อันซีนเซี่ยงไฮ้ พาขอพรพระโพธิสัตว์กวนอิม 4 วัดในตำนาน ขออะไรได้อย่างนั้น!

อันซีนเซี่ยงไฮ้ พาขอพรพระโพธิสัตว์กวนอิม 4 วัดในตำนาน ขออะไรได้อย่างนั้น! งานนี้ M Card โดย เดอะ มอลล์ กรุ๊ป และ อ. คฑา ชินบัญชร พาบินลัดฟ้าสู่แดนมังกร สัมผัสมนต์เสน่ห์ของมหานครเซี่ยงไฮ้ เมืองที่เจริญที่สุดในประเทศจีน และได้รับการขนานนามว่าเป็น “นครปารีสแห่งตะวันออก”

เซี่ยงไฮ้ หรือ ยุโรป เพราะดูไปแล้วมันช่างคล้ายกันเหลือเกิน ถ้าจะบอกว่าเซี่ยงไฮ้เป็นมหานครที่เจริญที่สุดของจีน ก็ต้องบอกเลยว่าถูกเป๋งไปเลยค่ะคุณ เพราะทันทีที่เราก้าวลงจากเครื่องก็สัมผัสได้ถึงความเจริญ และ ความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากกกกก

ทั้งนี้หากคุณเคยมาประเทศจีนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และลองกลับมาดูใหม่ คุณจะรู้เลยว่าประเทศเขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมาก ความเจริญแทบจะแทรกซึมทั่วทุกอาณาเขต โดยเฉพาะที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านแฟชั่น และอาหารการกิน

ถึงจะเจริญอย่างไร มีสถานที่ท่องเที่ยวชิคๆ สมกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “นครปารีสแห่งตะวันออก” แต่ชาวจีนก็ยังคงเลื่อมใส และให้ความสำคัญกับศาสนา ซึ่งทริปนี้เอ็กซ์คลูซีฟจริงๆ เพราะนอกจากจะได้เที่ยว ได้ช็อป ได้กินอาหารอร่อยๆ ด้วยแล้ว ยังได้บุญอีกด้วยนะจ๊ะ สายมู (มูเตลู) มิควรพลาด

อันซีนเซี่ยงไฮ้ ตะลุยเกาะผู่โถวซาน เจาะลึก 4 วัดในตำนาน พาขอพรพระโพธิสัตว์ ขออะไรได้อย่างนั้น!

อันซีนเซี่ยงไฮ้

เริ่มทริปก็อิ่มบุญแล้ว โดยเราจะนั่งรถไปที่ เมืองหนิงปอ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ชั่วโมงจากตัวจากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้เพื่อขึ้นเรือข้ามไปยังเกาะผู่โถวซาน ซึ่งวัดแรกที่เราจะไปนั้นคือ “วัดผู่จี้” วัดในตำนานที่ควรมาเป็นอย่างยิ่ง โดยไฮไลท์ของวัดนี้คือ องค์พระโพธิสัตว์ที่มีเทพลักษณ์เป็นชาย เป็นองค์ที่ชาวจีนทั่วโลกให้ความเลื่อมใสศรัทธาสูงสุด ซึ่งวัดผู่จี้เนี่ย เป็นวัดใหญ่ที่สุดบนเกาะที่มีประวัติเก่าแก่นับพันปี แต่เดิมเนี่ยเป็นวัดเล็ก แต่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซ่ง หยวน หมิง และชิง จนกระทั่งได้รับพระราชทานนาม “ผู่จี้” จากจักรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ส่วนในรัชสมัยของจักรพรรดิหย่งเจิ้นก็ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่จนกลายเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดบนเกาะ ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง มีสถาปัตยกรรมวิจิตรงดงามมากมาย

อันซีนเซี่ยงไฮ้

อันซีนเซี่ยงไฮ้

นอกจากนี้ในทุกๆ วันทางวัดยังมีการทำวัดเช้า ย้ำว่าทุกวันจริงๆ ถ้านับรวมแล้วก็ 929 ปี ขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก โดยพิธีนี้เริ่มต้นเวลาตี 3 ถึงประมาณ 6 โมงเช้า แต่ไม่ใช่ใครจะเข้ามาทำพิธีได้นะ เพราะโดยทั่วไปไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า ต้องไปลงชื่อจองก่อนที่จะเข้าพิธี ผู้เข้าร่วมพิธีจะต้องทานอาหารเจมื้อเย็นก่อนล่วงหน้า 1 วันของพิธีการ โดยคณะไต่ซื่อประมาณ 40 องค์ เป็นผู้นำสวด

ทั้งนี้ยังมีความเชื่อว่า หากนำกระเป๋าเงิน หรือของมงคลไปวนรอบกระถาธูป 3 รอบ จะเป้นการนำเอาเงิน-ทอง และความเป็นสิริมงคลมาสู่ผู้เข้าร่วมพิธี รวมถึงใครอยากขอลูกแนะนำว่าควรมาด่วนๆ เลย

