ซูกิชิ ไพรม์ จัดใหญ่ เกาหลีโอมากาเสะ ครั้งแรกในเมืองไทย

Alternative Textaccount_circle
event

ซูกิชิ ส่งความสุขแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีตอบรับกระแสการทานอาหารเกาหลีในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม พร้อมเปิดประสบการณ์ คุณค่า วัฒนธรรม และเทคนิคการปรุงอาหารเกาหลีเพื่อมุ่งหวังยกระดับอาหารเกาหลีพรีเมี่ยมในเมืองไทยให้มากขึ้น นำเสนอในรูปแบบ “ซูกิชิเกาหลีโอมากาเสะ” ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมนำเชฟจากประเทศเกาหลีและเชฟจากรายการเชฟกระทะเหล็ก ร่วมปรุงเมนูสุดพิเศษรวม 15 คอร์ส เริ่มเปิดให้สัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ที่ร้านซูกิชิไพรม์ ณ ห้างใจกลางเมืองศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6

หลังจากช่วงต้นปี 2020 ทางผู้บริหารซูกิชิได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ร้านปิ้งย่างและอาหารเกาหลีในเมืองไทยได้มีการปรับตัวและขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุมาจากกระแสความนิยมของประเทศเกาหลีเข้ามามีอิทธิพลในกลุ่มวัยรุ่นในเมืองไทย ทั้งจากศิลปินเกาหลี ซีรีส์เกาหลีและผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลีทำให้ผู้บริโภครู้จักและเปิดรับสินค้าและอาหารเกาหลีไปในวงกว้างมากขึ้นวัฒนธรรมของเกาหลีมุ่งเน้นการทานผักในมื้ออาหาร และอาหารเพื่อสุขภาพจึงมีเรื่องราวและเทคนิคที่หลายคนยังไม่รู้มาก่อน ด้วยเหตุนี้ทางซูกิชิจึงอยากมอบประสบการณ์ คุณค่าและวัฒนธรรมผ่านอาหารเกาหลี รูปแบบโอมากาเสะ ที่ในเมืองไทยยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดร้านอาหารเกาหลีและเพื่อเปิดประสบการณ์ความรู้ใหม่จากเชฟเกาหลีที่คุณสามารถถามตอบกันได้อย่างเป็นกันเอง

ความพิเศษของ “ซูกิชิเกาหลีโอมากาเสะ” ครั้งแรกในเมืองไทยทางผู้บริหารซูกิชิได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันกับทางเชฟจากประเทศเกาหลี เชฟริเวอร์ – คังอิลยอง ผู้มีประสบการณ์ในการทำอาหารเกาหลีตัวจริง และยังมีประสบการณ์จากร้านปิ้งย่างที่ประเทศเกาหลีพร้อมกับเชฟจากประเทศไทย เชฟบุรินทร์​ แซ่​อึ้ง​ ที่เคยผ่านการแข่งขันจากรายการเชฟกระทะเหล็กและมีประสบการณ์ในด้านอาหารยุโรป ฟิวชั่น จากโรงแรมชื่อดังมากมายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ

คุณนพดล จิรวราพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การริเริ่มความคิดเพื่อผลักแคมเปญพิเศษ “ซูกิชิเกาหลีโอมากาเสะ” ครั้งแรกในเมืองไทยครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังมองหาโอกาสใหม่ๆในการทำธุรกิจอาหาร เนื่องจากอาหารเกาหลีและอาหารญี่ปุ่น มีการแข่งขันในตลาดเมืองไทยเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ในช่วง 5
ปีที่ผ่านมา เรามองเห็นการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง ในระหว่างปี 2556-2563 จากมูลค่าตลาดอาหารเกาหลี 1,000 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาทในปี 2562 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในปีนี้ เราจึงมองเห็นช่องว่างและโอกาสในการเติบโตอย่างเป็นไปได้ในฐานะผู้นำทางด้านปิ้งย่างอาหารเกาหลี ที่มีความเชี่ยวชาญการบริโภคอาหารเกาหลีและอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลีในประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาหลังจากนี้แน่นอน แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้แบรนด์เป็นผู้นำตลาดได้ คือการให้ความสำคัญกับความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรม วัตถุดิบ และเทคนิคการทานอาหารเกาหลีที่แท้จริงเพื่อส่งมอบให้ผู้บริโภคได้รับรู้และเข้าใจถึงประสบการณ์เกาหลีในมุมที่คนไทยได้อย่างหลากหลายและอีกหลากหลายมุมที่ผู้บริโภคยังไม่เคยได้สัมผัส

