เปิดตัว 8 ดารา 8 Characters สะท้อนความเป็นที่สุดของขนมไหว้พระจันทร์จาก HOLIDAY PASTRY

โดยมีแขกคนพิเศษร่วมด้วยเหล่าเซเลบริตี้มากมาย มิว นิษฐา, มาร์กี้ ราศรี, อิน สาริน, พลอย หอวัง, เกรท สพล, ไท้ วสุวัส, บลู ณรศ, น้องมาริน ร่วมกันถ่ายทอดลุคอันสง่างามและทรงคุณค่า ที่สะท้อนถึงศิลปะแห่งความประณีตของกล่องขนมไหว้พระจันทร์ The Golden Moon & The Great Dragon โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสิคและร่วมสมัย รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคการวาดลายเส้นด้วยมือถมทองคำ เล่าเรื่องมังกรทองมงคลร่ายรำท่ามกลางพระจันทร์และดวงดาว เสริมพลังให้ปีมังกรนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป

มาพร้อมด้วย #ขนมไหว้พระจันทร์สูตรฮ่องกงต้นตำรับ รสชาติหอมอร่อย ละมุน กลมกล่อมจากการผสมผสานกันของแป้งหอมเนยแท้จากฝรั่งเศส ไส้คัสตาร์ดเนื้อเนียนนุ่ม และวัตถุดิบพรีเมี่ยม ผ่านกรรมวิธีการอบแบบพิเศษที่ทำให้ได้กลิ่นหอมอย่างมีเอกลักษณ์ ให้เลือกถึง 6 รสชาติ ได้แก่ คัสตาร์ดไข่เค็มฮ่องกง, คัสตาร์ดทรัฟเฟิลอิตาลี, คัสตาร์ดทุเรียนหมอนทองสด, ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, พุทราจีนและอินทผาลัม, เม็ดบัวและอัลมอนด์

มีให้เลือกทั้งกล่องบรรจุขนาด 8, 4 และ 1 ชิ้น

  • ชุดกล่อง 4 ชิ้น เริ่มต้น 788 บาท
  • ชุดกล่อง 8 ชิ้น เริ่มต้น 1,188 บาท
  • เปิดให้จองแล้ววันนี้ จำนวนจำกัด สั่งจองหรือสอบถามได้ที่ LINE OA : @holidaypastry https://lin.ee/khjTCGL
  • สามารถสั่งทำ Customized Packaging ได้ และมีบริการรับผลิต OEM Service
  • สามารถจัดสั่งได้ทั่วประเทศ และต่างประเทศ (เฉพาะประเทศที่กำหนด)

มีจำหน่ายสาขาดังนี้ :

  • เจริญนคร 10
  • CentralWorld ชั้น 7
  • Emquartier ชั้น G

“บอกรักแม่ด้วยเค้ก S&P กับเค้กรสชาติแสนอร่อยที่แม่รัก”

วันแม่ปีนี้ บอกรักแม่ด้วยเค้ก S&P กับเค้กดอกไม้ตัวแทนความรักและสายใยจากแม่ถึงลูก 5 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเค้กมาลัยบอกรัก กับสีฟ้าตัวแทนสัญลักษณ์วันแม่ เค้กมาลัยชมพู แซมด้วยดอกกุหลาบ ที่รังสรรค์ออกมาอย่างประณีตสวยงาม เพื่อเป็นของขวัญแสนพิเศษจากลูกถึงแม่ นอกจากนี้ยังมีเค้กมะลิบอกรักและเค้กมงกุฎดอกไม้ เป็นตัวเลือกสำหรับแสดงความรักจากลูกถึงแม่อีกด้วย ซึ่งบรรจงออกแบบโดยใช้ดอกมะลิแทนความรักที่บริสุทธิ์ของแม่ ผสานกับดอกไม้รูปแบบต่างๆ และเพิ่มสีสันความน่ารักให้วันแม่ปีนี้ด้วยเค้กรักแม่ ที่มีภาพตัวแทนของแม่ในดีไซน์เค้กสุดพิเศษอีกด้วย
พิเศษ!!! เปิดพรีออร์เด่อ รับสั่งจองล่วงหน้า

สมาชิก S&P Card รับส่วนลด 20% ลูกค้าทั่วไปรับส่วนลด 10% รับเค้กได้ถึง 12 ส.ค.นี้
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่หน้าร้าน S&P ทุกสาขา และผ่านช่องทาง ดีลิเวอรี่ โทร.1344 ถึงวันที่ 12 ส.ค. 67 นี้เท่านั้น

MEDIWELLE เปิดตัว MDW กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการฟื้นบำรุงสุขภาพผิวแบบองค์รวม

MEDIWELLE เปิดตัว MDW กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการฟื้นบำรุงสุขภาพผิวแบบองค์รวม

MEDIWELLE (เมดิเวลล์) ศูนย์ดูแล ฟื้นฟูความงาม สุขภาพและชะลอวัยด้วยศาสตร์การแพทย์แบบผสมผสาน ต่อยอดความสำเร็จทรีตเมนต์ซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องอย่าง FACE IV โปรแกรมการส่งวิตามินเข้มข้นและอาหารผิวเกรดการแพทย์สูตรต่างๆ ตามแต่ละปัญหาผิวเข้าสู่ใต้ชั้นผิวด้วยเทคโนโลยีแรงดันน้ำและออกซิเจนความเร็วสูง โดยไม่ใช้เข็ม ซึ่งมอบผลลัพธ์เทียบเท่ากับการฉีดวิตามินเข้าสู่ผิว โดยถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าภายใต้ชื่อแบรนด์ MDW เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลผิวหน้าที่เหนือกว่าด้วยสูตรเอกสิทธิ์เฉพาะที่ผสมผสานศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์และสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี PRPF5 (Pro Regenerative Peptide Factor 5) เป็นส่วนผสมไฮไลท์ที่ประกอบไปด้วยเปปไทด์เข้มข้น 6 ชนิด ซึ่งมุ่งเน้นการช่วยชะลอการเกิดสัญญาณแห่งวัย พร้อมช่วยซ่อมแซมและฟื้นบำรุงผิวให้แลดูอ่อนเยาว์

หนึ่งในทิปส์สำคัญของการมีสุขภาพผิวที่ดีอย่างยั่งยืนคือการดูแลปราการปกป้องผิวให้สมดุลและแข็งแรง สำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ของ MDW ให้ความสำคัญกับการคัดสรรส่วนผสมเรื่องช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวตั้งแต่ผิวชั้นนอกลึกไปจนถึงผิวชั้นใน นอกจาก PRPF5 ที่เปี่ยมด้วยสรรพคุณช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวพร้อมช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ยังมาพร้อมส่วนผสม Cynanchum Atratum Extract (ไซแนนคั่ม อะทราทั่ม เอ็กซ์แทรค) หรือ แปะมุ้ย สารสกัดลิขสิทธิ์จากสมุนไพรที่ถูกใช้มาอย่างยาวนานในการแพทย์แผนโบราณของชาวเกาหลีและจีนเพื่อช่วยรักษาผิวที่อักเสบ แดงคัน โดยช่วยปลอบประโลมอาการระคายเคืองผิว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสมานแผลและฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรงและแลดูสุขภาพดี อีกทั้งยังประกอบด้วยโพลีซัคคาไรด์ที่ทำหน้าที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและรักษาสมดุลผิว 

กุญแจสำคัญของการปลดล็อคผิวแลดูอ่อนเยาว์ยังรวมถึงการเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ทำให้การคิดค้นสูตรของผลิตภัณฑ์โฟกัสไปที่ส่วนผสมช่วยส่งเสริมการกักเก็บน้ำในผิว โดยผสมผสานน้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่อุดมด้วยสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ อาทิ น้ำมันอาร์แกน, น้ำมันสวีทอัลมอนด์, น้ำมันโจโจบ้า, น้ำมันเมล็ดองุ่น, น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน และน้ำมันดอกคำฝอย ซึ่งโดดเด่นเรื่องช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้ผิวดูกระชับและเรียบเนียน นอกจากนี้สูตรผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยปราศจากส่วนผสมของพาราเบน,น้ำหอม, แอลกอฮอล์, สีสังเคราะห์ และซัลเฟต


เนสกาแฟ โกลด์ เครมมา X แจ็คสัน หวัง ชวนสร้าง ‘โกลด์เด้น โมเมนต์’ ที่สุดของกาแฟผงละเอียดสีทอง

เนสกาแฟ โกลด์ เครมมา แบรนด์กาแฟพรีเมียมอันดับหนึ่งในประเทศไทยจากเนสท์เล่ เดินหน้าเนรมิต ‘โกลด์เด้น โมเมนต์ แห่งปี’ ร่วมกับ แจ็คสัน หวัง ในงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จัดเต็มโมเมนต์สุดพิเศษพร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คอกาแฟพรีเมียม ณ สเฟียร์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

จากความสำเร็จในการร่วมมือกันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ต่อยอดมาสู่การจัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟในปีนี้ นำเสนอประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟระดับพรีเมียมที่มีเอกลักษณ์ ร่วมกับ แจ็คสัน หวัง ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และศิลปินระดับโลก
โดยงานนี้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน เปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาให้กลายเป็นโกลด์เด้น โมเมนต์ ไปกับ แจ็คสัน หวัง และเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา ผ่านความพิเศษของกาแฟระดับพรีเมียมที่ไม่เหมือนใคร รังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟจากกาแฟผงละเอียดสีทองคุณภาพสูงจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดี พร้อมชั้นเครมมาเนียนนุ่ม ที่จะยกระดับทุกช่วงเวลาให้เป็นโมเมนต์พิเศษสำหรับคุณ

ภายในงานมีกิจกรรมมากมายที่นำทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟระดับพรีเมียมและสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่สำคัญ ได้แก่ เดอะ โกลด์เด้น เอสเคป อิมเมอร์ซีฟ ทันเนิล: หลีกหนีความวุ่นวาย ไปกับช่วงเวลาที่งดงามและผ่อนคลายในทุกประสาทสัมผัสที่เกิดจากรายละเอียดอันแตกต่างและความพิถีพิถันของเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา นำคุณเข้าสู่ช่วงเวลาโกลด์เด้น โมเมนต์ เดอะ โกลด์เด้น โมเมนต์ แกลอรี: ชวนทุกคนมาค้นพบแง่มุมสุดประทับใจของแจ็คสัน หวัง ที่พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้ทุกคนออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และค้นพบกับ Golden Moment ในทุก ๆ วันผ่านการดื่มเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา เดอะ โกลด์เด้น โมเมนต์ บาร์: ครีเอท Golden Moment ของคุณเอง ด้วยกาแฟสูตรพิเศษ ที่จะมอบประสบการณ์กาแฟชั้นเลิศ และ เดอะ โกลด์เด้น โมเมนต์ เมมโมรี: แคปเจอร์ Golden Moment แห่งค่ำคืนไปพร้อมกับกาแฟแก้วโปรดของคุณผ่านการถ่ายภาพในแสงสีทอง
สุดเปล่งประกายเติมเต็มช่วงเวลา Golden moment