วัดไผ่สีม่วง อีกหนึ่งวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะผู่โถวซาน ซึ่งที่นี่ได้รับสมญานามว่า “เกาะพระโพธิสัตว์” เพราะเป็นวัดเล็กๆ ที่อยู่ติดกับทะเล สาเหตุที่เรียกว่าวัดไผ่ม่วงเพราะว่าบริเวณนั้นมีต้นไผ่สีม่วงขึ้นเยอะ และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ ต้นไผ่สีม่วงจะมีในเกาะแห่งนี้ที่เดียว

สำหรับไฮไลท์เด็ดของที่นี้คือ “เจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป” ซึ่งวัดนี้มีประวัติมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถาง (ค.ศ.961) ซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองในแผ่นดินจีน พระโพธิสัตว์ศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ไม่ยอมรับอัญเชิญไปประดิษฐานที่ญี่ปุ่นตามการอัญเชิญของหลวงพ่อฮุ่ยเอ้อ ภิกษุชาวญี่ปุ่นที่มาศึกษาพระธรรม องค์ท่านจึงได้ดลบันดาลให้เกิดพายุฝนจนไม่สามารถออกเรือได้ และทำให้ต้องสร้างศาลไว้บูชาองค์เจ้าแม่ตั้งแต่นั้นมา ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่มาสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป มักจะขอเรื่องการเดินทางให้มีความปลอดภัย

อีกหนึ่งทีเด็ดคือ ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งคือ ขอพรเสริมสิริมงคลหนานไห่กวนอิม หรือกวนอิมทะเลใต้ เป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ความสูงทั้งองค์รวมส่วนฐานคือ 33 เมตร บอกเลยว่าอลังการมากจริงๆ อิ่มบุญ อิ่มใจสุด

มาถึงวัดสุดท้ายบนเกาะผู่โถวซานคือ วัดฝาหยี่ ต้องบอกก่อนว่าวัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สามเกาะนะ อันที่จริงมีเยอะกว่านั้นมาก แต่ต้องใช้มากโขอยู่ ถึงจะไหว้ครบ ซึ่งวัดที่เรามาแนะนำเนี่ยคือทีเด็ดแนะนำ อ. คฑา ชินบัญชร ซึ่งทุกๆ วัดที่ไป อ. คฑา พาสวดมนตร์และขอพรทุกวัดเลย

สำหรับ วัดฝาหยี่ เป็นวัดพระโพธิสัตว์ใหญ่อันดับสองของเกาะ สร้างขึ้นในสมัยว่าลี่ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หมิง ตรงกับปี ค.ศ. 1580 โดยมีชื่อในสมัยนั้นว่าวัดห่ายฉาว ภายในมีวิหารพระหยกและวิหารเก้ามังกร ประดิษฐานเจ้าแม่พระโพธิสัตว์ปางสมาธิสูง 6.6 เมตร แนะนำใครอยากขอเรื่องสติปัญญา การเรียน การทำงาน ต้องมา!

เครื่องรางนำโชคได้ด้านต่างๆ

ปิดท้ายสายบุญกับ วัดพระหยกขาว วัดนี้หากใครมาเซี่ยงไฮ้ แล้วไม่ได้ไปสักการะองค์ท่าน ถือว่าพลาดมาก เพราะที่นี่ผู้ร่วมทริปของเราขอพรอะไร ได้อย่างที่ใจหวัง มาแล้ว!!!

โดย วัดพระหยกขาว นี้เรียกได้ว่า เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในเซี่ยงไฮ้และเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวเข้านมัสการเป็นจำนวนมากที่สุดของเซี่ยงไฮ้ ภายในมีพระพุทธรูปหยกที่มีชื่อเสียง ถูกสร้างขึ้นในปี 1882 เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ 2 องค์ ซึ่งอัญเชิญมาจากพม่า ต่อมาวัดแห่งนี้ถูกทำลาย แต่โชคดีที่พระพุทธรูปหยกขาวไม่ได้ถูกทำลาย จึงถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1928 และให้ชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดพระหยกขาว

พระพุทธรูปปางนั่งทั้ง 2 องค์นี้ สลักจากหยกทั้งแท่ง แสงสว่างและแสงสะท้อนของหยกขาวนั้นทำให้องค์พระพุทธรูปมีความงดงาม องค์พระพุทธรูปปางนั่งมีความสูง 190 เซนติเมตร และหุ้มด้วยเพชรพลอย หินมโนรา และมรกต แสดงถึงการถือศีลอดอาหารและตรัสรู้แจ้งพระพุทธเจ้า ส่วนพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีความยาว 96 เซนติเมตร นอนเอียงด้านขวาและหนุนพระเศียรด้วยพระหัตถ์ขวา และพระหัตถ์ซ้ายวางบนขาด้านซ้าย ถึงแม้ว่าประวัติของพระหยกขาวจะไม่ยาวนาน ความเก่าแก่และสถาปัตยกรรมแบบเรียบง่ายทำให้วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นและไม่อาจเลียนแบบได้ในเมืองทันสมัยเช่นนี้

