โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี

โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี ภายใต้ชุด ปีกแห่งชัยชนะ

สวยสะกด ทุกท่วงท่า โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี ในชุดราตรี “QUEEN’S WINGS OF TRIUMPH” ปีกแห่งชัยชนะของราชินี

ชุดราตรีของ “โอปอล สุชาตา” บนเวที Miss Universe 2024 เป็นผลงานที่แสดงถึงความงดงามและทรงพลัง ออกแบบโดย “Rian Fernandez” ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวฟิลิปปินส์ ที่ต้องการยกย่อง ”เทพกินรี“ ชุดนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยการปักเลื่อมขนาดเล็กในโทนสีทองและสีขาว สะท้อนความหรูหราและความบริสุทธิ์ ส่องประกายระยิบระยับดุจแสงดาวบนผิวน้ำ

โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี

ดีไซน์ช่วงไหล่เน้นเผยความงามของใบหน้าและคอให้ดูระหงส์ ตอกย้ำถึงความสวยงามของใบหน้าแบบสาวชาวไทยแท้ ในส่วนของกระโปรงดีไซน์ให้ออกมาอ่อนหวานด้วยการใช้สีครีมอ่อนผสมสีทองระยิบระยับ และจะพริ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดินอย่างงดงาม ราวกับความสง่างามของหงส์

เมื่อก้าวเดินบนเวที ชุดจะสะท้อนถึงความสง่าอันเปี่ยมล้น ซึ่งแฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความอ่อนช้อยของ กินรี พร้อมสร้างความประทับใจที่ไม่มีวันลืมให้กับทุกสายตาที่กำลังจับจ้อง

Lumiere de L’Infini

มงกุฎจักรวาล Lumiere de L’Infini ใช้เวลา 5 ปี มี 377 ขั้นตอน

มงกุฎจักรวาลเรือนใหม่ Lumiere de L’Infini หรือ “The light of infinity” ใช้เวลาทำ 5 ปี มีขั้นตอนมากถึง 377 ขั้นตอน

ขึ้นชื่อว่ามงกุฎจักรวาลเรียกว่าเป็นตำนานทุกเรือน และในปีนี้ ประวัติศาสตร์ Miss Universe ฉบับใหม่ก็ถูกเขียนขึ้นโดยชาวฟิลิปปินส์ เมื่อมีการเปิดตัว มงกุฎจักรวาลเรือนใหม่ สำหรับการประกวดครั้งที่ 73 “Lumiere de L’Infini” หรือ “The light of infinity”มีความหมายว่า “แสงแห่งความไม่มีที่สิ้นสุด”

Miss Universe

“Lumiere de L’Infini” ถูกออกแบบโดย Jewelmer แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งใช้เวลาการทำนานถึง 5 ปี มีขั้นตอนมากถึง 377 ขั้นตอน โดยช่างชาวฟิลิปปินส์ที่ที่มีทักษะและฝีมืออันยอดเยี่ยม

โดยใช้เทคนิคการทำแบบดั้งเดิม ด้วยทีมงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นช่างฝีมือและเกษตรกรผู้เลี้ยงไข่มุก นับเป็นการร่วมมือที่สะท้อนความภาคภูมิใจของชาวฟิลิปปินส์อย่างถึงที่สุด

การออกแบบมงกุฎนี้ผสมผสานวัสดุและงานฝีมือในท้องถิ่น โดยใช้ไข่มุกทะเลใต้และเพชรเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่สะท้อนคลื่นทะเล บริเวณตรงกลางมีไข่มุกสีทองเม็ดเดียวที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์

โดยมีเพชรล้อมรอบเพื่อเป็นตัวแทนของแสงสว่าง จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของมงกุฎนี้สะท้อนถึงความงามและความเป็นเอกลักษณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของฟิลิปปินส์

ทั้งนี้มงกุฎนี้มาแทนที่มงกุฎ “Force for Good” ก่อนหน้านี้ที่ Mouawad แบรนด์จิวเวลรี่และนาฬิกาหรูชื่อดังเปิดตัวในปี 2022 มงกุฎนี้ประกอบด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงิน 110 กะรัตและเพชร 48 กะรัต รวมเป็น 158 กะรัต

โซ/ มัลดีฟส์

“Festive Glam” ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ฤดูกาลแห่งแฟชั่นสุดล้ำที่โซ/ มัลดีฟส์

โซ/ มัลดีฟส์ ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ฟรอนต์โรว์สุดพิเศษ “Festive Glam” กับการรวมเอาทั้งแฟชั่น สไตล์ และความล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน  ท่ามกลางความสวยงามบริสุทธิ์ของเกาะสวรรค์แห่งมัลดีฟส์ ยกมาพร้อมทั้งอีเวนต์สุดหรูไปจนถึงการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจ ให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการฉลองส่งท้ายปี 2567 และก้าวสู่ปีใหม่อย่างมีระดับ

การเฉลิมฉลองจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม ด้วยพิธีจุดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เตรียมพบกับรันเวย์บนเกาะที่ถูกประดับประดาด้วยไฟสว่างไสว มาพร้อมแฟชั่นโชว์ที่หรูหราสง่างาม เพิ่มความงดงามให้กับช่วงเทศกาลอย่างสมบูรณ์แบบ

วันที่ 24 ธันวาคม ร่วมฉลองคริสต์มาสอีฟสุดประทับใจไปกับเราที่ The Citronelle Beach ในบรรยากาศหรูหรา เมื่อชายหาดถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สุดชิค เหมาะสำหรับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง แฟชั่น และความสนุกสนาน

พบการผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยสุดชิคกับประเพณีดั้งเดิม ด้วยการปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่ของซานตาคลอสในแบบฉบับของโซ/ มัลดีฟส์ ซึ่งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจและความประทับใจให้กับแขกทุกวัย เป็นการนำเอาจิตวิญญาณของเทศกาลมาสร้างสีสันอย่างมีสไตล์

จากนั้น มาเตรียมตัวให้พร้อมรับการเฉลิมฉลองคืนส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 ธันวาคมที่ Lazuli Beach Club เริ่มตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ให้คุณดื่มฉลองในช่วงสุดท้ายของปี 2567 ท่ามกลางวิวแสงสุดท้ายอันงดงาม เพลิดเพลินกับธีม Last Feast of 2024 บนชายหาด ที่จัดเต็มด้วยอาหารละลานตา เพิ่มสีสันด้วยการแสดงสดมากมาย จากนักแซกโซโฟน นักไวโอลิน ดีเจ นักมายากล นักควงกระบองไฟ ไปจนถึงวงดนตรีสด ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงพลุสุดอลังการพร้อมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ ต่อด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดพิเศษให้คุณได้สนุกกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนและเริ่มต้นปี 2568 อย่างมีสไตล์

เข้าสู่ปี 2568 ในแบบฉบับของโซ/ มัลดีฟส์ ด้วย New Year’s Day Brunch มื้อบรันช์วันแรกของปีที่คัดสรรอาหารเลิศรสมาอย่างพิถีพิถัน ให้การเริ่มต้นปีใหม่เต็มไปด้วยความเก๋และอิ่มเอมใจ

การเฉลิมฉลองยังคงต่อเนื่องไปในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ในธีม Orthodox Dinner ที่จะจัดขึ้นอย่างหรูหราในวันที่ 6 และ 7 มกราคม ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่เฉลิมฉลองตามประเพณีออร์โธดอกซ์ เพิ่มความแกลมให้การเข้าพักของคุณอีกนิดด้วยดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รังสรรค์ร่วมกับร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่มีชื่อเสียง ปรุงด้วยเทคนิคล้ำสมัย และผสานรสชาติดั้งเดิมแบบรัสเซียเข้ากับศาสตร์การทำอาหารแบบร่วมสมัยอย่างลงตัว

นี่คือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนในช่วงเทศกาลที่เหมาะสำหรับทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นการมาใช้เวลาสนุกสนานกับครอบครัวทริปสุดโรแมนติกกับคู่รัก หรือทริปสุดชิคกับกลุ่มเพื่อน โซ/ มัลดีฟส์ ก็มอบประสบการณ์สุดประทับใจมิรู้ลืม ตั้งแต่กิจกรรมผจญภัยบนเกาะไปจนถึงการพักผ่อนสุดหรู Festive Glam คือการเฉลิมฉลองเทศกาลแบบมีสไตล์ เพื่อสร้างความทรงจำที่จะคงอยู่ตลอดไป

ปิดท้ายปี 2567 อย่างงดงามและเริ่มต้นปี 2568 ด้วยการตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นบนเกาะสวรรค์ที่ซึ่งทุกรายละเอียดออกแบบมาเพื่อคนรักแฟชั่นโดยเฉพาะ สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือทำการจองได้ที่เว็บไซต์ SO-Maldives.com


เซเลบริตี้เมืองไทย

เซเลบริตี้เมืองไทย ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่สุนทรียะ

