วีนา-ปวีนา ซิงห์

ชีวิตที่ไม่เคยยอมแพ้ วีนา-ปวีนา ซิงห์ 8 ปีที่รอคอยคว้ามงกุฎ

กว่าจะถึงวันที่ได้สวมมงกุฎ Miss Universe Thailand 2025 อย่างเต็มภาคภูมิ ชื่อของ วีนา-ปวีนา ซิงห์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ชนะคนใหม่ แต่คือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นจากเส้นทาง 8 ปีในวงการนางงามที่แสดงให้เห็นว่าความพยายามและความเชื่อมั่นในตัวเองนั้นสำคัญเพียงใด

ย้อนกลับไปในปี 2018 วีนาเริ่มต้นเส้นนางงาม ด้วยการร่วมประกวด Miss Universe Thailand 2018 ซึ่งก็ได้รับตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 2  หลังจากนั้น วีณาหายหน้าไป สองปีเพื่อไปฝึกฝนตนเองและกลับมาร่วมการประกวด Miss Universe Thailand 2020 ซึ่งครั้งนี้วีณาคว้าตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1วีณาไม่หยุดยอมแพ้หลังจากประสบความสำเร็จในระดับหนึ่วงเธอกลับมาลงประกวดอีกครั้งในปี 2023  แม้จะเป็นการประกวดเป็นครั้งที่ 3 และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2  แต่วีณาก็ยังรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่คาดหวัง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอจะประกวดอีกกี่ครั้ง

แม้จะเจอกับคำดูแคลนแต่ตลอด 2  ปีที่ผ่านมาวีนาไม่ได้หายไปจากสายตาของแฟนๆ เธอทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ทั้งการสื่อสาร, บุคลิกภาพ, และทัศนคติ เธอสั่งสมประสบการณ์จากเวทีระดับโลก ทำให้เธอมีความเข้าใจในสิ่งที่เวทีต้องการอย่างลึกซึ้ง การกลับมาในนามตัวแทนจังหวัดสระบุรีบนเวที Miss Universe Thailand 2025 จึงไม่ใช่แค่การลงประกวดอีกครั้ง แต่คือการกลับมาของผู้ท้าชิงที่พร้อมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในค่ำคืนรอบตัดสิน ภาพของวีนาที่ตอบคำถามอย่างเฉียบคมด้วยความมั่นใจคือภาพที่สะท้อนถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดหลายปี น้ำตาแห่งความดีใจเมื่อชื่อของเธอถูกประกาศว่าเป็นผู้ชนะคือบทสรุปของการเดินทางที่ยาวนาน 8 ปี การคว้ามงกุฎในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ชัยชนะของตัวเธอเอง แต่คือชัยชนะของความอดทน, ความไม่ยอมแพ้, และความฝันที่ยิ่งใหญ่

ความรู้สึกหลังได้รับตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2025?

“วีณารู้สึกดีใจมากนะคะที่วันนี้ความฝันของวีณาเป็นความจริง ที่รอคอยมานาน 8 ปี วีณาจะไม่ได้มายืนตรงนี้เลยถ้าบอสณวัฒน์ไม่ให้โอกาส ยอมรับตรงๆ ว่าเครียดมากเพรากลัวว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นและไม่เกิดผลสำเร็จ  ก็ต้องขออภัยด้วยถ้าออกมาในทีวีแล้วมันดูเครียดไปนิดนึง หนูตื่นเต้นแต่ก็จะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ”

สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จคืออะไร ?

“สิ่งที่ทำให้วีณาประสบความสำเร็จในวันนี้ได้คือการไม่ยอมแพ้ วีณาคิดว่าวีณาพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าในอดีตวีณาไม่รู้จะผ่านมากี่เวทีแต่สุดท้ายแล้วถ้าเราพัฒนาและรู้จักที่จะเรียนรู้ เราก็จะทำได้ในความฝันที่อยากจะเป็น วีณาอยากจะบอกกับทุกคนว่าใครที่พยายามอยู่ อย่ายอมแพ้ สักวันมันจะต้องมีวันนี้ เหมือนที่วีณาอยู่ตรงนี้ และวันที่คุณสำเร็จก็จะเกิดขึ้นจริงค่ะ”

เคยมีวันที่ท้อหรือถอดใจบ้างไหม ?

“มีค่ะจะบอกว่าตั้งแต่ประกวดครั้งแรกวีณาคิดว่าวีณาจะไม่มาอีกแล้ว แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปมันทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เรารักจริงๆ มันคือการได้ส่งต่อแรงบันดาลใจในฐานะ Miss Universe Thailandวีณาจะไม่ยอมแพ้และจะทำทุกวันให้เต็มที่ในฐานะตัวแทนของประเทศไทยค่ะ”

Diamond Bomb Capsule Collection เฉดใหม่ สุดเจิดจรัสจาก Fenty Beauty

Diamond Bomb Capsule Collection เฉดใหม่ สุดเจิดจรัสจาก Fenty Beauty

เมื่อความวิบวับไม่ได้มีขีดจำกัด Fenty Beauty จึงพากลับไปสัมผัสเสน่ห์ของประกายชิมเมอร์ในแบบที่คุ้นเคย แต่ยกระดับให้โดดเด่นยิ่งขึ้นกับ Diamond Bomb Capsule Collection คอลเล็คชั่นลิมิเต็ดที่รวมไอเท็มขายดีที่สุดในรูปแบบและ เฉดใหม่ ครอบคลุมการตกแต่งริมฝีปาก ใบหน้า ดวงตา และร่างกาย ด้วยเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม น้ำหนักเบา และประกายที่สวยทุกโทนผิว

“Diamond Bomb เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดของ Fenty Beauty ตั้งแต่วันแรกก็ใช้เป็นตัวเด็ดเพิ่มความวิบวับทั่วเรือนร่าง เธอคงเห็นฉันปาดลงที่เปลือกตา แก้ม หรือไม่ก็ผสมกับ Butta Drop ทาให้ทั้งตัวเปล่งประกายสุดๆ คอลเล็คชั่นใหม่นี้ มีสีใหม่ๆ และวิธีใหม่ๆ ให้เธอได้ชิมเมอร์แบบจัดเต็ม” – ริฮานน่า

คอลเล็คชั่นนี้ประกอบด้วย 8 เฉดสีและฟินิชใหม่ของไอเท็มยอดฮิต Diamond Bomb All-Over Diamond Veil (1,700 บาท) ในเฉด Lavender Luv’r, Pink Ice และ Trophy Wife สูตรเจลลี่–แป้งเด้งดึ๋งที่มอบประกายละเอียด 3D ทั้งใบหน้าและร่างกาย ต่อด้วย Gloss Bomb Stix Shimmer High-Shimmer Gloss Stix (1,050 บาท) เฉด How Many Carats?! ให้ความเงาชุ่มชื้นพร้อมส่วนผสมบำรุงริมฝีปาก และ Shadowstix Diamonds Diamond Veil Eyeshadow Stick (1,110 บาท) ในเฉด How Many Carats?!, Champ’ion และ MiPri PriPriy เติมเปลือกตาด้วยประกายเจิดจ้าที่ติดทนนาน นอกจากนี้ยังมี Body Lava Body Luminizer (2,370 บาท) เฉดแพลตินั่มใหม่ ให้ผิวกายฉ่ำวาวเหมือนอาบแสงแดด

แม่ริริกระซิบว่าพร้อมให้ครอบครองความเจิดจรัสของ Fenty Beauty Diamond Bomb Capsule Collection ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ Sephora.co.th และ Sephora ทุกสาขา เปลี่ยนทุกลุคธรรมดาให้สว่างไสวและน่าจดจำ


มัจฉาอุรารัก

มัจฉาอุรารัก ชุดประจำชาติ ที่เกิดจากศิลปะโขนที่ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่

ในทุกปีที่การประกวดนางงามระดับโลกเริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Miss Universe, Miss World หรือเวทีอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างตั้งตารอชมไม่แพ้รอบตอบคำถามสุดท้าย คือการประกวด “Best National Costume” หรือชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ซึ่งแม้หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการเดินแฟชั่นโชว์ที่อลังการและน่าตื่นตาตื่นใจ แต่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังชุดประจำชาติแต่ละชุดคือเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ ความหมายที่ลึกซึ้ง และความภาคภูมิใจที่ถูกส่งผ่านเส้นด้ายและวัสดุต่าง ๆ ออกมาสู่สายตาชาวโลก

ล่าสุดบนเวที Miss Thailand Universe 2025  ได้มีการตัดสินผลการประกวด  “Best National Costume” ซึ่งผู้ที่คว้ารางวัลนี้ได้ได้คือ ณิชารีย์ ชิงดวง  Miss Universe Chanthaburi 2025

มัจฉาอุรารัก

จากวรรณคดีสู่แรงบันดาลใจแห่งความรักอันยิ่งใหญ่

สำหรับชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคยในวรรณคดีไทยเรื่อง รามเกียรติ์ นั่นคือ นางสุพรรณมัจฉา นางเงือกผู้มีหัวใจกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว แม้จะต้องขัดคำสั่งของทศกัณฐ์ผู้เป็นบิดา แต่เธอก็เลือกที่จะปกป้อง มัจฉานุ บุตรชายของตนเอง ความรักที่บริสุทธิ์และเสียสละของนางสุพรรณมัจฉาจึงกลายเป็นแก่นของชุดนี้ และเป็นตัวแทนของผู้หญิงไทยที่มีความแข็งแกร่ง ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา และพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ความรัก และศักดิ์ศรีของตนเองในฐานะที่เป็นชุดประจำชาติ ชุด “มัจฉาอุรารัก” จึงไม่ได้เป็นแค่การจำลองตัวละครในตำนาน แต่เป็นการนำเสนอคุณค่าเหนือกาลเวลาของผู้หญิงที่สามารถเป็นทั้งบุตรสาวผู้กตัญญูและมารดาผู้เสียสละในเวลาเดียวกัน

