เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ Avia by Union Alcohol

คว้าโอกาสในวิกฤติ “เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ” ผู้สร้างแบรนด์ Avia by Union Alcohol

เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ Avia by Union Alcohol
เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ Avia by Union Alcohol

อีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ไม่ปล่อยให้สถานการณ์โดยรอบมากำหนดชีวิต “เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ” จึงก่อตั้งแบรนด์ Avia by Union Alcohol ผลิตเจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือสู้โควิด-19

แม้ครอบครัวจะเป็นเจ้าของบริษัทยูเนี่ยน เคมีคอล แอนด์ อีควิปเม้นท์ ผู้ผลิตเอทิลแอลกอฮอล์รายหลัก แต่การแตกไลน์ทำธุรกิจครั้งนี้ เธอลงมือทำเองทุกขั้นตอน เรียกว่าเจ็บจริง สู้จริง

คว้าโอกาสในวิกฤติ “เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ” ผู้สร้างแบรนด์ Avia by Union Alcohol

เล่าถึงชีวิตก่อนจะตัดสินใจเริ่มธุรกิจของตัวเองสักนิดค่ะ

“ช่วงที่เรียนจบปริญญาตรีที่ Babson College ด้าน Operations Management ได้กลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว 2 ปี กับฝึกงานที่ The Quant Group ที่ทำด้าน M & A Investment Banking จากนั้นกลับไปเรียนต่อปริญญาโทที่ Tufts University ด้าน Innovation Management ซึ่งเป็นหลักสูตรเร่งรัดที่เน้นการเรียนการสอนแบบปฏิบัติจริง โดยตอนเรียนนั้นมีคลาสเพื่อทำธุรกิจสตาร์ตอัพ และเอิร์นเองได้จับกลุ่มกับเพื่อนที่มีความสนใจด้าน Social Impact เหมือนกัน จึงนำเรื่องนี้มาเป็น Case Study เพื่อหาข้อมูล ระดมความคิด และจัดตั้ง Food Ease เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาแบบดิจิทัล การทำโปรเจ็กต์นี้ทำให้มีโอกาสฝึกตัวเองในหลายๆ ด้าน ทั้งการพบปะพูดคุยกับคนจำนวนมาก การเจรจาต่อรองและการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดของเพื่อนในกลุ่ม เพื่อให้การทำงานราบรื่นและได้ข้อสรุปที่น่าพอใจ

“ขณะเดียวกันช่วงนั้นเอิร์นกำลังจะสมัครงานที่บริษัททิฟฟานี่ที่อเมริกาด้วย แต่เสียดายที่โปรเจ็กต์ทุกอย่างยังไม่ทันเกิดขึ้นจริงก็เกิดโควิด ต้องเดินทางกลับไทย ส่วนเรื่องเรียนปริญญาโทใช้วิธีเรียนทางออนไลน์ต่อจนจบแทน”

เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ Avia by Union Alcohol

แล้วอะไรทำให้สนใจธุรกิจแอลกอฮอล์คะ

“หลักๆ คือเป็นการต่อยอดธุรกิจของบริษัทยูเนี่ยน เคมีคอล แอนด์ อีควิปเม้นท์ของคุณพ่อ (คุณอรรถกวี ขุนพินิจ) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงอุตสาหกรรมอาหาร

“ช่วงที่กลับจากอเมริกา เอิร์นเริ่มมองเห็นว่าแอลกอฮอล์ล้างมือเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งเรามีความพร้อมในเรื่องวัตถุดิบอยู่แล้ว จึงตัดสินใจลงมือทำ เริ่มจากผลิตแอลกอฮอล์น้ำก่อน ตามด้วยเจล

“สำหรับชื่อแบรนด์ Avia มาจากพยัญชนะต้นของชื่อทุกคนในบ้านค่ะ ตอนแรกจะตั้งเป็น Avea แต่พอทำโลโก้ตัว i ดูสวยกว่า จึงลงตัวที่ Avia” (ยิ้ม )