SC Asset แบรนด์บ้านหรูอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ครอบคลุมทุกทำเลในกรุงเทพฯ เปิดประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับเซเลบริตี้ได้สัมผัสกับความงามและคุณภาพของที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมผ่านโครงการ “Connoisseur” (คอนนาเซอร์)ภายใต้แนวคิด “SC Asset Urban Luxury Collection รังสรรค์อย่าเชี่ยวชาญ ด้วยจิตวิญญาณวิจิตรบรรจง” เกิดจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาโครงกาiอสังหาริมทรัพย์ และได้แรงบันดาลใจจาก BEAUX-ARTS ความงามร่วมสมัยเหนือกาลเวลา มาพร้อมกับ Living Solution By SC Asset นวัตกรรมใหม่ยกระดับการอยู่อาศัย เพิ่มความปลอดภัยแก่ทุกเจนเนอเรชันราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท เพียง20 ครอบครัว

คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ได้กล่าวถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ของการพัฒนาโครงการ Connoisseur ว่า “SC Asset มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความงามและความเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังต้องสามารถตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านการออกแบบที่มีศิลปะ ความสะดวกสบายในการเดินทาง และการใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด”

เซเลบริตี้เมืองไทย

ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สวยงามและทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบาย แต่ยังได้ใส่ใจในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการอยู่อาศัยให้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น สำหรับทุกเจนเนอเรชัน ผ่านการนำเอานวัตกรรมที่ทันสมัยมาติดตั้งภายในโครงการ EV Charger, ระบบประตูเข้า-ออกอัจฉริยะ Smart Gate with License Plate Recognition, ระบบตรวจจับควันและความร้อน Smoke and Heat Detectors เพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยให้กับทุกครอบครัว, Solar-Roof House and Clubhouse บ้านและคลับเฮาส์ที่ใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์, ขจัดมลพิษทางอากาศในบ้านด้วยระบบ Air Quality Solutions และ PlotphAI Centre ระบบรักษาความปลอดภัยด้วย AI และ Smart IoT ศูนย์กลางปฎิบัติการตรวจจับ

ถือเป็นอีกหนึ่งความทุ่มเทของ SC Asset ในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านในโครงการนี้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างหรูหราและเต็มไปด้วยความสะดวกสบายในทุกๆ ด้านสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.scasset.com/Mnqn

#SCAsset #SCisQuality #SCมีนวัตกรรม #Connoisseur

หมอปลาย

ย้อนคำทำนาย หมอปลาย ชี้ โอปอล ปีนี้ไม่มีสิทธิ์มงแล้ว

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว หมอปลาย พรายกระซิบ (ณวรชา พินิจโรคากร) ทำเอาแฟนนางงามขนลุก เมื่อได้พูดถึงนางงามขวัญใจคนไทย แอนโทเนีย โพซิ้ว Miss Universe Thailand 2023 ซึ่งได้เข้าร่วมการประกวดนางงามจักรวาล (Miss Universe 2023) โดยงหมอดูคนดังได้เผยว่า แอนโทเนียนจะเข้ารอบลึกถึงรอบจับมือสองคนสุดท้าย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นตามคำทำนาย นั่นทำให้ปีนี้ถูกขอให้ทำนายอีกครั้ง โดยครั้งนี้ หมอปลาย ได้พูดถึงเรื่องนี้ในรายการ ป.กระซิบ ของช่อง Getfill ซึ่งออกอากาศไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

หมอปลาย ได้เปิดดวงสาวงามตัวแทนจากประเทศไทย โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี Miss Universe Thailand 2023 ซึ่งได้ระบุว่า “ดวงของสาวโอปอล มงลงได้ครั้งเดียวเท่านั้นในปีนี้ ซึ่งก็คือมงกุฎ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ มงที่ 2 ไม่น่าจะมา”

ทั้งนี้ยังได้มีการเตือนเกี่ยวกับการใส่ชุดประขำชาติ “ชุดสยามมานุสตรี” โดยหมอปลายบอกว่า “อย่าเอาชฎามาใส่ในชุดประจำชาติ ถ้าหากมีจะน่าเบื่อ ถ้าใช้ชุดไปบวงสรวงก่อน ให้เอาชุดขึ้นเครื่อง พอไปให้ใส่บวงสรวงก่อนอีกรอบ จำเป็นต้องบวงสรวงแบบจุดธูปใช้ธูป 39 ดอก จะช่วยให้พลังของชุดดีขึ้น”

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเหลือเชื่อเพราะเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการประกวดในรอบพรีลิมมินารี ซึ่งปรากฏว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อชฎาที่อยู่บนศรีษะโอปอลได้หลุดออกจากศีรษะ หล่นลงสู่พื้นอย่างแรง รวมถึงพระแสงงอง้าวหัก สร้างความกังวลให้กับแฟนนางงามเป็นอย่างมากหลังจากเกิดลางไม่ดี

ชุดสยามมานุสตรี

สำหรับ “ชุดสยามมานุสตรี”  (Siam Manustree) ออกแบบโดย “บุหลัน ปั้นบรรจง” สร้างสรรค์โดย “สมาคมภริยาช่างสิบหมู่” ชุดนี้ตัดเย็บโยใช้เทคนิคงานหัตถศิลป์ชั้นสูง รวมถึงงานประดับปีกแมลงทับอันวิจิตรบรรจง รวมผู้เชี่ยวชาญและครูช่างครบทุกแขนง

“เครื่องหัวชฎายกสูง” ประดับด้วยดอกไม้ไหว กรรเจียกจอน และสายรัดที่ทรงพลัง สื่อถึงชุดที่ใช้แสดงถึงฐานันดรศักดิ์ที่สูงส่ง แต่ยังพร้อมต่อการต่อกรในทุกยาม

อาภรณ์ชุดรูปแบบสตรีนักรบผู้สูงศักดิ์ ถูกตีโจทย์เป็นทั้งชุดเกราะ และนักรบที่มีความอ่อนช้อย แต่ดุดันไปในตัว การใส่ลวดไทย ทั้งลายกนก ลายกระจัง และหน้าสิงห์ เนื้อผ้าด้านในยังใส่รายละเอียดของการปักเย็บคล้ายดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ ที่ปรับให้โมเดิร์นขึ้น ”พระแสงของ้าว“ : ดูทรงพลัง ดีไซน์ออกมาได้อย่างลงตัว

Menarini คว้ารางวัล ICONIC TRUSTED BEAUTY INNOVATION ตอกย้ำความปังด้านนวัตกรรมความงามที่ตอบโจทย์เทรนด์ Quiet Beauty & Sustainability

ปัจจุบันตลาดความงามในประเทศไทย ผู้บริโภคหรือผู้รับบริการให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความงาม รวมถึงการดูแลตัวเองให้มี Well Being ทั้งจากภายในและภายนอกแบบองค์รวม โดย ภญ.วิลาวัณย์ วรชาครียนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ.เมนารินี (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า Menarini (เมนารินี) เป็นบริษัทเภสัชกรรมระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจาก เมืองฟลอเรนท์ ประเทศอิตาลี ยาวนานมากกว่า 135 ปี ที่คิดค้น วิจัย พัฒนายา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ เป็นอันดับหนึ่งในอิตาลี อีกทั้งยังเป็นบริษัทยาชั้นนำระดับต้นๆ ในประเทศไทย ที่เป็นทั้งผู้จัดจำหน่ายนวัตกรรมความงาม และเวชภัณฑ์สำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการกว่า 140 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในเรื่องของเวชศาสตร์ความงามร่วมกับ RELIFE Menarini Group

นอกจากนี้ Aesthetics ยังถือเป็นหนึ่งใน Therapeutic Area ที่ทาง Menarini ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแพทย์เวชศาสตร์ความงามในไทย ส่งเสริมให้เกิดผลลัพธ์ในการดูแลรักษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อนำมาใช้ดูแลผู้บริโภคหรือผู้รับบริการให้ดูดีในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจแบบ Sustainability เพราะในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาก หลังจากโควิดมีการเติบโต 20-30% ทุกปีอย่างต่อเนื่อง ด้วยฝีมือของแพทย์ไทยในตลาดวงการ Aesthetics นี้ ยังคงถูกพูดถึงและได้รับการยอมรับที่โดดเด่นและฝีมือดีไม่แพ้ต่างประเทศ

และด้วยความที่ผู้บริโภคหรือผู้รับบริการชื่นชอบเรื่องของความสวยความงามแบบองค์รวมมากขึ้น ทำให้เกิดการเริ่มใส่ใจดูแลตัวเอง และเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น เพื่อให้ดูดีในแบบของตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนอกจากเน้นเรื่องการปรับรูปหน้าแล้ว ในด้าน Aesthetics เองก็ยังมีการดูแลเรื่อง Skin Quality ปรับคุณภาพผิวพรรณให้มีสุขภาพดี รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้าน Wellness กำลังเติบโตมาก และในประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากตัดสินใจบินมาไทย เพื่อเข้ารับการรักษาที่มีคุณภาพ และราคาเข้าถึงได้

ซึ่งการที่ Menarini เข้ามาดูแลตลาดในกลุ่ม Aesthetics เกิดจากมีพื้นฐานและความเชี่ยวชาญทางด้าน Medical จึงเน้นในด้าน Medical Education นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แล้วยังพร้อมสำหรับการช่วยส่งเสริมในเรื่องความรู้และประสบการณ์แก่แพทย์ทั้งในด้านประชุมวิชาการ การฝึกอบรมเพื่อให้แพทย์พัฒนาทักษะ ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากผลข้างเคียง เพื่อให้แพทย์มีความมั่นใจในการดูแลผู้รับบริการได้อย่างปลอดภัย