มัจฉาอุรารัก

ศิลปะชั้นสูง “โขน” ที่ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่

ความน่าสนใจของชุดนี้อยู่ที่การนำ ศิลปะโขน ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบได้อย่างประณีต โดยเฉพาะงานปักที่สะท้อนลวดลายของโขนได้อย่างวิจิตรบรรจง ผสมผสานกับความร่วมสมัย ทำให้ชุดนี้มีความงดงามแบบไทย ๆ แต่ยังคงความน่าตื่นตาตื่นใจในระดับสากลผลงานการออกแบบและตัดเย็บสุดประณีตนี้เป็นฝีมือของ คุณอัครวัฒน์ อัครเธียรสิน และ คุณศรันยู จันทร์บัว ซึ่งได้สร้างสรรค์ชุดที่เล่าเรื่องราวความรักและความผูกพันระหว่างแม่ลูกของนางสุพรรณมัจฉาและมัจฉานุได้อย่างลึกซึ้งและน่าประทับใจ

Miss Universe Thailand 2025

จับตาตัวเต็ง! ศึกแห่งความงาม  Miss Universe Thailand 2025

การประกวด Miss Universe Thailand 2025 ประจำปีนี้ระอุยิ่งกว่าที่เคย เมื่อบรรดาสาวงามจากทั่วประเทศต่างงัดไม้เด็ดและความสามารถมาฟาดฟันกันอย่างดุเดือด แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น มีเพียง 5 สาวงามเท่านั้นที่ฉายแววโดดเด่นจนถูกยกให้เป็น “ตัวเต็ง” ที่น่าจับตามองและมีโอกาสสูงที่จะคว้ามงกุฎไปครอง มาร่วมดูกันว่าพวกเธอคือใคร และทำไมถึงได้รับความสนใจจากแฟนนางงามทั่วประเทศ

Miss Universe Thailand 2025

การกลับมาของผู้ท้าชิง วีนา-ปวีนา ซิงห์ Miss Universe Saraburi 2025

Miss Universe Thailand 2025

ในวงการนางงาม ชื่อของ วีนา-ปวีนา ซิงห์ วัย 29 ปี เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้เข้าประกวดที่มีความพร้อมและประสบการณ์สูง การกลับมาบนเวที Miss Universe Thailand อีกครั้งในนามตัวแทนจังหวัดสระบุรี จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เป็นการกลับมาที่สร้างความฮือฮาและได้รับการคาดหวังจากแฟนนางงามทั่วประเทศ

ด้วยดีกรี รองอันดับ 2 Miss Universe Thailand 2020 และ Top 21 Miss Universe 2020 ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถของเธอ วีนาไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อลงแข่งขัน แต่เธอกลับมาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่แรงกล้าและเป้าหมายที่ชัดเจนคือการคว้ามงกุฎมาครองให้ได้

วีนามีความสามารถในการสื่อสารที่เฉียบคมทุกครั้งที่จับไมค์ ประสบการณ์บนเวทีระดับโลกทำให้เธอมีความเข้าใจในเวทีประกวดอย่างลึกซึ้ง การกลับมาของวีนาในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการกลับมาของผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง เธอจึงคือหนึ่งในตัวเต็งที่ถูกจับตามองมากที่สุด

ความงามสง่าแบบอินเตอร์ พลอย-อมองดีน กลาสเซ่ต์ Miss Universe Pathum Thani 2025

“พลอย-อมองดีน กลาสเซ่ต์” อายุ 24 ปี สาวงามลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศสจากปทุมธานี ผู้มาพร้อมกับความสามารถที่หลากหลาย  เธอสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และฝรั่งเศส จบการศึกษาจาก Bachelor of Business and Administration from ESSEC Business School โดยมีผลคะแนนเต็มทุกวิชา

โดยพลอยยังเคยเป็นศิลปินฝึกหัดโปรเจ็กต์ Kamikaze Next ของค่าย Kamikaze ผลงานเพลงเป็นของตัวเองอย่าง “กล้ามั้ย” (N.E.X.T)ทั้งยังเคยร่วมประกวดบนเวที “The Star Idol” ก่อนมีผลงานการแสดง ภาพยนตร์ ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ละครเรื่อง วาสนารัก, หมอลำซัมเมอร์ และดุจเล่ห์ดาวลวง

ด้วยรูปร่างที่สูงสง่า บุคลิกที่มั่นใจ และเสน่ห์ที่เย้ายวน ทำให้เธอเป็นที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น พลอยมีประสบการณ์ในวงการนางแบบ ทำให้เธอมีความเป็นมืออาชีพในการโพสท่าและการเดินแบบ อีกทั้งยังมีความสามารถทางด้านภาษาที่โดดเด่น ทำให้เธอเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่น่าจับตามองบนเวที MUT 2025

ม้ามืดที่พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ เดล-นฤมล พิมพ์ภักดี Miss Universe Phuket 2025

“เดล-นฤมล พิมพ์ภักดี” อายุ 22 ปี  ตัวแทนจาก ทีมภูเก็ต บการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ปัจจุบันเธอเป็นพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน (Ground staff) ของสายการบิน Qatar Airways และ ZIPAIR Tokyo

แม้เดลจะมีประสบการณ์ในการประกวดมาไม่เยอะ แต่ด้วยความงามที่เฉิดฉาย บุคลิกที่มั่นใจ บวกกับการตอบคำถามที่ตรงประเด็นและแสดงทัศนคติที่น่าสนใจ ทำให้เธอเริ่มเป็นที่สนใจของแฟนนางงามในฐานะม้ามืดที่อาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ในรอบสุดท้าย

การกลับมาของตำนาน  แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง Miss Universe Krungthep Maha Nakhon 2025

Miss Universe Thailand 2025

มีนางงามไม่กี่คนที่ตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหลังจากคว้าตำแหน่งใหญ่ระดับโลกมาแล้ว แต่ แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แรงกล้าด้วยการกลับมาสู่เวที Miss Universe Thailand อีกครั้งในฐานะตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร การกลับมาของเธอไม่ใช่เพียงแค่การลงประกวด แต่คือการประกาศกร้าวว่าเธอพร้อมแล้วที่จะคว้ามงกุฎที่เคยเกือบจะเอื้อมถึง
.
แพรวเป็นที่รู้จักในฐานะ รองอันดับ รองอันดับ 1 Miss Supranational 2022 ซึ่งการคว้าตำแหน่งระดับโลกนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและความพร้อมของเธอในทุกด้าน ประสบการณ์ที่สั่งสมจากการเป็นนางงามระดับนานาชาติทำให้เธอมีความเข้าใจในเวทีประกวดอย่างลึกซึ้ง
.
การกลับมาชิงมงของเธอในครั้งนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและประสบการณ์ที่มากขึ้น แพรวมีความโดดเด่นในด้านความงามแบบไทยที่สง่า ทักษะการเดินแบบที่เป็นเลิศ และความสามารถในการสื่อสารที่น่าประทับใจ การกลับมาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้เธอเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะท้าชิงมงกุฎในปีนี้

เสน่ห์หวานซ่อนความมั่นใจ กิ๊ฟ-กมลพร ทองพล Miss Universe Nakhon Si Thammarat 2025

“กิ๊ฟ-กมลพร ทองพล” อายุ 24 ปี สาวหน้าคมจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ดีกรีเจ้าของตำแหน่ง องชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวถิ่นไทยงาม, รองชนะเลิศอันดับ 3 นางสาวไทย ปี 2563 และยังเคยเป็นตัวแทนไปประกวด  MISS CELEBRITY INTERNATIONAL 2024 ที่ประเทศเวียดนาม

กิ๊ฟมาพร้อมกับความงามหวานละมุน แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่น่าชื่นชม กิ๊ฟได้รับความสนใจจากแฟนนางงามด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและบุคลิกที่น่ารักเป็นกันเอง เธอมีความสามารถในการนำเสนอตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ทำให้เธอได้รับความสนใจจากแฟนๆ ตั้งแต่แรกเห็น

ติดตามและร่วมลุ้นไปด้วยกันในรอบ “Final Competition” วันที่ 23 สิงหาคม เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK สามารถรับชมไลฟ์สดรอบตัดสินผ่านช่องยูทูบ GrandTV

ศาสตร์แห่งการฟื้นฟูผิวด้วย Hybrid Biostimulator PDLLA/HA ของ 3 คลินิกความงามชั้นนำ

เทรนด์ความงามยุคนี้ ต้องยกให้ “งานผิว” ซึ่งจากวลีเด็ด “ผิวดีช่วยเสริมความมั่นใจได้” ความงามจึงไม่ใช่เพียงการแต่งเติม แต่คือการเสริมสร้างผิวให้กลับมาแข็งแรงและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง ด้วยนวัตกรรมที่ผสานพลัง PDLLA/HA ในการกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว เข้ากับการเติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ตามแบบฉบับความงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

แต่ผิวดีไม่ใช่เรื่องที่ได้มาง่ายๆ หลายคนยังเผชิญกับปัญหาผิวไม่ว่าจะเป็นผิวโทรม ผิวแห้ง ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย หรือหลุมสิว ซึ่งหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือเริ่มจากการมีสุขภาพผิวที่ดีจากภายใน

ดังนั้น Praew Survey จะพาไปพบกับเทคนิคการดูแลผิวจาก 3 คลินิกความงามชั้นนำของไทย พร้อมคำแนะนำตรงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ขอบอกเลยว่า คนรักผิวห้ามพลาด!