อันซีนเซี่ยงไฮ้
วิวบนเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์

มาถึงสายเที่ยวกันบ้าง มาเซี่ยงไฮ้ทั้งที ถ้าพลาดสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นแลนด์มาร์คได้อย่างไร โดยที่แรกคือ เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ตึกสูงเป็นอันดับหนึ่งของจีน มีทั้งหมด 118 ชั้น อยู่สูงเหนือระดับพื้นดิน 632 เมตร หากขึ้นไปที่จุดชมวิวด้านบนสูงสุด จะสามารถมองเห็นนครเซี่ยงไฮ้ได้แบบ 360 องศา สวยงามตระการตาสุดๆ ซึ่งตึกเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ยังสูงเป็นอันดับสองของโลกรองจาก “ตึกเบิร์จ คาลิฟา” (Burj Khalifa) ในนครดูไบอีกด้วย

ไม่รอช้าต่อไปต่อกันที่ อุโมงเลเซอร์ อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดของที่นี่ ความพิเศษคือ เป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำสายแรกในประเทศจีน ภายในอุโมงค์ตกแต่งด้วยเเสงเลเซอร์เป็นรูปต่าง ๆ ตื่นตาตื่นใจสุดกับแสง สี เสียง ภายในอุโมงค์เปลี่ยนแปลงตลอดระยะทาง บางช่วงทำให้รู้สึกเหมือนเดินทางอยู่ในห้วงอวกาศ อุโมงค์เลเซอร์มีความลึกลงไปจากพื้นแม่น้ำ 9 เมตร ความยาว 646.70 เมตร สร้างเสร็จ เมื่อปี ค.ศ. 2000 รถรางนี้สามารถรับ–ส่งนักท่องเที่ยวได้ชั่วโมงละ 5,280 คน

ในส่วนของค่าบริการถ้าลอดไปอย่างเดียว 45 หยวน (ประมาณ 225 บาท) ถ้าไปกลับ 55 หยวน (ประมาณ 275 บาท) รถรางสามารถจุคนได้ถึง 30 คน ใช้เวลาสั้น ๆ มีบานหน้าต่างและประตูเป็นกระจกรอบคัน ทำให้มองเห็นแสงสีในอุโมงค์ได้ชัดเจน

ปิดท้ายค่ำคืนสุดพิเศษหลังจากที่ลอดอุโมงค์เสร็จแล้ว เดินมาเพียงนิดเดียว ก็จะพบกับจุดแลนด์มาร์คสำคัญของเซี่ยงไฮ้อีกหนึ่งที่คือ เดอะบันด์ ซึ่งเป็นที่นี่ตั้งอยู่ย่านเมืองเก่ามีความยาว 1.5 กิโลเมตรไปตามริมแม่น้ำหวงผู่ฝั่งตะวันตก มหานครเซี่ยงไฮ้แบ่งเป็นเขตเมืองเก่าและเขตเมืองใหม่ ฝั่งเมืองเก่าเรียกว่าฝั่งผู่ซี่ (Puxi) และฝั่งเมืองใหม่เรียกว่าฝั่งผู่ตง (Pudong) มีแม่น้ำหวงผู่แบ่งเมืองเซี่ยงไฮ้ออกเป็นสองฝั่ง

บรรยากาศของสองฝั่งแม่น้ำก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยหาดไว่ทันนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ที่โด่งดังเรื่อง “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่เกิดขึ้นในยุคที่เมืองเซี่ยงไฮ้เต็มไปด้วยเจ้าพ่อหลายแก๊ง แย่งชิงอำนาจกันให้วุ่นวายไปหมด หาดไว่ทันจึงมีชื่อที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยว่า “หาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” และหาดไว่ทันยังสามารถมองเห็น “หอไข่มุก” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย แนะนำมาว่าควรมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างยิ่ง เพราะอากาศจะไม่หนาว และไม่ร้อนจนเกินไป เดินสบายๆ เดินเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อย

อิ่มบุญ เพลินตา เพลินใจกับที่เที่ยวแล้ว เตรียมพุง เตรียมเงินในกระเป๋ากันได้เลยจ้า ตอนหน้าแพรวดอทคอมจะพาตะลุยกิน ร้านอาหารเด็ดในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งทริปนี้เอ็กซ์คลูซีฟทริปเฉพาะ สมาชิกบัตร M Card เท่านั้น ใครยังไม่มีก็รีบไปสมัครกันด่วนๆ หากสนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ แบบนี้ได้ผ่านทาง  Facebook: mcardforall,  www.mcardshop.com หรือโทรสอบถามได้ที่ M Card Call Center 02-789-5555 ย้ำอีกทีว่าตรงนี้ว่าประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ มีเฉพาะสมาชิก บัตร  M Card เท่านั้นนะจ๊ะ


ภาพ : Soroj Ruangburapa (โสรจ เรืองบุรพา)

 เปิดลายแทง 4 ร้านอาหารสุดชิค พาชม Starbuck ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เซี่ยงไฮ้!

 

 

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up