สำหรับนวัตกรรมความงามที่ทางบริษัทคิดค้นและพัฒนาจนเป็นที่นิยมคือ Italian Filler with XTRTM Technology หรือสารเติมเต็มอิตาลีที่มีความบริสุทธิ์ ผลิตด้วยนวัตกรรม XTR™ Technology เอกสิทธิ์เฉพาะจากประเทศอิตาลีของ Menarini ทำให้ได้เนื้อสารเติมเต็มที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ช่วยปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ Natural Look and Feel อีกทั้งยังมีหลายรุ่น อาทิ 3 รุ่นยอดฮิต Italian Core ช่วยปรับรูปหน้า Italian Restore ช่วยเติมเต็มร่องลึก และ Italian Touch เก็บรายละเอียดรูปหน้าเฉพาะจุด ซึ่งทั้งหมดตอบโจทย์ในเรื่องเทรนด์ Quiet Beauty & Sustainability

นวัตกรรมความงามของที่ Menarini สอดคล้องกับเทรนด์ Quite Beauty มุ่งเน้นไปที่ความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติ ทั้งในเรื่องของ Look and Feel ที่ยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในแบบที่เป็นตัวเอง ซึ่งตัว Italian Filler with XTR™ Technology ให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ในเทรนด์นี้ที่แท้จริง

ส่วนเรื่อง Sustainability ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม Italian Filler with XTR™ Technology บรรจุใน Innovative Glass Syringe แทนการใช้พลาสติก ช่วยลดการปะปนของ Microplastic ในเนื้อสารเติมเต็ม เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมตัวช่วยให้สัมผัสเบา ลดแรงกดบนใบหน้า จึงช่วยลดโอกาสเกิดอาการบวมหลังเข้ารับบริการและลดการสัมผัสสารไมโครพลาสติกที่อาจเข้าสู่ร่างกายพร้อมเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพราะเมื่อรวมเรื่อง Quiet Beauty & Sustainability เข้าด้วยกันจะเกิดเป็นความงามที่ดูดี ดูธรรมชาติ เป็นเทรนด์ที่ยั่งยืน และดูดีเสมอแม้ว่าเวลาผ่านไป

และรางวัลล่าสุดที่ Menarini ได้รับมาหมาดๆ คือรางวัลผู้ออกแบบนวัตกรรมด้านความงาม ICONIC TRUSTED BEAUTY INNOVATION จาก นิตยสารแพรว ในโปรเจกต์ Praew Iconic Beauty 2024 ที่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบริษัทผู้ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านความงาม เพราะที่ Menarini มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมด้านความงามในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย เป็นการตอกย้ำการเป็นเบอร์ต้นๆ ในด้าน Trusted Beauty Innovation

สำหรับเรื่อง Beauty Innovation ที่พัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมสำหรับในอนาคตนั้น อดใจรอได้เลย เพราะที่ Menarini ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะนวัตกรรมความงามเรื่องของการปรับรูปหน้าเท่านั้น แต่ยังเล็งเห็นถึงเรื่องของการมีคุณภาพผิวที่ดีจากภายในสู่ภายนอก ฉะนั้น เรื่องของการดูแลผิวให้มี Better Skin Quality แบบขั้นกว่าถือเป็นชาเลนจ์ต่อไปในปีหน้า


เผยแรงบันดาลใจพวงมาลัยธงชาติไทยและเม็กซิโกที่โอปอล สุชาตา มอบให้ราอูล โอชา

ประณีต และเปี่ยมด้วยความหมาย เผยแรงใจพวงมาลัยธงชาติไทยและเม็กซิโกที่ โอปอล สุชาตา มอบให้ราอูล โอชา

นอกจากชุดไทยสิริพัตรา ศิวาลัยของ ’โอปอล สุชาตา‘ จะได้รับความสนใจแล้ว พวงมาลัยที่เธอนำไปมอบให้ ’ราอูล โอชา‘ ผู้ถือหุ้นร่วมของเวทีมิสยูนิเวิร์ส ก็ประณีตจับตา และยังเต็มไปด้วยความหมายไม่แพ้กัน

พวงมาลัยช่อดังกล่าวออกแบบโดย FLOWDESIGN ซึ่งแบรนด์ได้ออกมาเผยถึงแรงบันดาลใจว่า มาจากพานพุ่มดอกไม้ประดับธงชาติของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่นำมาต่อยอดเป็นพวงมาลัยธงชาติไทยและเม็กซิโก สำหรับธงทั้งสองทำจากขนดอกบานไม่รู้โรยที่นำมาเรียงต่อกันทีละเส้น เปรียบเสมือนการแสดงความเคารพและให้เกียรติเจ้าภาพ


Cr. @flow_designed

PATOU X ONITSUKA TIGER

PATOU X ONITSUKA TIGER น่ารัก ขี้เล่น นำความสดใสมาสู่ท้องถนนในกรุงปารีส

 Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) ฉลองครบรอบ 75 ปี ร่วมมือรังสรรค์คอลาบอเรชั่นคอลเล็กชั่นกับเมซงแฟชั่นจากกรุงปารีส Patou (พาทูว์) ที่ปีนี้เป็นปีของการเฉลิมฉลอง 110 ปีของแบรนด์ นำความสดใสมาสู่ท้องถนนในกรุงปารีส และเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกในซีซั่นนี้

PATOU X ONITSUKA TIGER น่ารัก ขี้เล่น นำความสดใสมาสู่ท้องถนนในกรุงปารีส

คอลเล็คชั่นนี้เต็มไปด้วยส่วนผสมจากความสนุก ความขี้เล่น และความมีชั้นเชิง มาในรองเท้า 3 รุ่นที่จะมาเติมสีสัน และพร้อมเดินทางบนท้องถนน พร้อมที่จะไป พร้อมที่จะสนุก

MEXICO 66™ รองเท้ารุ่นไอคอนิกที่ได้รับการตีความใหม่ แถบ Onitsuka Tiger Stripes ถูกตกแต่งใหม่ด้วยผ้ากรอสเกรน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Patou พร้อมสีชมพูซิกเนเจอร์ของ Patou และสีดำ ที่เป็นคู่สีเอ็กซ์คลูซีฟของรุ่นนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้รูปหน้าเสือยังได้ถูกปรับมุมมองใหม่ให้ดูเป็นอิสระและเข้มแข็ง ซึ่งจะปรากฏอยู่ในป้ายห้อยบนรองเท้า ที่สามารถถอดออกเพื่อปรับตามสไตล์ที่หลากหลาย

รุ่นที่ 2 MEXICO RINKAN™ กับรูปแบบที่แคชวลและสบายๆ สีเบจอ่อนจับคู่กับสีชมพูเพิ่มความโดดเด่นให้กับรองเท้า พร้อมกับดีเทลลูกเล่นบริเวณ back tab (เชือกด้านหลัง) ที่ถูกเปลี่ยนเป็น ผ้ากรอสเกรนตามเอกลักษณ์ของ Patou

และรุ่นสุดท้าย MEXICO 66™ BALLERINA ที่ดูหรูหราและทันสมัย ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกของการเต้นรำ รุ่นนี้ยังมีการใช้ผ้ากรอสเกรนบนแถบ Onitsuka Tiger Stripes ที่เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มมุมมองใหม่ให้กับลุค สีดำและชมพูของ Patou เป็นสีเด่นหลัก โดยมีสายรัดคู่ที่ช่วยเสริมรูปลักษณ์ของรองเท้าให้สมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ในคอลาบอเรชั่นคอลเล็คชั่นนี้ยังรวมถึงเสื้อผ้า ทั้งเสื้อฮูดดี้ เสื้อยืด และเครื่องประดับ ที่มีสีชมพูซิกเนเจอร์ของ Patou และผ้ากรอสเกรนที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกนำมาออกแบบใหม่โดยผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายของ Onitsuka Tiger สินค้าคอลเล็กชั่นพิเศษนี้ถูกออกแบบมาสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ร่วมกับโลโก้พิเศษของการร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งผสมผสานองค์ประกอบที่โดดเด่นของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว


เฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งวันหยุด ส่งท้ายปีกับ Swarovski และบลู-พงศ์ทิวัตถ์

ก้าวเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปี ฤดูการแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลวันหยุดได้เริ่มขึ้นแล้ว! มาร่วมส่งท้ายปี 2024 ไปพร้อมกับ Swarovski และบลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ Friend of Swarovski ชายคนแรกของประเทศไทย เฉลิมฉลองฤดูกาลนี้ด้วยความสง่างาม ความเปล่งประกาย และความมหัศจรรย์อันหรูหราด้วยคอลเลกชัน Fall-Winter 2024 ของ Swarovski ที่มาในโทนสีน้ำเงิน และสีขาวสดใส สะท้อนถึงเอกลักษณ์ และความเป็น Swarovski อย่างแท้จริง

บลู-พงศ์ทิวัตถ์สะกดทุกสายตาในโททัลลุคสีฟ้าอ่อน ขับลุคให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสร้อยคอ และสร้อยข้อมือ Tennis Millenia ที่ถูกเจียระไนในทรงแปดเหลี่ยม ไล่โทนสีน้ำเงินอย่างงดงาม พร้อมเพิ่มความเปล่งประกายให้กับลุคด้วยสร้อยข้อมือ และต่างหูหนีบตระกูล Matrix สีขาวเจียระไนเล่นแสงอย่างมีชีวิตชีวา สร้างความรู้สึกหรูหรา และทันสมัยอย่างลงตัว

ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ เสริมลุครับวันหยุดกับ Swarovski ให้ส่องประกายด้วยสร้อยคอ Millenia สีน้ำเงินที่สะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์ Swarovski พร้อมด้วยเข็มกลัด Idyllia อันประณีต ที่ผสมผสานเหลี่ยมเจียระไนหลากหลายรูปแบบ และถูกออกแบบมาในลวดลายเกล็ดหิมะสีขาว มอบความรู้สึกสดชื่น และเข้ากับบรรยากาศฤดูหนาวในช่วงสิ้นปีอย่างลงตัว สร้างลุคที่หรูหรา และสะท้อนถึงสไตล์ที่ทันสมัย และความอบอุ่นในเทศกาลที่เต็มไปด้วยความรัก และการเฉลิมฉลอง

Swarovski เชิญชวนทุกท่านมาร่วมเฉลิมฉลองแฮปปี้โมเมนท์ส่งท้ายปีกับ Swarovski ด้วยเซ็ตน้องหมี Kris Bear ที่มาพร้อมกับสีสันสดใสในโทนสีชมพู สีเขียว สีเหลือง และสีน้ำเงิน ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาครบรอบ 30 ปีของตัวละครหมี Kris Bear สุดน่ารัก ที่จะช่วยแต่งแต้มวันหยุดของคุณให้มีสีสัน พร้อมรับปี 2025 อย่างเต็มที่


Marc Jacobs X The Wizard of oz การคอลลาบอเรชั่นพิเศษ คอลเลกชั่นมหัศจรรย์แห่งโลกเวทมนตร์

Marc Jacobs เปิดตัวคอลเลกชันแบบพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ร่วมกับ Warner Bros. Discovery Consumer Products เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 85 ปีของ The Wizard of Oz โดยสะท้อนถึงความหลงใหลส่วนตัวของดีไซเนอร์ Marc Jacobs ต่อภาพยนตร์ ซึ่งมีอิทธิพลต่อผลงานอันแสนโดดเด่นของเขามาอย่างยาวนาน คอลเลกชันใหม่นี้นำ The Wizard of Oz ให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์จริง ผ่านชิ้นงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์ เช่น The Tote Bag, The Snapshot และ The Sack Bag

คอลเลกชันนี้คือการผสมผสานเสน่ห์คลาสสิกของ Yellow Brick Road เข้ากับความสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Marc Jacobs นำเสนอเสื้อผ้าสุดโดดเด่นที่มอบความเป็นแฟชั่นในเมืองไปพร้อมกับเวทมนตร์ที่สนุกสนาน ตั้งแต่กระเป๋าผ้าเดนิม “Not in Kansas” กระเป๋าหนัง “Emerald City” จนไปถึงรองเท้า Kiki Mary Janes ประดับอัญมณีสีแดง ทุกชิ้นสะท้อนให้เห็นถึงตัวละครที่เป็นที่รักอย่างโดโรธีและเพื่อนๆ ในสไตล์ที่สดใหม่และทันสมัย คอลเลกชันนี้จึงดึงดูดอิทธิพลทางวัฒนธรรมอันยาวนานของ Oz โดยส่งมอบให้แฟน ๆ ได้เฉลิมฉลองเวทมนตร์ในช่วงเทศกาลนี้อย่างมีสไตล์ไม่เหมือนใคร

สามารถติดตาม @marcjacobs และ @patluxurygroup.official บนโซเชียลมีเดียเพื่ออัพเดทข้อมูลและคอลเลกชั่นใหม่ๆ


เปิดประวัติ ‘ชุดไทยสิริพัสตรา ศิวาลัย‘ ที่ โอปอล สุชาตา สวมใส่ในงานเปิดตัวมงกุฎ Miss Universe 2024

กลายเป็นที่จับตามอง เมื่อ ‘โอปอล สุชาตา‘ สวมชุดไทยสิริพัสตรา ศิวาลัย ที่พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเป็นผู้ริเริ่ม

ชุดไทยศิวาลัย ริเริ่มขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระองค์ทรงสวมใส่ครั้งแรกในงานพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ถวายสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2515 ซึ่งเป็นชุดที่ตัดเย็บจากห้องเสื้อ Balmain

สำหรับชุดไทยสิริพัสตรา ศิวาลัย ของโอปอลได้รับการเปิดเผยดีเทลจากผู้ออกแบบชุดอย่าง Teschvit Krutsang ว่า

“ครั้งนี้ผู้ออกแบบจัดทำตัวชุดได้รับแรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ไทยศิวาลัย ตัดจากผ้ายกดอก ทอสลับไหมทองลายพุ่มละเอียดข้าวหลามตัดประกอบลายก้านแย่ง ตัวเสื้อปักเว้นระยะ ลายหยาดฝนด้วยหนามเตยเพชรปล้องแก้ว สั้นและยาว สไบปักสังเวียนเพชรเถา และเพชรลูกโลก ขนาบด้วยช่อแทงท้อง ลายท้องสใบปักลายสุริยะรัศมี โชวัสลับดอก ผ้าถุงวางลายกรวยเชิงอย่างราชสำนักปักเพชร เปิดเกล็ดเว้าจีบเสมือนนุ่งจีบสด หน้านางขนาดย่อม รูปแบบสตรีฝ่ายใน ปักเพชรเถาและเพชรลูกโลก ท้องผ้าปักลายสุริยะรัศมีสลับลายเพชรล่วง

ถนิมพิมพาภรณ์ สร้อยเพชรเจียรเหลี่ยมลูกโลก เรียงชิดเสมอคอเสื้อ รัดสายเข็มขัดทองถักประดับหัวปั้นเหน่งเพชรสลักโลหะ มีไส้ขั้นสายรัดประดับซ้ายขวา

กระเป๋าสุพรรณหงส์คาบ Swarovski จัดทำขึ้นพิเศษ โดยหงส์ทองคำสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรื่อง และเป็นเทพพาหนะของพระพรหมผู้ทรงปัญญา สร้างขึ้นด้วยรูปแบบงานช่างศิลปกรรมโบราณ ปั้น สลัก ลงรักปิดทอง ประดับอัญมณี

รองเท้า จัดสร้างอ้างอิงรูปทรงจากฉลองพระบาทราชสำนักสตรีฝ่ายใน ตัดเย็บ ด้วยหนังแก้วทองเว้าเปิดส้น”

สำหรับชุดไทยสิริพัสตรา ศิวาลัย ดีไซเนอร์ได้ออกมาเปิดเผยว่า ใช้งบทั้งหมด 55,000 บาท โดยราคานี้ยังไม่รวมค่าแรงของตนเอง แต่เชื่อว่าเสียงตอบรับที่เขาได้กลับไปคงคุ้มค่ากับการทุ่มเททั้งแรงกายและใจอย่างแน่นอน


Cr. Teschvit Krutsang และ @suchaaata

สายกินต้องมา สายอาร์ตห้ามพลาด! ที่งาน #GrabThumbsUp x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park

แกร็บฟู้ด ผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรียอดนิยม ชวนสายกินสายอาร์ตสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับบรรยากาศปิกนิกในสวนใจกลางกรุงฯ ที่งาน #GrabThumbsUp x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park โดยจับศิลปินป๊อปอาร์ตดาวรุ่ง NEWYEAR เจ้าของคาแรคเตอร์ดัชชุนสุดคิวท์อย่างน้อง “Wednesday” มาเจอกับ 5 ร้านดังสุดฮิปที่การันตีความอร่อยโดย #GrabThumbsUp ไม่ว่าจะเป็น SOURI, เผ็ด เผ็ด, ROOTS, โอ้กะจู๋ และ Shake Shack สร้างปรากฏการณ์เชื่อมความอร่อยเข้ากับงานอาร์ต งานเดียวที่ทุกคนจะได้เอนจอยกับเมนูอร่อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทั้ง 5 ร้านที่เปิดตัวพร้อมกันในงานนี้เป็นที่แรก พร้อมอิ่มเอมไปกับ Art Installation และกิจกรรมสุดน่ารักที่จัดเต็มตลอด 4 วัน (14 – 17 พฤศจิกายน 2567) ณ ลาน Eden เซ็นทรัลเวิลด์

เพราะอาหารและงานศิลป์ถือเป็นสื่อกลางสากลที่เข้าถึงและเชื่อมโยงผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งยังสามารถส่งต่อประสบการณ์และสร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้กับทุกคนได้ แกร็บฟู้ด ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรียอดนิยมที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์ความอร่อยอย่างมีคุณภาพผ่านแฟลกชิพแบรนด์อย่าง #GrabThumbsUp จึงได้ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปีด้วยการจัดงาน #GrabThumbsUp x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park เพื่อเชื่อมโลกแห่งความอร่อยเข้ากับโลกของงานศิลปะ โดยได้ร่วมมือกับศิลปินป๊อปอาร์ตดาวรุ่ง NEWYEAR นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร เจ้าของคาแรคเตอร์ดัชชุนสุดคิวท์อย่างน้อง “Wednesday” และ 5 ร้านดังที่การันตีความอร่อยโดย #GrabThumbsUp มาถ่ายทอดความอร่อยผ่านงานดีไซน์สุดคิวท์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเนรมิตลาน Eden กลางเซ็นทรัลเวิลด์ให้กลายเป็นสวนสวยที่เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์สุดคิวท์ แถมยกความน่ารักไซส์ยักษ์น้อง GIANT WEDNESDAY มาให้ทุกคนชื่นชมด้วย

