ทายาทโค้ก ภูมิ สารสิน

เปิดเส้นทางรัก 13 ปี ทายาทโค้ก ภูมิ สารสิน & อลีนา  เปี่ยมกุลวนิช

ทายาทโค้ก ภูมิ สารสิน
ทายาทโค้ก ภูมิ สารสิน

จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ของ  ภูมิ สารสิน ลูกชายคนเล็กของ “คุณพรวุฒิ สารสิน” ผู้จัดจำหน่ายและถือลิขสิทธิ์น้ำอัดลมยี่ห้อ “โค้ก” ในประเทศไทย กับ แพร-อลีนา เปี่ยมกุลวนิช มาจากมิตรภาพความเป็นเพื่อน ก่อนจะมอบความรักและความเข้าใจให้กันมาเหนียวแน่นกว่า 10 ปี  กลายเป็นคู่หมั้นคู่หมายที่หลายคนบอกว่าเหมือนกิ่งทองใบหยกที่แท้จริง

เปิดเส้นทางรัก 13 ปี ทายาทโค้ก ภูมิ สารสิน & อลีนา เปี่ยมกุลวนิช

13 ปีแห่งความผูกพัน 

คุณภูมิเริ่มเรื่องว่า  “ผมรู้จักแพรตอนอายุประมาณ 18-19 ปี  เพิ่งจบไฮสกูลจากการแนะนำของเชฟตาม (ชุดารี เทพาคำ) ซึ่งเป็นญาติผมและเป็นเพื่อนสนิทแพรตอนเรียนโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury ด้วยกัน ตอนนั้นแพรอายุ 16 ปี เราจึงคบแบบเป็นเพื่อนกันมาเรื่อยๆ”

“กระทั่งผมไปเรียนต่างประเทศที่ Babson College สหรัฐอเมริกา ส่วนแพรเรียนอยู่ที่ Shrewsbury กรุงเทพฯ  ถึงอยู่ห่างกัน แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด เรียกว่าระยะเวลากว่าครึ่งของความสัมพันธ์  เราอยู่ห่างไกลกันจนชิน”

ภูมิ&แพร

“ถ้าถามว่าอะไรทำให้ความสัมพันธ์เรายืนยาวมาถึงวันนี้ สำหรับผมเรียกว่าเป็น‘โชค’ของเราสองคนก็ว่าได้  ที่ผ่านมาเราคงไม่สามารถควบคุมตัวเองให้ใจเย็นหรือไม่ให้โกรธ ไม่ให้ทะเลาะกันได้ตลอดเวลาหรอก บางครั้งเคยคิดจะเลิกคบกันหลายรอบ  ในช่วงที่ต่างฝ่ายยังเป็นวัยรุ่นก็อาจมีไม่เข้าใจกันบ้างเป็นธรรมดา แต่พอจะเลิกคบกันทีไร  ผมใจอ่อนทุกครั้ง คือพอคนหนึ่งง้อก็กลับมาคบกันอีก วนไปวนมาแบบนี้หลายรอบ ต่างคนต่างขี้เกียจหาคนใหม่  เพิ่งมาในช่วง 5 ปี หลังที่เราเริ่มคบกันแบบผู้ใหญ่มากขึ้น รู้จักที่จะยอมกัน ให้อภัย เข้าใจซึ่งกันและกัน
มากขึ้น จนปัจจุบันเราเป็นเพื่อนสนิทเบอร์หนึ่งของกันและกัน”

อีกฝ่ายจึงย้ำว่า “แพรเองก็คิดว่าที่เรายังคบกันและผ่านช่วงนั้นมาได้ เป็นเรื่องของ ‘โชค’ จริงๆ  เพราะถึงเราจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน แต่เวลามีอะไร แพรจะนึกถึงเขาเป็นคนแรก ชอบโทร.ไปเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้เขาฟัง”