ลูกรักคนใหม่ของสายบิวตี้! INGU (อิงกุ) เปิดตัวคลีนซิ่งตัวเด็ดไม่ง้อสำลี “INGU Lotus Cleansing Micellar Milk”

ยุคนี้ผิวสวยหน้าใสมีชัยไปกว่าครึ่ง! INGU (อิงกุ) แบรนด์สกินแคร์จากมุมมองส่วนผสมที่เชื่อมั่นในความเรียบง่าย โดย อิ๊ง – ชยธร กิติยาดิศัย YouTuber ชื่อดัง เจ้าของช่อง Ingck พลิกหลังกล่อง ร่วมกับพี่ชาย ธัช – กีรธัช กิติยาดิศัย เปิดตัวโปรดักต์ใหม่ “INGU Lotus Cleansing Micellar Milk” (อิงกุ โลตัส คลีนซิ่ง ไมเซลล่า มิลค์) ขั้นตอนแรกของผิวสะอาดที่ขาดไม่ได้ เพราะการล้างหน้าแบบปกติ อาจไม่เพียงพอต่อการขจัดสิ่งสกปรก มลภาวะต่างๆ ที่เผชิญอยู่ในทุกๆ วัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่สนุกกับการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า หรือจะมาในลุคใสๆ ไร้เมคอัพก็ตาม

INGU Lotus Cleansing Micellar Milk” มาในรูปแบบคลีนซิ่งไมเซลล่าเนื้อน้ำนม (Micellar Milk Make-up Remover) สำหรับล้างเครื่องสำอางและทำความสะอาดผิวหน้าในขั้นตอนแรกของการ Double Cleanse ที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกและคราบไขมันบนใบหน้าได้อย่างหมดจด โดยปราศจากการใช้สำลี (ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดแรงเสียดสีต่อผิว แถมยังสร้างขยะใหม่แบบไม่รู้จบ!) โดดเด่นด้วย Super Micellar Blend ที่มีสารกลุ่ม Mild Surfactant (Glycerox HE, Glycerox 767, Olivem 400) ทำหน้าที่ดูดจับสิ่งสกปรกและคราบไขมันบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน ลดโอกาสการอุดตันของรูขุมขนและยังคงความสมดุลของน้ำมันบนผิว ไม่รบกวนเกราะป้องกันผิวและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ผสานกับ Sacred Lotus สารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวงไทย ช่วยบํารุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น พร้อมทั้ง PENTAVITIN® สารที่ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนานแม้ถูกล้างออกด้วยน้ำ

ตามมาสัมผัสความสะอาดในนิยามใหม่จาก INGU ที่พร้อมรับจบในการคลีนผิวแบบไม่ง้อสำลี กับ“INGU Lotus Cleansing Micellar Milk” ได้ที่ EVEANDBOY และช่องทางออนไลน์ของ INGU


“ยูคยอม” ประกาศจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ไทยในรอบ 2 ปี “2024 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] IN BANGKOK” “2 รอบการแสดง” 12-13 ต.ค. 67 นี้ ห้ามพลาด!

เตรียมฟินกันได้เลย! “ยูคยอม” (YUGYEOM) ศิลปินมากความสามารถภายใต้สังกัด “AOMG” ที่ทุกคนรอคอย ประกาศกลับมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 2 ปีตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับอากาเซ่ชาวไทย กับงาน “2024 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] IN BANGKOK” คอนเสิร์ตใหญ่จากอัลบั้ม “TRUST ME” ที่มีคอนเซ็ปต์สุดลึกซึ้ง สามารถสื่อถึงตัวตนของยูคยอมได้เป็นอย่างดี ผ่านหลากหลายบทเพลงที่ถูกร้อยเรียงด้วยความรัก และความเชื่อมั่น แม้ยูคยอมจะดูเป็นน้องเล็กในสายตาของกลุ่มแฟนคลับ แต่ก็เติบโตอย่างมีคุณภาพในฐานะศิลปินเดี่ยว สร้างสรรค์ทุกผลงานอย่างตั้งใจ เป็นคนที่ไว้วางใจได้ของแฟนคลับอยู่เสมอ

และการรอคอยที่แสนยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคมนี้! อากาเซ่วอร์มนิ้ว ล็อคคิวในปฏิทินกันได้เลย เพราะงานนี้ผู้จัดอย่าง “BEX” บริษัทอีเว้นท์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ร่วมกับ “YJ PARTNERS” และ “PROUD2”พาร์ทเนอร์ทีมคุณภาพที่เคยสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ มาแล้วในหลายคอนเสิร์ต ด้วยคุณภาพ Production แสง สี เสียงที่จัดหนักจัดเต็ม เสริมทัพด้วยความ Exclusive ต่าง ๆ ที่มีให้เฉพาะแฟนคลับชาวไทยเท่านั้น และในครั้งนี้ก็เช่นกัน เชื่อใจทีมผู้จัดและยูคยอมได้เลย เพราะเราได้จัดเตรียมเซอร์ไพรส์ใหญ่ไว้ให้อากาเซ่ชาวไทยทุกคน  รับประกันว่าวันที่เราจะได้เจอกัน จะเป็นวันที่พิเศษที่สุดสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน!

โดยงานสุดพิเศษนี้จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2567 เวลา 18:00 . และวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2567 เวลา 17:00 . ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี “2 รอบการแสดงบัตรราคา 6,500 / 6,300 (บัตรยืน) / 5,900 / 5,500 / 4,900 / 3,900 และ 2,900 บาท โดยเปิดจำหน่ายในวันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2567 เวลา 10:00 . ทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com เท่านั้น และวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2567 เวลา 10:00 . เป็นต้นไป บัตรจะเปิดจำหน่ายทุกช่องทาง

อากาเซ่อย่าลืมตั้งตารอ และเตรียมมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันอีกครั้งกับ ยูคยอมให้หายคิดถึงโดยสามารถติดตาม ข่าวสารกิจกรรมและข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: BEX Concert และ X: @BEX_Concert

“DPR” (Dream Perfect Regime) เตรียมกลับมาจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในไทย พบกัน 20 ธ.ค. 67 DREAMers ห้ามพลาด!

“DPR” (Dream Perfect Regime) กลุ่มศิลปินมากความสามารถผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง กลุ่มคนที่รันวงการเพลงเกาหลีใต้ด้วยสไตล์เพลงที่หลากหลายและไม่เหมือนใคร ได้รับการยอมรับในวงกว้างไปทั่วโลก สมกับคำนิยามตัวของพวกเขาที่บอกว่า “DPR (Dream Perfect Regime) IS A MULTI-GENRE MUSIC AND VIDEO GROUP” โดยในปี2024 นี้ “DPR” (Dream Perfect Regime) ได้ประกาศข่าวดีให้กับแฟนคลับทั่วโลกอีกครั้ง กับคอนเสิร์ตเวิล์ดทัวร์อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “THE DREAM REBORN WORLD TOUR 2024” โดยจะถูกจัดขึ้นในหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในเดือนธันวาคมนี้ นับเป็นการกลับมาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 2 ปี หลังจากครั้งแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก บัตรถูกจำหน่ายหมด SOLD OUT ภายในเวลาแค่ 2 นาที!

และเพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีให้กับ DREAMers (ดรีมเมอร์: ชื่อกลุ่มแฟนคลับ) ชาวไทย ผู้จัดอย่าง “BEX” บริษัทอีเว้นท์ออกาไนเซอร์ในเครือเวิร์คพอยท์กรุ๊ป ร่วมกับ “YJ PARTNERS” และ “PROUD2” ก็ไม่รอช้าคว้าตัวทั้ง 3 หนุ่ม “DPR +IAN” (ศิลปินแนว Pop, R&B, Rock และ Electronica) / “DPR CREAM” (ศิลปินแนว Hiphop)และ “DPR ARTIC” (ศิลปินแนว House, Electronic และ Techno) บินลัดฟ้ามาที่ประเทศไทยกับงาน “THE DREAM REBORN WORLD TOUR 2024 IN BANGKOK” งานนี้ดรีมเมอร์ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะการกลับมาประเทศไทยในครั้งนี้ หนุ่ม ๆ เตรียมโชว์สุดพิเศษมาฝากเพียบ!

โดยงานสุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 เวลา 20:00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 บัตรราคา 6,000 (VIP) / 3,600 และ 2,600 บาท โดยบัตร VIP จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ได้รับสิทธิ์ถ่ายภาพ GROUP PHOTO (10:3) เข้าร่วมกิจกรรมถาม-ตอบกับศิลปินสุดใกล้ชิด เป็นต้น โดยบัตรจะเปิดขาย 3 รอบ ดังนี้ “รอบ ARTIST PRESALE” เปิดขายบัตรในวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 10:00 น. ถึงวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2567 เวลา 23:59 น. / “รอบ SPOTIFY PRESALE” เปิดขายบัตรในวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2567 เวลา 10:00 น. – 23:59 น. และ “รอบ GENERAL SALE (บุคคลทั่วไป)” เปิดขายบัตรในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2567 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทาง www.bexconcert.com

โดยงานในครั้งนี้จัดเพียง “1 รอบการแสดง” เท่านั้น แฟน ๆ เตรียมล็อกวันกันให้ดี และเตรียมมาสร้างความทรงจำดี ๆ กับ “DPR” ส่งท้ายปีไปด้วยกัน โดยสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมและข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ X: @BEX_Concert

ห้องอาหารหลิว

มื้อพิเศษเพื่อคุณแม่ โดยเชฟ “แอนดี้ ฟุง” เอ็กเซคคิวทีฟเชฟชาวฮ่องกง ณ ห้องอาหารหลิว โรงแรมคอนราด กรุงเทพ

รักแม่ทุกวัน แต่ต้องมีวันหรือมื้อพิเศษ! ฉลองเทศกาลวันแม่แบบพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว พบกิจกรรมบอกรักและมอบของขวัญแด่คุณแม่ด้วยชุดอาหารมื้อพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองวันหยุดยาวในช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างวันที่ 10-12 สิงหาคม 2567 นี้ ณ ห้องอาหารหลิว โรงแรมคอนราด กรุงเทพ โดยเชฟ “แอนดี้ ฟุง” เอ็กเซคคิวทีฟเชฟชาวฮ่องกง ได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารจีนกวางตุ้งรสเลิศและประสบการณ์สุดประทับใจไว้ให้กับทุกคนตลอดช่วงเทศกาล

