย่งชิง ทางช่อง GMM25 รับบทเป็น เมียว ที่คอยปะทะฝีปากกับ นุ่น-วรนุช ประจำ รวมถึงยังเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการ Battle TV สถานีแข่งไลฟ์ ห้อง B Beauty เรียกว่า ความสามารถ ความเอ็นเตอร์เทนครบเครื่อง

แต่ที่โดดเด่นจนถ้านึกถึงสาวไอซ์แล้วต้องมีเรื่องนี้ต่อท้ายเลยก็คือ ความหุ่นดี หุ่นเป๊ะ หุ่นแซบ ที่ไม่ว่าจะใส่ชุดอะไร โดยเฉพาะชุดที่แนบเรือนร่างให้เห็นสัดส่วนชัดเจนนั้นล้วนสวยมาก (ก.ไก่ล้านตัว) โดยล่าสุดแท็คมือ เอมมี่-มรกต, แซมมี่ เคาวเวลล์ ใส่บิกินี่อวดหุ่นที่หัวหิน ยิ่งทำเอาบรรยากาศร้อนไปเลย แต่ทั้งนี้กว่าจะได้หุ่นแบบนี้มา แม้สาวไอซ์จะชอบกินตามใจปากอยู่บ้าง แต่ก็เพราะความมีวินัย และรักที่จะมีสุขภาพที่ดี เพราะเมื่อเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด สิ่งแรกที่สาวไอซ์ทำเลยคือ ออกกำลังกาย และต้องออกให้ถูกวิธี ก็จะได้รักษาหุ่นดีๆ แบบนี้ไปได้นานๆ นั่นเอง

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @apitsada

ความสุขล้นทะลัก เก็บตกโมเมนต์ เป๊ก – โอ๊ต ร่วมงานอีเว้นท์ เสิร์ฟความฟิน เรียกเสียงฮา

หวีดแรงงง ฟินห้างแตก เสียงกรี๊ดสนั่นเลยทีเดียว เมื่อกองทัพนุชยกกันมาให้กำลังใจพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของโออิชิ อย่าง หนุ่มเป๊ก – ผลิตโชค นักร้องสุดฮ็อต ที่ตอนนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าของหนุ่มเป๊กปักหลักอยู่ทั่วบ้าน ทั่วเมือง และสำหรับงานอีเว้นท์ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวาน (14 พ.ย. 2560) เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความอบอุ่น รวมไปถึงเสียงฮา เสียงกรี๊ดดังตลอดทั้งงานจริงๆ เพราะนอกจากหนุ่มเป๊กแล้ว ยังมีนักร้องอารมณ์ดี โอ๊ต – ปราโมทย์ ปาทาน มาร่วมสร้างสีสัน อีกทั้งพิธีกรคู่ฮา ดีเจนุ้ย และซาร่า AF ก็มาด้วย แน่นอนว่าไม่ต้องห่วง เพราะการรับส่งมุกกระจาย สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากบรรดาแฟนคลับและสื่อมวลชนไปตามๆ กัน

ท่ามินิฮาร์ทประจำตัว

 

มินิฮาร์ทเวอร์ชั่นเม้มปาก คิ้วต์ๆ

แพรวดอทคอมเองก็มีโอกาสได้เข้าร่วมงานอีเว้นท์ในครั้งนี้ด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาเล่าสู่กันฟังถึงโมเมนต์สุดพิเศษภายในงานที่ทางเราสัมผัสได้ ฮาๆ ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักของแฟนคลับ กิจกรรมสุดฟินที่นุชผู้โชคดีได้ทำร่วมกับหนุ่มเป๊ก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เห็นแล้วสะดุดความรู้สึก ก็จะนำมาฝากแฟนๆ ที่ไม่ได้ไปร่วมงาน ส่วนใครที่ไปร่วมงานเมื่อวาน ก็มายิ้มไปด้วยกันอีกครั้งนะจ๊ะ

เริ่มงานด้วยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์อย่างยิ่งใหญ่ ทุกคนมาในคอนเซ็ปต์ของฤดูหนาว เสื้อผ้ามีความเข้ากับแคมเปญที่จะพาแฟนๆ บินไปเที่ยวฟินๆ กับหนุ่มเป๊กถึงฮอกไกโด

เฮียออกมาแล้วววว

1

หนาวจนต้องกอด ซาร่ามีความฟิน แต่ดีเจนุ้ยคือยังไงคะ ฮาๆๆ

ต่อไป เรามาลุยโมเมนต์น่ารักๆ กันเลย ไม่เรียงตามลำดับเหตุการณ์นะ เพราะเรียงตามที่จำได้ (แบบนี้ก็ได้เหรอ ฮาๆ)

1. เมื่อนักร้องต้องเป็นไกด์

อย่างที่เหล่านุชเชสทราบกันดีว่า การเดินทางไปฮอกไกโดกับหนุ่มเป๊กว่าฟินแล้ว งานนี้หนุ่มเป๊กยังพูดบนเวทีอีกว่าจะเป็นไกด์พานุชที่ไม่นก อิๆ ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง มีการบรรยายว่าถ้าหากได้ไปด้วยกันจะเป็นยังไง ไปเที่ยวกัน กินข้าวกัน เดินบนธารน้ำแข็งแล้วจับมือกัน แต่ละประโยคทำเอานุชละลายและมโนไปถึงฮอกไกโดแล้ว ฮาๆ

ไกด์สู้ตายงับ ไม่มีหลงทาง มีแต่จะหลงรัก ฮิ้วววว

 

นุช…เฮียหนาวววว

 

2. เพื่อน (แซ็วเพราะ) รัก

สำหรับกิจกรรมพิเศษที่จะบินไปเที่ยวด้วยกัน หนุ่มโอ๊ต – ปราโมทย์ ก็กระโดดเข้าร่วมทริปด้วย ทำเอานุชทั้งหลาย อ้าแขนรับแทบไม่ทัน เพราะหนุ่มโอ๊ตกับแก๊งนุชมีความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด ฮาๆ และด้วยความสนิทของหนุ่มเป๊กและหนุ่มโอ๊ตยังคงเหนียวแน่น ทั้งคู่เลยแสดงความรัก ความห่วงใยกันบนเวที

ภาพที่สะท้อนถึงมิตรภาพอันงดงาม ฮาๆ

เริ่มด้วยหนุ่มเป๊ก กิจกรรมที่แพลนจะมีการเดินเล่นบนธารน้ำแข็ง หนุ่มเป๊กก็พูดด้วยความห่วงใยว่า ระวังโอ๊ต – ปราโมทย์ ไว้นะครับ เพราะเวลาเดินบนธารน้ำแข็ง น้ำแข็งอาจจะยุบ ฮาๆๆ ร้ายยยย

ส่วนหนุ่มโอ๊ตยังคงเอาใจนุชอย่างต่อเนื่อง บอกว่าการเดินทางครั้งนี้ของตัวเองนั้น ทำเพื่อจะเอาภาพหล่อๆ ของหนุ่มเป๊กมาให้นุชไปทำเป็นปฏิทิน ฮาๆ นอกจากนั้นยังย้ำความฟินให้นุชคิดภาพตามว่า การไปเที่ยวครั้งนี้ จะได้บินด้วยกัน นอนที่เดียวกัน เจอกันทั้งวันตลอดทริป ตั้งแต่เช้ายันค่ำ พูดมาแค่นี้เสียงกรี๊ดก็สนั่นแล้ว บอกเลยว่า Very good

เพื่อนมาด้วย ก็จะปลื้มแบบนี้แหละ

1

พ่อหมีกับหมูเป๊ก เพื่อนสนิทที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่มีแฟนคลับมาดูตอนเสิร์ตแค่ 3 คน จนตอนนี้แฟนๆ ล้นห้างแล้วนะ

1

บอกแล้วว่าเป็นเพื่อนรัก เพื่อนซี้กัน โมเมนต์นี้อบอุ่นนะเธอ

 

3. นุชตายสงบ ศพสีชมพู

มาถึงแล้วกับช่วงเวลาบาดใจ เอ้ย! ดีต่อใจ เป็นกิจกรรมที่นุชผู้โชคดีมีสิทธิ์จับสลากเพื่อทำอะไรฟินๆ ร่วมกับหนุ่มเป๊ก อย่าคิดไปไกล ก็แค่ เซลฟี่ ป้อนปู จับแก้ม และกอดดดดดด โอ้โห! ลมแทบจับ แค่นี้ก็ตื่นเต้นแทนแล้ว ฮาๆ ระหว่างทำกิจกรรมก็มีเสียงของเพื่อนรักอย่างหนุ่มโอ๊ต แซ๊วนุชตลอดเวลา เสียงหัวเราะระหว่างทำภารกิจสุดฟินไม่ขาดหายเลย นอกจากเสียงหัวเราะก็ยังมีเสียงกรี๊ดของนุชที่มาเป็นช่วงๆ เพราะทั้งเขินแทน และอยากทำแทน ฮาๆ

นุชขอจับแก้มหน่อยนะ อุ้ย! นุ่มจุง ฟินนนน ไม่ใช่นุชนะ คือหน้าเฮียอ่ะฟิน ฮาๆ

1

เมื่อกี้จับแก้มเฮียเหรอ มานี่ มาให้หยิกคืนซะดีๆ เขินเว่อร์ๆๆๆๆๆ >///<

1

กอดแน่นๆ เน้นๆ นี่แหละกอดสไตล์ผลิตโชค ไม่มีคำว่าหลวม มีแต่อบอุ่นล้วนๆ

1

ถ่ายภาพคู่แบบหน้าแนบชิดติดหนึบ ฮืออออ TT อิจมากกกก

1

กำลังจะคีบเนื้อปูป้อนนุช แต่ทำไมดูอยากกินเองแบบนั้นคะเฮีย แถมยังแกล้งนุชหยิบแต่ปูชิ้นโตๆ ด้วยนะ เห็นใจบ้าง ฮาๆ

1

4. บอกรักด้วยเสียงเพลง

สุดท้ายของงาน ปิดด้วยมินิคอนเสิร์ตแสนอบอุ่นของหนุ่มเป๊กและเหล่าแฟนคลับ เริ่มจากเพลง โทษที่เอาแต่ใจ ถูกคนแล้ว และ เพลงชาติของด้อม เพลงไม่มีใครรู้ ตามลำดับ เสียงร้องตามของแฟนๆ ดังลั่นห้าง ทุกคนช่วยกันร้องสุดเสียง โยกตามเพลง แถมมีแฟนชาร์ตสไตล์เกาหลีพ่วงมาด้วย ยังไม่พอทีมลูกโป่งตัวอักษรที่ร้อยเรียงเป็นชื่อหนุ่มเป๊กก็วิ่งออกมาตั้งแต่เพลงแรก และดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ด้านหลัง น่ารักกก

ได้ร้องเพลงท่ามกลางแฟนๆ เสียงร้องเพลงดังกึกก้องไปด้วยกัน แบบนี้แหละที่เฮียรอมานาน

ช่วงที่ประทับใจก็ต้องยกให้กับเพลงไม่มีใครรู้ ที่นุชพร้อมใจกันโบกแท่งไฟ เปิดแฟลชมือถือ สร้างทะเลดาว ไม่ใช่แค่ชั้น 1 แต่รวมไปถึงชั้น 2 , 3 ก็มีนุชที่ช่วยกันร้องเพลงนี้และเนรมิตทะเลดาวไปด้วยกัน ทั้งนี้หนุ่มโอ๊ตก็เข้ามาแจมในช่วงครึ่งหลังของเพลงด้วย นอกจากนั้นในช่วงขึ้นเสียงสูงของเพลง หนุ่มเป๊กก็ปล่อยให้แฟนๆ ร้อง โดยที่ตัวเองให้กำลังใจด้วยการลากมือขึ้นสูง เป็นจังหวะให้นุช แล้วก็ขำเอง ฮาๆ หลังจากจบเพลงก็ช่วยกันท่องบทสวด 702 เพื่อบอกรักหนุ่มเป๊ก เสียงนี่ดังสะเทือนทั้งห้าง ถือเป็นบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความรักจริงๆ

ออกเสต็ปแดนซ์กันหน่อย เต้นเบาๆ พอเรียกเหงื่อซึมๆ แต่ก็ได้รับเสียงกรี๊ดทุกท่วงท่า ทุกลีลา

 

5. เมื่อพูดถึงนุช ก็จะซึ้งหน่อยๆ

หลังจากหมดหน้าที่บนเวทีแล้ว ก็ถึงคิวที่ต้องให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และเมื่อถูกยิงคำถามที่เกี่ยวกับนุช หนุ่มเป๊กก็ตอบด้วยเสียงสั่นๆ เพราะประทับใจ ซึ้งใจในความเต็มที่และความพยายามของนุชที่ทำเพื่อรางวัล MTV