โดยศิลปิน NEWYEAR ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการร่วมงานกับแกร็บฟู้ดในครั้งนี้ว่า “ในฐานะศิลปิน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับแกร็บฟู้ด มาสร้างความสดใส เติมความสนุกและเพิ่มประสบการณ์ด้านอาหารให้พิเศษยิ่งขึ้น ซึ่งการออกแบบคาแรคเตอร์ร่วมกับแกร็บฟู้ดในงานนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ตอนเด็ก ๆ เรามักจะสนุกกับการจัดจานอาหารให้เป็นรูปหน้าคน เอาแตงกวามาทำเป็นตา สาหร่ายเป็นคิ้ว และมะเขือเทศเป็นปาก ราวกับทำให้อาหารมีชีวิต การออกแบบนี้ล้วนสะท้อนความรู้สึกและจินตนาการในวัยเด็กที่เราเคยมี โดยเล่าเรื่องผ่านคาแรคเตอร์ของ Wednesday หมาดัชชุน Introvert รักการกิน ที่แอบหาช่วงเวลาแห่งความสุขคนเดียวเงียบ ๆ ในสวนที่อบอุ่นและได้มาเจอกับเพื่อน ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะมาร่วมมีความสุขและสร้างเวลาดี ๆ ร่วมกันในงาน”

นอกจากจะได้อิ่มเอมกับการเสพย์งานศิลป์ในบรรยากาศปิกนิกกลางสวนแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ การเปิดตัวเมนูพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 5 ร้านเด็ดที่เป็นที่สุดในด้านต่าง ๆ รังสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมการันตีคุณภาพความอร่อยโดย #GrabThumbsUp  อันได้แก่

  • SOURI ร้านมาการองสไตล์ Contemporary Patisserie ที่สุดของร้านของหวานยอดฮิตของ หนุ่มวิน เมธวิน ที่ได้ครีเอทเมนู Macaron Strawberry Rose มาการองรสสตรอเบอรี่หอมหวาน ละมุนด้วยกลิ่นกุหลาบ อร่อยเข้มข้นลงตัวคู่ครีมชีส
  • เผ็ดเผ็ด (PhedPhed) ร้านอาหารอีสานสุดฮิปขวัญใจคนเมือง ที่สุดของร้านรสแซ่บกับเอกลักษณ์ในการใช้วัตถุดิบที่ผลิตขึ้นเองทุกอย่างที่ได้เตรียมเมนูพิเศษอย่าง ยำบะหมี่หน้าโรงเรียน ยำบะหมี่แบบง่าย  ๆ แต่ใส่ใจดีเทล เพราะขอแบบไม่ใส่ต้นหอมผักชี มีแต่บะหมี่ หมูสับ ไส้กรอกและกะหล่ำลวก พร้อมออนท็อปด้วยไข่ดาวสุกๆ อร่อยแบบถูกใจ และอีกเมนูแซ่บนัวทานง่ายอย่าง ตำผลไม้สุด Love ที่รวบรวมผลไม้สามอย่างที่ร้านเผ็ดเผ็ดมักเลือกเป็นวัตถุดิบหลักอย่างมังคุดคัด สตรอเบอรี และมะม่วงสุก มาปรุงผสมน้ำยำรสชาติเข้มข้น อร่อยแซ่บเข้ากันสุด ๆ
  • ROOTS ร้านกาแฟดังแห่งยุค ตัวจริงในเรื่องคุณภาพที่ให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดกาแฟไทยอย่างพิถีพิถันจากเกษตรกรโดยตรง ได้คราฟต์เมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษอย่าง Fizzy Apple Cold Brew เพิ่มความสดชื่นให้รสสัมผัสเปรี้ยวหวานละมุนจากซีรัปองุ่นมัสแคตและน้ำแอปเปิ้ลสด ผสานเข้ากับกาแฟโคลด์บรูวอย่างลงตัว พร้อมเติมความสดชื่นซาบซ่าด้วยโซดา โปรยความสนุกออนท็อปด้วยซอสพริกเกลือด้านบนให้รสชาติตัดกันได้อย่างลงตัว หรือใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ก็สามารถเลือกเป็น non-coffee ได้เช่นกัน
  • โอ้กะจู๋ ร้านอาหารจากเชียงใหม่ที่ครองใจคนทั้งประเทศ ด้วยความเป็นที่สุดของการนำเสนอเมนูสุขภาพที่เสิร์ฟความอร่อยในทุกวัน โดยงานนี้โอ้กระจู๋ครีเอท 3 เมนูพิเศษให้ได้อร่อยฟิน ไม่ว่าจะเป็น ซี่โครงเลดี้สโมคบาร์บีคิวทรัฟเฟิลชีส แรปซี่โครงเนื้อร่อนจากกระดูกกับซอสทรัฟเฟิลชีสหอมละมุน เนื้อบาร์เวทดรายเอจด์สโมคบาร์บีคิวทรัฟเฟิลชีส แรปเนื้อชายท้องวัวดรายเอจด์รสเข้มข้นสุกกำลังดี มาพร้อมซอสสโมคบาร์บีคิวฉ่ำเข้าเนื้อหอมซอสทรัฟเฟิลชีส และสไปซี่ซาวเออร์นาโช่ปาร์ตี้ นาโช่กรอบสองสัญชาติที่ผสมผสานทั้งรสเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านสไตล์ไทย
  • Shake Shack ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่สุดของเบอร์เกอร์คุณภาพระดับโลก โดดเด่นด้วยความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่มีความสนุกสนาน ส่งเมนูพิเศษอย่าง Blackberry Lemonade เครื่องดื่มรีเฟรชชิ่งที่ทำจากวัตถุดิบสูตรพรีเมี่ยม ด้วยผลแบล็กเบอร์รี่สดมาปั่นคู่กับน้ำมะนาวสูตรพิเศษของ Shake Shack ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างลงตัวเติมรสชาติความสดชื่นกลางสวนปิกนิกให้สดใสเข้ากันสุด ๆ

นอกจากจะได้เต็มอิ่มไปกับรสชาติความอร่อยใหม่ในงานนี้แล้ว  แกร็บฟู้ด ยังจัดเต็มกับกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย อาทิ Photo Booth ธีมน่ารัก ๆ ให้ได้ถ่ายรูปพร้อมแต่งตัวเป็นอาหารจานโปรด และกิจกรรมร่วมสนุกรับ Merch ของที่ระลึก อย่าง กล่องข้าว กระเป๋าผ้า และ Griptok กับลวดลายสุดลิมิเต็ดที่ออกแบบโดย NEWYEAR ที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความอร่อยการันตีคุณภาพ #GrabThumbsUp อร่อยจริง จากคนกินจริงได้ที่ https://www.facebook.com/GrabFoodTH และ https://www.instagram.com/grabfoodth/ 


“คิวคิว อิงค์อัณณ์” โชว์สกิลแต่งเพลงแรก NO TIME

QQ Ingan (คิวคิว อิงค์อัณณ์) ศิลปินหญิงวัย 17 ปี โชว์สกิลแต่งเนื้อร้อง ทำนอง พร้อมเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ ในเพลง NO TIME (พูดไม่ได้)

เปิดตัว QQ Ingan (คิวคิว อิงค์อัณณ์) ศิลปินหญิงวัย 17 ปี ลูกศิษย์ของ อิน บูโดกัน (ณัฐรินภรณ์ พรหมมินทร์) Managing Director ค่าย M2K ENTERTAINMENT (เอ็มทูเค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) เดบิวต์เป็นศิลปินหญิงเดี่ยวเบอร์แรกของค่าย ฯ  โดย อิน ได้ถ่ายทอดวิชาแต่งเพลงให้ QQ Ingan แบบ 100% จนเธอสามารถแต่งเพลง NO TIME (พูดไม่ได้) ที่ได้ใช้ประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดลงในเนื้อหาเพลง พร้อมโชว์สกิลด้านดนตรีเหมาตำแหน่งคนแต่งทำนองเพิ่มอีกหนึ่งอัตรา

QQ Ingan (คิวคิว อิงค์อัณณ์) เผยถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเนื้อหาเพลงนี้ ว่า “QQ (คิวคิว) ค้นพบว่า… ความรักมันมีหลายรูปแบบมาก ๆ อารมณ์ มุมมอง ความคิดของแต่ละคน แตกแขนงออกไปเป็นร้อยเหตุผล อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด เราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง แต่ที่สำคัญ คือ เรารับมือกับมันยังไงต่างหาก ซึ่งเพลงนี้ QQ (คิวคิว) เขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แม้จะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่มันทำให้เห็นว่า ในโลกนี้มีอะไรอีกมากมายที่รอให้ “เรา” ได้เรียนรู้และเติบโตเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นผ่านเนื้อหาของเพลงนี้ค่ะ

