สวยจนอยากให้ไปสักครั้งในชีวิตกับ 6 สถานที่ดูดาวที่โรแมนติกที่สุดในโลก

แพรวขอเอาใจหนุ่มสาวนักผจญภัยผู้ชอบท่องโลก หรือคู่รักที่อยากจะหาสถานที่โรแมนติกไปสวีทกัน โดยการรวบรวม 6 สถานที่ที่ควรจะหาเวลาไปสัมผัสความสวยงามของดูดวงที่สักครั้งหนึ่งในชีวิต แถมสถานที่เหล่านี้ยังถูกจัดให้เป็นสถานที่ดูดาวที่โรแมนติกที่สุดในโลกอีกด้วย จะมีที่ไหนบ้างตามไปดูกันค่ะ

มามิด (M’hamid) ประเทศโมรอกโก

มามิด เมืองโอเอซิสขนาดเล็กในประเทศโมรอกโก คือจุดเริ่มต้นสำหรับการผจญภัยในทะเลทรายซาฮาร่า ที่นี่คือที่อยู่อาศัยของเผ่าเบอร์เบอร์มายาวนาน และท่านสามารถเดินทางไปยังเนินทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดอย่าง เอิร์ก ชิกากา (Erg Chigaga) โดยการขี่อูฐหรือนั่งรถจี๊ปได้อีกด้วย เนินทรายเหล่านี้มีความสูงถึง 60 เมตรและการที่ได้เห็นริ้วคลื่นบนเนินทรายเมื่อลมพัดผ่านใต้แสงอาทิตย์เหนือทะเลทรายซาฮาร่านั้นจะทำให้ท่านตื้นตันได้ไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเนินทรายอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กับมามิด ถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็เหมาะเป็นฉากสำหรับการดูดาวในบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง ยิ่งเคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีพื้นเมืองของเผ่าเบอร์เบอร์แล้วหละก็ จะขับกล่อมให้ท่านเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศที่สุดแสนจะบรรยาย

เซสเรียม (Sesriem) ประเทศนามิเบีย

นอกจากสภาพภูมิอากาศแบบทะเลทรายที่ฝนแทบไม่เคยตก ซึ่งเหมาะที่สุดสำหรับการชมท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งยามค่ำคืนแล้ว เซสเรียมยังถือเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการดูดาวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากมีเนินทรายสีแดงขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียง รวมถึงหุบเขาลึกและซากต้นไม้หงิกงอสีดำที่ปกคลุมบริเวณโดยรอบ แน่นอนว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพ แต่หากใครเลือกมาเยือนที่นี่ในเวลากลางคืนก็จะได้สัมผัสทิวทัศน์ที่งดงามยิ่งกว่า ด้วยแสงดาวสุกสกาวเต็มท้องฟ้า รวมทั้งดาวตกที่ส่องประกายพาดผ่านท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

เลกเทคาโพ (Lake Tekapo) ประเทศนิวซีแลนด์

ในเวลากลางวัน ผู้คนมักไปเยือนเลกเทคาโพเพื่อชื่นชมธรรมชาติอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบสีฟ้านวลตา ชายฝั่งที่มีดอกไม้สีม่วงบานสะพรั่งตัดกับป่าสนที่รายล้อม ล้วนประกอบขึ้นเป็นฉากหลังอันงดงามและน่าหลงใหล แต่ในยามค่ำคืนนั้น การชมดาวที่นี่ช่างแสนมหัศจรรย์ เนื่องจากที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์ฟ้ามืดสากล (International Dark Sky Reserve) ซึ่งมีมลพิษทางแสงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ลองเลือกเต็นท์ที่พักสำหรับการพักผ่อนสักสองสามคืน แล้วถือโอกาสไปทัวร์หอดูดาวบนยอดเขาเมาท์จอห์น ซึ่งเป็นที่ตั้งของกล้องส่องทางไกลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ดูสิ 

คาโบโปโลนิโอ (Cabo Polonio) ประเทศอุรุกวัย

หมู่บ้านเล็ก ๆ ในอุรุกวัยแห่งนี้ไม่มีถนนตัดเข้าไปถึง ภายในหมู่บ้านมีเพียงกลุ่มกระท่อมเล็กๆ เพียงไม่กี่หลังซึ่งสร้างอยู่บนผืนทรายสีเงินที่ทอดยาวไปจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นี่เป็นสถานที่เงียบสงบอย่างแท้จริงและสิ่งที่ดีไปกว่านั้น คือในช่วงไม่กี่ปีมา บรรดาอาคารในคาโบโปโลนิโอได้รับการปกป้องไม่ให้กลายเป็นรีสอร์ทเหมือนที่พบได้ทั่วไปในแถบอเมริกาใต้ ลองนอนดูดาวกับชาวบ้านแนวฮิปปี้ดูสิ แล้วท่านจะติดใจจนไม่อยากจากที่นี่ไปเลย

วาดิรัม (Wadi Rum) ประเทศจอร์แดน

ความเวิ้งว้างของทะเลทรายที่แห้งแล้งในวาดิรัม ช่วยทำให้เห็นความงามของชีวิตมากยิ่งขึ้น แนวขอบฟ้าที่นี่ แต่งแต้มด้วยผาสูงชันและผืนทรายสีส้ม การชมดวงดาวสุกสกาวท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับอยู่บนดวงจันทร์ จะทำให้ท่านรู้สึกเสมือนว่าอยู่ในโลกแห่งความฝัน ลองตั้งแคมป์กับกลุ่มเบดูอิน (Bedouin) พลางดื่มด่ำกับทิวทัศน์ทางช้างเผือกที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ความงดงามที่ได้เห็นจะทำให้ท่านแทบลืมหายใจ

เหมืองเซาโดมิงโกส (Sao Domingos Mine) ประเทศโปรตุเกส

ถึงแม้ว่าเหมืองร้างในโปรตุเกสแห่งนี้จะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่มันก็เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการดูดาวทีเดียว ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่ที่น่าสนใจแห่งนี้ย้อนกลับไปถึงยุคโรมัน ท่านสามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สุสานของชาวอังกฤษ และอาคารเหมืองโบราณที่กระจายอยู่โดยรอบ ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้มองหาสถานที่สำหรับการดูดาวบนฟากฟ้ายามค่ำคืนที่แปลก แต่งดงามไม่แพ้ที่ไหนๆ

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : Booking.com

keyboard_arrow_up