สายตาแบบนี้มีไว้ให้เธอคนเดียว เขินแทนนุชเลยอ่ะ

1

ยิ้มแบบนี้ ทำเอาใจไม่ดี ละลายไปหมดแล้วววว น่าดรั๊ก

“ผมอยากจะขอบคุณแฟนคลับ แฟนๆ ทั่วประเทศที่โหวตให้ผมติด 1 ในตัวแทนประเทศไทยไปเข้าชิง ขอบคุณที่รวมพลังกันได้เยอะขนาดนี้ ผลจะเป็นยังไงไม่อยากให้ทุกคนเสียใจ เพราะทุกคนทำเต็มที่มากแล้ว ผมซาบซึ้งมากๆ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้

ผมเห็นความทุ่มเทของแฟนๆ จนผมเกรงใจ ไม่อยากให้เขาลำบาก บางทีเห็นเขาอดนอน ไปร้านอินเทอร์เน็ตช่วยกันโหวต เกรงใจไม่อยากให้ลำบาก ได้แค่ไหนก็เท่านั้น แค่นี้ก็ดีใจแล้ว

พูดถึงคนที่รัก ก็ต้องยิ้มแป้นเป็นธรรมดา

เมื่อนักข่าวถามว่า MTV ASIA เขียนชื่นชมแฟนคลับเราด้วย

เป๊ก : ใช่ครับ คือจริงๆ แฟนผมน่ารักอ่ะครับ เข้าไปแสดงความยินดี Happy for you congratulation

นั่นนนน…แฟนผมไปอีกกกก คำว่าคลับไม่ต้องมีมันแล้ว ฮาๆ


 

อาจจะมีอีกหลายเหตุการณ์และอีกหลายๆ โมเมนต์ เพราะงานอีเว้นท์มีเวลายาวพอสมควร แต่ที่หยิบยกขึ้นมาเล่าเพียง 5 เรื่องสั้นๆ เพราะเป็นโมเมนต์ที่ชัดๆ จำได้ขึ้นใจ หรือพูดง่ายๆ เป็นสิ่งที่ประทับใจคนดูอย่างเรา สุดท้ายหวังว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้อีกครั้ง แล้วเจอกันใหม่งานหน้านะนุช บาย…

 

เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Twitter@prtphotos_bkk , @drug_na_palit , @Lorm_Tai_Peak , @gypsmith , @PalitsGlowfly , @_zrebrum_

 

รักจะเป็นชาวสีรุ้งต้องรู้ไว้! 7 ประเทศ Anti-Gay ไปเมื่อไหร่เสี่ยงตายสูง

ชาวรักร่วมเพศในยุคมิลเลนเนียมนั้นได้เชิดหน้าชูตายิ่งกว่ายุคเก่าก่อนมาก ถึงขนาดหลายประเทศยินยอมให้สมรสสมรักกันได้โดยมีกฎหมายรองรับ แต่กระนั้นก็ใช่ว่าทุกประเทศทั่วโลกจะเป็นมิตรกับชาวสีรุ้งเสียทั้งหมด บางประเทศไม่เพียงไม่ยอมญาติดีเท่านั้น ทว่ายัง Anti-Gay จ้องจะประหัตประหารไม่ต่างจากอริราชศัตรูอีกต่างหาก

และนี่คือ 7 ประเทศที่ประกาศตัวว่า Anti-Gay พูดให้กว้างคือกลุ่ม LGBT ซึ่งครอบคลุม Lesbian, Gay, Bisexual และ Transgender ทั้งหมด ไปเมื่อไหร่เท่ากับเอาตัวไปเสี่ยงตายเมื่อนั้น เพราะฉะนั้นรักจะเป็นชาวสีรุ้งต้องรู้ไว้นะจ๊ะ

‘No Gays Allowed’ Law Set To Pass In Virginia | addictinginfo.org | Conservatives in Virginia are about to ban gay people from pretty much everywhere in the State....

1. อิหร่าน

พฤติกรรมรักร่วมเพศไม่ว่าชายหรือหญิงเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญาที่มีพื้นฐานมาจากกฎหมายชะรีอะฮ์ และมีโทษทัณฑ์ตั้งแต่จำคุก เฆี่ยนตี ไปจนถึงประหารชีวิตกันเลย โดยชายรักชายที่ร่วมหลับนอนกันจะมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ส่วนพฤติกรรมรักร่วมเพศอื่นๆ เช่น กอดจูบลูบคลำ อาจถูกเฆี่ยนหลังลายได้ ส่วนหญิงรักหญิงที่มีเซ็กซ์กันจะถูกเฆี่ยน 50 ที แต่ถ้ายังกระทำผิดเช่นนี้ซ้ำซากจนถูกจับได้เป็นครั้งที่ 4 โทษก็จะหนักถึงขั้นประหารชีวิตไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามน่าประหลาดใจไม่น้อยที่การผ่าตัดแปลงเพศกลับกลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายเสียได้ ซึ่งอิหร่านนั้นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการผ่าตัดแปลงเพศเกือบจะมากที่สุดในโลก จะเป็นรองก็เพียงแค่เมืองไทยเราเท่านั้น โดยว่ากันว่าชายที่จิตใจเป็นหญิงมักถูกทางการและสังคมที่นั่นกดดันให้ต้องไปผ่าตัดแปลงเพศเสียให้พ้นๆ

2. ซาอุดีอาระเบีย
เศรษฐีน้ำมันชาตินี้นับถืออิสลามนิกายซุนนี สายวะฮาบีย์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสายจารีตนิยมสุดขั้ว ดังนั้นโฮโมเซ็กชวลจึงถือเป็นเรื่องผิดบาปหยาบช้าที่ไม่มีวันยอมรับกันได้เลย และถึงเขาจะไม่มีกฎหมายอาญาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะใช้กฎหมายจารีต พฤติกรรมรักร่วมเพศไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตถือเป็นสิ่งผิดศีลธรรมและผิดกฎหมายทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ผู้ใดฝ่าฝืนจึงมีโทษตั้งแต่สถานเบาคือโดนปรับเงิน ไปจนถึงโทษทัณฑ์ที่หนักขึ้นคือจำคุกและเฆี่ยนตี เช่น กรณีของชายผู้หนึ่งที่ถูกจับได้ว่านัดเดทกับชายอีกคนในโซเชียลมีเดีย แต่ที่น่ากลัวคือโทษหนักที่สุดถึงขั้นประหารชีวิต ในกรณีมีรักร่วมเตียงกับชายด้วยกัน ซึ่งแต่ดั้งเดิมนั้นเขาใช้วิธีปาหินจนสิ้นใจ แต่ปัจจุบันใช้วิธีการบั่นศีรษะแทน

#world #news Ukrainian anti-gay right stirs flap over Eurovision 'diversity' rainbow

3. ซูดาน
ก็เช่นเดียวกัน ชาติทางตอนเหนือของแอฟริกาที่เคร่งครัดในศาสนาแห่งนี้ก็ถือว่าการรักชอบไม้ป่าเดียวกันไม่ว่าชายหรือหญิงเป็นความผิดบาปมหันต์ และเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ทำให้กฎหมายอาญาของเขากำหนดบทลงโทษไว้หนักหนาสาหัสสำหรับใครก็ตามที่มีเซ็กซ์แบบรักร่วมเพศ นั่นคือหากเป็นความผิดครั้งแรกจะโดนเฆี่ยน 100 ที บวกจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี และถ้าเป็นความผิดซ้ำสอง โทษยังคงเป็นเช่นเดิม แต่เมื่อไรก็ตามที่กระทำความผิดซ้ำสาม โทษทัณฑ์จะหนักถึงขั้นประหารชีวิต หรือไม่ก็จำคุกตลอดชีวิต ส่วนในกรณีของหญิงรักหญิงนั้น กฎหมายเขาให้โอกาสได้ถึงครั้งที่ 4 จึงค่อยลงทัณฑ์ประหารชีวิต

4. เยเมน
ชาติอาหรับแห่งนี้เป็นอีกประเทศที่ตราหน้าชาวสีรุ้งว่าเป็นอาชญากรร้าย และหากชายรักชายสมสู่ประตูหลังกันแล้วโดนจับได้ไล่ทัน ประมวลกฎหมายอาญาของเขาระบุโทษทัณฑ์เอาไว้ว่า หากผู้กระทำผิดเป็นชายโสดจะถูกโบย 100 ที แถมด้วยจำคุกสูงสุด 1 ปี ขณะที่ถ้าเป็นชายที่แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว โทษทัณฑ์คือตายลูกเดียว ด้วยวิธีการปาหินเข้าใส่ ส่วนในกรณีทอมและเลสเบียนที่แอบเล่นดนตรีไทยกัน โทษทัณฑ์จะเบาลงมาหน่อย นั่นคือจำคุกสูงสุดแค่ 3 ปีเท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าจะมีการใช้กำลังบังคับขืนใจกัน ซึ่งผู้ใช้กำลังบังคับขืนใจก็จะได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี

Why So Many States Are Fighting Over LGBT Rights in 2016

5.ไนจีเรีย

ถึงจะมีชาวคริสเตียนน้อยกว่าชาวมุสลิมไม่มาก แต่พฤติกรรมไม้ป่าเดียวกันก็ยังเป็นสิ่งต้องห้ามที่มีโทษทางอาญาในประเทศยักษ์ใหญ่ของแอฟริกาแห่งนี้ นั่นคือชาวโฮโมเซ็กชวลที่มีอะไรกันจะมีความผิดถึงขั้นจำคุก 14 ปี ไม่ว่าชายหรือหญิง แต่ไนจีเรียนั้นเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐที่แต่ละรัฐสามารถตรากฎหมายของตัวเองขึ้นมาได้ ด้วยเหตุนี้ใน 12 รัฐทางตอนเหนือของประเทศที่รับเอากฎหมายชะรีอะฮ์มาใช้จึงมีกฎหมายต่อต้านเกย์ที่รุนแรงมาก โดยในบางรัฐชายรักชายที่ขึ้นเตียงกัน หากเป็นชายโสดโทษทัณฑ์คือโบย 100 ที พร้อมกับเข้าซังเตอีก 1 ปี แต่ถ้าเป็นชายที่มีลูกเมียเป็นทางการแล้ว จะถูกปาหินเข้าใส่จนตาย ขณะที่บางรัฐจะโสดหรือไม่โสดก็ตายสถานเดียวเท่านั้น สำหรับหญิงรักหญิงที่หลับนอนด้วยกัน โทษทัณฑ์มีทั้งเฆี่ยนตีและจำคุก ซึ่งหนักเบาแตกต่างกันออกไปในแต่ละรัฐ

6.โซมาเลีย
นี่เป็นหนึ่งในประเทศที่ไร้เสถียรภาพสุด ๆ เนื่องจากมีกลุ่มก่อการร้ายชื่อว่าอัล-ชาบับ ใหญ่โตคับประเทศ ครั้งหนึ่งถึงกับเคยยึดครองทั้งประเทศมาแล้ว แม้ทุกวันนี้ก็ยังคงยึดครองดินแดนบางส่วนทางตอนกลางและใต้อันเป็นพื้นที่ชนบทอยู่ด้วย โดยกลุ่มอัล-ชาบับนี้นับถืออิสลามนิกายซุนนี สายวะฮาบีย์ที่เป็นสายจารีตนิยมสุดขั้วเช่นกัน พวกเขาจึงประกาศใช้กฎหมายชะรีอะฮ์อย่างเข้มงวดที่สุด ดังนั้นไม่ต้องเดาเสียให้ยาก ว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศถึงขั้นได้เสียกันนั้นจะมีบทลงเอยเช่นใด อันที่จริงอย่าว่าแต่เรื่องขึ้นเตียงเลย โดยทั่วไปเรื่องรสนิยมทางเพศสำหรับที่นั่นเป็นเรื่องที่ต้องเย็บปากให้เงียบอยู่แล้ว ยิ่งการเปิดเผยตัวตนว่าเป็นเกย์นั้นก็ให้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยว่าจะต้องโดนทำร้ายร่างกายข่มขู่คุกคามชีวิต ไปจนถึงเข่นฆ่าให้อาสัญอย่างแน่นอน

Georgia Kills Anti-LGBT Bill As U.S. Tech Giants Protest Indiana GOP's Law http://venturebeat.com/2015/03/27/georgia-kills-anti-lgbt-bill-as-tech-giants-protest-indiana-law/ … #BoycottIndiana

7.อิรัก

หลังจากสหรัฐอเมริกาบุกเข้ามาโค่นล้มจอมเผด็จการซัดดัม ฮุสเซนลงได้ แม้ผู้ชนะจะได้พยายามปรับเปลี่ยนแก้ไขกฎหมายต่างๆ เพื่อยกระดับสิทธิมนุษยชนที่นั่น ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมรักร่วมเพศให้เป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่นั่นกลับทำให้คนรักชอบเพศเดียวกันถูกฆาตกรรมอย่างไม่หยุดหย่อน กลายเป็นว่าจะถูกจะผิดกฎหมายนั้นไม่สำคัญแล้ว เพราะสังคมเขาเห็นว่าความรักในเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดบาปโดยไม่สนใจกฎหมาย โดยมีนักบวช กลุ่มติดอาวุธ ผู้เคร่งศาสนา ตำรวจ ทหารจำนวนไม่น้อยสนับสนุนการตั้งศาลเตี้ยพิพากษาชาวรักร่วมเพศซะเอง และโทษทัณฑ์นั้นมีเพียงประการเดียวเท่านั้น คืออยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีกต่อไป อย่างเมื่อไม่นานนี้มีนักแสดงหนุ่มรูปงามนายหนึ่งถูกลักพาตัวและกลายเป็นศพในเวลาต่อมา ด้วยเหตุผลเพียงว่ารูปร่างหน้าตาดูเป็นเกย์และมีเสียงเล่าลือว่าเขาเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน

NBA All-Star game spotlights LGBT oasis in the South

Special FYI : แถมให้อีกข้อ ซึ่งข้อนี้ขอเป็นหมายเหตุไว้เสียหน่อยว่า ความจริงแล้วยังมีอีก 5 ประเทศที่โดยตัวบทกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าเซ็กซ์แบบรักร่วมเพศมีโทษถึงประหารชีวิตเช่นกัน แต่ในความเป็นจริงไม่มีรายงานเรื่องประหารชีวิตชาวรักร่วมเพศมาหลายปีแล้ว ประเทศที่ว่านั้นคืออัฟกานิสถาน มอริเตเนีย ปากีสถาน กาตาร์ และบรูไน

เรื่อง : วรวิทย์

ไม่ได้ท้องก่อนแต่ง แอมป์ –พีรวัศ รวดเดียวจบ เปิดตัวภรรยาพร้อมข่าวดีลูกลืมตาดูโลก ก.พ. ปีหน้า

แอมป์ -พีรวัศ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวดีภรรยา น้องเบลล์ เตรียมคลอดลูก ก.พ. ปีหน้า  เผยแต่งแบบภายในไม่ได้เจตนาปิดบัง  จดทะเบียนกันเมื่อเดือน ส.ค.2560 ย้ำแฟนสาวไม่ได้ท้องก่อนแต่ง ยืนยันเป็นทุกอย่างเป็นการวางแผนร่วมกันมานานแล้ว

แอมป์ และ เบลล์ ภรรยา

พระเอกช่อง 7 สี  แอมป์ -พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์  อดีตแฟนหนุ่มของนางร้าย หยก -ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ ที่เลิกรากันไปเมื่อต้นปี 2559 ทำวงการช็อกอีกครั้งเมื่อจู่ๆมีข่าวออกมาว่าเขามีลูกและภรรยาแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมานักแสดงหนุ่มได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยที่ช่อง 7 สี โดยดาราหนุ่มเผยว่าแฟนสาวของเขาชื่อ เบลล์ เป็นลูกเสี้ยวญี่ปุ่น ครอบครัวทำธุรกิจโรงงานน็อตทีเจแปนส่งออกไปขายยังประเทศจีน และเร็วๆนี้กำลังจะเปิดโฮสเทล ย่านรัชดา

ว่าที่คุณพ่อ แอมป์ -พีรวัศ

โดยดาราหนุ่มเผยว่าเขาได้เจอกับเบลล์บนเครื่องบินระหว่างเดินทางไปจ.ภูเก็ต เธอเหมือนรักแรกพบทำให้ตัดสินใจเข้าไปสานสัมพันธ์เพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว ทั้งคู่คบกันมาประมาณปีกว่าโดยตลอดระยะเวลานักแสดงหนุ่มยืนยันว่าเคยปิดบังใคร เพื่อนๆพี่ๆในวงการทราบตลอดเบลล์เองก็เคยไปกองถ่ายด้วย

ทั้งนี้ดาราหนุ่มยืนยันว่าคบกับเบลล์ด้วยความจริงใจเข้าตามตรอกออกตามประตู พร้อมย้ำว่าไม่ได้ท้องก่อนแต่ง เนื่องจากเมื่อคบกับมากสักระยะก็มีแผนที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน โดยเมื่อเดือน พ.ค. แอมป์ และแฟนสาวได้เข้าพิธีอย่างเรียบง่ายที่บ้านของฝ่ายหญิง สินสอดหลักล้านแต่ไม่ขอระบุตัวเลข ก่อนจะจดเบียนกันในวันที่ 24 ส.ค.2560

โชว์แหวนแต่งงาน

นอกจากนี้  แอมป์ ได้เผยว่าเดิมทีแฟนสาวของเขาไม่ทราบด้วยว่าตนเป็นดารา ต่อมาก็รู้และได้เห็นข่าวต่างๆที่ผ่านมาซึ่งตนก็ได้ให้คำมั่นสัญญากับฝ่ายหญิงว่าขอให้เชื่อมั่นในตนว่าเป็นคนยังไง พร้อมเผยว่าสาเหตุที่ตกลงปลงใจแต่งงานกับสาวคนนี้ก็เพราะว่าฝ่ายหญิงบอกจะดูแลในวันที่น้ำลายยืดหรืออุจจาระราดเป็นอัมพาตก็จะดูแล เลยรู้สึกว่าต้องคนนี้เลย จะเป็นคนอื่นไม่ได้

อย่างไรก็ตามหนุ่มแอมป์ยังเผยข่าวดีอีกหนึ่งอย่างว่าตอนนี้ภรรยาของเขาท้องได้ 6 เดือน มีกำหนดคลอดระหว่างวันที่ 11-19 กุมภาพันธ์ปีหน้า ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ส่วนชื่อนั้นยังขออุบไว้ก่อน  และสุดท้ายนักแสดงหนุ่มยังได้ขอความเห็นใจจากแฟนๆโดยบอกว่า แม้หลายคนจะไม่ชอบพ่อแต่เมื่อลูกตนลืมตาดูโลกแล้วก็หวังอยากให้ทุกๆคนเอ็นดูด้วยครับ

พระเอกหนุ่มช่อง 7 สีเปิดใจถึงข่าวการแต่งงาน

ร่างพังเพราะปลอกประสาทอักเสบ ภัยเครียดสุดน่ากลัวของทัตพิชา เติมถาวร

ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา จากที่เคยทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เหตุใดวันดีคืนดีจึงเข้าทำลายปลอกประสาทซึ่งทำหน้าที่หุ้มเส้นประสาทส่วนกลาง และส่งผลให้ ปลอกประสาทอักเสบ  จนร่างพัง ไร้การควบคุม

และนี่คือเรื่องจริงจากประสบการณ์ตรงของ ยุ้ย-ทัตพิชา เติมถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพัฒนาแหล่งทุน มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ที่ทำหน้าที่หลักคือหาทุนผ่าตัดเด็กพิการปากแหว่งเพดานโหว่ทั่วประเทศ ซึ่งอดีตเคยเป็นพนักงานโรงแรมสาวคนขยันที่จัดการความเครียดไม่เป็น

“ย้อนไปตอนยุ้ยทำงานมาร์เก็ตติ้งโรงแรม วันหนึ่งจู่ๆ รู้สึกอยากอาเจียน ทั้งที่ไม่ได้มีอาการป่วยใดๆ มาก่อน คิดว่าคงเครียด เพราะติดนิสัยคิดเยอะ ต่อมาอาการอาเจียนค่อยๆ ถี่ขึ้นเป็นวันละ 3 – 4 ครั้ง เพื่อนคิดว่าเป็นลมก็ชงยาหอมให้ แต่แทนที่จะหายกลายเป็นยิ่งหนัก แค่ดื่มน้ำเปล่าก็อาเจียนแล้ว เป็นอย่างนี้ประมาณ 1 เดือนจนแน่ใจว่าผิดปกติ จึงไปหาหมอส่องกล้องตรวจ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นโรคกระเพาะ หมอพบแผลเล็กๆ ที่กระเพาะ ไม่น่ามีผลร้ายแรง แต่พอกลับบ้าน ทีนี้อาเจียนทุกๆ 5 นาทีจนออกมาเป็นน้ำย่อย”

ความที่ครอบครัวของเธอเป็นคนจีน พ่อแม่จึงพาไปรักษากับแพทย์แผนจีนที่เป็นหมอแมะ พร้อมกับให้ยาจีนมาต้มกินติดกันหลายสัปดาห์ ปรากฏว่าเกิดอาการสะอึก ซึ่งวิธีการแก้ที่คุ้นเคยกันคือดื่มน้ำ กลั้นหายใจ แต่เธอทำเท่าไหร่ก็ไม่หาย ที่ร้ายคือขนาดหลับแล้วยังสะดุ้งตื่นขึ้นมาสะอึก พ่อแม่จึงพยายามเสาะหาหมอ ที่ไหนดีก็ไปรับตัวมารักษาถึงบ้าน ไม่เว้นแม้แต่หมอเข้าทรง และหมอพระ แต่อาการของเธอก็ยิ่งแย่ลง

“เริ่มชาลำตัวซีกซ้าย จนกระทั่งลามมาที่ลำตัวซีกขวา ชาทั้งมือทั้งเท้า นิ้วไม่มีแรง หยิบจับของชิ้นเล็กๆ จะไม่รู้เลยว่าหยิบติดหรือเปล่า ติดกระดุมก็ไม่ได้ เดินๆ รองเท้าหลุดไปเมื่อไหร่ไม่รู้เรื่องเลย ที่สุดอาการหนักจนลุกไม่ได้ แม่ต้องอาบน้ำให้ ส่วนพ่อนวดเท้า”

เมื่อเพื่อนร่วมงานเห็นสภาพของเธอ จึงแนะนำว่ามีคุณลุงเป็นหมอด้านระบบประสาทอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เธอได้รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรค ปลอกประสาทอักเสบ เป็นครั้งแรก

“คุณหมอให้ทดสอบด้วยการเดินเท้าวางต่อเท้ากัน ซึ่งง่ายมาก เด็กๆ ก็ทำได้ แต่ใครจะเชื่อว่าทำปุ๊บล้มปั๊บ หมอจึงให้ไปเอกซเรย์เอ็มอาร์ไอ แล้วแนะนำให้ไปหาเพื่อนของท่าน ณ ตอนนั้นยุ้ยเริ่มเห็นภาพซ้อน หมอวินิจฉัยว่ายุ้ยเป็นโรคปลอกประสาทอักเสบชนิด อธิบายง่ายๆ คือเส้นประสาทมีปลอกหุ้มไว้เหมือนสายไฟ แล้ววันดีคืนดีมีเชื้อโรคมาทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาทในส่วนของสมอง เส้นประสาทตา และไขสันหลัง จึงทำให้อาเจียน ตาพร่า ตัวชา ยุ้ยทำเอ็มอาร์ไอมากกว่า 5 ครั้ง หมอให้ยาเมทิลเพรดนิโซโลน (Methylprednisolone) ซึ่งเป็นสเตียรอยด์เพื่อหยุดอาการอักเสบ และต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาเข้าทางเส้นเลือด 3 วันติดกัน วันละประมาณ 1 ชั่วโมง”

หลังการรัก๋ษา เธอกลับไปทำงานโรงแรม ซึ่งเจ้านายก็แสนดีพอรู้ว่าสาเหตุที่ป่วยมาจากความเครียด จึงช่วยปรับรูปแบบการทำงานใหม่ให้ ทว่าโรคร้ายกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง

“ยุ้ยเริ่มปัสสาวะไม่ออกจึงไปหาหมอ หลังจากสวนปัสสาวะ หมอให้ยาเมทิลเพรดนิโซโลน แล้วเพิ่มสเตียรอยด์จากเดิมวันละ 4 เม็ด เป็น 10 เม็ด พอกลับมาปัสสาวะได้ตามปกติจึงค่อยๆ ลดเหลือเท่าเดิม เดือนต่อมาอุจจาระไม่ออก หมอส่องกล้อง บอกให้ยุ้ยเบ่ง ปรากฏว่าไม่สามารถบังคับกล้ามเนื้อให้เบ่งได้ หมอแนะนำให้ฉีดยากระตุ้น แต่แม่กลัวว่าหากฉีดแล้วไม่ได้ผล กลับคืนสภาพเดิมไม่ได้จะยิ่งแย่ จึงพยายามกินอาหารเพื่อให้ขับถ่าย ก็ดีขึ้น อาการต่อมาคือตาบอดสี แยกสีไม่ออก มองตัวเลขในจุดวงกลมที่เป็นแบบทดสอบไม่ออกว่าคือตัวเลขอะไร หมอให้รอดูอาการ แต่ก็ยังเห็นภาพฟุ้งๆ ช่วงนั้นยุ้ยไปหาหมอทุกวัน เพราะกลัวมากหลังจากรู้ว่ามีกรณีคนไข้ที่เป็นโรคนี้แล้วถึงกับตาบอดหรือพิการ ที่สุดหมอตัดสินใจฉีดยาเมทิลเพรดนิโซโลนให้อีกครั้ง แม้จะสามารถมองเห็นได้ แต่ประสิทธิภาพไม่ 100 เปอร์เซ็นต์”