  1. อิ่มอร่อยกับเซ็ต “บุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวัน” ราคาท่านละ 1,388++ บาท ที่เชฟแอนดี้ได้คัดสรรเมนูติ่มซำมาให้ลิ้มลองมากกว่า 32 รายการ ซึ่งแต่ละเมนูได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม เสิร์ฟสดใหม่แบบวันต่อวัน ซึ่งเมนูพิเศษในเทศกาลวันแม่ ได้แก่
  • กุ้งลายเสือราดซอสสิงคโปร์
  • ซุปกระเทียมดำไก่และเป๋าฮื้อ
  • เป็ดปักกิ่งม้วนโรลและเปาะเปี๊ยะมะม่วง
  • ปลาหิมะนึ่งกับเห็ดรวม พุทราจีนและดอกถั่งเช่า
  • ข้าวผัดซอสทรัฟเฟิลโรยด้วยไข่ปลาแซลมอน
  • พุดดิ้งมะม่วง
  • ซิ่วท้อไส้พุทราจีน

2) ยกระดับการทานอาหารมื้อค่ำให้ประทับใจยิ่งขึ้น เพลิดเพลินกับ “ชุดดินเนอร์ซิกเนเจอร์” ราคาคนละ 1,588++ บาท เริ่มต้นด้วยความสดชื่นของสลัดผลไม้รวม เสิร์ฟกับกุ้งทอดและซอสมัสตาร์ดมายองเนส จากนั้นสัมผัสความกลมกล่อมของซุปไก่ดำและกระเพาะปลาตุ๋นยาจีน และลิ้มลองรสชาติของอาหารจานหลักที่เป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารหลิว ได้แก่ เป็ดปักกิ่งม้วนโรล เห็ดหอมและเป๋าฮื้อตุ๋นซอสน้ำมันหอย ปลาหิมะนึ่งเห็ดรวมและพุทราจีน ผัดหมี่ฮกเกี้ยนกุ้งและหมูแดง ก่อนปิดท้ายความอร่อยด้วยขนมหวานละมุนกับพุดดิ้งมะม่วง

3) ฉลองดินเนอร์มื้อพิเศษอย่างอบอุ่น พร้อมกันทั้งครอบครัวในเทศกาลวันแม่ ด้วย “แฟมิลี่เซ็ตเมนูสุดคุ้ม” ราคา 6,288++ บาท สำหรับ 4 ท่าน เริ่มต้นด้วยสลัดผลไม้รวม เสิร์ฟพร้อมกุ้งทอดและซอสมัสตาร์ดมายองเนส และสัมผัสรสชาติอันเข้มข้นและกลมกล่อมของซุปไก่ดำและกระเพาะปลาตุ๋นยาจีน ก่อนอิ่มอร่อยกับรายการอาหารจานหลัก ได้แก่ เป็ดปักกิ่งม้วนโรล เห็ดหอมและเป๋าฮื้อตุ๋นซอสน้ำมันหอย ปลาหิมะนึ่งเห็ดรวมและพุทราจีน โกยซีหมี่รวมมิตรทะเลซอสเข้มข้นสูตรพิเศษ และปิดท้ายมื้อพิเศษด้วยเมนูของหวานพุดดิ้งมะม่วง

ส่งต่อความรักแด่คุณแม่ผ่านประสบการณ์มื้ออาหารสุดพิเศษ และดื่มด่ำไปกับรสชาติของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสุดประทับใจ สำรองโต๊ะล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ รับส่วนลดพิเศษ! เมื่อซื้อเวาเชอร์ออนไลน์ สำหรับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวัน แฟมิลี่เซ็ตเมนู และเซ็ทเมนูซิกเนเจอร์สำหรับ 5 ท่าน ภายในวันที่ 4 สิงหาคม 2567 ติดต่อซื้อเวาเชอร์ออนไลน์ได้ที่ คลิ๊กbit.ly/LiuMothersDay

นอกจากนี้ ห้องอาหารหลิว โรงแรมคอนราด กรุงเทพ จัดเตรียมของขวัญสำหรับคุณแม่ทุกท่าน ด้วยขนมสูตรลับเฉพาะ “เค้กมินิ สวีทฮาร์ท” ที่เชฟปรุงขึ้นโดยมีส่วนผสมที่หอมหวลของใบเตยและดอกมะลิ อันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรักอันแสนบริสุทธิ์และยืนยาว เปรียบดั่งความรักและความปรารถนาดีของแม่ ที่มอบให้แก่ลูกอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย นอกจากนี้ห้องอาหารหลิวขอมอบสิทธิพิเศษสำหรับคุณแม่ รับส่วนลด 20% สำหรับการสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อย ‘Golden Treasure Edition’ กล่อง 4 ชิ้น บรรจุในกล่องของขวัญดีไซน์สุดหรูสวยงาม เมื่อชำระล่วงหน้า ณ ห้องอาหาร

สำรองที่นั่งล่วงหน้า ห้องอาหารหลิว โทร. 02 690 9999 หรืออีเมล [email protected] (ราคาไม่รวมค่าบริการและภาษี 17.7%)


สะพานเชื่อม ‘กีฬา VS แฟชั่น’ รู้จัก Ran Takahashi แบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำ Dior

รู้จัก Ran Takahashi นักวอลเลย์บอลทีมชาติญี่ปุ่นที่มีดีทั้งฟอร์มการเล่นและหน้าตา จน Dior เลือกให้เขาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

ยังไม่ออกจากบรรยากาศการแข่งขันโอลิมปิกค่ะทุกคน เพราะเรื่องน่าสนใจยังมีอีกเยอะ! โดยเฉพาะเรื่องราวของบรรดาเหล่านักกีฬา สำหรับบทความนี้เราขอเลือกนักวอลเลย์บอลสุดฮ็อตจากแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Ran Takahashi มาพูดถึงกัน เพราะนอกจากฟอร์มการเล่นที่ได้รับการเล่าขานแล้ว บุคลิกของเขายังถูกตาต้องใจคนทั่วโลกอีกด้วย พูดง่ายๆ เขาหล่อนั่นเองค่ะ

Ran Takahashi (รัน ทากาฮาชิ) บุคคลที่มีส่วนผสมของเชื้อชาติหลากหลายทั้ง ญี่ปุ่น-อเมริกัน-อังกฤษ-เยอรมัน เกิดและโตที่เมืองเกียว ประเทศญี่ปุ่น เขารักการเล่นกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็ก จนติดทีมชาติเมื่ออายุ 18 ปี ปัจจุบันเขาเล่นให้กับสโมสร ‘วีโร วอลเลย์ มอนซ่า’ ตำแหน่ง ‘ตัวตีหัวเสา’ หมายเลข 12 นั่นเอง

รัน ทากาฮาชิ (คนที่ 3 จากซ้ายไปขวา)

อีกมุมหนึ่งนอกเหนือจากวงการกีฬาแล้ว Ran Takahashi ยังได้รับเลือกให้เป็น Ambassador ประจำแฟชั่นแบรนด์อย่าง Dior เมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้เขาได้ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึกว่า

“วันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นที่จะประกาศว่าผมเป็นนักวอลเลย์บอลของญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นแอมบาสเดอร์ของ Dior ผมหวังว่าตัวเองจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกีฬาและแฟชั่นได้ ขอบคุณทุกความรักและการสนับสนุนที่มีให้นะครับ”

เรียกว่าไม่แปลกใจที่หนุ่มนักกีฬาคนนี้จะเข้าตา Dior เพราะหากเทียบมูลค่าการตลาดแล้ว เขาเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ได้รับความนิยมจากทั่วทวีปเอเชียไม่น้อย แค่ผู้ติดตามในอินสตาแกรมส่วนตัว @ran.voleyball0902 ก็ปาไป 2.6M แล้วค่ะ หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นรันในบทบาทแฟชั่นมากขึ้นนะคะ


ภาพ: Instagram @ran.voleyball0902

หรูหราสมราศี! ซูมอิน 3 ลักชัวรี่ไอเท็มของ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล

3 ชิ้นมูลค่ารวมกว่า 20 ล้าน เจาะลักชัวรี่ไอเท็มของ ‘คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล‘ ในการแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ 2024

จากการแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ 2024 อาจทำให้ใครหลายคนรู้จัก ‘คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล’ รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก, กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และอีกตำแหน่ง คือ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์กันมากขึ้น สำหรับ 2 รูปภาพนี้นอกจากโมเมนต์ที่เกิดขึ้นและกลายเป็นที่พูดถึงบนโซเชียล ยังมีหนึ่งความน่าสนใจอย่างไอเท็มที่คุณหญิงถือและสวมใส่ เพราะแต่ละชิ้นทั้งมูลค่าสูง รวมถึงยังเป็นแรร์ไอเท็มที่ยากแก่การครอบครองจนชวนสะดุดตา

• เริ่มต้นด้วย PANTHÈRE DE CARTIER BRACELET กำไลข้อมือ Cartier ที่ประดับด้วยมรกต 4 เม็ด และเพชรเจียระไน 485 เม็ด รวม 6.25 กะรัต มูลค่า $164,000 หรือประมาณ 5,800,000 บาท

• ต่อมาแหวนเพชรเม็ดโต POLYMORPH RING จาก Cartier ประดับด้วยเพชร 399 เม็ด น้ำหนักรวม 24.99 กะรัต มูลค่า $411,000 หรือประมาณ 14,600,000 บาท

(ภาพใกล้เคียง)

• สุดท้าย One of a kind hand-painted crocodile bags กระเป๋าถือหนังจระเข้จาก Dolce & Gabbana ที่มาในดีไซน์รุ่นฮิตอย่าง ‘Sicily’ ซึ่งไอเท็มดั่งกล่าวมีเพียงชิ้นเดียวในโลก เพราะลวดลายของแต่ละใบจะเพ้นต์ด้วยมือศิลปิน (ไม่ทราบราคา) เรียกว่าแต่ละไอเท็มเห็นแล้วขนถึงกับลุกซู่ทีเดียวค่ะ!