ธุรกิจแรกเป็นอย่างไรบ้างคะ

“มีครบทุกรสชาติเลยค่ะ เริ่มทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ดีไซน์อาร์ตเวิร์ค โลโก้ ซึ่งที่จริงทำไม่เป็นเลย อาศัยลงคอร์สเรียนโฟโต้ชอปทางออนไลน์ ส่วนเรื่องแอลกอฮอล์ เรามีวัตถุดิบอยู่แล้วก็จริง แต่ช่วงแรกก็ต้องทดลองปรับสูตรเองว่าต้องการให้เข้มข้นขนาดไหน กลิ่นเป็นอย่างไร กว่าจะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการต้องใช้เวลาพอสมควรค่ะ

“ในส่วนของระบบเอกสารทางบัญชี จัดซื้อ การติดต่อซัพพลายเออร์ ต่อรองราคา ระบบเอกสาร การจัดเก็บสต๊อก ควบคุมการผลิต ไปจนถึงการขาย ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ ซึ่งคุณพ่อปล่อยให้ลงมือทำเองทั้งหมด

“แต่มองอีกมุม การที่คุณพ่อไม่บอกอะไรเลยก็เป็นเรื่องดี เพราะทำให้ได้เรียนรู้แก้ปัญหาและข้อผิดพลาดทุกอย่างด้วยตัวเองได้เร็วขึ้นค่ะ”

ขยายความเรื่องความยากให้ฟังสักนิดค่ะ

“มีตั้งแต่เรื่องทั่วไปอย่างการติดต่อสื่อสาร ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาดที่คนกักตัว เราเองไม่สามารถออกไปข้างนอก ก็เป็นอุปสรรคหนึ่งในการทำงานช่วงนั้นค่ะ จนถึงเรื่องเอกสารอย่างการยื่นขอขึ้นทะเบียนและใบอนุญาต อย. ที่ต้องศึกษาทั้งกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อเตรียมเอกสารยื่นขอเอง ไม่ได้ให้ใครช่วย จึงมีคำผิดเยอะ เนื่องจากยังไม่คุ้นชินกับระบบและภาษาราชการ ตอนหลังจึงต้องขอให้คุณแม่ช่วยตรวจให้ นอกจากภาษายังต้องปรับชื่อและสูตรหลายครั้ง ระหว่างที่ขอ อย. เราไม่แน่ใจว่าทำผิดตรงจุดไหน เพราะเจ้าหน้าที่ที่คุยอาจไม่ใช่คนเดียวกัน เนื่องจากเป็นระบบออนไลน์ ก็ต้องค่อยๆ แก้กันไปทีละจุด ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในที่สุดก็ผ่านจนได้ค่ะ”

อยากให้คุณเอิร์นอธิบายเรื่องแอลกอฮอล์ประเภท Food Grade อีกครั้ง เชื่อว่าหลายคนยังติดใจสงสัยค่ะ

“พอสรุปได้ดังนี้ค่ะ โรงงานผลิตแอลกอฮอล์ที่ไม่ได้นำไปดื่มเป็นสุราของเอกชนในประเทศเรามีอยู่ 2 ประเภท คือผลิตแอลกอฮอล์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานเชื้อเพลิง และใช้เพื่อการอุตสาหกรรมตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนธุรกิจของเราผลิตแอลกอฮอล์เพื่อการอุตสาหกรรมภายในประเทศ และจนถึงปัจจุบันเราเป็นโรงงานแรกและโรงงานเดียวที่ได้รับการรับรองให้ผลิตสินค้าวัตถุเจือปนอาหารในโรงงานผลิตแอลกอฮอล์ และได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้งเรื่องคุณภาพและสิ่งแวดล้อม