หากคุณกำลังคิดว่านี่คือที่สุดของอาการแล้ว ขอบอกว่าโลกไม่ได้สวยแบบนั้น

“ต่อมายุ้ยเริ่มคันเนื้อคันตัว เกาข้ามวันข้ามคืนจนผื่นขึ้น เลือดซิบๆ เจ็บแปลบลงไปถึงใต้ผิวหนัง คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในอาการ จึงไปหาหมอ แล้วก็เช่นเคย ยุ้ยต้องนอนโรงพยาบาล 3 วันเพื่อฉีดยาเข้าเส้นเลือด ซึ่งผลจากการใช้ยาสเตียรอยด์ทั้งฉีดและกินต่อเนื่องในจำนวนเยอะ ส่งผลให้กระดูกบาง เคยแค่ข้อเท้าพลิก กระดูกก็ร้าวเลยทีเดียว ช่วงนั้นถามตัวเองบ่อยมากว่าทำไมต้องเป็นฉันที่โชคร้ายอย่างนี้

“หมอบอกว่าโรคนี้รักษาไม่หายขาด สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดยาขนาดเล็กสุดเข็มละ 3,000 บาท ฉีดวันเว้นวัน สัปดาห์ละ 3 ครั้งโดยประมาณ แล้วต้องซื้อ 3 เดือนล่วงหน้ามาแช่ตู้เย็นเก็บไว้ ที่บ้านไม่มีใครกล้าฉีดยาให้ ยุ้ยจึงต้องฉีดเองบริเวณพุงกับต้นขาสลับกัน ทุกครั้งที่ยุ้ยลงเข็ม ไม่เคยรู้สึกว่าชินเลย อยู่กับช่วงเวลาแห่งความเครียดนั้นยาวนานเป็นปี จนเนื้อบริเวณที่ฉีดยาแข็งและแดง แล้วอาการปัสสาวะไม่ออกก็กลับมาอีก หมอให้เพิ่มปริมาณยาอีกเท่าตัว โดยที่ไม่ต้องฉีดบ่อยเหมือนเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเข็มละ 3,000 บาทเป็น 5,000 – 6,000 บาท และต้องฉีดเดือนละ 8 เข็ม บางช่วงยุ้ยเลยดื้อ ไม่ฉีด เพราะเสียดายเงิน คิดดูเข็มละ 5,000 – 6,000 บาท เดือนละ 8 เข็ม เกือบ 50,000 บาท เงินเดือนเท่าไหร่จึงจะพอ ที่สำคัญคือรับไม่ได้กับความรู้สึกที่ต้องฉีดยาให้ตัวเอง”

การต้องผจญกับโรคมายาวนาน ทำให้เธอเริ่มหาวิธีเยี่ยวยาตัวเองควบคู่กันไป

“ที่ผ่านมายุ้ยใช้วิธีเล่นโยคะ และนวดกดจุด อาการดีขึ้นบ้าง หากวันไหนที่รู้สึกอ่อนเพลียก็ไปฝังเข็ม แต่การนวดเท้ากดจุดทำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดที่มุมนิ้วโป้งเท้าขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของก้านสมอง กดทีไรก็เจ็บทุกครั้ง จึงต้องพยายามระวังตัว หากมีอาการตัวเกร็งจนเจ็บจี๊ดแสดงว่าเราเครียด ต้องรีบวางมือจากงาน กลับบ้านไปพักผ่อนหรือทำอย่างอื่นเพื่อไม่ให้เครียด รวมถึงยาบางตัว วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็มีผลกับโรค ตอนนี้ยังมีอาการที่เรียกว่า Lhermtitte คือเวลาก้มศีรษะลงแล้วปลายเท้าจะชาขึ้นมาจนถึงขา กับอาการคันที่ยุ้ยเกาจนเลือดซิบ แต่ไม่แปลบถึงกระดูกเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งหมอผิวหนังก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้”

ไม่นานนี้เธอกลับไปหาหมออีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปมากว่าสิบปี ปรากฏว่าผลการตรวจเลือดจากที่เคยเป็น MS (Multiple Sclerosis) กลายเป็นว่ายุ้ยเป็นอีกชนิดของโรคปลอกประสาทอักเสบที่เรียกว่า Neuromyelitis Optica หรือ NMO ซึ่งหมอบอกว่าถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะจริงๆ แล้วโรค NMO ต้องกินยากดภูมิติดต่อกัน แต่ยุ้ยไม่ได้กินยามากว่าสิบปี โรคก็ยังสงบ หมอจึงบอกว่าในเมื่อไม่ได้กินยามากว่าสิบปี ไม่ต้องกินยาก็ได้ แต่ต้องมาตรวจทุก 6 เดือน ข้อสำคัญคืออย่าเครียด พยายามสังเกตตัวเอง เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวเอง และที่สำคัญคือถึงอย่างไรโรคนี้ก็รักษาไม่หายขาด”

แต่ในเมื่อความเครียดคือภัยมหันต์ต่ออาการของโรค วันนี้เธอจึงเลือกมองบวกด้วยการคิดว่า งานด้านหาทุนผ่าตัดเด็กพิการปากแหว่งเพดานโหว่ทั่วประเทศ จะเป็นพลังบุญให้เธออยู่กับโรคได้อย่างสงบสุขตลอดไป

แพรวขอเอาใจช่วยค่ะ

 

 

ชาบูตง จัดหนัก เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “บิน กิน เที่ยว ฟรี! กับชาบูตง ราเมน”

ชาบูตง ราเมนต้นตำรับโดยสุดยอดเชฟราเมน ทีวีแชมป์เปี้ยน รายแรก และรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปลายปี กับแคมเปญ “บิน กิน เที่ยว ฟรี! กับชาบูตง ราเมน” เพื่อตอบแทนและมอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้าคนพิเศษ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ แพ็คเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพ-ฮ่องกง, บัตรกำนัลเพื่อรับประทานอาหารที่ร้านชาบูตง ฟรี 1 ปี เป็นต้น รวมมูลค่าของรางวัลทั้งสิ้นกว่า 300,000 บาท เพียงทานอาหารครบทุก 600 บาท แล้วเขียนชื่อ – ที่อยู่ ลงบนด้านหลังใบเสร็จ หย่อนในกล่องรับชิ้นส่วนได้ที่ร้านชาบูตง ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2560 – 28 ก.พ. 2561 จับรางวัล และ ประกาศผลวันที่ 12 มี.ค. 2561 ที่หน้าแฟนเพจ www.facebook.com/ChabutonRamen

รายละเอียดของรางวัล
• รางวัลที่ 1 : ที่พัก Kalima Resort and Spa + HYPE Luxury Boat Club Phuket 3 วัน 2 คืน พร้อมตั๋วโดยสารสายการบิน Bangkok Airways 2 ที่นั่ง (จำนวน 1 รางวัล) มูลค่า 50,000 บาท
• รางวัลที่ 2 : ตั๋วเครื่องบินการบินไทย ไป-กลับ กรุงเทพ-ฮ่องกง 2 ที่นั่ง (จำนวน 1 รางวัล) มูลค่า 20,000 บาท
• รางวัลที่ 3 : กล้อง Olympus PL7 (จำนวน 1 รางวัล) มูลค่า 20,990 บาท
• รางวัลที่ 4 : ที่พัก Kalima Resort and Spa, Phuket 3 วัน 2 คืน+ HYPE Luxury Boat Club (จำนวน 2 รางวัล) มูลค่า 15,000 บาท
• รางวัลที่ 5 : บัตรกำนัลทานชาบูตง ราเมน ฟรี 1 ปี (จำนวน 5 รางวัล) มูลค่า 12,000 บาท
• รางวัลที่ 6 : ที่พัก Kalima Resort and Spa, 3 วัน 2 คืน (จำนวน 2 รางวัล) มูลค่า 8,000 บาท
• รางวัลที่ 7 : ที่พักวาฏิกา รีโซวิลล่า กุยบุรี (จำนวน 1 รางวัล) มูลค่า 6,500 บาท

ยิ่งทานเยอะ ยิ่งมีสิทธิ์มาก ร่วมสนุกได้ที่ร้านชาบูตง ทั้ง 18 สาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ChabutonRamen หรือ CRG Call Center โทร.02-66-33-888

ร้านชาบูตง ทั้ง 18 สาขา
1. สาขาสยาม พารากอน (ชั้น 4) 11. สาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต (ชั้น 3)
2. สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว (ชั้นG) 12. สาขาเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ (ชั้น 1)
3. สาขาเทอร์มินอล 21 (ชั้น 5) 13. สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ (ชั้น 3)
4. สาขาเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 (ชั้น 6) 14. สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (ชั้น G)
5. สาขาเมกา บางนา (ชั้น 2) 15. สาขาจามจุรีสแควร์ (ชั้น 2)
6. สาขาเกตเวย์ เอกมัย (ชั้น M) 16. สาขาเซ็นทรัลพระราม 2 (ชั้น 4)
7. สาขาเซ็นทรัลบางนา (ชั้น 5) 17. สาขาเซ็นทรัลพระราม 3
8. สาขาเดอะ พรอมานาด (ชั้น 2) (Coming soon Dec 2017)
9. สาขาเซ็นทรัล เฟติวัล เชียงใหม่ (ชั้น 5) 18.สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
10. สาขาเซ็นทรัล ศาลายา (ชั้น 3) (Coming soon Dec 2017)

วัดใจ! มาร์กี้-ราศรี ไม่ยอมมีลูกกับ ป๊อก-ภัสสรกรณ์ หากฝ่ายชายไม่เลิกสูบบุหรี่

เดินหน้าใกล้วันงานหมั้นและงานวิวาห์เข้ามาทุกที นอกจากคู่รัก ป๊อก-มาร์กี้ จะวุ่นเรื่องจัดแจงชุดแต่งงาน ชุดเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวต่างๆ แล้ว ทั้งคู่ยังได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วย 

ล่าสุด ป๊อก-ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ได้ออกมาสารภาพความลับที่แก้ยังไงก็ไม่หาย และเป็นมานานถึง 12-13 ปี ผ่านรายการ ป๊อกกี้ on the run | The Reality EP.14 ว่าตนนั้นติดบุหรี่มาหลายสิบปีแล้ว พยายามเลิก 3 ครั้งด้วยตนเอง แต่พอผ่านไป 1-2 อาทิตย์ ก็กลับมาสูบเหมือนเดิม ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่า การสูบบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี ทั้งทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง แต่ที่เลิกไม่ได้เพราะติดบุหรี่ จนกระทั่งเขากำลังจะแต่งงาน แล้วอยากมีลูกมาก ซึ่งทางมาร์กี้-ราศรี ก็ได้บอกว่า ถ้าไม่เลิกสูบบุหรี่ ก็จะไม่ยอมมีลูก นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เขาตั้งเป้าไว้ว่า เขาจะเลิกอย่างจริงจัง

ด้าน มาร์กี้-ราศรี ก็ได้ช่วยเป็นกำลังใจ โดยได้เดินทางไปโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์กับแฟนหนุ่ม ป๊อก-ภัสสรกรณ์ เพื่อปรึกษาคุณหมอถึงวิธีการเลิกบุหรี่ เพราะหนุ่มป๊อกเวลาสูบมักจะมีอาการเจ็บคอรวมถึงยังทำงานหนักและพักผ่อนน้อยจึงทำให้มีอาการเจ็บคอมากกว่าปกติ โดยทางคุณหมอก็ได้ถามถึงเหตุผลว่า ทำไมหนุ่มป๊อกถึงอยากเลิก และได้ให้คำแนะนำว่า การจะเลิกบุหรี่นั้นต้องเริ่มจาก Mindset จิตใจที่มั่นคง แน่วแน่ของเราก่อนและให้มองระยะยาวว่าระหว่างการมีสุขภาพที่ดีกับการสูบบุหรี่จะเลือกอะไร ซึ่งหนุ่มป๊อกมีความตั้งใจชัดเจนที่พูดแล้วทำให้สาวมาร์กี้ถึงกับแอบยิ้ม นั่นคือ 1.อยากมีสุขภาพที่ดี เพราะเมื่อเขามีครอบครัว มีลูก เขาก็อยากจะมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ 2.เพื่อลูก โดยหลังจากได้วิธีว่า มีการให้ทานยาแล้ว มาร์กี้ก็ยังได้พาป๊อกไปตรวจวัดระดับ Carbon Monoxide ในปอด ตรวจช่องปาก รวมถึงศึกษาข้อมูลต่างๆ

เรียกว่า ลงเรือลำเดียวกัน มาร์กี้ก็ไม่ยอมให้ป๊อกต่อสู้คนเดียว แต่เธอยังร่วมต่อสู้ ช่วยเป็นกำลังใจกับการเลิกบุหรี่ครั้งนี้ให้ได้ด้วย เป็นคู่รักที่ช่วยเกื้อหนุน น่าเป็นแบบอย่างจริงๆ

 

 


เรื่อง: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ที่มา: ป๊อกกี้ on the run | The Reality EP.14 ความลับที่เฮียขอสารภาพ!
ภาพ: IG @margie_rasriป๊อกกี้ on the run | The Reality EP.14 ความลับที่เฮียขอสารภาพ!