Cr. @khunyingpatama Leeswadtrakul, Cartier และ Dolce&Gabbana

ชวนเสพศิลป์กับ 6 สุดยอดวรรณกรรมบัลเลต์ ที่ต้องดูสักครั้งในชีวิต

ชวนเสพศิลป์กับ 6 สุดยอดวรรณกรรมบัลเลต์ ที่ต้องดูสักครั้งในชีวิต

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และอาจจะเป็นครั้งเดียว! ที่คณะบอลชอยบัลเลต์ หนึ่งในคณะบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกจะเดินทางมาเปิดการแสดงสวอนเลคต้นฉบับที่สมบูรณ์แบบในประเทศไทย ที่มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Bangkok’s 26th International Festival of Dance & Music) ทุบสถิติการเปิดขายบัตรเพียง 2 สัปดาห์ กับฟีดแบคและยอดการจองบัตรถล่มทลาย เมื่อบัลเลต์ไม่ใช่เรื่องที่เข้าถึงยาก แค่เพียงเปิดใจ ปล่อยใจ ดำดิ่งไปกับวรรณกรรม เปิดประสบการณ์ให้ตัวเองผ่านหลากหลายเรื่องราวการแสดงสักครั้งในชีวิต สัมผัสกับความแข็งแรง กำยำ เปรียบดังนักกีฬาโอลิมปิกของเหล่านักแสดง เต็มอิ่มกับสุนทรียภาพทางการแสดงและดนตรี ตลอด 6 สัปดาห์เต็ม ระหว่างวันที่ 7 กันยายน ถึง 20 ตุลาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ไม่ต้องบินไกลไปทั่วโลก ไม่ต้องเป็น waiting list จองบัตรข้ามปี แล้วคุณจะตกหลุมรัก จนต้องดูการแสดงเรื่องต่อไป

เริ่มกันที่มือวางอันดับ 1ของบัลเลต์ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก “Swan Lake (สวอนเลค)” หนึ่งในการแสดงบัลเลต์คลาสสิกในดวงใจของผู้ชมทั่วโลกอยู่คงกระพันมากว่าร้อยห้าสิบปี มีเค้าโครงมาจากนิทานของรัสเซีย และตำนานพื้นเมืองของเยอรมัน ประพันธ์ดนตรีโดยไชคอฟสกีในปี 1875 บอกเล่าเรื่องราวความรักอมตะที่ผสมผสานเวทมนตร์ โศกนาฏกรรม และความรักโรแมนติกระหว่างเจ้าชายซิกฟรีดกับเจ้าหญิงหงส์ผู้เปี่ยมเสน่ห์นามว่า โอเด็ตต์ ที่ถูกสาปให้กลายร่างเป็นหงส์ในเวลากลางวัน และเป็นมนุษย์ในเวลากลางคืน จัดแสดงครั้งแรกที่โรงละคร Bolshoi ในกรุงมอสโก รัสเซีย นี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และอาจจะเป็นครั้งเดียว! ที่คณะบอลชอยบัลเลต์ จะเดินทางมาเปิดการแสดงสวอนเลคต้นฉบับที่สมบูรณ์แบบในประเทศไทย สมศักดิ์ศรีกับคณะบัลเลต์ที่ครองความยิ่งใหญ่มานานกว่า 250 ปี ด้วยการขนทัพนักแสดงกว่า 170 ชีวิต จัดเต็มกับนักแสดงเอก 18 ชีวิต พร้อมโค้ชส่วนตัวประกบอีก 18 ชีวิต!! ยิ่งกว่าทีมนักกีฬาโอลิมปิก พร้อมวงออร์เคสตราบรรเลงสด

ต่อกันที่ “มารี อ็องตัวเนตต์ (Marie Antoinette)” โดย คณะมาลองแด็ง บัลเลต์ บิอาริซ จากฝรั่งเศส วรรณกรรมที่คนไทยหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่เป็นการเปิดประสบการณ์การแสดงบัลเลต์ฉบับโมเดิร์น ที่รวบรวมวัฒนธรรมอันสวยงามของฝรั่งเศสไว้อย่างครบเครื่องและลงตัว เปิดการแสดงครั้งแรก ณ เวทีกลางพระราชวังแวร์ซาย โดยความพิเศษของการแสดงครั้งนี้อยู่ตรงโปรดักชั่นสุดอลังการ เพื่อเนรมิตฉากสุดยูนีคที่นำกลิ่นอายพระราชวังแวร์ซายมาตั้งไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งคนไทยจะได้รับชมพร้อมการบรรเลงสดโดยวงออร์เคสตราที่บินตรงจากพระราชวังแวร์ กับบทเพลงซิมโฟนี้หมายเลข 6 ถึง 8 โดย Joseph Haydn นักประพันธ์ชาวออสเตรีย บ้านเกิดของพระนางมารี อ็องตัวเนตต์ และบทเพลงเลื่องชื่อ “Dance of the Blissful Spirits” จากโอเปราชื่อดัง Orpheus and Eurydice โดย Christoph Wilibald Gluck

มาถึงบัลเลต์เข้าใจง่ายที่มือใหม่หัดดูก็เพลิดเพลินไปด้วยได้ “เดอะ นัทแครกเกอร์ (The Nutcracker) ถูกขนานนามว่าเป็นการแสดงคลาสสิคที่ไม่ว่าจะเมื่อใดก็เป็นที่นิยมอยู่เสมอ พร้อมรวมเอาความฝันและจินตนาการในวัยเด็กสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นบัลเลต์ขวัญใจทุกคนที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกครอบครัวก่อนเทศกาลคริสต์มาสจะมาถึง จัดแสดงโดย คณะบัลเลต์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น Tokyo City Ballet การันตีความสวยงามและความละเมียดละไมสไตล์ญี่ปุ่นที่คนไทยทุกคนต้องหลงรัก

สำหรับแฟนบัลเลต์ที่หลงใหลในความกำยำและแข็งแกร่งของร่างกาย “สปาตาคัส (Spartacus)”เป็นอีกหนึ่งบัลเลต์รัสเซียที่หาดูได้ยาก เป็นหนึ่งในบัลเลต์ไม่กี่เรื่องที่จะได้เห็นนักเต้นชายมากกว่านักเต้นหญิง เรื่องราวหลากอารมณ์ตั้งแต่ความดุดันของการต่อสู้ไปจนถึงฉากรักโรแมนติก ครบครันในทุกมิติของอารมณ์ โดดเด่นด้วยท่วงท่าที่สวยงามจากการออกแบบท่าเต้นของ Yuri Grigorovich นักออกแบบท่าเต้นระดับตำนานของวงการบัลเลต์ทั่วโลก การแสดงนี้จะทำให้ทุกคนต้องทึ่งกับร่างกายกำยำและความสามารถของทีมนักเต้นชายจากคณะ Novosibirsk Ballet จนทุกคนต้องตาค้างและหลงรักแน่นอน

ดอน กิโฮเต้ (Don Quixote)โดยคณะโนโวซีบีสค์ บัลเลต์ จากรัสเซีย เตรียมตื่นตาไปกับบัลเลต์ที่ท้าทายความสามารถ นักบัลเลต์ทั่วโลกด้วยเทคนิคสุดมหาโหด เช่น การหมุนตัวบนขาเดียว 32 รอบโดยไม่หยุดพัก และเทคนิคที่ท้าทายอีกมากมาย ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬายิมนาสติก นักบัลเลต์ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายต่างต้องทึ่งกับความสามารถ วรรณกรรมยิ่งใหญ่ระดับโลกมีชื่อเสียงมากว่า 400 ปี!! ที่คอวรรณกรรมพลาดไม่ได้ เรื่องราวของตัวละครเอกสติเฟื่องที่สับสนระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกในจินตนาการเพียงเพราะเขาอ่านนิยายเกี่ยวกับอัศวินมากเกินไป

การแสดงบัลเลต์ชุดสุดท้ายของมหกรรมฯในปีนี้ด้วย การแสดงสองชุดในหนึ่งค่ำคืน Ballet Fantasia และ Carmen Suite โดยคณะโนโวซีบีสค์ บัลเลต์ จากรัสเซีย จัดเต็มกับชุดการแสดงความสามารถของนักเต้นเอกของคณะผ่านซีนบัลเลต์อันโด่งดัง 7 ชุด ที่เป็นไฮไลต์ของการแสดงยอดฮิต ต่อด้วยการแสดงบัลเลต์เต็มเรื่อง Carmen Suite ที่ดัดแปลงมาจากโอเปราชื่อดัง Carmen ตอกย้ำเสน่ห์และความเร่าร้อนของตัวละครได้มากกว่าเวอร์ชั่นไหนๆ พร้อมบทเพลงที่เรียบเรียงโดยนักประพันธ์ชื่อดังของรัสเซีย Rodion Shchedrin ที่มีเรียบเรียงดนตรีที่เร้าใจด้วยเครื่องเพอร์คัสชั่นกว่า 47 ชิ้น!

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ การเสพศิลป์ที่ไม่เหมือนใครกับมหกรรมศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เต็มอิ่มกับสุนทรียภาพทางการแสดงและดนตรี ตลอด 6 สัปดาห์เต็ม ระหว่างวันที่ 7 กันยายน ถึง 20 ตุลาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย18 รอบการแสดงระดับมาสเตอร์พีช พร้อมนักแสดงและนักดนตรีชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 1,000 ชีวิต จัดเต็มกับ 25 ตู้คอนเทนเนอร์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายได้ที่ www.thaiticketmajor.com/bangkokfestivals หรือ www.bangkokfestivals.com


มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ชวนส่งกำลังใจให้แม่ที่ดูแลลูกป่วย กับคอลเลกชันพิเศษ Mom’s Love Power Limited Collection by Gavin Rita Gorn X  Parn

เพราะ “แม่” ที่มีกำลังใจดีจะส่งต่อพลังให้ลูกต่อสู้กับโรคร้ายได้ ในโอกาสวันแม่ที่กำลังมาถึง มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ   ชวนแม่ทุกคนร่วมส่งกำลังใจ  ให้พลังชีวิตกับคุณแม่ที่ต้องดูแลลูกป่วย ผ่านแคมเปญ Mom’s Love Power กำลังใจจากแม่สู่แม่   เพื่อส่งต่อพลังใจให้คุณแม่มีแรงสู้ไปพร้อมกับลูก

โดยมี ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช  แอมบาสเดอร์ของมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก จูงแขน  คุณกรณ์และน้องกวิณท์ ณรงค์เดช  จับมือศิลปินจิตอาสาชื่อดัง ครูปาน – สมนึก คลังนอก  ร่วมกันถ่ายทอดมอบความรักและกำลังใจให้กับแม่ที่ดูแลลูกที่เจ็บป่วยลงผืนผ้าใบ  พร้อมนำไปสร้างสรรค์เป็น เสื้อยืดทีเชิ้ตคอลเลกชันพิเศษ ชุด Mom’s Love Power  Limited Collection by Gavin Rita Gorn X  Parn รายได้จากการจำหน่าย นำไปจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วยเด็กตัวน้อย ๆ ให้หายป่วย กลับคืนสู่อ้อมกอดครอบครัว

พญ.วรรณนิสา ภู่เจริญ หัวหน้ากลุ่มงานศัลยศาสตร์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ หรือรู้จักกันดีในชื่อ โรงพยาบาลเด็ก ในฐานะศัลยแพทย์ผู้ทำการรักษาเด็กป่วย ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดนั้น กล่าวถึงความสำคัญของคุณแม่ของเด็กป่วยว่า “คุณแม่ของเด็กป่วยมีความสำคัญมากในแทบทุกขั้นตอนของการรักษา ตั้งแต่การเตรียมตัวเด็กเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งมักจะร้องไห้กลัว หรือเจ็บเพราะถูกเจาะเลือด แทงเส้นให้น้ำเกลือ หรือในภาวะที่ต้องอดน้ำอดอาหารก่อนผ่าตัดซึ่งเด็กทุกคนจะงอแงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ไม่รู้เรื่องว่าเขาไม่ได้กินนมเพราะอะไร จนถึงช่วงเวลาเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งแม่ต้องปลอบโยนลูกที่กลัว ทั้งที่แม่เองก็กลัวมากเช่นกัน มักมีน้ำตาให้เห็นทั้งแม่และลูก ส่วนการดูแลหลังผ่าตัดก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่แม่ต้องอดหลับอดนอนเฝ้าลูก เด็กบางคนต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน บางคนนานเป็นปีก็มี ทุกขั้นตอนเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความอดทน และความเป็นนักสู้ของคนเป็นแม่เป็นอย่างมาก

