ครอบครัว ว่องไววิทย์

เปิดคฤหาสน์หรูสีส้ม บนพื้นที่แห่งความสุข 20 กว่าไร่ ของ ครอบครัว ว่องไววิทย์

account_circle
event
ครอบครัว ว่องไววิทย์
ครอบครัว ว่องไววิทย์

คฤหาสน์หลังงามสีส้มพาสเทล หลังคาปูด้วยกระเบื้องเทอร์– ราคอตาสีส้มตามสไตล์บ้านอเมริกันแถบแคลิฟอร์เนีย บนอาณาจักร 20 กว่าไร่ในกรุงเทพฯ แวดล้อมด้วยต้นไม้ น้อยใหญ่ หน้าบ้านมีสนามไดรฟ์กอล์ฟส่วนตัวยาว 350 หลา มองเห็นริ้วสายน้ำพลิ้วตามแรงลม ดูโอ่อ่าและโดดเด่น

ที่สำคัญที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวชีวิต งาน และความรัก ของ 3 สมาชิก ครอบครัว ว่องไววิทย์

เปิดคฤหาสน์หรูสีส้ม  ของ ครอบครัว ว่องไววิทย์

ครอบครัว ว่องไววิทย์

Home Sweet Home

ความพิเศษของบ้านหลังนี้คือ  เจ้าของซื้อแบบบ้านที่ได้รับรางวัลบ้านดีเด่นของ  Sater Design  บริษัทออกแบบบ้านชื่อดังในรัฐฟลอริดาของอเมริกา  ก่อนนำมาให้ทีม สถาปนิกและวิศวกรของไทยแปลงโครงสร้างเป็นแบบไทย  โดยมีคุณเฉลิมชัย  หรือที่ ภรรยาและเพื่อน ๆเรียกว่า “คุณชัย”  ผู้ซึ่งเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าจากอเมริกา  และ เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ดูแลทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง  เผยถึงไอเดียการสร้าง บ้านหลังนี้ว่า

ความที่ผมเรียนหนังสือและใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 14 ปี จึงรู้สึกประทับใจ บ้านสไตล์แคลิฟอร์เนียที่มีหลังคาสีส้มของกระเบื้องเทอร์ราคอตา ภายในออกแบบ ให้ดูโปร่ง เชื่อมพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ขนาดสร้างมา 50 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็ยัง ดูสวย ไม่ล้าสมัย

“ผมซื้อแบบบ้านมากกว่า5 แสนบาทจากอเมริกา ถ้าจ้างสถาปนิกไทยออกแบบ ค่าออกแบบบ้านหลังนี้คงเป็นล้านตามราคาพื้นที่ ซึ่งพอเห็นฟลอร์แปลนของบ้านหลังนี้แล้ว เราสามารถจินตนาการได้เลยว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร เหมาะกับเราแค่ 3 คนไหม เพราะผมชอบบ้านที่มีโครงสร้างใหญ่ ๆ กว้าง ๆ เช่น มีห้อง Master Bedroom และห้องน้ำขนาดใหญ่อยู่ชั้นล่าง ตามสไตล์บ้านคนอเมริกันที่เน้นพื้นที่ห้อง Master มีพื้นที่ใช้สอยทุกอย่างอยู่ในนั้นครบ ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัว เฉพาะ ห้องน้ำพื้นที่เกือบ 30 ตารางเมตร มีทุกอย่างอย่างละสอง ทั้งอ่างล้างหน้า ฝักบัว อาบน้ำ โถส้วม ถึงขนาดคนอเมริกันมีคำพูดว่า ‘สามี -ภรรยาจะไม่ทะเลาะกัน ถ้ามี ของใช้ส่วนตัวแยกกัน’ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลารอ”