สำหรับแคมเปญ “ซูกิชิเกาหลีโอมากาเสะ” ครั้งแรกในเมืองไทยนี้จัดขึ้นที่ร้าน ซูกิชิ ไพรม์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ จัดพื้นที่พิเศษภายในร้าน โดยจำกัดจำนวนลูกค้าเพียงรอบละ 8 ท่านเท่านั้น พร้อมกับเชฟส่วนตัวที่จะคอยดูแลปรุงอาหารให้คุณตลอด 15 คอร์ส พร้อมเครื่องเคียงและเครื่องดื่มไม่อั้นตลอดคอร์ส ในราคาเพียง 1,999 บาท+ (ปกติ 2,999 บาท+) เพื่อเป็นของขวัญพิเศษมอบให้กับลูกค้าตลอดสุดสัปดาห์ในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2563 นี้เท่านั้น

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมในการจองคอร์ส “ซูกิชิเกาหลีโอมากาเสะ” ทางเชฟริเวอร์ และเชฟบุรินทร์ พร้อมทีมงานขอนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรเพื่อยกระดับอาหารเกาหลีผสมผสานในรูปแบบเกาหลีทวิสต์เลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศควบคู่ไปกับวิธีการหมักอาหาร ปรุงเนื้อสัตว์ ผสมซอสในรสชาติที่แปลกใหม่ปรุงผักเครื่องเคียงเกาหลี และเครื่องดื่มสไตล์เกาหลีที่เหมาะกับตลาดพรีเมี่ยมเมืองไทยในรสชาติที่คนเกาหลีคุ้นเคยสำหรับการทานจะเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ของทุกสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 – 31 ธันวาคม 2563
โดยแบ่งลูกค้า 2 รอบเวลา (จำกัดรอบละ 8 ท่าน) รอบที่ 1 : 12:00 – 14:00 น. รอบที่ 2 : 18:00 – 20:00 น.

ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่เชฟจัดให้พิเศษรวม 15 คอร์สดังนี้

1. Gaoli! (가오리 구이) คีบปลากระเบนย่างเสิร์ฟพร้อมซอสโคชูจังชิลลี่บีนครีมเชฟเลือกคีบปลากระเบนส่วนหนา เพื่อให้ย่างแล้วได้ความกรอบและเคี้ยวเพลินมากับซอสชิลลี่บีนที่ใช้โคชูจังเข้ามาผสมผสานเพื่อให้ได้รับรสชาติที่แปลกใหม่มากกว่ามายองเนสธรรมดา

2. Organic Pork Gujeolpan (유기농 돼지고기 구절판) เจ้าหญิงนพเก้า เมนูชาววังสไตล์เกาหลีที่ไม่ได้หาทานได้ทุกร้านเป็นของหาทานยากเนื่องจากมีเครื่องและส่วนผสมที่ค่อนข้างเยอะรวม 9 ชนิด เชฟทดลองทำทานเข้ากับซอสซูกิชิบาร์บีคิวแล้วพบว่ามีรสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ

3. Kiss of Busan (키스 오브 부산) หอยนางรมสดทำให้คิดถึงเมืองปูซานที่เป็นเมืองทะเลในอีกความหมายนึงคนเกาหลีมักชอบสาวเกาหลีที่อยู่เมืองปูซานเปรียบเทียบกับสาวเชียงใหม่ที่มีความน่ารัก เมื่อทานเมนูนี้จะต้องใช้วิธีการ Kiss เพื่อให้รับรสชาติของหอยและซอสทั้งหมดภายในคำเดียวเชฟจึงคิดถึงการจูบสาวปูซานเมื่อได้ทานเมนูนี้

4. Smoked Domi Carpaccio (훈제 도미 카르파치오) ปลาเนื้อขาวแล่บางแบบซาซิมินำมาเสิร์ฟกับลูกแพรเกาหลีสไลด์สด รสชาติหวานละมุนเพิ่มความหอมด้วยการรมควันจากไม้แอปเปิ้ล และตัดรสสัมผัสด้วยซอสเจลลี่ยูจารสเปรี้ยว

5. Best of Blue Fin (베스트 오브 블루핀) ปลาทูน่าส่วนชูโทโร่ เชฟนำไปเฟลมมิ่งกับไวน์ขาวแล้วนำมาฟินิชชิ่งบนถ่านหินลาวาจานนี้เชฟนำเทคนิคการทานเครื่องเคียงอย่างรากบัวมาเพิ่มความพิเศษในจานนี้ทานคู่กับน้ำจิ้มพิเศษและเกลือพริกไทย และผิวส้มยูจาทำให้จานนี้เพิ่มเลเวลความอร่อยในแบบที่คุณไม่เคยได้ทานที่ไหนมาก่อน