IDL Hospital x Clinic

คุณหมออ้น – นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง (เลขที่ ว.34324)

แนวคิดการดูแลผิวของ IDL Hospital x Clinic มุ่งเน้นไปที่การบำรุงผิวจากภายใน เพื่อสนับสนุนการทำงานตามธรรมชาติของผิว ตามหลักการ Skin Rejuvenation โดยอาศัยนวัตกรรมความงามที่ตอบโจทย์ ซึ่งดูแลสุขภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรงขึ้น

“การดูแลผิวที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การบำรุงภายนอก แต่คือการเสริมสร้างการทำงานของผิว ผ่านกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เรียบเนียน และอ่อนเยาว์ ซึ่งหลักการ Skin Rejuvenation คือหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้เป็นแนวทางดูแลผิวอย่างสมดุล ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ตรงจุดและลึกถึงโครงสร้างผิวจากภายใน เมื่อผิวได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมความงามที่ดีขึ้น”

Classy Clinic

คุณหมอจูน – พญ.นันทนัช เดี่ยวสมบูรณ์ (เลขที่ ว.40555)

Design for Confidence ออกแบบความมั่นใจ…ในแบบที่เป็นคุณ คือแนวคิดในการดูแลผิวของ Classy Clinic ซึ่งหัวใจสำคัญคือการออกแบบแนวทางการดูแลผิวเฉพาะบุคคล พร้อมเลือกใช้ตัวช่วยทั้งผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อมอบความมั่นใจให้กับคนรักผิว

“ที่ Classy Clinic เราเชื่อว่า ผิวที่ดี ไม่จำเป็นต้องขาวที่สุด หรือเรียบเนียนไร้ที่ติ แต่ต้องแข็งแรง สุขภาพดี ดังนั้นโปรแกรมดูแลผิวหน้าของเรา จึงไม่ใช่แค่การรักษาปัญหา เช่น ฝ้า กระ ริ้วรอย หรือผิวขาดน้ำ แต่คือการออกแบบแนวทางการดูแลผิว โดยวิเคราะห์จากโครงสร้างผิวจริง ไลฟ์สไตล์ และความต้องการเฉพาะของแต่ละคน โดยทุกขั้นตอนมีการประเมินอย่างละเอียด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และปรับโปรแกรมให้ตอบโจทย์อย่างตรงจุด ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ออกแบบการดูแลเฉพาะบุคคล เพราะเป้าหมายของเราคือให้คุณกลับมามั่นใจในผิวของตัวเองอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

V Square Clinic

คุณหมอคิม – พญ.เกตวดี เรืองฤทธิเดช (เลขที่ ว.54461)

การดูแลผิวแบบฉบับ V Square Clinic ให้ความสำคัญกับคอนเซ็ปต์ Personalized Beauty Solutions หรือการออกแบบการดูแลที่ตรงกับปัญหาเฉพาะบุคคล โดยวางแผนการดูแลผิวจากภายใน เน้นการเติมเต็มและบำรุงผิวอย่างเหมาะสมควบคู่กันไป ที่สำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่มีคุณภาพสูง

“ทุกแผนการดูแลออกแบบเฉพาะบุคคล เราให้ความสำคัญกับการบำรุงที่เหมาะสม ช่วยเติมเต็มร่องลึกและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวดูสดใสและมั่นใจได้ในแบบของคุณ ยกตัวอย่างในการดูแลผิว เราให้ความสำคัญกับการเติมเต็มและบำรุงจากภายใน จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัด Hybrid Biostimulator PDLLA/HA ซึ่งเป็น Biostimulator รุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงช่วยเติมเต็มร่องลึก แต่ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวใต้ตาดูสดใสขึ้น ผิวดูเนียน ฟู อิ่มน้ำ ร่องลึกดูตื้นขึ้น และยังคงความเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้คือการออกแบบร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้รับบริการ เพื่อให้ได้แผนการดูแลที่เหมาะสมที่สุด และช่วยให้ผู้รับบริการได้รับประสบการณ์การดูแลผิวที่มีคุณภาพ มั่นใจขึ้นในแบบที่เป็นตัวคุณ”

นอกจากเทคนิคการดูแลผิวเฉพาะบุคคลที่เป็นจุดเด่นแล้ว คลินิกความงามชั้นนำอย่าง IDL Hospital x Clinic, Classy Clinic และ V Square Clinic ยังยกระดับการบำรุงด้วยนวัตกรรม Hybrid Biostimulator (PDLLA/HA) ที่ตรงเข้าบำรุงในชั้นลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5 หัวใจสำคัญของ Hybrid Biostimulator PDLLA/HA เพื่อผิวแลดูอ่อนเยาว์

1. Dual Action จาก Hybrid Biostimulator ผสานการทำงานของ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ช่วยเติมเต็มและบำรุงผิวในระยะยาว ช่วยดูแลผิวให้แน่นกระชับและยืดหยุ่น พร้อมกับ HA (Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื้นทันที ให้ผิวดูอิ่มฟู สดใส

2. เนื้อผลิตภัณฑ์ละเอียด กระจายตัวดี ไม่เป็นก้อน ไม่บวม ไม่ต้องพักฟื้น

3. ปลอดภัยสูงและผ่านมาตรฐานสากล ได้รับการรับรอง CE mark จากยุโรป และ KFDA mark จากเกาหลี รวมทั้งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

4. เหมาะกับทุกวัยและทุกสภาพผิว ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวแห้ง อ่อนล้า หย่อนคล้อย หรือมีริ้วรอย

5. สนับสนุนการดูแลผิวให้คงความสมดุลและสุขภาพดี เติมเต็มคอลลาเจนและปรับโครงสร้างผิวใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืน

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ Hybrid Biostimulator PDLLA/HA ซึ่งช่วยในการบำรุงผิวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินตามธรรมชาติ ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่คลินิกความงามชั้นนำเลือกสรรให้กับคนรักผิวเช่นคุณ “ไม่ใช่แค่เติมเต็ม แต่บำรุงผิวจากภายใน เพื่อผิวสวยสุขภาพดีและมั่นใจได้ในแบบของคุณ”

Line OA : @juvetek (https://lin.ee/WgAzBZb)
Facebook : https://www.facebook.com/JuvelookLenisnaThailand/?locale=th_TH
Find a Clinic : https://juvetekglobal.com/clinic


ปักหมุดความฟิน! พาชิม 4 ร้านอาหารและคาเฟ่หรูใน Grand Lisboa Palace Resorts Macau

หากมีเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ นอกจากสถานที่ที่ต้องแพลนล่วงหน้าแล้ว ร้านอาหารหรือคาเฟ่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหมุดหมายเหล่านี้มักนำประสบการณ์ใหม่ๆ มาให้เราได้ลิ้มรส! เหมือนครั้งนี้ที่ แพรว อยากชวนทุกคนไปชิมอาหารและขนมภายในภัตตาคารและคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใน Grand Lisboa Palace Resorts Macau

GLP Lobby Lounge (ชั้น G, Grand Lisboa Palace ฝั่งตะวันตก)

เริ่มต้นด้วยการจิบชาเบาๆ ที่ GLP Lobby Louge ซึ่งตั้งอยู่มุมซ้ายของล็อบบี้ Grand Lisboa Palace Macau ภายในเลาจ์มีเมนูให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ อาหารสไตล์มาเก๊าดั้งเดิม เอเชีย และตะวันตก ส่วนเครื่องดื่มมีให้เลือกทั้งกาแฟ ชาดอกไม้ และค็อกเทลธีมดอกไม้ เรียกว่าเป็นมุมพักผ่อนที่เหมาะสำหรับนั่งชิลจิบชากับเพื่อนก่อนออกเดินทาง

หนึ่งความพิเศษที่ไม่ควรพลาดในช่วงการจัดแสดงนิทรรศการ “Picasso: Beauty and Drama” ที่โรงแรม GLP Lobby Louge มีเมนู Afternoon Tea สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยในเซ็ต ประกอบด้วยขนมหวาน 5 ชนิด มาพร้อมเครื่องดื่มที่เราสามารถเลือกได้ตามความต้องการ หากสังเกตจะเห็นว่าขนมเสิร์ฟบนจานคล้ายจานสี ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากอุปกรณ์คู่ใจของปิกัสโซ่นั่นเองค่ะ

Don Alfonso 1890 (ชั้น 3, Palazzo Versace Macau)

เรียกน้ำย่อยไปแล้ว มาต่อมื้อหนักกันบ้าง! หากใครชอบรับประทานอาหารอิตาเลียน ต้องมาลิ้มรสความอร่อยที่ Don Alfonso 1890 ในโรงแรม Palazzo Versace Macau ค่ะ เพราะที่แห่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากร้านอาหารระดับ Michellin-Star ประเทศอิตาลี โดยมีหัวหน้าเชฟอย่าง Federico Pucci ทำหน้าที่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ในคอนเซ็ปต์ farm-to-table

บอกเลยว่า นอกจากความอร่อยที่อยากให้ทุกคนได้มาลิ้มลองแล้ว การตกแต่งภายในร้านยังเต็มไปด้วยความหรูหราที่สะท้อนกลิ่นอาย Versace ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องหินขัดลายดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ และชุดภาชนะ Rosenthal x Versace ส่วนใครอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวที่นี่ยังมี Private Room สำหรับมื้อพิเศษด้วยนะคะ

Palace Garden (Shop 306, ชั้น 3, Grand Lisboa Palace ฝั่งใต้)

มาต่อกันที่ Fine Dining อาหารกวางตุ้งต้นตำรับกันบ้างที่ Palace Garden ซึ่งเมนูของที่นี่รังสรรค์โดยหัวหน้าเชฟ “เคน ชง” (Ken Chong) ลูกศิษย์ของเชฟประจำราชสำนักจากตระกูลขุนนางชื่อดังในประวัติศาสตร์อย่าง เจียงไท่ซือ (Jiang Taishi) ฝีมือขนาดนี้ยังไงก็รับประกันความอร่อยค่ะ!