วันแม่ที่จะถึงนี้ คงมีแม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้กอดลูก และ​มีลูกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ไม่มีแรงเขียนการ์ดให้แม่ เพราะเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาล​ หมอจึงอยากเชิญชวนแม่ทุกคนมาส่งกำลังใจ ให้กำลังชีวิตกับคุณแม่ที่ต้องดูแลลูกป่วยไปด้วยกันค่ะ”

ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช แอมบาสเดอร์ปีที่ 3 ของมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก  กล่าวถึงโปรเจ็กต์ครั้งล่าสุดนี้ ว่า  “วันแม่ 12 สิงหาที่จะถึงนี้ ริต้าและครอบครัว ขอเป็นตัวแทนส่งกําลังใจให้กับแม่ ๆ ที่มีลูกที่เจ็บป่วยอยู่โรงพยาบาล ผ่านผลงานสร้างสรรค์ภาพวาดที่พิเศษมากเพราะเราทั้งสี่คน ริต้า คุณกรณ์ น้องกวิณท์ และครูปาน ช่วยกันรังสรรค์ขึ้นมา และนำไปจัดทำเป็นเสื้อยืดสุดพิเศษเพื่อจำหน่าย และมีจำนวนจำกัด    

ริต้าเชื่อว่า  แม่ทุกคนต้องการกําลังใจ และแม่ที่กําลังดูแลลูกที่เจ็บป่วยต้องการกําลังใจมากที่สุดเลยค่ะ ซึ่งกําลังใจจากแม่ด้วยกันสามารถสร้างพลังปาฏิหาริย์ได้  ริต้าขอเชิญชวน ทุกคน มาร่วมกันส่งกําลังใจให้กับแม่ที่ต้องดูแลผู้ป่วยเด็กได้เข้ารับการผ่าตัด และหายดีกลับสู่อ้อมกอดครอบครัว  เพราะพลังรักจากแม่ สร้างปาฏิหาริย์ได้ค่ะ”  

ครูปาน สมนึก คลังนอก เล่าถึงแรงบันดาลใจจากการร่วมรังสรรค์ผลงานคอลเลกชันพิเศษ  Mom’s Love Power  Limited Collection by Gavin Rita Gorn X  Parn ว่า “ภาพนี้เป็นตัวแทนของครอบครัวคุณริต้า ให้สีที่สดใสดูมีชีวิตชีวา ลายเส้นเรียบง่าย แต่สะท้อนถึงสิ่งที่เราร่วมแรงร่วมใจกันทําขึ้นมาจากใจของเรา และจากความสามารถของเราเอง โดยเฉพาะกวิณท์เวลาเขียน เขาตั้งใจมาก แม้ว่าลายเส้นของเด็ก กล้ามเนื้อมืออาจจะยังไม่แข็งแรง แต่ว่าเขามีสมาธิในการทำ ถึงแม้ภาพที่ออกมาจะมีความไม่เนี้ยบมาก แต่ก็สื่อถึงความตั้งใจที่สร้างสรรค์งานขึ้นมา” 

ครูปาน เผยความรู้สึกว่า “ วันแม่ปีนี้ อยากให้ทุกคนมาร่วมกันให้กำลังใจคุณแม่ที่มีลูกที่กำลังป่วยอยู่ อยากให้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะแม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่จะช่วยสังคมเราน่าอยู่ขึ้น รวมถึงช่วยให้คุณแม่และลูกที่กำลังป่วยได้มีความสุขด้วยกัน

สำหรับเสื้อยืดทีเชิ้ต ชุด Mom’s Love Power  Limited Collection by Gavin Rita Gorn X Parn ของที่ระลึกคอลเลกชันพิเศษจากแรงบันดาลใจของศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช แอมบาสเดอร์ของมูลนิธิโรงพยาบาลเด็กและครอบครัว ร่วมกับศิลปินจิตอาสา “ครูปาน” สมนึก คลังนอก ได้นำลวดลายภาพวาดที่ร่วมกันสร้างสรรค์มาสกรีนเป็นเสื้อยืดสุดน่ารัก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว และสีครีม ราคาตัวละ 350 บาท สามารถสั่งซื้อผ่านทางร้านค้าออนไลน์มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธายังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ร่วมบริจาคเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัดและจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง ให้แสงไฟในห้องผ่าตัด ได้ถูกเปิดขึ้นเพื่อช่วยต่อลมหายให้กับผู้ป่วยเด็ก ได้ทางเว็บไซต์ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก https://childrenhospitalfoundation.org/p/operation-room/  หรือ บัญชี  มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ธนาคารทหารไทยธนชาต เลขบัญชี 038 107 6900   (ลดหย่อนภาษี 2 เท่า)

​อิฐโยคะ

ข้อดี ‘อิฐโยคะ’ ช่วยอะไรบ้าง? พร้อมแนะ 5 ท่าเบสิคสำหรับคนเพิ่งเริ่ม

คนที่เล่นโยคะบ่อยๆ มักจะคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวขั้นเบสิคของท่าโยคะอยู่แล้ว หากมีการใช้อุปกรณ์อย่างอิฐเข้ามาช่วยเสริมการเล่นโยคะ คนเหล่านี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงจำนวนและการใช้อิฐโยคะได้หลากหลาย นอกเหนือจากการเพิ่มความยากลำบากในการเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขายังสามารถพัฒนาเมนูการออกกำลังกายของตนเองได้อีกด้วย

แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้เล่นโยคะบ่อยๆ การฝึกโยคะตั้งแต่เริ่มต้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อิฐโยคะ จึงถือเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะช่วยในการเคลื่อนไหวและการยืดกล้ามเนื้อที่ถูกต้องแล้ว ยังรักษาสมดุลร่างกาย แถมแก้ปัญหาการงอตัวได้ยาก และช่วยหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการผู้ที่เริ่มต้นเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้อีกด้วย และนี่คือ 5 ท่าพื้นฐานสำหรับการเล่นโยคะด้วยการใช้อิฐ เพื่อบรรเทาอาการปวดไหล่และคอ พร้อมผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

1: ท่าแมว บริเวณที่ยืด: ไหล่, หลัง

  • ขั้นแรกให้นอนราบบนเสื่อโยคะ โดยให้เท้าแยกจากกันประมาณไหล่ งอเข่า ยกสะโพก นอนไปข้างหน้าโดยให้หน้าอกอยู่บนตัวอิฐโยคะ แล้วเหยียดมือไปข้างหน้า
  • เมื่อหายใจออก ให้ค่อยๆ ยื่นมือไปข้างหน้า ไหล่เปิด และเหยียดหลัง
  • ทำซ้ำขั้นตอนนี้ รักษาแนวลำตัว และหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มเติม: ผู้เริ่มต้นอาจมีร่างกายที่แข็ง สามารถใช้อิฐโยคะเพิ่มความสูงได้

​2: ท่าสุนัข ยืดส่วนต่างๆ: กล้ามเนื้อไหล่ คอ หลัง และขาหลัง

  • ยืนในท่ายืนโดยแยกเท้าให้กว้างประมาณไหล่และลำตัวก้มลงเป็นรูปสามเหลี่ยม มือวางบนบนอิฐโยคะเพื่อช่วยฝึกท่าสุนัขก้มลง
  • รักษาลำตัวให้มั่นคง ยกสะโพกขึ้น ค่อยๆ ยืดขา ดึงหน้าท้องเข้ามา และส่วนหลังที่ยื่นออกมา
  • ทำซ้ำขั้นตอนนี้ รักษาแนวลำตัว และหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มเติม: หากส้นเท้าไม่สามารถสัมผัสพื้นได้ สามารถใช้อิฐโยคะเพื่อช่วยให้รู้สึกถึงต้นขาด้านหลังที่เหยียดได้เต็มที่

​3: นอนหงายและเปิดหน้าอก บริเวณที่ยืด: อก, หลัง

  • วางอิฐโยคะตั้งตรงบนเสื่อโยคะ งอเท้าและเข่า จากนั้นจึงค่อยๆ เอนร่างกายส่วนบนไปด้านหลัง พยุงมือไว้ด้านหลังพื้นเล็กน้อย แล้วค่อยๆ นอนลงบนอิฐโยคะ ด้วยตำแหน่งหลังส่วนบน
  • รักษาลำตัวให้มั่นคง วางมือออกด้านนอกอย่างเป็นธรรมชาติ ลดศีรษะลงช้าๆ และผ่อนคลายร่างกายอย่างสมบูรณ์
  • ทำซ้ำขั้นตอนนี้ รักษาแนวลำตัว และหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มเติม: หากรู้สึกเวียนศีรษะและไม่สบายตัว ให้หยุดการเคลื่อนไหวและพักผ่อน

4: ท่าอูฐ บริเวณที่ยืด: บั้นท้าย, ลำตัว, อก, หลัง

  • เข้าท่าคุกเข่าสูง โดยแยกเท้าให้กว้างประมาณไหล่ วางส้นเท้าและน่องบนเสื่อโยคะ เข่าและสะโพกเป็นเส้นตรง พยุงน้ำหนักตัวด้วยน่องและหลังเท้า และยืนพร้อมกับโยคะ วางมือบนอิฐโยคะ
  • รักษาลำตัวให้มั่นคง จับสะโพกและสะบัก โค้งหลังเมื่อหายใจออก เอียงศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย และปล่อยให้กระดูกสันหลังยืดออกจนสุด
  • ทำซ้ำขั้นตอนนี้ รักษาแนวลำตัว และหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มเติม: หากผู้เริ่มต้นไม่สามารถจับข้อเท้าด้วยมือทั้งสองข้างได้ แนะนำให้ใช้อิฐโยคะเพื่อค่อยๆ ยืดตัวที่แข็งเพราะเกร็ง

ท่าที่ 5: ท่านกพิราบ บริเวณที่ยืด: บั้นท้าย, หลัง, กล้ามเนื้อขา

  • พยุงพื้นด้วยมือทั้งสองข้าง งอเข่าข้างหนึ่ง 90 องศา วางอิฐโยคะไว้ใต้ข้อสะโพก และเหยียดขาอีกข้างไปด้านหลังอย่างเป็นธรรมชาติ รักษาลำตัวให้ตรง มองไปข้างหน้า และระวังอย่าหลังค่อม .
  • รักษาลำตัวให้มั่นคง เชิงกรานอยู่ในตำแหน่งตรง บั้นท้ายยืดออก
  • ทำซ้ำขั้นตอนนี้ รักษาแนวลำตัว และหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เพิ่มเติม: หากสะโพกไม่สามารถสัมผัสพื้นได้ แนะนำให้วางอิฐโยคะไว้ใต้ข้อสะโพกเพื่อรองรับความสูงและรักษาความมั่นคงของร่างกาย

การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งเป็นการเคลื่อนไหวแบบยืดเส้นประมาณ 15 ถึง 30 วินาที ให้หายใจอย่างเป็นธรรมชาติและระหว่างการเคลื่อนไหวและอย่ากลั้นหายใจ ผู้ที่นั่งเป็นเวลานานไม่ต้องกังวลกับการเกร็งของกล้ามเนื้อขณะเล่นโยคะ ตราบใดที่ใช้อิฐโยคะอย่างเหมาะสมและปล่อยให้ร่างกายปรับการเคลื่อนไหวทีละขั้นตอน ค่อยๆ เพิ่มความยืดหยุ่น ยังคงสามารถบรรลุผลการยืดเหยียดแบบเดิมได้ อย่างไรก็ตามหากการเคลื่อนไหวนั้นทำได้ยากและรู้สึกเจ็บปวด อย่าฝืน หยุดการเคลื่อนไหวและพักผ่อนก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ

Photo: Pexels / YouTube: Yoga with Uliana, Yoga With Bird


วิว-กุลวุฒิ

เจ้าของเหรียญเงินประวัติศาสตร์ วิว-กุลวุฒิ ชนะได้ แพ้เป็น

แม้จะเป็นการลงสนามโอลิมปิกครั้งแรกในชีวิต แต่กลับทำผลงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ สำหรับ ของ วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาวัย 23 ปี ผู้คว้าเหรียญเงินประวัติศาสตร์เหรียญแรกจาก การแข่งขันแบดมินตัน ชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ โอลิมปิกเกมส์ 2024

สำหรับวิวเริ่มเล่นแบดมินตันตั้งแต่อายุเพียง 7 ปี ต่อมาเริ่มทำการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อลงแข่งขันระดับยุวชนและเยาวชนในสังกัดชมรมแบดมินตันเสนานิคม ภายใต้การดูแลของ ไตรรงค์ ลิ่มสกุล และ เมตไตรย์ อมาตยกุล และในที่สุดได้ย้ายเข้าร่วมกับโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด

ผลงานของวิวที่ผ่านมาวิวสามารถคว้าแชมป์เยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย เมื่อปี 2019 จากประเภทชายเดี่ยว และ ทีมผสม ส่วนผลงานในศึกกีฬาซีเกมส์ 2022 ประเทศเวียดนาม คว้าเหรียญทองประเภทชายเดี่ยวกับประเภททีมชาย 

ขณะผลงานระดับอาชีพวิว คว้ารองแชมป์สเปน มาสเตอร์ 2020, สวิส โอเพน 2021, เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลส์ 2021 และ ชิงแชมป์โลก 2022 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คว้าแชมป์เยอรมัน โอเพน 2022, อินเดีย โอเพน 2023, ไทยแลนด์ โอเพ่น 2023 และล่าสุดแชมป์โลก 2023

คว้าแชมป์โลก

“แมตช์ล่าสุดผมตื่นเต้นตั้งแต่รอบ 8 คนสุดท้าย เพราะเจอผู้แข่งขันมืออันดับ 1 ของโลกกับนักแข่ง ชาวจีนที่เราแพ้ทางบ่อย ๆ ปรากฏว่าเขาตกรอบไปก่อน ส่วนนักแข่งที่เหลือผมมองว่าตัวเองมีโอกาสชนะ 50 – 50 จึงตื่นเต้นมาก เพราะเป็นความคาดหวังว่าเรามีสิทธิ์จะชนะ จึงกดดันกับตัวเองพอสมควร หากพูดถึง สภาพร่างกายตัวเองตอนนั้น ยอมรับว่าไม่เต็มร้อย เนื่องจากผมต้องลงแข่งหลายรายการติด ๆ กันเพื่อเก็บ คะแนนไปแข่ง World Tour Final และโอลิมปิก จึงทำให้ซ้อมไม่มากพอ ได้แค่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนแข่ง สิ่งที่ฝึกมากเป็นพิเศษคือสมาธิ ซึ่งสำคัญมาก ถ้าไม่มีสติจะส่งผลต่อรูปแบบเกม อาจทำให้เสียแต้มง่าย ๆ ยอมรับว่าตอนแข่งก็กังวลมาก แต่โค้ชบอกว่าเล่นไปทีละแต้ม คุมตัวเองให้ได้ ไม่ต้องนึกถึงผลแพ้ชนะ ทำให้ ดีที่สุดก็พอ“วินาทีที่คว้าแชมป์ภูมิใจมากครับ เพราะย้อนกลับไปผมเคยเป็นแค่เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้แล้วหันมา เล่นกีฬา แต่วันหนึ่งสามารถเป็นแชมป์โลกได้ (ยิ้ม) ซึ่งเป้าหมายของผมยังไม่จบแค่นี้ ผมอยากได้แชมป์รายการ All England Badminton กับโอลิมปิก ซึ่งสำหรับผมสองรายการนี้ยากกว่าชิงแชมป์โลกนะ อย่างโอลิมปิก 4 ปีจัดครั้ง นักกีฬาทุกคนอยากได้แชมป์แน่นอน ส่วนรายการ All England Badminton แม้จะจัดทุกปี แต่เป็นรายการเก่าแก่ศักดิ์ศรีเหมือนรายการชิงแชมป์โลก ทุกคนก็อยากคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้เหมือนกัน “สำหรับการฝึกเพื่อมุ่งสู่สองรายการนี้ ผมตั้งใจทำในชั่วโมงฝึกให้ดีที่สุด โดยปกติซ้อม 6 วันต่อสัปดาห์ ที่โรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด ใช้เวลา 5 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นช่วงเช้า 7 – 9 โมงจะวิ่ง ยกเวต ฯลฯ ส่วนบ่าย 2 – 5 โมงเย็นตีแบด ควบคู่กับการกินอาหารที่ดี พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้ 8 ชั่วโมงหรือมาก กว่านั้น ระเบียบวินัยสำคัญกับนักกีฬามาก แต่แน่นอนว่าผมก็มีวันที่ขี้เกียจซ้อมบ้างแหละ เพราะเล่นแบดมา ตั้งแต่ 7 ขวบ เรียกว่าผมอยู่กับกีฬานี้มาตลอด 15 ปี แต่ก็พยายามมองเป้าหมายไว้ บอกตัวเองว่าไม่สูง ต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน เพื่อเป้าหมายที่ใจอยากไป เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมมีแรงซ้อมในทุก ๆ วัน”

ชนะได้ แพ้เป็น

“แน่นอนว่าการเล่นกีฬามีแพ้มีชนะ ในชีวิตจริงทุกคนมีเป้าหมายของตัวเองอยู่แล้ว การจะทำได้สำเร็จ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราปฏิบัติตัวยังไงด้วย สิ่งที่แบดมินตันสอนผมคือระเบียบวินัยและความอดทน การตรง ต่อเวลา แต่ขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าการที่เราจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้หรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าวันนั้นเป็นวันของเราด้วย หรือเปล่า บางทีเก่งอย่างเดียวไม่ได้ เรื่องดวงก็มีส่วน (หัวเราะ) เพราะบางลูกที่ดูแล้วไม่น่ารับได้ แต่เราก็ สามารถทำได้ ถ้าพูดในเชิงวิทยาศาสตร์ก็คือเรื่องของจังหวะ “ส่วนเวลาแพ้ผมจะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เล่นใหม่ และต้องรู้ว่าเราแพ้เพราะอะไร เพื่อจะได้ปิด จุดอ่อนและเพิ่มจุดแข็งเสริมอาวุธให้ตัวเอง”

วิว-กุลวุฒิ

เฮฮา ขี้เล่น

“ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีครับ ที่เลือกเรียนรัฐศาสตร์ เพราะงานอีกพาร์ตของผมเป็นตำรวจด้วย สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แม้เป็นนักกีฬาของ กรมตำรวจ ไม่ได้ลงพื้นที่ แต่รู้สึกว่าการมีความรู้ด้านกฎหมายเป็นเรื่องดี จึงเรียนด้านนี้ มองไว้ว่าอนาคต ที่เราไม่ได้ตีแบดเป็นอาชีพแล้ว อาจจะเป็นผู้ฝึกสอน นำพาเด็ก ๆ รับใช้ชาติต่อไป “ส่วนนิสัยผม ถ้าคนไม่รู้จักอาจดูนิ่ง ๆ ไม่กล้าแสดงออก แต่ถ้าเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ผมจะเฮฮา แกล้งได้ แซวได้ วันว่างนอกจากตีแบด ผมชอบไปช็อปปิ้งเสื้อผ้า ดูหนัง กินข้าวกับแฟนครับ ตอนนี้เราคบกัน 3 ปีกว่า ๆ แล้ว ซึ่งที่จริงผมไม่มีสเป็กเลย แค่ชอบคนที่อยู่กับเราได้ เพราะด้วยอาชีพนักกีฬา ผมมีเวลาน้อย อย่างกลางคืนก็ต้องเข้านอนเร็ว บางช่วงก็ไม่ค่อยได้เจอกัน คนที่จะคุยกับผมจึงต้องเข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งแฟน คนปัจจุบันเขาเข้าใจมาก ๆ เพราะเราทำความเข้าใจและปรับตัวมาเยอะแล้ว

 วิว-กุลวุฒิ

“ชีวิตตอนนี้จึงแฮปปี้มากครับ” (ยิ้ม)

สยามพารากอน ไอคอนสยาม

เปิดภาพทริปหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Luxury Monaco” โดย สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม

สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ครองความเป็นที่หนึ่งในใจผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็น Luxury Destination ที่ครองใจเหล่านักช้อปทั้งช่าวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะที่ สยามพารากอน และไอคอนสยาม มีลักซ์ชูรี่แบรนด์ที่ครบครันมากที่สุด และสามารถตอบสนองลักซ์ชูรี่ไลฟ์สไตล์ได้ในทุกมิติ รวมถึงการให้บริการแบบเหนือระดับเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างสูงสุด จากทีมบริการคุณภาพการันตีรางวัลระดับโกลบอล