ส่วนแนวดนตรี ของ NO TIME (พูดไม่ได้) มีการผสมผสานระหว่าง Rock กับ R&B โดยซาวด์ที่ใช้จะมีเสียง เปียโน กลิ่นอาย R& B ผสมกับ กีตาร์หนัก ๆ สไตล์ Rock ดีไซน์เทคนิคการร้องด้วยการเน้นความ Deep อารมณ์ดิ่งลึก แต่มีความหนักหน่วงในช่วง Hook สไตล์ Rock ค่ะ แอบตื่นเต้นและก็ลุ้นว่าเพลงแรกในชีวิต ที่ QQ (คิวคิว) ตั้งใจทำมันออกมาจะถูกใจแฟนเพลงมากน้อยแค่ไหน ฝากเป็นกำลังใจให้ QQ (คิวคิว) ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ” 

NO TIME (พูดไม่ได้) เรื่องราวความรักที่ไม่สมหวัง ที่คนรักเลือกใช้ “คำพูด” และ “การกระทำ” มาหลอกให้ตายใจ แม้… “สุดท้ายเธอทำฉันคิด หลอกให้เชื่อเรื่องไม่จริง” รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยัง “อยากให้มันเป็นเธอ” แม้จะพูดไม่ได้ “All of this time I can’t find the right words to say.” ทำให้ “จมอยู่ในห้วงทรงจำ ไม่พอให้ยื้อเวลา” นี่เป็นเพียงเนื้อหาบางส่วนของเพลง NO TIME (พูดไม่ได้)                 

สามารถติดตามฟังเพลง NO TIME (พูดไม่ได้) จาก QQ INGAN (คิวคิว อิงค์อัณณ์) ศิลปินหญิงเดี่ยว เบอร์แรกจาก M2K ENTERTAINMENT (เอ็มทูเค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์) แบบเต็มๆ ได้ตั้งแต่วันนี้ผ่าน Youtube Channel : M2K ENTERTAINMENT และทุกช่องทาง Streaming

#QQ #QQIngan #NoTime #พูดไม่ได้ #M2Kentertainment #M2Kent

“Brighton College Bangkok สาขาวิภาวดี” เปิดตัวพร้อมแนวคิด The Best of Both Worlds

ถือเป็นโปรเจ็กต์สำคัญของแวดวงการศึกษาไทยจริงๆ สำหรับการเปิดตัว Brighton College Bangkok สาขาวิภาวดี ซึ่งปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่จาก St. Stephen’s International School ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท ภายใต้การนำของ “คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์” ประธานคณะกรรมการ Brighton College Bangkok เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการการศึกษานานาชาติในประเทศไทย

สำหรับ Brighton College ถือเป็นโรงเรียนชั้นนำที่มีชื่อเสียงและยอมรับในระดับสากล ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองที่ต้องการการศึกษาคุณภาพสูงที่ผสมผสานข้อดีของตะวันตกและตะวันออกไว้ด้วยกัน ด้วยเหตุนี้เอง คุณนุสรา ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจและการศึกษา บวกกับมีประสบการณ์ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันและเป็นนักลงทุนด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน จึงเลือก Brighton College จากประเทศอังกฤษเข้ามาสู่ประเทศไทย เพราะเชื่อมั่นในแนวคิด “The Best of Both Worlds” ที่มุ่งเน้นการผสมผสานจุดแข็งของระบบการศึกษาตะวันตกและวัฒนธรรมตะวันออก

ดังนั้น Brighton College Bangkok จึงวางรากฐานจากหลักสูตรการเรียนการสอนระดับสูงของอังกฤษ และปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยยังคงเคารพในวัฒนธรรม ความอ่อนน้อมถ่อมตน และการเอื้ออาทรต่อผู้อื่น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเป็นพลเมืองโลก

กลยุทธ์สำคัญของ Brighton College Bangkok คือการเน้นพัฒนาคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ Curiosity, Confidence และ Culture of Kindness ซึ่งคุณนุสราเห็นว่าเป็นหัวใจของการเตรียมตัวนักเรียนให้พร้อมสำหรับอนาคต นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น Critical Thinking และ Logical Thinking ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการสื่อสารและเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในสังคมโลก

Brighton College Bangkok ยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาจีนตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของคุณนุสราในการสร้างนักเรียนที่มีทักษะและความสามารถในการแข่งขันกับประชากรโลก พร้อมทั้งเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม

นอกจากความร่วมมือในแคมปัสสาขากรุงเทพกรีฑาที่เปิดดำเนินการมาเกือบ 10 ปีอย่างประสบความสำเร็จแล้ว Mr. Richard Cairns ครูใหญ่ของไบรท์ตัน คอลเลจ กรุ๊ป ยังให้ความเห็นว่า “เราตั้งใจที่จะทำให้เด็กๆ ในกรุงเทพฯได้สัมผัสกับการศึกษาที่ยอดเยี่ยมของเราให้มากที่สุด ล่าสุดไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล International School of the Year ส่วนไบรท์ตัน คอลเลจ ในสหราชอาณาจักรได้รับรางวัลโรงเรียนแห่งทศวรรษ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานสูงของการศึกษาของเรา นักเรียนของเราทั้งสองประเทศสามารถเข้าเรียนต่อได้ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกทั้ง Cambridge และ Ivy league รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย”

Brighton College Bangkok ยังก้าวไปอีกขั้นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการลงทุนสร้างอาคารเรียนใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันในแคมปัสวิภาวดี ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเรียนการสอนที่ทันสมัย โดยมีการจัดเตรียมพื้นที่ให้เอื้อต่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ เช่น ศูนย์การเรียนรู้ด้านศิลปะ การแสดง กีฬา STEM และพื้นที่สำหรับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวางรองรับการเติบโตของนักเรียน โดยคำนึงถึงความสะดวกต่อการเดินทางในกรุงเทพฯและใกล้เคียง เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพสูงได้อย่างสะดวก

ในด้านกลยุทธ์การสอน Brighton College Bangkok ใช้วิธีการสอนแบบ Inspirational Teaching ซึ่งครูผู้สอนเน้นการกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจและอยากเรียนรู้ ครูที่มีความรู้ลึกในสาขาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ จะได้รับการฝึกให้สอนโดยผสมผสานการคิดอย่างสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ นอกจากนี้โรงเรียนยังนำธีมที่นักเรียนสนใจมาใช้เป็นตัวกระตุ้นการเรียนรู้ ผ่านการเชื่อมโยงเนื้อหาจากหลายวิชาเข้าด้วยกัน ซึ่งแนวทางการสอนแบบนี้ช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเชื่อมโยงความรู้ระหว่างสาขาวิชาได้อย่างลงตัว

การเปลี่ยนผ่านสู่ Brighton College Bangkok Vibhavadi ครั้งนี้ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในแวดวงการศึกษาไทย โดยการนำโมเดลการศึกษาจาก Brighton College ประเทศอังกฤษ มาปรับใช้ในประเทศไทยในรูปแบบที่ผสมผสานข้อดีของทั้งสองวัฒนธรรมอย่างลงตัว คุณนุสราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ Brighton College Bangkok สามารถเติบโตเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในประเทศไทยและเอเชียได้ โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด มีความสามารถในการปรับตัวกับโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในฐานะพลเมืองที่มีคุณค่า


Pomelo. ภูมิใจนำเสนอคอลเลคชั่นที่เฉลิมฉลองความเป็นตัวเองผ่านแฟชั่น “Iconically YOU”

Pomelo. Fashion แพลตฟอร์มแฟชั่น Omnichannel ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์อันเป็นที่รักของเหล่าสาว ๆ #PomeloGirls ทั่วโลก ผ่านการเดินทางของ Pomelo. ในวงการแฟชั่น โดยคอลเลกชั่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของการดีไซน์ที่เสริมสร้างพลังของผู้หญิง โดยเน้นย้ำด้วยการแสดงออกถึงความเป็นตัวเองผ่านแฟชั่นอย่างไม่มีขีดจำกัด พร้อมไปกับการคัดสรรไอเท็มที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนแสดงออกถึงตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร

คอลเลกชั่น Iconically YOU เผยให้เห็นถึงการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านการรวมตัวสไตล์ยอดนิยมของ Pomelo. โดยผสมผสานระหว่างความปราณีต ความล้ำสมัย และสไตล์อันหลากหลายออกมาได้อย่างกลมกล่อม สร้างสรรค์ทุกไอเท็มที่ถ่ายทอดความมั่นใจของผู้สวมใส่และเปิดโอกาสให้สาว ๆ #PomeloGirls เปล่งประกายด้วยแฟชั่นที่สะท้อนถึงตัวตนสุดยูนีคของพวกเธออยู่เสมอ อีกทั้งยังสวมใส่ได้ในทุกโอกาส

ใบปอ ฐิติยาในฐานะแฟชั่นไอคอน นำเสนอตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่ที่สะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของคอลเลกชั่น Iconically YOU ในแบบฉบับของเธอ ใบปอกล่าว “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ทาง Pomelo. มองเห็นตัวตนของเด็กผู้หญิงธรรมดาคนนี้เป็นแรงบันดาลใจ” มากไปกว่าคำว่าแฟชั่น คอลเลกชั่นนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองความทรงจำและการนิยามตัวตนของผู้หญิงแต่ละคนที่ไม่เหมือนใครเพื่อสะท้อน Personal Style ของแต่ละบุคคล