เทนยะ จัดหนักแจกจริง เปิดแคมเปญ “เทนยะ ชวนมาเฮ เปย์จัดเต็ม เที่ยวสุดฟิน บินสุดว้าว”

เทนยะ เทนด้ง-เทมปุระยอดนิยมอันดับหนึ่ง เปิดตัวแคมเปญพิเศษส่งท้ายปลายปี กับแคมเปญ “เทนยะ ชวนมาเฮ เปย์จัดเต็ม เที่ยวสุดฟิน บินสุดว้าว” เพื่อตอบแทน และมอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้าคนพิเศษ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ แพ็คเกจท่องเที่ยว, ตั๋วเครื่องบิน, บัตรกำนัลเพื่อรับประทานอาหารที่ร้านเทนยะ ฟรี 1 ปี เป็นต้น รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 200,000 บาท เพียงทานอาหารครบทุก 300 บาท แล้วเขียนชื่อ – ที่อยู่ ลงบนด้านหลังใบเสร็จ หย่อนในกล่องรับชิ้นส่วนได้ที่ร้านเทนยะ ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2560 – 28 ก.พ. 2561 จับรางวัล และประกาศผล 12 มี.ค.2561 ที่หน้าแฟนเพจ www.facebook.com/TenyaThailand

รายละเอียดของรางวัล

  • รางวัลที่ 1 : ที่พัก Foto Hotel Phuket + Love Andaman 3 วัน 2 คืน + ตั๋วโดยสารสายการบิน Bangkok Airways สำหรับ 2 ท่าน (จำนวน 1 รางวัล) มูลค่า 41,000 บาท
  • รางวัลที่ 2 : ที่พัก Foto Hotel Phuket + Love Andaman 3 วัน 2 คืน มูลค่ารางวัลละ 25,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล) รวมมูลค่า 50,000 บาท
  • รางวัลที่ 3 : ที่พัก Foto Hotel Phuket มูลค่ารางวัลละ 17,000 บาท (จำนวน 3 รางวัล) รวมมูลค่า 51,000 บาท
  • รางวัลที่ 4 : Gift Voucher ทานเทนยะ ทุกสาขา ฟรี 1 ปี มูลค่ารางวัลละ 12,000 บาท (จำนวน 5 รางวัล) รวมมูลค่ารางวัล 60,000 บาท

ยิ่งทานเยอะ ยิ่งมีสิทธิ์มาก ร่วมสนุกได้ที่ร้านเทนยะ ทั้ง 7 สาขา : เซ็นทรัลพลาซา บางนา ชั้น 3, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ชั้น G, สยามแสควร์ วัน ชั้น 4 , เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ชั้น 3, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ชั้น 6, เกตเวย์ เอกมัย ชั้น G และสาขาใหม่ล่าสุด เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 5

พลาดแม้กระทั่งรดน้ำศพ แพทตี้ เศร้าไม่ได้อยู่ดูใจพ่อครั้งสุดท้าย

แพทตี้ -อังศุมาลิน เดินทางมาเคารพศพคุณพ่อกิตติ์ธเนศ สิรภัทรศักดิ์เมธา เป็นครั้งแรกภายหลังจากเดินทางกลับจากญี่ปุ่น โดยนักแสดงสาวเปิดใจทั้งน้ำตาพร้อมเผยว่าก่อนเดินทางไปต่างประเทศคุณพ่อสัญญาว่าจะรอ

แพทตี้ -อังศุมาลิน

นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว สิรภัทรศักดิ์เมธา เลยทีเดียว เมื่อคุณพ่อกิตติ์ธเนศ วัย 65 ปี บิดาของนักแสดงสาวหน้าใสแพทตี้ -อังศุมาลิน เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมาด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งในขณะนั้นดาราสาวได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเธอจึงกลับมาดูใจคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายไม่ทัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2560 ที่วัดศรีเอี่ยม แพทตี้ ได้ทางมากราบคุณพ่อเป็นครั้งแรกภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ โดยเธอได้เผยความรู้สึกและเหตุการณ์ต่างๆทั้งน้ำตา โดยกล่าวว่า “ทางครอบครัวเพิ่งจะทราบว่าคุณพ่อป่วยเมื่อช่วงประมาณต้นปี จากนั้นเราก็รักษากันมาเรื่อยๆ แต่พอถึงเมื่อช่วงประมาณต้นเดือนที่ผ่านมาคุณพ่อก็เริ่มมีอาการอื่นๆ ให้เห็นเช่น ท้องอืด ตัวเหลือง ไม่มีแรง ตอนนั้นเราก็รีบพาท่านไปส่งโรงพยาบาลและก็ให้ท่านอยู่ใกล้หมอ จนถึงวันที่ 6 ตัวหนูเองก็เดินทางไปญี่ปุ่น คือตอนแรกเหมือนว่าอาการของคุณพ่อจะดีขึ้น เพราะคุณหมอเขาได้ส่องกล้องและก็ผ่าตัดเล็กนิดหน่อย แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานก่อนที่หนูจะต้องเดินทางไปคุณพ่อก็ค่อยๆ ทรุดลง”

“ซึ่งก่อนที่จะเดินทางหนูก็ได้คุยกับพ่อ (ร้องไห้) ก็… คือเหมือนจริงๆ เราก็ทราบ เพราะก่อนที่จะไปคุณพ่อก็ทรุดประมาณหนึ่งแล้ว และจริงๆ ตอนนั้นก็ได้คุยกับคุณพ่อแล้วแหละ คือเราได้บอกแกทุกอย่างในสิ่งที่เราอยากบอก (ร้องไห้) พยายามบอกกับท่านทุกอย่างเพราะกลัวเหมือนกันว่าจะกลับมาไม่ทัน ช่วงที่อยู่ที่นั่นหนูก็วิดีโอคอลกับท่านทุกวัน แต่ว่าคุยได้แค่นิดเดียวเพราะว่าคุณพ่อจะเหนื่อย ซึ่งช่วงที่คุณพ่อเสียช่วงนั้นจริงๆ ทางบ้านจะมีกรุ๊ปแชทที่ตั้งเอาไว้เพื่อคุยกันในครอบครัว แต่ว่าวันนั้นทุกคนเงียบมาก เหมือนทุกคนไม่กล้าบอก เพราะปกติหนูจะถามทุกวันว่าคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง จากนั้นหนูก็เลยตัดสินใจโทรไปหาถึงได้ทราบว่าคุณพ่อจากไปแล้ว”แพทตี้กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตามนักแสดงสาวยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็พยายามทำให้ดีที่สุดอยู่แล้วค่ะ เพราะเขาก็จ้างเราไปทำงาน เราก็ต้องให้เต็มที่เท่าที่เราจะทำได้ แต่ก็ไม่ทันได้มารดน้ำศพคุณพ่อเพราะพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืน และเดินทางมาวันนี้วันแรก สำหรับสภาพจิตใจนั้นทุกคนตอนนี้ก็คงเหมือนกันหมด แต่เราทุกคนพยายามทำให้พ่อมีความสุขที่สุด และเราเองก็เชื่อว่าคุณพ่อได้สู้แล้วเต็มที่จริงๆ ตอนนี้คุณพ่อก็คงได้ไปอยู่ในที่สบายไม่ต้องทรมานแล้ว”

‘สวยรวยเก่ง เพอร์เฟ็คท์เบอร์นี้ พลาดได้อย่างไร’ เช็คเลย ดวงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : ท่านพร้อมลุยด้วยพลังกาย พลังใจเต็มร้อย กับการไปบุกเบิกงานในสถานที่ที่แปลกใหม่ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทุกประเภท มีเกณฑ์โยกย้ายถิ่นฐาน

การเงิน :  อาจได้บ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ใหม่ แต่ควรดูดีๆ ระวังถูกย้อมแมว

ความรัก : วันนี้ความรักคือการเติมเต็มซึ่งกันและกัน แต่หากมาจำกัดอิสรภาพ หรือตั้งกฎเกณฑ์ผูกมัดมาก มีเคืองเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องจนทำให้ขาดความสุข  คนโสด คู่สำหรับท่านวันนี้ ต้องเก่งในการทำมาหากินมากกว่าเก่งในความรัก

สุขภาพ : ปล่อยวางบ้าง อย่าคิดมาก จะทำให้นอนไม่หลับ มีปัญหาเรื่องลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และโรคกระเพาะ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ท่านจะเครียด วิตกกังวล เกี่ยวกับการสอบชิงทุน หรือสอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ยิ่งหากเกี่ยวกับแวดวง ศิลปะ ดนตรี และวงการบันเทิงผ่านฉลุย

การเงิน  : สามารถหารายได้เสริมจากเป็นวิทยากร หรือเป็นอาจารย์ ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนด้วย

ความรัก : วันนี้ท่านได้คู่ครองดี ผู้หญิงจะส่งเสริมสามีให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน  คนโสด ท่านเพอร์เฟ็คท์สุดๆ ทั้งสวย รวย ฉลาด ใครพลาดก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

สุขภาพ : ท่านกำลังเครียดกับน้ำหนักของตัวเองอยู่ เพราะไขมัน เบาหวาน ความดันพุ่งพรวด

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจเลือก ระหว่างงานที่เกี่ยวกับเอกสาร ที่เงินเดือนดีสามารถสร้างหลักฐานให้ได้ในอนาคตอันใกล้ หรือว่างานที่เกี่ยวกับการบริการ เงินน้อย แต่ก็ได้เดินทางท่องเที่ยว แต่จริงๆ แล้ววันนี้ท่านสามารถทำได้ทั้งคู่

การเงิน : ดี จะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์

ความรัก : วันนี้ท่านอาจเข้าหุ้นทำอะไรร่วมกัน ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ดี ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน คนโสด ท่านเลือกเยอะจุง จนอาจได้คนเจ้าชู้มานะจ๊ะ

สุขภาพ : ควรระวังเรื่องการขับถ่าย โดยเฉพาะไตและกระเพาะปัสสาวะ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  : อยู่ไม่ติดที่ ต้องออกไปติดต่อธุรกิจการงานข้างนอก ให้ระวังการเจรจาติดต่อประสานงาน จะเจอคนที่ไม่จริงใจ หรืออาจถูกแทงข้างหลัง หากมีปัญหาให้ปรึกษาผู้ใหญ่

การเงิน : ระวังทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องเงิน หรือทรัพย์สินสูญหายเพราะคนสนิทมิตรสหายได้

ความรัก : วันนี้คนรักท่านอาจมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะเรื่องเงินทองใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอาจนำไปเลี้ยงกิ๊กหรือเปล่า…ต้องสืบ!! คนโสด ท่านเองก็เดาใจลำบากว่า จะมีคู่หรือทำงานดี

สุขภาพ : ระวังถูกของมีคมบาด รวมถึงอวัยวะที่ใช้ในการเดินจะบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อช่วงขา กับเท้า

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ท่านได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมไปบุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ในสถานที่ๆ แปลกใหม่ ซึ่งท่านทำได้ดี และอาจได้ยานพาหนะใหม่ด้วย

การเงิน : ระวังถูกหลอกให้ลงทุนด้วยคำพูดอ่อนหวาน

ความรัก : วันนี้แต่ละคนมีโลกส่วนตัวสูง จึงไม่ชอบให้ใครมาตั้งกฎเกณฑ์ผูกมัด จำกัดอิสรภาพระหว่างกัน หากเป็นแบบนี้นานๆ จะจูนกันไม่ติดนะจ๊ะ คนโสด ยังสนุกอยู่กับการเดินทางจนยังไม่อยากมีคู่มาผูกมัด

สุขภาพ : รักษาสุขภาพอนามัยในช่องปากและระบบทางเดินหายใจ เพราะจะมีผลไปถึงระบบการย่อยอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : วันนี้ท่านมีภาวะผู้นำสูง รับภาระหลายด้าน เตรียมตั้งรับศึกที่จะเข้ามาประชิดในทุกๆ ทาง โดยเฉพาะเรื่องบริวาร เพราะท่านมั่นใจในตัวเองสูงจนไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง จนถูกคนใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งเกิดผลเสียกับงานโดยตรง

การเงิน : ท่านต้องรับภาระครอบครัวและบริวาร จนทำให้เงินขาดสภาพคล่อง ติดขัด

ความรัก : วันนี้ชีวิตรักเศร้าหมอง เพราะท่านให้เวลากับการทำงานมากจนไม่เหลือเวลาให้กับครอบครัว คนโสด ระวังเจอคนเจ้าชู้ อารมณ์รุนแรงนะคะ

สุขภาพ  : ระวังตัวเบอร์สูงสุด ออกจากบ้านควรขอพรจากท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งทรัพย์สินมหาสมบัติ และมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองเทวดาและโลกมนุษย์ให้พ้นจากอันตราย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  สำหรับท่านที่เป็นผู้บริหาร หากอยู่ในแวดวงศิลปะและดนตรี วรรณกรรม และความบันเทิงต่างๆ จะพบกับปัญหาอุปสรรคที่หนักหนาสาหัส ท่านอาจถูกตัดสินเรื่องความดีความชอบจนถึงกับพ้นจากตำแหน่ง

การเงิน : หมดเงินกับความฟุ่มเฟือย และความบันเทิงต่างๆ

ความรัก : วันนี้ท่านยังติดสุขมากไปนิดจนลืมคิดถึงครอบครัว เพราะฉะนั้นก็อาจมีปัญหากันจนถึงขั้นแยกทางกัน คนโสด อยู่เป็นโสด อยากลัลลาแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าเนอะ