เพื่อตอบแทนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด สยามพารากอน และไอคอนสยาม ส่งเทียบเชิญลูกค้าคนสำคัญสมาชิกบัตรแพลตตินั่มเอ็มการ์ด และสการ์เล็ต ที่มียอดช้อปสูงสุดจำนวน 14 คู่จากแคมเปญ “The Exclusive Trip of the Year “Luxury Monaco” เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ ที่สุดของความพิเศษที่ไม่อาจหาซื้อได้และไม่เหมือนใคร แทนคำขอบคุณให้เฉพาะลูกค้าคนสำคัญของสยามพารากอน และไอคอนสยาม อาทิ อรรณพ-คุณอธิภัทร พรประภา, สุพัตรา อยู่วิทยา, ณรงค์ ไพรัชเวทย์, อภิชัย-คุณพรรณี ตั้งวงศ์ศิริ และกฤษฎิ์ ศุภเดชชูชัย เป็นต้น ทริปพิเศษนี้เดินทางสู่ประเทศฝรั่งเศส และโมนาโก เมื่อช่วงเดือนกลางกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมี สรัลธร อัศเวศน์ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ สาระวารี ศรีชุ่มสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงาน Client Experience and Relationship ร่วมให้การต้อนรับและเดินทางไปดูแลด้วยตนเองอย่างอบอุ่น  

สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม จัดทริปหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี “Luxury Monaco” นำลูกค้า Top Spender สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ

การเดินทางสุดพิเศษ เริ่มต้น ณ St.Tropez  เมืองตากอากาศไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และยังเป็นที่จอดเรือยอร์ชหลักหลายร้อยล้านของมหาเศรษฐีคนดังอีกมากมาย  นอกจากลูกค้าคนพิเศษยังได้ผ่อนคลายกับทัศนียภาพที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติสุดตระการตาแล้ว ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศของการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีรสนิยม จากนั้นจึงเข้าสู่โปรแกรมสุดพิเศษที่จัดให้ลูกค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ  ด้วยการปิดพื้นที่ชาโตว์ใจกลางโพรวองซ์ ณ Chateau d’Esclans เพื่อดื่มด่ำไวน์ชั้นเลิศ ละเมียดรสสัมผัสไวน์โรเซ่ที่ดีที่สุดในโลก

ไปถึงดินแดนแห่งน้ำหอมโลกทั้งที  สยามพารากอนและไอคอนสยาม จึงมอบประสบการณ์เหนือระดับให้ลูกค้าผู้ทรงเกียรติได้ปรุงน้ำหอมกลิ่นเฉพาะของตนเองหนึ่งเดียวในโลก ที่เมือง Grasse เมืองหลวงแห่งน้ำหอมที่เป็นต้นกำเนิดแบรนด์ดังมากมาย แต่ที่พิเศษมากไปกว่านี้ ทุกท่านยังได้สัมผัสกับบรรยากาศของวิลลาริมทะเลเมดิเตอเรเนียนสุดหรูของตระกูล Rothschild ซึ่งมีคลังสมบัติโดยเฉพาะผลงานศิลปะล้ำค่าที่รวบรวมไว้มหาศาล ก่อนที่จะร่วมเดินทางด้วยขบวนยนตรกรรมแสนคลาสสิค ที่เป็นเครื่องบ่งบอกฐานะและความมั่งคั่งของตระกูลดังแห่งฝรั่งเศสไปยังร้านอาหารกลางวันสุดชิคที่ตั้งอยู่บนโขดหิน พร้อมวิวทะเลงดงามของเมืองนีซ

งานอีเว้นท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของค่ำคืนที่นำแขกผู้มีเกียรติสู่งาน “Exclusive Event by Tiffany & Co.” ซึ่งมีลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์จากทั่วโลกเฉพาะผู้ได้รับเทียบเชิญเท่านั้น และลูกค้าผู้ทรงเกียรติของสยามพารากอนและไอคอนสยาม เป็นคนไทยเพียงกลุ่มเดียวที่ได้ร่วมงานนี้ รวมทั้งรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษที่การันตีโดย Michelin 3 ดาว ที่ Le Louis XV by Alain Ducasse  จึงนับเป็นค่ำคืนที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างมาก

ความพิเศษของทริปยังปรากฏในทุกกิจกรรม อาทิ การนั่งเรือยอร์ชสุดหรูชมวิวความงามของทะเลแถบ French Riviera, การได้เข้าห้อง VIP ที่หรูหราอลังการของคาสิโนระดับโลกที่ปกติไม่เปิดให้แขกทั่วไปได้เข้า การนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมเมืองโมนาโกเพื่อได้ทัศนียภาพแบบเหนือระดับ และอีกมากมายสมกับเป็นการมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้าคนสำคัญของสยามพารากอนและไอคอนสยามอย่างแท้จริง


เรียบๆ คูลๆ 3 ลุคเชียร์กีฬาของเซเลบริตี้ใน โอลิมปิก 2024

แชร์ไอเดียแมตช์ลุคเชียร์กีฬาเรียบแต่คูลจาก 3 เซเลบริตี้ Kendall Jenner, Emma Chamberlain และ Beyoncé ในโอลิมปิก 2024

โอลิมปิก เกมส์ 2024 ยังไม่จบ เราก็ไปกันต่อ! เพราะโมเมนต์สำคัญไม่ได้มีแค่กีฬา แต่การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นที่จับตามองของคนจากทุกวงการ โดยพาร์ท ‘แฟชั่น’ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อย ตั้งแต่การออกแบบเครื่องแต่งกายของนักกีฬาและผู้เชิญรางวัล เหรียญรางวัล ไปจนถึงทรังค์สำหรับใส่เหรียญอันทรงเกียรติ แต่อีกส่วนที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือลุคของเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้ อย่าง 3 ตัวแทนจากบ้าน Ralph Lauren ‘Kendall Jenner, Emma Chamberlain และ Beyoncé‘ ที่ปรากฏตัวในลุคเบสิกสุดคูล

Kendall Jenner

เปิดมาด้วยนางแบบระดับ A-List อย่าง Kendall Jenner ที่ปรากฏตัวชมการแข่งขันยิมนาสติกด้วยลุคชิลๆ แต่แฝงไปด้วยควาทเท่จากการแมตช์เสื้อครอปสีขาวเข้ากับกางเกงยีนส์ ก่อนสวมแจ็กเก็ตและหมวกจาก Ralph Lauren เพื่อคอมพลีตลุค

Emma Chamberlain

ส่งไม้ต่อมายัง Emma Chamberlain ที่ครั้งหนึ่งเราเคยตกตะลึงลุคแฟนตาซีของเธอในงาน Met Gala มาแล้ว สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกเธอจึงมาในลุคสบายๆ เข้ากับบรรยากาศกับเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน ปักตัวอักษร USA และกระโปรงพลีทสั้นีเข้ากันกับเสื้อ ก่อนเพิ่มความโดดเด่นให้ลุคนี้ด้วยการนำเสื้อคาร์ดิแกนมาผูกไว้ช่วงเอว คอมพลีตลุคด้วยหมวกและกระเป๋ารุ่นฮิต Polo Ralph Lauren Logo Plaque Zipped Mini Shoulder Bag สีขาวอะไหล่ทอง

Beyoncé

ส่งท้ายไปด้วยคุณแม่ Beyoncé ที่ลุคแซ่บๆ ต้องยกให้เธอ เพราะถึงแม้จะมาดูกีฬาเธอยังจัดเต็มคอสตูมแสนจัดจ้านที่ใครเห็นก็ต้องสะดุดตา เพราะเธอเลือกแมตช์เสื้อคร็อปดีไซน์ Cut-out สีขาวเข้ากับกระโปรงพลีตสั้น เลเยอร์ลุคด้วยเสื้อแจ็กเก็ต พร้อมเติมเต็มลุคด้วยเครื่องประดับทั้งหมวก แว่นตา และต่างหูห่วง แล้วอย่าลืมเติมลิปติกสีแรงๆ ให้เข้ากับลุคนี้ด้วยนะคะ!


ภาพ: Ralph Lauren

บีเอ็กซ์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘KIRATERA (คิระเทระ)’ ผลิตภัณฑ์ทำสีผมใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่นเป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

b-ex Thailand (บีเอ็กซ์ ประเทศไทย) ผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมระดับพรีเมียม ในเครือ บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) จัดงานอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘KIRATERA NEW RELEASE’ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทำสีผมใหม่ล่าสุด KIRATERA (คิระเทระ) จากประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ และเป็นที่แรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมอบประสบการณ์การทำสีผมที่ไร้ขีดจำกัดให้วงการแฟชั่นผมไทย ณ ห้อง Great Room ชั้น 3 โรงแรม W Bangkok

ธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โอซีซี ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผม ภายใต้แบรนด์ b-ex จากประเทศญี่ปุ่นแต่เพียงผู้เดียว เล็งเห็นว่า เทคโนโลยีแห่งแฟชั่นผมถูกคิดค้นและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการและเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ดังนั้น เราจึงไม่หยุดเฟ้นหา เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ล่าสุด เราได้นำ KIRATERA (คิระเทระ) ผลิตภัณฑ์ทำสีผมแนวแฟชั่น ภายใต้แบรนด์ b-ex เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภคและร้านซาลอนไทย ผ่านการทำสีผมที่สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวา ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจ และความงามอันไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง ด้วยเฉดสีที่เนียนแน่น สดฉ่ำ คมชัด และ
ส่องประกายแวววาว  ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า KIRATERA (คิระเทระ) จะมอบความสุขผ่านการทำสีผมที่ตรงตามใจต้องการของชาวไทยที่หลงใหลในแฟชั่นได้อย่างแน่นอน”

มร.ริวเซ นาอิโตะ (Mr.Ryusei Naito) แฮร์สไตล์ลิสต์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ KIRATERA กล่าวว่า “KIRATERA (คิระเทระ) ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและความพิถีพิถัน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่ฉีกกฎแบบเดิม ๆ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมและศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟชั่นแนวพังก์ (Punk) ด้วยการดีไซน์เฉดสีให้มีความโดดเด่น สดใส ฉูดฉาด และมีลูกเล่นที่สะท้อนแสงเปล่งประกาย เพื่อมอบสีสันที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้บริโภคที่แตกต่างอย่างมั่นใจ และมีอิสระในโลกแห่งความงาม  พร้อมการเคลือบบำรุงจากโปรตีนใยไหมเข้มข้น  เพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมให้ชุ่มชื้น นุ่มนวล แลดูเงางาม และไม่แห้งกระด้างจากการทำสีผม”

โดยไฮไลท์ของงาน ‘KIRATERA NEW RELEASE’ มีการโชว์ผลงานดีไซน์สีผมสุดล้ำสมัยจาก มร.ริวเซ นาอิโตะ รวมถึงแฟชั่นแฮร์โชว์จากทีม b-expert และ Master Educator ของ b-ex Thailand ให้ผู้ร่วมงานได้รับชมและอัปเดตเทรนด์สีผมใหม่ ๆ กันอีกด้วย

นอกจากนี้ บรรยากาศภายในงานยังอบอุ่นและคับคั่งไปด้วยช่างผมระดับแนวหน้าของเมืองไทย และเหล่า Influencer ชื่อดังมากมาย อาทิ ดร.สมศักดิ์ ชลาชล นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทยและเจ้าของธุรกิจร้านทำผมชลาชล, มาร์ค – ธาวิน พี เซียวตง เจ้าของธุรกิจร้านทำผมคุณภาพระดับเวิลด์คลาส Maison Mark Thawin Hair & Elite Lifestyle, แป้ง คิราริสตา Influencer สายความงาม และไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น เป็นต้น