สำหรับการตกแต่ง มาในคอนเซ็ปต์ Chinoiserie ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นอายตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยทางเข้าอุโมงค์เถาวัลย์ขนาดยักษ์ และภาพปักดอกเบญจมาศยาว 35 เมตรบริเวณห้องโถงข้างใน และเช่นเคย หากใครต้องการความเป็นส่วนตัวที่นี่มีห้องไพรเวท 5 ห้องซึ่งตกแต่งในธีมที่แตกต่างกัน

La Scala del Palazzo (Shop G13, ชั้น G, Palazzo Versace Macau)

ปิดท้ายกันแบบชิคๆ กับ La Scala del Palazzo ที่ว่ากันว่า ร้านแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นโชว์สุดท้ายของ Gianni Versace บรรยากาศภายในร้านจึงตกแต่งด้วยโทนสีและดีไซน์ที่สะท้อนกลิ่นอายโอต์ กูตูร์ ซึ่งจานชามบนโต๊ะก็มาจากคอลเล็คชั่น Rosenthal x Versace อีกด้วย

สำหรับเมนูโดดเด่นมีทั้ง เพสตรี้อิตาเลียนคลาสสิกสไตล์ร่วมสมัย และ Palazzo Versace Afternoon Tea อันเลื่องชื่อ อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มหรูหราอย่าง Golden Hazelnut Chocolate ที่โรยหน้าด้วยทองคำ 18 กะรัต บอกเลยค่ะว่าช็อคโกแลตเข้มข้นมากๆ แพรว ขอแนะนำ!

อ่านมาครบทั้ง 4 คาเฟ่และร้านอาหารแล้ว มีที่ไหนอยู่ในลิสต์กันบ้างแล้วคะ ถ้าเลือกไม่ได้ แนะนำว่าไปลองทั้งหมดเลยก็ได้นะคะ เพราะทุกที่สามารถเดินเชื่อมกันได้ใน Grand Lisboa Palace Resorts Macau


PUMA เผยโฉม H-Street กับการตีความใหม่อย่างกล้าท้าทายจากมรดกนักวิ่งลู่ยุคต้น 2000 ที่ถูกรีเฟรชขึ้นมาอีกครั้งสำหรับปี 2025

แรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่ง H-Street ย้อนรอยกลับไปยังรุ่น Harambee ปลายยุค 90 รองเท้าวิ่งนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อความเร็ว และตั้งชื่อตามคำภาษาสวาฮิลีที่หมายถึง “รวมพลัง” สื่อถึงสปิริตของทีมเวิร์กอย่างแท้จริง

H-Street ใหม่ยังคงเต็มไปด้วยความเป็นสายสปอร์ตและนวัตกรรมในแบบฉบับ PUMA มาพร้อมทรงโลว์โปรไฟล์ อัปเปอร์เมชน้ำหนักเบา ดีเทลวินเทจอย่างส่วนหัวรองเท้าตัว T รูปทรงเพรียวที่พร้อมสำหรับการวิ่ง และพื้นรองเท้าอินสไปร์จากแทร็ก เสริมด้วยแผงสีเงินเมทัลลิกที่ช่วยขับลุควินเทจให้ชัดขึ้น ขณะที่โลโก้ PUMA ที่เป็นเอกลักษณ์ และแมวกระโดดสุดไอคอนิกถูกปั๊มเด่นบนลิ้นรองเท้า

“รากเหง้าที่มาจากแรงบันดาลใจการวิ่งของ PUMA H-Street มันเข้ากับสไตล์ปัจจุบันได้อย่างพอดี นี่คืออีกหนึ่งไอคอนที่โชว์ให้เห็นมรดอกอันเข้มข้นของ PUMA ซึ่งถูกพัฒนาใหม่ในปี 2025 ด้วยมุมมองไลฟ์สไตล์ที่สดใหม่” Christina Mirabelli, PUMA’s Director of Sportstyle Marketing กล่าว

จากการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2003 และกลับมาอีกครั้งในปี 2025 H-Street ก้าวข้ามจากรองเท้าเพอร์ฟอร์แมนซ์ มาสู่บทบาทใหม่ในไลฟ์สไตล์คัลเจอร์ โดยรอบนี้มาใน 3 สี คือ Black, Fizzy Green และ Frosted Ivory นอกจากนี้ PUMA ยังเตรียมปล่อยเวอร์ชันพิเศษ H-Street อีก 2 สี ที่ได้แรงบันดาลใจจากจาไมกาในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับประเทศที่ขึ้นชื่อด้านแทร็กแอนด์ฟิลด์ระดับโลก

PUMA เตรียมกลับมาวางจำหน่าย H-Street รุ่นพิเศษอีกครั้งในเดือนกันยายนนี้ กับสองโทนสีที่ได้แรงบันดาลใจจากจาไมกา เพื่อเป็นการยกย่องประเทศในแถบแคริบเบียนและชื่อเสียงระดับโลกด้านกรีฑาของพวกเขา

PUMA H-Street สี Black, Fizzy Green, และ Frosted Ivory จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ และตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นไป ที่ PUMA.com, ร้าน PUMA และร้านค้าที่ได้รับการคัดเลือก


เฟ้นหาสุดยอดดีไซเนอร์รุ่นใหม่

ปลุกตำนานผ้าไทยสู่รันเวย์เปิดเวที ‘Young Designer 2025’ เฟ้นหาสุดยอด ดีไซเนอร์รุ่นใหม่

เปิดฉากแล้ว! การเฟ้นหาคลื่นลูกใหม่แห่งวงการแฟชั่นไทยแห่งปี กับการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ตามโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ประจำปี 2568 “Young Designer 2025” โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่สานต่อแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเปิดโอกาสให้ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ได้ปลดปล่อยศักยภาพ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผืนผ้าไทยอันทรงคุณค่า ผ่านมุมมองการสร้างสรรค์ที่ร่วมสมัย พลิกโฉมมรดกสิ่งทอของชาติให้กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มสุดชิคที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน สอดรับกับยุคสมัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนซึ่งได้น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ การออกแบบแฟชั่น โดยพระองค์ทรงศึกษา และพระราชทานแนวทางให้กระทรวงมหาดไทยได้สานต่อพระดำริ พร้อมทั้งพระราชทาน “คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” เปรียบประดุจวิชชาลัยผ้าเคลื่อนที่สัญจรไปพัฒนาผู้ประกอบการทั่วทั้งประเทศโดยพระองค์ท่านทรงเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เอง และพระราชทานลายผ้าให้ผู้ประกอบการไปถักทอ ทำให้เกิดความท้าทายในการพัฒนาทักษะของตนเองพร้อมจัดให้มีการประกวดประชัน ทั้งลายผ้า การออกแบบตัดเย็บ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีอาชีพแต่เดิมได้พัฒนาการออกแบบลายผ้า การย้อมผ้า การทำบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เป็นสากล สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ทุกโอกาส

ในปีนี้ โครงการ “Young Designer 2025” ได้สร้างปรากฏการณ์ของวงการแฟชั่นอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้สมัครถึง 735 ราย โดยมีผู้สมัครทั้งนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ ยังเป็นการรวมตัวของกูรูแฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทยครั้งสำคัญ ที่มาร่วมให้คำปรึกษาตลอดโครงการฯ ได้แก่ คุณอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่นและสไตลิสต์ คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย เจ้าของแบรนด์เธียเตอร์ (THEATRE) คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์อิชชู่ (ISSUE) และ คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของการออกแบบผ้าไทย และเชื่อมต่อระหว่างช่างทอผ้าในชุมชนกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่อย่างแท้จริง 

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานในงานแถลงข่าวโครงการ Young Designer 2025 ที่จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ณ แมกโนเลีย บอลรูม ชั้น 10 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ถ.ราชดำริ กรุงเทพฯ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของโครงการฯ​ ว่า “สิ่งที่น่ายินดี คือ ทุกวันนี้เราจะเห็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ผ่านเข้ารอบมาถึงรอบสุดท้ายมากขึ้น จึงขอเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครทั้ง 735 คน และแม้ว่าผู้ชนะจะมีคนเดียว แต่ถ้าเรายังไม่ถึงวันนั้น ยังไม่ได้เป็นที่ 1 ความผิดหวังก็จะเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ในการทุ่มเทฝึกซ้อม เพราะสิ่งที่จะได้จากคุณครูทุกท่าน นอกจากองค์ความรู้แล้ว เรายังมี Thai Textiles Trend Book ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานให้มาเป็นแนวทางได้อีกด้วย และเวทีนี้คือจุดเริ่มต้นของประเทศไทยในการสร้าง Young Designer ต้องขอขอบคุณทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศ ทุกท่านคือคณะทำงานที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ให้กับประเทศไทย เพื่อจารึกให้คนไทยได้มีอาชีพ มีรายได้ และพัฒนาตนเองสู่สากลอย่างยั่งยืน”

คุณอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่น และสไตลิสต์ กล่าวว่า “ปีนี้มีผู้สนใจสมัครเป็น Young Designer 2025 มาถึง 735 คน ตั้งแต่อายุ 12 ปีถึง 64 ปี ซึ่งปีนี้จะมีช่างแพทเทิร์นมาร่วมให้คำแนะนำด้วย ทำให้ดีไซเนอร์ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับความรู้เพิ่มเติม ได้เข้าใจเรื่องวัสดุ เรื่องการตัดเย็บมากขึ้น โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก จะต้องเข้าร่วมการประกวดในระดับภาค ณ วัน เวลา และจังหวัดที่เป็นจุดดำเนินการประกวดระดับภาค โดยต้องเตรียมผลงานภาพสเก็ต ที่สามารถปรับแก้ได้ตามคำแนะนำ โดยนำ Mood board ของชุดที่จะออกแบบตัดเย็บ ตามที่ได้ยื่นสมัคร พร้อมตัวอย่างผ้า หรือวัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการนำเสนอต่อคณะกรรมการ จากนั้น ผู้ผ่านการคัดเลือกระดับภาค จะต้องออกแบบตัดเย็บชุดตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้าร่วมการประกวดในระดับประเทศ โดยกรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนงบประมาณสำหรับเป็นค่าออกแบบ ตัดเย็บ และนางแบบ นายแบบให้กับผู้เข้าประกวด ซึ่งจะมีการกำหนดวัน Fitting Day ให้ผู้เข้าประกวดสร้างสรรค์ผลงานให้ดีที่สุดก่อนส่งผลงานนำเสนอในรอบตัดสิน วันที่ 28 ต.ค. 68 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีชุดที่ร่วมสมัย สอดคล้องกับยุคปัจจุบันปี 2025 ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ  โดยผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำในการต่อยอด โดยผู้แข่งขันจะต้องตอบโจทย์คำว่า “สนุก” ให้ได้ และสะท้อนเสน่ห์ความเป็นตนเอง ที่มีทั้งความเป็น Fashion และ Wearable เพื่อให้ได้คะแนนจากกรรมการฝั่งดีไซเนอร์ และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย”

เส้นทางการเฟ้นหา Young Designer 2025 เปิดฉาก ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ จากผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั่วประเทศ  735 ราย คัดเลือกให้เหลือ 223 ราย ต่อด้วยการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบไปประกวดระดับภูมิภาค จำนวน 94 ราย โดยแบ่งเป็น ภาคเหนือ 20 ราย วันที่ 30 ส.ค. 68 ณ โรงแรมมีเลีย จ.เชียงใหม่ ภาคใต้ 25 ราย วันที่ 10 ก.ย. 68 ณ โรงแรมลากูน่า จ.สงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 24 ราย วันที่ 15 ก.ย. 68 ณ มณฑาทิพย์ฮอลล์ จ.อุดรธานี ภาคกลาง 25 ราย  วันที่ 21 ก.ย. 68 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี และรอบชิง ชนะเลิศระดับประเทศ  40 รายในวันที่ 28 ต.ค. 68  ณ สุราลัยฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

ปลุกตำนานผ้าไทยสู่รันเวย์เปิดเวที ‘Young Designer 2025’ เฟ้นหาสุดยอด ดีไซเนอร์รุ่นใหม่

สำหรับรางวัลแห่งความสำเร็จนั้น ในปีนี้ ผู้ได้รางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 75,000 บาท ชมเชย 5 รางวัลๆ ละ 40,000 บาท ซึ่งผู้ที่เข้ารอบการประกวดในระดับประเทศ จำนวน 40 ทีม จะได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วมโครงการทุกราย แต่สิ่งที่นอกเหนือจากเงินรางวัลและเกียรติบัตร ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในงาน Silk Festival ที่จะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 68 นี้

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามอัพเดทข่าวสารการประกวด Young Designer 2025 ได้ที่ www.cdd.go.th และ Facebook: ผ้าไทยใส่ให้สนุก 


วัน แบงค็อก

ครั้งแรกในรอบ 20 ปี ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ย้ายสำนักงานมาที่ วัน แบงค็อก

ครั้งแรกในรอบ 20 ปี ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ตัดสินใจย้ายสำนักงานมาที่วัน แบงค็อก มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

วัน แบงค็อก ประกาศลงนามสัญญาเซ็นเช่าพื้นที่กับธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เพื่อจัดตั้งสำนักงานแห่งใหม่ในประเทศไทยที่อาคารวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 โดยคุณปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด กล่าวว่า  “การได้ต้อนรับธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกในฐานะผู้เช่ารายสำคัญ สะท้อนถึงศักยภาพและความโดดเด่นของวัน แบงค็อก ในฐานะจุดหมายปลายทางที่องค์กรระดับโลกให้ความไว้วางใจ ไม่เพียงด้วยทำเลใจกลางกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศการทำงานครบวงจรที่ตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายในการสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นร่วมกัน ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตของทุกคนที่นี่”

คุณสุเรนทรา โรชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมประจำภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ธนาคารเอชเอสบีซี เสริมว่า “ธนาคารเอชเอสบีซี ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างมั่นคงและยาวนาน ในฐานะธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทย และธนาคารระหว่างประเทศชั้นนำของประเทศ เราภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนลูกค้าชาวไทยในการขยายการลงทุนทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์กรธุรกิจและสถาบันการเงินชั้นนำของโลกกับพันธมิตรทางธุรกิจและการลงทุนต่าง ๆ ในไทย ทั้งนี้ การเลือกทำเลสำนักงานแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าและเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พนักงานของเราทุกคนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ  ซึ่งวัน แบงค็อก โดดเด่นในฐานะที่ตั้งสำนักงานใหม่ของเราที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากเป็นหนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย อีกทั้งยังสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการออกแบบ ความยั่งยืน และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง โดยเรามั่นใจว่าการย้ายมายังพื้นที่ที่ส่งเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจระดับนานาชาติแห่งนี้ในเดือนกันยายน 2569 จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจ เสริมสร้างความร่วมมือ และสนับสนุนให้เราสรรสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ”

ครั้งแรกในรอบ 20 ปี ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ย้ายสำนักงานมาที่ วัน แบงค็อก

การย้ายสำนักงานของธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย มายัง วัน แบงค็อก ถือเป็นการย้ายที่ตั้งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่าง ธนาคารเอชเอสบีซี และ วัน แบงค็อก ในการรังสรรค์สถานที่ทำงานที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ วัน แบงค็อก พัฒนาขึ้นโดยบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ถือเป็นโครงการอสังหาฯ แห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองโดยมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum และมุ่งสู่การรับรองด้วยมาตรฐาน WELL Building เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร

นอกจากนั้น  วัน แบงค็อก ยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกอย่าง WiredScore และ SmartScore for Neighborhoods สร้างความเชื่อมั่นในด้านความรวดเร็ว ความเสถียร และความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยที่ปกป้องหลายชั้น ครอบคลุมทั้งการป้องกันทางกายภาพและดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่บริษัทในกลุ่มสถาบันการเงินต้องการ


ประกันรถ โตเกียวมารีน

รู้จักประกันรถ โตเกียวมารีน คุ้มครองครบทุกเส้นทาง

ถ้าคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่คุ้มครองครบทุกความเสี่ยงทั้งอุบัติเหตุ บริการซ่อมห้าง ซ่อมอู่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ประกันรถ โตเกียวมารีน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่า สนใจที่คุณไม่ควรพลาด บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจข้อดีของโตเกียวมารีน ประกันรถแต่ละประเภท พร้อมแนะนำวิธีเลือกต่อประกันรถ โตเกียวมารีนแผนที่เหมาะกับความต้องการ และงบประมาณของคุณ เพื่อให้การขับขี่ทุกเส้นทางปลอดภัย และอุ่นใจมากขึ้น

ประกันรถโตเกียวมารีน ตัวเลือกที่เชื่อถือได้สำหรับทุกการเดินทาง

ประกันรถ โตเกียวมารีน คุ้มครองอะไร

ประกันรถ โตเกียวมารีน เป็นประกันภัยที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมายาวนาน ด้วยความน่าเชื่อถือและบริการที่ครบวงจร ทั้งซ่อมห้าง ซ่อมอู่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยมีให้เลือกซื้อหลายแผนตามความต้องการ

ประกันรถยนต์ชั้น 1 

โตเกียวมารีน ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครบทุกด้าน ทั้งความเสียหายต่อตัวรถและบุคคลที่สาม รวมถึงกรณีไฟไหม้ น้ำท่วม และอุบัติเหตุชนรถอื่น เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุดและอุ่นใจทุกการเดินทาง

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ โตเกียวมารีน คุ้มครองอุบัติเหตุชนรถบุคคลที่สาม และความเสียหายต่อรถของผู้เอาประกันในบางกรณี เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือชนรถ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความคุ้มครองหลัก แต่ค่าเบี้ยประกันไม่สูง

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ 

Tokio Marine ประกันรถชั้น 3+ คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลที่สาม และบางกรณีของรถชนรถ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการประกันพื้นฐานในราคาประหยัด แต่ยังมั่นใจได้ว่ามีความคุ้มครองสำคัญเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ประกันรถ โตเกียวมารีน กี่บาท พร้อมตัวช่วยเปรียบเทียบราคา

หากคุณกำลังมองหาประกันรถ โตเกียวมารีนที่คุ้มค่า และเหมาะสมกับงบประมาณของคุณ ประกันรถโตเกียวมารีนจะมีรายละเอียดเบี้ยประกันแต่ละชั้นดังนี้

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 : เริ่มต้นที่ประมาณ 12,000-13,500 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อรถ รวมถึงประวัติการขับขี่ของผู้เอาประกัน 
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ : เริ่มต้นที่ประมาณ 6,600 บาทต่อปี เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์และไม่มีประวัติเคลม 
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ : เริ่มต้นที่ประมาณ 5,700 บาทต่อปี เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการประกันภัยพื้นฐานในราคาประหยัด 

อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวเป็นราคาเริ่มต้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุรถ ประวัติการขับขี่ และสถานที่ที่ทำประกัน เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด แนะนำให้เปรียบเทียบราคาจากหลายแหล่ง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากตัวแทนประกันภัยหรือเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้

หนึ่งในเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณสามารถเช็คกรมธรรม์ โตเกียวมารีนหมวดหมู่ประกันรถ และเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ คือ SILKSPAN แพลตฟอร์มที่รวบรวมประกันรถยนต์จากหลากหลายบริษัทชั้นนำ 