อะไรทำให้รู้สึกคลิกกันลงตัวทั้งที่อยู่ห่างกันขนาดนั้น? นี่คือคำถามจากแพรว ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากฝ่ายชายว่า  “อาจเพราะเราโตมาด้วยกัน  จึงมีทัศนคติคล้ายกัน  รวมถึงชอบทำกิจกรรมเหมือนกัน เช่น ชอบปีนเขา ดำน้ำ  เล่นสกี เดินป่า และไปนั่งชิลตามสถานที่สวยๆ ประมาณว่าไปนั่งกัน 2 ทุ่ม กลับ 4 ทุ่มต้องบอกว่าผมค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองพอสมควร แต่แพรก็อดทนกับผมได้ และช่วยซัพพอร์ตในสิ่งที่ผมขาด เช่น ผมจะเป็นคนเยอะเกี่ยวกับเรื่องที่กินที่เที่ยว คือทานได้ทุกอย่างนะ ไม่ต้องแพงก็ได้ แต่ต้องอร่อย สะอาด และดีต่อสุขภาพ”

คุณแพรช่วยขยายความต่อ “พี่ภูมิไม่ทานอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์แปรรูป หรือเบเกอรี่เลย  ขณะที่แพรทานฟาสต์ฟู้ดหรือเบเกอรี่บ้าง ตามประสาผู้หญิง เพราะฉะนั้นเวลาถามกันว่ากินอะไรดี  แพรยกให้พี่ภูมิตัดสินใจ เขาอยากกินอะไรแพรไม่ขัด แล้วค่อยแอบไปกินของที่ชอบหรือ อยากกินทีหลัง (หัวเราะ)”

“ความที่คบกันมานาน ก็ต้องอดทนและปรับตัวไปด้วยกัน อะไรที่ยอมได้ก็ยอม อย่างเรื่องไหนที่พี่ภูมิซีเรียส เช่น เขามีเป้าหมายในชีวิตว่าจะทำอะไร เมื่อไหร่เราก็ตามใจปล่อยเขาไป กลับกันเรื่องไหนแพรซีเรียส พี่ภูมิก็ปล่อยให้แพรตัดสินใจเอง เพราะเราเชื่อในการตัดสินใจของกันและกัน”

ทายาทโค๊ก

ขอแต่งงานกลาง Central Park, New York

“คุณภูมิเล่าโมเมนต์ขอแต่งงานว่า “ที่ผ่านมาเราคุยเรื่องแต่งงานกันมาบ้างแล้ว ซึ่งผมไม่โรแมนติก ไม่ชอบทำเซอร์ไพร้ส์ แทบจะไม่เคยเซอร์ไพร้ส์แพรเลยด้วยซ้ำ พอจะขอแต่งงานจึงอยากทำอะไรพิเศษให้เขาหน่อย”

“ต้นปี 2563 เราไปเที่ยวนิวยอร์กด้วยกัน มีน้องพิม (มทินา) น้องสาวแพรไปด้วย ช่วงนั้นสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คกำลังสวย ระหว่างที่เราออกไปเดินเล่นด้วยกัน แพรคงรู้สึกได้ว่าผมดูแปลกๆไป เวลาเดินก็เกร็งๆ เดินวนไปวนมา จนเขาสงสัยจึงถามว่าเป็นอะไร ผมก็ตอบไปว่าพยายามหาจุดสวย ๆ ของสวนสาธารณะเพื่อจะได้มีมุมถ่ายรูปดีๆ  ทั้งที่ปกติผมเกลียดการถ่ายรูปมากๆ เดินจนใกล้จะออกไปยังพิพิธภัณฑ์ The Met อยู่แล้ว ผมก็ยังหาที่เหมาะๆไม่ได้ในที่สุดตัดสินใจขอแพรแต่งงานในสวนนั้น โดยให้น้องพิมช่วยถ่ายรูป  ผมบอกแพรว่า ‘แต่งงานกันไหม’  แล้วหยิบแหวนออกมา  โดยที่ไม่ได้คุกเข่าหรือทำท่าสวีตอะไร  เขาก็ตกใจ  ถามผมว่าพูดจริงเหรอ  แล้วก็ยื่นมือมาให้พร้อมกับบอกว่า ‘สวมสิๆ’ ผมกับน้องพิมเตรียมจะซึ้ง เพราะคิดว่าเขาต้องมีโมเมนต์ร้องไห้หรือน้ำตาคลอบ้างแหละ  พอเขาตอบอย่างนี้…หมดกัน กระทั่งพวกเราเข้าไปเดินกันในThe Met ได้15 นาที  แพรถึงค่อยร้องไห้”  เขาเล่าขำๆ”