Pomelo. ได้เปิดตัวคอลเลกชั่น Iconically YOU ด้วยอีเว้นท์สุดพิเศษไปพร้อมกับการเปิดหน้าร้านใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการที่สาขา EmSphere ในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมานี้ และพร้อมวางขายทางออนไลน์บนเว็บไซต์ www.pomelofashion.com บนแอปพลิเคชั่น Pomelo. และทางหน้าร้านในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2567 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 799 บาท


Advent Calendar สุดลิมิเต็ดจาก Dior มีเพียงแค่ 2 ชิ้นในไทย

Advent Calendar สุดลิมิเต็ดจาก Dior มีเพียงแค่ 2 ชิ้นในไทย

เทศกาลวันคริสต์มาสต์กำลังจะมาถึง และในระหว่างทางนี้ ดิออร์ (Dior) ได้แปลงโฉมให้เดือนธันวาคมกลายเป็นดินแดนแห่งความฝันที่ไม่มีที่สิ้นสุดไปกับ La Malle des Reves ที่สุดแห่งชุดของขวัญที่ทุกคนคาดไม่ถึงสำหรับเทศกาลวันหยุดปีนี้ Advent Calendar สุดพิเศษนี้มีเพียงแค่ 2 ชิ้นในประเทศไทยและมาพร้อมกับรูปทรงของอาคาร 30 Avenue Montaigne สถานที่ตั้งในตำนานของแบรนด์

แต่ละส่วนของเซ็ตของขวัญนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญอย่างประณีต โครงสร้างไม้ถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อผ้าลวดลาย Toile du Marais และแต่งแต้มเพิ่มเติมด้วยการแสตมป์ฟอยล์สีทองจาก Petro Ruffo เพื่อเพิ่มความหรูหรา

ชุดของขวัญ Malle des Reves ถูกปิดผนึกด้วยด้วยล็อคสี ด้านในเผยของขวัญ 24 ชิ้นที่รอคอยการเปิดผนึกในทุกๆ วัน จนกว่าจะถึงค่ำคืนคริสมาสต์แห่งการรอคอย ทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วยน้ำหอมและสเปรย์ฉีดผมจาก La Collection Privee Chrian Dior Paris ที่จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้ติดทนยาวยิ่งขึ้น และเต็มไปด้วยลิปสติก ยาทาเล็บ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

The Malle ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งมนต์เสน่ห์อย่างแท้จริง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเสริมระดับให้กับบ้านทุกหลังด้วยการเชิดชูผลงานศิลปะ art de vivire ที่คริสเตียน ดิออร์ ยกย่อง ควบคู่ไปกับความรักที่เขามีต่อการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่และการตกแต่งที่ดูหรูหรา เทียนหอม Bois des Reves ซึ่งสร้างสรรค์โดย Frands Kurkdjan ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ประจำแผนกน้ำหอม พร้อมเติมเต็มเทศกาลในช่วงฤดูหนาวด้วยความหอมของโน้ตแมกไม้สุดผ่อนคลาย และยังมาพร้อมกับเทียนหอนอีกสามกลิ่นตลอดจนอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยสร้างแสงไฟส่องสว่างสุดพิเศษ ดับไฟ และดูแลรักษาเทียนอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้นับเป็นการยกย่องบทบาทในอดีตของผู้จุดเทียน ซึ่งเป็นผู้ให้แสงสว่างแก่การแสดงในรับสมัยของ พระเจ้าหลยส์ที่ 14

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดจะถูกเปิดเผยในช่วงเข้าของวันที่ 24 ธันวาคม นั่นก็คือ Lithophane ที่สร้างขึ้น จากความร่วมมือของดิออร์และ Bernardaud ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเคลือบดินเผาจากฝรั่งเศส จากช่างฝีมืออันของผู้ผลิตพอร์ซเลนดินขาวอันละเอียดอ่อน อัญมณีอันล้ำค่าสำหรับใช้ในบ้านนี้ดูโดดเด่น แกะสลักลวดลายโดยศิลปินอย่าง Pietro Ruffo แสงสว่างจากเทียนหอม Bois des Reves ขนาดเล็กและภาพแกะสลักบน Lithophane จะดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาในพริบตาอันมหัศจรรย์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ประดับโต๊ะในช่วงเทศกาลที่สำคัญที่สุด ของขวัญนี้ถูกเสริมด้วยผ้า Mitzah สีดำและสีเบจ ซึ่งเป็นเครื่องประดับกูตูร์ชิ้นแรกที่ปรากฏใน Malle des Revesโดยมีลายพิมพ์ Toile de Jouy Soleil ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มสไตล์ให้กับกระเป๋าถือและชุดต่างๆ

ผลิตภัณฑ์โดดเด่นนี้ย่อมมาพร้อมกับการบริการที่โดดเด่นเช่นกัน ชุดของขวัญ Malle จะถูกจัดส่งถึงอยู่ที่บันทึกไว้ด้วยบริการที่มีการดูแลเป็นอย่างดี ในกล่องไม้ที่แกะสลักโลโก้ Dior ชุดของขวัญนี้ไม่เพียงแต่น่าดึงดูด หากยังมาพร้อมกับความยั่งยืน เนื่องจากสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นกล่องที่สามารถนำมามาตกแต่งและใส่เครื่องประดับได้ตามความต้องการ สั่งซื้อและสอบถามข้อมูลได้ที่ Line OA @DiorThailand


NCT DREAM นำเสนอพลังที่สดใสยิ่งกว่าเดิม ในอัลบั้มเต็มชุดที่ 4

NCT DREAM กลับมาพร้อมกับพลังของวัยรุ่นที่สดใสยิ่งกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 ‘DREAMSCAPE’ ในวันที่ 11 เดือน 11

NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) กลับมาพร้อมกับพลังของวัยรุ่นที่สดใสยิ่งกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 ‘DREAMSCAPE’ (ดรีมสเคป) ในวันที่ 11 เดือน 11 ผลงานต่อจากอัลบั้ม ‘DREAM( )SCAPE’ ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยอัลบั้มชุดใหม่นี้จะบอกเล่าถึงการเดินทางครั้งที่สองของ NCT DREAM ซึ่งหลบหนีจากความจริงที่มืดมนและไร้ความรู้สึก เพื่อออกตามหาพื้นที่แห่งความฝันในอุดมคติ

ก่อนหน้านี้ อัลบั้ม ‘DREAM( )SCAPE’ แสดงออกถึงความกังวลและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการหลบหนี ในขณะที่อัลบั้มเต็มชุดที่ 4 ‘DREAMSCAPE’ จะถ่ายทอดข้อความแห่งความตื่นเต้นและอิสรภาพของวัยรุ่น ที่ต้องเผชิญในพื้นที่ยูโทเปียและพื้นที่แห่งความฝัน โดยชื่ออัลบั้ม ‘DREAMSCAPE’ หมายถึงทิวทัศน์และโลกที่เหมือนความฝัน ที่ได้พบเจอหลังจากรอคอยมานาน โดยเรื่องราวแบบไดนามิกใน ‘DREAMSCAPE’ จะถูกเปิดเผยออกมาราวกับเทพนิยายผ่านเพลงทั้งหมด 11 เพลง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงไตเติล ‘When I’m With You’ เป็นเพลงป็อปอิเล็กทรอนิกส์แนวเฮาส์ซึ่งมีท่อนคอรัสที่ติดหู เนื้อเพลงถ่ายทอดออกมาอย่างโรแมนติกเกี่ยวกับอารมณ์ที่ซับซ้อนที่ตัวเองรู้สึกเมื่อได้อยู่กับ ‘คุณ’ และตัวเองที่ตกหลุมรักราวกับถูกสะกดโดย ‘คุณ’ คนที่ได้พบในโลกแห่งความฝัน ‘DREAMSCAPE’ ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิก MARK ยังมีส่วนร่วมในการแต่งท่อนแร็ปสำหรับเพลงใหม่นี้ เพิ่มพลังความสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ NCT DREAM อย่างเต็มที่ ด้านมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ บอกเล่าถึงการเดินทางของทั้ง 7 สมาชิกเพื่อออกตามหาสายรุ้งที่เห็นในความฝัน ซึ่งจะปลุกความรู้สึกของเทพนิยายผ่านเรื่องราวแฟนตาซี ที่สลับไปมาระหว่างจินตนาการและความจริงโดยใช้รถไฟเป็นตัวกลาง ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วมราวกับอยู่ในความฝัน