ครอบครัว ว่องไววิทย์

คนอเมริกันส่วนใหญ่ชอบใช้ชีวิตหลังบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัว เพราะฉะนั้น หลังบ้านเราจึงมีสระว่ายน้ำเป็นเซนเตอร์ โดยมีตัวบ้านสองชั้นซึ่งเป็นกระจกใสโอบล้อมไว้ ไม่ว่าอยู่ห้องไหนในบ้านก็สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำยาว 20 เมตรได้ทุกมุม ให้ความรู้สึก เหมือนอยู่รีสอร์ต เวลาจัดปาร์ตี้ทุกอย่างจะจัดหลังบ้านหมด คนภายนอกก็มอง ไม่เห็นว่าเราจัดงาน และชั้นสองของบ้านก็มีระเบียงขนาดใหญ่ คือถ้าจัดปาร์ตี้ริมสระ ก็มีพื้นที่จัดงานทั้งสองชั้น”

“ผมกับภรรยามีเพื่อนเยอะ เวลาจัดปาร์ตี้บ้านนี้เคยรับแขกเป็นร้อยคนมาแล้ว ซึ่งแขกสามารถอยู่ได้ทุกส่วน ทั้งในบ้าน นอกบ้าน เพราะบ้านไม่ได้ถูกออกแบบเป็น สี่เหลี่ยมหรือเป็นห้อง แต่ออกแบบให้ดูมีมิติ เข้ามาในบ้านแล้วรู้สึกกว้าง มองเห็นห้องรับแขกและสระว่ายน้ำด้านหลัง ปีกซ้ายเป็นห้อง Master Bedroom ของเรา ปีกขวาแยกเป็นสองทาง ทางหนึ่งฉีกไปห้องนอนลูกชาย (น้องโอ้โห-ศุภกร) อีกทางหนึ่งเดินไปโซน Family Room ซึ่งมีครัวฝรั่งและโต๊ะรับประทานอาหารเช้า เดินตรงเข้าไปหน่อยจึงจะเป็นห้องนั่งเล่น ดูหนัง ฟังเพลง โดยมีห้องจัดเลี้ยง 18 ที่นั่งอยู่ปลายสุด สามารถมองวิวสระว่ายน้ำได้แบบพานอรามา การออกแบบ ดีมาก คือถ้ามีเพื่อนมาหน้าบ้าน เราอยู่ห้องจัดเลี้ยงหลังบ้านก็สามารถมองเห็น ทะลุมาได้เป็นทางยาวเกือบ 20 เมตร ทำให้บ้านดูใหญ่มาก หรือถ้าจัดปาร์ตี้ ในบ้าน เสียงก็ไม่รบกวนลูกชาย หรือถ้าลูกชายนัดเพื่อนมาแฮ้งเอ๊าต์ก็สบาย ไม่รบกวนกัน เพราะบ้านออกแบบเป็นสองปีก ให้มีพื้นที่เชื่อมต่อโดยที่ยังคง ความเป็นส่วนตัว จึงรู้สึกว่าเป็นบ้านที่มีฟังก์ชันการใช้งานเหมาะกับเราจริงๆ”

แต่งบ้านตามความชอบ

จุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่ทุกห้องมีเพดานสูงเกือบ 4 เมตร  ยกเว้นห้องนั่งเล่น ด้านในที่เป็นห้องดูหนัง  ฟังเพลง  ที่เปิดโล่งขึ้นไปถึง 6 เมตร  ช่วยให้บ้านมีแสงสว่าง ลอดเข้ามาตามกรอบหน้าต่างกระจก  ใครที่เป็นคอหนัง  มาแล้วต้องร้องว้าว! เมื่อ  เห็นจอโปรเจ็กเตอร์Supernova Blade ขนาด 120 นิ้วที่ให้ภาพคมชัดระดับ 4K พร้อมด้วยลำโพงของ Devialet Phantom Gold จากฝรั่งเศส 12 ตัวรอบห้อง  ระบบเสียง Dolby Atmos มาจากลำโพงรอบทิศทาง  เสียงดีเยี่ยม  สุดยอดมากๆ

คุณเฉลิมชัย ว่องไววิทย์

คุณชัยบอกว่า เขาและภรรยาช่วยกันตกแต่งทุกห้องด้วยตัวเอง ชอบ อะไรก็ใช้แบบนั้น ไม่ได้ใช้อินทีเรียร์ คุณภารีย์ หรือคุณนิ ฝ่ายภรรยาช่วยอธิบายว่า เราเน้นอยู่สบาย ใช้งาน จริง โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์เองหมด เพราะเรามีบ้านอยู่ที่แอลเอ สหรัฐอเมริกา ด้วย เวลาเดินทางไปพักผ่อนที่นั่นก็ได้แวะไปดูของแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์เพื่อ มาใช้ที่บ้านเราและบ้านคุณพ่อคุณแม่คุณชัยด้วย เพราะบ้านเรามี 5 ห้องนอน บ้านท่านมี 5 ห้องนอน เฉพาะเตียงนอน Ralph Lauren เราก็ซื้อมา 10 เตียงแล้ว”