“หมายถึงแอลกอฮอล์ของเราสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตอาหารได้ ล้างเครื่องไม้เครื่องมือ หรือทำสีผสมอาหารได้ เช่น โรงงานผลิตขนมปังต้องทำความสะอาดเครื่องจักร ก็สามารถใช้แอลกอฮอล์ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นวัตถุเจือปนอาหารมาเช็ดเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อไม่ให้มีสารตกค้าง อย่างแอลกอฮอล์ของ Avia สามารถฉีดลงช้อนส้อมทิ้งไว้ให้แห้งเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วค่อยหยิบมาใช้

“และที่บอกว่าไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเราใช้วัตถุดิบทั้งหมดจากธรรมชาติ และในกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นเราสามารถนำพลังงานหมุนเวียนจากของเสียไปใช้ประโยชน์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการปล่อยน้ำเสีย และยังได้รับมาตรฐาน ISO 14000 ด้านสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ”

ถ้าประเมินตัวเองจากวันแรก รับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้นไหมคะ

“ดีขึ้นมากค่ะ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป วันนี้ส่วนตัวมีความเข้าใจระบบงานทุกอย่างในบริษัท ทำให้สามารถควบคุมเนื้องานและเวลาได้ดีขึ้น มีความมั่นใจในการตัดสินใจได้ดีขึ้น

“แม้ตอนที่เจอปัญหาจะปวดหัวใช้ได้เลย (หัวเราะ) แต่ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้จะเกิดความภูมิใจ ซึ่งปัญหาหรือข้อผิดพลาดยังมีเข้ามาตลอด ก็ต้องดูว่าจะแก้ไขอย่างไรให้ดีที่สุด ให้เร็วที่สุด ซึ่งบางบทเรียนก็สอนให้เรารอบคอบขึ้นในทุกรายละเอียดค่ะ

“ปัญหาแต่ละอย่างแก้ไม่เหมือนกัน บางปัญหาต้องแก้ทันที ไม่ให้ค้างคา แต่บางปัญหาอาจต้องนิ่งไว้ก่อน ถามคำถาม คิด ปรึกษาคนอื่น แล้วค่อยลงมือแก้ปัญหา เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

“อย่างในช่วงแรกที่ไม่สามารถโปรโมตแอลกอฮอล์ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียได้ จึงจำเป็นต้องหาวิธีอื่นในการโปรโมตสินค้า ที่สุดแก้โดยการทำ Co-Brand ขึ้นมา ซึ่งทำให้เราได้โปรโมตสินค้าโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังได้ฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นค่ะ”

ถ้าอย่างนั้นเล่าถึงการโปรโมตธุรกิจหรือการทำการตลาดให้เป็นที่รู้จักสักนิดค่ะ

“ในช่วงแรกที่แอลกอฮอล์ในตลาดค่อนข้างเยอะ เอิร์นมองว่าเจ้าของกิจการต่างๆ คงอยากมีแอลกอฮอล์เจลเป็นแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งฐานลูกค้ากลุ่มนี้คงชอบสินค้าของเรา จึงเริ่มทำการตลาดแบบ Co-Brand คือรับผลิตแอลกอฮอล์ให้ลูกค้าภายใต้แบรนด์ของเขา ซึ่งก็ได้ผล ทำให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และทำให้เราแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ

“แบรนด์แรกที่ทำให้คือ Salisa ค่ะ เป็นแบรนด์แฟชั่นของเพื่อนที่อยากทำแอลกอฮอล์ให้ลูกค้า นับแต่นั้นมาก็มีคนถามเรื่อยๆ ว่าทำแบบนี้ให้หน่อยได้ไหม ส่วนบางแบรนด์ที่อยากทำแอลกอฮอล์ของตัวเอง คือไม่มีโลโก้ Avia เราก็ทำให้ได้ รวมไปถึงจดทะเบียนขอเลข อย.ให้เขาด้วย ซึ่งตอนนี้คล่องแล้วค่ะ” (ยิ้ม)

ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้างคะ

“ดีเลยค่ะ มีลูกค้าที่เราทำ Co-Brand จำนวนมาก และมีกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ส่วนตัวเอิร์นชอบฟังผลตอบรับจากลูกค้า โดยเฉพาะปัญหาต่างๆ เพื่อจะได้นำไปแก้ไข ยกตัวอย่าง บางครั้งเกิดปัญหาจากปัจจัยภายนอก เช่น การขนส่งล่าช้า จัดส่งสินค้าให้ลูกค้าไม่ตรงตามกำหนดเวลา ก็จะรีบจ้างอีกบริษัทไปส่งให้ทันที เพราะนึกถึงใจเขาใจเรา ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ค่ะ”

เอิร์น ธัญนิจ ขุนพินิจ Avia by Union Alcohol

คิดว่าจุดแข็งของ Avia เมื่อเทียบกับคู่แข่งคืออะไรคะ

“คุณภาพค่ะ ส่วนผสมทุกอย่างในขวดของเราผ่านมาตรฐานและสามารถตรวจสอบได้จริง ขณะเดียวกันส่วนตัวมองว่าการมีคู่แข่งเป็นเรื่องดี เพราะจะได้เปรียบเทียบได้ว่าเราอยู่ตรงไหนของตลาด และทำให้รู้ว่าจะตั้งเป้าหมายอย่างไร ดูว่าอะไรที่คู่แข่งยังไม่ได้ทำ เราก็เข้าไปเติมสิ่งที่คู่แข่งยังมองไม่เห็น โดยเฉพาะสิ่งที่คนอื่นไม่มี คือเราเป็นโรงงานแรกและโรงงานเดียวที่ผลิตแอลกอฮอล์เกรดวัตถุเจือปนอาหารได้ ซึ่งทำให้แอลกอฮอล์ของเรามีความแตกต่างด้านคุณภาพที่ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอันตรายเรื่องสารตกค้าง”

แผนต่อไปของ Avia คืออะไรคะ

“สำหรับแบรนด์คงเป็นการมองหากลยุทธ์ด้านการตลาดและช่องทางการจำหน่ายสินค้า พร้อมกับให้ความรู้แก่ผู้บริโภค เพื่อทราบถึงความแตกต่างของแอลกอฮอล์เกรดต่างๆ ค่ะ

“ส่วนแผนงานของเอิร์นเอง หลังจากที่ทำ Avia แล้วเห็นผล ก็รู้สึกสนุก จึงหาอะไรมาทำเพิ่ม อินเนอร์อีกอย่างของเอิร์นคือชอบเครื่องสำอาง จึงชวนเพื่อนสองคนและ อั๊น – น้องชายทำธุรกิจ Skin & Tonic โปรดักต์แรกของเราคือ Pillow Spray สำหรับใช้ฉีดฆ่าเชื้อโรคที่หมอนและช่วยให้ผ่อนคลาย เพราะเราไม่ได้ซักปลอกหมอนกันทุกวัน บางทีสิวก็ขึ้น เหมาะกับใครที่ผิวแพ้ง่ายแบบเอิร์นด้วย ถ้าได้กำจัดแบคทีเรียที่สะสมบนหมอนออกไปคงดี แถมยังผ่อนคลายด้วยกลิ่นจากเอสเซนเชียลออยล์ ไม่ใช่น้ำหอม ใครสนใจเชิญที่ช่องทาง Line : @skinandtonic นะคะ”

เมื่อเทียบกับธุรกิจแรก ธุรกิจที่สองแตกต่างกันอย่างไรคะ

“ธุรกิจแรก (แอลกอฮอล์) เป็นธุรกิจของครอบครัวที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักของตลาดอยู่แล้ว แต่สำหรับธุรกิจที่สอง (Skin & Tonic) เป็นธุรกิจที่ร่วมกันทำกับเพื่อนที่มีความชอบเหมือนกัน แต่เป็นสินค้าที่ต้องแนะนำให้ลูกค้าทำความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพการนอนและความสะอาดของเครื่องนอน ก็ต้องลุยเรื่องนี้ต่อค่ะ”

