น้ำหอม

ถอดรหัสความรักผ่านกลิ่นหอมสไตล์ BRIDGERTON

SMELLS LIKE BRIDGERTON
ถอดรหัสความรักผ่านกลิ่นหอมสไตล์ BRIDGERTON วอร์มอั
ก่อนครึ่งซีซั่นหลังจะเปิดม่าน

ในโลกของ BRIDGERTON ทุกการปรากฏตัวคือเกมของภาพลักษณ์ ตั้งแต่ชุดราตรี สีสันของฤดูกาล ไปจนถึงดีเทลเล็กๆ ที่สะท้อนตัวตน เพราะในสังคมที่ทุกสายตาจับจ้อง ความประทับใจแรกถูกออกแบบอย่างตั้งใจ และถ้าตัวละครเหล่านี้มี ‘กลิ่นประจำตัว’ น้ำหอมก็คงเป็นอีกภาษาหนึ่งที่เล่าเสน่ห์และบุคลิกได้ชัดเจน

ซีซั่นล่าสุดที่เดินเรื่องโดย BENEDICT BRIDGERTON และ SOPHIE BAEK มีมู้ดโรแมนติกที่ละเมียดและมีชั้นเชิง ชวนให้เราตั้งคำถามสนุกๆ ว่า หากต้องเลือกน้ำหอมเพียงหนึ่งกลิ่นเพื่อเข้าสู่สังคม THE TON แต่ละคนจะเลือกความสดใสที่ดึงดูดตั้งแต่แรก หรือความลุ่มลึกที่ค่อยๆ เปิดเผยตัวตน

เพราะในโลกที่ภาพลักษณ์คือทุกอย่าง กลิ่นหอมอาจเป็นดีเทลเล็กๆ ที่เปลี่ยนทั้งอารมณ์และเรื่องราวของการปรากฏตัวครั้งนั้นไปเลย

น้ำหอม

#01
CREED
AVENTUS COLOGNE 
‘BENEDICT BRIDGERTON’

BENEDICT คือชายหนุ่มที่ดูไม่ต้องพยายามอะไรเป็นพิเศษ ก็กลับมีเสน่ห์จนคนรอบข้างต้องเหลียวมอง AVENTUS COLOGNE เปิดด้วยความสดสะอาดที่ให้ความรู้สึกคล้ายเชิ้ตสีขาวตัดเย็บอย่างเนี้ยบกริบ ก่อนจะค่อยๆ เผยความลุ่มลึกแบบไม้หอมที่ทำให้ภาพรวมดูสุขุมและน่าค้นหา กลิ่นนี้ไม่ได้พยายามสร้างความยิ่งใหญ่แบบโอ้อวด แต่เป็นความเท่ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือน BENEDICT ที่ยืนอยู่กลางงานอย่างชิลๆ แต่กลับกลายเป็นคนที่ใครๆ อยากทำความรู้จัก

น้ำหอม

#02
OFFICINE UNIVERSELLE BULY
IRAQI BEETROOT AND EGYPTIAN RHUBARB
‘SOPHIE BAEK’
SOPHIE คือเสน่ห์ที่ไม่ต้องตะโกนเรียกร้องความสนใจ แต่ค่อยๆ ดึงดูดให้คนเข้าใกล้ กลิ่น BEETROOT และ RHUBARB ให้ความรู้สึกสดชื่นแปลกใหม่ มีทั้งความเปรี้ยวบางๆ และความนุ่มลึกจากกลิ่นดิน ทำให้ภาพรวมดูมีมิติและไม่เหมือนใคร ความหอมแบบนี้ไม่ใช่ความหวานตรงไปตรงมา แต่เป็นความละมุนที่ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกพิเศษ เหมือนหญิงสาวที่อาจยืนเงียบอยู่มุมหนึ่งของงาน แต่กลับเป็นคนที่ทุกคนจำได้มากที่สุดเมื่อค่ำคืนนั้นจบลง

น้ำหอม

#03
GUCCI
GUILTY LOVE EDITION
‘ANTHONY BRIDGERTON’

ANTHONY คือบุรุษที่เต็มไปด้วยแรงผลักดันทางอารมณ์ ทุกการตัดสินใจเหมือนมีไฟซ่อนอยู่ภายใน GUILTY LOVE EDITION ถ่ายทอดความรู้สึกนั้นผ่านความหอมที่มีความเข้มข้นและเย้ายวน แต่ยังคงความสง่างามแบบสุภาพบุรุษ กลิ่นให้ความรู้สึกเหมือนการสบตาที่เต็มไปด้วยความหมาย มีทั้งความโรแมนติกและความตึงเครียดอยู่ในจังหวะเดียวกัน เหมือนเรื่องราวความรักของเขาที่ไม่เคยเรียบง่าย

น้ำหอม

#04
BURBERRY
GODDESS PARFUM
‘KATE SHARMA’

KATE คือภาพของผู้หญิงที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน GODDESS PARFUM ใช้วานิลลาในแบบที่อบอุ่นและมั่นคง ให้ความรู้สึกเหมือนผ้าคลุมไหล่เนื้อนุ่มที่ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม กลิ่นไม่ได้หวานจนเด็กสาว แต่เป็นความหอมที่สะท้อนความมั่นใจและความนิ่งภายใน เหมือน KATE ที่ไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดัง แต่เพียงยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้ทุกคนรับรู้ถึงพลังของเธอ

น้ำหอม

#05
DIOR
DIORIVIERA EAU DE PARFUM
‘QUEEN CHARLOTTE’

QUEEN CHARLOTTE คือหัวใจของสังคม THE TON เพียงแค่ปรายตามองก็เหมือนทั้งห้องหยุดนิ่ง DIORIVIERA ถ่ายทอดความสง่างามนั้นผ่านกลิ่นดอกไม้สีขาวที่สดใสและประณีต ให้ภาพสวนฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยแสงแดดและความหรูหรา กลิ่นที่ดูสงบแต่มีพลังดึงดูดในตัวเอง เหมือนราชินีที่ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจ เพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอคือผู้กำหนดจังหวะของฤดูกาลนี้

  • ITEMS OF THE WEEK
  • เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA
  • ช่างภาพ: อิทธิศักดิ์ บุญปราศภัย

‘มีโอกาสชนะ หรือได้พบรักใหม่ จะใช่คุณไหม? ต้องเช็ก!’ดวงรายสัปดาห์ 23 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2569

‘มีโอกาสชนะ หรือได้พบรักใหม่’

ดวงรายสัปดาห์ 23 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่ของชาวอาทิตย์ เป็นไปได้ว่าคุณอาจต้องตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทั้งในเรื่องของผลประโยชน์และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการเกษตร นักตกแต่งสวน งานทางด้านศิลปวัฒนธรรม หรือสินค้าโอทอป อย่างไรก็ตาม แม้จะเหนื่อยกับการแก่งแย่งแข่งขัน หรือถูกบังคับให้ทำงานให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด แต่ก็ยังนับว่าคุณโชคดีที่ผู้ใหญ่ผู้หญิงให้การสนับสนุนและส่งเสริม พร้อมที่จะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้คุณตลอดเวลา

การเงิน  :  มีโอกาสได้ลาภจากผู้ใหญ่ผู้หญิง ทั้งทรัพย์สินและสินทรัพย์เลยทีเดียว แต่ก่อนจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ หรือที่ดินใดๆ ควรหาข้อมูลให้ดีก่อน  

ความรัก  :  ชาวอาทิตย์คู่ใดที่เริ่มใช้คำพูดแรงๆ แบบไม่เกรงใจกันอยู่ สัปดาห์นี้คาดว่าจะควบคุมอารมณ์กันได้ดีขึ้น เป็นไปได้ว่าจะได้มีโอกาสอยู่พร้อมหน้าสมาชิกด้วย คนโสด  สำหรับชาวอาทิตย์ท่านใดที่หัวใจยังอยู่ท่ามกลางการแย่งชิง สัปดาห์นี้มีเฮ เพราะคุณจะเป็นผู้ชนะ หรือไม่ก็ได้พบรักใหม่ที่ไฉไลกว่า

 สุขภาพ  :  เน้นเรื่องอวัยวะภายในของผู้หญิง เช่น มดลูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือหากเพิ่งผ่าคลอดก็ต้องระวังแผลจะกระทบกระเทือน  กับการขาดสารอาหารบางอย่าง

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่ของชาวจันทร์จะเกี่ยวข้องกับการศึกษา เล่าเรียนในแนวทางของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ นักการศึกษา เทรนเนอร์ ติวเตอร์ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะอยู่กับการค้นคว้าออกแบบหลักสูตรใหม่ๆ หรือปฏิรูปแนวการสอนใหม่ๆ ที่เป็นสไตล์ของตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของคุณ แต่ทางที่ดีควรทำเองมากกว่าจะทำในงานประจำ เพราะยากที่ใครจะเข้าใจคุณ

การเงิน  :  หลักๆ คือเงินเดือนประจำ ซึ่งสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะผันผวนจากการที่ญาติมาหยิบยืม และการลงทุนแบบใจใหญ่ จึงควรรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่อย่างนั้นคุณมีโอกาสเป็นหนี้สินก้อนโตได้

ความรัก  :  เป็นสัปดาห์ที่คุณมีโลก 2 ใบ คือโลกของตัวเอง กับโลกภายนอก เพราะมีทั้งการเก็บตัวอยู่ในห้องเพื่อศึกษาตำรับตำรา กับการแต่งตัวสวยเพื่อออกไปเฮฮากับเพื่อน คนที่อยู่ด้วยก็ต้องพยายามเข้าใจ  คนโสด  มีอารมณ์อยากเก็บตัวอยู่คนเดียวนะเนี่ย ขณะที่อีกใจก็อยากแต่งตัวสวยไปหว่านเสน่ห์

สุขภาพ  :  ต้องระวังความเครียด ไมเกรน หรือโรคที่เกี่ยวกับอาการทางประสาท โรคซึมเศร้า นอกจากนั้นระบบการหมุนเวียนเลือดในร่างกายยังมีโอกาสที่จะไม่ปกติ อาจทำให้เป็นโรคเหน็บชา เกล็ดเลือดแข็งตัวช้า รวมถึงโรคความดัน

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   ชาวอังคารเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่ด้วยพระเพลิงเลยทีเดียว เป็นไปได้ว่าตลอด 7 วันนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสายงานอะไร ไม่ว่าคุณจะทำอะไร แม้คุณจะมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จ แต่ก็จะมีปัญหาขลุกขลักให้คอยแก้ไขตลอดเวลา รวมถึงถูกใส่ร้ายป้ายสี ทำงานด้วยความอึดอัดคับข้องใจ ในสมองมีแต่คำว่าอยากลาออกให้จบๆ ไป ก็นับว่าแต้มบุญคุณยังมี เพราะในช่วงปลายสัปดาห์มีโอกาสได้เข้าไปทำงานกับผู้ใหญ่ที่มีบุญและบารมี ซึ่งท่านจะช่วยคุณให้หลุดพ้นจากภาวะนี้ได้  

การเงิน  :  ร้อนเงินมาก รายจ่ายเพียบ เป็นไปได้ว่าจะหมดเงินกับการเลี้ยงเพื่อน และบริวาร นอกจากนี้สัปดาห์นี้ไม่ควรค้ำประกัน หรือทำสัญญากู้ยืมเงินให้ใคร เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับผิดชอบแทน

ความรัก  :  มีโอกาสที่คุณจะจับได้ว่าคู่ครองมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ มีโลกใบที่สอง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่สัปดาห์นี้คุณจะกลับมาอยู่กับผู้ใหญ่สักพัก หรืออาจถาวร  คนโสด  ความหึงหวงมันร้อนอยู่ในอก แล้วเป็นไปได้ว่าจะแตกหักกันเลย

สุขภาพ  :  ต้องระวังอารมณ์เชิงลบต่างๆ เช่น ความโกรธแค้น หึงหวง อาฆาต จะส่งผลร้ายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจ นอกจากนั้นยังต้องระวังโรคภูมิแพ้ฝุ่นและอากาศ  ซึ่งจะส่งผลต่อระบบหายใจ

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับชาวพุธเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่อาจมีสะเทือนนิดหน่อย เพราะเป็นไปได้ว่าภายใน 7 วันนี้งานจะเข้าคุณอย่างจังเลย อาจเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนร่วมงานอย่างรุนแรงจนไม่สามารถทำงานด้วยกันได้อีก อย่างไรก็ตามหากคุณตัดสินใจเริ่มต้นงานใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานการเกษตร ออกแบบตกแต่งสวน ทางด้านศิลปวัฒนธรรม งานโอท้อป ฯลฯ มีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายให้ความเมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ มีผลงานปัง     

การเงิน  : ต้นสัปดาห์มีโอกาสที่รายจ่ายเยอะจนหมุนเงินไม่ทัน หรือขาดรายได้จากการไม่ได้ทำงาน แต่ปลายสัปดาห์คุณจะหายใจได้สะดวกขึ้น เพราะมีโอกาสได้ลาภจากการซื้อ-ขาย หรือให้เช่าที่ดิน ที่นา ที่สวน หรือตลาด    

ความรัก  :  ต้นสัปดาห์มีโอกาสที่เหตุผลและทัศนคติไม่ตรงกันจนมีปากเสียงกันบ่อยๆ จนกระทั่งช่วงท้ายสัปดาห์ผู้ใหญ่จะเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย จึงจะค่อยๆ ปรับตัวได้และมีความสุข คนโสด ก็ยังอยู่กับความรู้สึกที่ความรักไม่มีอยู่จริง แต่ปลายสัปดาห์ความคิดอาจเปลี่ยนไป เพราะผู้ใหญ่ที่เข้าใจคุณยังมีตัวตนอยู่จริง  

สุขภาพ   :  ระวังหกล้มหรือบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงขาและหลัง มีโอกาสปวดหลัง ปวดตามข้อและกระดูก พยายามออกกำลังกาย  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่ของชาวพฤหัส สำหรับผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้สติปัญญา และความสามารถเฉพาะตัว เช่น นักบริหาร นักการเมือง นักปกครอง เจ้าของกิจการ นักธุรกิจ หรือที่เกี่ยวข้องกับทหารและตำรวจ องค์กรระหว่างประเทศ ในรอบ 7 วันนี้มีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กลายเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ หรือรับงานที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ แต่ด้วยความเก๋าเกมของคุณสามารถรับมือได้อย่างชิลๆ ใครก็ไม่สามารถผลักคุณตกจากเก้าอี้ได้  

การเงิน  :  มีการวางแผนเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเงินเข้ามาให้ใช้จ่ายอย่างไม่ขาดมือ แต่ต้องระวังจุดอ่อนในสัปดาห์นี้คือ เชื่อคนง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่มีหลักการและเหตุผล