6 Korean Kani Miso Lobster Tail (카니미소 롭스터) กุ้งลอบสเตอร์ส่วนหางเนื้อแน่นย่างที่เตาซูกิชิพร้อมมันปูเกาหลี เพิ่มความอร่อยด้วยหอยเป๋าฮื้อและสาหร่ายวากาเมะซอสน้ำมันงาโชจังสไตล์เกาหลี

7. Shot of yuja (유자샷) เครื่องดื่มยูจาเข้มข้นปั่นเป็นเกล็ดหิมะ ทานล้างปากก่อนเข้าช่วงเมนูหลัก

8. 392 (쌈구이) ซัมกูอี เมนูหมูสามชั้นไขมันดีใช้เทคนิคการปรุง 2 ระดับจากเชฟทั้งนึ่งและย่างในชิ้นเดียว ได้รสชาติที่เพอร์เฟคพิเศษขึ้นด้วยการเสิร์ฟจากเชฟที่ห่อผักชิโสะและราดซอสซัมจังส่งให้เป็นคำตามแบบฉบับเชฟแนะนำ

9. F1 Oppa (F1 오빠) or Lamb chop kalbi (양갈비) เนื้อวัวจากฟาร์ม F1 หนึ่งในตระกูลพี่น้องกับเนื้อวากิว ได้รับการยกย่องในประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นเนื้อที่มีไขมันส่วนดี อีกทั้งยังมีรสชาติเนื้อที่เข้มข้น เชฟนำมาย่างบนเตาถ่านราดด้วยซอสหมักย่าง และทรัฟเฟิลสไลด์เสิร์ฟคู่กับเห็ดพอร์โตเบลโล่ซึ่งในคอร์สนี้หากลูกค้าไม่สามารถรับประทานเนื้อวัวได้ทางเชฟจะปรับเปลี่ยนเมนูให้เป็น เนื้อแกะราดด้วยซอสมัสตาร์เดนจังสูตรเกาหลีพร้อมชีสกอนโซ่ล่าผสมผสานความเป็นยุโรปเกาหลีเข้ากันได้อย่างลงตัว

10. Sunrise over the Meadow (초원 위에 일출) เมนูนี้เชฟนำเสนอเนื้อวากิว A5 ย่างสุกกำลังดีทานกับอูนิ และความพิเศษตามชื่อเมนูคือเจ้าดอกทานตะวันที่เชฟนำมาปรุงแบบยำเกาหลี (นัมมุล) รสชาติถูกปากเข้ากันอย่างลงตัว และตัดเลี่ยนของเนื้อวากิวได้อย่างดี

11. Black swan (블랙 스완) ฟรัวกราส์ชั้นดีย่างบนใบโอบะทานกับขนมปังชาร์โคลซอสมัสตาร์ดและเบอร์รี่ ตบท้ายด้วยหัวไช้เท้าดองสไตล์เกาหลี

12. Sasaek Albab (사색 알밥) ข้าวหน้าสุดยอดไข่สีสี่ ประกอบด้วยไข่กุ้ง ไข่ปลาแซลมอน คาเวียร์และไข่ดองซีอิ๊วเกาหลี

13.Yin-Yang Samgye Tang (음양 삼계탕) ซุปไก่ตุ๋นโสมที่ต้องใช้โสมอายุ 6 ปี โดยมีความเชื่อที่ว่าซุปโสมที่ดีจะช่วยให้แร่ธาตุในร่างกายสมดุล และเชฟเพิ่มความพิเศษด้วยไก่เนื้อขาวไก่ดำ และหอยเป๋าฮื้อตุ๋นให้นุ่มทั้งชิ้น

14. Winter Sujeonggwa (가을 수정과) เมนู Dessert Drink จากประเทศเกาหลี น้ำขิงกับชินนาม่อนรมควัน ทานคู่กับลูกพลับแห้งเกาหลี ทานเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและดีต่อสุขภาพ

15. Yaksik (약식) เมนูขนมวัฒนธรรมเกาหลี ถือเป็นยารักษาโรคชนิดหนึ่ง มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง ข้าวเหนียว และผลไม้ที่มีประโยชน์หลากหลาย เชฟเพิ่มความพิเศษด้วยวอลนัท แครนเบอร์รี่และความหอมหวานจากเมเปิ้ลไซรัป ได้รสชาติที่ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน


 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up