“เฟอร์นิเจอร์หลักๆที่ใช้มี3 แบรนด์  คือ  Ralph Lauren,  Thomasville และ Ethan Allen  ถ้าซื้อจากอเมริการาคาไม่แพงเท่าไหร่  ประหยัดค่าขนส่ง ได้ด้วย  เพราะใส่คอนเทนเนอร์ส่งมาทางเรือพร้อมกัน  บางชิ้นเป็นแบรนด์นำเข้า จากอิตาลี  อย่างโต๊ะอาหารนั่งทานมื้อเช้าง่ายๆมาจากอิตาลี  พิเศษตรงที่ใช้ กระจกแผ่นเดียวขึ้นรูปตั้งแต่ขาจนมาเป็นโต๊ะ  ราคา 800,000 บาท  ทำเอาคนยก หวาดเสียว  กลัวว่าถ้าแตกขึ้นมาเขาจะรับผิดชอบไม่ไหว”

โต๊ะรับประทานอาหาร  Ralph Lauren
โต๊ะรับประทานอาหาร Ralph Lauren ส่งตรงจากอเมริกา จัดวางในห้องจัดเลี้ยง ที่สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำและส่วนอื่นๆ ของบ้าน
ลิฟวิ่งรูมเพดานสูง
ลิฟวิ่งรูมเพดานสูง 6 เมตร  พร้อมจอโปรเจ็กเตอร์คริสตัลที่ให้ภาพคมชัด  มีลำโพงแบรนด์ดังของฝรั่งเศส 12 ตัวโดยรอบ ให้ระบบเสียง Dolby Atmosระดับเดียวกับโรงหนังชั้นเยี่ยม
ฮกลกซิ่ว
ฮกลกซิ่ว  เป็นสิ่งที่คุณชัยบอกว่าไม่ได้ไปด้วยกันกับบ้าน แต่มีคุณค่า  เพราะคุณพ่อส่งมาให้  ตามความเชื่อคนจีนว่าเป็นของมงคล  มีแล้วดี  จึงเลือกวางฮกลกซิ่วไว้ที่หน้าบ้าน กลายเป็นของแต่งบ้านไปโดยปริยาย

คุณชัยเล่าเพิ่มเติมว่า  “แม้บ้านเราจะเป็นสไตล์อเมริกัน  แต่ผมมีเชื้อสายจีน เพราะฉะนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่ให้ตุ๊กตาจีนฮกลกชิ่วและเทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ  ตอนขึ้นบ้านใหม่  ผมเลือกมาวางในโซนรับแขกที่ค่อนข้างเป็นทางการ  ส่วนผนังรอบบ้านตกแต่งด้วยภาพเขียนผู้หญิง  เวลาไปเที่ยวประเทศไหนแล้วเห็นภาพ ผู้หญิงสวยๆผมชอบซื้อมาติดผนัง  ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา”

ฝันให้ไกลไปให้ถึง

ถ้าเอ่ยถึงแวดวงเครื่องจักรกลอุตสาหกรรม  หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ ว่องไววิทย์  ที่คร่ำหวอดสร้างเนื้อสร้างตัวในธุรกิจนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่  แต่พอ มาถึงรุ่นเขากลับเลือกที่จะเดินบนเส้นทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แทนการต่อยอด ธุรกิจของตระกูล  ดังที่คุณชัยเท้าความว่า

“สมัยเด็กผมชอบแกะของเล่นออกมาดูว่าข้างในเป็นอะไร  กลไกทำงาน อย่างไร  เวลานั่งรถผ่านตึกใหญ่ๆผมจะชอบจินตนาการว่าโครงสร้างตึกนั้นๆ  เป็นอย่างไร  ทำให้เราอยากสร้างตึกขึ้นมาบ้าง”