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะเป๊ะในเรื่องความประพฤติและการปฏิบัติ ซึ่งคู่ครองคุณก็เข้าใจ ไม่หือไม่อือ เพราะฉะนั้นก็มีความสุขกันแบบเป๊ะๆ นี่ล่ะ   คนโสด  คุณยังไม่กล้าตัดสินใจกับความรักที่ไม่ถูกต้อง แม้ความคิดและทัศนคติจะถูกต้องตรงใจกันอย่างไร ก็ยังรักที่จะดูใจกันต่อไป

สุขภาพ   :   จริงจังและเครียดกับชีวิตมากไป จึงมีโอกาสปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโรคหัวใจและระบบเส้นเลือดก็จะตามมา นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคผิวหนังด้วย  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ ขึ้นเดือนใหม่แล้ว แต่ชาวศุกร์ก็ยังเป็นจิตอาสาให้กับหมู่คณะอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วคุณได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้ใหญ่ ส่วนเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ แต่เพราะอีโก้ของคุณที่ต้องการชัยชนะมากกว่าความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน จึงมีโอกาสที่คุณจะถูกอิจฉาริษยาและใส่ร้ายป้ายสี จนเกิดผลกระทบต่อหน้าที่การงานอย่างน่าเสียดาย เพราะฉะนั้นจึงควรเปิดใจ พร้อมกับหาเพื่อนที่รู้ใจมาช่วยกันทำงาน และปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วย  

การเงิน  :  สัปดาห์นี้คุณสนใจแก่นของงานมากกว่าผลตอบแทน ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะหมดเงินไปกับการเลี้ยงเพื่อนฝูงและลูกน้องตอบแทนที่เขาทำงานให้ รวมถึงสงเคราะห์ญาติผู้ใหญ่ จนแทบไม่เหลือเงิน หรือทำงานก็ไม่มีเงิน

 ความรัก :   สัปดาห์นี้น่าจะเป็นเพื่อนหรือคู่คิดที่ช่วยสนับสนุนเรื่องงาน และเรื่องครอบครัว แต่คุณก็ต้องละอีโก้ของตัวเองลงด้วย จึงจะคุยกันรู้เรื่อง คนโสด  สำหรับสัปดาห์นี้ คนที่คุณเลือกน่าจะเป็นผู้ใหญ่ในออฟฟิศที่สามารถรับฟังและเป็นที่ปรึกษาให้ได้ทุกเรื่อง   

 สุขภาพ  :  มีโอกาสเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บอย่างไม่คาดคิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลื่น หกล้มหรือบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงขาและหลัง มีโอกาสปวดหลัง ปวดตามข้อและกระดูก

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  ชาวเสาร์เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เดือนใหม่ด้วยการอยู่ในเซฟโซนสุดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่เกี่ยวกับความบันเทิงเริงรมย์ ดนตรี กวี ศิลป์ งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย แกะสลัก ฯลฯ  มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะได้เรียนรู้งานหรือทักษะใหม่ๆ ทั้งที่คุณมีความสามารถในการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่คุณจะทำแบบเรียบๆ ไม่โดดเด่นหรือหวือหวา เพื่อให้รอดจากสถานการณ์นี้ไปก่อน

การเงิน  :  คุณสามารถวางแผนเงินกับเรื่องสำคัญๆ ได้อย่างดี ซึ่งสัปดาห์นี้หากคิดจะลงทุนเพิ่มก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ก็ต้องดูดีๆ เพราะมีโอกาสถูกหลอกได้เช่นกัน  

ความรัก  :   แม้คุณจะอยู่กันแบบระแวงกันตลอดเวลา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงอยู่กันต่อไปค่ะ  คนโสด  มีโอกาสที่ความสัมพันธ์เก่าๆ จะกลับมา แต่คุณก็เลือกที่จะคบต่อท่ามกลางความไม่ไว้วางใจกันตลอดเวลา แล้วจะมีความสุขกันไหมล่ะ  

สุขภาพ   :  ต้องระวังปัญหาที่เกี่ยวกับอวัยวะภายใน เช่น มดลูก หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งมีสาเหตุจากการที่เลือดน้อย เลือดจาง จนมีความเสี่ยงที่จะเป็นลมวูบได้อย่างไม่ทันตั้งตัวเลย  

GrannyBlouse

เสน่ห์กลิ่นอายวินเทจ! สำรวจ “Granny Blouse” เสื้อผ้าคุณย่าที่กลับมาครองตู้

ฤดูกาลนี้ เสื้อผ้าสไตล์หวานละมุนแบบคุณย่าอย่าง Granny Blouse กำลังกลับมาครองรันเวย์อีกครั้ง!

วันนี้ว่ากันด้วยเรื่องของ ไอเท็มที่โดดเด่นด้วยดีเทลระบาย ลูกไม้ ปกคอบัว โบ ลายดอกไม้ หรือลายจุดแสนละมุน ให้กลิ่นอายโรแมนติก และอ่อนหวานทำให้ลุคดูนุ่มนวล แต่ยังคงความเนี้ยบ สง่างามในเวลาเดียวกัน

สำหรับ Granny Blouse สามารถแมตช์ลุคได้ ทั้งจับคู่กับกางเกงสแลคเพื่อบาลานซ์ความหวานด้วยความเท่ หรือสไตลิ่งกับกระโปรงเพื่อขับความเฟมินีนให้ชัดขึ้นก็ได้เช่นกัน สำหรับสายโมเดิร์น ลองเลเยอร์ทับด้วยเบลเซอร์ หรือแมตช์กับเดนิมสีเข้มเพื่อสร้างคอนทราสต์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น

จากคอลเล็คชั่นล่าสุดของหลากหลายแบรนด์ จะเห็นได้ว่าแรงบันดาลใจแบบวินเทจได้รับการนำกลับมาตีความใหม่ผ่านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมซง ไม่ว่าจะเป็นการปรับสัดส่วน เพิ่มวอลลุ่ม หรือเลือกใช้แพตเทิร์นสดใส ทำให้ Granny Blouse ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้าแห่งความทรงจำ หากกลายเป็นไอเท็มชิ้นหลักที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของผู้สวมใส่ได้ทุกยุคสมัย

ครั้งนี้ แพรว จึงอยากมาแนะนำ 7 ไอเท็มสุดคลาสสิก พร้อมวิธีแมตช์ลุคให้ครบทุกสไตล์ เพราะไอเท็มนี้ไม่ได้มีที่แค่ความหวานเพียงอย่างเดียว

เริ่มต้นด้วย 2 ไอเท็มสีหวาน อย่าง เสื้อคอตตอนลายฉลุ Fleurs Ajours Margheritine จาก Valentino หากนำมาแมตช์กับกางเกงยีนส์ไม่ว่าจะขาสั้นหรือขายาวสำหรับซัมเมอร์ที่มาถึง คงเหมาะกับวันสบายๆ ในลุคหวานละมุน ส่วนเสื้อเชิ้ตชีฟองพิมพ์ลายดอกกุหลาบจาก Dolce & Gabbana นี้ นอกจากความน่ารักที่ถ่ายทอดผ่านปกเสื้อคอบัว และระบายลูกไม้บริเวณหน้าอกแล้ว หากนำมาแมตช์เป็นเสื้อตัวด้านใน ทับด้วยเบลเซอร์สักตัว ก็สามารถเพิ่มความทางการและให้ลุคที่โมเดิร์นขึ้นได้

ต่อมากับเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายมัสลินสีม่วงไลแลคจาก Gucci เหมาะสำหรับลุคคุณหนูสุดๆ ยิ่งได้จับคู่กับกระโปรง และถุงเท้าข้อยาวสีเทา คอมพลีตลุคด้วยรองเท้าแมรี่เจนสีแดงประจำแบรนด์ รับรองว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวค่ะ

นอกจากนี้ หากใครอยากเพิ่มความสนุกให้ไอเท็มชิ้นนี้ ลองหยิบเสื้อลายจุด เหมือนกับคร็อปท็อปคอวีจาก Chloé มาแมตช์กับแอ๊กเซสซอรี่ส์หนึ่งชิ้นอย่าง ที่คาดผม กระเป๋าถือ ถุงเท้า หรือรองเท้า ในลายเดียวกัน ลุคที่ได้ก็จะมีความสนุกมากขึ้น

สองลุคต่อมาเอาใจคนชอบลวดลาย อย่าง เบลาซ์แขนกุดผ้าทวิลล์ จาก Louis Vuitton ที่โดดเด่นด้วยลาย Monogram Flower แล้ว หากนำไปแมตช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้นหรือกระโปรงยาวสีขาว ก็สามารถบาลานซ์ระหว่างลวดลายกับความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว หรือเสื้อเชิ้ตผ้าไหมทวิลล์จาก Dior หากนำมาแมตช์กับกางเกงเอวสูงสักตัว ก็ได้ลุคที่ทั้งเท่และทะมัดทะแมงไปอีกแบบ

สุดท้ายกับเสื้อสไตล์ลาวาลลิแยร์สีส้มพีช แม้จะอ่อนหวานด้วยดีไซน์ แต่ก็แอบซ่อนความเซ็กซี่ไว้บนดีเทลลูกไม้ หากเพิ่มดีกรีความเฟมินีนไปอีกขั้น กระโปรงทรงดินสอ และรองเท้าส้นสูงอาจตอบโจทย์ ก่อนเพิ่มลูกเล่นด้วย ต่างหูมุก สักคู่ ก็เป็นอีกลุคที่เติมเสน่ห์ความหวานละมุนได้แน่นอน


Cr. Courtesy of Brand

ดนตรีในสวน

นับถอยหลังความสุข สัปดาห์สุดท้าย! ดนตรีในสวน ปีที่ 33

บรรยากาศยังคงคึกคักต่อเนื่อง สำหรับเทศกาล “ดนตรีในสวน ครั้งที่ 33 (Concert in the Park)” โดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ที่เดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 พร้อมแฟนเพลงจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ แห่มาจับจองเต็มพื้นที่ ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี เพื่อพักผ่อนและดื่มด่ำบทเพลงยามเย็นวันอาทิตย์

ดนตรีในสวน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วง RBSO และศิลปินคุณภาพกว่า 70 ชีวิต ร่วมสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่น ผ่านเสียงดนตรีทั้งบทเพลงจากภาพยนตร์ชื่อดังและเพลงคลาสสิกที่คุ้นหู กลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมฮีลใจของคนกรุงเทพฯ ที่พาครอบครัวและคนรักมาใช้เวลาพิเศษร่วมกัน

ดนตรีในสวน

ขณะนี้เหลืออีกเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการแสดงรอบสุดท้าย ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 น. ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี โดยการแสดงจะมีต่อเนื่องจนถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569


SMTOWN

‘SMTOWN LIVE 2025-26’ ผนึกพลังศิลปินเฉลิมฉลอง 30 ปี

‘SMTOWN LIVE 2025-26’ ผนึกพลังศิลปินกว่า 64 ชีวิต ฉลองครบรอบ 30 ปี จัดเต็มโชว์สุดเอกซ์คลูซีฟ ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

ตอกย้ำสถานะค่ายเกาหลีแรกและหนึ่งเดียวของวงการเค-ป็อป ที่สามารถจัดคอนเสิร์ตรวมศิลปินระดับสเกลสเตเดียมได้ครั้งที่ 3 ในประเทศไทย คอนเสิร์ตรวมศิลปิน ‘SMTOWN LIVE 2025-26 [THE CULTURE, THE FUTURE] in BANGKOK’ ส่งท้ายทัวร์เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของค่าย SM ENTERTAINMENT อย่างงดงาม ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งตรงกับวันแห่งความรัก และยังเป็นวันครบรอบการก่อตั้งค่าย นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเดินทางตลอด 3 ทศวรรษ พร้อมตอกย้ำสถานะค่ายเกาหลีแรกและหนึ่งเดียวของวงการเค-ป็อป ที่สามารถจัดคอนเสิร์ตรวมศิลปินระดับสเกลสเตเดียมได้เป็นครั้งที่ 3 ในประเทศไทย

SMTOWN1

‘SMTOWN LIVE’ เปรียบดั่งเทศกาลดนตรีที่เชื่อมโยงศิลปินและแฟนคลับหลากหลายเจเนอเรชันให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงพาชาว PINK BLOOD (พิงค์บลัด : ชื่อเรียกผู้ที่รักในศิลปินและคอนเทนต์ของ SM) ย้อนสัมผัสดนตรีอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมากว่า 30 ปีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ในอนาคตของค่ายที่มุ่งมั่นสู่การเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนมากมายต่อไปผ่านดนตรี โดย ‘SMTOWN LIVE 2025-26 [THE CULTURE, THE FUTURE]’ เป็นการกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 13 ปี พร้อมการผนึกกำลังของศิลปินกว่า 13 ทีม รวมทั้งสิ้น 64 ชีวิต ได้แก่ HYOYEON วง Girls’ Generation, MINHO วง SHINee, EXO, IRENE SEULGI JOY วง Red Velvet, NCT 127, NCT DREAM, WayV, aespa, RIIZE, NCT WISH, Hearts2Hearts, XngHan&Xoul และทีมเด็กฝึกหัดชายอย่าง SMTR25 ที่ล้วนตั้งใจนำเสนอโชว์รูปแบบต่าง ๆ ทั้งกลุ่ม เดี่ยว ยูนิต และการคอลแลบอเรชันระหว่างศิลปิน เพื่อมอบเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำและความเพลิดเพลินให้กับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 4 ชั่วโมง รวม 51 บทเพลง

ศิลปิน SM ผู้เป็นที่รักของแฟนคลับชาวไทยมาทุกยุคสมัย ได้ขนเพลงใหม่และเพลงที่โชว์เอกลักษณ์ของแต่ละวงมาสร้างความประทับใจ ตั้งแต่ HYOYEON เพลง ‘Retro Romance’, MINHO เพลง TEMPO, EXO เพลง Crown, Red Velvet เพลง Bad Boy, NCT 127 เพลง Walk, NCT DREAM เพลง Beat It Up, WayV เพลง Eternal White, aespa เพลง Rich Man, RIIZE เพลง Fame, NCT WISH เพลง COLOR, Hearts2Hearts เพลง FOCUS และ XngHan&Xoul เพลง Waste No Time รวมถึงเวทีโซโล่ที่ดึงดูดความสนใจของสมาชิกวง NCT อย่าง TAEYONG เพลง SHALALA, YUTA เพลง Off The Mask และ TEN กับเมดเลย์เพลง BAMBOLA, STUNNER

SMTOWN2

นอกจากนี้ ยังมีเพลงฮิตที่คิดถึงอย่าง MINHO เพลง CALL BACK, EXO เพลง Don’t Go), Red Velvet เพลง Red Flavor, NCT 127 เพลง Fact Check , NCT DREAM เพลง Hot Sauce, WayV เพลง BIG BANDS, aespa เพลง Supernova, RIIZE เพลง Boom Boom Bass, NCT WISH เพลง Steady และ Hearts2Hearts เพลง STYLE