สุขภาพ : ดื่ม กินอย่างมีสตินะคะ เพราะจะทำให้น้ำหนักขึ้นเสี่ยงต่อโรคร้ายที่จะตามมา

7 แบบช่อดอกไม้เจ้าสาวเลือกเลยแบบไหนที่คุณรัก

ช่อดอกไม้เจ้าสาว ที่ใช้ถือในวันแต่งงานมีหลายแบบหลายทรงให้ได้เลือกกันมากมายนะคะ ว่าแต่แบบไหนกันละคะ ที่จะเหมาะและเข้ากับรูปร่างคุณ เพราะการเลือกช่อดอกไม้เพื่อเดินเฉิดฉายเข้างาน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ว่าที่เจ้าสาวจะมองข้ามได้ ก็แหม…อย่าลืมสิคะว่า เมื่อคุณปรากฏกายในงาน คุณคือจุดสนใจที่สุด

เอาล่ะค่ะ เพื่อความชัวร์แบบสุดๆ เรามาทำความรู้จักกับ 7 แบบช่อดอกไม้ ที่เจ้าสาวใช้ถือในวันแต่งงานกันดีกว่า ดูครบจบแล้ว ลองนำไปปรับใช้กับรูปร่างและชุดแต่งงานที่คุณเลือกดูนะคะ

ช่อดอกไม้ทรงกลม (Round)

ด้วยลักษณะกลมมองดูแล้วมีความน่ารักในตัวทำให้เจ้าสาวส่วนใหญ่เลือกถือมากที่สุด แต่ถ้าจะให้เราแนะนำละก็ สาวรูปร่างอวบๆ ต้องเลี่ยงนะคะเพราะช่อดอกไม้แบบกลมจะทำให้เวลาเดินถือไปจะทำให้ดูตุ้ยนุ้ยมากกว่าเดิม

ช่อดอกไม้ทรงโค้ง (Pageant)

ขึ้นชื่อว่าทรงโค้ง เวลาเจ้าสาวถือช่อดอกไม้ทรงนี้แนะนำให้วางพาดไปบนอ้อมแขน และด้วยช่อดอกไม้ ที่มีลักษณะยาวโค้งเล็กน้อย จึงเหมาะกับเจ้าสาวที่มีรูปร่างสรีระที่ดีสูงและสวมชุดเจ้าสาวแบบเข้ารูป

ช่อดอกไม้ทรงน้ำตก (Cascade)

ลองนึกภาพน้ำตกที่ไหลลงมาจากยอดภูเขาดูนะคะ จะเหมือนกับช่อดอกไม้ทรงนี้ที่มีลักษณะปลายช่อยาวตกลงมาดังเช่นสายน้ำตก เหมาะอย่างมากกับเจ้าสาวที่ตัวสูงหุ่นเพียว ความสูงกับปลายช่อดอกไม้ทรงน้ำตกจะทำให้คุณเป็นเจ้าสาวที่สง่าในทันที

ช่อดอกไม้แบบโนสเกย์ (Nosega)

ด้วยขนาดของช่อดอกไม้ที่มีขนาดเล็กกว่าช่ออื่น จึงเหมาะสำหรับเจ้าสาวที่มีรูปร่างเล็กเวลาถือจะให้ความน่ารักดูเป็น ธรรมชาติ ซึ่งการจัดช่อดอกไม้ประเภทนี้นิยมนำดอกไม้หลายชนิดมาจัดในช่อเดียวกัน

ช่อดอกไม้แบบทรงก้านยาว (Long Stem)

ลักษณะของช่อดอกไม้แบบนี้จะมีความคล้ายๆ กับช่อดอกไม้แบบ โนสเกย์ แต่จะมีความต่างตรงที่ยาวมากกว่า ด้วยความสูงของก้านดอกไม้จะทำให้เจ้าสาวสะดวกสบายในการจับและเหมาะกับเจ้าสาวทุกรูปร่าง

ช่อดอกไม้แบบเครื่องประดับ (Posy)

ช่อดอกไม้แบบนี้ไม่กำหนดตายตัวว่าจะเป็นทรงอะไรเพราะจุดเด่นของช่อดอกไม้นี้คือ มีการประดับด้วยจี้ เข็มกลัด มุก ให้ความหรูหร่าสวยงาม สามารถเข้ากับชุดเจ้าสาวสไตล์เรียบๆ ถ้าชุดเจ้าสาวที่มีเพชรแวววาวอยู่แล้วเลือกช่อดอกแบบนี้ไปถือยิ่งจะดูเป็นลิเกไปกันใหญ่แน่

ช่อดอกไม้แบบผูกปลายคล้องแขน (Pomander)

เจ้าสาวคนไหนไม่อยากถือดอกไม้เพราะกลัวว่าจะเกะกะ เรามีช่อดอกไม้แบบคล้องแขนซึ้งเป็นช่อกลมๆ มีริ้บบินมาผูกไว้สำหรับไว้คล้องแขนหรือใช้มือถือ และซึ้งเป็นช่อดอกไม้ที่น่ารักกระทัดรัดและไม่ยุ่งยากต่อการถือ แถมยังสามารถให้เหล่าเพื่อนเจ้าสาวถือได้ด้วย เหมาะกับเจ้าสาวทุกรูปร่างคะ

อย่าลืมนะคะว่าช่อดอกไม้แต่และชนิดมีความโดดเด่นและสวยงามแตกต่างกัน เจ้าสาวควรเลือกให้เข้ากับรูปร่างและชุดควรคำนึงถึงธีมของงานแต่งด้วยนะคะ

เรื่อง : ณัฐมล

ภาพ : Pinterest

จากความงดงามของ บ้านริมคลอง สู่ ‘จิม ทอมป์สัน แฟล็กชิปสโตร์ แห่งแรก ณ สยามพารากอน

‘จิม ทอมป์สัน’ เปิดแฟล็กชิปสโตร์ แห่งแรก ณ สยามพารากอน

ใครที่ชื่นชอบสินค้าผ้าไหมคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘จิม ทอมป์สัน’ ต้องห้ามพลาดมาเยือนแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรก ภายใต้การตกแต่งที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนหายเข้ามาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม 

โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก “บ้านริมคลอง”  ของ มร.จิม ทอมป์สัน ซึ่งมีความงดงาม และถูกถ่ายทอดออกมาเป็นพื้นที่ 2 ส่วน ด้านหน้าตกแต่งด้วยต้นไม้แบบสวนเมืองร้อน โดดเด่นด้วยม่านผ้าไหมสีเขียวตัดกับสีดำ และสีน้ำตาล ของไม้

ส่วนด้านในเน้นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แบ่งเป็นโซนสินค้าตกแต่งบ้าน โซนเสื้อผ้า Ready-to-wear สำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย พร้อมด้วยกระเป๋า ผ้าพันคอ เนคไท

 

เปิดประสบการณ์การชอปปิ้งลักชัวรี่แบรนด์ที่ไม่ซ้ำใครได้ที่ Jim Thompson Flagship Store ชั้น M โซน North สยามพารากอน https://goo.gl/VRehXk#JimThompson #JimThompsonFlagshipStore #JimThompsonSiamParagonStore

ปีที่ 2 มิตรภาพข้ามช่อง อั้ม จัดหนักไลฟ์สดปาร์ตี้วันเกิดย้อนหลัง แอน ทองประสม

 อั้ม -พัชราภา ไชยเชื้อ นางเอกช่อง 7 สี โดดร่วมปาตี้วันเกิดย้อนหลังของนางเอกช่อง 3 แอน ทองประสม เป็นปีที่ 2 แถมคราวนี้ยังจัดหนักไลฟ์สดแชร์บรรยากาศให้แฟนๆ เห็นแบบ realtime

แอน ทองประสม,อั้ม-พัชราภา และ ป็อป – วราวุธ

หลังจากเมื่อปีที่แล้วนางเอกช่อง 7 สี อั้ม -พัชราภา ไชยเชื้อ ทำเซอร์ไพร้ส์หอบดอกไม้ช่อโตมาแฮ็ปปี้เบิร์ดเดย์เพื่อนซี้  ป็อป -วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ และนางเอกรุ่นพี่ แอน ทองประสม ที่จัดปาร์ตี้วันคล้ายวันเกิดร่วมกัน โดยทั้งสองยังได้ถ่ายภาพคู่ร่วมกัน นับเป็นมิตรภาพข้ามค่ายที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา อั้มก็ตอบตกลงไปร่วมวันเกิด ป็อป และ พี่แอน เป็นปีที่ 2 ซึ่งครั้งนี้นางเอกวิกหมอชิตยังเป็นแขกคนแรกของปาร์ตี้ด้วย และเช่นเคย อั้ม ก็หอบทั้งดอกไม้และของขวัญมาให้กับพี่ๆทั้งสอง โดยทันทีที่ อั้ม มอบของขวัญให้ แอน ก็ขอบคุณนางเอกรุ่นน้องทันที

ปาตี้วันเกิดย้อนหลังของ แอน ทองประสม และ ป็อป – วราวุธ

ทั้งนี้นอกจากมิตรภาพข้ามช่องอันน่าชื่นชมแล้ว การใช้สรรพนามแทนกันของทั้งคู่ก็ยังน่ารักและให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยทั้งคู่เรียกแทนกันว่าพี่ แม้ว่าจริงๆ แล้ว แอน ทองประสม จะอายุมากกว่า”อั้ม” ก็ตาม

แต่นอกจากดอกไม้และของขวัญแล้ว งานนี้อั้มยังจัดหนักด้วยการไลฟ์สดบนหน้าเพจของตัวเอง @AumPatchrapa ที่เพิ่งเปิดตัวแถมเธอยังนั่งแท่นแอดมินประจำเพจเอง งานนี้จึงทำให้แฟนๆ ได้เห็นบรรยากาศงานเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ร้าน Maison de la Truffe แบบ realtime ซึ่งตลอดการไลฟ์ก็มีแฟนคลับเข้ามาชื่นชมมิตรภาพและความน่ารักของนางเอกทั้งสองไม่ขาดปาก สมกับที่ทั้งคู่เป็นนางเอกขวัญใจตลอดกาลจริงๆ

อั้ม มอบช่อดอกไม้และของขวัญให้กับ แอน ทองประสม นางเอกรุ่นพี่

แถมยังมีการทิ้งท้ายด้วยว่าครั้งหน้า งานวันเกิดอั้ม วันที่ 5 ธันวาคม จะมีการไลฟ์สดอีกครั้งพร้อมแขกคนพิเศษ

อยากรู้ว่าเป็นใคร กดไลค์เฟสบุ้คอั้ม พัชราภา ด่วนๆ จ้า


ภาพจาก : @aum_patchrapa

เจาะเทรนด์เฮลท์แคร์ระดับไฮเอนด์..ป้องกันสุขภาพในอนาคต ดีกว่ารอรักษา!!

ประโยคที่ว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เนี่ย เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่รู้สึกเห็นด้วยมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ลองคิดดูบางครั้งแค่เราเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เล็กน้อย ก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวกสบายจนพาลหงุดหงิด แล้วหากคนที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายแรงหนักมากล่ะ เขาเหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไร และจะต้องรับมือมากขนาดไหน ทั้งนี้ รวมถึงความชรา ความเสื่อมโทรมของวัยที่คืบคลานเข้ามาทีละนิดอย่างไม่รู้ตัว พาลทำให้ร่างกายอ่อนแออีกด้วย

แล้วมันจะดีกว่าหรือเปล่า ถ้าเราแข็งแรงกระฉับกระเฉงเหมือนวัยหนุ่มสาวไม่ต้องเป็นภาระใคร และจะเวิร์คกว่าไหม ถ้าเรารู้ทันโรคด้วยการป้องกันแต่เนิ่นๆ ไม่รอให้โรคมากล้ำกรายหรือต้องมารักษาทีหลัง “กันไว้ดีกว่าแก้” คำนี้ยังคงคลาสสิคเสมอ ใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ยิ่งเรื่องสำคัญอย่างการเป็นโรคใดสักโรคหนึ่ง การป้องกันดีกว่าต้องรักษาเยอะเลยค่ะ เชื่อสิ!! เราผ่านมาแล้ว เรารู้

ซึ่งมีการป้องกันอีกรูปแบบหนึ่งที่ยังไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไรนัก สำหรับกลุ่มสังคมคนเมืองที่นิยมเทรนด์รักสุขภาพ เพื่อสร้างความสมดุลในชีวิต ห่างไกลโรค และป้องกันการชะลอวัย จึงอยากมาแชร์ไว้เผื่อเป็นทางเลือกให้สุขภาพตัวเอง โดยเกิดจาก รพ. บำรุงราษฎร์ ได้เปิดให้บริการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VitalLife) มานานแล้วเป็นระยะเวลา 16 ปี จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ได้พัฒนาปรับภาพลักษณ์เป็นครั้งแรกและครั้งใหญ่ในรอบ 16 ปี เพื่อยกระดับการบริการแก่ผู้เข้ารับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แบบเฉพาะส่วนบุคคล (Personalized Medicine) ให้ได้อย่างตรงจุด ภายใต้มาตรฐานและคุณภาพระดับสากล