“พออายุ 20 กว่าๆ  ตอนที่ผมช่วยที่บ้านทำบริษัทเกี่ยวกับเครื่องจักรกล  ผมมองว่าธุรกิจของพ่อแม่มีทางตัน  ทั้งที่ตอนหนุ่มสาวท่านทำงานหนักมาก  พ่อผม จบวิศวะจากประเทศอังกฤษ  แม่เองก็มีความรู้เรื่องเครื่องกลเป็นอย่างดี  สมัยนั้น คุณพ่อพิมพ์ดีดจดหมายภาษาอังกฤษส่งต่างประเทศเพื่อสั่งเครื่องจักรเข้ามาขาย มีกี่เครื่องก็ขายหมด  แต่ปัจจุบันเปิดอินเทอร์เน็ตก็สั่งซื้อเครื่องจักรได้แล้ว  ถ้าเรา ไม่ปรับเปลี่ยนจะอยู่ไม่ได้  ยิ่งตอนหลังเครื่องจักรส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม ซึ่งเราไม่มีแผนกค้นคว้าวิจัย  จึงซ่อมเครื่องจักรสมัยใหม่ไม่ได้  ที่สำคัญคือผม ไม่รู้สึกตื่นเต้นท้าทาย  เพราะรู้สึกว่าสร้างตึกที่พักอาศัยสนุกกว่า  ผมอยากสร้าง ตึกใหญ่ๆที่ตัวเองขับรถมามองเห็นยอดตึกจากที่ไกลๆแล้วภูมิใจว่าเราสร้างเอง  ถ้าอยู่กับพ่อแม่  ผมอาจเป็นแค่อาเสี่ย  แต่เราไม่ได้เก่งเท่าเขา  และเราไม่ได้สนใจ ด้านนั้น  แต่การได้สร้างตึกใหญ่ๆ  ผ่านไป 50-100 ปีตึกนี้ก็ยังอยู่  เป็นความรู้สึก ที่พิเศษกว่าสำหรับผม”

ห้องรับแขก
บรรยากาศห้องรับแขกมองทะลุวิวสระว่ายน้ำหลังบ้าน ด้านข้างโซฟาตกแต่งด้วยเทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ 
เป็นสิ่งทรงคุณค่าทางใจ ที่เจ้าของบ้านได้รับจากคุณพ่อคุณแม่ในวันขึ้นบ้านใหม่

“ปี2538 ผมจึงลองแตกไลน์มาทำธุรกิจเรียลเอสเตท  เริ่มจากสร้าง คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์โครงการ ‘East Wood Park’ ย่านอ่อนนุช  ความที่เราเป็น วิศวกร  จึงเน้นโครงสร้างที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ  ไม่ได้เน้นสถาปัตยกรรม มากนัก  แต่ลูกค้าทุกคนแฮ็ปปี้  และเราได้เรียนรู้ไปในตัวว่าการก่อสร้างเป็นอย่างไร”

“จากนั้นจึงทำวิลล่านครินทร์  เป็นโครงการแนวราบมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท  มีผู้อยู่อาศัยราว 170 ครอบครัว  โดยให้เพื่อนคนไทยที่ออกแบบโครงการ ที่อยู่อาศัยชื่อดังในอเมริกามาช่วยวางผัง  เพื่อให้สมาชิกในโครงการออกมาใช้ชีวิต ร่วมกัน  รู้จักกัน  ช่วยดูแลซึ่งกันและกัน  เพราะการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่สร้างบ้านเสร็จแล้วตีหัวเข้าบ้าน  แต่ผมต้องการสร้างสังคมและมูลค่าเพิ่มใน ระยะยาวให้ทรัพย์สิน  คนอเมริกันซื้อบ้านเพราะมองว่านี่คือเงินออมของชีวิตเขา  เขาจึงก่อสร้างอย่างดี  พอถึงเวลารีไทร์ขายบ้านไปอยู่คอนโด  มีเงินเก็บเป็นล้านดอลลาร์ ไว้ใช้  บ้านของเขาจึงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นๆ  เพราะการรักษาสภาพแวดล้อมและพื้นที่ ส่วนกลางให้ดูดี  มีระเบียบ  จึงอยากให้ทุกคนอาศัยอยู่ในบ้านที่แข็งแรงจริงๆ  มีการ รักษาสภาพแวดล้อม  โดยมีกฎข้อบังคับที่แข็งแรง  ถ้าไม่มีกฎ  บางคนจะเห็นแก่ตัว ด้วยการต่อเติมอะไรประหลาดๆ  เพราะมักคิดว่าบ้านของฉัน  ฉันจะทำอะไรก็ได้  แต่ความจริงคือคุณกำลังสร้างมลภาวะทางสายตาให้บ้านอื่น  ทำให้มูลค่าบ้านตก”