ในอัลบั้มนี้ทุกคนจะได้พบกับเพลงที่มีกระบวนการตามหาความหมายที่แท้จริงของ ‘DREAMSCAPE’ เริ่มต้นด้วยเพลงแรก ‘INTRO : DREAMSCAPE’ พูดถึงความตื่นเต้นของ NCT DREAM ขณะเผชิญกับทิวทัศน์ที่เหมือนความฝัน, เพลง ‘Flying Kiss’ ที่เนื้อร้องทั้งหมดเขียนโดย HAECHAN สื่อถึงคำสารภาพรักอันท่วมท้นที่มีต่ออีกฝ่าย, เพลง ‘i hate fruits’ ที่เนื้อร้องทั้งหมดเขียนโดย MARK เปรียบเทียบผลไม้รสหวานกับความรู้สึกขัดแย้งของการชอบใครสักคนมากจนอยากจะเกลียด, เพลง ‘No Escape’ ซึ่งเยาะเย้ยตัวเองว่า แม้จะคิดว่าสามารถหนีจากความจริงอันมืดมนได้แล้ว แต่สถานการณ์ทั้งหมดก็เป็นเพียงเรื่องโกหกที่ว่างเปล่าและเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนีจากความจริงอันเหมือนฝันร้าย, เพลง ‘Best of Me’ แสดงถึงสถานการณ์ขัดแย้งกันของการที่ไม่อยากถูกหลอกโดยโลกเท็จ แต่ท้ายที่สุดก็สูญเสียหัวใจไป ซึ่ง HAECHAN ได้เขียนเนื้อร้องทั้งหมดของเพลงนี้, เพลง ‘YOU (숲)’ พร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะตามหา ‘คุณ’ อยู่เสมอ แม้จะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเดินทางเพื่อค้นหา ‘DREAMSCAPE’ ที่แท้จริง แต่จะยอมไม่สูญเสียศรัทธาใน ‘คุณ’ และเพลง ‘하늘을 나는 꿈 (Heavenly)’ บรรยายถึงอิสรภาพกับความสุขที่ NCT DREAM รู้สึก เมื่อในที่สุดก็ค้นพบ ‘DREAMSCAPE’ ที่แท้จริงหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลง ‘밤 (Night Poem)’ แสดงถึงความรู้สึกที่ชอบกันและกันมากขึ้น ราวกับค่ำคืนที่มืดลงเรื่อย ๆ, เพลงที่มีบรรยากาศสดใสราวกับจัดเทศกาล ‘Off The Wall’ ชวนให้ปล่อยวางทุกสิ่งแล้วมาสนุกสนานกัน และเพลงภาษาอังกฤษที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนสิงหาคมอย่าง ‘Rains in Heaven’ เนื้อเพลงที่ MARK มีส่วนร่วมในการเขียนได้ส่งต่อข้อความที่จะช่วยปลอบโยนผู้ฟังอย่างอบอุ่น โดยพูดถึงความเข้าอกเข้าใจในความเจ็บปวดของผู้คนที่เหนื่อยล้าและมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมสัญญาว่าจะคอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ ที่สำคัญ มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ได้ถ่ายทำขึ้นในประเทศไทย

นอกจากนี้ NCT DREAM ได้เผยความรู้สึกถึง NCTzen (เอ็นซีทีเซ็น : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ที่คอยอยู่กับพวกเขาเสมอมาดังนี้

MARK : ผมอยากจะบอก NCTzen ที่อยู่กับพวกเราเสมอมาว่า NCT DREAM ก็จะอยู่กับพวกเขาเสมอเช่นกันครับ พวกเราจะเป็น 7DREAM ที่ปกป้องความสุขของ NCTzen จะทำให้พวกเขายิ้มอยู่เสมอ และจะสร้างความประทับใจให้พวกเขาด้วยครับ ! ขอบคุณมาก ๆ สำหรับการสนับสนุน และมาสนุกไปกับกิจกรรมโปรโมต ‘When I’m With You’ ด้วยกันนะครับ !

RENJUN : พวกเราเองก็จะพยายามเป็น NCT DREAM ที่มอบพลังให้กับ NCTzen มากเท่ากับที่ NCTzen สนับสนุนพวกเราครับ  หวังว่าทุกคนจะติดตามอัลบั้มเต็มชุดที่ 4 ของพวกเราเยอะ ๆ นะครับ

JENO : ขอบคุณที่รอคอยกันมานานครับ ขอให้เพลิดเพลินกันอย่างเต็มที่กับ NCT DREAM ที่สดชื่นที่ NCTzen รอคอยในอัลบั้มนี้นะครับ (หัวเราะ)

HAECHAN : ผมหวังว่า อัลบั้มนี้จะเป็นเพลงดี ๆ ที่อยู่กับทุกคนตลอดไปครับ ขอให้พวกเราได้อยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนานและมีความสุขตลอดไปครับ

JAEMIN : ขอบคุณที่อยู่กับ NCT DREAM มาโดยตลอด และผมจะเป็นคนที่สามารถตอบแทนให้มากยิ่งขึ้นเท่ากับความรักของทุกคนครับ ในอนาคตก็อยู่ด้วยกันนะครับ NCTzen💚

CHENLE: ผมรู้สึกขอบคุณ NCTzen ที่คอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และผมก็ตั้งตารอกิจกรรมโปรโมตครั้งนี้จริง ๆ ครับ มาสร้างความทรงจำมากมายด้วยกันต่อไปนะครับ !

JISUNG : ตั้งแต่อัลบั้ม ‘DREAM( )SCAPE’ ในเดือนมีนาคม ไปจนถึงอัลบั้ม ‘DREAMSCAPE’ ชุดนี้ และเวิลด์ทัวร์ พวกเรามีความสุขมากที่ได้อยู่กับ NCTzen ในปี 2024 ครับ มาสนุกกับเวลาที่เหลือให้ปิดท้ายไปได้ด้วยดี และเริ่มต้นอย่างทรงพลังในปี 2025 ไปด้วยกันนะครับ !

สะกดทุกสายตา แฟรงค์ มุลเลอร์ “ราวนด์ สเกเลตัน บาแกตต์” โดดเด่นด้วยงานออกแบบอันสง่างาม

หนึ่งในไฮไลท์เรือนเวลาประดับอัญมณีชั้นสูง (High Jewellery) ที่ แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) ภูมิใจนำเสนอในปี 2024 อีกทั้งยังเป็นชิ้นงานไอคอนิกที่สะกดทุกสายตาคือ ราวนด์ สเกเลตัน บาแกตต์ (Round Skeleton Baguette) ขนาด 31 มม. เรือนเวลาคอลเล็คชั่นแสนพิเศษที่ประดับด้วยเพชร หรือ อัญมณีล้ำค่าทรงบาแกตต์ ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างโลกแห่งเครื่องประดับอัญมณีอันประณีต (Fine Jewellery) และเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ได้อย่างลงตัว

โดยเรือนเวลาใหม่อันงดงามรุ่นนี้ นับเป็นผลงานล่าสุดที่เสริมเข้ามาสู่คอลเลคชั่น ราวนด์ สเกเลตัน (Round Skeletons) ซึ่งก่อนหน้านี้มีให้เลือกมาแล้วในรุ่น 39 และ 42 มม.โดยในคอลเลกชั่นเอเชียแปซิฟิก เอ็กคลูซีฟ (Asia Pacific Exclusive) นี้ เพชรได้ถูกนํามาประดับตกแต่งอย่างวิจิตรกลมกลืนบนด้านข้างของขอบตัวเรือนและตัวเรือนนาฬิกา

ขณะที่เพชรรูปทรงบาแกตต์ หรืออัญมณีที่ตัดเป็นรูปทรงบาเเกตต์จะถูกประดับอย่างประณีตผ่านเทคนิคการตั้งแบบการฝังล็อค (channel setting) ซึ่งมีอัญมณีที่ตั้งอยู่ภายในขอบหน้าปัดนาฬิกา สร้างขึ้นจากโลหะล้ำค่า ซึ่งขอบที่ยึดอย่างแน่นช่วยรักษา “มงกุฎ” อันงดงามนี้ อีกทั้งยังช่วยเสริมเสน่ห์แห่งความโปร่งใสได้อย่างสูงสุด 

สำหรับกลไกผลิตที่ติดตั้งอยู่ด้านในเรือนเวลานั้นยังคงสวยงาม ผสมผสานความสามารถทางเทคนิค โดยเผยให้เห็นจักรกลทางเทคนิคชั้นสูงอันซับซ้อนทันสมัยและสไตล์อันสมดุลสมบูรณ์แบบ ภายในขนาดใหม่นี้ แฟรงค์ มุลเลอร์ได้ลดขนาดของกลไกแบบสเกเลตันหรือโอเพนเวิร์ก (openworked)  ถือว่าเป็นกลไกแบบสเกเลตันที่เล็กที่สุดของ แฟรงค์ มุลเลอร์ อีกด้วย เพื่อให้สามารถติดตั้งลงในตัวเรือน 31 มม. ได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็ยังคงมอบซึ่งการสำรองพลังงานได้นานถึง 4 วัน โดยชิ้นส่วนต่าง ๆ ของกลไก อาทิ แท่นเครื่องและสะพานจักรยังต่างถูกลดขนาดลง เพื่อช่วยให้มองเห็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ของนาฬิกาได้ยิ่งขึ้นแต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งสัมผัสแห่งความสง่างามประณีต ที่กลไกสเกเลตันนี้ได้มอบโอกาสในการชื่นชมรายละเอียดอันประณีตวิจิตรของจักรกลการทำงานภายในอันเป็นหัวใจแห่งเรือนเวลา 

ราวนด์ สเกเลตัน บาแกตต์ (Round Skeleton Baguette) ขนาด 31 มม. มีให้เลือกทั้งในรุ่นไวท์โกลด์และโรสโกลด์ พร้อมทั้งการประดับตกแต่งด้วยการผสมผสานอันหลากหลายของเพชร และอัญมณีล้ำค่า ที่เรือนเวลา โดดเด่นด้วยงานออกแบบอันสง่างาม และด้วยสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ จึงมอบเป็นดั่งเครื่องประดับอันเหนือกาลเวลาที่เติมเต็มสไตล์อันทรงเกียรติและทันสมัยให้กับผู้สวมใส่