เกริ่นมาขนาดนี้หลายคนคงมีคำถามว่าแล้วศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VitalLife) คืออะไร งั้นให้กูรูมาตอบเลยดีกว่า เริ่มจาก ผศ. นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผอ.ด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เล่าว่า “ศูนย์ฯ ดังกล่าว ที่เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 16 ปีก่อน เพราะมองเห็นกระแสทั่วโลก ที่ผู้คนต่างหันมาดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ทั้งจากภายในและภายนอก จนถึงปัจจุบันพบว่ามีผู้เข้ามารักษาภายใต้การบริการต่างๆ ของศูนย์ฯ ที่มีจุดเด่นด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ เพื่อให้การดูแลตามหลักการวิทยาศาสตร์ที่ตรงจุดเฉพาะบุคคล พร้อมประสิทธิผลทางกายภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจน สำหรับกระบวนการรักษา จะเริ่มตั้งแต่การทำนายสุขภาพในอนาคต การป้องกัน และการเพิ่มสมรรถภาพให้แข็งแรง รวมไปถึงการฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอของร่างกาย หรือ “Future Health” Solution; predictive, preventive, regenerative, and revitalizing health care ภายใต้การแพทย์แบบผสมผสานเพื่อการชะลอวัยแห่งอนาคต พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

สำหรับการเสื่อมสภาพของร่างกายมี 3 ทฤษฎี คือ 1.) การใช้งาน 2.) การใช้พลังงานที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ และ 3.) ฮอร์โมนของร่างกายโดยเฉพาะ Growth Hormones จะยิ่งผลิตน้องลง เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจากความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ศาสตร์แห่งการชะลอวัยของศูนย์ฯ สามารถช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้กับผู้เข้ารับบริการตั้งแต่การตรวจร่างกาย ตรวจระดับสารอาหาร ไปจนถึงแนวทางการป้องกันความชราจากภายในสู่การรักษาจากภายนอกอย่างครบวงจรและต่อเนื่อง เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลในระดับไฮเอนด์ที่สามารถเชื่อมกับกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยได้แบบไร้รอยต่อจาก รพ.บำรุงราษฎร์ ภายใต้ความต้องการดูแลสุขภาพร่วมกันระหว่างผู้เข้ารับบริการและทีมแพทย์ ที่เปลี่ยนจากตัวไอ หรือ อิลเนส (Illness) มาสู่ ตัววี หรือ เวลเนส (Wellness) ซึ่งเป็นแนวทางการรักษารุ่นใหม่

“นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับโรงพยาบาล 52 แห่งทั่วประเทศที่ร่วมลงนาม (เอ็มโอยู) ข้อตกลงการเป็นพันธมิตรเครือข่ายการให้บริการทางการแพทย์ในการส่งต่อผู้ป่วบแบบไร้รอยต่อร่วมกัน โดยศูนย์ฯ ไวทัลไลฟ์ รพ. บำรุงราษฎร์ ยังพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางการให้บริการศาสตร์แห่งการชะลอวัยด้านต่างๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเครือข่ายพันธมิตร เพื่อปูทางไปสู่การเป็นสถาบันส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในอนาคต โดยวางเป้าภายใน 5 ปีนับจากนี้”

ทั้งนี้ ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผอ. ด้านการปฏิบัติการ รพ. บำรุงราษฎร์ ยังเล่าเสริมถึงจุดเด่นของศูนย์ฯ อีกว่า “ความแตกต่างของศูนย์ฯ จากผู้ให้บริการรายอื่น คือ การให้บริการทางการแพทย์เพื่อการชะลอวัยทั้งภายในและภายนอกด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ พร้อมคุณภาพมาตรฐานระดับสากล อาทิ การวินิจฉัยโรคเพื่อการรักษาและป้องกันแบบเฉพาะบุคคล พร้อมจัดหาอาหารเสริม กลุ่มวิตามินต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามชีววิทยาของร่างกายมนุษย์ได้อย่างตรงจุดให้กับผู้เข้ารับบริการ และสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของศูนย์ฯ นี้ รองรับผู้เข้าบริการทุกระดับที่สนใจและตระหนักถึงการดูแลสุภาพของตัวเองเชิงป้องกัน เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและมีชีวิตชีวา โดยสามารถเข้ารับการดูแลได้ตั้งแต่วัยเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ที่อายุจวนเจียนจะ 45-50 ปี ก็ยังไม่สาย สามารถบูสอัพร่างกายให้กลับมาฟิต มีชีวิตชีวา และอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง เพราะศาสตร์ของ Wellness ไม่ได้จะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมไปถึงอายุที่ยืนยาวมากขึ้นด้วย ปัจจุบันมีกลุ่มเข้ารับบริการที่เป็นชาวไทย สัดส่วน 30% และชาวต่างชาติ สัดส่วน 70% ส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันออกกลางจากกลุ่มประเทศอาหรับ และชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และฮ่องกง ที่นิยมเข้ามาใช้บริการและเข้ารับการดูแลด้านการชะลอวัยที่ศูนย์ฯ เป็นจำนวนมาก

“ในขณะที่แนวทางกลยุทธ์ของศูนย์ฯ มุ่งขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอย่างหลังจะทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรที่นำนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาประเทศไทยในรูปแบบของการเดินทาง เพื่อการพักผ่อนและดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน พบว่าในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยอนาคตทางศูนย์ฯ เตรียมแผนขยายตัวเพื่อรองรับจำนวนผู้เข้ารับบริการ และเครื่องมือต่างๆ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ยูวีออน (YOUVION) เพื่อเสริมบริการด้านความงามภายใต้เวชศาสตร์แห่งความงามอีกด้วย”

สำหรับเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ ดร. แพทริค ชวาร์เซนทรูเบอร์ (Dr. Patrick Schwarzentruber) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร micros TECH AG-Solothurmerstrasse ได้ให้ข้อมูลกับเราไว้ว่า “ยูวีออน เป็นนวัตกรรมเครื่องสำอางคุณภาพสูงจากสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งมีคุณสมบัติให้การดูแล เพื่อปรนนิบัติ และฟื้นฟูผิวพรรณบนใบหน้าได้อย่างล้ำลึก ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ โดยมี 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ยูวีออน อายแลช ซีรัม, ยูวีออน เฟซ ซีรัม และ ยูวีออน อาย ซีรัม โดย รพ. บำรุงราษฎร์ เป็นผู้รับสิทธิ์ทำตลาดในไทยแห่งแรกในเอเชีย สำหรับยูวีออน อายแลช ซีรัม (YOUVION Eyelash Serum) ซีรัมบำรุงขนตา สารสกัดสำคัญจากแบล็ค ซี ร็อด ออยล์ แหล่งธรรมชาติทางทะเลที่อุดมไปด้วยประการังคาริบเบียน มอบคุณสมบัติฟรีโฮร์โมน สังเคราะห์ผลิตกระตุ้นการเจริญเติบโตของขน สเต็มเซลล์ ที่ได้จากดอกไม้ป่า Edelweiss กลุ่มพืชอัลไพน์ที่พบได้เขตหนาวเทือกเขาแอลป์ ให้ความชุ่มชื่นพร้อมสารบำรุงวิตามินบี 7 บำรุงลึกไปถึงชั้นผิวหนังระดับสเต็มเซลล์ พร้อมปกป้องรังสียูวีเอและยูวีบี ซึ่งจากผลลัพธ์จริงที่ได้จากการทดสอบในสถาบันประเทศเยอรมัน โดยผู้เข้าทดสอบ 90% พบว่าขนตายาวขึ้น 56% (ประมาณ 4.2%) ในระยะเวลา 8 สัปดาห์ ขณะที่ ยูวีออน เฟซแอนด์อายซีรัม (Face & Eye Serum) ซีรัมบำรุงผิวหน้าและรอบดวงตา พร้อมคืนความอ่อนเยาว์ เพื่อการชะลอและลดริ้วรอย ให้ผลลัพธ์แห่งการดูแลพร้อมฟื้นฟูผิว เพื่อคืนความกระจ่างใสในระยะยาว ผ่านการทดสอบแล้วว่าปราศจากสารซิลิคอน สารก่อภูมิแพ้ และปลอดภัยสาหรับผิวแพ้ง่าย”

“ในฐานะที่ รพ. บำรุงราษฎร์เป็นหนึ่งในผู้นำด้านบริการทางการแพทย์โรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในระดับภูมิภาคเอเชีย และเป็นที่ยอมรับจากผู้เข้ารับการบริการทางการแพทย์จากทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมทั้งมาตรฐานชั้นนำระดับสากลต่างๆ ที่ รพ. ได้รับ ซึ่งการรีแบรนด์ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ รพ.บำรุงราษฎร์ ที่ได้ส่งมอบการดูแลเชิงป้องกัน และร่วมแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพร่วมกันกับผู้มาใช้บริการ เป็นการฟื้นฟูสุขภาพให้ดีขึ้น พร้อมช่วยยืดอายุขัยให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย เห็นได้จากข้อมูลสถิติ พบว่าร่างกายของมนุษย์จะเริ่มเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 – 35 ปี โดยเฉพาะผู้หญิง เมื่ออายุเกิน 35 ปีจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างชัดเจน และจะถดถอยอย่างรวดเร็วเมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 45 – 50 ปี ซึ่งจากศาสตร์แห่งการชะลอวัยภายใต้หลักการทางวิทยาศาสตร์ของไวทัลไลฟ์ สามารถเสริมสร้างเพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย (Boost up) ได้ในช่วง 50 ปี ที่ยังมีโอกาสฟื้นฟูร่างกายให้คืนกลับมามีชีวิตชีวาและอ่อนเยาว์ได้ ซึ่งแตกต่างไปจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด” รศ.นพ. สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผอ. ด้านการบริหารและผอ. ด้านการแพทย์ สรุปปิดท้าย

ทราบข้อมูลลึกขนาดนี้แล้ว ยังจะรอความชราถามหากันอยู่หรือเปล่า เทรนด์รักสุขภาพเนี่ยแหละที่ไม่ควรละเลยเลยจริงๆ ลองไปปรึกษารับบริการที่นี่ดูแต่เนิ่นๆ ก็ดีนะ รับรองไม่มีใครกัดหรือตามจิกแม้จะไม่ซื้อคอร์สอย่างแน่นอน เพราะเราเคยไปลองขอคำปรึกษามาแล้ว ปรากฏว่าเรารู้ตัวเองว่าสุขภาพเราแย่อย่างไรบ้างทั้งปัจจุบันและในอนาคตที่กำลังถามหา รู้ว่าต้องดูแลตัวเอง และต้องใช้อะไร แม้จะไม่ได้เข้ารับบริการที่ศูนย์อย่างจริงจัง แค่ลองไปขอคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่นั่นยินดีให้ข้อมูลเราอย่างเต็มที่แล้ว เชื่อเราสิ ไม่ต้องกลัว อะไรที่ทำแล้วสุขภาพดีต้องมาเป็นที่หนึ่งนะ

มิติใหม่ของน้ำผลไม้จากมาลี ท้าเปิดประสบการณ์การดื่มน้ำผลไม้ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน Malee Fruit Fresh สุดยอด Perfect Serve เพื่อความสุขทุกหยดในการดื่มน้ำผลไม้

ความสุขจากการได้ดื่มด่ำเครื่องดื่มที่เราชอบ ก็ถือเป็นความรื่นรมย์อย่างหนึ่งที่คนยุคนี้ตามหา โดยในแต่ละเครื่องดื่มนั้นก็ล้วนจะต้องมี Perfect Serve เพื่อให้ได้ถึงรสชาติและประสบการณ์ในการดื่มที่ดีที่สุด อย่างเช่น เวลาดื่มไวน์ ถ้าเป็นไวน์ขาวหรือแชมเปญจะต้องเสิร์ฟขณะเย็นๆ ส่วนไวน์แดงจะต้องเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้อง ในขณะที่แก้วไวน์ ควรเป็นแก้วขนาดใหญ่ทรงกลม ที่ปากแก้วแคบเล็กน้อย เพื่อให้กลิ่นไวน์อบอวลอยู่ในแก้ว และหอมเตะจมูกของผู้ดื่มได้ และควรมีก้านแก้วยาว เพื่อไม่ให้อุณหภูมิของไวน์ในแก้วเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปในขณะที่ดื่ม

ในขณะที่น้ำผลไม้เองนั้น ก็มี Perfect Serve เช่นกัน สำหรับความ Perfect Serve ของ Malee Fruit Fresh นั้น บอกเลยว่าอัดแน่นในทุกขั้นตอน ที่ ดูแลตั้งแต่ กระบวนการผลิต เพื่อกลิ่น รสชาติ ความสดให้ทุกหยดรื่นรมย์ โดยสัมผัสแรกของ Malee Fruit Fresh ที่เตะตาต้องใจเลยก็คือ ขวดโฉมใหม่ซึ่งมาในรูปแบบของขวดใส รูปทรงทันสมัยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังดูพรีเมี่ยมและสะอาดสะอ้าน สามารถมองเห็นสีสันของน้ำผลไม้ ชวนให้อยากดื่มด่ำกับความสดชื่นตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว จากนั้นเมื่อเปิดฝาออก สัมผัสต่อมาที่ได้รับก็คือ กลิ่นหอมหวานจากความสดใหม่ของผลไม้ที่ชวนให้ลิ้มรสชาติสุดๆ และที่สำคัญคือเป็นกลิ่นของความสดของผลไม้เพราะ Malee Fruit Fresh ผลิตผ่านกระบวนการที่เน้นความ Perfect Serve ด้วยการคงความสดใหม่ไว้ให้ได้มากที่สุด