ภาพวาด
ภาพวาดหญิงสาว สีสันสดใส  เป็นภาพหรูดูดี ผลงานศิลปินชื่อดังได้จากเมืองลาสเวกัสสหรัฐอเมริกา ซื้อเมื่อ 30 ปีที่แล้วในราคา 3,000,000 บาท

“ล่าสุดผมสร้างคอนโดมิเนียม 40 ชั้น ‘The Metropolis Samrong Interchange’ มูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยไม่มีใครคิดว่าเราจะทำได้หรือสร้างเสร็จ เพราะเราเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ จู่ๆ มาทำโครงการ 1,750 ห้อง ใหญ่กว่า โครงการทั่วไป 3 – 4 เท่า ตอนแรกผมคงไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะชอบความ ท้าทาย ทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลขในคอมพิวเตอร์ จึงมั่นใจว่าทำได้ แต่พอเริ่ม ก่อสร้างได้3 – 4 ชั้น ผมเดินเข้าไปในพื้นที่และเห็นความใหญ่ของโครงสร้าง ตอนนั้นถึงเริ่มฉุกคิดได้ว่าเราทำอะไรลงไป บ้าไปหรือเปล่า แต่ก็ด้วยความเป็นคนโชคดี ทุกอย่างจึงออกมาดี เพราะเราใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ และด้วย ความมีพื้นฐานเป็นวิศวกร เริ่มตั้งแต่ไอเดียการออกแบบสถาปัตยกรรมเองและ เข้าไปมีส่วนร่วมตัดสินใจวางสเป็คที่ดีตั้งแต่เริ่มออกแบบระบบโครงสร้าง ระบบน้ำ และไฟฟ้า ผมเน้นว่าอาคารของเราต้องมีความพิเศษด้านวิศวกรรมมากกว่า ตึกคอนโดทั่วไป เพราะครอบครัวของผมมีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมมา 70 ปีแล้ว ผมจบปริญญาโทด้านการเงินมา ก็เลยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้านการเงินเอง เลือกซื้อวัสดุเอง นั่งหัวโต๊ะดูแลควบคุมการก่อสร้างเอง”

“ที่สำคัญที่สุดเรามีคอนเซ็ปต์ Affordable Luxury คือขายความหรูหราและคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้  จึงมั่นใจในโครงการว่าเราทำได้ดีไม่แพ้บริษัทพัฒนาใหญ่อื่นๆ ดูได้จากความมั่นใจที่ลูกค้าซื้อโครงการของเราเกือบหมดแล้วเพราะการสร้างอะไรที่มีความคงทนคือความฝันของเรา วันที่สร้างเสร็จผมเดินรอบคอนโดด้วยความภูมิใจ  การที่เราทำได้ดีไม่แพ้ใครคือความสำเร็จที่สะใจมากกว่าตัวเงิน เพราะเรารู้ว่าทุกคนจะมาอยู่อย่างมีความสุข  เขาได้มูลค่าของที่มากกว่าราคาที่จ่าย  ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราซื้อจากคนอื่นไม่ได้  บางคนถามว่าทำไมผมสร้างไม่กี่โครงการ  คำตอบคือ  ผมเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่เหมือนคนอื่น  เราไม่มีหุ้นส่วน  แต่ทำโครงการแต่ละโครงการใหญ่พอสมควร และใช้คนน้อยมาก  เท่าที่จำเป็นเท่านั้น  เพราะผมทำทุกอย่างด้วยตัวเอง  จึงสร้าง ได้ทีละโครงการ  แต่ละโครงการล้วนมีชีวิตจิตวิญญาณของผมอยู่ในนั้นครึ่งหนึ่ง”