สำหรับ KIRATERA (คิระเทระ) นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ทำสีผมคุณภาพสูง ที่มีการไล่ระดับความหนักเบาของเฉดสีอย่างมีศิลปะ ซึ่งมีให้เลือกกว่า 60 เฉดสี  ทั้งโทนสีเบสิก เฉดสีน้ำตาลถึงโมโนโทน โทนสีแฟชั่น อาทิ สีชมพูประกายม่วงอ่อน สีส้มสดใส สีเขียวสดใส สีฟ้าแกมเขียว สีแดงสด เป็นต้น และโทนสีนีออนเรืองแสง อาทิ สีม่วงนีออน สีส้มนีออน สีน้ำเงินนีออน สีเขียวนีออน สีเหลืองนีออน สีแดงนีออน เป็นต้น เพื่อเติมเต็มความสดใส ความมั่นใจ ความสมบูรณ์แบบ และความสุขที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของแต่ละบุคคล

สัมผัส KIRATERA (คิระเทระ) ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่แตกต่างกว่าที่ผ่านมาและเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ ได้ที่ร้านทำผมชั้นนำทั่วประเทศ  และสามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร เทรนด์แฟชั่นผมและนวัตกรรมความงามอันล้ำสมัย รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจของ b-ex Thailand ได้ที่ Facebook, Instagram, TikTok : b-ex Thailand

'DAY ONE'

‘PUN’ ที่ได้ ‘URBOYTJ’ ร่วมฟีทเพลง Chapter 2 ภาคต่อจาก ‘DAY ONE’


สมการความรักที่เกิดขึ้นกับใครหลายคน บ่อยครั้งเราอาจเป็นตัวเลือก หรือบ่อยครั้งเราอาจจะเป็นคนเลือก ไม่เว้นแม้กระทั่งการแอบรักใครสักคน โดยเฉพาะเพื่อนสนิท ที่เชื่อว่าเราทุกคนต่างเคยคิดไม่ซื่อกับคนใกล้ตัวมาแล้วทั้งนั้น แต่จะทำยังไงในเมื่อความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ การแสดงอาการเพื่อบอกใบ้ให้เค้ารู้ คงเป็นทางออกเดียวที่จะบอกเขาว่า เบื่อแล้วเป็นเพื่อน อยากเลื่อนเป็นแฟน (ได้ไหม)?

หนึ่งเนื้อร้องจาก “PUN” ถูกแต่งในเพลงใหม่ที่เขานิยามชื่อสั้นๆ ว่า “BF” ที่ย่อมาจากคำว่า “Best Friend” หรืออีกมุมหนึ่งจะเป็นคำว่า “Boy Friend” ก็ได้ “PUN” แต่งเพลงนี้ผ่านการตั้ง Topic ในหัวข้อง่ายๆ ว่า “การแอบรักใครสักคน” ที่เป็นเพื่อนสนิท ก่อนจะจินตนาการในหัวว่า ถ้าเราอยากจะบอกความรู้สึกกับเพื่อนคนนั้น เราควรจะเริ่มยังไง พูดแบบไหน แสดงอาการประมาณไหนที่บ่งบอกให้เขารู้ว่าเราอยากก้าวข้ามเฟรนด์โซน เพื่อขอเป็นแฟนโซน (ได้ไหม?) นี่คือสารตั้งต้นของการแต่งเพลงนี้ในมุมมองของ “PUN”

อีกมุมความพิเศษจากเพลงนี้ คือเป็นเพลงรัก มู้ดดี ที่ “PUN” แต่งเนื้อร้องออกมา หลังผ่านการแต่งเพลงเศร้าอกหักมาแล้วหลายเพลง “PUN” อยากมีเพลงที่ฟังง่าย เข้าใจง่าย ผ่าน story ของคนแอบรักเพื่อน แต่มันไม่ใช่ความรักแบบเพื่อนซะแล้วสิ!! เพิ่มกิมมิคด้วยการเล่นคำสอดคล้องให้ดูสมูทมากยิ่งขึ้น ความยากง่ายของเพลงนี้ “PUN” เล่าว่าตัวเขาเองแต่งเนื้อร้องจบถึง verse 1 ต่อด้วยการแต่งเนื้อร้องท่อน hook ออกมาหลายเวอร์ชั่น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับ “TRILOGY” หรือ “ฮาย” โปรดิวเซอร์คู่ใจ ก่อนจะเริ่ม verse 2 ที่เขา throwback ไปถึงห้วงอารมณ์ช่วงสมัยวัยรุ่น ผนวกเข้ากับ story ของเพื่อน ของคนรอบตัว พร้อมกับนึกถึงกลิ่นอายดนตรีสมัย “Kamikaze” โดย “PUN” นึกถึง “URBOYTJ” ก่อนลองสวมตัวเองลงไปในความเป็นเขา แล้วค่อยๆ แต่งเนื้อร้องท่อนอื่นออกมา พร้อมชวนเขามาร่วมฟีเจอริ่งให้เพลง “BF” ลงตัวคมคายกว่าเดิม

'DAY ONE'

‘BF’ เพลงใหม่จาก ‘PUN’ ที่ได้ ‘URBOYTJ’ ร่วมฟีท มาพร้อมเอ็มวี Chapter 2 ที่เป็นภาคต่อจากเพลง ‘DAY ONE’
สมการความรักที่เกิดขึ้นกับใครหลายคน บ่อยครั้งเราอาจเป็นตัวเลือก หรือบ่อยครั้งเราอาจจะเป็นคนเลือก ไม่เว้นแม้กระทั่งการแอบรักใครสักคน โดยเฉพาะเพื่อนสนิท ที่เชื่อว่าเราทุกคนต่างเคยคิดไม่ซื่อกับคนใกล้ตัวมาแล้วทั้งนั้น แต่จะทำยังไงในเมื่อความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ การแสดงอาการเพื่อบอกใบ้ให้เค้ารู้ คงเป็นทางออกเดียวที่จะบอกเขาว่า เบื่อแล้วเป็นเพื่อน อยากเลื่อนเป็นแฟน (ได้ไหม)?

หนึ่งเนื้อร้องจาก “PUN” ถูกแต่งในเพลงใหม่ที่เขานิยามชื่อสั้นๆ ว่า “BF” ที่ย่อมาจากคำว่า “Best Friend” หรืออีกมุมหนึ่งจะเป็นคำว่า “Boy Friend” ก็ได้ “PUN” แต่งเพลงนี้ผ่านการตั้ง Topic ในหัวข้อง่ายๆ ว่า “การแอบรักใครสักคน” ที่เป็นเพื่อนสนิท ก่อนจะจินตนาการในหัวว่า ถ้าเราอยากจะบอกความรู้สึกกับเพื่อนคนนั้น เราควรจะเริ่มยังไง พูดแบบไหน แสดงอาการประมาณไหนที่บ่งบอกให้เขารู้ว่าเราอยากก้าวข้ามเฟรนด์โซน เพื่อขอเป็นแฟนโซน (ได้ไหม?) นี่คือสารตั้งต้นของการแต่งเพลงนี้ในมุมมองของ “PUN”

อีกมุมความพิเศษจากเพลงนี้ คือเป็นเพลงรัก มู้ดดี ที่ “PUN” แต่งเนื้อร้องออกมา หลังผ่านการแต่งเพลงเศร้าอกหักมาแล้วหลายเพลง “PUN” อยากมีเพลงที่ฟังง่าย เข้าใจง่าย ผ่าน story ของคนแอบรักเพื่อน แต่มันไม่ใช่ความรักแบบเพื่อนซะแล้วสิ!! เพิ่มกิมมิคด้วยการเล่นคำสอดคล้องให้ดูสมูทมากยิ่งขึ้น ความยากง่ายของเพลงนี้ “PUN” เล่าว่าตัวเขาเองแต่งเนื้อร้องจบถึง verse 1 ต่อด้วยการแต่งเนื้อร้องท่อน hook ออกมาหลายเวอร์ชั่น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับ “TRILOGY” หรือ “ฮาย” โปรดิวเซอร์คู่ใจ ก่อนจะเริ่ม verse 2 ที่เขา throwback ไปถึงห้วงอารมณ์ช่วงสมัยวัยรุ่น ผนวกเข้ากับ story ของเพื่อน ของคนรอบตัว พร้อมกับนึกถึงกลิ่นอายดนตรีสมัย “Kamikaze” โดย “PUN” นึกถึง “URBOYTJ” ก่อนลองสวมตัวเองลงไปในความเป็นเขา แล้วค่อยๆ แต่งเนื้อร้องท่อนอื่นออกมา พร้อมชวนเขามาร่วมฟีเจอริ่งให้เพลง “BF” ลงตัวคมคายกว่าเดิม

“PUN” เล่าอย่างอารมณ์ดีว่า “พอเป็นเพลง BF ที่แปลความหมายได้ถึงสองอย่างคือ Best Friend หรือ Boy Friend เราก็อยากได้ยินคนที่เราแอบรัก ที่เคยเรียกเราว่าเป็น Best Friend ของเขา มาเรียกเราว่า Boy Friend ของเขาบ้าง เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่มีกลิ่นความรัก ใจนุ่มฟู ที่เชื่อว่าใครหลายๆ คน จะชอบครับ”

ในเรื่องของมิวสิควิดีโอ ทางค่าย “ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค ประเทศไทย” และ “PUN” ร่วมกันวาง story telling ให้มีเนื้อเรื่องเป็นรูปแบบ MV Series เห็น Chapter 2 ที่เป็นภาคต่อจาก MV “DAY ONE” และยังคงเป็น “หลุยส์-ธชา คงคาเขต” มาคุมงานกำกับเช่นเคย ซึ่งครั้งนี้ทีม Director มีการร้อยเรียงเรื่องราวของพระเอกก็คือ “PUN” หลังจากเลิกรากับนางเอก MV เพลง “DAY ONE” ไป ก็เติบโตขึ้น ได้ใช้ชีวิตอีกแบบ จนมีโอกาสมาเจอเพื่อนร่วมงานก็คือ ตูน (นางเอก MV เพลง Goodbye) จากความใกล้ชิด สนิทสนม ผสมกับความน่ารักของตูน ทำให้ใจของ “PUN” เริ่มหวั่นไหว และทั้งคู่ก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน ถึงแม้ภายในใจ “PUN” จะยังมีภาพของคนรักเก่าในเพลง “DAY ONE” เข้ามาบ้างก็ตาม ส่วนบทสรุป Series ความรักจากผู้ชายชื่อ “PUN” จะจบลงอย่างไร? แฟนเพลงไปตามลุ้นกันได้ใน MV เพลง “BF” เผื่อคุณจะหลงรัก “BF” ที่ชื่อ “PUN” อีกครั้ง…