ถึงวันนี้ประสบการณ์การทำงานบอกอะไรบ้างคะ

“เมื่อเริ่มทำงาน การลองผิดลองถูกหรือการพลาดเป็นเรื่องธรรมดา สำคัญคือการเรียนรู้ให้ไว หรือบางเรื่องไม่อยากทำก็ต้องอดทนไปก่อน อย่างการติดต่อลูกค้า ช่วงแรกยังไม่กล้าโทร. เกรงใจบ้าง อะไรบ้าง แต่ก็กัดฟันโทร. เพื่อให้ได้ข้อมูล

“อะไรที่ไม่ถนัดต้องศึกษาเพิ่มเติม หรือขอให้คนเชี่ยวชาญเรื่องนั้นมาดูแล อย่างเอิร์นฝึกทำระบบการผลิตหรือเรื่องหลังบ้านทุกอย่างจนเชี่ยวชาญ แต่เรื่องหน้าบ้านอย่างการขายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งยังไม่ค่อยเก่ง ฉะนั้นในเบื้องต้นนอกจากความพยายามที่จะเรียนรู้ ก็ควรต้องมีพาร์ตเนอร์ที่เก่งเรื่องนี้ด้วย”

อะไรคือแรงผลักดันในการทำงานของคุณเอิร์นคะ

“เอิร์นเคยกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วไม่ได้ทำอะไร 1 เดือน เครียดมากโดยไม่รู้ตัว นอนไม่หลับ กินไม่ลง เหมือนวันๆ รอว่าตอนเย็นเพื่อนจะนัดกินข้าวที่ไหน แต่พอได้ทำงานกลายเป็นคนละเรื่อง ชีวิตมีเป้าหมายชัดเจน อีกอย่างคือพอเห็นเพื่อนและน้องชายตั้งใจทำงาน ก็เกิดความฮึดว่าตัวเราเองก็ต้องตั้งใจ เอิร์นชอบแข่งกับตัวเอง มันทำให้เรามีเป้าหมายว่าอยากเห็นงานสำเร็จ ได้งานที่ออกมาดีค่ะ”

เป้าหมายสูงสุดคืออะไรคะ

“ในแง่ชีวิตอยากอยู่ท่ามกลางคนที่เรารัก ทั้งครอบครัว เพื่อน และได้ออกเดินทาง เอิร์นชอบไปเที่ยว ดำน้ำ ปีเขา อยากเห็นโลกว่าที่ไหนมีอะไรบ้าง ส่วนในแง่ของงานก็อยากทำออกมาให้ดีที่สุด ได้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ลูกค้าใช้แล้วพอใจ ซึ่งจะสะท้อนกลับมาที่ใจเราว่ามีความสุข สนุกกับงานที่ทำ แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ถ้าใส่ใจแก้ไข สุดท้ายจะเจอทางออกเอง สิ่งสำคัญคือทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการลงมือทำค่ะ”

FIRST JOB MANY EXPERIENCES

• หาข้อมูลก่อนลงมือทำ หากสงสัยควรถามผู้รู้ให้ตรงเป้า

• ถ้าคิดอยากทำอะไร ทำเลย โดยเฉพาะเมื่อเห็นโอกาสอยู่ตรงหน้า

• เรียนรู้เพิ่มเติมเสมอ

• อย่ากลัวไปก่อน รู้ปัญหา แก้ให้ไว


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 969

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตี๋ พัฒนพงศ์ & เพชร กวินวัชร์ ฝ่าวิกฤติธุรกิจสปา สู่ Supplement หน้าใหม่ยอดขายกระฉูด

20 ปี บนเส้นทางอาหารสุขภาพ “หลิง-จันทิมา ติยะวัชรพงศ์” ผู้บุกเบิกแบรนด์ HappyMate

นักสู้แห่งเซ็นทรัลพัฒนา ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้นำทีมการตลาด Retail Developer เบอร์หนึ่งของไทย

Praew Recommend

keyboard_arrow_up