ผู้ที่เป็นมือทองขายโครงการก็คือคุณนินั่นเอง  เธอเสริมว่า  “ความที่บริษัท เราไม่เคยมีผลงานโครงการใหญ่ๆระดับนี้มาก่อน  นิจึงช่วยขายห้อง  ชักชวน เพื่อนฝูงที่มั่นใจในฝีมือเรามาซื้อกว่า 200 ห้อง  จนถึงจุดหนึ่งคุณชัยบอกว่า ให้หยุดขายได้แล้ว  ขายเยอะเกินไปแล้ว”  เธอเล่าพลางยิ้มหวาน  พร้อมกับบุ้ยใบ้ ถึงอีกฝ่าย

“เพราะพอขายถึงจุดหนึ่ง  เรามั่นใจว่าธนาคารให้กู้แน่นอน  ที่ดินแปลงนี้ เดิมเคยเป็นโรงงานว่องไววิทย์  คนย่านสำโรงรู้จักดี  แม่ผมบอกว่าที่ตรงนี้เฮง (หัวเราะ)  เพราะเขาอยู่มาหลายสิบปีแล้ว  ซึ่งก็เฮงจริงๆ  เพราะการก่อสร้าง ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดเวลาและประมาณการ  ไม่เคยมีปัญหาสักวันเดียว ซึ่งในโครงการระดับนี้ต้องบอกว่าโชคดีจริงๆที่ไม่มีปัญหาเลย”

สอนลูกให้รู้ค่าเงิน

“น้องโอ้โห” ลูกชายคนเดียวของคุณชัยและคุณนิ เพิ่งจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จาก University of California at Irvine แต่เพราะคุณพ่อมองว่าวิชาชีวิต ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิชาความรู้ จึงหาวิธีสอนลูกผ่านการซื้อกิจการร้านอาหาร อิตาเลียนที่กระแสเงินสดไม่ค่อยดีมาให้เขาฝึกบริหารธุรกิจและคน”

ผมอยากให้ลูกรู้ว่าเงินหายาก (หัวเราะ) และธุรกิจที่ไม่ค่อยดีจะเป็นสิ่งที่ ฝึกให้คนเก่งและฉลาด ซึ่งจากธุรกิจติดลบ ตอนนี้เริ่มมีกำไรแล้ว ผมมองว่า ธุรกิจที่ทำยากที่สุดคือร้านอาหาร อาหารต้องอร่อย เอาใจลูกค้า บริการดี คนเสิร์ฟ หน้าบึ้ง ลูกค้าก็หนีแล้ว สต็อกก็ต้องคุม แต่ถ้าเขาบริหารร้านได้ คุมคนได้ ต่อไป เวลาไปเรียนต่อปริญญาโทหรือเอก เขาจะได้ตั้งคำถามอาจารย์ที่สอนได้ถูกต้อง และเหมาะสมกับชีวิตจริง เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว”

“จะได้ไม่เหมือนสมัยผมเรียนปริญญาโท สถาบันศศินทร์ เรียนจบมา 5 ปี ยังไม่รู้เรื่องเลย เพราะในตำรากับชีวิตจริงต่างกัน เราไม่เคยใช้ชีวิตลำบาก พอเริ่ม ทำงานจึงรู้ว่าเงินหายาก พอเริ่มบริหารคน มีลูกน้อง จึงรู้ว่าลูกน้องคิดอะไร”

โอ้โห-ศุภกร ว่องไววิทย์

“ผู้หญิงที่อยู่กับผมโชคดีที่สุด”

เจ้าของวาทกรรมนี้อธิบายว่า เพราะผมไม่ต้องการให้ภรรยาหรือแม่บ้าน มาดูแลอะไรเป็นพิเศษ เรากินอยู่ง่าย อยากทานอะไรก็ออกไปทานตามร้าน ซึ่งบางวันราคาถูก บางวันโคตรแพงก็มี หรือถ้าไม่อยากออกไปข้างนอก ก็ทำ อาหารง่ายๆ ที่บ้าน ภรรยาผมสบายที่สุดแล้ว (หัวเราะ) ความที่เราโตที่อเมริกา คนอเมริกันทำทุกอย่างเอง เพราะฉะนั้นผมจะไม่คาดหวังอะไรจากใคร ใช้ชีวิตอยู่กันสบายๆ ผมดูแลตัวเองได้”