อีกฝ่ายต้องขออธิบาย “พี่ภูมิไม่เคยทำเซอร์ไพร้ส์ แพรจึงไม่คิดว่าจะถูกเขาขอแต่งงานแบบนั้น  วางตัวไม่ถูก  ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยไม่ได้ซึ้งร้องไห้เหมือนคนอื่นๆ ได้แต่ตอบเขาว่าโอเค…สวมแหวนละกันแล้วก็จบ  ผ่านไป
15 นาทีถึงตั้งหลักได้ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองตื่นเต้น อยากร้องไห้ แล้วน้ำตาก็ไหล เป็นเหตุการณ์ที่แพรประทับใจมาก  แหวนที่พี่ภูมิสวมให้เป็นแหวนวงเล็กๆที่มีความพิเศษมาก แพรมารู้ทีหลังว่าเขาซื้อจากร้านข้างมหาวิทยาลัย  เลือกไม่เป็น แต่ก็พยายาม  ตอนนี้จึงกลายเป็นแหวนที่แพรใส่ติดตัว ส่วนแหวนในพิธีหมั้นที่ผ่านมา คุณพ่อพี่ภูมิ(คุณพรวุฒิ) ใช้หมั้นคุณแม่ (ม.ร.ว.สุภาณี  ดิศกุล) มาก่อนทำให้แพรรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจมากค่ะ”คุณภูมิเสริมว่า “ช่วงนั้นผมสอบปลายภาคพอดี ทำข้อสอบไม่ค่อยได้ก็รู้สึกเครียดๆ  แต่ก็พยายามคิดว่าจะหาซื้อแหวนขอแต่งงานที่ไหนดี  ซึ่งเมืองเบิร์กลีย์ที่ผมเรียนเป็นเมืองน่ารักๆ ที่สุดผมซื้อแหวนจากร้านข้างมหาวิทยาลัยนั่นแหละ ซื้อเสร็จหายเครียด (ยิ้ม) ที่จริงเป็นแหวนธรรมดาๆ มีเพชรเม็ดเล็กๆไม่ได้มีมูลค่าอะไร  แต่เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ผมอยากทำให้แพร”

เห็นใจกันยามเผชิญวิกฤติ

“คู่ของเราอาจไม่ค่อยมีเรื่องพีค ๆ หรือเรื่องหวือหวาให้ตื่นเต้น แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้แพรซึ้งใจในตัวพี่ภูมิมากคือ  เดือนมีนาคม 2563 ประเทศไทยมีการระบาดโควิด-19 รอบแรก ช่วงนั้นแพรเรียน MBA ที่ Babson College สหรัฐอเมริกา  ส่วนพี่ภูมิเรียน MBA ที่ UC Berkeley

“ปรากฏว่าคุณพ่อแพร (คุณนพดล) กับน้องสาวติดโควิด-19 ทำให้ท่านทำงานไม่ได้ พอแพรรู้เรื่องก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก พี่ภูมิต้องคอยพูดเตือนสติ คิดหาวิธีแก้ปัญหาและอยู่เคียงข้าง เป็นกำลังใจให้กันมาตลอด ซึ่งไทม์โซนของไทยกับอเมริกาต่างกันหลายชั่วโมงมาก  ตอนที่แพรต้องตื่นขึ้นมาเพื่อคุยงานที่บริษัทแทนคุณพ่อ พี่ภูมิก็ตื่นขึ้นมาด้วย ตอนแพรคุยกับคุณหมอที่ไทย เขาก็ตื่นขึ้นมาช่วยคุยด้วย ทั้งที่เขาไม่ต้องทำก็ได้ แต่เพราะเขาห่วงทั้งเราและครอบครัวจึงคอยอยู่เป็นเพื่อนกันตลอดเวลา คุณแพรเล่าด้วยความซาบซึ้งแผนเริ่มชีวิตคู่”