ไฮไลต์ที่ทำให้หัวใจของชาวเลือดสีชมพูสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นถึงขีดสุดคือ การแสดงร่วมกันข้ามรุ่นที่สามารถพบได้แค่ใน ‘SMTOWN LIVE’ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง Second โดย HYOYEON และ JUUN ที่ชวนให้ได้พักชมเสน่ห์ที่ผสานกันอย่างลงตัว, เพลงโชว์สกิลแรปไฟลุก ‘Misfit’ ของ NCT U ที่ร้องโดย JOHNNY TAEYONG MARK JENO HENDERY YANGYANG, เพลงที่ปลุกสัญชาตญาณอันทรงพลัง ZOO โดย TAEYONG JENO HENDERY YANGYANG GISELLE เรียกเสียงเชียร์อย่างถล่มทลาย, เพลงสุดมันส์ DESSERT ของ HYOYEON ที่เพิ่มดีกรีความร้อนแรงด้วยการร่วมแสดงของ YANGYANG และ STELLA ตลอดจนทีมเด็กฝึกหัด SMTR25 ที่โชว์การแสดงเมดเลย์รวมเพลงของศิลปินรุ่นพี่เพื่อเป็นเกียรติแก่ SM เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี

SMTOWN3

ยิ่งไปกว่านั้น เวทีสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะใน ‘SMTOWN LIVE 2025-26’ ที่ฟุกุโอกะและกรุงเทพฯ ยกระดับบรรยากาศของค่ำคืนให้เปี่ยมสีสัน ทั้งเพลง Chu~ ของ f(x) ที่โดดเด่นด้วยเคมีความน่ารักเกินใจต้านทานของ IRENE SEULGI KARINA WINTER และเวทีคัฟเวอร์เพลง Soda Pop ของ Saja Boys ที่เสน่ห์อันน่าหลงใหลของ JAEMIN JISUNG EUNSEOK WONBIN SION เติมเต็มความสดชื่นเต็มแม็กซ์

โดยช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ศิลปินทุกคนได้มารวมตัวบนเวทีเดียวกันเพื่อร้องเพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘SMTOWN LIVE’ อย่างเพลง Hope from KWANGYA ก่อนขึ้นรถเลื่อนไปขอบคุณผู้ชมทั่วสเตเดียม ท่ามกลางกระแสความอบอุ่นของแฟนคลับชาวไทยที่รวมใจกันจัดทำโปรเจกต์ป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ถ่ายทอดข้อความแห่งความรักและการสนับสนุนถึงทุกศิลปิน

SMTOWN4

การแสดงในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ส่งท้ายทัวร์ ‘SMTOWN LIVE 2025-26’ อย่างงดงาม ด้วยแสง สี และไพโรเทคนิคที่ส่องประกายเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน จารึกเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของเค-ป็อป ผ่านพลังแห่งเสียงเพลงจากค่ายผู้บุกเบิก SM ENTERTAINMENT ที่เติบโตเคียงข้าง PINK BLOOD มากว่า 30 ปี และยังคงมุ่งมั่นสู่อนาคตอันสดใส บนเส้นทางดนตรีที่ดำเนินต่อไป

ย้อนไทม์ไลน์ เจ้าชายแอนดรูว์ กับเรื่องอื้อฉาวที่กระทบภาพลักษณ์ราชวงศ์อังกฤษ

ภาพลักษณ์ ความสง่างาม และหน้าที่ต่อสาธารณะของ ราชวงศ์อังกฤษ ถือเป็นสิ่งที่ทำให้สาธารณชนไว้วางใจในสถาบัน แต่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เจ้าชายแอนดรูว์ (Prince Andrew, Duke of York) กลับกลายเป็นหนึ่งในวิกฤตศรัทธาที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสถาบัน

ย้อนไทม์ไลน์ เจ้าชายแอนดรูว์ กับเรื่องอื้อฉาวที่กระทบภาพลักษณ์ราชวงศ์อังกฤษ

แต่ก่อนที่ชื่อของ เจ้าชายแอนดรูว์จะถูกเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวระดับโลก ชีวิตของเขาเพียบพร้อม เป็นชนชั้นสูง เป็นนายทหารเรือ นักบินเฮลิคอปเตอร์ วีรบุรุษสงครามฟอล์กแลนด์ และพระโอรสองค์โปรดของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร แต่เส้นทางชีวิตที่ดูมั่นคงนั้นเริ่มสั่นคลอนจากความสัมพันธ์กับชายที่ชื่อ เจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein)

ใช่ช่วงปี 1990 ถึงต้น 2000 เจ้าชายแอนดรูว์เริ่มรู้จัก เอปสตีนผ่านสังคมชนชั้นสูงระหว่างประเทศ โดยมีบุคคลสำคัญอย่าง กิสเลน แมกซ์เวลล์ (Ghislaine Maxwell) เป็นคนแนะนำให้รู้จัก ซึ่งในเวลานั้น เอปสตีน ถูกมองว่าเป็นนักการเงินผู้ทรงอิทธิพล มีเครือข่ายมหาเศรษฐี นักการเมือง และคนดังทั่วโลก การคบหาสมาคมกับเขาจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสายตาสังคมชั้นสูง แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ ภายใต้ภาพลักษณ์ความสำเร็จนั้น ได้ซ่อนคดีอาชญากรรมทางเพศที่กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่ปีต่อมา

ปี 2008 เอปสตีน รับสารภาพคดีเกี่ยวกับการค้าประเวณีผู้เยาว์ในสหรัฐอเมริกา และถูกจำคุกช่วงสั้น ๆ แม้คดีจะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสังคมอเมริกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้าชายแอนดรูว์กลับไม่ได้สิ้นสุดลงทันที

ในปี 2010 ภาพของเจ้าชายแอนดรูว์ขณะเดินเคียงข้าง เอปสตีน ในสวนสาธารณะ Central Park ที่นิวยอร์ก ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก หลังจาก เอปสตรีนเพิ่งพ้นโทษได้ไม่นาน ภาพนั้นไม่ได้เป็นเพียงภาพถ่ายธรรมดา แต่กลายเป็นภาพที่ทำให้สังคมเริ่มสงสัย และตั้งคำถามว่า เหตุใดพระราชวงศ์ระดับสูงจึงยังคงคบหาบุคคลที่เคยถูกตัดสินคดีทางเพศ จึงทำให้แรงกดดันจากสื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี 2011 เจ้าชายแอนดรูว์ประกาศยุติความสัมพันธ์กับ เอปสตีนและลาออกจากตำแหน่งผู้แทนการค้าของสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว

CAP/PLF Image supplied by Capital Pictures

ปี 2015 ชื่อของเจ้าชายแอนดรูว์ถูกกล่าวถึงในเอกสารทางศาลของสหรัฐ เมื่อหญิงสาวชื่อ เวอร์จิเนีย จิวฟรี (Virginia Giuffre) อ้างว่าเธอถูกบังคับให้มีความสัมพันธ์กับเจ้าชายตั้งแต่อายุ 17 ปี แต่เจ้าชายปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่มีการตั้งข้อหาทางอาญาในเวลานั้น แต่เรื่องราวดังกล่าวไม่เคยหายไปจากข่าว และชื่อของ เจ้าชายแอนดรูว์ยังคงถูกเชื่อมโยงกับคดีนี้อยู่เสมอ

ช่วงเดือนสิงหาคม 2019 เอปสตีน ถูกจับอีกครั้งในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศ ซึ่งเป็นคดีใหญ่ที่รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ดำเนินการ ข่าวดังกล่าวจุดชนวนความสนใจระดับโลกต่อเครือข่ายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเขา ไม่นานหลังจากนั้น เอปสตีน เสียชีวิตในเรือนจำ เหตุการณ์นี้ยิ่งเพิ่มความสงสัยและทฤษฎีต่าง ๆ ในสังคม ขณะที่สื่อทั่วโลกหันไปจับตาบุคคลใกล้ชิดกับเขา และหนึ่งในนั้นคือ เจ้าชายแอนดรูว์

เดือนพฤศจิกายน 2019 เจ้าชายแอนดรูว์ตัดสินพระทัยให้สัมภาษณ์กับรายการ BBC Newsnight เพื่ออธิบายความสัมพันธ์กับ Epstein และปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่แทนที่จะช่วยกู้ภาพลักษณ์ การสัมภาษณ์ดังกล่าวกลับยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และกลายเป็นวิกฤตภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ของราชวงศ์อังกฤษ ผู้ชมจำนวนมากวิจารณ์ว่า เจ้าชายแอนดรูว์ไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อ และคำอธิบายหลายประเด็นดูไม่น่าเชื่อถือ แรงกดดันจากสาธารณะจึงเพิ่มขึ้นทันที และอีกไม่กี่วันต่อมา เจ้าชายแอนดรูว์ได้ประกาศถอนตัวจากพระกรณียกิจทั้งหมด

(Photo by Jonathan Raa/NurPhoto)

มาในปี 2020–2021 อัยการสหรัฐกล่าวหาว่าเจ้าชายไม่ให้ความร่วมมือเพียงพอในการสอบสวน ขณะที่ทีมกฎหมายของพระองค์ยืนยันตรงกันข้าม และในปี 2021 เวอร์จิเนีย จิวฟรี ได้ยื่นฟ้องทางแพ่งในนิวยอร์ก และศาลอนุญาตให้คดีดำเนินต่อ นั่นหมายความว่าเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายอังกฤษระดับสูงต้องเผชิญกระบวนการศาลในฐานะบุคคลทั่วไป

กระทั่งในเดือนมกราคม 2022 สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ทรงถอดตำแหน่งทหารกิตติมศักดิ์และการใช้ฐานันดร HRH ในทางปฏิบัติจากเจ้าชายแอนดรูว์ เพื่อให้การต่อสู้คดีเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับสถาบัน หนึ่งเดือนต่อมา คดีสิ้นสุดลงด้วยการยอมความนอกศาล โดยไม่มีการยอมรับผิด

Mumby/Indigo/Getty Images

แม้คดีจะจบลงในทางกฎหมาย แต่ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าชายแอนดรูว์ยังคงอยู่ เขาแทบไม่ปรากฏตัวในบทบาทสาธารณะอีก ไม่ได้กลับไปปฏิบัติภารกิจเหมือนเดิม และชื่อของเขายังคงถูกเชื่อมโยงกับเรื่องอื้อฉาวนี้อยู่เสมอ

ตลอดหลายปีต่อมา สถานะของเเจ้าชายแอนดรูว์ภายในราชวงศ์ก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากสมาชิกระดับสูงที่เคยมีบทบาทสำคัญ กลายเป็นบุคคลที่ลดบทบาทลงอย่างมาก

กระทั่งวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 เรื่องราวก็กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่เจ้าชายแอนดรูว์ถูกตำรวจควบคุมตัวในข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในหน้าที่ราชการ โดยสื่อมีการสันนิษฐานว่า เรื่องนี้อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน

ทั้งนี้มีการรายงานว่า เจ้าชายแอนดรูว์ถูกควบคุมตัวประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในสถานะ “อยู่ระหว่างการสอบสวน” ซึ่งหมายความว่ายังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เรื่องราวทั้งหมดกลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง


ดูแล

การเติบโตของผู้หญิงยุคใหม่ ดูแลผิว แบบNext Generation

ในยุคที่การดูแลผิวไม่ใช่แค่เรื่องของ “ขั้นตอน” แต่คือ “ไลฟ์สไตล์” และการสะท้อนตัวตน PrimaNest (พรีมาเนสท์) แบรนด์สกินแคร์ไทยที่สร้างชื่อเสียงในระดับเอเชีย ได้สร้างปรากฏการณ์ความละมุนครั้งใหม่ผ่านการคอลแลบร่วมกับ FAHFAHS (ฟ้า–ณภัทร คันธารักษ์) ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งการร่วมงานในครั้งนี้ยังเล่าเรื่องราวการเติบโตของผู้หญิงในวัย Young Adult ที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานและการค้นพบความมั่นใจในแบบของตัวเอง

สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่

สำหรับคาแรคเตอร์ของ FAHFAHS ในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบมาให้ดู “เติบโตขึ้นอย่างมีเสน่ห์” จากเด็กหญิงแสนอ่อนโยน สู่หญิงสาวที่ดูมั่นใจและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสดใสผ่านโทนสีพาสเทลและองค์ประกอบชวนฝันอย่างก้อนเมฆและดอกไม้

โดยแนวคิดนี้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ “Your Next Generation Skin” ของ PrimaNest ที่มองว่าการดูแลผิวคือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เพียงเพื่อวันนี้ แต่เพื่อผิวที่ดูดีอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบของคนรุ่นใหม่

ไอเท็มคู่ใจสู้แสง

เพื่อการดูแลผิวในชีวิตประจำวันอย่างครบขั้นตอน เพราะการเลือกกันแดดที่ทั้งปกป้องและบำรุงได้ในตัวคือกุญแจสำคัญของผิวสุขภาพดี สูตรนี้ผสาน X6 Complex พร้อมเทคโนโลยี Encapsulated UV Filters ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดด ควบคู่ Lipoaminoacid ที่ช่วยลดความร้อนสะสมบนผิว และรับมือรังสีสำคัญทั้ง UVA I, UVA II, UVB, Blue Light และ Infrared ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมง่าย สบายผิว จึงเหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบของคนยุคใหม่ที่ต้องการสกินแคร์ประสิทธิภาพสูงในขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก

ประสบการณ์ความละมุน

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแล้ว การคอลแลบครั้งนี้ยังมาพร้อมกับ Exclusive GWP Collection ลิมิเต็ดเอดิชัน อาทิ กระเป๋าพกพาพร้อมพวงกุญแจดีไซน์สุดคิวท์ และกระเป๋าสะพายทรงบักเก็ต ที่ออกแบบมาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์วันหยุดหรือวันทำงานได้อย่างลงตัว

คุณประภัสสร ทรัพย์อุไรรัตน์ Sale Director ของ PrimaNest เผยถึงการคอลแลบกันครั้งนี้ว่า“การร่วมมือพิเศษครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของ PrimaNest ที่มองว่าการดูแลผิวไม่ใช่แค่ขั้นตอนในชีวิตประจำวัน แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ เมื่อ Skincare ผสาน Lifestyle อย่างลงตัว จึงเกิดเป็นคอลแลบ PrimaNest x FAHFAHS ที่ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านงานศิลปะ คาแรคเตอร์ และประสบการณ์พิเศษที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้จริง” ซึ่งภายในงานเปิดตัว PrimaNest x FAHFAHS POP-UP Store ยังได้รับเกียรติจาก คุณพนาพรรณ ลิ่มพิสุทธิ์ Senior Manager, Product Marketing และคุณศิวาพร พรมเงิน Manager, Product Marketing จาก EVEANDBOY มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