ทุกปีเราต้องไปบ้านที่แอลเอ 2 ทริปกับครอบครัวเพื่อนๆ ที่สนิทกัน ซึ่ง บ้านที่เราซื้อเป็นบ้านมือสามแล้ว แต่ทุกวันนี้กำไร 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะโครงการรักษาสภาพแวดล้อมให้มีระเบียบเหมือนเดิม ไม่มีการนำถังขยะมาวางหน้าบ้าน ซื้อบ้านที่โน่นเหมือนได้ฟรี แล้วเราก็ขับรถไปเที่ยวซนแฟรนซิสโก ลาสเวกัส ได้ไปช็อปปิ้งซื้อของดีถูกใจ ราคาไม่แพงและเราได้ใช้

“พอถึงเวลาช็อปปิ้ง ผมกับคุณนิต่างคนต่างช็อป ถ้าชอบสไตล์เสื้อผ้าร้านนี้ ผมซื้อเสื้อครั้งละ 10 ตัว ซื้อเสร็จไปนั่งรอในรถหรือร้านกาแฟ ปล่อยให้ภรรยา เดินช็อปไปเรื่อย ผมรอจ่ายเงินอย่างเดียว (หัวเราะ) ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ชายเป็นอย่างนี้ แทบทุกคน ถ้าต้องเดินช็อปด้วยกันหรือยืนรอเขาเลือก เบื่อตายเลย” (ยิ้ม) “เขาก็โชคดีที่เราไม่ชอบให้ตัวต้องมาติดกัน” อีกฝ่ายแหย่พร้อมกับเสียง หัวเราะ

คุณชัยเสริมว่า “ผมไม่มีความรู้สึกว่าภรรยาต้องอยู่กับผมตลอดเวลาหรือ ทำตัวติดสามี ผมอยู่กับคนแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน สู้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ มีความสุข กว่า” เขาพูดยิ้มๆ

ภาวรีย์  ว่องไววิทย์

ฝ่ายหญิงเล่าบ้างว่า “การใช้ชีวิตคู่ก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง อย่างคุณชัย ชอบตีกอล์ฟทุกวันอาทิตย์ เย็นค่อยกลับมาเจอกัน ออกไปทานข้าวนอกบ้าน ด้วยกัน ส่วนนิมีเพื่อนหลายกลุ่ม บางวันเรานัดเพื่อนผู้หญิงมาชิตแชตกัน หรือไม่ ก็นัดเจอเพื่อนกลุ่มที่รู้จักสามีภรรยากันหมด วันเสาร์ถ้าว่างเราจะไปดูหนังด้วยกัน หรือถ้าบางทีเห็นเขาเครียด ๆ ก็แพ็คกระเป๋าจูงมือกันไปเที่ยว เพื่อให้เขาได้ พักสมอง”

คุณชัยช่วยปิดท้าย ผมไม่ค่อยเก็บอดีตมาคิด ชอบมองไปข้างหน้า มากกว่า และทำงานของเราไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ผมคิดเสมอว่าโชคดีมากที่เกิดมา เป็นลูกพ่อแม่ ตลอดชีวิตผมไม่เคยลำบากเลย เหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ทุกงวด เพราะฉะนั้นชีวิตเราโชคดีกว่าคนส่วนใหญ่ในโลก “ผมเชื่อว่าการมองโลกในแง่ดีจะทำให้เห็นมุมมองดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต และทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น”


สามารถติดตมอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

คฤหาสน์พันล้านที่แอลเอ ของ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ ยิ่งใหญ่ตระการตา 360 องศา!

อยากได้ ต้องได้! เจฟฟ์ เบซอส ควักเงิน 4.9 พันล้าน ซื้อคฤหาสน์หรูในเบเวอร์ลี่ฮิลส์

เบิกตากว้างเน้นๆ เปิด 10 บ้านหรู อลังการดาวล้านดวง ขึ้นชื่อว่า มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก

Praew Recommend

keyboard_arrow_up