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยของลูกค้า คุณบุตรรัตย์ จรูญสมิทธิ์ ผู้บริหาร SILKSPAN ได้พัฒนาโซลูชันใหม่ Verify Me by SILKSPAN บริการตรวจสอบเบอร์โทรที่โทรเข้ามาว่าเป็นหมายเลขจากระบบของ SILKSPAN หรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ เพิ่มความมั่นใจให้ผู้รับสาย ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวและทำให้ทุกการสื่อสารปลอดภัยยิ่งขึ้น

โตเกียวมารีนประกันภัย เคลมที่ไหนได้บ้าง

โตเกียวมารีนประกันภัย เคลมที่ไหนได้บ้าง

สำหรับผู้ที่ทำประกันรถ โตเกียวมารีน หลายคนอาจสงสัยว่าการเคลมประกันยุ่งยากหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ยากเลย เพราะโตเกียวมารีนมีขั้นตอนการเคลมที่ชัดเจน รวดเร็ว และมีหลายช่องทางให้เลือกตามความสะดวกของลูกค้า โดยสามารถติดต่อเคลมได้ผ่าน

  • โตเกียวมารีน ประกันรถ เคลมอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมง โทรสายด่วน 1484 หรือ 0-2282-6020
  • สำนักงานสาขาทั่วประเทศของโตเกียวมารีน ซึ่งพร้อมให้บริการตรวจสอบและรับเรื่องเคลม
  • แอปพลิเคชัน Tokyo Marine และหน้าเว็บไซต์ที่ให้คุณแจ้งเคลมออนไลน์ได้ทันที
  • เจ้าหน้าที่เคลมภาคสนามที่สามารถนัดหมายให้มาตรวจสอบความเสียหาย ณ จุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว

เช็กเบี้ยประกันโตเกียวมารีนประกันภัยด้วยบริการ SILKSPAN

หากคุณสนใจทำประกันรถ โตเกียวมารีน และอยากทราบว่าเบี้ยประกันจะอยู่ที่เท่าไหร่ ปัจจุบันมีหลายช่องทางให้เช็กข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามโดยตรงกับตัวแทนประกันภัยของโตเกียวมารีน การโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า หรือการเข้าไปกรอกรายละเอียดข้อมูลรถ และงบประมาณที่ต้องการผ่านเว็บไซต์หลักของบริษัท

แต่ถ้าคุณต้องการเปรียบเทียบราคาและแผนความคุ้มครองจากหลายบริษัทในที่เดียว รวมถึงเช็กเบี้ยประกันรถโตเกียวมารีนได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว แนะนำให้ใช้บริการ SILKSPAN แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ที่ช่วยให้คุณมองหาประกันรถยนต์ที่ใช้ได้รวดเร็วมากขึ้น เพียงกรอกข้อมูลครั้งเดียวก็สามารถเห็นราคาจากหลายบริษัท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ และตัวเลือกแผนคุ้มครองที่ตรงความต้องการมากที่สุด

ซื้อประกันรถ โตเกียวมารีนที่ SILKSPAN ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว 

การเลือกทำประกันรถ โตเกียวมารีน ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการความคุ้มครองครอบคลุม ด้วยบริการมาตรฐานสากล และความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ โตเกียวมารีนก็มีตัวเลือกให้เหมาะกับงบประมาณ และไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณ

ถ้าต้องการซื้อประกันรถ โตเกียวมารีนให้ได้ราคาดีที่สุดและขั้นตอนง่ายที่สุด แนะนำให้ใช้ SILKSPAN เพราะสามารถเปรียบเทียบแผนและราคาได้ทันที พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยให้คุณเลือกแผนที่คุ้มค่าที่สุดในเวลาอันรวดเร็ว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Facebook : SILKSPAN

Instagram : silkspan

Line Official : @SILKSPAN

X (Twitter) : SILKSPAN

YouTube : SILKSPAN

TikTok : silkspan


นิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” โชว์ผลงานผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่ถูกถักทออย่างพิถีพิถัน

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ICONCRAFT (ไอคอนคราฟต์) จัดนิทรรศการ “Future Fashion มหัศจรรย์แห่งเส้นใย 2025” ระหว่างวันที่ 19 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอผลงาน ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ผสานแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยสู่เวทีแฟชั่นในอนาคต

นิทรรศการนำเสนอผลงานสิ่งทอที่ใช้เส้นใยธรรมชาติ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าขนแกะ และเส้นใยจากท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน โดยมีการต่อยอดสู่ แฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ จากดีไซน์เนอร์ไทย แบรนด์ TANDT แบรนด์ WISHARAWISH แบรนด์ Chai Gold Label แบรนด์ Irada แบรนด์ Theathe แบรนด์ Panya.me แบรนด์ Vickteerut แบรนด์ Fah chak แบรนด์ Vatit itthi ที่นำผ้าจากโครงการการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ไปสร้างสรรค์ชุดแฟชั่นร่วมสมัย สะท้อนถึงศักยภาพของวัตถุดิบธรรมชาติไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีสากลได้ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้วัสดุที่ยั่งยืน ภายใต้ concept “Sustainable Fashion” ที่เน้นความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อโลก สนับสนุนชุมชนผู้ผลิต และส่งเสริมการใช้เส้นใยธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค

นิทรรศการครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันงานหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นอนาคต โดยมุ่งหวังให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอดสู่การสร้างสรรค์เชิงพาณิชย์และการออกแบบอย่างยั่งยืน เผยให้เห็นพลังของ “เส้นใยธรรมชาติ” ในการสร้างสรรค์สิ่งที่งดงาม ยั่งยืน และมีคุณค่าทั้งต่อผู้สวมใส่และต่อสังคม สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account : https://lin.ee/LDYuwsY


“KROMO Bangkok” โรงแรมคิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน แห่งแรกในไทย

(KROMO Bangkok, Curio Collection by Hilton) โรงแรมดีไซน์ร่วมสมัยใจกลางสุขุมวิท แห่งแรกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กันยายน 2568 นี้ ขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของโรงแรมฯ ก่อนใครในราคาเริ่มต้นที่ 5,200++ บาทต่อคืน และรับคะแนน Hilton Honors ถึง 5,000  คะแนนต่อการเข้าพัก

“KROMO Bangkok” โรงแรมคิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน แห่งแรกในไทย

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้เปิดตัว คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน แห่งแรกในไทยให้เป็นที่รู้จัก ด้วยความโดดเด่นของแบรนด์ ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก เสน่ห์ความเป็นไทยและศักยภาพด้านการบริการของพนักงาน ทำให้เรามั่นใจว่า ครอโม แบงคอก, คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน จะสามารถมอบประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับแขกผู้เข้าพักในโรงแรมทุกท่าน” เจนนิเฟอร์ วิเวียน ผู้จัดการทั่วไป กล่าว

ครอโม แบงคอก, คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน ตัวอาคารสูง 28 ชั้น ออกแบบสไตล์ไทยร่วมสมัย โดยได้แรงบันดาลใจจาก “มณีนพรัตน์” หรือ อัญมณีทั้ง 9 (The Nine Gems of Bangkok) ที่สะท้อนจิตวิญญาณของกรุงเทพมหานครอย่างงดงาม  โดยถ่ายทอดผ่านโครงเรื่อง “The Cabinet of Wonders” ที่นำเสนอเรื่องราวผ่านงานศิลป์โดยศิลปินและนักออกแบบชาวไทย โรงแรมฯ ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ปากซอยสุขุมวิท 29 เดินทางไปมาได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที หรือการเดินทางด้วยรถยนต์เพียง 30 นาทีจากสนามบินสุวรรณภูมิ โรงแรมฯ ยังอยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างเอ็มสเฟียร์ เอ็มควอเทียร์ เอ็มโพเรียม อีกทั้งร้านอาหารระดับพรีเมียมและสถานบันเทิงยามค่ำคืนก็อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่นาที

ห้องพักทั้ง 306 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ โทรทัศน์ขนาด 55 นิ้ว เครื่องเสียงบลูทูธ เครื่องชงกาแฟ Nespresso และผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำจากแบรนด์ HARNN รวมถึงชุดคลุมอาบน้ำที่ออกแบบโดยศิลปินไทย นักรบ มูลมานัส

อีกหนึ่งไฮไลต์คือห้องอาหารโคเลท (Colette) ซึ่งนำเสนออาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรที่ให้บริการตลอดวัน ผสมผสานแรงบันดาลใจจากหญิงสาวนักเดินทางชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในความงามของเมืองไทย โดยชั้น 10 จะมีพื้นที่ วิลา ครีเอทีฟ โซเชียล สเปซ (Vilah Creative Social Space) สำหรับนั่งพักผ่อนหรือนัดพบปะได้อย่างเป็นส่วนตัว รวมถึงสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบอินฟินิตี้และฟิตเนสบนชั้นบนสุด ที่เปิดรับวิวกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มตา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางโทร: +66 (0) 2 078 8488 อีเมล: [email protected] หรือเข้าเยี่ยมชมที่เว็บไซต์: kromobangkok.com


 

Club Med ฉลอง 75 ปี แห่ง ‘L’Esprit Libre’ พร้อมเปิดรีสอร์ตใหม่ในแอฟริกาใต้และมาเลเซีย

(Club Med) จัดงานฉลองครบรอบ 75 ปี ณ ห้องอาหาร Aesops Greek Restaurant & Rooftop ชั้น 25 โรงแรม คอลัมน์ แบงค็อก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมกว่า 150 คน อาทิ ตัวแทนท่องเที่ยว สื่อมวลชน บล็อกเกอร์ พันธมิตรทางธุรกิจ และสมาชิกของคลับเมด ภายในงานได้ถ่ายทอดความโดนเด่นอันเป็นตำนานของแบรนด์คลับเมด พร้อมเผยวิสัยทัศน์สู่อนาคต ผ่านการนำเสนอเรื่องราวแบบอิมเมอร์ซีฟ กิจกรรมเชิงโต้ตอบ และพิธีมอบรางวัลให้แก่ตัวแทนท่องเที่ยวที่ทำผลงานยอดเยี่ยม  นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับฟังการนำเสนอแผนงานและทิศทางการเติบโตเชิงกลยุทธ์ในอนาคตของแบรนด์

คลับเมดฉลอง 75 ปี แห่ง ‘L’Esprit Libre’ พร้อมเปิดรีสอร์ตใหม่ในแอฟริกาใต้และมาเลเซีย

บรูโน คูร์เบต์ Country Director คลับเมดประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และตลาดใหม่ กล่าวถึงการขับเคลื่อนของคลับเมดและการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องว่า “ในโอกาสที่เรากำลังฉลองก้าวสำคัญนี้ เราขอตอกย้ำความมุ่งมั่นต่อการเติบโตในตลาดที่มีศักยภาพแห่งนี้ ที่ซึ่งเรามองเห็นโอกาสอันมหาศาล การเปิดรีสอร์ตแห่งใหม่ของเราที่แอฟริกาใต้และบอร์เนียว คือหลักฐานสำคัญว่ากลุ่มเป้าหมายของคลับเมด กำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้แก่นักเดินทางจากภูมิภาคนี้”

กิจกรรมและโปรโมชั่น

งานไทยเที่ยวไทย คลับเมดร่วมจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับงานไทยเที่ยวไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 21 – 24 สิงหาคม 2568 โดยผู้ที่ซื้อแพ็กเกจคลับเมดภายในงานจะได้ลุ้นรับกระเป๋า Samsonite Mini EVOA Z และบัตรกำนัลส่วนลดพิเศษสูงสุด 15% จาก Samsonite ตามยอดใช้จ่าย เมื่อจองแพ็กเกจท่องเที่ยวคลับเมด สำหรับรีสอร์ตสกีในประเทศจีนหรือญี่ปุ่น รวมถึงรีสอร์ตริมชายหาดในบาหลี ภูเก็ต มัลดีฟส์ หรือบินตัน ที่งานไทยเที่ยวไทย หรือบนเว็บไซต์ของคลับเมดตั้งแต่วันที่ 15 – 31 สิงหาคม 2568

การแข่งขัน Club Med Padel Tournament  คลับเมดจับมือกับ Babolat บริษัทชั้นนำด้านกีฬาแร็กเกตที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จัดการแข่งขัน Padel Tournament ณ Kross Padel Bangkok ระหว่างวันที่ 4 – 5 ตุลาคม 2568 โดยผู้ชนะจากประเทศไทยจะได้รับสิทธิ์การเดินทางแบบออลอินคลูซีฟเพื่อเข้าร่วมงาน Padel Grand Slam ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2568 โดยรางวัลสำหรับผู้ชนะประกอบด้วย

  • Grand Slam Trip ทริปการเดินทางเพื่อเข้าชม Padel Grand Slam รวมแพ็คเกจที่พักแบบออลอินคลูซีฟ 3 คืน ที่ คลับเมด บาหลี (Club Med Bali) พร้อมตั๋วเครื่องบิน เข้ารามคลาสฝึกพิเศษที่ Padel Clinic กับนักกีฬาอาชีพจาก Babolat
  • Ultimate Prize แพ็กเกจที่พัก 5 คืน ที่ คลับเมด มาร์เบย่า (Club Med Marbella) ประเทศสเปน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)
  • ผู้ชนะทุกท่านจะได้รับชุดของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Club Med x Babolat

การเปิดตัวรีสอร์ตใหม่ในปี 2569

คลับเมดประกาศเปิดตัวรีสอร์ตใหม่ 2 แห่ง โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2569 ถือเป็นการขยายเครือข่ายครั้งสำคัญในระดับโลก

  • คลับเมด เซาท์แอฟริกา (Club Med South Africa) รีสอร์ตแห่งแรกของคลับเมดในแอฟริกาใต้ ตั้งอยู่ที่ Dolphin Coast ทางตอนเหนือของเมืองเดอร์บัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนริมชายหาดบนชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ควบคู่ไปกับการผจญภัยซาฟารีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ Mpilo Safari Lodge ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าขนาดกว่า 112,500 ไร่ และเป็นถิ่นอาศัยของ ‘Big Five’ หรือสัตว์ป่าที่นักท่องเที่ยวต้องการเห็นมากที่สุด ได้แก่ สิงโต เสือดาว แรด ช้าง และควายแอฟริกัน

  • คลับเมด บอร์เนียว (Club Med Borneo) ที่รัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2569 โดยจะเป็นรีสอร์ตแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน BREEAM รีสอร์ตแห่งนี้ ประกอบด้วยห้องพักระดับพรีเมียม 361 ห้อง และห้องสวีทสุดหรู 39 ห้อง พร้อมด้วย Exclusive Collection Space เพื่อความเป็นส่วนตัวเหนือระดับ โดยมีกิจกรรมที่รวมอยู่ในแพ็คเกจ ได้แก่ การเดินป่าเพื่อสัมผัสธรรมชาติและการดำน้ำตื้น อีกทั้งยังมีกิจกรรมเสริมที่สามารถเลือกไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นได้

การจัดการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ในครั้งนี้ คลับเมด ไม่ได้มองย้อนเพียงเรื่องราวในอดีต แต่ยังมุ่งมั่นมอบวันพักผ่อนแบบออลอินคลูซีฟอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรีสอร์ตแห่งใหม่ล่าสุดในแอฟริกาใต้และบอร์เนียว เพื่อต้อนรับนักเดินทางรุ่นใหม่ ด้วยประสบการณ์ที่สนุกสนานไม่เหมือนใครและมอบ ‘L’Esprit Libre’ หรือการท่องเที่ยวอย่างอิสระเสรีและไร้ความกังวล อันเป็นเอกลักษณ์ของคลับเมดมาตลอดหลายทศวรรษ


 

Nonfiction เปิดตัว Rose Pale Hair Serum Mist ใหม่ หอมละมุนกุหลาบดามัสก์ตลอดวัน

เริ่มวันใหม่ด้วยกลิ่นกุหลาบ…และผมหอมละมุน! Nonfiction แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังจากเกาหลี เปิดตัว Rose Pale Hair Serum Mist ขนาด 100 มล. ราคา 1,590 บาท ในไทย มาพร้อมกลิ่นหอมละมุนของดอกกุหลาบดามัสก์แรกแย้ม ผสานกลิ่นสะอาดและอบอุ่นของไวโอเลตและมัสก์ เติมความชุ่มชื้น เงางาม และกลิ่นหอมติดทนนานให้เส้นผมแม้อากาศร้อน

เซรั่มมิสท์สูตรพิเศษผสมออยล์ดอกกุหลาบดามัสก์และมอยส์เจอร์ในอัตราสมดุล 4:6 บำรุงผมอย่างล้ำลึก ไม่เหนียวเหนอะหนะ และช่วยปกป้องเส้นผมจากความแห้งเสีย อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรี Rose Pale Hair Comb หวีดีไซน์พิเศษ เมื่อซื้อ Rose Pale Hair Serum Mist ขนาด 100 มล. (สินค้ามีจำนวนจำกัด) ลองใช้และลองดมได้ที่ NONFICTION Pop-Up Store, ชั้น 2 Central Embassy บอกเลยว่า พอได้ลอง เปิดวันก็หอม ปิดวันก็ยังคงหอม ด้วยผมหอมละมุนและชุ่มชื้นตลอดวัน


Pacamara Coffee Roasters เปิด 24 ชม. ที่รพ.จุฬาฯ พร้อมส่วนลด 50% บุคลากรแพทย์

Pacamara Coffee Roasters เดินหน้าขยายบทบาทจากคาเฟ่กาแฟสเปเชียลตี้สู่ “Community of Care” ด้วยการกลับมาเปิดให้บริการสาขาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 บริเวณทางเชื่อมระหว่างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และอาคาร สก เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับ บุคลากรแพทย์ มุ่งสะท้อนแนวคิด “People Together – Living Together” ให้กาแฟเป็นมากกว่าการดื่ม แต่เป็นพื้นที่แห่งพลังใจสำหรับแพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์ ญาติผู้ป่วย และผู้ใช้บริการทุกคน

สาขานี้ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Calm Energy โปร่ง สว่าง สะอาด ด้วยโทนสีอบอุ่นและแสงธรรมชาติ พร้อมเคาน์เตอร์บริการรวดเร็ว คงคุณภาพกาแฟระดับ Pacamara ครบถ้วน เสิร์ฟเมล็ดเบลนด์พิเศษ “KCMH BLEND” ที่มีจำหน่ายเฉพาะสาขานี้ รสเข้มสไตล์ดาร์กช็อกโกแลต หอมวอลนัทและแบล็คที ตอบโจทย์บุคลากรโรงพยาบาลที่ต้องการกาแฟบอดี้แน่นช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว พร้อมมอบส่วนลด 50% สำหรับเครื่องดื่ม และ 15% สำหรับเบเกอรี่และแซนด์วิชแก่บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะ

เพื่อความสะดวก Pacamara มีบริการ Pick-up ผ่านแอป Pacamara Coffee ให้สั่งล่วงหน้าได้ตามเวลาที่ต้องการ และมีพื้นที่นั่งรองรับทั้งการพักผ่อน ทำงาน หรืออ่านหนังสือ นอกจากนี้ยังเปิดตัวแคมเปญสุขภาพ “Be Happy, Be Healthy with Americano” และ “Sport Nutrition Coffee” ตอบรับเทรนด์ Healthy Lifestyle พร้อมเดินหน้าขยายสาขาในทำเลที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เช่น โรงพยาบาลและออฟฟิศ คงมาตรฐานสูงและเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้เช่นเดิม พบกับ Pacamara Coffee Roasters สาขาโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้แล้ววันนี้ และอีก 33 สาขาทั่วประเทศ

Pacamara Coffee Roasters เปิด 24 ชม. ที่รพ.จุฬาฯ พร้อมส่วนลด 50% บุคลากรแพทย์


ซาฟารีเวิลด์ ฉลอง 40 ปี จัดโปรสุดคุ้ม! เที่ยววันละ 1 บาท นาน 3 ปี

ซาฟารีเวิลด์ ฉลอง 40 ปี จัดโปรสุดคุ้ม! เที่ยววันละ 1 บาท นาน 3 ปี

ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 40 ปี จัดโปรโมชั่นแรง “เที่ยววันละ 1 บาท นาน 3 ปี” ให้แฟนๆ สายรักสัตว์ป่าและการแสดงสุดอลังการได้คุ้มจุใจ เพียงสมัครสมาชิกในราคา 1,111 บาท (จากราคาปกติ 8,640 บาท) ก็สามารถเข้าเที่ยวได้ทุกวันตลอด 3 ปีเต็ม (ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2571) ทั้ง 2 โซน ได้แก่

  • ซาฟารีปาร์ค – ตื่นตากับสัตว์ป่านานาชนิดในบรรยากาศซาฟารีแบบเปิด
  • มารีนปาร์ค – สนุกกับการแสดงสัตว์น้ำและโชว์สุดพิเศษ

เด็กสูงต่ำกว่า 100 ซม. เข้าฟรี! ระยะเวลาโปรโมชั่น: ตั้งแต่วันนี้ – 15 กันยายน 2568 หรือจนกว่าบัตรจะหมด (จำนวนจำกัด เต็มก่อนปิดขายก่อน)

ช่องทางซื้อบัตร:

  • ออนไลน์: www.safariworld.com/365
  • หน้าสวนสัตว์: ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฯ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:


NCT DREAM

NCT DREAM สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ร่วมกับผู้ชมกว่า 66,000 คน

NCT DREAM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในไทยในฐานะศิลปินกลุ่มแรกจากค่าย SM ที่จัดคอนเสิร์ต ณ ราชมังฯ 2 ครั้งติด ด้วยยอดผู้ชมกว่า 66,000 คน

NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) สร้างฝันแห่งอนาคตกลางราชมังฯ ร่วมกับผู้ชมกว่า 66,000 คน ในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ 2025 NCT DREAM TOUR <THE DREAM SHOW 4 : DREAM THE FUTURE> in BANGKOK ทั้งหมด 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 16 และวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2025 เวลา 19:00 น. พร้อมจารึกสถิติใหม่แห่งความสำเร็จได้อีกครั้ง ในฐานะศิลปินกลุ่มแรกของค่าย SM ENTERTAINMENT ที่จัดคอนเสิร์ต ณ ราชมังคลากีฬาสถาน สเตเดียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 รวมถึงเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่ายที่จำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตในประเทศไทยได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์

การแสดงในครั้งนี้ NCT DREAM คอนเซปต์ “การเดินทางข้ามกาลเวลา” จากอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ‘Go Back To The Future’ ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบสามมิติสุดอลังการ เล่าเรื่องราวตั้งแต่การย้อนกลับไปในอดีต สู่ปัจจุบันอันรุ่งโรจน์ และทะยานสู่อนาคตในมิติใหม่เหนือจินตนาการ ผสานโปรดักชันตระการตา ทั้งจอ LED ขนาดมหึมา สูง 13 เมตร พร้อมดีไซน์พิเศษทรงแว่นครอบตา และจอเสริมด้านข้าง สูง 7 เมตร รวมความกว้างทุกจอกว่า 122 เมตร เพื่อขยายการมองเห็นให้ผู้ชมทุกมุมอย่างทั่วถึง, โครงสร้างกำแพงปราสาทและกรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่, รถเลื่อนอัตโนมัติ, เครื่องพ่นไฟ, เครื่องยิงเลเซอร์, กระดาษโปรยสั่งทำพิเศษ รวมถึงลิฟต์เอียงต่างระดับ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในทัวร์ครั้งนี้ที่มีเช่นเดียวกับคอนเสิร์ตในเกาหลีใต้

นับถอยหลังสู่การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ด้วยความลุ้นระทึกพร้อมเสียงเชียร์ดังกระหึ่มทะลุสนามทันทีที่ NCT DREAMปรากฏตัวท่ามกลางเลเซอร์และไพโรเทคนิคสุดตื่นตาตื่นใจ ถอดรหัสข้ามเวลาสู่บทเพลงเปิดตัวที่เผยความมุ่งมั่นอย่าง ‘BTTF’, ‘무대로 (Déjà Vu;舞代路)’, ‘Ridin’’, ‘ISTJ’ และ ‘BOOM’ ระเบิดพลังแห่งตัวตนอันเปล่งประกายที่สุด ณ ปัจจุบันบนเวที

การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป เมื่อวงแหวนข้ามมิติได้เปิดออกอีกครั้ง เพื่อพาย้อนอดีตกลับไปยังดินแดนแห่งความฝันในคอนเสิร์ตครั้งก่อนหน้า ไล่เรียงไปจนถึงจุดเริ่มต้นของ “THE DREAM SHOW” หวนคืนความทรงจำแห่งวัยเยาว์อันแสนหวาน ด้วยบทเพลงสดใส มีชีวิตชีวา ‘We Young’, ‘덩크슛 (Dunk Shot)’ และ ‘Candy’ ปลุกความคิดถึงในใจแฟน ๆ พร้อมโอบกอดช่วงเวลาแห่ง “ความฝัน” ที่เติบโตเคียงข้างกันมาอย่างงดงาม

ไม่เพียงเท่านี้ NCT DREAM ได้ตอกย้ำชื่อเสียงของพวกเขาในฐานะ ‘Performance King’ ผ่านเวทีที่ถ่ายทอดเสน่ห์อันหลากหลาย รวบรวมช่วงเวลาสำคัญตลอดเส้นทางไว้อย่างครบถ้วน ทวีดีกรีความร้อนแรงด้วยโชว์สุดแข็งแกร่งในเพลง ‘STRONGER’ และ ‘Best of Me’ รวมถึงเหล่าเพลงฮิตที่ถูกเรียบเรียงใหม่ เพิ่มสีสันด้วยแดนซ์เบรกสุดเท่และท่าเต้นกลุ่มอันพร้อมเพรียงอย่าง ‘맛 (Hot Sauce)’, ‘Diggity’, ‘1, 2, 3’ ต่อเนื่องด้วยเพลงโปรดของแฟน ๆ อย่าง ‘Hello Future’ และ ‘Broken Melodies’ ตลอดจนบทเพลงบัลลาด ‘별 밤 (On the way)’ และ ‘YOU (숲)’ ขับกล่อมความจริงใจผ่านเสียงประสานอันไพเราะและตราตรึง

อีกหนึ่งไฮไลต์ความพิเศษ คือ รถเลื่อนอัตโนมัติที่พา NCT DREAMแล่นไปรอบสเตเดียมช่วงเพลง ‘Off The Wall’, ‘Rocket’ และ ‘ANL’ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยพลังความอบอุ่นและแรงใจจาก NCTzen (ชื่อแฟนคลับ) ซึ่งเตรียมแฟนโปรเจกต์แสนซาบซึ้งให้พวกเขา ทั้งการแปรอักษรจากกล่องไฟเป็นคำว่า “9YEARS 7DREAM” “พี่ NCTzen 🤍 น้อง DREAM”, แบนเนอร์ “พวกเราจะเป็นท้องฟ้าสีฟ้า เพื่อให้ 7DREAM ได้เป็นสายรุ้งทั้ง 7 สี ที่เปล่งประกายอย่างเจิดจรัสบนท้องฟ้าเองนะ” “ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ทำให้วัยเยาว์ของพวกเราสมบูรณ์” “To the Future ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นคำสัญญาจากหัวใจ” และป้ายข้อความ “ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ก็จะเดินไปกับ 7DREAM” “Dear DREAM, I’ll be your home.” ล้วนสะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และคำมั่นสัญญาที่เชื่อมโยงหัวใจเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในค่ำคืนนี้

ตลอดการแสดงกว่า 3 ชั่วโมง 26 บทเพลง ยิ่งยืนยันถึงทุกช่วงเวลาอันมีความหมายที่ NCT DREAM กับผู้ร่วมเดินทางคนสำคัญอย่าง NCTzen ได้พบเจอเคียงข้างกันมา ตั้งแต่อดีตที่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝัน จนกลายมาเป็นความจริงสุดยิ่งใหญ่ ณ ปัจจุบัน ก่อนจะมุ่งหน้าต่อเพื่อร่วมสร้าง “ฝันแห่งอนาคต” ที่สมบูรณ์แบบร่วมกัน

วันสุนัขโลก

กิจกรรมฮีลใจฉลอง วันสุนัขโลก (International Dog Day)

ฮีลใจและฉลอง วันสุนัขโลก กับคลาส Puppy Yoga สุดพิเศษสัมผัสความสุขจากความน่ารักของเจ้าสี่ขาพร้อมยืดเหยียดร่างกายไปกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์คนดัง

alo แบรนด์ชุดออกกำลังกายและสตรีทแฟชั่นชั้.นนำระดับลักซ์ชัวรี่ ร่วมกับ @thestandardhuahin โรงแรม Pet Friendly ริมทะเล และ @puppyyogabkk จัดกิจกรรม Puppy Yoga เนื่องในวัน International Dog Day 2025 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ชวนเหล่าคนรักสุขภาพมาออกกำลังยืดเหยียดร่างกาย พร้อมฮีลใจไปกับความน่ารักของบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยมีอินฟลูเอนเซอร์อย่าง แฮม กนต์ธร, เมย์ ปวีณ์สุดา และ จูจู้ ยุน-จูยอง เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้