แฟนๆ สามารถร่วมสัมผัสความน่ารักของคาแรคเตอร์ FAHFAHS ทดลองสินค้าใหม่จาก PrimaNest และเก็บโมเมนต์สุดละมุนจากคอลแลบ PrimaNest x FAHFAHS ได้ที่ PrimaNest x FAHFAHS POP-UP Store ณ EVEANDBOY สาขา Centerpoint Siam Square (Flagship Store) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 – 5 มีนาคม 2569

#Primanest #Eveandboy #PRIMANESTXFAHFAHS #PRIMANESTxEVEANDBOY #UltimateHydraSunSerum

POP MART THAILAND

สายอาร์ตทอยห้ามพลาด POP MART เปิดสโตร์ใหม่ธีม The Monsters ที่ ZPELL

POP MART THAILAND เปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟน ๆ ชาวป๊อปกับการเปิดสโตร์แห่งใหม่ ณ ศูนย์การค้า ZPELL @ FUTURE PARK รังสิต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Monsters” เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของจักรวาลคาแรกเตอร์ยอดฮิต พร้อมยกขบวน Labubu และผองเพื่อนมาให้แฟนไทยได้อินแบบเต็มพิกัด

สโตร์แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ POP CULTURE และ ENTERTAINMENT ที่รวมทั้งอาร์ตทอย คอลเลกชันลิมิเต็ด และกิจกรรมพิเศษไว้ในจุดเดียว นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กใหม่ของสายสะสมอาร์ตทอยและแฟน POP MART ในประเทศไทย

The Monsters จากภาพสเก็ตช์สู่ปรากฏการณ์อาร์ตทอยระดับโลก

จักรวาล The Monsters ถือกำเนิดขึ้นในปี 2015 จากจินตนาการของศิลปิน Kasing Lung ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานนอร์สและนิทานพื้นบ้านยุโรป ก่อนพัฒนาเป็นคาแรกเตอร์ชื่อดังอย่าง Labubu เอลฟ์ฟันแหลมสุดกวน และผองเพื่อนสัตว์ประหลาดในป่าลึก

หลังจากร่วมงานกับ POP MART ในปี 2019 The Monsters ได้เติบโตสู่ปรากฏการณ์ระดับโลก กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงความทรงจำและอารมณ์ของแฟน ๆ ทั่วโลก และในวาระครบรอบ 10 ปีครั้งนี้ จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเฉลิมฉลองการเดินทางแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

รวมคอลเล็คชั่น Labubu และ The Monsters ครบที่สุด

สโตร์ POP MART แห่งใหม่ที่ ZPELL รวบรวมคอลเล็คชั่น The Monsters ไว้อย่างครบครัน ทั้งคอลเล็คชั่นครบรอบ 10 ปี และไอเท็มยอดนิยม เช่น

  • MEGA LABUBU 400% และ 1000% Tenth Anniversary
  • THE MONSTERS 10th Anniversary Series – ZIMOMO Vinyl Plush Doll
  • THE MONSTERS 10th Anniversary Series Figures
  • พวงกุญแจ Plush Doll และฟิกเกอร์ยอดฮิต
  • ไลฟ์สไตล์ไอเท็ม เช่น เทียนหอม สายคล้องมือถือ และของใช้สุดคิวต์

นอกจากนี้ยังมีคอลเล็คชั่นยอดนิยมอื่น ๆ จาก POP MART ไม่ว่าจะเป็น Molly, Crybaby, DIMOO, Hirono, SKULLPANDA, PUCKY และ Twinkle Twinkle ให้แฟน ๆ ได้เลือกสะสมอย่างจุใจ

ไฮไลต์ Big Figure และเมนู Popsicle เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะไทย

หนึ่งในจุดเด่นของสโตร์คือ Big Figure ขนาดใหญ่ดีไซน์ “Microwave Oven” จาก POP MART THE MONSTERS Wacky Mart Series ซึ่งเป็นซีเคร็ทดีไซน์ ตั้งต้อนรับบริเวณหน้าร้าน พร้อมการพัฒนาเป็นแอนิเมชันเพื่อเพิ่มมิติความสนุกให้แฟน ๆ ได้สัมผัสโลกของคาแรกเตอร์อย่างมีชีวิตชีวา

อีกหนึ่งความพิเศษคือเมนู TWINKLE TWINKLE POPSICLE รส Strawberry Milk และ Mango Yuzu ที่สร้างสรรค์เพื่อแฟนไทยโดยเฉพาะ วางจำหน่ายเฉพาะช่วงวันที่ 18 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น


ลักซ์ชัวรี่บิวตี้แบรนด์

ลักซ์ชัวรี่บิวตี้แบรนด์ชื่อยาก ที่คุณภาพเริ่ดจนต้องเรียกให้ถูก

LUXURY BEAUTY NAMES YOU’VE PROBABLY BEEN AFRAID TO PRONOUNCE
มีใครบ้างที่รักแบรนด์ลักซ์ชัวรี่เหล่านี้จนใจละลาย เห็นแพ็กเกจจิ้งก็อยากได้ เห็นรีวิวก็ส่องไม่วางตา แต่พอถึงเวลาจะเอ่ยชื่อออกเสียง…กลับเงียบกริบเหมือนกดปุ่ม MUTE ไมค์โดยอัตโนมัติ

เพราะความจริงที่ไม่มีใครพูดดังๆ คือ เราอาจรู้จัก TEXTURE ของรองพื้นดีพอ ๆ กับ BEAUTY EDITOR รู้จัก INGREDIENT แทบทุกตัว แต่พอเจอชื่อแบรนด์บางชื่อเข้าไป ก็แอบมีจังหวะชะงักเล็ก ๆ ในหัวว่า…เอ๊ะ อ่านยังไงนะ หรือควรพูดเร็วๆ ให้ผ่านไปก่อนดี

ระหว่าง AUGUSTINUS BADER ที่สะกดเหมือนต้องตั้งสมาธิก่อนอ่าน ไปจนถึง MAISON FRANCIS KURKDJIAN ที่ยาวจนนึกว่าชื่อเมืองหลวงบ้านเรา โลกของ LUXURY BEAUTY ไม่ได้มีแค่สูตรลับของผิวสวย แต่ยังมี ‘SECRET CODE’ ทางภาษา ที่ทำให้คนอ่านถูกดูเป็น INSIDER ขึ้นมาทันที

คอนเท้นท์นี้ไม่ได้จะมาจับผิดว่าใครอ่านผิดหรือถูก เพราะเอาจริงๆ BEAUTY EDITOR เองก็เคยลังเลแอบกลัวโป๊ะแตกกับการเรียกชื่อของหลายแบรนด์ แต่จะพาไปทำความรู้จักชื่อแบรนด์ที่เรารักแแต่แอบเลี่ยงไม่กล้าเรียก พร้อมคำอ่านที่ถูกต้อง รวมถึงความหมาย และเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้รู้จักแบรนด์เหล่านี้ลึกขึ้นอีกนิด

เพราะบางครั้งความสนุกของโลกบิวตี้ ก็อยู่ตรงโมเมนต์ที่เราได้พูดชื่อแบรนด์โปรดออกมาอย่างมั่นใจ แล้วหันไปยิ้มให้เพื่อนเหมือนรู้กันว่า “โอเค เรานี่แหละเพื่อนสาว BEAUTY INSIDER ตัวจริง”

รักหมดใจ…แต่ชื่อเธออ่านยังไงเนี่ย? ทำความรู้จักลักซ์ชัวรี่บิวตี้แบรนด์ชื่อยาก (เติมS) ที่คุณภาพเริ่ดจนต้องเรียกให้ถูก

#01
AUGUSTINUS BADER
PRONUNCIATION: เอากุส-ที-นุสบา-เดอร์

BEHIND THE NAME
ตั้งตามชื่อศาสตราจารย์ AUGUSTINUS BADER นักวิจัยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของแบรนด์
BRAND SNAPSHOT
สกินแคร์จากเยอรมนีที่โด่งดังอย่างรวดเร็วจากแนวคิดการช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองผ่านวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ภาพลักษณ์ผสมระหว่างความลักชัวรีและความจริงจังแบบสายวิจัย ทำให้กลายเป็นแบรนด์โปรดของคนดังและบิวตี้เอดิเตอร์ทั่วโลก

#02
PENHALIGON’S
PRONUNCIATION: เพน-ฮา-ลิ-กันส์

BEHIND THE NAME
ตั้งตามชื่อของ WILLIAM HENRY PENHALIGON ช่างตัดผมและนักปรุงน้ำหอมชาวอังกฤษผู้ก่อตั้งแบรนด์ในลอนดอนช่วงศตวรรษที่ 19 ชื่อแบรนด์จึงสะท้อนความเป็น HERITAGE HOUSE แบบอังกฤษแท้ และความเชื่อมโยงกับราชสำนักอังกฤษ

BRAND SNAPSHOT
สำนักน้ำหอมจากอังกฤษที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดดเด่นทั้งด้านกลิ่นที่มีโครงสร้างคลาสสิกแต่แฝงความขี้เล่น แบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องการสร้าง NARRATIVE ให้แต่ละกลิ่นมีบุคลิกชัดเจน จึงเป็นที่รักของสาย NICHE FRAGRANCE ที่ต้องการความแตกต่างแต่ยังดูหรูและ TIMELESS


#03
OFFICINE UNIVERSELLE BULY
PRONUNCIATION: ออฟ-ฟิ-ซีน ยู-นิ-แวร์-แซล บู-ลี
BEHIND THE NAME

OFFICINE หมายถึงร้านปรุงยาแบบโบราณ / UNIVERSELLE หมายถึงสากล สื่อถึงร้านความงามที่รวบรวมศาสตร์และสูตรจากทั่วโลก
BRAND SNAPSHOT

แบรนด์ฝรั่งเศสที่ได้แรงบันดาลใจจากร้านปรุงยาในศตวรรษที่ 19 โดดเด่นด้วยบรรยากาศ HERITAGE และดีไซน์ที่ดูเหมือนวัตถุสะสม ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นเน้นวัตถุดิบดั้งเดิม และประสบการณ์การใช้ที่แตกต่างจากบิวตี้กระแสหลัก


#04 
CLÉ DE PEAU BEAUTÉ
PRONUNCIATION: เคล-เดอ-โป-โบ-เต้
BEHIND THE NAME

CLÉ = กุญแจ / PEAU = ผิว / BEAUTÉ = ความงาม รวมความหมายคือ ‘กุญแจสู่ผิวสวย’ สื่อถึงแนวคิดว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เป็นตัวช่วยไขความลับของผิวสวยในแบบลักชัวรี
BRAND SNAPSHOT
แบรนด์ระดับสูงจากญี่ปุ่นในเครือ SHISEIDO ที่สร้างภาพลักษณ์แบบฝรั่งเศส โดดเด่นทั้งสกินแคร์และเมคอัพที่เน้นงานผิวดูละเอียด เนียน และเปล่งประกายแบบดูแพงแต่ยังเป็นธรรมชาติ จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เมคอัพอาร์ทิสต์และบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์เบอร์ต้นยกให้เป็นมาตรฐานของ ‘ผิวสวยระดับลักชัวรี”

#05
SUQQU
PRONUNCIATION: ซุค-คุ
BEHIND THE NAME
มาจากคำญี่ปุ่น “すっくと” หมายถึงการยืนอย่างสง่างาม มั่นคง และมีบุคลิกภาพ จะสังเกตได้จากการออกแบบโลโก้ของแบรนด์ให้เป็นการวางอักษรแนวตั้งเพื่อสื่อถึงความสง่างามตามปรัชญาของแบนด์
BRAND SNAPSHOT
เมคอัพลักชัวรีจากญี่ปุ่นที่เน้นความงามแบบ CLASSY งานผิวดูสุขภาพดีและการสร้างมิติใบหน้าอย่างแนบเนียน สีสันดูสุภาพแต่มีมิติความลึก ทำให้แบรนด์นี้โดดเด่นในกลุ่มคนที่ชอบลุคแพงแบบ UNDERSTATED ไม่ต้องแต่งแบบตะโกนแต่ก็สวยสะกด

#06
EMBRYOLISSE

PRONUNCIATION: ออง-บริ-โอ-ลิส
BEHIND THE NAME
มาจากคำว่า EMBRYON หรือ EMBRYO (เอ็มบริโอ)  ที่หมายถึงจุดเริ่มต้นของชีวิต สื่อถึงการดูแลผิวตั้งแต่พื้นฐาน
BRAND SNAPSHOT
สกินแคร์สายเภสัชจากฝรั่งเศสที่อยู่คู่หลังเวทีแฟชั่นโชว์มานาน สูตรเรียบง่าย เน้นความชุ่มชื้นและการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า เป็นแบรนด์ที่ช่างแต่งหน้ามักเลือกใช้เมื่ออยากให้ผิวดูเรียบเนียนและเมคอัพติดทนแถมยัง เป็นสกินแคร์ชิ้นโปรดของหนุ่มหล่อ ‘แจ็คสัน หวัง’

#07
MAISON FRANCIS KURKDJIAN
PRONUNCIATION: เม-ซง ฟร็อง-ซิส เคิร์ก-จิ-ออง
BEHIND THE NAME

MAISON แปลตรงตัวว่า ‘บ้าน’ แต่ในโลกแฟชั่นและน้ำหอมหมายถึง ‘สำนัก’ หรือแบรนด์เฮาส์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ตั้งชื่อตาม FRANCIS KURKDJIAN นักปรุงน้ำหอมชื่อดัง
BRAND SNAPSHOT

สำนักน้ำหอมจากฝรั่งเศสที่โดดเด่นด้วยการสร้างกลิ่นร่วมสมัยแต่ยังคงความประณีตแบบคลาสสิก กลิ่นหลายตัวกลายเป็น SIGNATURE ของยุคใหม่ เพราะบาลานซ์ระหว่างความหรูและความเข้าถึงง่าย จนได้รับความนิยมทั้งในวงการแฟชั่นและคนรักน้ำหอม


CUISINE SOLUTIONS

CUISINE SOLUTIONS เฉลิมฉลองงาน International Sous-Vide Day ครั้งที่ 9

Cuisine Solutions ผู้นำระดับโลกด้านการปรุงอาหารแบบซูวีด (Sous-vide) จัดงานเฉลิมฉลอง วันซูวีดสากล (International Sous-Vide Day) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการทำอาหารระดับโลก โดยจัดขึ้นในสามเมืองสำคัญ เริ่มต้นที่ Los Angeles ต่อด้วย Levallois-Perret ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นงานหลักของภูมิภาคเอเชียภายใต้เทศกาลอาหารระดับนานาชาติครั้งนี้

งานระดับโลกของนวัตกรรมด้านการทำอาหาร
กว่า 50 ปี การทำอาหารแบบซูวีดถือเป็นการปฏิวัติวงการอาหาร ปัจจุบันเทคนิคนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญในครัวของเชฟชั้นนำและสถานประกอบการระดับแนวหน้าทั่วโลก International Sous-Vide Day เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการอัปเดตเทรนด์ และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคนิคซูวีดล่าสุด ซึ่งยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มเชฟมืออาชีพ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่หลงใหลในศาสตร์แห่งอาหารอย่างต่อเนื่อง

การสาธิตเมนูที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ พร้อมให้แขกได้ลิ้มลอง

International Sous-Vide Day 2026 ในเอเชียจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร ผู้นำในอุตสาหกรรม และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ นำโดยผู้บริหารระดับสูง Antoine Grelet กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชีย พร้อมด้วย Mads Houlberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ และ Gérard Bertholon ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ระดับสากล ซึ่งได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเติบโต และทิศทางในอนาคตของนวัตกรรมซูวีด

งานเริ่มต้นด้วยไฮไลต์การชิมอาหารที่สะท้อนความหลากหลายผ่านการสาธิตทำอาหารที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ สเตชั่นแรกนำเสนอเมนู Wellington ที่รังสรรค์ใน 3 แบบ ได้แก่ เนื้อวัว ปู และแซลมอนสอดไส้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมซูวีดในการสร้างความสม่ำเสมอ ความนุ่มละมุน และความคิดสร้างสรรค์ในการปรุงอาหาร

CUISINE SOLUTIONS เฉลิมฉลองงาน
International Sous-Vide Day
ครั้งที่ 9 ณ กรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการทำอาหาร

Antoine Grelet กรรมการผู้จัดการของ Cuisine Solutions Asia กล่าวว่า “แนวทางการบริโภคที่ให้ความสำคัญกับโปรตีนกำลังกลายเป็นหัวใจของเทรนด์สุขภาพยุคนี้ โดยผู้บริโภคมองหาอาหารที่สะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการ และตอบโจทย์การใช้งาน ในบริบทนี้ ‘ไข่’ จึงเป็นวัตถุดิบที่โดดเด่น ทั้งในด้านคุณค่าทางโภชนาการ ความหลากหลายในการนำไปใช้ และการเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย เมื่อผสานกับเทคนิคซูวีด ไข่สามารถถูกยกระดับสู่มาตรฐานพรีเมียมได้ ด้วยความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิ ความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ และศักยภาพในการผลิตในปริมาณมากโดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน”

“อาหารพร้อมรับประทานที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริโภควัย 18–45 ปีที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ กำลังเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนยุคใหม่ แม้การทำอาหารที่บ้านจะลดลง แต่ความคาดหวังด้านคุณภาพ รสชาติ และคุณค่าทางโภชณาการกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทคนิคซูวีดจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ช่วยให้การขนส่งอาหารทำได้สะดวกขึ้น พร้อมคงคุณภาพและรสชาติได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้เสิร์ฟจากครัวโดยตรง” Antoine กล่าวเสริม

ระหว่างงาน ทีม Cuisine Solutions Asia เน้นย้ำว่าเทคนิคซูวีดไม่ได้เพียงยกระดับความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหาร แต่ยังสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น พร้อมมองหาความสะดวกสบายในระดับพรีเมียม โดยแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีความสนใจในนวัตกรรมอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของเทคนิคซูวีดในฐานะเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ยุคใหม่

ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ Cuisine Solutions โดยภูมิภาคเอเชียมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากแรงสนับสนุนของตลาดสำคัญอย่างฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ นอกจากนี้ Cuisine Solutions ยังได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อวัวปรุงสุกแบบสโลว์คุกไปยังสิงคโปร์เป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยบุกเบิกตลาดในประเทศไทยมาก่อน


Van Cleef & Arpels

Van Cleef & Arpels เผยโฉม ZODIAQUE เครื่องประดับจักรราศีสะท้อนตัวตน

นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา ความงดงามอันไร้ขอบเขตของจักรวาลได้กลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของ Van Cleef & Arpels เมซงชั้นสูงแห่งจัตุรัสว็องโดม ซึ่งถ่ายทอดความหลงใหลในดาราศาสตร์ผ่านผลงานเครื่องประดับที่ผสานศิลปะ ความเชื่อ และความหมายเชิงสัญลักษณ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างละเมียดละไม คอลเล็คชั่น Zodiaque จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะบทสนทนาระหว่างท้องฟ้าและตัวตนของผู้สวมใส่ ผ่านสัญลักษณ์จักรราศีทั้งสิบสองที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวเฉพาะบุคคล

Van Cleef & Arpels เผยโฉม ZODIAQUE เครื่องประดับจักรราศีสะท้อนตัวตน

สำหรับฤดูกาลล่าสุด เมซงได้สืบสานมรดกแห่งเหรียญจักรราศีในรูปแบบใหม่ ด้วยการรังสรรค์สร้อยข้อมือประดับเหรียญขนาด 16 มิลลิเมตร ซึ่งออกแบบให้เคลื่อนไหวอย่างอิสระไปตามจังหวะของผู้สวมใส่ เสมือนเครื่องรางประจำตัวที่สะท้อนตัวตนและช่วงเวลาแห่งชีวิตอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ความงดงามของคอลเล็คชั่นนี้ไม่ได้อยู่เพียงที่สัญลักษณ์ แต่ซ่อนอยู่ในกระบวนการสร้างสรรค์อันซับซ้อน เหรียญแต่ละชิ้นผ่านขั้นตอนการผลิตมากกว่าแปดขั้น ตั้งแต่งานออกแบบ ขึ้นแบบ หล่อโลหะ ไปจนถึงการแกะสลัก ขัดเงา และเก็บรายละเอียด เพื่อให้เกิดพื้นผิวแบบประติมากรรมนูนต่ำสองด้านที่ให้มิติราวกับเหรียญโบราณต้องแสง

สัญลักษณ์แต่ละราศีได้รับการตีความอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวขนแกะของราศีเมษที่ถ่ายทอดผ่านการแกะลายทองอย่างละเอียดอ่อน หรือท่วงท่าสง่างามของราชสีห์ในราศีสิงห์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะประติมานวิทยาโบราณ ขณะที่ราศีกันย์ถูกนำเสนอผ่านภาพหญิงสาวเคียงคู่ยูนิคอร์น อันสะท้อนจินตนาการเชิงกวีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมซง

อีกด้านหนึ่งของเหรียญประดับด้วยตัวเลขโรมันระบุช่วงเวลาของจักรราศีตามธรรมเนียมตะวันตก เสริมความรู้สึกคลาสสิกเหนือกาลเวลา พร้อมตอกย้ำความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับจักรวาล

นอกเหนือจากสร้อยข้อมือ เมซงยังนำเสนอจี้เหรียญจักรราศีในตัวเรือนทองคำสีขาว พร้อมตัวเลือกสายโซ่ความยาว 50 และ 70 เซนติเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนสไตล์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสวมเดี่ยวเพื่อความเรียบหรู หรือการเลเยอร์หลายชิ้นเพื่อสะท้อนเรื่องราวชีวิตที่แตกต่างกันในแบบเฉพาะตัว

แนวคิดนี้สะท้อนปรัชญาการออกแบบของ Van Cleef & Arpels ซึ่งมองว่าเครื่องประดับไม่ใช่เพียงวัตถุแห่งความงาม แต่เป็นภาษาทางอารมณ์ที่บอกเล่าตัวตน ความเชื่อ และความทรงจำของผู้ครอบครอง

แรงบันดาลใจจากหมู่ดาวไม่ได้ปรากฏขึ้นในคอลเล็กชันล่าสุด แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมซงมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เครื่องประดับในกลุ่ม La Boutique ไปจนถึงผลงานในทศวรรษ 1970 ที่เริ่มนำวัสดุหลากหลาย เช่น ไม้ล้ำค่า แม่มุก เพชร และรัตนชาติสีสันต่างๆ มาผสมผสานกับสัญลักษณ์จักรราศี

ความนิยมของโมทิฟนี้ดำเนินต่อเนื่องจนถึงยุคปัจจุบัน และถูกนำมาต่อยอดในโลกแห่งเรือนเวลา ผ่านแนวคิด Poetic Astronomy® ที่ผสมผสานกลไกนาฬิกากับความงดงามของจักรวาลอย่างน่าหลงใหล


กิ่ง ก้าน ใบ

กิ่ง ก้าน ใบ’ ฉลอง 2 ทศวรรษ ผ่านนิทรรศการ The 20 Years Ahead

เมื่อ “สวน” ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน แต่กลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน ความรู้สึก และวิถีชีวิต การเดินทางตลอด 20 ปีของ กิ่ง ก้าน ใบ (Ging Gaan Bai) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบภูมิทัศน์ หากคือการถักทอธรรมชาติให้กลายเป็นประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง

กิ่ง ก้าน ใบ’ ฉลอง 2 ทศวรรษ ผ่านนิทรรศการ The 20 Years Ahead

แบรนด์ออกแบบสวนสไตล์โมเดิร์นสัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เคยได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 สวนหมวด Urban Garden จากงาน RHS Chelsea Flower Show 2021 ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งโดยสองสถาปนิก บอย–ธวัชชัย ศักดิกุล และ พลอย–พลอยทับทิม สุขแสง ได้เลือกเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 2 ทศวรรษผ่านนิทรรศการครั้งสำคัญ “The 20 Years Ahead” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ River City Bangkok

นิทรรศการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลงานที่ผ่านมา แต่คือการเปิดประตูสู่อนาคต พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามใหม่ว่า “สวน” จะมีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์อย่างไรในวันข้างหน้า

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กิ่ง ก้าน ใบ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้สร้างฝันให้เจ้าของบ้าน ผ่านพื้นที่สีเขียวที่สะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย แต่ในนิทรรศการนี้ แบรนด์กลับเลือกพลิกบทบาทครั้งสำคัญ กลายเป็น “ลูกค้าของตัวเอง” เป็นครั้งแรก

บอย–ธวัชชัย และ พลอย–พลอยทับทิม เล่าว่า การออกแบบเพื่อตัวเองนำมาซึ่งทั้งความกดดันและความรู้สึกปลดปล่อยในเวลาเดียวกัน เพราะต้องตั้งคำถามกับมาตรฐานและตัวตนอย่างจริงจังที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการถ่ายทอดความเชื่อ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์ที่สะสมมาตลอดสองทศวรรษโดยไม่มีข้อจำกัด ผลลัพธ์จึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อน “ความฝันของกิ่ง ก้าน ใบ” อย่างแท้จริง

The Living Exhibition : 5 สวนมหัศจรรย์ กับการเดินทางของอารมณ์

ภายใต้แนวคิด “The 20 Years Ahead : Future of Living begin in the garden” นิทรรศการถูกออกแบบให้เป็น The Living Exhibition ที่ผู้ชมจะได้เดินทางผ่าน 5 พื้นที่สวน เปรียบเสมือนการสำรวจจิตใจและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

  • Garden of Stillness — จุดเริ่มต้นของความสงบ ชวนปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลงจากโลกภายนอก
  • Garden of Connection — เปิดประสาทสัมผัสทั้งห้า เพื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
  • Garden of Motion — ไฮไลต์สำคัญของงาน ถ่ายทอดการเคลื่อนไหวของธรรมชาติผ่านแสง เงา และการเปลี่ยนผ่านของเวลา จากกลางวันสู่กลางคืน
  • Garden of Memory — พื้นที่กึ่งฝันกึ่งจริง ที่สะท้อนความทรงจำซึ่งค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงความสงบที่ลอยอยู่ในอากาศ
  • Garden of Imagination — จุดหมายปลายทางที่ผสานศิลปะ เทคโนโลยี และธรรมชาติ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของสวนในอนาคต

หากเปรียบนิทรรศการนี้เป็นไดอารี่ชีวิต ห้อง Garden of Motion คือหน้าที่เต็มไปด้วยทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา เพราะเป็นพื้นที่ที่ทีมงานต้องทดลอง ปรับแก้ และพัฒนาจนถึงนาทีสุดท้าย ก่อนจะกลายเป็นสวนที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด

Hidden Object รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนเรื่องราว 20 ปี

อีกหนึ่งเสน่ห์ของนิทรรศการคือกิมมิค Hidden Object วัตถุหรือข้อความเล็ก ๆ ที่ถูกซ่อนไว้ตามมุมต่าง ๆ เปรียบเสมือนเกม Treasure Hunt ซึ่งสะท้อนปรัชญาการทำงานของกิ่ง ก้าน ใบ ที่เชื่อว่าความหมายของสวนมักซ่อนอยู่ในรายละเอียด ไม่ใช่สิ่งที่เห็นในทันที

บางชิ้นอาจเป็นคำพูดบนก้อนหิน บางจุดซ่อนอยู่ใต้น้ำ หรือในมุมที่ต้องใช้เวลาในการสังเกต เปรียบเสมือนการเดินทางตลอด 20 ปีของแบรนด์ ที่ต้องค้นหาและเรียนรู้ทีละขั้น

หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจของนิทรรศการคือการนำแนวคิดแบบแฟชั่นและศิลปะมาผสานกับการออกแบบสวน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเล่าเรื่อง การใช้วัสดุ แสง เงา หรือองค์ประกอบที่กระตุ้นอารมณ์ ทำให้สวนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ธรรมชาติ แต่กลายเป็นประสบการณ์ร่วมสมัยที่สามารถรับรู้ได้เหมือนงานศิลปะหรือแฟชั่นโชว์หนึ่งคอลเล็กชั่น

ในยุคที่คนเมืองโหยหาธรรมชาติแต่มีข้อจำกัดด้านเวลาและพื้นที่ แนวคิดของนิทรรศการจึงสะท้อนว่าการออกแบบสวนในอนาคตไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แต่ต้องเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้จริง

การเดินผ่านแต่ละโซนจึงเปรียบเหมือนการหยุดพักจังหวะชีวิต ให้ผู้ชมได้ฟังตัวเองมากขึ้น และตระหนักว่าอนาคตของการอยู่อาศัยอาจเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง “คน ธรรมชาติ และเวลา”

นิทรรศการ The 20 Years Ahead จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ Galleria 3 ชั้น 2 River City Bangkok พร้อมกิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป และของที่ระลึกภายในงาน


โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ

โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ x S.Pellegrino จัดงาน HERitage Week: A Celebration of Women in Gastronomy 2026

โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ ร่วมกับ S.Pellegrino ประกาศการกลับมาอีกครั้งของงาน Women in Gastronomy ประจำปี 2569 ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพลัง ความมุ่งมั่น และภูมิปัญญาของผู้หญิงที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญวงการอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบัน ระหว่างวันจันทร์ที่ 2 ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ห้องอาหารและบาร์รูฟท็อปซิกเนเจอร์ของโรงแรม โดยรวบรวมเชฟหญิง มิกโซโลจิสต์ และผู้ผลิตไวน์ชั้นนำ มาสร้างประสบการณ์พิเศษที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม

HERitage Week คือการยกย่องผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์รสชาติและประเพณีด้านอาหารอย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของพวกเธอในการอนุรักษ์สูตรอาหารเหนือกาลเวลาและถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านอาหารสู่รุ่นต่อรุ่น แนวคิดนี้ยังสะท้อนบทบาทของผู้หญิงในวงการอาหาร ตั้งแต่เชฟไปจนถึงมิกโซโลจิสต์ ที่กำลังทลายข้อจำกัดและตีความประเพณีใหม่ผ่านความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย การนำเทคนิคคลาสสิกมาตีความใหม่ด้วยความเคารพต่อรากเหง้า ทำให้มรดกของอาหารไทยและอาหารโลกยังคงความร่วมสมัย พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในอนาคต

ปีนี้ HERitage Week ต้อนรับเชฟ มิกโซโลจิสต์ ผู้ผลิตไวน์ และชีสหญิงมากความสามารถมากมาย ที่มาร่วมกันเปลี่ยน บันยันทรี กรุงเทพ ให้กลายเป็นเวทีแห่งรสชาติ ความสง่างาม และมรดกทางอาหาร ผ่านเมนูและค็อกเทลที่สร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับงานนี้เท่านั้น

ในการจัดงานครั้งที่ 4 นี้ S.Pellegrino เป็นผู้สนับสนุนหลักในการตอกย้ำจุดยืนในการสนับสนุนพลังเสียงของผู้หญิงและการสร้างความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมบริการ S.Pellegrino ในฐานะผู้นำระดับโลกด้าน อาหารสนับสนุนและผลักดันผู้หญิงในวงการอาหาร โดยเฉพาะในเอเชีย ผ่านความร่วมมือและโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ

โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ ร่วมกับ S.Pellegrino นำเสนอ HERitage Week: A Celebration of Women in Gastronomy 2026 สัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลองผู้หญิงในวงการอาหารและเครื่องดื่ม

Women in Gastronomy เปิดฉากในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 บนเรืออัปสรา กับค่ำคืน Women in Culinary Harmony โดยเชฟช่อเพชร ปานกลัด เชฟประจำเรืออัปสรา ร่วมกับ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้ก่อตั้งและเชฟเจ้าของร้าน Blue Elephant ที่บุกเบิกการยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลกด้วยประสบการณ์ยาวนานที่ผสานศาสตร์อาหารไทยและฝรั่งเศส โดยเชฟทั้งสองจะร่วมนำเสนอเซ็ทเมนูอาหารไทยชาววังแบบ 6 คอร์ส พร้อมตัวเลือกไวน์แพริ่ง ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน

วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 ห้องอาหารไบยุน นำเสนอ Timeless Traditions – Heritage of Chinese and Peranakan Cuisine โดยเชฟ เบห์ เกก เล้ง (Beh Gaik Lean) จาก อาร์นตี้ เกก เล้ง โอลด์ สคูล อีทเทอร์รี่ (Auntie Gaik Lean’s Old School Eatery) เมืองปีนัง เชฟหญิงคนแรกของมาเลเซียที่ได้ดาวมิชลินและหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลที่อาวุโสที่สุดของมิชลิน นักชิมจะได้ลิ้มรสมื้ออาหารเปอรานากันผสานอิทธิพลอาหารจีนที่ปรุงอย่างประณีตในแบบ “โต๊ะ ปันจัง” หรือจัดสำรับแบบดั้งเดิมเป็นโต๊ะยาวสไตล์ครอบครัวที่อบอุ่นและคุ้นเคย

วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 ห้องอาหารแซฟฟรอน กริลล์ จุดประกายทุกประสาทสัมผัสกับ Flame Meets Fine Dining โดย เชฟจักรกฤช ตุ่มมะโรงจาก ร่วมมือกับ เชฟนรี บุณยเกียรติ จากร้านเอ็บเบ้ (EBBE) ผู้ชนะรางวัล Best Chef Influence Award จาก Japan Expo Influencer Award 2025 ที่เป็นที่รู้จักจากแนวคิดการใช้เครื่องเทศและควันไฟอย่างยั่งยืน ผสานมรดกอาหารไทยกับความแม่นยำแบบญี่ปุ่น ทั้งสองเชฟจะร่วมสร้างสรรค์เมนูดีกุสเตชั่น 6 คอร์สที่ถ่ายทอดพลังแห่งไฟ พร้อมไวน์แพริ่งเพิ่มอรรถรส

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 พบกับบรรยากาศผ่อนคลายบนรูฟท็อปกับ Pizz A Zip Party ที่แซฟฟรอน สกาย การ์เด้น โดยเชฟแอนนา บอร์ราซี่ (Anna Borrasi) จากร้าน ไอโอ อิตาเลียน ออสเตเรีย แบงค็อก (iO Italian Osteria) ที่จะนำเสน่ห์อาหารอิตาเลียนสไตล์รัสติกแบบท้องถิ่นใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านเมนูพิซซ่าหลากหลายที่ใช้เทคนิคดั้งเดิมเพื่อนำเสนอรสชาติแท้จริงที่เป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ

ในค่ำคืนเดียวกัน สายป่าน-ศรสวรรณ์ วังบุญ จาก Æther จะรับหน้าที่บาร์เทนเดอร์รับเชิญที่ แซฟฟรอน สกาย การ์เด้น ขณะที่ มูนบาร์ ต้อนรับ พลอย-ศิริวรรณ สินพันธ์ จาก O.S.S Bar และ พลอย-ณัฐพร นนทพันธ์ จาก Pickwicks Chronicles กับค็อกเทลสร้างสรรค์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 พบกับ Wine Not and Cheese Night ที่ เวอร์ทิโก้ ทู ถ่ายทอดความกลมกลืนของไวน์ไทยและชีสฝีมือคนไทย โดย ไก่-รัชนิกร ศรีคง จาก Little Goat Farm โครงการฟาร์มทูเทเบิลที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและจริยธรรมในการผลิตวัตถุดิบ คู่กับไวน์จากเขาใหญ่ กรานมอนเต้ (GranMonte) โดยฝืมือการแพริ่งของ มีมี่-สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ทายาทและผู้บริหารฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ของ กรานมอนเต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการไวน์ไทยยุคใหม่


ส่วนที่ มูนบาร์ เป็นคิวของ ฟาง-วรรณพร จำปา จาก Mahaniyom Cocktail Bar และ แตงโม-นัฐริกา โพธิ์อ่องจาก Scofflaws กับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยค็อกเทลสุดสร้างสรรค์

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 กับ Sky High Thai Tapas Night ที่ เวอร์ทิโก้ รูฟท๊อฟ เชฟทิพา – ทิพาพร เพียรทอง ถ่ายทอดรสชาติไทยผ่านเทคนิคสมัยใหม่กับเมนูไทยพอดีคำที่ประณีตและร่วมสมัย เชฟทิพามีประสบการณ์ทำงานยาวนานกว่า 10 ปีในโรงแรมหรูมากมาย อาทิ โรงแรมซิกเซ้นส์ เกาะยาวน้อย (Six Senses Yao Noi) และ โรงแรมดับเบิ้ลยู มัลดีฟส์(W Maldives) และเป็นผู้เข้าแข่งขัน Top Chef Thailand เธอยังเป็นที่รู้จักจากความคิดสร้างสรรค์ ความสุขุม และความสามารถในการผสานสูตรอาหารเก่าแก่ของครอบครัวกับการ

นำเสนอร่วมสมัยที่ยกระดับแซฟฟรอนสู่การยอมรับในอุตสาหกรรม ในค่ำคืนนี้เชฟทิพาจะนำเสนอนิยามใหม่ของอาหารไทยแบบโมเดิร์นกับเมนูพิเศษมากมาย


ส่วนที่มูนบาร์ พบกับแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Havana Club พลอย-ธัญชนก รินทร และ กิฟท์-วิศัลย์ศยา กลิ่นจันทร์ จาก Yào Rooftop Bar ที่จะมาร่วมกันสร้างสรรค์รายการเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ให้กับค่ำคืนแห่งค็อกเทลสุดประทับใจ

งาน Women in Gastronomy ปิดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 บนเรือแซฟฟรอน ครูซ กับดินเนอร์ HERitage of Taste – A Grand Culinary Gala ค่ำคืนไฮไลต์ในช่วงวันสตรีสากล (International Women’s Day) โดยเชฟ วิคกี้ เซบิยา (Vicky Sevilla) เชฟและเจ้าของร้านอาเรลล์ (Arrels) ร้านหนึ่งดาวมิชลินจากบาร์เซโลนาที่ชื่อของร้านแปลว่า “รากเหง้า” ในภาษาคาตาลัน เมนูในค่ำคืนนี้จึงโดดเด่นที่อาหารเมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยที่ยึดโยงกับฤดูกาลและวัตถุดิบ เชฟวิคกี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับดาวมิชลินที่อายุน้อยที่สุดจะนำเสนอ     เทสติ้งเมนู 6 คอร์ส เริ่มด้วยคานาเป้และเครื่องดื่มต้อนรับ ก่อนเข้าสู่ประสบการณ์ดินเนอร์สุดพิเศษบนสายน้ำเจ้าพระยา

ปิดท้ายค่ำคืนที่เฉลิมฉลองพลังความสามารถของผู้หญิงที่มูนบาร์ กับพลอย-ศิริวรรณ สินพันธ์ จาก O.S.S Bar และ เมย์-ปิยฎา โม้อ้อน จาก Supanniga Group ที่จะมาร่วมกันสร้างสรรค์ค็อกเทลที่จะสร้างความประทับใจแก่นักดื่มทุกท่าน

รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจากงาน Women in Gastronomy 2026 จะนำไปมอบให้กับสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านกึ่งวิถี (หญิง) จังหวัดปทุมธานี

โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพ

โปรแกรม

วันจันทร์ 2 มีนาคม 2569

18:45 – 21:45

เรืออัปสรา

Women in Culinary Harmony
เซ็ทอาหารไทยชาววัง 6 คอร์ส ราคา 4,200 บาทสุทธิต่อท่าน
เซ็ทอาหารไทยชาววัง 6 คอร์ส ราคา 6,100 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมไวน์แพริ่ง

วันอังคาร 3 มีนาคม 2569

18:30 – 22:00
ห้องอาหารไบยุน

Timeless Traditions – Heritage of Chinese and Peranakan Cuisine
เซ็ทอาหารเพอรานากัน 9 อย่าง เสริฟในสไตล์โต๊ะ ปันจัง ราคา 2,499 บาทสุทธิต่อท่าน

วันพุธ 4 มีนาคม 2569
18:30 – 22:00

ห้องอาหารแซฟฟรอน กริลล์

Flame Meets Fine Dining
เซ็ท 6 คอร์ส ราคา 2,888 บาทสุทธิต่อท่าน
เซ็ท 6 คอร์ส ราคา 4,388 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมไวน์แพริ่ง

วันพฤหัสบดี 5 มีนาคม 2569

17:00 – 22:00

แซฟฟรอน สกาย การ์เด้น

Pizz A Zip Party
พิซซ่าไม่อั้น พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว ราคา 790 บาทสุทธิต่อท่าน
บาร์เทคโอเวอร์

สายป่าน – ศรสวรรค์ วังบุญ จาก Æther ที่ แซฟฟรอน สกายการ์เด้น

พลอย – ศิริวรรณ สินพันธ์ จาก O.S.S Bar และ พลอย – ณัฐพร นนทพันธุ์ จาก Pickwicks Chronicles  ที่ มูนบาร์

วันศุกร์ 6 มีนาคม 2569

19:00 – 22:30

เวอร์ทิโก้ ทู

Wine Not and Cheese Night
ไวน์เทสติ้ง เสิรฟ์คู่ชีสและชาร์คูเทอรี (Charcuterie) ราคา 1,999 บาทสุทธิต่อท่าน

บาร์เทคโอเวอร์
ฟาง-วรรณพร จำปา จาก Mahaniyom Cocktail Bar และ แตงโม-นัฐริกา โพธิ์อ่อง จาก Scofflaws ที่ มูนบาร์

วันเสาร์ 7 มีนาคม 2569
18:30 – 22:30

เวอร์ทิโก้
Sky High Thai Tapas Night

ทาปาสสไตล์ไทย พร้อมเครื่องดื่มไม่อั้น ราคา 1,599 บาทสุทธิต่อท่าน

บาร์เทคโอเวอร์
พลอย-ธัญชนก รินทร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Havana Club และ กิฟท์-วิศัลย์ศยา กลิ่นจันทร์ จาก Yào Rooftop Bar

วันอาทิตย์ 8 มีนาคม 2569

18:45 – 21:45

เรือแซฟฟรอน ครูซ

HERitage of Taste – A Grand Culinary Gala
เซ็ตเมดิเตอร์เรเนียน เฮอริเทจ 6 คอร์ส เทสติ้งเมนู ราคา 6,900 บาทสุทธิต่อท่าน
เซ็ตเมดิเตอร์เรเนียน เฮอริเทจ 6 คอร์ส เทสติ้งเมนู ราคา 8,800 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมไวน์แพริ่ง

บาร์เทคโอเวอร์
พลอย-ศิริวรรณ สินพันธ์ จาก O.S.S Bar และ เมย์-ปิยฎา โม้อ้อน จาก Supanniga Group ที่มูนบาร์

สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อโทร 0 2679 1200 หรืออีเมล [email protected]



ยูเซอรินเปิดตัว Eucerin DermoPure Clinical ยกระดับการดูแลปัญหาสิว

ยูเซอริน แบรนด์เวชสำอางผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวจากประเทศเยอรมนี เปิดตัว Eucerin DermoPure Clinical กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปัญหาสิวในยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “New Era of Acne” ที่มองว่าสิวในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว และไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดิม ๆ อย่างฮอร์โมนหรือความมันเท่านั้น แต่เป็นผลลัพธ์ของหลายปัจจัยที่ซับซ้อน ทั้งปัจจัยทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การดูแลปัญหาสิวจำเป็นต้องครอบคลุมมากกว่าการรักษาเฉพาะจุด

จากข้อมูลเชิงลึกของยูเซอริน สิวสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวจากความเครียด สิวจากการทำงาน สิวจากการแต่งหน้า สิวจากมลภาวะ หรือสิวในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต เช่น first jobber หรือการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสิวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัยรุ่น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกช่วงชีวิต

ด้วยความเข้าใจดังกล่าว ยูเซอรินจึงพัฒนา Eucerin DermoPure Clinical ให้เป็นโซลูชันดูแลผิวสำหรับผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวในทุกระยะ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการปัญหาสิว ไปจนถึงการดูแลรอยสิวอย่างมั่นใจ โดยผสานการดูแลแบบคลินิคัลเข้ากับเทคโนโลยีและสารออกฤทธิ์เฉพาะของยูเซอริน ภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Eucerin DermoPure Clinical ได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่  

  • Eucerin DermoPure Clinical Correcting Gel to Foam คลีนเซอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลปัญหาสิวและรอยสิวตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาด มีประสิทธิภาพในระดับเดียวกับการบำรุงผิว ด้วยสูตร The concentration of a serum in a cleanser ที่ผสาน 2% Salicylic Acid ร่วมกับ AHA, BHA และ PHA ช่วยลดความมันส่วนเกิน ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก จากผลการทดสอบพบว่า 96% ของผู้ใช้ยืนยันว่าปัญหาสิวลดลงและรอยสิวดูจางลง พร้อมเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  • Eucerin DermoPure Clinical Triple Action ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ออกแบบมาเพื่อการจัดการปัญหาสิวและรอยสิวอย่างเข้มข้น ด้วยแนวคิด The Power of Triple Correction ที่ดูแลปัญหาผิวใน 3 มิติ ได้แก่ สิว รอยสิว และสิวอุดตัน โดยผสาน 2% Salicylic Acid เพื่อช่วยลดการอุดตันและการเกิดสิวใหม่ เข้ากับ Thiamidol สารเอกสิทธิ์ของยูเซอรินที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ช่วยลดเลือนรอยสิวและรอยดำอย่างตรงจุด ผลการทดสอบทางคลินิกระบุว่าสามารถช่วยลดปัญหาสิวลง 66%, รอยสิวดูจางลง 80% และสิวอุดตันลดลง 62% ภายใน 2 สัปดาห์

เพื่อให้แนวคิดการดูแลปัญหาสิวในยุคใหม่เข้าถึงคนไทยอย่างครอบคลุม ยูเซอรินจึงออกแบบการสื่อสารและกิจกรรมเปิดตัวให้ครอบคลุมหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ Affiliators, KOL, เภสัชกร ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไป โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสิว การส่งต่อข้อมูลและความรู้ที่ถูกต้องผ่านกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อการแนะนำสินค้า และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับต้นเหตุของปัญหาสิวรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน

ยูเซอรินเปิดตัว Eucerin DermoPure Clinical ยกระดับการดูแลปัญหาสิวจากหลายสาเหตุ จัดการปัญหาสิวและรอยสิวได้อยู่หมัดใน 2 สัปดาห์

หนึ่งในไฮไลต์ของการสื่อสาร คือ การจัดงาน Eucerin DermoPure Clinical “Treat with Confidence” ณ Siam Square Walking Street ในรูปแบบ experiential lifestyle event ที่ออกแบบมาเพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ พร้อมชวนให้ทุกคนกลับมามั่นใจในแบบของตัวเอง เพราะสิวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และทุกปัญหาสิวมีทางออก งานถูกจัดเป็นพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งตลอดทั้งวัน รวมหลากหลายโซนกิจกรรมที่เชื่อมการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่โซนทดลองผลิตภัณฑ์และล้างหน้าด้วย Eucerin DermoPure Clinical โซนถ่ายภาพและสร้างคอนเทนต์สำหรับโซเชียลมีเดีย โซนเกมและกิจกรรม “Play with Confidence” ไปจนถึงโซน “Make-up with Confidence” และโซนอาหารเพื่อสร้างบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบครบทุกมิติ ภายในงานยังมีเวทีกลาง “Greet with Confidence” ที่มีศิลปินและดาราอย่าง นิว & เลิฟ, GELBOYS, โพก้าซัง & เพิ่มพูน และ เม็พ เม็พ มาร่วมสร้างสีสันและพบปะกับผู้ร่วมงานตลอดช่วงเย็น ทำให้งานเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงการดูแลปัญหาสิวเข้ากับความสนุก ไลฟ์สไตล์ และความมั่นใจของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง  

ขณะเดียวกัน ยูเซอรินยังขยายแนวคิด “Treat with Confidence” ไปสู่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการจัดงาน SKINNOVATION DAY 2026 สำหรับเภสัชกรและพนักงานร้านยา มุ่งเสริมความรู้เชิงคลินิคัลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Eucerin DermoPure Clinical ทั้งในด้านสารประกอบทรงพลังต่างๆ และแนวทางการดูแลปัญหาสิวอย่างเหมาะสม ผ่านสัมมนา กิจกรรมเชิงปฏิบัติและเวิร์กช็อป เพื่อเสริมความมั่นใจให้เภสัชกรสามารถแนะนำโซลูชันที่เหมาะสมให้ผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง สะท้อนแนวทางการสื่อสารของยูเซอรินที่ครอบคลุมทั้งผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับการดูแลปัญหาสิวอย่างครบวงจร

ทั้งหมดนี้สะท้อนจุดยืนของยูเซอรินในฐานะแบรนด์เวชสำอางผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิว ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ผิวหนังและความเข้าใจในชีวิตจริงของผู้บริโภค Eucerin DermoPure Clinical จึงไม่ใช่เพียงกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิว แต่เป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อรองรับปัญหาสิวในทุกระยะและทุกช่วงชีวิต ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสิวสามารถกลับมาดูแลผิวและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง


จากประติมากรรม สู่ Pivot Versace กระเป๋าบักเก็ตใบใหม่ของ Alex Consani

หากเป็นแฟนคลับเหล่านางฟ้า Victoria’s Secret คงรู้จักชื่อ Alex Consani เป็นอย่างดีเพราะเธอเป็นนางแบบทรานเจนเดอร์ที่คว้ารางวัล Model of the Year 2024 อีกทั้งยังเดินแบบให้หลายแบรนด์ดังระดับโลกมาแล้ว ด้วยความสามารถเรื่องการเดินแบบ และลุคแฟชั่นที่แสนโดดเด่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามอง อย่างล่าสุดในวันสบายๆ เธอยังปรากฏตัวด้วยลุคสุดชิค สวมเชิ้ตลายทางสีฟ้า-ขาว ที่แมตช์เข้ากับกางเกงเดนิม และแว่นตากันแดด ซึ่งไอเท็มที่สะดุดตาที่สด ต้องยกให้กับกระเป๋า Pivot หนังกลับสีเขียว ที่ส่งตรงมาจากรันเวย์  Spring/Summer 2026 จาก Versace

Pivot – Spring/Summer 2026

Versace นำเสนอกระเป๋ารุ่น Pivot เปิดตัวครั้งแรกบนรันเวย์ Spring Summer 2026 โดยตีความของกระเป๋าทรงบักเก็ตในรูปแบบที่เน้นสัมผัสและงานมิติประติมากรรม โดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์เอกลักษณ์ ถ่ายทอดพลังและเสน่ห์อันเย้ายวนอันเป็นหัวใจของ Versace

กระเป๋าประดับด้วยเมดูซ่าเอกลักษณ์ของแบรนด์ในเวอร์ชั่นที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ สัญลักษณ์อันโดดเด่นนี้ได้รับการบรรจุไว้ภายในแผ่นหนังทรงวงรีคล้ายมาการอง ถ่ายทอดไอคอนในมุมมองที่ชวนดึงดูด พร้อมมิติความลึกของสายตาเมดูซ่า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรายละเอียดของเมดูซ่าที่ประดับอยู่บนประตูอาคาร Via Gesù 12 บ้านและ Atelier ดั้งเดิมของ Versace ในมิลาน

ทั้งนี้กระเป๋ายังออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตอย่างไร้ข้อจำกัด ซึ่งมาพร้อมหูจับแบบปรับเปลี่ยนได้ รองรับการใช้งานสองรูปแบบ สามารถสลับจากสายสะพายไหล่เป็นทรงถือได้อย่างลงตัว

กระเป๋า Pivot มีให้เลือกสองขนาด รังสรรค์จากหนังโทนสีเดียวและหนังสองสี รวมถึงหนังกลับสีสดใส ในพาเล็ตต์สีที่หลากหลาย ตั้งแต่สีไม้โรสวูด สีเขียวมะกอก และสีน้ำตาลมอคค่า ไปจนถึงการจับคู่สีที่โดดเด่นอย่างสีแทนผสานอะเมทิสต์ และสีเขียวแอ็บซินธ์


ภาพและข้อมูล: Versace

Kith Women x LISA

ซูมอิน Kith Women x LISA กับสองสไตล์ Hopeless Romantic และ After Dark

ต้องบอกว่าการที่ ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล มาร่วมงานกับ Kith Women ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คอลแลบธรรมดา เพราะเธอลงมาดีไซน์จริงในฐานะ Guest Designer พร้อมใส่ตัวตนของตัวเองลงไปเต็ม ๆ จนเกิดเป็นคอลเล็คชั่นที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก แบ่งออกเป็นสองโหมดคือ Hopeless Romantic กับ After Dark ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของตัวตนผู้หญิงในแบบที่ทั้งอ่อนโยนและทรงพลัง

ซูมอิน Kith Women x LISA กับสองสไตล์ Hopeless Romantic และ After Dark

แคมเปญนี้นำเสนอเรื่องราวของ LISA ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากหญิงสาวในโลกแห่งความฝัน สู่ตัวตนที่มั่นใจในยามค่ำคืน สื่อถึงบุคลิกที่ไม่หยุดนิ่งของเธอ ทั้งในบทบาทศิลปิน นักธุรกิจ และนักแสดง พร้อมตอกย้ำแนวคิดของ Kith Women ที่เชื่อว่าผู้หญิงสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้เสมอ

คอลเล็คชั่นเริ่มต้นด้วยลุคโทนสีขาวและเนื้อผ้าโปร่งเบาอย่างลูกไม้ที่ทอโลโก้ Kith ลงไปในผืนผ้า รวมถึงเดรสผ้า modal blend ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบายและสวมใส่ง่าย ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนอารมณ์ไปสู่โทนสี Gunmetal และ Black ที่โดดเด่นด้วยวัสดุอย่างหนังแกะ เดนิม และเมช สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านจาก Hopeless Romantic สู่ After Dark

ไอเท็มเด่นในคอลเล็คชั่น ได้แก่ Hera Convertible Leather Coat เสื้อโค้ตหนังแกะที่สามารถปรับรูปทรงได้ด้วยซิป, Brei Embellished Bolero Jacket ที่ประดับดีเทลทั่วตัว, รวมถึงเซ็ตเดนิมหมุดโลหะอย่าง Deion Studded Denim Jacket และ Nari Mini Skirt ซึ่งสะท้อนความเท่แบบโมเดิร์น

คอลเล็คชั่นนี้ถือเป็นก้าวใหม่ของ Kith Women เพราะให้ความสำคัญกับโครงสร้างและงานฝีมือมากขึ้นกว่าซีซั่นปกติ พร้อมไอเท็มเบสิกที่ LISA นำมาตีความใหม่ เช่น เสื้อเลเยอร์ริ่งผ้า modal cotton และกราฟิกพิเศษเฉพาะคอลเล็คชั่น

ในส่วนแอ็กเซสซอรี่ก็มีความแตกต่างเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Lace Face Mask, Kith Crest Brooch, Lace Crochet Balaclava รวมถึงกระเป๋า Piper II ทรง micro-hobo ในวัสดุ mesh tulle พร้อมฮาร์ดแวร์โลโก้แบรนด์

ความน่าสนใจของคอลนีคือ สะท้อน “ตัวลิซ่า” ชัดมาก คนเดียวมีหลายโหมด ทั้งหวาน ทั้งเท่ ทั้งสตรีต ทั้งแกลม และที่สำคัญคือ ตรงกับแนวคิดของ Kith Women ที่อยากให้ผู้หญิงเปลี่ยนลุค เปลี่ยนอารมณ์ได้ โดยไม่ต้องทิ้งความเป็นตัวเอง


JAPAN EXPO THAILAND 2026 สร้างปรากฎการณ์ SOFT POWER

มหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย JAPAN EXPO THAILAND 2026 สร้างไวรัลไปทั่วเอเชีย “ญี่ปุ่นครบจบที่นี่” โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด และเหล่าพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ที่รวมใจกันจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ให้คุ้มค่าการรอคอย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

JAPAN EXPO THAILAND 2026 ครั้งที่ 11 “Japan Thai United as One – ญี่ปุ่นไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว” ยังรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่สานสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน และตลอดไป

JAPAN EXPO THAILAND 2026 เปิดฉากความยิ่งใหญ่กว่า 20 โซน ทั้งในและนอกศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์แบบจัดเต็ม ผลักดัน SOFT POWER ในด้านต่างๆ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ให้เดินหน้าไปพร้อมๆ กัน ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ การลงทุน การร่วมมือทางด้านธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านอาหาร แฟชั่น ท่องเที่ยว การศึกษา วัฒนธรรม รวมไปถึงความบันเทิงทุกรูปแบบ ดนตรี ซีรีส์ เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติได้ชิม ช้อป และสัมผัสความเป็นวัฒนธรรมจากประเทศญี่ปุ่นอย่างยิ่งใหญ่กว่า 8 แสนคนที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาร่วมงานนี้ตลอด 3 วันเต็มอย่างคึกคักและสร้างกระแสไวรัลไปทั่วเอเชีย

เริ่มงาน วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเวทีด้วยเหล่าศิลปินทั้งไทย และญี่ปุ่น ยกทัพความสนุกกันมาเสิร์ฟแบบจุกๆ อาทิ NAOMICHI HANAZONO ศิลปินญี่ปุ่นที่รักและผูกพันกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ที่มาพร้อมกับการแสดงที่ผสมผสานเสียงร้องและการนำเสนอวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างงดงาม ส่วนในช่วงเย็นที่ทำเอาลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์แทบจะไม่มีที่ยืน เพราะได้ต้อนรับสองพระเอกคู่วายสุดฮอต “เก่ง-น้ำปิง” ร่วมสร้างความสนุกและสีสันบนเวทีใหญ่ เรียกเสียงกรี๊ดดดดกันแบบสุดๆ ซึ่งสองหนุ่มนอกจากจะโชว์ความหล่อแล้ว ยังโชว์น้ำเสียงเพราะๆ ให้เหล่าแฟนคลับได้ฟินเฟร่อแบบฉ่ำๆ อีกด้วย…!!!

ส่วน วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 มีพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ เปิดตัวด้วยโชว์วัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยจากพระเอกลิเกเงินล้าน แบงค์-ศรราม น้ำเพชร กับโชว์ในชุด “ระบำม้า” ต้อนรับปีม้าทองงดงามอย่างที่สุด จากนั้นเป็นโชว์จาก AVANTGARDEY สาวผมบ๊อบชุดนักเรียนที่สร้างปรากฎการณ์ “การเต้น” จนเป็นไวรัลทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นการแสดงที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยม สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานพิธีเปิดกว่าแสนคน

ช่วง Grand Opening ในงาน JAPAN EXPO THAILAND 2026 ได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ใจดีทั้งภาครัฐ และเอกชนมาร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความประทับใจ ความภาคภูมิใจ และช่วงเวลาสำคัญ ที่ร่วมเปิดประตูสู่มหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกครั้ง ได้แก่ คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, คุณโทโมมิ โคบายาชิ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, คุณโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา, คุณฐิตพล กาญจนะ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมการขาย บริษัท โออิชิเทรดดิ้งจำกัด, คุณร่มเดช พิศาลพงศ์ กระทรวงต่างประเทศ และคุณฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดี กรมการค้าภายใน, คุณสรรวรส พุทธเจริญลาภ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด, คุณกวิน ว่องกุศลกิจ กรรมการ คณะกรรมการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC, คุณมากิโกะ ยามาซากิ รองประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจโทร), คุณทาดาชิ ฟุกุดะ ประธานมูลนิธิ UPDATE EARTH และผู้จัดการโครงการ ICT STARTUP LEAGUE, คุณฮาจิเมะ นาคาสุงิ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น สำนักงานกรุงเทพฯ (เจเอ็นทีโอ), ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ตำแหน่งรักษาการรองผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล, คุณมาซายูกิ คุริยามะ ผู้อำนวยการบริหาร เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ, คุณปรินดา วัฒนกุล หัวหน้าฝ่ายขายภายในประเทศ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), คุณอัตสึชิ โอคุโมริ รองนายกสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย, คุณอลิสรา ศิวยาธร ผู้บริหารโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ, คุณหรรษา เอกธุระประคัลภ์ Director of Siam Connection Sdn Bhd, คุณบุณฑริก กุศลวิทย์ ประธานกรรมการบริหาร ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร และโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นไมนิจิ

JAPAN EXPO THAILAND 2026 ต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของ Kazuya Kamenashi (คาซึยะ คาเมนาชิ) ศิลปินและนักแสดงระดับตำนานกับ Fan Meeting เอเชียทัวร์ครั้งแรกในประเทศไทยกับงาน Kazuya Kamenashi “TALK to Me” Fan Meeting ASIA TOUR 2026 in Bangkok ซึ่ง “หนุ่มคาเมะ” ได้สร้างโมเมนต์สุดประทับใจและความทรงจำที่ดีให้กับคนไทยแบบไม่รู้ลืม!!!

ด้านศิลปินหนุ่มอารมณ์ดี Koji Mukai (โคจิ มุไก) จาก วง Show Man ศิลปินลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นมากความสามารถ ก็ทำเอาผู้เข้าร่วมงานยิ้มไม่หุบ ด้วยความน่ารักและความเป็นกันเองในช่วง Talk Session พร้อม Special Guest อย่าง Kazuya Kamenashi ที่ทั้งคู่ก็ได้สร้างโมเมนต์ที่ดีระหว่างกัน และเรียกเสียงกรี๊ดดดด…..จากเหล่าแฟนคลับได้เป็นอย่างดี

ส่วนไอดอลแห่งชาติที่ครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกอย่าง AKB48 ที่มาร่วมแสดงกับน้องสาวชาวไทย BNK48 และ CGM48 ในคอนเสิร์ตความร่วมมือพิเศษแห่งปี AKB48 × BNK48 × CGM48~48 Sister Group Collaboration Stage~『THE ABC HOUR ก็ทำเอาแฟนคลับหนุ่มๆ ใจละลายไปกับความน่ารัก ความสดใส และโมเมนต์ดีๆ ที่ประทับใจไปอีกนาน

นอกจากนี้ยังมีโชว์จากศิลปินและนักแสดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษและความประทับใจให้กับแฟนๆ ทั้ง BEYOOOOONDS, MANAKA INABA, RIKAKO SASAKI, avantgardey, ONE OR EIGHT, GOLDEN BOMBER from SHO KIRYUIN, THE SIXTH LIE, SCISS, FES☆TIVE, Kyushu Girls Wing, MyStage, READY TO KISS, SAY-LA, JAPANARIZM, Honey Spice Re., BANZAI JAPAN, ONE LOVE ONE HEART, AI HAYASE, MAO.A, Kirameki☆Unforent, FLAPSTAR, ≒JOY, ZIPANG, Ryuma Daise, sherbet , MOTOR HOTEL, Naomichi Hanazono, LIL LEAGUE, KID PHENOMENON, wannabes, Enishi, TEMPURA GIRLS, SATO TRIPLETS, MioMayo, W., Idol College, HOT DOG CAT, Future Cider, Takahashi Hiroto, Takuto Hamaya, SAKURADOLL, ELVA เป็นต้น

ด้านศิลปินไทยก็ไม่น้อยหน้า จัดโชว์ตลอด 3 วันเต็ม อาทิ Zee-Nunew, Timelied, Hearth-Poom, Rina Izuta, KAIMOOK, Mahnmook, COSMOS 2, COSMOS SUN, Bibbidii Entertainment, QViNT, MINDY, THX, Waga Creative, Shelly-Pundao,Boy Sompob กับการแสดงสุดพิเศษร่วมกับวงญี่ปุ่น MOTOR HOTEL สุดปัง!!!, TITA, Lookmhee-Sonya, 101KG, Move Along Journey, Vvibe, Top Piyawat, XI, Y2Z, Leng-Stamp, THE 52 ARENA, TIA51, HOWLS ร่วมด้วยเหล่าไอดอล Castella, Chocolatiere, SORA! SORA!, YAMI YAMI, Mirai Mirai, Dream:on, HatoBito, ANGeVIL✟, KNIGHT✠RES, V!NX, Seishin Kakumei, Terashi, KIRAKIRA♡ROMANCE, Kagekishi, Re:Reflect, Euphonie☆, Sumomo, Stellagrima*, IKINARI TELL ME, denshi220, HAPPYTAIL, 2nd Dimension, Fuyubi , DEADKAT, RE♡QUILL, #51NK, NyZas, SILVER LINING, Loli✧Lolitia, FiiMONiX ที่ร่วมกันสร้างความประทับใจให้กับเหล่าแฟนคลับและผู้เข้าร่วมงานอย่างที่สุด!!!

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นอีกวันที่ยิ่งใหญ่สุดๆ เพราะมีการมอบรางวัลเกียรติยศเพื่อเหล่า INFLUENCER กับรางวัล JAPAN EXPO THAILAND INFLUENCER AWARDS 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 และพิธีมอบรางวัล JAPAN EXPO AWARDS 2026 รางวัลแห่งเกียรติยศสำหรับบุคคลในแวดวงบันเทิง ผู้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ที่ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น มอบรางวัลโดย สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น นำทีมโดย KOJI MUKAI from Snow Man เข้ารับรางวัลเกียรติยศศิลปินผู้สานสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น – ไทย เป็นต้น

ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตสุดร้อนแรงฉลองครบรอบ 11 ปี JAPAN EXPO THAILAND 2026 จากสาวๆ วง BNK48 โชว์แบบจัดเต็ม นำทีมโดย รุ่น 3 เสิร์ฟความสนุกสุดเหวี่ยง ยกทัพสมาชิกมาร่วมโชว์ทั้งวง พร้อมเปิดตัวเพลงพิเศษ Celebration ส่งท้ายแก่สมาชิกรุ่นที่ 3 ก่อนจบการศึกษา เซอร์ไพร้สเปิดตัวเพลงหลักในอัลบั้มที่ 6 Ponytail to Shushu พร้อมประกาศสมาชิกใหม่ทั้ง 18 คน!!!

จากนั้นเป็น “พิธีปิดงาน” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารของ จี-ยู ครีเอทีฟ ศิลปินญี่ปุ่น และศิลปินไทยมาร่วมสร้างความสุข ความสนุกส่งท้ายให้กับผู้เข้าร่วมงานแบบเต็มอิ่มและอบอุ่นอย่างที่สุด แล้วพบกันใหม่กับ JAPAN EXPO THAILAND 2027 ฉลองครบรอบ 140 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น ในปี 2027 อีกด้วย

ติดตามภาพความประทับใจ “ญี่ปุ่นครบจบที่นี่” ในมหกรรมญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียกับ JAPAN EXPO THAILAND 2026 ครบรอบปีที่ 11 อย่างยิ่งใหญ่ ได้ที่www.japanexpothailand.com www.gyucreative.com Facebook : https://www.facebook.com/japanexpothailand/ IG : @japanexpothailand X : @JAPANEXPO_THAI Line@ : @japanexpothailand #GYUCREATIVE #ジーユークリエイティヴ #JapanExpoThailand2026 #ジャパンエキスポタイランド2026 #เจแปนเอ็กซ์โปไทยแลนด์2026 #BiggestAllJapanEventInAsia #JapanThaiUnitedAsOne #ญี่ปุ่นครบจบที่นี่ #日本のすべてここにあり

Valmont

Valmont เปิดตัวครั้งแรกในไทย ผ่านงาน The Art & Science of Timeless Beauty by Valmont

Valmont (วาลมองต์) แบรนด์สกินแคร์ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cellular Skincare เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านงาน “The Art & Science of Timeless Beauty by Valmont” ณ The Moonlight Hall, Jim Thompson Heritage Quarter เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ถ่ายทอดศาสตร์แห่งความงามระดับเซลล์ในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้, KOLs, ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และพาร์ตเนอร์คนสำคัญจากแวดวง Retail, Hotel, Spa และ Medical Spa ชั้นนำ ที่มาร่วมสัมผัสโลกของ Valmont อย่างใกล้ชิด พร้อมการต้อนรับโดยบริษัท GS Luxury (Thailand) Co., Ltd. ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Valmont อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำโดย Mr. Varun Asawani, CEO ซึ่งร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการนำศาสตร์แห่งความงามจากสวิตเซอร์แลนด์สู่ไลฟ์สไตล์พรีเมียมของผู้บริโภคไทย

Valmont

Valmont ถือกำเนิดจากคลินิก Valmont ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1905 บนฝั่งทะเลสาบเจนีวา ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขาแอลป์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยชื่อ Valmont มาจากการผสมคำว่า VAL – Valley (หุบเขาและลำธาร) และ MONT – Mountain (ภูเขา) สะท้อนถึงรากฐานอันลึกซึ้งของแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ความบริสุทธิ์ และพลังชีวิตของผืนแผ่นดินสวิส ก่อนพัฒนาแบรนด์สู่ Valmont Cosmetics อย่างเป็นทางการในปี 1985 ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและศัลยกรรมความงาม ภายใต้การดูแลของ Dr. Nadia Avalle ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านความงามชั้นนำ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สุดพิเศษผ่านการผสานคอลลาเจนจากธรรมชาติ และ DNA HP (Highly Polymerized DNA) นวัตกรรมระดับเซลล์อันเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นรากฐานของความเชี่ยวชาญด้าน Cellular Skincare ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 40 ปี

Valmont

แบรนด์ยึดมั่นในปรัชญา Swiss Nature, Science และ Art หลอมรวมทรัพยากรธรรมชาติอันบริสุทธิ์เข้ากับวิทยาศาสตร์ชีวภาพขั้นสูง และสุนทรียศาสตร์แห่งการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ความงามที่กลมกลืนจากภายใน สะท้อนออกมาอย่างเป็นธรรมชาติในทุกช่วงวัยโดยไม่ฝืนกาลเวลา แต่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันอย่างสง่างาม ภายใต้คำขวัญ “When Art Meets Beauty” จากคุณ Sophie Vann Guillon CEO คนปัจจุบันของ Valmont

Valmont เปิดตัวครั้งแรกในไทย ผ่านงาน “The Art & Science of Timeless Beauty by Valmont” ถ่ายทอดศาสตร์และศิลป์ของความงามจากสวิตเซอร์แลนด์

หัวใจสำคัญของความเชี่ยวชาญด้าน Cellular Skincare ของ Valmont คือการใช้ DNA และ RNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นชีวภาพของเซลล์ผิว DNA จากปลาแซลมอนป่า ผ่านกระบวนการสกัดเฉพาะที่จดสิทธิบัตร ช่วยฟื้นฟูพลังเซลล์ผิว กักเก็บความชุ่มชื้น เสริมการสร้างผิวใหม่ และปกป้องผิวจากความเสื่อม ผสานกับน้ำแร่จากธารน้ำแข็งสวิสที่อุดมด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ มอบผลลัพธ์ผิวแน่น อิ่มฟู และเปล่งปลั่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Valmont Wow Effect” อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

Valmont

สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทย Valmont ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ครบทั้ง 6 ไลน์ ได้แก่ Purity, Hydration, Luminosity, Vitality, V-Lift และ V-Firm พร้อมแนะนำแบรนด์ระดับไฮเอนด์ L’ELIXIR DES GLACIERS (อะลิเซีย เดอ กลาเซียร์) และเปิดตัวไลน์น้ำหอม STORIE VENEZIANE by Valmont (สตอรี่ เวเนเซียน บาย วาลมองต์) เป็นครั้งแรกในไทย ถ่ายทอดโลกแห่งความงามที่มากกว่าสกินแคร์ แต่คือไลฟ์สไตล์แห่งความสง่างาม ภายในงานแขกผู้มีเกียรติยังได้สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านบริการ Hand Massage และการสาธิตศาสตร์การนวดหน้าแบบ Valmont ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการบำรุงในระดับมืออาชีพ สร้างมิติใหม่ของการดูแลผิวในแบบ Luxury Wellness

ไฮไลต์ของงานคือไอคอนิกไอเทม Valmont Prime Renewing Pack หรือ “แฮปปี้มาส์ก” ครีมมาส์กหน้าที่ขายได้หนึ่งกระปุกทุก ๆ สองนาทีทั่วโลก โดดเด่นด้วยคุณสมบัติช่วยเพิ่มความกระจ่างใส เผยผิวเรียบเนียน ลบเลือนร่องรอยความเหนื่อยล้า และเติมเต็มริ้วรอยในเวลาเพียง 5 นาที พร้อมกันนี้ Valmont ยังนำเสนอคอลเลกชัน Vitality ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งการฟื้นบำรุงผิวระดับเซลล์ของแบรนด์ ด้วยนวัตกรรม DNA Silanol เอกสิทธิ์เฉพาะของ Valmont ที่ได้รับการยกย่องจากวงการวิทยาศาสตร์ มุ่งเป้าไปที่ทุกปัจจัยของผิวที่อ่อนเยาว์ เพื่อเผยผิวที่ดูสดใส เนียนนุ่ม และเปล่งปลั่งโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต คอลเลกชันนี้ออกแบบมาเพื่อทุกคนทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายด้วยเนื้อสัมผัสหลายระดับ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผิวแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง

Valmont

การเปิดตัว Valmont ในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแนะนำแบรนด์สกินแคร์จากสวิตเซอร์แลนด์ แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์แห่งศาสตร์และศิลปะของความงาม ที่หลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์พรีเมียม ถ่ายทอดนิยามของ Timeless Beauty ที่สง่างามเหนือกาลเวลาในแบบฉบับ Valmont อย่างแท้จริง และพร้อมให้บริการในไทยแล้ววันนี้ โดยบริษัท GS Luxury (Thailand) Co., Ltd. ติดต่อสอบถามข้อมูลจุดจำหน่ายและรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ValmontThailand