อีกหนึ่งความ Perfect Serve ของ  Malee Fruit Fresh คือสัมผัสของรสชาติที่สดใหม่และอร่อยกลิ่นหอมหวานของความสดจากผลไม้ อีกทั้งยังได้คุณค่าของวิตามินอย่างเต็มที่ ผ่านนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง Cold Pressure Processing ที่คงคุณค่าให้ถึงมือคุณด้วยกระบวนการผลิตที่ฆ่าเชื้อโดยไม่ต้องใช้ความร้อนแบบเดิมๆ เพื่อรักษาคุณค่าและความสดใหม่ของน้ำผลไม้ไว้ให้ได้มากที่สุด เรียกว่าการดื่ม  Malee Fruit Fresh ใกล้เคียงกับการรับประทานผลไม้สดๆ เลยทีเดียว

นอกจากคุณประโยชน์ของ Malee Fruit Fresh ที่จะได้รับแบบเต็มๆ และเน้นๆ แล้วนั้น ในทุกหยดยังสามารถเพิ่มความสดชื่นให้กับการดื่มน้ำผลไม้สุดพรีเมี่ยมนี้ได้อีก ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ อย่างการดื่มแบบเพียวๆ ไม่ใส่น้ำแข็ง เพื่อให้ได้รสชาติและคุณค่าเต็มที่ หรือสำหรับคนที่ชอบแบบเย็นฉ่ำชื่นใจ ก็แช่ให้เย็นจัดๆ ก่อนดื่มได้ เพื่อกระตุ้นให้รสชาติอร่อยขึ้นอีก รวมถึงการดื่มแบบค่อยๆ จิบทีละน้อย ก็เป็นวิธีที่ทำให้วิตามินและแร่ธาตุจากน้ำผลไม้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปริมาณการดื่มที่ Perfect ในแต่ละครั้งคือ 1 แก้ว หรือ 200 มิลลิลิตร รับรองว่าฟินทั้งกลิ่นและรสชาติ และเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าแน่นอน

เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของน้ำผลไม้ 100% ที่มาลีตั้งใจส่งตรงคุณค่าถึงมือคุณอย่างเต็มที่ เย้ายวนใจให้ลิ้มรสชาติและดื่มด่ำกับคุณค่ามากๆ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบหรือไม่ชอบดื่มน้ำผลไม้ก็ตาม ถ้าได้ลอง Malee Fruit Fresh รับรองว่าต้องเทใจให้แบบเต็มร้อยแน่นอน

Malee Fruit Fresh เตรียมความอร่อยไว้ให้คุณได้ Stay Fresh แล้วถึง 3 รสชาติ ได้แก่ ส้ม, แอปเปิ้ล และองุ่น สามารถทดลองประสบการณ์ Perfect Serve กันได้เลยวันนี้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป Tops Supermarket, Food Land, MaxValu, The Mall, Villa Market และ Big C  

เผยลุค “เอเรียล หลิน” นางเอก “แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก” ในวัย 36 ปี น่ารักไม่เปลี่ยน

ลืมกันไปหรือยัง เพราะตอนนี้ก็ผ่านมา 13 ปีแล้ว ที่แฟนๆ ในไทยได้ดูซีรี่ส์ไต้หวันสุดป่วน แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก โดยตัวละครที่คุ้นชื่อกันดีก็คือ หยวน เซียงฉิน (นางเอก) และ เจียง เจ๋อซู่ (พระเอก) หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี ผู้มีไอคิวถึงสองร้อยที่นางเอกสุดเปิ่นอย่างเซียงฉินหลงรัก แต่วันนี้เราไม่ได้จะพามาย้อนความหลัง เพราะแพรวดอทคอมจะมาอัพเดทลุคของนางเอกจอมโก๊ะ หยวน เซียงฉิน ที่รับบทโดย หลิน อีเฉิน หรือ เอเรียล หลิน ให้แฟนๆ ได้ชมกัน

แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก ถือเป็นซีรี่ส์ไต้หวันอีกหนึ่งเรื่องที่ดังเปรี้ยงสุดๆ ในไทย แม้เวลาออกอากาศจะดึกแค่ไหน แต่แฟนๆ ก็ยังตามดูกันทุกตอน นอกจากนี้ยังถูกนำไปสร้างใหม่ในหลายเวอร์ชั่นทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ไทย และไต้หวันเองก็นำไปรีเมคอีกครั้งเมื่อปี 2016 เชื่อว่าแฟนซีรี่ส์เรื่องนี้ต้องตกหลุมรักนางเอกอย่างแน่นอน เพราะเด็กสาวแสนซื่อ มองโลกในแง่บวก รักเดียวใจเดียว เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ ก็ต่างเอ็นดู

เจียง เจ๋อซู่ (พระเอก) หยวน เซียงฉิน (นางเอก) ชื่อในซีรี่ส์

 

เจียง เจ๋อซู่ (พระเอก) หยวน เซียงฉิน (นางเอก) ชื่อในซีรี่ส์

หลิน อีเฉิน หรือ เอเรียล หลิน ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากซีรี่ส์เรื่อง แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก ที่แสดงคู่กับ เจิ้ง หยวนช่าง จนกลายเป็นรักนอกจอให้แฟนๆ ได้ชุ่มฉ่ำหัวใจ แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกรา และถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทั้งนี้ผลงานของเอเรียล หลิน ยังหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะผลงานถ่ายมิวสิควิดีโอในเพลง ซวงเจี๋ยกุ้น ของ เจย์ โชว์ , เมคอะวิช ของ ไจ๋ไจ่ (วิค F4 หรือ โจว อวี๋หมิน) และเธอยังได้ร่วมถ่ายมิวสิควิดีโอในเพลงร่วมกับ ชเว ซีวอน  อี ดงแฮ สมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์ มาแล้วด้วย

อย่างที่ได้บอกไปว่าวันนี้เราจะนำลุคปัจจุบันของนางเอกสาวสุดน่ารักมาให้ได้ดูกัน ถ้าไม่บอกว่าอายุ 36 ปีแล้ว คงไม่มีใครเชื่อแน่ๆ เพราะหน้าเด็กเว่อร์ แถมความน่ารัก สดใสยังเปล่งประกายแบบสุดขั้ว ว่าแล้วก็มาอัพเดทลุคของเธอกันเลย

งานเข้ามาอย่างต่อเนื่องกับพรีเซ็นเตอร์นาฬิกาแบรนด์ดัง

1

หุ่นยังคงเอวเอสเหมือนเดิม รูปร่างดีไม่เปลี่ยนเลย

1

สดใส น่ารักสุดๆ ตั้งแต่หั่นผมสั้นก็ทำให้หน้าที่ดูเด็กอยู่แล้ว ยิ่งเด็กลงไปอีก

1

การแต่งตัวกับทรงผมแบบนี้ จะไม่ให้มองว่าเพิ่ง 20 ต้นๆ ได้ยังไงกัน คิ้วต์ๆ

1

ออกงานความโตก็อัพขึ้นมาหน่อย และเดรสเรียบหรูตัดกับเพชรที่ระยิบระยับได้อย่างดี
ไม่ว่ามองมุมไหน เอเรียลก็สวยยยย

1

ลุคสบายๆ เผยหน้าสดก็ไม่พัง แต่ยิ่งลดอายุลงไปอีก

1

ลุคนี้ดูเป็นสาววัยทำงาน และรอยยิ้มก็ทำให้โลกสดใสไปเลย

1

ลุคสุภาพ ที่ดูเป็นทางการ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้หน้าตาเท่ากับอายุได้ เพราะหน้าเด็กจริงๆ พูดวนเป็นรอบที่ร้อย ฮาๆ

1

แม้แต่ตอนถ่ายโฆษณาก็ยังดูดี เดรสเรียบๆ สีชมพูอ่อนหวานๆ ก็เข้ากับเอเรียลได้ดี

1

การโพสท่าทางยังทะเล้นเหมือนเดิม คนอะไรสดใสได้ขนาดนี้

อายุเป็นเพียงตัวเลขก็คราวนี้แหละ เหมือนอายุของเอเรียลหยุดอยู่ที่ 20 ต้นๆ เพราะตอนนี้แม้จะ 36 กะรัตแล้ว แต่ทั้งการแต่งตัว ความสดใส และหน้าของเธอยังคงสะพรั่งเหมือนเด็กสาวไม่มีผิด และหวังว่าการนำเสนอลุคของเธอในครั้งนี้ จะทำให้แฟนๆ ของเซียงฉิน จากเรื่องแกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารัก หายคิดถึงนางเอกในดวงใจกันได้นะ


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@linyichenn , www.weibo.com

 

หนาวนี้สาวกบิวตี้ไม่ควรพลาด! ช้อปฟิน จัดเต็ม กับงาน ‘Central Beauty Salebration’

หนาวนี้สาวกบิวตี้ไม่ควรพลาด! กับงาน ‘Central Beauty Salebration’  ที่ขนขบวนบิวตี้ไอเท็มจากแบรนด์ชั้นนำมาให้ช้อปฯ กันแบบฟินๆ ด้วยโปรสุดคุ้มลดสูงสุด 10-15% ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย. 60 ณ แผนกบิวตี้ แกเลอรีและพื้นที่โปรโมชั่น ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

 

พร้อมพบกับบิวตี้บล็อกเกอร์สาว @ndmikkiholicc วันที่ 18 พ.ย. 60 เวลา 15.00 น. และ @florenceroom99 วันที่ 25 พ.ย. 60 เวลา 15.00 น. ที่จะมาสาธิตการแต่งหน้าลุคสวยแซ่บท้าลมหนาว ให้สาวๆ ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด

แบรนด์ที่ร่วมรายการ : Dior, La Mer, Sulwhasoo, Three, Cle de Peau Beaute, Covermark, Revlon, Burt’s bee และ Bisous Bisous

#CentralBeautySalebration #BeautyGalerie #CentralDepartmentStore

สร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกร พระองค์ติ๊ด ทรงร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว ฟ้อนรำกับชาวบ้าน

เป็นประเพณีไทยสืบทอดมาแต่โบราณ สำหรับประเพณีทำขวัญข้าว ที่มักจะจัดงานขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี โดยปี 2560 นี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ หรือ พระองค์ติ๊ด พระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จไปทรงร่วมพิธีทำขวัญข้าวและประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวกับชาวนาที่ จ.สุรินทร์ 

มีความเชื่อมาแต่โบราณว่า แม่โพสพมีพระคุณต่อชาวนาที่คอยให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนนา ช่วยปกปักษ์รักษาต้นข้าวให้ผู้คนมีอยู่มีกินไม่ขาดแคลน โดยพิธีทำขวัญข้าวนี้จึงเป็นการขอขมาต่อต้นข้าว ขอบคุณแม่โพสพและขออภัยเนื่องจากบางทีอาจมีการกระทำต่อต้นข้าวในทางไม่ดีโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ควรอย่างไร ซึ่งการทำพิธีนี้ทางชาวนายังมีความเชื่อด้วยว่า จะทำให้ผลผลิตข้าวอุดมสมบูรณ์ ช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนา รวมถึงยังเป็นพิธีที่ทำให้ชาวนาได้มารวมตัวกันเกี่ยวข้าวเพื่อแสดงความสามัคคีกันอีกด้วย

ปีนี้ชาวนาจังหวัดสุรินทร์ นับว่าได้รับขวัญและกำลังใจดีอย่างยิ่ง เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ หรือ พระองค์ติ๊ด เสด็จไปยังศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร บ้านระไซร์ ตำบลตั้งใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ที่มีพื้นที่นาสำหรับเพาะปลูกข้าวรวม 12 ไร่ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 และทรงร่วมในพิธีทำขวัญข้าวและประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนา ทั้งยังร่วมมีความสัมพันธ์กับชาวเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
โดยพระองค์ทรงได้ร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว พันธุ์ข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 ร่วมกับสมาชิกศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสาโครงการเราทำความดีด้วยหัวใจจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งสีหน้าของชาวบ้านที่ได้มารับเสด็จและร่วมทำกิจกรรมกับพระองค์นั้นต่างล้วนมีความสุข อีกทั้งพระองค์ยังทรงร่วมฟ้อนรำกับนางรำที่มาแสดงในงานด้วย นับเป็นภาพอันชื่นมื่นและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ข้อมูล: ประเพณีทำขวัญข้าวหรือประเพณีทำขวัญแม่โพสพ, Facebook-ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร
ภาพ: Facebook-ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร