12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม ให้เฮลตี้และอ่อนเยาว์

สวยสับรับซัมเมอร์! 12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม ให้เฮลตี้และอ่อนเยาว์

12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม ให้เฮลตี้และอ่อนเยาว์
12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม ให้เฮลตี้และอ่อนเยาว์

สวยสับรับซัมเมอร์! 12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม ให้เฮลตี้และอ่อนเยาว์

เชื่อว่าหลายคนคงอยากออกทริปท่องเที่ยวให้หายคลายเหนื่อยล้าจากปัญหางานและเรื่องอื่นๆ ที่เข้ามาไม่ขาดสาย ร่างกายและผิวพรรณของเราก็เช่นกัน เพราะเมื่อเราเครียด สัญญาณริ้วรอยและสภาพผิวพรรณที่ไม่สดใสก็ปรากฏให้เห็นได้ชัดเจน ซัมเมอร์นี้เราเลยอยากชวนทุกคนพาร่างกายและผิวของคุณไป “พักร้อน” ด้วยกัน

ผิวและเส้นผมที่ดูอ่อนล้าและขาดชีวิตชีวาได้เวลาปรนนิบัติดูแลให้กลับมาดูสดใสสุขภาพดีกันอีกครั้ง สิ่งสำคัญก็คือ ให้เริ่มดูแลด้วยขั้นตอนง่ายๆ ที่เราสามารถปรับเป็นนิสัยดูแลตัวเองที่ดีในระยะยาวได้

ฝึกนิสัยปรนนิบัติดูแลตัวเอง สำคัญกว่าที่คิด

ช่วงที่ผ่านมาทุกคนคงจะเครียดบ้างไม่มากก็น้อย เวลาเครียดก็จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเรา ทำให้ร่างกายอ่อนแอเสี่ยงต่อการอักเสบและชะลอการทำงานของระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งผลต่อแบคทีเรียในลำไส้ และเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ผื่นแดง ผิวหนังอักเสบ หรือแม้กระทั่งสะเก็ดเงิน ความเครียดยังทำให้ผิวแห้งกร้านเพราะร่างกายจะหลั่งอะดรีนาลีนและฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนแห่งความเครียดมากกว่าปกติ

การฝึกนิสัยดูแลตัวเองเป็นประจำจะช่วยให้เราจัดการความเครียดได้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น อิ่มน้ำ เส้นผมดูมีชีวิตชีวาและสุขภาพดี

12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม

เปิด 12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม ให้เฮลตี้และอ่อนเยาว์

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย การเติมเต็มความชุ่มชื้นและถนอมบำรุงผิวพรรณเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยให้ผิวของเราดูดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรารู้สึกดีกับตัวเองด้วย

1. ล้างมือให้สะอาดก่อนล้างหน้า

ดร. อวา ชัมบัน แพทย์ผู้ให้คำปรึกษาด้านผิวหนัง กล่าวว่า แบคทีเรีย ไวรัส และสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ มักอยู่ที่ปลายนิ้วก่อนจะมาสัมผัสผิวหนัง ดังนั้น ก่อนคุณสัมผัสใบหน้า ควรล้างมือให้สะอาด

2. อย่าล้างหน้าด้วยน้ำร้อน

น้ำร้อนทำให้ผิวระคายเคืองและยังขจัดน้ำมันตามธรรมชาติออกจากผิวของเรา น้ำมันตามธรรมชาติเหล่านี้ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี แนะนำให้ใช้น้ำอุ่นล้างเม็ดสครับและสบู่หรือโฟมทำความสะอาดผิวหน้าแทน หรือล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจะช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น

3. เริ่มกิจวัตรการดูแลผิวด้วยขั้นตอนง่ายๆ

อย่างน้อยที่สุด คุณควรเริ่มต้นกิจวัตรการดูแลผิวของคุณด้วยขั้นตอนง่าย ๆ กับ 3 ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้

  • คลีนเซอร์ (Cleanser) หรือผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดใบหน้าที่เหมาะสำหรับผิว
  • ครีมบำรุงผิวผสมครีมกันแดด (SPF) เพื่อปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวี
  • สครับสำหรับผลัดเซลล์ผิว

การใช้คลีนเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง โดยเฉพาะสภาพของผิวหลังใช้ แนะนำให้ล้างหน้าเป็นประจำในตอนเช้าและตอนกลางคืนก่อนนอน เช่นเดียวกับการแปรงฟัน

หลีกเลี่ยงสบู่ล้างหน้าธรรมดาที่มีฤทธิ์รุนแรงเพราะอาจทำให้ผิวขาดน้ำมันตามธรรมชาติ ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่ส่วนผสมที่อ่อนโยน ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังและปราศจากสารซัลเฟต สำหรับผิวแห้ง ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวนุ่มและชุ่มชื้น เช่น ว่านหางจระเข้และคาโมมายล์ สำหรับผิวมัน ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น เช่น ส้มและเกรปฟรุต

4. เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นประจำ

มอยส์เจอไรเซอร์สำหรับกลางวันและครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสม เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน หากรู้สึกว่าต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ให้ใช้เซรั่มเป็นประจำก่อนจะทามอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับกลางวัน

เวลาเลือกซื้อเซรั่ม ให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเมล็ดกัญชง (hemp seed oil) ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติช่วยปรับสภาพผิว เฮมพ์หรือกัญชงเป็นที่รู้จักว่าเป็นพืชมหัศจรรย์เนื่องจากมีสารพฤกษเคมีที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและทำให้ผิวนุ่มเนียนน่าสัมผัส

5. ขัดผิวทุกสัปดาห์

การขัดผิวหน้าจะช่วยให้เราเผยผิวสวยดูสุขภาพดีและกระจ่างใสขึ้นได้ในไม่กี่นาที ควรต้องขัดผิวสัปดาห์ละครั้ง เพราะจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากชั้นผิว

ตอนที่เราอายุยังไม่มาก ร่างกายจะผลัดเซลล์ผิวเองโดยอัตโนมัติแม้ในขณะอาบน้ำ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจะผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวช้าลง การขัดผิวยังช่วยขจัดสิ่งกีดขวางที่ป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของเราแทรกซึมเข้าไปในชั้นผิวเพื่อบำรุงดูแลผิวอีกด้วย การขัดผิวด้วยตนเองจะทำให้ผิวรู้สึกเรียบเนียนและดูมีสุขภาพดีขึ้น

มองหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน แต่มีส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่มีประสิทธิภาพ เช่น บลูเบอร์รี่ ทับทิม และเมล็ดไผ่ ส่วนผสมเหล่านี้ช่วยให้ผิวนุ่มเนียนได้โดยไม่ทำร้ายผิว

12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม

6. ดีท็อกซ์ผิวด้วยมาส์กโคลน

การมาส์กหน้ามีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องรับมือกับผิวมัน ไม่จำเป็นต้องมาส์กหน้าทุกวัน แค่เพียงสัปดาห์ละครั้งหรือมากกว่านั้น ก็ช่วยให้ผิวรู้สึกดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ดินเบนโทไนท์ (Bentonite clay) หรือดินโคลนที่มาจากภูเขาไฟ มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและปรับสีผิว โคลนภูเขาไฟจะช่วยขจัดน้ำมัน สิ่งสกปรกและชั้นผิวหนังที่ตายแล้ว ป้องกันการอุดตันของรูขุมขนซึ่งช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ การพอกหน้าด้วยโคลนภูเขาไฟที่ดีจะช่วยลดขนาดรูขุมขนได้

7. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

เราทุกคนทราบดีถึงความสำคัญของการดื่มน้ำที่ช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังสำคัญต่อสุขภาพผิวเช่นกัน เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ ผิวก็จะดูเรียบเนียนและเปล่งประกาย หมั่นเติมน้ำและดื่มน้ำบ่อยๆ แม้อยู่ในที่ทำงาน

12 คัมภีร์วิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผม

เคล็ดลับดูแลเส้นผมให้เงางาม มีชีวิตชีวา

เพราะไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร เราต้องไม่ลืมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะของเราให้ดี และต่อไปนี้คือเคล็ดลับยอดนิยมที่เหมาะสำหรับการดูแลเส้นผมของคุณ

9. นอนหลับให้เพียงพอ

เมื่อพักผ่อน ร่างกายจะฟื้นฟูตัวเอง การนอนหลับที่ดีและมีคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์โปรตีนของเส้นผม รวมถึงการปล่อยเอนไซม์และฮอร์โมนการเจริญเติบโตที่จำเป็นต่อสุขภาพของเส้นผมโดยรวม พยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงในแต่ละวัน

10. ทานอาหารอย่างสมดุลและดีต่อสุขภาพ

มื้ออาหารที่สมดุลเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพเส้นผม โปรตีนเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากเส้นผมประกอบด้วยโปรตีน เรียกว่าเคราติน ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแรงของเส้นผม ผิวหนังและเล็บ เราต้องให้ความสำคัญกับแร่ธาตุ เช่น ทองแดง เหล็ก แมกนีเซียม และซีลีเนียม รวมถึงวิตามิน E, D และ C

สารอาหารเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสร้างเคราติน ผักและผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นแหล่งวิตามินชั้นดี เช่นเดียวกับไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ปลาก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเพราะกรดไขมันโอเมก้า 3 จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม

11. เลือกแชมพูให้เหมาะกับสภาพเส้นผม

เลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพผม โดยเฉพาะเพื่อช่วยให้เส้นผมแข็งแรง เลือกแชมพูและครีมนวดผมที่อ่อนโยนเพื่อซ่อมแซมเส้นผมและทำให้ผมกลับมาแข็งแรงมีสุขภาพดี

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารซัลเฟตและผ่านการทดสอบทางการแพทย์เรื่องการดูแลซ่อมแซมความแข็งแรงของเส้นผม หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารเคมีเพราะอาจทำร้ายสภาพเส้นผมได้ มองหาส่วนผสมที่อ่อนโยนกว่า เช่น ว่านหางจระเข้ เชียร์บัตเตอร์ และไมโครโปรตีนจากพืช เพื่อช่วยบำรุงผมให้นุ่มสลวยและแข็งแรง

12. ใช้ครีมนวดบำรุงผมเป็นประจำ

แม้ในวันที่ไม่ได้สระผม แต่ถ้าผมเปียก ให้ใช้ครีมนวดผมที่ช่วยกักเก็บความชื้นที่เส้นผมต้องการได้ เพราะเมื่อน้ำระเหย มันจะดึงความชื้นออกจากด้านในของแกนผม ทำให้ผมแห้งและเปราะบางในที่สุด

ลองทำทรีทเมนต์ปรับสภาพเส้นผมอย่างล้ำลึกทุกสัปดาห์ รวมถึงสูตรบำรุงผมฉบับ DIY ได้แก่ ผสมน้ำมันมะพร้าว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งบริสุทธิ์ (อุ่นร้อน) 2 ช้อนโต๊ะ และอะโวคาโดสุกลูกเล็ก 1 ลูกเข้าด้วยกัน (ถ้าผมยาว สามารถเติมน้ำมันมะพร้าวเพิ่มได้) แล้วนำไปชะโลมลงบนผมที่เพิ่งสระและเช็ดแห้งหมาดๆ แล้ว จากนั้น สวมหมวกคลุมอาบน้ำทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนล้างออก สูตรนี้เป็นอีกหนึ่งสูตรบำรุงผมที่ดีนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ทรีทเมนต์ปรับสภาพผมตามร้านค้า

เริ่มปรับเปลี่ยนกิจวัตรการดูแลตนเองให้สวยใสสุขภาพดีกันค่ะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ยิ่งทำบ่อยเท่าไหร่ ครั้งต่อๆ ไปก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น แล้วจะเห็นว่าหลังจากหมั่นดูแลตัวเองเป็นประจำได้ 2-3 สัปดาห์ ผิวพรรณและเส้นผมจะรู้สึกขอบคุณ ด้วยการเผยความเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาอย่างมีสุขภาพดี


ขอบคุณเคล็ดลับเพื่อสุขภาพที่ดีจาก : www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รับมือการถูกล้อเลียน รูปร่าง น้ำหนัก สีผิว ฯลฯ จากบุคคลที่ชอบวิจารณ์คนอื่นไปทั่ว

เปิด วิธีดูแลผิวที่เป็นสิว ต้องทำอย่างไรให้สิวหายไว และไม่อักเสบ

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับวิธีดูแลเส้นผม ระวังยิ่งทำผมยิ่งเสีย ร่วงหนักกว่าเดิม!

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up