“ผมคาดว่าประมาณเดือนธันวาคมปลายปีนี้ เราคงจะทำพิธีแต่งงานและฉลองพิธีมงคลสมรสได้ อย่างที่บอกแหละ ผมไม่โรแมนติก อย่างงานแต่งงานผมแค่อยากพาตัวไปในงานอย่างเดียว  อื่นๆยกให้แพรตัดสินใจ ปัญหาคือบางทีแพรก็อยากให้ช่วย ซึ่งที่ผ่านมาเราแทบไม่ทะเลาะกัน  กระทั่งจะแต่งงานนี่แหละ(หัวเราะ) เรื่องที่ผมโดนแพรงอนบ่อยๆคือเรื่องสร้างเรือนหอ”

ทายาทโค๊ก ภูมิ สารสิน
ภาพจาก : IG @Kolems.official

คุณแพรจึงโวยว่า “แพรไปหาคำตอบมาแล้วว่าอยากได้บ้านแบบไหนคือเรารู้สิ่งที่ตัวเองอยากได้แล้ว แต่พี่ภูมิสิ…เหมือนไม่ค่อยรู้ว่าอยากได้อะไร อย่างไร ซึ่งถ้าจะสร้างบ้านของเรา ก็ควรแชร์ไอเดียกันคนละครึ่งสิ” คุณภูมิชี้แจงเสียงเนิบๆว่า “ผมบอกไปแล้วว่าชอบบ้านเหมือนที่อยู่ทุกวันนี้ซึ่งสร้างมากว่า 20 ปีแล้ว ผมชอบอะไรเดิมๆ  บ้านเล็กๆ ไม่ต้องกว้างมากเพราะผมอยู่หอพักมาตั้งแต่เด็ก แต่แพรชอบบ้านกว้างๆ เขาจึงโกรธที่ผมพูดว่ายังไงก็ได้ ดีแล้ว แฮ็ปปี้แล้ว  คือเพราะไม่ได้ช่วยเขาออกไอเดีย แต่ถึงจะแต่งงานปลายปี เรือนหอของเราก็คงยังสร้างไม่เสร็จ แต่งแล้วคงต้องไปอยู่ที่อื่นก่อน ใกล้ๆวันแต่งงานค่อยดูอีกที

แฟน ภูมิ สารสิน

“ส่วนเรื่องมีลูก คงไม่รีบครับ  เพราะเราชอบเลี้ยงน้องหมาเหมือนกัน ทุกวันนี้เลี้ยงเหมือนเป็นลูกอยู่แล้ว แต่มีสิ่งที่แพลนไว้คือการทำธุรกิจร่วมกัน เป็นร้านสเต๊กเฮ้าส์‘Don Asado Argentinian BBQ’ ขายเนื้อย่างที่มีกรรมวิธีการย่างสไตล์อาร์เจนตินา ทำให้ต่างจากร้านอื่นๆ และด้วยความที่รักหมาทั้งคู่ จึงคิดว่าต่อไปคงทำอาหารหมาสไตล์ใหม่มาขายด้วย“เพื่อคนรักหมาเหมือนกัน”


ภาพจาก : IG @pumisarasin

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เปิดมุมความรัก หวานแบบเรียบง่ายในสไตล์ “พีท & น้ำฝน” ทายาทกระทิงแดง

เหมือนบุพเพสันนิวาส! เจ้าสาวแสนล้าน เมลนีย์ อยู่วิทยา

คุณคือที่ 1 “ฟลุค-นาตาลี” หวานครบรอบแต่งงาน 1 ปี มีลูกสาวมาเติมเต็มความสุข

Praew Recommend

keyboard_arrow_up